Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เที่ยวตะรุเดา

เที่ยวตะรุเดา

Published by p6708, 2022-06-06 06:15:10

Description: เที่ยวตะรุเดา

Keywords: ตะรุเตา,สตูล

Search

Read the Text Version

บัันทึกึ การเดิินทาง 10 - 16 เมษายน 2565 สตููล ตะรุเุ ตา ถ้้ำเล เขาทะนาน ตะลุมุ พุกุ ฯลฯ

การเดินิ ทางไปเที่ย่� วสำหรัับวัันหยุุดสงกรานต์ป์ ีี บรรยากาศคนที่�่มารอลงเรืือ 2565 คราวนี้�ลงภาคใต้้กันั แม้ว้ ่่าจะยัังอยู่�ในสถานการณ์์ ที่�ม่ ีีโควิดิ ระบาดอยู่�หลายจังั หวััด จุุดสนใจคราวนี้�อยุู่�ที่� เกาะตะรุเุ ตา ซึ่�่งเราจะอยู่่�กันั หลายวันั ทีีเดีียว ตั้�งแต่่วััน ที่�่ 11 - 13 จากนั้�นก็็จะเดินิ กลัับโดยแวะเที่ย่� วตามจุุด ต่า่ งๆ ระหว่่างทาง วัันที่�่ 10 เมษายน 2565 วันั แรกของการเดินิ ทาง วางแผนว่่าคืืนนี้�จะแวะนอนที่�่บ้า้ นดอน แต่่ช่่วงใกล้้ ถึึงสุุราษฎร์์ฯ รถติดิ มากแบบว่า่ ไม่่ขยัับเลยทีีเดีียว ถ้า้ ดึึงดั้�นไปคงจะถึึงคงดึึกมากทีีเดีียว เปลี่ย่� นใจหาที่�่พััก แถวนั้�น ได้ท้ ี่พ�่ ัักคืือ วิมิ านดินิ เป็น็ บ้า้ นหลัังเล็็กๆ เตีียง ใหญ่่เตีียงเดีียวนอนได้ส้ องคน ไปถึึงตอนมืดื มองอะไรไม่่ เห็็นแล้้ว เช้า้ มาถึึงเห็็นวิิวรอบๆ บ้า้ นก็็ดููดีีเหมืือนกันั วันั ที่ส�่ อง เดินิ ทางแต่เ่ ช้า้ ถึึงบ้้านดอนนก 3 รูปู บนคือื อาคารที่่ใ� ห้้ สุุราษฎร์ธ์ านีี ไปกิินมื้�อเช้้าที่่�ร้้านสุธุ ารส ติ่�มซำ อยู่�ปาก มารอเรืือ ซอยหน้า้ บ้า้ น สั่ง� ติ่ม� ซำแต่่รอนานมาก ปรากฏว่า่ คิิวมันั รูปู นี้�กำลัังเข้า้ แถวรอ มั่ ว� ไปหมดเลยไม่่ได้้กินิ แอ๋ว๋ กัับลอยมาสบทบไปสตููล ลงเรืือ ด้้วย คืนื นี้�หาที่�่พักั ใกล้้ๆ (จำชื่�อไม่่ได้้แล้ว้ ) พร้อ้ มโทรนัดั กับั ทางอุุทยานว่่า พรุ่่�งนี้�จะไปเกาะตะรุเุ ตาแน่น่ อน รููปล่่างอยู่�บนเรือื แล้้ว เช้า้ วัันที่�่สาม ไปติิดต่อ่ ที่ท่� ำการอุุทยาน เพื่่�อลง เรืือไปตะรุเุ ตา คนเยอะมากแต่ส่ ่ว่ นใหญ่่ไปเกาะหลีีเป๊๊ะ ลงเรืือลำเดีียวกัันแต่พ่ วกเราขึ้�นก่่อนที่่�ตะรุเุ ตา ก่อ่ นแล่น่ ไปหลีีเป๊๊ะ อีีกสองวันั ถึึงแวะมารับั เรากลับั ไปสตููล อย่า่ ลืืมมารัับล่ะ่ นะ

ขึ้�นที่่ท� ่่าเรือื ของเกาตะรุุเตา บรรยากาศบนเกาะ บ้า้ นพััก ร้า้ นอาหารบนเกาะ ที่่�พักั เป็็นบ้้านสองหลัังติิดกันั ไฟฟ้้าตอนกลางวันั ไม่่มีี สอบถามเจ้า้ หน้้าที่ข�่ องอุุทยาน ว่า่ ไฟฟ้า้ จะมีีใช้้ตอน หััวคำ่�ไปถึึงเที่�ย่ งคืนื ติดิ ต่่อรถไปชมจุดุ ท่อ่ งเที่ย่� วของ เกาะ ใช้เ้ วลาชมแต่่ละที่่�พอสมควร มีีคนบอกว่า่ ไอติิ มที่�ข่ ายอยู่่�ท่่าเรืืออร่อ่ ย มีีเรือื มาส่ง่ ราว 4 โมงเย็น็ กว่่าๆ แม่่ค้า้ จะใส่น่ ้้ำแข็็งแช่่ไอติิมเตรีียมไว้แ้ ละขายวัันรุ่�งขึ้�น ประมาณ 10 โมงเช้้า รถที่่น� ำเราเที่่�ยวขับั มาส่่งให้ถ้ ึึงที่�่ แม่่ค้้าใจดีีขายให้พ้ วกเราเป็็นกรณีีพิิเศษ นั่่ง� รถเที่่ย� วจุดุ ต่า่ งๆ ของเกาะ

หิินเหมือื นโดนตัดั เลย หาดวงพระจัันทร์์ อ่า่ วตะโละวาว มารู้ �จักตะรุุเตากัันหน่่อย “ตะรุุเตา” เป็น็ คำที่�่เพี้�ยนมาจากคำว่่า “ตะโละเตรา” ในภาษามลายูู แปลว่่า มีีอ่่าวมาก เป็น็ อุทุ ยานแห่่ง ชาติิที่อ�่ ยู่�ในทะเลอันั ดามันั บริเิ วณช่่องแคบมะละกา มหาสมุทุ รอินิ เดีีย ในท้้องที่่อ� ำเภอเมืือง จัังหวััดสตููล ด้า้ นใต้้ของเขตอุุทยานห่่างจากชายแดนไทย-มาเลเซีีย เพีียง 4.8 กิิโลเมตร อุทุ ยานแห่ง่ ชาติติ ะรุเุ ตาเป็น็ สถาน ที่�่ท่่องเที่่�ยวในความใฝ่่ฝัันของนัักท่่องเที่่ย� วทั่่ว� ไป เมื่่อ� 13 กรกฎาคม 2480 กลุ่�มบุุกเบิิกของกรม ราชทัณั ฑ์์ ภายใต้ก้ ารนำของขุุนพิธิ านทััณฑทัยั ได้ข้ึ้�น สำรวจเกาะตะรุเุ ตาบริิเวณอ่่าวตะโละอุุดัังและอ่่าว ตะโละวาว เพื่่อ� จััดทำเป็็น “ทััณฑสถาน” โดยฟันั ฝ่า่ อุุปสรรคทางธรรมชาติินานััปการเป็น็ เวลา 11 เดืือน งานบุกุ เบิกิ จึึงสิ้�นสุดุ ลง หลัังจากเดือื นมิิถุุนายน 2481 เกาะตะรุเุ ตาก็เ็ ป็็นทัณั ฑสถานและเป็็นนิิคมฝึึกอาชีีพ ของนักั โทษเด็ด็ ขาด และนัักโทษผู้้�มีีสัันดานเป็น็ ผู้้�ร้้าย

ปลายปีี พ.ศ.2482 รัฐั บาลส่ง่ นักั โทษการเมือื ง มากิิน ระหว่่างที่�่ส่่วนใหญ่ข่ึ้�นเขาไปชมวิวิ นอนเล่่นไลน์์ จากคดีี กบฏบวรเดช (พ.ศ.2476) และกบฏนายสิิบ แต่่อากาศมัันร้้อน เลยแง้้มหน้า้ ต่า่ งที่�่หััวนอนไว้้หน่่อย (พ.ศ.2478) จำนวน 70 นาย มายังั เกาะตะรุเุ ตาซึ่่�งถููก ให้ล้ มมัันเข้้า หน้า้ ต่่างไม่่มีีกลอนแค่่ดัันออกไปนิิดหนึ่ง่� กัักบริเิ วณไว้้ที่อ�่ ่า่ วตะโละอุดุ ังั ก็็ได้้แล้ว้ จากสงครามสงครามเอเชีียบูรู พา (พ.ศ.2484- ปััญโทรมาว่า่ ลงมากันั แล้้วนะ เจอกัันแถวท่า่ น้ำ้ 2488) เกาะตะรุเุ ตาถููกตััดขาดออกจากแผ่่นดิินใหญ่่ เอาขนมปังั ของกิินวางไว้ท้ ี่โ�่ ต๊๊ะก่อ่ นออกจากบ้า้ นพัักไป เกิดิ ปััญหาขาดแคลนอาหาร ยา และเครื่�องใช้ต้ ่่างๆ ต้น้ ถ่่ายรููปเล่น่ นั่่�งเล่น่ ริมิ น้ำ้ เดิินไปดููเสื้�อยืดื ที่ร่� ะลึึก กิินโค้้ก ปีี พ.ศ.2487 ผู้้�คุุมนักั โทษทำตััวเป็็นโจรสลััดเข้้าปล้้น กระป๋อ๋ ง แล้ว้ ก็็รอกินิ มื้�อเย็็น สะดมเรืือบรรทุกุ สิินค้้าชาวไทยและต่า่ งประเทศที่�แ่ ล่น่ แผ่่นไปมา รััฐบาลไทยและทหารอังั กฤษได้เ้ ข้้าปราบ โจรสลััดเกาะตะรุุเตาสำเร็จ็ เมื่่อ� ปีี พ.ศ. 2489 และอีีก สองปีีต่อ่ มากรมราชทัณั ฑ์์ จึึงยกเลิิกนิคิ มฝึกึ อาชีีพตะรุุ เตา อุุทยานแห่่งชาติติ ะรุเุ ตาได้้รับั การประกาศ จากประเทศสมาชิกิ อาเซีียนให้้เป็น็ ASEAN Heritage Parks หรืือ อุทุ ยานมรดกแห่ง่ อาเซีียน เมื่่อ� วัันที่่� 27 พฤศจิิกายน 2527 ในฐานะพื้�นที่�่อนุรุ ักั ษ์ท์ ี่ม�่ ีีความสำคัญั สููงที่่เ� ป็็นตัวั แทนระบบนิเิ วศของภูมู ิิภาค อากาศที่�่นั่่�นร้อ้ นอบอ้า้ ว และไฟฟ้้าตอนกลางวันั ไม่่มีีให้้ใช้้ ไฟฟ้า้ จะเปิดิ ตั้้�งแต่่หกโมงเย็น็ ไปจนถึึงเที่ย�่ ง คืืน ที่่�บ้้านพักั ไม่่มีีเครื่�องปรัับอากาศมีีแต่่พััดลม เราจึึง พยายามนอนแต่่หััวค่่ำเปิดิ พัดั ลมเพื่่�อคลายร้อ้ น คืืนแรก บนเกาะผ่า่ นพ้้นไปด้้วยดีีเพราะไฟฟ้า้ เปิดิ จนถึึงหกโมง เช้า้ วัันที่ส�่ ี่่�ของการเดิินทาง และเป็็นวันั ที่�ส่ องบน เกาะตะรุเุ ตา เช้้านี้�หลายคนไปลงเล่่นน้้ำทะเล ไม่่ไกล จากหน้า้ บ้า้ นพััก แต่ผ่ มไม่่ได้ไ้ ปนะนั่่ง� เล่น่ ริิมระเบีียง บ้า้ นพักั เห็็นลิงิ มากัันแถวนี้้�ด้้วย ตอนแรกมีีไม่ก่ ี่่ต� ัวั สักั พักั เป็็นฝูงู เลย ต้อ้ งระวังั กระเป่า่ และข้้าวของแล้ว้ เพราะ มันั มองมาที่่บ� ้้านพักั ตลอดเวลา ประตููมุ้�งลวดเราจึึง ต้้องหาเชือื กมาผููกมััดไว้ก้ ันั ลิงิ พวกนี้�มาเปิิดเข้า้ มาได้้ ช่่วงบ่่ายทุุกคนอยากขึ้�นเขาไปดููวิิวข้้างบน เขาว่า่ สวยแต่่ผมขออยู่่�ที่�บ่ ้้านพักั แล้ว้ กััน ได้ข้ นมปััง หมูหู ยองน้ำ้ พริิกเผาที่แ�่ อ๊ด๊ ทำมากัับขนมปั้้�นสิิบที่�อ่ ๋อ๋ ยซื้�อ

ลืืมบอกไปอย่่างหนึ่ง่� คือื ที่�น่ ี่�ม่ ีี ริ้�น โดนริ้�นกััดมีีอาการแพ้เ้ ป็็นผื่�นแดงและคัันมาก ทายาแล้ว้ ก็็ยัังไม่ห่ ายคันั ต่่อจากนี้�ไปเป็็นเหตุุการณ์ร์ ะทึึกเขย่่าจมูกู ทีีเดีียว เพราะหลัังจากเดิินเล่่นยามเย็็นกัันแล้ว้ เมื่่�อเปิิดประตูู บ้า้ นพักั รู้�สึกว่า่ กลิ่น� มันั แปลกๆ พอมองเข้้าไป สิ่ง� ที่�เ่ ห็น็ คืือ ข้า้ วของในห้อ้ งมัันกระจััดกระจาย มีีไฟฉายตกอยู่่�ที่�่ พื้�นใต้เ้ ตีียงนอน โต๊ะ๊ กระจกถูกู ขยับั เลื่อ� นไป ลิิงมันั คงเข้้ามาได้เ้ พราะ ขนมปัังที่�่โต๊๊ะหายไปแล้ว้ สงสัยั มันั กิินเข้า้ ไป เจอน้้ำพริกิ เผาเผ็็ดหน่่อยๆ เลยขี้้�ราดเลย ขี้�ทั้�งบนเตีียง บนพื้�น ดูทู ี่�ป่ ระตูมูุ้�งลวดเชือื กก็ย็ ังั มัดั อยู่� มันั คงเข้้าทาง หน้า้ ต่่างที่แ�่ ง้ม้ ไว้้ มัันเปิิดอ้้ากว่่าเดิมิ เยอะเลย คืืนนี้�คงนอนห้้องนี้�ไม่ไ่ ด้้แล้ว้ ติดิ ต่อ่ แม่่บ้า้ นที่ด�่ ูแู ลห้อ้ งพัักตามเบอร์โ์ ทรติดิ ไว้ท้ ี่�่หน้า้ ห้้อง แกเปลี่�ย่ นห้อ้ งให้้ ห้้องที่�ต่ ิดิ กัันไฟเพดานไม่ต่ ิดิ เลยต้้องเปิดิ ห้้องริมิ สุดุ ให้้

ทางไปสะพานข้า้ มกาลเวลา นอนเปิิดพัดั ลมหลัับไป รู้�สึกตัวั ตื่น� ขึ้�นเที่ย�่ งคืืน นิิดๆ พััดลมหยุุดไปแล้้ว ไฟดัับ.....เฮ้อ้ เช่้�าวันั ที่ห่� ้้าของการเดิินทาง วัันที่�่สามบนเกาะ เช้้านี้�ผู้�ก่อการ mission impossible มาปรากฏกาย แต่่เช้้า พร้อ้ มแสดงวิิธีีปฏิบิ ััติิการให้้ดููด้ว้ ยว่่าเมื่่�อวานเข้า้ ห้้องแบบไหน เดิินมาไกลเลยแต่ไ่ ม่เ่ ห็น็ มีีซากฟอสซิลิ วัันนี้�เตรีียมเดินิ ทางกลับั สตูลู เรือื จากเกาะหลีี ที่น่� ั่่�นเขามีีฟอสซิลิ ดึึกดำบรรพ์์ ให้้ชม ทำเป็็น เป๊ะ๊ จะมารับั พวกเราประมาณ 10 โมง ขากลัับคนแน่่น สะพานเลาะริมิ ทะเล ที่พ่�ื้�นสะพานบางจุุดทำเป็็นกระจก เรืือทีีเดีียว ใช้้เวลาไม่น่ านก็ถ็ ึึงฝั่ง� ไปเอารถที่่ฝ� ากจอดไว้้ มีีซากหอยโบราณให้ด้ ููด้้วย ที่พ่� ัักก็็มีีให้บ้ ริิการด้ว้ ย แล้ว้ เดิินทางต่อ่ สถานที่่ถ� ััดไปคือื อุุทยานแห่ง่ ชาติิหมู่� เดิินทางต่่อไปเป็็นจุดุ ที่เ่� ขาว่่ามีีสโตรมาโตไลต์์ เกาะเภตรา จุลุ ชีีพเล็ก็ ๆ ที่่�มารวมกันั สลัับกับั ตะกอนของโคลน เขตข้า้ มกาลเวลาเขาโต๊ะ๊ หงาย ลัักษณะเป็น็ แท่ง่ ขึ้�นมา มาตามที่ก่� ููเกิ้�ลบอกแต่่หาไม่เ่ จอ จนกระทั่่�งไปถามชาวบ้า้ นแล้ว้ ชี้�มาที่่�เพิิงใกล้บ้ ้้านเขา

ที่่�ต่่อไปที่่�แวะคือื เขาทะนาน เส้น้ ทางสายสตูลู - จุุดต่่อไปคือื ถ้้ำเลสเตโกดอน ถ้้ำเลที่ม�่ ีีความยาว ละงูู-ทุ่�งหว้า้ จากตัวั เมือื งสตูลู ไปสามแยกบ้้านฉลุงุ ใช้้ ที่�ส่ ุุดในประเทศไทย ยาวกว่่า 4 กิโิ ลเมตร ส่่วนคำว่่า เส้น้ ทางหลวงหมายเลข 406 ระยะทางประมาณ 70 “สเตโกดอน” คือื ชื่อ� ของช้า้ งดึึกดำบรรพ์์ เนื่่�องจากพบ กม. แล้้วใช้เ้ ส้้นทาง 416 ละงู-ู ทุ่�งหว้้า ประมาณกม.ที่่� ฟอสซิิลของช้้างสเตโกดอนในถ้ำ้ แห่่งนี้�และพบหินิ รููป 10 เป็็นภูเู ขาหินิ ปููนตั้�งอยู่�กลางหมู่่�บ้้านและมีีสระน้ำ้ ร่า่ งแปลกตา จากการสำรวจถ้้ำค้น้ พบซากฟอสซิิลอีีก ล้อ้ มรอบ และมีีถ้ำ้ เขาทะนานที่เ�่ ป็น็ ที่�่อยู่�ของค้า้ งคาว จำนวนมาก ตามผนัังถ้้ำยัังพอเห็็นฟอสซิิลของสาหร่า่ ย นัับแสนตััว เวลาเข้้าไปในถ้ำ้ จะได้้ยิินเสีียงค้า้ งคาวดััง ทะเลอีีกด้ว้ ย กึึกก้้องเป็็นจำนวนมาก อีีกทั้�งบริิเวณทางขึ้�นถ้้ำมีีจุุด การเดินิ ทางไปเที่่�ยวถ้้ำด้้านหน้า้ จะพบกับั ชมวิิวที่ส�่ ามารถมองเห็น็ เขาท่่ายาง เขาใหญ่่ ปากบา สะพานแขวน และทางลงสู่�ปากทางเข้า้ ถ้้ำเลสเตโกดอน ราและเขาอุไุ ร แต่่ที่่�บอกไปนั้�นไม่ไ่ ด้ด้ ููเพราะว่า่ เขาปิิด นักั ท่อ่ งเที่ย�่ วสามารถโดยสารเรือื แคนูเู ป็น็ พาหนะพา ปรัับปรุงุ (อีีกแล้้ว) ดูรู ูปู ด้้านนอกไปก่อ่ นนะ เข้้าไปชมทั้�งความงามและความมหัศั จรรย์์ของถ้ำ้ นี้� ภายในถ้ำ้ เล สเตโกดอนนั้�น นอกจากความสวยงามของ หินิ ต่่างๆ แล้ว้ ยัังมีีสิ่่ง� น่า่ สนใจ เช่่น ฟอสซิิลของซากพืืช ซากสััตว์ด์ ึึกดำบรรพ์์ที่ม�่ ีีอายุโุ ดยเฉลี่�ย่ ถึึง 500 ล้า้ นปีีที่�่ ยัังหลงเหลือื อยู่�อีกด้ว้ ย (นี่�่ก็็อดดูนู ะ ยังั ไม่เ่ ปิดิ บริกิ าร) แวะซื้�อผ้า้ ย้้อมและหมวกย้้อมลวดลาย ด้้วยโค วิิดระบาดทำให้้มีีผ้้าย้อ้ มจำนวนไม่ม่ ากนักั ส่ว่ นใหญ่่ เป็น็ ผ้้าที่ม�่ ีีอยู่�เดิิม

หลายแห่่งเขายัังปิิดให้้บริกิ าร ดููได้แ้ ต่่ด้า้ นนอก พายุุโซนร้้อนแฮเรีียด เป็็นพายุรุ ุนุ แรงที่่�เข้า้ ถล่่ม ถ้า้ เปิดิ ประเทศแล้ว้ หลายแห่ง่ ที่ป่� ิดิ อยู่่�ก็ค็ งกลัับมาเปิิด ภาคใต้้ของประเทศไทยในปีี พ.ศ. 2505 เป็น็ พายุุหมุนุ ใหม่่ ไว้้ตอนนั้�นมีีโอกาสก็็ค่่อยกลับั มา เขตร้อ้ น 1 ใน 3 ลูกู ที่�่เคลื่�อนที่่ข� ้า้ มเขตจากเขตไต้ฝุ้่�น คราวนี้�มาถึึงตะลุุมพุุก สถานที่ท�่ ี่เ�่ คยได้้ยิินแต่่ ไปยังั เขตไซโคลนในมหาสมุทุ รอิินเดีีย (อีีก 2 ลูกู ที่�่ทำ เด็ก็ เรื่อ� งพายุเุ ข้้าที่น่� ั่่น� คนเสีียชีีวิิตกันั เยอะ ต้อ้ งไปดููสักั แบบนี้�ได้้ คือื ซุปุ เปอร์ไ์ ต้ฝุ้่�นคาเรน เดืือนพฤศจิิกายนปีี หน่อ่ ยว่่าตะลุมุ พุุกที่เ่� ขาว่า่ กันั ตอนนี้�เป็น็ อย่่างไร เดีียวกััน และพายุโุ ซนร้้อนนาไดน์์เดือื นธันั วาคม) แฮ เรีียดเป็็นพายุหุ มุนุ ลูกู เดีียวที่่ก� ่่อให้เ้ กิดิ แผ่่นดิินถล่ม่ ใน ประเทศไทยในปีนีั้�น พายุุลููกนี้�กวาดทุุกสิ่ง� ทุุกอย่า่ งบน แหลมตะลุมุ พุุก อ.ปากพนััง มีผู้�คนอยู่�อาศัยั ราว 4 พันั คนจนหมดสิ้้�น เหลือื บ้า้ นที่่�รอดจากการทำลายเพีียง 5 หลังั ด้ว้ ยคลื่�นสูงู กว่่า 3 เมตร พายุยุ ังั มีีขอบเขตการ ทำลายไปถึึงบริิเวณใกล้เ้ คีียง บ้้านเรือื นอีีกกว่่าร้้อยละ 30 ถูกู ทำลายลงโดยรอบ คำว่่า “ตะลุุมพุกุ ” เป็น็ ชื่�อของปลาชนิิดหนึ่ง่� ที่เ่� คยมีีอยู่� ชุกุ ชุุมที่�่แหลมแห่ง่ นี้� โดยเฉพาะบริเิ วณด้า้ นปลายของ แหลมทรายรููปจัันทร์์เสี้�ยวที่ย�่ื่น� ไปในอ่า่ วไทย

ปัจั จุบุ ัันแหลมตะลุมุ พุกุ เป็็นที่่�ท่อ่ งเที่ย่� วสำคัญั ที่�พ่ ัักสำหรับั คืืนนี้� ปรากฏว่่าส่ว่ นใหญ่่ที่พ่� ักั เต็ม็ อีีกแห่ง่ หนึ่�ง่ ของอ.ปากพนังั จ.นครศรีีธรรมราช ด้า้ นที่�่ ถ้้ามีีว่่างก็ไ็ ม่พ่ อกัับจำนวนคนของเราหาที่่ก� ินิ มื้�อเย็็น ติิดกับั ทะเลด้้านในที่เ่� ป็็นอ่่าวนครฯ เป็็นที่อ�่ ยู่�ของชาว ก่่อน เป็น็ ร้า้ นใกล้ๆ้ ปากพนังั คนมากิินกัันเยอะเลยรอ บ้้าน ส่่วนด้้านนอกที่ต่� ิิดกัับอ่่าวไทยเป็น็ หาดทรายและ อาหารกัันนานพอควร มืดื แล้ว้ โชคยังั ดีีสักั พัักก็ไ็ ด้ท้ ี่�่พักั มีีต้้นสนขึ้�นเป็น็ แนวยาว ซึ่ง่� จุดุ ที่่�เป็น็ แหลมทรายเป็็นรูปู คืือ บ้้านต้น้ หมาก คล้า้ ยจันั ทร์์เสี้�ยว ยื่น� ไปในอ่า่ วไทย สามารถขับั รถไป จนถึึงปลายแหลมได้้ ณ ปลายแหลมตะลุุมพุกุ รูปู พระจัันทร์์เสี้�ยว

วันั ที่่�หกของการเดินิ ทาง วัันที่่�เจ็ด็ ของการเดินิ ทาง จากปากพนััง เดินิ ทางไปสุุราษฎร์ธ์ านีี ปััญโทร เดิินทางกลับั บ้า้ นที่ก�่ รุงุ เทพฯกันั 4 คน ระหว่า่ ง นััดปูู เพื่่อ� นเรีียนมอ. ชวนมากินิ มื้�อกลางวันั ด้ว้ ย ก่่อน ทางแวะซื้�อของฝากซะหน่่อยก็เ็ ป็น็ อัันสิ้�นสุุดการเดินิ แวะส่่งแอ๋ว๋ กับั ลอยที่่�บ้้านดอนนก 3 งานนี้�อี๊�ดขออยู่่�สุุ ทางเที่ย่� วนี้� ทั้�งหมดทั้้�งมวลจึึงที่�่เล่่าไปนั้�นจำได้้บ้า้ งไม่่ ราษฎร์ต์ ่อ่ ได้บ้ ้้าง แต่ก่ ็น็ ำมาลงไว้ใ้ นบันั ทึึกการเดินิ ทางเพื่่อ� ให้้เป็็น ถึึงแถวปากน้ำ้ ชุุมพร เวลาเย็น็ แล้ว้ คืืนนี้้�ต้อ้ งหา ที่่จ� ดจำไปมิิรู้้�ลืืม ขอความมีีสุุขสวััสดีีจงมีีแก่ผ่ ู้้�อ่า่ นทั้�ง ที่พ�่ ักั ค้า้ งคืืนก่อ่ น ได้้ที่่พ� ัักอยู่่�ติดิ ถนนเลย แต่ห่ ้อ้ งพักั หลายทั้ �งปวงเทอญ แยกกันั บริเิ วณส่่วนกลางเขาทำเป็น็ ที่่�ซ้อ้ มไดรฟ์์กอฟท์์ จบบริบิ ูรู ณ์์ มื้�อเย็็นนี้�เป็็นมาม่่าคััพ เพราะร้า้ นอาหารแถวนั้�นหยุุด หมด ผอมเลยเรา ยิ้้�ม ยิ้�มสู้�แม้จ้ ะมีีแค่่มาม่า่ คััพ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook