ตนเองในเร่อื งเพศ เช่น ๑.การจอ้ งมองของสงวนเช่น หนา้ อก อวยั วะเพศของผอู้ ่ืน เป็นตน้ ๒.การแอบดทู ่เี รยี กว่า “ถา้ มอง” การแอบติดกลอ้ งวงจรปิด และการแอบ ถา่ ยภาพน่ิงหรอื ถ่ายคลิปหอ้ งนา้ หอ้ งเปล่ยี นเสือ้ ผา้ หอ้ งนอน หอ้ งแตง่ ตวั ๓.การอวดโชวอ์ วยั วะเพศ ๔.การอวดโชวภ์ าพโป๊ หรอื ภาพท่ีสอ่ ไปในทางเพศ ๕.การเผยแพรส่ ่ือลามก คลปิ วดิ ีโอโป๊ ๖.การแพรภ่ าพถา่ ยคลิปวดิ โี อลามกอนาจารทางอินเทอรเ์ นต็ ๓)ลว่ งละเมดิ ทางเพศท่ีเป็นการกระทาอย่างชดั แจง้ หมายถงึ การกระทา อนาจารดว้ ยการกระทาอยา่ งชดั เจนโดยการถกู เนือ้ ตอ้ งตวั รา่ งกายของบคุ คลอ่ืนท่ไี ม่ ยนิ ยอมพรอ้ มใจเพ่อื ตอบสนองความพงึ พอใจของตนเองในเรอ่ื งเพศซง่ึ ถือเป็นการ กระทาท่ีรุนแรงเชน่ ๑.การแตะเนือ้ ตอ้ งตวั ท่ีไมพ่ งึ ประสงคเ์ ช่นการน่งั การยืนการเดินท่ี ใกลช้ ิดเกินไปการเสียดสรี า่ งกายการแตะเนือ้ ตอ้ งตวั จบั ตอ้ งเสอื้ ผา้ รา่ งกายเป็นตน้ ๒.การกระทาอนาจารเช่นกอดจบู ลบู คลาเป็นตน้ ซงึ้ เป็นการแสดง ความใครท่ างเพศ ๓.การขอมีเพศสมั พนั ธก์ ารถกู บงั คบั ใหม้ ีเพศสมั พนั ธก์ ารขม่ ขืน ๒.สาเหตุของการถกู ล่วงละเมิดทางเพศ ปัญหาการลว่ งละเมิดทางเพศท่มี กั พบบอ่ ย ๆตามท่ีเป็นข่าวมกั เป็นเรอ่ื งของการใช้ อานาจในเร่อื งเพศเชน่ ผชู้ ายกระทากบั ผหู้ ญิง ผใู้ หญ่กระทากบั เด็กหวั หนา้ กระทากบั ลกู นอ้ งเป็นตน้ ซงึ้ ปัญหาดงั กลา่ วอาจมีสาเหตดุ งั ตอ่ ไปนี้ ๑)สถานภาพและความสมั พนั ธข์ องบคุ คลเป็นสาเหตสุ าคญั อย่างหน่งึ ของ การถกู ลว่ งละเมิดทางเพศแบง่ ออกเป็น๒กรณีคือ
๑.๑.คนคนุ้ เคยคือบคุ คลท่ีมีความสมั พนั ธร์ ูจ้ กั ใกลช้ ิดสนทิ สนมคยุ้ เคย ไวว้ างใจกนั เป็นอย่างดีซง่ึ ความใกลช้ ิดนีอ้ าจเป็นบอ่ เกิดท่ีทาใหบ้ คุ คลเกิดการอยาก ถกู เนือ้ ตอ้ งตวั หรอื มกั ใชค้ าพดู ทา่ ทที ่ีไม่ เหมาะสมนบั เป็นช่องทางในการลว่ งละเมดิ ทางเพศไดง้ ่ายขนึ้ ๑.๒.คนแปลกหนา้ คือบคุ คลท่ีไมค่ นุ้ เคยหรอื รูจ้ กั กนั มาก่อนเชน่ นกั เลง อนั ธพาลวยั รุน่ ตดิ สารเสพติดบคุ คลท่มี บี คุ ลกิ ภาพผิดปกตปิ ่วยเป็นโรคจิตโรคประสาท ทางเพศเป็นตน้ โดยบคุ คลดงั กลา่ วสว่ นใหญ่ท่พี บเห็นตามข่าวมกั จะขาดสตยิ งั้ คิดและ มอี ารมณท์ างเพศสงู หรอื บางรายอาจมีความเก็บกดทางเพศซง่ึ อาจเป็นสาเหตทุ ่ที าให้ เกิดการแสดงพฤตกิ รรมท่ีเป็นการลว่ งละเมิดทางเพศออกมาในชว่ งเวลาท่ีมีโอกาสได้ ๒)สถานท่ีอย่อู าศยั ไมเ่ หมาะสมบา้ นหรอื ท่ีอย่อู าศยั มสี ภาพไมเ่ หมาะสมเช่น เป็นแหลง่ เส่ือมโทรมชมุ ชนแออดั หรอื ระยะทางระหวา่ งบา้ นกบั ชมุ ชนโรงเรยี นสถานท่ี ทางานตงั้ อยใู่ นท่ีเปลยี่ ว หา่ งไกลปลอดจากสายตาผคู้ นหรอื อาจอยใู่ กลส้ ถานเรงิ รมยต์ า่ ง ๆเชน่ โรงภาพยนตร์ สถานบรกิ ารทางเพศแหลง่ ม่วั สมุ อบายมขุ ต่าง ๆเป็นตน้ นบั วา่ มคี วามเส่ยี งต่อการ เดนิ ทางไปและกลบั ซง่ึ อาจเป็นสาเหตขุ องการถกู ลว่ งละเมดิ ทางเพศได้ ๓)สภาพการทางาน มกั พบเหน็ ตามข่าววา่ สว่ นใหญ่จะมีปัญหาเก่ียวกบั การ ถกู ลว่ งละเมิดทางเพศ ซง่ึ เกิดจากสาเหตุ ดงั นี้ ๑.การทางานในสถานท่ีทางาน โรงงาน หรอื รบั ใชใ้ นบา้ นอาจถกู กระทา โดยยานจา้ ง สมาชิกครอบครวั นายจา้ งหรอื ผรู้ ว่ มงาน ซง่ึ ไมส่ ามารถปอ้ งกนั ตนเอง ๒. การถกู หลอกลวงมาจากต่างจงั หวดั ใหม้ าหางานทา ซง่ึ ตอ้ ง เปลยี่ นแปลงท่อี ยอู่ าศยั ท่ีทางาน โดยท่ไี มร่ ูจ้ กั ใคร แลไมร่ ูจ้ ะไปไหน เม่อื เกิดปัญหา ตา่ ง ๆ ขนึ้ จงึ ไมก่ ลา้ หนี ๓. จาเป็นตอ้ งทนต่อการถกู กระทาท่ีเป็นการลว่ งละเมิดทางเพศหรอื การ
ทารา้ ยรา่ งกายทงั้ ทางดา้ นจติ ใจหลากหลายรูปแบบ ๔) การถกู กระตนุ้ จากสื่อตา่ ง ๆ ทงั้ ส่อื ส่งิ พมิ พล์ ามก เว็บไซตท์ ่เี นน้ เร่อื งเพศ ตา่ ง ๆ คลปิ วดิ ีโอโป๊ เกมลามก CD DVD ลามกอนาจาร ๕) การไมร่ กั นวลสงวนตวั โดยการแตง่ กายท่ีลอ่ แหลม ไมม่ ดิ ชิด เชน่ สวมเสอื้ คอลกึ กางเกงหรอื กระโปรงท่สี นั้ หรอื บางเกินไป การแสดงทา่ ทีกิรยิ า บคุ ลิกท่ไี ม่ เหมาะสมหรอื อไมร่ ะมดั ระวงั ท่ีทาใหส้ อ่ ถึงการย่วั ยุ เชน่ การกม้ จนเห็นของสงวน ๕) การไมร่ กั นวลสงวนตวั โดยการแตง่ กายท่ีลอ่ แหลม ไมม่ ดิ ชดิ เช่น สวมเสือ้ คอลกึ กางเกงหรอื กระโปรงท่ีสนั้ หรอื บางเกินไป การแสดงท่าทีกิรยิ า บคุ ลกิ ท่ไี ม่ เหมาะสมหรอื อไมร่ ะมดั ระวงั ท่ีทาใหส้ อ่ ถงึ การย่วั ยุ เช่น การกม้ จนเหน็ ของสงวน ๖) ผทู้ ่มี คี วามบกพรอ่ งทางรา่ งกายและสตปิ ัญญา หรอื ผเู้ ยาว์ โดยบคุ คลท่ีถกู กระทาในประเภทนีม้ กั จะมีระดบั สติปัญญาดอ้ ยกวา่ บคุ คลปกติ หรอื มีรา่ งกายไมส่ มประกอบไมส่ ามารถช่วยตนเองได้ หรอื เป็นผเู้ ยาวท์ ่มี ี อายยุ งั นอ้ ยไมร่ ูเ้ ท่าทนั โลก ดงั นนั้ จงึ เป็นเหตใุ หถ้ กู ลอ่ ลวงดว้ ยวธิ ีการตา่ ง ๆ และเกิด การลว่ งละเมิดทางเพศไดง้ ่าย ๒.ไมค่ วรเดินบนถนนตรอกซอกซอยท่ีมดื และเปลยี่ ว บรเิ วณท่ีดนิ หรอื ตกึ รกรา้ ง โดยเฉพาะเวลากลางคนื ควรหลกี เหล่ียงการรอรถประจาทางท่ีปา้ ยเพียงลาพงั ๓.หลีกเหล่ยี งการสวมหฟู ัง วิทยุ เครอ่ื งเสยี ง ขณะเดนิ ทาง หรอื ขณะท่ี จอดรถประจาทาง หรอื ยืนขา้ งถนน แลว้ ถา้ หากมีคนมาถามทางโดยมีทา่ ทางพิรุธ ควร ระมดั ระวงั ตนเองโดยการเดนิ หนีหา่ งออกไป ๔.หลีกเล่ยี งการใชล้ ิฟทต์ ามลาพงั หรอื ใชล้ ิฟทร์ ว่ มกบั คนแปลกหนา้ ท่ีมี พิรุธ และไมน่ ่าไวว้ างใจ ๕.ควรวางแผนการเดนิ ทางไวอ้ ยา่ งชดั เจน พรอ้ มทงั้ สามารถปรบั เปล่ยี น ไดท้ า่ ตอ้ งเผชิญกบั ปัญหาสถานการณเ์ ส่ยี งตา่ ง ๆ
๖.ควรหาเคร่อื งมอื ปอ้ งกนั ตนเองตดิ ตวั ไปขณะเดนิ ทาง เช่น สเปรย์ พรกิ ไทยหรอื เคร่อื งช็อตไฟฟ้า เป็นตน้ ๓.การเตรียมพร้อมเมือ่ อยู่ทบี่ ้าน บา้ นถือวา่ เป็นสถานการท่ีท่ปี ลอดภยั ท่ีสดุ แตใ่ นขณะเดียวกนั ก็อาจมี อนั ตรายแฝงอยู่ โดยเฉพาะในเร่อื งของการลว่ งละเมิดทางเพศท่ีเราไมส่ ามารถคาดคดิ ไดว้ า่ ใครจะมาถึงตวั เม่ือไหร่ หากเรามกี ารเตรยี มพรอ้ มอยตู่ ลอดเวลา ก็จะสามารถปอ้ งกนั ตนเองใหป้ ลอดภยั จากการถกู ลว่ งละเมิดทางเพศได้ ดงั นี้ ๑. ควรตรวจสอบ ประตู หนา้ ตา่ ง โดยลอ็ กใหเ้ รยี บรอ้ ยกอ่ นเขา้ นอน ๒.ควรเปิดไฟ บรเิ วณบา้ นในชว่ งเวลาค่า ๓.ไมเ่ ปิดประตู รบั คนแปลกหนา้ เขา้ มาในบา้ นไมว่ า่ จะดว้ ยกรณีใดก็ตาม หากสงสยั หรอื ผิดสงั เกตใหร้ บี แจง้ ผปู้ กครอง หรอื โทรแจง้ เจา้ หนา้ ท่ีรกั ษาความ ปลอดภยั หรอื เจา้ หนา้ ท่ีตารวจทนั ที เพ่อื ความปลอดภยั ของตวั เอง ๔.ควรเปิดวทิ ยุ หรอื โทรทศั นใ์ นบา้ นเพ่อื ใหค้ นภายนอกเขา้ ใจวา่ มคี นอยู่ หลายคนและไมค่ วรบอกใหใ้ ครรบั รูด้ ว้ ยวา่ อยบู่ า้ นเพียงลาพงั ๕.การติดตงั้ เครอ่ื งตอบรบั โทรศพั ทอ์ ตั โนมตั ิอาจก่อใหเ้ กิดอนั ตรายได้ เพราะในกรณีท่คี นรา้ ยทราบหมายเลขโทรศพั ทแ์ ละโทรเขา้ มา ซง่ึ หากไมม่ ผี รู้ บั สาย เคร่อื งตอบรบั โทรศพั ทอ์ ตั โนมตั ิก็จะทางาน ทาใหค้ นรา้ ยทราบไดว้ า่ ไมม่ คี นอยใู่ นบา้ น นบั เป็นการเปิดโอกาสใหค้ นรา้ ยสามารถเขา้ มาในบา้ นไดอ้ ยา่ งงา่ ยดาย ๖.ควรระมดั ระวงั ตนเองในการอยบู่ า้ นเพยี งลาพงั กบั บคุ ลท่ีมพี ฤติกรรมมานา่ ไวว้ างใจ แมจ้ ะเป็นบคุ คลท่ีเป็นเครอื ญาติกนั ก็ตาม ๗.ควรบนั ทกึ หมายเลขโทรศพั ทข์ องสถานีตารวจ เพ่ือน และ บคุ คลท่ีเรา วางใจท่ีอยใู่ กลเ้ คยี งกบั บา้ นไวใ้ นโทรศพั ทเ์ พ่ือเตรยี มพรอ้ มสาหรบั การขอความ
ชว่ ยเหลอื ๘.การเลยี้ งสนุ ขั เพราะสนุ ขั จะสามารถช่วยสง่ สญั ญาณเตือนใหท้ ราบได้ วา่ มบี คุ คลแปลกหนา้ เขา้ มา ทาใหเ้ ราสามารถเตรยี มพรอ้ มในการระมดั ระวงั ตนเองได้ ทนั ที ๔.การเตรยี มตัวของตนเอง สง่ิ สาคญั ท่ีสดุ ท่จี ะสามารถชว่ ยในการปอ้ งกนั การถกู ลว่ งละเมดิ ทางเพศ ไดด้ ที ่สี ดุ ประการหน่งึ นนั้ คือ ตนเอง ซง่ึ การเตรยี มตวั ของตนเองใหป้ ลอดภยั จากการ ถกู ลว่ งละเมดิ ทางเพศไดน้ นั้ มีดงั นี้ ๑.ควรแตง่ กายใหเ้ รยี บรอ้ ย รดั กมุ เหมาะสมกบั วยั และรูจ้ กั กาลเทศะ โดยไมส่ วมใสเ่ สอื้ ผา้ ท่ีบางเกินไป กางเกงหรอื กระโปรงสนั้ เกินไป ทงั้ นีเ้ พ่ือไม่ใหเ้ ป็น การย่วั ยทุ างอารมณข์ องเพศตรงขา้ ม ซง่ึ กอ่ ใหเ้ กิดอนั ตรายแกต่ นเองได้ ๒.หลีกเลยี่ งการไปพบหรอื การรบั สิง่ ของจากคนแปลกหนา้ หรอื คนท่ีเพ่งิ รูจ้ กั กนั ๓.หลีกเลย่ี งการกลบั บา้ นในเวลาดกึ ด่นื ค่ามืดเพียงลาพงั ควรจะใหพ้ อ่ แม่ ญาติพ่ีนอ้ ง มาคอยรบั ท่ีปา้ ยรถประจาทางสถานีขนสง่ หรอื ตามสถานท่ีนดั หมาย ซง่ึ หากจาเป็นจะตอ้ งหลบั บา้ นดกึ ๆ ก็ควรจะมเี พ่อื นกลบั มาดว้ ย ๔.ควรบอกเลา่ เหตกุ ารณท์ ่ผี ิดปกติ เช่น มีคนตดิ ตามหรอื มีทา่ ทีลานลาม พดู จาเกีย้ วพาราสีขณะกลบั บา้ น ใหแ้ กพ่ ่อแมผ่ ปู้ กครองหรอื ผใู้ หญ่ท่เี ราไวใ้ จใหท้ ราบ ๕. หลีกเหล่ยี งสถานบนั เทงิ หรอื สถานการณต์ า่ ง ๆ ท่ีเสยี่ งตอ่ การถกู ลว่ ง ละเมิดทางเพศเชน่ การอยใู่ นท่ีลบั ตากบั เพศตรงขา้ ม การม่วั สมุ ดสู ่ือท่ไี มเ่ หมาะสม เช่น คลปิ วดิ โี อ เกม ภาพลามก เป็นตน้ เพราะนอกจากจะผดิ กฎหมายแลว้ ยงั ก็ใหเ้ กิด อนั ตรายต่อตนเองไดง้ า่ ย ๖.สาหรบั สภุ าพสตรคี วรปฏบิ ตั ิตอ่ เพศตรงขา้ มอยา่ งเหมาะสม ไมว่ า่ จะ
เป็นเพ่ือนชาย ญาติ คนรูจ้ กั หรอื ใครก็ตาม ควรรูจ้ กั รกั นวลสงวนตวั ไมป่ ลอ่ ยใหถ้ กู ลวนลามหรอื เปิดโอกาสใหใ้ กลช้ ิดกบั เพศตรงขา้ มมากเกินไปจนขาดการระมดั ระวงั ตนเอง ๗.ควรฝึกทกั ษะการปอ้ งกนั ตวั เองจากการถกู ลว่ งละเมิดทางเพศตา่ งๆ อยา่ งงา่ ยๆ เช่น ทกั ษะการปฏิเสธ ทกั ษะการตดั สินใจ ทกั ษะการปอ้ งกนั ตวั เอง เป็น ตน้ ๘.เม่อื อยใู่ นสถานการณถ์ กู ลว่ งละเมิดทางเพศ ตอ้ งสามารถรูจ้ กั ควบคมุ อารมณฝ์ ึกฝนตนเองใหม้ ีสติ สามารถเผชิญตอ่ ปัญหา และหาทางแกไ้ ขอย่างรอบคอบ เกรด็ น่ารู้ รูท้ นั ภยั ก่อนโดนแอบถา่ ย ตามหา้ งสรรพสนิ คา้ ตา่ ง ๆท่ีมกั มีขา่ วออกมาใหเ้ หน็ กนั บอ่ ย ๆวา่ มีการใช้ กลอ้ งขนาดเลก็ แอบถ่ายในหอ้ งลองเสอื้ สภุ าพสตรี หอ้ งนา้ หรอื ตามบนั ไดเลอ่ื น เป็น ตน้ ถือเป็นภยั ใกลต้ วั ท่ีควรตอ้ งระมดั ระวงั เป็นอย่างมาก ดงั นนั้ จงึ ควรรูว้ ธิ ีปอ้ งกนั ตนเองใหป้ ลอดภยั และรูท้ นั พวกโรคจิตท่ีชอบอบถ่ายทงั้ หลาย ดว้ ยวธิ ีปอ้ งกนั ง่ายๆ ดงั นี้ ใชโ้ ทรศพั ทม์ ือถือโทรออก ณ ช่วงเวลานนั้ หากโทรแลว้ ไมต่ ิดหรอื ติดแลว้ สญั ญาณขาดหายทงั้ ๆท่ีเคลื่อนก็เตม็ อยู่ แสดงวา่ อาจมีกลอ้ งซอ่ นอยทู่ ่เี ป็นอยา่ งนี้ เพราะวา่ เคลือ่ นของโทรศพั ทจ์ ะถกู รบกวนโดยเคลอื่ นของกลอ้ งท่ีสง่ ไปยงั เครอ่ื งรบั วธิ ีตรวจสอบวา่ กลอ้ งตดิ ตงั้ อย่ทู ่ไี หน ปกตกิ ลอ้ งพวกนีจ้ ะใชร้ งั สี อนิ ฟราเรด ซง่ึ มองไมเ่ ห็นดว้ ยตาเปลา่ แตส่ ามารถตรวจสอบไดด้ ว้ ยโทรศพั ทม์ อื ถือท่ีมี กลอ้ งถ่ายรูปหรอื วิดโี อ โดยเปิดระบบถา่ ยรูปหรอื วิดีโอของโทรศพั ทไ์ วแ้ ละสอ่ งดจู ดุ ท่ี สงสยั วา่ ตดิ ตงั้ หรอื ไม่ ถา้ ในจอภาพมอื ถือมจี ดุ สแี ดงเกิดขนึ้ หมายความวา่ ในหอ้ งนนั้ อาจมกี ลอ้ งวงจรปิดตดิ ตงั้ อยู่
ซง่ึ หากไมแ่ น่ใจวา่ ใชไ้ ดจ้ รงิ หรอื ไมอ่ าจลองทดสอบกบั รโี มทของ เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าท่บี า้ นดกู ็ได้ โดยลองนามอื ถือเปิดระบบวิดีโอหรอื ถ่ายรูปไวแ้ ลว้ นา รโี มทของเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าชนดิ ไหนก็ได้ กดรโี มทคา้ งไว้ นามอื ถือสอ่ งดจู ะเหน็ เป็นจดุ สแี ดงท่ีหวั รโี มท เพราะท่ตี วั รโี มทก็ใชร้ งั สี อินฟราเรดเชน่ เดยี วกบั กลอ้ งวงจรปิด อย่างไรก็ตามควรรูท้ นั ภยั ก่อนโดยแอบถ่ายท่ีดีท่สี ดุ คอื การระมดั ระวงั ตนเอง ดว้ ยการคอยสงั เกตอยเู่ สมอวา่ มคี นเขา้ มาใกลต้ วั อยา่ งมีพริ ุธหรอื ไม่ เช่น เดนิ ตามในลกั ษณะของการเขา้ มาประชิดตวั หรอื ถือถงุ ใสข่ องท่ีมที า่ ทางผดิ ปกติ ซง่ึ ในถงุ อาจมีกลอ้ งแอบซอ่ นอยกู่ ็ได้ หากเจอคนในลกั ษณะดงั กลา่ วใหค้ อยระมดั ระวงั ตนเอง ใหด้ พี ยายามหลกี เหล่ยี งใหห้ า่ งออกโดนเรว็ ท่สี ดุ เพ่อื ใหป้ ลอดภยั การถูกลว่ งละเมดิ ทางเพศ เทคนิคการใช้อวยั วะและส่งิ ของใกล้ตัวเป็ นอาวุธ การถกู ลว่ งละเมดิ ทาเพศ เป็นเรอ่ื งท่ีเกิดขนึ้ ไดโ้ ดยท่เี ราไมท่ นั ได้ ระมดั ระวงั ตวั การมีสติ และทกั ษะในการปอ้ งกนั ตวั จะช่วยใหน้ กั เรยี นสามารปอ้ งกนั ตนเองใหร้ อดพน้ จาการถกู ลว่ งละเมิดทางเพศไดอ้ ยา่ งปลอดภยั ซง่ึ มีขอ้ แนะนา ดงั นี้ ๑) เทคนิคการใชอ้ วยั วะ อวยั วะในรา่ งกายของคนเราสามารถใชเ้ ป็นอาวธุ ในการ ปอ้ งกนั ตนเองจากการถกู ลว่ งละเมิดทางเพศไดห้ ลายอยา่ ง ไดแ้ ก่ .. มอื สนั มอื ฝ่า มือ หลงั มือ และปลายนิว้ เทา้ สนั เทา้ ปลายเทา้ ฝ่าเทา้ และหลงั เทา้ เข่า ศอก ศรี ษะ หนา้ ผาก กะโหลกศีรษะดา้ นหลงั อวยั วะทงั้ ๕ นี้ จะใชม้ ากหรอื นอ้ ย ขนึ้ อย่กู บั การฝึกฝน นอกจากนี้ หาก
ถงึ คราวคบั ขนั การใชป้ ากหรอื ฟัน กส็ ามารถใชไ้ ดเ้ ช่นกนั ผะวงั อยา่ ใหค้ นรา้ ยเขา้ มา ประชิดตวั เกิน ๒ กา้ ว จงตงั้ สติ และหาโอกาสปอ้ งกนั ตวั โดยการใชเ้ ทา้ ถีบไปท่ขี า คนรา้ ยบรเิ วณ กระดกู ขา ทอ่ นบน หวั เข่า หรอื หนา้ แขง้ เพ่ือหยดุ คนรา้ ย ถา้ คนรา้ ยผลผี ลามจะเขา้ มาประชิดตวั ใหป้ อ้ งกนั ตวั เองโดยการใชส้ นั มือฟันไปท่ซี อกคอหรอื รมิ ฝีปาก ดงั้ จมกู คอ ไหปลารา้ กกหู หรอื ไมก่ ็ใชส้ นั มอื กระแทก ยนั คางใหค้ นรา้ ยหงายหลงั แลว้ ฉวยโอกาสหลบหนี แลว้ เรยี กใหค้ นช่วย เม่ือถกู คนรา้ ยจบั มอื ขณะน่งั เดิน หรอื ยืน ใหใ้ ชม้ อื ขา้ งท่ีเป็นอสิ ระจบั นวิ้ กอ้ ยท่ีมือของคนรา้ ยขา้ งท่ีจบั เราอยู่ แลว้ หกั กลบั ขนึ้ อยา่ งแรงและเรว็ เพ่อื คนรา้ ย จะไดต้ กใจ และเกิดความเจบ็ ปวดจนตอ้ งรบี ปลอ่ ยมือออก เม่อื ถกู คนรา้ ยจบั มอื ทงั้ สองขา้ งทางดา้ นหนา้ ใหด้ งึ มือกลบั โดยบิดขอ้ มือ ใหฝ้ ่ามือหนั เขา้ กนั แลว้ ดงึ มือเขา้ หากนั เม่ือมอื หลดุ เป็นอิสระแลว้ ใหต้ วดั มือขา้ งท่ถี นดั ขนึ้ สงู แลว้ ใชส้ นั มือฟาดลงบนดงั้ จมกู คนรา้ ยอยา่ งเต็มแรง จากนนั้ ใหเ้ ตะหนา้ แขง้ คนรา้ ยแรงๆ แลว้ วง่ิ หนีใหเ้ รว็ ท่ีสดุ อีกวิธีหนง่ึ คือ เบ่ียงตวั ออกโดยหนั หนา้ เทา้ ท่ีถนดั เขา้ หาคนรา้ ย แลว้ เตะ หรอื ถีบหนา้ แขง้ คนรา้ ย หรอื ใชส้ นั เทา้ กระแทกลงบนหวั เขา่ ของคนรา้ ย เม่อื ถกู คนรา้ ยจบั มือทงั้ สองขา้ งทางดา้ นหลงั ใหเ้ กรง็ ขอ้ มือแลว้ ดงึ ไปขา้ งหนา้ ขณะเดยี วกนั ใหใ้ ชส้ ายตาเหลียวดเู ข่าของคนรา้ ย แลว้ ถีบไปท่หี วั เข่าอยา่ งแรง และวิ่ง หนีอย่างเรว็ เม่ือถกู คนรา้ ยบบี คอทางดา้ นหนา้ ใหเ้ กรง็ ลาคอไวแ้ ละประสานมอื ยกขนึ้ กระแทกมือคนรา้ ยใหอ้ อกจากกนั พรอ้ มกระแทกสน้ เทา้ ท่ีหนา้ แขง้ คนรา้ ยแรงๆ หลายๆครงั้ เม่ือคนรา้ ยปลอ่ ยมือ ใหก้ ระแทกสน้ เทา้ ลงท่ีหวั เข่าคนรา้ ยอยา่ งแรงอีก
ครงั้ เพ่ือไมใ่ หค้ นรา้ ยตงั้ ตวั ไดท้ นั แลว้ วางหนีอย่างเรว็ ซง่ึ คนรา้ ยอาจจะมีอาการเจบ็ จนไมส่ ามารถตามเราไดท้ นั ทว่ งที และเราจงึ จะไดรบั ความปลอดภยั จากการถกู ทา รา้ ยหรอื ถกู ลว่ งละเมดิ ทางเพศ เม่อื ถกู คนรา้ ยกอดทางดา้ นหนา้ ใหส้ อดแขนขา้ งท่ีถนดั ขนึ้ มาแลว้ ใชส้ นั มือกระแทกใตค้ างคนรา้ ยอย่างแรง พรอ้ มกบั ใชเ้ ข่ากระแทกทอ้ งนอ้ ย หรอื เปา้ กางเกง คนรา้ ยซา้ อีกครงั้ หรอื อาจใชน้ วิ้ จมิ้ ตาคนรา้ ย แลว้ วง่ิ หนี เม่อื ถกู คนรา้ ยเขา้ มากอดทางดา้ นหลงั วธิ ีท่๑ี ใหใ้ ชฝ้ ่ามอื ยนั ปลายคางคนรา้ ยใหเ้ งยขนึ้ แลว้ ใชน้ วิ้ สนั มอื หรอื กาปั้น กระแทกไปท่ลี กู กระเดือกโดยเรว็ หรใื ชก้ าปั้นทบุ ไปท่บี รเิ วณดงั้ จมกู คนรา้ ย วิธีท่ี ๒ ใหก้ ระทงุ้ ศอกไปดา้ นหลงั บรเิ วณลิน้ ป่ีหรอื ทอ้ งนอ้ ยคนรา้ ย หรอื เบ่ียงตวั ออกดา้ นหลงั เลก็ นอ้ ย แลว้ ยกศอกกระแทกไปท่คี างหรอื คอของคนรา้ ย ๒) เทคนิคการใชส้ ง่ิ ของใกลต้ วั เป็นอาวธุ นอกจากการใชอ้ วยั วะเพ่ือ ปอ้ งกนั ตวั แลว้ บางครงั้ เราอาจหยบิ ฉวยส่ิงของท่ีมีอยู่ เชน่ ของใชใ้ นกระเป๋ า หวี ลกู กญุ แจ ปากกา ดนิ สอ รม่ รองเทา้ ฯลฯ เป็นอาวธุ ไดอ้ ีกดว้ ย ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้ ๑.การใชห้ วี โดยใชด้ า้ มหวีแทงบรเิ วณใตค้ าง หรอื ใชห้ วีขว่ นใบหนา้ คนรา้ ย ๒.การใชก้ ญุ แจ โดยใชก้ ญุ แจแทงบรเิ วณใตล้ กู กระเดือกหรอื แทงเขา้ ท่ีลกู ตา ๓.การใชป้ ากกาหรอื ดนิ สอ โดยใชป้ ากกาหรือดนิ สอท่ิมไปท่หี ลงั มือของคนรา้ ย ๔.การใชร้ ม่ โดยการยืนถือรม่ ในทา่ ระมดั ระวงั แลว้ ใชต้ วั รม่ ในทา่ ขวางกระแทกไปท่ี ลาคอคนรา้ ย หรอื อาจใชป้ ลายรม่ แหลมๆแทงไปท่ลี นิ้ ป่ีของคนรา้ ย ๕.การใชร้ องเทา้ อาจทาโดยไมต่ อ้ งถอดรองเทา้ ออก โดยการกะระยะและเล็งไปท่ี จดุ อ่อนของคนรา้ ย เช่น เปา้ กางเกง ชายโครง ใบหนา้ เป็นตน้ แลว้ ยกเทา้ ขนึ้ ถีบอย่างแรงหรอื อาจใชว้ ธิ ีถอดรองเทา้ เพ่อื ใช้
เป็นอาวธุ ในการตบ ตี โดยการใชส้ นั รองเทา้ กระแทกไปท่ีจดุ อ่อนตา่ งๆ ๖.การใชไ้ มก้ วาด อาจใชโ้ ดยการใชด้ า้ มไมก้ วาดเป็นอาวธุ สาหรบั ท่ิม แทงไปท่ีจดุ ออ่ น หรอื โดยการจบั ไมก้ วาดในมือกระแทกแขนทงั้ สองขา้ งของคนรา้ ย พรอ้ มกบั เตะ ถีบท่ีหวั เขา่ แลว้ เปลีย่ นเป็นยกไมก้ วาดขนึ้ กระแทกท่ีคอหอย นอกจากตวั อยา่ งท่กี ลา่ วมาแลว้ ของใชใ้ นบา้ นหลายๆอย่างก็สามารถ นามาใชเ้ ป็นอาวธุ ได้ เช่น มีด ไม้ กรรไกร ขวด ฯลฯ ๕. ทกั ษะปฏเิ สธเพอ่ื ป้องกนั การถูกล่วงละเมิดทางเพศ นอกจากจะตอ้ งเรยี นรูท้ กั ษะในการปอ้ งกนั ตวั แลว้ การเรยี นรูถ้ งึ ทกั ษะใน การปฏิเสธก็เป็นสิ่งสาคญั เม่ือตกอยใู่ นสถานการณเ์ ส่ียงตอ่ การถกู ลว่ งละเมิดทางเพศ ทงั้ นีก้ ารรูจ้ กั ปฏเิ สธอยา่ งตรงไปตรงมาจงึ ถือวา่ เป็นวธิ ีท่ดี ีท่ีสดุ ท่ีจะช่วยใหร้ อดพน้ จาก สถานการณเ์ ส่ยี งนนั้ ๆได้ การปฏเิ สธ เป็นสว่ นหนึ่งของการสรา้ งสมั พนั ธภาพ และการส่อื สารดว้ ย ความสามารถในการใชค้ าพดู หรอื ท่าทาง โดยทกุ คนมสี ิทธิท่จี ะปฏเิ สธในสงิ่ ท่ตี นไม่ อยากทาหรอื เส่ยี งตอ่ ความปลอดภยั ได้ ซง่ึ การปฏิเสธท่ไี ดผ้ ล คอื เราจะตอ้ งมีความ ตงั้ ใจท่จี ะแสดง ความรูส้ กึ ใหอ้ ีกฝ่ายหน่งึ รบั รูอ้ ยา่ งชดั เจนทงั้ คาพดู และการกระทา ดงั นี้ ๑.ตงั้ สติ และตงั้ ใจท่จี ะปฏเิ สธอย่างจรงิ จงั ทงั้ ทา่ ทาง คาพดู และนา้ เสยี ง เพ่ือแสดงความตงั้ ใจอย่างชดั เจนท่ีจะขอปฏิเสธกบั อกี ฝ่ายหนง่ึ โดยไมใ่ หค้ วามหวงั ๒.ไมเ่ ปิดโอกาสใหฝ้ ่ายชายมีขอ้ อา้ ง จนทาใหฝ้ ่ายหญิงจนมมุ และใจ ออ่ นควรเลอื กใชค้ วามรูส้ กึ ท่ีดตี อ่ กนั มาเป็นเหตผุ ลประกอบ เพราะการใชเ้ หตผุ ลท่ีไม่ เก่ียวขอ้ งกบั ความรูส้ กึ เพียงอยา่ งเดียวมกั ถกู โตแ้ ยง้ ได้ บทท่ี 7 การตระหนักในคุณคา่ ของตนเอง
การเหน็ คุณค่าในตนเอง: Self Esteem การเหน็ คุณคา่ ในตนเอง (Self Esteem) หมายถงึ ความรูส้ กึ ท่ีบคุ คลรบั รูว้ า่ ตนเอง มคี ณุ ค่า นาไปสคู่ วามเช่ือม่นั ในตนเอง และการยอมรบั นบั ถือตนเอง ซง่ึ เป็นผลจาก การประเมินตนเองโดยภาพรวมในดา้ นความสามารถ ความสาคญั และความสาเรจ็ ของตนเอง และแสดงออกมาในรูปแบบของทศั นคตใิ นแงบ่ วกท่มี ีตอ่ ตนเอง การเห็นคณุ ค่าในตนเองมีความสาคญั ย่งิ ในการท่ีบคุ คลจะสามารถดารงชีวติ ไดอ้ ยา่ ง มคี วามสขุ ดงั ท่ีทา่ นปัญญานนั ทภิกขกุ ็สอนวา่ “ รูอ้ ะไรรอ้ ยแปด แตย่ งั ไมร่ ูจ้ กั ตนเอง น่ี เรยี กวา่ ยงั ไมร่ ู:้ Knowing everything is useless knowing oneself” แสดงใหเ้ หน็ วา่ การเห็นคณุ คา่ ในตนเองมีความสาคญั ต่อการดาเนินชีวิต เน่ืองจากเป็นการรบั รูค้ ณุ ค่า ของตนเองตามสภาพความเป็นจรงิ ของชีวิต และเป็นพืน้ ฐานการมองชีวิตใหด้ ารงอยู่ อย่างมคี ณุ คา่ เสรมิ สรา้ งใหบ้ คุ คลแสดงออกซง่ึ พฤติกรรมท่มี ีประสิทธิภาพ บคุ คลท่ี เหน็ คณุ ค่าในตนเองจะสามารถเผชิญอปุ สรรคท่เี กิดขนึ้ ไดอ้ ย่างม่นั ใจ หาแนวทาง แกป้ ัญหาใหผ้ า่ นไปไดด้ ว้ ยดี ดงั นนั้ การเหน็ คณุ คา่ ในตนเองจะเป็นองคป์ ระกอบท่ี สาคญั ท่ีทกุ คนควรจะมี แตห่ ากบคุ คลไมเ่ หน็ คณุ ค่าในตนเอง ไมย่ อมรบั ไมเ่ ขา้ ใจใน ตนเองแลว้ บคุ คลนนั้ ก็จะไมม่ คี วามม่นั ใจตอ่ สถานการณต์ า่ ง ๆ ท่ีเกิดขนึ้ ใน ชีวิตประจาวนั ของตนและกอ่ ใหเ้ กิดปัญหาสขุ ภาพจิตตามมาได้ ลกั ษณะของผทู้ ่ีเหน็ คณุ คา่ ในตนเอง เชน่ มคี วามเช่ือม่นั ในตนเอง เห็นวา่ ตนเอง มีคณุ คา่ มีความสามารถ มีความคิดรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ มลี กั ษณะเป็นผนู้ ามากกวา่ ผู้ ตาม กลา้ แสดงออก และสามารถปรบั ตวั ไดด้ ี มีสขุ ภาพกาย และสขุ ภาพใจท่ีแขง็ แรง ฯลฯ ลกั ษณะของผทู้ ่ีเหน็ คณุ ค่าในตนเองต่า เชน่ ผทู้ ่มี ีพฤติกรรมเบ่ยี งเบนไปในทาง ไมด่ ี มีความวติ กกงั วลสงู ขาดความเช่ือม่นั ใจตนเอง ขาดความรบั ผิดชอบ ไมม่ กี าร
วางแผนชีวติ ไมเ่ ขา้ รว่ มกิจกรรมตา่ ง ๆ หมกมนุ่ กบั ความคิดของตนเองไมย่ อมรบั ฟัง ความคิดเหน็ ของผอู้ ่ืน ฯลฯ แนวทางการเสรมิ สรา้ งการเห็นคณุ คา่ ในตนเองนนั้ สามารถพฒั นาท่ตี วั บคุ คลได้ โดย การเรยี นรูท้ ่จี ะยอมรบั ตนเอง การใหร้ างวลั ตนเองเม่ือประสบความสาเรจ็ การเลกิ ความคิดท่ีไม่มีเหตผุ ล และลดการฟังคาวพิ ากษว์ ิจารณท์ ่ไี มส่ รา้ งสรรคจ์ ากผอู้ ่ืน ขณะเดยี วกนั ยงั ตอ้ งคานงึ ถงึ สภาพแวดลอ้ มท่ีเก่ียวขอ้ ง เช่น พ่อแม่ ผปู้ กครอง ครู สามารถรว่ มมือกนั เสรมิ สรา้ งใหเ้ กิดบรรยากาศการเรยี นรูท้ ่สี รา้ งสรรคเ์ ป็นแบบอยา่ งท่ี ดี โดยองคป์ ระกอบเหลา่ นีจ้ ะช่วยพฒั นา และเสรมิ สรา้ งการเหน็ คณุ คา่ ในตนเองให้ สงู ขนึ้ แตอ่ ยา่ งไรก็ตามจดุ เรม่ิ ตน้ ท่ีสาคญั ท่ีสดุ ก็คือ “ตนเอง” เพ่ือใหง้ ่ายตอ่ การทาความเขา้ ใจในการพฒั นาการเห็นคณุ คา่ ในตนเอง ผเู้ ขียนจงึ แบง่ หลกั การเสรมิ สรา้ งการเหน็ คณุ คา่ ในตนเองเป็น 3 กลมุ่ ไดแ้ ก่ การเสริมสร้างการเหน็ คุณคา่ ในตนเองของผู้เรียน คดิ แกป้ ัญหาในทางบวก, มอง โลกในแงด่ ี, วิเคราะห์ และยอมรบั ขอ้ ดขี อ้ เสียของตวั เอง, ไมค่ ิดเปรยี บเทียบกบั คนอ่ืน, ตงั้ เปา้ หมายในชีวติ , ใหเ้ วลา และใหโ้ อกาสกบั ตนเองในการเรม่ิ ตน้ ใหม่, ดแู ลรา่ งกาย และจติ ใจใหส้ ดช่ืน แข็งแรงอยเู่ สมอ, เลอื กรบั สือ่ ท่ีดี, มองดา้ นดีของตวั เอง และใช้ คาพดู ท่ีดี ๆ กบั ตนเองอย่างสม่าเสมอทกุ วนั บทบาทของพ่อแม่ ผู้ปกครองในการเสริมสร้างการเหน็ คุณคา่ ในตนเองใหก้ ับ บุตรหลาน พอ่ แมค่ วรเป็นแบบอยา่ งท่ดี ี ในการสรา้ งการเหน็ คณุ คา่ ในตนเองใหล้ กู เห็น, พ่อแมค่ วรอบรมเอาใจใสบ่ ตุ รหลานดว้ ยความเอือ้ อาทร, พอ่ แมค่ วรสง่ เสรมิ ให้ ลกู เกิด “ปมเดน่ ” ตามความชอบ ความถนดั ของเขา เปิดโอกาสใหล้ กู แสดงออก, พอ่ แมค่ วรปรบั ปรุงความสามารถในแตล่ ะดา้ นใหแ้ กล่ กู , พอ่ แมค่ วรพดู คยุ รบั ฟังส่งิ ท่ีลกู พดู
บทบาทของครูในการเสริมสร้างการเหน็ คุณคา่ ในตนเองใหก้ ับนักเรียน ครูควร จดั สภาพแวดลอ้ ม และบรรยากาศท่ีผอ่ นคลาย เขา้ ใจ ยอมรบั ความสามารถของ นกั เรยี นแตล่ ะคน, ครูควรเปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ , ครูควรกระตนุ้ ให้ นกั เรยี นแสดงออกในทางท่เี หมาะสม, ครูควรเป็นแบบอยา่ งท่ดี ใี หน้ กั เรยี นไดเ้ หน็ และ ปฏบิ ตั ติ าม, ครูควรจดั วิชากลมุ่ สนใจไวใ้ นหลกั สตู รการเรยี นการสอน เพ่ือใหน้ กั เรยี น ไดเ้ ลอื กเรียนในส่ิงท่ีตนเองชอบ, ครูสรา้ งจติ สานกึ ใหน้ กั เรยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม, ครูควรใหก้ าลงั ใจ สาหรบั นกั เรยี นท่ที าความดี, ครูควรรว่ มมือกบั ผปู้ กครองใน การแกป้ ัญหาของนกั เรยี น, ครูเป็นผคู้ อยชีแ้ นะ กระตนุ้ ใหเ้ ด็กเกิดการเรยี นรู้ และเห็น คณุ คา่ ในตนเอง จากบทความขา้ งตน้ ชีใ้ หเ้ ห็นวา่ การเหน็ คณุ คา่ ในตนเอง รูว้ า่ ตนเองมีคณุ ค่านนั้ มี ประโยชนเ์ ช่นไร ในทางพระพทุ ธศาสนาไดส้ อนวา่ “คนเราตอ้ งเขา้ ใจตนเอง รูจ้ กั ตนเองก่อน แลว้ เราจงึ จะสามารถเขา้ ใจคนอ่ืนได”้ ดงั นนั้ ถา้ บคุ คลเหน็ คณุ ค่าในตนเอง แลว้ กส็ ามารถนาไปสเู่ ปา้ หมายของชีวติ ไดอ้ ยา่ งมีความสขุ บทท่ี 8 สิทธใิ นการแสดงออกตามวิถที างเพศ พฤตกิ รรมการแสดงออกทางเพศของวยั รุน่ นบั วนั ย่งิ เปลี่ยนแปลงไป และมีแนวโนม้ ไปในทาง ท่ไี มด่ แี ละไมเ่ หมาะสม ทงั้ นีเ้ น่ืองมาจากปัจจยั หลายอย่าง ไมว่ า่ จะในดา้ นครอบครวั สงั คม สิ่งแวดลอ้ ม วฒั นธรรม รวมไปถึงเทคโนโลยีและการส่ือสารท่ีกา้ วหนา้ รวดเรว็ และทนั สมยั สามารถสอื่ สารถึงกนั ไดอ้ ย่าง งา่ ยดาย สง่ ผลใหว้ ยั รุน่ มีพฤตกิ รรม ลอกเลียนแบบจากส่อื ท่ีไดด้ ู โดยขาดการไตรต่ รอง ซง่ึ ทาใหเ้ กิดปัญหา
ทางสงั คมตามมามากมาย โดยเฉพาะปัญหาการมีพฤตกิ รรมทางเพศท่ีไมเ่ หมาะสม ในหมวู่ ยั รุน่ การแสดงออกทางเพศ พฤตกิ รรมทางเพศ หมายถึง การกระทาหรอื การปฏิบตั ิตนท่ีเก่ียวขอ้ งกบั เร่อื งเพศ เป็นพฤติกรรม ท่สี ามารถมองเหน็ และสงั เกตไดด้ ว้ ยตาเปลา่ ซง่ึ มคี วามแตกตา่ งกนั ของแต่ละบคุ คล ทงั้ นีข้ นึ้ อยกู่ บั ปัจจยั ท่ีมี อทิ ธิพลตอ่ พฤติกรรมทางเพศ ซง่ึ สามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็น 4 ปัจจยั คือ ครอบครวั เพ่อื น สงั คม และ วฒั นธรรม อทิ ธิพลของครอบครัว ทกุ คนมีความใกลช้ ิดกบั ครอบครวั มากท่ีสดุ และยาวนานท่ีสดุ ครอบครวั เป็นสถาบนั แห่งแรก ท่อี บรมทางดา้ นจติ ใจ และปลกู ฝังคณุ ธรรมและคา่ นิยมท่ีพงึ ประสงคใ์ หแ้ ก่เด็ก ครอบครวั จงึ มอี ทิ ธิพล ตอ่ พฤติกรรมตา่ ง ๆ รวมทงั้ พฤตกิ รรมทางเพศของวยั รุน่
รูปท่ี ครอบครวั มีอิทธิพลตอ่ พฤตกิ รรมตา่ ง ๆ รวมทงั้ พฤติกรรมทางเพศของวยั รุน่ (ท่มี า: https://sites.google.com/site/wichapheswithisuk/kar-saedngxxk- thang-phes/610860-img-1.jpg) อทิ ธิพลจากเพอ่ื น การคบเพ่อื นมคี วามสาคญั และมอี ิทธิพลตอ่ พฤตกิ รรมการแสดงออกของวยั รุน่ เพราะเพ่ือนจะมีอิทธิพลในเร่อื งความคิด ความเช่ือ และการแนะนาในเรอ่ื งตา่ ง ๆ รวมทงั้ พฤตกิ รรมทางเพศ และอาจชกั จงู ไปในทางท่ดี ีหรอื ไมด่ ไี ด้ ดงั นนั้ การเลอื กคบ เพ่ือนท่ดี ีจะช่วยแนะนาเร่อื งพฤติกรรมทางเพศในทางท่ี เหมาะสมได้ รูป การคบเพ่ือนมีอิทธิพลตอ่ พฤติกรรมการแสดงออกของวยั รุน่ (ท่มี า https://www.google.co.th/ www.dek-d.com) อิทธิพลจากสังคม สงั คมไทยเป็นสงั คมท่ีมอี ิทธิพลตอ่ การกาหนดพฤตกิ รรมทางเพศ ปัจจยั ทางสงั คมท่ี มผี ล ตอ่ พฤติกรรมทางเพศ มีดงั นี้
1. สถานภาพทางสงั คม สถานภาพในสงั คมไทยถกู กาหนดจากฐานะทาง เศรษฐกิจ ท่ใี นปัจจบุ นั มคี วามเหล่อื มลา้ อยา่ งมาก คนรวยในประเทศไทยจะมีฐานะรา่ รวยมาก ในขณะท่ีคนจนจะยากจน มาก ทาใหม้ ชี อ่ งวา่ งระหวา่ งคนจนและคนรวย คนจน จาเป็นตอ้ งประกอบอาชีพเพ่ือใหม้ รี ายได้ โดยท่ีอาชีพนนั้ อาจเสยี่ งตอ่ พฤตกิ รรมทาง เพศท่ีไมเ่ หมาะสม 2. สอื่ มวลชน การนาเสนอข่าวของส่ือมวลชนโดยไมม่ ีการกล่นั กรองถงึ ความ เหมาะสม จะมีอทิ ธิพลตอ่ กระแสคา่ นิยมทางเพศไดง้ า่ ย หากการนาเสนอข่าวท่ีซา้ ซากเกิดขนึ้ บอ่ ย ๆ เชน่ การนาเสนอขา่ ว เลกขม่ ขืนท่ลี งภาพผทู้ ่ตี กเป็นเหย่ืออยา่ งชดั เจน พรอ้ ม บอกรายละเอียดตา่ ง ๆ ของการกระทา เป็นตน้ อทิ ธิพลของวฒั นธรรม วฒั นธรรมเป็นวิถีการดาเนินชีวิตท่ีปฏบิ ตั ิสืบทอดกนั มายาวนานจากบรรพบรุ ุษสรู่ ุน่ ตอ่ ไป เพ่ือใหค้ นในสงั คมอยรู่ ว่ มกนั ได้ คนในสงั คมจะยดึ วฒั นธรรมเป็นแนวปฏิบตั ทิ ่ี ถือวา่ ถกู ตอ้ ง หากสงั คม มีคา่ นิยมทางวฒั นธรรมเรอ่ื งเพศอยา่ งไร คนในสงั คมก็จะ ปฏบิ ตั เิ ช่นนนั้ โดยเฉพาะความเช่ือทางศาสนา ท่ีเป็นสว่ นประกอบท่สี าคญั มากของ วฒั นธรรมในสงั คม อทิ ธิพลของวฒั นธรรมท่ีมีผลตอ่ พฤตกิ รรมทางเพศ ท่ีสาคญั นอกจากนี้ การพดู คยุ เร่อื งเพศอยา่ งเปิดเผยระหวา่ งพอ่ แมก่ บั ลกู ยงั เป็นสิง่ สาคญั อีก ดว้ ย การแสดงพฤติกรรมทางเพศของมนษุ ยไ์ ดร้ บั ผลกระทบจากปัจจยั หลากหลายดา้ น ดงั ท่ีกลา่ ว มาแลว้ ขา้ งตน้ จะถือวา่ มีความเหมาะสมหรอื ไม่ อย่างไรนนั้ ขนึ้ อยกู่ บั
ปัจจยั ทางสงั คมท่ีมกี ารเปล่ยี นแปลง รว่ มดว้ ย ดงั นนั้ วฒั นธรรมจงึ เป็นสงิ่ ท่ีนามา กาหนดเป็นบรรทดั ฐานในการประเมนิ พฤตกิ รรมวา่ ถกู ตอ้ ง เหมาะสมหรอื ไม่ แต่ ปัจจบุ นั วฒั นธรรมไทยท่ีถือปฏิบตั สิ ืบทอดกนั มายาวนานไดถ้ กู ผสมผสานกบั วฒั นธรรม ตะวนั ตก ทาใหค้ นในสงั คมตกอยใู่ นภาวะสบั สนตอ่ พฤติกรรมทางเพศท่มี ี การปฏบิ ตั ติ อ่ กนั โดยเฉพาะใน กลมุ่ วยั รุน่ ท่มี ีการรบั กระแสวฒั นธรรมตะวนั ตกจากสือ่ ตา่ ง ๆ อยา่ งรวดเรว็ มีคา่ นิยม ใหมต่ ามกระแส ตะวนั ตกแตก่ ็ตอ้ งอยใู่ นสงั คมไทยท่ีกาหนดพฤตกิ รรมทางเพศตาม วฒั นธรรมไทย อยา่ งไรก็ตาม คา่ นยิ มทางเพศ ท่เี หมาะสมสาหรบั สงั คมไทยนนั้ ยงั ใหค้ วามสาคญั กบั การไมม่ เี พศสมั พนั ธก์ อ่ น แตง่ งาน หรอื การรกั ษาความบรสิ ทุ ธิ์เป็นส่งิ ท่ีปฏิบตั ิไดถ้ กู ตอ้ งสาหรบั สงั คมไทย ดงั นนั้ การวางตวั ตอ่ เพศตรงขา้ มในระหว่างท่ีคบ หาสมาคมกนั เป็นเร่อื งสาคญั ท่ีเด็กวยั รุน่ ควรจะตอ้ งรูจ้ กั วางตวั โดยจะตอ้ งไมย่ อมตกเป็นเหย่ือของ กามารมณ์ รูจ้ กั เบ่ยี งเบน อารมณท์ างเพศใหแ้ สดงออกมาในรูปแบบท่สี งั คมยอมรบั และตรงกบั ขนบธรรมเนียมประเพณีหรอื วฒั นธรรมอนั ดงี ามของสงั คม การวางตวั หรอื การแสดง พฤติกรรมของเพศหญิง นนั้ จะตอ้ งทาตวั ใหเ้ พศชาย ยกยอ่ งและใหเ้ กียรติ และจะตอ้ งเขา้ ใจวา่ ผชู้ ายท่ดี หี รอื สภุ าพบรุ ุษนนั้ จะตอ้ งไม่ ลว่ งเกินผหู้ ญิง หรอื เม่ือมี การลว่ งเกินกนั เกิดขนึ้ ฝ่ายหญิงจงึ ไมต่ อ้ งเกรงใจหรอื กลวั ฝ่ายชายจะโกรธ ถา้ ตวั เอง จะแสดงความไมพ่ อใจ ใหผ้ ชู้ ายรบั รู้ เพราะการวางตวั ท่ีดีและรูจ้ กั ระมดั ระวงั ตวั ไมป่ ล่อยตวั ใหส้ นทิ สนมกบั ใคร ๆ โดยงา่ ยนนั้ เป็นสิ่งท่ีมคี า่ ย่งิ สาหรบั กลุ สตรซี ง่ึ ผชู้ ายโดยท่วั ไปมกั จะใหเ้ กียรตยิ ก ยอ่ งผหู้ ญิงท่ีมี พฤตกิ รรมเชน่ นี้
บทที่ 9 กฎหมายว่าด้วยเพศและความเสมอภาคทางเพศ สงั คมไทยในสมยั โบราณกาหนดความเสมอภาคทางเพศระหวา่ งหญิงชาย โดยเฉพาะ ในเร่อื งของการ แสดงออกทางเพศอยา่ งไมค่ อ่ ยเท่าเทียมกนั นกั แตเ่ ม่ือวฒั นธรรม ตะวนั ตกเรม่ิ เผยแพรเ่ ขา้ มา คา่ นยิ มหลาย อยา่ งของสงั คมไทยเราก็ไดม้ ีการปรบั ปรุง ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความเป็นสากล และเร่อื งความเสมอภาคทางเพศ ก็เป็นอีกเร่อื งหนึ่งท่ีมีการเรยี กรอ้ งใหม้ ีการแกไ้ ข จนสามารถดาเนินงานแกไ้ ขในหลาย ดา้ นอยา่ งท่ีเหน็ ในปัจจบุ นั สทิ ธิทางเพศ สทิ ธิทางเพศ เป็นสทิ ธิมลู ฐานและเป็นรากฐานของสิทธิมนษุ ยชน ซง่ึ สมาคมเพศ ศาสตรศ์ กึ ษา นานาชาตไิ ดแ้ ถลง ณ การประชมุ ครงั้ ท่ี 13 ท่กี รุงวาเลนเซยี ประเทศ สเปน วา่ “เพศเป็นมิติหน่งึ ของมนษุ ย์ ท่ีมีการปรบั ตวั และเปลยี่ นแปลงอยตู่ ลอดเวลา เพศเกิดจากปฏิสมั พนั ธร์ ะหวา่ งโครงสรา้ งภายในของสงั คม เอง และของแต่ละบคุ คล ในเวลาเดยี วกนั โดยปรากฏใหเ้ หน็ ทางวงจรชีวิตของบคุ คลท่ีประสานความเป็นตวั ของตวั เอง และสรา้ งเสรมิ ความผกู พนั ซง่ึ กนั และกนั ใหแ้ น่นแฟ้นย่ิงขนึ้ ” สทิ ธิทางเพศไดแ้ กส่ ิทธิดงั ตอ่ ไปนี้ 1. สทิ ธิท่จี ะมีเสรภี าพทางเพศ ตอ้ งขจดั การบงั คบั ขม่ ขทู่ างเพศ การแสวงหา ผลประโยชน์ และการลว่ งเกินทางเพศทกุ รูปแบบ 2. สิทธิท่จี ะมคี วามเป็นอสิ ระ ความเป็นตวั ของตวั เอง และความปลอดภยั ในรา่ งกาย รวมถึง การควบคมุ และการหาความสขุ จากรา่ งกายของตนเอง โดยปราศจากการ ทารุณกรรมและความรุนแรง ในทกุ รูปแบบ 3. สทิ ธิเทา่ เทียมกนั ทางเพศ รวมทงั้ ความเคารพในความหลากหลายทาง
เพศ ไมว่ า่ จะเป็น ชายหรอื หญิง และไมว่ า่ จะมอี ายุ เชือ้ ชาติ ศาสนา ชนชนั้ หรอื มี รสนิยมทางเพศแบบใด 4. สิทธิท่จี ะมีสขุ อนามยั ทางเพศท่ีดี รวมทงั้ ไดร้ บั การรกั ษาพยาบาล โรคตดิ ต่อ ทาง เพศสมั พนั ธอ์ ย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม 5. สิทธิท่จี ะไดร้ บั ความรูเ้ ร่ืองเพศท่ีกวา้ งขวางและเป็นขอ้ เทจ็ จรงิ ท่ีไมเ่ บ่ยี งเบน ซง่ึ ครอบคลมุ ความรูด้ า้ นเพศศกึ ษาตงั้ แตเ่ กิดจนตลอดชีวติ 6. สทิ ธิท่จี ะดาเนินชีวิตรว่ มกนั อยา่ งอสิ ระ จะแตง่ งานหรอื ไมก่ ็ได้ รวมทงั้ สทิ ธิในการ ใชช้ ีวติ รว่ มทางเพศแบบอ่ืน ๆ ท่ตี นประสงค์ 7. สทิ ธิท่จี ะตดั สนิ ใจโดยเสรแี ละรบั ผดิ ชอบในการเจรญิ พนั ธุ์ สามารถเลือกการ วางแผน ครอบครวั ท่ีเหมาะสม 8. สทิ ธิในความเป็นสว่ นตวั สามารถตดั สนิ ใจในการดาเนินชีวิตทางเพศโดยอิสระ ภายใต้ จรยิ ธรรมทางสงั คมและบคุ คล สขุ ภาพทางเพศเป็นสิทธิมลู ฐานและรากฐานของสทิ ธิมนษุ ยชน เร่อื งเพศเป็นตน้ กาเนดิ ความ ผกู พนั ท่ีลกึ ซงึ้ ท่ีสดุ ของมนษุ ย์ เป็นส่ิงจาเป็นสาหรบั ความสขุ ในชีวติ ของ บคุ คล คสู่ มรส ครอบครวั และสงั คม ดงั นนั้ การเคารพในสิทธิทางเพศจงึ เป็นส่ิงท่ีควร สนบั สนนุ ในทกุ วิถีทาง ความเสมอภาคทางเพศ ความเสมอภาคทางเพศ หมายถึง การท่ีเพศชายและเพศหญิงมสี ิทธิและเสรภี าพใน การแสดง บทบาทของตนเองต่อสงั คมไดอ้ ย่างเทา่ เทียมกนั แตต่ อ้ งอยภู่ ายในกรอบท่ี เหมาะสมของวฒั นธรรมท่ดี งี าม
ในปัจจบุ นั บทบาททางเพศระหวา่ งผชู้ ายและผหู้ ญิงในสงั คมเปลย่ี นแปลงไปจากเดมิ เป็น อย่างมาก แตเ่ ดมิ นนั้ มองบทบาทของเพศชายวา่ อยใู่ นฐานะ “ชา้ งเทา้ หนา้ ” และมอง บทบาทของเพศหญิง วา่ อยู่ ในฐานะ “ชา้ งเทา้ หลงั \" คอื ใหบ้ ทบาทของผชู้ ายเป็นผนู้ าและผหู้ ญิงเป็นผตู้ าม แตป่ ัจจบุ นั ความคิด ในเรอ่ื ง นีไ้ ดเ้ ปลี่ยนไปแลว้ ผหู้ ญิงมีบทบาทมากขนึ้ ในสงั คม ไดร้ บั การศกึ ษาท่ีสูง และ ในหลายประเทศก็มผี นู้ าท่ีเป็น ผหู้ ญิง จงึ แสดงใหเ้ ห็นวา่ เพศหญิงและชายนนั้ มคี วาม เสมอภาคเทา่ เทยี มกนั ในทกุ ดา้ น ซง่ึ ในปัจจบุ นั สงั คมไทยใหค้ วามสาคญั กบั เร่อื ง ความเสมอภาคทางเพศมากขนึ้ โดยมองบทบาททางเพศของชายและหญิง วา่ มรี ะดบั ท่ีเท่าเทียมกนั ไมม่ ีการกีดกนั ทางเพศเหมอื นในสมยั โบราณ รูปท่ี 5.5 ในปัจจบุ นั เพศหญิงและชายมีความเสมอภาคเทา่ เทยี มกนั ในทกุ ดา้ น (ท่มี า: https://www.google.co.th/search?rlz=1C1SQJL_thTH776TH776&)
Search