Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บริหารโครงการ

บริหารโครงการ

Published by kamon.ut, 2020-02-02 22:14:31

Description: บริหารโครงการ

Search

Read the Text Version

๑ สว่ นท่ี ๑ ความเปน็ มาและความหมายของการบริหารโครงการ ความเป็นมาของการบรหิ ารโครงการ การบริหารโครงการ มีพัฒนาการจากอดีตสมัยโบราณ เช่น การสร้างปิรามิดของ ประเทศอียิปต์ การสร้างกาแพงเมืองจีนของประเทศจีนเปน็ โครงการมโนทศั นส์ มยั ใหม่เกีย่ วกับโครงการ เร่ิมตน้ ด้วยโครงการแมน ฮัทตัน (Manhattan Project) ซ่ึงกองทพั สหรฐั อเมริกาพฒั นาการสรา้ งปรมาณู (atomic bomb) โครงการอวกาศ ขององค์การบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติ โครงการดาวเทียมศึกษาเป็นต้น ต่อมาการพัฒนาของการบริหาร โครงการท่สี าคญั ในช่วงคริสต์ศักราช ๑๗๕๐-๑๘๕๐ ท่ีมีการปฏิวัติอุตสาหกรรมผู้บริหารส่วนใหญ่ไม่ได้นาการบริหาร โครงการมาใช้โดยตรง เนื่องจากองค์กรขนาดใหญ่สามารถดาเนินงานจนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดไวไ้ ด้ โดยการจัดการกับการเปล่ียนแปลงท่ีถูกกาหนดขอบเขตให้เป็นภารกิจของผู้เช่ียวชาญทางเทคนิคและทางการ บริหารภายในองค์กร ต่อมาเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีและการติดต่อส่ือสาร องคก์ รขนาดใหญจ่ ึงถูกมองวา่ เป็นองค์กรที่มีความสามารถทจ่ี ากัดในการตอบสนองต่อการเปล่ยี นแปลงจากสภาวะ แวดล้อม สาหรับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาวะแวดล้อมที่สามารถส่งผลกระทบต่อการบริหารและกระตุ้นให้องค์กร จาเป็นต้องนาแนวทางการบริหารโครงการมาใชใ้ นการดาเนนิ งานไดเ้ กดิ ความนิยมข้นึ ปี ค.ศ. ๑๙๑๗ เฮนรี่ แกนต์ พัฒนาแผนภูมิแกนต์ (Gantt Chart) ที่มีช่ือเสียงเป็นเคร่ืองมือสาหรับ เป็นตารางเวลาการปฏิบัตงิ านของร้าน กาหนดเป็น ๒ มิติ คือ งานกับเวลา ปี ค.ศ. ๑๙๕๘ มีการใช้ผังเครือข่ายในโครงการสร้างเรือดาน้าติดหัวจรวจ ช่ือ“Polaris” ปี ค.ศ. ๑๙๖๙ มีการจัดต้ังสถาบันการบริหารโครงการ (Project Management Istitute-PMI) มีส่วนสนับสนุนการบริหาร โครงการมืออาชีพ มีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การบริหารโครงการแบบมืออาชีพ (The Project Management Profession) การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องสาคัญในปจั จุบนั โดยเฉพาะอย่างย่ิงเทคโนโลยีสารสนเทศ ในปี ค.ศ. ๒๐๐๐ มุ่งผลิตสิ่งต่าง ๆตามความต้องการสาหรับโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น การใช้ Wep-based การใช้เทคโนโลยีการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ข้อมูลที่บ้าน การบริหารโครงการ ได้แบ่ง ออกเปน็ ๓ ระยะ ๑. การบรหิ ารโครงการแบบเฉพาะกิจ ๒. การบรหิ ารโครงการแบบมีแผน ๓. การบริหารโครงการอยา่ งเตม็ รูปแบบ

๒ การบริหารโครงการ (Project Management) เพื่อให้ผู้เข้ารับการพัฒนาสามารถบริหารงานโครงการได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายท่ีกาหนด สามารถวางแผนการดาเนินงานโครงการ และตดิ ตามประเมนิ ผลการบรหิ ารงานโครงการได้อย่างมีประสิทธภิ าพเพื่อพฒั นาองค์กรนนั้ ๆ ความหมายของการบริหารโครงการ การบริหารโครงการมีการดาเนินงานเป็นที่นิยมแพร่หลายในองค์กรและสังคม โดยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือให้ องค์กรและสังคมบรรลุวัตถุประสงค์ท่ีพึงปรารถนาได้มากยิ่งข้ึนกว่าการใช้การบริหารทั่วไป ซึ่งเป็นการบริหารงาน ประจา เนื่องจากการบริหารโครงการเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่เมื่อนามาใช้ดาเนินกิจกรรม ท่ีซับซ้อนหรือกจิ กรรมที่เก่ียวข้องกับเทคโนโลยตี ่าง ๆ จะทาให้องค์กรและสังคมไดร้ บั ประโยชนส์ ูงสดุ จาก ทรัพยากรทางการบริหารที่มีอยู่อย่างจากัดภายใต้เง่ือนไขด้านเวลา สภาพแวดล้อม ภายในองค์กรระหว่างองค์กร และภายนอกองค์กร ดังทปี่ รากฏในการดาเนนิ งานขององคก์ ร ภาคอตุ สาหกรรม ภาคเอกชน และภาครัฐ คาว่า “โครงการ” (Project) เป็นคาที่รู้จักกันแพร่หลายแต่ความเข้าใจในความหมายของ “โครงการ” แตกตา่ งกันอาจเป็นสาเหตุประการหนึ่งท่ีทาใหโ้ ครงการเม่ือนาไปปฏิบัติแลว้ ประสบความสาเรจ็ หรือความล้มเหลวได้ ประสิทธ์ิ คงยิ่งศิริ (๒๕๒๗ : ๑๖) และประชุม รอดประเสริฐ (๒๕๒๙ : ๔-๕) ได้รวบรวมความหมายของ “โครงการ” แลว้ ทั้งสองท่านได้สรปุ ความหมายของคาว่า “โครงการ” ดังนี้ ประสิทธ์ิ คงยิ่งศิริ (๒๕๒๗ : ๑๖-๑๗) ให้คาจากัดความ “โครงการ” ว่าคือ “กิจกรรมหรืองานที่เก่ียวกับ การใช้ทรัพยากรเพื่อหวังผลประโยชน์ตอบแทน กิจกรรมหรืองานดังกล่าวจะต้องเป็นหน่วยอิสระ หน่วยหนึ่ง ท่ีสามารถวิเคราะห์การวางแผน และนาไปปฏิบัติพร้อมท้ังมีลักษณะแจ้งชัดถึงจุดเริ่มต้นและจุดส้ินสุดของการ ดาเนินงาน โครงการจึงเกี่ยวข้องกับการวางแผน การจัดสรรทรัพยากร และแผนปฏิบัติอย่างมีระเบียบซ่ึงแสดง ให้เห็นถึงแหล่งท่ีต้ังของโครงการ ช่วงระยะเวลาของโครงการ การผลิต การลงทุน ผลตอบแทน และรวมตลอดถึง การจดั รูปแบบองค์กรและการบรหิ ารโครงการ” ประชุม รอดประเสริฐ (๒๕๒๙: ๕) ได้กล่าวว่า “โครงการเป็นแผนงานที่จัดทาขึ้นอย่างมีระบบ โดยประกอบดว้ ยกจิ กรรมย่อยหลายกจิ กรรมทต่ี ้องใช้ทรัพยากรในการดาเนนิ งาน และคาดหวงั ทจี่ ะได้ผลตอบแทน อย่างคุ้มค่า แผนงานน้ีจะต้องมีจุดเร่ิมต้นและจุดส้ินสุดในการดาเนินงาน มีวัตถุประสงค์ท่ีชัดเจน มีพื้นที่ในการ ดาเนินงานเพื่อให้บริการและสนองความต้องการของกลุ่มบุคคลในพ้ืนท่ีน้ัน และมีบุคคลหรือหน่วยงานรับผิดชอบ ในการดาเนนิ งาน” นอกจากความหมายท่ี ประสิทธ์ิ คงย่ิงศิริ และประชุม รอดประเสริฐ ได้สรุปมาข้างต้นแล้ว เทอร์เนอร์ (Turner, ๑๙๙๓ : ๕) ได้ให้ความหมายของคาว่า “โครงการ” แตกต่างไปว่า หมายถึง “การดาเนินงานด้วยความ พยายามอย่างมากเพ่อื ก่อใหเ้ กิดการเปลย่ี นแปลงอย่างใดอย่างหนึง่ ภายในระยะเวลาทก่ี าหนดและภายใต้กรอบของ

๓ วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ของโครงการเก่ียวข้องกับคุณภาพ ต้นทุนและเวลาในการดาเนินงานโครงการเพ่ือบรรลุ วตั ถปุ ระสงคท์ งั้ สามดา้ น” จากความหมายของ “โครงการ” ข้างต้น ในท่ีน้ีสามารถสรุปความหมายของ “โครงการ” ว่าหมายถึง “แผนงานหรือกลุ่มกิจกรรมท่ีสัมพันธ์กัน และจัดทาเป็นพิเศษอย่างเป็นระบบเพ่ือให้สามารถใช้ระยะเวลาและ ทรัพยากรอย่างชานฉลาดท่ีสุด ในการดาเนินงานอย่างมีระบบแบบแผนเพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้กาหนดไว้ อันได้แก่ผลประโยชน์ตอบแทนหรือผลท่ีได้อย่างใดอย่างหน่ึงในอนาคต กิจกรรมดังกล่าวต้องมีจุดเร่ิมต้นและ จุดส้ินสดุ ” คาว่า “การบริหาร” (Management) หมายถึง “ภารกิจของผู้ปฏิบัติงานคนหนึ่งหรือหลายคนที่เข้ามา ทาหน้าที่ประสานให้การทางานของผู้ปฏิบัติงานซ่ึงต่างฝ่ายต่างทาแล้วไม่อาจประสบผลสาเร็จ จากการแยกกันทา ใหส้ ามารถบรรลผุ ลสาเรจ็ ไดด้ ้วยดี” (Donnelly et al.; ๑๙๗๘: ๑๗) คาว่า การบริหาร (administration) มรี ากศพั ท์มาจากภาษาลาตนิ “administatrae” หมายถงึ ช่วยเหลอื (assist) หรืออานวยการ (direct) การบริหารมีความสัมพันธ์หรือมีความหมายใกล้เคียงกับคาว่า “minister” ซึ่ง หมายถึง การรับใช้หรือผู้รับใช้ หรือผู้รับใช้รัฐ คือ รัฐมนตรี สาหรับความหมายด้ังเดิมของคาว่า administer หมายถึง การตดิ ตามดแู ลสิง่ ตา่ ง ๆ ไซมอน (Simon,) กล่าวว่า “การบริหาร หมายถึง ศิลปะในการทาให้ส่ิงต่าง ๆ ได้รับการกระทาจนเป็น ผลสาเร็จ กล่าวคือ ผู้บริหารมิใช่เป็นผู้ปฏิบัติ แต่เป็นผู้ใช้ศิลปะในการทาให้ผู้ปฏิบัติงานทางานจนสาเร็จตาม จดุ มงุ่ หมายท่ีผู้บรหิ ารรตัดสนิ ใจเลอื กแลว้ ” เทอรี่ (Terry,๑๙๖๘) ให้ความหมายว่า “การบรหิ ารเป็นกระบวนการต่าง ๆ ซงึ่ ประกอบดว้ ย การวางแผน การจัดหน่วยงาน การอานวยการ การควบคุม ที่ถูกพิจารณาจัดกระทาข้ึนเพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ โดยใช้ กาลงั คน และทรัพยากรทม่ี ีอยู่ ปีเตอร์ เอฟ ดรกั เกอร์ (Peter F. Drucker) ใหค้ วามหมายวา่ “การบริหารคือการทาให้งานต่างๆ ลลุ ่วงไป โดยอาศัยคนอ่นื เปน็ ผู้นา” เดโจน (Dejon,๑๙๗๘) ให้ความหมายว่า “การบริหารเป็นกระบวนการที่จะทาให้วัตถุประสงค์ประสบ ความสาเร็จโดยผ่านทางบุคคลและการใช้ทรัพยากรอื่น กระบวนการดังกล่าวรวมถึงองค์ประกอบของการบริหาร อันไดแ้ ก่ การกาหนดวตั ถุประสงค์ การวางแผน การจดั องค์กร การกาหนดนโยบาย การบรกิ าร และการควบคุม” จากความหมายของ “การบริหารโครงการ (Project management)” ข้างต้น ในท่ีนี้สามารถสรุป ความหมายของ “การบริหารโครงการ” ว่าหมายถึง กระบวนการในการดาเนินกิจกรรมด้วยวิธีการใหม่ ๆ ท่ีแตกต่างจากการบริหารงานประจา/การบริหารทั่วไป เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดไว้ภายใต้กรอบด้าน

๔ งบประมาณและเวลา วัตถุประสงค์ที่กาหนดอาจจะเป็นผลที่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงส่ิงใดส่ิงหนึ่งที่มีลักษณะเชิง ปริมาณหรอื เชิงคณุ ภาพหรอื ท้ังสองอย่าง

๕ ส่วนที่ ๒ ความสาคญั และประโยชน์ของการบรหิ ารโครงการ ความสาคญั ของการบรหิ ารโครงการ เน่ืองจากในภาวะการปัจจุบัน เป็นไปอย่างรุนแรง รวดเร็วและแข่งขันกับเวลา องค์กรมีการขับเคลื่อน เปลี่ยนแปลงและพัฒนาองค์กรอยู่ตลอดเวลา เช่น การออกแบบงานและแผนงานใหม่ การปรับปรุงกระบวนการ ทางาน การปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมท้ังในปัจจุบันวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ส้ันลงมาก เม่ือเทียบกับในอดีต ผลิตภัณฑ์มีความซับซ้อนยงุ่ ยากในการผลิตมากข้ึน และต้องปรับเปลี่ยนเพ่ือรองรับการตลาด แบบลูกค้าเป็นศูนย์กลาง จากเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาน้ี ทาให้การทางานในองค์กรต่าง ๆ มีลักษณะการทางาน แบบเปน็ โครงการมากขึน้ มีโครงการเล็กและใหญเ่ กิดข้นึ มากมายในองคก์ ร มกี ารกาหนดวตั ถุประสงคข์ องโครงการ กรอบเวลาการดาเนินการและงบประมาณ มีการวัดผลการดาเนินงานของบุคคลจากผลสาเร็จของงาน ทาให้การ ทางานในลกั ษณะของโครงการมีความแพร่หลายมากขน้ึ การปรับปรุงคุณภาพทุกอยางเกิดขึ้นที่การดาเนินงานระดับโครงการของแตละโครงการเทานั้น ไมมี ทางเลือกเปนอยางอ่ืน ดังน้ันการบริหารโครงการมีความสาคัญ ท้ังในระดับบุคคล ระดับองคกรและระดับสังคม เพราะการบรหิ ารโครงการเปนเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ใชในการบริหารกจิ กรรมที่มีความซบั ซอน และ บูรณาการหลกั การจดั การเพอื่ กาหนดกิจกรรมและการใชทรัพยากรท่ีมีอยูอยางจากดั ใหบรรลุวัตถุประสงค ที่ กาหนดไวอยางมีประสทิ ธิภาพและประสทิ ธผิ ล ผูจดั การจะตองเปนผูที่มีความรอบรูเรือ่ งการบรหิ ารจดั การ เป นอยางดี ซึ่งใหความสาคัญกับการบริหารโครงการวาเปนวิธีการทางานท่ีจะเปดโอกาสใหไดใชอ้ ุปกรณและเทคนคิ การบริหารอยางมีคุณคาชวยประหยัดและเพ่ิมโอกาสจะเกิดผลสาเร็จในงานไดสูงขึ้น นอกจากนี้ ความสาคัญของ การบรหิ ารโครงการ ๔ ประเดน็ คือ ๑. ทาใหทราบถึงวัตถุประสงคและหนาท่ีตาง ๆ ของการปฏิบัติงาน (Objectives and Function) ซงึ่ จะทาใหเกิดความชัดเจนในการจัดลาดับงาน ๒. ทาใหเกิดการประสาน (Coordination) อยางตอเนอื่ ง ๓. ทาใหเกิดการใชทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ (Efficiency in Utilization of Resources) ในการ จดั สรรทรัพยากรในโครงการ ๔. ทาใหเกิดผลลัพธหรือเกิดประสิทธิผลสูงสุด (Output and Effectiveness) ตามเปาหมายการทางาน จนสามารถสะทอนผลยอนกลับเพ่อื แกไขปรับปรุงผลงานไดอยางตอเน่ือง

๖ การบริหารโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเข้ามาเป็นส่วนสาคัญที่ช่วยให้โครงการประสบความสาเร็จ ภายใต้ข้อจากัดที่มีอยู่ และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่ต้ังไว้ เพื่อทาให้โครงการเป็นส่วนที่เสริม แผนกลยุทธข์ ององค์กรและพาองคก์ รไปสู่ความสาเรจ็ ในการดาเนนิ ธุรกิจ ประโยชน์ของของการบริหารโครงการ การบริหารโครงการ เปนวิธีการท่ีถูกกาหนดข้ึนในองคกรเพ่ือท่ีจะแปลงเจตนารมณในเชิงกลยุทธ (Strategic Intent) ของผูบริหารระดับสูงใหกลายเปนกลวิธี (Tactics) ท่ีจะนาไปสูการจัดการในระดับปฏิบัติการ อยางไดผล ตรงตามความตองการของผูรับบริการและชวยตอบสนองการเปล่ียนแปลงในสถานการณตางๆ กอให เกดิ ประโยชน ๓ ประการ คือ ๑. ประโยชนตอองคกร ในกรณที ี่งานขององคกรมีลักษณะสลับซบั ซอน ๒. ประโยชนตอบุคคล ผูบริหารท่ีมีความรูดานเทคนิคการบริหารโครงการจะมีความรูมีทักษะการจัดการ เพราะมีความเขาใจในสภาพการณบุคคลและมีความสามารถตัดสินใจและมีอานาจเหนือบุคคลอื่นได เพราะเขาใจ ในการบรหิ ารคน ๓. ประโยชนตอผูใชบรกิ ารหรอื ผูรับบรกิ าร การตดิ ตอประสานงานซ่งึ กนั และกนั จะทาใหผูบรหิ ารโครงการ สามารถเขาถึงฝายตาง ๆ โดยตรงและผูรับบริการมีโอกาสเสนอความคิดเห็นไดรับประโยชนตรงความตองการ จนเกิดความพึงพอใจจากโครงการ

๗ ส่วนที่ ๓ กระบวนการและขน้ั ตอนการบรหิ ารโครงการ กระบวนการบริหารโครงการ การควบคมุ โครงการ การยุติโครงการ (Project termination) ๖ (Project control) ๕ ๔การปฏิบัตติ ามโครงการ (Project Implementation) ๓การวเิ คราะหโ์ ครงการ ๔ (Project analysis) ๑ ๒ ๓และการศกึ ษาความเปน็ ไปได้ การริเรม่ิ โครงการ การวางแผนโครงการ (Project planning) ๒ Project initiation ๑ แผนภมู ทิ ่ี ๑ กระบวนการบริหารโครงการ ๑. การรเิ รม่ิ โครงการ พิจารณาความจาเป็นดา้ นตา่ ง ๆ วา่ มคี วามตอ้ งการด้านใด พจิ ารณาประโยชน์ท่คี าด วา่ จะไดร้ ับ จัดทารา่ งโครงการ (Project proposol) นาเสนอผบู้ ริหารระดับสงู ๒. การวางแผนโครงการ เป็นการกาหนดลักษณะงานที่ต้องการกาหนดปริมาณและคุณภาพของงาน กาหนดทรัพยากรท่ีต้องใช้ เม่ือโครงการผ่านการพิจารณาจะมีการวางแผน ตั้งทีมงาน ทาแผนโครงการ มีการ

๘ กาหนดกจิ กรรมยอ่ ย กาหนดเปา้ หมายของกิจกรรมยอ่ ย รวมทง้ั คา่ ใชจ้ ่ายและทรพั ยากรอ่นื ๆ มีการนาเทคนิคต่างๆ ท่ชี ว่ ยในการวางแผนบรหิ ารโครงการมาใช้ ๓. การวเิ คราะหโ์ ครงการและศึกษาความเปน็ ไปได้ศึกษารายละเอยี ดดา้ นต่าง ๆ ของโครงการว่าเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ ในการนาไปใช้มากน้อยเพียงใด จะทาให้มองเห็นเป้าหมายและผลที่ได้รบั ถ้าผลการวิเคราะห์ มีความเป็นไปได้ จะทาใหก้ ารตัดสนิ ใจดาเนินโครงการมีขอ้ ผดิ พลาดน้อย ๔. การปฏิบัติตามโครงการ การกาหนดโครงสร้างโครงการและหาทรัพยากรมนุษย์ เป็นการดาเนินงาน ตามแผนโดยผู้จัดการโครงการจะเป็นผรู้ ับผิดชอบสายงานหลัก และควบคุมดแู ลหน่วยงานตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง ๕. การควบคุมโครงการ การควบคุมโครงการมีลักษณะดังนี้ การติดตามโครงการ ตรวจสอบติดตามผล ของโครงการ ประเมินโครงการ ประเมินความก้าวหน้าของแผน เปรียบเทียบกับการปฏิบัติงานจรงิ กับผลที่คาดวา่ จะไดร้ ับจะทาให้ทราบวา่ โครงการประสบผลสาเรจ็ ไหม หรอื มีปัญหาจะไดท้ าการปรับปรงุ ๖. การยุติโครงการ เป็นขั้นที่การดาเนนิ งานเสร็จในระยะเวลาที่กาหนด ผู้จัดการโครงการต้องรายงานผล การปฏิบตั ิงานให้ผบู้ ริหารระดบั สูงทราบ หลักการบรหิ ารโครงการทีด่ ี สาหรับการบริหารโครงการภาครัฐแบบใหมในศตวรรษท่ี ๒๑ จะตองมีความสาเร็จใน ๓ มติ คือ มติที่ ๑ โครงการตองสาเร็จบรรลุ มาตรฐานตัวช้ีวัดดานผลผลิตในแงของปริมาณ คุณภาพ เวลา คาใชจาย และความ พึงพอใจ มติท่ี ๒ โครงการท่ีสาเร็จอยางแทจริงตองเปนโครงการท่ีไมกอใหเกิดปญหาตอโครงการหรือนโยบายอ่ืน ๆ โครงการตองไมกอใหเกิดปญหาความเชื่อถือไดในผลของโครงการ และไมมีปญหาดานมาตรการของโครงการ ท่ีนาไปใชเปนแนวทางในการปฏิบัติ ไมมีปญหาทางดานมนุษยธรรมและศีลธรรม และมติที่ ๓ ผลรวมความสาเรจ็ ของโครงการจะตองสงผลตอการพัฒนาประเทศที่พึงปรารถนา ซึ่งสอดคลองกับแนวคิดของ สุพจน โกวิทยา (๒๕๔๘) ทไี่ ดอธิบายเพิม่ เติมเกี่ยวกับการบริหารโครงการภาครฐั ในศตวรรษท่ี ๒๑ วา ตองคานงึ ถึงหลักการบริหาร โครงการ ๗ ประการ คอื ๑. ยึดถือประชาชนเปนศูนยกลาง ยึดความตองการของประชาชนเปนหลักการ ใชการมีสวนรวมของ ประชาชนและตรวจสอบโดยประชาชน ๒. ยึดถือผลสัมฤทธ์ิของโครงการที่จะตองบรรลุมาตรฐาน ตัวช้ีวัดดานผลผลิตท้ังในแง่ปริมาณ เวลา คาใชจาย คณุ ภาพและความพึงพอใจของประชาชน และตัวชวี้ ัดของหนวยงาน ๓. ยดึ หลกั การบริหารแบบมปี ระสิทธิภาพประสิทธผิ ล ความคุมคา ความประหยดั และมีมาตรฐานระดับสูง เทยี บเทาระดบั สากล ๔. การยดึ ถอื หลกั ประชาธิปไตย

๙ ๕. บรหิ ารตามหลกั การบรหิ ารกจิ การบานเมอื งท่ดี แี ละมกี ารกระจายอานาจ ๖. ใชเทคโนโลยีสารสนเทศในการบรหิ าร ๗. เนนการมสี วนรวมและความโปรงใส กลาวโดยสรุป หลักการบริหารโครงการเปนการทางานท่ีต้ังอยูบนพ้ืนฐานของ นโยบายและวัตถุประสงค เพือ่ ตอบสนองความตองการของสวนรวมโดยการสรางระบบยอยหลาย ๆ ระบบบนพื้นฐานของขอมลู ที่เปนขอเท็จจริง และความเรงดวนของงาน ระบบทุกระบบสามารถยืดหยุน เปล่ียนแปลง ปรับปรุง เพ่ือทาใหงานมีความเช่ือมโยง สัมพันธกันอยางมีเหตุผล อันจะสงผลใหประหยัดทรัพยากร (Resources) และสามารถใชทรัพยากรใหเกิด ประสิทธิผลสูงสุดอยางมีประสิทธิภาพ ประหยัดตนทุน (Cost) เวลา (Times) การปฏิบัติงาน (Performance) เทคโนโลยี (Technology) งานมคี ณุ ภาพ (Quality) บรรลุตามวัตถปุ ระสงคของงานภายใตความรวมมือของ ทกุ ฝาย และตอบสนองความตองการของสวนรวม แนวทางการบริหารโครงการ แนวทาง คือ สาระสาคัญท่ียึดถือเปนแนวปฏิบัติ แนวทางการบริหารโครงการตองตั้งอยูบนพื้นฐานของ นโยบายและวตั ถุประสงค เนนตอบสนองความตองการของสวนรวม มีความยืดหยุนและสามารถเปลี่ยนแปลงเพื่อ ความสมบูรณคุณภาพของงานไดอยางตอเน่ือง โดยการนาแนวทางระบบ (System Approach) มาเปนแนวคิด พื้นฐาน เพราะระบบแตละระบบของโครงการเปนการรวบรวมคน เครอ่ื งมอื เคร่ืองใช วธิ ดี าเนินการ เงนิ ทุน ขอมูล และสิ่งอื่น ๆ เขาดวยกัน เพื่อการดาเนินงานบรรลตุ ามวตั ถุประสงค โครงการหนึ่ง ๆ อาจประกอบดวยระบบยอย ๆ จานวนมากมายท่ีสัมพันธกันอยางเปนเหตุผล แนวทางระบบจะชวยใหโครงการพัฒนาไปอยางมาก ดวยเหตุผล ๔ ประการ คอื ๑. แนวทางระบบเนนการมองภาพโดยรวมทาใหการบริหารโครงการตองคานึงถึงความสัมพันธอันหน่ึง อันเดียวกนั ๒. การดาเนินงานโครงการตองมีการวางแนวทางไวอยางดีไมวาจะเปนการกาหนดวัตถุประสงคที่ชัดเจน การกาหนดและจัดการระบบยอยตาง ๆ และการเช่ือมโยงระบบยอยนั้น ๆ เน่ืองจากโครงการอยูในสถานการณ์ ทเี่ ปล่ียนแปลงอยูตลอดเวลา ๓. แนวทางระบบทาใหโครงการตองมีการควบคุมตลอดเวลา โดยระบบตองจัดทาขอมูลปอนกลับ การพัฒนาขอมูลและการควบคุมกจิ กรรมหรืองานโครงการหลายระดบั ๔. แนวทางระบบทาใหมีการนาเทคนิคระบบตาง ๆ มาใชอยางกวางขวาง ไดแก การวิเคราะหระบบ โครงสรางการแยกแยะงานและตวั เลยี นแบบของจริง

๑๐ ดังนน้ั แนวทางระบบจงึ เปนศาสตรการบรหิ ารโครงการเปนการแกปญหาใด ๆ ท่ีเปล่ยี นจากการแกปญหา จากแตละบุคคลไปเปนแบบทีมที่ตองคานึงถึงการใชทรัพยากร (Resources) ใหเกิดประสิทธิผลสูงสุด อยางมี ประสิทธิภาพและประหยัดต นทุน (Cost) เวลา (Times) การปฏิบัติงาน (Performance) เทคโนโลยี (Technology) สามารถสรางความสัมพันธอันดีกับลูกคากลุมเปาหมาย และผูบริหารโครงการตองมีทักษะในการ จัดสรรเวลา โดยคานึงถึงความสาคัญและความเรงดวนของงาน ภายใตตนทุนท่ีกาหนด ในสวนของกระบวนการ ปฏิบัติงานตองกาหนดกระบวนการปฏิบัติโครงการเพ่ือใหงานบรรลุจุดหมาย โดยใชเทคโนโลยีซ่ึงไดแก ความรู เคร่ืองมือ กิจกรรมปจจัยนาเขา เพื่อแปรสภาพออกมาเปนผลผลิตมาชวยในกระบวนการปฏิบัติ อันจะสรางความ พึงพอใจใหกบั ลูกคา หรอื ผูมารบั บรกิ าร ขั้นตอนการบรหิ ารโครงการหรอื วงจรชีวิตโครงการ โครงการเกิดข้ึนจากปญหาและโอกาสในการดาเนินงานโครงการแตละโครงการ ท้ังโครงการขนาดเล็ก และขนาดใหญจะดาเนินงานไปตามระยะเวลาต้ังแตเร่ิมตนจนเสร็จส้ินโครงการ การที่โครงการมีระยะเวลา ดาเนินการ แสดงวาโครงการมีชีวิตหรือมีวงจรชีวิต (Project Life Cycle) ดังน้ันวงจรชีวิตของโครงการจึงเปน ชุดของขนั้ ตอนการดาเนินโครงการโดยแตละขนั้ ตอนจะกาหนดงานท่ีตองทา ทาเมือ่ ไหร ใครเปนคนทา ทาอยางไร ส่ิงท่ีไดจากงานคืออะไร การควบคุม และอนุมัติงานโครงการจะทาอยางไร ผลผลิตของงานคืออะไร สาหรับวงจร ชีวิตโครงการนั้นไดมี นักบริหารโครงการไดพยายามอธิบายและไดกาหนดวงจรชีวิตหรือข้ันตอนการบริหาร ของโครงการ แตกตางกนั ตามลกั ษณะของงานและโครงการ โดยวงจรชวี ิตโครงการแบงเปน ๓ ระยะ คอื ระยะที่ ๑ การริเร่ิมโครงการ (Initiative Phase) ระยะที่ ๒ การนาโครงการไปปฏิบตั ิ (Implementation Phase) และระยะ ที่ ๓ การปดโครงการ (Divestment Phase) วงจรชวี ติ โครงการดังกลาวดังภาพประกอบ ๑ ระดับความพยายาม การริเริ่มโครงการ การนาโครงการสู่การปฏบิ ตั ิ เวลา การปิด

๑๑ ภาพประกอบ ๑ วงจรชีวติ โครงการ (Project Life Cycle) ระยะท่ี ๑ การริเร่ิมโครงการ (Initiative Phase) เปนชวงแรกของการเร่ิมดาเนินโครงการเปนการยอมรับ วามปี ญหาเกดิ ข้นึ และตองหาทางแกไขปญหา การริเรมิ่ โครงการท่ีดเี รม่ิ จาก การมีขอมูลสารสนเทศท่ีมีความเหมาะสม ผูบรหิ ารโครงการตองเรยี นรูและ เขาใจ ขอมูลสารสนเทศที่มีความถูกตองเปนปจจุบัน และเปนขอมูลท่ีสอดคลองกับปญหา ต้ังอยูบนพ้ืนฐาน ขอเท็จจริง สามารถนาขอมูลสารสนเทศท่ีมีอยูมาเชื่อมโยงสัมพันธกัน นาไปสูการกาหนดและจัดตั้งโครงการ (Defining the Project) การกาหนดจัดต้ังโครงการ ผูริเริ่มโครงการตองทาการศึกษาความเปนไปไดขั้นตน เพื่อพิจารณา รายละเอียดของโครงการในการตดั สนิ ใจวาจะจัดทาโครงการหรือไม ซง่ึ เปนการกาหนดนยิ ามโครงการและทาความ เขาใจกบั บรบิ ทของโครงการโดยปราศจากแนวความคดิ สวนตัว และตองเขาใจเปาหมายทต่ี องดาเนินการ นโยบาย กลยุทธ วัตถุประสงคของงานโครงการ ท้ังวัตถุประสงคหลักและวัตถุประสงครอง และกาหนดขอบเขตของงาน เพื่อทาใหโครงการบรรลุตามวัตถุประสงคของโครงการและสรางทางเลือก ประเมินทางเลือกและเลือกแนวทาง ปฏิบตั ใิ หเขากบั โครงการวตั ถุประสงคและเปาหมายความสาเรจ็ เพ่ือใชเปนขอมลู ในการวางแผน สาหรับการวางแผนโครงการ (Planning) เปนขั้นตอนแรกของการเตรียมการดาเนินโครงการ เปนการ ตัดสินใจลวงหนาในการเลอื กทางเลือกเกี่ยวกับกลยุทธ วธิ ีการดาเนนิ โครงการ ภารกิจหรอื กจิ กรรมจากการกาหนด และจัดต้ังโครงการ การวางแผนบริหารโครงการตองมีความสมบูรณใน ๓ มติ คือ คุณภาพ เวลา และตนทุน (วิสูตร จิระดาเกิง, ๒๕๕๒) เพื่อทาหนาท่ีกาหนดทิศทางและสงเสริมการประสานงานในองคกร ลดความซ้าซ้อน ของงานสรางเกณฑมาตรฐานในการควบคุม เพ่ือใหงานบรรลุวัตถุประสงคนาไปสูการเขียนโครงการอยางเปน ลายลักษณอักษรท่ีสามารถสื่อสารแนวทางในการปฏิบัติเพ่ือบรรลุเปาหมายไดตรงกันระหวางทีมงานบริหาร โครงการและผูปฏบิ ตั ิงานและผูเกี่ยวของ จึงสรุปไดวา การริเร่ิมโครงการเปนข้ันตอนแรกของการบริหารโครงการที่มีความจาเปนอยางท่ีผูบริหาร โครงการตองเขาใจและรูถึงขอมูลสารสนเทศของโครงการ มีวิธีการกาหนดจัดต้ังโครงการอยางเหมาะสม วางแผน โครงการใหสอดคลองกับวัตถุประสงคและออกแบบ ลักษณะโครงการหรือเขียนเอกสารโครงการให รัดกุม มรี ายละเอยี ดทสี่ ามารถนาไปสูการปฏบิ ตั ไิ ดอยางชัดเจน กอใหเกดิ ประสทิ ธิภาพและประสิทธิผลในการนาโครงการ สูการปฏบิ ตั ิตอไป ระยะท่ี ๒ การนาโครงการสูการปฏิบัติ (Implementation Phase) เปนการนางาน กิจกรรมตาง ๆ ของโครงการที่ระบุไวในเอกสารโครงการมาสูการปฏิบตั ิจริง ซึง่ ผูบรหิ ารโครงการตองบริหารระบบและจดุ เช่ือมโยง พลวัต (Dynamic Project Interfaces) ๓ ประเภท คือ จุดเชื่อมโยงคน (People Interfaces) จุดเช่ือมโยงองคกร

๑๒ (Organization Interfaces ) จุดเช่ือมโยงระบบ (System Interfaces) เพื่อใหโครงการบรรลุตามวัตถุประสงค เกี่ยวของกับการเริ่มปฏิบัติโครงการ การจัดองคกรโครงการ การจัดการงบประมาณ การติดตามตรวจสอบและ ควบคุมความกาวหนาในทุก ๆ ขั้นตอนของการดาเนินการ การแกปญหาความขัดแยงและการเจรจาตอรอง การระบุจุดตรวจสอบและรายงานความกาวหนาของโครงการ ตลอดจนชี้นา จูงใจ ติดตอการส่ือสารเพื่อใหงาน สามารถดาเนินไปได โดยผูบริหารโครงการตองมีภาวะผูนา ใชการมีสวนรวมในการบริหารและมีทักษะในการ ประสานงาน การมอบหมายงานและความรับผิดชอบ ตลอดจนพัฒนาพฤติกรรมของทีมงานใหมีทักษะในการ ปฏิบัตงิ าน จงึ สรปุ ไดวา การนาโครงการไปสูการปฏบิ ัติเพื่อใหเกิดผลสาเร็จผูบริหารโครงการตองคานึงถึง ภาวะผูนา ของผูบริหารโครงการ พฤติกรรมของทีมงานหรือผูรวมงาน การจัดองคกรโครงการ การจัดการงบประมาณ การมอบหมายงานหนาที่และความรับผิดชอบ การติดตอสื่อสาร การใชการมีสวนรวม การจัดการความเส่ียง การจูงใจและการตดิ ตามดแู ลโครงการและควบคมุ โครงการ ระยะท่ี ๓ การปดโครงการ (Divestment Phase) เปนข้นั ตอนการติดตามและประเมินผลการดาเนินงาน สรุปส่ิงท่ีไดเรียนรูกับทีมงาน ทบทวนผลลัพธของงานรวมกับผูมีสวนไดสวนเสีย ข้ันยุติโครงการและเร่ิมตนใหม (Turn-over and Start-up) โครงการเมือ่ ไดดาเนินการไปแลว ตามท่ีออกแบบไวและบรรลุวตั ถุประสงค เปาหมาย ถือวาโครงการส้ินสุด เม่ือโครงการสิ้นสุดจะตองมีการวิเคราะหและติดตามผลการปฏิบัติงานและปรับสภาพ โครงการเพื่อรักษากิจกรรมโครงการนั้น ๆ ใหสามารถใหผลผลิต คุณภาพการใหบริการตอไปอยางมีประสิทธิภาพ และประสทิ ธผิ ล นอกจากน้ี การปดโครงการเปนการประเมินหลังส้ินสุดโครงการ เพื่อยอนกลับไปเรยี นรูโครงการ ไดเรยี นรู อะไรไปประยุกตใชกับโครงการที่จะเกิดขึ้นใหม ในระยะเวลาตอไป กอนท่ีจะปดโครงการตองมีกระบวนการ ตรวจสอบหรอื กาหนดจุดตรวจสอบที่ชัดเจนใน ๒ ลักษณะ คอื ๑. การตรวจสอบระหว างดาเนินการ (In-process Project Audits) เพื่อตรวจสอบความกาวหน า ของโครงการ และตรวจดูวาส่ิงใดไดมีการเปล่ียนแปลงไปจากแผนท่ีกาหนดไว โดยจัดทาเปนรายงาน ขอเสนอแนะ ส่ิงท่ีจาเปนตองปรับปรุงแกไขเพ่ือใหงานเดินตอไป หรือบางคร้ัง อาจมีคาแนะนาควรยุติโครงการหรือควรดาเนิน โครงการตอไปได ๒. การตรวจสอบหลังปดโครงการ (Post-project Audits) เปนการประเมินท่ีครอบคลุมประเด็นตาง ๆ หลายประเดน็ ทส่ี าคัญ เชน ผลงานของโครงการเปนประโยชนตอผูมีสวนไดสวนเสียหรือไม โครงการสามารถบรรลุ วัตถุประสงคหรือไม มีความเช่ือมโยงกับกลยุทธและวัตถุประสงคขององคกรหรือไม ระบบการจัดอันดับโครงการ สะทอนความสาคัญของโครงการตออนาคตองคกรหรือไม มีการระบุและประเมินความเสี่ยงหรือไม มีการใชแผน

๑๓ สารองหรือไม แผนนั้นเปนจริงหรือไม มีการปฏิบัติการใดผิดพลาดบาง การปฏิบัติการใดสาเร็จบาง มีการจัดคน ท่ีเหมาะสมและมีความสามารถทางานกับโครงการน้ีหรือไม ที่สาคัญหลังตรวจสอบตองระบุไดวา ควรจะมีการ เปลยี่ นแปลงอะไรในคร้ังตอไป เพอ่ื เปนองคความรูในการบรหิ ารโครงการอ่นื ๆ ตอไป กลาวโดยสรุป การปดโครงการ (Divestment Phase) เปนข้ันตอนสุดทายของวงจรชีวิตโครงการ โดยมี ข้ันตอนที่สาคัญประกอบดวยการประเมินผลหลังสิ้นสุดโครงการและตรวจสอบเพื่อยุติโครงการ เพ่ือคนหาขอมูล ขอคนพบ นาขอมลู ทไี่ ดยอนกลับไปเปนบทเรียนในการเรียนรูการดาเนนิ โครงการคร้งั ตอไป

๑๔ ส่วนที่ ๔ องคป์ ระกอบและหลกั การเขยี นงานโครงการ องค์ประกอบของโครงการ การประเมินผล ช่ือโครงการ ผรู้ ับผิดชอบโครงการ ผลท่คี าดวา่ จะได้รบั หลักการและเหตุผล องคป์ ระกอบ 111 สถานที่ ของโครงการ วตั ถปุ ระสงค์ งบประมาณ เป้าหมาย วิธีดาเนินการ ระยะเวลาดาเนนิ การ ภาพประกอบ ๒ โครงสร้างของโครงการ การเขียนโครงการจะต้องรู้และเข้าใจโครงสร้างของโครงการเสียก่อนว่าประกอบไปด้วยส่วนใดบ้าง ซง่ึ โดยทวั่ ไปโครงสรา้ งของโครงการประกอบด้วย ๑. ชื่อโครงการ ส่วนใหญ่มาจากงานท่ีต้องการปฏิบัติ โดยจะต้องมีความชัดเจนเหมาะสม เฉพาะเจาะจง กะทดั รัด และสอื่ ความหมายได้อย่างชดั เจน ๒. หลักการและเหตุผล เป็นการกล่าวถึงปัญหาและสาเหตุและความจาเป็นท่ีต้องมีการจัดทาโครงการ โดยผู้เขียนโครงการจะต้องพยายามพรรณนาความ โดยหาเหตุผล หลักการ ทฤษฎี แนวทางนโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวง/กรม ตลอดจนความต้องการในการพัฒนาทั้งนี้เพื่อแสดงข้อมูลที่มีน้าหนักน่าเช่ือถือและให้ เห็นความสาคัญของสถานการณ์ท่ีเกิดขึ้น โดยมีการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลด้วยเพื่อที่ผู้อนุมัติโครงการจะได้ ตดั สินใจสนบั สนุนโครงการต่อไป

๑๕ ๓. วตั ถุประสงค์ เป็นการระบถุ ึงเจตจานงในการดาเนนิ งานของโครงการ โดยแสดงใหเ้ หน็ ถึงผลที่ต้องการ จะบรรลุไว้อย่างกว้าง ๆ มีลักษณะเป็นนามธรรม แต่ชัดเจนและไม่คลุมเครือ โดยโครงการหน่ึง ๆ อาจมี วัตถุประสงค์มากกว่า ๑ ข้อก็ได้ คือ มีวัตถุประสงค์หลัก และวัตถุประสงค์รองหรือวัตถุประสงค์ทั่วไป และ วตั ถุประสงคเ์ ฉพาะก็ได้ หลักการเขียนวัตถุประสงคท์ ดี่ ซี ึ่งในทีน่ ี้จะเรยี กว่าหลกั SMART คือ ๑. Sensible and Specific คอื ต้องมีความเปน็ ไปได้และมีความเฉพาะเจาะจงในการดาเนนิ การโครงการ ๒. Measurable คอื ต้องสามารถวัดและประเมินผลระดบั ของความสาเร็จได้ ๓. Attainable คือ ต้องระบุถงึ การกระทาทีส่ ามารถปฏบิ ัตไิ ด้ มใิ ช่สงิ่ เพ้อฝนั ๔. Reasonable and Realistic คอื ต้องระบใุ ห้มคี วามเปน็ เหตุเป็นผล และสอดคล้องกับความเป็นจริง ๖. Time ต้องมกี ารกาหนดขอบเขตของเวลาท่จี ะกระทาใหส้ าเรจ็ ไดอ้ ยา่ งชัดเจน นอกจากน้นั การเขยี นวัตถปุ ระสงค์ยังตอ้ งคานึงถึงสงิ่ ตอ่ ไปน้ี คือ ๑. ใช้คากริยาท่ีแสดงถึงความตั้งใจจริง เช่น เพ่ือเพ่ิม.. เพ่ือลด.. เพื่อส่งเสริม.. เพื่อปรับปรุง.. เพื่อขยาย.. เพื่อรณรงค์.. เพ่อื เผยแพร.่ . เป็นตน้ ๒. ระบุผลผลิต (Output) หรือระบุผลลัพธ์ (Outcome) ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเพียงประการเดียวใน วัตถุประสงค์หนึ่งข้อ ถ้าเขียนวัตถุประสงค์ไว้หลายข้อ ข้อใดทาไม่สาเร็จเราสามารถประเมินผลได้ ซ่ึงอาจกาหนด เปน็ วัตถปุ ระสงคห์ ลัก ๑ ข้อ และวัตถุประสงคร์ อง ๑ – ๒ ข้อ โดยมเี งื่อนไขว่า - ถา้ บรรลุวตั ถปุ ระสงคห์ ลัก แต่ไม่บรรลวุ ัตถปุ ระสงคร์ อง ควรทาต่อไป - ถา้ บรรลุวตั ถุประสงค์รองแต่ไม่บรรลุวตั ถปุ ระสงค์หลกั อาจยตุ โิ ครงการ ๓. กาหนดเกณฑม์ าตรฐานของความสาเรจ็ ท่วี ัดไดใ้ นเชงิ ปริมาณ และเชงิ คณุ ภาพ ๔. กาหนดช่วงเวลา พืน้ ท่ี หรือกลมุ่ เป้าหมาย ๔. เป้าหมาย หมายถึงระบุถึงผลลัพธ์สุดท้ายท่ีคาดว่าจะได้จากการดาเนินโครงการ โดยจะระบุทั้งผล ที่เป็นเชิงปริมาณและผลเชิงคุณภาพ เป้าหมายจึงคล้ายกับวัตถุประสงค์แต่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงมากกว่า มีการ ระบุส่งิ ทตี่ อ้ งการทาไดช้ ดั เจนและระบเุ วลาท่ีตอ้ งการจะบรรลุ ๕. วิธีการดาเนินงาน เป็นการให้รายละเอียดในการปฏิบัติ โดยปกติจะแยกเป็นกิจกรรมย่อย ๆ หลายกิจกรรม แต่เป็นกิจกรรมเด่น ๆ ซ่ึงจะแสดงให้เห็นความเด่นชัดตั้งแต่กิจกรรมเริ่มต้นจนถึงกิจกรรมสุดท้าย ว่ามกี ิจกรรมใดท่ีต้องทาบ้าง ถา้ เป็นโครงการที่ไม่ซบั ซ้อนมากนักก็มักจะนิยมใช้แผนภูมิแกนท์ (Gantt chart) หรือ แผนภมู ิแท่ง (Bar chart)

๑๖ ๖. ผู้รับผิดชอบโครงการ เป็นการระบุว่าใครหรือหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบและมีขอบเขตความ รับผดิ ชอบอยา่ งไรบา้ ง ทั้งนเ้ี พอื่ ว่ามปี ญั หาจะไดต้ ิดตอ่ ประสานงานไดง้ า่ ย ๗. งบประมาณ เป็นการระบุค่าใช้จ่ายท่ีต้องใช้ในการดาเนินกิจกรรมขั้นต่างๆ โดยทั่วไปจะแจกแจงเป็น หมวดย่อยๆ เช่น หมวดค่าวัสดุ หมวดค่าใช้สอย หมวดค่าตอบแทน หมวดค่าครุภัณฑ์ ซ่ึงการแจกแจงงบประมาณ จะมีประโยชน์ในการตรวจสอบความเป็นไปได้และตรวจสอบความเหมาะสมในสถานการณ์ต่างๆ นอกจากนั้นควร ระบุแหล่งท่ีมาของงบประมาณด้วยว่าเป็นงบประมาณแผ่นดิน งบช่วยเหลือจากประเทศ ต่างประเทศ เงินกู้ หรอื งบบรจิ าค เป็นต้น ๘. สถานที่ดาเนินการ เป็นการระบุสถานที่ต้ังของโครงการหรือระบุว่ากิจกรรมนั้นจะทา ณ สถานที่แห่งใด เพอื่ สะดวกต่อการจัดเตรียมสถานทใ่ี ห้พร้อมก่อนท่จี ะทากจิ กรรมน้นั ๆ ๙. ระยะเวลาในการดาเนินการ เป็นการระบุระยะเวลาเร่ิมต้นโครงการและระยะเวลาส้ินสุดโครงการ โดยจะตอ้ งระบุ วนั เดือน ปี เชน่ เดยี วกับการแสดงแผนภูมิแกนท์ (Gantt Chart) ๑๐. ผลประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รับ เป็นการระบุถึงผลท่ีคาดว่าจะได้รับจากการดาเนินโครงการ ประกอบด้วยผลทางตรงและผลทางอ้อม นอกจากน้นั ต้องระบดุ ้วยว่าใครจะได้รบั ประโยชน์จากโครงการบา้ ง ไดร้ ับ ประโยชน์อย่างใด ระบุทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ หรือเขียนขึ้นจากการคาดคะเนของผู้เขียนโครงการเปน็ การ ทบทวนวัตถุประสงค์ของโครงการว่าการดาเนินงานของโครงการในแต่ละวัตถุประสงค์น้ัน คาดว่าจะได้รับผล อย่างไร ๑๑. การประเมินผลโครงการ เป็นการแสดงรายละเอียดว่าจะมีวิธีการควบคุมติดตามและประเมินผล โครงการอย่างไร ใช้เคร่ืองมืออะไรในการประเมินผล ระยะเวลาในการประเมินผลและใครเป็นผู้ประเมินผล ฯลฯ ดัชนีชี้วดั ความสาเรจ็ ของโครงการคืออะไร - วิธปี ระเมนิ ผลโครงการ ......................... - ระยะเวลาประเมนิ ผลโครงการ............... - ผูป้ ระเมินผลโครงการ.............................

๑๗ สรปุ การเขียนโครงการเป็นเรื่องท่ีไม่ง่าย และไม่ยากเกินความสามารถของนักวางแผน หรือผู้ท่ีมีหน้าท่ี รับผิดชอบในการจัดทาแผนและโครงการของหน่วยงานต่าง ๆ ท้ังนี้จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับ ความสัมพันธ์ระหว่าง นโยบาย แผนงาน และโครงการ เพ่ือที่จะได้เขียนโครงการได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของแผนงาน และนโยบายต่อไป นอกจากน้ันการจะเป็นผู้เขียนโครงการได้ดีท่านก็จะต้องหม่ันฝึกฝน และเขียน โครงการบอ่ ย ๆ มขี ้อมูลมาก ขอ้ มลู ถกู ต้อง เพียงพอ และทันสมัยวเิ คราะห์สถานการณอ์ ยา่ งถอ่ งแท้ กอ่ น เขียนโครงการ และหลงั จากนนั้ กน็ าขอ้ มูลทผ่ี ่านการวิเคราะหแ์ ลว้ มาเขียนตามแบบฟอร์มการเขียนโครงการของแต่ ละหน่วยงาน หลักการเขียนงานโครงการ โครงการทดี่ ีจะตอ้ งมีลักษณะดงั นี้ ๑. สามารถแก้ไขปญั หาของหนว่ ยงานหรือองคก์ รได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๒. สามารถสนองตอบต่อความต้องการของกลุ่มชมุ ชนนโยบายของหน่วยงานและนโยบายขอประเทศชาติได้ดี ๓. รายละเอยี ดของโครงการต้องเขา้ ใจง่ายมีการใชภ้ าษาทเี่ ข้าใจกนั ท่วั ไป ๔. มีวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ชดั เจน และมีลักษณะเฉพาะเจาะจง ๕. รายละเอยี ดของโครงการตอ้ งเก่ียวเนื่องสัมพันธ์กันตั้งแตป่ ระเดน็ แรกถึงประเดน็ สดุ ท้าย ๖. กาหนดการใช้ทรัพยากรอยา่ งชัดเจน และเหมาะสม ๗. มวี ธิ กี ารตดิ ตาม และประเมนิ ผลทช่ี ัดเจน

๑๘ ส่วนท่ี ๕ การประยกุ ต์ใชก้ ารบรหิ ารโครงการในองค์กร การประยกุ ต์ใช้การบรหิ ารโครงการในองคก์ ร การบริหารโครงการท่ีดีท่ีสามารถนามาประยุกต์ใช้ในการบริหารโครงการในองค์กร ตองมีการเชื่อมโยง ระบบและข้ันตอนการดาเนินโครงการ ตั้งแตเร่ิมตนจนส้ินสุดการดาเนินโครงการ ซ่ึงไดแบงระดับการบริหาร โครงการออกเปน ๓ ระดบั ที่คลายกนั สรุปไดดงั น้ี ๑. การบริหารระดบั ๑ เปนระดับบูรณาการ (Integrative Level) หรือการบริหารพื้นฐาน การบริหารโครงการให สอดคล องกับสังคมภายนอกและสภาพแวดล อมโครงการจะทาหน าท่ีกาหนด วตั ถุประสงค ขอบเขตของงาน เงื่อนไขดานเวลา คณุ ภาพ ตนทนุ วธิ ดี าเนนิ การ ทรัพยากร ส่ิงอานวยความสะดวก และส่ิงที่โครงการตองการ เปนการนิยามโครงการ โดยจะให้ความสาคัญกับวัตถุประสงคของโครงการ เปนความ คาดหวังท่ใี หเกิดขึ้นเมอื่ มกี ารดาเนนิ โครงการจนเสร็จส้นิ การดาเนินงานโครงการจะเก่ียวของกับวัตถุประสงคดานใดดานหนึ่งใน ๕ ดาน ไดแก ดานขอบเขต ดานองคกร ดานคุณภาพ ดานตนทุน และดานเวลา และอาจเกิดวัตถุประสงค ดานท่ี ๖ เนื่องจากการดาเนิน โครงการตามวัตถุประสงคแตละดานอาจมีความเสี่ยงเกิดข้ึน การบริหารโครงการสามารถเนนวัตถุประสงคดานใด ดานหน่ึงเพียงดานเดียว เพ่ือบรรลุผลลัพธที่ดีที่สุดหรือหลายดานพรอมกันก็สามารถทาได ซ่ึงสวนใหญจะเลือก วธิ กี ารควบคุมดวยเวลา เพราะเวลาสามารถควบคุมไดดวยระบบหรือเคร่ืองมือท่ีมีประสทิ ธภิ าพ เชน การใชโครงขาย การใชแผนภูมิหรอื ตารางกากับเวลา ๒. การบรหิ ารระดบั ๒ ระดับกลยทุ ธหรอื ระดับบริหาร (Strategic or Administrative Level) หรอื การบริหารระดบั การบรหิ ารพน้ื ฐาน (Fundamental Levels) เปนการบริหารจัดการโครงการ โดยบทบาทและความรบั ผดิ ชอบของผูบรหิ าร ๓ ระดบั คอื การบรหิ ารระดบั ๑ มบี ทบาทในการกาหนดวัตถปุ ระสงคขององคกรและโครงการ การบริหารระดับ ๒ มีบทบาทในการประสานกิจกรรมของโครงการกับหนวยงานอื่น ๆ ท่ีเก่ียวของกับ โครงการใหโครงการสามารถดาเนนิ การได การบริหารระดบั ๓ รบั ผดิ ชอบดานการกากับและควบคุมการปฏิบัติงานเพื่อใหคุณภาพของงาน เปนไปอยาง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ระดับบริหารทั้ง ๓ ระดับจะรวมกันรับผิดชอบโครงการ โดยการประสานหนาที่ เชอ่ื มโยงความสัมพนั ธในการทางาน รวมรบั ผดิ ชอบจดั การวัตถุประสงคของ โครงการทง้ั ๓ ดาน คอื

๑๙ ๒.๑ การจัดการด านขอบเขต เริ่มจากการบริหารระดับ ๑ จะทาหนาท่ีกาหนดวิธีการ นาโครงการไปปฏิบัติและจัดสรรปจจัยการบริหาร ระดับ ๒ กาหนดแผนกลยุทธที่ทาใหวัตถุประสงคของโครงการ บรรลุผล และระดับ ๓ ทาหนาที่กาหนดแผนยุทธวิธี เพ่ือทาใหแผนกลยุทธในแตละดานประสบผลสาเร็จ เชน การกาหนดเปาหมาย ผลสาเร็จตามเปาหมาย ผลลัพธสุดทายของงานแตละกลุมงาน การกาหนดหนาท่ี ความรบั ผิดชอบของงานแตละกลุม งบประมาณ แผนงานโครงการ เพอื่ เปนกรอบสาหรับวางแผนกลยุทธ ทางดาน การบริหาร เครื่องมือที่ใชในการบริหารกลยุทธ ไดแก แผนหลักไมลหรือแผนระยะส้ัน (Milestone) แผนภูมิความ รบั ผิดชอบและการจัดเตรียมออกแบบระบบ (System Design) ของส่ิงอานวยความสะดวก รวมทงั้ แนวทางในการ กาหนดแกไขปญหา ๒.๒ การจัดการดานองคกร โครงการเกิดขึ้นไดเพราะมีองคกร ดังน้ัน การบริหารระดับ ๑ จึงทาหนาท่ีในการกาหนดรูปแบบองคกรโครงการโดยคานึงถึงความสอดคลองของกิจกรรมโครงการ กับสภาพ แวดลอมโครงการ การบริหารระดับ ๒ แปลงวัตถุประสงคของโครงการใหเปนแผนกลยุทธของโครงการ และการ บริหารระดับ ๓ นากลยุทธไปปฏิบัติโดยจัดทาแผนยุทธวิธี การบริหารดังกลาวจะใชการดาเนินงานโดยใช โครงสรางการแยกแยะองคกร (Organization Breakdown Structure : OBS) และแผนภูมิความรับผิดชอบ (Responsibility Chart) ๒.๓ การจัดการดานคุณภาพ ตนทุนและเวลา การบริหารท้ัง ๓ ระดับ จะรวมรับผิดชอบและ ดาเนินการพรอมกัน โดยระดับ ๑ เนนคุณภาพเปนการจัดการดานประกันคุณภาพ ควบคุมคุณภาพและทัศนคติ เก่ียวกับคุณภาพ ระดับ ๒ เนนตนทุนจะควบคุมดาเนินการโดยใชเครอื่ งมือ โครงสรางการแยกแยะตนทุนและการ ควบคุมตนทนุ และระดบั ๓ เนนเวลา จะใชโครงขายและแผนภมู แิ ทงเปนเครอื่ งมือในการดาเนินงาน ๓. การบริหารระดับ ๓ ระดับยุทธวิธี ระดับปฏิบัติงานหรือ กระบวนการบริหาร (Management Process) เพือ่ ใหบรรลุวตั ถปุ ระสงคของโครงการกระบวนการบริหารทีน่ ามาใชตองสอดคลองกับโครงการ ซง่ึ แนวคดิ เกีย่ วกบั กระบวนการบรหิ ารมีอยู ๒ แนว คือ

๒๐ ๓.๑ วงจรการบริหารโครงการ (Project Management Life Cycle) แผนภูมทิ ี่ ๒ วงจรการบริหารโครงการ (Project Management Life Cycle) แนวคิดนี้มีความเชื่อวา โครงการเปนกิจกรรมช่ัวคราวมีจุดเร่ิมตนและจุดส้ินสดุ จะพัฒนาไปตาม ขั้นตอนตาง ๆ มีกระบวนการบริหารจะถูกกาหนดตามความเหมาะสมของงานและโครงการ อาจแตกตาง กันตามแนวคิดของนักบริหารโครงการหรือผูบริหารโครงการ เชน ข้ันริเร่ิม ข้ันเวางแผนโครงการ ขนั้ ดาเนนิ โครงการ จนถงึ ข้นั สลายตวั หรอื ปดโครงการ ๓.๒ วงจรการแกปญหา (Problem-solving Process) แผนภูมทิ ่ี ๓ วงจรการแกปญหา (Problem-solving Process)

๒๑ วัตถุประสงคโครงการเกี่ยวของกับปญหาใดปญหาหน่ึง จึงนากระบวนการบริหารโครงการมาแกไขปญหา นน้ั ๆ กระบวนการบริหารประกอบดวย ๔ ขัน้ ตอน คือ ขัน้ วางแผน ขน้ั จัดองคกร ขั้นนาไปปฏิบตั ิ และข้นั ควบคุม การบริหารจัดการโครงการระดับ ๓ ระดับยุทธวิธี ระดับปฏิบัติงาน หรือกระบวนการบริหาร (Management Process) จะเริ่มตั้งแตการกาหนดกิจกรรมที่จะดาเนินงานเพ่ือที่จะบรรลุเปาหมายแตละดาน ประเภทของ ทรัพยากรสาหรบั กิจกรรมตาง ๆ กาหนดความรับผิดชอบ และมอบหมายงานแกผูปฏิบัตงิ าน การเปลีย่ นแปลง กิ จรรมอยางใดอยางหนึ่งสามารถทาไดภายใตกรอบท่ีกาหนดไวตั้งแตในระดับกลยุทธ การบริหารงานอาจใช้ เครื่องมือตาง ๆ ไดแก กาหนดการของกิจกรรม และแผนภูมิความรับผิดชอบ โครงขายรายการของสิ่งอานวย ความสะดวก เพอ่ื เปนขอมลู สาหรบั ทีมงานโครงการ ในการดาเนินงานใหบรรลุเปาหมายของโครงการ การบรหิ ารโครงการทง้ั ๓ ระดับชวยใหโครงการมีความเปนอันหนงึ่ อันเดยี วกัน ทั้งในแนวนอนและแนวต้ัง การประสานในแนวต้ังจะเปนการประสานท่ีกลุมทีมงานท่ีรับผดิ ชอบงาน ในแตละดานทางานประสานและเปนอัน หนงึ่ อนั เดยี วกัน สวนการประสานกันในแนวนอน การบริหารทั้ง ๓ ระดบั จะสรางความสอดคลองกัน เร่มิ จากการ บริหารระดับสูงจะกาหนดรูปแบบ การบริหารโครงการใหสอดรับเขากับสภาพแวดลอมโครงการ การบริหาร ระดับลางเตรียม และจัดทาโครงการ เคร่ืองมือ และใชเทคนิคตาง ๆ ในการนาโครงการไปสูการปฏิบัติใหประสบ ผลสาเร็จ จากท่ีกลาวมาสรุปไดวา ระดับของการบริหารโครงการมี ๓ ระดับคือ ระดับ ๑ ระดับบูรณาการ (Integrative Level) หรือการบริหารพื้นฐาน เปนการทาหนาท่ีในการกาหนดวัตถุประสงค ขอบเขตของงาน ดานเวลา ตนทุนผลประโยชน วิธีดาเนนิ การ ทรพั ยากรและปจจัยการบริหาร ระดับ ๒ ระดบั กลยุทธ ระดบั บริหาร (Strategic or Administrative Level) หรือการบริหารระดับการบริหารพ้ืนฐาน เปนการบริหารจัดการโครงการ ต้งั แตการริเรมิ่ โครงการจนเสร็จส้ินโครงการ และระดบั ๓ ระดบั ยุทธวิธี ระดับปฏิบัตงิ าน หรือกระบวนการบริหาร (Management Process) เปนการกาหนดกิจกรรมการดาเนินโครงการใหมีความเช่ือมโยงสัมพันธกันจนสามารถ ปฏบิ ัตไิ ดจนบรรลุผลตามเปาหมายของโครงการ

๒๒ เอกสารอา้ งอิง “การบรหิ ารโครงการ (Project Management).” ๒๐๑๕. [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://www.slideshare.net/barbormak/ss-34509982 (วนั ท่เี ข้าถึงข้อมูล ๑๑ มกราคม ๒๕๖๓). “ความสาคัญการบริหารโครงการ.” ๒๐๐๘. [ระบบออนไลน]์ . เข้าถงึ ไดจ้ าก: http://www.knowledgertraining.com/index.php?tpid=0023 (วันท่ีเขา้ ถึงข้อมูล ๑๒ มกราคม ๒๕๖๓). ปกรณ์ ปรียากร: การบรหิ ารโครงการ: แนวคิดและแนวทางในการสร้างความสาเร็จ กรุงเทพฯ . สานักพิมพเ์ สมาธรรม, ๒๕๔๘ ประชมุ รอดประเสรฐิ ) การบริหารโครงการ.กรงุ เทพมหานคร : เนตกิ ุลการพมิ พ์ .๒๕๔๑) จากดั , ๒๕๔๒. พิชญ์ จงวฒั นากลุ . ๒๐๑๕. หลักการเขยี นงานโครงการ. [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงได้ จาก:https://www.stou.ac.th/stouonline/LOM/data/sec/Lom14/home.html (วนั ทเ่ี ขา้ ถึงข้อมูล ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓). พสิ นุ ฟองศรีเทคนิควิธีการประเมินโครงการ. กรุงเทพฯ: พิมพง์ า .ม, ๒๕๔๙. มยรุ ี อนุมานราชธนการบรหิ ารโครงการ. กรุงเทพฯ : หจก.ธนชุ พริ้นต้ิง ., ๒๕๔๔. วรรณศิ า กกุ๊ หัฐสัพธ.์ (๒๐๐๙). ความหมายการบริหารโครงการ (Project Management). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.gotoknow.org/posts/323090 (วนั ทเ่ี ข้าถงึ ข้อมูล ๑๑ มกราคม ๒๕๖๓). วิชัย อดู๊ ค้นุ เคย. ๒๐๐๘. องคป์ ระกอบและหลกั การเขยี นงานโครงการ. [ออนไลน์]. เขา้ ถึงได้ จาก:https://www.gotoknow.org/posts/201250 (วันที่เข้าถึงข้อมูล ๑๓ มกราคม ๒๕๖๓). สมคดิ พรมจุ้ย,ดร เทคนิคการประเมินโครงการ. พิมพค์ รั้งที่ .๓, กรุงเทพมหานคร โรงพิมพ์ : มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๔.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook