Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี 108. ในการประจไุ ฟฟาครง้ั ท่ี 1 ในแบตเตอรส่ี ะสมตะกว่ั จงเขยี นปฏกิ ริ ยิ าทเ่ี กดิ ขน้ึ ทข่ี ว้ั ทง้ั สอง Pb H+ Pb (อาโนด) A S O42Λ B (คาโทด) H2O ........... ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ..... 109. ในการประจไุ ฟฟาครง้ั ท่ี 1 ในแบตเตอรส่ี ะสมแบบตะกว่ั ปฏกิ ริ ยิ าทเ่ี กดิ ขน้ึ ทข่ี ว้ั คาโทดคอื ก. Pb2+ + S O24Λ o PbSO4 ค. 2H+ + 2 e o H2 ข. Pb2+ + 2 e o Pb ง. Pb + 2H2O o PbO2 + 4H+ + 4 e (ค) 110. ขณะแบตเตอรส่ี ะสมแบบตะกว่ั กาํ ลงั จา ยไฟ จงเขยี นปฏกิ ริ ยิ าทเ่ี กดิ ขน้ึ ทข่ี ว้ั ทง้ั สอง (อาโนด) A H+ (คาโทด) S O42Λ B H2O ........... ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ..... 111. เซลสะสมไฟฟาแบบตะกั่ว เมอ่ื ใชง านจะมปี ฏกิ ริ ยิ าเกดิ ขน้ึ เปน ทข่ี ว้ั บวก : PbO2+S O24Λ+4H++ 2 e ⊃ PbSO4 + 2H2O ทข่ี ว้ั ลบ : Pb + S O24Λ ⊃ PbSO4 + 2 e ขอ สรปุ ใดทไ่ี มถกู ตอ ง ก. เมอ่ื เวลาใชไ ฟทง้ั แผน Pb และ PbO2 จะกลายเปน PbSO4 ข. ระดบั นาํ้ กรดในหมอ แบตเตอรจ่ี ะคอ ย ๆ ลดลง ค. เมอ่ื ไฟหมดสามารถนาํ ไปอดั ไฟใชใ หมไ ด ง. เมอ่ื ไฟหมดแสดงวา ความตา งศกั ยไ ฟฟา มคี า ตดิ ลบ (ขอ ง) 51
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี 112. ขณะอดั ไฟเขาแบตเตอรส่ี ะสมแบบตะกว่ั ครง้ั ท่ี 2 และตอ ๆ ไป จงเขยี นปฏกิ ริ ยิ าทข่ี ว้ั ทง้ั 2 (อาโนด) A H+ (คาโทด) S O42Λ B H2O ........... ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ..... 113(En 43/1) ปฎิกิริยาการจายไฟของเซลลสะสมไฟฟาแบบตะกว่ั เปน ดงั น้ี (ขอ 1) ขว้ั A : PbO2(s) + SO24Λ (aq) + 4H+(aq)+2 e o PbSO4(s) + 2H2O(I) ขว้ั B : Pb(s) + SO42Λ (aq) o PbSO4 (s) + 2 e เมอ่ื เซลลน ถ้ี กู ใชง านไประยะหนง่ึ แลว นาํ ไปอดั ไฟจะเกดิ อะไรขน้ึ 1. กรด H2SO4 เกดิ กลบั มาอยา งเดมิ 2. ขว้ั A เกดิ reduction ขว้ั B เกดิ oxidation 3. PbSO4 จะเกดิ ขน้ึ ทง้ั ทแ่ี อโนดและทแ่ี คโทด 4. PbO2 (s) ละลายออกมาในสารละลายกรด ตอบ 114(มช 40) ปฏกิ ริ ยิ าของเซลลส ะสมไฟฟา แบบตะกว่ั ในชว งจา ยไฟเกดิ ขน้ึ ดงั น้ี PPbb(Os)2(+s)S+OS24OΛ42(Λaq()aqo) + ทข่ี ว้ั A : 4H+(aq) + 2 e o PbSO4(s) + 2H2O(l) ทข่ี ว้ั B : PbSO4(s) + 2 e ขอ ความทไ่ี มถ กู ตอ งคอื 1. ในการจา ยไฟกระแสไหลจากขว้ั B ไปขั้ว A 2. ขณะจายไฟ ทง้ั สองขว้ั จะผลติ PbSO4(s) เหมอื นกนั 3. เซลลส ะสมไฟฟา นจ้ี ะจา ยไฟจนกระทง่ั ความเปน กรดลดลงถงึ ระดบั หนง่ึ 4. ในการอัดไฟ จะตอ งตอ ขว้ั + และขั้ว – ของแบตเตอรก่ี บั ขว้ั A และ ขว้ั B ของเซลล สะสมตามลําดับ (ขอ 1) 52
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี 115. เซลลสะสมแบบตะกั่ว เมอ่ื จา ยไฟขว้ั แอโนดคอื ................. ขว้ั แคโทด คอื ...................... อเิ ลคโทรไลต คอื ............................................ ความตา งศกั ยป ระมาณ ................ โวลต 3.6.8 เซลลสะสมแบบนิกเกิล– แคดเมยี ม หรอื เรยี กสน้ั ๆ วา เซลลนิแคด เซลลน แิ คดมคี วามตา งศกั ยป ระมาณ 1.4 โวลต มโี ลหะ Cd เปน ขว้ั อาโนด NiO2 เปน ขว้ั คาโทดและใชส ารละลายเบสเปน อเิ ลก็ โตรไลต เมอ่ื เซลลน แิ คดจา ยไฟจะเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าดงั น้ี ทข่ี ว้ั อาโนด (Cd) Cd(s) + 2OH–(aq) o Cd(OH)2(s) + 2 e ทข่ี ว้ั คาโทด (NiO2) NiO2(s) + 2H2O(l) + 2 e o Ni(OH)2(s) + 2OH–(aq) ปฏิกิรยิ ารวมคอื Cd(s) + NiO2(s) + 2H2O(l) o Cd(OH)2(s) + Ni(OH)2 เมอ่ื เซลลน แิ คดจา ยไฟหมดแลว สามารถนาํ ไปประจไุ ฟใหมไ ด การประจไุ ฟจะเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าตรงขา มกบั การจา ยไฟ ขอ ดขี องเซลลนแิ คดคอื สามารถเกบ็ ไวไ ดน านๆ โดยไมเ สอ่ื ม คุณภาพใชไดทนทานกวาเซลลสะสมไฟฟาแบบตะกั่ว ใหศ กั ยไฟฟา คอนขางคงท่ี เซลลน ิแคด ใชใ นเครอ่ื งใชไ ฟฟา หลายชนดิ เชน เครอ่ื งคดิ เลข เครอ่ื งวดั แสงในกลอ งถา ยรปู เปน ตน 116. เซลลนแิ คด เมอ่ื จา ยไฟขว้ั แอโนดคอื ............................. ขว้ั แคโทด คอื ........................... อเิ ลคโทรไลต คอื ............................................ ความตา งศกั ยป ระมาณ ................ โวลต 117. เซลนแิ คตประกอบดว ยโลหะแคดเมยี ม, นกิ เกลิ (IV) ออกไซด และสารละลายเบสซึ่งมี ปฏกิ ริ ยิ ายอ ยดงั น้ี Cd + 2OH– o Cd(OH)2 + 2 e NiO2 + 2HO2 + 2 e o Ni(OH)2 + 2OH– ใหน กั เรยี นพจิ ารณาวา ขอ ใดถกู ตอ ง ก. นกิ เกลิ (IV) ออกไซดเ ปน ขว้ั อาโนด ข. โลหะแคดเมียมถูกออกซิไดซ ค. โลหะและสารละลายเบสเปน อเิ ลก็ โทรไลต ง. เซลนแิ คตเปน เซลปฐมภมู ิ (ขอ ข) ตอบ 118. เซลลในขอ ใดเปน พวกเดยี วกนั ก. ถานไฟฉาย , เซลลแอลคาไลน , เซลลนิแคต ข. เซลลปรอท , เซลลสะสมไฟฟาแบบตะกั่ว , เซลลแอลคาไลน ค. เซลลสะสมไฟฟาแบบตะกั่ว , เซลลนแิ คต ง. ถานไฟฉาย , เซลลปรอท , เซลลนิกเกิล–แคดเมยี ม (ขอ ค) 53
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี 119. เซลลใ นขอ ใดมคี วามตา งศกั ยส งู กวา กนั ตามลาํ ดบั ก. เซลลน ิแคต เซลลสะสมไฟฟาแบบตะกั่ว เซลลเงนิ ข. เซลลเ งนิ เซลลสะสมไฟฟาแบบตะกั่ว เซลลแอลคาไลน ค. เซลลถานไฟฉาย เซลลปรอท เซลลเ งนิ เซลลนิแคต ง. เซลลสะสมไฟฟาแบบตะกั่ว เซลลเงนิ เซลลนิแคต เซลลปรอท (ขอ ข) 3.6.9 เซลลโซเดียม – ซัลเฟอร เซลลโซเดยี ม – ซัลเฟอร ใชโ ซเดยี มเหลวเปน แอโนด และกํามะถันเหลว (ผสมกบั ผงแกรไฟตเ พอ่ื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ ในการนําไฟฟา) เปน แคโทด โดยมบี ตี าอะลมู นิ า ซง่ึ เปน ของ ผสมของออกไซดข องโลหะ ( Al , Mg , Na) ทย่ี อมให Na+ เคลอ่ื นทผ่ี า นไดเ ปน อเิ ลก็ โทรไลต ระหวา งครง่ึ ปฏกิ ริ ยิ าออกซิ เดชนั กบั รดี กั ชนั คน่ั ดว ยเซรามกิ สท ม่ี รี พู รนุ เลก็ ๆ เพอ่ื ใหโ ซเดยี มไอออนผา น ปฏกิ ริ ยิ าทเ่ี กดิ ขน้ึ ท่ี ขว้ั ไฟฟา เปน ดงั น้ี แอโนด : 2Na(l) o 2Na+(l) + 2 e แคโทด : 8n S8(l) + 2 e o nS2– (l) ปฏกิ ริ ยิ ารวม : 2Na(l) + 8n S8(l) o Na2Sn(l) เซลลส ะสมไฟฟา ชนดิ นใ้ี หศ กั ยไ ฟฟา ประมาณ 2.1 V และสามารถเปลย่ี นผลติ ภณั ฑก ลบั มาเปน สารตง้ั ตน ไดโ ดยการประจหุ รืออดั ไฟเชน เดยี วกบั เซลลท ตุ ิยภมู ชิ นิดอน่ื มอี ายกุ ารใชง าน ยาวนานกวา เซลลส ะสมไฟฟา แบบตะกว่ั แตต อ งควบคมุ อณุ หภมู ขิ องเซลลใ หไ ดป ระมาณ 350oC เพอ่ื ทาํ ใหส ารตง้ั ตน และผลติ ภณั ฑอ ยใู นสภาพหลอมเหลว 120. เซลลโ ซเดยี มซลั เฟอร เมอ่ื จา ยไฟขว้ั แอโนดคอื .................... ขว้ั แคโทด คอื ..................... อเิ ลคโทรไลต คอื ............................................ ความตา งศกั ยป ระมาณ ................ โวลต 121. จากแผนภาพเซลลโ ซเดยี ม–ซัลเฟอร ………………………… จงเตมิ คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ งลงใน ชอ งวา งตอ ไปน้ี ………………………… …………… ………………………… ………………………… 54
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี 122. เหตุใดเซลลโ ซเดยี ม – ซัลเฟอร ตอ ง ควบคมุ อณุ หภมู ขิ องเซลลไ วท ป่ี ระมาณ 350 oC ........... ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ 3.6.10 แบตเตอรอ่ี เิ ลก็ โทรไลตแ ขง็ แบตเตอรอ่ี เิ ลก็ โทรไลตแขง็ เปน เซลลส ะ สมไฟฟา ทใ่ี ชโ ลหะลเิ ทยี มเปน แอโนด และ ไท เทเนยี มไดซลั ไฟดเ ปน แคโทด โดยมอี เิ ลก็ โทร– ไลตเ ปน สารจาํ พวกพอลเิ มอรจงึ เรยี กวา อเิ ลก็ – โทรไลตแขง็ ซง่ึ มสี มบตั ยิ อมใหไ อออนผา นไดด ี แตไ มย อมใหอ เิ ลก็ ตรอนผา นดงั รปู โลหะลเิ ทยี มใหอ เิ ลก็ ตรอนแลว กลายไปเปน Li+ ผา นอเิ ลก็ โทรไลตแ ขง็ ไปยงั แคโทด ซึ่ง มี TiS2 ทาํ หนา ทร่ี บั อเิ ลก็ ตรอนเกดิ เปน TiSΚ2 จากนน้ั Li+ กับ TiSΚ2 จะรวมกนั เปน LiTiS2 อิเลก็ โทรไลตแ ขง็ เปน ฉนวนตอ อิเลก็ ตรอนจงึ ทาํ ใหเ ซลลไ ฟฟา นส้ี ามารถใชง านไดโ ดยไมเ กดิ การลดั วงจร ปฏกิ ริ ยิ าทเ่ี กดิ ขน้ึ เปน ดงั น้ี แอโนด : Li(s) o Li+ (ในอเิ ลก็ โทรไลตแ ขง็ ) + e แคโทด : TiS2 (s) + e– o TiSΚ2 (s) ปฏกิ ริ ยิ ารวม : Li(s) + TiS2 (s) o Li+(ในอเิ ลก็ โทรไลตแ ขง็ ) + TiS2Κ (s) เซลลช นดิ นศ้ี กั ยไ ฟฟา ประมาณ 3 โวลต และเปน เซลลท ตุ ิยภมู ิ จงึ สามารถประจไุ ฟได เชน เดยี วกบั เซลลส ะสมไฟฟา แบบตะกว่ั ปจ จบุ นั มกี ารนาํ แบตเตอรช่ี นดิ นไ้ี ปใชก บั รถยนตซ ง่ึ มี ขอ ดคี อื ไมต อ งเตมิ นาํ้ กลน่ั แตร าคายงั แพงเมอ่ื เปรียบเทยี บกบั เซลลส ะสมไฟฟา แบบตะกว่ั 123. จากแผนภาพแบตเตอรี ………… อเิ ลคโทรไลตแ ขง็ ตอ ไปน้ี …………… จงเตมิ คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ งลง ใน ชอ งวา ง …………… 55
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี แบตเตอรอ่ี เิ ลก็ โทรไลตแ ขง็ อกี ประเภทหนง่ึ ใชโ ลหะลเิ ทยี มเปน แอโนดและใชโ ละออกไซด เชน MnO2 หรอื V6O13 เปน แคโทด สวนอเิ ล็กโทรไลต เปน พอลเิ มอรท ย่ี อมให Li+ ผา นไดแ ตอ เิ ลก็ ตรอน ผา นไมไ ด ปฏกิ ริ ยิ าทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายในเซลลเ ปน ดงั น้ี แอโนด : Li(s) o Li+ (ในอเิ ลก็ โทรไลตแ ขง็ ) + e แคโทด : MnO2 (s) + Li+ + e o LiMnO2 (s) ปฏกิ ริ ยิ ารวม : Li(s) + MnO2(s) o LiMnO2(s) เซลลช นดิ นม้ี ศี กั ยไ ฟฟา ประมาณ 3 โวลต ออกแบบใหม ที ง้ั ขนาดเลก็ และขนาดใหญ เซลลเ ลก็ เทา เมด็ กระดมุ ใชก บั เครอ่ื งคดิ เลขขนาดเลก็ นาฬิกาและกลอ งถายรปู สาํ หรับเซลลข นาด ใหญจะใชก บั คอมพวิ เตอร เปน เซลลท ส่ี ามารถประจไุ ฟฟา ไดเ ชน เดยี วกบั แบตเตอรร่ี ถยนต 3.6.11 แบตเตอรี่อากาศ ปจ จบุ นั นใ้ี นรถยนตไ ฟฟา จะเกบ็ พลงั งานไฟฟา ไวใ นแบตเตอร่ี ซง่ึ ทาํ ใหร ถยนตไ ฟฟา มี ขอ ดอ ยกวา รถยนตท ใ่ี ชเ ครอ่ื งยนตแ บบสนั ดาปภายในคอื ตอ งบรรจแุ บตเตอรท่ี ม่ี นี าํ้ หนกั มากไป ดว ยตลอดเวลา ทาํ ใหก ารทาํ งานและขดี ความสามารถมจี าํ กดั ดงั นน้ั จงึ จาํ เปน ตอ งออกแบบ แบตเตอรใ่ี หไ ดป ริมาณพลงั งานไฟฟา จากหนง่ึ หนว ยมวลของวสั ดทุ ใ่ี ชท าํ ปฏกิ ริ ิยามมี ากขน้ึ แบตเตอรอ่ี ากาศเปน พฒั นาการของแบตเตอรอ่ี ยา งหนง่ึ ซง่ึ เปน เซลลท ใ่ี ชอ อกซเิ จนในอากาศเปน ตัวออกซไิ ดส ใชโ ลหะเชนสงั กะสี หรอื อะลมู เิ นยี มเปน ตวั รดี วิ ซ และอาจใชส ารละลาย NaOH เขม ขน เปน อเิ ลก็ โทรไลต สาํ หรับแบตเตอรอ่ี ะลมู เิ นยี ม–อากาศทใ่ี ชโ ลหะอะลมู เิ นยี มเปน แอโนด เมอ่ื ตอเซลลโ ลหะ อะลมู เิ นยี มจะเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าออกซเิ ดชนั ได Al3+ แตใ นสารละลายมคี วามเขม ขน ของ OH– มาก จงึ เกดิ ไอออนเชงิ ซอ น [Al(OH)4]– สว นทแ่ี คโทดซง่ึ ใชแ ทง คารบ อนเปน ขว้ั ไฟฟา แกส ออกซเิ จน และนาํ้ เกดิ ปฏกิ ริ ยิ ารดี กั ชนั ได OH– ปฏกิ ริ ยิ าทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายในเซลลเ ปน ดงั น้ี แอโนด : 4 { Al(s) + 4OH– (aq) o [Al(OH)4]– (aq) + 3 e } แคโทด : 3 { O2(g) + 2H2O(l) + 4 e o 4 OH–(aq) } ปฏกิ ริ ยิ ารวม : 4Al(s) + 3O2 (g) + 6H2O(l) + 4OH–(aq) o 4 [Al(OH)4] – (aq) 56
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี ในขณะใชง าน [Al(OH)4]– ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในแบตเตอรจ่ี ะเปลย่ี นไปเปน Al(OH)3 เคลอื บโลหะ อะลมู เิ นยี ม ดงั นน้ั หลงั จากใชง านในรถยนตไ ดร ะยะทางประมาณ 200 กโิ ลเมตร จงึ ตอ งมกี าร กาํ จดั Al(OH)3 ออกไป เนอ่ื งจาก Al(OH)3 เปน ฉนวนไฟฟา นอกจากนย้ี งั ไดม กี ารพฒั นาแบต เตอรข่ี น้ึ ใหมอ กี รปู แบบหนง่ึ คอื แบต เตอรส่ี งั กะสี–อากาศซง่ึ มแี ผนภาพดงั รปู ปฏกิ ริ ยิ าทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายในเซลลเ ปน ดงั น้ี แอโนด : Zn(s) o Zn2+(aq) + 2 e 12 O2(g) + 2 e o O2Λ (g) แคโทด : ปฏกิ ริ ยิ ารวม : Zn(s) + 12 O2(g) o ZnO(s) เมอ่ื นาํ แบตเตอรไ่ี ปประจไุ ฟ แกส ออกซเิ จนจะถกู ปลอ ยออกจากแบตเตอร่ี สว นซงิ คอ อกไซด จะถกู รดี วิ ซไ ปเปน สงั กะสี 124. ขอ เสยี ของแบตเตอรอ่ี ะลมู เิ นยี ม – อากาศ ........... ........... ........... ........... ........... ........... .... ........... ........... ........... ........... ........... ........... ........... ........... ........... ........... ........... .............. ΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦΦ ตอนท่ี 4 อเิ ลก็ โตรลซิ สิ และเซลอเิ ลก็ โตรไลต 4.1 ความหมาย @ อิเล็กโตรลิซิส หมายถงึ การแยกสารเคมดี ว ยกระแสไฟฟา ซง่ึ ทาํ ไดโ ดยผา นกระแส ไฟฟา ลงในสารละลายอเิ ลก็ โตรไลต หรอื สารอเิ ลก็ โตรไลตท ห่ี ลอมเหลวแลว สารอเิ ลก็ โตรไลตเ กดิ การแยกสลายไดส ารใหมเ กดิ ขน้ึ ทข่ี ว้ั อาโนด และขว้ั คาโทด @ เซลอิเล็กโตรไลต หมายถงึ เซลไฟฟา เคมที เ่ี ปลย่ี นพลงั งานไฟฟา เปน ปฏกิ ริ ยิ าเคมหี รอื เปน ระบบทเ่ี กดิ กระบวนการอเิ ลก็ โตรลซิ ิส 57
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี 4.2 การอเิ ลก็ โตรลซิ สิ สารประกอบออิ อนกิ ทห่ี ลอมเหลว ขว้ั ไฟฟา ขว้ั ไฟฟา เฉื่อย เฉื่อย + − Na+ 2Na+ + 2 e ⇓ 2Na 2Cl⊥ ⇓ Cl2 + 2 e ClΚ ตัวอยางเชน การอิเล็กโตรลิซิส NaCl ทห่ี ลอมเหลว Na+ ออิ อน จะเคลอ่ื นทไ่ี ปยงั ขว้ั ลบ แลว ถกู รดี วิ ซก ลายเปน โลหะโซเดยี ม (Na) 2Na+((l)) + 2 e o 2Na(s) ตรงน้ีเกดิ ปฏกิ ริ ิยารีดกั ชนั เรยี กขว้ั นว้ี า ขว้ั คาโทด ( ขัว้ ลบ ) Cl– ออิ อน จะเคลอ่ื นทไ่ี ปยงั ขว้ั บวก แลว ถกู ออกซิไดซกลายเปนกา ซคลอรนี (Cl2) 2Cl–((l)) o Cl2(g) + 2 e ตรงนี้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น เรยี กขว้ั นว้ี า ขว้ั อาโนด ( ขั้วบวก ) ปฏกิ ริ ยิ ารวม 2Na+( l) + 2Cl–(l) o 2Na(s) + Cl2(g) (ปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซ) หรอื 2NaCl(l) o 2Na(s) + Cl2(g) 125. จงเตมิ ขอ ความลงในชอ งวา งใหส มบรู ณ เกย่ี วกบั การอเิ ลก็ โตรลซิ สิ NaCl ทห่ี ลอมเหลว Na+ ออิ อน จะเคลอ่ื นทไ่ี ปยงั ขว้ั .......... แลว ถกู รดี วิ ซก ลายเปน โลหะโซเดยี ม (Na) 2Na+(l) + 2 e o 2Na(s) ตรงนเ้ี กดิ ปฏกิ ริ ยิ า................ เรยี กขว้ั นว้ี า ขว้ั ............ ( ขว้ั ....... ) Cl– ออิ อน จะเคลอ่ื นทไ่ี ปยงั ขว้ั ......... แลว ถกู ออกซไิ ดซกลายเปนกา ซคลอรีน(Cl2) 2Cl–( l) o Cl2(g) + 2 e ตรงนเ้ี กดิ ปฏกิ ริ ยิ า............... เรยี กขว้ั นว้ี า ขว้ั ............ ( ขว้ั ....... ) ปฏกิ ริ ยิ ารวม คอื ........................................................................................... 58
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี 126(En 42/2) ในการทาํ อเิ ลก็ โทรลซิ สิ ของลเิ ทยี มไฮไดรด โดยใชแ พลทนิ มั เปน ขว้ั ไฟฟา ดงั ภาพ ขว้ั ไฟฟา A เกดิ ปฏกิ ริ ยิ าใด 1. 2H–(l) o H2(g) + 2 e ขว้ั ไฟฟา A 2. 2H+(l) + 2 e o H2(g) ลิเทียมไฮโดรดหลอมเหลว 3. Li+(l) + e o Li(l) 4. Li(l) o Li+(l) + e (ขอ 1) 4.3 การอเิ ลก็ โทรลซิ สิ สารละลายอเิ ลก็ โทรไลตท ใ่ี ชน าํ้ เปน ตวั ทาํ ละลาย ตัวอยางเชน การอเิ ลก็ โทรลซิ สิ สารละลายคอปเปอร (II) ซัลเฟต (CuSO2) ในนาํ้ ในสารละลาย CuSO4 ประกอบ + ขว้ั ไฟ ดว ย Cu2+ , S O42Κ และยงั มี ขว้ั ไฟ โมเลกลุ H2O ซง่ึ อาจรบั หรอื ฟา ฟา จา ยอเิ ลคตรอนดว ยกไ็ ด การ − พจิ ารณาวา จะเกดิ ปฎกิ รยิ าอยา งใด ตอ งดทู ค่ี า Eo Cu2 S 2Κ O4 กําหนดคา Eo ครึ่งเซลลมาตรฐานดังนี้ H2O 2H2O(l) + 2 e o H2(g) + 2OH–(aq) Eo = –0.83 V o 2H+(aq) Eo = +1.23 V o 1 O2(g) + + 2e o H2O(l) Eo = +2.01 V o 2 Eo = +0.34 V o 1 S2 O82Κ (aq) + e o S O42Κ (aq) 2 Cu2+(aq) + 2 e o Cu(s) ทข่ี ว้ั คาโทด (ข้วั ลบ) สารทจ่ี ะไปรบั อเิ ลค็ ตรอนทข่ี ว้ั ลบไดม ี Cu2+, H2O ลองพจิ ารณาคา Eo 2H2O(l) + 2 e o H2(g) + 2OH–(aq) Eo = –0.83 V o Cu2+(aq) + 2 e o Cu(s) Eo = +0.34 V o จะพบวา Cu2+ ชงิ อเิ ลก็ ตรอนไดด กี วา H2O ดงั นน้ั ปฏกิ ริ ยิ าซง่ึ เกดิ ขน้ึ ทข่ี ว้ั แคโทด คอื Cu2+(aq) + 2 e o Cu(s) 59
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี ทข่ี ว้ั แอโนด (ขั้วบวก) สารทจ่ี ะไปใหอ เิ ลก็ ตรอนทข่ี ว้ั บวกไดม ี H2O และ S O42Κ ตรงนต้ี อ ง เลอื กสมการทม่ี ี H2O และ S O42Κ อยดู า นขวา เพอ่ื หาวา สารตวั ใดจา ย e ไดด กี วา 2H+(aq) Eo = +1.23 V o 1 O2(g) + + 2e o H2O(l) 2 Eo = +2.01 V o 1 S2 O82Κ (aq) + e o S O42Κ (aq) 2 ตรงนจ้ี ะเหน็ วา สมการที่ มคี า Eo ตาํ่ กวา แสดงวา H2O จา ย e ไดง า ยกวา 2H+(aq) ดงั นน้ั ปฏกิ ริ ยิ าทข่ี ว้ั บวก คอื H2O(l) o 1 O2(g) + + 2 e 2 ( สมการที่ สลบั ดา น เพราะเปน สมการแสดงการจา ย e ของนาํ้ ) ปฏกิ ริ ยิ ารวม คือ Cu2+(aq) + H2O(l) ⊂ Cu(s) + 1 O2(g) + 2H+(aq) 2 ดังนั้นเมื่ออิเล็กโทรลิซิสสารละลาย CuSO4 จะได Cu เกาะทข่ี ว้ั แคโทด และไดกาซ O2 ทข่ี ว้ั แอโนด สวนสารละลายจะมีสมบัติเปนกรด เพราะเกิด H+ 127. จงเตมิ ขอ ความลงในชอ งวา งใหส มบรู ณ กําหนดคา Eo ครึ่งเซลลมาตรฐานดังนี้ 2H2O(l) + 2 e o H2(g) + 2OH–(aq) Eo = –0.83 V o 2H+(aq) Eo = +1.23 V o 1 O2(g) + + 2e o H2O(l) Eo = +2.01 V o 2 o Eo = +0.34 V 1 S2 O82Κ (aq) + e o S O42Κ (aq) 2 Cu2+(aq) + 2 e o Cu(s) เกย่ี วกบั การอเิ ลก็ โทรลซิ สิ สารละลายคอปเปอร (II) ซัลเฟต (CuSO2) ในนาํ้ ทข่ี ว้ั คาโทด (ขว้ั ลบ) สารทจ่ี ะไปรบั อเิ ลค็ ตรอนทข่ี ว้ั ลบไดม ี Cu2+, H2O จะดวู า สารตวั ใดแยง รบั อเิ ลคตรอนไดด กี วา ตอ งพจิ ารณาคา Eo จากสมการท.่ี ................ จะพบวา .......... ชงิ อเิ ลก็ ตรอนไดด กี วา ……… ดงั นน้ั ปฏกิ ริ ยิ าซง่ึ เกดิ ขน้ึ ทข่ี ว้ั แคโทด คอื Cu2+(aq) + 2 e o Cu(s) ทข่ี ว้ั แอโนด (ขั้วบวก) สารทจ่ี ะไปใหอ เิ ลก็ ตรอนทข่ี ว้ั บวกไดม ี H2O และ S O42Κ ตรงนต้ี อ งเลอื ก สมการทม่ี ี H2O และ S O42Κ อยดู า นขวา เพื่อหาวา สารตวั ใดจา ย e ไดด กี วา คือสมการที.่ ........ ตรงนจ้ี ะเหน็ วา สมการที่ ............ มคี า Eo ตาํ่ กวา แสดงวา ............. จา ย e ไดง า ยกวา ดงั นน้ั ปฏกิ ริ ยิ าทข่ี ว้ั บวก คอื H2O(l) o 1 O2(g) + 2H+(aq) + 2 e 2 ( สมการที่ สลบั ดา น เพราะ......................................................... ) 60
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี ปฏกิ ริ ยิ ารวม คือ ……………………………………………………………….…. ดังนั้นเมื่ออิเล็กโทรลิซิสสารละลาย CuSO4 จะได Cu เกาะที่ขั้ว................ และไดกาซ O2 ทข่ี ว้ั ............... สวนสารละลายจะมีสมบัติเปนกรด เพราะ...................... 128. จงเตมิ ขอ ความลงในชอ งวา งใหส มบรู ณ กําหนดคา Eo ครึ่งเซลลมาตรฐานดังนี้ Na+(aq) + e o Na(s) Eo = −2.71 o 1 S2 O82Λ (aq) +e o SO42Λ (aq) Eo = +2.01 o 2 2e o o O2(g) + 2H+(aq) + H2O(l) Eo = +1.23 o 1 2H2O(l) + 2 e o H2(g) + 2OH–(aq) Eo = −0.83 2 เมื่อทําการแยกสลายสารละลาย Na2SO4 ทม่ี นี าํ้ เปน ตวั ทาํ ละลายดว ยกระแสไฟฟา ทข่ี ว้ั คาโทด (ขวั้ ลบ) สารทจ่ี ะไปรบั อเิ ลค็ ตรอนทข่ี ว้ั ลบไดค อื …………และ............….. จะดวู า สารตวั ใดแยง รบั อเิ ลคตรอนไดด กี วา ตอ งพจิ ารณาคา Eo จากสมการท.่ี ................ จะพบวา .......... ชงิ อเิ ลก็ ตรอนไดด กี วา ……… ดงั นน้ั ปฏกิ ริ ยิ าซง่ึ เกดิ ขน้ึ ทข่ี ว้ั แคโทด คอื …………………………………………………………… ทข่ี ว้ั แอโนด (ขั้วบวก) สารทจ่ี ะไปใหอ เิ ลก็ ตรอนทข่ี ว้ั บวกไดม ี ...........และ …….ตรงนต้ี อ งเลอื ก สมการทม่ี ี H2O และ S O42Κ อยดู า นขวา เพอื่ หาวา สารตัวใดจา ย e ไดด กี วา คือสมการที.่ ........ ตรงนจ้ี ะเหน็ วา สมการที่ ............ มคี า Eo ตาํ่ กวา แสดงวา ............. จา ย e ไดง า ยกวา ดงั นน้ั ปฏกิ ริ ยิ าทข่ี ว้ั บวก คอื ..................................................................... ปฏกิ ริ ยิ ารวม คือ ……………………………………………………………….…. 129(En 36) กาํ หนดให Eo(V) (I) Na+(aq) + e o Na(s) −2.71 (II) 1 S 2 O82Λ (aq) + e o SO42Λ (aq) +2.01 (III) 2 H2O(l) +1.23 2H+(aq) −0.83 1 O2(g) + + 2 e o 2 (IV) 2H2O(l) + 2 e o H2(g) + 2OH–(aq) เมื่อทําการแยกสลายสารละลาย Na2SO4 ทม่ี นี าํ้ เปน ตวั ทาํ ละลายดว ยกระแสไฟฟา ขอ ใดตอ ไปนแ้ี สดงการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าทถ่ี กู ตอ งทแ่ี อโนดและแคโทด 61
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี แอโนด แคโทด แอโนด แคโทด (ขอ 1) 1. III IV 2. II I 3. III I 4. I II วธิ ที าํ 130(มช 31) กาํ หนดคา ศกั ยไ ฟฟา มาตรฐานดงั ตอ ไปน้ี S2O2–(aq) + 2 e o 2S O42Κ (aq) E0 = +2.00 V O2(g) + 4H+(aq) + 4 e o 2H2O(l) E0 = +1.23 V E0 = −0.83 V 2H2O(l) + 2 e o H2(g) + 2OH–(aq) E0 = −2.71 V Na+(aq) + e o Na(s) ขอมลู นเี้ มอื่ นําสารละลายโซเดยี มซัลเฟต (Na2SO4) มาแยกดว ยกระแสไฟฟา จะไดผ ลติ ภณั ฑ คอื (เกดิ H2 ทค่ี าโทด และเกิด O2 ทอ่ี าโนด) วธิ ที าํ 62
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี 4.4 เซลลอ เิ ลก็ โทรไลตท ใ่ี ชข ว้ั ไฟฟา ซง่ึ มสี ว นรว มในการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ า ตัวอยางเชน เซลลอิเล็กโทรไลต ซ่งึ ประกอบดวยสารละลาย CuSO4 และ แทง ทอง แดง(Cu) 2 แทง ทาํ หนา ทเ่ี ปน ขว้ั ไฟฟา ซง่ึ ตอ กบั แบตเตอร่ี ในเซลลอิเล็กโทรไลตนี้ เมอ่ื ใหก ระแสครบวงจรจะเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าดงั น้ี + − Cu Cu2 Cu S 2√ O4 H2O ทข่ี ว้ั คาโทด (ขั้วลบ ) สารทจ่ี ะไปรบั อเิ ลค็ ตรอนทข่ี ว้ั ลบไดม ี Cu2+, H2O แตเ นอ่ื งจาก Cu2+ ชงิ อเิ ลก็ ตรอนไดด กี วา H2O ดงั นน้ั ปฏกิ ริ ยิ าซง่ึ เกดิ ขน้ึ ทข่ี ว้ั แคโทด คอื Cu2+(aq) + 2 e o Cu(s) จงึ ไดโ ลหะทองแดงเกาะอยรู อบขว้ั ทองแดงนน้ั ทข่ี ว้ั แอโนด (ขว้ั ทองแดงทต่ี อ กบั ขว้ั บวกของแบตเตอรี่) สารทอ่ี าจจา ยอเิ ลคตรอนได คอื S O42Κ , H2O และ Cu ตรงนต้ี อ งเลอื กสมการทม่ี ี H2O และ S O42Κ อยดู า นขวา เพอ่ื หาวา สารตวั ใดจา ย e ไดด กี วา 1 O2(g) + 2H+(aq) + 2e o H2O(l) Eo = +1.23 V 2 1 S2 2Λ (aq) + e o S 2Λ (aq) Eo = +2.01 V 2 O8 O4 Eo = +0.34 V Cu2+(aq) + 2 e o Cu(s) จากคา Eo จะเหน็ ไดว า ทองแดงใหอ เิ ลก็ ตรอนไดง า ยกวา H2O และ S O42Κ 63
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี ดงั นน้ั ทข่ี ว้ั แอโนดจงึ เกดิ ปฏกิ ริ ยิ าดงั น้ี Cu(s) o Cu2+(aq) + 2 e ซง่ึ ทาํ ใหแ ผน แอโนดคอ ยๆ กรอ นไป ( ทข่ี ว้ั แอโนดน้ี ถา ใชข ว้ั ไฟฟา เฉอ่ื ย นาํ้ จะใหอ เิ ลก็ ตรอนแลว เกดิ กา ซออกซเิ จน ) ควรรู การใชค า Eo ตดั สินการเกิดปฏิกิรยิ าในเซลลอิเล็กโทรไลต บางครง้ั อาจใมส อด คลอ งกบั ผลการทดลอง เชน การอิเล็กโทรลิซีสสารละลาย NaCl เขม ขน ถา พจิ ารณา จากคา Eo ทข่ี ว้ั แอโนดควรจะเกดิ กา ซออกซเิ จน แตจ ากผลการทดลอง ปรากฎวา เกดิ กา ซคลอรนี ทเ่ี ปน เชน นน้ั เพราะยงั มสี าเหตอุ น่ื เขา มาเกย่ี วขอ งดว ย เชน เกดิ ปรากฎการณท เ่ี รยี กวา ศักยไฟฟาเกินตัว (Overvoltage) เปน ตน นอกจากนน้ั คา Eo ทเ่ี ราใชต ดั สนิ บางครง้ั กไ็ มใ ชค า ศกั ยไ ฟฟา ทแ่ี ทจ รงิ ของสาร เพราะความเขม ขน ของ ไอออนในสารละลายไมไ ดเ ทา กับ 1 mol/l เสมอไป 131. จากแผนภาพตอ ไปน้ี จงเขยี นปฏกิ รยิ าทเ่ี กดิ ทข่ี ว้ั ทง้ั สอง +− Cu Cu Cu2 S 2√ O4 …………………………. …………………………. 4.5 ประโยชนข องอเิ ลก็ โตรลซิ สิ 4.5.1 การเตรยี มโลหะจากสารประกอบ การเตรียมโลหะจากสารประกอบ ทาํ ไดโ ดยผา นกระแสไฟฟา ลงในสารประกอบไอออนกิ ทป่ี ระกอบดว ยออิ อนของโลหะทต่ี อ งการเตรียมในขณะหลอมเหลวกจ็ ะไดโ ลหะนน้ั ทข่ี ว้ั คาโทด เพราะโลหะออิ อนนน้ั จะมารบั อเิ ลก็ ตรอนทข่ี ว้ั คาโทด(เกดิ รดี กั ชนั ) แลว กลายเปน โลหะตวั อยา ง เชน การเตรยี มโลหะโซเดยี มจากโซเดยี มคลอไรดท ห่ี ลอมเหลวจะไดโ ลหะโซเดยี มทข่ี ว้ั คาโทด และกา ซคลอรนี ทข่ี ว้ั อาโนด 132. ในการแยก NaCl เหลวดว ยกระแสไฟฟา ทข่ี ว้ั บวกจะได ............. ทข่ี ว้ั ลบจะได ............. 64
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี 4.5.2 การผลติ โลหะอะลมู เิ นยี ม อะลมู เิ นยี มเปน โลหะเบา เนื้อแข็ง สีเงิน ผวิ เปนมันวาว จุดหลอมเหลวสูง นาํ มาใชป ระโยชน ทง้ั ในรปู ของโลหะและโลหะผสม ในธรรมชาตไิ มพ บโลหะอะลมู เิ นยี มในรปู ธาตอุ สิ ระ แตจะพบ ในรปู ของสารประกอบ เชน แรบอกไซดมี Al2O3 . 2H2O รอ ยละ 85 โดยมวล เมื่อนํามาแยกสิ่ง เจือปนอื่นๆ ออกแลวเผาที่อุณหภูมิ 120oC จะไดอ ะลมู นิ าทไ่ี มม นี าํ้ ผลกึ คอื Al2O3 ซึ่งเปนวัตถุดิบที่ ใชใ นการผลติ โลหะ อะลมู เิ นยี ม การผลิตโลหะอะลูมิเนียมอาจทําไดโดยแยกดวยกระแสไฟฟา โดย นาํ Al2O3 ซึ่งมีจุดหลอมเหลวสูงมาก (2045oC) มาผสมกบั แรไ ครโอไลต (Na3AIF6) หลอมเหลว จะไดของผสมหลอมเหลวที่มีอุณหภูมิต่ําลงและนําไฟฟาได ซึ่งสามารถนําไปแยกดวยกระแสไฟฟา ทอ่ี ณุ หภมู ปิ ระมาณ 1000oC โดยใชแทงแกรไฟตเปนข้ัวไฟฟา เมื่อผานกระแสไฟฟาที่มีความตาง ศกั ยป ระมาณ 5 โวลต และกระแสไฟฟามากกวา 175000 A จะเกิดปฏิกิริยาดังนี้ แคโทด : 4 {Al3+ + 3 e o Al(l)} แอโนด : 3 { 2O2– o O2 (g) + 4 e } แกส ออกซเิ จนทเ่ี กดิ ขน้ึ จะทาํ ปฏกิ ริ ิยากบั คารบ อนทแ่ี อโนดไดผ ลติ ภณั ฑส ว นใหญเ ปน CO2 ดงั สมการ C(s) + O2 (g) o CO2 (g) ปฏกิ ริ ยิ ารวม : 2Al2O3(l) + 3C(s) o 4Al( l) + 3CO2 (g) การแยกแรบ อกไซดด ว ยกระแสไฟฟา จะไดโ ลหะอะลมู เิ นยี มทแ่ี คโทด และแกส คารบ อนได- ออกไซดท แ่ี อโนด อยา งไรกต็ ามการผลติ โลหะอะลมู เิ นยี มวธิ นี ย้ี งั มคี า ใชจ า ยสงู ดงั นน้ั อะลมู เิ นยี ม สว นใหญท ใ่ี ชใ นปจ จบุ นั จงึ ไดจ ากการนาํ เศษอะลมู เิ นยี ม วสั ดหุ รอื ภาชนะทท่ี าํ จากโลหะอะลมู เิ นยี มท่ี ใชแ ลว นาํ กลบั มาหลอมและทาํ ใหบ รสิ ทุ ธ์ิ ขน้ึ แลว นาํ มาใชใ หม 133. ในการผลติ อลมู เิ นยี มดว ยกระแสไฟฟา นน้ั ขน้ั ท่ี 1 ตอ งนาํ แรบอกไซดม าเผาเพอ่ื ................................................ .......... .......... ..... ขน้ั ท่ี 2 ใชก ระแสไฟฟา แยก ขว้ั แคโทดจะเกดิ ปฏกิ ริยา ............... ....... ....... ....... ....... ....... ....... ....... ....... ....... ขว้ั แอโนดจะเกดิ ปฏกิ รยิ า ............... ....... ....... ....... ....... ....... ....... ....... ....... ....... 65
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี 4.5.3 การผลติ โลหะแมกนเี ซยี ม แมกนเี ซยี มเปน โลหะเนอ้ื แขง็ เบา จดุ หลอมเหลวสงู จงึ นาํ ไปใชป ระโยชนท ง้ั ในรูปโลหะ และใชท าํ โลหะผสมเนอ่ื งจากศกั ยไ ฟฟา ของ Mg2+ มคี า ตาํ่ มากไมส ามารถหาตวั รดี วิ ซท เ่ี หมาะ สมมารดี วิ ซ Mg2+ ใหเ ปน โลหะแมกนเี ซยี มได การผลติ โลหะแมกนเี ซยี มจงึ ใชว ธิ แี ยกสารประ กอบของโลหะแมกนเี ซยี มดว ยกระแสไฟฟา วตั ถดุ บิ สาํ คญั ทใ่ี ชใ นการผลติ โลหะแมกนเี ซยี มคอื นาํ้ ทะเล เนอ่ื งจากนาํ้ ทะเลมสี าร ประกอบของแมกนเี ซยี มละลายอยมู ากในปรมิ าณใกลเ คยี งกบั NaCl ขน้ั ตอนการผลติ โลหะแมกนเี ซยี มจากนาํ้ ทะเลเปน ดงั น้ี ขน้ั ท่ี 1 แยก Mg2+ ทล่ี ะลายอยใู นนาํ้ ทะเล โดยเตมิ สารละลายเบสจะได Mg(OH)2 ดงั สมการ Mg2+(aq) + 2OH–(aq) o Mg(OH)2 (s) ขน้ั ท่ี 2 กรองแยก Mg(OH) 2 แลว เตมิ สารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ เพอ่ื ใหไ ด MgCl2 ดงั สมการ 2HCl(aq) + Mg(OH)2 (s) o MgCl2(aq) + 2H2O(l) ขน้ั ท่ี 3 ระเหยนาํ้ เพอ่ื ใหไ ด MgCl2 ทเ่ี ปน ของแขง็ เมอ่ื นาํ ไปใหค วามรอนจนหลอมเหลวแลว ผา นกระแสไฟฟา จะเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าดงั สมการ แคโทด : Mg2+( l) + 2 e o Mg(l) แอโนด : 2Cl–( l) o Cl2(g) + 2 e ปฏิกิริยา : Mg2+( l) + 2Cl–( l) o Mg(l) + Cl2(g) 134. การผลติ โลหะแมกนเี ซยี มจากนาํ้ ทะเล มขี น้ั ตอนดงั น้ี ขน้ั ท่ี 1 .................. ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ขน้ั ท่ี 2 .................. ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ขน้ั ท่ี 3 .................. ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ 66
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี 4.5.4 การทาํ โลหะใหบ รสิ ทุ ธ์ิ ประโยชนข องอิเล็กโตรลิซิสที่ สาํ คญั อกี ประการหนง่ึ คอื นาํ มาใช โลหะทองแดง S โลหะทองแดงที่มี ในการทาํ โลหะใหบ รสิ ทุ ธิ์ เชน กรณี บรสิ ทุ ธ์ิ (คาโทด) สิ่งเจือปน (อาโนด) โลหะทองแดง โดยปกตโิ ลหะทอง สารละลาย Cu2+ ตะกอนของ แดงทไ่ี ดจ ากการถลงุ จะมคี วามบร–ิ CuSO4 Ag, Au, Pt สทุ ธป์ิ ระมาณ 99% เทา นน้ั นอกนน้ั จะมโี ลหะอน่ื เจอื ปนอยู เชน เหลก็ เงนิ สังกะสี ทองคาํ และแพลตนิ มั เราสามารถทาํ ใหไ ด ทองแดงบรสิ ทุ ธไ์ิ ดโ ดยใชเ ซลลอ ิเลก็ โตรลติ กิ จะตอ งปรบั ศกั ยไ ฟฟา ใหพ อเหมาะคอื ปรบั ใหเ ฉพาะทองแดง และโลหะอน่ื ๆ ทใ่ี หอ เิ ลก็ ตรอนไดง า ยกวา ทองแดง เชน เหลก็ สังกะสี ละลายลงสูสารละลายในรูปของอิออน (เกดิ ออกซเิ ดชนั ) สว น โลหะอน่ื ซง่ึ ใหอ เิ ลก็ ตรอนไดย ากกวา ทองแดง เชน เงนิ ทองคาํ แพลตนิ มั จะตกลงทก่ี น ภาชนะ เกดิ เปน ตะกอนมลี กั ษณะคลา ยโคลน ซง่ึ อาจแยกออกมาภายหลงั หรอื ทาํ ใหบ รสิ ทุ ธต์ิ อ ไป Cu2+ ออิ อนทเ่ี กดิ ขน้ึ จะเคลอ่ื นทไ่ี ปยงั ขว้ั คาโทดแลว ถกู รดี วิ ซก ลายเปน Cu เคลอื บอยทู ข่ี ว้ั คาโทดสว น ออิ อนของโลหะอน่ื ๆ ซง่ึ เปน สง่ิ เจอื ปนละลายอยใู นสารละลายจะไมถ กู รดี วิ ซ (เพราะมคี า Eo ตาํ่ กวา ของ Cu2+ ออิ อน) การทาํ ทองแดงใหบ ริสทุ ธโ์ิ ดยวธิ นี จ้ี ะไดท องแดงบรสิ ทุ ธถ์ิ งึ 99.95% 135. จากแผนภาพตอ ไปน้ี จงเขยี นปฏกิ รยิ าทเ่ี กดิ ทข่ี ว้ั ทง้ั สอง +− Cu Cu Cu2 S 2√ O4 …………………………. …………………………. 136. ทองแดงทถ่ี ลงุ ไดจ ากสนิ แร เมอ่ื ทาํ ใหบ รสิ ทุ ธโ์ิ ดยใชห ลกั การของเซลลอ เิ ลก็ โทรลซิ สิ ขอ ความตอ ไปนข้ี อ ใด ผดิ ก. ใชท องแดงถลงุ เปน อาโนด และทองบรสิ ทุ ธเ์ิ ปน คาโทด ข. สารเจอื ปนในทองแดงถลงุ มคี วามสามารถเปน ตวั รีดวิ ซห รอื ตวั ออกซไิ ดซแ ตกตา งจาก ทองแดงมากพอสมควร 67
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี ค. สารเจอื ปนในทองแดงถลงุ ทถ่ี กู ออกซไิ ดซไ ดย ากกวา ทองแดงจะตกตะกอนอยกู น ภาชนะเซลล ง. สารละลายในเซลลเปนอิเล็กโทรไลตอะไรก็ไดเชน CuSO4 , ZnSO4 หรอื H2SO4 เปน ตน (ขอ ง) ตอบ 137. นกั เรยี นคนหนง่ึ ทาํ การทดลองดงั รปู โลหะผสม แทงโลหะเงิน Cu , Ag , Fe AgNO3 ขอ ใดกลา วไดถ กู ตอ งบา ง (1) จดุ ประสงคข องนกั เรยี นคนนเ้ี พอ่ื ตอ งการทาํ โลหะเหลก็ ทองแดง และเงนิ ใหบ รสิ ทุ ธ์ิ (2) จดุ ประสงคข องเขาตอ งการแยกโลหะเงนิ ใหบ รสิ ทุ ธเ์ิ ทา นน้ั (3) จดุ ประสงคข องเขาตอ งการชบุ โลหะเงนิ ดว ยไฟฟา (4) การทดลองนข้ี ว้ั อาโนดจะเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าออกซเิ ดชนั ซง่ึ ไดแ กข ว้ั ลบ เลอื กขอ ทถ่ี กู ตอ ง (ขอ ข.) ก. (1) ข. (2) ค. (3) ง. (1) , (4) จ. (2) , (4) ตอบ 4.5.5 การชบุ โลหะดวยกระแสไฟฟา หลกั การชบุ โลหะดว ยกระแสไฟฟา มดี งั น้ี 1. โลหะทจ่ี ะใชช บุ ตอ งเปน อาโนด หรอื ขว้ั บวก 2. ของทต่ี อ งการชบุ ตอ งเปน คาโทด หรอื ขว้ั ลบ 3. สารละลายอเิ ลก็ โตรไลดจ ะตอ งมอี อิ อนของโลหะชนดิ เดยี วกบั โลหะทจ่ี ะใชช บุ หรือ เปน ออิ อนของโลหะชนดิ เดยี วกนั กบั โลหะทอ่ี าโนด (ขว้ั บวก) 68
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี 4. การชุบโลหะตองใชไฟฟากระแสตรง เพราะตอ งการใหอ เิ ลก็ ตรอนไหลไปทางเดยี วตลอด การชบุ โลหะดว ยไฟฟา คอื กระบวนการอเิ ลก็ โตรไลซสิ ทข่ี ว้ั ไฟฟา มสี ว นรวมในปฏกิ ริ ยิ า ดว ย เชน การชบุ ตะปเู หลก็ ดว ยสงั กะสจี ะตอ งตอ เหลก็ เขา กบั ขว้ั ลบ และตอ แผน สงั กะสเี ขา กบั ขว้ั บวกของแบตเตอร่ี สารละลายอิเล็กโตรไลต จะตองใชสารละลายของ Zn2+ เชน สารละลาย ZnSO4 ดงั นน้ั ตะปเู หลก็ จงึ เปน ขว้ั ลบ สว นแผน สงั กะสเี ปน ขว้ั บวก สงั กะสี Zn2+ ตะปูเหล็ก (คาโทด) (อาโนด) Zn2+ S O42Κ สงั กะสที ม่ี เี คลอื บ ปฏกิ ริ ยิ าทเ่ี กดิ ขน้ึ มดี งั น้ี สารละลาย ZnSO4 ทข่ี ว้ั อาโนด เกดิ ปฏกิ ริ ยิ าออกซเิ ดชนั คอื Zn เสยี อเิ ลกตรอนทาํ ใหเ กดิ Zn2+ ออิ อนลง ในสารละลายสงั กะสจี งึ กรอ นไปเรอ่ื ย เขยี นสมการแสดงปฏกิ ริ ยิ าไดด งั น้ี Zn(s) o Zn2+(aq) + 2 e ทข่ี ว้ั คาโทด เกดิ ปฏกิ ริ ยิ ารดี กั ชนั คอื Zn2+ ออิ อนในสารละลาย ZnSO4 รบั อเิ ลก็ ตรอน แลว กลายเปน Zn เกาะทต่ี ะปเู หลก็ (เคลอื บตะปเู หลก็ ) เขยี นสมการแสดงปฏกิ ริ ยิ าไดด งั น้ี Zn2+(aq) + 2 e o Zn(s) ในการชุบโลหะโดยใชก ระแสไฟฟา จะใหไ ดผ วิ เรียบตอ งปฏบิ ตั ดิ งั น้ี 1. ตอ งปรบั คา ความตา งศกั ยใ หเ หมาะสมกบั ชนดิ ของโลหะทต่ี อ งการชบุ 2. สารละลายอเิ ลก็ โตรไลตต อ งมคี วามเขม ขน ทเ่ี หมาะสม 3. โลหะทใ่ี ชอ าโนดตอ งบรสิ ทุ ธ์ิ 4. ตอ งไมช บุ นานเกนิ ไป 138. ในการชบุ ตะปเู หลก็ ดว ยสงั กะสี ตอ งทาํ ดงั น้ี ตอ สงั กะสบี รสิ ทุ ธเ์ิ ขา ทข่ี ว้ั .............. .......... .......... .......... .......... .......... .......... .......... ...... เพอ่ื ใหเ กดิ ปฏกิ รยิ าดงั น้ี ............. .......... .......... .......... .......... .......... .......... .......... ...... ตอ ตะปทู จ่ี ะชบุ เขา ทข่ี ว้ั .............. .......... .......... .......... .......... .......... .......... .......... ....... เพอ่ื ใหเ กดิ ปฏกิ รยิ าดงั น้ี ............. .......... .......... .......... .......... .......... .......... .......... ...... สารละลายทใ่ี ชจ ะตอ งมไี อออนของ ............................... 69
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี 139. สง่ิ ทต่ี อ งปฏบิ ตั เิ สมอในการชบุ โลหะ คอื 1. 2. 3. 4. 140. ขอ ใดถกู ตอ งสาํ หรับการชบุ โลหะดว ยกระแสไฟฟา (ขอ ง) ก. สง่ิ ทต่ี อ งการชบุ เปน แคโทด (ขัว้ ลบ) ข. ตอ งการชบุ ดว ยโลหะใดตอ งใชโ ลหะนน้ั เปน อาโนด (ขว้ั บวก) ค. สารละลายอเิ ลก็ โทรไลตต อ งมไี อออนของโลหะทเ่ี ปน อาโนด ง. ถูกทั้ง ก , ข และ ค 141. สิ่งใด ไม ควรปฏบิ ตั ใิ นการชบุ โลหะดว ยไฟฟา (ขอ ก) ก. โลหะทจ่ี ะใชช บุ เปน คาโทดหรอื ขว้ั ลบของเซลล ข. ใชข องทจ่ี ชุ บุ เปน คาโทดหรือขว้ั ลบของเซลล ค. ในสารละลายอเิ ลก็ โทรไลตม ไี อออนของโลหะทจ่ี ะชบุ ง. ใชก ระแสไฟตรง 142(En 39) จากขอ สรปุ ในการชบุ โลหะดว ยไฟฟา ตอ ไปน้ี ก. สารละลายอเิ ลก็ โทรไลตต อ งมไี อออนของโลหะทใ่ี ชเ คลอื บปนกบั สารประกอบไซยาไนต ข. สง่ิ ทต่ี อ งการชบุ ควรตอ ทข่ี ว้ั แอโนด ค. ตอ งการชบุ ชน้ิ งานดว ยโลหะใด ตอ งตอ โลหะนน้ั ทข่ี ว้ั แคโทด ง. การทดลองสามารถตอ กระแสไฟฟา ตรงหรือกระแสไฟฟา ตามบา นได จ. โลหะทเ่ี ปน แอโนดตอ งบรสิ ทุ ธ์ิ และไมค วรชบุ นานเกนิ ไป ขอ สรปุ ใดผดิ 1. ก ข และ ค 2. ค ง และ จ 3. ก ง และ จ 4. ข ค และ ง (ขอ 4) 70
Chem Online IV http://www.pec9.com บทท่ี 9 ไฟฟาเคมี 143. ถา ตอ งการชบุ เหรยี ญทองแดงดว ยเงนิ ควรใชอ ะไรเปนอิเลก็ โทรไลต และอะไรเปน อาโนด ตาม ลาํ ดบั (ขอ ก) ก. สารละลายที่มี Ag+ โลหะเงิน ข. สารละลายที่มี Cu2+ โลหะเงนิ ค. สารละลายที่มี Ag+ เหรยี ญทองแดง ง. สารละลายที่มี Cu2+ เหรยี ญทองแดง 144(En 31) ถา ตอ งการชบุ ถาดอาหารดว ยโครเมยี มโดยวธิ อี เิ ลก็ โทรลซิ สิ ควรทาํ อยา งไร ก. ใชถ าดอาหารเปน อาโนด เกดิ ปฏกิ ริ ยิ า Cr3+ + 3 e o Cr ข. ใชถ าดอาหารเปน อาโนด เกดิ ปฏกิ ริ ยิ า Cr o Cr3+ + 3 e ค. ใชถ าดอาหารเปน คาโทด เกดิ ปฏกิ ริ ยิ า Cr3+ + 3 e o Cr ง. ใชถ าดอาหารเปน คาโทด เกดิ ปฏกิ ริ ยิ า Cr o Cr3+ + 3 e (ขอ ค) δδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδ 5. ความกาวหนาทางเทคโนโลยที ีเ่ กี่ยวขอ งกับเซลลไฟฟา เคมี การทําอิเล็กโตรไดอะลิซิสน้ําทะเล อเิ ลก็ โตรไดอะลซิ สิ เปน เซลลไ ฟฟา เคมที ใ่ี ชแ ยกไอออนนอกจากสารละลายโดยใหไ อออน เคลอ่ื นผา นเยอ่ื บางๆ ไปยงั ขว้ั ไฟฟา ทม่ี ปี ระจตุ รงขา ม ทาํ ใหส ารละลายทอ่ี ยรู ะหวา งขว้ั ไฟฟา มี ความเขม ขน ของไอออนลดลง หลกั การนส้ี ามารถนาํ ไปใชแ ยกโซเดยี มไอออนและคลอไรด ไอออนออกจากนาํ้ ทะเล ซง่ึ เปน วธิ กี ารผลติ นาํ้ จดื จากนาํ้ ทะเลวธิ หี นง่ึ น้ําทะเล Κ M+ AΚ Ι เยอ่ื แลกเปลย่ี น ไอออนบวก เยอ่ื แลกเปลย่ี น ไอออนลบ น้ําเค็ม น้ําจืด น้ําเค็ม δδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδδ 71
Search