Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงสร้างรายวิชาวิทม.6 2-2563 ครูกมลชนก เทพบุ

โครงสร้างรายวิชาวิทม.6 2-2563 ครูกมลชนก เทพบุ

Description: โครงสร้างรายวิชาวิทม.6 2-2563 ครูกมลชนก เทพบุ

Search

Read the Text Version

โครงสรา้ ง วิชาวิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 นางกมลชนก เทพบุ ครูผูช้ ่วย โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชียงใหม่ สานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

คาอธิบายรายวชิ า รายวิชาวทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับชั้น มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 จานวน 40 ชั่วโมง จานวน 1 หนว่ ยกติ การเคลือ่ นท่ีของวัตถุที่มกี ารเปล่ียนความเร็วเป็นการเคล่ือนท่ีด้วยความเรง่ ซ่งึ ความเร่งเป็นอตั ราส่วน ของความเร็วท่ีเปลี่ยนไปต่อเวลาและเป็นปริมาณเวกเตอร์ ในกรณีที่วัตถุท่ีอยู่นิ่งหรือเคล่ือนท่ีในแนวตรง ดว้ ยความเร็วคงตัว วัตถุนนั้ มคี วามเร่งเป็นศนู ย์การเคลื่อนที่ในแนวดิง่ ใกล้ผิวโลกเปน็ การเคล่ือนท่ี ท่ีมีความเร่ง คงตัวในทิศลงในกรณีท่ีความเร็วและความเร่งของวัตถุมีทิศเดียวกัน วัตถุนั้นมีความเรว็ เพ่ิมขึ้นส่วนในกรณีท่ี ความเร็วและความเร่งของวัตถุมีทิศตรงกันข้าม วัตถุน้ันมีความเร็วลดลง แรงหลายแรงกระทาต่อวัตถุใน ระนาบเดยี วกนั สามารถหาแรงลพั ธไ์ ดโ้ ดยการรวมแบบเวกเตอร์ เมื่อมีแรงลพั ธ์ท่ีมีค่าไม่เท่ากบั ศนู ย์กระทา ต่อ วตั ถุ จะทาใหว้ ัตถเุ คล่ือนท่ีดว้ ยความเร่งและมีทิศทางเดยี วกับแรงลัพธ์ ขนาดของความเร่งขึน้ กับขนาดของแรง ลัพธ์และมวลของวัตถุ แรงกระทาระหวา่ งวัตถคุ ู่หนึง่ ๆ เป็นแรงกิรยิ าและแรงปฏกิ ิริยา แรงคนู่ ี้เกดิ ขน้ึ พร้อมกัน ขนาดของแรงท้ังสองจะเท่ากัน แต่มีทิศทางตรงข้าม และเป็นแรงท่ีกระทากับวัตถุต่างกัน การเคล่ือนท่ีด้วย ความเร่งคงตัวภายใต้แรงโน้มถ่วงโลกเท่าน้ัน เป็นการตกแบบเสรีการเคล่ือนที่แบบโพรเจกไทล์ เป็นการ เคลื่อนที่ แนวโค้งด้วยความเรง่ คงตัวในแนวด่ิงการเคล่ือนท่ีแบบวงกลมเป็นการเคล่ือนท่ีแนวโค้งท่ีความเร่งมี ทศิ ทางต้งั ฉากกับความเร็วตลอดเวลาและมีทิศเข้าสู่ศนู ย์กลางของวงกลมการเคลื่อนท่แี บบสน่ั เปน็ การเคลอ่ื นท่ี กลับไปกลับมาด้วยความเร่งมีทิศทางเข้าสู่จุดที่แรงลัพธ์เป็นศูนย์ เรียกจุดน้ีว่าตาแหน่งสมดุล ในบริเวณรอบ โลกมีสนามโนม้ ถ่วง เมื่อมีวัตถทุ ่ีมีมวล จะมีแรงโน้มถ่วงซง่ึ เป็นแรงดึงดูดของโลกกระทาต่อวัตถุ แรงนี้นาไปใ้้ อธบิ ายการเคลอื่ นที่ของวตั ถุต่าง ๆ เ้น่ ดาวเทียมและดวงจนั ทร์รอบโลก กระแสไฟฟา้ ทาให้เกดิ สนามแมเ่ หล็ก ในบริเวณรอบเสน้ ลวดตัวนาทมี่ ีกระแสไฟฟ้าผ่านหาทศิ ทางของสนามแม่เหลก็ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าได้จากกฎ มือขวาหรือเขม็ ทศิ ในบริเวณท่ีมสี นามแม่เหล็ก เม่ือมอี นุภาคทีม่ ีประจุไฟฟ้าเคลอื่ นท่ีโดยไม่อยู่ในแนวเดยี วกับ สนามแม่เหล็ก จะถูกแรงแม่เหล็กกระทาในบรเิ วณทีม่ ีสนามแม่เหล็ก เมอ่ื มีลวดตัวนาที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านโดย ที่กระแสไฟฟ้าไม่อยู่ในแนวเดียวกับสนามแม่เหล็ก ลวดตัวนาจะถูกแรงแม่เหล็กกระทาหลักการทางานของ มอเตอร์ สนามแม่เหล็กท่ีตัดผ่านขดลวดตัวนามีการเปลี่ยนแปลง จะทาให้เกิดอีเอ็มเอฟเหน่ียวนาในขดลวด เคร่ืองกาเนิดไฟฟา้ อย่างงา่ ยใ้้ความรเู้ ร่ืองอเี อ็มเอฟเหนยี่ วนาเป็นหลักการพื้นฐานในการทางาน แรงเข้มเป็น แรงทย่ี ึดเหนี่ยวอนุภาคในนวิ เคลียสและเปน็ แรงหลักทีใ่ ้อ้ ธบิ ายเสถียรภาพของนวิ เคลียส แรงออ่ นเปน็ แรงที่ใ้้ อธิบายการสลายให้อนุภาคบีตาของธาตกุ ัมมันตรังสี ฟิ้้ันเป็นปฏิกิริยาที่ยิงนิวตรอนไปยังนิวเคลียสที่มีมวล มาก แล้วนิวเคลียสน้ันแตกออกเป็นสองนิวเคลียสที่มีมวลใกล้เคียงกันฟิว้ันเป็นปฏิกิริยาท่ีนิวเคลียสที่มีมวล น้อยรวมตัวกันเกิดเป็นนิวเคลียสท่ีมีมวลมากข้ึนพลังงานท่ีปลดปล่อยออกมาจากฟิ้้ันหรือฟิว้ัน เรียกว่า พลงั งานนวิ เคลียร์ ซง่ึ มีความสมั พนั ธ์กับมวลท่ีหายไป พลงั งานทดแทน เปน็ พลังงานท่ีนามาใ้้ทดแทนพลงั งาน หลัก เพื่แก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการด้านพลังงานพลังงานแสงอาทิตย์สามารถเปล่ียนเป็นพลังงาน ไฟฟ้าได้โดยใ้้เซลล์สุริยะเซลล์สุริยะท่ีใ้้ทั่วไประกอบด้วยวัสดุสอง้ิ้นที่ทาจากสารท่ีมีสมบัติเฉพาะต่างกัน นามาประกบกัน เมอ่ื แสงอาทติ ย์ตกกระทบเซลลส์ ุริยะ จะทาใหเ้ กิดความตา่ งศกั ย์ระหว่างวสั ดทุ ั้งสอง และเม่ือ ต่อวงจรไฟฟ้าจะทาใหเ้ กิดระแสไฟฟ้าในวงจรพลังงานนิวเคลียรเ์ ปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าด้วยการเริ่มจากการ

ถ่ายโอนพลังงานให้กับน้าจนน้ากลายเป็นไอน้า จากนั้น ไอน้า ที่ได้นาไปหมุนกังหันและเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า เทคโนโลยีด้านพลังงานเป็นการนาความรู้ความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใ้้ในการพัฒนาแหล่ง พลังงานในธรรม้าติ เพ่ือนาไปใ้้ประโย้น์ รวมทั้งเพิม่ ประสิทธิภาพความปลอดภัย ลดปญั หาสงิ่ แวดล้อม ลด ต้นทุนฯลฯ เพ่ือแก้ปัญหาหรอื ตอบสนองความต้องการทางด้านพลงั งาน เมื่อคล่ืนเคลื่อนท่ีไปตกกระทบสง่ิ กีด ขวางจะเกิดการสะท้อนเม่ือคลื่นเคลื่อนท่ีเข้าไปในตัวกลางต่างกันจะเกิดการหักเหเมื่อคล่ืนเคล่ือนที่ไปตก กระทบขอบส่ิงกีดขวางจะเกิดการเลี้ยวเบนเม่ือคลื่นสองขบวนเคลอ่ื นทม่ี าพบกนั จะเกิดการรวมคล่ืน พลังงาน เม่ือคลื่นเคลื่อนท่ีไปตกกระทบส่ิงกีดขวางจะเกิดการสะท้อนเมื่อคลืน่ เคล่ือนที่เข้าไปในตัวกลางต่างกันจะเกิด การหกั เหเมอ่ื คล่ืนเคลื่อนท่ไี ปตกกระทบขอบสิ่งกีดขวางจะเกิดการเลี้ยวเบนเม่ือคลนื่ สองขบวนเคล่ือนที่มาพบ กนั จะเกิดการรวมคลืน่ เมื่อกระตุ้นใหว้ ัตถุสนั่ แลว้ ปล่อยใหว้ ัตถุสน่ั อย่างอิสระ วัตถุจะสนั่ ดว้ ยความถที่ ี่เรียกว่า ความถ่ีธรรม้าติเม่อื วัตถุถูกกระตุ้นใหส้ ่ันดว้ ยความถี่ตรงกับความถี่ธรรม้าตขิ องวัตถุนั้น จะทาให้วัตถนุ ั่นสั่น ด้ ว ย แ อ ม พ ลิ จู ด ม าก ข้ึ น เรีย ก ว่ า ก าร สั่ น พ้ อ ง ก าร ส่ั น พ้ อ ง ส่ ง ผ ล ให้ เกิ ด เสี ย ง ดั ง ไพ เร าะ ใน เครื่องดนตรี แต่การส่ันพ้องที่มากเกินไปสามารถทาให้เกิดอันตรายได้ เ้่น ในกรณีการสั่นพ้องของอาคาร เนอื่ งจากแผน่ ดนิ ไหวหรือ การสั่นพ้องของสะพานเน่อื งจากลม โดยใ้้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลอภิปราย คานวณ และการทดลอง เพ่ือให้ เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่งิ ที่เรียนร้มู ีความสามารถในการตัดสนิ ใจ นาความรไู้ ปใ้้ ใน้ีวติ ประจาวันมีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรมและค่านิยมท่เี หมาะสม . ตัวชวี้ ัด 1.วเิ คราะห์และแปลความหมายข้อมูล ความเร็วกบั เวลาของการเคลอ่ื นท่ีของวตั ถุเพือ่ อธิบายความเร่ง ของวัตถุ 2.สังเกตและอธบิ ายการหาแรงลพั ธ์ท่ีเกดิ จากแรงหลายแรงท่ีอยู่ในระนาบเดียวกนั ท่กี ระทาตอ่ วตั ถุโดย การเขยี นแผนภาพการรวมแบบ เวกเตอร์ 3.สังเกต วิเคราะห์ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเร่งของวัตถุกับแรงลัพธ์ท่ีกระทาต่อวัตถุ และมวลของวตั ถุ 4.สงั เกตและอธบิ ายแรงกิริยาและแรงปฏกิ ริ ยิ าระหว่างวัตถคุ ูห่ นึ่ง ๆ 5.สังเกตและอธิบายผลของความเร่งที่มีต่อการเคล่ือนท่ีแบบต่างๆ ของวัตถุ ไดแ้ ก่ การเคลื่อนท่ีแนว ตรง การเคลอ่ื นที่แบบโพรเจกไทล์ การเคลื่อนท่ีแบบวงกลมและการเคลือ่ นทแี่ บบส่ัน 6.สบื คน้ ขอ้ มลู และอธบิ ายแรงโน้มถว่ งทเี่ กยี่ วกับการเคลอ่ื นที่ของวัตถตุ ่างๆ รอบโลก 7.สังเกตและอธิบายการเกิดสนามแม่เหลก็ เนือ่ งจากกระแสไฟฟ้า 8.สังเกตและอธิบายแรงแม่เหล็กที่กระทาต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าที่เคล่ือนที่ในสนามแมเ่ หล็ก และ แรงแม่เหล็กท่ีกระทาต่อลวดตัวนาท่ีมีกระแสไฟฟ้าผ่านในสนามแม่เหล็ก รวมทั้งอธิบายหลักการทางานของ มอเตอร์ 9.สงั เกตและอธบิ ายการเกดิ อีเอม็ เอฟเหนยี่ วนา รวมทั้งยกตวั อยา่ งการนาความรู้ไปใ้้ประโย้น์ 10.สืบค้นข้อมลู และอธิบายแรงเข้มและแรงออ่ น 11.สืบค้นข้อมูลและอธิบายพลังงานนิวเคลียร์ ฟิ้้ันและฟิว้ัน และความสัมพันธ์ระหว่างมวลกับ พลังงานที่ปลดปลอ่ ยออกมาจากฟิ้้ันและฟวิ ้ัน

12.สืบค้นขอ้ มลู และอธิบายการเปลยี่ นพลังงานทดแทนเปน็ พลังงานไฟฟ้า รวมทั้งสืบคน้ และอภิปราย เก่ยี วกบั เทคโนโลยอี ื่นๆ ท่ีนามาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลงั งาน 13.สังเกตและอธบิ ายการสะทอ้ น การหกั เห การเลี้ยวเบน และการรวมคล่ืน 14.สงั เกตและอธิบายความถีธ่ รรม้าติ การส่นั พ้อง และผลที่เกดิ ขึ้นจากการส่ันพ้อง 15.สังเกตและอธิบายการสะทอ้ น การหกั เห การเลี้ยวเบน และการรวมคลื่นของคล่นื เสยี ง 16.สืบคน้ ขอ้ มูลและอธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหว่างความเขม้ เสยี งกับระดบั เสยี ง และผลของความถก่ี ับ ระดบั เสยี งทม่ี ตี ่อการไดย้ นิ เสียง 17.สงั เกตและอธบิ ายการเกิดเสียงสะท้อนกลับ บีต ดอปเพลอร์ และการสัน่ พอ้ งของเสยี ง 18.สืบค้นข้อมลู และยกตัวอยา่ งการนาความรเู้ ก่ยี วกับเสียงไปใ้้ใน้ีวติ ประจาวนั 19.สงั เกตและอธบิ ายการมองเห็นสขี องวตั ถุ และความผิดปกตใิ นการมองเห็นสี 20.สงั เกตและอธิบายการทางานของแผ่นกรองแสงสี การผสมแสงสี การผสมผสารสี และการนาไปใ้้ ประโย้น์ใน้ีวิตประจาวัน 21.สบื คน้ ขอ้ มลู และอธิบายคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า สว่ นประกอบคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ และหลักการทางาน ของอุปกรณบ์ าง้นิดทีอ่ าศัยคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้ 22.สบื คน้ ขอ้ มลู และอธิบายการสอ่ื สารโดยอาศัยคลืน่ แม่เหล็กไฟในการส่งผ่านสารสนเทศและ เปรียบเทียบการส่อื สารดว้ ยสัญญาณแอนะลอ็ กกับสญั ญาณกจิ ิทัล รวม 22 ตัวช้ีวัด

ผังมโนทศั น์ วิชาวทิ ยาศาสตร์พนื้ ฐาน ระดบั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 หนว่ ยที่ 5 หนว่ ยที่ 6 เสียง แสงสี 20 ้่ัวโมง 10 ้ั่วโมง วิทยาศาสตร์ จานวน 40 ชว่ั โมง หน่วยท่ี 7 คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้า 10 ้่ัวโมง

โครงสรา้ งรายวิชา วทิ ยาศาสตรพ์ ื้น ภาคเรียนท่ี 2 ปกี หนว่ ย ชือ่ หน่วยการ ตวั ชวี้ ัด ท่ี เรยี นรู้ 5 เสยี ง 15.สังเกตและอธิบายการสะท้อน การ การสะทอ้ นของเสยี งเกิดข้ึน หักเห การเลี้ยวเบน และการรวมคลน่ื เคลื่อนที่สะท้อนกลับมาได้ ของคลนื่ เสียง อากาศที่มอี ุณหภมู ติ ่างกนั การหกั เหเปลี่ยนทิศทางขอ เดนิ ทางไปพบวัตถุสิ่งกดี ขว ด้านหลังได้ การรวมกันขอ สมารถรวมตัวกนั ได้ การรว ของคลื่นแบบหกั ล้างเสียงจ 16.สืบคน้ ข้อมลู และอธิบาย เสยี งทเี่ ราได้ยนิ ท้ังเสียงดังแ ความสมั พนั ธ์ระหว่างความเข้มเสียง แหล่งกาเนดิ เสียงและระทา กบั ระดับเสยี ง และผลของความถกี่ บั ตกตง้ั ฉากลงมาในหน่ึงหน่ว ระดบั เสียงทมี่ ีต่อการไดย้ นิ เสยี ง ผูฟ้ งั ไดร้ ับมี้ว่ งกว้างมา เร ยนิ อยใู่ น้ว่ ง 0-120 เดซเิ บ 17.สังเกตและอธบิ ายการเกดิ เสียง ศกึ ษาปรากฏการณต์ ่างๆขอ สะทอ้ นกลบั บีต ดอปเพลอร์ และการ กลับ การส่ันพอ้ งของเสียงบ สั่นพอ้ งของเสียง ประโย้น์ของเสยี งในด้านต 18.สบื คน้ ข้อมลู และยกตัวอยา่ งการนา การแพทย์ เปน็ ตน้ ความรู้เกยี่ วกบั เสยี งไปใ้ใ้ น ้วี ิตประจาวัน

นฐาน ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 การศกึ ษา 2563 สาระสาคญั เวลา น้าหนกั คะแนน คะแนน (ช่วั โมง) K PA เตม็ นเม่อื เสยี งไปตกกระทบกับสงิ่ กีดขวาง เสียงจะ 6 22 10 การหักเหของเสยี งเกิดขน้ึ เมอ่ื เสยี งเดนิ ผ่าน 8 ทาให้เสยี งเดินทางดว้ ยอตั ราเรว็ เปลี่ยนไปเกดิ 6 22 10 องเสียง การเลยี้ วเยนของเสียงเกดิ ขึน้ เมอ่ื เสียง 8 วาง เสยี งสามารถเคลื่อนที่อ้อมขอบวัตถุไปยัง 1 11 3 องคล่นื เสียง ตงั แต่ 2คลื่นขน้ึ ไป ขน้ึ ไปพบกนั ว 2 11- 2 วมตวั ของคล่ืนแบบเสริมเสยี งจะดัง การรวมกัน 2 จะเบา และเสยี งค่อยมีผลมาจากกาลงั เสียงของ างของผ้ฟู งั กาลงั เสยี งท่ีส่งพลงั งานเสยี งออกไป วยพ้ืนท่ีคือ ความเขม้ เสียง โดยความเข้มเสยี งที่ ราจงึ บอกความดงั ด้วยระดบั เสียงซ่งึ คนทั่วไปได้ บล ความถ่ี 20-20000 เฮริ ตซ์ องเสียงทพ่ี บใน้วี ติ ประจาวนั เสียงสะท้อน บติ และปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ ตวั อย่าง ต่างๆ เ้น่ ดา้ นการเดินเรือและการประมงด้าน

6 แสงสี 19.สงั เกตและอธบิ ายการมองเหน็ สี สสี ันจากวัตถุและแสงสีท่ีเร ของวัตถุ และความผดิ ปกติในการ วัตถุมาเข้าตาเราโดยสารสีข มองเหน็ สี การทางานของเซลลร์ ปู กรว สาหรับตาที่มีอาการมองเห กรวยทางานผิดปกติเรยี กวา่ 20.สงั เกตและอธบิ ายการทางานของ แผน่ กรองแสงสีเป็นแผน่ โป แผ่นกรองแสงสี การผสมแสงสี การ แสงสีผ่านออกมาได้ แสงสอี ผสมผสารสี และการนาไปใ้ป้ ระโย้น์ ผา่ นออกมา ใน้ีวติ ประจาวัน แสงสที เี่ ราเหน็ มมี ากมายหล ทางานรับร้แู สงสแี สงสปี ฐม ไปกระตุ้นเซลล์รปู กรวยทไี่ ว ภูมทิ ง้ั 3 สีในสัดสว่ นที ่พอเ ผสมกนั จะได้แสงสีใหม่ที่นอ อ่นื ๆได้นนั้ เกดิ จากการทาง สารสปฐมภมู ิ คอื สีแดงม่วง ภูมิ ท้ัง 3 ในสัดสว่ นทเี่ หมา จะได้สารสใี หม่ การมองเหน็ สีต่างๆของวัตถ ต้องพจิ ารณาถึงแสงสที ี่ฉาย อาจทาให้มองเห็นสขี องวตั ถ แสงสีขาว

รามองเหน็ ไดน้ ัน้ เกิดจากแสงสีทส่ี ะท้อนจาก 5 5 31 9 ของวัตถดุ ดู กลนื บางแสงสีไว้ ซง่ึ จะไปกระตนุ้ 5 5 21 8 วย 3 ้นดิ ให้ทางานเพ่อื แปลผลการรบั รสู้ ี หน็ สผี ิดไปจากความเป็นจรงิ เนอื่ งจากเซลลร์ ปู าบอดสี ปรง่ แสงที่ยอมให้แสงสีที่มสี เี ดียวกับแผน่ กรอง อน่ื จะถูกกน้ั เอาไวท้ าให้เราได้แสงสีทต่ี อ้ งการ ลากหลายซงึ่ จะไปกระตุ้นเซลล์รูปกรวยให้ มภูมิ 3 สี คอื สีแดง สีเขยี วและสนี ้าเงนิ ซึ่งจะ วต่อแสงสีนั้นๆให้ทางาน การผสมแสงสีปฐม เหมาะจะไดแ้ สงขาว เมื่อนาแสงสีปฐมภมู ิมา อกเหนือจาก 3 สีนี้ เราสามารถมองเหน็ แสงสี งานรว่ มกนั ของเซลลร์ ูปกรวยทง้ั 3 ้นิด ง สีน้าเงินเขียว และสีเหลือง การผสมสารสีปฐม าะสมจะได้สดี า เม่ือสารสีปฐมภมู ิมาผสมกนั ถนุ ้ันnนอกจากพจิ ารณาถงึ สารสีบนวตั ถุแลว้ ยัง ยลงบนวตั ถุด้วย ซึ่งแสงสีต่างๆทฉ่ี ายลงบนวตั ถุ ถุท่ีผิดไปจากสารสีเดิมของวัตถทุ ม่ี องภายใต้

7 คล่ืน 21.สบื ค้นข้อมลู และอธบิ ายคลน่ื คล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า (elect ประจุไฟฟ้า ซงึ่ ทาใหเ้ กดิ กา แมเ่ หล็กไฟฟ้า แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ส่วนประกอบคลืน่ ไปยงั บริเวณรอบ ๆ ในรปู ข สนามแม่เหลก็ และสนามไฟ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ และหลกั การทางาน คลนื่ แม่เหล็กไฟฟา้ สามารถ ความสะดวกใน้ีวิตประจา ของอปุ กรณบ์ าง้นิดทอ่ี าศยั คล่นื control) เครอ่ื งถ่ายภาพเอ Tomography Scan) และ แม่เหล็กไฟฟา้ (Magnetic Resonance Im นอกจากน้ี ความรูเ้ ก่ียวกบั ค ส่อื สารได้อกี ดว้ ย 22.สืบค้นข้อมูลและอธิบายการสื่อสาร ในการสอ่ื สารโดยอาศัยคล่ืน โดยอาศัยคลื่นแมเ่ หล็กไฟในการ หนึ่งไปอกี ที่หนงึ่ สารสนเทศ สง่ ผ่านสารสนเทศและเปรยี บเทยี บ ยังปลายทางซ่ึงจะมีการแป การสอ่ื สารดว้ ยสญั ญาณแอนะลอ็ กกับ สัญญาณท่ใี ้้ในการสื่อสารม สัญญาณกิจิทัล และดจิ ิทลั (digital signal สามารถส่งผ่านได้โดยมีควา สอบกลางภาค สอบปลายภาค

tromagnetic waves) เกดิ จากการรบกวน 5 2 11 4 ารถ่ายโอนพลงั งานของการรบกวนประจไุ ฟฟา้ ของคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าที่ประกอบดว้ ย ฟฟ้าท่ีเปลยี่ นแปลงตลอดเวลา ความร้เู ก่ียวกบั ถนาไปประยกุ ตใ์ ้้สร้างอปุ กรณท์ ้ี่ ว่ ยอานวย าวันเ้่น เครื่องควบคุมระยะไกล (remote อกซเรยค์ อมพวิ เตอร์ (Computed ะ เครื่องถ่ายภาพการสั่นพ้องแม่เหล็ก maging) คล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ ยงั นาไปประยุกต์ใ้้ในการ นแมเ่ หล็กไฟฟ้าเพ่อื สง่ ผา่ นสารสนเทศจากท่ี 5 2 11 4 ศจะถกู แปลงใหอ้ ยู่ในรูปสัญญาณสาหรบั สง่ ไป ปลงสญั ญาณกลับมาเปน็ สารสนเทศท่ีเหมอื นเดมิ มีสอง้นิดคือแอนะล็อก (analog signal) l) การส่งผา่ นสารสนเทศด้วยสัญญาณดิจิทัล ามผิดพลาดนอ้ ยกวา่ สัญญาณแอนะลอ็ ก รวม 10 5 5 20 20 5 5 30 58 23 19 100

การวิเคราะหม์ าต รายวชิ าวิทยาศาสตร์ ระดบั ช้นั มัธยมศึกษา จานวน มาตาฐาน ว.2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปล่ียนแปลงและการถา่ ยโอนพ ธรรมชาติของคล่นื ปรากฏการณท์ เี่ กีย่ วข้อง แสง คลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้า รวมทัง้ นาคว ตัวชว้ี ัด รอู้ ะไร ทาอะไร 15.สังเกตและอธบิ ายการสะท้อน การ รู้อะไร หกั เห การเลี้ยวเบน และการรวมคล่ืน การสะทอ้ น การหกั เห การเลยี้ วเบน และการรวมคล่ืน ของคลื่นเสียง คลนื่ เสยี ง ทาอะไร 16.สืบค้นขอ้ มูลและอธบิ าย สงั เกตและอธบิ ายการสะทอ้ น การหักเห การเลีย้ วเบน ความสัมพันธร์ ะหว่างความเขม้ เสียง การรวมคลนื่ ของคล่ืนเสียง กับระดบั เสียง และผลของความถีก่ บั รอู้ ะไร ระดับเสียงที่มตี ่อการได้ยินเสียง ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มเสียงกับระดับเสียง แ ของความถกี่ บั ระดับเสยี งท่มี ีต่อการไดย้ ินเสยี ง 17.สงั เกตและอธิบายการเกดิ เสียง ทาอะไร สะท้อนกลบั บีต ดอปเพลอร์ และการ สืบค้นข้อมูลและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างควา สน่ั พอ้ งของเสยี ง เสียงกับระดับเสียง และผลของความถก่ี ับระดับเสียง การไดย้ ินเสียง รู้อะไร การเกิดเสียงสะท้อนกลับ บีต ดอปเพลอร์ และการส ของเสียง ทาอะไร สงั เกตและอธบิ ายการเกดิ เสียงสะท้อนกลับ บตี ดอป และการสนั่ พ้องของเสียง

ตรฐานและตัวชวี้ ดั น 1.0 หนว่ ยกิต ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563 พลงั งาน ปฏสิ ัมพนั ธร์ ะหว่างสสารและพลังงาน พลงั งานในชวี ติ ประจาวัน วามรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ภาระงาน/ช้นิ งาน สมรรถนะสาคัญ คุณลักษณะของ คณุ ลักษณะอนั วชิ า พึงประสงค์ ใบงาน นของ 1. ความสามารถใน - ความรบั ผดิ ้อบ - มวี นิ ัย การสือ่ สาร - ความรอบคอบ - ใฝ่เรียนรู้ 2. ความสามารถใน - มงุ่ มั่นใน น และ การคิด การทางาน ใบงาน 1. ความสามารถใน - ความรับผิด้อบ - มีวนิ ยั และผล การส่ือสาร - ความรอบคอบ - ใฝ่เรยี นรู้ ามเข้ม งที่มีต่อ 2. ความสามารถใน - มงุ่ มนั่ ใน การคิด การทางาน ใบงาน 1. ความสามารถใน - ความรับผิด้อบ - มวี ินยั สั่นพ้อง การส่ือสาร - ความรอบคอบ - ใฝเ่ รยี นรู้ ปเพลอร์ 2. ความสามารถใน - มงุ่ มนั่ ใน การคิด การทางาน

18.สบื คน้ ขอ้ มูลและยกตัวอยา่ งการนา รอู้ ะไร ความรู้เก่ยี วกับเสยี งไปใ้ใ้ น การนาความร้เู ก่ียวกับเสยี งไปใ้้ใน้วี ิตประจาวนั ้ีวติ ประจาวนั ทาอะไร สืบค้นข้อมูลและยกตัวอย่างการนาความรู้เก่ียวกับเส ใ้้ใน้วี ิตประจาวัน

ใบงาน 1. ความสามารถใน - ความรบั ผิด้อบ - มีวนิ ยั สียงไป การสอ่ื สาร - ความรอบคอบ - ใฝ่เรียนรู้ 2. ความสามารถใน - มงุ่ ม่นั ใน การคดิ การทางาน

มาตาฐาน ว.2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลย่ี นแปลงและการถ่ายโอนพ ธรรมชาตขิ องคล่นื ปรากฏการณ์ท่ีเกีย่ วข้อง แสง คล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟา้ รวมทัง้ นาคว ตัวช้วี ัด รู้อะไร ทาอะไร 19.สงั เกตและอธิบายการมองเห็นสี รอู้ ะไร ของวตั ถุ และความผดิ ปกติในการ การมองเหน็ สขี องวัตถุ และความผิดปกติในการมองเหน็ ส มองเหน็ สี ทาอะไร สงั เกตและอธบิ ายการมองเหน็ สขี องวตั ถุ และความผิดปก มองเห็นสี 20.สงั เกตและอธบิ ายการทางาน รอู้ ะไร ของแผ่นกรองแสงสี การผสมแสงสี การทางานของแผ่นกรองแสงสี การผสมแสงสี การผส การผสมผสารสี และการนาไปใ้้ และการนาไปใ้ป้ ระโย้น์ใน้วี ติ ประจาวนั ประโย้นใ์ น้ีวติ ประจาวนั ทาอะไร สงั เกตและอธิบายการทางานของแผน่ กรองแสงสี การผส การผสมผสารสี และการนาไปใ้ป้ ระโย้นใ์ น้วี ติ ประจา

พลงั งาน ปฏสิ ัมพันธ์ระหวา่ งสสารและพลังงาน พลงั งานในชวี ิตประจาวัน วามร้ไู ปใชป้ ระโยชน์ สี ภาระงาน/ชนิ้ งาน สมรรถนะสาคัญ คุณลักษณะ คณุ ลกั ษณะอนั พึง กติในการ ของวิชา ประสงค์ ใบงาน 1. ความสามารถใน - ความ - มวี ินัย การสอื่ สาร รับผดิ ้อบ - ใฝเ่ รียนรู้ 2. ความสามารถใน - ความ - มงุ่ มั่นใน การคดิ รอบคอบ การทางาน ใบงาน 1. ความสามารถใน - ความ - มีวนิ ยั สมผสารสี การสอ่ื สาร รบั ผิด้อบ - ใฝ่เรยี นรู้ - ความ - มุ่งมั่นใน สมแสงสี 2. ความสามารถใน รอบคอบ าวนั การคิด การทางาน

มาตาฐาน ว.2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลยี่ นแปลงและการถา่ ยโอนพ ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เก่ียวขอ้ ง แสง คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้า รวมทงั้ นาคว ตวั ชี้วัด รู้อะไร ทาอะไร 21.สบื คน้ ข้อมูลและอธิบายคลืน่ ร้อู ะไร แม่เหล็กไฟฟ้า สว่ นประกอบคลน่ื คลน่ื แม่เหล็กไฟฟ้า สว่ นประกอบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แล แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า และหลักการทางาน ทางานของอปุ กรณบ์ าง้นดิ ท่อี าศยั คลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ ของอุปกรณบ์ าง้นิดท่ีอาศยั คลื่น ทาอะไร แม่เหล็กไฟฟา้ สบื คน้ ขอ้ มูลและอธบิ ายคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า สว่ นประกอบ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ และหลักการทางานของอปุ กรณบ์ าง้นิดท คลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟ้า 22.สืบค้นข้อมูลและอธิบายการ ร้อู ะไร สอ่ื สารโดยอาศยั คลื่นแม่เหลก็ ไฟใน การสือ่ สารโดยอาศยั คล่ืนแม่เหล็กไฟในการสง่ ผา่ นสารสน การสง่ ผา่ นสารสนเทศและ เปรยี บเทยี บการสือ่ สารดว้ ยสัญญาณแอนะล็อกกับสัญญา เปรียบเทยี บการส่อื สารด้วย ทาอะไร สัญญาณแอนะล็อกกับสญั ญาณกิ สบื ค้นข้อมูลและอธบิ ายการสือ่ สารโดยอาศัยคลื่นแมเ่ หล็ก จิทลั การส่งผ่านสารสนเทศและเปรียบเทยี บการสือ่ สารด้วยสัญ นะลอ็ กกบั สญั ญาณกิจทิ ัล

พลังงาน ปฏสิ ัมพันธ์ระหวา่ งสสารและพลังงาน พลังงานในชวี ติ ประจาวนั วามรไู้ ปใช้ประโยชน์ ภาระงาน/ชิ้นงาน สมรรถนะสาคญั คณุ ลกั ษณะ คุณลกั ษณะอันพึง ใบงาน ของวชิ า ประสงค์ 1. ความสามารถใน ละหลักการ การสอ่ื สาร - ความ - มีวินยั รบั ผิด้อบ - ใฝเ่ รยี นรู้ บคลื่น 2. ความสามารถใน - ความ - มงุ่ มน่ั ใน ที่อาศัย การคดิ รอบคอบ การทางาน ใบงาน 1. ความสามารถใน - ความ - มวี ินัย นเทศและ การสอื่ สาร รับผดิ ้อบ - ใฝ่เรียนรู้ าณกิจทิ ัล - ความ - มงุ่ มั่นใน 2. ความสามารถใน รอบคอบ ลกไฟใน การคดิ การทางาน ญญาณแอ