Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยที่2

หน่วยที่2

Published by Thipkesorn Thongkhaek, 2018-08-22 01:58:49

Description: แบบฝึกหัดหน่วยที่2

Keywords: ีunit2

Search

Read the Text Version

1.แบ่งตามลักษณะทางกายภาพ คือตอบ 1. PAN คือ \"ระบบการติดตอ่ สอื่ สารไรส้ ายสว่ นบคุ คล\" ย่อมาจาก Personal Area Network หรือเรียกว่าBluetoothPersonal Area Network (PAN)คือเทคโนโลยกี ารเข้าถึงไรส้ ายในพนื้ ทเี่ ฉพาะส่วนบุคคล โดยมีระยะทางไม่เกนิ 1เมตร และมอี ัตราการรับสง่ ขอ้ มูลความเรว็ สงู มาก (สงู ถึง 480 Mbps) ซ่ึงเทคโนโลยที ใ่ี ช้กันแพรหลาย ก็เช่น• Ultra Wide Band (UWB) ตามมาตรฐาน IEEE 802.15.3a• Bluetooth ตามมาตรฐาน IEEE802.15.1• Zigbee ตามมาตรฐาน IEEE 802.15.4เทคโนโลยเี หล่านใ้ี ช้สาหรับการติดต่อส่ือสารระหว่างคอมพิวเตอรแ์ ละ อปุ กรณต์ ่อพว่ ง(peripherals) ใหส้ ามารถรบั สง่ ข้อมลู ถึงกันได้ และยังใชส้ าหรับการรบั สง่สัญญาณวิดโี อทม่ี ีความละเอียดภาพสูง (high-definition video signal) ได้ด้วยPersonal Area Network(PAN)ชว่ ยใหเ้ ราสามารถจดั การข้อมลู ระหว่างอุปกรณ์ตา่ งๆทเี่ คล่ือนท่ีไปมาได้ อย่างหลากหลายคิดคน้ โดยนกั วจิ ยัของ MIT รวมกบั IBM โดยจะสรา้ งกระแสไฟฟ้าแรงตา่ (ระดับพโิ คแอมป ) ออกไปตามผวิ หนังโดยเครอ่ื งรบั สัญญาณตามจุดต่างๆ ของรา่ งกายสามารถรบั สญั ญาณได้ เทคโนโลยนี ้จี ะเหมาะกบั การใชง้ านทางการแพทย์ เพราะอปุ กรณ์โดยมากจะมกี ารตดิ ตั้งตามลาตวั มนุษยพ์ ัฒนาโดย Bluetooth Special Interest Group

ต่อข้อ 12. LAN เปน็ ระบบเครือข่ายท่ีใช้งานอยใู่ นบริเวณทไี่ ม่กว้างนกั อาจใชอ้ ยภู่ ายในอาคารเดยี วกนั หรอือาคารทอ่ี ยใู่ กล้กัน เช่น ภายในมหาวิทยาลัย อาคารสานักงาน คลังสนิ ค้า หรือโรงงาน เป็นตน้ การส่งข้อมูลสามารถทาได้ด้วยความเร็วสงู และมีขอ้ ผิดพลาดน้อย ระบบเครอื ข่ายระดับท้องถิ่นจึงถูกออกแบบมาให้ชว่ ยลดตน้ ทุนและเพ่อื เพม่ิ ประสิทธิภาพในการทางาน และใชง้ านอปุ กรณต์ ่าง ๆรว่ มกัน 3. MAN เป็นระบบเครอื ขา่ ยท่มี ขี นาดอย่รู ะหวา่ ง Lan และ Wan เป็นระบบเครอื ขา่ ยที่ใช้ ภายในเมืองหรือจังหวัดเทา่ นั้น การเช่ือมโยงจะตอ้ งอาศัยระบบบรกิ ารเครอื ขา่ ยสาธารณะ จงึ เปน็ เครือข่ายทใี่ ช้กับองค์การทมี่ ีสาขาห่างไกลและต้องการเชือ่ มสาขาเหลา่ นน้ั เข้าด้วยกัน เช่น ธนาคาร เครอื ขา่ ยแวนเชอื่ มโยงระยะไกลมาก จึงมีความเรว็ ในการส่อื สารไม่สูง เน่ืองจากมี สญั ญาณรบกวนในสาย เทคโนโลยีทใ่ี ช้กับเครอื ขา่ ยแวนมีความหลากหลาย มีการเช่ือมโยง ระหวา่ งประเทศด้วยชอ่ งสัญญาณดาวเทียม เสน้ ใยนาแสง คลนื่ ไมโครเวฟ คลืน่ วิทยุ สายเคเบิล

ต่อข้อ 1 4.WAN เปน็ ระบบเครอื ข่ายท่ีติดต้ังใชง้ านอยใู่ นบรเิ วณกวา้ ง เช่น ระบบเครือขา่ ยท่ีตดิ ตงั้ ใช้งานทัว่ โลก เปน็ เครือข่ายทเี่ ชือ่ มตอ่ คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณท์ ี่อยู่หา่ งไกลกนั เข้าดว้ ยกนั อาจจะตอ้ งเป็นการตดิ ตอ่ ส่ือสาร กันในระดบั ประเทศ ขา้ มทวีปหรอื ทวั่ โลกก็ได้ ในการเชอื่ มการตดิ ต่อนั้น จะต้องมกี ารตอ่ เข้ากบั ระบบสอ่ื สารขององคก์ ารโทรศัพท์หรือการส่ือสารแหง่ ประเทศไทยเสียก่อน เพราะจะเปน็ การส่งข้อมูลผา่ น สายโทรศัพทใ์ นการติดตอ่ ส่ือสารกนั โดยปกติมอี ัตราการสง่ ข้อมลู ทตี่ า่ และมโี อกาสเกิดขอ้ ผิดพลาด การสง่ ข้อมูลอาจใชอ้ ุปกรณ์ในการสื่อสาร เชน่ โมเดม็ (Modem) มาชว่ ย

2. แบ่งตามหนา้ ทีข่ องคอมพิวเตอร์ตอบ 1. Peer-to-Peer เปน็ การเชอ่ื มต่อเครื่องคอมพวิ เตอร์เขา้ ดว้ ยกัน โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ แตล่ ะเครอื่ ง จะสามารถแบ่งทรพั ยากรตา่ งๆ ไมว่ ่าจะเปน็ ไฟล์หรอื เครื่องพมิ พซ์ ่งึ กันและกันภายในเครอื ข่ายได้ เครอ่ื งแต่ละเครื่องจะทางานในลักษณะที่ทัดเทียมกนั ไมม่ เี ครอ่ื งใดเครอื่ งเครอื่ งหนง่ึ เป็นเครอ่ื งหลักเหมือนแบบ Client / Server แต่กย็ ังคงคุณสมบัติพน้ื ฐานของระบบเครือขา่ ยไว้เหมือนเดมิ การเชื่อมตอ่ แบบนีม้ กั ทาในระบบทม่ี ขี นาดเลก็ ๆ เช่น หน่วยงานขนาดเลก็ ทม่ี ีเคร่อื งใช้ไมเ่ กิน 10 เครือ่ ง การเชอ่ื มตอ่ แบบนมี้ ีจุดอ่อนในเร่ืองของระบบรักษาความปลอดภยั แต่ถา้ เปน็เครือขา่ ยขนาดเลก็ และเป็นงานท่ไี ม่มขี ้อมลู ทเ่ี ปน็ ความลบั มากนกั เครือขา่ ยแบบนี้ กเ็ ป็นรปู แบบทีน่ า่ เลือกนามาใช้ได้เป็นอยา่ งดี

ต่อข้อ 2 2. Client-Serverเปน็ ระบบทม่ี เี ครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครอื่ งมีฐานะการทางานทเ่ี หมือน ๆ กนั เท่าเทยี ม กันภายในระบบ เครือข่าย แต่จะมเี คร่ืองคอมพิวเตอร์เครื่องหนึง่ ที่ทาหนา้ ทีเ่ ป็นเครอื่ ง Server ท่ที า หน้าทใ่ี ห้บริการทรัพยากรต่าง ๆ ใหก้ ับ เคร่อื ง Client หรอื เคร่อื งทีข่ อใช้บริการ ซง่ึ อาจจะตอ้ งเป็นเครอ่ื ง ที่มปี ระสทิ ธิภาพท่คี อ่ นข้างสูง ถึงจะทาให้การใหบ้ ริการมปี ระสิทธิภาพตามไปดว้ ย ขอ้ ดีของระบบ เครอื ขา่ ย Client - Server เป็นระบบที่มีการรกั ษาความปลอดภัยสงู กวา่ ระบบแบบ Peer To Peer เพราะวา่ การจดั การในด้านรักษาความปลอดภยั นน้ั จะทากนั บนเคร่อื ง Server เพียงเครื่องเดียว ทาให้ ดแู ลรกั ษางา่ ย และสะดวก มีการกาหนดสิทธิการเข้าใชท้ รพั ยากรตา่ ง ๆใหก้ ับเครือ่ งผู้ขอใช้บรกิ าร หรือ เคร่อื งClient

3. แบง่ ตามระดับความปลอดภยั ของข้อมูลเปน็ เกณฑ์ตอบ 1. Intranet อินเทอรเ์ นต็ เป็นเครือขา่ ยทค่ี รอบคลมุ ทวั่ โลก ซึง่ มคี อมพิวเตอรเ์ ปน็ ล้านๆเครื่องเช่ือมตอ่ เข้ากบัระบบและยงั ขยายตัวขึ้นเรอ่ื ย ๆ ทุกปี อินเทอร์เนต็ มีผใู้ ชท้ วั่ โลกหลายรอ้ ยลา้ นคน และผู้ใชเ้ หลา่ น้ีสามารถแลกเปล่ียนข้อมูลขา่ วสารกนั ไดอ้ ยา่ งอสิ ระ โดยทรี่ ะยะทางและเวลาไม่เปน็ อปุ สรรค นอกจากนี้ผใู้ ช้ยงั สามารถเข้าดูข้อมลู ตา่ ง ๆ ทีถ่ กู ตีพมิ พ์ในอินเทอรเ์ น็ตได้ อนิ เทอรเ์ นต็ เช่ือมแหลง่ ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ เข้าด้วยกันไมว่ ่าจะเปน็ องค์กรธุรกิจมหาวิทยาลัย หน่วยงานของรฐั บาล หรือแม้กระทง่ั แหลง่ ขอ้ มลู บคุ คล องค์กรธรุ กจิ หลายองค์กรไดใ้ ช้อินเทอรเ์ น็ตช่วยในการทาการค้า เช่น การตดิ ตอ่ ซ้ือขายผ่านอนิ เทอร์เน็ตหรอื อคี อมเมิร์ช (E-Commerce) ซงึ่ เป็นอีกช่องทางหนึ่งสาหรบั การทาธรุ กจิ ทก่ี าลังเป็นที่นิยม เนอื่ งจากมตี ้นทนุ ท่ถี กู กว่าและมฐี านลูกค้าทใี่ หญม่ าก สว่ นข้อเสียของอินเทอร์เน็ตคอื ความปลอดภยั ของข้อมูล เน่ืองจากทกุ คนสามารถเขา้ ถงึ ข้อมูลทกุ อย่างทแ่ี ลกเปล่ยี นผา่ นอนิ เทอรเ์ น็ตได้

ต่อข้อ 3 อนิ เทอร์เนต็ ใชโ้ ปรโตคอลท่เี รียกวา่ “TCP/IP (Transport Connection Protocol/Internet Protocol)” ใน การส่อื สารขอ้ มูลผา่ นเครอื ข่าย ซึง่ โปรโตคอลนีเ้ ป็นผลจากโครงการหนึ่งของกระทรวงกลาโหมสหรฐั ฯ โครงการ น้ีมชี ือ่ ว่า ARPANET (Advanced Research Projects Agency Network) ในปี ค.ศ.1975 จดุ ประสงคข์ อง โครงการนเ้ี พ่อื เชื่อมต่อคอมพวิ เตอร์ทีอ่ ย่หู ่างไกลกนั และภายหลงั จงึ ไดก้ าหนดให้เป็นโปรโตคอลมาตรฐานใน เครือขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ต ในปจั จุบนั อินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นเครอื ข่ายสาธารณะ ซงึ่ ไมม่ ีผู้ใดหรอื องค์กรใดองคก์ รหนงึ่ เปน็ เจา้ ของอย่าง แทจ้ รงิ การเช่อื มตอ่ เขา้ กับอินเทอร์เนต็ ตอ้ งเช่อื มต่อผ่านองค์กรทเ่ี รียกว่า “ISP (Internet Service Provider)” ซึง่ จะทาหน้าทีใ่ หบ้ รกิ ารใน การเชอ่ื มต่อเข้ากบั อินเทอรเ์ นต็ น่นั คอื ข้อมลู ทกุ อย่างที่สง่ ผา่ นเครือขา่ ย ทกุ คนสามารถดูได้ นอกเสยี จากจะมี การเขา้ รหสั ลบั ซ่ึงผใู้ ชต้ อ้ งทาเอง

ต่อข้อ 32. Internet ตรงกันข้ามกบั อินเทอร์เนต็ อินทราเน็ตเป็นเครือข่ายส่วนบคุ คลทใ่ี ช้เทคโนโลยอี นิ เทอรเ์ นต็ เชน่ เวบ็ , อเี มล,FTP เป็นตน้ อินทราเนต็ ใชโ้ ปรโตคอล TCP/IP สาหรับการรับสง่ ข้อมลู เชน่ เดยี วกับอินเทอร์เนต็ ซึง่ โปรโตคอลนส้ี ามารถใช้ไดก้ บั ฮารด์ แวร์หลายประเภท และสายสญั ญาณหลายประเภท ฮาร์ดแวรท์ ่ใี ช้สรา้ งเครอื ข่ายไมใ่ ช่ปจั จยั หลกั ของอินทราเนต็ แต่เปน็ ซอฟตแ์ วร์ที่ทาใหอ้ นิ ทราเน็ตทางานได้ อินทราเน็ตเปน็ เครอื ขา่ ยทีอ่ งค์กรสร้างขึ้นสาหรบั ใหพ้ นักงานขององคก์ รใชเ้ ทา่ นั้น การแชรข์ อ้ มลู จะอยู่เฉพาะในอนิ ทราเน็ตเทา่ นน้ั หรอื ถ้ามีการแลกเปล่ยี นขอ้ มูลกับโลกภายนอกหรอือินเทอรเ์ น็ต องคก์ รน้นั สามารถทีจ่ ะกาหนดนโยบายได้ ในขณะที่การแชรข์ อ้ มูลอินเทอรเ์ น็ตนนั้ ยงั ไม่มอี งค์กรใดทสี่ ามารถควบคมุ การแลกเปล่ียนข้อมูลได้ เมอ่ื เชือ่ มต่อเขา้ กับอนิ เทอร์เน็ต พนกั งานบรษิ ัทของบริษทั สามารถติดตอ่ สือ่ สารกบั โลกภายนอกเพื่อการคน้ หาข้อมูลหรอื ทาธรุ กิจตา่ ง ๆ การใชโ้ ปรโตคอล TCP/IP ทาให้ผใู้ ชส้ ามารถเขา้ ใช้เครอื ข่ายจากที่ห่างไกลได้ (Remote Access) เช่น จากท่ีบา้ น หรือในเวลาที่ต้องเดินทางเพอื่ ติดตอ่ ธรุ กิจ การเชอ่ื มต่อเข้ากบั อินทราเน็ตโดยการใช้โมเด็มและสายโทรศพั ท์ ก็เหมือนกับการเช่ือมต่อเข้ากับอนิ เทอรเ์ นต็ แต่แตกตา่ งกันทเี่ ปน็ การเชือ่ มตอ่ เขา้ กับเครือขา่ ยสว่ นบุคคลแทนที่จะเปน็ เครือขา่ ยสาธารณะอย่างเช่นอินเทอร์เน็ต การเชื่อมตอ่ กันได้ระหว่างอนิ ทราเน็ตกบัอินเทอร์เนต็ ถอื เปน็ ประโยชน์ท่ีสาคญั อย่างหนึง่

ต่อข้อ 3ระบบการรักษาความปลอดภัยเปน็ สิ่งที่แยกอนิ ทราเน็ตออกจากอินเทอรเ์ น็ต เครือข่ายอนิ ทราเนต็ ขององค์กรจะถกู ปกป้องโดยไฟรว์ อลล์ (Firewall) ซึง่ อาจจะเปน็ ได้ท้ังฮาร์ดแวรแ์ ละซอฟตแ์ วร์ท่ที าหนา้ ท่ีกรองข้อมูลที่แลกเปล่ียนกันระหวา่ งอินทราเน็ตและอนิ เทอรเ์ นต็ เม่อื ทง้ั สองระบบมกี ารเชือ่ มตอ่ กัน ดงั นนั้ องค์กรสามารถกาหนดนโยบายเพอ่ื ควบคุมการเข้าใช้งานอินทราเน็ตได้อินทราเน็ตสามารถสนองความต้องการของผู้ใช้ในองคก์ รได้หลายอย่าง ความงา่ ยในการตีพิมพ์บนเว็บทาใหเ้ ปน็ ท่ีนยิ มในการประกาศขา่ วสารขององคก์ ร เชน่ ขา่ วภายในองคก์ ร กฎ ระเบยี บ และมาตรฐาน การปฏิบัตงิ านตา่ ง ๆเปน็ ตน้ หรอื แม้กระทงั่ การเขา้ ถึงฐานข้อมลู ขององคก์ รกง็ ่ายเชน่ กนั ผ้ใู ช้สามารถทางานร่วมกนั ไดง้ ่าย และมีประสทิ ธิภาพมากข้ึน

ต่อข้อ 33. Extranet เอก็ ส์ทราเน็ต เปน็ เครอื ข่ายก่งึ อนิ เทอรเ์ นต็ กง่ึ อินทราเนต็ กล่าวคอื เอ็กสท์ ราเนต็ คอื เครือขา่ ยที่เชอ่ื มตอ่ ระหว่างอนิ ทราเนต็ ของสององค์กร ดงั นน้ั จะมบี างส่วนของเครือข่ายท่เี ป็นเจ้าของรว่ มกันระหวา่ งสององค์กรหรือบรษิ ทั การสร้างอินทราเน็ตจะไม่จากดั ดว้ ยเทคโนโลยี แตจ่ ะยากตรงนโยบายทเี่ ก่ียวกบั การรักษาความปลอดภัยของขอ้ มูลที่ทง้ั สององคก์ รจะต้องตกลงกัน เช่น องค์กรหนง่ึ อาจจะอนุญาตใหผ้ ู้ใชข้ องอกี องค์กรหน่ึงลอ็ กอินเข้าระบบอินทราเนต็ ของตวั เองหรือไม่ เปน็ ตน้ การสร้างเอ็กสท์ ราเน็ตจะเนน้ ท่รี ะบบการรกั ษาความปลอดภัยข้อมลู รวมถึงการติดตงั้ ไฟร์วอลล์หรอื ระหว่างอินทราเน็ตและการเขา้ รหสั ขอ้ มูลและสิง่ ท่ีสาคญั ที่สุดกค็ ือนโยบายการรกั ษาความปลอดภยั ข้อมูลและการบงั คบั ใช้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook