รายงานเรื่อง การจดั การการสอนแบบ Cooperative Learning บนใช้ส่อื Social Media จดั ทาโดย นายสรุ ชัย วรภูรีกุล รหสั นสิ ติ 59207058 นางนภาพร สุทธวงศ์ รหัสนิสิต 59206989 นายฐิติพันธ์ ปรีดิณวัฒน์ รหัสนสิ ติ 5927643 นางสาวอรวรรณ คางาม รหัสนสิ ติ 59207069 เสนอ ดร.วิลาวัลย์ สมยาโรนรายงานน้เี ป็นส่วนหนึ่งของรายวิชานวตั กรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา รหัสวิชา 176723 โปรแกรมวิชา การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชา การบรหิ ารการศึกษา วิทยาลยั การศึกษา มหาวทิ ยาลยั พะเยา
2 คานา ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วส่งผลให้เทคโนโลยีเหล่านี้มีการแข่งขันกันสูงท้ังในแง่ของคุณภาพและราคาซึ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภคที่ มีตัวเลือกและมีโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยไี ด้ง่ายยิ่งขึน้ โดยเฉพาะระบบอินเทอร์เน็ตที่ขยายโครงข่ายครอบคลุมภูมิภาคต่าง ๆของประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว จึงมีจานวนผู้ใช้งานที่มีเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทุกคนมีอิสระสูงที่จะใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตนี้เป็นเคร่ืองมือในการเข้าถึงแหล่งความรู้ แหล่งข้อมูลข่าวสารปริมาณมหาศาล รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแบ่งปัน เผยแพร่ความรู้หรือข้อมูลข่าวสารที่ตัวเองต่าง ๆ ทาให้เกิดการสื่อสารอย่างมากมาย มีการเสนอความคิดใหม่ วิทยาการ -เทคโนโลยี นวตั กรรมใหม่ ๆ ได้โดยไม่มกี าแพงปิดกั้นอีกต่อไป ในด้านการศึกษานักการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาครูและบุคลากรทางการศึกษาจึงต้อง-ตระหนักถึงกับการเปลี่ยนถ่ายโอนของข้อมูล (Content) จากข้อมูลที่คงที่ (Static Content) เข้าสู่ยุคของข้อมูลที่มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา (Dynamic Content) แนวคิดการนา SocialMedia มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน และนับเป็นกลยุทธ์ที่สาคัญที่สานั กงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานกาลังให้การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนเพราะปัจจุบัน Social Media ได้กลายเป็นเคร่ืองมือที่สาคัญในการสร้างสื่อให้เกิดเป็นเครือข่ายเช่อื มโยงกนั ในโลกออนไลน์ ที่เปิดโอกาสใหท้ กุ คนสามารถใช้เปน็ ช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างง่ายและสะดวกรวดเร็ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์แต่อย่างใดซึ่งจะทาให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาเป็นอย่างมาก ดังน้ันการนาเทคโนโลยี Social Media มาใช้เป็นเครือ่ งมือส่อื และแหลง่ เรียนรเู้ พื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน เป็นการผลักดันให้ครูก้าวทันโลกยุคปัจจุบัน และสามารถเข้าถึงเยาวชนยุคใหม่ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจะทาให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน(Collaborative Learning) และกลายเป็น“ชุมชนแห่งการเรียนรู้” (Learning Community) ซึ่งในอนาคตการเรียนรู้แบบร่วมมือจะกลายเป็นการเรียนรู้ที่มีสัมฤทธิผลที่สูงกว่าการเรียนรู้เพียงคนเดียวเนื่องจากการเรียนรู้ร่วมกันน้ันทุกคนมีโอกาสในการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทุกคนมีความรับผิดชอบและเกิดเป็นพลังการเรียนรู้ที่สาคัญต่อไป ผู้จัดทาขอขอบคุณดร.วิลาวัลย์ สมยาโรน ที่กรุณาให้คาชี้แนะ ในการจัดทารายงานครั้งนี้และคาดหวังว่ารายงานนี้จะเปน็ อย่างยิ่งว่ารายงานนีจ้ ะเป็นประโยชน์สาหรับผอู้ ่านได้พอสมควร ผจู้ ดั ทา ตลุ าคม 2560
สารบัญ 3เรื่อง หน้าความหมายของสื่อ Social Media และ Collaborative Learning 4ความสาคญั ของส่อื Social Media และ Collaborative Learning 5ประเภทของสือ่ Social Media และ Collaborative Learning 7การประยุกต์ใช้ส่อื Social Media ในการเรียนการสอน 11ประโยชน์ของสื่อ Social Media ในการเรียนการสอน 13หลกั การเรียนรู้แบบร่วมมอื (Collaborative Learning) 14
การจัดการการสอนแบบ Cooperative Learning ใช้บนสอื่ Social 4 Media ความหมายของสือ่ Collaborative Learning On Social คาวา่ Social หมายถึง ทางสังคม ส่วนคาว่า Media หมายถึง สื่อ ฉะน้ันจึงมีผู้ให้ความหมาย ของ Social Media ไว้ในมุมมองที่ใกล้เคียงกัน เช่น ราชบัณฑิตยสถาน (2554) ให้ความหมายว่า Social Media (สือ่ สังคม) หมายถึง ส่อื อิเล็กทรอนิกส์ซึง่ เปน็ สือ่ กลางที่ให้บุคคลทั่วไปมีส่วนร่วมสร้าง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตได้ ขณะที่ อรวรรณ วงศ์แก้วโพธิ์ทอง (2553) ได้ให้ความหมายคาว่า Social Media ไว้ว่า หมายถึงสื่อดิจิตอลที่ทางานอยู่บนพื้นฐานเว็บไซต์บน อินเตอรเ์ น็ต ทีเ่ ปน็ เครื่องมอื ในการปฏิบัติการทางสังคม ที่มีผู้สื่อสารจัดทาขึ้น โดยที่ผู้เขียนจัดทาขึ้น เองแลว้ นามาแบ่งปันเนือ้ หา ขอ้ มูล ขา่ วสาร ประสบการณ์ และพูดคยุ ใหผ้ ใู้ ช้ในโลกออนไลน์ กับคนที่ อยู่ในสังคมเดียวกันได้อย่างรวดเรว็ มีประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้ประโยชนร์ ่วมกัน จึงสรุปได้ว่าสื่อ Social Media (สื่อสังคม) เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่บุคคลท่ัวไปใช้เป็น สื่อกลางในการสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตซึ่งสามารถสื่อสารไปในวงกว้างและมีความ รวดเร็วตอบสนองได้หลายทิศทาง สาหรับคาว่า Collaborative Learning มีความหมายดังนี้ คาว่า Collaborative หมายถึง ซึ่งทางานร่วมกัน (Longdo Dict) หรือร่วมมือกันทางาน ส่วนคาว่า Learning หมายถึง การเรียนรู้ (Longdo Dict) ฉะน้ันเม่ือนาคาสองคานี้มารวมกัน Collaborative Learning จึงมีความหมายว่า การ เรียนรู้แบบร่วมมือกัน เม่ือนาความหมายมารวมกันทั้งหมด Collaborative Learning On Social Media จึงมีความหมายชัดเจนว่า หมายถึง การเรียนรู้แบบร่วมมือกันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์บน เครือขา่ ยอินเตอร์เน็ต นน่ั เองการจดั การการสอนแบบ Cooperative Learning ใชบ้ นสอื่ Social Media
การจัดการการสอนแบบ Cooperative Learning ใช้บนสอื่ Social 5 Media ความสาคัญของสือ่ Social Media และการเรียนรู้แบบ Cooperative Learning Social Media เป็นสื่อที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการทางสังคม เน้นการ โต้ตอบและมปี ฏิสัมพันธ์ ระหว่างกันและกัน โดยอาศัยระบบอินเทอร์เน็ตในการเข้าถึง ซึ่งปัจจุบันใน สื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้สามารถเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ ครอบคลุมท่ัวไประเทศและทั่วโลก ฉะนั้นเด็ก และเยาวชนไทยจึงสามารถจะใช้สื่อ Social Media ไม่เพียงแต่เรียนรู้ร่วมกันภายในโรงเรียน ภายใน จังหวัด ภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังหมายถึงสามารถใช้สื่อเหล่านี้ในการเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นได้ท่ัว โลก ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนหรือศึกษาเฉพาะสิ่งที่ตนเองสนใจโดยไม่ต้องถูกกาหนดโดยเจ้าของ ตารา บริษัท โรงเรียนหรือครู อีกต่อไป หรือสรุปส้ัน ๆ ว่า ด้วยสื่อ Social Media เหล่านี้คนรุ่นใหม่มี สิทธิ์และโอกาสเลือกเรียนอย่างไม่จากัด แทนที่การยัดเยียดให้เรียนเหมือนเช่นในอดีตที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเชน่ เด็กไทยทีส่ นใจเรื่องศลิ ปะ แต่ไม่สามารถหาเรียนหรือศึกษาได้กับครูหรือโรงเรียนใน ประเทศ อาจเข้าไปดาวน์โหลดภาพศิลปะในพิพิธภัณฑ์ซโลมอน อาร์. กุกเกนไฮม์ (Guggenheim Museum) ในสหรัฐอเมริกาที่มีมิอาจประเมินราคาได้มาศึกษา มาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะใหม่ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้กบั เด็กหรือเยาวชนในประเทศจีน ญี่ปุ่น บราซิล ที่เขาสนใจเร่ืองศิลปะแนวเดียวกันในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมได้ โดยที่เด็ก ๆ เหล่านี้ไม่ต้อง เสียเวลาเดินทางไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ต้องเสียค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์แม้แต่บาทเดียว เป็นต้น ดังนนั้ ประเทศไทย สถานศกึ ษา ครูจงึ มฉี วยโอกาสตรงนี้ในการสร้างเยาวชนของเราไม่ใช่ให้รู้สิ่งที่เรา เคยรู้ ไม่ใช่ใหค้ ิดในสิง่ ทีเ่ ราเคยคิด แตใ่ ห้เขามีมมุ มอง มีโลกทศั น์ มที ักษะในการคิด การสื่อสารและที่ สาคญั มีทักษะในการใชเ้ ทคโนโลยี Social Media เหล่านี้ในมุมที่กว้าง ไกลสุดเท่าที่เขาจะมองเห็น ให้ เกิดประโยชน์อย่างสงู สดุ
การจัดการการสอนแบบ Cooperative Learning ใชบ้ นสอื่ Social 6 Media เราน่าจะให้เด็กของเราเข้าใช้ให้เกิดประโยชน์ หาหนทางทาให้สื่อสังคมนี้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ ของนักเรียน ซึ่งครูผู้สอนต้องเป็นตัวแปรสาคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการใช้ประโยชน์จากสื่อสังคม นอกจากนี้ส่อื สังคมยงั เป็นเคร่ืองมือที่ทาให้บุคคลทุกคนสามารถมีปากเสียงได้บนโลกออนไลน์ Social Media ยงั สือ่ สงั คมออนไลน์ มบี ทบาทสาคญั ในการเปลี่ยนแปลงวิถีการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้คนทาง ออนไลน์ และเป็นเคร่ืองมือที่จะทาให้ผู้คนสามารถติดต่อออนไลน์ถึงกันแบบสองทาง(Two-way communication) ได้อย่างง่ายดาย หรือเป็นเคร่ืองมือที่อย่างน้อยต้องอยู่ 2 ใน 3 ของเง่อื นไขดงั ต่อไปนี้ 1. ให้ผู้คนได้ตดิ ต่อสอ่ื สารกนั (Communication) ทางานร่วมกัน (Collaborate) และ สร้างชุมชนออนไลน์ (Build commnity online) 2. สามารถจัดส่งข้อมูลและสารสนเทศ แลกเปลี่ยน นาไปใช้อกี หรือสาร้างและเรียบ เรียงใหม่ หรือสะดวกในการเผยแพร่และแบ่งปนั 3. ทาให้ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้ และได้รับผลประโยชน์จากการปฏิบตั ิของกนั และกนั
การจัดการการสอนแบบ Cooperative Learning ใชบ้ นสอื่ Social 7 Media ประเภทของสื่อสงั คม (Social Media Tools) เครื่องมือของส่อื สังคม (Social Media Tools) มีหลายชนิด ขนึ้ อยู่กับการนาไปใช้ ซึ่งเคร่ืองมือส่วนใหญ่จะเป็นเครือ่ งมอื ที่ใชแ้ บ่งปนั (Share) องค์ความรู้ ความคิดเหน็ โดยที่เราไม่จาเป็นต้องสร้างสือ่ ข้นึ มาใหม่ เพราะมนั มอี ยู่ในบนโลกออนไลน์ เพียงแค่เรานาสิ่งที่มีอยู่แล้วนี้มาใช้ เม่ือเราค้นข้อมูลไปเรื่อยๆ ณ จุดหนึ่งจะพบว่า เรอ่ื งบางเรืองไม่มใี ครรดู้ ีกว่าเราอีกแล้ว นั่นแหละถึงเวลาที่ต้อง Shareข้อมูลน่ันเสีย สานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน (สทร.) เป็นหน่วยงานสังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ได้จัดการอบรมครูเพื่อเป็นแกนนาในการขับเคลื่อนการนาSocial Media มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ตามโครงการนาร่องการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และส่งเสริมการใช้ Social Media ในการจดั การ เรียนรู้ เมื่อวนั ที่ 28 มีนาคม – 2 เมษายน 2553 โดยมี การจดั การการสอนแบบ Cooperative Learning ใชบ้ นสอื่ Social Media
การจดั การการสอนแบบ Cooperative Learning ใช้บนสอื่ Social 8 Mediaครูเข้าร่วมอบรมจานวน 200 คน จากทั่วประเทศ ซึ่ง สทร. ได้เสนอเคร่ืองมือของสื่อสังคมเพื่อนาไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ ดงั น้ี 1. WordPress.com เปน็ เวบ็ ล็อก หรอื บล็อก สร้างเปน็ บลอ็ กกลางสาหรับแลกเปลีย่ นเรียนรู้และเปน็ สื่อกลางในการแจ้งข่าวสาร 2. Facebook.com ทาหน้าทีเ่ ปน็ กระดานข่าว คล้ายๆ กบั hi5 ครแู ละนักเรียนสามารถสื่อสารและแลกเปลีย่ นข้อมูลได้ทีน่ ีเ่ ช่นกนั 3. Twitter.com ใช้ในการสอ่ื สารข้อความสนั ๆ ไม่เกิน 140 ตัวอกั ษร ทาหน้าที่คล้าย SMSสามารถ โต้ตอบกันได้อย่างรวดเรว็ 4. Slideshare.net ใช้ในการแบ่งบนั สไลด์ ในกรณีทีคณุ ครูสร้างสไลด์เปน็ สือ่ ในการจัดการเรียนการสอนสามารถนาไปฝากไว้ แล้วให้นกั เรียนไปดาวน์โหลดมาชมหลังจากเรียนเสรจ็ แลว้ ก็ได้ 5. Flickr.com ใช้ ในการแบ่งปนั ไฟล์ภาพ 6. Scribd.com ใช้ในการแบ่งปันไฟล์เอกสาร เช่น ใบความรู้ ใบงาน แบบฝกึ 7. youtube.com ใช้ ในการแบ่งปนั ไฟล์วีดที ศั น์ คณุ ครูสามารถเลือกใช้เครือ่ งมอื เหล่านไี้ ด้ตามความเหมาะสมการจัดการการสอนแบบ Cooperative Learning ใชบ้ นสอื่ Social Media
9การจดั การการสอนแบบ Cooperative Learning ใชบ้ นสอื่ Social Media อย่างไรก็ดี เราอาจจาแนกประเภทของ Social Media ออกเป็น 7 ประเภท ดังน้ี 1. ประเภทการเขียนบทความ (Web Blog) เป็นระบบจัดการเน้ือหา (Content Management System: CMS) รูปแบบหนึ่ง ซึ่งทาให้ผู้ใช้สามารถเขียนบทความที่เรียกว่าโพสต์ (Post) และทาการ เผยแพร่ได้ง่ายเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่มีความสามารถในด้านต่างๆ สามารถเผยแพร่ความรู้ ดงั กล่าวด้วยการเขียนได้อย่างเสรี 2. ประเภทแหล่งข้อมูล หรือความรู้ (Data/ Knowledge) เป็นเว็บที่รวบรวมข้อมูลความรู้ใน เร่ืองต่างๆ ในลักษณะเน้ือหาอิสระ ทั้งวิชาการ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สินค้า หรือบริการ โดย มุ่งเน้นให้บุคคลที่มีความรู้ในเร่ืองต่างๆ เป็นผู้เข้ามาเขียนหรือแนะนาไว้ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็น นกั วิชาการ นกั วิชาชีพ หรอื ผเู้ ช่ยี วชาญ ทีเ่ ห็นได้ชดั เจน เชน่ Wikipedia, Google Earth เปน็ ต้น 3. ประเภทเกมออนไลน์ (Online Games) เป็นเว็บที่นิยมมากเพราะเป็นแหล่งรวบรวมเกมไว้ มากมาย จะมีลกั ษณะเป็นวิดีโอเกมทีเ่ ล่นบนเครือขา่ ยอินเตอร์เน็ต ซึ่งเกมออนไลน์นี้ ผู้เล่นสามารพที่ จะสนทนา เล่น แลกเปลี่ยนสิงของในเกมกับบุคคลอื่น ๆ ในเกมได้ และสาเหตุที่มีผู้นิยมมาก เน่ืองจาก ผู้เล่นได้เข้าสังคมจึงรู้สึกสนุกที่จะมีเพื่อนเล่นเกมไปด้วยกันมากกว่าการเล่นเกมคนเดียว อีกท้ังมีภาพที่สวยงาม และมีกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่ม เช่น อาวุธ หรือเคร่ืองแต่งตัวใหม่ ๆ ที่สาคัญ สามารถทีจ่ ะเล่นกบั เพื่อน ๆ แบบออนไลน์ได้ทันที เช่น Word of Warcraft, League of Legends, Star Craft เป็นต้น 4. ประเภทชุมชนออนไลน์ (Community) เป็นเว็บที่เน้นการหาเพื่อนใหม่ หรือการตามหา เพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน การสร้าง Profile ของตนเอง โดยการใส่รูปภาพ, กราฟฟิคที่แสดงถึง ความเปน็ ตวั ตนของเรา(Identity) ให้เพือ่ นที่อยู่ในเครือขา่ ยได้รจู้ ักเรามากยิ่งขึ้น และยังมีลักษณะของ การแลกเปลี่ยนเรื่องราว ถ่ายทอดประสบการณต์ ่าง ๆ ร่วมกนั เช่น Facebook, Google Plus เปน็ ต้น 5. ประเภทฝากรูปภาพ (Photo Management) เว็บที่เน้นฝากเฉพาะรูปภาพโดนการ Upload รูปภาพจากกล้องถ่ายรปู หรือโทรศัพท์มือถือไปเก็บไว้บนเว็บ ซึ่งสามารถแชร์ภาพ หรือซื้อขายภาพ กันได้เชน่ Instagram, Flickr, Pinterest เปน็ ต้น
การจดั การการสอนแบบ Cooperative Learning ใชบ้ นสอื่ Social 10 Media 6. ประเภทสื่อ (Media) เวบ็ ที่ใชฝ้ าก หรอื แบ่งปันไฟล์ประเภท Multimedia อย่าง คลิปวิดีโอ ภาพยนตรเ์ พลง ฯลฯ โดยใช้วิธีเดียวกันกบั แบบเว็บฝากภาพ แตจ่ ะเน้นเฉพาะไฟล์ที่เปน็ Multimedia เชน่ YouTube, Ustream, Vimeo เปน็ ต้น 7. ประเภทซือ้ -ขาย (Business/ Commerce) เป็นเวบ็ ทีท่ าธุรกิจออนไลน์ที่เน้นการ ซื้อ-ขาย สินค้า หรอื บริการต่าง ๆ ผ่านเวบ็ ไซต์ (e-Commerce) เชน่ การซือ้ ขายรถยนต์ หนังสือ หรอื ทีพ่ กั อาศยั เวบ็ ทีไ่ ด้รับความนยิ มมาก เช่น Amazon, eBay, Lazada เปน็ ต้น แต่เวบ็ ไซต์ประเภทนี้ยงั ไม่ถือ ว่าเป็น Social Network ที่แท้จริงเนือ่ งจากไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้ใชบ่ ริการแชร์ขอ้ มลู กัน นอกจากเน้น การสงั่ ซือ้ และแนะนาสินค้าเปน็ ส่วนใหญ่
การจัดการการสอนแบบ Cooperative Learning ใช้บนสอื่ Social 11 Media การประยกุ ต์ใช้ Social Media ในการจัดการเรียนการสอน ครูสามารถประชุกต์ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนได้หลายหลายวิธีและวัตถุประสงค์ เช่น ในห้องเรียน (In the Classroom) การใช้ Twitter ในการประกาศ แจ้งข่าวการเรียน อภิปรายหรือแบ่งปันข้อมูล ผู้สอนใช้ Blogs หรือ Network sites ในการแบ่งปันข้อมูลการเรียนการสอนรว่ มกัน การถ่ายภายหรือวดี ีโอกิจกรรมการเรียนในห้องแบบ 360 องศา เปน็ ต้น การจดั การการสอนแบบ Cooperative Learning ใช้บนสอื่ Social Media
การจัดการการสอนแบบ Cooperative Learning ใช้บนสอื่ Social 12 Mediaดังภาพข้างบน ซึ่งในประเทศไทย ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ สานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ดาเนินการจัดอบรมเพื่อกระตุ้นให้ครูไทย พัฒนาศักยภาพ และส่งเสริมการใช้Social Media ในการจัดการเรียนรู้ โดยเล็งเห็นความสาคัญในการส่งเสริม และผลักดันให้ครูสามารถนาเอาเครื่องมือออนไลน์ที่มีอยู่บนระบบเครือขา่ ยอินเตอร์เน็ตมาใช้ในการเรียนรู้ ให้เกิดเป็นเครือขา่ ย และเกิดความร่วมมือกันระหว่างครูกับครู นักเรียนกับครู และนักเรียนกับนักเรียนด้วยกันโดยไม่มีขอ้ จากดั เรื่องเวลา และสถานที่ ก่อให้เกิดการเรียนรู้แบบไม่มีที่สิ้นสุด (สานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน, 2552) นับเป็นยุคเว็บ 2.0 ที่นักการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน และอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ โดยเคร่ืองมือที่ทางสานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน แนะนาให้ครูนาไปปรบั ใช้ ได้แก่(การนาSocial Media มาใช้ในการจดั การเรียนรู้, 2556) 1. Facebook คือ เว็บไซต์สาหรับให้ครู และนักเรียนสามารถสื่อสาร และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันได้ โดยการต้ังกลุ่มรายวิชา เพื่อการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างครูกับนกั เรียน และนกั เรียนกับนักเรียน 2. Wordpress คือ เว็บไซต์สาเร็จรูป หรือบล็อก ที่นักเรียน และครูสามารถสร้างบล็อกส่วนตัว หรือในแต่ละรายวิชา สาหรับเผยแพร่บทเรียนในแต่ละรายวิชา หรือสร้างปฏิสัมพันธ์กับนกั เรียนได้ 3. YouTube คือ เวบ็ ไซต์ทีใ่ ชใ้ นการแบ่งปันไฟล์วิดโี อ ครสุ ามารถอพั โหลด และเผยแพร่วิดีโอการสอนผ่านเว็บไซต์นี้ได้ ใช้วิดีโอที่มีอยู่บนเว็บไซต์เป็นสื่อในการเรียนการสอน และนักเรียนสามารถเผยแพรผ่ ลงานของตนเองให้เพื่อน ๆ และครูได้แสดงความคิดเหน็ 4.Twitter คือเวบ็ ไซ๖ทีใ่ ชใ้ นการส่ือสารข้อความส้ัน ๆ โต้ตอบกนั อย่างรวดเรว็ 5.Slideshare คือเวบ็ ไซต์ทีใ่ ชใ้ นการแบ่งปนั เอกสารต่างๆ เคร่ืองมืออนไลน์ที่มีอยู่อย่างหลากหลายบนอินเตอร์เน็ตนั้น มีประสิทธิภาพสาหรับการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยนับวันจะพัฒนา และเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ผู้สอนสามารถดึงเครือ่ งมือเหลา่ นีไ้ ปประยุกต์ใชใ้ นกระบวนการเรียนการสอนอย่างเปน็ รูปธรรม และอย่างย่ังยืน การที่ผสู้ อนมีความเข้าใจในเทคนิค ของเครื่องมือผนวกกับกลยุทธ์การสอน และสร้างให้เกิดเป็นรูปแบบที่น่าสนใจสาหรับนกั เรียนนน้ั นับเป็นสิ่งทีท่ ้าทายอย่างยิ่งสาหรับผู้สอน (สานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน, 2554)การจดั การการสอนแบบ Cooperative Learning ใชบ้ นสอื่ Social Media
การจัดการการสอนแบบ Cooperative Learning ใช้บนสอื่ Social 13 Media ประโยชนข์ องการใช้สื่อ Social Media ในการศึกษา สื่อสงั คมออนไลน์ หรอื สื่อ Social Media เป็นสือ่ ใหมท่ ี่กาลงั มีบทบาท และมีอิทธิพลค่อนข้าง สูงในสงั คมปจั จบุ นั ซึง่ ในส่วนของวงการศกึ ษา และการจัดการเรียนรู้ ได้มีการนาเอาสื่อเหล่านี้มาใช้ กันอย่างแพร่หลายท้ังนี้เน่ืองจากสังคมจะก่อให้เกิดคุณประโยชน์หลายประการ ดังที่มีผู้กล่าวไว้ อย่างน่าสนใจ เช่น กลุ่ม The Social Media Advisory Group แห่ง Victoria University ประเทศ ออสเตรเลีย กล่าวถึงประโยชน์ของโซเชยี ลมีเดียต่อการเรียนรู้ ไว้ดงั นี้ 1. เป็นการสรา้ งศักยภาพของการสอ่ื สาร/ส่อื ความหมาย สนองต่อความต้องการของการสื่อ ความหมายในการเรียนการสอนของผู้เรียน และทาให้ผู้เรียนได้รู้ถึงรูปแบบ และระดับในการสร้าง กระบวนการมีส่วนร่วมทางการเรียนรู้ รวมถึงการเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ โดยใช้ กระบวนการสอ่ื สารจากสือ่ โซเชยี ลมีเดียเปน็ ตวั เชอ่ื มโยงประสบการณ์ดงั กล่าว 2. เป็นสื่อที่เหมาะสมต่อการใช้ สื่อประเภทนี้เป็นสื่อที่ปรับใช้ให้เหมาะสมตาม สภาพแวดล้อม ดงั นนั้ ประสิทธิภาพ และความสาเร็จจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยที่หลากหลาย ท้ังด้านสถานะ ทางสังคม และทัศนคติ การยอมรับดังน้ัน จึงเป็นสื่อที่มีความเหมาะสมต่อการเสริมสร้างโอกาส และความรับผดิ ชอบของผู้ใชใ้ นสภาพแวดล้อมทีแ่ ตกต่างกัน 3. เป็นสือ่ ที่ใชส้ าหรบั การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเสริมประสบการณ์ระหว่างกลุ่มด้วยกัน ซึ่ง สื่อโซเชียบมีเดียจะก่อให้เกิดคุณประโยชน์สาคัญที่ผู้เรียนสามารถเลือก หรือสร้างช่องทางการ เรียนรู้จากสื่อสงั คมดงั กล่าวที่กระทาได้ในหลากหลายกิจกรรมในการสื่อสาร 4. เป็นสือ่ ช่วยเสริมสร้างทกั ษะความรไู้ ด้อย่างมวี ิจารณญาณ สื่อจะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถ สร้างทักษะองค์ความรทู้ ีม่ ปี ระสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิง่ การเสริมสร้างทักษะการคิด วเิ คราะห์ และทักษะในการใช้สอ่ื ประเภทดิจติ อลได้อย่างมีประสทิ ธิผล
การจดั การการสอนแบบ Cooperative Learning ใช้บนสอื่ Social 14 Media หลักการเรียนรแู้ บบร่วมมือ (Collaborative Learning) การเรียนรู้แบบร่วมมือ(Cooperative Learning) เป็นการจัดการเรียนการสอนที่แบ่งผู้เรียน ออกเป็นกลุ่มเล็กๆ สมาชิกในกลุ่มมีความสามารถแตกต่างกันมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการ ช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกัน และมีความรับผิดชอบร่วมกันท้ังในส่วนตน และส่วนรวม เพื่อให้ กลุ่มได้รับความสาเร็จตามเป้าหมายทีก่ าหนด องค์ประกอบที่สาคญั ของการเรียนรู้แบบร่วมมือ ดงั น้ี 1. ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในทางบวก (Positive Interdependence) หมายถึง การที่สมาชิก ในกลุ่มทางานอย่างมีเป้าหมายร่วมกัน มีการทางานร่วมกัน โดยที่สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการ ทางานน้ัน มกี ารแบ่งปนั วัสดุ อุปกรณ์ ข้อมลู ตา่ งๆ ในการทางาน ทุกคนมีบทบาท หน้าที่และประสบ ความสาเรจ็ รว่ มกัน สมาชิกในกลุ่มจะมีความรสู้ ึกว่าตนประสบความสาเร็จได้ก็ต่อเม่ือสมาชิกทุกคน ในกลุ่มประสบความสาเร็จด้วย สมาชิกทุกคนจะได้รับผลประโยชน์ หรือรางวัลผลงานกลุ่มโดยเท่า เทียมกัน เชน่ ถ้าสมาชิกทกุ คนช่วยกัน ทาใหก้ ลุ่มได้คะแนน 90% แล้ว สมาชิกแต่ละคนจะได้คะแนน พิเศษเพิม่ อกี 5 คะแนน เป็นรางวัล เปน็ ต้น 2. การมีปฏิสัมพันธ์ที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน (Face To Face Promotive Interaction) เป็นการ ติดต่อสัมพันธ์กัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน การอธิบายความรู้ให้แก่เพื่อนในกลุ่มฟัง เป็นลักษณะสาคัญของการติดต่อปฏิสัมพันธ์โดยตรงของการเรียนแบบร่วมมือ ดังน้ัน จึงควรมีการ แลกเปลี่ยน ให้ข้อมูลย้อนกลับ เปิดโอกาสให้สมาชิกเสนอแนวความคิดใหม่ๆ เพื่อเลือกในสิ่งที่ เหมาะสมทีส่ ดุ 3. ความรับผิดชอบของสมาชิกแต่ละบุคคล (Individual Accountability) ความรับผิดชอบของ สมาชิกแต่ละบุคคล เป็นความรับผิดชอบในการเรียนรู้ของสมาชิกแต่ละบุคคล โดยมีการช่วยเหลือ ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดความสาเร็จตามเป้าหมายกลุ่ม โดยที่สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีความ มนั่ ใจ และพร้อมที่จะได้รับการทดสอบเป็นรายบุคคล 4. การใช้ทักษะระหว่างบุคคลและทักษะการทางานกลุ่มย่อย (Interdependence and Small Group Skills) ทักษะระหว่างบุคคล และทักษะการทางานกลุ่มย่อย นักเรียนควรได้รับการฝึกฝน ทักษะเหล่านี้เสียก่อน เพราะเป็นทักษะสาคัญที่จะช่วยให้การทางานกลุ่มประสบผลสาเร็จ นักเรียน ควรได้รับการฝึกทักษะในการสื่อสาร การเป็นผู้นา การไว้วางใจผู้อื่น การตัดสินใจ การ แก้ปัญหา ครูควรจัดสถานการณท์ ีจ่ ะส่งเสริมให้นกั เรียน เพื่อให้นกั เรียนสามารถทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี ค.ศ. 1991 จอหน์ สัน และ จอหน์ สัน ได้เพิม่ องค์ประกอบการเรียนรแู้ บบร่วมมือ ขึน้ อีก 1 องค์ประกอบ ได้แก่การจดั การการสอนแบบ Cooperative Learning ใช้บนสอื่ Social Media
การจัดการการสอนแบบ Cooperative Learning ใชบ้ นสอื่ Social 15 Media 5. กระบวนการกลุ่ม (Group Process) เป็นกระบวนการทางานที่มีขั้นตอนหรือวิธีการที่จะ ช่วยให้การดาเนินงานกลุ่มเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ น่ันคือ สมาชิกทุกคนต้องทาความเข้าใจใน เป้าหมายการทางาน วางแผนปฏิบัติงานร่วมกัน ดาเนินงานตามแผนตลอดจนประเมินผลและ ปรบั ปรุงงาน องค์ประกอบของการเรียนรู้แบบร่วมมือท้ัง 5 องค์ประกอบนี้ ต่างมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและ กัน ในอันที่จะช่วยให้การเรียนแบบร่วมมือดาเนินไปด้วยดี และบรรลุตามเป้าหมายที่กลุ่มกาหนด โดยเฉพาะทกั ษะทางสงั คม ทักษะการทางานกลุ่มย่อย และกระบวนการกลุ่มซึ่งจาเป็นที่จะต้องได้รับ การฝึกฝน ทั้งนี้เพื่อให้สมาชิกกลุ่มเกิดความรู้ ความเข้าใจและสามารถนาทักษะเหล่านี้ไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ จากองค์ประกอบสาคัญของการเรียนรู้แบบร่วมมือ ( Cooperative Learning) ซึ่งได้แก่ ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในทางบวก การปฏิสัมพันธ์ที่ส่งเสริมกันและกัน ความ รับผิดชอบของสมาชิกแต่ละบุคคล การใช้ทักษะระหว่างบุคคล การทางานกลุ่มย่อย และ กระบวนการกลุ่ม องค์ประกอบเหล่านี้ทาให้การเรียนรู้แบบร่วมมือแตกต่างออกไปจากการเรียนรู้ เปน็ กลุ่มแบบด้ังเดิม (Traditional Learning) กล่าวคือ การเรียนเป็นกลุ่มแบบดั้งเดิมน้ัน เป็นเพียงการ แบ่งกลุ่มการเรียน เพื่อให้นกั เรียนปฏิบตั ิงานรว่ มกนั แบ่งงานกันทา สมาชิกในกลุ่มต่างทางานเพื่อให้ งานสาเร็จ เน้นที่ผลงานมากกว่ากระบวนการในการทางาน ดังนั้นสมาชิกบางคนอาจมีความ รับผิดชอบในตนเองสูง แต่สมาชิกบางคนอาจไม่มีความรับผิดชอบ ขอเพียงมีชื่อในกลุ่ม มีผลงาน ออกมาเพื่อส่งครูเท่านั้น ซึ่งต่างจากการเรียนเป็นกลุ่มแบบร่วมมือที่สมาชิกแต่ละคนต้องมีความ รับผิดชอบท้ังต่อตนเองและต่อเพือ่ นสมาชิกในกลุ่มด้วย
การจดั การการสอนแบบ Cooperative Learning ใชบ้ นสอื่ Social 16 Media ทฤษฎีเกีย่ วกบั การเรียนแบบรว่ มมือ จากเนื้อหาข้างต้นเราพอที่จะทราบความหมาย และแนวคิดของการเรียนแบบร่วมมือไปกัน บ้างแล้วพอสงั เขป มาถึงในหัวข้อน้ีจะเปน็ การกล่าวถึง ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการเรียนแบบร่วมมือกัน บ้าง ซึ่งทฤษฎีที่เกีย่ วข้องน้ันสามารถสรปุ ได้ 3 ทฤษฎีหลักๆดงั น้ี 1. ทฤษฎีกระบวนการกลุ่ม กระบวนการกลุ่มเป็นเร่ืองของการทางานของกลุ่มคน ทฤษฎีด้านนี้มุ่งศึกษาเพื่อหา ความรู้ที่จะนาไปใช้ในการปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงทัศนคติ และพฤติกรรมของคน อันจะเป็น ประโยชน์ในด้านการสร้างเสริมความสัมพันธ์ และปรับปรุงการทางานของกลุ่มให้มีประสิทธิภาพ เนือ้ หาของทฤษฎีนีจ้ งึ มงุ่ ศึกษาถึงเรอ่ื งธรรมชาติของคน พฤติกรรมของคน ธรรมชาติของกลุ่ม 2. ทฤษฎีดา้ นสติปญั ญา Sutton กล่าวว่า ทฤษฎีดา้ นสติปญั ญา สนับสนุนว่าการเรียนแบบร่วมมือเป็นวิธีการเรียนที่ แบ่งปันประสบการณข์ องแต่ละบุคคลไปสู่กลุ่ม ซึ่งจะช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้งนักเรียน ที่เรียนเก่ง และนักเรียนที่เรียนช้า เพราะนักเรียนที่เรียนเก่งจะได้รับประโยชน์ในการเรียนรู้ยิ่งขึ้นใน การที่ตนเองได้อธิบาย ชี้แจง บทเรียนให้กับเพื่อน ในขณะที่นักเรียนที่มีสติปัญญาต่า เรียนรู้ได้ช้า ได้ประโยชน์จากการที่ได้แหล่งความรู้ที่มีค่าจากเพื่อนอีกแห่งนอกเหนือจากการสอน นอกจากนี้ การที่นักเรียนได้ทางานร่วมกันทาให้เกิดความสนุกสนาน ความอบอุ่น ความเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่ การ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การพัฒนาทักษะทางสังคม พัฒนาความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียนกับ กลุ่มเพอื่ น Piaget กล่าวว่า การปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมจะทาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนในวัยเดียวกันเป็นสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ทาให้นักเรียนเกิดการ เรียนรู้ความคิดรวบยอดที่ตอ้ งการเรยี นได้อย่างดีการจดั การการสอนแบบ Cooperative Learning ใชบ้ นสอื่ Social Media
การจัดการการสอนแบบ Cooperative Learning ใชบ้ นสอื่ Social 17 Media 3. ทฤษฎีเสรมิ แรงของสกินเนอร์ สกินเนอร์ กล่าวว่า พฤติกรรมส่วนมากของมนุษย์เป็นพฤติกรรม Operant Behavior ซึ่ง สิง่ มีชีวติ (Organism) ทั้งคนและสัตว์เปน็ ผู้เร่มิ ที่จะกระทาต่อ (Operant) สิ่งแวดล้อมของตนเองดังน้ัน การเรียนรู้แบบนี้บางครั้งเรียกว่า Instrumental Conditioning สกินเนอร์พบว่าถ้าต้องการให้ Operant Behavior คงอยู่ต่อไป จาเป็นต้องให้แรงเสริม สกินเนอรไ์ ด้แบ่งแรงเสริมออกเปน็ 2 ประเภทคือ 1. แรงเสริมบวก (Positive Reinforcement) หมายถึง สิ่งของ คาพูด หรือสภาพการณ์ที่ จะช่วยให้แสดงพฤติกรรมโอเปอแรนต์เกิดขึ้นอีก หรือสิ่งทาให้เพิ่มความน่าจะเป็นไปได้(Probability) ของการเกิดพฤติกรรมโอเปอแรนต์ 2. แรงเสริมลบ (Negative Reinforcement) หมายถึง การเปลี่ยนสภาพการณ์หรือ เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมบางอย่างอาจจะทาให้อินทรีย์แสดงพฤติกรรมโอเปอแรนต์ได้ บางคร้ัง นกั จิตวิทยาเรียกการเสริมแรงทางลบว่า Escape Conditioningการจัดการการสอนแบบ Cooperative Learning ใช้บนสอื่ Social Media
การจัดการการสอนแบบ Cooperative Learning ใชบ้ นสอื่ Social 18 Media บรรณานุกรม การเรียนรแู้ บบร่วมมือ(Cooperative Learning) [ออนไลน์].สืบค้นเม่ือ 8 ตลุ าคม 2560, จาก https://www.gotoknow.org/posts/201289 โซเชียลมีเดียกบั การศึกษาไทย [ออนไลน์]. (2556). สืบค้นเมอื่ 2 ตุลาคม 2560, จาก https://docs.google.com/document/d/ แนวคดิ ในการจดั การเรียนรู้แบบร่วมมือ [ออนไลน์].สืบค้นเมอื่ 8 ตลุ าคม 2560, จาก https://www.gotoknow.org/posts/401180 ราชบัณฑิตยสถาน. (2554). สื่อสังคม-เครือขา่ ยสังคม. บทวิทยุรายการรู้ รัก ภาษาไทย [ออนไลน์].สืบค้นเมอ่ื 8 ตุลาคม 2560, จาก http://www.royin.go.th/th/knowledge/ สานักเทคโนโลยีเพือ่ การเรยี นการสอน. (2554). ทีม่ าของบล็อก smeducation [ออนไลน์]. สืบค้น เมื่อ 8 ตลุ าคม 2560, จาก http://smeducation.wordpress.com/about/ Media [ออนไลน์]. สืบค้นเมือ่ 8 ตลุ าคม 2560, จาก http://thaismedu.com/การจดั การการสอนแบบ Cooperative Learning ใช้บนสอื่ Social Media
การจัดการการสอนแบบ Cooperative Learning ใช้บนสอื่ Social 19 Mediaการจัดการการสอนแบบ Cooperative Learning ใชบ้ นสอื่ Social Media
การจดั การการสอนแบบ Cooperative Learning ใช้บนสอื่ Social Media
Search
Read the Text Version
- 1 - 20
Pages: