179 ภาพที่ 6.9 โปรแกรมควบคุมการทางานตามตารางเวลา ที่มา : กรมพัฒนาพลงั งานทดแทนและอนุรกั ษพ์ ลังงาน. ม.ป.ป. : 8. ภาพที่ 6.9 เป็นหน้าจอระบบสารสนเทศ เพ่ือกาหนดช่วงเวลาในการเปิดและปิดอุปกรณ์ เพื่อให้อปุ กรณ์ทางานได้เต็มประสทิ ธิภาพ และไมส่ ิน้ เปลืองเกินไป ภาพที่ 6.10 เป็นการกาหนดให้ระบบส่ังปิดอุปกรณ์บางชนิดในบางช่วง เช่น เครื่องส่งลม เย็นของบางพื้นท่ี เพื่อประหยัดพลังงาน โดยจะตรวจติดตามค่าตัวแปรท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือไม่ให้เกิด ผลกระทบต่อความสะดวกสบายของผู้ใช้อาคาร จากภาพ เป็นการตรวจติดตามค่าความชื้นและ อณุ หภูมิของห้องเพือ่ ใช้เปน็ เกณฑ์ในการปิดหรือเปิดอปุ กรณ์ ภาพท่ี 6.10 การปิดเปิดของอุปกรณ์ตามภาระการใชง้ าน ทมี่ า : กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรกั ษพ์ ลังงาน. ม.ป.ป. : 8.
180 สาหรบั ด้านอื่น ๆ นอกเหนอื จากที่กล่าวมาอาจมีการนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรม ประยุกต์มาช่วยในการทางาน เช่น งานการพิมพ์ที่ใช้โปรแกรมประเภทเวิร์ดโพรเซสซิง (Word Processing) ในการสร้างและจัดเก็บ การจัดทาทะเบียนและสถิติ ใช้โปรแกรมประเภทตารางทาการ (Spreadsheet) ในการคานวณและแสดงผล การประยกุ ตใ์ ช้ระบบสารสนเทศในงานบริการสารสนเทศ จากขอบเขตงานบริการสารสนเทศดังท่ีกล่าวไปแล้วข้างต้น หากแยกเป็นบริการหลักของ สถาบันบริการสารสนเทศ จะแบ่งได้เป็นการบริการสารสนเทศ การบริการผู้ใช้และการบริการยืมคืน สถาบันบริการสารสนเทศขนาดใหญ่ทีม่ ีงบประมาณเพียงพอ จะเลอื กใชร้ ะบบหอ้ งสมุดอัตโนมัติในการ ให้บริการดังกล่าวได้ แต่หากสถาบันจะพัฒนาระบบสารสนเทศเอง สามารถทาได้โดยพิจารณา แนวทางดังน้ี 1. การบริการสารสนเทศ เป็นการอานวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงสารสนเทศท่ีต้องการ โดยให้บริการ ค้นหาทรพั ยากรสารสนเทศผ่านฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูลบรรณานุกรม ฐานข้อมูลออนไลน์ที่ เชอ่ื มต่อไปยังสถาบนั บริการสารสนเทศอ่ืน ๆ ฐานขอ้ มูลเพื่อสนับสนุนการตอบคาถามและช่วยค้นคว้า สถาบันบริการสารสนเทศสามารถบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์ที่ใช้กับงานบริการตอบคาถาม เช่น ฐานข้อมลู สารานุกรม พจนานุกรม นามานุกรมหรืออ่ืน ๆ แทนการเก็บเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อให้สะดวก ในการค้นหาขอ้ มูลเพ่ือตอบคาถาม สถาบันบริการสารสนเทศบางแห่งท่ีทาการค้าและหวังผลกาไรจากการให้บริการจัดหา สารสนเทศตามความต้องการของผู้ใช้ เช่น ศูนย์ข่าวมติชน ซ่ึงสถาบันบริการสารสนเทศเหล่านี้จะมี บรกิ ารสง่ ขา่ วหรือเอกสารใหต้ ามระยะเวลา บริการคน้ หาข้อมลู ท่ีเกี่ยวข้อง และเก็บค่าบริการจากผู้ใช้ ลักษณะเดยี วกับระบบพาณิชยอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ สห์ รอื อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) 2. การบรกิ ารผู้ใช้ เพื่อให้ผู้ใช้หรือสมาชิกใช้งานสถาบันบริการสนเทศสะดวกมากข้ึน ระบบสารสนเทศ สามารถเก็บข้อมูลเพ่ือรองรับการค้นหาทรัพยากรสารสนเทศภายในสถาบันบริการสารสนเทศ และ แสดงข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้ซึ่งในปัจจุบันสามารถให้บริการผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ได้แก่
181 การตรวจสอบสถานะการยมื และกาหนดส่ง การตรวจสอบรายงานค่าปรบั คา่ ใช้จา่ ยอ่ืน ๆ สถานะการ ใช้บริการ เช่น การจองสื่อ การจองห้องหรือบรกิ ารอนื่ ๆ ของสถาบันบรกิ ารสารสนเทศ สถาบันบริการสารสนเทศหลายแห่ง ใช้ระบบสารสนเทศในเชิงธุรกิจมาร่วมพัฒนาการ ให้บริการผู้ใช้ เช่น การนาระบบบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM : Customer Relationship Management) เก็บข้อมูลประวัติการใช้บริการของลูกค้า เพื่อจะเสนอสินค้าและบริการท่ีคาดว่า ลูกค้าจะสนใจได้อย่างแม่นยา ประวัติลูกค้าแยกตามกลุ่มต่าง ๆ เช่น ตามจังหวัด ตามสถานภาพการ สมรส ตามงานอดิเรก ตามยอดซ้ือหรือความถี่ในการซื้อ รวมถึงเก็บประวัติการร้องเรียนหรือ ข้อเสนอแนะจากลกู คา้ เพ่ือตดิ ตามการแก้ปญั หาให้กับลูกค้า ตัวอยา่ งการทางานดงั ภาพที่ 6.11 เม่อื ลกู คา้ ตดิ ตอ่ เขา้ มายงั องค์กรไม่ว่าจากช่องทางใด ทางองค์กรสามารถเรียกดูข้อมูลของ ลูกค้าผ่านระบบฐานข้อมูลเพ่ือสามารถตัดสินใจให้บริการได้อย่างถูกต้องและตรงใจลูกค้ามากท่ีสุด โดยทุกระบบย่อยจะดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกัน เพื่อความสอดคล้องและถูกต้องของข้อมูล ตัวอย่างของข้อมูลในระบบ เช่น (ก) ระบบบริการทางโทรศัพท์ เป็นระบบท่ีจะแสดงข้อมูลต่าง ๆ ขององค์กรในช่วงเวลา น้ัน ๆ เช่น สินค้า การบริการ รายการพิเศษขององค์กร ซึ่งพนักงานขององค์กรสามารถใช้เป็นข้อมูล เพ่ือนาเสนอหรือตอบคาถามแก่ผู้ใช้บริการท่ีติดต่อมาทางโทรศัพท์หรือช่องทางอื่น ในขณะเดียวกัน ระบบสามารถเช่ือมต่อไปยังระบบฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อสืบค้นข้อมูลของผู้ใช้บริการในแต่ละรายกรณีมี คาถามเฉพาะด้วย (ข) ระบบข้อมูลการตลาดและข้อมูลฝ่ายขาย สามารถแสดงสรุปสินค้าหรือบริการท่ี ไดร้ บั ความนยิ ม ลกั ษณะเฉพาะของลูกค้าท่ีใช้บริการสินค้าหรือบริการต่าง ๆ เพื่อความสะดวกในการ เขา้ ถึงลูกค้าหรือผู้ซ้ือ (ค) ระบบงานบริการ เพ่ือมุ่งการพัฒนาบริการแก่ลูกค้า เช่น การนัดหมายของพนักงาน ผูใ้ ห้บรกิ ารกบั ลูกค้า การตดิ ตามความกา้ วหนา้ ในการแก้ปัญหาแก่ลูกค้า
182 ระบบบริกำรทำงโทรศพั ท์ (Call Center System) ตดิ ตอ่ ทำง ระบบขอ้ มลู กำรตลำด ระบบ โทรศพั ท์ (Marketing System) ฐำนข้อมูล ติดตอ่ ระบบข้อมลู ฝ่ำยขำย ลูกคำ้ ด้วยตนเอง (Sale System) ลกู ค้ำ ระบบข้อมลู ฝ่ำยบรกิ ำร (Service System) ภาพที่ 6.11 หลกั การทางานของระบบสารสนเทศเพอ่ื บรหิ ารจดั การลกู ค้าสมั พนั ธ์ ทม่ี า : ห้างหุ้นสว่ นจากดั นาโนซอฟท์แอนด์โซลชู ัน่ . ออนไลน์. 2542. ภาพที่ 6.12 แสดงหน้าจอระบบสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์ในส่วนการ บันทึกการติดต่อจากลูกค้า ผู้ใช้จะต้องบันทึกรายละเอียดของลูกค้าเพ่ือเป็นข้อมูลให้พนักงานท่ีต้อง ตอบคาถามใช้ประกอบการตัดสินใจในการให้คาตอบ ว่าลูกค้าประกอบธุรกิจใด มีความเกี่ยวพันกับ องค์กรด้านใด ติดต่อเร่อื งใดเป็นพิเศษ และเคยมีการให้ข้อเสนอแนะหรือถามคาถามมายังองค์กรแล้ว หรอื ไม่ หากเคยติดต่อมาแล้ว คาตอบท่ีองค์กรตอบไปหรือข้อจัดการขององค์กรที่ดาเนินงานให้ลูกค้า เป็นอยา่ งไร ท้งั นเ้ี พ่ือต้องการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าให้มากท่ีสุดโดยให้คาตอบได้รวดเร็วและ ตรงประเดน็ ตามที่ลกู ค้าตอ้ งการ
183 ภาพท่ี 6.12 หนา้ จอบันทึกการตดิ ตอ่ จากลกู ค้าของระบบสารสนเทศเพอื่ บรหิ ารจัดการลกู คา้ สมั พันธ์ ที่มา : ห้างหุ้นสว่ นจากัด นาโนซอฟทแ์ อนด์โซลชู ่นั . ออนไลน์. 2542. ปัจจุบัน สถาบนั บรกิ ารสารสนเทศจานวนมากมรี ะบบการบริหารจัดการลกู คา้ สัมพันธเ์ พือ่ มุ่งเนน้ การบริการให้ประทับใจ และใหผ้ ู้ใชบ้ ริการย้อนกลบั มาใช้บริการซ้าอกี 3. การบริการยมื คืน การให้บริการยืมคืนจะประกอบไปด้วยการยืม การคืน การยืมต่อ การเสียค่าปรับ และ การจอง ระบบการบริการยืมคืนต้องเชื่อมต่อระหว่างฐานข้อมูลของผู้ใช้บริการ ฐานข้อมูลทรัพยากร สารสนเทศ โดยทั่วไป สถาบันบริการสารสนเทศจะให้บริการด้านยืมคืนกับผู้ใช้ผ่านระบบสารสนเทศ โดยผู้ใช้สามารถตรวจสอบทรัพยากรสารสนเทศที่ตนต้องการได้ว่ามีให้บริการอยู่หรือไม่ และพร้อม ให้ยืมหรือไม่ สามารถตรวจสอบประวัติการยืมหรือรายละเอียดการยืม เช่น กาหนดส่งคืน รายการท่ี ค้างส่งคืน รวมถึงแจ้งเตือนระยะเวลาที่ครบกาหนดส่ง ดังในภาพที่ 6.13 เป็นจอภาพระบบห้องสมุด อัตโนมัติของสานักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
184 แสดงข้อมูลการยืมของผู้ใช้ว่ายืมทรัพยากรสารสนเทศไปจานวนเท่าใด มีกาหนดส่งคืนเมื่อใด หาก จานวนคร้ังในการยมื ยงั ไมเ่ กนิ ท่กี าหนด ผู้ใชส้ ามารถตอ่ การยืมหรือ renew ด้วยตนเองได้ ภาพท่ี 6.13 จอภาพแสดงข้อมูลการยืมของผู้ใช้ สานักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ที่มา : มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครราชสมี า. ออนไลน์. 2559. ภาพท่ี 6.14 เป็นการใช้เครื่องบริการยืมคืนอัตโนมัติของสานักวิทยบริการและเทคโนโลยี สารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ภาพที่ 6.14 การใช้เคร่ืองบริการยืมคืนอัตโนมัติ สานักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครราชสมี า ท่ีมา : มหาวิทยาลัยราชภฏั นครราชสมี า. ออนไลน์. 2559.
185 ผู้ใช้สามารถยืมคืนด้วยตนเองผ่านระบบอาร์เอฟไอดี (RFID - Radio-Frequency Identification) ทรัพยากรสารสนเทศจะต้องติดป้ายสัญญาณ (Tag) เพื่อเก็บข้อมูลของทรัพยากรสารสนเทศ และส่ง ข้อมลู ให้เคร่ืองบริการยมื คนื อ่านและบนั ทกึ ขอ้ มลู เข้าในระบบห้องสมุดอัตโนมตั ติ ่อไป การประยกุ ตใ์ ชร้ ะบบสารสนเทศในงานเทคนคิ งานเทคนิคของสถาบันบริการสารสนเทศ มีงานหลักได้แก่ งานเลือกทรัพยากรสารสนเทศ งานตรวจรับ งานวิเคราะห์สารสนเทศ งานบันทึกข้อมูลรายการเพื่อสืบค้น งานสารวจทรัพยากร สารสนเทศ งานคัดทรัพยากรสารสนเทศเก่า งานสิ่งพิมพ์ต่อเน่ือง และงานซ่อมหนังสือ หากแยกตาม กระบวนการสามารถแยกได้เป็นช่วงก่อนสถาบันบริการสารสนเทศรับทรัพยากรสารสนเทศ นั่นคือ ระยะเวลาของงานเลือกทรัพยากรสารสนเทศ เมื่อได้ทรัพยากรสารสนเทศมาแล้วเป็นช่วงเตรียม ทรพั ยากรสารสนเทศเพ่อื ใหบ้ รกิ าร ได้แกร่ ะยะเวลางานตรวจรับ งานวิเคราะห์สารสนเทศ งานบันทึก ขอ้ มูลรายการเพอ่ื สืบคน้ ชว่ งให้บริการและบารุงรักษาทรัพยากรสารสนเทศ ได้แก่ระยะเวลาของงาน สารวจทรัพยากรสารสนเทศ งานส่ิงพิมพ์ต่อเนื่อง และงานซ่อมหนังสือ ช่วงจาหน่ายทรัพยากร สารสนเทศท่ีไม่ใช้แล้ว ได้แก่ระยะเวลาของงานคัดทรัพยากรสารสนเทศเก่า ซึ่งสามารถนาระบบ สารสนเทศมาประยุกต์ใช้ดังน้ี 1. การใช้ระบบสารสนเทศเพ่อื เลอื กทรัพยากรสารสนเทศ การเลอื กทรพั ยากรสารสนเทศนั้น สถาบันบริการสารสนเทศต้องศึกษาความต้องการของ ผู้ใช้ เพ่ือจะนาข้อมูลไปคัดเลือก และจัดหาทรัพยากรสารสนเทศมาให้บริการ โดยแบ่งข้ันตอนเป็น 3 สว่ น ดงั น้ี 1.1 การศึกษาหรือสารวจความต้องการใช้ทรัพยากรสารสนเทศ ถึงแม้ว่าสถาบันบริการ สารสนเทศน้ันจะเป็นลักษณะให้บริการเฉพาะหน่วยงาน แต่ยังคงต้องสารวจความต้องการของ บุคลากรภายในหน่วยงานน้ันด้วย การศึกษาหรือสารวจความต้องการของผู้ใช้มีได้หลายวิธี ไม่ว่าจะ เปน็ การจดั ให้รา้ นคา้ ผู้จาหนา่ ยมาเปดิ ร้านใหผ้ ู้ใชบ้ ริการเลือก หรือใชว้ ิธีสารวจโดยแบบสอบถาม ซ่ึงได้ มีการนาแบบสอบถามออนไลน์มาใช้ในการสารวจความต้องการของผู้ใช้ เช่น ใช้เว็บไซต์ Google docs เว็บไซต์ surveymonkey.com เพ่ือสร้างแบบสารวจความต้องการ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแสดง
186 ความเห็นผ่านทางเว็บไซต์โดยไม่จากัดเวลาและสถานท่ี พร้อมน้ีทางเว็บไซต์ยังสามารถสรุปสถิติหรือ ประมวลผลขอ้ มลู เพอ่ื ให้สถาบนั บรกิ ารสารสนเทศนาไปตัดสินใจจัดหาได้ทนั ที ภาพท่ี 6.15 แสดงแบบฟอร์มเสนอรายการหนังสือซึ่งทางสานักวิทยบริการและ เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั นครราชสมี า จดั ทาเผยแพร่บนเว็บไซต์เพ่ือให้ผู้ใช้ส่งข้อมูล หนงั สอื ทีต่ ้องการไปยงั สานักฯ เพ่ือทาการจัดหาตอ่ ไป ภาพท่ี 6.15 แบบฟอร์มเสนอรายการหนงั สือทตี่ อ้ งการโดยใช้ Google docs ทีม่ า : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสมี า. สานกั วทิ ยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ. ออนไลน์. 2558. 1.2 การคัดเลอื กทรพั ยากรสารสนเทศ เป็นข้ันตอนการนารายการทรัพยากรสารสนเทศที่ ผู้ใชเ้ สนอมาหรอื ทส่ี ถาบันบรกิ ารสารสนเทศคัดสรร มาประเมนิ คุณค่าว่าเหมาะสมกับการสั่งซ้ือหรือไม่ ห้องสมุดขนาดใหญ่หลายแห่งเลือกใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติช่วยในการบ ริหารจัดการทรัพยากร สารสนเทศ ระบบหอ้ งสมุดอตั โนมัติจะมีระบบย่อยท่ีชว่ ยคัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศ (มหาวิทยาลัย วลัยลกั ษณ์. สานกั วิชาสารสนเทศศาสตร์. ออนไลน์. 2554) ดงั ขัน้ ตอนต่อไปนี้
187 1.2.1 นารายการหนังสือหรือทรัพยากรสารสนเทศที่ได้มากาหนดระดับความสาคัญ โดยอาจกาหนดจากตาแหน่งของผ้เู สนอหรอื ความสาคัญของผู้เสนอรายชอ่ื 1.2.2 นารายการทรัพยากรสารสนเทศที่เรียงลาดับความสาคัญแล้ว ไปตรวจสอบ เงื่อนไข ดว้ ยการกาหนดเงื่อนไขให้ระบบช่วยตรวจสอบว่ารายการท่ีนาเสนอมาน้ัน ผ่านเกณฑ์หรือไม่ เช่น หนงั สือท่ีมีชื่อเดียวกันต้องมีปีท่ีพิมพ์ต่างกันและห่างกันอย่างน้อยห้าปี หรือยอมให้ซ้ือเพ่ิมเติมได้ โดยไมเ่ กินจานวนชดุ สงู สดุ ทก่ี าหนดไว้ 1.2.3 ตรวจสอบรายการในคาเสนอซื้อ เปรียบเทียบกับทรัพยากรท่ีมีอยู่แล้ว เพ่ือ ไม่ให้จดั ซอื้ ซา้ ซ้อน 1.2.4 กาหนดผ้อู นุมัติการจดั ซ้ือและแสดงงบประมาณท่คี งเหลอื จากการจัดซือ้ เม่ือได้ข้อสรุปแล้ว สถาบันบริการสารสนเทศจะดาเนินการจัดซ้ือตามระเบียบหรือ แนวปฏิบัติของสถาบนั ตอ่ ไป 1.3 การจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ สามารถใช้ระบบสารสนเทศมาช่วยในการติดตาม สถานะการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ การใช้งานส่วนบัญชีและการเงิน และการประสานงานกับ หนว่ ยงานภายนอก (สมพร พทุ ธาพทิ กั ษ์ผล. 2556 : 12-32) ดงั น้ี 1.3.1 การติดตามสถานะการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ เพราะการจัดหามีหลาย กระบวนการ จึงต้องมีหลักฐานในการดาเนินงานเพ่ือเป็นการส่ือสารกับผู้ใช้ว่าในขณะน้ี ทรัพยากร สารสนเทศทผ่ี ู้ใชเ้ สนอซ้ือมาน้ันอยู่ในข้ันตอนใดแล้ว จะให้บริการได้เม่ือใด ลักษณะคล้ายกับการบอก สถานะการขนส่งสินคา้ ทางไปรษณีย์ 1.3.2 การใช้งานส่วนบัญชีและการเงิน เพื่อให้ผู้บริหารสามารถควบคุมงบประมาณ ในการจดั ซอื้ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม สถาบนั บรกิ ารสารสนเทศต้องจัดทาบัญชีควบคุมการใช้จ่าย และเม่ือมี การส่ังซื้อเสร็จส้ิน พนักงานควรนาเสนองบประมาณท่ีเหลือและรายงานผลของงบประมาณใน แต่ละส่วน ระบบสารสนเทศสามารถแสดงผลได้ว่าการใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามแผนการใช้จ่าย ทต่ี ัง้ ไวห้ รอื ไม่ ทาให้ผเู้ กยี่ วขอ้ งสามารถควบคมุ คา่ ใชจ้ ่ายได้ 1.3.3 การประสานงานกับหน่วยงานภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหน่วยงานท่ี ให้บริการทรัพยากรสารสนเทศท่ีเก่ียวข้องกับสถาบัน เช่น สานักพิมพ์ หรือตัวแทนจาหน่าย รวมถึง การแลกเปล่ียนมาตรฐานในการนารายละเอียดของทรัพยากรสารสนเทศเข้าสู่ระบบขององค์กร โดย สถาบันบริการสารสนเทศสามารถดึงข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศจากฐานข้อมูลของสานักพิมพ์หรือ
188 ผู้ขาย เข้าสู่ระบบขององค์กรได้โดยอัตโนมัติเพ่ือความสะดวกรวดเร็วในการจัดทาเอกสารท่ีเก่ียวข้อง และประสานงาน 2. การใช้ระบบสารสนเทศเพ่ือเตรียมทรัพยากรสารสนเทศ การเตรียมทรัพยากรสารสนเทศเพื่อให้บริการ หมายถึงกระบวนการทาความเข้าใจและ แยกแยะทรัพยากรสารสนเทศเพื่อนาไปจดั หมวดหมู่ในการใหบ้ รกิ าร หากในสถาบันบริการสารสนเทศ ประเภทห้องสมุด อาจเลือกใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ หรือพัฒนาระบบสารสนเทศขึ้นมาเอง โดย ระบบสารสนเทศนามาใช้ในการจัดเตรียมได้ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดเก็บสารสนเทศ ด้านการสืบค้น สารสนเทศ ด้านการควบคุมทางบรรณานุกรม และด้านการบริหารองค์กรสารสนเทศ (นา้ ทพิ ย์ วิภาวิน, สุภาพร ชยั ธัมมะปกรณ์ และจีระพล คมุ่ เคี่ยม. 2555 : 14-5) ดงั น้ี 2.1 ดา้ นการจดั เก็บสารสนเทศ เป็นการเตรยี มข้อมูลเพื่อการจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศ ลงในระบบฐานขอ้ มลู เพ่ือปรับปรุงแก้ไขข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ โดยการสร้างระเบียนบรรณานุกรม ตามมาตรฐานสากล หรือการสร้างตัวแทนทรัพยากรสารสนเทศ ตามมาตรฐานสากล หากมี กระบวนการจัดเกบ็ ทเี่ ป็นระบบ นอกจากความสะดวกในการใช้งานแล้ว สถาบันบริการสารสนเทศยัง สามารถแลกเปลย่ี นข้อมูลกบั สถาบันอ่นื ๆ ไดด้ ว้ ย 2.2 ดา้ นการสืบค้นสารสนเทศ เพื่อใหส้ ะดวกต่อการค้นคนื เช่น การสร้างและแลกเปล่ียน บรรณานุกรมตามมาตรฐานสากล ระบบสารสนเทศจะช่วยให้มีการเช่ือมโยงข้อมูลถึงกัน โดยอาศัย ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ผ้ใู ช้สามารถสืบคน้ สารสนเทศไดจ้ ากทกุ แหง่ และตลอดเวลาท่ตี อ้ งการ 2.3 ด้านการควบคุมทางบรรณานุกรมให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซ่ึงระบบสารสนเทศ สามารถต้ังเงื่อนไขเพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลที่ขัดแย้งกับมาตรฐานการลงรายการท่ีกาหนดไว้ได้ และยัง กาหนดต้นแบบในการลงรายการเพ่ืออานวยความสะดวกและลดข้อผิดพลาดให้แก่ผู้ปฏิบัติงานได้ ระบบห้องสมดุ หลายระบบ สามารถจดั เกบ็ ประวัติการแก้ไขและสถิติการปรับปรุงข้อมูล รวมถึงผนวก รายการทีซ่ า้ กนั เข้าดว้ ยกันได้ 2.4 ด้านการบริหารองค์กรสารสนเทศ ช่วยในการวางแผนพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ และบริการสารสนเทศ การจัดระบบความรู้ให้สอดคล้องกับนโยบายขององค์กร รวมถึงการพัฒนา คุณภาพของสารสนเทศ แปลงรปู สารสนเทศให้เหมาะสมเพื่อนาไปใช้ในการบรหิ ารตอ่ ไป
189 เมื่อใช้ระบบสารสนเทศในการเตรียมข้อมูลของทรัพยากรสารสนเทศแล้ว ระบบ สารสนเทศยงั สามารถจดั พิมพป์ ้ายรหสั แท่งหรอื บาร์โค้ด (Barcode) สันหนังสือ หรือป้ายรายละเอียด ที่จาเป็นสาหรับแสดงข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศแบบอัตโนมัติ ลดข้อผิดพลาดในเรื่องความขัดแย้ง ของขอ้ มลู ระหวา่ งในระบบสารสนเทศและบนตวั ทรัพยากรสารสนเทศ 3. การใชร้ ะบบสารสนเทศเพ่อื จาหน่ายทรัพยากรสารสนเทศ การจาหน่ายทรัพยากรสารสนเทศ หมายถึงการคัดทรัพยากรสารสนเทศออกจากการ ให้บริการ ต้องมีกระบวนการคัดเลือกและประเมินการใช้ทรัพยากรสารสนเทศแต่ละรายการ ซ่ึง สถาบนั บริการสารสนเทศควรใช้การวเิ คราะหส์ ถิติและขอ้ มูลเชิงปริมาณจากขอ้ มูลในระบบสารสนเทศ การรวบรวมสถิติและข้อมูลที่สาคัญเกี่ยวกับทรัพยากรสารสนเทศ ไม่ว่าจะเป็นจานวน ประเภท การ ยืมคนื ความถ่ใี นการใชง้ าน และอ่นื ๆ หากต้องรวบรวมด้วยมือและคานวณด้วยตนเอง อาจก่อให้เกิด ข้อผิดพลาดได้ง่าย และการใช้ระบบสารสนเทศยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ตามเงื่อนไขที่ต้องการ เช่น การแจกแจงจานวนทรัพยากรสารสนเทศตามหมวดหมู่ หรือแยกตามความถี่ในการใช้งาน แต่ ท้ังนี้ สถาบันบริการสารสนเทศจะต้องมีการบันทึกข้อมูลการใช้งานทรัพยากรสารสนเทศเข้าสู่ระบบ อยา่ งสมา่ เสมอ เมื่อไดส้ ถิติที่ต้องการแล้ว ผู้ปฏิบัติงานจะนาข้อมูลท่ีแจกแจงได้ไปพิจารณาตามเกณฑ์การ ประเมินเพ่ือคัดหรือการจาหน่ายทรัพยากรสารสนเทศออกจากการให้บริการ และไปบันทึกข้อมูล ระบบสารสนเทศเพ่ือเป็นหลักฐานในการสืบค้นตอ่ ไป การประยกุ ต์ใชร้ ะบบสารสนเทศในงานแผนและนโยบาย การวางแผนเพ่ือให้การดาเนินงานของสถาบันบริการสารสนเทศมีผลการดาเนินงานตาม เปา้ หมายทีก่ าหนดไว้ มักจะกาหนดเป้าหมายระยะยาวท่อี งค์กรต้องการให้เกิด เรียกว่า วิสัยทัศน์ เช่น องค์กรต้ังวิสัยทัศน์ว่าเป็นผู้นาด้านการให้บริการสารสนเทศในภูมิภาค เมื่อได้วิสัยทัศน์แล้ว สถาบัน บริการสารสนเทศจะต้องวางแผนเพ่ือให้การดาเนินงานไปสู่วิสัยทัศน์นั้น มักกาหนดเวลาไว้ประมาณ 5-10 ปี แผนดังกลา่ วเรยี กว่า แผนกลยุทธห์ รอื แผนยุทธศาสตร์ จากนั้นจงึ เริ่มวางแผนปฏิบัติการในแต่ ละปี เพื่อให้ผลการดาเนินงานไปสู่วิสัยทัศน์ท่ีกาหนด โดยในแต่ละปี ต้องมีการประเมินผลการ
190 ดาเนินงานว่าเป็นไปตามเป้าหมายท่ีกาหนดไว้หรือไม่ เพื่อจะได้มีการปรับแผนหรือกิจกรรมให้ เหมาะสมตอ่ ไป ดังน้ัน ระบบสารสนเทศท่ีสนับสนุนงานแผนและนโยบาย สามารถแบ่งตามลักษณะงานแผน ได้ 3 ระบบ ได้แก่ ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการจัดทาแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ ระบบ สารสนเทศเพือ่ ตดิ ตามผลการดาเนินงาน และระบบสารสนเทศเพอ่ื ประเมนิ ผลการดาเนนิ งาน 1. ระบบสารสนเทศเพ่ือสนับสนุนการจดั ทาแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ สถาบันบริการสารสนเทศควรดาเนินการจัดทาแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการอย่างเป็น ข้ันตอน โดยในแตล่ ะขนั้ ตอนสามารถเลือกระบบสารสนเทศมาสนับสนนุ การทางาน ดังนี้ 1.1 การกาหนดวิสัยทัศน์ของสถาบันบริการสารสนเทศ ซ่ึงสามารถใช้วิธีการหลายแบบ ทางทฤษฎีการบริหารองค์กรในการกาหนด เช่น การเลือกใช้เทคนิคสวอท หรือ SWOT ซ่ึงเป็นการ วิเคราะห์จุดเด่น (Strength) จุดด้อย (Weakness) โอกาส (Opportunities) และภัยคุกคาม (Threats) ผลการวิเคราะหส์ วอทจะบ่งชถี้ ึงสถานการณ์ของสถาบันบริการสารสนเทศ เพื่อหาแนวทาง ว่าจะบริหารองค์กรไปในแนวทางใด ดังนั้น ระบบที่จะสนับสนุนการวิเคราะห์สวอทต้องช่วยในการ สรุปผลการวิเคราะห์เพ่ือให้ผู้บริหารนาไปใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจกาหนดวิสัยทัศน์ต่อไป โปรแกรมทช่ี ่วยในการวิเคราะห์สวอท สามารถพฒั นาข้ึนเองโดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เอ็กเซล หรือ การใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รปู เช่น xmindStrategic, Cascade Strategy ภาพท่ี 6.16 โปรแกรมชว่ ยในการวเิ คราะหส์ วอท (SWOT) ทมี่ า : บุรนิ ทร์ รจุ จนพันธุ์. ออนไลน์. 2553.
191 จากภาพ 6.16 เป็นตัวอย่างของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ท่ีผู้ใช้พัฒนาข้ึนเอง โดยจะ กาหนดประเด็นท่ีเป็นจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและภัยคุกคามลงในโปรแกรม และใส่ค่าน้าหนักหรือค่า คะแนนซ่ึงอาจได้จากการทาแบบสอบถาม กิจกรรมกลุ่ม ประชุมหรืออ่ืน ๆ เพื่อให้โปรแกรมคานวณ และไปวาดกราฟ และกราฟจะแสดงใหเ้ ห็นว่าสถานการณ์ในปัจจุบันของสถาบันบริการสารสนเทศอยู่ ในตาแหน่งใด มีจุดแข็งมากหรือน้อยกว่าจุดอ่อนเพียงใด ผู้บริหารสามารถนาผลการวิเคราะห์ สถานการณ์ปัจจุบันไปใช้ตัดสินใจว่าจะกาหนดวิสัยทัศน์ไปในทิศทางใด ควรจะไปในทิศทางการรุก ตลาด หรือบริหารแบบต้ังรับเพื่อเตรียมแก้ปัญหาจากภายนอก ซ่ึงนักบริหารสามารถวิเคราะห์จาก กราฟได้ 1.2 การจดั ทาแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ จะทาเมื่อกาหนดวิสัยทัศน์เสร็จสิ้นแล้ว จึง วางแผนกลยุทธ์ระยะยาวและวางแผนปฏิบัติการรายปีที่ประกอบไปด้วยโครงการท่ีจะส่งผลให้ไปสู่ วิสยั ทศั น์ได้ โดยท่ัวไปมักเป็นการพิมพบ์ นแบบฟอร์มกระดาษ และต้องผ่านการพิจารณาจากผู้บริหาร จึงจะดาเนินการได้ เม่ือดาเนินการเสร็จสิ้นจะต้องทาประเมินและรายงานผลโครงการ ส่งผลให้มี เอกสารเกดิ ขึน้ จานวนมาก และเกิดความเสยี่ งทีจ่ ะบรหิ ารงบประมาณในการจดั โครงการผดิ พลาด ระบบสารสนเทศท่ีจัดทาขึ้นเพื่อสนับสนุนงานนี้ จึงควรทาเป็นระบบฐานข้อมูลที่ หน่วยงานย่อยสามารถบันทึกข้อมูลโครงการที่ต้องดาเนินการในแต่ละปีที่อยู่ในรูปแบบเดียวกัน เมื่อ ใกล้ถึงกาหนดเวลาในการดาเนินโครงการ จะมีระบบแจ้งเตือนให้ทราบเพ่ือเตรียมการจัดทาโครงการ ซ่งึ ฝา่ ยแผนและผูบ้ รหิ ารจะสามารถตรวจสอบจานวนโครงการ งบประมาณที่ใช้ ประเภทงบประมาณ สถานะโครงการหรือขอ้ มูลอนื่ ไดร้ วดเรว็ และถูกต้องย่ิงขึ้น รวมถึงระบบควรรายงานผลการดาเนินงาน และสรุปผลการจัดทาโครงการทัง้ หมดในรอบปหี รือยอ้ นหลงั เพื่อใหผ้ เู้ กย่ี วข้องพิจารณาได้
192 ภาพที่ 6.17 ระบบสารสนเทศนโยบายและแผน คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ท่ีมา : ละมยั ไวยโภชน์ และวันชัย เรืองกาญจนไพศาล. 2554 : 8. จากภาพ 6.17 เป็นหน้าจอแสดงข้อมูลโครงการในแผนปฏิบัติราชการประจาปีของระบบ สารสนเทศนโยบายและแผน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซ่ึงเดิมทีจะพิมพ์ลงกระดาษ และเก็บใส่แฟ้มหรือสแกน (Scan) ไว้ แต่ระบบสารสนเทศน้ีจะให้ผู้ใช้กรอกรายละเอียดของโครงการ เช่น สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ข้อใด ใช้งบประมาณเท่าใด จัดเมื่อใด มีกิจกรรมย่อยใดบ้าง ผู้บริหาร สามารถสืบค้นรายละเอยี ดทกุ โครงการขององค์กรได้จากระบบสารสนเทศน้ี 2. ระบบสารสนเทศเพ่ือตดิ ตามผลการดาเนินงาน การติดตามผลการดาเนินงาน เป็นการช่วยลดความเส่ียงว่าโครงการหรือกิจกรรมจะไม่ เป็นไปตามแผน เนื่องจากฝ่ายแผนและนโยบายจะกระตุ้นเตือนให้มีการดาเนินโครงการเม่ือถึงเวลาที่ กาหนด การใช้ระบบสารสนเทศมาช่วยในการติดตามผลการดาเนินงาน อาจใช้ระบบท่ีพัฒนาขึ้นเอง ดังตัวอย่างระบบสารสนเทศนโยบายและแผน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเม่ือผู้ใช้ บันทึกข้อมูลโครงการจากภาพท่ี 6.17 แล้ว ผู้ใช้สามารถติดตามสถานะการดาเนินงานได้ว่า เมื่อถึง เวลาทกี่ าหนด สถานการณด์ าเนินโครงการได้เปล่ียนเป็นดาเนินการเสร็จส้ินแล้วหรือไม่ และมีผลการ ดาเนินการเชน่ ไร
193 องค์กรยังสามารถเลือกใช้ระบบสารสนเทศสาเร็จรูปเพ่ือใช้ในการติดตามผลการ ดาเนินงานของโครงการต่าง ๆ ได้ จากตัวอย่างที่ เนตร์พัณณา ยาวิราช (2556 : 186-187) รวบรวม ไว้ เช่น โปรแกรมประเภทโพรเจ็คแมเนจเมนต์ (Project Management) เป็นซอฟต์แวร์วางแผน งานโครงการ และงานด้านการผลิตท่ีรวบรวมการทางานตั้งแต่การวางแผน เวลา ทรัพยากรท่ีใช้ ค่าใช้จ่าย และอื่น ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง โปรแกรมประเภทโพรเจ็คแมเนจเมนต์ หรือโปรแกรมบริหาร โครงการมีหลากหลาย เช่น โปรแกรมไมโครซอฟต์โพรเจ็คแมเนจเมนต์ (Microsoft Project Management) โปรแกรมแกนท์โพรเจ็ค (GanttProject) จากภาพ 6.18 เป็นหน้าจอของโปรแกรม แกนท์โพรเจ็คซ่ึงจะแสดงช่วงเวลาการดาเนินกิจกรรมย่อยภายในโครงการใหญ่ เพ่ือให้ผู้จัดการ โครงการสามารถติดตามและมองเห็นภาพรวมของโครงการท้งั หมดได้ ภาพที่ 6.18 โปรแกรมแกนทโ์ พรเจค็ (GanttProject) ทม่ี า : GanttProject. Online. 2016. โปรแกรมโปรลอค แมเนเจอร์ (Prolog Manager) เป็นซอฟต์แวร์ควบคุมการทางาน โครงการตั้งแต่ต้นจนจบ ประกอบด้วยระบบการลงทุน ระบบจัดซ้ือ ระบบควบคุมต้นทุน ระบบ ภาคสนาม มรี ะบบเสริมการทางานบนเว็บไซต์ และคอมพิวเตอรม์ ือถอื
194 ภาพท่ี 6.19 โปรแกรมโปรลอค (Prolog) ท่ีมา : Council. Online. 2016. โปรแกรมไทม์คอนโทรล (Time Control) เป็นซอฟต์แวร์บันทึกการติดตามเวลาทางาน เพือ่ ติดตามความก้าวหนา้ ของงานตามแผน และเช่ือมโยงกบั ระบบเงินเดือน ภาพท่ี 6.20 โปรแกรมไทมค์ อนโทรล (Time Control) ที่มา : The Time Control Interface. Online. 2016.
195 องค์กรสามารถเลือกใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการติดตามผลการดาเนินงานได้หลากหลาย ท้ังแบบพัฒนาขึ้นมาเองดังตัวอย่างของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น การเลือกซ้ือหรือ เลอื กระบบแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายเพ่ือใช้ติดตามการดาเนินงาน แต่ท้ังน้ีต้องมีการบันทึกข้อมูลโครงการ ขององค์กรอย่างครบถ้วน จึงจะสามารถใช้ระบบการติดตาม รวมถึงการประเมินผลการดาเนินงาน ของแต่ละโครงการไดด้ ้วย 3. ระบบสารสนเทศเพื่อประเมินผลการดาเนนิ งาน การประเมนิ ผลการดาเนนิ งานของสถาบันบรกิ ารสารสนเทศ หมายถึงการประเมินผลการ ดาเนินงานตามแผนกลยุทธ์ว่าบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ ในทฤษฎีการบริหารองค์กรมีวิธีการ ประเมินผลการดาเนินงานหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบต่างมีระบบสารสนเทศท่ีสนับสนุนการ ประเมินผล ขึ้นอยู่กับองค์กรเลือกใช้ ในที่น้ีนาเสนอระบบสารสนเทศเพ่ือประเมินผลการดาเนินงาน ด้วยวิธีการประเมินผลองค์กรแบบสมดุล (Balanced Scorecard) ซึ่งเป็นการประเมินผลที่ใช้มุมมอง 4 มิติเช่ือมโยงไปสู่วิสัยทัศน์ ได้รับการยอมรับโดยท่ัวไปว่าเป็นการประเมินที่เหมาะสมกับองค์กรท่ีไม่ หวงั ผลกาไรเชน่ สถาบนั บริการสารสนเทศด้วย (ไพโรจน์ ปิยะวงศ์วัฒนา. 2556 : 296) องค์ประกอบของตารางคะแนนสมดุล ประกอบด้วย 4 มิติ ได้แก่ มุมมองด้านการเงิน มุมมองด้านลูกค้า มุมมองด้านกระบวนการภายใน และมุมมองด้านการเรียนรู้และพัฒนา องค์กร สามารถปรับช่ือได้ตามความเหมาะสมกับพันธกิจขององค์กร และในแต่ละด้านจะกาหนดตัวชี้วัด ประสิทธิภาพ หรือ KPI เพ่ือใช้วัดผลความสาเร็จ เช่น กาหนดว่าในมุมมองลูกค้าต้องมีความพึงพอใจ อย่ใู นระดบั ดี หรอื ระดบั 4 จาก 5 ระดับ การกาหนดระดับความพึงพอใจคือตัวช้ีวัดประสิทธิภาพหรือ KPI สาหรบั วิธีการกาหนดเป้าหมายการชี้วัดนั้นเป็นกระบวนการทางบรหิ ารจดั การ เมื่อได้กาหนดเป้าหมายตัวชี้วัดประสิทธิภาพแล้ว การนาผลการดาเนินงานมาประมวลผล สถาบันบริการสารสนเทศสามารถใช้ข้อมูลท่ีเก็บไว้ในระบบ มาใส่ในโปรแกรมท่ีใช้ประเมินผลองค์กร แบบสมดุล (BSC) เช่น โปรแกรมคิวพีอาร์ (QPR) หรือโปรแกรมแซส (SAS) เพ่ือให้โปรแกรมนาเสนอ ผลการดาเนินงานเปรียบเทียบตามหลักการประเมิน (ปานใจ ธารทัศนวงศ์. 2554 : 237) พร้อมมี สัญลักษณ์กาหนดให้ผู้ใช้ทราบว่าดาเนินงานได้ตามเป้าหมายหรือไม่ สูงกว่าหรือต่ากว่าเป้าหมายใน ระดับใด มีกราฟแสดงแนวโน้มการดาเนินงานเพื่อให้ผู้ใช้ตัดสินใจในการดาเนินงานได้ ดังตัวอย่างใน ภาพท่ี 6.21
196 ภาพท่ี 6.21 หน้าจอการนาเสนอผลการดาเนนิ งานด้วยโปรแกรมคิวพอี าร์ ทีม่ า : Nestor Consulting S.A. Online. 2009. ทั้งนี้ สถาบันบริการสารสนเทศอาจเลือกใช้หรือพัฒนาระบบสารสนเทศท่ีรองรับ กระบวนการทางานตั้งแต่การช่วยกาหนดวิสัยทัศน์ขององค์กร บันทึกโครงการหรือแผนกิจกรรม ประจาปี ตดิ ตามและรายงานผลการดาเนินโครงการ และนาผลมาสรุปในช่วงของการประเมินผลเป็น ระบบสารสนเทศเดียว เพื่อความสะดวกในการค้นคืนหรือเรียกข้อมูลในแต่ละกิจกรรม ตัวอย่างของ ระบบสารสนเทศแบบนี้ เช่น ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร หรือระบบอีอาร์พี (ERP : Enterprise Resource Planning) โปรแกรมที่อยู่ในกลุ่มของอีอาร์พี เช่น โปรแกรมแซบ (SAP) ซึ่งเป็นโปรแกรม ขนาดใหญ่ แต่รองรับกระบวนการทางานด้านการบรหิ ารองค์กรได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ สรุป การจัดการงานในสถาบันบรกิ ารสารสนเทศ มีลักษณะเดียวกับการจัดการในองค์กรทั่วไป คือ มีงานหลักท่ีต้องดาเนินการ ได้แก่ งานธุรการ งานพัฒนาการบริการผู้ใช้หรือลูกค้า สาหรับสถาบัน บริการสารสนเทศแบ่งงานหลักได้เป็น 4 งาน คืองานธุรการ งานบริการสารสนเทศ งานเทคนิค งาน แผนและนโยบาย สาหรับสถาบันบริการสารสนเทศแต่ละประเภท จะมีงานที่แตกต่างกันไป ซ่ึง
197 สถาบนั บริการสารสนเทศจะตง้ั หนว่ ยงานย่อยมารบั ผิดชอบงานต่าง ๆ เหล่านนั้ การนาระบบสารสนเทศไปสนับสนุนการทางานธุรการของสถาบันบริการสารสนเทศและ องค์กรท่ัวไป แบ่งเป็นระบบสารสนเทศสานักงาน สถาบันบริการสารสนเทศหลายแห่งเลือกใช้ระบบ สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ระบบสารสนเทศด้านบัญชีและการเงิน เพื่อให้การลงรายการบัญชี ถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้ ระบบสารสนเทศด้านบริหารงานบุคคล เพื่อบันทึกข้อมูลประวัติ พนักงานและแนวทางในการพัฒนาพนักงานให้ตรงตามศักยภาพ รวมถึงใช้เป็นฐานข้อมูลในการ พัฒนาองค์กรเป็นองค์กรแหง่ การเรียนรู้ และระบบสารสนเทศด้านการบริหารอาคารสถานที่ เพ่ือช่วย บนั ทกึ ขอ้ มลู การดแู ลอุปกรณใ์ หพ้ รอ้ มใช้ ความปลอดภัยของสถานท่ีและเพ่ือใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ใหท้ างานได้อยา่ งเตม็ ประสิทธภิ าพ ในงานบริการสารสนเทศ สถาบันบริการสารสนเทศสามารถนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติไปใช้ ในการบริการสารสนเทศด้วยวิธีการจัดทาเป็นฐานข้อมูลให้ผู้ใช้ค้นคืน นาไปบริการเพ่ือให้ผู้ใช้ ประทับใจด้วยการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์ และนาไปใช้ในการให้บริการ ยืมคืน ซึ่งสามารถนาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยให้การบันทึกข้อมูลลงในระบบสารสนเทศสะดวกขึ้น เชน่ การใช้เครือ่ งยืมคนื อัตโนมัติ การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศในงานเทคนิคของสถาบันบริการสารสนเทศ สามารถนาไป ช่วยในการเก็บข้อมูลความต้องการใช้ทรัพยากรสารสนเทศจากผู้ใช้เพ่ือจะได้จัดหาต่อไป เม่ือจัดหา ทรัพยากรสารสนเทศได้แล้ว สถาบันบริการสารสนเทศสามารถใช้ระบบสารสนเทศมาช่วยในการ วเิ คราะห์ เตรยี มการให้บริการ บันทึกข้อมูลเพอื่ ใชพ้ จิ ารณาเมอ่ื ตอ้ งการจาหน่ายทรัพยากรสารสนเทศ ออกด้วย สาหรับงานด้านแผนและนโยบายของสถาบันบริการสารสนเทศ สามารถนาระบบ สารสนเทศไปชว่ ยสนบั สนุนการจดั ทาแผนกลยุทธแ์ ละแผนปฏบิ ตั ิการ เมือ่ ได้แผนปฏิบัติการแล้วเม่ือมี การดาเนินโครงการ ผู้เกี่ยวข้องสามารถนาข้อมูลจากระบบสารสนเทศไปช่วยในการติดตามผลการ ดาเนินงานและประเมนิ วา่ บรรลุวัตถปุ ระสงคต์ ามแผนหรือไม่
198 คาถามทบทวน 1. จงยกตัวอย่างการแบ่งฝ่ายงานของสถาบันบริการสารสนเทศ ต่อไปนี้ โดยกรณีศึกษาต้อง ไมซ่ า้ กับที่นาเสนอไปแล้วในเนื้อหา 1.1 สถาบนั บริการสารสนเทศในสถาบันอดุ มศกึ ษา 1.2 สถาบันบริการสารสนเทศเฉพาะทาง 1.3 สถาบันบริการสารสนเทศแบบอืน่ ๆ 2. จงอธิบายหลักการทางานของระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ และประโยชน์ท่ีองค์กรจะ ไดร้ บั จากการใช้ระบบสารสนเทศดังกลา่ ว 3. จงอธิบายการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศในงานเทคนิคของสถาบันบริการสารสนเทศ พร้อมยกตัวอย่างการใชง้ าน 4. นักศึกษามีข้อเสนอแนะให้กับสถาบันบริการสารสนเทศขนาดเล็ก เช่น ห้องสมุดโรงเรียน ในการนาระบบสารสนเทศไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการใหบ้ รกิ ารไดอ้ ย่างไร เอกสารอ้างองิ กรมพฒั นาพลังงานทดแทนและอนุรกั ษ์พลงั งาน. (ม.ป.ป.). เอกสารเผยแพรก่ ล่มุ เทคโนโลยีภายใน ศูนย์แสดงเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงาน อาคารอนุรกั ษ์พลงั งานเฉลมิ พระเกียรติ ภาคอาคารธุรกจิ หมวดท่ี 4 : ระบบบริหารจัดการอาคาร (Building Management System). กรงุ เทพฯ : กระทรวงพลงั งาน. ชนวฒั น์ โกญจนาวรรณ. (2550). การจัดการสารสนเทศสาหรับผนู้ าองค์กรและผู้บริหาร. กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอรเ์ นท็ . ดิชติ ชยั เมตตาริกานนท์. (2558). เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารเพื่อการจัดการ สารสนเทศ. กรงุ เทพฯ : สานกั พิมพแ์ ห่งจุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั . เดสเลอร์, แกร่ี. (2555). กรอบความคิดสาหรบั การจัดการทรพั ยากรมนุษย์. แปลโดย ชานาญ ปยิ วนิชพงษ์ และคณะ. พมิ พ์ครงั้ ที่ 3. กรุงเทพฯ : เพยี ร์สนั .
199 นาโนซอฟท์แอนดโ์ ซลชู นั่ . (2542). โปรแกรม CRM. [ออนไลน์]. แหล่งทม่ี า : nanosoft.co.th/ crmnet.htm [23 กรกฎาคม 2559]. น้าทิพย์ วภิ าวนิ , สุภาพร ชยั ธัมมะปกรณ์ และจรี ะพล คุม่ เคยี่ ม. (2555). “เทคโนโลยกี บั งาน วิเคราะห์สารสนเทศ” ใน เอกสารการสอนชดุ วิชาการวิเคราะห์สารสนเทศ หนว่ ยที่ 8- 15 ฉบบั ปรบั ปรุงคร้ังท่ี 2. หนา้ 14-5. พมิ พ์คร้ังท่ี 3. นนทบรุ ี : มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช. นิตยา วงศภ์ ินนั ทว์ ัฒนา. (2555). ระบบสารสนเทศด้านการเงินและการบญั ชเี พื่อการวางแผน ทรั พยากรองค์กร (ปรับปรงุ ใหม่ 2555). พมิ พ์ครง้ั ที่ 2. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์. เนตรพ์ ณั ณา ยาวิราช. (2556). การจดั การสานักงาน. พิมพค์ รง้ั ที่ 12. กรงุ เทพฯ : ทริปเพ้ลิ เอด็ ดเู คชัน่ . บุรนิ ทร์ รุจจนพนั ธ์ุ. (2553). โปรแกรมวิเคราะห์ SWOT ช่วยวาด SWOT Graph. [ออนไลน์]. แหล่งทีม่ า : http://www.thaiall.com/blog/burin/1297 [15 กรกฎาคม 2559]. ปานใจ ธารทัศนวงศ์. (2554). การวเิ คราะห์และออกแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในมุมมอง ด้านการบริหาร. กรงุ เทพฯ : คณะวิทยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร. โปรซอฟท์ คอมเทค. (2553). ระบบบัญชีซ้ือเช่ือ. [ออนไลน์]. แหลง่ ทม่ี า : http://www.prosoft myaccount.com/ArticleInfo.aspx?ArticleID=882 [31 กรกฎาคม 2559]. ไพโรจน์ ปยิ ะวงศ์วัฒนา. (2556). การจัดการเชงิ กลยุทธ์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม. พิมพ์คร้ังท่ี 2. กรุงเทพฯ : สานกั พิมพแ์ หง่ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . ภาคภมู ิ ฤกขะเมธ. (2555). “แนวคิดและพัฒนาการขององค์การแห่งการเรียนรู้” ใน เอกสาร ประกอบการสอนชุดวชิ า กลยุทธ์การจัดการทรพั ยากรมนษุ ยแ์ ละองคก์ ารแห่งการ เรียนรู้ หนว่ ยที่ 9-15. นนทบุรี : มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช. ภิรมย์ แจ่มใส. (2555). “ระบบสารสนเทศเพ่ือการจดั การทรพั ยากรอาคาร” ใน เอกสาร ประกอบการสอนชุดวชิ า การจัดการทรพั ยากรอาคาร หนว่ ยที่ 9-15. หนา้ 13-20 – 13-42. นนทบรุ ี : มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช. มลั ลิกา นาถเสวี. (2550). การจดั การงานห้องสมุด. นครราชสมี า : มหาวทิ ยาลัยราชภัฏ นครราชสมี า.
200 มหาวิทยาลยั วลยั ลกั ษณ์. สานกั วชิ าสารสนเทศศาสตร์. (2554). โครงการพฒั นาระบบหอ้ งสมุด อัตโนมตั ิ WALAI AutoLib. [ออนไลน์]. แหล่งทีม่ า : http://www.walai.net/ Document/Module.pdf [15 กรกฎาคม 2559]. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. สถาบันวิจัยไมก้ ลายเปน็ หนิ และธรณีวิทยาภาคตะวนั ออกเฉียง เหนอื เฉลิมพระเกียรติ. (ม.ป.ป.). โครงสร้างการบรหิ ารงาน. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา : http://www.khoratfossil.org/museum/index.php [29 กรกฎาคม 2559]. ________. สานกั คอมพิวเตอร์. (2558). คู่มือการใช้งานระบบ e-document 2014. [ออนไลน์]. แหล่งทีม่ า : http://mis.nrru.ac.th/nrrumis-2013/system/edoc/e- document2014.pdf [29 กรกฎาคม 2559]. ________. สานักวิทยบรกิ ารและเทคโนโลยสี ารสนเทศ. (2559). โครงสร้างการบรหิ ารสานักวทิ ย บริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ. [ออนไลน์]. แหลง่ ท่มี า : http://www.arc.nrru. ac.th [1 กรกฎาคม 2559]. ________. (2558). แบบฟอร์มแนะนา/ส่งั ซอื้ หนงั สือ ประจาปีงบประมาณ 2558. [ออนไลน์]. แหลง่ ท่ีมา : http://www.arc.nrru.ac.th [1 กรกฎาคม 2559]. ________. (2559). ระบบสืบคน้ ทรัพยากรสารสนเทศ Web OPAC. [ออนไลน์]. แหลง่ ท่มี า : http://arc2.nrru.ac.th/liberty/libraryHome.do [15 สิงหาคม 2559]. ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรี ว่าดว้ ยงานสารบรรณ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2548. (2548, 23 กันยายน). ราชกิจจานเุ บกษา. เลม่ 122 ตอนพเิ ศษ 99 ง. หนา้ 32-37. โรงเรียนลาปางกัลยาณี. (ม.ป.ป.). โครงสรา้ งงานห้องสมุด โรงเรยี นลาปางกัลยาณี. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา : http://www.liblks.com/lib/ [1 สงิ หาคม 2559]. ละมัย ไวยโภชน์ และวนั ชยั เรอื งกาญจนไพศาล. (2554). คูม่ อื การใช้งานระบบสารสนเทศ นโยบายและแผน (โครงการพฒั นาหน่วยงาน) สาหรับผู้ปฏิบัติ. ขอนแก่น : คณะ แพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ . สมพร พุทธาพทิ กั ษผ์ ล. (2556). “เทคโนโลยสี ารสนเทศกบั การพัฒนาทรพั ยากรสารสนเทศ” ใน เอกสารการสอนชดุ วิชา การพฒั นาทรพั ยากรสารสนเทศ หน่วยท่ี 9-15 ฉบับ ปรับปรุงคร้ังท่ี 2. พมิ พค์ รัง้ ท่ี 3. นนทบุรี : มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช.
201 สารวย กมลายตุ ต์. (2555ก). “เทคโนโลยที ีเ่ ก่ยี วข้องกับองคก์ ารแหง่ การเรียนรู้” ใน เอกสาร ประกอบการสอนชดุ วชิ า กลยุทธ์การจัดการทรัพยากรมนุษยแ์ ละองคก์ ารแหง่ การ เรยี นรู้ หนว่ ยที่ 9-15. หน้า 12-2. นนทบรุ ี : มหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช. Council, Cameron. (2016). Meridian Prolog. [online]. Available : http://technology advice.com/products/ prolog-meridian-systems-reviews [21 July 2016]. GanttProject. (2016). [online]. Available : http://www.ganttproject.biz [21 July 2016]. Nestor Consulting S.A. (2009). QPR Processes Guide. [online]. Available : http://www.nestor.com.gr/content.php [22 July 2016]. The TimeControl Interface. (2016). [online]. Available : http://www.timecontrol. com/features/interface [22 July 2016].
202
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224