จดั ทำโดย นางสาวปยธิดา ใจวงั E-mail : [email protected]
ดาวโหลดแอปพลเิ คชนั จาก QR Code พรอ มตดิ ตั้ง ในสมารท โฟนของตนเอง มองหาสญั ลกั ษณ กรอบสเ่ี หล่ยี ม เพ่ือใชเ ปน เป���า��� หมาย ใชสมารท โฟนทม่ี แี อปพลเิ คชนั เปดกลอ งเล็งไปท่กี รอบส่เี หลี่ยม เมื่อพบเป������าหมายสมารทโฟน จะมีเสียงและสือ่ แสดงออกมา
ประเภทของถา นหิน ถา นหนิ (coal) เปนเช้ือเพลิงธรรมชาติ เกดิ จากการสะสมตวั ตามธรรมชาติของซากพชื เปนเวลาหลายรอ ยลา นปน ับ เมอื่ เกิดการเปลย่ี นแปลงของผิวโลกเชน เกดิ แผนดนิ ไหว ภูเขาไฟระเบิด หรอื มีการทบั ถมของตะกอนมากขึ้น ทำใหแ หลงสะสมตวั นน้ั ไดรบั ความกดดนั และความรอ นท่มี อี ยภู ายในโลกเพิ่มข้ึน ซากพชื เหลา นนั้ กจ็ ะเกิดการเปล่ยี นแปลงกลายเปน ถานหนิ ชนิดตา งๆ ถา นหนิ สามารถติดไฟได มีสวนประกอบทส่ี ำคัญคือ สารประกอบของ คารบอนซ่งึ จะมอี ยปู ระมาณไมน อ ยกวารอ ยละ 50 โดยปริมาณ 1. พีต (Peat) มีคารบอน 60% เปนถานหนิ ในขัน้ เร่มิ ตนของกระบวนการเกิดถาน หนิ ซากพืชบางสว นยังสลายตัวไมหมด เม่อื นำ พีตมาเปนเชื้อเพลิงตองผานกระบวนการไลความ ชน้ื หรอื ทำใหแ หง กอ น ความรอนที่ไดจากการ เผาพีตสูงกวา ทีไ่ ดจากไม ขอดีของพตี คอื มรี อยละ ของกำมะถันตำ่ กวาน้ำมันและถานหนิ อ่ืน ๆ
ประเภทของถา นหนิ 2. ลิกไนต (Lignite) มคี ารบอน 55 - 60 % เปน ถา นหินที่มซี ากพชื สลายตวั หมด ลกั ษณะเน้ือ เหนยี วและผวิ ดา น มีสเี ขม มปี ริมาณออกซิเจน และความชน้ื ต่ำ มีปริมาณคารบอนสูงกวา พีตเม่อื ติดไฟมีควันและเถาถานมากลิกไนตใชเปนเชื้อ เพลิงสำหรับใหค วามรอนใชเ พอ่ื ผลิตกระแสไฟฟา แหลงลิกไนตที่สำคญั คอื อ.แมเ มาะ จ.ลำปาง 3. ซบั บทิ ูมนิ สั (Sub–bituminous) เปน ถานหนิ ท่เี กิดนานกวาลิกไนตมสี ีนำ้ ตาลจนถึงดำ ลักษณะมีทั้งผิวดานและผิวมันมีทั้งเนื้อออนรวน และแข็งมีปริมาณออกซิเจนและความชื้นต่ำแตมีปริ มาณคารบอนสูงกวาลิกไนตใชเปนแหลงพลัง งานสำหรับผลติ กระแสไฟฟา และอุตสาหกรรม
ประเภทของถานหนิ 4. บทิ ูมินัส (Bituminous) เปนถา นหินทีเ่ กดิ นานกวา ซับบิทมู ินสั มีเน้ือแนน และแขง็ มที ั้งสนี ำ้ ตาลจนถงึ สีดำมปี ริมาณ ออกซิเจนและความชื้นต่ำแตมีปริมาณคารบอน สูงกวาซับบิทูมินัสเมื่อเผาไหมแลวจะใหคาความ รอนสูงใชเปนเชื้อเพลิงในการถลุงโลหะและนำมา เปนวัตถุดบิ เพ่ือเปลี่ยนเปนเชื้อเพลิงเคมีอนื่ ๆ ได 5. แอนทราไซต (Anthracite) เปนถานหินที่มีการแปรสภาพสูงสุดเนื่องจากแรงกด ดันและความรอนใตเปลือกโลกทำใหน้ำและสาร ระเหยตา งๆ ในพชื หมดไป มีอายุการเกิดนานที่สุด มีสดี ำ ลักษณะเน้อื แนนแขง็ และ เปน มัน มีปรมิ าณ ออกซิเจนและความช้นื ต่ำแตม ี ปรมิ าณคารบอนสูง กวา ถา นหนิ ชนิดอ่นื จดุ ไฟติดยากเมื่อตดิ ไฟจะให เปลวไฟสนี ำ้ เงินจางๆ มคี วันนอย ใหความรอนสงู
เทคโนโลยถี านหนิ สะอาด 1. เทคโนโลยีถา นหนิ สะอาดกอนการเผาไหม 1.1 การทำความสะอาดโดยวธิ ีทางกายภาพ (physical cleaning) เปนการกำจัดส่ิงเจือปนประเภท ฝนุ ละออง ดนิ หนิ และสารประกอบพวกกำมะถนั อนินทรีย โดยอาศยั หลกั การความแตกตา งของความหนาแนนของถา นหินกบั สารเหลาน้ี จะทำใหส ิ่งเจือปนตางๆ ท่ีไมตองการจะถกู แยกออกจากเนื้อถา นหนิ ซ่งึ วิธีน้จี ะทำใหไ พไรตกิ ซัลเฟอรถ กู กำจัดออกไดประมาณรอยละ 90 1.2 การทำความสะอาดโดยวิธีทางเคมี (chemical cleaning) เปนการใชส ารเคมีเขา ไปทำปฏกิ ิริยากบั ผงถานหนิ ซึง่ สารเคมีดงั กลาวมีคณุ สมบัตใิ นการ กำจดั พวกสิ่งเจอื ปน ตางๆ ทไ่ี มส ามารถกำจดั โดยวธิ ที างกายภาพได 1.3 การทำความสะอาดโดยวธิ ีทางชีวภาพ biological cleaning) วธิ นี ้เี ปนเทคโนโลยที ยี่ งั คอนขา งใหมโ ดยใชสิ่งมีชีวิตเลก็ ๆจำพวกแบคทีเรียและเชอ้ื รา บางชนดิ
เทคโนโลยถี านหนิ สะอาด 2. เทคโนโลยีถา นหนิ สะอาด ระหวางการไหม้ เปน เทคโนโลยีการขจดั หรอื ลดมลพษิ ออกจากระบบระหวางการใชป ระโยชนถานหิน ซ่งึ เทคโนโลยนี มี้ ีผลดใี นแงท ีว่ า ไมตอ งสรา งเครอ่ื งมอื ขนึ้ มาเพิ่มเตมิ เพ่ือกำจัดกา ซซัลเฟอร ไดออกไซด (SOx) และ กา ซไนโตรเจนไดออกไซด (NOx) เชน ขั้นตอนการขจัดหรอื ลด มลพิษระหวางการเผาไหมถ า นหนิ หรือระหวางการผลติ กาซเช้ือเพลงิ (Flue Gas) เทคโนโลยนี ี้ไดแก Fluidized Bed Combustion ของถา นหนิ ในสภาวะบรรยากาศปกติ และในสภาวะความกดดันสูง Pulverized Fuel (PF) combustion Fluidized Bed Combustion Integrated Gasification Combined Cycle (IGCC) Pressurized Fluidized Bed Combustion Combined Cycle(OFBC)
เทคโนโลยถี านหนิ สะอาด 3. เทคโนโลยถี านหนิ สะอาดหลงั การเผาไหม 3.1 การกำจดั ฝุนละออง ฝุนละอองที่เกิดข้นึ ในกระบวนการจะใชอุปกรณสำหรบั การดักจับ ฝุนละอองทีเ่ กดิ นี้ ซ่งึ โดยท่วั ทใี่ ชก ันอยู ไดแ ก - เครื่องดักฝนุ ดว ยไฟฟา (electrostatic precipitator) ระบบนถ้ี ือวา มปี ระสิทธภิ าพสงู มากในการดกั จบั ฝนุ - เคร่ืองแยกฝนุ แบบลมหมนุ (cyclone Separator) ใชหลกั ของแรงเหวีย่ งเพ่ือใหก า ซซงึ่ มฝี นุ ละอองผสมอยู เกดิ การหมนุ ตัว จะทำใหฝ นุ ละอองซ่ึงมีนำ้ หนักมากกวา รวมตัวกันและถูกแยกออกมา - เครอ่ื งกรองฝุน แบบถุง (bagfilter) เปน อปุ กรณท่มี ถี งุ กรองเปน ตัวกรองแยกฝนุ ละออง ออกจากกา ซทีเ่ กดิ จากการเผาไหมถานหิน 3.2 การกำจัดกาซซลั เฟอรไ ดออกไซด เปน กระบวนการกำจดั กาซซัลเฟอรไดออกไซดท่ถี กู ปลอย ออกมาพรอมกา ซท้ิงหลัง การเผาไหมโดยการฉีดสว นผสม ของนำ้ กบั หนิ ปูนเขาไปทำปฏกิ ริ ิยากับกาซซลั เฟอรไ ดออกไซด ท่ผี สมอยใู นกา ซท้ิงนั้น ผลของปฏกิ ิรยิ าดังกลาวจะทำใหเ กดิ การรวมตวั และตกตะกอนเปนยบิ ซมั ซงึ่ เปนสารประกอบท่ี สามารถนำมาใชประโยชนไ ด Flue Gas Desulfurization (FGD)
เทคโนโลยีถา นหินสะอาด 4. เทคโนโลยถี า นหนิ สะอาดดว ยการแปรสภาพถานหิน (Coal Conversion) ไดม ีการศกึ ษาการ แปรสภาพถานหนิ ใหเ ปน กาซโดยกระบวนการ Gasification ซ่ึงจะทำให สามารถนำกา ซทีเ่ กดิ ขน้ึ ไปกำจดั สารซัลเฟอรอ อกกอนนำไปใชเผาไหมเ ปน เช้อื เพลิงหรอื นำไป ผลติ กระแสไฟฟา เทคโนโลยนี เ้ี ปนท่ีคาดหวงั วา จะถูกนำมาใชแ ทนระบบการผลิตพลงั งาน ไฟฟาจาก การเผาถานหินโดยตรงในปจจุบนั เพราะมขี อดกี วา ระบบเดิมหลายประการรวมท้ัง เสยี คาใชจ า ยในการกำจดั ซลั เฟอรตำ่ และของเสียจากการกำจดั มนี อ ยลงการกำจดั มปี ระสิทธิ ภาพสูงขน้ึ และมผี ลกระทบตอส่งิ แวดลอ มนอ ยลง นอกจากนั้นแลว ยงั มกี ารศึกษาการแปลง ถานหนิ ใหอยใู นสภาพของเหลว (Liquefaction) ซึง่ มีคุณสมใกลเ คียงน้ำมนั ดิบ ซึ่งสามารถนำไปกลัน่ ได
ขอ มลู และสถานภาพการใชถา นหนิ ในอุตสาหกรรมของประเทศไทย 1. ถา นหินภายในประเทศ 1.1 แหลง และปรมิ าณสำรองของถานหนิ ในประเทศ ประเทศไทยมีปรมิ าณสำรองถา นหินมากกวา 2,000 ลา นตนั โดยในจำนวนนีค้ ดิ เปน ปริมาณสำรองที่ประเมินแลว (Measured Reserve) ประมาณ 1,100 ลานตนั แหลง ถา น หนิ สวนใหญจ ะอยูบ รเิ วณตอนเหนอื ของประเทศ โดยมศี กั ด์ิของถานหนิ (Coal Rank) อยใู นระดับลิกไนต (Lignite) ซบั บิทมู ินัส (Sub-Bituminous) จนถงึ บทิ มู ินสั (Bitumi- nous) มีบางทีม่ ีศกั ดิเ์ ปน แอนทราไซต (Anthracite) แตม ปี รมิ าณเล็กนอยเทาน้ัน ซ่งึ พบไดท ี่แหลง ในจงั หวัดเลย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนอื 1.2 การผลติ ถานหนิ ในประเทศ ถา นหินของประเทศสวนใหญมาจากเหมืองของแมเ มาะของการไฟฟาฝา ยผลิตแหง ประเทศไทย ต้งั อยทู อ่ี ำเภอแมเ มาะ จงั หวัดลำปาง ซึ่งในป พ.ศ. 2543 มีปรมิ าณการผลิต ลกิ ไนตถงึ 13.6 ลา นตัน คิดเปนปริมาณมากกวา 3 ใน 4 ของปรมิ าณการผลติ ทงั้ ประเทศ นอกจากนยี้ ังมีแหลงผลติ ถานหินสำคัญอกี 3 แหลง คอื แหลง ที่ อำเภอลี้ จังหวดั ลำพนู มกี ำลังการผลิตรวม 1.9 ลานตนั แหลงที่ อำเภอสบปราบ จงั หวัดลำปาง ปรมิ าณการผลิต 1.6 ลา นตัน และแหลง อำเภอเชียงมวน จังหวดั พะเยามีประมาณการผลิต 0.2 ลา นตนั ซ่งึ ทงั้ 3 แหลงน้ดี ำเนินการผลติ โดยบริษทั เอกชน นอกจากนี้มีการผลติ จากแหลง อน่ื ๆ เลก็ นอย รวมกันแลวประมาณ 0.4 ลานตัน
ขอ มูลและสถานภาพการใชถ า นหิน ในอุตสาหกรรมของประเทศไทย 2. ถา นหนิ ท่นี ำเขามาจากตางประเทศ ประเทศไทยมีการนำเขาถานหินคุณภาพสูง โดยมกี ารนำเขา ถานหินบทิ มู นิ ัสในปริมาณ มากทสี่ ุด เน่อื งจากแหลง ถา นหนิ สงออกของภมู ิภาคนีส้ ว นใหญผลติ ถานหนิ บทิ มู นิ สั ซึ่งมี คุณภาพดี โดยในป 2544 มีมลู คากวาครง่ึ หนึ่งของมูลคาการนำเขา ถานหนิ ท้งั หมด รองลงมา ไดแกถา นหนิ แอนทราไซต และถานโคก และเซมิโคก ตามลำดับ โดยมีปริมาณนำเขา ถา นหนิ จากประเทศอินโดนเี ซยี มากทีส่ ุดประมาณรอยละ 65 รองลงมาไดแ ก เวียดนาม พมา ออสเตรเลีย จนี ลาว และอนื่ ๆ ตามลำดบั เนอ่ื งจากการเลือกใชถ านหนิ ขน้ึ อยกู ับคุณภาพ และระยะทางขนสง การนำเขา ถานหินจึงมาจากประเทศใกลเคียง เพอ่ื ใหไดถา นหนิ ที่มี คณุ ภาพดีในราคาทเ่ี หมาะสมนัน่ เอง
ขอ มลู และสถานภาพการใชถา นหนิ ในอตุ สาหกรรมของประเทศไทย 3. การใชถา นหินในประเทศไทยและแนวโนมในอนาคต การใชถานหินภายในประเทศจำกัดอยูในลักษณะที่ใชเปนเชือ้ เพลงิ สนั ดาปโดยตรง และใชเ ปน วัตถดุ ิบในกระบวนการผลิตและใชความรอนใน 2 ภาค การผลิต คอื 3.1 ภาคการผลิตไฟฟา (Power Sector) 3.2 ภาคอตุ สาหกรรม (Non-power Sector or Industrial Sector) ถานหนิ ทีใ่ ชในประเทศไทยสวนใหญใ ชใ นการผลติ ภาคไฟฟา ถงึ รอยละ 81 ทเี่ หลือรอ ยละ 19 ใชใ นภาคอตุ สาหกรรม ซงึ่ เรยี งตามลำดับการใชจากมากไปหานอยได ดงั น้ี อุตสาหกรรมซีเมนต กระดาษ เยอื่ ไฟเบอร อาหาร ปนู ขาว ใบยาสูบ โลหะ แบตเตอร่ี และอื่นๆ
E-Learning
คำชแ้ี จง : เลือกขอทถ่ี กู ท่ีสุดเพียงขอ เดยี ว 1. ขอ ใดไมใชถ านหินที่ใชใ นการผลิตกระแสไฟฟา 6. โรงไฟฟาถา นหินที่ใดในประเทศไทยมกี ำลงั ผลติ สูงสดุ ก. พีต (Peat) ก. โรงไฟฟาอำเภอแมเ มาะ จงั หวดั ลำปาง ข. ลกิ ไนต (Lignite) ข. โรงไฟฟา อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ค. ซบั บทิ มู ินสั (Sub–bituminous) ค. โรงไฟฟาอำเภอเหนือคลอง จงั หวดั กระบ่ี ง. อลั คาไลน (Alkaline) ง. โรงไฟฟา ประเทศเพอ่ื นบาน 2. ประเทศไทยนิยมใชถานหนิ ชนดิ ใดในการผลติ กระแสไฟฟา 7. กระแสไฟฟา ทีไ่ ดจากการผลิต ก. พีต (Peat) และ ลิกไนต (Lignite) ตองผานส่งิ ใดกอ นจะกระจายสูบา นเรอื น ข. ลกิ ไนต (Lignite) และ ซบั บทิ มู นิ ัส (Sub–bituminous) ก. เสาไฟฟา ข. สายไฟฟา ค. อัลคาไลน (Alkaline) และบทิ ูมินสั (Bituminous) ค. ไอน้ำ ง. หมอ แปลงไฟฟา ง. อลั คาไลน (Alkaline) และพตี (Peat) 3. แรงชนิดใด ทใ่ี ชขับเคลอ่ื นกงั หนั ไอนำ้ ในขน้ั ตอนการผลิต 8. ถานหินเกิดจากอะไร กระแสไฟฟาจากถา นหิน ก. การทับถมกันของซากพืชซากสตั ว ก. ไอน้ำแรงดนั สูง ข. การจบั ตัวกนั เปน กอ นของดนิ ข. ไอน้ำแรงลม ค. การเซาะจากกระแสนำ้ ค. แรงดนั ไฟฟา ง. การรวมตัวกันของฝนุ ละออง ง. แรงดันกระแสไฟ 4.การกำเนิดไฟฟาอยใู นขน้ั ตอนใด? 9. ขอใดไมใชข อดีของถานหนิ ก. ขัน้ ตอนการบดถา นหิน ก. หาไดงาย ข. ข้ันตอนการตมนำ้ ดวยถา นหิน ข. มปี ริมาณมาก ค. ขน้ั ตอนการหมนุ กงั หนั ไอน้ำ ค. มีราคาถกู ง. ขั้นตอนการกระจายไฟฟา สบู า นบา นเรือน ง. ยอยสลายงา ย 5. ถา นหนิ ภายในประเทศไทยสว นใหญมาจากพนื้ ทีใ่ ด ก. อำเภอแมเ มาะ จงั หวดั ลำปาง 10.ถานหินแปรรปู เปน กระแสไฟฟา ไดอยางไร ข. อำเภอเมอื ง จังหวัดระยอง ก. จากการเปน เชือ้ เพลงิ ในหมอ ตมน้ำ เพื่อผลติ แรงดันไอนำ้ ค. อำเภอเหนือคลอง จงั หวัดกระบ่ี ท่ีใชขับเคลอ่ื นกังหันท่เี ชื่อมตอกบั เครอ่ื งกำเนิดไฟฟา ง. นำเขาจากประเทศเพื่อนบา น ข. จากการเปน เชือ้ เพลงิ ในหมอ ตม นำ้ เพือ่ ใหไดความรอ นที่เชอ่ื มตอ กบั เคร่ืองกำเนดิ ไฟฟา ค. จากการบดละเอียดแลวเขา เตาเผา เพ่ือใหเ กิดกระแสไฟฟา ง. จากการบดละเอยี ดแลวกล่นั เอากระแสไฟฟา
แหลง ขอ มลู www.dede.go.th : กรมพฒั นาพลังงานทดแทนและอนุรกั ษพลงั งาน กระทรวงพลงั งาน dmf.go.th : กรมเชอ้ื เพลงิ กระทรวงพลังงาน www.egat.co.th : การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย
Search
Read the Text Version
- 1 - 16
Pages: