ศลิ ปนยิ ม 20300-1002 บทท่ี 4 หวั ขอ้ : ต้นกำเนิด 1
บทที่ 4 ตน้ กำเนดิ ศิลปะเกดิ ข้นึ มำพรอ้ มๆ กับมนุษย์ เมือ่ ประมำณ 100,000 กว่ำปีก่อนครสิ ตกำล ศิลปะเกิดจำก ควำมคิดและฝมี ือที่สมั พันธก์ นั ของมนษุ ย์ตำมระดบั ควำมสำมำรถและควำมรู้สกึ ที่แสดงออก ตำมสภำพควำม เป็นไปแหง่ กำลเวลำท่เี ป็นแรงผลกั ดนั ในขฯณะน้นั เพือ่ สนองควำมตอ้ งกำรทำงอำรมณ์จิตใจ ซึง่ อำจรวมถงึ กำรสนองควำมตอ้ งกำรทำงรำ่ งกำยและทำงวตั ถุ โดยมีวิถชี ีวิตของมนุษยเ์ ปน็ แรงขับและกำกบั ดแู ล เพ่ือให้ โลกมีควำมไพเรำะ และสวยงำมสดงดงำมกว่ำทีธ่ รรมชำติใหไ้ ว้ จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม 1. บอกควำมจำเปน็ พ้ืนฐำนของมนุษยท์ ่เี ปน็ บ่อเกดิ ศิลปะได้ 2. บอกจำเปน็ พ้ืนฐำนควำมพใิ จของมนำยต์ อ่ กำรสรำ้ งสรรค์ได้ 3. อธบิ ำยควำมจำเปน็ ทำงกำรเชื่อถือ ท่ีมีบทบำทต่อกำรพัฒนำศลิ ปะของมนุษย์ได้ 1.ควำมจำเปน็ ทำงกำย เกิดขนึ้ ดว้ ยควำมร้สู กึ จำกแรงขบั ดันทำงรำ่ งกำยทม่ี อี ยู่แล้วตำมธรรมชำตขิ องมนษุ ย์ ซง่ึ มี พนื้ ฐำนดำ้ นอำหำร นำ้ อำกำศ ส่ิงหอ่ ห้มุ กันควำมร้อน ควำมหนำว กำรพักผอ่ น กำรออกกำลังกำย และควำม ต้องกำรทำงเพศ นบั เป็นควำมจำเป็นพน้ื ฐำนทำงชวี วทิ ยำ สำหรับกำรมชี ีวิตอยู฿รอดทงั้ ของตนยเองและ เผำ่ พนั ธ์ุ ศลิ ปวตั ถุในชว่ งตน้ จัดอย่ใู นขำ่ ยงำนประยุกต์ศลิ ป์ ได้แก่ ขวำนหินและอำวุธท่ีทำดว้ ยหนิ เพ่ือใช้ใน กำรล่ำสตั ว์ยงั ชีพให้ชวี ิตยนื ยำวสืบทอดมำเมื่อมนษุ ย์รจู้ ักธรรมชำติ ของวัสดุที่มอี ยนู่ ั้น ให้เกิดประโยชน์ต่อ กำรดำรงชีวติ ตนได้แล้ว จึงได้เริ่มคดิ ค้นหำวิธใี ช้เครื่องมอื สร้ำงสรรค์สิง่ ต่ำง ๆให้เหมำะสมกับประโยชนใ์ ช้สอย และมคี วำมงำมควรแก่กำรช่นื ชมดว้ ย เครอื่ งมือหนิ เหลำ่ น้ัน ไดม้ ีกำรพัฒนำจำกสภำพธรรมชำตมิ ำสูก่ ำรประดิษฐ์ ขัดเกลำให้ ไดร้ ปู ทรงตำ่ งๆ กลำยเปน็ ศิลปะประเภทแรกทเี่ กดิ ขึน้ สู่โลกมนษุ ย์ ในเบ้ืองตน้ นั้นจัดเป็นศิลปะ จำพวกเครื่องใช้ ภำชนะ เครือ่ งประดับ และเครอ่ื งเล่น รวมเรยี กวำ่ ประยุกต์สลฺ ป์ กระท่ังได้เป็นบอ่ เกดิ ของวจิ ติ รศิลปใ์ นดำ้ นประตมิ ำกรรมสบื มำ กำรขดี เขียนภำพตำมผนังถ้ำและก้อนหินของมนษุ ย์ ยุคหินนัน้ เพอื่ กำรส่ือสำรบอกกล่ำว อันพัฒนำไปส่กู ำรใชต้ ัวอักษรและเปน็ บอ่ เกดิ ของงำนศิลปะ แขนงจติ รกรรมในที่สุด แต่เดมิ อำศยั ร่มเงำของธรรมชำติคุ้มแดด ลม ฝน เม่ือผู้คนมำกขน้ึ จึงทำให้ ไม่อำจอำศัยร่มเงำตอ่ ไปได้ จึงเกดิ กำรสร้ำงทอ่ี ย่อู ำศยั เลียนแบบธรรมชำติแบบผูก พนั ยึด ตรึง เป็น ทีม่ ำของสถำปัตยกรรมตำ่ ง ๆมำกมำย เกดิ จำกควำมจำเป็นพื้นฐำนท้ังสิ้น 2
2. ควำมจำเป็นทำงใจ มนษุ ย์ทุกคนมีสญั ชำตญำณเป็นนกั ศลิ ปะกันถ้วนท่วั และได้ใช้หลกั ศิลปะมำแต่ดึกดำบรรพ์ ตำมที่ ทุกคนมีอยอู่ ยำ่ งไมร่ ู้ตวั มนุษยย์ ุคหินรู้จักเลือกหำแตง่ ขวำนหินของตนให้ดสู วยงำม รจู้ ักขีดเขยี นบนผนงั ถำ้ ให้ดงู ดงำม ดงั ภำพเขยี นสีตำมผนังถำ้ กับตำมหน้ำผำต่ำง ๆ เชน่ ผนังถ้ำอัลตำมิรำในประเทศสเปน ถ้ำ ลำสโคว์ และถำ้ ฟรอง เดอ โกม ในประเทศฝรั่งเศส ในประเทศไทยเชน่ ผำแตม้ จงั หวัดอุบลรำชธำนี กำรสร้ำงสรรค์ผลงำนศลิ ปะส่วนหนง่ึ ก็มำจำกสันชำตญำณ ควำมพงึ พอใจ ในกำรเสพรสแห่งควำม งำมและควำมสะเทือนอำรมณก์ ับควำมประทบั ใจ ควำมรู้สึกนึกคดิ และควำมคิดเห็นทด่ี ี 3.ควำมจำเปน็ ทำงกำรเช่ือถอื เมอ่ื มนษุ ย์เชือ่ วำ่ ปรำกฎกำรณ์ตำ่ ง ๆตำมธรรมชำติ เกิดจำกแรงบนั ดำลของผีสำงเทวดำ หรอื ส่งิ น้นั มผี สี ำงเทวดำรักษำอยู่ สงิ อยู่ ผีสำงเทวดำเหล่ำน้นั มักมีอำรมณร์ ัก โกรธ หลง เชน่ เดยี วกับมนษุ ย์ ใน ยำมโกรธก็อำจบันดำลสิง่ เลวร้ำยใหเ้ กดิ แกม่ นุษย์ ทำให้คอยตอ้ งเอำใจผสี ำงเทวดำ ด้วยกำรสรรหำส่ืงของ เซน่ สังเวย กอ็ ำจมีกำรสร้ำงสรรค์ทำงศิลปะเปน็ เคร่อื งแก้บน ในเคร่ืองแก้บนนน้ั เช่น ช้ำง ม้ำ จำลอง เพ่ือใหก้ ำรทำมำหำกินหรือกำรล่ำสัตว์ในสมัยน้ันประสบควำมสำเรจ็ ได้สัตวม์ ำเป็นอำหำรเพียงพอ เพรำะ มนษุ ยเ์ ป็นสัตวส์ ังคม จะไมอ่ ยโู่ ดดเดีย่ วเพยี งลำพัง มนุษยจ์ ะตอ้ งอยูร่ วมกันเปน็ หม่คู ณะ มภี ูมหิ ลงั ที่ ต่ำงกัน มีนสิ ยั ใจคอทีต่ ำ่ งกัน จงึ ต้องมีส่ิงผูกมัดจิตใจให้อยรู่ ่วมกนั อย่ำงเป็นสขุ จงึ เร่ิมมรี ะเบยี บข้อบงั คบั ขนบธรรมเนียม ประเพณเี ป็นสง่ิ ผูกมัดใจ แต่สิ่งต่ำง ๆเหล่ำนี้ พบวำ่ เป็นเคร่ืองผูกมัดจิตใจไม่ดีเท่ำควำม เชือ่ หรอื ศำสนำในเวลำต่อมำ เพอ่ื สร้ำงควำมเช่ือมน่ั และสนองควำมเช่ือ เพ่อื ป้องกนั ภตู ผี หรอื เสริมสร้ำงให้เกิด ควำมนำ่ เกรงขำม ตลอดส่ิงดี ๆงำมแกต่ น ได้มกี ำรแกะสลักหน้ำกำกในเบือ้ งต้น รูปแทนตวั ในพิธีกรรม เทพเจำ้ ควำมเชอ่ื เชน่ วนี ัสวิเลนดรอฟ ตำมควำมเชื่อของควำมอุดมสมบูรณ์ จำกศิลปะเพื่อพธิ ีกรรมก็ พัฒนำมำเปน็ ศิลปะเพอ่ื ศำสนำ เพือ่ กิจกรรมตำ่ ง ๆกระทั่งสนองควำมตอ้ งกำรทำงควำมงำมและควำมคิด ตำมรสนยิ มของผเู้ สพและผู้สร้ำงสรรคแ์ ต่ละคน 3
4
Search
Read the Text Version
- 1 - 4
Pages: