1. ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ แห่งเตริ ์กเมนิสถาน สุดยอดผู้นาหลงตวั เองซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ (Saparmurat Niyazov) ผ้นู ำที่สดุ แสนจะหลงตวั เองแห่งเตริ ์กเมนิสถำน ผ้ปู ระกำศตนหลงั กำรลม่ สลำยของสหภำพโซเวยี ตเม่ือปี 1991 วำ่ จะปกครองประเทศนีต้ ลอดไปเขำคือผ้เู ปล่ียนเตริ ์กเมนิสถำนให้กลำยเป็นดนิ แดนสว่ นตวั ของตนเอง ด้วยกำรตงั้ ชื่อแลนมำร์กสำคญั ของประเทศ ถนน หรือแม้แตส่ วนสำธำรณะ \"เติร์กเมนบำชิ\" (Turkembashi) เพ่อื ให้เกียรติสรรเสริญเยินยอตวั เอง อีกทงั้ ยงั เปลี่ยนช่ือเรียกเดือนเมษำยนให้เป็น \"Gurbansoltan edzhe\" ตำมชื่อแม่ของเขำด้วยนบั ตงั้ แตข่ นึ ้ ปกครองประเทศจนกระทง่ั หมดวำระลงเมอ่ื เขำเสยี ชีวิต นิยำซอฟได้ตงั้ ข้อบงั คบั พลิ กึ ๆ ขนึ ้หลำยอยำ่ งเพือ่ บงั คบั ใช้กบั ประชำชนกวำ่ 5 ล้ำนคนท่ีจำต้องอยใู่ นกรอบนนั้ อย่ำงไมม่ ีทำงเลอื ก ไมว่ ำ่ จะเป็ นบงั คบั ให้นำฬกิ ำทกุ เรือนต้องมีรูปหน้ำของตนปรำกฏอยบู่ นหน้ำปัด ทำวอดก้ำแบรนด์ตวั เองที่มีรูปของตนเป็ นโลโก้ ให้เดก็ ๆ เคยี ้ วกระดกู เพอื่ ให้ฟันแขง็ แรงแทนที่จะสนบั สนุนกำรทนั ตกรรมท่ีเหมำะสม สง่ั ปิด
ห้องสมดุ ชมุ ชนเพ่ือขดั ขวำงกำรแสวงหำควำมรู้ของผ้ทู ่ีอำ่ นออกเขยี นได้ สง่ั ห้ำมผ้ชู ำยไว้ผมยำวหรือไว้หนวดเครำ ห้ำมมวี ทิ ยฟุ ังในรถ ห้ำมร้องและบนั ทกึ เพลง ฯลฯและสง่ิ ที่แสดงออกถึงควำมหลงตวั เองสดุ ๆ ของท่ำนผ้นู ำรำยนีก้ ็คือ กำรสงั่ ให้ตงั้ ชื่ออกุ กำบำตขนำด 670ปอนด์ (ประมำณ 300 กิโลกรัม) ที่พงุ่ ทะยำนตกลงมำในอำณำเขตของเตริ ์กเมนิสถำนเมื่อปี 1998 วำ่Turkmenbashi เพือ่ แสดงควำมมีอำนำจย่งิ ใหญ่ของตนอีกด้วยเตริ ์กเมนิสถำนเริ่มต้นกำรลงคะแนนเสยี งเลือกตงั้ ประธำนำธิบดี อยำ่ งเป็นทำงกำรแล้ววนั นี ้(12 ก.พ.)โดยไมม่ ีฝ่ ำยค้ำนลงสมคั รเลย เพรำะลภี ้ ยั อยตู่ ำ่ งประเทศ...อยำ่ งไรก็ดี กำรเลอื กตงั้ ครัง้ นี ้ไมม่ ีตวั แทนจำกพรรคฝ่ ำยค้ำนลงสมคุ รร่วมชิงชยั เลยแม้ ประธำนำธิบดีเบอร์ดีมคู ำเมดอฟ จะเชิญให้ร่วมลงสมคั รด้วยก็ตำม เพรำะแกนประธำนำธิบดขี องเติร์กเมนิสถำน เป็นประธำนำธิบดแี บบเผดจ็ กำรและได้ เปล่ียนประเทศเตริ ์กเมนิสถำนเป็ นประเทศท่ีไมเ่ หมือนใคร ไม่มีใครเหมอื น โดยตงั้ ตนเองเป็น “ประธำนำธิบดตี ลอดชีพ”เริ่มจำกควบทงั้ เก้ำอีน้ ำยกฯ แมท่ พั ผ้นู ำพรรคกำรเมืองพรรคเดยี วของประเทศ ไมย่ อมให้มีฝ่ ำยค้ำน ให้ประชำชนเรียกเขำวำ่ “เกรทเตริ ์กเมนบำช”(บดิ ำแหง่ ชำวเตริ ์กเมนทงั้ มวล)เขำเปล่ียนช่ืออำกำศยำนของประเทศ มำเป็น “Turkmenbashi” และแทนที่ช่ือเมืองใหญ่เป็น “Krasnovodsk toTurkmenbashi” ไม่เพียงเทำ่ นีเ้ขำยงั เปลีย่ นช่ือโรงเรียนและถนนมำกมำยมำเป็น“Turkmenbashi” ขนำดลกู อกุ ำบำตรตกในประเทศ เขำยงั ตงั้ ชื่อมนั วำ่ “Turkmenbashi” เลยคดิ ดู และเช่ือหรือไม่ เขำเปลย่ี นช่ือเดือนมกรำคมไปเป็น ” Turkmenbashi” (สงสยั จะหลงรักชื่อตวั เองเข้ำอยำ่ งจงั )สว่ นกำรบริหำรประเทศเขำก็ยงั ออกกฎแปลกๆ เชน่ ห้ำมมีอปุ รำกรหรือบลั เลต่ ์, จำกดัสทิ ธิเสรีภำพประชำชนและสอ่ื ฯ ทกุ รูปแบบ ห้ำมเคลือบฟันทอง ห้ำมเยำวชนไว้ผมยำวและหนวดในปี 2004 ซำปำร์มรู ัต ได้มีกำรกำหนดวนั หยดุ แหง่ ชำตคิ ือ วนั แตงไทยแหง่ ชำติ(National MelonDay) เป็ นวนั อำทิตย์ท่ี 2 สงิ หำคม ให้กบั พลเมอื งเตริ ์กเมนิสถำนนกึ ถงึ ควำมสำคญั ของแตงไทย…ซำปำร์มรู ัตเสยี ชีวิตลงด้วยโรคหวั ใจวำยเม่ือเดือนธนั วำคม 2006 ด้วยอำยุ 66 ปี
2.คมิ จองอลิ แห่งเกาหลเี หนือ จอมเผดจ็ การท่โี ลกรู้จักดีคิม จ็อง-อึน (เกำหลี: 김정은, ฮันจำ: 金正恩, MC: Kim Chŏng'ŭn, MR: GimJeong-eun[5][6]) (เกิด 8 มกรำคม ค.ศ. 1983 หรือ 1984) [7] ผู้นำสงู สุดของเกำหลีเหนือคนปัจจบุ นั ได้รับประกำศเป็ นผ้นู ำสงู สดุ อย่ำงเป็ นทำงกำรหลงั รัฐพิธีศพบิดำ คิม จ็อง-อิล[8] เขำเป็ นบตุ รคนสดุ ท้องจำกทงั้ หมดสำมคนของคิม จ็อง-อิล กบั โค ยง-ฮี[9] นบั แต่ปลำย ค.ศ. 2010 คิม จ็อง-อึนถกูมองว่ำเป็ นทำยำทผู้นำเกำหลีเหนือ และหลงั บิดำถึงแก่อสญั กรรม เขำได้รับประกำศเป็ น \"ผู้สืบทอดที่ยิ่งใหญ่\" ผ่ำนโทรทัศน์ทำงกำรเกำหลีเหนือ[10] ในพิธีรำลึกถึงคิม จ็อง-อิล คิม ย็องนัม ประกำศว่ำสหำยคิม จ็อง-อึนท่ีเคำรพเป็ นผ้นู ำสงู สดุ ของพรรคเรำ ทหำรและประเทศ ผ้สู ืบทอดอดุ มกำรณ์ ควำมเป็ นผ้นู ำ บุคลิก คณุ ธรรม ควำมทรหดและควำมกล้ำของสหำยคิม จ็อง-อิลผ้ยู ่ิงใหญ่[11] กำรขึน้ ส่ตู ำแหน่ง
ผ้นู ำของคิม จ็อง-อึน เป็ นทำงกำรก็เม่ือเจ้ำหน้ำที่พรรค รัฐสภำ และรัฐบำลระดบั สงู ประชมุ กนั เพ่ือยืนยนักำรแตง่ ตงั้ เขำเป็ นเลขำธิกำรใหญ่พรรคแรงงำนเกำหลีและประธำนคณะกรรมำธิกำรทหำรกลำงของพรรค[11][12] วนั ที่ 30 ธนั วำคม ค.ศ. 2011 โปลิตบโู รของพรรคแรงงำนเกำหลีแตง่ ตงั้ คิมเป็นผ้บู ญั ชำกำรสงู สดุ กองทพั ประชำชนเกำหลีอย่ำงเป็ นทำงกำร[2] เขำมียศแทจงั ในกองทพั ประชำชนเกำหลี เทียบเท่ำนำยพลเอก[4] ในด้ำนกำรศึกษำ มีกำรกลำ่ วว่ำ คิม จ็อง-อึน ได้รับกำรศึกษำด้ำนวิทยำกำรคอมพิวเตอร์เป็ นกำรส่วนตัวในเกำหลีเหนือ[ 13] ได้ รับปริ ญญำสองสำขำ ใบแรกในสำขำฟิ สิกส์ จำกมหำวิทยำลยั คมิ อิลซ็อง และอีกใบหนง่ึ จำกวิทยำลยั กำรทหำรคิม อิล-ซอ็ ง[14][15] เขำเป็ นประมขุ แห่งรัฐท่ีอำยุน้อยท่ีสุดในโลกด้วยวัย 28 ปี กำรสืบทอดตำแหน่งหลังคิม จ็อง-อิลถึงแก่อสัญกรรม แม้เขำวำงแผนเอำไว้ว่ำหลงั ตนเสียชีวิต จ็อง-อึนจะได้ก้ำวขึน้ ส่อู ำนำจอย่ำงเต็มที่ แต่ชดั เจนหลงั จ็อง-อิลถึงแก่อสญั ญกรรมวำ่ จ็อง-อนึ จะครองอำนำจอยำ่ งแท้จริง และบทบำทแท้จริงในรัฐบำลใหมจ่ ะเป็นอยำ่ งไร[16]นกั วิเครำะห์บำงคนให้ควำมเหน็ ว่ำเมื่อ คิม จ็อง-อิล ถึงแก่อสญั กรรม ชงั ซอ็ ง-แท็กจะทำหน้ำท่ีเป็ นผ้สู ำเร็จรำชกำรแทน เพรำะจ็อง-อึนไม่มีประสบกำรณ์เพียงพอที่นำประเทศได้ทันที[17] 24 ธันวำคม พ.ศ.2554 จ็อง-อึน กล่ำวต่อสำธำรณะว่ำ เรำได้รับกำรประกำศเป็ นผู้บัญชำกำรสูงสุดกองทัพประชำชนเกำหลี[18] 25 ธันวำคม พ.ศ. 2554 โทรทศั น์เกำหลีเหนือเผยแพร่ภำพชงั ซ็อง-แท็กในชดุ เครื่องแบบนำยพลอนั เป็ นสญั ญำณถึงกำรมีอำนำจครอบงำท่ีเพ่ิมขึน้ หลงั คิม จ็อง-อิล ถึงแก่อสญั กรรม เจ้ำหน้ำที่เกำหลีใต้ซง่ึ เชี่ยวชำญกิจกำรเกำหลีเหนือ กลำ่ วว่ำ เป็ นครัง้ แรกท่ีชงั ซ็อง-แท็กปรำกฏทำงโทรทศั น์เกำหลีเหนือในชุดเครื่องแบบทหำร ซึ่งเป็ นกำรแสดงให้เห็นว่ำชงั ซ็อง-แท็กได้เข้ำมำมีบทบำทสำคญั ในกองทพัเกำหลีเหนืออนั ทรงพลงั ซึง่ ได้ปฏิญำณตนว่ำมีควำมภกั ดีต่อคิม จ็อง-อึน[19] ลทั ธิบูชำบคุ คลรอบคิม จ็อง-อนึ ได้ถกู สง่ เสริมขนึ ้ หลงั กำรถึงแก่อสญั กรรมของคิม จ็อง-อิล คิม จ็อง-อนึ ได้รับกำรสรรเสริญว่ำเป็ นผู้สืบทอดอุดมกำรณ์ย่ิงใหญ่ของกำรปฏิวัติจูเช เป็ นผู้นำอันโดดเด่นของพรรค กองทัพและประชำชน\"[20]ประธำนคณะกรรมำธิกำรรัฐพิธีศพ คิม จ็อง-อิล[21] เรียกคิม จ็อง-อึนว่ำ \"บุคคลย่ิงใหญ่จุติจำกสวรรค์\" คำทำงโฆษณำชวนเช่ือซึง่ เคยใช้เฉพำะกบั บิดำและป่ ขู องเขำ[22] ขณะที่พรรคกรรมกรกล่ำวในบทบรรณำธิกำรว่ำ เรำสญั ญำทงั้ นำ้ ตำที่หลงั่ ไหลเรียกคิม จ็อง-อึนว่ำ ผ้บู ญั ชำกำรสงู สดุ ของเรำ ผ้นู ำของเรำ[23] 26 ธนั วำคม พ.ศ. 2554 หนงั สอื พิมพ์ชนั้ นำของเกำหลเี หนือ โรดง ซนิ มนึ รำยงำนวำ่ คมิ จ็อง-อึนได้รักษำกำรประธำนคณะกรรมำธิกำรทหำรกลำง[24] และผู้นำสูงสุดของประเทศ หลงั บิดำถึงแก่อสญั กรรม[25] หลงั จำกนนั้ จึงได้รับแตง่ ตงั้ ให้ดำรงตำแหน่งอย่ำงเป็ นทำงกำรเม่ือวนั ท่ี 30 ธนั วำคม โดยฝ่ ำยกำรเมืองของคณะกรรมำธิกำรกลำงพรรคแรงงำน ประธำนคณะกรรมำธิกำรทหำรกลำงพรรคแรงงำนเกำหลี ดำรงตำแหน่งผ้บู ญั ชำกำรสงู สดุ กองทพั ประชำชนเกำหลเี หนือ
3.อดิ ี้ อามิน แห่งอกู ันดา ผู้นาคานิบาลกนิ เนือ้ คน อีดี ้ อำมิน (พ.ศ. 2468[A] - 16 สิงหำคม พ.ศ. 2546) เป็ นเผด็จกำรทหำร และประธำนำธิบดีของประเทศ ยกู นั ดำตงั ้ แตป่ ี พ.ศ. 2514-2522 อำมนิ เข้ำเป็ นสมำชิกในกองทพั อำณำนิคมบริเตน สงั กดั กรมทหำรปื นเลก็ ยำว แอฟริกำ หรือ KAR (King's African Rifles) ในปี พ.ศ. 2489 และในท่ีสุดเขำก็รัง้ ตำแหน่งนำยพลและผู้ บัญชำกำรกองทัพยูกันดำ เขำขึน้ มำมีอำนำจในเดือนมกรำคม พ.ศ. 2514 หลังจำกทำกำรขับไล่อดีต ประธำนำธิบดีมลิ ตนั โอโบเต้ ประเทศยูกันดาภายใต้การปกครองของอามินถือได้ว่าไร้ซ่ึงสิทธิมนษุ ยชน มีนโยบำยในกำรสงั หำรผ้คู น เป็ นพวกเผ่ำพนั ธ์ุนิยม มีกำรลงโทษนอกกระบวนกำรยตุ ิธรรม เห็นแก่พวกพ้อง มีกำรฉ้อรำษฎร์บงั หลวง และมี กำรบริหำรจดั กำรเศรษฐกิจท่ีไร้ประสิทธิภำพ ข้อมลู จำกกล่มุ สิทธิมนษุ ยชนคำดว่ำมีผ้เู สียชีวิตในขณะท่ีอำมิน ดำรงตำแหนง่ ประมำณ 100,000[1] ถงึ 500,000 คนผ้ทู ่ีหนนุ หลงั อำมินอยำ่ งชดั เจนกค็ ือ นำยพลมอู มั มำร์ อั
กดั ดำฟี แห่งลิเบีย, สหภำพโซเวียต และเยอรมนีตะวนั ออก[2][3][4] โดยสนบั สนนุ อำมินในกำรต่อต้ำนบริเตนใหญ่, อสิ รำเอล, และแอฟริกำใต้สมยั แบง่ แยกสีผวิ [5]ในปี พ.ศ. 2518-2519 อำมินได้เข้ำดำรงตำแหน่งเป็ นประธำนองค์กำรเอกภำพแอฟริกำ (Organisation ofAfrica Unity) ของขบวนกำรแพนแอฟริกำเพ่ือสร้ ำงควำมเป็ นนำ้ หน่ึงใจเดียวกนั ในทวีปแอฟริกำ[6] ตลอดปีพ.ศ. 2520-2522 อำมินเรียกช่ือตนเองว่ำ \"ฯพณฯ ประธำนำธิบดีตลอดชีพ จอมพล อลั หจั ญี ด็อกเตอร์[B] อีดี ้อำมิน ดำด้ำ, วีซี.[C], ดีเอสโอ., เอ็มซี., ซีบีอี., ผ้พู ิชิตจกั รวรรดิองั กฤษในทวีปแอฟริกำทงั้ หมดและผ้พู ิชิตยกู นั ดำโดยเฉพำะ\"[7]ควำมแตกร้ ำวระหว่ำงประเทศยูกันดำและอำมินก่อตัวขึน้ เมื่อเขำพยำยำมเข้ำยึดเมืองคำเกล่ำของประเทศแทนซำเนีย เกิดเป็ นสงครำมยกู นั ดำ-แทนซำเนียขึน้ ในปี พ.ศ. 2521 และถือเป็ นกำรจบสิน้ กำรปกครองของเขำอำมนิ หนีไปอยปู่ ระเทศลเิ บียเป็นท่ีแรก ก่อนท่ีเขำจะย้ำยไปอยใู่ นประเทศซำอดุ ีอำระเบยี ท่ีท่ีเขำเสียชีวิตในปี พ.ศ.2546อำมินไมเ่ คยเขียนอตั ชีวประวตั ิเก่ียวกบั ตนเอง และเขำกไ็ มไ่ ด้ให้ใครได้กลำ่ วถงึ ชีวิตของเขำเลย แตจ่ ำกแหลง่ ท่ีมำเก่ียวกบั ชีวประวตั ขิ องอำมินสว่ นใหญ่ชีว้ ำ่ อำมินเกิดประมำณ พ.ศ. 2468 ท่ีเมืองโกโบโก้หรือไมก่ ็กมั ปำลำ สมคั รเข้ำเป็นลกู น้องของเฟร็ด กเู วด็ เดโก้จำกมหำวิทยำลยั มำเกเรเร่ (มหำวิทยำลยั มำเกเรเร่ตงั้ อย่ทู ่ีเมืองกมั ปำลำ) อีดี ้อำมินเป็ นลกู ชำยของอนั เดรส ไนอำไบเร่ (Andreas Nyabire พ.ศ. 2432-2519) ซงึ่ บิดำของอำมินเป็ นชำวกำกวำ (Kakwa) ซ่ึงได้เปล่ียนศำสนำจำกคริสต์ นิกำยโรมนั คำทอลิกเป็ นอิสลำม และได้เปลี่ยนช่ือลกู ชำยของเขำเป็นอำมิน ดำด้ำนนั่ เอง เม่ือเขำถกู ผ้เู ป็นบิดำทอดทิง้ อำมินได้เติบโตในครอบครัวของมำรดำของเขำ ข้อมลู จำกกูเว็ดเดโก้บอกว่ำมำรดำของอำมินช่ือแอสซ่ำ แอตเต้ (Assa Aatte พ.ศ. 2447-2513) เป็ นชำวเผ่ำลกุ บำร่ำและเป็ นผ้สู ืบทอดควำมรู้เกี่ยวกบั สมนุ ไพรประจำเผ่ำและทำหน้ำที่รักษำกษัตริย์แห่งอำณำจกั รบกู นั ดำ (Buganda)และชำวบ้ำนทวั่ ไป เม่ือปี พ.ศ. 2484 อำมินเป็ นนกั เรียนโรงเรียนมสุ ลิมในเมืองบอมโบ หลงั จำกนนั้ 2-3 ปี อำมินออกจำกโรงเรียนและทำงำนเลก็ ๆน้อยๆ กอ่ นที่จะผนั ตวั เองเข้ำเป็นทหำรในสงั กดั กองทพั อำณำนิคมบริเตน
Search
Read the Text Version
- 1 - 7
Pages: