บทที 5การให้คาํ ปรึกษาทางสุขภาพ โดย อาจารย์ศิริรัตน์ จาํ ปี เรือง
การให้การปรึกษา หมายถึง กระบวนการของการมีปฏสิ ัมพนั ธ์ระหว่างบุคคล 2 คน คอื ผ้ใู ห้การปรึกษาและผู้รับการปรึกษาโดยผู้ให้การปรึกษา จะพยายามช่วยให้ผู้รับการปรึกษาเกดิความเข้าใจปัญหาและสามารถหาวธิ กี ารแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้วตั ถุประสงค์ของการให้การปรึกษา เพอื มุ่งช่วยเหลอื ให้ผู้รับการปรึกษาสามารถพงึ ตนเองได้ และใช้ศักยภาพของตนอย่างเตม็ ทใี นการแก้ปัญหา
ทฤษฎกี ารให้คาํ ปรึกษา 1. Characteristics 1.1 Jungian Typologies 2. Development 3. Transactional analysis theory
Characteristicsทฤษฎี Jungian Typologiesบุคลิกของคน คือ Introvert และ ExtrovertedIntrovert คือ คนทีอยกู่ บั ตวั เอง มีความรู้สึกไม่ตอ้ งแสดงออกExtroverted คือ คนทีชอบแสดง ชอบพดู มากๆแสดง ปฎิกริยาออกมาขา้ งนอกการแสดงออกหรือไม่แสดงออกจะเกียวขอ้ งกบั การตดั สินใจทีมีเหตุผล(Rational)และไร้เหตุผล (Irrational)
Characteristics ทฤษฎี Myers– Briygs Typologies ทฤษฎีนีศึกษาจากจุง โดยยดึ ถือบุคลิกภาพในเรืองของ Introvertedและ Extroverts นาํ มาจดั แบ่งเป็น 16 แบบ ของคน
Development Erikson ทฤษฎีพฒั นาบุคลิกภาพEight Ages of Men ขนั ที 1 ระยะปี แรกของชีวติ Trust and Mistrust ขนั ที 2 อายุ 2-3 ปี Autonomy and shame and Doubt ขนั ที 3 อายุ 3 - 5 ปี Initiative and Guilt ขนั ที 4 อายุ 6 –11ปี Industry and Inferiority ขนั ที 5 อายุ 12-17 ปี Identity and Role Confusion ขนั ที 6 อายุ 17-21 ปี Intimacy and Isolation ขนั ที 7 อายุ 22-40 ปี Generativity and stagnation ขนั ที 8 อายุ 40 ปี ขึนไป Ego Integrity and Despair
Transactional analysis theory โครงสร้างบุคลกิ ภาพ แบ่งเป็ น 3 ระบบ ระบบแห่งความเป็ นเดก็ (The child Ego state) ระบบแห่งความเป็ นพ่อ แม่(The adult Ego state) ระบบแห่งความเป็ นผู้ใหญ่(The Parent Ego state) มนุษย์ใช้ระบบเหล่านีในการตดิ ต่อสัมพนั ธ์กบั ผู้อนื ในการสือ ความหมาย สีหน้า ท่าทาง เรียกว่า สัมพนั ธภาพระหว่างบุคคล (Transaction) ปัญหาเกดิ จากการทบี ุคคลปรับตัวสร้าง สัมพนั ธภาพกบั ผู้อนื ไม่ได้ การช่วยเหลอื คอื ช่วยให้บุคคลเป็ นตัวของตัวเอง การ ตระหนักรู้(Awareness) ยดื หย่นุ รับฟังผู้อนื (Spontaniety)
มนุษย์ใช้ระบบเหล่านีในการตดิ ต่อสัมพนั ธ์กบั ผู้อนื ในการสือความหมาย สีหน้า ท่าทาง เรียกว่า สัมพนั ธภาพระหว่างบุคคล(Transaction) ปัญหาเกดิ จากการทบี ุคคลปรับตัวสร้างสัมพนั ธภาพกบั ผู้อนื ไม่ได้การช่วยเหลอื คอื ช่วยให้บุคคลเป็ นตัวของตัวเองการตระหนักรู้(Awareness)ยดื หยุ่น รับฟังผู้อนื (Spontaniety
Adapted from berne- Parent Nutural / Critical- Adult- Child Adapted/Nutural/FreeBasic Life PositionI’m not OK You’re OKI’m OK You’re not OKI’m not OK You’re not OKI’m OK You’re OK
องค์ประกอบร่วมต่าง ๆ ของกลวธิ ีการให้คาํ ปรึกษา 1.สมั พนั ธภาพ (Relationship) ความสมั พนั ธเ์ ป็นพนื ฐานสาํ คญั ของการใหค้ าํ ปรึกษา ดงั นนั ผใู้ หค้ าํ ปรึกษาจาํ เป็นตอ้ งมีสิงต่าง ๆ ดงั ต่อไปนี 1.1 มีความปรารถนาดีต่อผอู้ ืนเป็นพนื ฐาน (Good Wishes) 1.2 มีการยอมรับและใหเ้ กียรติผอู้ ืนในฐานะบุคคล (Approval)
1.3 มีการยกยอ่ งและแสดงความนิยมชมชืนในความสามารถของ บุคคลอืน (Recognition)1.4 มีความสามารถในการสือขอ้ ความ (Communication) กล่าวคือ ผใู้ หค้ าํ ปรึกษาจะตอ้ งเป็นทงั ผพู้ ดู และผฟู้ ังทีดี รู้ จงั หวะขนั ตอนวา่ เวลาใดควรเป็นผพู้ ดู เวลาใดควรเป็นผฟู้ ัง1.5 ใหค้ วามช่วยเหลือแก่บุคคลอืนทนั ที เมือมีโอกาสเท่าที สามารถจะกระทาํ ได้ (Helping Relation)
2. ความยดื หยนุ่ (Flexibility )3. การสือความหมาย หรือการสือขอ้ ความ (Communication )4. การจูงใจ (Motivation )5. การยอมรับนบั ถือ (Respect )6. การสนบั สนุน (Support )7. การเรียนรู้ (Learning)8. การนาํ แนวทาง (Direction)9. การใหร้ างวลั (Rewards)10.จุดประสงค์ (Purposes )
การสัมภาษณ์เพอื ให้คาํ ปรึกษา1. เตรียมตวั ล่วงหนา้ อยา่ งรอบคอบ กาํ หนดนดั ในแต่ละครัง2. พึงตระหนกั วา่ เหตุฉุกเฉินสามารถเกิดขึนไดท้ ุกขณะ3. เป็นธรรมชาติสร้างบรรยากาศแห่งความยนิ ดีทีพบกนั4. พยายามใชเ้ วลา 2-3 นาทีในขณะเริมตน้ สมั ภาษณ์เพอื ช่วยใหผ้ รู้ ับคาํ ปรึกษาสบายใจ5. มุ่งสู่จุดการสนทนาอยา่ งฉบั พลนั เมือสถานการณ์อาํ นวย ระลึกวา่ การสมั ภาษณ์คือการสนทนาอยา่ งมีจุดมุ่งหมาย
•จดั สถานทีแบบสบาย บรรยากาศแบบเป็นกนั เอง จงเป็นผฟู้ ังทีดี•เปิ ดโอกาสใหผ้ รู้ ับคาํ ปรึกษาตดั สินใจดว้ ยตวั เอง•พยายามคงไวซ้ ึงวตั ถุประสงค์ อยา่ เยน็ ชา•ยอมรับบุคลิกของผรู้ ับคาํ ปรึกษา•เมือยตุ ิการสมั ภาษณ์ ควรบนั ทึกผลการสมั ภาษณ์ทุกครังและ อยา่ เกบ็ เรืองราวมานงั วติ กกงั วล
เทคนิคการให้การปรึกษา (Techniques of Counseling) 1. การเริ มตน้ ใหค้ าํ ปรึกษา (Opening the Interview) 1.1 การนาํ เขา้ สู่การสนทนาโดยตรง (Direct Leading) เป็นการ กระตุน้ ใหก้ ารสนทนาดาํ เนินต่อไป 1.2 การนาํ สนทนาใหเ้ ขา้ ประเด็น (Focusing) 2. การตงั คาํ ถาม (Questioning) ผใู้ หค้ าํ ปรึกษาสามารถใชค้ าํ ถาม เพอื ใหไ้ ด้ ขอ้ มลู ในดา้ นต่าง ๆ เพิมเติม
3. การสอบซกั (Probing) เป็นการป้ อนคาํ ถามตรง ๆ หลาย ๆ คาํ ถามติดต่อกนั เพอื ดึงเอาคาํ ตอบจากผรู้ ับคาํ ปรึกษาออกมา 4. การเงียบ (Silence) การเงียบเป็นกลวธิ ีหนึง ใชภ้ ายหลงั จากทีผใู้ หค้ าํ ปรึกษาป้ อนคาํ ถาม ใหแ้ ก่ผรู้ ับคาํ ปรึกษาและผรู้ ับ คาํ ปรึกษากาํ ลงั คิดวา่ จะตอบปัญหานนั หรือไม่ หรือจะตอบ ปัญหานนั อยา่ งไรดี
5. การทบทวนประโยค (paraphrasing) หมายถึง การพดู ซาํ ประโยคทีผรู้ ับคาํ ปรึกษาพดู มาแต่ใชถ้ อ้ ยคาํ นอ้ ยลง ขณะเดียวกนั กย็ งั คงความหมายเดิมอยู่ จุดประสงคข์ องการ ทบทวนประโยคกเ็ พือจะบอกใหผ้ รู้ ับคาํ ปรึกษาทราบวา่ ผใู้ ห้ คาํ ปรึกษาเขา้ ใจเรืองราวทีผรู้ ับคาํ ปรึกษาพดู มา และยงั คง ติดตามรับฟังเรืองราวของผรู้ ับคาํ ปรึกษาอยู่ 6. การสรุป (Summarizing) การสรุปกค็ ือ การพยายาม รวบรวมสิงทีพดู กนั ไปแลว้ นนั ใหเ้ ป็นประโยคเดียว โดย ครอบคลุมเนือเรืองต่าง ๆ ทีไดส้ นทนามาแต่ละตอนของการ สนทนา
7. การสะทอ้ นความรู้สึก (Reflection of Feeling) เป็นการ นาํ เอาขอ้ ความและคาํ พดู ของผรู้ ับคาํ ปรึกษามาตีความหมายและ พดู ออกมาในเชิงของความรู้สึกทีแฝงอยใู่ นเนือหานนั โดยผใู้ ห้ คาํ ปรึกษาอาจถอนขอ้ ความและจดั คาํ พดู นนั ใหม่ 8. การตีความ (Interpreting) วธิ ีการตีความเพอื ใหผ้ รู้ ับ คาํ ปรึกษาเห็นความเกียวขอ้ งของปัญหาและยอมรับในปัญหานนั 9. การชีแนะ (Suggesting) เป็นกลวธิ ีในการเสนอความคิด หรือวธิ ีการแกไ้ ขปัญหาแบบออ้ ม เพือจงู ใจใหผ้ รู้ ับคาํ ปรึกษาคิด แกไ้ ขปัญหา หรือรับเอาวิธีนนั ไวใ้ ชเ้ ป็นแนวทางในการแกไ้ ข ปัญหาต่อไป
10. การแสดงความเห็นชอบ (Approval) เป็นกลวิธีหนึงทีจะ ให้กาํ ลงั ใจแก่ผูร้ ับคาํ ปรึกษาทีจะดาํ เนินวิธีการแกไ้ ขปัญหา ต่อไป 11. การใหค้ วามมนั ใจ (Assurance) เมือผรู้ ับคาํ ปรึกษาแสดง ทัศนะ หรือโครงการต่อผูใ้ ห้คาํ ปรึกษาและผูใ้ ห้คาํ ปรึกษา มนั ใจวา่ ทศั นะ หรือโครงการนนั ถูกตอ้ ง และไดผ้ ลดีจริง 12. การเผชิญหนา้ (Confrontation) การเผชิญหนา้ เป็น กลวธิ ีหนึงทีผใู้ หค้ าํ ปรึกษาจะบอกถึงความรู้สึกและความคิดเห็น ของตนเองต่อผรู้ ับคาํ ปรึกษาอยา่ งตรงไปตรงมา เพอื ช่วยผรู้ ับคาํ ปรึกษาไดเ้ ขา้ ใจถึงความรู้สึกนึกคิด ตลอดจนพฤติกรรมของตนเอง ใหถ้ ูกตอ้ งตรงตามความเป็นจริงมากขึน
13. การทา้ ทาย (Challenge) เป็นกลวธิ ีอีกชนิดหนึงทีจะ กระตุน้ ใหผ้ รู้ ับคาํ ปรึกษาตอ้ งใชค้ วามตงั ใจมากขึนในการ แกป้ ัญหา 14. การไม่ยอมรับ (Rejection) เป็นกลวธิ ีทีผใู้ หค้ าํ ปรึกษาจะ ใชเ้ มือเห็นวา่ ผรู้ ับคาํ ปรึกษาแสดงความคิดเห็นทีผดิ ไปจาก ความเป็นจริง หรือแสดงออกถึงความคิดเพอ้ ฝันมากเกินไป 15. การฟัง (Listening) นบั วา่ เป็นสิงจาํ เป็นสาํ หรับผใู้ ห้ คาํ ปรึกษาทุกคน
กระบวนการของการให้คาํ ปรึกษา ขนั ที 1 The Counselor ผใู้ หค้ าํ ปรึกษารู้วา่ ตนเองถนดั อะไร มีจุดเด่นและจุดอ่อนอยา่ งไร 1 ผใู้ หค้ าํ ปรึกษาจาํ เป็นตอ้ งมีความรู้ในเนือหาวชิ าการ 2 ผใู้ หค้ าํ ปรึกษาควรรู้จกั ตนเองวา่ มีบุคลิกภาพเป็นเช่นใด มี จุดเด่นและจุดอ่อนอยา่ งไร 3. ผใู้ หค้ าํ ปรึกษาควรรับรู้และตระหนกั ถึงคุณสมบตั ิทีจาํ เป็น บางประการ ในอนั ทีจะเอืออาํ นวยใหก้ ารปฏิบตั ิงาน ทางดา้ นนีบรรลุเป้ าหมายไดด้ ีขึน
ขนั ที 2 Prepare for interview ผใู้ หค้ าํ ปรึกษาเตรียมตวั ใหค้ าํ ปรึกษา นดั หมายขอ้ มลู ศึกษาขอ้ มูลและหาขอ้ มลู เพิมเติม1. ผใู้ หค้ าํ ปรึกษาควรจะไดร้ วบรวมขอ้ มูล รายละเอียดต่างๆ ตลอดจนพยายามศึกษาขอ้ มูลทีมีอยใู่ หเ้ ขา้ ใจและพยายามเก็บรวบรวมขอ้ มลูเพิมเติมใหไ้ ดม้ ากทีสุด2. พิจารณาปัญหาทีเกิดขึนนนั วา่ เป็ นปัญหาทีจดั อยใู่ นประเภทหนึง ประเภทใดดงั ต่อไปนีหรือไม่ ปัญหาทางดา้ นการศึกษา ปัญหาทางดา้ นอาชีพ ปัญหาทางดา้ นสงั คมส่วนตวั
ขนั ที 3 Explain counseling Relationship เริมตน้ กระบวนการใหค้ าํ ปรึกษา ผใู้ หค้ าํ ปรึกษาอธิบายสัมพนั ธภาพใน การใหค้ าํ ปรึกษา เพอื ผรู้ ับคาํ ปรึกษาจะไดเ้ ขา้ ใจตรงกนั กบั ผใู้ ห้ คาํ ปรึกษาถึงสิงต่อไปนี 1. วตั ถุประสงคข์ องการใหค้ าํ ปรึกษา 2. ความรับผดิ ชอบทงั ของผใู้ หแ้ ละผรู้ ับคาํ ปรึกษาทีพงึ มีร่วมกนั 3. การมุ่งเฉพาะลงไปทีปัญหาแต่ละเรืองเพอื ทาํ ใหก้ ารให้ คาํ ปรึกษาเป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ 4. ขอบเขตหรือขีดจาํ กดั ในการใหค้ าํ ปรึกษาและขีด ความสามารถของผใู้ หค้ าํ ปรึกษาตามทีไดฝ้ ึ กฝนกนั มา
ขนั ที 4 Construct model of client concern ผใู้ หค้ าํ ปรึกษาทาํความเขา้ ใจและยอมรับในปัญหาหรือความทุกขข์ องผรู้ ับคาํ ปรึกษาปัญหามีอะไรบา้ ง ตลอดถึงสาเหตุทีทาํ ใหเ้ กิดปัญหาขนั ที 5 Decide goal and objective ผใู้ หค้ าํ ปรึกษาร่วมมือกบั ผรู้ ับคาํปรึกษาเลือกวธิ ีการแกป้ ัญหาและตดั สินใจขนั ที 6 Implement strategy ผใู้ หค้ าํ ปรึกษาและผรู้ ับคาํ ปรึกษาร่วมกนักาํ หนดแนวทางและขนั ตอนทีผรู้ ับคาํ ปรึกษาจะนาํ ไปปฏิบตั ิเพอื เป็นการแกป้ ัญหา
ขนั ที 7 Evaluation ประเมินผลจากการปฏิบตั ิขนั ที 8 Closed Case ยตุ ิการใหค้ าํ ปรึกษาถา้ ไดผ้ ลเป็นที น่าพอใจหรือใหค้ าํ ปรึกษาเรืองอืนต่อไป
ทักษะต่างๆในขนั ตอนการให้การปรึกษา1. การสร้างสัมพนั ธภาพและตกลงบริการ1.1 การทกั ทาย ตอ้ นรับ (Greeting)1.2 การเริมตน้ สนทนา (Small Talk)1.3 ตกลงบริการ (Sign Contact)1.4 การแสดงท่าทีทีสนใจ (Attention) 2) การสาํ รวจปัญหา ไดแ้ ก่ การสอบซกั Probing
3) เขา้ ใจปัญหาและสาเหตุของปัญหา ทกั ษะสาํ คญั ทีตอ้ งใชใ้ นการสาํ รวจปัญหาและเขา้ ใจปัญหา ไดแ้ ก่ 1.การถาม (Questioning) 2. ฟังและทวนคาํ ถาม 3. การสะทอ้ นความรู้สึก 4. การสรุปความ
4) ขนั การแกป้ ัญหา 1. การประคบั ประคอง เป็นการใหก้ าํ ลงั ใจมากขึน 2. การใหข้ อ้ มลู เกียวกบั เรืองราวทีแน่ใจวา่ ผรู้ ับการปรึกษายงั ไม่รู้และควรเป็นขอ้ มลู สาํ คญั ซึงนาํ ไปสู่การตดั สินใจและการ สร้างพฤติกรรมใหม่ 3. การเสนอวธิ ีการต่าง ๆ ในกรณีผรู้ ับการปรึกษาไม่มีศกั ยภาพจริง
4.การคาดการณ์ดว้ ยเหตุผล (Logical consequence) ใหผ้ รู้ ับการปรึกษาใชศ้ กั ยภาพของตนเองใหม้ ากทีสุดในการสาํ รวจปัจจยั ทีเกียวขอ้ งและผลทีอาจเกิดขึนในเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือวธิ ีการแกป้ ัญหาแบบต่าง ๆ หรือการแสดงพฤติกรรมใหม่
การยุติการปรึกษา ผใู้ หก้ ารปรึกษาปฏิบตั ิไดด้ งั นี1.ใหส้ ญั ญาณผรู้ ับการปรึกษาไดร้ ู้วา่ ใกลจ้ ะหมดเวลาแลว้2.สรุปเรืองทีพดู คุยในวนั นี3.ส่งเสริมใหผ้ รู้ ับบริการไดเ้ ห็นคุณค่าของตนเองมีความรู้สึก ดี ๆ กบั ตวั เอง3. ส่งเสริมใหผ้ รู้ ับบริการไดเ้ ห็นคุณค่าของตนเองมคี วามรู้สึก ดี ๆ กบั ตวั เอง4. อาจมีการบา้ นใหผ้ รู้ ับการปรึกษา กลบั ไปปฏิบตั ิ5. การนดั หมายครังต่อไป
ขนั ตอนการให้การปรึกษา / กระบวนการCo. Cl. Cl. Co.สร้างสัมพนั ธภาพ และตกลงบริการ ยตุ กิ ารปรึกษาสํารวจปัญหา แก้ไขปัญหา เข้าใจปัญหาและสาเหตุของปัญหาCl = Client = ผ้รู ับการปรึกษาCo = Counsillor= ผ้ใู ห้การปรึกษา
Search
Read the Text Version
- 1 - 32
Pages: