Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สื่อการสอน1พร้อมมส่ง

สื่อการสอน1พร้อมมส่ง

Description: สื่อการสอน1พร้อมมส่ง

Search

Read the Text Version

การปฏิบตั ิตัวของมารดาและบดิ าหรือผด7ู แู ล ในการดูแลเด็กทเี่ ปน@ โรคหอบหืด จดั ทำโดย นางสาวสวุ รรณา หมูจนุ รหัส 631231175 นักศกึ ษาระดับบัณฑติ ศกึ ษาชนั้ ป3ท่ี 1 สาขาการพยาบาลเด็ก มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหมE

หัวขFอที่ 1 บทนำ ความหมายของโรคหอบหดื อาการของโรคหอบหดื สาเหตขุ องโรคหอบ หืดในเดก็ และยาท่ีใชใ@ นโรคหอบหืด หัวขอF ท่ี 2 การดูแลเด็กโรคหอบหดื 2.1 การหลกี เลย่ี งสง่ิ กระตนุ@ และการจดั การสงิ่ แวดล@อม 2.2 การปฏบิ ัตติ วั เมื่อเกดิ กำเรบิ 2.3 การออกกำลงั กาย หัวขอF ที่ 3 ผสู@ อนสาธติ และให@ผบ@ู ิดามารดาหรือผ@ดู แู ลสาธิตยอ@ นกลบั เก่ยี วกบั วิธีการพนN ยา MDI via spacer 3.1 ข้นั ตอนกNอนพNนยา 3.2 ช้ันตอนการพนN ยารวN มกับหลอดยาพNน (MDI with Spacer) 3.3 ขนั้ ตอนหลังพนN ยา

บทนำ โรคหืดเป*นป,ญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประชากรทั่วโลกและสAงผล กระทบตAอคุณภาพชีวิตของผูIปJวยอยAางมากโรคหืดกำเริบเฉียบพลัน (acute asthmatic attack) เป*นภาวะฉุกเฉินที่พบไดIบAอยและจำเป*นตIองไดIรับการรักษา อยAางเรAงดAวนเพื่อลดความรุนแรงของโรคและปRองกันการเสียชีวิตโดยตIองรีบแกIไข ภาวะหลอดลมหดเกร็งและภาวะพรอA งออกซิเจน โรคหืดเป*นโรคที่สAงผลกระทบตAอคุณภาพชีวิตของเด็กอยAางมากเด็กท่ี เจ็บปJวยดIวยโรคหืดจะมีอาการหอบหายใจลำบากไอมากในเวลากลางคืนทำใหI รบกวนการนอนหลับพักผAอนไมAเพียงพอสAงผลใหIรAางกายอAอนเพลียความสามารถใน การเรียนรูIลดลงเมื่อมีอาการหอบมากขึ้นทำใหIตIองขาดเรียนบAอยลดความสามารถ ในการเลAนกีฬาหรือออกกำลังกายไมAสามารถรAวมกิจกรรมหรือปฏิบัติกิจวัตร ประจำวันไดIเชAนเด็กทั่วไปและป,ญหาภาวะแทรกซIอนที่สำคัญคือภาวะหายใจวาย และเสียชวี ิต ผูIดูแลจำเป*นตIองมีความรูIเรื่องโรคหืดรูIวิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดกำเริบ การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุIนรูIทักษะการใชIยาโรคหืดอยAางมีประสิทธิภาพและไมAใหIเกิด ภาวะแทรกซIอนเพื่อใหIเด็กมีสมรรถนะภาพปอดปกติเลAนทำกิจกรรมหรือออกกำลัง กายไดI และปอR งกันการเกดิ ภาวะแทรกซIอนทสี่ ำคญั คอื ภาวะหายใจวายและเสยี ชีวิต

ความหมายของโรคหอบหดื โรคหอบหืด (asthma) เป*นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุหลอดลม รAวมกับภาวะผิดปกติของหลอดลมที่ไวตAอสิ่งกระตุIนตAางๆ มากกวAาปกติ เมื่อผูIปJวย สัมผัสกับสิ่งกระตุIน กลIามเนื้อบริเวณหลอดลมจะเกิดการหดเกร็ง ผนังหลอดลม บวมหนาขึ้นและสรIางสารคัดหลั่งหรือเสมหะมากขึ้น ทำใหIหลอดลมตีบแคบลง ผูปI วJ ยจึงหายใจลำบาก มอี าการเหนอ่ื ยหอบ สาเหตุของโรคหอบหดื 1. ป,จจัยทางพันธุกรรม โรคหอบหืดเป*นโรคที่ถAายทอดทางพันธุกรรม ผูIที่มีบิดา มารดา หรอื ญาตเิ ป*น จะมโี อกาสเปน* โรคนีม้ ากกวAาคนทั่วไป 2. ป,จจัยทางสิ่งแวดลIอม ผูIปJวยโรคหอบหืดอาจมีอาการกำเริบเมื่อถูกกระตุIนจาก ป,จจัยตAางๆไดIแกA สารกAอภูมิแพIเชAนไรฝุJน ซากแมลงสาบ ขนหรือสะเก็ดรังแค ผิวหนังสัตวfเลี้ยง เชื้อรา ละอองเกสรตAางๆ มลพิษจากการทำงานเชAนกgาซพิษ ตAางๆ ฝุJนบIาน ฝุJนแปRง สารเคมี ควันและมลพิษทางอากาศเชAน ควันบุหรี่ ควัน ธูป ควันทAอไอเสีย วันเผาขยะ ควันจากการประกอบอาหาร การติดเชื้อทางเดิน หายใจเชนA ไวรัส โรคหวดั เปน* ตIน

การใช'ยารักษาโรคหอบหืด แบ$งเป(น 2 ชนิด คือยาปอ3 งกันหอบและยาฉุกเฉนิ 1. ยาปอ3 งกนั หอบ ใช>ลดการอกั เสบของหลอดลมลดภาวะหลอดลม ไวต>องใช>ทุกวนั อย$างสมำ่ เสมอแมไ> มม$ ีอาการหอบโดยพน$ ยาสมำ่ เสมอ ตามเวลาทแี่ พทยสM ั่งถา> หยดุ ยาเองอาการอาจกำเริบ 2. ยาฉกุ เฉิน ( ยาขยายหลอดลม) มฤี ทธิ์ขยายหลอดลมทำให>ลด อาการหอบเหน่ือย ควรพกยาฉุกเฉินติดตวั ผ>ปู วW ยตลอดเวลาเพอ่ื ใช> เมือ่ หดื กำเรบิ ทันท$วงที

การหลีกเล่ยี งสง่ิ กระตุFนและการจัดการสิง่ แวดลอF ม 1. การหลกี เล่ียงสิง่ กระตน3ุ และการจัดการส่งิ แวดลอ3 ม ¨ สง่ิ กระตน6ุ และการจดั การส่งิ แวดลอ6 ม 1. ไรฝEุน - ให6ซักเครื่องนอนที่ซักได6ทุกสัปดาหPน้ำจะพาตัวไรฝุEนและ moonlight ฝุEนออกไปและใช6น้ำ คYอนข6างร6อนที่อุณหภูมิ 55-60 องศาเซลเซียส นานมากกวYา 30 นาทีจะฆYาไรฝุEนได6 การผึ่งแดดอยYางเดียวไมY เพียงพอในการ - ใช6ผ6าคลมุ ไรฝนEุ ทอแนYนหมุ6 เครอ่ื งนอน - ทำความสะอาดมYานของเลYนเดก็ ที่มขี นดว6 ยซักน้ำรอ6 นเปนh ระยะควรใช6มลYู แี่ ทน เพราะทำความสะอาดงาY ย - หลกี เล่ยี งการปพู รมในหอ6 งนอน - หลกี เลีย่ งเคร่อื งเรือนและของเลYนเด็กทีป่ ระกอบด6วยนYนุ หรือสำลหี รอื ใช6ผ6าหรือขนสัตวPห6มุ 2. ควันและมลภาวะตาY งๆ - หลกี เลี่ยงควันบุหรแี่ ละสถานท่ีทมี่ ีมลภาวะทางอากาศ เนื่องจากควันบหุ รแี่ ละท่ที ่ีมมี ลภาวะทาง อากาศทำใหผ6 ปู6 Eวยโรคหืดมีอาการรุนแรงขึ้น - หลีกเลี่ยงฝุEน PM 2.5 โดยติดตามขYาวสารฝุEน PM 2.5 อยYางใกล6ชิด ซึ่งคYาปกติจะต6องไมYเกิน 10 ไมโครกรัมตYอลูกบาศกPเมตร หากพบวYามีคYาเกินมาตรฐาน ควรสวมหน6ากากปqองกันฝุEน PM 2.5 และหลีกเลี่ยง การอยูYนอกอาคาร หรือควรติดตั้งเครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องปรับอากาศที่สามารถกรอง อนุภาคฝุEน ขนาด 2.5 ไมครอน

การหลกี เล่ยี งส่งิ กระตFุนและการจดั การส่งิ แวดลอF ม 3. แมลงสาบ - ทำความสะอาดบ6านเรอื นให6สะอาดอยเูY สมอ - เก็บเศษอาหารควรมีฝาปtดใหม6 ดิ ชดิ กำจดั ขยะและเศษอาหารทุกวัน - ไมYทิ้งเศษอาหารลงทYอระบายน้ำ - อยYาปลYอยนำ้ ขังในอาY งน้ำ ขาต6กู ับข6าว ทล่ี 6างจานเพราะแมลงสาบชอบ 4. หลกี เลี่ยงสารกอ? ภมู ิแพจ3 ากละอองเกสร ดอกหญา3 รา - ควรปtดหนา6 ตYางและประตชู วY งฤดูกระจาย - ละอองเกสรใชเ6 ครื่องฟอกอากาศระบบ HEPA (high efficiency particulate air) ซึง่ สามารถกรอง อนุภาคของละอองเกสรฝนุE และสารกYอภมู ิแพ6ในอากาศทีม่ ขี นาด 0.30 ไมครอนได6 - หลกี เลย่ี งเชื้อราโดยพยายามอยาY ให6เกดิ ความชนื้ ใหอ6 ากาศถาY ยเทสะดวก 5. หลีกเลี่ยงสารกอ? ภูมแิ พจ3 ากสัตวE - ไมYเลีย้ งสตั วP เชYน สนุ ัข แมว นก หนู กระตYาย เปดh หรอื ไกY อาจหายใจเอารังแคหรอื ขนสัตวทP ำให6 หอบได6 - กรณีมีสตั วเP ลย้ี งควรอาบน้ำสปั ดาหลP ะครงั้ และไมYให6ผูป6 วE ยคุลกุ คลี 6. ปHองกันการตดิ เชอ้ื ระบบหายใจ - หลกี เลี่ยงการสYงเด็กไปอยYูในสถานทมี่ ีเด็กอยอYู ยYางแออดั - หลกี เลีย่ งการใกลช6 ดิ กับผู6ที่มอี าการหวัดหรือการตดิ เชอื้ ของระบบทางเดนิ หายใจ - แนะนำให6ผู6ปวE ยและบิดามารดาหรอื ผใ6ู กลช6 ิดเดก็ ควรฉดี วัคซนี ปอq งกนั ไขห6 วัดใหญY (Influenza virus) อยYางนอ6 ย 1 คร้งั ตอY ปƒ

การปฏบิ ตั ิตวั เมื่อหอบหดื กำเรบิ (การจับหดื )

1. ไมห5 อบ (ไฟเขียว) คอื ผ@ปู aวยสบายดี ผป@ู วa ยไมมN ีอาการไอ ไมตN ่นื มาไอ ตอนกลางคืน ไมNมหี ายใจลำบาก หายใจไมมN ีเสยี งหวดี ไมมN กี ารใช@กลา@ มเนอ้ื ชNวยหายใจ เชนN หน@าอกบุcมเปนd ต@น โดย ปฏิบตั ดิ งั นี้ - ให@ยาปอf งกนั หอบเปdนประจำทกุ วนั ไมปN รับยาลดลง - หลกี เลีย่ งส่ิงกระต@ุนทที่ ำใหอ@ าการแยNลง - ถ@าหอบจากการออกกำลงั กายใหพ@ NนยาขยายหลอดลมกNอนออกกำลงั กาย 15 นาที 2. หอบ (ไฟเหลอื ง) คอื ตื่นมาไอตอนกลางคืน หายใจลำบาก หายใจมเี สยี งหวีด แนนN หนา@ อก มีการใชก@ ลา@ มเนื้อชNวยหายใจ เชนN หนา@ อกบุcม เปนd ตน@ โดย ปฏิบตั ดิ งั นี้ v - พนE ยาฉุกเฉินทุก 15 นาที 3 ชดุ (pMDI 1 ชดุ คอื กดยา 4 คร้งั แตลE ะครัง้ หEาง กัน 10วินาที) - ถาF พนE ยา 3 ชุดแลFวไมEดขี ้ึน โทรเรียกรถพยาบาลมารบั (1669) 3. หอบมาก (ไฟแดง) คอื พดู ไดIไมเA ป*นคำ ไมAเปน* ประโยค เขียว คาA สรรถภาพปอด < 50 %ของคAาสงู สดุ - ควรพบแพทยท= นั ที - พนA ยาฉกุ เฉิน 1 ชุด ทกุ 15 นาที ระหวAางทางไปโรงพยาบาล (pMDI 1 ชดุ คอื กดยา 4 คร้ังแตลA ะครงั้ หAางกัน 10 วนิ าท

การพ5นยา (MDI with Spacer) ขน้ั ตอนกอ) นพน) ยา 1. เตรยี มอุปกรณM : หลอดยาพน$ (MDI) , Spacer 2. ล%างมอื ด%วยน้ำสะอาดควรลา% งมือใหค% รบ 7 ขัน้ ตอนและควรใช%เวลา อยา? งน%อย 20 วินาที โดยแตล? ะขน้ั ตอนมดี ังนี้ ขั้นตอนท่ี 1 ฝHามอื ถูฝHามอื , ขั้นตอนที่ 2 ถูหลังมอื และซอกน้วิ , ขน้ั ตอนที่ 3 ถฝู Hามอื และซอกน้ิว ข้ันตอน ที่ 4 หลังน้วิ มอื ถฝู าH มือ , ขัน้ ตอนท่ี 5 ถนู ิ้วและโคนนิว้ หัวแมม? อื , ขัน้ ตอนท่ี 6 ถูปลายนว้ิ มือบนฝHามอื ,ขนั้ ตอนท่ี 7 ถูรอบข%อมือ

ช้นั ตอนการใชCกระบอกพEานยารวE มกบั หลอดยาพนE (MDI with Spacer) 1. ถือหลอดยาในแนวตั้งโดยใหปI ากหลอดยาทม่ี ีฝาครอบอยAูดIานลAาง 2. เขยAาหลอดยาในแนวด่ิง 5-10 ครงั้ 3. ตอA หลอดยาเขIากบั ชAองเสียบกระบอก โดยใหหI ลอดยาอยูใA นแนวตั้งและปาก หลอดยาอยูAดาI นลาA งเสมอ 4. ครอบหน%ากากของกระบอกใหค% ลมุ ตงั้ แต?จมูกและปากให%สนิท

5. กดหลอดยาอยAางแรงจนมีละอองยาเขIาไปในกระบอก 1 ครั้ง และใหIผูIปJวย หายใจเขIาออกธรรมดาทันขณะที่หนIากากยังครอบสนิทอยูAในเด็กอาจจะใชIวิธีนับ หายใจเขIาออก 10 ครั้งโดยไมAตIองกลั้นหายใจระหวAางนั้นแตAใหIสังเกตลักษณะการ หายใจของผปIู Jวย 6. กรณีท่ตี %องใช%ยามากกว?า 1 กดให%รอประมาณ 1 นาทีกอ? นใช%ยาพ?นกด คร้งั ที่ 2 และปฏิบัติซ้ำตามขั้นตอนท่ี 3-5 ยกเว%นผ%ูปวH ยมอี าการหอบให% ปฏิบัติตามแนวทาง 7. ถ%ายาพ?นเปนZ สเตยี รอยด[ (steroid) ควรบ%วนปากหลงั พ?นยาทกุ ครงั้ และ ลา% งหรอื เช็ดทำความสะอาดผวิ หนงั บริเวณจมกู และรอบปากท่ถี ูกครอบด%วย หนา% กาก

วธิ ีการทำความสะอาดกระบอกพน5 ยา 1. ถอดชิ้นสAวนของกระบอกแยกออกจากกนั 2. ทำความสะอาดดวI ยน้ำยาลาI งจานหรือสบAูออA นโดยใชนI ้ำ 1 ลติ รตAอนำ้ ยาลIาง จาน 1 หยดหIามขัดถูเพราะจะทำใหIกระบอกพAนยาเปน* รอยขดี ขวA นและเกดิ ไฟฟาR สถติ ทผ่ี นงั ของกระบอก 3. หลังทำความสะอาดเรียบรอI ยควรผ่ึงใหแI หงI โดยไมตA IองลาI งน้ำเปลAาโดยทวั่ ไป ควรทำความสะอาดเม่ือกระบอกพนA ยาเปดu เปvอw นหรอื ประมาณเดือนละ 1 ครงั้

เอกสารอ(างอิง สำนกั ระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ . (2564). โรคหอบหดื . Retrieved from http//www.epid.moph.go.th/Fact/Asthma.htm Global Initiative for Asthma. (2019). Global strategy for asthma management and prevention. Retrieved from https://ginasthma.org/wp-content/uploads/2019/06/GINA-2019

ขอบคณุ คะ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook