Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 027-สุจิตรา-รายงาน

027-สุจิตรา-รายงาน

Published by Gate Suchitra, 2023-06-19 06:45:14

Description: 027-สุจิตรา-รายงาน

Search

Read the Text Version

รายงาน วิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่อื งานอาชพี (รหสั วิชา 20001-2001) เรอื่ ง ความรู้เบ้อื งตน้ เกีย่ วกบั อนิ เทอรเ์ นต็ จัดทาโดย นางสาวสจุ ติ รา สังขค์ ง รหสั ประจาตัวนักศกึ ษา 65201110027 ระดับชั้น ปวช.2/1 สาขาวชิ าชา่ งซ่อมบารงุ เสนอ อาจารย์ นจิ ยา อินทร์ประสิทธ์ิ รายงานนเ้ี ป็นสว่ นหน่งึ ของรายวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพอื่ งานอาชพี (รหัสวิชา 20001-2001) หลกั สตู รประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2566 วทิ ยาลัยเทคนิคท่าหลวง จังหวดั ลพบรุ ี

รายงาน วิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่อื งานอาชพี (รหสั วิชา 20001-2001) เรอื่ ง ความรู้เบ้อื งตน้ เก่ียวกับอนิ เทอรเ์ น็ต จัดทาโดย นางสาวสจุ ติ รา สังขค์ ง รหสั ประจาตัวนักศกึ ษา 65201110027 ระดับชั้น ปวช.2/1 สาขาวชิ าชา่ งซอ่ มบารงุ เสนอ อาจารย์ นจิ ยา อนิ ทรป์ ระสิทธ์ิ รายงานนเ้ี ป็นสว่ นหนึง่ ของรายวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพอื่ งานอาชพี (รหัสวิชา 20001-2001) หลกั สตู รประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.) ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2566 วทิ ยาลัยเทคนิคท่าหลวง จังหวดั ลพบรุ ี

คำนำ รายงานส่วนน้ีเป็นส่วนหนึ่งของวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่ออาชีพ (20001- 2001)เข้าใจหลักการและกระบวนการใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพการ ใชร้ ะบบปฏิบัตกิ าร โปรแกรมสาเร็จรูปและอนิ เทอร์เน็ตเพ่ืองานอาชีพ สามารถใช้ระบบปฏิบัติการ คอมพิวเตอร์ โปรแกรมสาเร็จรูป และเทคโนโลยีสารสนเทศตามลักษณะงานอาชีพ มีคุณธรรม จรยิ ธรรมและความรบั ผิดชอบในการใช้ คอมพวิ เตอรแ์ ละระบบสารสนเทศในงานอาชีพ ผ้จู ัดทา นางสาวสจุ ิตรา สงั ขค์ ง

สำรบญั หนา้ เร่อื ง 1 ความหมายของอินเตอร์เนต็ 2 ความเปน็ มาของอนิ เทอรเ์ นต็ อินเทอรเ์ นต็ ในประเทศไทย 3 การประยุกตใ์ ช้อนิ เทอรเ์ นต็ ประโยชน์ของอินเทอรเ์ น็ต 4-5 โทษของอนิ เทอรเ์ น็ต มารยาทการใช้ Internet 6 หนว่ ยงานทมี่ ีบทบาทในอนิ เทอรเ์ น็ตของประเทศไทย บัญญัติ 10 ประการสาหรับผเู้ รมิ่ ต้น 7 บรรณานกุ รม 8-9 10 11-12 13



1 ความหมายของอนิ เตอร์เนต็ อินเทอร์เน็ต ( Internet ) คือ เครือข่ายของคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ท่ีเช่ือมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ท่ัวโลก เข้าด้วยกัน โดยอาศัยเครือข่ายโทรคมนาคมเป็นตัวเชื่อมเครือข่าย ภายใต้มาตรฐานการ เชื่อมโยงด้วยโปรโตคอลเดียวกันคือ TCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) เพ่ือ ให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในอินเทอร์เน็ตสามารถสื่อสารระหว่างกันได้ นับว่าเป็น เครือขา่ ยที่กวา้ งขวางทสี่ ดุ ในปจั จุบนั เนือ่ งจากมีผู้นิยมใช้ โปรโตคอลอินเทอร์เน็ตจากทัว่ โลกมากทส่ี ดุ อินเทอร์เน็ตจึงมีรูปแบบคล้ายกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบ WAN แต่มีโครงสร้างการทางานท่ี แตกต่างกันมากพอสมควร เนื่องจากระบบ WAN เป็น เครือข่ายท่ีถูกสร้างโดยองค์กรๆ เดียวหรือ กลุ่มองค์กร เพ่ือวัตถุประสงค์ดา้ นใดด้านหน่ึง และมีผู้ดแู ลระบบท่ีรับผิดชอบแน่นอน แต่อินเทอร์เน็ต จะเป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างคอมพิวเตอร์นับล้านๆ เครื่องแบบไม่ถาวรข้ึนอยู่กับเวลานั้น ๆ ว่าใคร ต้องการเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตบ้าง ใครจะติดต่อสื่อสารกับใครก็ได้ จึงทาให้ระบบอินเทอร์เน็ตไม่มี ผู้ใดรบั ผดิ ชอบหรือดูแลท้งั ระบบ

2 ความเปน็ มาของอินเทอร์เนต็ คอมพิวเตอร์ แต่ละระบบส่วนใหญ่จะแยกทางานกันโดยอิสระ มีเพียงระบบคอมพิวเตอร์ท่ีตั้งอยู่ใกล้ กันเท่าน้ันที่สามารถส่ือสารกันด้วย ความเร็วต่า จากปัญหาและอุปสรรคในการสื่อสารระหว่างเคร่ือง คอมพิวเตอร์และความต้องการใน การแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารกัน จึงทาให้เกิดโครงการอาร์พาเน็ต โครงการอาร์พาเน็ตอยู่ในความควบคุมดูแลของอาร์พา (Advanced Research Projects Agency หรือ ARPA) ซ่ึงเป็นหน่วยงานย่อย ในสังกัดกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา อาร์พาทา หน้าท่ีสนับสนุน งาน วิจัยพ้ืนฐานทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยให้ทุนสนับสนุน แก่ หน่วยงานอื่น ๆ เช่น มหาวิทยาลัย และบริษัทเอกชนท่ีทาการวิจัยและพัฒนา ในปี พ.ศ.2512 (ค.ศ. 1969) โครงการอาร์พาเน็ต ได้ริเริ่มข้ึน โดยเช่ือมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ระหว่างสถาบัน 4 แห่ง คือ มหาวทิ ยาลัยแคลิฟอรเ์ นีย ลอสแอนเจลิส มหาวทิ ยาลัยแคลฟิ อรเ์ นีย ซานตา บาร์บารา, มหาวทิ ยาลัย ยูทาห์ และสถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด ซ่ึงเคร่ืองคอมพิวเตอร์จากสถาบันท้ัง 4 แห่ง น้ีเป็นเคร่ือง คอมพิวเตอร์ ต่างชนิดกันและใช้ระบบปฏิบัติการ ที่แตกต่างกันตอ่ มาเครือข่ายอาร์พาเน็ตได้รับความ นิยมอย่างมาก มหาวิทยาลัย และหน่วยงานของรัฐและเอกชนต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริการได้เข้าร่วม เชอื่ มตอ่ กับเครอื ข่ายน้ีเพ่ือประโยชนใ์ นการ ศกึ ษา

3 อนิ เทอรเ์ น็ตในประเทศไทย ประเทศไทยได้เร่ิมติดต่อกับอินเทอร์เน็ตในปี พ.ศ. 2530 ในลักษณะการใช้บริการ จดหมายเล็กทรอ นิกส์แบบแลกเปลี่ยนถุงเมล์เป็นครั้งแรก โดยเร่ิมที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (Prince of Songkla University) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียหรือสถาบันเอไอที (AIT) ภายใต้ โครงการความร่วมมือระหวา่ งประเทศไทยและออสเตรเลีย (โครงการ IDP) ซ่ึงเป็นการตดิ ต่อเช่ือมโยง โดยสายโทรศัพท์ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2531 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่ ไดย้ ่ืนขอ ที่อยู่อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย โดยได้รับที่อยู่อินเทอร์เน็ต Sritrang.psu.th ซ่ึงนับเป็นท่ีอยู่ อินเทอร์เน็ตแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมาปี พ.ศ. 2534 บริษัท DEC (Thailand) จากัดได้ขอท่ีอยู่ อินเทอร์เน็ตเพ่ือใช้ประโยชน์ภายในของบริษัท โดยได้รับท่ีอยู่อินเทอร์เน็ตเป็น dect.co.th โดยท่ีคา “th” เป็นส่วนท่ีเรียกว่า โดเมน (Domain) ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงโซนของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตใน ประเทศไทย โดยยอ่ มาจากคาว่า Thailand กล่าวได้วา่ การใช้งานอนิ เทอร์เน็ตชนดิ เต็มรูปแบบตลอด 24 ชวั่ โมง ในประเทศไทยเกดิ ขนึ้ เปน็ คร้งั แรกเมอื่ เดือน กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2535 โดยสถาบนั วทิ ยบริการ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั ไดเ้ ช่าวงจรสอ่ื สารความเรว็ 9600 บิตต่อ วินาที จากการสอื่ สารแหง่ ประเทศไทยเพ่อื เช่อื มเขา้ สูอ่ ินเทอร์เนต็ ทบ่ี ริษทั ยยู ูเนต็ เทคโนโลยี (UUNET Technologies) ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ใน ปีเดียวกัน ได้มีหน่วยงานที่เช่ือมต่อแบบออนไลน์กับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่าน จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย หลายแห่งด้วยกัน ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) มหาวิทยาลัย มหิดล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ โดยเรียกเครือข่ายนี้ว่าเครือข่าย “ไทยเน็ต” (THAInet) ซ่ึง นับเป็นเครือข่ายที่มี “ เกตเวย์ “ (Gateway) หรือประตูสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นแห่งแรกของ ประเทศไทย (ปัจจุบันเครือข่ายไทยเน็ตประกอบด้วยสถาบันการศึกษา 4 แห่งเท่าน้ัน ส่วนใหญ่ย้าย การเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตโดยผ่านเนคเทค (NECTEC) หรือศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และ คอมพวิ เตอรแ์ ห่งชาติ) ปี พ.ศ. 2535 เช่นกัน เป็นปเี ร่ิมต้นของการจัดต้ังกลุม่ จดหมายอิเล็กทรอนิกสเ์ พอื่ การศกึ ษาและวจิ ัย โดยมีชื่อว่า \"เอ็นดับเบิลยูจี\" (NWG : NECTEC E-mail Working Group) โดยการดูแลของเนคเทค และได้จัดต้ังเครือข่ายช่ือว่า \"ไทยสาร\" (ThaiSarn : Thai Social/Scientific Academic and Research Network) เพ่ือการติดต่อสื่อสารและแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน โดยเร่ิมแรก ประกอบด้วยสถาบันการศึกษา 8 แห่ง ปัจจุบันเครือข่ายไทยสารเช่ือมโยงกับสถาบันต่าง ๆ กว่า 30 แหง่ ท้ังสถาบนั การศกึ ษาและหนว่ ยงานของรฐั

4 การประยกุ ต์ใช้อินเทอร์เน็ต อนิ เตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่เช่ือมโยงทั่วโลกจึงมีผู้ใชจ้ านวนมากเพราะการเช่ือมโยงของอนิ เตอร์ทาให้ โลกไร้พรหมแดน ข้อมูลข่าวสารจะติดต่อถึงกันอย่างรวดเร็วได้มีการประยุกต์ใช้อินเตอร์เน็ตกับงาน อื่น ๆ ที่ได้รบั การพัฒนาข้ึนมาใหม่ตลอดเวลา 1. Electronic mail หรือ E-mail เป็นการส่งข้อความติดต่อกันระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ที่ มีลักษณะคล้าย ๆ กับการส่งจดหมายถึงกัน แต่ปัจจุบันการส่งไปรษณีย์อิเลคทรอนิกส์จะส่งเป็นรูป ของตัวเลขหรือระบบดิจิตอล จึงสามารถส่งรปู ภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้ด้วย 2. File Transfer Protocol หรอื FTP เปน็ การโอนยา้ ยแฟ้มข้อมูลระหว่างกนั ผูใ้ ช้ สามารถรับส่งแฟม้ ข้อมูลระหว่างสถานีและนาไปใช้ประโยชนไ์ ด้ เช่น โปรแกรม cuteFTP โปรแกรม wsFTP เป็นต้น 3. Telnet การเช่ือมโยงคอมพิวเตอร์เข้ากับเครือข่าย ทาให้ติดต่อเคร่ืองคอมพิวเตอร์ที่เป็น สถานีบริการท่ีอยู่ห่างไกลได้ถ้าสถานีบริการนั้นยินยอม เช่น การส่งโปรแกรมหรือข้อมูลไป ประมวลผลยังเครื่องคอมพิวเตอรท์ ีอ่ ยู่ต่างประเทศผา่ นทางระบบเครอื ข่ายโดยไม่ต้องเดินทางไปเอง 4. Search engine ปัจจุบันมีฐานข้อมูลข่าวสารที่เก็บไว้ให้งานจานวนมาก ฐานข้อมูลแต่ละอย่าง อาจจะเก็บในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เป็นสิ่งพิมพ์ รูปภาพ ผู้ใช้สามารถเรียกอ่าน หรือนามาพิมพ์ ฐานขอ้ มลู เป็นเหมอื นห้องสมดุ ขนาดใหญ่อยภู่ ายในเครอื ข่ายท่สี ามารถค้นหาได้ ฐานขอ้ มลู ในลกั ษณะ นเ้ี รยี กวา่ World Wide Web หรือ www ซงึ่ เปน็ ฐานขอ้ มลู ทเ่ี ช่ือมโยงทั่วโลก 5. USENET การอ่านจากกลุ่มข่าวในอินเตอร์เน็ตจะมีกลุ่มข่าวเป็นกลุ่ม ๆ แยกตามความสนใจ ซง่ึ สามารถส่งข้อความไปได้และผใู้ ชส้ ามารถเขยี นโตต้ อบได้ 6. Chat การสนทนาบนเครือข่าย เมื่อ อินเตอร์เน็ตเช่ือมต่อกันท่ัวโลกผู้ใช้จึงสามารถใช้ เครือข่ายเป็นตัวกลางใน การติดต่อสนทนากันได้โดยการสนทนากันด้วยตัวหนังสือผ่านทางจอภาพ ปจั จบุ นั พัฒนากา้ วหนา้ ทม่ี องเห็นหนา้ กนั ดว้ ย 7. การบริการสถานีวทิ ยุและโทรทัศน์บนเครือข่าย เปน็ การประยุกตท์ ่ีก้าวหน้ามากขึ้น มีผู้ต้ังสถานี วิทยุบนเครือข่ายอินเตอร์หลายร้อยสถานี และยังมีการส่งกระจายภาพวีดิทัศน์บนเครือข่ายได้ด้วย แตย่ ังส่งข้อมลู จานวนมากไม่ได้ 8. การบริการบนอินเตอร์เน็ต ปัจจุบันมีมากมายเช่น การเผยแพร่ข่าวสาร ความรู้ การซ้ือขาย สินค้า การทาธุรกจิ อิเลคทรอนกิ ส์ การช่วยสอน และอ่นื ๆ ทผี่ ้ใู ชโ้ ตต้ อบได้

5 การประยุกตใ์ ช้อนิ เทอรเ์ นต็ (ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ : NECTEC) ได้กล่าวถึงประโยชน์ของ เครือข่ายอินเทอรเ์ น็ต ดงั นี้ - สามารถใช้เปน็ แหล่งค้นคว้าหาข้อมูล ไม่วา่ จะเป็นข้อมูลทางวชิ าการ ข้อมูลด้านการบนั เทิง ดา้ น การแพทยแ์ ละอ่นื ๆ ที่นา่ สนใจ - ระบบเครือข่ายอนิ เทอร์เน็ตจะทาหน้าทเ่ี สมอื นเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ - นัก ศึกษาในมหาวิทยาลัย สามารถใช้อินเทอร์เน็ต ตดิ ต่อกับมหาวิทยาลัยอืน่ ๆ เพอ่ื ค้นหาข้อมูล ท่ีกาลงั ศกึ ษาอยู่ได้ ท้ังที่ข้อมลู เป็นขอ้ ความ เสียง ภาพเคลื่อนไหวตา่ ง ๆ เป็นต้น - ค้นหาขอ้ มูลต่าง ๆ เพอ่ื ชว่ ยในการตัดสินใจทางธุรกิจ - สามารถซ้ือขายสนิ คา้ ผ่านระบบเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ - ผู้ ใชท้ ีเ่ ป็นบรษิ ัทหรอื องค์กรตา่ ง ๆก็สามารถเปดิ ให้บริการและสนบั สนนุ ลกู คา้ ของ ตนผา่ นระบบ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การให้คาแนะนา สอบถามปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้า แจกจ่ายตั ว โปรแกรมทดลองใช้ (Shareware) หรือโปรแกรมแจกฟรี (Freeware) เปน็ ต้น - การพักผ่อนหย่อนใจ สันทนาการ เช่น การค้นหาวารสารต่าง ๆ ผ่านระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า Magazine Online รวมทั้งหนังสือพิมพ์และข่าวสารอ่ืน ๆ โดยมีภาพประกอบ ทจ่ี อคอมพิวเตอรเ์ หมอื นกบั วารสาร ตามร้านหนงั สือทั่ว ๆ ไป - สามารถฟังวทิ ยุผ่านระบบอินเทอรเ์ นต็ ได้ - สามารถดงึ ข้อมูล (Download) ภาพยนตรต์ ัวอย่างท้งั ภาพยนตรใ์ หมแ่ ละเกา่ มาดไู ด้

6 ประโยชนข์ องอินเทอร์เน็ต ปจั จบุ นั อินเทอรเ์ นต็ มีความสาคญั ต่อชีวติ ประจาวันของคนเรา หลายๆ ดา้ น ทง้ั การศกึ ษา พาณชิ ย์ ธุรกรรม วรรณกรรม และอ่ืน ๆ ดงั น้ี ด้านการศกึ ษา - สามารถใช้เป็นแหลง่ คน้ คว้าหาขอ้ มลู ไมว่ ่าจะเปน็ ข้อมลู ทางวิชาการ ข้อมลู ด้านการบนั เทงิ ดา้ นการแพทย์ และอื่น ๆ ที่น่าสนใจ - ระบบเครือขา่ ยอินเทอร์เน็ต จะทาหนา้ ท่ีเสมือนเป็นหอ้ งสมดุ ขนาดใหญ่ - นกั ศกึ ษาในมหาวิทยาลัย สามารถใช้อนิ เทอรเ์ นต็ ติดตอ่ กบั มหาวิทยาลยั อ่ืน ๆ เพ่ือคน้ หาข้อมูลทก่ี าลงั ศึกษาอยู่ได้ ทงั้ ท่ขี อ้ มูลท่ีเปน็ ข้อความ เสยี ง ภาพเคล่ือนไหวตา่ ง ๆ เป็นตน้ ดา้ นธุรกจิ และการพาณชิ ย์ - ค้นหาขอ้ มูลตา่ ง ๆ เพอ่ื ชว่ ยในการตดั สินใจทางธุรกจิ - สามารถซอ้ื ขายสนิ คา้ ผ่านระบบเครือขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ - ผูใ้ ชท้ เ่ี ป็นบรษิ ทั หรอื องคก์ รต่าง ๆ ก็สามารถเปิดใหบ้ รกิ าร และสนบั สนุน ลูกค้าของตน ผา่ นระบบเครอื ข่ายอินเทอรเ์ น็ตได้ เช่น การใหค้ าแนะนา สอบถามปญั หาต่าง ๆ ใหแ้ ก่ ลูกค้า แจกจา่ ยตวั โปรแกรมทดลองใช้ (Shareware) หรือโปรแกรมแจกฟรี (Freeware) เป็นต้น ด้านการบนั เทิง - การพักผอ่ นหย่อนใจ สนั ทนาการ เชน่ การคน้ หาวารสารต่าง ๆ ผา่ นระบบ เครอื ขา่ ยอินเทอร์เน็ต ท่เี รียกว่า Magazine online รวมทงั้ หนังสอื พมิ พ์และขา่ วสารอืน่ ๆ โดยมี ภาพประกอบ ทจ่ี อคอมพวิ เตอร์เหมอื นกับวารสาร ตามร้านหนังสอื ท่วั ๆ ไป - สามารถฟังวิทยุผ่านระบบเครอื ขา่ ยอนิ เทอร์เนต็ ได้ - สามารถดึงขอ้ มูล (Download) ภาพยนตร์ตัวอยา่ งทั้งภาพยนตร์ใหม่ และเกา่ มาดไู ด้

7 โทษของอนิ เทอร์เนต็ 1. โรคติดอินเทอร์เนต็ (Webaholic) อาการของโรคตดิ อินเทอร์เนต็ มดี ังนี้ - รูส้ ึกหมกม่นุ กบั อนิ เทอร์เน็ต แมใ้ นเวลาทไ่ี มไ่ ดต้ ่อกบั อนิ เทอร์เน็ต - มคี วามต้องการใชอ้ นิ เทอร์เนต็ เปน็ เวลานานขึ้น - ไมส่ ามารถควบคมุ การใช้อนิ เทอร์เน็ตได้ - รู้สึกหงุดหงดิ เม่อื ต้องใชอ้ ินเทอร์เนต็ น้อยลงหรือหยดุ ใช้ - ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นวิธีในการหลีกเลี่ยงปัญหาหรือคิดว่าการใช้อินเทอร์เน็ตทาให้ตนเอง รู้สกึ ดีข้ึน - หลอกคนในครอบครวั หรือเพ่ือน เรอ่ื งการใช้อินเทอรเ์ น็ตของตวั เอง - การใช้อินเทอรเ์ น็ตทาให้เกิดความเสยี่ งต่อการสญู เสียงาน การเรียนและความสัมพันธ์ยงั ใช้ อินเทอร์เน็ตถงึ แม้วา่ ตอ้ งเสียคา่ ใช้จ่ายมาก - มอี าการผดิ ปกติ อย่างเชน่ หดหู่ กระวนกระวายเมือ่ เลกิ ใชอ้ นิ เทอร์เน็ต - ใช้เวลาในการใชอ้ นิ เทอร์เน็ตนานกวา่ ท่ีตัวเองตง้ั ใจไว้ 2. เรื่องอนาจารผดิ ศีลธรรม ปัจจุบัน เรื่องของข้อมูลต่าง ๆ ท่ีมีเน้ือหาขัดต่อศีลธรรม ลามกอนาจาร หรือรวมถึงภาพโป๊ เปลือย รวมท้ังคลิปวีดิโอต่าง ๆ เป็นที่โจ่งแจ้งบนอินเทอร์เน็ตและสิ่งเหล่านี้สามารถเข้าสู่เด็กและ เยาวชน ได้ง่ายโดยผู้ปกครองไม่สามารถที่จะให้ความดแู ลไดเ้ ต็มที่ เพราะว่าอนิ เทอร์เน็ตนั้นเป็นโลกท่ี ไร้พรมแดนและเปิดกว้างทาให้สื่อเหล่าน้ี สามารถเผยแพร่ไปได้รวดเร็วจนเราไม่สามารถจับกุมหรือ เอาผดิ ผู้ที่ทาสิง่ เหล่าน้ขี ้นึ มาได้ 3. ไวรสั ม้าโทรจนั - ไวรสั เปน็ โปรแกรมอิสระ ซึง่ จะสืบพันธ์โดยการจาลองตัวเองให้มากข้ึนเรอื่ ย ๆ เพือ่ ท่จี ะ ทาลายข้อมูล หรืออาจทาให้เคร่ืองคอมพิวเตอร์ทางานช้าลงโดยการแอบใช้สอยหน่วยความจาหรือ พน้ื ท่วี ่างบนดสิ กโ์ ดยพลการ - ม้า โทรจัน เป็นตานานนักรบที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้แล้วแอบเข้าไปในเมืองจนกระท่ังยึด เมืองได้สาเร็จ โปรแกรมนี้จะทาหน้าท่ีไม่พึงประสงค์มันจะซ่อนตัวอยู่ในโปรแกรมท่ีไม่ได้รับ อนุญาต มันมักจะทาในสง่ิ ท่เี ราไม่ตอ้ งการและสิง่ ทีม่ นั ทานน้ั ไมม่ คี วามจาเป็นตอ่ เรา ด้วย - หนอนอินเทอร์เน็ต ถูกสร้างขึ้นโดย Robert Morris, Jr. จนดงั กระฉ่อนไปท่วั โลก มันคือ โปรแกรมท่ีจะแพร่พันธ์โดยการจาลองตัวเองมากขึ้นเร่ือย ๆ จากระบบหน่ึงครอบครองทรัพยากรและ ทาใหร้ ะบบชา้ ลง

8 มารยาทการใช้ Internet จรรยามารยาทบนอินเตอรเ์ น็ต (Netiquette) ทุกวันนอี้ นิ เตอร์เน็ตไดเ้ ขา้ มามบี ทบาทและ ส่งผลกระทบต่อชีวติ ความเปน็ อยขู่ องมนษุ ยใ์ นแทบทกุ ดา้ น รวมทัง้ ได้ก่อใหเ้ กิดประเด็นปญั หาข้ึนใน สังคม ไม่วา่ ในเรอ่ื ง ความเปน็ ส่วนตวั ความปลอดภัย เสรีภาพของการพดู อ่านเขยี น ความซ่อื สตั ย์ รวมถงึ ความตระหนกั ในเรอื่ งพฤติกรรมที่เราปฏบิ ัตติ อ่ กันและกนั ในสังคมอนิ เตอร์เน็ต ในบทความน้ี ผ้เู ขียนขอทบทวนเร่ือง จรรยามารยาทบนอนิ เตอร์เนต็ หรอื ท่เี รียกกันในกลุ่มผใชู้ อ้ นิ เตอร์เน็ตวา่ “Netiquette” เพื่อให้เป็นของฝากสาหรับสมาชิกใหมทที่เรียกกันว่า “Net Newbies” และให้เป็น ของแถมเพ่ือการทบทวนสาหรับนกั ท่องเน็ตทีเ่ ปน็ “ขาประจา” Netiquette คืออะไร Netiquette เปน็ คาที่มาจาก “network etiquette” หมายถึง จรรยามารยาทของการอยู่ รว่ มกนั ในสังคมอินเตอร์เน็ต หรือ cyberspace ซง่ึ เป็นพืน้ ท่ีทเ่ี ปิดโอกาสใหค้ นเขา้ มาแลกเปล่ียน ส่อื สารและทากจิ จกรรมรวมกันชมุ ชนใหญ่บ้างเลก็ บ้างบนอนิ เตอรเ์ นต็ นน้ั กไ็ มต่ ่างจากสงั คมบนโลก แห่งความเป็นจรงิ ทจี่ าเปน็ ต้องมกี ฎกติกา (codes of conduct) เพ่อื ใชเ้ ป็นกลไกสาหรับการกากับ ดูแลพฤติกรรมและการปฏสิ ัมพันธข์ องสมาชกิ บัญญัติ 10 ประการสาหรบั ผู้เริม่ ตน้ ถา้ ศึกษาคน้ ควา้ ในเร่อื ง Netiquette บนเวบ็ จะพบการอ้างอิงและกลา่ วถงึ The Core Rules of Netiquette จากหนังสือเรอ่ื ง “Netiquette” เขยี นโดย Virginia Shea ซง่ึ เธอไดบ้ ญั ญัติ กฎกติกาทผ่ี ใู้ ชอ้ ินเตอรเ์ น็ตพึงตระหนกั และยดึ เปน็ แนวปฏิบัติ 10 ขอ้ ดงั นี้ • Remember the Human กฏข้อที่ 1 เปน็ ขอเตอื นใจสาหรบั ผู้ใช้อนิ เตอร์เน็ต ในขณะทีเ่ รานง่ั พมิ พข์ ้อความเพื่อ ตดิ ตอ่ ส่อื สารผา่ นจอคอมพวิ เตอรน์ น้ั ตอ้ งไมล่ มื วา่ ปลายทางอกี ด้านหนง่ึ ของการสื่อสารนน้ั ที่จรงิ แลว้ ก็ คือ “มนษุ ย”์ • Adhere to the same standards of behavior online that you follow in real Life กฎข้อท่ี 2 เปน็ หลกั กคิดง่าย ๆ ทอ่ี าจจะยดึ เปน็ แนวปฏบิ ัติหากไม่รู้ว่าควรจะทาตวั อย่างไร ก็ ใหย้ ดึ กติกามารยาททเ่ี ราถือปฏบิ ตั ใิ นสังคมมาเป็นบรรทดั ฐานของการอย่รู ่วมกันแบบออนไลน์ • Know where you are in cyberspace กฎขอ้ ที่ 3 เปน็ ขอ้ แนะนาใหเราใช้งานอย่างมีสติรู้ตวั วา่ เรากาลงั อยู่ ณ ทใ่ี ด เม่ือเขา้ ในพืน้ ท่ี ใหมค่ วรศกึ ษาและทาความรูจ้ กั กบั ชุมชนนัน้ ก่อนที่จะเขา้ รว่ มสนทนาหรือทากจิ กรรมใด ๆ • Respect other people's time and bandwidth

9 กฎข้อท่ี 4 ให้รู้จักเคารพผู้อื่นด้วยการตระหนักในเร่ืองเวลา ซึ่งจะสัมพันธ์กับขนาดช่องสัญญาณของ การเข้าถงึ เครือข่าย นน่ั คอื ใหค้ านึกถึงสาระเนือ้ หาท่ีจะส่งออกไป ไม่วา่ จะเปน็ ในกลมุ่ สนทนาหรอื การ ส่งอีเมล เราควรจะ “คิดสักนิดก่อน submit” ใช้เวลาตรึกตรองสักหน่อยว่า ข้อความเหล่าน้ัน เหมาะสมหรอื มีสารประโยชน์กบั ใครมากน้อยเพียงใด • Make yourself look good online กฎข้อที่ 5 เป็นข้อแนะนาผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับการเขียนและการใชภาษา ้ เนื่องจาก ปัจจุบัน วิธีการสื่อสารบนเน็ตใช้การเขียนและข้อความเป็นหลัก การตัดสินคนท่ีเราติดต่อสื่อสารด้วย เป็นคน แบบใด จะอาศัยสาระเนื้อหารวมท้ังคาท่ีใช้ดังน้ัน ถ้าจะให้ “ดูดี” ก็ควรใช้ถ้อยคาท่ีเหมาะสม และ ตรวจสอบคาสะกดให้ถูกต้อง • Share expert knowledge กฎข้อที่ 6 เป็นข้อแนะนาใหเรารู้จักใช้จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบของอินเตอร์เน็ต น่ันคือ การใช้ เครือข่ายเพ่ือเปิดโอกาสในการแลกเปล่ียน ”ความรู้” รวมทั้งประสบการณ์กับผู้คนจานวนมาก ๆ ซึ่ง เป็นแนวคิดท่ถี ือว่าเป็นจุดกาเนิดของอินเตอรเ์ นต็ นั่นเอง • Help keep flame wars under control กฎข้อท่ี 7 เป็นขอคิดท่ีต้องการให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตได้ร่วมมือกันเพื่อช่วยควบคุมและลดปัญหา ท่ีอาจ เกิดข้ึนจากการส่งความคิดเห็นด้วยการใช้คาที่หยาบคาย เติมอารมณ์ความรู้สึกอย่างรุนแรงจน เป็น ชนวนให้เกิดกรณีทะเลาะวิวาทกันในกลุ่มสมาชิก ซึ่งรู้จักกันในกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตว่า “flame” • Respect other people's privacy กฎข้อที่ 8 เป็นคาเตือนให้เรารู้จักเคารพในความเปน็ ส่วนตัวของผู้อ่ืน เช่นไม่อา่ นอีเมลของ ผู้อื่น เป็น ต้น • Don't abuse your power กฎข้อที่ 9 เป็นคาเตือนสาหรับผู้ที่ได้รับสิทธิพิเศษ เช่น ผดู้ แู ล ระบบบนอินเตอร์เน็ต ซ่ึงมักจะ ไดร้ ับสิทธิในการเข้าถึงข้อมลู ของผู้อื่น บุคคลเหล่าน้กี ็ไม่ควรใช้อานาจ หรือสิทธิ์ท่ีได้รับไปในทางที่ไม่ ถูกต้องและเป็นการเอาเปรียบผู้อ่ืน • Be forgiving of other people's mistakes กฎข้อท่ี 10 เป็นคาแนะนาใหเรารู้จักให้อภัยผู้อื่น โดยเฉพาะพวก newbies ใน กรณทีีพบว่า เขาทาผิดพลาดหรือไม่เหมาะสม และหากมีโอกาสแนะนาคนเหล่านั้น ก็ควรจะชี้ ข้อผดิ พลาดและให้ คาแนะนาอย่างสภุ าพ โดยอาจสง่ ขอ้ ความแจ้งถึงผนู้ น้ั โดยตรงผ่านทางอเี มล

10 หน่วยงานทีม่ บี ทบาทในอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย ISP คง เป็นหน่วยงานแรกที่หลายๆ คนคงคิดถึงเมื่อนึกถึงหัวข้อนี้ รองลงไปก็คงเป็นเนคเทค ซ่ึงก็ถือ ว่าเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสาคัญต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของประเทศ ไทย แต่ก็ยังมีหน่วยงานอ่ืน อกี หลายหนว่ ย ดังนี้ การสื่อสารแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ผูกขาดบริการวงจรสื่อสารระหว่างประเทศ ผู้ให้ใบอนุญาต และถอดถอนสิทธิการให้บริการของ ISP รวมท้ังเป็นหุ้นส่วนของ ISP ทุกราย (32%) รวมท้ังเป็นผู้ ให้บริการจุดแลกเปล่ยี นสญั ญาณภายในประเทศ ISP - Internet Service Providers หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชงิ พาณิชย์ท้ัง 17 ราย (พ.ย. 2545) ในฐานะผใู้ หบ้ รกิ ารอนิ เทอร์เนต็ แกบ่ คุ คลและองค์กรตา่ ง ๆ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบไม่หวังกาไร เช่น SchoolNet ที่ให้บริการโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ, ThaiSarn ผู้ให้บริการเชิงวิจัยสาหรับสถานศึกษา, UniNet เครือข่ายของทบวงมหาวิทยาลัย, EdNet เครอื ข่ายของกระทวงศึกษาธกิ าร และ GINet เครือขา่ ยรัฐบาล THNIC ในฐานะผู้ให้บริการจดทะเบียนช่ือโดเมนสัญชาติไทย (.th) และผู้ดูและบริการสอบถามช่ือ โดเมนสญั ชาติไทย ซ่ึงเป็นหนว่ ยงานภายใตก้ ารดแู ลของ AIT NECTEC หรือศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพวิ เตอร์ แห่งชาติ ในฐานหน่วยงานวิจัย ค้นควา้ และพฒั นาเทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูล และในฐานะผู้ใหบ้ รกิ ารจุดแลกเปลยี่ น สั ญ ญ า ณ ภ า ย ใ น ป ร ะ เ ท ศ ผู้ ดู แ ล เ ค รื อ ข่ า ย Thaisarn, SchoolNet, GINet แ ล ะ ใ น ฐ า น ะ คณะอนกุ รรมการดา้ นนโยบายอินเทอรเ์ น็ตสาหรับประเทศไทย ผู้ให้บริการวงจรสื่อสารภายในประเทศ ซ่ึงมีหลายรายเช่น การสื่อสารแห่งประเทศไทย, บริษัท ทศท คอรป์ อเรช่ัน จากัด (มหาชน) และบรษิ ทั เอกชนอื่น ๆ

11 บญั ญตั ิ 10 ประการสําหรับผู้เริม่ ตน้ ถ้าศกึ ษาค้นคว้าในเรอื่ ง Netiquette บนเว็บ จะพบการอ้างอิงและกล่าวถึง The Core Rules of Netiquette จากหนงั สอื เรอ่ื ง “Netiquette” เขยี นโดย Virginia Shea ซ่ึงเธอไดบ้ ญั ญตั ิ กฎกติกาทผ่ี ู้ใชอ้ นิ เตอร์เน็ตพึงตระหนักและยดึ เปน็ แนวปฏบิ ัติ 10 ข้อ ดังน้ี • Remember the Human กฏข้อที่ 1 เป็นข้อคิดเตือนใจสาหรับผใู้ ชอ้ นิ เตอร์เนต็ ในขณะทเี่ รานง่ั พิมพข์ อ้ ความเพือ่ ตดิ ต่อส่อื สารผา่ นจอคอมพิวเตอรน์ ้ัน ต้องไม่ลืมว่าปลายทางอีกด้านหน่งึ ของการสือ่ สารนนั้ ทีจ่ ริงแล้วก็ คอื “มนุษย”์ • Adhere to the same standards of behavior online that you follow in real Life กฎข้อที่ 2 เปน็ หลักคดิ ง่าย ๆ ท่ีอาจจะยึดเปน็ แนวปฏบิ ตั ิหากไม่ร้วู า่ ควรจะทาตัวอยา่ งไร ก็ ให้ยึดกตกิ ามารยาทที่เราถือปฏิบตั ใิ นสงั คมมาเป็นบรรทดั ฐานของการอยู่รว่ มกันแบบออนไลน์ • Know where you are in cyberspace กฎขอ้ ที่ 3 เปน็ ขอ้ แนะนาใหเราใช ้ ง้ านอยา่ งมสี ตริ ูต้ ัวว่าเรากาลงั อยู่ ณ ทใ่ี ด เมอ่ื เขา้ ในพื้นท่ี ใหม่ควรศกึ ษาและทาความรู้จกั กับชมุ ชนนัน้ ก่อนท่จี ะเข้าร่วมสนทนาหรอื ทากจิ กรรมใด ๆ • Respect other people's time and bandwidth กฎข้อที่ 4 ให้รูจักเคารพผู้อ่ืนด้วยการตระหนักในเรื่องเวลา ซึ่งจะสัมพันธ์กับขนาดช่องสัญญาณของ การเข้าถึงเครือขา่ ย น่ันคือ ให้คานึงถึงสาระเนื้อหาทีจ่ ะสง่ ออกไป ไม่วา่ จะเป็นในกลุ่มสนทนาหรือการ ส่งอีเมล เราควรจะ “คิดสักนิดก่อน submit” ใช้เวลาตรึกตรองสักหน่อยว่า ข้อความเหล่านั้น เหมาะสมหรอื มสี ารประโยชนก์ ับใครมากนอยเพ ้ ยี งใด • Make yourself look good online กฎข้อท่ี 5 เป็นข้อแนะนาผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับการเขียนและการใชภาษา ้ เนื่องจาก ปัจจุบัน วิธีการสื่อสารบนเน็ตใช้การเขียนและข้อความเปน็ หลัก การตัดสินว่าาคนท่ีเราติดต่อส่ือสารด้วย เป็น คนแบบใด จะอาศัยสาระเนื้อหารวมทั้งคาท่ีใช้ดังนั้น ถ้าจะให้ “ดดู ี” ก็ควรใช้ถ้อยคาทีเหมาะสม และ ตรวจสอบคาสะกดให้ถกู ต้อง • Share expert knowledge กฎข้อที่ 6 เป็นข้อแนะนาใหเรารู้จักใช้จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบของอินเตอร์เน็ต นั่นคือ การใช้ เครือข่ายเพ่ือเปิดโอกาสในการแลกเปล่ียน ”ความรู้” รวมทั้งประสบการณ์กับผู้คนจานวนมาก ๆ ซึ่ง เป็นแนวคิดท่ถี ือว่าเป็นจดุ กาเนิดของอินเตอร์เนต็ นั่นเอง • Help keep flame wars under control กฎข้อท่ี 7 เป็นข้อคิดที่ต้องการให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตได้ร่วมมือกันเพื่อช่วยควบคุมและลดปัญหา ท่ีอาจ เกิดขึ้นจากการส่งความคิดเห็นด้วยการใช้คาที่หยาบคาย เติมอารมณ์ความรู้สึกอย่างรุนแรงจน เป็น ชนวนใหเ้ กดิ กรณีทะเลาะวิวาทกันในกล่มุ สมาชกิ ซง่ึ รจู้ ักกันในกลมผุ่ ้ใู ช้อินเตอรเ์ น็ตวา่ “flame” • Respect other people's privacy

12 กฎข้อที่ 8 เป็นคาเตือนให้เรารู้จักเคารพในความเป็นส่วนตัวของผอู้ ่ืน เช่นไม่อ่านอเี มลของ ผู้อ่ืน เป็น ตน้ • Don't abuse your power กฎข้อท่ี 9 เป็นคาเตือนสาหรับผู้ท่ีได้รับสิทธิพิเศษ เช่น ผดู้ แู ลระบบบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งมักจะ ได้รับ สทิ ธิในการเขา้ ถงึ ข้อมูลของผ้อู ื่น บคุ คลเหล่านก้ี ็ไม่ควรใช้อานาจหรือสทิ ธท์ิ ี่ได้รับไปในทางที่ไม่ ถูกต้อง และเปน็ การเอาเปรยี บผอู้ ่นื • Be forgiving of other people's mistakes กฎข้อท่ี 10 เป็นคาาแนะนาใหเรารู้จักให้อภัยผู้อ่ืน โดยเฉพาะพวก newbies ในกรณที่พบว่า เขาทา ผิดพลาดหรือไม่เหมาะสม และหากมีโอกาสแนะนาคนเหล่าน้ัน ก็ควรจะชี้ข้อผิดพลาดและให้ คาแนะนาอย่างสภุ าพ โดยอาจส่งขอ้ ความแจง้ ถึงผ้นู ัน้ โดยตรงผ่านทางอเี มล

13 บรรณานกุ รม https://docs.google.com/document/d/1cIID0dwl4qSTK3r89NZgrkHjLtr6U ot_nKRCEieUQv8/preview?hgd=1 สบื คน้ วนั ที่ 12 มถิ ุนายน พ.ศ2566


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook