แนวทางการพฒั นาคุณธรรม จริยธรรมของนักบริหาร นักจดั การนวตั กรรม นวตั กร ชาคริยา ชายเกล+ียง คุณธรรม จริยธรรม เป็นรากฐานสำคัญ ที่ควรยึดถือ และประพฤติปฏิบัติในการอยู่ร่วมกันของคนใน สังคม คุณธรรม จริยธรรม จึงเป็นปัจจัยสำคัญของความมั่นคงผาสุกของประเทศชาติสังคมประเทศใด ผู้ปกครองและประชาชนมีคุณธรรม จริยธรรม สังคม ประเทศนั้นจะเข้มแข็ง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน ในทางตรงกันข้าม หากสังคมประเทศใดขาดเสียซึ่ง คุณธรรม จริยธรรม สังคมประเทศนั้นย่อมอ่อนแอ และ แตกแยก ได้ การกำหนดทศิ ทางในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ผรู้ บั ผดิ ชอบงานควรต้องคิดให้ครอบคลุมท้ังดา้ น คุณธรรมและจริยธรรม นั่นคอื หลกั การคดิ และวธิ กี ารปฎบิ ตั ิที่ดีงาม ถูกต้อง ตามสภาพสงั คม วฒั นธรรมก่อน อืน่ คงต้องทำความเขา้ ใจ คำว่าคุณธรรม และ จริยธรรม กอ่ น พจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ได้ให้ความหมายของ คุณธรรม (Morality/Virtue) และจรยิ ธรรม (Ethics) ไว้วา่ “คณุ ธรรม” หมายถงึ สภาพคุณงามความดเี ปน็ สภาพคุณงามความดที างความ ประพฤติและจติ ใจ ความประพฤตดิ ีงามที่เป็นประโยชนส์ ุขแกต่ นและสังคม ซงึ่ มพี ้ืนฐานมาจากหลกั ศีลธรรมทางศาสนา คา่ นยิ ม ทางวฒั นธรรม ประเพณีหลักกฎหมาย จรรยาบรรณวิชาชีพ การรจู้ กั ไตรต่ รองวา่ อะไรควรทำหรือไม่ “จริยธรรม” แปลว่า ธรรมท่ีเป็นข้อประพฤตปิ ฏบิ ตั ศิ ลี ธรรม กฎศีลธรรม ซึ่งก็คอื กฎเกณฑค์ วาม ประพฤติของมนษุ ยซ์ ึ่งเกดิ ขึ้นจากธรรมชาตขิ องมนษุ ย์เอง ระเบยี บสํานักนายกรัฐมนตรวี า่ ดว้ ยการสง่ เสริมคณุ ธรรมแหง่ ชาติ พ.ศ.2550 ลงวนั ท่ี 13 กรกฎาคม พ.ศ.2550 (2550:1) ใหค้ วามหมายของ “คุณธรรม” ว่า หมายถึง สงิ่ ทมี่ ีคุณคา่ มี ประโยชนเ์ ป็นความดีงาม เป็นมโนธรรม เป็นเครื่องประคับประคองใจให้เกลียดความชั่ว กลวั บาป ใฝค่ วามดีเปน็ เครื่องกระตนุ้ ผลักดันให้ เกิดความรสู้ ึกรับผิดชอบ เกดิ จิตสำนักที่ดีมีความ สงบเยน็ ภายใน เป็นส่ิงท่ีตอ้ งปลกู ฝงั โดยเฉพาะเพื่อใหเ้ กิดข้ึน และเหมาะสมกับความตอ้ งการใน สงั คมไทย และคำวา่ “จริยธรรม” ก็หมายถึง กรอบหรอื แนวทางอันดงี ามท่ี พงึ ปฏิบัติซงึ่ กำหนด ไวส้ ําหรบั สังคม เพื่อใหเ้ กิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยงดงาม ความสงบรม่ เยนเป็นสขุ ความรกั สามัคคคี วามอบอนุ่ มั่นคงและปลอดภัยในการดำรงชวี ิต รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช 2550 กลา่ วถึง คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ว่าหมายถงึ ความ ประพฤติ การปฏิบัติ การกระทำทแ่ี สดงออกมาทางกาย วาจา ที่ถกู ตอ้ งดีงาม สงั คมตอ้ งการ เกิดประโยชนต์ ่อ ตนเอง ผู้อนื่ และสังคม และเหมาะสมกบั ภาวะ ฐานะ เหตกุ ารณ์ ในขณะนน้ั ๆ ความหมายของจริยธรรม (Ethics) ในที่นี้จงึ มีความหมายอย่างกวา้ ง ครอบคลมุ เชื่อมโยงคำวา่ ประมวลจริยธรรม (Code of Ethics) จรรยา (Etiquette) คณุ ธรรม,ศลี ธรรม (Morality) ซือ่ ตรง, ซอ่ื สัตย์ สจุ รติ (Integrity) รวมทงั้ ความประพฤติ และการกระทำตา่ ง ๆ ทีเ่ ปน็ ท่ีตอ้ งการ วนิ ยั (Discipline) และการ รักษาวนิ ยั ต่าง ๆ
แนวคดิ ของศาสตราจารย์ธานนิ ทร์ กรยั วเิ ชียร, 2550 และศาสตราจารย์ดร. ชยั พร วิชชาวุธ, 2552) จริยธรรม หรือความเทีย่ งธรรม (Integrity) ซึ่งปจั จบุ ันในระดบั นานาประเทศใชค้ าํ วา่ “Integrity” ซึ่งหมายถึง หลักจรยิ ธรรมทบี่ ุคคลยึดถือมคี วามสอดคลอ้ งกับการกระทาํ การทบี่ คุ คลยึดถอื ปฏิบัตติ ามหลัก จรยิ ธรรม กฎหมายโดยปราศจากความขดั แยง้ กบั ผลประโยชนส์ าธารณะ การยดึ ม่ันในส่ิงที่ ถกู ต้องและชอบ ธรรม เป็นคุณลกั ษณะทีเ่ ป็นองคร์ วมของบุคคลและองค์กรในด้านจริยธรรมทีเ่ ปน็ เลิศโดย แบ่งเปน็ ระดับ องคก์ รและบคุ คล จริยธรรมหรอื ความเทยี่ งธรรมขององคก์ ร (Integrity of organization) แสดงให้สงั คม รบั ทราบได้ จากการกาํ หนดมาตรฐานคณุ ธรรม จริยธรรม และการบังคบั ใชร้ วมทั้งระบบหรอื กระบวนการใน การ ปฏิบัตติ าม ซ่งึ ไดผ้ ลในทางปฏิบัตสิ ูงสุด มาตรฐานจรยิ ธรรมจะต้องคงท่สี มาชิกขององค์กรจะตอ้ งยึดถือ เป็น หลักภายในจติ ใจ และปฏิบตั กิ ันอยา่ งเป็นนสิ ัยในการทํางาน จนกระทงั่ กลายเปน็ วฒั นธรรมองคร์ วมของ องคก์ ร จรยิ ธรรมหรอื ความเทีย่ งธรรมของขา้ ราชการ (Integrity of public officials) เป็นเครื่องมอื ในการ สรา้ งความเช่ือถือไวว้ างใจและความรบั ผิดชอบของขา้ ราชการตอ่ ผลประโยชน์สาธารณะ ข้าราชการ หรือ เจา้ หน้าทขี่ องรฐั จะตอ้ งไม่ใชอ้ ํานาจในการทาํ งานเพ่อื ผลประโยชน์สว่ นตนหรอื พวกพ้อง เมื่อเกิดความ ขัดแยง้ ระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและส่วนรวม (สาธารณะ) จะตอ้ งยึดผลประโยชนส์ ว่ นรวมเป็นหลกั ปฏบิ ตั งิ าน ดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ (accountability) และโปร่งใส (transparent) ซ่ือสัตย์ต่อประชาชนและ ผรู้ ว่ มงาน (http://bls.buu.ac.th/~se888414/04Jan26-27/f6.pdf) ศ.ดร. ชัยพร วิชชาวุธ (2552) ได้สรุปแนวความคิดเก่ยี วกบั จริยธรรมและจรรยา ซึง่ สอดคล้องกับ ความหมายสากลทอ่ี งคก์ รดา้ นจริยธรรมประเทศตา่ ง ๆ ใช้อยู่ในปัจจุบนั กลา่ วคอื หากบุคคลยดึ ม่นั ความ ถกู ต้องเท่ยี งธรรมภายในจิตใจและกระทําพฤติกรรมภายนอกที่ถูกต้องเท่ยี งธรรม สอดคลอ้ งกบั ภายในจิตใจ แลว้ ลักษณะเชน่ นจ้ี งึ เรียกวา่ “Integrity” ดงั ได้อธบิ ายมาแลว้ ข้างตน้ ซ่งึ สามารถเขียนเป็นโมเดลดงั ต่อไปนี้ ทม่ี า:http://bls.buu.ac.th/~se888414/04Jan26-27/f6.pdf
สรุปคุณธรรมจริยธรรมคอื กรอบหรือการกระทำอันดที ค่ี วรประพฤติปฏบิ ตั ิ ที่กอ่ ใหเ้ กิดประโยชน์ต่อ ตนเองและผูอ้ ืน่ ท้ังกายวาจาและใจ แนวคดิ ทฤษฏีดา้ นจรยิ ธรรม ทฤษฎีพฒั นาการการใช้เหตุผลเชงิ จรยิ ธรรมของโคลเบิร์ก ทฤษฎพี ัฒนาการการใช้เหตผุ ลเชิงจริยธรรม เป็นแนวทางความคิดทม่ี ีตน้ กําเนดิ มาจาก เพียเจท์ (Piaget, 1896) และผทู้ ีน่ ําเอาแนวความคิดนม้ี าพฒั นาอยา่ งกว้างขวางเปน็ ท่ยี อมรับกนั อย่างมาก คือ โคล เบริ ก์ (Kohlberg, 1964) ซ่ึงเขาไดท้ ําการศกึ ษาบคุ คลตา่ งเชือ้ ชาตแิ ละวัฒนธรรมท้ังในทวีปยโุ รป เอเซียและ อเมรกิ า ผลการศึกษามนุษยชาตทิ ําให้สามารถแบ่งระดับการพัฒนาการทางจิตใจและใช้เหตผุ ลออกเป็น 3 ระดบั และแตล่ ะระดับแบ่งออกเปน็ 3 ข้นั ดังรูป ทีม่ า http://bls.buu.ac.th/~se888414/04Jan26-27/f6.pdf ความคดิ และหลักของทฤษฎีนี้ทง้ั เพยี เจทแ์ ละโคลเบริ ก์ ไดเ้ นน้ ความสําคญั ของ องคป์ ระกอบสอง ประการ คือ 1) พฒั นาการทางสติปัญญา และ 2) ปฏิสมั พันธก์ บั ผอู้ ่นื หรอื ประสบการณ์ ทางสงั คม ซึง่ อิทธพิ ล และความสาํ คัญของสติปญั ญานนั้ ไดก้ ลา่ วมาแล้ว สว่ นด้านประสบการณ์ทางสงั คมนน้ั โคลเบิร์ก (Kohlberg, 1976) กลา่ ววา่ การไดเ้ กย่ี วขอ้ งสมั พันธก์ บั คนอ่นื ในสงั คมมาก ๆ ทําให้บคุ คล มโี อกาสสวมบทบาทบอ่ ยๆ จึง เกดิ ความสามารถในการสวมบทบาททางสงั คม (Social role taking) หรอื ความสามารถในการหยงั่ ลึกทาง สังคม (social perspective taking) ทฤษฎคี วามเฉลียวฉลาดเชงิ จริยธรรม (Moral Intelligence : MI) มนุษยใ์ นโลกนี้ร้วู ่าส่ิงใด ถูกส่ิงใดผดิ แต่ยังมกี ารกระทําทไี่ มถ่ ูกต้องของมนษุ ยโ์ ดยเฉพาะ ผู้นําทําให้ เกิดวิกฤตของโลกหลายครั้ง หลายคราว ซึ่งสาเหตุมาจากการขาดจริยธรรมของผู้นํา โดยเฉพาะคณุ ลกั ษณะ
ด้านคุณธรรม ความกล้ายนื หยัดในสิ่งทถ่ี ูกต้อง แมม้ นุษย์จะมคี า่ นิยมท่ตี นยึดถือนาํ ทางชีวติ คา่ นยิ มเปน็ เครอื่ ง สะทอ้ นใหม้ นษุ ยร์ บั ร้แู ละ ตีความหมายส่ิงต่าง ๆ และเหตกุ ารณ์รอบตัวของเรา แต่จากงานวิจัยต่าง ๆ ในหลาย ทศวรรษทผ่ี า่ นมา พบวา่ คา่ นิยมมีความสมั พันธ์กับพฤตกิ รรมของมนุษยท์ แี่ สดงออกภายนอกในระดับนอ้ ย ปรชั ญาทงั้ 3 สาขาคือ สาขาประจักษน์ ิยม (pragmatic) สาขาปญั ญานิยม (intellectual) และสาขามนษุ ย นยิ ม (humanistic) ได้อธิบายการกระทาํ การคดิ ความรสู้ ึกของมนษุ ยใ์ นวิถีทางท่ีแตกตา่ งกัน ในขณะที่ ปรชั ญา สาขาประจักษน์ ิยมเชอ่ื ในเรื่องอัตถประโยชน์คา่ นิยม และความเช่ือของมนษุ ย์ว่า ข้นึ กบั ความ รบั ผิดชอบ ของบุคคลตอ่ เหตุการณ์ท่เี ขา้ มาในชวี ิต เป็นเร่อื งการจัดการตนเอง (self-management) และ ปรชั ญาสาขา มนษุ ยนยิ ม เน้นสัมพนั ธภาพระหวา่ งบุคคล ใหค้ วามสําคญั กับคา่ นยิ ม สัมพันธภาพระหวา่ งคน ใกล้ชิด เช่น ครอบครวั เพือ่ นสนทิ มากกวา่ สมั พันธภาพอ่ืน ๆ ส่วนในสภาพการทํางาน คา่ นยิ มความจงรักภกั ดี ต่อ หน่วยงานจะมคี ุณคา่ มาก ในการทาํ งานสมรรถนะทางมนุษยสัมพนั ธจ์ ะสําคญั ท่ีสุด Lennick และ Fred Kiel ไดท้ ําการวเิ คราะห์Moral Intelligence (MI) ท่บี ุคคลโดยเฉพาะ ผ้นู าํ ตอ้ งมีเพื่อนําพาองคก์ รและสังคม ไปสู่ความสาํ เร็จและเปน็ สขุ ซึ่ง MI นจี้ ะเปรียบเสมือนเป็นเข็มทศิ ทีจ่ ะ นําพาบคุ คลให้กระทําตามอดุ มการณ์ คา่ นยิ มและความเชอ่ื ของตนเอง โดยขอ้ ค้นพบของเขาได้จากการศกึ ษา ผู้นําองค์กรของธรุ กจิ ชัน้ นาํ ของโลกท่ี ประสบความสําเรจ็ ว่า จะต้องมีและยดึ มน่ั ในหลกั การ อุดมการณ์ซ่งึ เป็นสากลทวั่ โลกไมว่ ่าจะเปน็ ชนชาตใิ ด ซ่ึงได้แก่ ความกลา้ ยืนหยดั ในสง่ิ ที่ถูกตอ้ ง ยึดมน่ั ในคุณธรรมชน้ั สูง ความรับผิดชอบ ความเออื้ อาทร การให้ อภัย ที่มา http://bls.buu.ac.th/~se888414/04Jan26-27/f6.pdf ซง่ึ หลักการ หรอื อดุ มคติหรือคุณธรรมซ่ึงเปน็ สากลนน้ี ักมนุษยวิทยา คือ Donald E. Brown พบว่ามี อยทู่ ุกสังคมและวัฒนธรรม เปน็ สมรรถนะที่ทาํ ให้มนษุ ย์สามารถแบ่งแยกความถูกต้อง ออกจากความผดิ ความ ตระหนักในความรับผดิ ชอบ American Humanist Association และสหประชาชาติ ได้อธบิ ายเกย่ี วกบั ความ ถูกต้องทีม่ วลมนุษยต์ อ้ งกระทาํ ได้แก่ การรกั ษาพนั ธะสญั ญาทม่ี ีตอ่ สว่ นรวมมากกว่าตนเอง การเคารพตนเอง อย่างมมี นุษยธรรม มวี ินยั ในตนเองและพร้อมรบั ผดิ ชอบ ตอ่ ตนเอง เคารพและห่วงใยบคุ คลอนื่ ( ซ่งึ เป็น “ Golden Rule ”) หว่ งใย ปกปอ้ งรักษาสิ่งมชี ีวิตอน่ื และส่งิ แวดล้อม
ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม เป็นทฤษฎีทางจิตวิทยาทฤษฎีแรกของนกั ศึกษาไทยท่ีสร้างข้นึ บุคคลผู้รวบรวมเขียนเป็น ทฤษฎี คือ ศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธมุ นาวิน กรอบแนวคิดทเ่ี ป็นจุดเดน่ ของทฤษฎีนม้ี ีความ วา่ ลกั ษณะพ้ืนฐานและองคป์ ระกอบทางจติ ใจซ่ึงจะนำไปสู่พฤติกรรมท่พี งึ ปรารถนา เพอ่ื ส่งเสรมิ ใหบ้ คุ คล เปน็ คนดแี ละ คนเกง่ 1. ส่วนของดอกผล เปรียบเสมือนเป็นลกั ษณะพฤติกรรมคนดีและเกง่ การที่ต้นไม้จะให้ดอกผลใหญ่ จะต้องมลี ำตน้ และรากทสี่ มบรู ณ์ 2. สว่ นของลำต้นท่ีสมบรู ณ์ เปรยี บเสมอื นลักษณะทางจติ ใจ ซง่ึ เป็นสาเหตขุ องพฤตกิ รรมท่ดี ี มี 5 ประการ คอื (1) มีทัศนคติ ค่านยิ มท่ดี ี และคณุ ธรรม (2) มีเหตุผลเชงิ จรยิ ธรรม (3) ลักษณะม่งุ อนาคต คาดการณ์ไกล (4) เช่อื อำนาจในตน (5) มีแรงจงู ใจใฝ่สัมฤทธิ์ ลกั ษณะทางจติ ใจทงั้ 5 ประการน้ี ถ้ามีมากในบุคคลใด บคุ คลน้นั จะเป็นผมู้ พี ฤติกรรมเกง่ และดี อยา่ งสม่ำเสมอ 3. ส่วนของรากตน้ ไม้ เปรียบเสมอื นลกั ษณะทางจติ ทีเ่ ปน็ พน้ื ฐานท่ีจะชอบไชหาอาหารเลีย้ ง ลำตน้ ให้สมบูรณม์ ี 3 ประการ คอื (1) สติปญั ญา (2) ประสบการณท์ างสังคม (3) สขุ ภาพจิตดี บคุ คลท่ีมลี ักษณะพ้ืนฐานทางจติ ทัง้ สามประการนนั้ สูง และเหมาะสมกบั อายุ เปรียบได้กับคนทเี่ ป็น บัวเหนอื น้ำในพุทธศาสนา ซึ่งพรอ้ มจะรับการพัฒนา ทฤษฎตี ้นไม้ จรยิ ธรรมของคนไทยจึงให้ข้อสรุปวา่ ถ้า ต้องการพฒั นาคนใหเ้ ปน็ คนเกง่ และดี จะต้องพฒั นาลกั ษณะจิตใจ ทั้ง 8 ประการทีร่ ะบุไว้ที่ลำต้นและราก ต้นไม้ ท่ีมา: http://bls.buu.ac.th/~se888414/04Jan26-27/f6.pdf
คณุ ธรรมจริยธรรมภาครฐั เป็นปัจจัยด้านสถานการณ์ที่สําคัญที่ได้พิสูจน์จากความสําเร็จขององค์กรภาครัฐ ในต่างประเทศแล้ว ว่าทําให้ภาครัฐและเจ้าหน้าที่ภาครัฐ มีพฤติกรรมการทํางานอย่างมีจริยธรรมตามความ คาดหวังและข้อ เรียกร้องจากสาธารณชน เป็นสิ่งที่ปรารถนาของสังคมโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน นอกจากนั้น จากผลการศึกษา ในขา้ ราชการไทยยงั ปรากฏวา่ ตอ้ งการใหม้ รี ะบบ กลไกการผลักดัน กํากับดูแล ใหค้ าํ ปรกึ ษาและตรวจสอบดา้ น จริยธรรมที่ชัดเจน เป็นรูปธรรมคู่ขนานกับการพัฒนาจิตใจข้าราชการ และ จากการศึกษาข้อมูลทุติยภูมิและ การศกึ ษาเอกสาร รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2550 หมวด 13 จรยิ ธรรมผดู้ ำรงตำแหน่ง ทางการเมืองและเจา้ หนา้ ที่ของรฐั (2550:111) ได้กล่าวถงึ มาตรา 279 กําหนดให้ มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ ดํารงตาํ แหน่งทางการเมือง ขา้ ราชการ หรอื เจา้ หน้าท่ีของรฐั แตล่ ะ ประเภทให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมทีก่ าํ หนดขน้ึ โดยจะตอ้ งมกี ลไกและระบบใน การดาํ เนินงาน เพอื่ ให้ การบงั คบั ใช้เป็นไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รวมทั้งกําหนดขั้นตอนการลงโทษตามความรา้ ยแรง แหง่ การกระทํา การฝา่ ฝืนหรือไม่ปฏบิ ัตติ ามมาตรฐานทางจริยธรรม ให้ ถือวา่ เป็นการกระทําผิดทางวินัย ก.พ. ในฐานะองคก์ รกลางบรหิ ารงานบุคคลของข้าราชการพลเรอื นได้ พิจารณาโดยถ่ถี ้วน แล้วเหน็ ว่า ตาํ แหน่ งขา้ ราชการพลเรอื นทุกตาํ แหนง่ มหี น้าท่ีที่ต้องปฏบิ ัตเิ พอ่ื ให้ ราชการแผน่ ดินในสว่ น ทต่ี นรบั ผิดชอบเกิดประโย ชน์สงู สุดแกส่ ังคม ดงั นน้ั การใช้ อํานาจเพ่อื ให้ หนา้ ทที่ ต่ี นรับผดิ ชอบลุลว่ ง ข้าราชการพลเรือนทั้งปวงจึงต้องมี คุณธรรม ซงึ่ เป็นการอนั พงึ ทาํ เพราะนําประโยชนใ์ ห้ เกดิ แก่ สว่ นรวมและตนเอง และศลี ธรรมซ่งึ เปน็ การอัน พงึ เวน้ เพราะเป็นโทษแก่ส่วนรวมและตนเอง ประกอบกันขน้ึ เป็นจริยธรรมข้าราชการพลเรอื นอันเปน็ ความ ประพฤติทด่ี ีงาม สมกับความเป็นขา้ ราชการ มาตรา 280 ใหผ้ ู้ตรวจการแผ่นดินมีอํานาจหน้าท่เี สนอแนะหรอื ให้ คาํ แนะนาํ ในการ จดั ทําหรือ ปรับปรุงประมวลจริยธรรมตามมาตรา 279 และส่งเสริมให้ ผู้ ดํารงตําแหนง่ ทางการเมือง ข้าราชการและ เจา้ หนา้ ที่ของรฐั มจี ติ สาํ นึกในดา้ นจริยธรรม รวมทงั้ มหี น้าทร่ี ายงานการกระทาํ ทม่ี กี าร ฝา่ ฝนื ประมวล จรยิ ธรรมเพ่อื ให้ ผู้ ทร่ี บั ผิดชอบในการบงั คับการให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรม ดําเนนิ การบงั คับใหเ้ ป็นไป ตามประมวลจรยิ ธรรมตามมาตรา 279 บุคคลผูด้ าํ รงตาํ แหนง่ ขา้ ราชการพลเรือนทุกตาํ แหนง่ จงึ มีหนา้ ที่ดําเนนิ การให้เปน็ ไป ตามกฎหมาย เพื่อรกั ษาประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติ มีความเป็นกลางทางการเมอื ง อํานวย ความสะดวก และให้ บริการแกป่ ระชาชนตามหลักธรรมาภิบาล โดยจะตอ้ งยดึ มัน่ ในคา่ นิยมหลัก ของมาตรฐานจรยิ ธรรมสําหรับผู้ ดาํ รงตําแหนง่ ทางการเมอื งและเจ้าหน้าทข่ี องรัฐ 9 ประการ ของสํานกั งานผูต้ รวจการแผน่ ดนิ ดังน้ี ( สํานกั สง่ เสรมิ มาตรฐานจรยิ ธรรม สํานักงานผู้ตรวจการแผน่ ดนิ 2551:ออนไลน์) (1) การยึดม่นั ในคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม (2) การมีจติ สํานกึ ทด่ี ี ซอ่ื สตั ย์ สุจริต และรบั ผดิ ชอบ (3) การยดึ ถอื ประโยชน์ของประเทศชาติเหนอื กว่าประโยชนส์ ว่ นตนและไม่มีผลประโยชน์ ทบั ซอ้ น
(4) การยนื หยดั ทําในสง่ิ ทถ่ี กู ต้อง เปน็ ธรรม และถูกกฎหมาย (5) การให้ บรกิ ารแก่ประชาชนดว้ ยความรวดเร็ว มอี ธั ยาศัย และไม่เลือกปฏบิ ัติ (6) การให้ ข้อมลู ข่าวสารแกป่ ระชาชนอยา่ งครบถว้ น ถกู ต้อง และไม่บดิ เบือนข้อเทจ็ จริง (7) การมุง่ ผลสัมฤทธข์ิ องงาน รักษามาตรฐาน มคี ณุ ภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ (8) การยดึ ม่ันในระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข (9) การยึดมน่ั ในหลักจรรยาวชิ าชีพขององค์กร จริยธรรมของข้าราชการ จริยธรรมของข้าราชการมี 7 ประการ เพื่อนําไปสู่การเป็นข้าราชการที่มีจริยธรรมดีงาม ดังนี้ (ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรอื น: ออนไลน์) 1. การนําหลักธรรมมาใช้ในการใหบ้ รกิ าร โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ความซ่อื สตั ย์สจุ รติ เสียสละ อดทน มี ความเปน็ ธรรม เอือ้ เฟื้อเผ่ือแผ่ มนี ํา้ ใจ สุภาพ มเี มตตาธรรม และการเปน็ แบบอย่างท่ดี ี ของหนว่ ยงานของรัฐ 2. การมีจิตสํานึกท่ดี ีงามในการใหบ้ รกิ าร ขา้ ราชการทกุ คนตอ้ งมีจิตสาํ นกึ ในการ ใหบ้ รกิ ารในทศิ ทาง ทเี่ ป็นประโยชน์ต่อทางราชการเพ่ือผลประโยชน์ของประเทศชาตแิ ละประชาชนโดยรวม จงึ จาํ เป็นตอ้ งมี จติ สาํ นกึ ทด่ี ีงามในการใหอ้ ํานวยความสะดวกและให้บรกิ ารประชาชน ถา้ หากข้าราชการทาํ ได้ก็เช่ือไดว้ า่ จะช่ วยสรา้ งความเจรญิ และยกมาตรฐานของประเทศให้สูงข้นึ 3. การวางตวั ใหเ้ หมาะสม ข้าราชการไมค่ วรทะเยอทะยานอยากจะมชี ีวติ ความเปน็ อยู่ อย่างหรูหรา โออ่า ใช้จา่ ยฟ่มุ เฟอื ย หรือ “กินดอี ยู่ดีอย่างเกนิ ความพอดี” รู้จกั ใชจ้ ่ายแตเ่ พยี งพอดีรูจ้ ัก ประหยัด ไม่ฟุม่ เฟอื ย รวมตลอดถึงการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง 4. การไม่ใชส้ ถานะหรือตําแหน่งไปแสวงหาผลประโยชนไ์ มว่ ่าจะเป็นผลประโยชน์ สาํ หรับตนเองหรอื ผูอ้ นื่ เช่น ขา้ ราชการไม่ใชส้ ถานะหรือตาํ แหน่งเข้าไปกา้ วก่ายหรือแทรกแซงการบรรจุ แตง่ ต้ัง ยา้ ย โอน เลอื่ น ตําแหนง่ และเลอ่ื นขนั้ เงนิ เดือนของข้าราชการคนใด ในเวลาเดียวกนั ตอ้ งไมย่ อม ใหค้ ่สู มรส ญาตสิ นทิ บคุ คล ในครอบครัวหรอื ผู้ใกล้ชดิ ก้าวก่ายการปฏบิ ัติหน้าที่ราชการของตนหรอื ผูอ้ ื่น ไมย่ อมให้ผูอ้ น่ื ใช้ตาํ แหนง่ หน้าที่ ของตนเองโดยมิชอบ รวมตลอดถงึ การไมเ่ รยี กรอ้ งผลประโยชน์ในทาง มชิ อบ ซึง่ ครอบคลมุ ถึงการไม่เรยี กรอ้ ง ของขวญั ของกาํ นลั หรอื ประโยชน์อ่นื ใดจากบคุ คลอนื่ เพื่อ ประโยชนต์ า่ งๆ อนั อาจจะเกดิ ข้ึนจากการปฏบิ ัติ หนา้ ท่ีของตน 5. การพบปะเยยี่ มเยยี นและช่วยเหลอื ประชาชนอย่างสมาํ่ เสมอ รวมท้ังเอาใจใส่ทุกขส์ ขุ และรบั ฟั งเรอื่ งราวร้องทกุ ข์ของประชาชน และรบี หาทางช่วยเหลืออยา่ งเร่งดว่ นอย่างเท่าเทียมกนั โดยไม่ เลือกปฏิบัติ 6. การไม่ใชแ้ ละไม่บิดเบือนข้อมลู ข่าวสารของราชการ ขา้ ราชการไม่ควรปฏิบตั ิงานใน ลกั ษณะดังกล่ าวเพอ่ื ให้ผู้อืน่ หรอื ประชาชนเขา้ ใจผดิ โดยมุ่งหวงั ผลประโยชนส์ ําหรบั ตนเองหรอื ผูอ้ ื่น 7. การแสดงความรับผดิ ชอบในการบริหารงานผดิ พลาด ขา้ ราชการควรแสดงความ รบั ผดิ ชอบตาม ควรแก่กรณเี ชน่ ลาออกจากตาํ แหน่ง เมื่อปฏิบัตหิ นา้ ทบ่ี กพร่องหรือผิดพลาดอย่าง รา้ ยแรง
แนวทางการพัฒนาจรยิ ธรรม แนวทางการพฒั นาจริยธรรมของขา้ ราชการ ผู้นํารัฐบาล นักการเมอื งที่รับผดิ ชอบ ผู้บังคบั บญั ชา บุคคล รวมทัง้ หนว่ ยงานทีเ่ กยี่ วข้อง ควรดาํ เนนิ การพัฒนาจริยธรรมของข้าราชการ รวม 8 เรอื่ งพร้อมกันไป ดงั นี้ 1. สนับสนนุ และส่งเสริมใหบ้ ุคคลหรือหนว่ ยงานภายนอกเข้ามามสี ว่ นในการควบคมุ ตรวจสอบ จริยธรรมของข้าราชการเพิ่มขน้ึ สาเหตสุ าํ คัญของการประพฤติมชิ อบในวงราชการมาจากข้าราชการบางสว่ น ขาด จริยธรรม ซง่ึ อาจเรียกว่า จิตใจ จิตสาํ นึก จิตวิญญาณ และอดุ มการณก์ ็ได้โดยจริยธรรมมีสว่ นสําคญั ใน การกําหนดพฤตกิ รรมหรอื การปฏิบัตหิ นา้ ทร่ี าชการ ซึง่ รวมทงั้ การกระทาํ หรอื งดเวน้ การกระทําการใดๆ ตาม อำนาจหน้าทขี่ องข้าราชการอันสง่ ผลกระทบถงึ ประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าทีร่ าชการ ซงึ่ รวมท้ังการ กระทาํ หรอื งดเว้นการกระทําการใดๆ ตามอาํ นาจหน้าทีข่ องข้าราชการอันส่งผลกระทบถงึ ประสิทธิภาพใน การ ปฏิบัตหิ นา้ ท่รี าชการเพอ่ื ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนโดยรวม ประกอบกับการควบคุม ตรวจสอบ ภายในหน่วยงานของรฐั ไมอ่ าจดําเนินงานได้อย่างมีประสิทธภิ าพ ซึง่ อาจเนือ่ งจากการเปน็ พวก เดยี วกนั สี เดยี วกนั ดงั นัน้ จึงมคี วามจาํ เปน็ ทจี่ ะตอ้ งพฒั นาหรอื สนับสนุนให้บคุ คลหรือหน่วยงานภายนอก เช่น ประชาชน สถาบันการศึกษา องคก์ ารเอกชน และส่ือมวลชน เขา้ มามีสว่ นรว่ มในการตรวจสอบ พฤตกิ รรมและจรยิ ธรรม ของขา้ ราชการเพมิ่ มากขึน้ 2. สนบั สนนุ ให้ดําเนินคดีและลงโทษขา้ ราชการท่ีประพฤตมิ ิชอบตามบทบญั ญตั ขิ อง กฎหมายอย่าง เคร่งครัด เขม้ งวด และรวดเร็ว โดยดาํ เนนิ การกับขา้ ราชการทกุ ระดบั การสนับสนนุ เช่นนจี้ ะมีสว่ นปอ้ งกันมใิ ช่ ข้าราชการคดิ และปฏิบตั ริ าชการในทางมิชอบ เพราะกลัวเกรงวา่ จะต้องถูกลงโทษ 3. ตอ่ ต้านหรอื ไม่สนับสนุนค่านิยมของขา้ ราชการไทยท่ีมีอยู่แล้วในสงั คม และเป็น อปุ สรรคตอ่ การ พฒั นาประเทศ ในเวลาเดยี วกัน ควรสนบั สนนุ และสง่ เสรมิ ให้เผยแพรส่ ร้าง และปลูกฝัง คา่ นิยมทส่ี ่งเสรมิ การ พฒั นาประเทศ ตวั อยา่ งค่านยิ มของข้าราชการไทยท่มี อี ยูแ่ ลว้ ในสงั คม และเป็นอุปสรรคตอ่ การพฒั นาประเทศ เช่น คา่ นยิ มของการใช้อํานาจหนา้ ทใ่ี นทางมิชอบ คา่ นยิ มทย่ี ดึ ถอื ระบบพวกพ้องในทางมิชอบ คา่ นยิ มทต่ี อ้ ง การเป็นเจา้ คนนายคน ค่านิยมในการประจบสอพลอ ค่านิยมที่ชอบความสะดวกสบายและเกียจคร้าน คา่ นิยม แบบปัจเจกชนนิยม คา่ นยิ มในความเป็นอนรุ กั ษ์นิยม สําหรับตัวอย่างค่านยิ มท่สี ่งเสรมิ การพฒั นาประเทศ เชน่ ค่านิยมในความซอื่ สัตยส์ จุ รติ คา่ นิยมในระบบคุณธรรม ค่านยิ มในหลกั ประชาธิปไตย ค่านยิ มท่ยี ดึ ถอื หลักการมากกวา่ ตวั บุคคล ค่านิยมในความประหยดั และขยัน คา่ นิยมของการรวมกลุม่ ค่านยิ มในระเบียบ วินยั 4. ผู้บังคบั บญั ชาควรประพฤติตวั เปน็ แบบอย่างทีด่ ใี นการปฏิบตั ริ าชการโดยใชว้ ิชาความรแู้ ละ ประสบการณ์ในทิศทางที่เปน็ ประโยชนต์ อ่ ส่วนรวม สาํ หรับการประพฤตติ ัวเป็นแบบอยา่ งทีด่ ขี องผูบ้ งั คบั บญั ชามี 10 ข้อ ดงั นี้ (1) เป็นคนสุจรติ และไม่เขา้ ไปมีส่วนเก่ยี วขอ้ งกบั การทจุ ริตอย่างเดด็ ขาด โดย ควรละความช่วั หรือ บรหิ ารจดั การหรอื ปฏิบตั งิ านด้วยความซอ่ื สตั ยส์ ุจริต และพยายามแสดงออกใหเ้ ห็น อย่างชดั เจนอย่างต่อเนอื่ ง
เชน่ ไมเ่ รยี กรอ้ งหรือรับทรัพย์สินเงนิ ทอง รับสว่ ย รบั ผลประโยชน์ตอบแทน ในทางมชิ อบ และไมป่ กป้องคุ้ มครองช่วยเหลอื ผูใ้ ต้บังคับบัญชาท่ที ุจริต (2) เสยี สละประโยชนแ์ ละความสุขสว่ นตัวเพือ่ สว่ นรวม (3) ดํารงตําแหน่งและปฏบิ ตั หิ นา้ ทอ่ี ยา่ งภาคภมู ใิ จ มเี กยี รตมิ ีศักด์ิศรแี ละ มจี รรยาบรรณ โดยควร ระลกึ และปฏิบัตใิ นลกั ษณะท่วี า่ เกียรตมิ าก่อน (honor comes first) เงนิ หรอื ผลประโยชนใ์ นทางมชิ อบ (4) มไี มตรจี ิต (courtesy) ซึง่ ครอบคลมุ ถึงการมมี ารยาท ความสภุ าพ ความ เอือ้ เฟอ้ื มีอธั ยาศัย และ มนุษยสัมพันธท์ ี่ดี (5) ทําตวั ใหเ้ ป็นที่ยอมรับ (respect) หรือให้ไดร้ บั ความศรัทธาจากประชาชน (6) เป็นผใู้ หม้ ากกว่าผ้รู บั และรู้จักพอ (7) สนับสนนุ และยกย่องคนดีพร้อมทง้ั ดาํ เนนิ การกบั คนไม่ดเี ชน่ ไม่ยกย่อง นนิ ทา และประณาม (8) มีความเป็นผเู้ ชย่ี วชาญ และนาํ หลกั วิชาการมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการบริหาร ราชการ และในการ ประพฤติตวั เปน็ แบบอยา่ งทดี่ ี (9) ปฏิบัติราชการในลกั ษณะท่ีแสดงถึงความเป็นมืออาชพี (professionalism) ซ่ึง หมายถึง ร้จู ริง มี ความรูค้ วามสามารถ ความชาํ นาญ และสามารถปฏิบัติงานเพื่อผลประโยชน์ของสว่ นรวม ไดอ้ ย่างมี ประสทิ ธิภาพจรงิ และชดั เจน (10) มใิ ช่เปน็ เพยี งผู้นําในการบรหิ ารงานเทา่ น้นั แตค่ วรเป็นผนู้ าํ ทม่ี ภี าวะผู้นาํ สงู กล้าทจ่ี ะเปน็ ผ้นู ํา และกลา้ ท่จี ะตัดสนิ ใจพัฒนาจริยธรรมของข้าราชการอยา่ งจรงิ จงั และตอ่ เนอื่ ง เช่นนี้ สอดคลอ้ งกับขอ้ ความ ทว่ี า่ A leader without leadership is not leader 5. สนับสนุนใหน้ ําปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง (Sufficiency Economy) มาเปน็ แนวทาง ในการปฏิบัติ ราชการ โดยควรบรรจไุ วใ้ นแผนพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติฉบบั ที่ 10 (พ.ศ.2550-2554) และ ฉบับตอ่ ๆ ไป พรอ้ มกบั นาํ ไปยดึ ถอื ปฏบิ ตั จิ รงิ อยา่ งจริงจังต่อเน่อื ง และพรอ้ ม เพรยี งกนั ปรชั ญาเศรษฐกิจ พอเพียงมสี าระสาํ คัญสรุปได้ดงั น้ี การดําเนินการในทางสายกลางทอ่ี ยู่บนพนื้ ฐานความพอดีเนน้ การพึ่งพา ตนเอง ขณะเดียวกัน ให้กา้ วทันโลกในยคุ โลกาภิวฒั น์ ความพอเพยี งทเี่ น้นการผลิต และบรโิ ภคอยูบ่ นความ พอประมาณ มีเหตผุ ล ความสมดุลและการพฒั นาทยี่ ั่งยนื เป็นการพัฒนาอยา่ งเปน็ องค์รวม มีสมดุล ระหว่าง กระแสการแขง่ ขนั จากโลกาภวิ ฒั นแ์ ละกระแสทอ้ งถิ่นนยิ ม มีความหลากหลายในโครงสร้างการ ผลติ มกี ารใช้ ทนุ ทีม่ อี ยูใ่ นสงั คมใหม้ ีประสิทธิภาพ เกดิ ประโยชน์สูงสดุ ไม่ทาํ ลายทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ ส่งิ แวดลอ้ ม วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาและวถิ ชี ีวติ ทด่ี งี าม การมภี มู ิคุน้ กันในตัวที่ดพี อสมควรในการเตรียมความพรอ้ ม รู้เทา่ ทันต่อ ผลกระทบท่ีเกดิ จากการเปล่ยี นแปลงตา่ งๆ มคี วามยืดหย่นุ ในการปรบั ตัว มีการตดั สินใจอย่างมี เหตมุ ผี ล มีความเข้มแข็ง ม่นั คง และยั่งยนื การเสริมสร้างจิตใจคนและพฒั นาคนในชาติใหเ้ ป็นคนดีมีคุณธรรม มคี วาม รบั ผิดชอบ ซอื่ สตั ย์สจุ ริต มสี ติปัญญา มคี วามเพียร อดทน และรอบคอบ 6. สง่ เสรมิ ใหน้ ําการบริหารราชการตามแนวทางการบริหารกจิ การบา้ นเมอื งท่ีดี (Good Government) ตามพระราชกฤษฎกี าวา่ ดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีพ .ศ.2546
แนวทางดงั กล่าวน้ไี ด้ กาํ หนดให้หน่วยงานของรฐั ตอ้ งบรหิ ารราชการโดยยดึ หลกั การบรหิ ารกจิ การบา้ นเมอื งท่ี ดีท่ีประกอบด้วย 6 หลัก ไดแ้ กห่ ลกั นติ ธิ รรม (rule of law) หลกั คุณธรรม (ethics) หลกั ความโปรง่ ใส ( transparency) หลกั ความมีสว่ นรว่ ม (participation) หลักความรับผิดชอบ (accountability) และหลัก ความคุ้มค่า (value for money) 7. สนับสนนุ ใหผ้ ู้บังคับบัญชา ผูบ้ ริหาร หรือแกนนําในการปฏบิ ัตริ าชการนําหลัก ทศพิธราชธรรมมา ปรับใช้ ทศพธิ ราชธรรม เปน็ หลักที่นกั บรหิ ารและสามัญชนสามารถนํามาปรบั ใชไ้ ด้สรปุ สาระสาํ คัญได้ดงั น้ี (1) ทาน คอื การใหน้ อกเหนอื จากการบรจิ าคเปน็ ทรัพย์สินหรอื สงิ่ ของแกผ่ ูย้ ากไร้ ผูด้ ้วยโอกาส และผูต้ กทกุ ข์ ไดย้ ากแล้ว อาจจะใหน้ ้ําใจแก่ผู้อนื่ ได้ด้วย (2) ศลี คอื ความประพฤตทิ ่ีดงี าม ตามหลักศาสนาของแต่ละคน เป็ นตน้ ว่า ยึดถอื ศีล 5 ตามหลักพระพทุ ธศาสนา (3) บริจาค คือ ความเสียสละ หมายถงึ การเสยี สละความสุขส่ วนตนเพือ่ ความสุข หรอื ประโยชนข์ องสว่ นรวม (4) ความซ่ือตรง คือ การดําเนินชวี ิตและปฏบิ ัติหน้าท่ีการ งานด้วยความซ่ือสัตยส์ จุ รติ (5) ความอ่อนโยน คือ ความสุภาพอ่อนโยน มีอธั ยาศยั ไมตรีไมเ่ ยอ่ หย่ิงถอื ตวั และ ไม่ตดิ ยดึ กบั ระบบเจา้ ขุนมลู นาย คนทวั่ ไปก็จะต้อนรบั เพราะอยู่ใกล้แลว้ สบายใจ (6)ความเพียร คือ หลักธรรม ท่ีสอนใหไ้ ม่ยอ่ ท้อ แตใ่ หป้ ฏบิ ัติหน้าท่ีราชการด้วย ความมุมานะ ฝ่าฟนั อปุ สรรคทง้ั หลายจนประสบความสาํ เร็จ (7)ความไม่โกรธ คือ การไม่โมโหหรอื โกรธง่าย ถงึ แมใ้ นหลายสถานการณจ์ ะทําไดย้ าก (8) ความไมเ่ บียดเบยี น คอื การไมบ่ บี คนั้ กดข่ีผูอ้ ื่น รวมทงั้ การไม่ใช้อาํ นาจไป บงั คบั หรือหาเหตผุ ลกลั่นแกล้งผอู้ นื่ ด้วย (9) ความ อดทน หรือ ขันติคอื การทนตอ่ ความยากลาํ บาก ไมท่ อ้ ถอยและไม่ หมดกําลงั กาย กําลงั ใจทจ่ี ะดาํ เนินชวี ติ (10) ความเทีย่ งธรรม คือ ความยตุ ธิ รรม ความถูกตอ้ ง ความหนักแน่น ไมเ่ อน เอยี งหว่นั ไหวดว้ ยคาํ พดู อา รมณ์หรอื ลาภสกั การะใด 8. สนบั สนุนใหห้ น่วยงานทัง้ หลายรวมทั้งประชาชนเข้ามามสี ่วนรว่ มในการควบคุม ตรวจสอบการ ปฏบิ ัติราชการของข้าราชการด้านจรยิ ธรรมอยา่ งตอ่ เน่ือง โดยดาํ เนนิ การในลักษณะเปน็ เครอื ข่าย หมายถึง หน่วยงานและประชาชนควรรวมตัวกนั เป็นกลมุ่ เปน็ ชุมชน เปน็ องคก์ ารในพ้ืนที่ทกุ ระดบั โดยมีเป้าหมายและ กจิ กรรมเช่อื มโยงกันและสอดคลอ้ งกับสภาพเศรษฐกจิ สงั คม การเมอื ง และสภาพแวดล้อมของพ้นื ท่นี ั้น ทงั้ น้ี ต้องเปน็ ไปในทิศทางทีเ่ อ้ืออาํ นวยประโยชน์ตอ่ ประเทศชาตแิ ละประชาชนโดยรวมดว้ ย แนวทางการดำเนนิ งานดา้ นการสง่ เสรมิ คุณธรรม จริยธรรม สำหรับส่วนราชการ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พ .ศ.2550 มาตรา 279 กำหนดใหม้ าตรฐานทางจรยิ ธรรมของ ข้าราชการเปน็ ไปตามประมวลจริยธรรมทกี่ ำหนดขึน้ สำหรบั ขา้ ราชการแตล่ ะประเภท โดยจะต้องมีกลไกและ ระบบในการดำเนนิ งานเพ่อื ใหก้ ารบงั คับใช้เป็นไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน กำหนดใหม้ กี ลไกและระบบการบงั คับใช้ประมวลจรยิ ธรรม โดยให้มีองค์กรคุ้มครองจริยธรรม เปน็ กลไกในการขบั เคล่อื นงานด้านการสง่ เสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในส่วน ราชการ 1. การวิเคราะหส์ ่วนราชการเป็นการวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ ม สภาพปัญหาทัง้ ภายในและภายนอก ส่วนราชการทม่ี คี วามเก่ยี วข้องกบั การดำเนินการด้านการสง่ เสรมิ คณุ ธรรมจริยธรรม ประกอบดว้ ย
1.1 การวิเคราะห์ภายนอก เป็นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกของส่วนราชการเป็น การศึกษาวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของส่วนราชการ โดยวิเคราะห์จากสภาพพื้นที่ สภาพสังคม เศรษฐกิจ ศาสนา วัฒนธรรม ธรรมเนียมปฏิบัติ วัฒนธรรมองค์กร นโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในพื้นที่ อาทิ ความเสี่ยงในการปฏิบัติงานของพื้นที่จังหวัดชายแดน การทำงานข้ามวัฒนธรรม ความเชื่อในหลักศาสนา การปฏบิ ัติงานภายใต้นโยบายเรง่ ด่วนของรัฐบาล 1.2 การวิเคราะห์ภายใน เป็นการวิเคราะห์ลักษณะโดยรวมของส่วนราชการ เพื่อใช้เป็นข้อมูล ประกอบการจัดทำแนวทางการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านจริยธรรม ของส่วนราชการ การหาค่านิยมร่วม (Shared Values) การหาคุณลักษณะของข้าราชการในส่วนราชการ อาทิ การให้ความสำคัญของหัวหน้าส่วนราชการในการส่งเสริม จริยธรรม ระดับความรู้ความเข้าใจ ของข้าราชการ การวิเคราะห์ อัตรากำลังของผู้ปฏิบัติงานที่รับผิดชอบด้านจริยธรรม งบประมาณในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมของส่วนราชการ 1.2.1 การวิเคราะห์ความเสี่ยงทางด้านจริยธรรมของข้าราชการ เป็นการศึกษาวิเคราะห์บทบาท ภารกิจ การดำเนินงาน ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลทำให้เกิดสภาพปัญหาด้านจริยธรรมของหน่วยงานเพื่อให้ส่วน ราชการตระหนักและเข้าใจถึงความรุนแรงของปัญหาจริยธรรมและความเสี่ยงด้านจริยธรรมที่อาจเกิดขึ้น ภายในองค์กร ซึ่งจะนำไปสู่การศึกษาหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกวิธี อาทิ ความเสี่ยง ในการปฏบิ ัตงิ านทอ่ี าจมผี ลทำให้เกิดการทุจรติ คอรร์ ปั ชนั หรอื ประพฤตผิ ดิ ประมวลจรยิ ธรรม ผดิ วนิ ยั 1.2.2 การกำหนดคุณค่าร่วม (Shared Values) ของข้าราชการในส่วนราชการเป็นการหา พฤติกรรมที่แสดงออกร่วมกันของบุคลากรในหน่วยงาน ซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนและพัฒนาองค์กรให้ก้าวไปสู่ ความสำเร็จตามวิสัยทัศน์ ภารกิจ และกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ ในส่วนของการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมของส่วน ราชการ การหาค่านิยมรว่ ม (Shared Values) จะทำให้ส่วนราชการทราบว่า ข้าราชการในส่วนราชการได้รับ การหลอ่ หลอมและแสดงออกพฤตกิ รรมอยา่ งไร อาทิ การใชห้ ลกั ทางศาสนาเปน็ จดุ ยดึ เหนย่ี วในการดำเนนิ การ ร่วมกันของข้าราชการ ซึ่งจะนำไปสู่การหาแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของข้าราชการให้เป็นไปตาม มาตรฐานทางจรยิ ธรรมของขา้ ราชการต่อไป 1.2.3 การวิเคราะห์สภาพปัญหาในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของส่วน ราชการ อาทิ ปัญหาด้านงบประมาณ ปญั หาดา้ นอัตรากำลัง ปัญหาการขบั เคล่ือนงาน ปญั หาดา้ นองคค์ วามรู้ 2. การดำเนินการของกลไกตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ผู้ที่มีบทบาทสำคัญ คอื หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการจริยธรรม และกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม ดังนั้น ก.พ. จึงกำหนดบทบาท และแนวทางการดำเนนิ การตามประมวลจรยิ ธรรม หัวหน้าส่วนราชการ มีหน้าที่กำหนดนโยบายและบังคับใช้มาตรฐานทางจริยธรรมกับข้าราชการ ในส่วนราชการ โดยอาจกำหนดตัวชี้วัดเกี่ยวกับการรักษามาตรฐานจริยธรรมตามที่กำหนดในประมวล จริยธรรมให้สอดคล้องกับการประเมินผลการปฏิบัติราชการรายบุคคล การเสริมสร้างและการรักษาวินัยของผู้ อยู่ใต้บังคับบัญชา ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติตนของผู้ใต้บังคับบัญชา ประพฤติตนเป็น
แบบอย่างที่ดีตามมาตรฐานทางจริยธรรม รวมถึงการให้ความสำคัญกับกิจกรรมการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ของส่วนราชการตลอดจนการจัดสรรงบประมาณและกำลังคนเพื่อสนับสนุนให้การดำเนินงานด้านการส่งเสริม คณุ ธรรมจรยิ ธรรมเป็นไปอย่างมปี ระสิทธิภาพ คณะกรรมการจริยธรรม มีหน้าที่ ควบคุม กำกับ ส่งเสริม และให้คำแนะนำในการใช้บังคับ ประมวลจริยธรรมในส่วนราชการ ควรกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการจริยธรรมอย่างสม่ำเสมอ กำหนด เป้าหมายการทำงานของคณะกรรมการจริยธรรมประจำปี กำหนดแนวทางการรณรงค์ ส่งเสริมและเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ การวางแนวทางการติดตาม สอดส่องใหข้ า้ ราชการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม การมสี ่วนร่วม ในการคัดเลือกข้าราชการ พลเรือนดีเด่นประจำส่วนราชการ การพัฒนาข้าราชการให้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับประมวลจริยธรรมและการประพฤติปฏิบัติตนตามมาตรฐานจริยธรรม รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับ ภาคเอกชนและภาคประชาสงั คมในการขับเคลือ่ นงานด้านคุณธรรม จริยธรรม กลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม มีหน้าที่ คุ้มครองจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน โดยต้องจัดทำยุทธศาสตร์และแผนงโครงการ เพื่อรอบรับแนวทางการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมที่สอดคล้อง กับบริบทการทำงานและสภาพปัญหาด้านจริยธรรมของแต่ละส่วนราชการ จัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง ผู้บริหารราชการและคณะกรรมการจริยธรรม จัดให้มีช่องทางการรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการประพฤติผิด ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม การจัด กิจกรรมรณรงค์ ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม อาทิ การรณรงค์ส่งเสริมให้ข้าราชการและประชาชนมีส่วนร่วม ในการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมของส่วนราชการ การจัดกิจกรรมยกย่องข้าราชการที่ปฏิบัติตามประมวล จริยธรรม 3. การตดิ ตามประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ในการส่งเสรมิ จรยิ ธรรมในสว่ นราชการโดยหัวหน้าสว่ น ราชการอาจนำเรื่องการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม มากำหนดเป็นตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานทั้งในระดับองค์กร และระดับบุคคล เพื่อใช้เป็นกลไกในการกำกับติดตามงาน โดยมีการติดตามความก้าวหน้า และประเมินผล สำเร็จเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนวทางการส่งเสริม คุณธรรมจริยธรรมของแตล่ ะส่วนราชการเพือ่ ประกอบการพิจารณาวางแผนการดำเนินงานที่เหมาะสมตอ่ ไป ขนษิ ฐาน สารพมิ พา (2560) พบวา่ การส่งเสริมคุณธรรม จรยิ ธรรมและป้องกนั การทุจรติ ประพฤตมิ ิ ชอบในการปฏิบตั ิ ราชการของขา้ ราชการพลเรอื น คือ การดำเนินคดีและลงโทษอยา่ งเครง่ ครัด สง่ เสริมใหม้ ี การปฏิบตั ิตามระเบยี บวิจัยอยา่ งเครง่ ครดั และสง่ เสริมให้ประชาชนตรวจสอบและแจง้ การกระทำผดิ ตอ้ งการ ให้มีการลงโทษอยา่ งจริงจังต่อข้าราชการพลเรอื นทมี่ พี ฤติกรรมไมเ่ หมาะสมหรอื ไม่ ปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บวินัย การเปิดโอกาสใหป้ ระชาชนหรอื ผ้มู สี ่วนไดเ้ สียเขา้ มามีส่วนรว่ มใน กิจกรรมหรือโครงการต่างๆ เพอื่ ตรวจสอบ พฤติกรรมท่ไี ม่เหมาะสมหรอื ไมป่ ฏิ บตั ิตามระเบียบของข้าราชการ พลเรือน และการตอบสนองตอ่ ข้อร้องเรยี น โดยการตรวจสอบ ปรบั ปรงุ แกไ้ ขและแจง้ ผลให้ประชาชนทราบ
ไพฑูรย์ สิลารัตน์ (2557:110) ที่กล่าวว่าการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมต้องใช้กลยุทธ์ในการจัด กิจกรรม ที่หลากหลาย คือ 1) การเข้าค่ายคุณธรรม 2) การสอนสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม 3) วันพุธพบ พระละกิเลส 4) ส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในชีวิตประจำวัน 5) ศูนย์พัฒนาการเรียนรู้ตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยกิจกรรมที่จัดแยกอภิปรายผลเป็นรายด้าน ดังนี้ความมีระเบียบวินัย จัดกิจกรรม สร้างวินัย ตรงต่อเวลา กิจกรรมความสะอาด กิจกรรมการแสดงบทบาทสมมุติ การมีวินัยในตนเองความรับ ผิดชอบ จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรมจริยธรรมความรับผิดชอบ กิจกรรมฝึกการทํางานเป็นทีมการประกวด ประดิษฐ์ กระทงใบตอง กิจกรรมเสริมสร้างความรับผิดชอบในการทํางาน รักษ์สิ่งแวดล้อม มอบเกียรติบัตร ความซื่อสัตย์สุจริต จัดกิจกรรมอบรม คุณธรรมจริยธรรมเรื่อง ความซื่อสัตย์กิจกรรมการแสดงบทบาทสมมุติ เรื่องความซื่อสัตย์ความเสียสละ จัดกิจกรรมเสริมสร้างและปลูกจิตสํานึกเพื่อส่วนรวม กิจกรรมแบ่งปันความ สุข ร่วมสนุกกับน้องๆ กิจกรรม โครงการวันเด็กแห่งชาติ การมีวัฒนธรรม จัดกิจกรรมอนุรักษ์ภาษา วาจา สภาพ กิจกรรมมารยาทงามตามวิถีไทย การมีจรรยาบรรณวิชาชีพ จัดกิจกรรมสร้างความตระหนัก จรรยาบรรณดมี วี ชิ าชีพ กจิ กรรมการใช้ สถานการณส์ มมติช่วยฝกึ จรรยาบรรณ การประยกุ ต์คณุ ธรรม จริยธรรมและจรรยาวชิ าชพี ให้เข้ากับการทำงาน https://kanyanee.wikispaces.co ในการประยุกตค์ ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและจรรยาวชิ าชพี ให้เข้ากับการ ทำงานนั้นเป็นหนา้ ทๆ่ี แต่ละบคุ คลผ้ปู ระกอบวชิ าชพี นั้นตอ้ งคำนึงถึงวา่ ในการประกอบวชิ าชพี ใดๆนั้น การยึด หลักคุณธรรมและจรยิ ธรรมเป็นสิง่ จำเปน็ อย่างย่งิ ทจ่ี ะขาดมไิ ด้ และสำหรับจรรยาบรรณนัน้ ยิ่งจะตอ้ งเป็นสิ่งท่ี จะต้องยึดเป็นหลกั ปฏิบตั คิ วบคไู่ ปกับการทำงาน ไม่วา่ จะมกี ารพฒั นางานใหเ้ จรญิ กา้ วหนา้ ไปเพยี งใด การ พัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณก็ตอ้ งดำเนนิ ควบค่ไู ปเชน่ กนั นอกเหนือจากการประยกุ ต์คณุ ธรรม จริยธรรมและจรรยาวิชาชีพใหเ้ ขา้ กับการทำงานและการดำรงชีวติ แลว้ ยงั มีคณุ ธรรมอีกประการหนงึ่ ที่ควร ยดึ ถอื ในสงั คมไทย คอื จติ สาธารณะ (public spirit) หรอื (publicmind) ซึ่งหมายถงึ การมีจติ ใจเสยี สละ เอื้อเฟอื้ ตอ่ ผู้อ่ืน ตวั อย่างท่ีสำคญั ในสังคมไทยทีค่ นไทยทกุ คนยังไมล่ มื เลอื นคอื เหตกุ ารณส์ นึ ามิ บริเวณชายฝ่งั ทะเลภาคใตข้ องไทย วนั ท่ี 26 ธันวาคม 2546 มีทงั้ เยาวชน นกั ศกึ ษา ประชาชน ทุกเพศ ทกุ วัย รว่ มช่วยกัน บรรเทาทุกขผ์ ูป้ ระสบภัย สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ริมใหส้ งั คมเห็นได้ดำเนนิ การสง่ เส(.สวช) คณุ คา่ และประโยชนข์ องการมีจิตสาธารณะและปลูกฝงั จติ สำนกึ แกเ่ ด็ก เพอื่ ใหเ้ ดก็ ไดป้ ระพฤตปิ ฏบิ ัตติ นเป็น “เด็กดี” ตามหนา้ ที่ท่ีควรเปน็ จงึ ไดจ้ ดั ทำซดี เี พลง “เด็กดี” เพ่อื เผยแพรไ่ ปตามโรงเรยี นและหน่วยงานต่างๆท่ี สนใจ โดยพจิ ารณาเหน็ วา่ เนอ้ื เพลงเดก็ ดี มีสาระสอดรบั กับการสรา้ งคา่ นิยมทพ่ี งึ ประสงค์ในสังคมไทย คุณธรรมจริยธรรมภาคเอกชน “จรรยาวชิ าชพี ” (Code of Conduct) เป็นความประพฤตทิ ่ผี ปู้ ระกอบอาชพี การงานแตล่ ะอยา่ ง กำหนดขนึ้ เพื่อรกั ษาและสง่ เสริมเกียรตคิ ณุ ชอื่ เสียงและฐานะของสมาชิก อาจเขยี นเปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษร หรือไมก่ ็ได้ จรรยาบรรณของวิชาชพี ใด ก็มกั กำหนดขนึ้ โดยสมาคมวิชาชพี น้ัน โดยมขี อ้ กำหนด บทลงโทษที่ นอกเหนือไปจากกฏหมายบ้านเมือง เชน่ เพกิ ถอนสมาชิกภาพ เพกิ ถอนหรอื พกั ใบประกอบวชิ าชีพ และอาจมี กฏหมายรองรับอกี ดว้ ย
จริยธรรมและจรรยาบรรณของธนาคารพัฒนาวสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณ):ออนไลน์( จริยธรรมและจรรยาบรรณของธนาคารที่มีต่อผ้ถู ือห้นุ 1. ธนาคาร จะปฏบิ ัตติ อ่ ผูถ้ ือหนุ้ ทกุ รายอยา่ งเท่าเทียมกนั ในด้านการเปดิ เผยข้อมูลสารสนเทศของ ธนาคารอยา่ งครบถ้วน เพียงพอยตุ ธิ รรมและโปร่งใส กำหนดสิทธกิ ารออกเสยี งในการเข้าประชมุ ของผู้ถอื หนุ้ อย่างชดั เจน 2. ธนาคาร จะบรหิ ารงานด้วยความรคู้ วามสามารถที่ดมี ีประสทิ ธิภาพ เพือ่ ให้กจิ การมีความเจริญเตบิ โต กอ่ ใหเ้ กดิ ผลตอบแทนท่ีเหมาะสมตอ่ ผถู้ อื หุน้ 3. ธนาคาร จะจดั กระบวนการประชุมผ้ถู ือหุน้ ในลักษณะที่สนบั สนุนให้มีการปฏบิ ัติตอ่ ผู้ถือหุน้ ทกุ ราย อยา่ งเท่าเทยี มกนั ธนาคาร จะส่งเสรมิ ให้ผู้ถอื ห้นุ ทกุ รายมโี อกาสเทา่ เทียมกนั ในการแสดงความคิดเหน็ ข้อเสนอแนะ รวมท้งั ใหค้ วามสำคัญต่อข้อเสนอแนะของผู้ถอื หุ้น และนำข้อเสนอแนะทีด่ ไี ป ปฏิบตั ใิ หบ้ ังเกดิ ผล จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณของธนาคารทีม่ ตี อ่ ลูกคา้ 1. ธนาคาร จะปฏิบัติตอ่ ลกู คา้ และประชาชนด้วยความซือ่ สัตย์สุจรติ เปน็ ธรรม และรกั ษาประโยชน์ของ ลูกค้าทกุ คนด้วยความเสมอภาค 2. ธนาคาร จะสรา้ งสรรคแ์ ละให้บรกิ ารด้วยคุณภาพ เพอื่ ใหล้ ูกค้ามีความพงึ พอใจ 3. ธนาคาร จะรักษาคำมนั่ สญั ญาทใี่ หไ้ ว้ต่อลูกค้า ไมน่ ำข้อมลู ลกู ค้าไปแสวงหาผลประโยชนแ์ ละไมส่ ร้าง ความหวงั ให้แกล่ กู คา้ ในสงิ่ ทีธ่ นาคารไม่ สามารถกระทำให้ได้ 4. ธนาคาร จะรกั ษาผลประโยชน์ของลูกค้า ให้ขอ้ มูลข่าวสารทีถ่ ูกต้องสมบรู ณ์ และเปน็ ประโยชน์ตอ่ ลกู คา้ อยา่ สม่ำเสมอ จริยธรรมและจรรยาบรรณของธนาคารทมี่ ีตอ่ พนกั งานของธนาคาร 1. ธนาคาร จะใหผ้ ลตอบแทนทเี่ หมาะสมกับหน้าที่ ผลงานและความรบั ผิดชอบ 2. ธนาคาร จะจดั ให้มสี วสั ดกิ ารทีเ่ หมาะสมแก่พนกั งาน 3. ธนาคาร จะจัดสถานท่ีทำงานและสภาพการทำงานท่ถี ูกสขุ ลักษณะ มคี วามปลอดภยั ตอ่ พนกั งาน 4. ธนาคาร จะใหค้ วามเปน็ ธรรม และส่งเสรมิ สนับสนนุ ให้พนกั งานมีความเจรญิ กา้ วหน้าในหน้าทกี่ าร งาน 5. ธนาคาร จะสง่ เสรมิ และพฒั นาความรู้ ความสามารถของพนักงานอยา่ งตอ่ เนื่อง จริยธรรมและจรรยาบรรณของธนาคารทมี่ ตี อ่ สถาบนั การเงินอ่นื และคแู่ ข่ง 1. ธนาคาร จะดำเนนิ ธุรกจิ อยู่บนพนื้ ฐานของการแข่งขันทีเ่ ป็นธรรม 2. ธนาคาร จะให้ความรว่ มมอื ในการให้ข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ เพ่ือป้องกันความเสยี หายใด ๆ ที่ อาจจะเกดิ ขน้ึ ต่อระบบสถาบนั การเงนิ
3. ธนาคาร จะสง่ เสริมการกระทำหรือกิจกรรมใด ๆ ทน่ี ำมาซึง่ ความเข้าใจอนั ดีระหว่างกนั จริยธรรมและจรรยาบรรณของธนาคารทม่ี ีต่อสงั คมและประเทศชาติ 1. ธนาคาร จะรบั ผดิ ชอบต่อสังคม ประเทศชาติ และสนับสนุนการระดมเงนิ เพ่อื พัฒนาประเทศ 2. ธนาคาร จะไม่ฝกั ใฝก่ ารเมือง และจะวางตวั เปน็ กลางอยา่ งเคร่งครดั เพอื่ สร้างสรรค์ประโยชน์ให้สงั คม และประเทศชาติ 3. ธนาคาร จะไม่ใหค้ วามรว่ มมอื หรอื สนบั สนุนลกู ค้าใด ๆ ที่ทำธุรกิจอนั ไม่ชอบดว้ ยกฎหมาย หรอื เป็นภยั ตอ่ สังคมและความมน่ั คงของประเทศชาติ 4. ธนาคารจะดำเนนิ ธรุ กจิ ตามกฎหมาย และปฏิบัตติ ามกฎหมายอยา่ งเคร่งครัด 5. ธนาคาร จะใหค้ วามร่วมมอื และสนับสนุนนโยบายของรฐั บาล และกจิ กรรมทางสงั คมตามความ เหมาะสม 6. ธนาคาร จะมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อทอ้ งถ่นิ ท่ีสาขาธนาคารตั้งอยู่ โดยจะสร้างสังคมผปู้ ระกอบการแก่ ท้องถ่ินนั้น ๆ ใหส้ อดคลอ้ งกับนโยบายของรฐั บาล ในการพัฒนาประเทศ จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณของผูบ้ ริหาร ผูบ้ ริหาร หมายถึง คณะกรรมการธนาคาร คณะกรรมการบริหาร และผูบ้ รหิ ารระดบั สูงของธนาคาร ซ่งึ ได้รับการคดั สรรแล้วว่าเป็นผู้ทรงคณุ วุฒิ มภี าวะผู้นำ และมีความสามารถควบคุมการดำเนินงานของธนาคาร ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ล ดังนนั้ เพ่ือให้ธนาคารบรรลเุ ปา้ หมายผู้บรหิ ารของธนาคารพงึ ปฏบิ ตั ิ ดังนี้ 1. พงึ บริหารงานด้วยความซ่อื สตั ย์สุจริต เพือ่ ประโยชนส์ งู สดุ ของธนาคาร 2. พึงปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีโดยประยกุ ต์ความรู้ และทักษะการบรหิ ารจดั การอยา่ งสุดความสามารถในทกุ กรณี และไม่บรหิ ารจดั การธนาคารอยา่ งขาดความระมดั ระวงั หรอื ขาดการไตรต่ รอง 3. พึงบริหารงานดว้ ยความระมดั ระวงั รอบคอบ และไม่สรา้ งขอ้ ผูกมัดท่ีอาจขดั แย้งกบั หน้าท่ขี องตนใน ภายหลัง 4. พึงรับผดิ ชอบตอ่ การตดั สินใจและการกระทำของตนเอง ตลอดจนสามารถช้แี จงหรืออธบิ ายได้ 5. ไมพ่ ึงแสวงหาผลประโยชนใ์ ห้ตนเองและผ้ทู ่เี กย่ี วขอ้ งโดยใชข้ ้อมูลใด ๆ ของธนาคาร ซง่ึ ยงั ไม่ได้เปิดเผย ต่อสาธารณะ และไมด่ ำเนนิ การใด ๆ ในลักษณะทอ่ี าจกอ่ ใหเ้ กดิ ความขัดแย้งทางผลประโยชนข์ องธนาคาร 6. ไมพ่ งึ เปิดเผยข้อมลู ของธนาคารต่อบคุ คลภายนอก 7. ไม่พึงผลกั ภาระและความรบั ผิดชอบแก่ผู้ใตบ้ ังคับบญั ชาตามสายงาน รวมถงึ ระหวา่ งสายงาน ควรรับ ผิดอยา่ งสงา่ ผ่าเผย 8. พึงให้ความสำคัญต่อการพฒั นาความรู้ ความสามารถของพนักงาน โดยให้โอกาสพนกั งานอยา่ งทัว่ ถึง กันและสม่ำเสมอ
9. พึงปฏบิ ัตติ ามกฎหมายและข้อบงั คบั ต่าง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ งกับพนกั งานอยา่ งเครง่ ครดั และรบั ฟัง ข้อเสนอแนะของพนักงาน 10. พงึ ปฏบิ ัตติ ่อพนักงานด้วยความสุภาพ และให้ความเคารพต่อความเป็นปัจเจกบคุ คลและศกั ดศิ์ รขี อง ความเป็นมนษุ ย์ และหลีกเลย่ี งการดำเนนิ การใด ๆ ทไี ม่เป็นธรรม ซ่งึ อาจคกุ คามและสร้างความกดดันต่อ สภาพจิตใจของพนักงาน 11. พึงเนน้ ย้ำใหพ้ นักงานเข้าใจในเรอื่ งจรรยาบรรณและบทบาทซ่ึงพนักงานปฏิบัติได้ เพอ่ื สง่ เสริมใหเ้ กดิ พฤตกิ รรมท่อี ยูใ่ นกรอบของจรรยาบรรณทัว่ ท้งั ธนาคาร 12. พึงให้ความมัน่ ใจกับพนักงาน ในเรื่องสวสั ดกิ าร ผลตอบแทนและสวัสดิการทเ่ี ป็นธรรมแกพ่ นกั งาน 13. ไม่พงึ ฝกั ใฝ่การเมือง แต่สามารถใช้สิทธทิ างการเมืองเพื่อสนบั สนุนระบอบประชาธปิ ไตยในทางที่ ถูกตอ้ ง 14. พงึ สนใจให้บรกิ ารลกู ค้าด้วยความเต็มใจและสุภาพ โดยการแนะนำให้ข้อมลู ท่ีเปน็ ประโยชนต์ อ่ ลกู ค้า เม่อื ลกู ค้าต้องการหรือเม่อื ลกู ค้ามปี ญั หา 15. พึงมีความจรงิ ใจต่อลูกค้าและรักษาคำม่นั สญั ญาทใี่ หไ้ วก้ ับลกู คา้ ไม่สร้างความหวังใหแ้ กล่ กู ค้าในสง่ิ ที่ ธนาคารไมส่ ามารถทำใหไ้ ด้ 16. พึงรกั ษาความลับ โดยพนกั งานตอ้ งรกั ษาขอ้ มลู ของธนาคารและของลูกคา้ ไวเ้ ป็นความลบั โดยไม่ เปิดเผยข้อมูลหรือขา่ วสารของธนาคารที่ยังไมค่ วร เปดิ เผย และไม่ใหข้ ่าวสารหรอื ข้อมูลใด ๆ ทผ่ี มู้ อี ำนาจสั่ง การยงั ไม่อนุญาต 17. พงึ ปลกู ฝังจิตสำนกึ ใหพ้ นกั งานทุกระดบั มีความรับผดิ ชอบต่อสังคม โดยไมก่ ระทำการใดทจ่ี ะมีผลเสีย หายตอ่ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสภาพแวดล้อม 18. พึงปฏิบตั หิ รอื ควบคุมใหพ้ นกั งานปฏบิ ตั ติ ามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และกฎระเบยี บอยา่ งเคร่งครัด 19. พงึ ปฏิบัตติ ามเงอ่ื นไขตา่ ง ๆ ที่มตี อ่ ลูกคา้ อยา่ งเครง่ ครัด หากไม่สามารถปฏบิ ัติตามเง่ือนไขข้อใดได้ ควรรีบแจง้ ให้ลูกค้าเกิดความพงึ พอใจสงู สุด จริยธรรมและจรรยาบรรณของพนกั งาน 1. พึงปฏิบตั ิงานด้วยความซ่ือสตั ยส์ จุ รติ ทงั้ ต่อธนาคารและตอ่ ตนเอง ไมเ่ บยี ดบงั หรอื แสวงหา ผลประโยชน์อนั มชิ อบจากการทำงาน หรือเห็นแก่อามสิ สนิ จา้ งใด ๆ อันส่อเจตนาไปในทางทุจริตไมว่ ่าจะเปน็ ทางตรงหรือทางอ้อม 2. พึงประพฤติตนเหมาะสมกบั การเปน็ พนกั งานธนาคาร ทั้งดา้ นกริ ยิ า มารยาท การวางตัว และการแต่ง กาย เพื่อสรา้ งความเช่ือถือให้แกต่ นเองและธนาคาร 3. พึงรักษาช่อื เสียงของตนเอง สรา้ งความสามคั คใี นหมู่คณะ และต้องอย่ใู นศลี ธรรมอนั ดงี าม 4. พึงรกั ษาผลประโยชน์ของธนาคาร โดยไม่กระทำการใด ๆ ท่จี ะทำใหธ้ นาคารสญู เสยี ประโยชน์ ไม่เบียด บงั ประโยชน์ของธนาคารไปเปน็ ประโยชนส์ ว่ นตนหรือลกู คา้ ้
5. พึงรักษาทรพั ยส์ ินของธนาคาร โดยพนกั งานมีหน้าท่แี ละความรบั ผดิ ชอบในการใชท้ รพั ยส์ ินของ ธนาคารให้เกดิ ประโยชนส์ ูงสุด และดูแลมิให้ทรพั ย์สินของธนาคารต้องเสียหาย ตลอดจนอนุรักษท์ รัพยากรและ ส่งิ แวดลอ้ มอันเปน็ จดุ มงุ่ หมายทีส่ ำคญั ของธนาคาร 6. พงึ รักษาช่อื เสยี งอันดงี ามของธนาคาร โดยไมใ่ ห้ร้ายหรือใหข้ ้อมลู ข่าวสารอนั จะก่อให้เกิดความเส่อื ม เสียแกธ่ นาคาร 7. พงึ สนใจใหบ้ รกิ ารลูกค้าด้วยความเตม็ ใจและสภุ าพ โดยการแนะนำให้ขอ้ มูลท่เี ปน็ ประโยชน์ตอ่ ลูกค้า เมอ่ื ลกู ค้าต้องการหรอื เมอ่ื ลูกคา้ มีปัญหา 8. พงึ มคี วามจริงใจตอ่ ลกู คา้ และรักษาคำมนั่ สัญญาทใ่ี ห้ไวก้ ับลกู คา้ ไมส่ ร้างความหวังใหแ้ ก่ลูกค้าในส่ิงที่ ธนาคารไมส่ ามารถทำให้ได้ 9. พงึ รกั ษาความลบั โดยพนกั งานต้องรกั ษาข้อมูลของธนาคารและของลูกคา้ ไวเ้ ป็นความลับ โดยไม่ เปดิ เผยข้อมลู หรอื ข่าวสารของธนาคารท่ยี ังไม่ควรเปิดเผย และไมใ่ หข้ า่ วสารหรือขอ้ มลู ใด ๆ ที่ผู้มอี ำนาจสงั่ การยังไมอ่ นญุ าต 10. ไม่พงึ ใชอ้ ุปกรณ์หรือบคุ ลากรของธนาคาร เพ่ือประโยชน์แหง่ ตนหรือประโยชน์เชิงธรุ กิจของตน 11. ไม่พงึ กระทำการให้และรบั ของขวญั ซึง่ มีมูลค่าเกนิ กวา่ ปกตทิ ว่ี ญิ ญชู นพึงให้กนั ระหวา่ งผ้บู งั คบั บญั ชา และผูใ้ ตบ้ ังคบั บัญชา ไม่ว่าโอกาสใด ๆ กต็ าม 12. ไมพ่ งึ รับของหรืออามสิ สินจา้ งจากผู้อนื่ จากลูกคา้ หรือผู้อื่นทท่ี ำธรุ กจิ กับธนาคาร และควรรายงานให้ ผบู้ งั คับบัญชาทราบ 13. ไม่พึงฝกั ใฝก่ ารเมอื ง แต่สามารถใช้สิทธิทางการเมืองเพ่ือสนับสนุนระบอบประชาธปิ ไตยในทางท่ี ถกู ตอ้ ง 14. ไม่พึงทำธรุ กิจโดยอาศยั ชื่อของธนาคาร โดยพนกั งานไมพ่ งึ ประกอบธุรกจิ ใด ๆ ท่ีมีส่วนไดส้ ่วนเสียกับ กจิ การของธนาคาร หรือแอบอ้างช่อื เสียงของธนาคารไปใชใ้ นกจิ กรรมของตนเองไมว่ ่าจะเปน็ ทางตรงหรือ ทางออ้ ม ขอ้ พึงปฏิบตั ขิ องพนักงาน การปฏบิ ตั ิงานของพนักงาน มผี ลต่อความเจริญก้าวหนา้ ของธนาคาร หากพนกั งานปฏิบัติดีปฏิบัติ ชอบ ธนาคารกจ็ ะมีความเจริญก้าวหน้า ดังนนั้ เพ่ือก่อให้เกิดประโยชนก์ บั ธนาคารและพนกั งาน พนกั งานจงึ ควรปฏิบตั ิดงั ตอ่ ไปนี้ 1. ปฏิบตั ิงานอย่างตง้ั ใจ เสียสละ และมปี ระสิทธภิ าพมงุ่ มัน่ ไปสูค่ วามสำเรจ็ ของงานเพ่ือประโยชนแ์ ก่ ธนาคารเปน็ สว่ นรวม ไม่เกย่ี งงานกันหรอื คดิ ว่าเป็นธรุ ะไม่ใช่ทั้งที่มีผลกระทบตอ่ องค์กร 2. ปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบของผูบ้ ังคบั บัญชา ไม่กระทำการใด ๆ ท่เี ปน็ การฝา่ ฝืนระเบียบ หรอื การ กระทำใด ๆ อนั เปน็ การสอ่ เจตนาไม่สุจรติ 3. ให้คำแนะนำและความช่วยเหลอื ท่ีเปน็ ประโยชนใ์ นการปฏบิ ัตงิ านแกเ่ พอ่ื นร่วมงานและลกู ค้า
4. ใหเ้ กยี รติซึง่ กนั และกนั ประพฤติปฏบิ ตั ติ อ่ กนั ดว้ ยความสุภาพ รจู้ กั เสยี สละ อดทนอดกล้ัน และใหอ้ ภยั ซึ่งกนั และกัน 5. ไม่แบ่งแยกหรอื ยกตนข่มผูอ้ น่ื ไม่ว่าจะเปน็ ฐานะ ตำแหน่งหรอื ด้วยคณุ คา่ ทางวตั ถนุ ยิ มใด และตอ้ งเปน็ มิตรท่ดี ตี ่อกนั 6. รว่ มมอื ร่วมใจกนั ทำงานเดียวกนั หรือข้ามหนว่ ยงาน เพอ่ื ให้งานสำเรจ็ ลุล่วงไปด้วยดี 7. มคี วามเอื้ออาทรต่อกัน เอ้ือเฟอ้ื เผอ่ื แผ่และรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพอื่ จะไม่ทำให้มองกนั ในแง่รา้ ย 8. รจู้ กั กาลเทศะและประนปี ระนอม ให้ข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะแก่ผบู้ ังคบั บัญชาในการปรับปรุงงานอย่าง บรสิ ทุ ธ์ใิ จ เพ่อื ใหอ้ งค์กรโดยสว่ นรวมดีขึ้น 9. ถ่ายทอดและสอนงานในความรับผิดชอบใหแ้ กผ่ ูใ้ ต้บังคับบัญชา หรือเพอื่ นร่วมงานอยา่ งตรงไปตรงมา ไมป่ ิดบงั และดว้ ยความปรารถนาดี 10. ควบคมุ ดูแลและพฒั นาผูใ้ ต้บงั คบั บัญชา ให้ปฏบิ ัตงิ านตามท่ีได้รับมอบหมายใหส้ ำเรจ็ ลุลว่ งไปด้วยดี พร้อมทั้งใหค้ ำแนะนำ ชแ้ี นะแนวทางปฏิบตั ติ ลอดจนใหค้ ำปรึกษาดว้ ยความเปน็ มิตรหรือเป็นพ่ีเล้ียงในการ แก้ไขปญั หาและอุปสรรคตา่ ง ๆ รบั ฟงั ความคดิ เห็นของผใู้ ตบ้ ังคับบัญชา 11. ผบู้ ังคบั บัญชาท่ีดีต้องเปน็ แบบอย่างทดี่ ี ทั้งในด้านการงานและสว่ นตวั ใหแ้ ก่ผ้ใู ต้บงั คับบัญชาสง่ เสรมิ ใหผ้ ู้ใต้บังคบั บญั ชามคี วามคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ 12. มีความยตุ ธิ รรม ไมป่ ฏิบัตติ ่อผูใ้ ต้บังคบั บัญชาเพอ่ื สนองประโยชน์ หรือความตอ้ งการของตนทง้ั ทางตรงและทางอ้อม 13. ไมบ่ ังคับ ขม่ เหง หรือฝืนใจผ้ใู ตบ้ งั คบั บญั ชา เพอื่ สนองประโยชนห์ รือความต้องการของตนทั้งทางตรง และทางออ้ ม 14. ผูบ้ ังคับบญั ชาต้องคำนงึ ถงึ ความรกั สามคั คีในหมู่คณะ ไมก่ อ่ ให้เกิดความแตกแยก หรือแบ่งพรรคแบ่ง ฝ่ายในธนาคาร 15. ตอ้ นรับลูกค้าด้วยความสุภาพ ย้มิ แยม้ แจ่มใส และแสดงให้ลกู ค้าเห็นวา่ พนักงานเอาใจใส่และยินดี ช่วยเหลอื ลูกคา้ ดว้ ยความจรงิ ใจ ปฏบิ ัตติ ่อลูกคา้ ทกุ คนด้วยความเสมอภาค ไม่เลือกช้นั วรรณะ และสร้างความ ประทบั ใจท่ีดีให้แกล่ กู คา้ 16. หลีกเล่ียงการโตแ้ ย้งหรือโต้เถียงกับลูกคา้ ตอ้ งระลกึ อยเู่ สมอวา่ ลูกค้าเป็นฝา่ ยถกู หากลูกค้าเข้าใจผิด จะตอ้ งชแี้ จงจนเปน็ ทีพ่ อใจ และเมือ่ พบวา่ คำขอของลูกคา้ ไมอ่ ยู่ในกรอบและระเบยี บทธ่ี นาคารจะให้บรกิ ารได้ ให้แสดงความเหน็ ใจและปฏิเสธอย่างนิม่ นวล 17. สนใจให้บริการลกู คา้ ด้วยความเต็มใจ แนะนำให้ขอ้ มูลท่ีเปน็ ประโยชน์ตอ่ ลกู ค้าหรอื เมื่อลกู คา้ มีปัญหา 18. ไม่รบั อามสิ สินจ้างจากลกู คา้ ไม่วา่ จะในสถานทใ่ี ดและโอกาสใด เม่อื ลูกค้าขอให้ทำในสงิ่ ท่ผี ิดระเบียบ ของธนาคาร จะต้องปฏเิ สธและบา่ ยเบี่ยงอยา่ งสภุ าพ นอกจากนั้นตอ้ งไมแ่ นะนำหรอื ชีช้ อ่ งทางใหล้ ูกค้ากระทำ การใด ๆ ท่ีจะเปน็ การเอาเปรยี บธนาคาร หรือนำชื่อธนาคารไปแอบอา้ งเพ่อื ประโยชน์นัน้ จะเกย่ี วข้องกับ ธนาคารโดยทางตรงหรือทางออ้ ม
19. มีความจริงใจต่อลกู คา้ รกั ษาคำมัน่ สัญญาทใี่ หไ้ ว้ต่อลกู ค้า และไมส่ รา้ งความหวงั ใหแ้ ก่ลูกค้าในสิง่ ที่ ธนาคารไม่สามารถกระทำใหไ้ ด้ 20. ใหบ้ รกิ ารแกล่ กู ค้าด้วยความรวดเร็ว และตรงเวลาทุกครั้งทม่ี กี ารนัดหมาย อย่าปล่อยใหล้ กู คา้ รอคอย โดยไม่บอกเหตผุ ลให้ลกู ค้าทราบ ยทุ ธศาสตรก์ ารส่งเสรมิ คุณธรรมจรยิ ธรรมในสังคมไทย ท่มี า:เอกสารประกอบการประชุม http://www.moralcenter.or.th
http://www.moralcenter.or.th/index.php/assembly/situation จริยธรรมภาคเอกชน บริษทั ในเครอื ปูนซเิ มนตไ์ ทย จำกดั (SCG) ซง่ึ ประกอบดว้ ยกลุ่มธุรกจิ ท่สี ำคญั 6 กล่มุ คอื ธรุ กิจ เคมีภณั ฑ์ กระดาษ ซิเมนต์ ผลติ ภณั ฑ์ก่อสรา้ ง จัดจำหนา่ ยและการลงทุน บริษทั ได้ยึดมั่นจริยธรรมและ จรรยาบรรณเป็นหลกั ในการบริหาร โดยมอี ุดมการณใ์ นการดำเนนิ ธรุ กจิ ดงั น้ี (https://www.gotoknow.org/posts/533356) 1.ตัง้ มน่ั ในความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวขอ้ งไม่วา่ จะเป็นผ้ถู อื หนุ้ พนักงาน ผบู้ ริโภค ผู้ขายสินคา้ และบริการให้แก่บรษิ ัทและหนว่ ยราชการเชน่ การปนั ผลให้แกผ่ ู้ถอื หุน้ ทเ่ี หมาะสม การไม่ขดู รดี ราคาสนิ คา้ แก่ ผบู้ รโิ ภค 2. มงุ่ มัน่ ในความเป็นเลิศ ยดึ หลักการวา่ ทำใหด้ มี ีคณุ ภาพ นำมมุ มองของลกู ค้ามาเปน็ มมุ มองของ ผผู้ ลิตและบริการใหด้ ีด้วย 3. เช่ือมน่ั ในคุณคา่ ของคนโดยถอื วา่ คนเป็นทรพั ยากรที่มคี ่าและสำคัญท่ีสดุ ขององค์กร ต้องดูแลเอา ใจใสย่ ึดหลกั บรรษทั ภิบาลเข้ามาบริหารองคก์ ร 4. ถอื มนั่ ในความรับผิดชอบต่อสังคม คำนึงถงึ ชมุ ชนแวดลอ้ มท่ที ำงานอย่ผู บู้ รหิ ารมีนโยบายแน่ชดั ทใี่ ห้ บริษัททำประโยชนต์ ่อสังคม จากการดำเนินงานของบริษัทอยา่ งมจี รยิ ธรรมทำใหเ้ กิดคุณคา่ ในการบริหารงานดังน้ี (1) ลกู ค้าหรือผู้รับบริการมภี าพลักษณท์ ี่ดีต่อบริษทั เกดิ การบอกตอ่ และซอ้ื ซ้ำมคี วามพงึ พอใจและ ทำให้เกิดความภักดตี ่อองค์กร เพราะลกู คา้ ไดร้ บั การบริการท่ดี ีมมี าตรฐานและจากการทบ่ี ริษทั จัดกิจกรรมเพื่อ
สงั คมมาอย่างตอ่ เนอื่ ง เพอื่ ส่งเสริมคุณภาพสงั คมไทย ด้านสงิ่ แวดล้อม การศึกษา การกฬี าและด้าน สาธารณประโยชน์ (2) พนักงานหรอื บคุ ลากรในองค์กร การทบ่ี รษิ ทั มีหลักธรรมาภบิ าลในการบริหารงานทำให้ พนักงานเกิดความเชื่อม่นั ในองคก์ ร สามารถเพมิ่ ขีดความสามารถ สร้างแรงจูงใจการทำงาน และสรา้ งขวัญ กำลงั ใจใหก้ ับพนักงานทำใหส้ ามารถรกั ษาพนกั งานท่ดี ีไว้ให้อยกู่ บั องค์กรตลอดไปได้ (3 )เครอื ขา่ ยหรือพนั ธมิตร เมอ่ื การดำเนนิ งานของบรษิ ัทยดึ หลกั ธรรมาภิบาล มกี ารสร้าง สัมพันธภาพทด่ี กี บั ชมุ ชนและหนว่ ยงานภายนอก ทำให้เกิดการสร้างเครอื ข่ายและพันธมติ รมากมายซ่ึงทำให้ บริษัทมคี วามนา่ เชื่อถือและการประสานงานทดี่ รี ว่ มกันทง้ั ทางตรงและทางอ้อม รวมทงั้ การชว่ ยเหลือคู่ธุรกิจใน การจัดการและดแู ลสงิ่ แวดล้อม (4) คู่แข่ง ด้านการตลาดและการแขง่ ขันเพอ่ื แย่งชงิ สว่ นแบง่ การตลาดนั้น ในการบริหารงานทย่ี ึด หลกั ธรรมาภิบาลและจรยิ ธรรม ทำให้เกิดการแข่งขันในการทำความดีเพ่อื สังคมเพื่อชนะใจลูกคา้ และทำให้ คูแ่ ขง่ ทางการตลาดสนใจมุมมองในการทำให้ลูกคา้ พอใจมากกว่า การมงุ่ ผลกำไรดา้ นเดียว ซึ่งคุณคา่ ทีไ่ ดต้ กท่ี ลกู ค้าหรือผรู้ ับบรกิ าร (5)ชุมชน สิ่งแวดล้อม สงั คม การพัฒนาชมุ ชนโดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ทำให้ ชมุ ชนมคี วามสัมพนั ธท์ ี่ดีกบั องคก์ รเพราะบริษัทไดจ้ ัดกิจกรรมอบรมเสริมทักษะความรูด้ า้ นอาชพี แกช่ มุ ชนรอบ โรงงานและการมอบเงนิ สนับสนนุ องคก์ รสาธารณกุศล การทบ่ี ริษัทแสดงให้เหน็ ถึงความรบั ผิดชอบในการดูแล สิ่งแวดลอ้ ม เสริมสร้างชุมชนและสงั คมให้เขม้ แขง็ เปน็ การสรา้ งชอ่ื เสียงใหก้ ับองค์กร เพราะบรษิ ทั ตระหนกั ดีวา่ กระบวนการผลิต การขนส่งวัตถดุ บิ ตลอดจนการดำเนนิ การอื่นๆอาจสง่ ผลใหเ้ กิดมลภาวะได้จึงใหค้ วามสำคัญ ต่อการดูแลส่ิงแวดล้อมบรเิ วณโรงงานและชุมชนโดยรอบ (6) หนว่ ยงานภาครฐั หรอื หนว่ ยงานราชการ การท่ีบริษัทปฏบิ ัติตามหลกั บรรษทั ภบิ าล ซึ่งไดก้ ำหนด เรื่องการจดั การด้านสง่ิ แวดลอ้ มเป็นหนึ่งในหลกั ปฏิบตั ิ แสดงให้เหน็ ถงึ ความรบั ผดิ ชอบขององค์กรเป็นการ สรา้ งความเชือ่ มน่ั ใหห้ นว่ ยงานภายนอกรวมทง้ั หนว่ ยงานภาครัฐและหน่วยงานราชการ (7) หนุ้ สว่ นหรือผู้ถือห้นุ บริษัทดูแลผลตอบแทนของผู้ถอื หุน้ บรษิ ทั ปฏบิ ัติตามหลกั บรรษทั ภบิ าล โดยมีการดูแลผลตอบแทนให้แก่ผถู้ อื หุ้นอย่างเป็นธรรมและมคี วามยตุ ิธรรม จรรยาบรรณและจริยธรรมของคณะกรรมการบริษัท บรษิ ัททโี อทจี ำกดั (มหาชน) บริษทั ทโี อทีจำกัด (มหาชน) จรรยาบรรณและจรยิ ธรรมของผู้บริหารและพนักงาน กำหนดเปน็ 6 หมวดดังน้ี หมวดที่ 1 ข้อพงึ ประพฤติปฏิบัติตอ่ บริษัท บรษิ ทั ประกอบธุรกจิ หลกั ในการจดั ดำเนนิ การและนำมาซึ่ง ความเจริญของกจิ การโทรศัพท์เพื่อประโยชน์ของรฐั และ ประชาชนและดำเนินธรุ กจิ อนั เกีย่ วกับกจิ การ โทรศัพท์และธรุ กิจอืน่ ทีต่ อ่ เนือ่ งจึงจำเป็นต้องธำรงไว้ซ่ึงความเปน็ มอื อาชีพ ความคลอ่ งตวั และความเปน็ อสิ ระ
หมวดท่ี 2 ขอ้ พึงประพฤตปิ ฏิบตั ิตอ่ ผู้บังคับบัญชาผู้ใตบ้ ังคับบญั ชาและผรู้ ว่ มงาน การประพฤติปฏิบัติ ของผู้บังคบั บญั ชาต่อผู้ใต้บังคบั บัญชา ทถ่ี กู ต้องและเป็นธรรม รวมทั้ง การประพฤติปฏบิ ัตขิ องพนกั งานทีม่ ีตอ่ กันและกนั อยา่ งเหมาะสม หมวดที่ 3 ขอ้ พึงประพฤตปิ ฏิบตั ติ อ่ ลูกค้าและประชาชน บริษัทมุ่งม่ัน ให้บรกิ ารแก่ลูกค้าและ ประชาชนอยา่ งดที ่สี ดุ โดยให้ยึดถอื วธิ กี ารบรหิ ารงานที่ซือ่ สตั ย์สุจริต ต่อผู้รับบรกิ าร ดงั นัน้ การดำเนนิ งานใดๆ ท่เี ก่ียวข้องโดยตรงกับลกู คา้ และประชาชน หมวดที่ 4 ข้อพงึ ประพฤติปฏบิ ตั ติ อ่ ค่คู ้า/เจ้าหน้/ี ลกู หนี้/คแู่ ข่งทางการค้า ในการดำเนินธุรกจิ ของ บริษัท ซ่ึงเกี่ยวขอ้ งกับกลมุ่ ผลประโยชนห์ ลายฝ่าย เชน่ คูค่ า้ /เจา้หน/ี้ ลกู หน้/ี คแู่ ขง่ ทางการค้านัน้ บรษิ ัท จำเป็นต้องวางตัวเป็นบรษิ ัททน่ี ่าเช่อื ถือของทุกฝ่าย หมวดที่5 ขอ้ พึงประพฤติปฏิบัติตอ่ สงั คมและส่ิงแวดล้อม ในฐานะท่บี รษิ ทั ประกอบธรุ กจิ หลัก เกยี่ วขอ้ งโดยตรงกับประชาชน จำเป็นต้องพฒั นาและใช้ทรัพยากรใหเ้ กดิ ประโยชน์ สูงสดุ ในขณะเดียวกันต้อง ดแู ลรักษาสง่ิ แวดล้อม รวมท้งั ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้มคี วามเป็นอยู่ท่ีดี หมวดท่ี6 ข้อพึงประพฤติปฏบิ ตั ิตอ่ ตนเอง การประพฤตขิ องพนกั งาน แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัวกต็ าม ยอ่ มจะมผี ลกระทบถึงบรษิ ัทและสงั คมโดยส่วนรวม ดังนัน้ พนกั งานพงึ ประพฤตปิ ฏิบัติและพัฒนาตนเองไป ในทางท่ีเป็นคณุ ประโยชนต์ อ่ ตนเองและบรษิ ัทอยู่เสมอ แนวทางการแก้ไขปญั หาทุจรติ ของวสิ าหกจิ เอกชน สามารถพิจารณาไดใ้ นหลายมิติ อย่างไรก็ตามพงึ เร่ิมตน้ ท่ีผบู้ รหิ ารเปน็ อันดบั แรก และตามดว้ ยการ ปฏิบัติตามกฎหมายโดยเครง่ ครดั รวมท้งั การตรวจสอบที่เขม้ งวด 1. เร่ิมต้นที่ผ้บู ริหารหากผบู้ รหิ ารมีความตัง้ ใจ )Strong Commitment) ทจี่ ะแกไ้ ข ปญั หาก็อาจไดร้ ับ การแก้ไขใหล้ ลุ ่วงไป 2. เน้นท่ีการปฏิบตั ิตามกฎหมาย การทจ่ี ะแก้ปญั หาทจุ ริตได้ เราตอ้ งบงั คับใช้ Hard Laws หรอื ให้ ประเทศมีลกั ษณะนิตริ ัฐโดยเคร่งครดั 3. พัฒนาระบบตรวจสอบทเ่ี ขม้ แข็ง ลำพงั การมีกฎหมาย )Hard Law) ทีท่ นั สมัย มบี ทลงโทษท่ี เข้มงวดโดยไม่เลอื กปฏบิ ัติ และการมีจรรยาบรรณ )Soft Law) ทชี่ ดั เจนในแต่ละวิชาชพี เพ่อื ประโยชนข์ อง ผบู้ ริโภค ยังไม่เพยี งพอทจี่ ะปอ้ งกันหรือแก้ไขปญั หาทจุ ริต ยังมีความจำเปน็ ทจ่ี ะตอ้ งพฒั นาระบบตรวจสอบที่ เขม้ แขง็ เข็มงวด ต่อเน่ือง ทงั้ น้ีเพอ่ื ใหเ้ กิดความโปร่งใสอย่างแท้จริง การตรวจสอบทีม่ ีประสิทธภิ าพ น้ัน ระบบตรวจสอบสามารถดำเนินการได้ 2 รปู แบบคอื การตรวจสอบภายใน โดยใช้พนักงานหรอื เจ้าหน้าท่ีในวสิ าหกจิ เองเปน็ ผู้ดำเนินการ โดยผู้ตรวจสอบ ตอ้ งมีความเปน็ อสิ ระ และข้นึ อยู่กบั ผู้บรหิ ารสูงสดุ ในวสิ าหกิจ การใชผ้ ตู้ รวจสอบภายในซึ่งคุน้ เคยกับวิสาหกิจ ของตนเอง จะชว่ ยใหส้ ามารถค้นพบข้อผดิ พลาดหรือกรณีทจุ รติ ตา่ ง ๆ ได้อย่างรวดเรว็
การตรวจสอบภายนอก ท้งั นี้ใชใ้ นกรณีทก่ี ารตรวจสอบภายในอาจมขี อ้ บกพรอ่ ง หรือใชใ้ นกรณกี าร ตรวจสอบการตรวจสอบภายใน รวมถึงการเพิ่มมมุ มองใหม่ ๆ จากภายนอกเพือ่ ให้ปญั หาทุจริตสามารถไดร้ บั การแกไ้ ขอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ในกรณีน้ีจึงอาจว่าจา้ งผตู้ รวจสอบจากภายนอก กรณตี ้นแบบ : องค์กรทย=ี ดึ จรรยาบรรณ กาํ กบั ดูแลธุรกจิ บรษิ ัทปูนซิเมนต์ไทย ไดร้ ับการยกยอ่ งจากองค์กรสากลดา้ นบรรษัทภบิ าลว่าเปน็ องค์กรที่ ดําเนนิ การ กาํ กับดแู ลธรุ กิจโดยยึด Business Ethics และรับผดิ ชอบต่อสังคมเป็นอันดับหนง่ึ ในสบิ ของเอเซีย กลไกในการกํากบั ดแู ลด้านจรรยาบรรณ ประกอบด้วย 1) คณะกรรมการและผูบ้ ริหารระดับสูงให้ ความสาํ คญั 2) มจี รรยาบรรณเปน็ ลายลักษณอ์ กั ษร 3) มคี ณะทาํ งานติดตามดแู ลการบงั คับใช้จรรยาบรรณที่ ประกอบดว้ ยผู้บรหิ ารระดบั สงู ทีม่ คี วามเช่ยี วชาญในแต่ละดา้ น 4) มีหนว่ ยงานตรวจสอบ ส่อื สารองค์กร และ การบุคคลรองรบั การปฏิบตั ติ ามนโยบาย ของคณะทํางาน 5) มกี ระบวนการให้พนกั งานทกุ คนรบั ทราบการ ปฏบิ ัตติ าม 6) ปลูกฝังจติ สํานึกตง้ั แต่วันแรกที่เขา้ งาน (ปฐมนเิ ทศ + พเ่ี ล้ยี ง 7) บรรจุจรรยาบรรณไวใ้ น หลักสูตรฝึกอบรมพนักงานทส่ี ําคญั 8) เปน็ เงอ่ื นไขแรกในการประเมนิ ศักยภาพของพนักงาน 9) มีกระบวนการ ทบทวนสาระของจรรยาบรรณเป็นประจาํ ทกุ ปี 10) มกี ระบวนการคมุ้ ครองผู้ร้องเรยี น/ให้ข้อมูลเกี่ยวกบั การ กระทาํ ผดิ จรรยาบรรณ 11) มีการส่อื สารกับพนกั งานอยา่ งต่อเน่อื งและเพยี งพอ ผา่ นช่องทางต่าง ๆ 12) มี หลกั สูตรอบรมถา่ ยทอดความรู้เกย่ี วกับจรรยาบรรณ 13) มีกระบวนการตรวจสอบการกระทําผดิ และการ ลงโทษที่มมี าตรฐานและยุติธรรม 14) มีชอ่ งทางหรอื บคุ คลทเี่ ชอ่ื ถือได้สําหรบั พนักงานหรือผ้เู กี่ยวข้องได้ รอ้ งเรียนหรอื สอบถามเกี่ยวกบั จรรยาบรรณ การเผยแพร่จรรยาบรรณอย่างทวั่ ถึง (Code of Conduct Dissemination) 1) เผยแพร่ “SCG Code of Conduct” ใหพ้ นกั งานทุกคนโดยให้มกี ารเซน็ รับทราบ 2) จดั ชแี้ จงทุกหน่วยงานภายใน Corporate Functions 3) ประสานงานกับสํานักงานบุคคลของแต่ละสาํ นักงานเพ่อื ใหม้ ีการชแ้ี จงแก่ ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน อย่างท่ัวถึง การพัฒนาบคุ ลากรอยา่ งตอ่ เน่ือง ปลูกฝงั และยํ้าเตอื นแนวคดิ จรรยาบรรณใน หลักสูตรอบรมพนักงานตา่ ง ๆ ท่ีมีอยู่ การสอ่ื สารจรรยาบรรณภายในองค์กร (Code of Conduct Internal Comm.) วตั ถปุ ระสงค์ : เพอ่ื สรา้ งความตระหนกั ร้แู ละความเขา้ ใจแกพ่ นักงาน วธิ ีการ : เผยแพร่สารจากผบู้ ริหารระดับสูง รณรงค์ใน Weblink e-mail แจง้ ข่าวสาร ถงึ พนักงาน บทสัมภาษณ์ผูบ้ ริหารทเ่ี กย่ี วข้อง มเี คร่อื งมือและระบบสนับสนุน การเผยแพร่คําถาม-คาํ ตอบ และแลกเปล่ียนความคดิ เหน็ ภายในองคก์ ร เปน็ ตน้
ท่มี า:http://bls.buu.ac.th/~se888414/04Jan26-27/f6.pdf
เอกสารอ้างองิ คมู่ อื : การพฒั นาและส่งเสรมิ การปฏิบัติตามมาตรฐานทางจรยิ ธรรมข้าราชการพลเรอื นสาํ หรบั คณะกรรมการจรยิ ธรรม . สืบค้น 20 มิถนุ ายน 2560 ,จาก http://bls.buu.ac.th/~se888414/04Jan26-27/f6.pdf. ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน: ราชกิจจานุเบกษา. สบื ค้น 20 มถิ ุนายน 2560 ,จาก http://www.ocsc.go.th/sites/default/files/document/ethics_compile.pdf) ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ .ศ.2542 .(2546). กรุงเทพมหานคร : นานมบี คุ๊ สพ์ บั ลเิ คช่ันส์. รายงานสถานภาพจริยธรรมข้าราชการพลเรือนตามประมวลจริยธรรมขา้ ราชการพลเรือน .สบื คน้ 5 มถิ นุ ายน 2560 ,จาก http://www.ocsc.go.th/sites/default/files/attachment/page/exesum56.pdf. ไพศาล ม่ันนอก และ ไพฑรู ย์ สินลารัตน.์ (2557). การวิจัยเชงิ ปฏิบัตกิ ารแบบมีสว่ นร่วมในการพัฒนา คณุ ธรรมจริยธรรมของนักเรยี นระดบั มธั ยมศึกษาขนาดเลก็ : กรณีศึีกษาของนกั เรยี นโรงเรยี น วเิ ศษชัยชาญวิทยาคม. สทุ ธิปริทัศน์. 28 (88), 110. สํานกั ส่งเสรมิ มาตรฐานจรยิ ธรรม สํานักงานผ้ตู รวจการแผน่ ดนิ .รายงานผลการดาํ เนินงานดา้ นจรยิ ธรรม ตามรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2550.สืบค้น 20 มิถนุ ายน 2560 , จาก http://www.ombudsman.go.th http://www.m-culture.go.th/th/ewt_dl_link.php?nid=961 SME Bank . จริยธรรมและจรรยาบรรณ (http://www.smebank.co.th/th/moralities.php) http://www.moralcenter.or.th
Search
Read the Text Version
- 1 - 25
Pages: