Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กฏหมายคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

กฏหมายคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

Published by panyaponphrandkaew2545, 2020-02-10 07:44:57

Description: กฏหมายคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

Search

Read the Text Version

บทที่ ๑ บุคคล ๑. ความหมายของบุคคล ตามหลกั นิตศิ าสตร์ ผทู้ รงสิทธิหนา้ ท่ีในทางกฎหมาย หมายความถงึ บคุ คลเป็นส่ิงท่สี ามารถจะมสี ทิ ธิ และหนา้ ท่ีตามกฎหมาย เป็นเจา้ ของทรพั ยส์ ินได้ มสี ิทธิทางนติ ิกรรมได้ การ กาํ หนดใหบ้ คุ คลใดเป็นบคุ คลตามกฎหมาย ขนึ้ อยกู่ บั สภาพของสงั คม วฒั นธรรม ของแต่ละยคุ สมยั ๒. สภาพของบุคคลเร่ิมตน้ และสิน้ สุดเมอื่ ใด เรม่ิ ตน้ เม่ือมีการคลอด และสนิ้ สดุ เม่ือตาย ๓. สิ่งประกอบของบุคคลทส่ี าํ คญั ช่ือ ภมู ิลาํ เนา สถานะ และสญั ชาติ ๔. รายละเอยี ดของผู้เยาว์ ผเู้ ยาวเ์ ป็นบคุ คลท่ียงั ไมบ่ รรลนุ ิติภาวะ ผเู้ ยาว์ จะพน้ จากการไมบ่ รรลนุ ิตภิ าวะไดม้ ี ๒ กรณี คอื เม่อื อายคุ รบ ๒๐ ปีบรบิ รู ณแ์ ละไดท้ าํ การสมรสโดยชอบ ดว้ ยกฎหมาย คือ สมรสเม่ืออายคุ รบ ๑๗ ปีบรบิ รู ณห์ รอื เม่อื ศาลอนญุ าตใหท้ าํ การสมรสกอ่ นนนั้ ได้ ๕. รายละเอียดของคนไร้ความสามารถ บคุ คลวิกลจรติ ท่ีคสู่ มรส บพุ การี ผสู้ บื สนั ดานของผนู้ นั้ หรอื พนกั งานอยกั ารรอ้ งขอ ตอ่ ศาลและศาลส่งั ให้ เป็นคนไรค้ วามสามารถ การสนิ้ สดุ แหง่ การเป็นคนไรค้ วาม คอื บคุ คลผนู้ นั้ ถงึ แกค่ วามตายหรอื ศาลส่งั เพิกถอนคาํ ส่งั ใหเ้ ป็นบคุ คลไรค้ วามสามารถ ๖. นิตกิ รรมทกร่ี ะทาํ โดยคนไร้ ความสามารถ มผี ลเป็ นอย่างไร

เป็นโมฆียะ ๗. ความหมายของการตายธรรมชาติ การตายธรรมชาติ คือ การตายโดยท่ีรา่ งกาย ทกุ สว่ นหยดุ ทาํ งานและสนิ้ ชีวิตไป โดยท่ี การตาย ตามธรรมชาติจะไมม่ กี ารฟื้นคนืชีวิตกลบมั ามสภี าพ บคุ คลอีกต่อไป ๘. รายละเอยี ดของการตายโดยผลของกฎหมาย การตายโดยผลของกฎหมาย หรอื การตายโดยการสาบสญู การจะถือวา่ บคุ คลใด สาบสญู ตอ้ งประกอบดว้ ยหลกั เกณฑ์ ดงั นี้ บคุ คลหายไปจากภมู ิลาํ เนากรณีธรรมดา บคุ คลใดหายออกไป จากบา้ น โดยนบั จากวนั ท่อี อกจากบา้ น หรอื ครงั้ สดุ ทา้ ยท่ีสง่ ขา่ ว ใหท้ ราบ รวมเป็นเวลา ๕ ปีกรณีพิเศษ ไดแ้ ก่ กรณีท่บี คุ คลไดไ้ ป ถึงสมรภมู แิ หง่ สงคราม หรอื ไปตกอยใู่ นเรอื เม่ืออบั ปาง หรอื ไปตกอยใู่ นฐานะท่จี ะเป็นอนั ตรายแก่ชีวิต ประการอ่นื นบั เป็นเวลา ๒ ปีจะนบั ตงั้ แต่สงครามสงบหรอื เม่ือเรอื อบปั าง หรอื นบั แต่ ภยั นตรายอยา่ งอ่ืนนนั้ ได้ ผา่ นพน้ ไปแลว้ แลว้ แตก่ รณีมีคาํ ส่งั ของศาล แสดงการสาบสญู ซง่ึ ศาลส่งั ไดเ้ ม่อื ผมู้ ี สว่ นไดส้ ว่ นเสยี ไดแ้ ก่ บิดา มารดา บตุ ร ภรยิ า สามี หรอื พนกั งานอยั การ แลว้ แตก่ รณี รอ้ งขอตอ่ ศาล เม่ือศาล ไดส้ ่งั ใหบ้ คุ คลใดสาบสญู แลว้ ใหโ้ ฆษณาคาํ ส่งั นนั้ ในราช กิจจานเุ บกษา เม่ือ ศาลส่งั ใหเ้ ป็นบคุ คลสาบสญู แลว้ ใหถ้ ือวา่ บคุ คลนนั้ เป็นคน สาบสญู และ ทรพั ยส์ มบตั ทิ งั้ หลายจะตกเป็นมรดกแก่ทายาท ยกเวน้ เร่อื งการสมรส การ สาบสญู ไมท่ าํ ใหก้ ารสมรสขาดจากกนั เป็นเพียงเหตกุ ารณฟ์ อ้ งหยา่ เทา่ นนั้ ๙. ความหมายของนิตบิ คุ คล

บคุ คลตามกฎหมาย ท่กี ฎหมายสมมตขิ นึ้ และ รบั รองใหม้ ีสทิ ธิและหนา้ ท่ี เชน่ เดยี วกบั บคุ คลธรรมดา แตม่ บี างสทิ ธิท่นี ิตบิ คุ คลไมส่ ามารถมไี ด้ เช่น สิทธิดา้ น ครอบครวั สทิ ธิในการเลือกตงั้ เป็นตน้ ๑๐. สิทธิและหน้าทข่ี องนิตบิ ุคคล ๑. สิทธิและหนา้ ท่ีภายในขอบเขตวตั ถปุ ระสงค์ กลา่ วคอื การดาํ เนินงานของนิติ บคุ คลจะเป็นไป ตามทก่ีาหนดไวใ้ นกฎหมาย ขอ้ บงั คบั หรอื ตราสาร จดั ตงั้ ของนิติ บคุ คล และจะทาํ การตามวตั ถปุ ระสงค์ ท่ีกหํ นดไว้ ๒. สทิ ธิและหนา้ ท่ีซง่ึ เหมือนกบั บคุ คลธรรมดา ยกเวน้ บางสทิ ธิและบางหนา้ ท่ซี ง่ึ เป็น สทิ ธิเฉพาะของบคุ คล ธรรมดา เช่น นติ บิ คุ คลไมส่ ามารถทาํ การสมรส ไมม่ ีหนา้ ท่ีรบั ราชการทหาร ไมม่ ีสทิ ธิทางการเมือง เป็นตน้ บทท่ี ๒ นิตกิ รรม ๑. ความหมายของนิตกิ รรม การใด ๆ อนทั าํ ลงโดยชอบดว้ ยกฎหมาย และดว้ ย ใจสมคั ร มงุ่ โดยตรงตอ่ การผกู นิติ สมั พนั ธข์ นึ้ ระหวา่ งบคุ คล เพ่อื จะกอ่ เปล่ยี นแปลง โอน สงวน หรอื ระงบั ซง่ึ สิทธิ ๒. ความหมายของนิตกิ รรมฝ่ ายเดยี ว นิตกิ รรมท่ีเกิดขนึ้ ดว้ ยการแสดงเจตนา และกระทาํ ไปโดยบคุ คลเพียงฝ่ายเดียว การ กระทาํ นนั้ ก็มีผลเป็นนติ กิ รรมได้ ๓. นิตกิ รรมทม่ี ผี ลเม่ือผู้ทาํ ตายแล้ว พินยั กรรม

๔. วตั ถุประสงคข์ องนิตกิ รรม ตามมาตรา๕๐ นิตกิ รรมทเ่ี ป็ น โมฆะ ๑. มีวตั ถปุ ระสงคเ์ ป็นการตอ้ งหา้ มดว้ ยกฎหมาย พิจารณาวา่ วตั ถปุ ระสงคข์ องนติ ิ กรรมนนั้ ตอ้ งเป็นสิง่ ท่ีถกู ตอ้ งตามกฎหมาย หากขดั ตอ่ กฎหมายถือเป็นโมฆะ เช่น การซอื้ ท่ีดินของคนต่างดา้ ว โดยใหค้ นไทยรบั โอนแทน เป็นการขดั ตอ่ ประมวล กฎหมายท่ีดนิ พ.ศ. ๒๔๙๗ จงึ ตกเป็นโมฆะ (ตามมาตรา ๑๕๐)การซอื้ ขายยาเสพตดิ เป็นตน้ ๒. เป็นการพน้ วสิ ยั นติ ิกรรมท่ีมวี ตั ถปุ ระสงคซ์ ง่ึ คสู่ ญั ญาไมส่ ามารถทาํ ให้ ประสบ ผลสาํ เรจ็ ไดแ้ น่นอน ถือเป็นการพน้ วิสยั เชน่ สญั ญาใหแ้ ปรตะก่วั เป็น ทองคาํ สญั ญา เช่ารถโดยท่ีรถนนั้ เคร่อื งยนตเ์ สยี ไมส่ ามารถใชง้ านได้ เป็นตน้ ๓. เป็นการขดั ตอ่ ความสงบเรยี บรอ้ ยหรอื ศลี ธรรมอนั ดีของประชาชน นิติ กรรมท่ีมี วตั ถปุ ระสงคข์ ดั ตอ่ ความสงบเรยี บรอ้ ยของประชาชน ทงั้ ดา้ นการ เมืองและดา้ น เศรษฐกิจเช่น สญั ญาจา้ งใหภ้ รรยาหยา่ ขาดกบสั ามีเพ่ือสมรสกบั ผวู้ า่ จา้ ง เป็นตน้ ๕. รายละเอยี ดของเจตนาลวง การแสดงเจตนาลวง คือ การแสดงเจตนาโดยสมรูห้ รอื สมคบกบั อกี ฝ่าย หนง่ึ เพ่ือ หลอกลวงบคุ คลอ่นื ใหเ้ ขา้ ใจผิดวา่ คกู่ รณีไดม้ ีการทาํ นิติกรรมขนึ้ ซง่ึ โดยแทจ้ รงิ แลว้ นิติ กรรมนนั้ มิไดม้ อี ยเู่ ลยนติ ิกรรมเช่นนีม้ ผี ลเป็นโมฆะ และจะถือเป็นขอ้ อา้ งตอ่ บคุ คลอ่นื ซง่ึ สจุ รติ และตอ้ งเสยี หายเพราะ นิติกรรมนนั้ ไมไ่ ด้ เน่ืองจากกฎหมายมีความประสงค์ ท่จี ะคมุ้ ครองบคุ คลภายนอก ๖. ความหมายและสาเหตุทที่ าํ ใหน้ ิตกิ รรมเป็ นโมฆะกรรม

โมฆะกรรม หมายถงึ นิตกิ รรมท่ีทาํ ขึน้ แลว้ เสยี เปลา่ ไมม่ ผี ลบงั คบั ตามกฎหมาย และ ไมอ่ าจให้ สตั ยาบนั เพ่ือใหน้ ติ ิกรรมท่ตี กเป็นโมฆะกลบั เป็น นติ กิ รรมท่ีสมบรู ณไ์ ด้ โมฆะกรรม เกิดจากสาเหตุ ดงั นี้ ๑. นิติกรรมมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ ป็นการตอ้ งหา้ มของกฎหมาย หรอื เป็น การพน้ วิสยั หรอื เป็นการขดั ตอ่ ความเรยี บรอ้ ยและศีลธรรมอนั ดีของ ประชาชน ๒. ทาํ ไมถ่ กู ตอ้ งตามแบบท่กี ฎหมายกาํ หนด ๓. มีเจตนาซอ่ นเรน้ เจตนาลวง นติ ิกรรมอาํ พราง หรอื การแสดง เจตนาโดยสาํ คญั ผดิ ในสาระสาํ คญั ของนิติกรรม ๔. กฎหมายบญั ญตั ิไวโ้ ดยเฉพาะใหต้ กเป็นโมฆะ เช่น ชายหรอื หญิง จะทาํ การสมรส ในขณะท่ีตนมีคสู่ มรสอยแู่ ลว้ ไมไ่ ด้ เพราะเป็นการสมรสซอ้ น การสมรสนนั้ จงึ ตกเป็น โมฆะ เป็นตน้ ๗. ความหมายและสาเหตุทท่ี าํ ใหน้ ิตกิ รรมตกเป็ นโมฆยี ะกรรม โมฆียะกรรม หมายถึง นติ ิกรรมท่ีทาํ ขนึ้ แลว้ มีผลบงั คบั ไดต้ าม กฎหมายไมเ่ สยี เปลา่ แตอ่ าจถกู บอกลา้ งใหเ้ ป็นโมฆะตงั้ แต่ เรม่ิ แรกได้ หรอื อาจใหส้ ตั ยาบนั เพ่ือรบั รองนิติ กรรมนนั้ ให้ สมบรู ณต์ งั้ แตเ่ รม่ิ แรกไดเ้ ช่นกนั เหตทุ ่ีทาํ ใหน้ ติ ิกรรมตกเป็น โมฆียะ มี ดงั นี้ ๑. การทาํ นิตกิ รรมของผบู้ กพรอ่ งในความสามารถ ไดแ้ ก่ ผเู้ ยาว์ คนไรค้ วามสามารถ คนวิกลจรติ คนเสมือนไรค้ วามสามารถ เป็นตน้ ๒. การทาํ นติ กิ รรมท่ีเกดจิ ากการแสดงเจตนาบกพรอ่ งทท่ีเป็น ความสาํ คญั ผดิ ใน คณุ สมบตั ิของบคุ คลหรอื ทรพั ย์ หรอื ถกู กลฉอ้ ฉล ถงึ ขนาดหลงเช่ือ จงึ ยอมทาํ นติ ิกรรม

ขนึ้ เพราะกลฉอ้ ฉลนนั้ หรอื ถกู ขม่ ขู่ จนถงึ ขนาดผถู้ กู ข่มข่กู ลวั จงึ ยอมทาํ นติ ิกรรมตามท่ี ถกู ขม่ ข่นู นั้ ๓. นติ ิกรรมทก่ีฎหมายบญั ญตั ไิ วโ้ ดยเฉพาะใหต้ กเป็นโมฆียะ เชน่ ผเู้ ยาวท์ ่อี ายุ ๑๗ ปี บรบิ รู ณแ์ ตย่ งั ไมค่ รบ ๒๐ ปีหากทาํ การสมรสตอ้ ง ไดร้ บั การยินยอมจากผปู้ กครอง เสียกอ่ น มิฉะนนั้ การสมรสนนั้ ตกเป็น โมฆียะ เป็นตน้ ๘. ความหมายของการบอกล้าง การบอกลา้ ง หมายถงึ การแสดงเจตนาทาํ ลาย ลา้ งนติ ิกรรมท่ีเป็นโมฆียะใหต้ กเป็น โมฆะ ทาํ ใหเ้ สยี เปลา่ ไมม่ ีผลตามกฎหมาย ๙. การบอกลา้ งโมฆยี กรรมก่อใหเ้ กดิ ผล ผลของการบอกลา้ งโมฆียกรรมจะทาํ ใหน้ ติ ิกรรมนนั้ ตกเป็นโมฆะตงั้ แต่เรม่ิ แรกทาํ นิติ กรรมเสมอื นไมม่ กี าร ทาํ นิติกรรมมากอ่ นแตอ่ ยา่ งใด ทรพั ยส์ นิ ท่ไี ดม้ าจาก การทาํ นิติ กรรมโมฆียะตอ้ งคนืใหแ้ กก่ นใั นลกษั ณะกลบั สฐู่ านะเดิม ๑๐. ความหมายของการใหส้ ัตยาบัน การใหส้ ตั ยาบนั หมายถึง การยืนยนั ท่จี ะผกู พนั ตามนติ ิกรรมท่ี เป็นโมฆียะนนั้ ถือเป็น การสละสิทธิท่ีจะบอกลา้ งนิติกรรม โมฆียะนนั้ การใหส้ ตั ยาบนั นิติกรรมท่ีเป็นโมฆียะ เป็นการ รบั รองใหน้ ติ กิ รรมโมฆียะนนั้ มีความสมบรู ณต์ ลอดไป ซง่ึ แมจ้ ะมีการบอก ลา้ งภายหลงกั ารใหส้ ตั ยาบนั นนั้ แลว้ ก็ไมท่ าํ ใหน้ ติ กิ รรมท่ีสมบรู ณจ์ ากการให้ สตั ยาบนั แลว้ นนั้ เสียไป บทท่ี ๓ สัญญา ๑. ความหมายของสัญญา

สญั ญา หมายถึง นติ ิกรรมของบคุ คล ๒ ฝ่ายท่ี เกิดขนึ้ จากการแสดงเจตนาสอดคลอ้ ง ตอ้ งกนั โดยฝ่ายหนง่ึ เป็นผเู้ สนอ สว่ นอกี ฝ่ายหน่งึ เป็นผู้ สนอง เม่ือรบั คาํ เสนอ คาํ สนองท่ีถกู ตอ้ งตรงกนั สญั ญาจงึ เกิดขนึ้ ๒. องคป์ ระกอบของสัญญา องคป์ ระกอบของสญั ญา มีดงั นี้ ๑. ตอ้ งมีบคุ คลตงั้ แต่ ๒ ฝ่ายขึน้ ไป จะตอ้ งมีคสู่ ญั ญาอยา่ งนอ้ ย ๒ ฝ่ายขึน้ ไป แสดง เจตนาทาํ คาํ เสนอ และคาํ สนองท่ีถกู ตอ้ งตรงกนั หากมีคสู่ ญั ญาเพยี ง ฝ่ายเดียว สญั ญาจะไมเ่ กิด ๒. ตอ้ งมกี ารแสดงเจตนาตอ้ งตรงกนั การทาํ สญั ญาจะตอ้ งมี “คาํ สนอ” และ “คาํ สนอง”ท่ถี กู ตอ้ งตรงกนั จงึ จะเกิดเป็นสญั ญาขนึ้ หากคาํ เสนอ และ คาํ สนองไมถ่ กู ตอ้ ง ตรงกนั สญั ญาจะไมเ่ กิด ๓. ตอ้ งมีวตั ถปุ ระสงคใ์ นการทาํ สญั ญา การแสดงเจตนาทาํ นิติกรรมทกุ ประเภท ทงั้ นิตกิ รรมฝ่ายเดยี ว และนติ ิกรรมหลายฝ่าย จะตอ้ งมีวตั ถปุ ระสงคใ์ นการทาํ สญั ญา ทงั้ สนิ้ สญั ญาจงึ เป็นนิติ กรรมหลายฝ่าย จงึ ตอ้ งมวี ตั ถปุ ระสงคท์ ่ตี รงกนั หากไมม่ ี วตั ถปุ ระสงค์ จะมีลกั ษณะเป็นไมม่ คี วามมงุ่ หมายในการทาํ สญั ญาสญั ญาจงึ ไมเ่ กิด ซง่ึ วตั ถปุ ระสงคข์ องสญั ญาอาจอยใู่ น รูปของทรพั ยส์ ิน เช่น การทาํ สญั ญาซือ้ ขาย เป็น ตน้ หรอื อาจไมม่ ีตวั ตน เชน่ สญั ญาจา้ งแรงงาน เป็นตน้ ทงั้ นีว้ ตั ถปุ ระสงคข์ องสญั ญา จะตอ้ งไมเ่ ป็นสง่ิ ท่ีตอ้ งหา้ มโดยชดั แจง้ ดว้ ยกฎหมาย ไม่ เป็นสิ่งท่ีพน้ วิสยั ไมข่ ดั ตอ่ ความสงบเรยี บรอ้ ย และศีลธรรมอนั ดี ของประชาชน มฉิ ะนนั้ สญั ญาจะตกเป็นโมฆะ ๓. รายละเอยี ดของ “คาํ เสนอ”

คาํ เสนอเป็นการแสดงเจตนาของผเู้ สนอ ทต่อี้ งการทาํ สญั ญา กบั อีกฝ่ายหน่งึ การย่ืน ขอ้ เสนอใหอ้ กีฝ่ายหน่งึ ทราบ ตอ้ งเป็น ขอ้ ความท่ีชดั เจนแนน่ อนวา่ ประสงคส์ ิง่ ใด เม่ือ อีกฝ่ายหน่งึ ทราบ และมีความเขา้ ใจก็จะตอบสนองโดยการทาํ สญั ญาดว้ ย หากคาํ เสนอไมม่ คี วามชดั เจน แมอ้ กีฝ่ายหน่งึ จะรบั คาํ เสนอ สญั ญาจะไมเ่ กิดขนึ้ ๔. ลักษณะของ \"คาํ เสนอ\" ๑. เป็นนติ ิกรรมฝ่ายเดียวท่ีตอ้ งมีผรู้ บั การแสดงเจตนา ๒. มีการแสดงเจตนาโดยชดั แจง้ ๓. ตอ้ งมีขอ้ ความชดั เจนแนน่ อน ๔. แสดงเจตนาตอ่ บคุ คลโดยเจาะจงหรอื ต่อสาธารณชนก็ได้ ๕. เม่ือมีคาํ เสนอไปแลว้ ไมม่ สี ทิ ธิปฏิเสธ หรอื เลือกปฏบิ ตั ิ ๕. รายละเอียดของ \"คาํ สนอง\" คาํ สนองเป็นการแสดงเจตนาตอบรบั คาํ เสนอ ซง่ึ ผรู้ บั คาํ เสนอตกลงท่ีจะทาํ สญั ญา ตามคาํ เสนอนนั้ คาํ สนองจะตอ้ งมีขอ้ ความท่ถี กู ตอ้ งตรงกบั คาํ เสนอ ในสาระสาํ คญั ทกุ ประการ สญั ญาจงึ จะเกิดขนึ้ ได้ และ คาํ สนองจะมผี ลเม่ือผเู้ สนอไดท้ ราบถงึ คาํ สนองแลว้ ๖. ลักษณะของ \"คาํ สนอง” ๑. เป็นนติ กิ รรมฝ่ายเดียว ๒. เป็นการแสดงเจตนาตอบรบั คาํ เสนอ ๓. ตอ้ งมขี อ้ ความชดั เจนและแน่นอน ๔. ตอ้ งแสดงตอ่ ผเู้ สนอเท่านนั้

๗. รายละเอยี ดของ \"สัญญาเพอ่ื ประโยชนบ์ ุคคลภายนอก\" พร้อม ยกตัวอยา่ ง สญั ญาเพ่ือประโยชนบ์ คุ คลภายนอก เป็นสญั ญาท่ีไมไ่ ด้ มีผลแตเ่ ฉพาะคสู่ ญั ญา เท่านนั้ แตจ่ ะมีผลถงึ บคุ คลภายนอกดว้ ย ตวั อยา่ งเช่น สญั ญาประกนั ชีวติ ฝ่ายผเู้ อา ประกนั เป็นฝ่ายท่ตี อ้ ง ชาํ ระคา่ เบีย้ ประกนั ตามท่กี าํ หนด สว่ นผรู้ บั ประกนั มีหนา้ ท่ีจ่าย คา่ สินไหมทดแทนเม่อื เกิดภยั ขนึ้ ในสญั ญามีการระบใุ หจ้ ่าย คา่ สินไหมทดแทนแก่ ผรู้ บั ประโยชนซ์ ง่ึ เป็นบคุ คลภายนอก ไมไ่ ดเ้ ป็นคสู่ ญั ญาแตจ่ ะไดร้ บั ผลประโยชน์ หรอื คา่ สนิ ไหมทดแทน เม่ือผเู้ อาประกนั เสยี ชีวิต เป็นตน้ ๘. ความหมายของ \"พาณิชยอ์ ิเลก็ทรอนิกส์ พาณิชยอ์ เลกิ ็ทรอนิกส์ (E-Commerce) คอืการซอื้ ขายสินคา้ โดยผา่ นเครอื ขา่ ย สารสนเทศ ทงั้ ระหวา่ งผบู้ รโิ ภคกบั ผบู้ รโิ ภค องคก์ รธรุ กิจกบั ผบู้ รโิ ภค และองคก์ ร ธุรกิจกบั องคก์ รธุรกิจ ๙. สัญญาพาณิชยอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์ กระทาํ ได้อย่างไร การทาํ สญั ญาพาณิชยอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์ เม่ือผซู้ อื้ เขา้ ไปดขู อ้ มลู รายการ สินคา้ บน เว็บไซตข์ องผขู้ ายแลว้ หากตอ้ งการส่งั ซอื้ สนิ คา้ สามารถ กระทาํ ไดด้ งั นี้ ๑. ส่งั ซอื้ ระบบ On-Line เป็นการกรอกแบบฟอรม์ ระบสุ นิ คา้ ท่ีตอ้ งการ รวมทงั้ ขอ้ ความสญั ญา รายละเอียดในการชาํ ระเงินกบั ผขู้ ายในเว็บไซต์ ของระบบอนเิ ทอร์ เนต็ ๒. เครอื ขา่ ย Shopping การทาํ สญั ญาซอื้ ขายระบบนีจ้ ะมกี ารรวมกลมุ่ กนั เป็น เครอื ขา่ ยของอินเทอรเ์ น็ตสโตร์ เพ่ือกระตนุ้ ใหเ้ กิดการซือ้ ขาย แบง่ ออกไดด้ งนั ี้

๒.๑ แบบเครอื ขา่ ยซง่ึ อนญุ าตใหล้ กู คา้ ท่ีซอื้ ขายผา่ นอนิ เทอรเ์ น็ต สามารถเลือกซอื้ สนิ คา้ ไดต้ ามตอ้ งการ ๒.๒ แบบไมอ่ นญุ าตใหผ้ า่ นเครอื ข่ายโดยตรง โดยผซู้ อื้ จะตอ้ งลงทะเบียนเสียกอ่ น จากนนั้ จะไดร้ บั รหสั หรอื password เพ่ือเขา้ ไปดรู ายละเอยี ดสินคา้ และเลือกซอื้ สินคา้ หลงั จากเลือกซือ้ สินคา้ ไดแ้ ลว้ ผซู้ อื้ จะสง่ รายละเอียดเก่ียวกบั บตั รเครดติ ไปยงั เครอื ขา่ ย shopping จากนนั้ เครอื ข่าย shopping จะสง่ สญั ญามาใหด้ ู หาก ลกู คา้ ประสงคซ์ อื้ สินคา้ กจ็ ะตกลง ไปตามสญั ญา ระบบขอ้ มลู ของอนิ เทอรเ์ น็ต จะ บนั ทกึ ขอ้ มลู ไว้ ๓. การส่งั ซอื้ ทางโทรศพั ท์ เม่ือผซู้ อื้ ตอ้ งการซอื้ สนิ คา้ สามารถใชห้ มายเลขโทรศพั ทท์ ่ี ผขู้ าย แจง้ ทางเว็บไซต์ เพ่ือโทรศพั ทส์ ่งั ซอื้ สินคา้ สว่ นเร่อื งการชาํ ระเงินเป็นไปตามท่ี ผขู้ ายกาํ หนด ๑๐. ความหมายของคาํ ว่า “มัดจาํ ” และ “เบยี้ ปรับ” มดั จาํ หมายถงึ เงนิ หรอื สง่ิ ของท่คี ่สู ญั ญาฝ่ายหน่งึ มอบไวใ้ หแ้ กค่ สู่ ญั ญาอกีฝ่ายหนง่ึ ขณะเขา้ ทาํ สญั ญา เพ่ือเป็นหลกั ฐาน วา่ ไดม้ ีการทาํ สญั ญาเพ่ือเป็นประกนั วา่ จะตอ้ ง ปฏิบตั ติ ามสญั ญานนั้ เบีย้ ปรบั หมายถงึ คา่ สนิ ไหมทดแทนซง่ึ อาจเป็นเงินสด หรอื ส่ิงของ หรอื การกระทาํ ซง่ึ คกู่ รณีไดต้ กลงกนั ไวล้ ว่ งหนา้ ในเวลาทาํ สญั ญาวา่ ถา้ ฝ่าย ใดฝ่ายหน่งึ ไมป่ ฏิบตั ติ ามสญั ญา หรอื ปฏิบตั ไิ มถ่ กู ตอ้ งตามสญั ญา ใหเ้ บยี้ ปรบั นนั้ ตก แก่อีกฝ่ ายหน่ึง บทท่ี ๔ หนี้ ๑. ความหมายของหนี้

หนีเ้ ป็นนติ สิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งบคุ คลสองฝ่าย ฝ่ายหน่งึ เป็นลกู หนี้ อกี ฝ่ายหน่งึ เป็นเจา้ หนี้ ฝ่ายท่เี ป็นเจา้ หนีม้ สี ทิ ธิบงั คบั ฝ่ายท่ีเป็นลกู หนี้ ใหก้ ระทาํ การ หรอื งดเวน้ กระทาํ การ อย่างใด อยา่ งหน่งึ เพ่ือประโยชนข์ องฝ่ายเจา้ หนีได้ หรอื อาจกลา่ วไดว้ า่ ลกู หนีม้ ี หนา้ ท่ีตอ้ งกระทาํ การ หรอื งดเวน้ อย่างใดอยา่ งหน่งึ เพ่ือประโยชน์ ของฝ่ายเจา้ หนี้ ๒. องคป์ ระกอบของหนี้ องคป์ ระกอบของหนีม้ ีดงั นี้ ๑. ตอ้ งมีนิติสมั พนั ธค์ วามผกู พนั ทางกฎหมายท่ี กอ่ ใหเ้ กิดหนี้ และมีผลใหเ้ จา้ หนีม้ ี สทิ ธิเรยี กรอ้ งให้ ลกู หนีช้ าํ ระหนีน้ นั้ จะตอ้ งมคี วามสมั พนั ธก์ นั ทาง กฎหมาย ซง่ึ มี มลู เหตจุ ากหลายประการ ไดล้ ก่ นติ กิ รรม-สญั ญา ละเมดิ ลาภมิควรได้ การจดั การ งาน นอกส่งั เป็นตน้ ไมใ่ ชค่ วามผกู พนั กนั ดว้ ยจิตใจ ทาง สมาคม หรอื ทางอธั ยาศยั ไมตรี ๒. ตอ้ งมีเจา้ หนีล้ ละลกู หนี้ เจา้ หนีม้ สี ิทธิตามกฎหมายท่ีจะเรยี กรอ้ ง ใหบ้ คุ คลอกี ฝ่ายหนง่ึ ซง่ึ เรยี กวา่ ลกู หนี้ ชาํ ระหนีแ้ กต่ นตามความ ผกู พนั ตามกฎหมายนนั้ เช่น รมั ภาขอยืมเงินนารี จาํ นวน ๒๐,๐๐๐บาท รมั ภาลละนารมี ีความผกู พนั กนั ตาม กฎหมายในมลู หนีก้ ยู้ ืมเงนิ เม่ือถึง กาํ หนดชาํ ระหนีน้ ารซี ง่ึ เป็นเจา้ หนีม้ ีสทิ ธิตาม กฎหมายท่ีจะเรยี กรอ้ ง ใหร้ มั ภาซง่ึ เป็นลกู หนีช้ าํ ระเงินแกต่ นได้ ๓. ตอ้ งมวี ตั ถแุ หง่ หนี้ ซง่ึ เป็นขอ้ กาํ หนดวา่ ลกู หนีต้ อ้ งปฏบิ ตั ิการ ชาํ ระหนีแ้ กเ่ จา้ หนีอ้ ย่างไร ๓. บ่อเกิดแหง่ หนี้ ๑. นติ ิกรรม-สญั ญา เป็นบอ่ เกิดแหง่ หนีท่ีมีความสาํ คญั เกิดขนึ้ จากเจตนาของบคุ คล ท่ีจะก่อใหเ้ กดหิ นีข้ นึ้ ตามกฎหมาย หนีส้ ว่ นมากเกดิจากนติ ิกรรม-สญั ญา

๒. การจดั การงานนอกส่งั คือ การท่บี คุ คลหน่งึ เรยี กวา่ “ผจู้ ดั การ” เขา้ ทาํ กิจการของ บคุ คลอีกคนหน่งึ เรยี กวา่ “ตวั การ” โดยผเู้ ป็นตวั การมไิ ดว้ านใช้ หรอื โดยผจู้ ดั การไมม่ ี หนา้ ท่ีท่ตี อ้ งกระทาํ ๓. ลาภมิควรได้ ผใู้ ดไดท้ รพั ยม์ าโดยไมม่ ีมลู ท่ีจะอา้ งได้ จะตอ้ งคืนทรพั ยน์ นั้ ใหแ้ ก่ เจา้ ของไปซง่ึ เจา้ ของทรพั ยก์ ็มีสิทธิท่จี ะเรยี ก ทรพั ยค์ ืนดว้ ย ๔. ละเมิด เป็นบอ่ เกิดของหนีท้ ่ีสาํ คญั รองลงมาจากนติ ิกรรม และสญั ญา เม่ือมกี าร ละเมดิ เกิดขนึ้ ผถู้ กู ละเมดิ มี สิทธิเรียกรอ้ งคา่ สินไหมทดแทน ๕. บทบญั ญตั ิแหง่ กฎหมาย หนีอ้ าจเกิดขนึ้ ไดโ้ ดย กฎหมายบญั ญตั ไิ วเ้ ป็นพิเศษ เช่น ประมวลรษั ฎากร กาํ หนดใหบ้ คุ คลเสยี ภาษี ผไู้ มเ่ สียภาษีถือเป็นหนีร้ ฐั รฐั มีสทิ ธิ ฟ้องรอ้ งได้ ๔. วัตถแุ หง่ หนี้ ๑. การกระทาํ การ เป็นหนีท้ ่ลี กู หนีจ้ ะตอ้ งปฏิบตั ิอย่างใดอยา่ ง หนง่ึ หรอื หลายอยา่ ง แกเ่ จา้ หนี้ ๒. การงดเวน้ กระทาํ การ วตั ถแุ หง่ หนีก้ าํ หนดใหล้ กู หนีล้ ะเวน้ กระทาํ การ เชน่ แกว้ กบั เกร่ ว่ มทนุ กนั เปิดรา้ นกาแฟ และสญั ญากนั วา่ ฝ่ายใดฝ่ายหนง่ึ จะตอ้ งไมเ่ ปิดรา้ นกาแฟ โดยเป็นเจา้ ของแตเ่ พียงผเู้ ดียว อกีรา้ นหนง่ึ ดงั นนั้ ทงั้ สองฝ่ายตา่ งเป็นลกู หนี้ วตั ถแุ ห่ง หนี้ คืองดเวน้ กระทาํ การ ๓. การสง่ มอบทรพั ยส์ ิน จะเป็นไปตามท่สี ญั ญากาํ หนด เช่น ในสญั ญาซือ้ ขาย ผขู้ าย มีหนา้ ท่ีสง่ มอบทรพั ยส์ ินใหแ้ ก่ผซู้ อื้ เป็นตน้ ๕. หากหนีท้ แ่ี สดงไว้เป็ นเงนิ ตราต่างประเทศ แต่การชาํ ระหนี้ จะชาํ ระเป็ นเงนิ ไทย มวี ธิ ีการ จัดการอยา่ งไร

การเปลี่ยนเงนิ ใหค้ ิดตามอตั ราการแลกเปลี่ยน ณ เวลาและสถานท่ที ่ใี ชเ้ งินกนั ๖. กรณีทลี่ ูกหนีไ้ ม่ยอมชาํ ระหนี้ กฎหมายจะดาํ เนินการอย่างไร กฎหมายใหส้ ิทธิเจา้ หนีท้ ่ีจะรอ้ งขอตอ่ ศาลให้ ศาลส่งั ใหช้ าํ ระหนี้ หากลกู หนีย้ งั ละเลย ไมช่ าํ ระ หนีแ้ กเ่ จา้ หนีใ้ หเ้ จา้ หนีม้ ีสทิ ธิเรยี กรอ้ งคา่ เสยี หายได้ ๗. ความระงับแหง่ หนีห้ มายความวา่ อยา่ งไร หนีไดส้ นิ้ สดุ หรอื ระงบั ลง ๘. จงอธิบายรายละเอียดของ “การปลดหนี”้ “ปลดหนี”้ เจา้ หนีแ้ สดงเจตนาวา่ ไดย้ อมยกหนีใ้ หแ้ ก่ ลกู หนี้ หนีน้ นั้ จะระงบั ไป หากมี หนงั สอื เป็นหลกั ฐาน การปลดหนีก้ ็จะตอ้ งทาํ เป็นหนงั สอื ดว้ ย หรอื ตอ้ ง เวนคืนเอกสาร อนั เป็นหลกั ฐานแหง่ หนีใ้ หแ้ ก่ลกู หนี้ หรอื ขีดฆา่ เอกสารนนั้ เสยี ๙. รายละเอยี ดของ “การแปลงหนี”้ การระงบั หนีเ้ กา่ แตม่ ีหนีใ้ หมข่ นึ้ มาลทน เม่ือ คสู่ ญั ญาไดท้ าํ การเปล่ียนสญั ญาซง่ึ เป็น สาระสาํ คญั แหง่ หนีใ้ หห้ นีเ้ กา่ ระงบั ไปดว้ ยการแปลง เป็นหนีใ้ หม่ จะไมม่ กี ารเรยี กรอ้ ง ใหช้ าํ ระหนีเ้ ก่า เพราะมีหนีใ้ หมข่ นึ้ มาแทนแลว้ ๑๐. หนีเ้ กลือ่ นกลีนกัน หมายความวา่ อย่างไร หากสทิ ธิและความรบั ผิดชอบในหนีร้ ายใด ตกอยแู่ ก่บคุ คลคนเดียวกนั ใหห้ นีนนั้ ระงบั ไป บทท่ี ๕ งานลิขสิทธิแ์ ละสทิ ธขิ องเจ้าของลขิ สทิ ธิ

๑. ความหมายของ “ลิขสิทธิ”์ ลขิ สิทธิ์ หมายถึง สิทธิแตผ่ เู้ ดียวท่ีจะ กระทาํ การใด ๆ ตามพระราชบญั ญตั ินี้ เก่ียวกบั งานท่ผี สู้ รา้ งสรรคไ์ ดท้ าํ ขนึ้ ๒. ความหมายของ “ผู้สร้างสรรค”์ ผสู้ รา้ งสรรค์ หมายถึง ผทู้ าํ หรอื ผกู้ ่อใหเ้ กิดงาน สรา้ งสรรคอ์ ยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ท่ีเป็นงาน อนั มีลิขสิทธิ์ ตามพระราชบญั ญตั ลิ ิขสทิ ธิ์ ดงั นนั้ ผสู้ รา้ งสรรคจ์ งึ เป็นผทู้ ่ีคิด ประดิษฐ์ หรอื สรา้ งสรรคง์ านขึน้ มาเอง โดยมิได้ ทาํ ซา้ํ ดดั แปลงจากงานอนั มีลขิ สิทธิ์ของผอู้ ่ืน โดยไมไ่ ด้ รบั อนญุ าต ๓. จงยกตวั อยา่ ง วรรณกรรม งานหนงั สอื จลุ สาร ส่ิงเขียน สง่ิ พิมพ์ คาํ ปราศรยั สนุ ทรพจน์ เทศนา ปาฐกถา รวมถึงโปรแกรมคอมพวิเตอรดว้ ย ๔. จงยกตัวอย่าง นาฎกรรม การราํ การเตน้ การทาํ ทา่ หรอื การแสดง ท่ีประกอบขนึ้ เป็นเรอ่ื งราว และรวมถึงการ แสดงโดยวิธีใบด้ ว้ ย ๕. งานศลิ ปกรรม มีลกษั ณะอยา่ งไรบ้าง ๑) งานจติ รกรรม เป็นงานสรา้ งสรรคร์ ูปทรงท่ี ประกอบดว้ ยเสน้ แสง สี หรอื สิ่งอ่ืน อย่างใดอย่างหน่งึ หรอื หลายอยา่ งรวมกนั ลงบนวสั ดอุ ยา่ งเดียวหรอื หลายอยา่ ง ๒) งานประติมากรรม เป็นงานสรา้ งสรรคร์ ูปทรงท่ีเก่ียว กบั ปรมิ าตรท่ีสมั ผสั และจบั ตอ้ งได้

๓) งานภาพพมิ พ์ เป็นงานสรา้ งสรรคภ์ าพดว้ ยกรรม วิธีทางการพมิ พ์ และหมายความ รวมถึงแมพ่ ิมพ์ หรอื แบบพิมพท์ ่ีใชใ้ นการพิมพด์ ว้ ย ๔) งานสถาปัตยกรรม เป็นงานออกแบบอาคารหรอื ส่ิงปลกู สรา้ ง งาน ออกแบบ ตกแต่งภายในหรอื ภายนอก รวมถงึ บรเิ วณของอาคารหรอื สงิ่ ปลกู สรา้ ง หรอื การ สรา้ งสรรคห์ นุ่ จาํ ลองของอาคารหรอื สิง่ ปลกู สรา้ ง ๕) งานถ่ายภาพ เป็นงานสรา้ งสรรคภ์ าพท่ีเกิดขนึ้ จากการใชเ้ ครอ่ื งมือ บนั ทกึ ภาพโดย ใหแ้ สงผ่านเลนสไ์ ปยงั ฟิลม์ หรอื กระจก และลา้ งดว้ ยนา้ํ ยาซง่ึ มีสตู รเฉพาะ หรอื ดว้ ย กรรมวิธีใด ๆ อนั ทาํ ใหเ้ กิดภาพขนึ้ หรอื การ บนั ทกึ ภาพโดยเครอ่ื งมือหรือวิธีการอยา่ ง อ่ืน ๖) งานภาพประกอบ แผนท่ี โครงสรา้ ง ภาพรา่ ง หรอื งานสรา้ งสรรคร์ ูปทรง สามมติ ิ อนั เก่ียวกบั ภมู ิศาสตร์ ภมู ิประเทศ หรอื วิทยาศาสตร์ ๗) งานศลิ ปะประยกุ ต์ ไดแ้ ก่ งานท่ีนาํ งานขา้ งตน้ ตงั้ แต่ ๑-๖ อยา่ งใดอยา่ งหน่งึ หรอื หลายอยา่ งรวมกนั ไปใชป้ ระโยชน์ อย่างอ่ืน นอกเหนือจากการช่ืนชมในคณุ ค่าของตวั งาน ดงั กลา่ วนนั้ เชน่ นาํ ไปใชส้ อยนาํ ไปตกแต่งวสั ดหุ รอื ส่ิงของอนั เป็นเครอ่ื งใช้ หรอื นาํ ไปใชเ้ พ่ือประโยชนท์ าง การคา้ ๖. งานทก่ี ฎหมายไม่คุม้ ครอง มีอะไรบ้าง ๑. ขา่ วประจาํ วนั และขอ้ เทจ็ จรงิ ตา่ ง ๆ ท่ีมลี กั ษณะเป็นเพียงข่าวสาร มิใชง่ านใน แผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรอื แผนกศิลปะ ๒. รฐั ธรรมนญู และกฎหมาย ๓. ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ประกาศ คาํ ส่งั คาํ ชีแ้ จง และหนงั สอื โตต้ อบ ของกระทรวง ทบวง กรมหรอื หนว่ ยงานอ่ืนใดของรฐั หรอื ของทอ้ งถ่ิน

๔. คาํ พพิ ากษา คาํ ส่งั คาํ วินิจฉยั และรายงานของทางราชการ ๕. คาํ แปลและการรวบรวมสิง่ ตา่ ง ๆ ตาม ๑-๔ ท่ีกระทรวง ทบวง กรม หรอื หน่วยงานอ่ืนใดของรฐั หรอื ของทอ้ งถ่ินจดั ทาํ ขนึ้ ๗. ความหมายของผู้สร้างสรรค์ ผสู้ รา้ งสรรค์ คอื ผทู้ ่ที าํ ใหเ้ กิดงานขนึ้ จาก ความคดิ รเิ รม่ิ ของตนเอง ผสู้ รา้ งสรรคง์ าน จะ ไดร้ บั ความคมุ้ ครอง ซง่ึ รวมทงั้ งานท่ียงั ไมไ่ ด้ โฆษณา และงานท่ีโฆษณาแลว้ ๘.การโอนลิขสทิ ธิส์ ามารถกระทาํ ได้อยา่ งไร ผรู้ บั โอนลขิ สิทธิ์ ลขิ สิทธิ์ ถือเป็นทรพั ยส์ ิน อย่างหนง่ึ จงึ สามารถโอนใหก้ นั โดยวิธีดงั นี้ ๑. การโอนโดยมรดก เม่ือเจา้ ของลิขสทิ ธิ์ตาย ลิขสิทธิ์ ย่อมตกทอดไปยงั ทายาทโดย ทนั ที อาจเป็นทางพินยั กรรม หรอื ทายาทโดยธรรมก็ได้ ๒. การโอนโดยทางนิตกิ รรม กฎหมายกาํ หนดวา่ การโอนลิขสทิ ธิ์ทางนติ ิกรรมตอ้ งทาํ เป็นหนงั สือ มิฉะนนั้ จะตกเป็นโมฆะ ๙. ความหมายของคาํ ว่า “นักแสดง” นกั แสดง หมายถึง ผแู้ สดง นกั ดนตรี นกั รอ้ ง นกั เตน้ นกั ราํ และผซู้ ง่ึ แสดงทา่ ทางรอ้ ง กลา่ ว พากษแ์ สดงตามบทบาทหรอื ในลกั ษณะอ่ืนใด ๑๐. ผู้ละเมิดสิทธิของนักแสดง จะไดร้ ับความผิดอย่างไร ๑. ทางแพง่ ผลู้ ะเมิดจะตอ้ งชดใชค้ า่ เสยี หายตอ่ เจา้ ของลขิ สิทธิ์ ๒. ทางอาญา ผลู้ ะเมิดตอ้ งรบั ผิดทางอาญาเม่ือมอี งคป์ ระกอบความผดิ ทางอาญา ครบถว้ นคอื มีเจตนาและมีการกระทาํ ละเมดิ ความผิดทางอาญาในการละเมิดลขิ สิทธิ์ คอื โทษปรบั หรอื โทษจาํ คกุ หรอื ทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั แตเ่ ป็นความผิดอนั ยอมความได้

บทท่ี ๖ การละเมดิ และขอ้ ยกเว้นการละเมดิ ลิขสทิ ธิ์ การละเมดิ ลิขสทิ ธิ์ “ลิขสิทธิ์” อาจมีความหมายในทางกฎหมายท่ีหมายถึง สิทธิแต่เพียงผเู้ ดยี วท่ีจะ กระทาํ การใด ๆ ตามพระราชบญั ญตั ลิ ิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ อนั เก่ียวกบั งานท่ีผู้ สรา้ งสรรคไ์ ดท้ าํ ขนึ้ สิทธิ ดงั กลา่ วถือตามท่บี ญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา ๑๕ คอื สทิ ธิแต่ผเู้ ดียวท่จี ะทาํ ซาํ้ หรอื ดดั แปลง เผยแพรต่ อ่ สาธารณชน ใหเ้ ช่าตน้ ฉบบั หรอื สาํ เนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทศั นวสั ดุ ภาพยนตร์ และสิง่ บนั ทกึ เสียง ใหป้ ระโยชนอ์ นั เกิดจากลขิ สทิ ธิ์แก่ผอู้ ่ืน ใชส้ ทิ ธิในลขิ สทิ ธิ์ เงอ่ื นไขของการไดม้ าซงึ่ ลขิ สิทธใิ์ นกรณีแบบท่วั ไป ก. ตอ้ งเป็ นการสร้างสรรคโ์ ดยตนอง (originality) หมายถึง ผสู้ รา้ งสรรคเ์ ป็น ผทู้ าํ หรอื กอ่ ใหเ้ กิดงานดว้ ยความคดิ โดยไดใ้ ชค้ วามวิรยิ ะอตุ สาหะในการสรา้ งสรรค์ (creativity) โดยมไิ ดท้ าํ ซา้ํ หรอื ดดั แปลงจากงานอนั มีลิขสทิ ธิ์ของผอู้ ่ืนโดยไมไ่ ด้ รบั อนญุ าต (non- copying) และตอ้ งมิใช่เกิดผลงานขนึ้ ดว้ ยความบงั เอญิ ซง่ึ การรเิ รม่ิ ทาํ ชิน้ งานขนึ้ เองแตกต่างจากความคดิ รเิ รม่ิ ของตนเอง เน่ืองจากกฎหมาย ลขิ สิทธิ์ไมค่ มุ้ ครองความคดิ ฉะนนั้ ผสู้ รา้ งสรรคง์ านอาจใชค้ วามคดิ ของผอู้ ่ืนมาเป็น จดุ เรม่ิ ตน้ ของการสรา้ งสรรคง์ านของตนเองก็ได้ กฎหมายลขิ สทิ ธิ์ใหค้ วามคมุ้ ครอง ผสู้ รา้ งสรรคท์ ่ไี ดใ้ ชค้ วามรูค้ วามสามารถในระดบั หน่งึ ในการสรา้ งสรรคง์ านขนึ้ มา แต่ กฎหมายลิขสิทธิ์ไมต่ อ้ งการถึงขนาดวา่ ผสู้ รา่ งสรรคต์ อ้ งสรา้ งสรรคส์ ่ิงท่ีไมเ่ คยปรากฏ พบเห็นมากอ่ น ซง่ึ จดุ นีแ้ ตกตา่ งจากกฎหมายสทิ ธิบตั รซง่ึ ใหค้ วามคมุ้ ครองกบั การ ประดิษฐส์ งิ่ ใหมๆ่ ฉะนนั้ งานอนั มีลขิ สิทธิ์จงึ ไมจ่ าํ เป็นตอ้ งเป็นงานใหม่ (novelty)

ตัวอย่าง นายเก่งถ่ายภาพวดั พระแกว้ มรกต นายเขีย้ วเหน็ ภาพถ่ายของนายเกง่ แลว้ รูส้ กึ วา่ มมุ กลอ้ งสวยดี จงึ นาํ กลอ้ งตวั เองไปถา่ ยภาพวดั พระแกว้ มรกต บา้ ง ดงั นี้ ทงั้ นายเก่ง และนายเขีย้ วตา่ งไดล้ ิขสทิ ธิ์ในงานภาพถ่ายของตนเองเพราะตา่ งคนตา่ งได้ ใชค้ วามรูค้ วามสามารถ และความวิรยิ ะอตุ สาหะของตนเอง นายเขีย้ วเพียงเอาแต่ ความคดิ ของ นายเกง่ มาโดยมิลอกเลียนงานของนายเกง่ ดว้ ยการนาํ ภาพท่ีนายเก่ง ถ่ายมาแลว้ ไปทาํ ซาํ้ หรอื ดดั แปลง นายเขีย้ วจงึ ไมล่ ะเมดิ ลขิ สิทธิ์ของนายเก่ง คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 2750/2537 วนิ ิจฉยั วา่ การจะเป็นผสู้ รา้ งสรรคง์ านอนั มี ลขิ สิทธิ์นนั้ ความสาํ คญั มิไดอ้ ยทู่ ่ีวา่ งานท่ีอา้ งว่าไดส้ รา้ งสรรคข์ นึ้ เป็นงานใหมห่ รอื ไม่ แต่อยทู่ ่วี า่ บคุ คลผนู้ นั้ ไดท้ าํ หรอื ก่อใหเ้ กิดงานโดยไดใ้ ชค้ วามวิรยิ ะอตุ สาหะในการ สรา้ งสรรค์ และงานดงั กลา่ วมีท่มี าหรอื ตน้ กาํ เนิดจากบุคคลผนู้ นั้ โดยบคุ คลผนู้ นั้ มิได้ คดั ลอกหรอื ทาํ ซา้ํ หรอื ดดั แปลงมาจากงานอนั มีลขิ สทิ ธิ์ แมก้ ารจดั ทาํ พจนานกุ รม จะมี วิธีจดั ทาํ แบบเดยี วกบั วิธีท่ใี ชม้ าแต่โบราณ โจทกก์ ็อาจเป็นผสู้ รา้ งสรรคแ์ ละเป็น เจา้ ของลิขสทิ ธิ์ในพจนานกุ รมนนั้ ได้ หากการจดั ทาํ พจนานกุ รมของโจทกเ์ ป็นงานท่ีได้ ใชค้ วามวิรยิ ะอตุ สาหะในการสรา้ งสรรคด์ ว้ ยการใหบ้ ทนิยามหรอื ความหมายของคาํ พรอ้ มภาพประกอบความหมายของคาํ โดยการแสดงออกซง่ึ ความคดิ รเิ รม่ิ ตามลลี า ของโจทกเ์ อง มไิ ดท้ าํ ซา้ํ หรอื ดดั แปลงจากงานอนั มีลขิ สิทธิ์ของผอู้ ่ืนโดยไมไ่ ดร้ บั อนญุ าต ข. ต้องมกี ารแสดงออกซงึ่ ความคดิ (expression of idea) เน่ืองจาก กฎหมายลขิ สทิ ธิ์คมุ้ ครองสิ่งท่ีแสดงออก (expression of idea) เท่านนั้ ไม่ คมุ้ ครองความคดิ (idea) แนวคิด (concept) และแนวเรอ่ื ง(plot/theme) ดงั นนั้ ถา้ เพียงแต่คิดอยา่ งเดียวโดยไมม่ กี ารแสดงออกมา หากภายหลงั มผี อู้ ่ืนคดิ และ

ลงมือทาํ จนเป็นชิน้ งานขนึ้ มา จะถือวา่ ผทู้ าํ ผลงานละเมิดลขิ สิทธิ์ของผทู้ ่ีเพียงแต่คิด นนั้ ไมไ่ ด้ ค.ต้องเป็ นงานทก่ี ฎหมายยอมรับ ซง่ึ บญั ญตั ิไวใ้ นมาตรา 6 วรรคแรก ไดแ้ ก่งาน ประเภทตา่ ง ๆดงั นี้ ๑. วรรณกรรม หมายถงึ งานนพิ นธท์ ่ที าํ ขนึ้ ทกุ ชนดิ ไมว่ า่ จะแสดงออกมาโดยวธิ ี หรอื รูปแบบใด เช่น หนงั สอื จลุ สาร สง่ิ เขียน สิ่งพมิ พ์ ปาฐกถา เทศนา คาํ ปราศรยั สนุ ทรพจน์ และใหห้ มายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอรด์ ว้ ย (มาตรา 4) ๒. งานนาฏกรรม หมายความวา่ งานเก่ียวกบั การราํ เตน้ การทาํ ทา่ หรอื การ แสดงท่ีประกอบขนึ้ เป็นเรอ่ื งราว และใหห้ มายความรวมถึงการแสดงโดยวธิ ีใบ้ ดว้ ย ๓. ศลิ ปกรรม หมายความวา่ งานอนั มลี กั ษณะอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ หรอื หลายอยา่ ง ดงั ต่อไปนี้ (1) งานจิตรกรรม ไดแ้ ก่ งานสรา้ งสรรคร์ ูปทรงท่ีประกอบดว้ ย เสน้ แสง สี หรอื สิง่ อ่ืน อยา่ งใดอย่างหน่งึ หรอื หลายอยา่ งรวมกนั ลงบนวสั ดอุ ย่างเดยี วหรอื หลายอย่าง เช่น การเขียนภาพ ภาพวาด (2) งานประตมิ ากรรม ไดแ้ ก่ งานสรา้ งสรรคร์ ูปทรงท่เี ก่ียวกบั ปรมิ าตรท่ีสมั ผสั และจบั ตอ้ งได้ เช่น การแกะสลกั วสั ดเุ ป็นรูปตา่ ง ๆ รูปปั้น (3) งานภาพพิมพ์ ไดแ้ ก่ งานสรา้ งสรรคภ์ าพดว้ ยกรรมวธิ ีทางการพมิ พแ์ ละ หมายความรวมถึงแมพ่ มิ พห์ รอื แบบพมิ พท์ ่ใี ชใ้ นการพิมพด์ ว้ ย

(4) งานสถาปัตยกรรม ไดแ้ ก่ งานออกแบบอาคารหรอื สิ่งปลกู สรา้ ง งานออกแบบ ตกแต่งภายในหรอื ภายนอก ตลอดจนบรเิ วณของอาคารหรอื สิ่งปลกู สรา้ งหรอื การ สรา้ งสรรคห์ นุ่ จาํ ลองของอาคารหรอื สิ่งปลกู สรา้ ง (5) งานภาพถา่ ย ไดแ้ ก่ งานสรา้ งสรรคภ์ าพท่ีเกิดจากการใชเ้ คร่อื งมือบนั ทกึ ภาพ เชน่ ใชก้ ลอ้ งถ่ายภาพหรอื กรรมวิธีใด ๆ ท่ที าํ ใหเ้ กิดภาพดว้ ย (6) งานภาพประเภทแผนท่ี โครงสรา้ ง ภาพรา่ ง หรอื รูปทรงสามมิติท่ีเก่ียวกบั ภมู ศิ าสตร์ ภมู ิประเทศหรอื วทิ ยาศาสตร์ (7) งานศลิ ปประยกุ ต์ ไดแ้ ก่ งานท่นี าํ เอางานตาม (1) ถึง (6) อย่างใดอยา่ งหนง่ึ หรอื หลายอยา่ งรวมกนั ไปใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งอ่ืนนอกเหนือจากการช่ืนชมในคณุ คา่ ของงาน ดงั กลา่ วนนั้ เช่น นาํ ไปใชส้ อยนาํ ไปตกแตง่ วสั ดหุ รอื สง่ิ ของหรอื นาํ ไปใชเ้ พ่ือประโยชน์ ทางการคา้ เช่นนาํ งานจิตรกรรมท่มี ีลวดลายพมิ พล์ งบนพรม เสือ้ ผา้ หรอื ถว้ ยแกว้ เป็นตน้ 4. ดนตรกี รรม หมายความวา่ งานเก่ียวกบั เพลงท่แี ตง่ ขนึ้ เพ่ือบรรเลงหรอื ขบั รอ้ ง ไม่ วา่ จะมีทาํ นองและคาํ รอ้ งหรอื มที าํ นองอย่างเดียว และใหห้ มายความรวมถึงโนต้ เพลง หรอื แผนภมู เิ พลงท่ไี ดแ้ ยกและเรยี บเรยี งเสียงประสานแลว้ 5. โสตทศั นวสั ดุ หมายความวา่ งานอนั ประกอบดว้ ยลาํ ดบั ของภาพโดยบนทกึ ลงใน วสั ดไุ มว่ า่ จะมีลกั ษณะใด อนั สามารถท่ีจะนาํ มาเลน่ ซาํ้ ไดอ้ ีกโดยใชเ้ ครอ่ื งมอื ท่ีจาํ เป็น สาํ หรบั การใชว้ สั ดนุ นั้ และใหห้ มายความรวมถึงเสียงประกอบนนั้ ดว้ ยถา้ มี 6. งานภาพยนตร์ หมายความวา่ โสตทศั นวสั ดอุ นั ประกอบดว้ ยลาํ ดบั ภาพ ซง่ึ สามารถนาํ ออกฉายตอ่ เน่ืองไดอ้ ยา่ งภาพยนตรห์ รอื สามารถบนั ทกึ ลงบนวสั ดอุ ่ืนเพ่ือ

นาํ ออกฉายตอ่ เน่ืองไดอ้ ยา่ งภาพยนตร์ และใหห้ มายความรวมถงึ เสียงประกอบ ภาพยนตรน์ นั้ ดว้ ย ถา้ มี 7. สง่ิ บนั ทกึ เสยี ง หมายความวา่ งานอนั ประกอบดว้ ยลาํ ดบั ของเสียงดนตรี เสียงการ แสดง หรอื เสียงอ่นื โดยบนั ทกึ ลงในวสั ดไุ มว่ า่ จะมีลกั ษณะใด ๆ อนั สามารถท่จี ะนาํ มา เลน่ ซาํ้ ไดอ้ ีกโดยใชเ้ คร่อื งมือท่ีจาํ เป็นสาํ หรบั การใชว้ สั ดนุ นั้ แตท่ งั้ นีม้ ิใหห้ มายความ รวมถึงเสียงประกอบภาพยนตรห์ รอื เสยี งประกอบโสตทศั นวสั ดอุ ยา่ งอ่ืน เช่นแผน่ ซีดี เป็นตน้ 8. งานแพรเ่ สยี งแพรภ่ าพ หมายความวา่ งานท่นี าํ ออกสสู่ าธารณชนโดยการแพร่ เสยี งทางวิทยกุ ระจายเสียงการแพรเ่ สยี ง และหรอื ภาพทางวิทยุ โทรทศั นโ์ ดยวิธีอ่ืนอนั คลา้ ยคลงึ กนั เชน่ กรณีการแพรภ่ าพแพรเ่ สยี งเคเบิลทีวี เป็นตน้ 9. งานอ่นื ใดในแผนกวรรณคดี แผนกวทิ ยาศาสตร์ หรอื แผนกศลิ ปะ หมายถึงงาน สรา้ งสรรคอ์ ่ืนท่ไี มอ่ าจจดั เขา้ อยใู่ นงานประเภทใดประเภทหน่งึ ไดซ้ ง่ึ งานดงั กลา่ วน่า จะตอ้ งมลี กั ษณะทาํ นองเดียวกนั กบั งาน 8 ประเภทท่กี ลา่ วมา การกระทาํ อันเป็ นการละเมิดลิขสิทธิ์ หมายถงึ การท่บี คุ คลอ่ืนกระทาํ การใด ๆ ตามท่ีบญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา 15 โดยไมไ่ ดร้ บั อนญุ าตจากเจา้ ของลิขสิทธิ์ 1. การละเมดิ ลขิ สทิ ธิ์โดยตรง (มาตรา 27-30 ) ( ลิขสิทธิ์ชนั้ ตน้ ) เป็นการกระทาํ อยา่ งหน่งึ อยา่ งใดดงั ตอ่ ไปนีแ้ กง่ านอนั มีลขิ สทิ ธิ์ตามมาตรา 15 โดยไมไ่ ดร้ บั อนญุ าต (1) ทาํ ซาํ้ หรอื ดดั แปลง หมายเหตุ ดัดแปลง หมายถึง ทาํ ซาํ้ โดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรบั ปรุง แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ หรอื จาํ ลองงานตน้ ฉบบั ในสว่ นอนั เป็นสาระสาํ คญั โดยไมม่ ลี กั ษณะเป็นการจดั ทาํ งานขนึ้

ใหม่ ทงั้ นีไ้ ม่วา่ ทงั้ หมดหรอื บางสว่ น ดดั แปลงงานวรรณกรรม เช่น แปลวรรณกรรม เปลย่ี นรูปวรรณกรรม (เปล่ียนจากบทประพนั ธเ์ ป็นบทภาพยนตร)์ หรอื รวบรวม วรรณกรรมโดยคดั เลอื กและจดั ลาํ ดบั ใหม่ เป็นตน้ (2) เผยแพรต่ อ่ สาธารณชน (3) การใหเ้ ช่าตน้ ฉบบั หรอื สาํ เนาโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ โสตทศั น์ ภาพยนตร์ และสิ่ง บนั ทกึ เสยี ง 2 . การละเมิดลขิ สิทธิ์โดยออ้ ม ( ลขิ สิทธิ์ชนั้ รอง ) เป็นการกระทาํ แกง่ านท่ีไดท้ าํ ขนึ้ โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผอู้ ่ืน การละเมดิ ลิขสทิ ธิ์ชนั้ รองเป็นการกระทาํ ท่ีสืบเน่ืองมาจากการละเมดิ สทิ ธิ์ขนั้ ตน้ โดยมี ลกั ษณะเป็นการสง่ เสรมิ ใหง้ านท่ีละเมิดลขิ สิทธิ์มีการแพรห่ ลายออกไปดว้ ยการ กระทาํ การตา่ ง ๆ ตามท่ีบญั ญตั ิไวใ้ นมาตรา 31 (1)-(4) เช่น ขาย มไี วเ้ พ่ือขาย นาํ หรอื ส่งั เขา้ มาในราชอาณาจกั ร เผยแพรต่ อ่ สาธารณชน แจกจ่ายในลกั ษณะท่ีอาจ กอ่ ใหเ้ กิดความเสยี หายแก่เจา้ ของลิขสิทธิ์ เป็นตน้ การละเมิดลิขสทิ ธิข์ ัน้ รองมีหลกั เกณฑส์ าํ คญั 2 ประการ คอื 1.ความรูห้ รอื ควรรูข้ องผกู้ ระทาํ วา่ งานใดทาํ ขนึ้ โดยละเมิดลิขสิทธิ์หรอื ไม่ 2.ความมงุ่ หมายเพ่ือหากาํ ไรจากกระทาํ นนั้ อายุแหง่ การคุ้มครองลิขสิทธิ์ หลกั ท่วั ไป (มาตรา 19 ) อายแุ หง่ การคมุ้ ครองลขิ สิทธิ์สาํ หรบั ผสู้ รา้ งสรรคซ์ ง่ึ เป็นบคุ ล ธรรมดากาํ หนดไวต้ ลอดอายขุ องผสู้ รา้ งสรรค์ และมีอยตู่ อ่ ไปอกี เป็นเวลา 50 ปี นบั แตผ่ สู้ รา้ งสรรคง์ านถึงแก่ความตาย

สว่ นกรณีผสู้ รา้ งสรรคเ์ ป็นนิตบิ คุ คลใหล้ ขิ สทิ ธิ์มีอย5ู่ 0 ปี นบั แตไ่ ดส้ รา้ งสรรคง์ านนนั้ ขนึ้ และ กรณีผสู้ รา้ งสรรคร์ ว่ มแหง่ การคมุ้ ครองลิขสทิ ธิ์จะมีอยตู่ ลอดอายขุ องผสู้ รา้ งสรรคร์ ว่ ม และมอี ยตู่ อ่ ไปอกี เป็นเวลา 50 ปี นบั แตผ่ สู้ รา้ งสรรคค์ นสดุ ทา้ ยถึงแกค่ วามตาย และ การนาํ งานอนั มีลิขสิทธิ์ออกทาํ การโฆษณาภายหลงั จากท่ีอายแุ หง่ การคมุ้ ครอง ลขิ สิทธิ์สิน้ สดุ ลงไมก่ อ่ ใหเ้ กิดลิขสิทธิ์ในงานนนั้ ๆ ขนึ้ ใหม่ สง่ิ ทไ่ี ม่ถอื ว่ามีลิขสิทธิต์ ามกฎหมายได้ เชน่ ขา่ วประจาํ วนั รฐั ธรรมนญู กฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ประกาศ คาํ ส่งั คาํ พิพากษาของศาล รายงานทางราชการ เหลา่ นีผ้ หู้ น่งึ ผใู้ ดสามารถท่ีจาํ นาํ มาเผยแพร่ ได้ เว้นเสยี แตจ่ ะมีการนาํ มาจดั ทาํ ขนึ้ ใหมอ่ นั มลี กั ษณะเฉพาะเช่น การนาํ คาํ พพิ ากษาของศาลมีจดั ทาํ ขนึ้ ใหมใ่ หก้ ระชบั ขนึ้ ตดั สว่ นท่ีไมส่ าํ คญั ออกไป เนน้ เฉพาะ สว่ นของผลแหง่ คดี ดงั นีผ้ ทู้ ่จี ดั ทาํ ขนึ้ ถือวา่ ไดง้ านอนั มลี ิขสิทธิ์แบบนีไ้ ด้ ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสทิ ธิ์ มาตรา ๓๒ การกระทาํ แกง่ านอนั มีลิขสิทธิ์ของบคุ คลอ่ืนตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ หากไมข่ ดั ตอ่ การแสวงหาประโยชนจ์ ากงานอนั มีลิขสทิ ธิ์ตามปกตขิ องเจา้ ของลิขสิทธิ์ และไมก่ ระทบกระเทือนถึงสิทธิอนั ชอบดว้ ยกฎหมายของเจา้ ของลิขสทิ ธิ์เกินสมควร มิ ใหถ้ ือวา่ เป็นการละเมิดลขิ สิทธิ์ ภายใตบ้ งั คบั บทบญั ญตั ใิ นวรรคหนง่ึ การกระทาํ อยา่ งใดอยา่ งหน่งึ แก่ งานอนั มีลขิ สทิ ธิ์ตามวรรคหนง่ึ มิใหถ้ ือวา่ เป็นการละเมดิ ลิขสทิ ธิ์ ถา้ ไดก้ ระทาํ ดงั ตอ่ ไปนี๑้ (๑) วจิ ยั หรอื ศกึ ษางานนนั้ อนั มิใชก่ ารกระทาํ เพ่อื หากาํ ไร

(๒) ใชเ้ พ่ือประโยชนข์ องตนเอง หรอื เพ่ือประโยชนข์ องตนเองและบคุ คล อ่ืนในครอบครวั หรอื ญาติสนิท (๓) ตชิ ม วิจารณ์ หรอื แนะนาํ ผลงานโดยมีการรบั รูถ้ ึงความเป็นเจา้ ของ ลขิ สิทธิ์ในงานนนั้ (๔) เสนอรายงานขา่ วทางสอ่ื สารมวลชนโดยมีการรบั รูถ้ งึ ความเป็น เจา้ ของลิขสทิ ธิ์ในงานนนั้ (๕) ทาํ ซาํ้ ดดั แปลง นาํ ออกแสดง หรอื ทาํ ใหป้ รากฏ เพ่ือประโยชนใ์ น การพิจารณาของศาลหรอื เจา้ พนกั งานซง่ึ มีอาํ นาจตามกฎหมาย หรอื ในการรายงาน ผลการพจิ ารณาดงั กลา่ ว (๖) ทาํ ซาํ้ ดดั แปลง นาํ ออกแสดง หรอื ทาํ ใหป้ รากฏโดยผสู้ อน เพ่ือ ประโยชนใ์ นการสอนของตน อนั มใิ ช่การกระทาํ เพ่อื หากาํ ไร (๗) ทาํ ซาํ้ ดดั แปลงบางสว่ นของงาน หรอื ตดั ทอนหรอื ทาํ บทสรุปโดย ผสู้ อนหรอื สถาบนั ศกึ ษา เพ่อื แจกจา่ ยหรอื จาํ หน่ายแก่ผเู้ รยี นในชนั้ เรยี นหรอื ใน สถาบนั ศกึ ษา ทงั้ นี้ ตอ้ งไมเ่ ป็นการกระทาํ เพ่อื หากาํ ไร (๘) นาํ งานนนั้ มาใชเ้ ป็นสว่ นหน่งึ ในการถามและตอบในการสอบ มาตรา ๓๒/๑๒ การจาํ หน่ายตน้ ฉบบั หรอื สาํ เนางานอนั มีลขิ สิทธิ์โดยผู้ ไดม้ าซง่ึ กรรมสิทธิ์ในตน้ ฉบบั หรอื สาํ เนางานอนั มีลิขสิทธิ์นนั้ โดยชอบดว้ ยกฎหมาย มิ ใหถ้ ือวา่ เป็นการละเมดิ ลขิ สิทธิ์ มาตรา ๓๒/๒๓ การกระทาํ แก่งานอนั มีลขิ สิทธิ์ท่ีทาํ หรอื ไดม้ าโดยชอบ ดว้ ยกฎหมายในระบบคอมพิวเตอรท์ ่มี ลี กั ษณะเป็นการทาํ ซาํ้ ท่ีจาํ เป็นตอ้ งมีสาํ หรบั การนาํ สาํ เนามาใชเ้ พ่ือใหอ้ ปุ กรณท์ ่ใี ชใ้ นระบบคอมพิวเตอร์ หรอื กระบวนการสง่ งาน

อนั มลี ขิ สิทธิ์ทางระบบคอมพิวเตอรท์ าํ งานไดต้ ามปกติ มใิ หถ้ ือวา่ เป็นการละเมิด ลขิ สทิ ธิ์ มาตรา ๓๒/๓๔ ในกรณีท่มี หี ลกั ฐานอนั ควรเช่ือไดว้ า่ มีการละเมดิ ลิขสทิ ธิ์ในระบบคอมพวิ เตอรข์ องผใู้ หบ้ รกิ าร เจา้ ของลขิ สทิ ธิ์อาจย่ืนคาํ รอ้ งตอ่ ศาลเพ่ือ มคี าํ ส่งั ใหผ้ ใู้ หบ้ รกิ ารระงบั การละเมิดลิขสทิ ธิ์นนั้ เพ่ือประโยชนแ์ หง่ มาตรานี้ ผใู้ หบ้ รกิ าร หมายความวา่ (๑) ผใู้ หบ้ รกิ ารแก่บคุ คลอ่ืนในการเขา้ สอู่ นิ เทอรเ์ นต็ หรอื ใหส้ ามารถ ติดตอ่ ถึงกนั โดยประการอ่ืนโดยผา่ นทางระบบคอมพวิ เตอร์ ทงั้ นี้ ไมว่ า่ จะเป็นการ ใหบ้ รกิ ารในนามของตนเองหรอื ในนามหรอื เพ่ือประโยชนข์ องบคุ คลอ่นื (๒) ผใู้ หบ้ รกิ ารเก็บรกั ษาขอ้ มลู คอมพิวเตอรเ์ พ่ือประโยชนข์ องบคุ คลอ่นื คาํ รอ้ งตามวรรคหนง่ึ ตอ้ งมรี ายละเอียดโดยชดั แจง้ ซง่ึ ขอ้ มลู หลกั ฐาน และคาํ ขอบงั คบั ดงั ต่อไปนี้ (๑) ช่ือและท่ีอยขู่ องผใู้ หบ้ รกิ าร (๒) งานอนั มลี ิขสทิ ธิ์ท่ีอา้ งวา่ ถกู ละเมดิ ลขิ สทิ ธิ์ (๓) งานท่ีอา้ งวา่ ไดท้ าํ ขนึ้ โดยละเมดิ ลขิ สทิ ธิ์ (๔) กระบวนการสืบทราบ วนั และเวลาท่พี บการกระทาํ และการกระทาํ หรอื พฤติการณ์ ตลอดทงั้ หลกั ฐานเก่ียวกบั การละเมดิ ลิขสทิ ธิ์ (๕) ความเสยี หายท่ีอาจเกิดขนึ้ จากการกระทาํ ท่ีอา้ งวา่ เป็นการละเมดิ ลิขสทิ ธิ์ (๖) คาํ ขอบงั คบั ใหผ้ ใู้ หบ้ รกิ ารนาํ งานท่ีทาํ ขนึ้ โดยละเมดิ ลิขสิทธิ์ออกจาก ระบบคอมพวิ เตอรข์ องผใู้ หบ้ รกิ าร หรอื ระงบั การละเมดิ ลขิ สทิ ธิ์ดว้ ยวธิ ีอ่ืนใด เม่อื ศาลไดร้ บั คาํ รอ้ งตามวรรคหน่ึง ใหศ้ าลทาํ การไตส่ วน หากศาลเหน็ วา่

คาํ รอ้ งมีรายละเอียดครบถว้ นตามวรรคสาม และมีเหตจุ าํ เป็นท่ีศาลสมควรจะมีคาํ ส่งั อนญุ าตตามคาํ รอ้ งนนั้ ใหศ้ าลมีคาํ ส่งั ใหผ้ ใู้ หบ้ รกิ ารระงบั การกระทาํ ท่ีอา้ งวา่ เป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์หรอื นาํ งานท่ีอา้ งวา่ ไดท้ าํ ขนึ้ โดยละเมดิ ลขิ สทิ ธิ์ออกจากระบบ คอมพิวเตอรข์ องผใู้ หบ้ รกิ ารตามระยะเวลาท่ศี าลกาํ หนด โดยคาํ ส่งั ศาลใหบ้ งั คบั ผใู้ ห้ บรกิ ารไดท้ นั ที แลว้ แจง้ คาํ ส่งั นนั้ ใหผ้ ใู้ หบ้ รกิ ารทราบโดยไมช่ กั ชา้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ เจา้ ของลิขสิทธิ์ดาํ เนินคดตี อ่ ผกู้ ระทาํ ละเมดิ ลิขสิทธิ์ภายในระยะเวลาท่ีศาลมีคาํ ส่งั ให้ ระงบั การกระทาํ ท่ีอา้ งวา่ เป็นการละเมดิ ลิขสิทธิ์ หรอื นาํ งานท่ีอา้ งวา่ ไดท้ าํ ขนึ้ โดย ละเมดิ ลิขสทิ ธิ์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ในกรณีท่ีผใู้ หบ้ รกิ ารมใิ ช่ผคู้ วบคมุ รเิ รม่ิ หรอื ส่งั การใหม้ กี ารละเมิด ลิขสิทธิ์ในระบบคอมพิวเตอรข์ องผใู้ หบ้ รกิ าร และผใู้ หบ้ รกิ ารนนั้ ไดด้ าํ เนินการตาม คาํ ส่งั ศาลตามวรรคส่แี ลว้ ผใู้ หบ้ รกิ ารไมต่ อ้ งรบั ผดิ เก่ียวกบั การกระทาํ ท่ีอา้ งวา่ เป็น การละเมิดลิขสิทธิ์ท่ีเกิดขนึ้ กอ่ นศาลมีคาํ ส่งั และหลงั จากคาํ ส่งั ศาลเป็นอนั สิน้ ผลแลว้ ผใู้ หบ้ รกิ ารไมต่ อ้ งรบั ผดิ ตอ่ ความเสยี หายใด ๆ ท่ีเกิดขนึ้ จากการ ดาํ เนนิ การตามคาํ ส่งั ศาลตามวรรคส่ี มาตรา ๓๒/๔๕ การกระทาํ ใด ๆ ดงั ตอ่ ไปนี้ โดยองคก์ รท่ีไดร้ บั อนญุ าต หรอื ไดร้ บั การยอมรบั เพ่ือประโยชนข์ องคนพิการซง่ึ ไมส่ ามารถเขา้ ถงึ งานอนั มีลขิ สทิ ธิ์ ตามพระราชบญั ญตั ินี้ อนั เน่ืองมาจากความบกพรอ่ งทางการเห็น การไดย้ นิ การ เคลอื่ นไหว สติปัญญา หรอื การเรยี นรู้ หรอื ความบกพรอ่ งอ่ืนตามท่รี ฐั มนตรปี ระกาศ กาํ หนดในราชกิจจานเุ บกษา มิใหถ้ ือวา่ เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากไมม่ ีวตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือหากาํ ไร และไดป้ ฏิบตั ติ ามมาตรา ๓๒ วรรคหนง่ึ (๑) ทาํ ซา้ํ หรอื ดดั แปลงงานอนั มีลขิ สทิ ธิ์ท่ีไดม้ ีการโฆษณาหรอื เผยแพร่ ตอ่ สาธารณชนแลว้ และไดม้ าโดยชอบดว้ ยกฎหมาย

(๒) เผยแพรต่ อ่ สาธารณชนซง่ึ สาํ เนางานอนั มีลขิ สิทธิ์ท่ีทาํ ซาํ้ หรอื ดดั แปลงตาม (๑) รวมถึงสาํ เนางานอนั มีลิขสทิ ธิ์ท่ีไดร้ บั จากองคก์ รท่ีไดร้ บั อนญุ าต หรอื ไดร้ บั การยอมรบั ในประเทศหรอื ตา่ งประเทศ องคก์ รท่ีไดร้ บั อนญุ าตหรอื ไดร้ บั การยอมรบั รูปแบบการทาํ ซา้ํ หรอื ดดั แปลงตามความจาํ เป็นของคนพิการ รวมทงั้ หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการดาํ เนินการเพ่อื ทาํ ซา้ํ หรอื ดดั แปลงและเผยแพรต่ ่อสาธารณชนตามวรรคหนง่ึ ใหเ้ ป็นไปตามท่ี รฐั มนตรปี ระกาศกาํ หนดในราชกิจจานเุ บกษา มาตรา ๓๓ การกลา่ ว คดั ลอก เลียน หรอื อา้ งอิงงานบางตอนตาม สมควรจากงานอนั มีลิขสทิ ธิ์ตามพระราชบญั ญตั ินี้ โดยมีการรบั รูถ้ ึงความเป็นเจา้ ของ ลิขสทิ ธิ์ในงานนนั้ มใิ หถ้ ือวา่ เป็นการละเมิดลขิ สทิ ธิ์ ถา้ ไดป้ ฏบิ ตั ิตามมาตรา ๓๒ วรรค หน่งึ มาตรา ๓๔ การทาํ ซาํ้ โดยบรรณารกั ษข์ องหอ้ งสมดุ ซง่ึ งานอนั มีลิขสทิ ธิ์ ตามพระราชบญั ญตั ินี้ มิใหถ้ ือวา่ เป็นการละเมิดลขิ สทิ ธิ์หากการทาํ ซาํ้ นนั้ มไิ ดม้ ี วตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือหากาํ ไร และไดป้ ฏิบตั ิตามมาตรา ๓๒ วรรคหน่งึ ในกรณีดงั ต่อไปนี้ (๑) การทาํ ซาํ้ เพ่อื ใชใ้ นหอ้ งสมดุ หรอื ใหแ้ ก่หอ้ งสมดุ อ่ืน (๒) การทาํ ซา้ํ งานบางตอนตามสมควรใหแ้ ก่บคุ คลอ่ืนเพ่ือประโยชนใ์ น การวจิ ยั หรอื การศกึ ษา มาตรา ๓๕ การกระทาํ แกโ่ ปรแกรมคอมพวิ เตอรอ์ นั มีลขิ สิทธิ์ตาม พระราชบญั ญตั ินี้ มใิ หถ้ ือวา่ เป็นการละเมิดลขิ สิทธิ์ หากไมม่ ีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือหากาํ ไร และไดป้ ฏบิ ตั ิตามมาตรา ๓๒ วรรคหน่ึง ในกรณีดงั ต่อไปนี้ (๑) วจิ ยั หรอื ศกึ ษาโปรแกรมคอมพิวเตอรน์ นั้ (๒) ใชเ้ พ่ือประโยชนข์ องเจา้ ของสาํ เนาโปรแกรมคอมพวิ เตอรน์ นั้

(๓) ตชิ ม วิจารณ์ หรอื แนะนาํ ผลงานโดยมกี ารรบั รูถ้ งึ ความเป็นเจา้ ของ ลขิ สิทธิ์ในโปรแกรมคอมพวิ เตอรน์ นั้ (๔) เสนอรายงานขา่ วทางส่อื สารมวลชนโดยมกี ารรบั รูถ้ งึ ความเป็น เจา้ ของลิขสทิ ธิ์ในโปรแกรมคอมพวิ เตอรน์ นั้ (๕) ทาํ สาํ เนาโปรแกรมคอมพวิ เตอรใ์ นจาํ นวนท่ีสมควรโดยบคุ คลผซู้ ง่ึ ได้ ซอื้ หรอื ไดร้ บั โปรแกรมนนั้ มาจากบคุ คลอ่นื โดยถกู ตอ้ ง เพ่ือเก็บไวใ้ ชป้ ระโยชนใ์ นการ บาํ รุงรกั ษาหรอื ปอ้ งกนั การสญู หาย (๖) ทาํ ซาํ้ ดดั แปลง นาํ ออกแสดง หรอื ทาํ ใหป้ รากฏเพ่ือประโยชนใ์ นการ พจิ ารณาของศาลหรอื เจา้ พนกั งานซง่ึ มอี าํ นาจตามกฎหมาย หรอื ในการรายงานผล กาพจิ ารณาดงั กลา่ ว (๗) นาํ โปรแกรมคอมพิวเตอรน์ นั้ มาใชเ้ ป็นสว่ นหน่งึ ในการถามและตอบ ในการสอบ (๘) ดดั แปลงโปรแกรมคอมพิวเตอรใ์ นกรณีท่จี าํ เป็นแก่การใช้ (๙) จดั ทาํ สาํ เนาโปรแกรมคอมพิวเตอรเ์ พ่ือเก็บรกั ษาไวส้ าํ หรบั การ อา้ งอิง หรอื คน้ ควา้ เพ่อื ประโยชนข์ องสาธารณชน มาตรา ๓๖ การนาํ งานนาฏกรรม หรอื ดนตรกี รรมออกแสดงเพ่ือ เผยแพรต่ อ่ สาธารณชนตามความเหมาะสมโดยมไิ ดจ้ ดั ทาํ ขนึ้ หรอื ดาํ เนินการเพ่อื หา กาํ ไรเน่ืองจากการจดั ใหม้ กี ารเผยแพรต่ อ่ สาธารณชนนนั้ และมิไดจ้ ดั เก็บคา่ เขา้ ชมไม่ วา่ โดยทางตรง หรอื โดยทางออ้ มและนกั แสดงไมไ่ ดร้ บั คา่ ตอบแทนในการแสดงนนั้ มิ ใหถ้ ือวา่ เป็นการละเมิดลขิ สิทธิ์ หากเป็นการดาํ เนินการโดยสมาคม มลู นิธิ หรอื องคก์ ารอ่ืนท่มี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือการสาธารณกศุ ล การศกึ ษา การศาสนา หรอื การ สงั คมสงเคราะห์ และไดป้ ฏิบตั ติ ามมาตรา ๓๒ วรรคหนง่ึ

มาตรา ๓๗ การวาดเขียน การเขียนระบายสี การกอ่ สรา้ ง การแกะ ลายเสน้ การปั้น การแกะสลกั การพมิ พภ์ าพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตร์ การ แพรภ่ าพ หรอื การกระทาํ ใด ๆ ทาํ นองเดียวกนั นีซ้ ง่ึ ศลิ ปกรรมใดอนั ตงั้ เปิดเผยประจาํ อยใู่ นท่ีสาธารณะ นอกจากงานสถาปัตยกรรม มิใหถ้ ือวา่ เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ใน ศลิ ปกรรมนนั้ มาตรา ๓๘ การวาดเขียน การเขียนระบายสี การแกะลายเสน้ การปั้น การแกะสลกั การพิมพภ์ าพ การถา่ ยภาพ การถา่ ยภาพยนตรห์ รอื การแพรภ่ าพซง่ึ งาน สถาปัตยกรรมใด มิใหถ้ ือวา่ เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสถาปัตยกรรมนนั้ มาตรา ๓๙ การถา่ ยภาพหรอื การถา่ ยภาพยนตรห์ รอื การแพรภ่ าพซง่ึ งานใด ๆ อนั มีศลิ ปกรรมใดรวมอยเู่ ป็นสว่ นประกอบดว้ ย มใิ หถ้ ือวา่ เป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์ในศลิ ปกรรมนนั้ มาตรา ๔๐ ในกรณีท่ีลขิ สทิ ธิ์ในศลิ ปกรรมใดมีบคุ คลอ่ืนนอกจากผู้ สรา้ งสรรคเ์ ป็นเจา้ ของอยดู่ ว้ ยการท่ผี สู้ รา้ งสรรคค์ นเดยี วกนั ไดท้ าํ ศิลปกรรมนนั้ อีกใน ภายหลงั ในลกั ษณะท่ีเป็นการทาํ ซา้ํ บางสว่ นกบั ศิลปกรรมเดิม หรอื ใชแ้ บบพมิ พ์ ภาพ รา่ ง แผนผงั แบบจาํ ลอง หรอื ขอ้ มลู ท่ไี ดจ้ ากการศกึ ษาท่ใี ชใ้ นการทาํ ศิลปกรรมเดิม ถา้ ปรากฏวา่ ผสู้ รา้ งสรรคม์ ิไดท้ าํ ซา้ํ หรอื ลอกแบบในสว่ นอนั เป็นสาระสาํ คญั ของ ศลิ ปกรรมเดมิ มใิ หถ้ ือวา่ เป็นการละเมิดลขิ สิทธิ์ในศลิ ปกรรมนนั้ มาตรา ๔๑ อาคารใดเป็นงานสถาปัตยกรรมอนั มีลขิ สิทธิ์ตาม พระราชบญั ญตั ินี้ การบรู ณะอาคารนนั้ ในรูปแบบเดมิ มใิ หถ้ ือวา่ เป็นการละเมิด ลิขสทิ ธิ์

มาตรา ๔๒ ในกรณีท่ีอายแุ ห่งการคมุ้ ครองลขิ สทิ ธิ์ในภาพยนตรใ์ ด สนิ้ สดุ ลงแลว้ มิใหถ้ ือวา่ การนาํ ภาพยนตรน์ นั้ เผยแพรต่ ่อสาธารณชนเป็นการละเมดิ ลิขสิทธิ์ในวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรกี รรม โสตทศั นวสั ดุ สงิ่ บนั ทกึ เสียง หรอื งานท่ีใชจ้ ดั ทาํ ภาพยนตรน์ นั้ มาตรา ๔๓ การทาํ ซาํ้ เพ่อื ประโยชนใ์ นการปฏบิ ตั ิราชการโดยเจา้ พนกั งาน ซง่ึ มีอาํ นาจตามกฎหมายหรอื ตามคาํ ส่งั ของเจา้ พนกั งานดงั กลา่ วซง่ึ งาน อนั มีลิขสิทธิ์ตามพระราชบญั ญตั ินี้ และท่ีอยใู่ นความครอบครองของทางราชการ มิให้ ถือวา่ เป็นการละเมิดลขิ สทิ ธิ์ ถา้ ไดป้ ฏบิ ตั ติ าม มาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง บทที่ ๗ สทิ ธิบัตร ๑. ความหมายของสทิ ธิบตั ร สทิ ธิบตั ร หมายถงึ หนงั สอื สาํ คญั ท่ีออกเพ่ือให้ ความคมุ้ ครองการประดิษฐห์ รอื การออกแบบผลติ ภณั ฑท์ ่ีเป็นการประดิษฐข์ นึ้ ใหม่ หรอื เป็นการประดิษฐ์ ท่ีมี ขนั้ ตอนการประดิษฐ์สงู ขนึ้ และสามารถประยกุ ต์ ทางอตุ สาหกรรมได้ มอี ายุ ๒๐ ปี ๒. ประเภทของสทิ ธิบัตร สทิ ธิบตั ร เป็นรูปแบบการใหค้ วามคมุ้ ครองสิทธิ ตามกฎหมายในลกษั ณะท่ีเป็น เอกสาร แบง่ ออก เป็น ๓ ประเภท ไดแ้ ก่ ๏ สิทธิบตั รการประดิษฐ์ ๏ สิทธิบตั รการออกแบบผลตภิ ณั ฑ์ ๏ อนสุ ิทธิบตั ร

๓.ความหมายของอนุสิทธบิ ตั ร อนสุ ิทธิบตั ร หมายถงึ หนงั สอื สาํ คญั ท่ีออกใหเ้ พ่ือคมุ้ ครองการประดิษฐท์ ่ีเป็นการ ประดิษฐ์ ขนึ้ ใหมส่ ามารถประยกุ ตท์ างอตุ สาหกรรมได้ มีอายุ ๖ ปี ๔. รายละเอยี ดของการประดษิ ฐ์ การประดิษฐ์ หมายถึง การคิดคน้ หรอื การทาํ ขนึ้ อนั เป็นผลใหไ้ ดม้ าซง่ึ ผลิตภณั ฑห์ รอื กรรมวธิ ีใดขนึ้ ใหม่ หรอื การกระทาํ ใด ๆ ท่ีทาํ ใหด้ ีขนึ้ ซง่ึ ผลิตภณั ฑ์ หรอื กรรมวิธี การประดิษฐ์เนน้ เร่อื งการใชค้ วามคดิ เน่ืองจาก สิทธิบตั รใหค้ วามคมุ้ ครองความคดิ การประดษิ ฐแ์ บง่ ออกเป็น ๒ ลกษั ณะ ดงนั ี้ ๑. ผลติ ภณั ฑ์ เป็นสิ่งท่มี นษุ ยผ์ ลิตขนึ้ เช่น เครอ่ื งมือ เคร่อื งใช้ ซง่ึ มนษุ ยค์ ดิ ขนึ้ มา ไมไ่ ดเ้ กิดขนึ้ เองตาม ธรรมชาติ ๒. กรรมวธิ ี คอื วธิ ีการ กระบวนการ หรอื กรรมวธิ ีใน การประดิษฐ์ ๕. ผู้ขอรับสิทธิบตั ร จะต้องมคี ุณสมบตั อิ ย่างไร ๑. กรณีเป็นบคุ คลธรรมดา ตอ้ งมสี ญั ชาติไทย กรณีเป็นนิติบคุ คล ตอ้ งมสี าํ นกั งาน แห่งใหญ่ตงั้ อยใู่ นประเทศไทย ๒. มีสญั ชาตขิ องประเทศท่ีเป็นภาคีแหง่ อนสุ ญั ญาซง่ึ ประเทศไทย เป็นภาคีอยดู่ ว้ ย ๓. มีสญั ชาตขิ องประเทศท่ียนิ ยอมใหผ้ มู้ ีสญั ชาติไทยขอรบั สิทธิบตั รได้ ๔. มีภมู ิลาํ เนาอยใู นประเทศไทย ๕. อยใู่ นระหวา่ งการประกอบอตุ สาหกรรม พาณิชยกรรมในประเทศไทย หรอื ประเทศ ท่เี ป็นภาคีอนสุ ญั ญาท่ีประเทศไทยเป็นภาคีอยดู่ ว้ ย

๖. รายละเอยี ดของผู้ทรงสิทธิบัตร ผทู้ รงสิทธิบตั ร หมายถึง เจา้ ของสิทธิบตั ร หรอื ผู้ ท่ีไดร้ บั จดช่ือลงในทะเบียนสทิ ธิบตั ร ไดแ้ กบ่ คุ คลเหลา่ นี้ ๑. ผปู้ ระดิษฐ์ ๒. ผรู้ บั โอนสทิ ธิบตั ร ๓. นายจา้ งของผปู้ ระดิษฐ์ ๔. สว่ นราชการสาํ หรบั ราชการ ๗. ความหมายของแบบผลิตภณั ฑ์ แบบผลติ ภณั ฑ์ หมายถงึ รูปรา่ งของผลิตภณั ฑ์ ภายนอกหรอื องคป์ ระกอบของ ลวดลายหรอื สี ของผลิตภณั ฑอ์ นั มลี กั ษณะพิเศษสาํ หรบั ผลติ ภณั ฑซ์ ง่ึ สามารถใชเ้ ป็น แบบสาํ หรบั อตุ สาหกรรมรวมทงั้ หตั ถกรรมได้ ๘. ลักษณะของผลิตภณั ฑท์ ขี่ อรับสิทธบิ ตั รได้ จะตอ้ งเป็นผลิตภณั ฑใ์ หม่ และเป็นการออกแบบผลติ ภณั ฑเ์ พ่ืออตุ สาหกรรมและ หตั ถกรรมเทา่ นนั้ ๙. รายละเอียดของอนุสิทธิบัตร อนสุ ิทธิบตั ร เป็นหนงั สือสาํ คญั ท่ีออก ใหเ้ พ่ือคมุ้ ครองการประดิษฐ์ท่ปี ระดษิ ฐข์ นึ้ มา ใหมท่ ่สี ามารถประยกุ ตท์ างอตุ สาหกรรมได้ มีอายุ ๖ ปี ๑๐. หากพนักงานผู้ใดเปิ ดเผยรายละเอยี ดของการ ประดษิ ฐห์ รือ เปิ ดเผยรายละเอยี ดของการประดษิ ฐ์ ทอี่ ธิบดสี ่ังใหป้ กปิ ด

สาระสาํ คัญเพราะเกย่ี วข้องกบั ความม่ันคงแหง่ ชาติ ต้องไดร้ ับ โทษอยา่ งไร ระวางโทษจาํ คกุ ไมเ่ กิน ๒ ปี หรอื ปรบั ไม่ เกนิ ๒๐๐,๐๐๐ บาท หรอื ทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั บทท่ี ๙ กฎหมายว่าดว้ ยการกระทาํ ผดิ เกย่ี วกับคอมพวิ เตอร์ ๑. ความหมายระบบคอมพวิ เตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ หมายถงึ อปุ กรณ์ หรอื ชดุ อปุ กรณ์ ของคอมพวิ เตอร์ ท่ีเช่ือมการ ทาํ งานเขา้ ดว้ ยกนั โดยไดม้ ีการกาํ หนดคาํ ส่งั หรอื สิ่งอ่ืนใด และ แนวทางปฏบิ ตั ิงาน ใหอ้ ปุ กรณ์ หรอื ชดุ อปุ กรณท์ าํ หนา้ ท่ปี ระมวลผลขอ้ มลู โดยอตั โนมตั ิ ๒. ความหมายของข้อมูลคอมพวิ เตอร์ ขอ้ มลู คอมพวิ เตอร์ หมายถงึ ขอ้ มลู ขอ้ ความ คาํ ส่งั ชดุ คาํ ส่งั หรอื สิง่ อ่ืนใด บรรดาท่ี อยใู่ นระบบคอมพิวเตอร์ ในสภาพท่ีระบบ คอมพิวเตอรอ์ าจประมวลผลไดแ้ ละให้ หมายความรวมขอ้ มลู อเิ ลก็ ทรอนกิ สต์ ามกฎหมายวา่ ดว้ ยธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ ดว้ ย ๓. ความหมายของข้อมูลจราจรทางคอมพวิ เตอร์ ขอ้ มลู จราจรทางคอมพิวเตอรห์ มายถงึ ขอ้ มลู เก่ียวกบั การติดตอ่ ส่อื สารของระบบ คอมพิวเตอรซ์ ง่ึ แสดงถึงแหลง่ กาํ เนดิ ตน้ ทาง ปลายทาง เสน้ ทาง เวลา วนั ท่ี ปรมิ าณ ระยะเวลา ชนิดของบรกิ าร หรอื อ่ืน ๆ ท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การติดตอ่ ส่อื สาร ของระบบ คอมพิวเตอรน์ นั้

๔. พนักงานคนหนึ่ง นาํ password ของผู้ดแู ลข้อมูล เพอ่ื เข้าไป copy ขอ้ มูลสาํ คัญของบริษัทออกมาเกบ็ ไว้ในHard Disk ของ ตนเอง จะต้องรับโทษอยา่ งไร ตอ้ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ่ กิน ๒ ปีหรอื ปรบั ไมเ่ กิน ๔๐,๐๐๐ บาท หรอื ทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั ๕. นายอดุลยด์ กั รับข้อมูล ขณะทผี่ ู้บริหารกาํ ลังส่งข้อมูล ความลับเกย่ี วกบั กลยุทธข์ อ งกจิ การถงึ กนั นายอดุลยต์ อ้ งได้รับ โทษอย่างไร ตอ้ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ่ กิน ๓ ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรอื ทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั ๖. นักศึกษาวัยรุ่นคนหน่ึง ส่งข้อมูลคอมพวิ เตอรห์ รือจดหมาย อเิ ล็กทรอนิกส์ แก่บุคคลอน่ื โดยปลอมแปลงแหล่งทม่ี าของการ ส่งข้อมูลดงั กล่าว อันเป็ นการ รบกวนการใช้ระบบคอมพวิ เตอร์ ของผู้อ่ืนโดยปกตสิ ุข นักศึกษาชายคนนีต้ อ้ ง ได้รับโทษอย่างไร ตอ้ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ่ กิน ๑ ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กิน๒๐,๐๐๐ บาท หรอื ทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั ๗. เจ้าของเวบ็ ไซต์ ส่งเสริมสนับสนุน ใหบ้ ริการ ผู้ทม่ี าใช้บริการ เผยแพร่ข้อมูล ทเี่ ป็ นเทจ็ ซงึ่ ข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลใหเ้ กดิ การ ก่อการรายได้ เจ้าของเว็บไซต์ ต้องไดร้ ับโทษอยา่ งไร ตอ้ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ่ กิน ๕ ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรอื ทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั

๘. ตามพระราชบญั ญัตวิ ่าดว้ ยการกระทาํ ผิดเกยี่ วกบั คอมพวิ เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ หากพนักงานเจ้าหน้าทตี่ อ้ งการใช้ อาํ นาจหน้าท่ี จะตอ้ งปฏบิ ัตอิ ยา่ งไร เม่ือพนกั งานตอ้ งใชอ้ าํ นาจหนา้ ท่ีในเก่ียวกบั ขอ้ มลู คอมพวิ เตอร์ ระบบคอมพิวเตอรใ์ น ลกั ษณะตา่ ง ๆ ของผกู้ ระทาํ ผิดใหย้ ่ืนคาํ รอ้ งต่อศาลท่ีมี เขตอาํ นาจเพ่ือมีคาํ ส่งั อนญุ าตใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ท่ีดาํ เนินตามคาํ รอ้ ง ทงั้ นีค้ าํ รอ้ งตอ้ งระบเุ หตอุ นั ควรเช่ือ ไดว้ า่ บคุ คลใดกระทาํ หรอื กาํ ลงั จะกระทาํ การอย่างหน่งึ อยา่ งใดอนั เป็นความผิดตาม พระราชบญั ญตั นิ ี้ ๙. ตามพระราชบัญญัตวิ ่าดว้ ยการกระทาํ ผิดเกย่ี วกบั คอมพวิ เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ หากพนักงานเจา้ หน้าทเ่ี ปิ ดเผยหรือส่ง มอบข้อมูลคอมพวิ เตอร์ ข้อมูลจราจร ทางคอมพวิ เตอร์ หรือ ข้อมูลของผู้ใช้บริการ ทใี่ หแ้ กบ่ ุคคลใด จะต้องได้รับโทษอยา่ งไร ตอ้ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ่ กิน ๓ ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรอื ทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั ๑๐. ตามพระราชบัญญัติว่าดว้ ยการกระทาํ ผิดเกยี่ วกบั คอมพวิ เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ หากพนักงานเจ้าหน้าทก่ี ระทาํ การโดย ประมาท ต้องไดร้ ับโทษอย่างไร ตอ้ งทงั้ ระวางโทษจาํ คกุ ไมเ่ กิน ๑ ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กิน ๒๐,๐๐บาทหรอื ทงั้ จาํ ปรบั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook