ค่มู ือการศึกษาฐานเรยี นรตู้ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ช่อื ฐานเรียนรู้ การศกึ ษาตลอดชวี ิต ผรู้ ับผิดชอบ นายกฤษดากร เหล่าประเสรฐิ นางสาวกรรภิรมย์ ทศั นสุวรรณ นางสาวศศพิ มิ พ์ เชอ้ื หนองปรง นักศกึ ษาแกนนา นายจักรภพ ตันยะสิทธ์ิ นายนลธวฒั น์ ทรพั ย์สมบตั นายไพศาล สงั ขวรรณะ ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภออ่ทู อง สานกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยจังหวัดสพุ รรณบรุ ี
คมู่ ือการศึกษาฐานเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภออู่ทอง .................................................................................................................... ชื่อ ครแู กนนา/วทิ ยากรประจาฐาน 1. นายกฤษดากร เหลา่ ประเสรฐิ โทร 086-0517089 ช่ือนักศึกษาแกนนา/วิทยากรประจาฐาน 1. นายจกั รภพ ตนั ยะสทิ ธ์ิ โทร 092-4521049 วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อการศึกษาค้นควา้ /แสวงหาความรใู้ นหอ้ งสมดุ ไดด้ ว้ ยตนเอง 2. เพื่อเปน็ อาสาสมัครส่งเสรมิ การอา่ นในการจดั กิจกรรม 3. เพื่อใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชนโ์ ดยการใชบ้ ริการทห่ี ้องสมุด สาระสาคัญในฐานการศกึ ษาตลอดชีวิต 1. ความสาคัญของห้องสมดุ ประชาชนกบั การศึกษาตลอดชวี ิต 2. การบรกิ ารตา่ งๆทัง้ ภายในห้องสมดุ ภายนอกห้องสมดุ 3. กฎระเบยี บการใช้หอ้ งสมดุ 4. บทบาทของอาสาสมคั รสง่ เสริมการอ่าน วิธีการใชฐ้ านเรียนรู้ เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยวทิ ยากร 1. ใบลงทะเบยี น 1. ใบลงทะเบียน 2. ศึกษาคู่มือ/ส่ือแผ่นพบั แนะนาฐานการเรียนรู้ 2. วิทยากรกล่าวทักทายผูเ้ ข้าศึกษาฐานเรียนรู้ แนะนา ตนเอง แนะนาฐานการเรียนรู้ 3. รับสอื่ แผน่ พบั ความรู้ 3. วิทยากรแจกสอ่ื แผ่นพับความรู้ 4. ผ้เู รียน/ผู้รับบรกิ ารศกึ ษาเรียนรเู้ รื่องการศกึ ษาตลอด 4. วิทยากรบรรยายใหค้ วามรู้ ชวี ติ จากสอ่ื แผน่ พบั ความรู้ ปา้ ยความรู้ สแกน QR Code 5. ผ้เู รยี น/ผู้รบั บริการประเมินความพงึ พอใจการใช้ฐาน 5.ผูเ้ รยี น/ผรู้ ับบรกิ ารศึกษาเรือ่ งหอ้ งสมดุ จากฐานการ การเรยี นรู้ โดยสแกน QR Code แบบประเมนิ ความพงึ เรียนรู้ และฝกึ ปฏบิ ัติการใช้และการศึกษาหาความรไู้ ด้ พอใจท่จี ดั เตรยี มไวใ้ นฐานการเรียนรู้ ดว้ ยตนเอง 6. ผู้เรยี น/ผ้รู บั บรกิ ารจดั ส่งแบบประเมินความพึงพอใจ 6. วทิ ยากรให้ผเู้ รียน/ผูร้ ับบริการซกั ถาม แลกเปล่ียน ลงในกล่องรบั เอกสารท่ีจัดเตรียมไว้ ความรู้ ทาใบงาน และร่วมกนั ถอดองค์ความรูต้ ามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพือ่ นาไปใช้ใน ชีวติ ประจาวนั 7.วทิ ยากรแจกแบบประเมนิ ความพงึ พอใจการใช้ฐาน การเรียนร/ู้ โดยสแกน QR Code 8. ผ้เู รยี น/ผรู้ บั บรกิ ารจดั ส่งแบบประเมินความพึงพอใจ ลงในกล่องรบั เอกสารทีจ่ ดั เตรียมไว้
ประโยชน์ท่ีได้รบั 1. สามารถแสวงหาความรู้ในห้องสมดุ ประชาชนไดอ้ ย่างถูกต้อง 2. สามารถปฏบิ ัติหน้าที่เป็นอาสาสมัครสง่ เสรมิ การอ่านได้อยา่ งถูกต้อง 3. ได้ใชเ้ วลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ โดยการอ่านหนังสือ พัฒนาศกั ยภาพของตนเอง ความเปน็ มา การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Education) หมายถึง การจัดกระบวนการทางการศึกษา เพ่ือให้เกิด การเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นการจัดการศึกษาในรูปแบบของการศึกษาในระบบโรงเรียน (Formal Education) การศึกษานอกระบบโรงเรียน (Non - Formal Education) และการศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education) โดยมงุ่ ให้ผ้เู รียนเกดิ แรงจงู ใจที่จะเรยี นรูด้ ้วยตนเอง (Self - directed Learning) มุ่งพัฒนาบุคคล ให้สามารถพัฒนาตนเอง และปรับตนเองให้ก้าวทันความเปล่ียนแปลงของสังคม การเมือง และเศรษฐกิจของ โลก ห้องสมุดประชาชนเป็นแหล่งเรียนรู้ท่ีสามารถส่งเสริมสนับสนุนให้คนเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต กล่าวคือ ห้องสมุดเป็นแหล่งรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศที่หลากหลายและมีประโยชน์ ก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างไม่มี ท่ีสิ้นสุด กระตุ้นให้รักการอ่านและการศึกษาค้นคว้า ก่อให้เกิดการศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เป็นส่ือกลางในกระบวนการเรียนการสอน และตอบสนองความต้องการในการแสวงหาความรู้เฉพาะบุคคล ซ่ึงในปัจจุบัน ห้องสมุดประชาชนยังมีการบริการต่างๆมากมาย ให้บริการด้านการเรียนรู้ เช่น wifi ฟรี คอมพิวเตอร์ ไว้ใช้สืบค้นหาข้อมูลที่ต้องการเรียนรู้ หนังสือ สื่อ นิทรรศการเก่ียวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เป็นตน้ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภออู่ทอง จึงเห็นความสาคัญของการเรียนรู้ ตลอดชีวิต โดยมีนโยบายในการพัฒนาห้องสมุดประชาชนอาเภออู่ทอง ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ตามนโยบาย 5 ดี กล่าวคือ บรรณารักษ์ดี บรรยากาศดีเอ้ือต่อการเรียนรู้ กิจกรรมดี เครือข่ายดี และมี นวัตกรรมดี โดยมีการส่งเสริมสนับสนุนให้นักศึกษาและประชาชนเข้ามาศึกษาเรียนรู้ ณ ห้องสมุดประชาชน และปลูกผังนักศึกษาให้เป็นอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน สามารถนาความรู้ท่ีได้ไปใช้ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง จงึ ได้จัดทาฐานการเรียนรู้ “การศกึ ษาตลอดชวี ติ ” ขน้ึ วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื สง่ เสริมให้นักศึกษาและประชาชนรักการอา่ นและการเรียนรูต้ ลอดชวี ติ 2. เพื่อสง่ เสริมให้นักศึกษาและประชาชนมคี วามรคู้ วามเข้าใจในการมาใช้บริการทห่ี ้องสมุด ประชาชนอาเภออทู่ อง 3. เพอ่ื ส่งเสรมิ ให้นักศกึ ษาและประชาชนผู้สนใจสามารถนาความรู้ ไปปรับใชใ้ นชวี ิตประจาวันตาม หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ความรู้ เปน็ แหล่งเรียนรทู้ ี่สามารถส่งเสริมสนับสนุนให้คนเกิดการเรียนรู้ตลอดชวี ิต สอดคล้องกับหลกั สตู ร 1. วิชาทักษะการเรยี นรู้ 2. วิชาเศรษฐกิจพอเพียง 3. วิชาภาษาไทย
กิจกรรมการเรยี นรู้ ขัน้ ท่ี 1 ขั้นนา 1) วิทยากรกลา่ วทักทายผู้เรียน และแนะนาตนเอง แนะนาชอื่ ฐานการเรียนรู้ \"การศึกษาตลอดชวี ิต\" แนะนาจดุ ประสงค์และความสาคัญของการเรยี นรู้ โดยผ่านสื่อ ปา้ ยนิเทศ แผนภูมิป้าย ข้นั ท่ี 2 ขนั้ สอน 1) วิทยากร อธบิ ายวธิ ีการใชห้ อ้ งสมดุ และแจกเอกสารประกอบ 2) วิทยากร อธบิ าย มุมบริการต่างๆ ภายในหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภออ่ทู อง 3) วิทยากร อธิบายถึงแหล่งเรียนสาคัญที่สามารถไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ และวิธีการเรียนรู้ใน รปู แบบตา่ งๆ เช่น การอ่านจากแผน่ พับการสแกน QR Code อา่ นจากป้ายนิเทศ Online เป็นตน้ ข้ันที่ 3 ขัน้ สรุป วิทยากรให้เวลาผเู้ รยี นในการศกึ ษาเพ่ิมเติม และทาใบงาน พรอ้ มมอบหมายให้ไปสรุปความรู้ท่ไี ด้ลงใน สมุดบันทกึ การเรียนรู้ ขน้ั ที่ 4 ขั้นนาไปใช้ ดา้ น ผ้เู รยี นร่วมกันถอดองค์ความรู้ ในด้านความรูท้ ไ่ี ดร้ ับ ดา้ นคุณธรรม ด้านความพอประมาณ ลง ความมเี หตผุ ล ด้านภูมคิ ุ้มกัน และเชอ่ื มโยงสู่ เศรษฐกจิ สงั คม สิง่ แวดล้อมและวัฒนธรรม ในกระดาษบรฟู๊ สอ่ื อุปกรณ์การเรียนรู้ 1) วทิ ยากรประจาฐาน 2) ปา้ ยนเิ ทศความรู้ 3) แผ่นพบั YouTube, QR Code 4) สมดุ บนั ทึกการเรียนรู้ 5) ใบงาน การวดั ผลประเมินผล 1.การสงั เกต 1.1 พฤติกรรมการเรยี นรู้ 1.2 การถอดบทเรียนและการนาเสนอ 2.ตรวจผลงาน 2.1 บันทึกการเรยี นรู้ 2.2 ใบงาน 2.3 แผนผงั การถอดบทเรียนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (ปศพพ.)
ความสอดคล้องกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง เงื่อนไขความรู้ 1. ความสาคัญของห้องสมุดประชาชนกบั การศกึ ษาตลอดชวี ติ 2. การบรกิ ารตา่ งๆทั้งภายในและภายนอกห้องสมุด 3. กฎระเบียบในการใช้ห้องสมดุ 4. บทบาทของอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน เงือ่ นไขคุณธรรม 1. มนี ้าใจ มีจิตอาสา 2. มีความเพียรพยายาม ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มีความรบั ผิดชอบ ซ่ือสตั ย์ ขยัน อดทน หลักการ พอประมาณ มีเหตุผล มภี ูมคิ ุ้มกันในตัวท่ีดี 1. การเลือกอา่ นหนงั สือให้ 1. เพื่อการศึกษาค้นควา้ / 1. มีการวางแผนการใช้ ห้องสมดุ อยา่ งถูกต้อง เหมาะสมกับความต้องการและ แสวงหาความรู้ในห้องสมุด 2. มกี ารวางแผน จัดเตรียม ระยะเวลาของตนเอง ไดด้ ้วยตนเอง วสั ดอุ ุปกรณ์ ในการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการอ่าน 2. จัดกิจกรรมสง่ เสริมการอ่านได้ 2. เพอ่ื เป็นอาสาสมัครส่งเสรมิ 3. มีการประเมินผลการใช้ สอดคล้องกับนโยบาย การอา่ นในการจัดกจิ กรรม บริการห้องสมุด กลุม่ เป้าหมาย เหมาะสมกบั 3. เพ่อื ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิด งบประมาณ ระยะเวลาทีม่ ี ประโยชนโ์ ดยการใช้บริการ 3. จัดสถานที่ สื่อ หนงั สอื ให้ ที่ห้องสมดุ เหมาะสม เออ้ื ต่อการเรียนรู้ อย่างคุ้มคา่ สมดุลยั่งยนื 4 มิติ เศรษฐกจิ สังคม ส่งิ แวดล้อม วฒั นธรรม 1. สามารถจดั กิจกรรม 1. สามารถถ่ายทอดความรู้แก่ 1. มหี อ้ งสมุดเป็นแหลง่ 1. มีนสิ ัยรักการอ่าน ไดอ้ ย่างค้มุ ค่า เกิด ผู้อ่นื ได้ ศกึ ษาหาความรไู้ ดด้ ว้ ย 2. ใฝร่ ู้ใฝเ่ รยี น ประโยชนต์ ่อ ตนเอง 3. ปลกู จติ สานกึ ทด่ี ี ผู้รับบริการ 2. รกั ษากฎระเบียบการใช้ หอ้ งสมุดรว่ มกบั ผู้อืน่ 2. มีนสิ ยั ความเปน็ ในการใช้ห้องสมุด 2. มีการดูแลรกั ษา ระเบียบเรยี บรอ้ ยจาก 4. เป็นสถานที่ สถานท่ี ส่ือ วสั ดุ 3. รบั รขู้ ้อมลู ข่าวสารท่ถี กู ต้อง การเกบ็ เรียงหนงั สือ อุปกรณ์ทม่ี ีอยู่ให้อยู่ และเปน็ ปจั จุบัน รวบรวมหนงั สอื / ในสภาพดี เอ้ือต่อ ส่อื เพื่อการศึกษา การเรียนรู้ 4. แบง่ ปันความรู้ เช่น หนังสือ ปนั สขุ ปนั ความร้สู ู่ชมุ ชน 3. ได้รบั ความรู้ทส่ี ะดวก ตามความต้องการ และลงทุนน้อยท่สี ดุ
กจิ กรรมการเรียนรตู้ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ศูนย์การเรียนรูต้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ด้านการศกึ ษา การถอดบทเรยี นร้ตู ามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ฐานท่ี 7 การศกึ ษาตลอดชีวติ
ภาคผนวก
ใบความรู้ ห้องสมดุ ประชาชน บทบาทและหน้าท่ีของห้องสมุดประชาชนและบรรณารักษ์ในวันนี้ท่ีจะเอื้ออานวยต่อการเรียนรู้ ของประชาชนทั่วไปและผ้เู รยี นไดอ้ ยา่ งแท้จริง ห้องสมดุ เปน็ แหลง่ ความรู้ทีน่ กั เรยี น นักศกึ ษา สามารถคน้ หาความรู้ดว้ ยตนเอง โดยห้องสมดุ มีบทบาท ในการเสริมความรู้ สนับสนุนการศึกษาในระบบและให้โอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ได้ใช้ศึกษาค้นคว้า เพม่ิ เติมเพอื่ พัฒนาอาชพี ใหท้ ันกบั วทิ ยาการและเทคโนโลยี ให้แกผ่ ู้ท่ไี มม่ โี อกาสเข้าศกึ ษาในโรงเรียน หรอื ผู้ทไี่ ด้ สาเรกจ การศกึ ษาแลว้ ห้องสมุดในปักกุบัน ทาหน้าที่เกจบรวบรวม กัดระบบ เพื่อให้บริการส่ือสารนิเทศต่างๆ ตลอดกนถึง เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีทางการส่ือสาร อีกทั้งยังมีเคร่ืองมือในการค้นหาและดาเนินการ ให้บริการสื่อตา่ งๆ เกดิ ประโยชน์สงู สดุ แกผ่ ใู้ ช้หอ้ งสมดุ การกัดตัง้ หอ้ งสมุด เปน็ การดาเนินงานท่ีสอดคล้องกบั เรื่องการศกึ ษาตามอัธยาศัยและการศึกษาตลอด ชีวิต มีความมุ่งหวังให้ห้องสมุดได้เป็นแหล่งการเรียนรู้เพ่ือการพัฒนาตนเองตลอดชีวิต และส่งเสริมให้ ประชาชนเปน็ ผทู้ ่ีใฝ่เรียนรู้ การที่กะดึงดูดความสนใกใหผ้ ู้คนเข้ามาใช้ห้องสมุดมากๆนั้น ห้องสมุดกะต้องมีการ พัฒนารูปแบบให้มีความแตกตา่ งไปกากห้องสมุดท่ีเคยเป็นมาในอดีต น่ันคือการทาใหห้ ้องสมุด เป็นห้องสมดุ ที่ มีชีวิต (Living Library) เป็นห้องสมุดที่มีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อตอบสนองความต้องการ ของผูใ้ ช้บรกิ ารทุกเพศ ทกุ วยั ไม่กากัด หอ้ งสมุดมบี ริบทอะไรบา้ ง เป็นศนู ยก์ ารเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารท่ีทันสมยั เป็นศูนย์ข้อมูล ทั้งในเชิงจัดการฐานข้อมูล (Knowlegde Management) และการสงวนรักษาและ อนรุ ักษ์ เอกสารโบราณ เอกสารต้นฉบบั ตวั เขยี น เพิม่ ศกั ยภาพความเป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) ให้มคี วามสมบรู ณ์ และมีการเปลยี่ นแปลง สู่การเป็นแหลง่ ความรรู้ ะบบดิจิทลั มกี ารรว่ มมือกันระหวา่ งหนว่ ยงานทั้งทเี่ ป็นหอ้ งสมดุ ดว้ ยกนั เอง และ หน่วยงานอ่นื ๆ การบรกิ ารของห้องสมุด ห้องสมุดมีหน้าท่ีคอยให้บริการแก่ผเู้ ข้าใช้ห้องสมุด เพ่ือเป็นศูนย์กลางการศึกษาค้นควา้ ใหม้ ีมาตรฐาน ยิง่ ขนึ้ ไป เพม่ิ พนู ความรู้ ขา่ วสารท่ีทันเหตกุ ารณ์ ดงั นัน้ ห้องสมุดจงึ ใหบ้ รกิ ารดังนี้… 1. บริการการอ่าน เป็นบริการหลักของห้องสมุดที่จดั หาและคัดเลือกหนังสอื ส่ิงพิมพ์ ต่างๆ มาไว้เพื่อ ให้บริการ และจัดเตรียมสถานที่ให้อานวยความสะดวกต่อการอ่าน เพ่ือตอบสนอง ความต้องการ และความ สนใจของผู้ใช้มากที่สุด 2. บริการยืม - คืนหนังสือ ให้บริการยืมหนังสือท่ัวไป หมวด 000 - 900 หนังสือ นวนิยาย เร่ืองส้ัน หนังสอื วรรณกรรมเยาวชน ในกรณีที่ยืมเกินกาหนดผยู้ ืมจะตอ้ งเสียคา่ ปรับตาม อตั ราทีห่ อ้ งสมุดกาหนด 3. บริการหนังสือจอง ในกรณีที่หนังสือบางวิชามีน้อยหรือไม่เพียงพอ ผู้สอนจะสั่งจอง เก็บไว้ที่แผนก ใหย้ มื และห้องสมดุ จะกาหนดวนั ยมื ใหน้ อ้ ยลง โดยยืมไดเ้ พยี ง 1 คนื เท่านนั้ 4. บริการวารสาร หนังสอื พมิ พ์ หอ้ งสมุดได้จดั บรกิ ารการอา่ น/การคน้ ควา้ วารสารและหนงั สือพิมพ์
5. บริการตอบคาถามและช่วยการค้นคว้า บริการนี้ได้จัดไว้เพ่ือให้ความช่วยเหลือผ้ทู ี่มาใชบ้ ริการของ ห้องสมุดโดยจะมผี ้ใู หบ้ ริการ 6. บริการหนังสืออ้างอิง หนังสืออ้างอิงที่ใช้ค้นคว้าหาคาตอบในเร่ืองใดเร่ืองหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว หนังสอื อา้ งอิงจะจัดเรียงไวต้ ามหมวดหมู่ระบบทศนยิ มดิวอ้ี และไมอ่ นญุ าตใหย้ มื ออกนอกห้องสมดุ 7. บริการอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่สนใจได้ท่ัวโลก ซึ่งทาให้ผู้ใช้ สามารถเขา้ ถึงสารสนเทศท่ที นั สมัยได้มากข้ึน ตรงตามความต้องการและสะดวก รวดเร็ว ระเบียบการใช้ห้องสมดุ 1. ถอดรองเท้ากอ่ นเขา้ ห้องสมดุ 9. เม่ืออ่านหนังสือ วารสาร หนังสอื พิมพ์ เสร็จแล้ว ต้อง 2. เข้าห้องสมุดทางด้านซ้ายมือและลงชื่อ เก็บเข้าที่เดมิ ทกุ คร้ัง การเข้าใช้หอ้ งสมดุ 3. แตง่ กายสุภาพ เรยี บรอ้ ย 10. เม่อื ตอ้ งการยมื หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ ใหต้ ิดต่อ 4. ไม่สง่ เสียงดังภายในหอ้ งสมดุ บรรณารกั ษ์ 5. ไม่นาของมคี มเข้าหอ้ งสมุด 6. ไมน่ าสมั ภาระ (กระเป๋า หนงั สือ 11. เม่ือต้องการใช้อินเตอร์เน็ต โทรทัศน์ โปรเจคเตอร์ ให้ติดต่อบรรณารกั ษ์ ส่วนตัว ฯลฯ) เขา้ หอ้ งสมดุ 7. เมอ่ื ลุกจากทน่ี ่งั ตอ้ งเก็บเก้าอี้เขา้ ท่ีเดมิ 12. รกั ษาสาธารณสมบตั ิ ใช้อยา่ งคุม้ ค่า และประหยัด เชน่ 8. ไม่ขดี เขียนขอ้ ความใด ๆ หรอื ฉกี ชว่ ยปิดไฟ ปิดพดั ลม ชว่ ยเก็บเก้าอี้ เกบ็ หนงั สือ เขา้ ทใ่ี ห้ เรียบรอ้ ยถกู ตอ้ ง เป็นต้น หนงั สอื วารสาร ส่ิงพิมพท์ กุ ชนิด 13. ดแู ลทรพั ย์สนิ ของห้องสมุดดุจของตน ป้องกัน ขดั ขวาง ผทู้ าลาย เชน่ ผทู้ ่ีแอบตดั ฉีกหนงั สือขโมยหนังสือ เป็นตน้ ระเบยี บและมารยาทการใช้ คอมพิวเตอร/์ Internet/Wi-Fi 1. ติดตอ่ บรรณารักษ์ 2. บันทกึ รายละเอยี ดลงในบันทกึ การใชบ้ ริการอินเตอร์เน็ต 3. นักเรียนใชบ้ รกิ ารสบื ค้นโต๊ะละ 1 คนเทา่ นนั้ 4. ใชส้ าหรับคน้ หาข้อมูลเกย่ี วกับการเรยี น ส่งิ ที่มสี าระ สร้างสรรค์ในทางท่ดี ี 5. การใช้อปุ กรณ์ในการบันทึกขอ้ มลู จาก Internet ต้องอยู่ในสภาพเรยี บรอ้ ย ไม่มีไวรัส 6. ใช้คอมพวิ เตอร์อย่างระมดั ระวงั เปดิ -ปิดตามขนั้ ตอน 7. อนญุ าตใหใ้ ช้คอมพวิ เตอร์คนละ 30 นาที 8. ไม่อนุญาต ให้นกั เรียนเลน่ เกม หรอื สบื ค้นขอ้ มลู ท่ไี ม่เหมาะสม 9. นกั เรียนเลน่ FACEBOOK ได้ไม่เกนิ 10 นาที (กรณีเกี่ยวกบั การเรยี น) 10. นกั เรียนฝ่าฝืนไมป่ ฏิบัตติ ามกฎ ตดั สทิ ธิการใช้ Internet 1 สัปดาห์
ระเบยี บ มารยาทและคุณธรรมจรยิ ธรรม ในการใช้หอ้ งสมุด ห้องสมุดเป็นหน่วยงานบริการที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้เป็นจานวนมาก ดังน้ันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ ผู้รับบริการ ห้องสมุดจึงต้องมีระเบียบ เพ่ือให้ทุกคนปฏิบัติ อันจะทาให้เกิดความเสมอภาค ในขณะเดียวกัน ผูร้ บั บรกิ ารกจ็ ะตอ้ งมีมารยาทให้เกียรติแก่สถานที่ดว้ ย ความหมายของระเบียบและมารยาท พอสรุปได้ ดังนี้ ระเบียบ หมายถึง ข้อบังคับที่จะให้ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติ อย่างใดอย่างหน่ึง เพ่ือให้สังคมอยู่ อย่างสงบสุขและเป็นธรรม ผู้ฝ่าฝืนจะได้รับโทษ เช่น การห้ามสูบบุหร่ีในห้องสมุด การยืมหนังสือในห้องสมุด การปรับหนังสือเกินกาหนดส่ง เป็นต้น ระเบียบของห้องสมุด แต่ละแห่งอาจมีข้อปฏิบัติแตกต่างกันไป ท้ังนี้ ขึ้นอยู่กับ สภาพห้องสมุดและวัตถุประสงค์ของห้องสมุดนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ระเบียบของห้องสมุดที่เป็น สาระสาคัญกย็ ังคงคลา้ ยคลึงกัน ซึง่ จะมขี อ้ กาหนดหลกั ๆ ดงั น้ี 1.1 เวลาทาการ 1.2 ผ้ใู ช้บริการและสิทธิหนา้ ท่ี 1.3 ระเบียบการยืม เช่น ผู้ยืมวัสดุต้องใช้บัตรห้องสมุดของตนเอง ยืมวัสดุได้ตามจานวนท่ีห้องสมุด กาหนด เป็นต้น 1.4 บทลงโทษ กรณีท่ีมีการกระทาท่ีฝ่าฝืนระเบียบการใช้ห้องสมุด เช่น การนาหนังสือออกจาก ห้องสมดุ โดยไม่ได้รบั อนญุ าต การตัด การฉีกภาพ หรอื ข้อความจากวารสาร เปน็ ต้น มารยาท เป็นขอ้ พงึ ปฏิบัติ โดยเกิดจากการสานึก ร้จู กั การควรไม่ควรของผ้นู ้ันเอง เช่น ไมค่ วรส่งเสียง ดังเกินสมควรในห้องสมุด ผู้ที่ไม่มีมารยาทมักไม่คานึงถึงความรู้สึกของผู้อ่ืน อาจพูดด้วยเสียงปกติแต่ค่อนข้าง ดัง แม้ไม่ผิดระเบียบ ไม่ได้รับโทษโดยระเบียบ แต่สังคมก็ไม่ยอมรับเท่ากับถูกลงโทษเช่นกัน มารยาทในการใช้ ห้องสมุด การใช้สาธารณสมบัติร่วมกันในห้องสมุด ผู้ใช้ควรมีจิตสานึกท่ีจะช่วยกันรักษาทรัพย์สินและสร้าง บรรยากาศท่ดี ี ให้เกยี รตซิ ่ึงกนั และกัน ใหเ้ กยี รตสิ ถานที่ ผู้มมี ารยาทและคุณธรรมพึงปฏบิ ตั ติ น ดังน้ี 1. แตง่ กายสภุ าพ เหมาะกับกาลเทศะ 2. วาจาสภุ าพ ใชเ้ สียงเทา่ ทีจ่ าเป็น 3. งดนาอาหาร เคร่ืองด่ืม หรอื ของขบเคยี้ วมารับประทาน 4. รักษาสาธารณสมบัติ ใช้อย่างคุ้มค่า และประหยัด เช่น ช่วยปิดไฟ ปิดพัดลม ช่วยเก็บเก้าอี้ เกบ็ หนังสอื เข้าทีใ่ หเ้ รยี บรอ้ ยถูกตอ้ ง เป็นต้น 5. ดแู ลทรัพย์สนิ ของหอ้ งสมุดดุจของตน ป้องกนั ขดั ขวางผู้ทาลาย เชน่ หา้ มตดั /ฉีกหนังสือ ห้ามขโมย หนงั สอื เป็นต้น
ใบงาน เรือ่ ง ห้องสมุดประชาชน คาสั่ง ตอบคาถามต่อไปน้ีให้ถูกตอ้ ง 1. ห้องสมุด หมายถึงอะไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. จงบอกประโยชนข์ องห้องสมดุ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ระเบยี บ มารยาท คุณธรรม จริยธรรม ในการใชห้ อ้ งสมุดมีอะไรบ้าง (ตอบแบบสรุปโดยย่อ) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. การบริการห้องสมุดมีอะไรบ้าง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบความรู้ เรอ่ื ง การศึกษาตลอดชีวติ การศึกษา (Education)ในมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 นิยาม ความหมายของการศกึ ษา มีความหมายว่า \"กระบวนการเรยี นรเู้ พอ่ื ความเจริญงอกงามของบคุ คลและสังคม โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝกึ การอบรม การสบื สานทางวัฒนธรรมการสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้า ทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคมการเรียนรู้ และปัจจัยเกื้อหนุน ให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต\" และมาตรา 15 ได้กาหนดระบบการศึกษา ในการจัดการศึกษามี สามรูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย พระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 ได้บัญญัติความหมายของการศึกษาตลอดชีวิตไว้ว่า หมายถงึ การศกึ ษาที่เกิดจากการผสมผสานระหวา่ งการศกึ ษาในระบบการศึกษานอกระบบ และการศึกษา ตามอธั ยาศัย เพ่อื ใหส้ ามารถพฒั นาคุณภาพชีวติ ไดอ้ ย่างต่อเนอื่ งตลอดชีวติ นอกจากนี้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 มาตรา 8 การส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาตามอัธยาศัย ก็ได้ให้ความสาคัญต่อผู้เรียน โดยได้ระบุไว้ ว่า \"ผู้เรียนได้รับความรู้และทักษะพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ที่จะเอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต\" ใน ความหมายของการศึกษาตลอดชีวิตดังกล่าว สอดคล้องกับความหมายของการศึกษา ซึ่งมีสถานที่และ ระยะเวลาเช่นเดียวกัน คือเป็นการศึกษาที่เกิดในทุกสถานที่ และตลอดระยะเวลาในชีวิตของบุคคลบุคคลหนง่ึ นอกจากน้ี การศกึ ษาตลอดชีวิตยงั จะต้องเปน็ การผสมผสานกนั ระหวา่ งการศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอีกด้วยในการจัดการศึกษาของประเทศจึงให้ความสาคัญกับการศึกษาตลอดชีวิต เป็นอย่างสูง โดยเห็นได้จากความหมายของการศึกษา และความหมายของการศึกษาตลอดชีวิตดังกล่าว พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติเองก็ได้บัญญตั ิไว้ในมาตรา 8 โดยในการจัดการศึกษาใหย้ ึดหลัก 3 ประการ คือ เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสาหรับประชาชน, ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และพัฒนาสาระ และกระบวนการเรียนรู้ใหเ้ ปน็ ไปอย่างตอ่ เนื่อง ในหนังสอื กศน. ได้ใหค้ วามหมายของ การศึกษาตลอดชวี ติ ไว้ดังนี้ • การศกึ ษาท่เี กิดข้ึนจากการผสมผสานระหวา่ งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และ การศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ได้อยา่ งตอ่ เน่ืองตลอดชวี ิต • การศึกษาทเ่ี กิดขึน้ อย่างต่อเนือ่ ง ตั้งแต่เกดิ จนตาย • พฒั นาคนให้ได้เรยี นรูใ้ นรูปแบบตา่ งๆตามความสามารถของตนเอง เพื่อก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของ โลก สามารถทางานและอยู่รว่ มกนั ในสังคม การเรียนรู้ตลอดชีวิต หมายถึง การรับรู้ความรู้ ทักษะ และเจตคติ ตั้งแต่เกิดจนตายจากบุคคลหรือ สถาบันใดๆ โดยสามารถจะเรียนรดู้ ้วยวิธีเรียนต่างๆ อย่างมีระบบหรือไม่มีระบบ โดยต้ังใจหรือโดยบังเอิญก็ได้ ท้ังนี้สามารถทาให้บุคคลน้ันเกิดการพัฒนาตนเองการศึกษาตลอดชีวิต ( Lifelong Education) หมายถึง การจัดกระบวนการทางการศึกษา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นการจัดการศึกษาในรูปแบบ ของการศึกษาในระบบโรงเรียน (Formal Education) การศึกษานอกระบบโรงเรียน (Non - Formal Education) และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั (Informal Education) โดยม่งุ ใหผ้ เู้ รียนเกิดแรงจูงใจทีจ่ ะเรียนรู้ด้วย ตนเอง (Self - directed Learning) มุ่งพัฒนาบุคคลให้สามารถพัฒนาตนเอง และปรับตนเองให้ก้าวทันความ เปลี่ยนแปลงของสงั คมการเมอื งและเศรษฐกจิ ของโลก
การศึกษาตลอดชีวติ หมายถึง การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพ่ือให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิต การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาท่ีกาหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซ่ึงเป็นเงื่อนไขสาคัญของการสาเร็จการศึกษาที่แน่นอน การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น ในการกาหนดจดุ มุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจดั การศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดผลประเมินผล ซึง่ เป็น เงื่อนไขสาคัญของการสาเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพ ปญั ญาและความต้องการของกลมุ่ แต่ละกลมุ่ ก า ร ศึ ก ษ า ต ล อ ด ชี วิ ต Phillip H. Coombs (ผู้ เ ขี ย น ห นั ง สื อ The World Crisis in Education : The View from the Eighties) พบว่ารูปแบบการศึกษาในระบบโรงเรียนของประเทศด้อย พัฒนา และประเทศกาลังพัฒนา ไม่สามารถให้บริการแก่ประชาชน ได้อย่างทั่วถึงทาให้เกิดวิกฤตการณ์ทาง การศึกษา (Educational Crisis) เพราะประชาชนท่ีมีฐานะดีเท่าน้ันท่ีมีโอกาสได้รับการศึกษา ส่วนคนยากจน จะขาดโอกาสในการศึกษา แม้รัฐบาลต่างๆ ได้ทุ่มเทงบประมาณด้านการศึกษาสูงมากก็ตาม แต่การศึกษา ไมส่ ามารถชว่ ยพฒั นาคุณภาพชวี ิตการศึกษาของประชาชน โดยเฉพาะผูอ้ ยู่ในท้องถน่ิ ห่างไกล รัฐบาลยิ่งพฒั นา คนรวยกลับรวยยิ่งข้ึน คนจนกลับจนลง จงึ ทาให้มกี ารเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษา หมายเหตุ : หนังสือท่ี กลา่ วถึงในข้างบน แปลเป็นภาษาไทยในช่ือ วิกฤตการณข์ องโลกในทางการศึกษา: ทัศนะในทศวรรษ 1980 ซง่ึ เป็นหนังสือแปล อันดับท่ี 87 ของ กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ ปี 2535 โดย ดร. ก่อ สวสั ดิพาณิชย์
ใบงาน เรอ่ื ง การศกึ ษาตลอดชวี ติ คาสงั่ ใหต้ อบคาถามต่อไปนี้ 1. การศกึ ษาตลอดชวี ติ หมายถงึ .............................................................................................................. ..................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................... .................................. ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................... .................................. 2. การศึกษา (Education)ในมาตรา ของพระราชบัญญัติการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 นยิ าม ความหมายของการศึกษา มีความหมายวา่ อย่างไร ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................. ....................................... ..................................................................................................................................................................... 3. การศกึ ษาตลอดชีวติ Phillip H. Coombs (ผู้เขียนหนงั สอื The World Crisis in Education : The View from the Eighties) บอกความหมายว่าอย่างไร ............................................................................................................................................................... ...... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................. ....... ..................................................................................................................................................................... 4. ผู้เรียนมคี วามเข้าใจในการเรียนรู้ตลอดชีวติ วา่ อยา่ งไร ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ช่ือ - สกลุ ....................................................................ระดบั ชน้ั ......................................................
ใบงาน เร่ือง การศึกษาตลอดชีวติ ถอดบทเรยี นตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ฐานเรยี นรู้ ...................................................................................... ความรู้ คณุ ธรรม ........................................................ ........................................................ ........................................................ ........................................................ ........................................................ ........................................................ ........................................................ ........................................................ ........................................................ ........................................................ ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล การมีภมู ิคมุ้ กนั ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. .......... .......... .......... ดา้ นวฒั นธรรม ดา้ นเศรษฐกิจ ดา้ นสงั คม ดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ...................................... ......................................
(ภาพตวั อย่าง) การถอดบทเรยี นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง จาก นักศึกษา ฐานท่ี 7 ฐานการศึกษาตามอธั ยาศยั
(ภาพตวั อย่าง) การถอดบทเรยี นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง จาก นักศึกษา ฐานท่ี 7 ฐานการศึกษาตามอธั ยาศยั
แบบสอบถามความพงึ พอใจ ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภออูท่ อง ตอนที่ 1 ข้อมลู ทว่ั ไป 1. เพศ ชาย หญิง 2. อายุ ต่ากว่า 15 ปี 16-30 ปี 31-40 ปี 41-50 ปี 51-60 ปี 61 ปขี ึน้ ไป 3. ระดบั การศึกษา ประถมศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ปริญญาตรี สงู กวา่ ปริญญาตรี อนื่ ๆ ระบุ......... 4. อาชีพ รบั จา้ ง เกษตรกรรม คา้ ขาย ขา้ ราชการ นกั เรยี น/นกั ศกึ ษา อ่ืนๆ ระบ.ุ ............. ตอนท่ี 2 คาชี้แจงใหท้ ่านทาเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งระดับความพึงพอใจตามความคิดเหน็ ทแี่ ทจ้ ริงของทา่ น ระดบั ความพึงพอใจ รายการ ดีมาก ดี พอใช้ ควร ต้อง ปรับปรงุ ปรับปรงุ 1. กระบวนการ/สถานที่/ระยะเวลา การให้บรกิ าร 1.1 การ ชี้แจงลาดับข้ันตอนของกจิ กรรม 1.2 ความเหมาะสมของสถานท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ 1.3 ความเหมาะสมของระยะเวลาในการเรียนรู้ 2. วิทยากรผถู้ า่ ยทอดความรู้ 2.1 บคุ ลิกภาพ/อธั ยาศัยของวิทยากร 2.2 ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ 2.3 รปู แบบของกจิ กรรม 3. ด้านสื่อประกอบการเรียนรู้ 3.1 สอื่ ประกอบการเรยี นรู้เพียงพอ 3.2 สือ่ ประกอบการเรียนรเู้ หมาะสม 3.3 สือ่ ประกอบการเรยี นร้ทู ันสมัย 4. ดา้ นความร้แู ละประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั 4.1 ท่านได้รบั ความรู้ แนวคิด ทกั ษะและประสบการณใ์ หม่ ๆ 4.2 ท่านสามารถนาสง่ิ ที่ไดร้ ับไปใช้ในชีวติ ประจาวนั 4.3 ประโยชนท์ ่ที ่านได้รบั จากฐานการเรยี นรู้ 5. ความพึงพอใจของทา่ นต่อภาพรวมของฐานการเรยี นรู้ ขอ้ เสนอแนะ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..……. *** ขอขอบคุณในความร่วมมือตอบแบบสอบถาม ***
ภาพผลการดาเนินงาน การประเมนิ การใชฐ้ านการเรยี นรู้ การศกึ ษาตลอดชีวิต โครงการอบรมเชิงปฏบิ ตั ิการศนู ย์การเรยี นรเู้ ศรษฐกจิ พอเพียง สาหรบั นักศกึ ษา กศน.อาเภออูท่ อง ภายใต้โครงการพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน ณ แหล่งเรียนรภู้ ายในศูนย์การเรยี นรูเ้ ศรษฐกิจพอเพียงอาเภออทู่ อง (ฐานการเรียนรกู้ ารศึกษาตลอดชวี ติ ) วันท่ี 25 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.2564
ภาพผลการดาเนินงาน การประเมนิ การใช้ฐานการเรยี นรู้ การศึกษาตลอดชีวติ โครงการอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารการขบั เคลือ่ นศูนย์การเรยี นรูต้ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ภายใตโ้ ครงการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น ณ แหล่งเรยี นรภู้ ายในศนู ยก์ ารเรียนรเู้ ศรษฐกิจพอเพยี งอาเภออูท่ อง (ฐานการเรยี นรกู้ ารศกึ ษาตลอดชวี ติ ) วนั ที่ 26 มกราคม พ.ศ.2565
ภาพผลการดาเนินงาน การประเมนิ การใช้ฐานการเรยี นรู้ การศกึ ษาตลอดชีวติ โครงการอบรมเชิงปฏบิ ตั ิการพัฒนาแกนนานกั ศึกษาเพ่ือขับเคล่ือนศนู ยก์ ารเรียนรู้ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ระยะท่ี 2 ภายใต้โครงการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น ณ แหลง่ เรียนรู้ภายในศนู ยก์ ารเรียนรู้เศรษฐกจิ พอเพยี งอาเภออทู่ อง (ฐานการเรยี นรูก้ ารศึกษาตลอดชวี ิต) วันท่ี 7 มิถนุ ายน พ.ศ.2565
ภาพผลการดาเนินงาน การประเมนิ การใช้ฐานการเรยี นรู้ การศึกษาตลอดชีวิต โครงการส่งเสริมการเรียนร้กู ารใชส้ อื่ สงั คมออนไลนแ์ ละพฒั นาทักษะการดาเนินชีวติ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น ณ แหลง่ เรียนรูภ้ ายในศูนย์การเรยี นร้เู ศรษฐกจิ พอเพียงอาเภออู่ทอง (ฐานการเรยี นรู้การศกึ ษาตลอดชีวติ ) วันที่ 15 มิถนุ ายน พ.ศ.2565
Search
Read the Text Version
- 1 - 23
Pages: