ข นางดวงจนั ทร์ อระภา ประวัตแิ ละผลงานครภู มู ปิ ญั ญาท้องถนิ่ จงั หวดั หนองบวั ลาภู ด้านเกษตรกรรม สาขา การทาหมก่ี รอบข้าวฮาง ประวตั ชิ ีวิตและผลงาน นางดวงจันทร์ อระ เกิดทบี่ ้านนาคาไฮ หมทู่ 2่ี ตาบลนาคาไฮ อาเภอเมอื ง จงั หวดั หนองบัวลาภู กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ข้าวฮางงอก บ้านนาคาไฮ ต.นาคาไฮ อ.เมือง จ.หนองบัวลาภู นางดวงจันทร์ อระภา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวฮางงอก มีความต้องการพัฒนาสูตรการผลิตน้าเต้าหู้ข้าวฮางหอมมะลิ และน้าเต้าหู้ข้าว ไรซ์เบอรี่ องคค์ วามรู้ และความเช่ยี วชาญ นางดวงจนั ทร์ อระภา มีองคค์ วามรู้เชยี่ วชาญ ทน่ี าไปถ่ายทอดแก่ผู้เรยี น และผคู้ นทสี่ นใจ โดยใช้กระบวนการ ถา่ ยทอดความรู้ทห่ี ลากหลาย เช่น การอธิบาย การสาธิต และให้ผูเ้ รียนฝึกปฏิบัติจริง ตามหัวข้อดังต่อไปนี้ การแนะนา วสั ดอุ ุปกรณก์ ารทาหมี่กรอบข้าวฮาง ขน้ั ตอนการทาหมี่กรอบขา้ วฮางและการจาหน่ายผลผลิต รายละเอียดองค์ความรู้ ที่ นางดวงจันทร์ อระภา ถา่ ยทอดองคค์ วามรู้แกผ่ ้เู รยี นตามขนั้ ตอนดังน้ี ชนดิ /ประเภทของข้าวฮาง 3 ชนดิ คือ 1. ข้าวฮางระยะนา้ นม 2. ข้าวฮางท่ีนาขา้ วเปลอื กไปแชน่ ้า 24 ช่ัวโมง แลว้ นาไปนึง่ 3. ขา้ วฮางท่นี าขา้ วเปลอื กไปแชน่ า้ 24 ช่ัวโมงนามาบม่ 48 ช่ัวโมง แล้วนาไปนงึ่ หรอื เรียก ข้าวฮางงอก ลักษณะของขา้ วฮางทด่ี ี ขา้ วทกุ พันธุ์สามารถนามาทาข้าวฮางได้ แต่คนอีสานนิยมนาข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวเหนียว กข 6 มาทา ข้าวฮาง เน่ืองจากปลูกเป็นประจา และข้าวหอมมะลจิ ะมกี ลนิ่ หอม เหนียวนมุ่ นา่ รบั ประทาน และถ้าใส่สมุนไพรลงไปอีก ยง่ิ เพมิ่ คุณคา่ ของขา้ วฮางให้น่ารับประทาน ขา้ วฮางทดี่ มี ขี ้อสงั เกตดังน้ี 1. จมกู ขา้ วอย่เู ต็มเมล็ด ไม่มรี อยแหวง่ ตรงปลายเมลด็ ซ่งึ ถือวา่ เปน็ ส่วนท่ีมปี ระโยชน์ 2. สีของเมล็ดข้าวเปน็ สีน้าตาลทอง อาจมีสีเข้มหรือจางกว่าน้ี ขึ้นอยู่กับพันธุ์ข้าว แสดงว่าเส้นใยอาหารยังไม่ ถูกขัดสอี อก 3. ไม่มขี ้าวพันธ์ุอน่ื หรอื ส่งิ เจือปน สะอาด 4. เปน็ ขา้ วที่อบหรอื ตากจนแหง้ สนมิ 5. ไม่มีกล่นิ อบั ช้นื ขึ้นราหรือมีมอด 6. บรรจใุ นภาชนะหรอื ถุงท่สี ะอาดปดิ สนิท ระบสุ ถานที่ผลติ และราคาขาย 7. การซือ้ มาบรโิ ภคควรซื้อมาในปริมาณทบ่ี รโิ ภคหมดภายใน 2- 3 สัปดาห์ 8. เมื่อเปดิ ภาชนะหรือถงุ ใชแ้ ล้ว ควรปดิ ฝาให้สนทิ และควรเก็บในทแ่ี ห้งสนทิ สะอาด ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอเมอื งหนองบัวลาภู สานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จังหวดั หนองบัวลาภู
ข วธิ ีการทาหมีก่ รอบข้าวฮาง 1. นาข้าวเปลือกที่จะผลิตข้าวฮาง ลงแช่น้าในภาชนะ ให้นา้ ทว่ มขา้ ว แชไ่ ว้ 12 ชว่ั โมง 2. นาข้าวที่แช่ครบ 12 ช่ัวโมง นึ่ง (อาจใส่สมุนไพรหรือใบเตยด้วย) ระหว่างน่ึง ถ้าข้าวแห้งให้พรมน้า 2-3 ครง้ั เม่ือเมล็ดขา้ วแตก แสดงวา่ ขา้ วสุกแล้ว 3. นาข้าวทสี่ ุกตากแดด หรือผงึ่ ลม ควรหมน่ั กลับข้าวเพอ่ื ใหข้ ้าวแหง้ สม่าเสมอ 4. นาข้าวที่แห้งสนิทดีแล้วไปสีเป็นข้าวกล้อง ข้าวฮางและข้าวฮางงอก แตกต่างกันอ่างไร ข้าวฮางงอก จะมปี รมิ าณสารกาบ้าในปรมิ าณมากกวา่ ข้าวฮางชนิดไม่งอก เนื่องจากขา้ วฮางงอกมีการบม่ ให้เกิดรากก่อนนาไปนึง่ วธิ กี ารทาหม่กี รอบข้าวฮางงอก 1. นาขา้ วเปลอื กมาแช่น้า 12 ชว่ั โมง 2. นาข้าวทแ่ี ชนา้ มาบม่ ในภาชนะท่ีมอี ากาศถ่ายเทได้บ้าง เช่น บ่มในกระสอบ รดน้าเช้า–เย็น บ่มไว้ประมาณ 48 ช่ัวโมง จะมรี ากงอก ประมาณ 0.5 มม. หรอื เทา่ ปลายเขม็ 3. นาข้าวท่ีงอกไปนึ่งให้สุก 4. ตากแดด หรอื ผ่งึ ลมใหแ้ หง้ (ระหวา่ งตากควรมีการกลบั ขา้ วบ้าง) 5. สเี ปน็ ขา้ วกล้อง 6. แยกส่งิ เจือปนและเกบ็ ในภาชนะท่ีแหง้ สนิท หรอื บรรจใุ นถุงสญุ ญากาศ การเกบรักษาขา้ วฮาง 1. เก็บในภาชนะทสี่ ะอาดและแห้งมีฝาปิดมดิ ชิด 2. เกบ็ บรรจุแบบถุงธรรมดา 3. เก็บบรรจุถงุ แบบสุญญากาศ จะเกบ็ ไดน้ านประมาณ 1 ปี วิธหี งุ ข้าวฮาง 1. ล้างขา้ วฮางลา้ งด้วยน้าสะอาด ซาวน้าเร็วๆ คร้ังเดียวเพ่ือไม่ให้วิตามินละลายไปกับน้า (ถ้าเป็นข้าวใหม่ไม่ ตอ้ งซาวกไ็ ด)้ 2. ข้าวฮาง 1 ส่วน นา้ 1.5 ถงึ 2 สว่ น ในการหุงขา้ วฮางจะใช้น้ามากกว่าการหงุ ข้าวขาวธรรมดา 3. ท้ิงไวป้ ระมาณ 5 นาที จะไดข้ ้าวฮางทห่ี อม นมุ่ มสี ีนา้ ตาลทอง น่ารับประทาน การถ่ายทอดความรู้ ความเช่ียวชาญ นางดวงจันทร์ อระภา ถ่ายทอดความรูก้ ารทาหมี่กรอบขา้ วฮาง ผ่านการศึกษาทั้ง 2 รูปแบบ ดังน้ี 1. การศึกษาในระบบ เปน็ วทิ ยากรถา่ ยทอดความรกู้ ารทาหม่กี รอบขา้ วฮางใหแ้ กน่ ักเรียนในโรงเรยี น 2. การศึกษานอกระบบ เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้การทาหมี่กรอบข้าวฮางให้แก่ กศน.อาเภอเมือง หนองบวั ลาภู ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอเมืองหนองบัวลาภู สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จังหวัดหนองบวั ลาภู
ข ลักษะของเครือขา่ ยและการสรา้ งเครอื ขา่ ย นางดวงจนั ทร์ อระภา มีเครือข่ายและมวี ธิ ีการสรา้ งเครอื ขา่ ยดังนี้ 1. เครอื ข่ายภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย 2. สานักงานเกษตรอาเภอเมืองหนองบัวลาภู 3. สานกั งานพฒั นาชุมชนอาเภอปทุมรัตน์ 4. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอเมอื งหนองบัวลาภู 5. เทศบาลตาบลนาคาไฮ 6. กลุ่มเกษตรอาเภอเมอื งหนองบัวลาภู วิธีการสรา้ งเครอื ขา่ ย นางดวงจันทร์ อระภา มวี ธิ ีการสรา้ งเครอื ขา่ ยโดยการไปเปน็ วิทยากรการทาหม่ีกรอบข้าวฮาง ตามหน่วยงาน ทง้ั ภาครัฐและเอกชนตลอดจนไดร้ ับเชญิ ชวนใหผ้ ู้สนใจการทาหม่ีกรอบข้าวฮางไปศึกษาดูงานใน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าว ฮางงอก และได้จัดทาแผ่นพับ เอกสารการทาหมี่กรอบข้าวฮาง แจกจ่ายให้กับเครือข่าย และประชาชนผู้สนใจในอาชีพ การทาหม่ีกรอบข้าวฮางอย่างต่อเนื่อง ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอเมอื งหนองบวั ลาภู สานักงานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จงั หวัดหนองบวั ลาภู
ข ประวัติและผลงานครภู ูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน ตาบลบ้านพร้าว อาเภอเมืองหนองบัวลาภู จังหวัดหนองบัวลาภู ด้านเกษตรกรรม สาขา การปลูกเหดฟาง นายดวงจนั ทร์ พลนอก ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอเมืองหนองบัวลาภู สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั จงั หวดั หนองบวั ลาภู
ข ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอเมืองหนองบวั ลาภู สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยจังหวดั หนองบัวลาภู
ข นายดวงจนั ทร์ พลนอก ประวตั แิ ละผลงานครภู มู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ จงั หวัดหนองบวั ลาภู ด้านเกษตรกรรม สาขา การปลูกเหดฟาง ประวตั ิชีวติ และผลงาน นายดวงจันทร์ พลนอก เกิดเม่ือวันที่ 11 กันยายน 2522 เกิดที่ หมู่ท่ี 9 ตาบลบ้านพร้าว อาเภอเมือง จังหวดั หนองบวั ลาภู กล่มุ วิสาหกจิ ชุมชน การปลูกเห็ดฟาง ต.บ้านพรา้ ว อ.เมือง จ.หนองบวั ลาภู นายดวงจันทร์ พลนอก ประธาน กลมุ่ วสิ าหกจิ ชมุ ชนการทา มีความตอ้ งการพัฒนาสตู รการปลกู เห็ดนางฟาง องค์ความรู้ และความเช่ียวชาญ นายดวงจันทร์ พลนอก มีองค์ความรู้เชี่ยวชาญ ที่นาไปถ่ายทอดแก่ผู้เรียน และผู้คนที่สนใจ โดยใช้ กระบวนการถ่ายทอดความรูท้ ีห่ ลากหลาย เชน่ การอธิบาย การสาธิต และให้ผูเ้ รยี นฝึกปฏิบัติจริง ตามหัวข้อดังต่อไปนี้ การแนะนาวสั ดุอปุ กรณก์ ารปลกู เห็ดนางฟาง ขนั้ ตอนการทาการปลูกเหด็ นางฟางและการจาหนา่ ยผลผลิต รายละเอียด องค์ความร้ทู ่ี นายดวงจนั ทร์ พลนอก ถ่ายทอดองคค์ วามรู้แก่ผูเ้ รียนตามขั้นตอนดังน้ี 1. การเตรยี มโรงเรอื นสาหรบั เพาะเหดฟาง สาหรับโรงเรือนเพาะเห็ดฟางนั้นควรมีขนาด 2 x 15 x 2 (กว้าง x ยาว x สูง) เมตร ซ่ึงจะวางก้อนเชื้อเห็ด นางรม และเห็ดฟางได้ประมาณ 4,000 ก้อน โรงเรือนควรเป็นแบบที่สร้างง่าย ลงทุนน้อย และวัสดุท่ีจะนามาสร้าง เปน็ โรงเรอื นนน้ั จะตอ้ งหาง่ายทม่ี ีอยใู่ นทอ้ งถนิ่ เป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติ เช่น ฟาง, หญ้าแฝก, ไม้ไผ่ เป็นต้น สาหรับ การสรา้ งโรงเรอื นใหเ้ หมาะสมน้ันควรสร้างในท่ีเย็นชื้นและสะอาดปราศจากศัตรูของเห็ดที่จะเข้ามารบกวน หลังคามุง จากหรือแฝก แล้วคลุมทับด้วยสะแลนอีก 1 ช้ิน การคลุมหลังคาขึ้นอยู่กับชนิดของเห็ดด้วย เพ่ือปูองกันลม ลมแรง ลมค่อย ลมหนาว ลมแห้งแล้ง สภาพลม สภาพอากาศ มีผลกระทบต่อการออกดอกของเห็ดได้เช่นเดียวกัน ปิดประตู ด้วยกระสอบปุานหรือแผ่นยาง ปูพื้นด้วยทราย เพ่ือเก็บความชื้น ทิศทางลม ก้อมีส่วนสาคัญในการโรงเพาะเห็ด ต้องดูทศิ ทางของลมเหนือลมใต้ เพือ่ ปอู งกันการพัดพาเชือ้ โรค ท่ีจะมีผลต่อกอ้ นเห็ด และการออกดอกของเห็ด ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอเมอื งหนองบัวลาภู สานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยจังหวดั หนองบัวลาภู
ข การสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดฟางขนาด 2 x 15 x 2 มีทั้งหมด 4 ด้านด้วยกัน ซ่ึงแต่ละด้านสามารถเก็บก้อน เชื้อเห็ดนางรม และเห็ดฟางได้ถึง 1,000 ก้อน ซึ่งการทาโรงเรือนในลักษณะน้ี ใช้พ้ืนท่ีรวมแล้วแค่ประมาณ 60 ตารางเมตรเทา่ นั้น วสั ดใุ นการทางานก็ใช้ท่มี อี ยตู่ ามธรรมชาติ เชน่ ไมไ้ ผ่ ไม้ยูคา หรือ อ่ืน ๆ ตัวเสาก็อาจจะใช้ไม้ท่ี มีขนาดใหญ่เพื่อความแข็งแรงของโรงเรือน หลังคาก็ใช้หญ้าแฝก ซ่ึงเป็นวัสดุท่ีเหมาะกับการทาโรงเรือนเป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถกักเกบ็ ความรอ้ นช้นื ไดด้ ี เป็นภูมอิ ากาศทเี่ ห็ดนางรม และเหด็ นางฟาู ชอบ ขั้นตอนที่ 2 การทาก้อนเชื้อเพาะเหดฟาง วิธีการทากอ้ นเช้ือเพาะเหดนางรม และเหดฟาง การทากอ้ นเช้ือเพาะเห็ดฟางนน้ั จาเปน็ ต้องหาวัสดอุ ุปกรณท์ ี่ต้องเตรียมดังนี้ ไดแ้ กข่ ีเ้ ล่ือยยางพาราหรอื ข้ีเล่อื ย ไม้เน้อื อ่อน แต่ในทางปฏิบตั ินั้นขี้เลอ่ื ยยางพาราจะให้ผลดีทีส่ ดุ จากน้นั กห็ าส่วนผสมต่างๆเพื่อใหไ้ ด้คณุ ค่าทางอาหาร มากยง่ิ ข้นึ และสูตรการทากอ้ นเชื้อเหด็ นางรม และเห็ดฟางมสี ว่ นผสมหลกั ๆ ดังนี้ 1. ขี้เลือ่ ยยางพาราแห้งสนทิ 100 กโิ ลกรมั 2. ราละเอียด 6 – 8 กิโลกรัม 3. ขา้ วโพดปุน 3 – 5 กโิ ลกรมั 4. ปูนยบิ ซัม 1 กิโลกรัม 5. หินปนู หรอื ผงชอล์ก 1 กโิ ลกรัม 6. ดเี กลอื 0.2 กิโลกรัม 7. นา้ 80 กโิ ลกรัม 8. EM 1 ลิตร เมอื่ หาส่วนผสมมาครบแล้ว กท็ าการตากและกองขเี้ ลื่อยยางพาราไว้ประมาณ 7 วัน จากน้นั คอ่ ยทาการผสม โดยการเติมน้าลงประมาณ 70 เปอรเ์ ซนต์ ทดสอบโดยการกาสว่ นผสมถา้ มนี า้ ซึมตามงา่ มมือแสดงว่าการผสมน้ีผสมนา้ มากเกินไปแต่ถา้ เมือ่ บบี แล้วขเ้ี ล่อื ยแตกเป็น 3 ก้อนแสดงว่าการผสมใชไ้ ด้เรยี กวา่ พอดแี ล้วแต่ถ้าวา่ ถ้ากาแล้วแบมือออก แล้วขเ้ี ลอ่ื ยจบั ตวั ไม่เป็นก้อนแสดงวา่ เตมิ นา้ นอ้ ยจนเกินไป เมอ่ื ผสมเข้ากนั ไดท้ ่แี ล้วกท็ าการกรอกใส่ถงุ เพาะเหด็ ใส่ใหไ้ ด้ น้าหนกั ประมาณ 800 – 900 กรมั หลงั จากน้ันก็ทาการรวบปากถงุ กระทงุ้ กบั พืน้ ให้แน่นพอประมาณหลังจากนัน้ ก็ทา การใส่คอขวด ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอเมอื งหนองบวั ลาภู สานกั งานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวดั หนองบวั ลาภู
ข ขน้ั ตอนท่ี 3 การหยอดเชอื้ และบม่ เช้ือเหดฟาง การหยอดเชือ้ และบม่ เชอ้ื เหดนางฟา้ เม่ือทาก้อนเช้ือเสร็จแล้ว เราก็จะนาก้อนเชื้อท่ีได้ทาการหยอดเชื้อและบ่มเช้ือเห็ดนางรม และเห็ดฟาง ตามลาดับ โดยก่อนอ่ืนกอ้ นเชือ้ ที่ได้นั้นเรากจ็ ะนามาทาการนงึ่ เพอื่ ฆา่ เชอื้ ถา้ มหี ม้อน่ึงความดันอย่แู ลว้ ก็ให้น่ึงที่ความดัน 25 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว โดยทาการนง่ึ ทรี่ ะยะเวลาประมาณ 1 – 2 ช่ัวโมง ถา้ ไมม่ หี มอ้ นงึ่ ความดนั อาจใช้หม้อนึ่งจากถัง น้ามัน 200 ลิตร แทนก็ได้ แต่จะต้องทาการนึ่งประมาณ 3 คร้ัง โดยทาการน่ึงที่อุณหภูมิ 100 อาศาเซลเซียส นึ่งท่ีระยะเวลาประมาณ 2-3 ช่วั โมง และทาการนึ่งทงั้ หมด 3 ครั้ง เม่ือผ่านขัน้ ตอนการนง่ึ ฆา่ เชอื้ เรียบร้อยแล้ว เราก็จะ ทาการหยอดเชือ้ เห็ดลงสู่ก้อนเชอ้ื เชอ้ื เห็ดจากเมลด็ ข้าวฟุางควรหยอดเชื้อลงประมาณ 20 – 25 เมล็ด เม่ือหยอดเชื้อ ลงสู่ก้อนเชื้อเห็ดเสร็จแล้ว ให้ทาการปิดปากถุงก้อนเช้ือให้เรียบร้อย หลังจากทาการหยอดเชื้อลงในก้อนเช้ือเสร็จ เราก็จะทาการบม่ เช้อื เห็ดในอีกข้ันตอนหน่ึง โดยการบ่มเช้ือนั้นต้องนาก้อนไปบ่มไว้ท่ีระยะเวลาประมาณ 20-25 วัน กรรมวิธีการบ่มก็ไม่ยุ่งยากอะไร เพียงแต่ต้องเก็บให้เป็นระเบียบ ไม่ถูกแดด ไม่ถูกฝน ลมไม่โกรกไม่มีแมลง ไม่มีหนู อากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก ขน้ั ตอนท่ี 4 การเกบเก่ียวผลผลิตเหดฟาง การเกบเกี่ยวผลผลติ เหดนางรม และเหดฟาง หลงั จากท่ไี ด้เราทาการบ่มเช้อื เห็ดนางรม และเหด็ ฟางเรยี บร้อยแล้ว กเ็ ป็นชว่ งระยะเวลาของการเปิดดอกและ ทาการเกบ็ เกย่ี วผลผลิตเห็ดฟางและเห็ดเห็ดฟางจะออกดอกเม่ือมีความชื้นสูงพออากาศไม่ร้อนมาก เมื่อถูกเหนี่ยวนา ดว้ ยอากาศเยน็ ตอนกลางคืนก็จะออกดอกได้ดี เทคนิคที่ทาให้ออกดอกสม่าเสมอและดอกใหญ่สามารถทาได้ดังน้ี เม่ือ เกบ็ ดอกเสร็จต้องทาความสะอาดหน้าก้อนเช้ือโดยเขี่ยเศษเห็ดออกให้หมด งดให้น้าสัก 3 วัน เพื่อให้เชื้อฟักตัวแล้วก็ กลับมาให้น้าอีกตามปกติเห็ดก็จะเกิดเยอะเหมือนเดิมหรือเมื่อเก็บดอกเห็ดเสร็จก็ทาความสะอาดหน้าก้อนเชื้อ เหมือนเดิม แล้วรัดปากถุงไม่ให้อากาศเข้าทิ้งระยะเวลาประมาณ 2 – 3 วัน ให้น้าปกติหลังจากน้ันก็เปิดปากถุง ก็จะเกดิ ดอกทสี่ ม่าเสมอเป็นการเหนีย่ วนาใหอ้ อกดอกพร้อมกัน เมอื่ เหด็ ออกดอกและบานจนไดข้ นาดท่ีต้องการแล้ว ให้ เกบ็ ดอกโดยจบั ท่โี คนดอกท้ังช่อ โยกซ้ายขวา-บนล่าง แล้วดึงออกจากถุงเห็ด ระวังอย่าให้ปากถุงเห็ดบาน ถ้าดอกเห็น โคนขาดติดอยู่ให้แคะออกทิ้งให้สะอาดเพื่อปูองกันการเน่าเสีย เป็นสาเหตุทาให้เกิดหนอนจากการวางไข่ของแมลงได้ การดูลักษณะดอกเห็ดท่ีควรเก็บ คือดอกไม่แก่ หรืออ่อนจนเกินไป ดูท่ีขอบดอกยังงุ้มอยู่คือดอกที่เหมาะแก่การเก็บ เกี่ยว ถ้าขอบยกขึ้นแสดงว่าแก่แล้ว ดอกเห็ดท่ีแก่จัด และออกสปอร์เป็นผงขาวด้านหลังดอกเห็ด ต้องรีบเก็บออก เพราะสปอรจ์ ะเปน็ ตวั ชกั นาให้แมลงเขา้ มาในโรงเรือนเพาะเหด็ นางรม และเห็ดนางฟูาได้ ขั้นตอนท่ี 5 ปัญหาทพี่ บในการเพาะเหดฟาง ปญั หาทีพ่ บในการเพาะเหดนางรม และเหดฟาง เราสามารถวเิ คราะห์ปัญหาในการเพาะเห็ดนางรม และเห็ดนางฟาู ออกมาได้ 7 ข้อหลกั ๆ ดังน้ี 1. เช้อื ในถุงไม่เดนิ สาเหตุ ขณะหยอดเชอ้ื ถงุ กอ้ นเช้ือร้อนเกิน เช้อื ออ่ นแอเกนิ ไป และลมื หยอดเชอื้ วธิ แี กไ้ ข ต้งั ก้อนเชอ้ื ใหเ้ ยน็ อย่างน้อย 24 ชง่ั โมง คดั เชือ้ ออ่ นแอท้ิง ก่อนหยอดเช้อื ขณะหยอดเชื้อต้องมีสติ และสมาธแิ น่นแน่ ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอเมืองหนองบัวลาภู สานักงานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จงั หวัดหนองบัวลาภู
ข 2. หนอนแมลงหว่กี นิ เส้นใย สาเหตุ แมลงหวไี่ ขไ่ วท้ ่ีฝาจกุ หรือสาลี วธิ ีแก้ไข ตรวจสอบสขุ ภาพอนามยั ของโรงเรอื น จุก สาลี ตอ้ งนึ่งฆา่ เชือ้ สาลตี อ้ งอุดให้แนน่ ปดิ กระดาษให้ สนิทอย่าให้มีช่อง 3. เช้อื เดนิ แต่หยุด มกี ล่ินบูด มีน้าเมือก มสี ีเหลอื ง เขยี ว หรอื สีดา สาเหตุ มรี าหรอื แบคทีเรียปนเปื้อน นึง่ ฆา่ เชือ้ ไม่หมด นึง่ ฆา่ เชือ้ ดแี ตก่ ระบวนการลดความรอ้ นและเปดิ หม้อนึง่ ไม่ถูกตอ้ ง เชอ้ื เหด็ ที่ใชไ้ มม่ ีคุณภาพ วิธกี ารหยอดเชอื้ ไม่ดี บ่มถุงกอ้ นเช้ือหนาแนน่ เกนิ ไปทาให้การระบายอากาศไม่ดี มี คารบ์ อนไดออกไซคม์ าก วิธแี ก้ไข ใหท้ บทวนสาเหตุหลักของการปนเปื้อน ตรวจกระบวนการนงึ่ เร่อื ง เวลา อุณหภมู ิ จานวนก้อน ไล่ อากาศในหม้อนึง่ ค่อยๆลดความรอ้ น อย่าเปิดหม้อนึ่งอยา่ รวดเรว็ ตรวจดจู ุกสาลวี า่ แนน่ หรอื ไม่ ใชเ้ ชือ้ เห็ดที่บรสิ ุทธิ์ อบรมวิธกี ารปลอดเช้ือ และปรบั ปรงุ วธิ ที างาน ห้องบ่มเช้ือควรมีอณุ หภูมิ 25 – 30 องศาเซลเซยี ส ปรับปรงุ เรอื่ ง สขุ อนามัยฟาร์ม 4. เชื้อเดนิ เตมกอ้ น แตไ่ ม่ออกดอก สาเหตุ เชอ้ื เป็นหมัน เชอ้ื ไมด่ ี สภาพแวดลอ้ มในโรงเรือนไม่เหมาะสม มีสิ่งปนเปอ้ื น เช่น รา ไร แบคทเี รีย หนอน และมกี ารใช้สารเคมีมากเกนิ ไป วิธีแกไ้ ข จัดหาเชื้อใหม่ จดั สภาพในโรงเรอื นให้เหมาะสม จัดสขุ อนามยั ฟาร์ม แสง อุณหภมู ิ ความชื้น การ ถา่ ยเทอากาศ และไม่ควรใชส้ ารเคมกี าจัดแมลง 5. เกดิ ดอกเหดแตก่ า้ นยาวหมวกดอกไม่แผ่ออก สาเหตุ แสงไมเ่ พยี งพอและมคี ารบ์ อนไดออกไซด์มากเกินไป วธิ แี ก้ไข ปรับแสงใหม้ ากขน้ึ จัดใหอ้ ากาศถ่ายเทไดด้ ีขึ้น 6. เกิดหนอ่ มากแตด่ อกกลบั เติบโตน้อย สาเหตุ เชื้อออ่ นแอ เงื่อนไขเหมาะแก่การเกิดหนอ่ ไม่เหมาะแกก่ ารพัฒนาของดอก ขาดออกซเิ จนและแสง อาหารในก้อนเช้ือไมเ่ พียงพอหรอื ไม่มคี ณุ ภาพ เช้อื ท่ีใช้ไม่ดี มีคุณภาพต่า มีจุลินทรีย์ต่างๆรบกวน การถ่ายเทอากาศไม่ดี ความช้ืนสูงเกนิ ไปและรดน้ามากเกินไป เกดิ จากการใช้สารเคมใี นช่วงเปิดดอก การแกไ้ ข เปลยี่ นเช้อื ใหม่ ปรับเงอ่ื นไขของการเกดิ ดอก เพิม่ การถ่ายเทอากาศ เพม่ิ ช่องแสง ตรวจสอบคุณภาพของวัตถดุ ิบ ใช้เชื้อทมี่ อี ัตราการเดินเส้นใยดี ปรบั โรงเรอื นไมใ่ หเ้ หมาะกับจุลินทรีย์ เพ่มิ การถ่ายเท อากาศ ลดความชื้นลง ควรเลกิ ใช้สารเคมีในช่วงเปิดดอก 7. เกิดดอกเพียงรุ่นเดยี วรนุ่ ตอ่ ไปไมเ่ กิด สาเหตุ อาหารในก้อนเช้ือไมเ่ พยี งพอ เกดิ การปนเป้อื น การจัดโรงเรอื นไมด่ ี เช้ือไม่ดี การแกไ้ ข ปรับสตู รอาหารใหม่ จดั การเรือ่ งสขุ อนามัยฟารม์ ปรบั เร่ืองแสง อุณหภมู ิ ความช้ืน ขูดลอกผิวส่วนที่ ปากถงุ ออก ปรบั ปรุงวธิ กี ารจัดการและเอาใจใสม่ ากขนึ้ เปล่ียนเช้ือใหม่ ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอเมืองหนองบัวลาภู สานกั งานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั จังหวดั หนองบัวลาภู
ข การถา่ ยทอดความรู้ ความเชยี่ วชาญ นายดวงจนั ทร์ พลนอก ถา่ ยทอดความรู้การทาเห็ดนางฟาู ผ่านการศึกษาท้งั 2 รูปแบบ ดงั น้ี 1. การศกึ ษาในระบบ เป็นวิทยากรถา่ ยทอดความรกู้ ารทาเหด็ ฟางใหแ้ ก่นกั เรยี นในโรงเรียน 2. การศึกษานอกระบบ เปน็ วทิ ยากรถ่ายทอดความรกู้ ารทาปุ๋ยหมักให้แก่ กศน.อาเภอเมืองหนองบัวลาภู ลกั ษะของเครอื ขา่ ยและการสร้างเครอื ขา่ ย นายดวงจนั ทร์ พลนอก มเี ครอื ข่ายและมวี ธิ ีการสรา้ งเครอื ขา่ ยดังน้ี 1. เครอื ขา่ ยภาครฐั และเอกชน ประกอบด้วย 2. สานักงานเกษตรอาเภอเมืองหนองบัวลาภู 3. สานักงานพัฒนาชมุ ชน 4. ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอเมืองหนองบัวลาภู 5. กลุ่มเกษตรอาเภอเมืองหนองบัวลาภู วิธีการสร้างเครือข่าย นายดวงจันทร์ พลนอก มีวิธีการสร้างเครือข่ายโดยการไปเป็นวิทยากรการทาเห็ดนางฟูาตามหน่วยงานท้ัง ภาครฐั และเอกชนตลอดจนได้รบั เชญิ ชวนใหผ้ ้สู นใจการทาป๋ยุ หมกั ไปศึกษาดูงานใน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการทาเห็ดฟาง และได้จดั ทาแผ่นพับ เอกสารการทาป๋ยุ หมักแจกจา่ ยให้กบั เครอื ขา่ ย และประชาชนผสู้ นใจในอาชพี การทาปุ๋ยหมักอย่าง ตอ่ เน่อื ง ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอเมืองหนองบัวลาภู สานกั งานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จังหวดั หนองบัวลาภู
ข ประวัตแิ ละผลงานครูภมู ปิ ัญญาท้องถ่ิน ตาบลโพธ์ชิ ยั อาเภอเมอื งหนองบวั ลาภู จังหวัดหนองบวั ลาภู ด้าน อุตสหกรรมและหถั กรรม สาขา การทอผ้าพนื้ เมือง กลุ่มขวญั ตา บ้านห้วยลึก หมทู่ ี่ 5 ตาบลโพธ์ชัย อาเภอเมอื งหนองบัวลาภู จังหวัดหนองบัวลาภู ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอเมืองหนองบวั ลาภู สานกั งานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จังหวดั หนองบวั ลาภู
ข ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอเมืองหนองบวั ลาภู สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยจังหวดั หนองบัวลาภู
ข กลุ่มขวญั ตา บ้านหว้ ยลกึ ประวตั แิ ละผลงานครภู มู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ตาบลโพธ์ชิ ัย ด้าน อุตสหกรรมและหัถกรรม สาขา การทอผ้าพนื้ เมอื ง ประวตั แิ ละผลงาน จากเส้นใยธรรมชาติท่ีถักทอเป็นผืนผ้าไว้ใช้ในครัวเรือน ถ่ายทอดสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน วันน้ี...ได้กลายเป็นอาชีพ สร้างรายได้หล่อเลี้ยงตนเองและชุมชน ความโดดเด่นของลวดลายผ้าที่ออกแบบจนเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานภูมิปัญญา ท้องถิ่นที่นามาประยุกต์ใช้ในการผลิตผ้าพ้ืนเมืองข้ึนมาจาหน่าย ทาให้วันน้ี....ผ้าจากจังหวัดหนองบัวลาภูเป็นท่ีรู้จัก อย่างแพร่หลายและเป็นท่ีต้องการของตลาด และในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานท่ี ในวันท่ี ๑๒-๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๑ ที่จังหวัดหนองคายและจังหวัดบึงกาฬท่ีจะถึงน้ี จังหวัดหนองบัวลาภูได้เสนอของบประมาณ เพ่ือดาเนินโครงการส่งเสริมการผลิตผ้าไหมและผ้าพ้ืนเมือง จานวน ๕๖,๖๗๐,๐๐๐ บาท เพ่ือสืบสานองค์ความรู้ เกี่ยวกับกระบวนการผลิตผ้า / ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผู้ผลิตผู้ประกอบการ / สร้างมูลค่าเพ่ิมให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน / สร้างโอกาสและเพ่ิมช่องทางการตลาด และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ระดับสากล โดยมีเปูาหมายเป็น กลุ่มทอผ้าพ้ืนเมือง 6 อาเภอ จานวน 145 กลุ่ม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยหนึ่งในกิจกรรมหลักท่ีจะดาเนินการหากโครงการฯได้รับการอนุมัติ คือ การจัดตั้ง \"วิชชาลัยผ้าทอเมืองลุ่ม ภู\" ขึ้นจานวน ๒ แห่ง โดยแยกเป็นวิชชาลัยผ้าทอเมืองลุ่มภูด้านกระบวนการต้นน้า เช่น ทอผ้า ออกแบบลายผ้า ฯลฯ จานวน ๑ แห่ง และด้านกระบวนการกลางน้า เช่น การแปรรูป การออกแบบ จานวน ๑ แห่ง ซึ่งวิชชาลัยผ้าทอเมืองลุ่ม ภู จะมีการจัดหลักสูตรวิชาเกี่ยวกับการะบวนการผลิตและแปรรูป โดยจัดหาผู้เช่ียวชาญมาฝึกสอนและสาธิต รวมทั้งจะ มีการจัดสร้างแผนท่ีเพ่ือเช่ือมโยงแหล่งเรียนรู้ โดยคาดว่าหลังดาเนินการจะช่วยให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีข้ึนและ นาไปสู่ชุมชนเข้มแข็งอย่างย่ังยืน ภูมิปัญญามีการสืบทอด ลดการใช้สารเคมี ลดต้นทุนการผลิต และสร้างอัตลักษณ์ เช่ือมโยงการท่องเที่ยว นับเป็นการต่อยอดการขับเคลื่อนแพรพรรณลุ่มภูหรือแพรพรรณจังหวัดหนองบัวลาภูสู่สากล อย่างต่อเนื่อง องค์ความรแู้ ละความเชยี่ วชาญ 1. เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการทอผ้าพ้ืนเมือง 2. วิธีการแปรรูปผ้าพื้นเมืองสู่ความเป็นสากล 3. และการเรียนรู้ทางประเพณีผ่านการทอผ้า 4. แหล่งถ่ายทอดความรู้ทางจิตวิญญาณ การทอผ้าพื้นเมืองสู่เยาวชน การถ่ายทอดความรคู้ วามเชย่ี วชาญ 1. การถ่ายทอดความรู้ผ่านครูวิทยากร หรือพระวิทยากร 2. ผ่านการเรียนรู้วิถีชุมชนจากการทอผ้า 3. ผ่านการฝึกปฏิบัติขั้นตอนการย้อมสี ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอเมืองหนองบัวลาภู สานักงานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยจงั หวดั หนองบัวลาภู
ข ลกั ษณะของเครอื ขา่ ยและการสร้างเครือข่าย 1. เครือข่ายกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง 2. เครือข่ายผู้นาชุมชน 3. เครือข่ายการเพาะเล้ียงไหม ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอเมอื งหนองบัวลาภู สานกั งานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยจังหวดั หนองบวั ลาภู
ข ท่ปี รกึ ษา คณะผู้จดั ทา 1. นายวนิ ัย แสงใส ผูอ้ านวยการ กศน. อาเภอเมืองหนองบวั ลาภู ผรู้ ับผิดชอบ ครู กศน. ตาบล 1. นางนพรตั น์ บวั ศรี ครู กศน. ตาบล 2. นางพิมพ์มาดา พรมเป ครู กศน. ตาบล 3. นางเตือนใจ สุวรรณโค ครู กศน. ตาบล 4. นางสาวสขุ สรร รัชชุศิริ ครู กศน. ตาบล 5. นางสาวสาวิตรี ปไิ ชยญาณ ครู กศน. ตาบล 6. นางสาววลิ าวัณย์ แสนเมือง ครู กศน. ตาบล 7. นายอานนทวฒั น์ ปดั โรคา ครู กศน. ตาบล 8. นางสาวสุพชิ ญา ชื่นอก ครู กศน. ตาบล 9. นางสาวสพุ รรษา คาพนั ธ์ ครู กศน. ตาบล 10. นางสาวสภุ าพร ศรีนามเอม็ ครู กศน. ตาบล 11. นางอุมาพร ภนู ายา ครู กศน. ตาบล 12. นางสาวพรรณวดี ชยั มงคล ครู กศน. ตาบล 13. นางพทั รภรณ์ ทองประดับ ครู กศน. ตาบล 14. นางสาวฉวีวรรณ คาฆ้อง ครู กศน. ตาบล 15. นางสาวจริ าภา วรรณพฤกษ์ ผรู้ วบรวมและจัดพิมพ์ บรรณรกั ษ์ปฏบิ ตั ิการ 1. นางสาวเบญจลักษณ์ พมิ ศรี บรรณารกั ษ์ 2. นางสาวสพุ ัตรา ยะปะตัง เจ้าของเอกสาร ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอเมอื งหนองบัวลาภู ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอเมอื งหนองบัวลาภู สานกั งานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจงั หวัดหนองบัวลาภู
ข ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอเมอื งหนองบัวลาภู สานกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยจงั หวดั หนองบัวลาภู สานักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอเมืองหนองบวั ลาภู สานักงานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยจงั หวัดหนองบวั ลาภู
Search