ก คำนำ เอกสารประกอบการสอน รายวิชาโปรแกรมมัลติมีเดียเพ่ือการนาเสนอ รหัสวิชา 2204-2106เล่มน้ีจัดทาขึ้นเพ่ือใช้ประกอบการสอนควบคู่กั บแผนการจัดการเรียนรู้ในรายวิ ชา โปรแกรมมัลติมีเดียเพ่ือการนาเสนอ รหัสวิชา 2204-2106 ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556 ประเภทวิชาพาณิชยกรรม สาขางานคอมพวิ เตอร์ธุรกจิ กลมุ่ ทักษะวิชาชพี เลือก ของสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษากระทรวงศกึ ษาธิการ ในการจัดทาเอกสารประกอบการสอนเล่มนี้ ประกอบไปด้วยหน่วยการจัดการเรียนการสอนทั้งสิ้น 6 หน่วย ใช้เวลาในการจัดการเรียนการสอนท้ังสิ้น 72 ช่ัวโมง ประกอบด้วยหน่วยท่ี 1 หลักการนาเสนอข้อมูล หน่วยที่ 2 การเขียน Storyboard หนว่ ยท่ี 3 การสร้างช้นิ งานนาเสนอ หน่วยท่ี 4 การแก้ไขการตกแตง่ สไลด์ หน่วยท่ี 5 เทคนคิ การนาเสนอ หนว่ ยที่ 6 การประยุกตใ์ ชช้ ้ินงานนาเสนอ ขอขอบพระคุณผู้ทรงคุณวุฒิ ผ้เู ช่ียวชาญ และผู้ท่ีมสี ว่ นเก่ียวข้องทุก ๆ ท่าน ที่กรณุ าให้คาปรกึ ษาชี้แนะแนวทางในการจัดทาเอกสารประกอบการสอนฉบับนี้ให้มีความสมบูรณ์ ทาให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานทางวชิ าการได้สาเรจ็ ลุล่วงไปดว้ ยดี นางสาวกญั ญ์ภคั ญา อนิ นรุ กั ษ์ ผจู้ ัดทา
ข หลกั สตู รประกำศนียบัตรวิชำชีพ พุทธศักรำช 2556 หลกั กำรของหลักสตู ร 1. เป็นหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวชิ าชีพหลังมัธยมศึกษาตอนตน้ หรือเทียบเท่าด้านวชิ าชีพท่ีสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ และประชาคมอาเซียนเพ่ือผลิตและพัฒนากาลังคนระดับฝีมือให้มีสมรรถนะ มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพสามารถประกอบอาชพี ไดต้ รงตามความตอ้ งการของสถานประกอบการและการประกอบอาชีพอสิ ระ 2. เป็นหลักสูตรที่เปดิ โอกาสให้เลือกเรียนได้อย่างกว้างขวาง เนน้ สมรรถนะเฉพาะด้านด้วยการปฏิบัติจริง สามารถเลือกวิธีการเรียนตามศักยภาพและโอกาสของผู้เรียน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเทียบโอนผลการเรยี นสะสมผลการเรียนเทียบความรูแ้ ละประสบการณ์จากแหล่งวิทยาการ สถานประกอบการและสถานประกอบอาชีพอิสระ 3. เป็นหลักสูตรที่สนับสนุนการประสานความร่วมมือในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างหนว่ ยงานและองคก์ รที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน 4. เป็นหลักสูตรท่ีเปิดโอกาสให้สถานศึกษา สถานประกอบการ ชุมชน และท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรใหต้ รงตามความต้องการและสอดคล้องกับสภาพยุทธศาสตร์ของภูมิภาค เพ่ือเพิ่มขดี ความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ
ค หลักสตู รรำยวชิ ำ ช่ือวิชำ โปรแกรมมลั ตมิ ีเดียเพอื่ การนาเสนอ รหัสวิชำ 2204-2106 จำนวน 4 ช่วั โมงตอ่ สปั ดำห์ 3 หนว่ ยกิตจุดประสงค์รำยวชิ ำ 1. เพ่อื ให้มีความร้คู วามเขา้ ใจเกีย่ วกบั การออกแบบชิ้นงานนาเสนอ 2. เพอื่ ใหม้ ที ักษะในการใชโ้ ปรแกรมนาเสนอ 3. เพอ่ื ให้ผลิตชิน้ งาน และนาเสนอผลงาน 4. เพอื่ ให้มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีดใี นการใช้คอมพิวเตอร์สมรรถนะรำยวิชำ 1. แสดงความรูเ้ กยี่ วกับหลักการออกแบบชิ้นงานนาเสนอ 2. การออกแบบงานนาเสนอตามลักษณะงาน 3. ผลติ ชิน้ งานนาเสนอโดยใชโ้ ปรแกรมนาเสนอคำอธิบำยรำยวิชำ ศกึ ษาและปฏิบตั ิเกี่ยวกับการออกแบบช้นิ งานนาเสนอ การถา่ ยทอดแนวความคิดสู่ช้ินงานที่เปน็รปู ธรรม (Storyboard) การผลิตชน้ิ งานนาเสนอ การใชภ้ าษา การนาเสนอ
ง กำหนดกำรสอนชื่อวชิ ำ โปรแกรมมลั ตมิ ีเดียเพือ่ การนาเสนอ รหัสวชิ ำ 2204-2106 จำนวน 4 ช่ัวโมงตอ่ สัปดำห์ 3 หน่วยกิตหน่วยกำรเรยี นรู้ที่ ช่ือ/รำยกำรสอน สัปดำหท์ ี่ จำนวนชั่วโมง 41 หลักการนาเสนอข้อมูล 1 8 2-3 162 การเขยี น Storyboard 16 4-7 163 การสรา้ งช้ินงานนาเสนอ 8-11 12 12-154 การแก้ไข การตกแตง่ สไลด์ 16-18 72 195 เทคนคิ การนาเสนอ6 การประยุกตใ์ ชช้ ิน้ งานนาเสนอ สอบปลายภาค รวมช่ัวโมงหมำยเหตุ การประเมนิ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นจัดในสปั ดาหส์ ดุ ท้ายของการจดั การเรยี นการสอน สาหรับสถานศกึ ษาที่จัดการเรยี นแบบ 19 สัปดาห์
จตำรำงวิเครำะหจ์ ดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้ช่อื หนว่ ยและชอ่ื เรือ่ ง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมหน่วยที่ 1 หลกั การนาเสนอข้อมูล 1. มคี วามร้เู ก่ยี วกบั หลักการนาเสนอขอ้ มลูหนว่ ยที่ 2 การเขยี น Storyboard 2. มคี วามรู้เก่ียวกบั การเขยี น Storyboardหนว่ ยท่ี 3 การสร้างชิน้ งานนาเสนอ 3. สามารถสร้างชนิ้ งานนาเสนอได้หน่วยที่ 4 การแก้ไข การตกแตง่ สไลด์ 4. สามารถแก้ไข และตกแตง่ สไลดไ์ ด้หนว่ ยท่ี 5 เทคนคิ การนาเสนอ 5. สามารถใช้เทคนคิ การนาเสนอได้หน่วยที่ 6 การประยกุ ต์ใช้ชิน้ งานนาเสนอ 6. สามารถประยุกตใ์ ชช้ น้ิ งานนาเสนอได้ 7. มคี วามรบั ผดิ ชอบที่จะพัฒนาตนเองในดา้ น ความรู้ และนาไปประยกุ ต์ใช้งานได้ 8. มีความคดิ ริเรม่ิ สรา้ งสรรคใ์ นการปฏิบตั งิ าน มี ความสนใจใฝ่รู้ มีวินยั มมี นษุ ยสัมพันธ์ที่ดีกับ เพ่ือนร่วมงาน
ฉกำรวัดผลและประเมินผลกำรวดั ผล สัดสว่ นคะแนน หมำยเหตุ ท่ี รำยกำร 20 1 ประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ มและ - ความมวี ินัย คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ 20 - ความรบั ผิดชอบ 40 - ความสนใจใฝ่รู้ 2 กจิ กรรมปฏบิ ตั ิ (ใบงาน) 20 - ความคดิ ริเริม่ สร้างสรรค์ 3 การทดสอบระหวา่ งเรียน 100 - ความมีมนษุ ยสมั พันธ์ 4 การทดสอบปลายภาคเรยี น รวมกำรประเมินผล 1. ผู้ที่จะผา่ นรายวิชานีจ้ ะตอ้ งมีเวลาเรียนไม่ต่ากวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทัง้ หมด 2. ได้คะแนนผลงานท่ีมอบหมาย ไม่ต่ากว่ารอ้ ยละ 50 ของคะแนนรวม 3. ไดค้ ะแนนรวมทั้งรายวิชา ไม่ตา่ กว่ารอ้ ยละ 50 ของคะแนนรวมเกณฑ์ในกำรตัดสินผลกำรเรียน ค่าระดับคะแนน กาหนดค่าระดับคะแนนรอ้ ยละตามเกณฑ์ ดงั นี้คะแนนระหว่าง 80 - 100 ได้ระดบั คะแนน 4คะแนนระหว่าง 75 – 79 ไดร้ ะดบั คะแนน 3.5คะแนนระหวา่ ง 70 - 74 ได้ระดบั คะแนน 3คะแนนระหว่าง 65 - 69 ไดร้ ะดบั คะแนน 2.5คะแนนระหว่าง 60 – 64 ไดร้ ะดับคะแนน 2คะแนนระหวา่ ง 55 - 59 ได้ระดบั คะแนน 1.5คะแนนระหวา่ ง 50 – 54 ได้ระดับคะแนน 1คะแนนระหวา่ ง 0 – 49 ได้ระดับคะแนน 0
หน่วยท่ี 1 หลกั กำรนำเสนอข้อมลูแนวคิด ปจั จุบันการนาเสนอเข้ามามีบทบาทสาคัญในทุกภาคส่วน ไม่ว่าองค์กรธรุ กิจ การเมอื ง การศกึ ษาหรอื แม้แต่หน่วยงานของรฐั กต็ อ้ งอาศัยวธิ ีการนาเสนอเพอื่ สือ่ สารข้อมูล ข้อสนเทศ ขององค์กรไปยงั บุคคลหรือหน่วยงานที่ต้องการให้รับทราบข้อมูล ข้อสนเทศ เพื่อขอความเห็น ขออนุมัติ หรือเสนอข้อสรุปผลการดาเนนิ งานต่าง ๆ ผู้มีหน้าท่ีเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ การแนะนาองค์กร การฝึกอบรม การประชุมหรือผู้ที่เป็นหัวหน้างานทุกระดับจะต้องรู้จกั วิธีการนาเสนอ เพ่ือนาไปใช้ให้เหมาะสมกับงานต่าง ๆ และเพื่อผลสาเรจ็ ของการพฒั นางานของตน หรือองค์กรสำระสำคญั 1. ความหมายของการนาเสนอข้อมลู 2. ความสาคญั ของการนาเสนอขอ้ มลู 3. วตั ถปุ ระสงค์ในการนาเสนอขอ้ มูล 4. หลกั การออกแบบงานนาเสนอ 5. รปู แบบการนาเสนอจดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 1. อธบิ ายความหมายและความสาคัญของการนาเสนอข้อมูลได้ 2. บอกวัตถปุ ระสงค์ในการนาเสนอขอ้ มูลได้ 3. บอกขนั้ ตอนการเตรียมงานนาเสนอได้ 4. บอกวธิ กี ารออกแบบชิ้นงานนาเสนอได้ 5. เลือกใชโ้ ปรแกรมท่ใี ช้ในการนาเสนอข้อมลู ได้ 6. บอกรูปแบบการนาเสนอได้
2 แบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยท่ี 1 หลกั กำรนำเสนอข้อมลูคำแนะนำ ใหเ้ ลือกคาตอบทีถ่ ูกตอ้ งทีส่ ุดเพยี งคาตอบเดยี ว1. ขอ้ ใดคอื ความหมายของการนาเสนอข้อมูล ก. การบรรยายข้อมูลทตี่ อ้ งการส่อื สารให้ผฟู้ งั ได้รับรู้ ข. การแลกเปล่ยี นขอ้ มลู ระหว่างผนู้ าเสนอและผ้ฟู ัง ค. การแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั ขอ้ มลู ง. การพัฒนาส่อื การเรยี นรู้2. ข้อใดเปน็ ลักษณะงานนาเสนอ ก. เปดิ ตวั รถยนตร์ ุ่นใหม่ ข. รายงานยอดขาย ค. แผนการขาย ง. ถกู ทุกข้อ3. ข้อใดไมใ่ ชค่ วามสาคญั ของการนาเสนอข้อมูล ก. ชว่ ยในการตดั สินใจดาเนินงาน ข. เผยแพร่ความกา้ วหน้าของงาน ค. เผยแพร่ข้อผิดพลาดของงาน ง. ใชใ้ นการพฒั นางาน4. ขอ้ ใดไม่ใชว่ ตั ถปุ ระสงคข์ องการนาเสนอขอ้ มลู ก. เพอื่ ใหค้ วามรู้หรือข้อมลู ขา่ วสารใหม่ ๆ ข. เพื่อให้เกดิ ความเขา้ ใจ ค. เพือ่ ดงึ ดดู ความสนใจ ง. เพอ่ื พจิ ารณาผลงาน5. ข้อใดควรดาเนนิ การก่อนเปน็ เรือ่ งแรกในการนาเสนอ ก. กาหนดเรื่องและเตรยี มขอ้ มลู การนาเสนอ ข. จดั หาโปรแกรมการนาเสนอ ค. ออกแบบงานนาเสนอ ง. วางโครงร่างสไลด์6. ขอ้ ใดคอื วัตถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษาขอ้ มลู เพอื่ เตรียมการนาเสนอ ก. เพื่อวางเคา้ โครงของเรื่องทีจ่ ะนาเสนอให้ถูกตอ้ ง ข. เพ่ือชว่ ยในการนาเสนอเปน็ ไปตามลาดับข้อมลู ค. เพอ่ื กาหนดแนวทางทีจ่ ะใช้ในการนาเสนอ ง. เพื่อจดั หาบคุ ลากรจดั ทางานนาเสนอ
37. ขอ้ ใดคือข้ันตอนของการเตรยี มงานนาเสนอ ก. เตรียมข้อมูล-กาหนดเร่ือง-วางโครงร่าง-ออกแบบงานและเลือกใช้โปรแกรม-สร้างงานนาเสนอ-นาเสนองาน ข. เตรียมข้อมูล-วางโครงร่าง-กาหนดเรื่อง-ออกแบบงานและเลือกใช้โปรแกรม-สร้างงานนาเสนอ-นาเสนองาน ค. กาหนดเรื่อง-วางโครงร่าง-เตรียมข้อมูล-ออกแบบงานและเลือกใช้โปรแกรม-สร้างงานนาเสนอ-นาเสนองาน ง. กาหนดเร่ือง-เตรียมข้อมูล-วางโครงร่าง-ออกแบบงานและเลือกใช้โปรแกรม-สร้างงานนาเสนอ-นาเสนองาน8. ข้อใดคือรปู แบบการนาเสนอขอ้ มลู ทีน่ ยิ มใช้ ก. การนาเสนอแบบ Slide Presentation และ แบบ Macromedia Authorware ข. การนาเสนอแบบ Web page และ แบบ Macromedia Authorware ค. การนาเสนอแบบ Slide Presentation และ แบบ Adobe Acrobat ง. การนาเสนอแบบ Web page และ แบบ Slide Presentation9. ข้อใดคือแนวทางในการออกแบบงานนาเสนอให้มีความโดดเด่น น่าสนใจ ก. สือ่ ความหมายไดร้ วดเรว็ ข. สดุดตาและนา่ สนใจ ค. เน้ือหาเปน็ ลาดบั ง. ถกู ทุกขอ้10. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถูกตอ้ งเกีย่ วกับการออกแบบงานนาเสนอตามลักษณะงาน ก. กลุ่มเป้าหมายที่มีลักษณะโต้ตอบ เช่น การนาเสนอทางวิชาการ การบรรยาย หรือฝึกอบรมควรใหค้ วามสาคญั กบั ผบู้ รรยายมากกวา่ เนือ้ หาทน่ี าเสนอ ไม่เน้น Effect มากนกั ข. กลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่ ให้ความสาคัญกับผู้บรรยายมากกว่าเน้ือหาท่ีนาเสนอ ไม่เน้นEffect แต่ให้ความสาคัญกับขนาดตัวอกั ษร สตี ัวอักษร และลกั ษณะของสีพืน้ สไลด์ ค. กลุ่มเป้าหมายเฉพาะกิจ เช่น ผู้บริหาร นักวิชาการ ให้ความสาคัญกับเนื้อหาและผู้นาเสนอเปน็ สาคัญ เนือ้ หามงุ่ เฉพาะเป้าหมายของการนาเสนอ ไม่เน้น Effect มากนกั ง. กลมุ่ เป้าหมายขนาดเล็ก ให้ความสาคัญกับผฟู้ ังมากกว่าเนื้อหา ใช้เทคนิค หรอื Effect ของโปรแกรมอยา่ งเต็มที่11. สแี บบใดทไี่ ม่ควรเลือกใช้ในการจัดทางานนาเสนอ ก. ใชส้ ีที่ตัดกนั ระหวา่ งสีตัวอักษร สีวตั ถุ และสีพ้ืน ข. ใช้สชี ุดเดยี วกนั สาหรบั สไลด์ท้งั หมด ค. ใชห้ นง่ึ สีหนง่ึ สไลด์ ง. ถูกทุกขอ้
412. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ต้องเกย่ี วกบั การแสดงขอ้ ความในงานนาเสนอ ก. หวั ข้อใหญก่ าหนดขนาดตวั อกั ษรใหญ่กวา่ หวั ข้อย่อย ข. ใช้สีของข้อความในการจดั กลุม่ ของเนือ้ หา ค. ใชส้ ีทแี่ ตกต่างกนั หรือตัวอกั ษรสสี ลบั กนั ง. ใช้ตัวหนาในข้อความที่ตอ้ งการเนน้13. ขอ้ ความทตี่ อ้ งการให้อ่านก่อน ควรจดั ไวท้ ตี่ าแหน่งใดของงานนาเสนอ ก. มุมซา้ ยบนของหน้า ข. มมุ ขวาบนของหนา้ ค. มมุ ซ้ายล่างของหนา้ ง. มุมขวาลา่ งของหน้า14. ข้อใดตอ่ ไปนคี้ อื โปรแกรมที่ควรเลอื กใช้เพอื่ นาเสนองาน ก. ไมโครซอฟต์เพาเวอรพ์ อยต์ (Microsoft PowerPoint) ข. ไมโครซอฟต์เอาทล์ ุค (Microsoft Outlook) ค. ไมโครซอฟตแ์ อคเซส (Microsoft Access) ง. ไมโครซอฟต์เอก็ เซล (Microsoft Excel)15. โปรแกรมใดท่ีใช้ในการนาเสนอในชอ่ งทางการนาเสนอผลงานแบบออฟไลน์ (offline) ก. ไมโครซอฟตเ์ พาเวอรพ์ อยต์ (Microsoft PowerPoint) ข. ไมโครซอฟตเ์ อาทล์ คุ (Microsoft Outlook) ค. ไมโครซอฟตแ์ อคเซส (Microsoft Access) ง. ไมโครซอฟต์เอ็กเซล (Microsoft Excel)16. ขอ้ ใดไมใ่ ชช่ อ่ งทางการนาเสนอผลงานแบบออนไลน์ (online) ก. ไมโครซอฟตเ์ พาเวอร์พอยต์ (Microsoft PowerPoint) ข. ทวิตเตอร์ (Twitter.com) ค. เฟสบุ๊ค (Facebook) ง. ไฮไฟว์ (Hi5.com)17. โปรแกรมใดทมี่ ลี กั ษณะ multimedia ที่ใช้สร้างบทเรยี น CAI ก. Macromedia Authorware ข. Adobe Acrobat ค. Facebook ง. Swish18. การเตรียมงานกอ่ นนาเสนอลงในกระดาษกอ่ น เรียกวา่ อะไร ก. Presentation ข. Storyboard ค. Animation ง. Graphic
519. ข้อใดเปน็ โปรแกรมแบง่ ปันรปู ภาพและคลปิ วดิ โี อสั้น ๆ ก. เฟชบุค้ ไลฟ์ (Facebook Live) ข. อนิ สตาแกรม (Instagram) ค. ทวิตเตอร์ (Twitter) ง. สไกป์ (Skype)20. ข้อใดเป็นบริการเครือข่ายสังคมที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเว็บไซต์สาหรับการส่งบริการข้อความ สน้ั บนอินเทอรเ์ น็ต ก. เฟชบ้คุ ไลฟ์ (Facebook Live) ข. อนิ สตาแกรม (Instagram) ค. ทวติ เตอร์ (Twitter) ง. สไกป์ (Skype)
6 เฉลย แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยที่ 1 หลกั กำรนำเสนอข้อมูล1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10.ก. ง. ค. ง. ก. ง. ง. ง. ง. ก.11. 12. 13. 14. 15. 16. 17. 18. 19. 20.ค. ข. ก. ก. ก. ก. ก. ข. ข. ค.
7 หลักกำรนำเสนอข้อมูลควำมหมำยของกำรนำเสนอข้อมลู การนาเสนอข้อมูล (Presentation) หมายถึง การสื่อสารเพื่อเสนอข้อมูล ความรู้ ความคิดเห็นหรอื ความต้องการไปสู่ผ้รู ับสาร การนาเสนออาจใช้เทคนิคหรือวิธีการต่าง ๆ ประกอบการนาเสนอ อันจะทาใหบ้ รรลุผลสาเร็จตามจุดม่งุ หมายของการนาเสนอควำมสำคญั ของกำรนำเสนอข้อมูล ปจั จบุ ันการนาเสนอเขา้ มามบี ทบาทสาคัญในทกุ ภาคส่วน ไมว่ ่าองค์กรธรุ กิจ การเมือง การศกึ ษาหรือแมแ้ ต่หนว่ ยงานของรัฐกต็ ้องอาศัยวธิ กี ารนาเสนอเพอ่ื สอื่ สารข้อมลู ข้อสนเทศ ขององค์กรไปยังบุคคลหรือหน่วยงานที่ต้องการให้รับทราบข้อมูล ข้อสนเทศ เพื่อขอความเห็น ขออนุมัติ หรือเสนอข้อสรุปผลการดาเนนิ งานตา่ ง ๆ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการประชาสมั พันธ์ การแนะนาองคก์ ร การฝึกอบรม การประชุมหรือผู้ท่ีเป็นหัวหน้างานทุกระดับจะต้องรู้จกั วิธีการนาเสนอ เพื่อนาไปใช้ให้เหมาะสมกับงานต่าง ๆ และเพื่อผลสาเร็จของการพัฒนางานของตน หรือองค์กรวัตถุประสงคใ์ นกำรนำเสนอขอ้ มลู 1. เพ่ือให้ผู้ฟังรับทราบความคิดเห็นหรือความต้องการ เช่น ประธานที่ประชุมนาเสนอข้อมูลความจาเป็นในการก่อสร้างอาคาร เป็นต้น 2. เพ่ือให้ผู้ฟังพิจารณาเร่ืองใดเร่ืองหนึ่ง เช่น การนาเสนอข้อมูลให้ท่ีประชุมทราบเพ่ือประกอบการพจิ ารณา เปน็ ตน้ 3. เพ่ือให้ผู้ฟังได้รับความรู้จากข้อมูลท่ีนาเสนอ เช่น วิทยากรนาเสนอข้อมูลท่ีเป็นความรู้ข้อเท็จจริงแก่ผู้เข้ารับการอบรม หรือการนาเสนอข้อมูลสรุปผลการดาเนินงานต่าง ๆ แก่ผู้เข้าเย่ียมชมกิจการ เป็นตน้ 4. เพอ่ื ให้ผฟู้ งั มคี วามเข้าใจทถี่ ูกต้องหลักกำรออกแบบงำนนำเสนอ ก่อนการออกแบบชิน้ งานนาเสนอ ควรเตรยี มขอ้ มูล และวางแผนงานให้พร้อมก่อน มขี ้นั ตอน ดังน้ี 1. กาหนดเรอื่ งงานนาเสนอ และศกึ ษาข้อมูลเรือ่ งงานนาเสนอ 2. เตรียมข้อมูลท่ีต้องการนาเสนอ โดยการร่างข้อมูล และเขียนแนวทางในการนาเสนอ เช่นการร่างหัวข้อและรายละเอยี ดที่ตอ้ งการนาเสนอ การวางแนวทางการนาเสนอว่าควรเรม่ิ ต้นอยา่ งไร และจบการนาเสนอแบบไหน เป็นต้น โดยการร่างหัวข้อ และข้อความท่ีใช้ในการนาเสนอควรใช้ประโยคท่ีสมบูรณ์ กระชับ เข้าใจง่าย และตรงประเด็น นอกจากน้ีควรตรวจสอบด้วยว่าผู้เข้าฟังบรรยายเป็นใครมคี วามรู้พืน้ ฐานเกี่ยวกบั เรอ่ื งทจ่ี ะนาเสนอหรอื ไม่ จะไดเ้ ตรียมขอ้ มลู ให้เหมาะสม 3. วางโครงร่างสไลด์ โดยการนาชื่อหัวข้อและรายละเอียดทรี่ ่างไว้จดั ทาโครงร่าง และวางลาดับสไลด์ โดยการกาหนดจานวนสไลด์ท้ังหมดคร่าว ๆ แล้วจึงวางแผนว่าในสไลด์แต่ละแผ่น ควรใส่เนื้อหารปู ภาพ หรือวีดีโอประกอบอย่างไร พร้อมท้งั จดั ลาดบั สไลด์ใหเ้ หมาะสมกับลาดบั เนอื้ หา
8 4. ออกแบบการนาเสนอ งานนาเสนอที่ดีควรมีความโดดเด่น น่าสนใจ จะเน้นความคิด “หน่ึงสไลด์ต่อหนึ่งความคิด” มีการสรุปประเด็น หรือสาระสาคัญโดยมีแนวทาง 3 ประการในการออกแบบได้แก่ 4.1 สอื่ ความหมายได้รวดเร็ว งานนาเสนอทดี่ ีต้องสามารถสอื่ ความหมายใหผ้ ฟู้ ัง ผ้ชู มได้อยา่ งรวดเร็ว จะต้องทราบกลุ่มเป้าหมาย เน้ือหาสาระ สถานท่ี และเวลาที่ต้องการนาเสนอเพ่ือประกอบการออกแบบสื่อ จึงตอ้ งออกแบบงานนาเสนอตามลกั ษณะงาน เช่น 4.1.1 กลุ่มเป้าหมายขนาดเล็ก ควรให้ความสาคัญกับผู้ฟังมากกว่าเนื้อหา สามารถนาเทคนคิ หรอื Effect ต่าง ๆ ของโปรแกรมมาใช้ไดอ้ ย่างเตม็ ที่ 4.1.2 กลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่ ควรให้ความสาคัญกับผู้บรรยายมากกว่าเนื้อหาที่นาเสนอ ดังน้ัน ไม่เน้นท่ี Effect แต่ให้ความสาคัญกับขนาดตัวอักษร สีตัวอักษร และลักษณะของสีพ้ืนสไลด์ 4.1.3 กลุ่มเป้าหมายท่ีมีลักษณะโต้ตอบ เช่น การนาเสนอทางวิชาการ การบรรยายหรือฝึกอบรม ควรให้ความสาคัญกับเน้ือหา รวมทั้งสามารถนาเทคนิคหรือ Effect ต่าง ๆ มาใช้ได้อย่างเต็มที่ 4.1.4 กลุ่มเป้าหมายเฉพาะกิจ เช่น ผู้บริหาร นักวิชาการ จะต้องให้ความสาคัญกับเนื้อหาและตัวผนู้ าเสนอเป็นสาคัญ เนอ้ื หาควรมงุ่ เฉพาะเป้าหมายของการนาเสนอ ไม่เนน้ Effect มากนัก 4.2 เน้ือหาเป็นลาดับ สื่อนาเสนอที่ดีควรมีการจัดลาดับเน้ือหาเป็นลาดับ มีระเบียบ ดูง่ายไมส่ บั สน สิ่งทจี่ ะชว่ ยใหก้ ารออกแบบส่ือนาเสนอทีต่ อ้ งการจดั ลาดบั เนอ้ื หาให้เป็นระเบยี บและดูง่าย คอื 4.2.1 รูปแบบเน้ือหา สื่อนาเสนอแต่ละสไลด์ ควรหลีกเล่ียงการนาเสนอแบบย่อหน้าหากไม่สามารถหลีกเล่ียงได้ควรใช้เทคนิคการเน้นแนวคิดหลัก (Main Idea) ในแต่ละย่อหน้าด้วยสีที่โดดเด่น เช่น พ้ืนหลังสีขาว ตัวอักษรสีดา ควรเน้นแนวคิดหลัก (Main Idea) ด้วยสีแดง เป็นต้น แต่ละสไลด์เนื้อหาไม่ควรเกิน 6–8 บรรทัด ควรสรุปเน้ือหาให้เป็นหัวเรื่อง (Title) และหัวข้อ (Topic) หรือแนวคิดหลกั (Main Idea) 4.2.2 แบบอักษร การควบคุมการแสดงข้อความในแต่ละสไลด์ ควรให้ความสาคัญกับขนาดตัวอกั ษร ดังน้ี 4.2.2.1 หวั ขอ้ ใหญ่กาหนดขนาดตวั อักษรใหญ่กว่าหวั ข้อยอ่ ย 4.2.2.2 เลือกใช้แบบอกั ษรท่ีเหมาะสม 4.2.2.3 เปลย่ี นลักษณะของตวั อกั ษรใชต้ วั หนาในขอ้ ความทีต่ อ้ งการเนน้ 4.2.2.4 ใช้ช่องว่างในการจัดกลมุ่ ของเนอ้ื หา 4.2.2.5 ขอ้ ความท่ตี ้องการใหอ้ า่ นก่อน ควรจดั ไวท้ ตี่ าแหน่งมุมซ้ายบนของหน้า 4.2.2.6 พมิ พต์ ัวอกั ษรลงกรอบทว่ี างแบบไวแ้ ลว้ 4.2.2.7 ขนึ้ หวั ข้อกอ่ นแลว้ จึงอธบิ ายอยา่ งละเอียด 4.2.2.8 ใช้สที ่ีแตกตา่ งกนั หรือตวั อักษรสสี ลับกนั
9 4.3. สื่อนาเสนอต้องสะดุดตาและน่าสนใจ สื่อนาเสนอท่ีดีนั้นจะต้องมีจุดเด่นน่าสนใจสามารถดึงดูดสายตาของผู้ชม ผ้ฟู ังได้ ซึ่งจุดเด่นนี้ได้มาจากขนาดของตัวอักษรท่ีใหญ่ หรือจากการใช้สีท่ีแตกต่างออกไป รวมถึงการเลือกใช้ภาพ การใช้สี และการใช้ Effect ควบคุมการนาเสนอท่ีเหมาะสมประกอบการนาเสนอ 4.3.1 การใช้ภาพ เน่ืองจากภาพจะชว่ ยให้ผ้ชู ม ผู้ฟัง สามารถจดจาไดน้ านกว่าตัวอักษรดังน้ัน การแปลงเนื้อหาใหเ้ ป็นรปู ภาพ หรอื ผังภาพก็เปน็ เทคนิคหน่งึ ทีส่ ามารถสร้างความนา่ สนใจให้กบั สื่อที่นาเสนอ 4.3.2 การใช้สี การเลือกใช้สีควรเลือกใช้สีท่ีตัดกันระหว่างสีตัวอักษร สีวัตถุ และสีพ้ืนการเลอื กใชส้ ใี ด ๆ ก็ควรเปน็ สีในชดุ เดียวกนั สาหรบั สไลดท์ ั้งหมด ไม่ควรใช้หนึ่งสีหนงึ่ สไลด์ 4.3.3 การใช้ Effect ควบคุมการนาเสนอ ไม่ควรใส่ Effect มากเกินไป เพราะจะส่งผลให้ผ้ชู ม ผ้ฟู ัง สนใจ Effect มากกวา่ เนื้อหาทน่ี าเสนอ การเลอื กใช้ Effect ไม่ควรเกิน 3 แบบในแตล่ ะสไลด์ควรเลอื กใช้ Effect แสดงขอ้ ความท่เี ลอ่ื นจากขอบซา้ ยมาขอบขวาของจอ เนอ่ื งจากธรรมชาติการอ่านของคนไทยจะอ่านขอ้ ความจากกรอบบนลงมา และอา่ นจากดา้ นซ้ายไปด้านขวา 5. เลือกรปู แบบการนาเสนอข้อมลู รูปแบบการนาเสนอขอ้ มลู ทีน่ ยิ มใช้มี 2 รปู แบบ คือ 5.1 การนาเสนอบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจนาเสนอในรูปแบบของ Webpage ส่อื สงั คมออนไลน์ (Social Media) ต่าง ๆ เชน่ Facebook Line Instragram เป็นต้น 5.2 การนาเสนอแบบ Slide Presentation เป็นการนาเสนอโดยใช้โปรแกรมนาเสนอในชุดOffice อาจเป็นโปรแกรม Microsoft Powerpoint (ในค่ายของไมโครซอฟท์) โปรแกรม OfficeTLE I(ในค่ายโอเพนซอร์ส) ซ่ึงเป็นโปรแกรมท่ีใช้งานง่าย มีหลายรูปแบบ สามารถนาเสนอในรูปแบบตารางแผนภูมิ หรือรูปภาพประกอบ ในปัจจุบันส่ือนาเสนอรูปแบบ Slide Presentation หรือสไลด์ดิจิทัลมักจะสร้างด้วยโปรแกรมในกลมุ่ Presentation เชน่ Microsoft PowerPoint, OfficeTLE I 6. เลือกใช้โปรแกรมนาเสนอทเ่ี หมาะสม ปัจจุบันโปรแกรมท่ีใช้ในการนาเสนอมหี ลายโปรแกรมซ่ึงโปรแกรมเหล่านี้มีช่องทางการนาเสนอผลงาน 2 ช่องทาง คือ แบบออฟไลน์ (offline) โดยรวมใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint นาเสนองาน หรือโปรแกรมสร้างสื่อ CAI เป็นต้น และช่องทางแบบออนไลน์ (online) คือ ใช้เว็บไซตใ์ นการนาเสนองาน ดงั ตัวอยา่ งโปรแกรมตอ่ ไปนี้ 6.1 Microsoft PowerPoint เป็นโปรแกรมนาเสนอข้อมูลท่ีมีผู้ใช้มาก เพราะใช้งานได้ง่ายที่สดุ 6.2 Macromedia Authorware เป็นโปรแกรมลักษณะ multimedia ท่ีใช้สร้างบทเรียนCAI เพอ่ื ชว่ ยในการเรยี นการสอน 6.3 Swish 2.0 หรอื Swish 3D เปน็ โปรแกรม Multimedia ทีใ่ ชส้ รา้ งไฟล์ .swf หรอื Flashในการนาเสนอผลงาน Special Effect เก่ียวกับภาพและตัวหนังสอื 6.4 Adobe Acrobat เป็นโปรแกรมท่ีรองรับการใช้งานเอกสารท่ีเป็นไฟล์ PDF เพอ่ื ใช้งานทางด้านเวบ็ ไซต์ 6.5 Facebook เฟสบุ๊ค คือ บริการหน่ึงบนอินเทอร์เน็ต สามารถเขียนบทความ สนทนาเล่นเกมส์ และกิจกรรมอ่ืน ๆ
10 6.6 Twitter.com ทวติ เตอร์ เปน็ เวบ็ ไซต์ใหบ้ ริการบล็อก (Blog) เกี่ยวกบั บทความ 6.7 Wordpress.com เปน็ โปรแกรมสาหรบั ทาบล็อก เป็นท่นี ยิ มของบล็อกเกอร์ทัว่ โลก 6.8 Blogger.com & Blogspot.com Blog มาจากคาว่า Webblog “webblog” หมายถงึเว็บไซต์ทีเ่ จา้ ของเวบ็ สามารถบนั ทึกบทความ รูปภาพ วดี ีโอ ของตนเองลงบนเวบ็ ไซต์ได้ทนั ที 6.9 Slide.com เป็นเวบ็ ไซต์ท่ฝี ากรปู เพือ่ ที่จะนามาทาภาพสไลดโ์ ชวห์ นา้ เวบ็ 7. จดั ทาสตอร่ีบอรด์ (storyboard) ตามเน้ือเรื่อง เพอ่ื ใหเ้ หน็ ลาดับขน้ั ตอนของงานนาเสนอ ซึ่งในสตอรี่บอร์ดจะกาหนดคาอธบิ ายแต่ละส่ือท่ใี ช้ ไดแ้ ก่ ข้อความ ภาพน่งิ ภาพเคล่อื นไหว เสยี ง ฯลฯ 8. สร้างงานนาเสนอโดย นาเคา้ โครงจากสตอรีบ่ อร์ดมาสร้างงานนาเสนอด้วยโปรแกรมสาเรจ็ รูปที่เลือกตามขอ้ 6รูปแบบกำรนำเสนอ การนาเสนอขอ้ มูลควรมีเทคนิควิธกี ารนาเสนอทีน่ ่าสนใจกบั ผู้ฟัง หรือผรู้ ับข่าวสาร ท้ังในเรอ่ื งของวยั วุฒิ คุณวุฒขิ องผรู้ ับข่าวสาร และควรใหเ้ หมาะสมกับลักษณะงาน สาหรับผู้ใชง้ านอินเทอร์เน็ตรูปแบบการนาเสนองานท่เี ปน็ รูปแบบของเว็บไซต์ในการสร้างเครือข่ายสังคม ซ่ึงผูน้ าเสนอสามารถเขียนข้อความอธิบายความสนใจกิจการที่ได้ทา เช่ือมโยงกับความสนใจและกิจกรรมของผู้อ่ืน ถือว่าเป็นการนาเสนอขอ้ มลู ในอีกรูปแบบหน่ึง ดงั รปู แบบต่อไปนี้ 1. Facebook Live เป็นคุณสมบัติหนึ่งของ Facebook ที่สามารถทาการถ่ายทอดสดเร่ืองราวต่าง ๆ ผ่านทาง Facebook โดยผู้ที่เป็นเพ่ือนของผู้ใช้งาน หรือผู้ท่ีติดตามเพจใด ๆ ของFacebookสามารถร่วมชมการถา่ ยทอดสดนี้ไปพร้อม ๆ กนั ได้ 2. YouTube เป็นเวบ็ ไซต์แลกเปลีย่ นภาพวดิ ีโอท่ีมีชื่อเสียง (www.youtube.com) ซึ่งผู้ใช้งานสามารถอพั โหลดภาพวดิ โี อ เพอื่ แบง่ ภาพวิดีโอเหล่าน้ีใหค้ นอื่นดูได้โดยไม่เสียค่าใชจ้ า่ ยใด ๆ ใน YouTubeจะมีข้อมูลเนอื้ หารวมถึงคลิปภาพยนตร์สัน้ ๆ หรือคลิปท่ีมาจากรายการโทรทัศน์ มิวสิกวิดีโอ และวดิ ีโอบล็อกกิ้ง ซ่ึงเป็นการสร้างบล็อกโดยมีส่วนของข้อมูลท่ีเป็นภาพวิดีโอเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะเป็นภาพวิดีโอที่เกิดจากมือสมัครเล่นถ่ายกันเอง คลิปวิดีโอที่เผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ YouTube ส่วนมากเป็นไฟล์คลิปสั้น ๆ ประมาณ 1-10 นาที ถา่ ยทาโดยประชาชนท่ัวไป แล้วอัพโหลดข้ึนสู่เว็บไซต์ของ YouTubeโดยมีการแบ่งประเภทและจัดอันดับคลปิ เอาไวด้ ้วย เช่น ไฟล์ล่าสุด ไฟล์ทีม่ ีผูช้ มมากท่ีสดุ ไฟล์ที่ได้รับการโหวตมากท่สี ดุ เปน็ ตน้ 3. Instagram อนิ สตาแกรม เป็นโปรแกรมแบ่งปนั รปู ภาพและคลปิ วิดีโอสั้น ๆ คนดังหลายคนมีบัญชีบนอินสตาแกรม เพื่อแบ่งปนั รูปถ่าย วดิ ีโอเกย่ี วกบั ชีวติ ส่วนตัว หรอื แมก้ ระทงั่ สามารถนาเสนอสนิ ค้าใหก้ ับแฟนคลับ หรือผูต้ ิดตามอนิ สตราแกรมได้ 4. Twitter ทวิตเตอร์ เป็นบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ประเภทหนึ่ง ซึ่งผู้ใช้สามารถส่งข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ว่าตนเองกาลังทาอะไรอยู่ โดยได้รับการขนานนามว่าเป็นเว็บไซต์สาหรบั การส่งบรกิ ารข้อความส้นั บนอนิ เทอร์เนต็ 5. Skype สไกป์ เป็นโปรแกรมสาหรับคุยโทรศพั ท์ คุยแบบวดิ โี อ หรือสง่ ขอ้ ความผ่านอินเทอรเ์ น็ต
11 6. Line เปน็ โปรแกรมเมสเซนเจอร์ สามารถคุย ส่งรูป สง่ ไอคอน ส่งสติกเกอร์ ต้ังค่าคุยกนั เป็นกลุ่ม สร้างความรวดเรว็ ในการนาเสนอข้อมูล หรอื ติดต่อสอ่ื สารแบบสองทางได้ ทาใหม้ ีผู้ใชง้ านโปรแกรมนี้เป็นจานวนมากสรปุ การออกแบบช้ินงานนาเสนอนัน้ ผู้จัดทาควรเร่ิมจากการพจิ ารณากลุ่มเปา้ หมายในการรับขอ้ มูลข่าวสาร เพื่อได้เตรียมข้อมูลและกาหนดเค้าโครงของงานนาเสนอให้เหมาะสมกับผู้ฟัง หรือผู้รับข่าวสารหลังจากน้ันนาข้อมูลมาเรียงลาดับการนาเสนอให้เป็นข้ันตอนทน่ี ่าตดิ ตาม โดยการจดั ทาสตอร่บี อร์ด เพื่อทาใหง้ านนาเสนอน่าสนใจย่ิงขึ้น
12 แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยที่ 1 หลักกำรนำเสนอขอ้ มลูคำแนะนำ ใหเ้ ลือกคาตอบทีถ่ ูกต้องท่ีสดุ เพียงคาตอบเดียว1. ข้อใดคือความหมายของการนาเสนอขอ้ มลู ก. การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ ข. การแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับขอ้ มูล ค. การแลกเปลย่ี นข้อมลู ระหว่างผูน้ าเสนอและผู้ฟัง ง. การบรรยายข้อมูลทต่ี อ้ งการสือ่ สารให้ผู้ฟังได้รบั รู้2. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะงานนาเสนอ ก. แผนการขาย ข. รายงานยอดขาย ค. เปิดตวั รถยนตร์ ุ่นใหม่ ง. ถูกทุกข้อ3. ข้อใดไม่ใชค่ วามสาคัญของการนาเสนอขอ้ มลู ก. ใชใ้ นการพัฒนางาน ข. เผยแพร่ขอ้ ผิดพลาดของงาน ค. ช่วยในการตัดสนิ ใจดาเนนิ งาน ง. เผยแพรค่ วามกา้ วหนา้ ของงาน4. ข้อใดไมใ่ ชว่ ตั ถุประสงค์ของการนาเสนอขอ้ มูล ก. เพือ่ พจิ ารณาผลงาน ข. เพอ่ื ดึงดดู ความสนใจ ค. เพอื่ ใหเ้ กิดความเขา้ ใจ ง. เพื่อใหค้ วามรู้หรือขอ้ มลู ขา่ วสารใหม่ ๆ5. ขอ้ ใดควรดาเนนิ การก่อนเปน็ เรอ่ื งแรกในการนาเสนอ ก. วางโครงรา่ งสไลด์ ข. ออกแบบงานนาเสนอ ค. จดั หาโปรแกรมการนาเสนอ ง. กาหนดเร่ืองและเตรียมข้อมลู การนาเสนอ6. ขอ้ ใดคอื วตั ถุประสงคข์ องการศึกษาข้อมูลเพ่ือเตรยี มการนาเสนอ ก. เพอื่ จดั หาบคุ ลากรจดั ทางานนาเสนอ ข. เพื่อกาหนดแนวทางทจ่ี ะใช้ในการนาเสนอ ค. เพอ่ื ช่วยในการนาเสนอเป็นไปตามลาดบั ข้อมูล ง. เพื่อวางเคา้ โครงของเรื่องท่ีจะนาเสนอใหถ้ กู ต้อง
137. ข้อใดคือขน้ั ตอนของการเตรยี มงานนาเสนอ ก. เตรียมข้อมูล-กาหนดเรื่อง-วางโครงร่าง-ออกแบบงานและเลือกใช้โปรแกรม-สร้างงานนาเสนอ-นาเสนองาน ข. เตรียมข้อมูล-วางโครงร่าง-กาหนดเร่ือง-ออกแบบงานและเลือกใช้โปรแกรม-สร้างงานนาเสนอ-นาเสนองาน ค. กาหนดเรื่อง-วางโครงร่าง-เตรียมข้อมูล-ออกแบบงานและเลือกใช้โปรแกรม-สร้างงานนาเสนอ-นาเสนองาน ง. กาหนดเรื่อง-เตรียมข้อมูล-วางโครงร่าง-ออกแบบงานและเลือกใช้โปรแกรม-สร้างงานนาเสนอ-นาเสนองาน8. ขอ้ ใดคอื รูปแบบการนาเสนอขอ้ มลู ท่นี ยิ มใช้ ก. การนาเสนอแบบ Web page และ แบบ Slide Presentation ข. การนาเสนอแบบ Slide Presentation และ แบบ Adobe Acrobat ค. การนาเสนอแบบ Web page และ แบบ Macromedia Authorware ง. การนาเสนอแบบ Slide Presentation และ แบบ Macromedia Authorware9. ข้อใดคือแนวทางในการออกแบบงานนาเสนอให้มคี วามโดดเด่น นา่ สนใจ ก. เนื้อหาเป็นลาดับ ข. สดุดตาและน่าสนใจ ค. สอื่ ความหมายไดร้ วดเรว็ ง. ถูกทุกขอ้10. ข้อใดกล่าวไมถ่ กู ต้องเกย่ี วกับการออกแบบงานนาเสนอตามลกั ษณะงาน ก. กลุ่มเป้าหมายขนาดเล็ก ให้ความสาคัญกับผู้ฟังมากกว่าเนื้อหา ใช้เทคนิค หรือ Effect ของโปรแกรมอยา่ งเตม็ ที่ ข. กลุ่มเป้าหมายเฉพาะกิจ เช่น ผู้บริหาร นักวิชาการ ให้ความสาคัญกับเน้ือหาและผู้นาเสนอเป็นสาคญั เนื้อหาม่งุ เฉพาะเปา้ หมายของการนาเสนอ ไมเ่ นน้ Effect มากนัก ค. กลุ่มเป้าหมายที่มีลักษณะโต้ตอบ เช่น การนาเสนอทางวิชาการ การบรรยาย หรือฝึกอบรมควรให้ความสาคญั กบั ผู้บรรยายมากกวา่ เน้อื หาท่นี าเสนอ ไมเ่ น้น Effect มากนกั ง. กลุ่มเปา้ หมายขนาดใหญ่ ให้ความสาคญั กับผู้บรรยายมากกวา่ เนอ้ื หาท่ีนาเสนอ ไม่เนน้ Effectแต่ให้ความสาคญั กบั ขนาดตวั อกั ษร สตี ัวอักษร และลักษณะของสีพ้ืนสไลด์11. สแี บบใดทไ่ี มค่ วรเลอื กใช้ในการจัดทางานนาเสนอ ก. ใช้หนึง่ สหี น่ึงสไลด์ ข. ใช้สีชดุ เดยี วกนั สาหรบั สไลดท์ ัง้ หมด ค. ใชส้ ที ่ีตัดกันระหวา่ งสีตวั อักษร สวี ตั ถุ และสพี นื้ ง. ถูกทุกขอ้
1412. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถกู ต้องเกีย่ วกับการแสดงข้อความในงานนาเสนอ ก. ใช้ตัวหนาในข้อความทต่ี ้องการเนน้ ข. ใช้สีทีแ่ ตกต่างกัน หรือตวั อักษรสีสลับกัน ค. ใชส้ ขี องข้อความในการจดั กลุ่มของเนอ้ื หา ง. หวั ข้อใหญ่กาหนดขนาดตวั อกั ษรใหญก่ วา่ หวั ขอ้ ยอ่ ย13. ข้อความทต่ี ้องการให้อ่านกอ่ น ควรจัดไว้ท่ตี าแหนง่ ใดของงานนาเสนอ ก. มมุ ซา้ ยบนของหน้า ข. มุมขวาบนของหน้า ค. มุมขวาลา่ งของหน้า ง. มมุ ซา้ ยล่างของหน้า14. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีคอื โปรแกรมท่ีควรเลือกใช้เพอ่ื นาเสนองาน ก. ไมโครซอฟต์เอ็กเซล (Microsoft Excel) ข. ไมโครซอฟต์แอคเซส (Microsoft Access) ค. ไมโครซอฟต์เอาท์ลคุ (Microsoft Outlook) ง. ไมโครซอฟตเ์ พาเวอรพ์ อยต์ (Microsoft PowerPoint)15. โปรแกรมใดที่ใช้ในการนาเสนอในช่องทางการนาเสนอผลงานแบบออฟไลน์ (offline) ก. ไมโครซอฟต์เอ็กเซล (Microsoft Excel) ข. ไมโครซอฟตแ์ อคเซส (Microsoft Access) ค. ไมโครซอฟต์เอาท์ลคุ (Microsoft Outlook) ง. ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ (Microsoft PowerPoint)16. ข้อใดไม่ใชช่ ่องทางการนาเสนอผลงานแบบออนไลน์ (online) ก. ไฮไฟว์ (Hi5.com) ข. เฟสบุ๊ค (Facebook) ค. ทวิตเตอร์ (Twitter.com) ง. ไมโครซอฟตเ์ พาเวอรพ์ อยต์ (Microsoft PowerPoint)17. โปรแกรมใดทมี่ ลี ักษณะ multimedia ที่ใชส้ ร้างบทเรียน CAI ก. Swish ข. Facebook ค. Adobe Acrobat ง. Macromedia Authorware18. การเตรียมงานก่อนนาเสนอลงในกระดาษก่อน เรียกวา่ อะไร ก. Graphic ข. Animation ค. Storyboard ง. Presentation
1519. ขอ้ ใดเป็นโปรแกรมแบ่งปนั รปู ภาพและคลปิ วดิ ีโอส้นั ๆ ก. สไกป์ (Skype) ข. ทวติ เตอร์ (Twitter) ค. อินสตาแกรม (Instagram) ง. เฟชบ้คุ ไลฟ์ (Facebook Live)20. ข้อใดเป็นบริการเครือข่ายสังคมที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเว็บไซต์สาหรับการส่งบริการข้อความ สน้ั บนอนิ เทอรเ์ น็ต ก. สไกป์ (Skype) ข. ทวิตเตอร์ (Twitter) ค. อินสตาแกรม (Instagram) ง. เฟชบุค้ ไลฟ์ (Facebook Live)
16 เฉลย แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยที่ 1 หลักกำรนำเสนอข้อมลู1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10.ง. ง. ข. ก. ง. ก. ง. ก. ง. ค.11. 12. 13. 14. 15. 16. 17. 18. 19. 20.ก. ค. ก. ง. ง. ง. ง. ค. ค. ข.
17 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์เลขท่ี ความมีวินยั พฤติกรรมนกั เรยี น ความมี รวม มนุษยสมั พนั ธ์ คะแนน ความ ความสนใจ ความคดิ ริเร่ิม รบั ผิดชอบ ใฝ่รู้ สร้างสรรค์ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20123456789101112131415ฯลฯควำมหมำยของระดับคะแนน เกณฑก์ ำรประเมิน4 = ปฏบิ ตั อิ ย่างสม่าเสมอโดยไมต่ อ้ งมีการชแ้ี นะและตกั เตอื น 17-20 คะแนน = ดีมาก3 = ปฏบิ ตั บิ า้ งในบางครั้งจากการช้แี นะ 13-16 คะแนน = ดี2 = ปฏิบัติงานแตม่ ักจะปฏิบตั ผิ ิดเสมอ 9-12 คะแนน = พอใช้1 = ต้องส่ัง บงั คบั หรือตักเตือนจงึ จะปฏบิ ตั ิ 0-8 คะแนน = ปรบั ปรงุ ลงชือ่ ................................................................ () ผ้ปู ระเมนิ วันที.่ ...........เดือน........................................พ.ศ..................
Search
Read the Text Version
- 1 - 24
Pages: