การวััดและประเมิินผล โรงเรีียนบ้า้ นตาโงะ ได้ก้ ำำ�หนดวิิธีีการวัดั และประเมินิ ผลผู้เ้� รีียน ๓ ส่่วน คืือ ประเมิินระหว่่างเรีียน (K.S.A) ประเมินิ หลัังเรีียน (K.S) และ Outcome วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครอื่ งมอื ประเมนิ ประเมินจากการปฏบิ ตั ิจริงควบคูก่ ับการจดั การเรียนการ เคร่อื งมือประเมิน เช่น สอน การเรียนรู้ ค�ำ นงึ ถงึ รูปแบบการเรียนรู้ ความถนัด - แบบสังเกต ความสนใจตอ้ งยอมรบั ได้ทงั้ ผ้เู รียน ผ้สู อน ผ้เู กีย่ วข้องวิธีการ - แบบประเมนิ แฟม้ พฒั นางาน ประเมิน เช่น การสงั เกต การใชแ้ บบประเมินการปฏิบัติจรงิ - แบบประเมินภาคปฏิบตั ิ การประเมินโดยใช้แฟ้มผลงาน การทดสอบ - แบบประเมนิ ชิ้นงานตา่ งๆ - แบบทดสอบ ๑๑. โรงเรีียนบ้้านตืือมายูู โรงเรีียนบ้้านตืือมายููเป็็นหนึ่่�งในสถานศึึกษานำำ�ร่่องพื้้�นที่่�นวััตกรรมการศึึกษา ซึ่�่งบริิบทของโรงเรีียน ตั้�งอยู่�ในพื้้�นที่่�ที่�่เป็็นชุุมชนมุุสลิิมประชากรในพื้�้นที่่�นัับถืือศาสนาอิิสลามร้้อยละ ๑๐๐ ความต้้องการของชุุมชนคืือ โรงเรีียน ต้อ้ งสามารถจัดั การเรีียนการสอนที่ม�่ ีีการส่ง่ เสริมิ ด้า้ นศาสนาควบคู่่�กับั วิชิ าการ นอกจากนี้้บ� ริบิ ทด้า้ นการประกอบอาชีีพประชากร ในพื้น้� ที่ส�่ ่ว่ นใหญ่ป่ ระกอบอาชีีพเกษตรกรรมเป็น็ หลักั มีีฟาร์ม์ ตัวั อย่า่ งในสมเด็จ็ พระนางเจ้า้ สิริ ิกิ ิติิ์ท� ี่ส�่ ่ง่ เสริมิ การทำ�ำ อาชีีพเกษตร เป็น็ เหล่ง่ เรีียนรู้�ที่ส�่ ำ�ำ คัญั ของชุมุ ชนและเป็น็ แหล่ง่ ประกอบอาชีีพของผู้้�ปกครองนักั เรีียน และโอกาสในการประกอบอาชีีพเกษตร ของนัักเรีียนในอนาคต และนอกจากนี้้�ในชุุมชนที่�่เป็็นเขตบริิการของโรงเรีียนยัังมีีอาชีีพช่่างต่่างๆ และอาชีีพที่่�เป็็นภูมู ิิปััญญา ชาวบ้า้ น มีีปราชญ์ช์ าวบ้า้ นที่ส่� ามารถเป็น็ วิทิ ยากรให้ค้ วามรู้้�ด้านอาชีีพได้้ และนอกจากนี้้ด� ้ว้ ยโรงเรีียนบ้า้ นตืือมายูเู ป็น็ โรงเรีียน ขยายโอกาสมีีนัักเรีียนระดัับมััธยมศึึกษาที่่�ขาดโอกาสด้้านการศึึกษา ทางครอบครััวมีีรายได้้น้้อย เมื่�อจบการศึึกษาในระดัับ มัธั ยมศึกึ ษาปี่่ท� ี่�่ ๓ นักั เรีียนจะเข้า้ ศึกึ ษาต่อ่ ในสายอาชีีพมากกว่า่ สายสามัญั โรงเรีียนได้เ้ ล็ง็ เห็น็ ถึงึ แนวทางในการพัฒั นานักั เรีียน ให้้สามารถเลี้ย� งดูตู นเองและครอบครััวได้้ในอนาคตตามบริบิ ทพื้้�นที่�่ โดยการส่่งเสริมิ ทักั ษะอาชีีพแก่่ผู้เ�้ รีียนตั้ง� แต่่ระดัับประถม จนถึึงระดัับมััธยม เพื่่�อให้้สอดคล้้องกัับความต้้องการจำำ�เป็็นของผู้�้เรีียนและบริิบทพื้้�นที่่� ชุุมชนในเขตบริิการของโรงเรีียน คืือ การเน้น้ ความรู้้�ด้า้ นศาสนาและส่่งเสริิมการสร้า้ งทักั ษะอาชีีพแก่่ผู้เ้� รีียน โรงเรีียนบ้า้ นตืือมายูจู ึงึ ได้ม้ ีีการปรับั หลักั สูตู รแกนกลางการศึกึ ษาขั้น� พื้น�้ ฐาน พุทุ ธศักั ราช ๒๕๕๑ เพื่่อ� นำำ�ใช้้ เป็น็ หลักั สูตู รสถานศึกึ ษาที่ส่� ามารถส่ง่ เสริมิ การเรีียนรู้�ตามบริบิ ทของท้อ้ งถิ่น� หรืือชุมุ ชน ส่ง่ เสริมิ ทักั ษะที่จ่� ำ�ำ เป็น็ ตามศตวรรษที่�่ ๒๑ ความรู้้�ทางด้า้ นวิิชาการควบคู่่� ศาสนา และส่ง่ เสริมิ ทัักษะชีีวิิต ทักั ษะอาชีีพ นำ�ำ ไปใช้้ในการจัดั กิจิ กรรมการเรีียนการสอนและ พััฒนาผู้้�เรีียนให้้มีีความรู้�พื้�นฐานในด้้านต่่างๆ การประกอบอาชีีพ และดำ�ำ เนิินชีีวิิตบนฐานของศาสนา มีีคุุณธรรม จริิยธรรม สามารถดำ�ำ รงชีีวิิตประจำ�ำ วันั ได้้อย่า่ งมีีความสุุขต่่อไป 43
School Concept วิถิ ีีอิิสลามเป็น็ ฐาน สร้้างทักั ษะชีีวิิตและทักั ษะอาชีีพเพื่่อ� สร้้างงาน ส่่งเสริมิ วิชิ าการเพื่่�อการเรีียนรู้� โครงสร้้างหลัักสููตร โรงเรีียนบ้า้ นตืือมายูู ได้ก้ ำ�ำ หนดแนวทางของโครงสร้า้ งหลักั สูตู รสถานศึกึ ษา แบ่ง่ ออกเป็น็ ๔ กลุ่�ม คืือ กลุ่่�มพื้้�นฐานศาสนาพััฒนาจิิตใจ ประกอบด้ว้ ย กีีรออาตีี อัลั กุุรอ่า่ นและอัลั หะดิิษ ศาสตร์ศ์ าสดา (อัลั ตารีีค อััลอััคลาค) หลักั ศรัทั ธา (อัลั ดากีีดะห์์ศาสนาและวััฒนธรรม) วิถิ ีีมุุสลิิม (อััลฟิิกฮฺ)ฺ ภาษาอาหรัับ และภาษามลายูู เพื่่อ� ให้น้ ักั เรีียนมีีความรู้้�ทางด้า้ นศาสนาและสามารถปฏิบิ ัตั ิติ นตามแนวทางของศาสนาอิสิ ลามหรืือวิถิ ีีมุสุ ลิมิ ให้ด้ ีีที่ส่� ุดุ ทางโรงเรีียน จึงึ เน้้นด้า้ นการจัดั การเรีียนการสอนวิชิ าต่่างๆ ของหลัักสูตู รอิิสลามแบบเข้ม้ เข้้าไปในหลักั สููตรฐานสมรรถนะ กลุ่่�มพััฒนาทัักษะชีีวิิตและอาชีีพ ประกอบด้้วย การงานพื้�้นฐานอาชีีพ คอมพิวิ เตอร์ ์ สุุขศึึกษาและพลศึึกษา ศิิลปะ กิจิ กรรมพัฒั นาผู้เ�้ รีียน ส่ง่ เสริมิ ให้น้ ักั เรีียนเมื่อ� จบการศึกึ ษาระดับั ชั้น� มัธั ยมศึกึ ษาปีีที่�่ ๓ ส่่วนใหญ่จ่ ะเรีียนต่่อทางสายอาชีีพ และบางส่ว่ น เมื่�อจบ ม.๖ จะไม่่ศึึกษาต่่อ แต่่จะเลืือกประกอบอาชีีพที่่�ทำำ�ได้้ใน ชุมุ ชน ทางโรงเรีียนจึงึ เห็น็ ความสำำ�คัญั ในการสร้า้ งทักั ษะอาชีีพและ ทัักษะชีีวิิตให้้แก่่นัักเรีียนโดยการเพิ่่�มรายวิิชาที่่�สามารถส่่งเสริิม ให้้นัักเรีียนมีีพื้�้นฐานเกี่่�ยวกัับการสร้้างอาชีีพในอนาคต โดยเน้้น การใช้้แหล่่งเรีียนรู้�ที่่�มีีในชุุมชนที่่�เป็น็ เขตบริิการของโรงเรีียนและขยายกว้า้ งออกไปในระดับั ชั้�นที่�ส่ ูงู ขึ้น� กลุ่่�มทัักษะทางวิิชาการ ประกอบด้้วย กลุ่�มสาระการเรีียนรู้้�ภาษาไทย คณิติ ศาสตร์ ์ วิทิ ยาศาสตร์แ์ ละเทคโนโลยีี ภาษาอังั กฤษ และสังั คมศึกึ ษา เพื่่อ� เป็น็ ทุนุ ความ รู้ �ที่�่นัักเรีียนใช้้เป็็นประตููสู่ �การเรีียนรู้ �และเป็็นพื้�้นฐานสำำ�หรัับนัักเรีียนที่่�มีีความสามารถ โดดเด่น่ ในทางวิชิ าการซึ่ง่� สามารถที่จ่� ะต่อ่ ในทางสายสามัญั และระดับั มหาวิทิ ยาลัยั ต่อ่ ไป ถึงึ แม้้จะมีีเป็็นส่ว่ นน้้อยของนัักเรีียนทั้้ง� หมดก็ต็ าม การประเมินิ อุุดมการณ์์ โรงเรีียนบ้า้ นตืือมายูไู ด้ก้ ำ�ำ หนดให้ม้ ีีการประเมินิ อุดุ มการณ์์ (School Concept) โดยประเมิิน - ฐานสมรรถนะ - ความรู้้� ทักั ษะ คุณุ ลักั ษณะ - การตอบวิชิ าแต่่ละวิชิ าที่เ่� ชื่อ� มโยงถึึงกันั - การประเมิินการเรีียนรู้�ระหว่่างทาง 44
๑๒. โรงเรีียนบ้้านกลูบู ีี โรงเรีียนบ้้านกลููบีีปรัับและพััฒนาหลัักสููตรสถานศึึกษานำ�ำ ร่่องพื้้�นที่�่นวััตกรรมการศึึกษาจัังหวััดนราธิวิ าส ให้ส้ อดคล้้องกับั บริบิ ทของชุุมชน สมรรถนะที่ต่� ้อ้ งการให้้เกิิดกับั ผู้เ้� รีียน ๕ ด้า้ น ได้้แก่่ การจััดการตนเอง การสื่�อสาร การรวมพลัังทำำ�งานเป็็นทีีม การคิิดขั้�นสููง และกรเป็็นพลเมืืองที่่�เข้้มแข็็ง ครููก็็ต้้องมีีการศึึกษาวิิทยาการใหม่่ๆ มีีการพััฒนาตนเองเกี่่�ยวกัับเทคนิิควิิธีีการสอน และนำำ�สื่่�อเทคโนโลยีีและนวััตกรรมที่�่ หลากหลายมาใช้ใ้ ห้เ้ หมาะสมกับั บริบิ ทของชุมุ ชน และสอดคล้อ้ งกับั ความต้อ้ งการของผู้เ�้ รีียน จัดั การเรีียนการสอนแบบบูรู ณาการ ใช้้ Active Learning และการนำ�ำ หลัักสููตรไปใช้้ได้้จริิงในชั้�นเรีียน โดยให้้ชุุมชนเข้้ามามีีบทบาทในการจััดการเรีียนรู้� ทั้้ง� การสนับั สนุนุ แหล่ง่ เรีียนรู้�และร่ว่ มจัดั การเรีียนรู้� เพื่่อ� สร้า้ งสมรรถนะของผู้เ�้ รีียนให้ม้ ีีความรู้�พื้น� ฐานทางวิชิ าการ มีีทักั ษะชีีวิติ และมีีทักั ษะอาชีีพบนพื้น้� ฐานของภูมู ิปิ ัญั ญาท้อ้ งถิ่น� และการสำ�ำ นึกึ รักั ถิ่น� ฐานบ้า้ นเกิดิ ส่ง่ เสริมิ พัฒั นาศักั ยภาพผู้เ�้ รีียนรายบุคุ คล พัฒั นาผู้เ้� รีียนให้้เกิิดสุขุ ภาวะ พัฒั นาสมรรถนะที่จ่� ำำ�เป็น็ ในการดำ�ำ รงชีีวิิต และพััฒนาผู้เ�้ รีียนให้้รู้�เท่่าทัันและสามารถปรับั ตัวั ต่่อ การเปลี่่�ยนแปลง การจััดการเรีียนรู้�ที่เ่� น้้นการสร้า้ งงานสร้้างผู้เ้� รีียนสามารถเรีียนรู้�เพื่่อ� นำ�ำ ตนเองสามารถสร้า้ งงาน สร้้างอาชีีพ มีีทักั ษะชีีวิติ และปฏิิบััติิตนอยู่�ร่วมกับั ผู้้�อื่น� ได้อ้ ย่่างมีีความสุขุ และปฏิิบัตั ิิตนเป็น็ สมาชิิกที่ด�่ ีีของสัังคมพหุุวัฒั นธรรม โรงเรีียนบ้า้ นกลูบู ีีได้ว้ ิเิ คราะห์บ์ ริบิ ทของพื้น�้ ที่พ่� ร้อ้ มกับั ชุมุ ชน ทำำ�ให้เ้ ห็น็ ได้ว้ ่า่ ในโรงเรีียนบ้า้ นกลูบู ีี มีีต้น้ ทุนุ ทั้้�งภายในโรงเรีียนและภายนอกโรงเรีียนอย่่างเข้้มแข็็ง เช่่น ภายในโรงเรีียน ต้้นทุุนด้้านบุุคลากร มีีบุุคลากรที่่�มีีความเข้้มแข็็ง มีีความสามารถพิเิ ศษทางด้า้ นกีีฬา ทำ�ำ อาหาร ด้า้ นชุมุ ชน คณะกรรมการสถานศึกึ ษาและชุมุ ชนจะมีีส่ว่ นร่ว่ มการจัดั การศึกึ ษาของ สถานศึกึ ษา ส่ว่ นภายนอกโรงเรีียนหรืือต้น้ ทุนุ บริบิ ทของชุมุ ชน มีีปราชญ์ช์ าวบ้า้ นในแต่ล่ ะด้า้ น เช่น่ การเกษตร การสานกระจูดู การทำ�ำ ปลาส้้ม การทำำ�ไม้้กวาด การทำ�ำ อาหาร งานไม้้ วิิทยากรติิดตายาง หมอดิิน มีีแหล่่งธรรมชาติิที่�่สมบููรณ์์ เช่่น มีีโรงงานทำำ�หััวเชื้้�อจากไม้้กฤษณา มีีทรััพยากรธรรมชาติิที่�่อุุดมสมบููรณ์์ มีีน้ำำ��ตกรอบบริิเวณโรงเรีียน มีีบริิบททั้้�งอำ�ำ เภอ เช่่น แม่่น้ำ��ำ สายบุุรีี ปลากืือเลาะห์์ ไร่่กาแฟ มีีสถานีีทดลองพืืชต่า่ งๆ มีีการทำ�ำ สวนลองกอง สวนยาง สวนกาแฟ มีีศููนย์ศ์ ิลิ ปาชีีพ มีีรีีสอร์ท์ มีีการล่อ่ งแก่ง่ มีีเกษตรอำำ�เภอ มีีสถานศึกึ ษาร่ว่ มเพื่่อ� ฝึกึ อาชีีพ วิทิ ยาลัยั การอาชีีพรามันั และต้น้ ทุนุ อาชีีพ การแปรรูปู อาหาร การทำ�ำ น้ำ��ำ หอม เพื่่อ� นำำ�ต้น้ ทุนุ ต่า่ งๆ ที่ม่� ีีนำ�ำ ไปสู่่�ภาพอนาคตที่โ่� รงเรีียนบ้า้ นกลูบู ีีตั้้ง� ไว้ ้ คืือ ให้น้ ักั เรีียนมีีอาชีีพ ให้เ้ ป็น็ นวัตั กร น้้อยสืืบสานงานอาชีีพของจังั หวััด ใช้เ้ ทคโนโลยีีเป็็น School Concept นวััตกรน้้อยแห่่งลุ่�มน้ำำ��สายบุรุ ีี สืืบสานงานอาชีีพ วัฒั นธรรมและมีีชีีวิติ ที่ด�่ ีีท่่ามกลางทุนุ ธรรมชาติิ สมรรถนะหลัักของโรงเรีียน ๑. เรีียนรู้�อาชีีพ วััฒนธรรมชุุมชน เทคโนโลยีีชุมุ ชน ภูมู ิปิ ััญญาท้อ้ งถิ่�น และภูมู ิินิิเวศ ๒. การใช้ท้ รัพั ยากรอย่่างคุ้�มค่่า รู้้�คุุณค่า่ บำ�ำ รุงุ รัักษา ดูแู ล ๓. มีีทักั ษะชีีวิติ ที่่�ดีี ใฝ่เ่ รีียนรู้� ยอมรับั พลวัตั ทางวััฒนธรรม และไม่ล่ ืืมรากเหง้้าของตนเอง ๔. รััก เห็น็ คุณุ ค่า่ ในตััวเองและท้้องถิ่น� ๕. สามารถสร้า้ งผลิติ ภััณฑ์์ที่่�สร้า้ งสรรค์ ์ สืืบสาน รัักษาต่อ่ ยอดภูมู ิปิ ัญั ญาท้อ้ งถิ่น� และเป็็นมิิตร กัับสิ่ง� แวดล้อ้ ม ๖. มีีทักั ษะในการสื่อ� สาร สร้า้ งการรับั รู้�เรื่อ� งราวในชุุมชน ๗. มีีทักั ษะการใช้เ้ ทคโนโลยีีเพื่่อ� พััฒนาผลิิตภัณั ฑ์์ การประชาสัมั พันั ธ์์เพื่่�อการเรีียนรู้� โครงสร้้างหลักั สููตร การพััฒนาผู้�้เรีียนให้้มีีความรัักในถิ่�นฐานบ้้านเกิิด สามารถดำ�ำ รงชีีวิิตและทำ�ำ กิิจการงานในท้้องถิ่�น ภาคภููมิิใจในตนเองและครอบครััว เชื่�อมโยงไปถึึงการรัักชาติิ มีีจิิตใจที่�่เป็็นสากล รัักในเพื่่�อนมนุุษย์์ ใช้้การเรีียนรู้้�ชีีวิิตด้้านใน 45
เป็น็ แกนกลางของการเรีียนรู้�เ ชื่อ� มโยงไปยังั การเรีียนรู้�อาชีีพ สุนุ ทรีียะ กีีฬาและนันั ทนาการโดยมีีพื้น�้ ฐานสำำ�คัญั ของ๓สาระการเรีียนรู้� เป็็นองค์์ประกอบสำำ�คััญ ที่�่ทำำ�ให้้เกิิดความสมดุุล โดยคำ�ำ นึึงถึึงหลััก พััฒนาการทางสมองและพหุุปััญญา หลัักสููตรแกนกลาง การศึกึ ษาขั้น� พื้น�้ ฐาน ดัังนี้้� ๑. กลุ่�มชีีวิติ ด้้านใน : ศาสนา วััฒนธรรม ๑.๑ อััลกุุรอ่่าน ๑.๒ วิถิ ีีอิิสลาม/วิถิ ีีพุุทธ ๒. กลุ่�มทัักษะชีีวิิต/ทัักษะอาชีีพ ๒.๑ ลุ่�มแม่่น้ำ��ำ สายบุุรีีสู่่�วิถิ ีีชีีวิติ ศรีีสาคร ๒.๒ สุขุ ศึึกษาและพลศึกึ ษา ๒.๓ ศิิลปศึกึ ษา ๒.๔ กิิจกรรมพัฒั นาผู้้�เรีียน (ลูกู เสืือ-เนตรนารีี แนะแนว ชุมุ นุุม และกิจิ กรรมเพื่่�อสังั คม) ๓. กลุ่�มการเรีียนรู้้�ทางวิิชาการ ๓.๑ ภาษาไทย ๓.๒ ภาษาต่่างประเทศ ๓.๓ คณิิตศาสตร์์ ๓.๔ วิทิ ยาศาสตร์แ์ ละเทคโนโลยีี ๓.๕ สัังคมศึกึ ษา โรงเรีียนบ้้านกลููบีีได้้กำำ�หนดวิิชาลุ่�มแม่่น้ำ��ำ สายบุุรีี สู่่�วิิถีีชีีวิิตศรีีสาคร อยู่�ในกลุ่�มทักั ษะชีีวิติ /ทักั ษะอาชีีพ ซึ่ง�่ เป็น็ รายวิชิ าที่ม�ุ่่�งพัฒั นานักั เรีียนด้า้ นความรู้�เกี่ย�่ วกับั ท้อ้ งถิ่�นของตนเองในด้า้ นต่่าง ๆ ดัังนี้้� รู้้�จัักตนเอง เห็น็ คุณุ ค่่า และภาคภููมิิใจในความ เป็น็ ตนเอง มีีทักั ษะ เจตคติิในการทำ�ำ งาน การดำ�ำ รงชีีวิิต การประกอบอาชีีพ รู้้�จัักและ เห็น็ แนวทางงานอาชีีพ มีีความสามารถในการใช้เ้ ทคโนโลยีีเพื่่อ� พัฒั นาอาชีีพ ตลอดจนมีี ความรักั และหวงแหนในถิ่น� ฐานบ้า้ นเกิดิ ของตนเอง และเห็น็ คุณุ ค่า่ ของอาชีีพในชุมุ ชน การจัดั การเรีียนรู้� โรงเรีียนบ้า้ นกลูบู ีีใช้ร้ ูปู แบบบูรู ณาการโดยนำ�ำ เนื้อ�้ หาสาระของกลุ่�มการเรีียนรู้้�ทางวิชิ าการ ได้แ้ ก่่ วิชิ าภาษาไทย คณิติ ศาสตร์ ์ วิทิ ยาศาสตร์แ์ ละเทคโนโลยีี ภาษาต่า่ งประเทศ และสังั คมศึกึ ษา โดยการนำ�ำ ตัวั ชี้้ว� ัดั ที่เ่� กี่ย�่ วข้อ้ ง หรืือ สัมั พันั ธ์ก์ ันั ให้เ้ ป็น็ เรื่อ� งเดีียวกันั และจัดั กิจิ กรรมการเรีียนรู้�ให้ผ้ ู้เ�้ รีียนเกิดิ ความรู้�ความเข้า้ ใจลักั ษณะที่เ�่ ป็น็ องค์ร์ วม และสามารถ นำำ�ความรู้�ไปประยุุกต์ใ์ ช้ใ้ นชีีวิติ ประจำำ�วันั ได้้ 46
กำ�ำ หนดรายวิิชาที่่�เหมาะสมกับั พื้น�้ ที่่� โรงเรีียนบ้้านกลูบู ีีได้้กำำ�หนดรายวิชิ าที่�เ่ หมาะสมกับั พื้�น้ ที่ ่� คืือ วิิชาลุ่�มน้ำำ��สายบุุรีี สู่่�วิิถีีศรีีสาคร ซึ่ง�่ ได้ก้ ำำ�หนด เนื้�้อหาของรายวิิชา ประกอบด้้วย สาระที่�่ ๑ ที่่�นี่่�ศรีีสาคร สาระที่่� ๒ เรื่�องเล่่าอาหารบ้้านฉััน สาระที่่� ๓ วิิถีีกลููบีี-ศรีีสาคร สาระที่�่ ๔ ของดีีศรีีสาคร และสาระที่�่ ๕ นัักประกอบการน้้อย ๑๓. โรงเรียี นบ้้านน้ำ�ำ �หอม โรงเรีียนบ้า้ นน้ำ�ำ� หอม สถานศึกึ ษานำ�ำ ร่อ่ งพื้้�นที่�่นวััตกรรมการศึึกษาจังั หวัดั นราธิวิ าส พุุทธศัักราช ๒๕๖๔ ตามหลักั สูตู รแกรกลางการศึกึ ษาขั้น� พื้น้� ฐาน พุทุ ธศักั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับั ปรับั ปรุงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ได้จ้ ัดั ทำ�ำ ขึ้้น� เพื่่อ� ให้ส้ ถานศึกึ ษาได้้ นำำ�ไปใช้ใ้ นการจัดั การศึกึ ษาเพื่่อ� พัฒั นาผู้เ้� รีียนให้ม้ ีีคุณุ ภาพในด้า้ นความรู้้� ทักั ษะ คุณุ ธรรม และค่า่ นิยิ มที่พ�่ ึงึ ประสงค์์ ให้ส้ ามารถ ใช้้เป็็นแนวทางในการดำ�ำ รงชีีวิิตในสัังคมที่ม่� ีีการเปลี่่�ยนแปลงและแสวงหาความรู้�เพื่่�อพััฒนาตนเองอย่่างต่่อเนื่่�องตาม School Concept โรงเรีียนและชุุมชนร่ว่ มกันั จััดการเรีียนรู้�เพื่่�อพัฒั นาอาชีีพและมีีชีีวิิตที่ด�่ ีีบนฐานทรัพั ยากรของท้้องถิ่น� School Concept โรงเรีียนและชุมุ ชนร่ว่ มกันั จัดั การเรีียนรู้�เพื่่อ� พัฒั นาอาชีีพและมีีชีีวิติ ที่ด�่ ีีบนฐานทรัพั ยากรของท้อ้ งถิ่น� 47
โครงสร้้างหลักั สููตร โรงเรีียนบ้า้ นน้ำำ��หอมได้ป้ รับั และพัฒั นาหลักั สูตู รสถานศึกึ ษานำ�ำ ร่อ่ งพื้น�้ ที่น�่ วัตั กรรมการศึกึ ษาจังั หวัดั นราธิวิ าส โดยกำำ�หนดโครงสร้้างหลัักสููตรออกเป็น็ ๓ กลุ่�ม คืือ กลุ่่�มพื้้�นฐานวิิชาการ ประกอบด้้วย ภาษาไทย คณิิตศาสตร์์ วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี ภาษาต่า่ งประเทศ (ภาษาอัังกฤษ) และสัังคมศึึกษา กลุ่่�มทัักษะอาชีีพและทัักษะชีีวิิต ประกอบด้้วย การงานอาชีีพและสุุนทรีีภาพ สุุขภาพ และนัันทนาการ และลูกู เสืือ เนตรนารีีและกิจิ กรรมเพื่่�อสังั คม กลุ่่ม� ชีวี ิติ ด้า้ นใน ประกอบด้ว้ ย จริยิ ธรรมนำ�ำ ชีีวิติ ศาสนากับั หลักั ศรัทั ธา และอัลั กุรุ อ่า่ นเพื่่อ� ชีีวิติ ที่ด�่ ีี ความร่่วมมืือของชุุมชน (การกำำ�หนดทิิศทางของสถานศึกึ ษา) โรงเรีียนบ้า้ นน้ำ�ำ� หอมได้ร้ ับั ความร่ว่ มมืือจากชุุมชนในการกำ�ำ หนดทิศิ ทางของสถานศึกึ ษา การพััฒนา การจััดการศึึกษาขั้ �นพื้้�นฐานอัันเป็็นรากฐานสำำ�คััญของการพััฒนาผู้�้เรีียนให้้มีีคุุณภาพผู้�้เรีียนมีีความใฝ่่รู้้� มีีความคิิดสร้้างสรรค์์ มีีความสามารถในการสื่�อสาร สามารถอยู่�และทำ�ำ งานร่่วมกัับผู้้�อื่�นซึ่�่งมีีความแตกต่่างหลากหลายได้้ มีีความรู้�เท่่าทัันโลก และมีีทัักษะในการประกอบอาชีีพตามความถนััดของผู้้�เรีียนแต่่ละคนและลดความเหลื่ �อมล้ำ�ำ�ในการจััดการศึึกษาขั้ �นพื้�้นฐาน อย่่างแท้้จริิง ตามเจตนารมณ์์และวััตถุุประสงค์์ของการดำ�ำ เนิินงานในกิิจกรรมสำำ�คััญเพื่่�อสร้้างการเปลี่่�ยนแปลงคุุณภาพ การเรีียนรู้�ของผู้เ�้ รีียน ได้แ้ ก่่ ๑. การมีีส่ว่ นร่่วมสร้า้ งการรัับรู้�และรัับฟัังความต้อ้ งการในการจััดการศึกึ ษาของสถานศึึกษา ๒. ร่ว่ มกันั วางแผนการพัฒั นาการดำ�ำ เนิินการต่่างๆของสถานศึึกษา ๓. สนัับสนุนุ ส่ง่ เสริิมการพัฒั นาสถานศึึกษา ๔. ติิดตามผลการดำ�ำ เนิินการพััฒนาสถานศึึกษา 48
การบริิหารจัดั การให้้เกิิดการสนัับสนุุนทรัพั ยากร โรงเรีียนบ้้านน้ำำ�� หอม ดำำ�เนิินการบริิหารจััดการให้้เกิิดการสนัับสนุุนทรััพยากรของสถานศึึกษา ได้้แก่่บุุคลากรทางการศึึกษา งบประมาณเพื่่�อการศึึกษา ทรััพยากรในท้้องถิ่�น สื่่�อทางการศึึกษา อย่่างมีีประสิิทธิิภาพและ เกิดิ ประสิิทธิิผลสูงู สุุดในการจัดั การศึึกษา การบริิหารจััดการให้้เกิิดการสนัับสนุุนทรััพยากรของสถานศึึกษา สามารถนำ�ำ มาใช้้ให้้เกิิดประโยชน์์ ทางการศึกึ ษาจากบุุคคลที่่เ� กี่�ย่ วข้อ้ งกัับสถานศึึกษา ได้้แก่ ่ ปราชญ์์ชาวบ้า้ น ผู้้�นำ�ำ ชุมุ ชน ผู้้�ปกครอง ทรััพยากรอื่น� ๆ ในท้อ้ งถิ่�น สามารถนำำ�มาใช้้ให้้เกิดิ ประโยชน์ท์ างการศึกึ ษา ได้แ้ ก่่ สวนสมุนุ ไพร สวนผลไม้้ ภููเขา มัสั ยิดิ ชุมุ ชน ๑๔. โรงเรียี นบ้้านปารีี โรงเรีียนบ้า้ นปารีี ได้ป้ รับั และพัฒั นาหลักั สูตู รสถานศึกึ ษานำ�ำ ร่อ่ งพื้น�้ ที่น�่ วัตั กรรมการศึกึ ษาจังั หวัดั นราธิวิ าส เพื่่�อพััฒนาผู้�้เรีียนให้้มีีคุุณภาพในด้้านความรู้้� ทัักษะ คุุณธรรม และค่่านิิยมที่่�พึึงประสงค์์ ให้้สามารถใช้้เป็็นแนวทางใน การดำ�ำ รงชีีวิิตในสัังคมที่�่มีีการเปลี่�่ยนแปลง และแสวงหาความรู้�เพื่่�อการพััฒนาตนเองอย่่างต่่อเนื่่�องตลอดชีีวิิต ตาม School Concept ของโรงเรีียน เป็็นโรงเรีียนที่�่จััดการเรีียนรู้�เพื่่�อสร้้างสมดุุลชีีวิิต(มีีทัักษะวิิชาการควบคู่่�ทัักษะอาชีีพและทัักษะชีีวิิต) บนพื้้น� ฐานวิิถีีชุมุ ชน เป้้าหมายผู้เ้� รีียนมีีทักั ษะอาชีีพพื้�น้ ฐาน มีีความสมดุุลของชีีวิติ School Concept เป็็นโรงเรีียนที่จ�่ ัดั การเรีียนรู้�เพื่่�อสร้้างสมดุุลชีีวิติ (มีีทัักษะวิชิ าการควบคู่่�ทักั ษะอาชีีพและทักั ษะชีีวิติ ) บนพื้�้นฐานวิิถีีชุมุ ชน โครงสร้้างหลักั สููตร การพััฒนาหลัักสููตรการศึึกษาขั้�นพื้้�นฐานของสถานศึึกษานำำ�ร่่องพื้�้นที่่�นวััตกรรมการศึึกษาจัังหวััด นราธิวิ าส เพื่่อ� พัฒั นาผู้เ�้ รีียนให้ม้ ีีความรักั ในถิ่น� ฐานบ้า้ นเกิดิ สามารถดำำ�รงชีีวิติ และทำำ�กิจิ การงานในท้อ้ งถิ่น� ภาคภูมู ิใิ จในตนเอง และครอบครััว เชื่�อมโยงไปถึึงการรัักชาติิ มีีจิิตใจที่�่เป็็นสากล รัักในเพื่่�อนมนุุษย์์ ใช้้การเรีียนรู้้�ชีีวิิตด้้านในเป็็นแกนกลางของ การเรีียนรู้� เชื่�อมโยงไปยัังการเรีียนรู้�อาชีีพ สุุนทรีียะ กีีฬาและนัันทนาการ โดยมีีพื้�้นฐานสำำ�คััญของ ๓ สาระการเรีียนรู้�เป็็น องค์ป์ ระกอบสำ�ำ คัญั ที่ท�่ ำ�ำ ให้เ้ กิดิ ความสมดุลุ โดยคำ�ำ นึงึ ถึงึ หลักั พัฒั นาการทางสมองและพหุปุ ัญั ญา หลักั สูตู รแกนกลางการศึกึ ษา ขั้�นพื้�น้ ฐาน ดัังนี้้� ๑. กลุ่�มชีีวิติ ด้้านใน : ศาสนา วััฒนธรรม เชื่อ� ในคุณุ งามความดีี มีีจิติ ใจที่เ�่ ข้ม้ แข็ง็ รักั และภาคภูมู ิใิ จในตนเอง รักั ในความสัมั พันั ธ์(์ ครอบครัวั รักั ญาติพิ ี่น�่ ้อ้ ง รักั เพื่่อ� นมนุษุ ย์)์ ๒. กลุ่�มทัักษะชีีวิติ /ทัักษะอาชีีพ ๒.๑ การงานอาชีีพ ๒.๒ สุุนทรีียะ (ดนตรีี ศิิลปะ) ๒.๓ สุุขภาพและนัันทนาการ ๒.๔ ลูกู เสืือ เนตรนารีีและกิจิ กรรมเพื่่อ� สังั คม อาชีีพ ชีีวิติ ที่ด�่ ีี มีีจิติ สาธารณะ ช่ว่ ยเหลืือผู้้�อื่น� ๓. กลุ่�มการเรีียนรู้้�ทางวิชิ าการ ๓.๑ ภาษาไทย ๓.๒ ภาษาต่่างประเทศ ๓.๓ คณิิตศาสตร์์ ๓.๔ วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี ๓.๕ สังั คมศึกึ ษา รักั ชาติ ิ รักั ท้อ้ งถิ่น� รักั แผ่น่ ดินิ เกิดิ รักั ชาติ ิ รักั ท้อ้ งถิ่น� รักั แผ่น่ ดินิ เกิดิ 49
การนำ�ำ หลักั สููตรไปใช้้ โรงเรีียนบ้้านปารีีได้้กำำ�หนดแนวทางการกำำ�หนดจุุดประสงค์์การเรีียนรู้� ให้้ผู้�้เรีียนได้้เรีียนรู้้� ปฏิิบััติิ ตามความถนัดั ศัักยภาพ ความสนใจของผู้�้เรีียน การใช้ห้ ลักั สูตู รในระดับั รายวิชิ าการออกแบบการจัดั การเรีียนการสอนการกำ�ำ หนดจุดุ ประสงค์ร์ ายวิชิ า เพื่่�อระบุถุ ึึงพฤติิกรรมที่่ผ� ู้้�เรีียนแสดงออกถึึง การมีีความรู้� (K) มีีทักั ษะ(S) และคุณุ ลัักษณะ(A) การจััดการเรียี นการสอน ทัักษะที่่ไ� ด้้จากการเรีียนรู้้� รููปแบบการจััดการเรีียนการสอน สถานศึึกษาจััดการเรีียนการสอนแบบเน้้นผู้�้เรีียนเป็็นสำำ�คััญ และจัดั การเรีียนการสอนแบบ Active Learning ผู้เ�้ รีียนรู้�จักั แสวงหาความรู้�ด้วยตนเอง อันั จะก่อ่ ให้เ้ กิดิ ทักั ษะการเรีียนรู้�ตลอดชีีวิติ เพื่่�อให้้นัักเรีียนเกิิดทัักษะการเรีียนรู้�ในศตวรรษที่�่ ๒๑ นัักเรีียนมีีทัักษะการเรีียนรู้้� คิิดสร้้างสรรค์์ มีีทัักษะสารสนเทศ มีีทัักษะชีีวิติ และทักั ษะอาชีีพ ความร่ว่ มมืือของชุมุ ชน การมีีส่่วนร่่วมของชุุมชนในการจััดการเรีียนการสอน สถานศึกึ ษาได้เ้ ปิดิ โอกาสให้้ผู้้�มีีส่ว่ นได้้ส่ว่ นเสีีย เข้า้ มาร่ว่ มดำำ�เนินิ กิจิ กรรม ตั้้ง� แต่ก่ ารศึกึ ษาปัญั หา การวางแผนดำ�ำ เนินิ การ การตัดั สินิ ใจ การแก้ไ้ ขปัญั หา และการประเมินิ ร่ว่ มกันั เพื่่�อขับั เคลื่อ� นให้้กิิจกรรมการเรีียนการสอนดำำ�เนินิ ไปอย่า่ งมีีประสิทิ ธิิภาพโดยยึึดหลัักการมีีส่ว่ นร่่วม คืือ หลักั ร่่วมคิดิ ร่่วมทำ�ำ ร่่วมตรวจสอบ 50
๑๕. โรงเรีียนวัดั ราษฎร์ส์ โมสร (ไพโรจน์์วิทิ ยา) โรงเรีียนวัดั ราษฎร์ส์ โมสร(ไพโรจน์ว์ ิทิ ยา) เป็น็ โรงเรีียนนำำ�ร่อ่ งในพื้น�้ ที่น่� วัตั กรรมการศึกึ ษาจังั หวัดั นราธิวิ าส ได้ป้ รับั ปรุงุ หลักั สูตู รสถานศึกึ ษา โดยได้น้ ำ�ำ ความหลากหลายของประเพณีีและวัฒั นธรรมในท้อ้ งถิ่น� เพื่่อ� การเรีียนรู้�และยอมรับั ในความแตกต่า่ งซึ่ง่� กันั และกันั สามารถดำำ�รงชีีวิติ อยู่�ร่วมกันั ได้อ้ ย่า่ งมีีความสุขุ การปรับั ปรุงุ หลักั สูตู รสถานศึกึ ษา ประกอบด้ว้ ย สาระสำำ�คััญของหลัักสููตรแกนกลาง สาระความรู้�ที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับชุุมชนท้้องถิ่�นและสาระสำ�ำ คััญที่่�โรงเรีียนพััฒนาเพิ่่�มเติิม และ เพื่่�อให้้สามารถจััดการศึึกษาที่่�มีีอิิสระในด้้านหลัักสููตร การจััดการเรีียนการสอน ตลอดจนการบริิหารจััดการสถานศึึกษาที่่�มีี ความคล่่องตััว อัันส่่งผลให้้ครููและบุุคลากรทางการศึึกษามีีเวลาที่�่ใช้้ในการเรีียนการสอนและพััฒนาผู้�้เรีียนให้้เกิิดผลสััมฤทธิ์์� ทางการศึกึ ษาได้อ้ ย่า่ งเต็ม็ ที่ �่ จึงึ ได้ท้ ำำ�การปรับั หลักั สูตู รแกนกลางการศึกึ ษาขั้น� พื้น�้ ฐาน ให้ส้ อดคล้อ้ งกับั บริบิ ทการจัดั การศึกึ ษา ในสถานศึกึ ษานำ�ำ ร่่องตามมาตรา ๒๐(๔) และมาตรา ๒๕ ที่ไ่� ด้จ้ ััดทำ�ำ ขึ้้�นโดยชอบด้ว้ ยกฎหมาย เพื่่�อนำำ�ไปใช้้ประโยชน์์และเป็็น กรอบในการวางแผนจััดการศึึกษาของโรงเรีียนวััดราษฎร์์สโมสร (ไพโรจน์์วิิทยา) ที่่�จะใช้้ในการจััดกิิจกรรมการเรีียนรู้� โดยมีี เป้า้ หมายในการพัฒั นาผู้เ�้ รีียนให้ม้ ีีคุณุ ภาพตามมาตรฐานที่�่กำำ�หนด มุ่�งพัฒั นาผู้เ้� รีียนเป็น็ ผู้เ้� รีียนรู้� ผู้้�ร่วมสร้า้ งนวัตั กรรม และเป็น็ พลเมืืองที่�่เข้้มแข็ง็ ดังั นั้้�น การปรับั ปรุงุ หลัักสููตร จึึงประกอบด้้วยสาระสำ�ำ คัญั ของหลักั สูตู รแกนกลาง สาระความรู้�ที่�่เกี่่ย� วข้อ้ ง กัับวััฒนธรรมท้้องถิ่�นและสาระสำ�ำ คััญที่�่โรงเรีียนพััฒนาเพิ่่�มเติิม โดยจััดเป็็นกลุ่�มทัักษะวิิชาการ ได้้แก่่ สาระการเรีียนรู้� ภาษาไทย คณิิตศาสตร์์ วิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี สัังคมศึึกษา ภาษาต่่างประเทศ (ภาษาอัังกฤษ) และกลุ่�มทัักษะชีีวิิต และทักั ษะอาชีีพ ได้้แก่่ สาระการเรีียนรู้้�สุขศึึกษาและพลศึึกษา ศิลิ ปะ กิิจกรรมพััฒนาผู้เ้� รีียน ได้้แก่ ่ กิจิ กรรมลูกู เสืือ-เนตรนารีี ชุุมนุุม และกิิจกรรมเพื่่�อสัังคม กลุ่�มชีีวิิตด้้านใน ได้้แก่่ ศาสนาอิิสลาม/พุุทธศาสนา กิิจกรรมการเรีียนรู้� “รืือเสาะแดนดิิน ถิ่�นพหุวุ ััฒนธรรม” (วััฒนธรรม, หน้้าที่�พ่ ลเมืือง, ประวััติิศาสตร์์, ภาษาไทย, การงานอาชีีพ, ศิลิ ปะ) ซึ่�่งมีีหน่่วยการเรีียนรู้้� คืือ เรื่อ� งราวของฉันั รู้�จักั กันั ในวิถิ ีี โดยคำำ�นึงึ ถึงึ การส่ง่ เสริมิ ให้ผ้ ู้เ�้ รีียนเกิดิ สมรรถนะ และมีีคุณุ ลักั ษณะอันั พึงึ ประสงค์ม์ ีีทักั ษะที่จ�่ ำำ�เป็น็ สำำ�หรัับการเรีียนรู้�ในศตวรรษที่�่ ๒๑ School Concept เชี่ย�่ วชาญการสื่อ� สารด้ว้ ยภาษาที่ห�่ ลากหลาย เป็น็ ยุวุ ทูตู น้อ้ ยสืืบสาน “รืือเสาะแดนดินิ ถิ่น� พหุวุ ัฒั นธรรม” สมรรถนะหลััก ๑. เรีียนรู้�และภููมิิใจในความเป็็น “รืือเสาะ” ๒. สร้้างวััฒนธรรมการใช้้ภาษาที่�่หลากหลาย (ภาษาไทย, ภาษามลายูู, ภาษาอัังกฤษ) และเป็็น นัักสื่�อสารตามวิถิ ีีชุมุ ชนสู่�สากล ๓. ใฝ่เ่ รีียนรู้� ใช้้เทคโนโลยีี สู่่�อาชีีพ ๔. พััฒนาทัักษะดนตรีี กีีฬา นัันทนาการ เพื่่อ� การเรีียนรู้� ๕. สืืบสานต่่อยอดภููมิิปััญญาและทุุนทางธรรมชาติิ ๖. มีีพื้�้นฐานอาชีีพในการคิิดค้้นผลิติ ภััณฑ์์ที่่�สร้้างสรรค์์ ๗. ทัักษะชีีวิติ ในสัังคมพหุวุ ััฒนธรรม 51
โครงสร้้างหลักั สููตร โรงเรียี นวัดั ราษฎร์ส์ โมสร (ไพโรจน์์วิทิ ยา) ได้้กำ�ำ หนดโครงสร้้างหลัักสูตู รออกเป็น็ ๓ กลุ่�ม คืือ กลุ่่�มวิิชาทักั ษะวิชิ าการ ประกอบด้ว้ ย กลุ่�มสาระการเรีียนรู้้�ภาษาไทย คณิติ ศาสตร์ ์ วิทิ ยาศาสตร์์ และเทคโนโลยีี ภาษาต่่างประเทศ (ภาษาอัังกฤษ BC) และสัังคมศึึกษา กลุ่่ม� วิชิ าทักั ษะชีวี ิติ และอาชีพี ประกอบด้ว้ ย สุขุ ศึกึ ษาและพลศึกึ ษา ศิลิ ปะ/ดนตรีี รืือเสาะแดนดินิ ถิ่น� พหุวุ ัฒั นธรรม (วัฒั นธรรม หน้า้ ที่พ�่ ลเมืือง ประวัตั ิศิ าสตร์ ์ ภาษาไทย การงานอาชีีพ และศิลิ ปะ) และกิจิ กรรมพัฒั นาผู้เ�้ รีียน กลุ่่ม� ชีีวิิตด้้านใน ประกอบด้ว้ ย พุทุ ธศาสนา/ศาสตร์์อิสิ ลาม และกิจิ กรรมเพื่่อ� สังั คมและสาธารณะ ประโยชน์์ การกำำ�หนดรายวิิชาใหม่่ โรงเรีียนวัดั ราษฎร์ส์ โมสร (ไพโรจน์ว์ ิทิ ยา) ได้ก้ ำ�ำ หนดรายวิชิ าใหม่ใ่ ห้เ้ หมาะสมกับั บริบิ ทของสถานศึกึ ษา และ School Concept ที่ก�่ ำ�ำ หนด เป็น็ รายวิชิ าที่บ�่ ูรู ณาการในแต่ล่ ะวิชิ าประกอบด้ว้ ย วัฒั นธรรม หน้า้ ที่พ�่ ลเมืือง ประวัตั ิศิ าสตร์์ ภาษาไทย การงานอาชีีพ และศิิลปะ เข้า้ ด้้วยกันั เพื่่�อส่ง่ เสริมิ ให้้นัักเรีียนเข้้าใจและเรีียนรู้�เรื่อ� งราวที่่�อยู่�ใกล้้ตัวั เรื่�องราวที่่อ� ยู่�ใน ชุุมชน จนไปถึงึ เรื่�องราวที่่ไ� กลตัวั สร้า้ งความตระหนััก รักั ถิ่�นฐานบ้า้ นเกิิด และเป็น็ พลเมืืองที่่เ� ข้้มแข็็ง จึึงได้ก้ ำำ�หนดวิิชาใหม่ ่ คืือ รืือเสาะแดนดิินถิ่�นพหุุวััฒนธรรม โดยนำ�ำ แหล่ง่ เรีียนรู้�ที่่ม� ีีอยู่�ในท้อ้ งถิ่�นมากำ�ำ หนดเป็น็ หน่ว่ ยการเรีียนรู้� ได้แ้ ก่่ หน่่วยการเรีียนรู้� ที่�่ ๑ เรื่�องราวของฉันั (เรื่อ� งราวของฉััน โรงเรีียนของฉันั ชุุมชนของฉันั อำ�ำ เภอรืือเสาะ จัังหวัดั นราธิิวาส และประวัตั ิศิ าสตร์์ ชาติไิ ทย) หน่ว่ ยการเรีียนรู้�ที่่� ๒ (การแต่่งกาย อาหาร ที่อ่� ยู่�อาศัยั ประเพณีี การละเล่่น วันั สำ�ำ คัญั ของเรา และอาชีีพในชุุมชน) การบริิหารจัดั การหลักั สููตรสถานศึกึ ษา การจััดทำำ�หลัักสููตรสถานศึึกษา โรงเรีียนดำ�ำ เนิินการด้้วยกระบวนการมีีส่่วนร่่วมของฝ่่ายต่่างๆ คืือ ฝ่า่ ยบริิหาร ครููผู้ส้� อน ผู้้�ปกครองและชุุมชน มีีการดำ�ำ เนินิ การ ๒ ส่ว่ น ได้แ้ ก่่ 52
1. การดำำ�เนินิ การระดัับสถานศึกึ ษา : ดำำ�เนิินการโดยบุคุ คลลากร ในระดัับสถานศึึกษา ได้แ้ ก่่ คณะกรรมการสถานศึึกษา คณะกรรมการบริหิ ารหลักั สููตรและงานวิชิ าการ เพื่่อ� พิจิ ารณาจััดทำ�ำ หลัักสูตู รสถานศึกึ ษา รวมทั้้ง� แนวปฏิิบััติิต่า่ งๆ ที่เ่� กี่ย�่ วข้อ้ ง เช่น่ ระเบีียบการวััดประเมิินผลการเรีียน รวมทั้้ง� พิิจารณาเกี่ย่� วกับั เอกสารบันั ทึกึ และรายงานผล การเรีียน ซึ่่ง� ต้อ้ งใช้ร้ ่่วมกันั ในสถานศึึกษา 2. การดำำ�เนิินการระดัับชั้�นเรีียน : ดำ�ำ เนิินการโดยครููผู้้�สอนแต่่ละคน ในการออกแบบ หน่ว่ ยการเรีียนรู้�และจัดั การเรีียนการสอน เพื่่อ� ให้ส้ อดคล้อ้ ง เหมาะสมกับั กับั ผู้เ้� รีียนแต่ล่ ะกลุ่�ม ซึ่ง�่ อาจมีีความแตกต่า่ งกันั ดังั นั้้น� ครูผู ู้ส�้ อนรายวิชิ าเดีียวกันั ระดับั ชั้น� เดีียวกันั อาจพิจิ ารณา ออกแบบหน่ว่ ยการเรีียนรู้�ที่แ�่ ตกต่า่ งกันั ได้้ เพราะผู้เ�้ รีียนที่ค�่ รูแู ต่ล่ ะคน รับั ผิิดชอบนั้้น� อาจมีีความต้อ้ งการ และความสามารถแตกต่า่ งกััน ดัังนั้้�น กิิจกรรมการเรีียนรู้� หรืืองานที่่�มอบหมายให้้ผู้�้เรีียนปฏิิบััติิ สื่่�อการสอน หรืือวิิธีีการ วััดประเมินิ ผลอาจต้อ้ งปรัับให้เ้ หมาะสมกัับผู้เ�้ รีียนแต่่ละกลุ่�ม ๑๖. โรงเรีียนบ้้านสากอ โรงเรีียนบ้้านสากอ ได้ก้ ำ�ำ หนดอนาคตของการจััดการศึึกษาของสถานศึึกษาให้ม้ ีีนโยบายที่่ช� ัดั เจน กำำ�หนด บทบาทของผู้้�บริิหารและผู้้�สอนใหม่่ โดยให้้ชุุมชนเข้้ามามีีบทบาท ในการจััดการเรีียนรู้�ทั้�งการสนัับสนุุนแหล่่งเรีียนรู้�และ ร่่วมจััดการเรีียนรู้� เพื่่�อสร้้างสมรรถนะของผู้�้เรีียนให้้มีีความสามารถในอาชีีพ ซึ่่�งคนส่่วนใหญ่่ในพื้้�นที่่�ยัังมีีปััญหาทางเศรษฐกิิจ ทั้้ง� นี้้ � พื้น�้ ที่น�่ ราธิวิ าสเป็น็ พื้น�้ ที่ท�่ ี่ม�่ ีีเศรษฐกิจิ ที่ผ�่ ู้้�ประกอบการรายย่อ่ ยสามารถสร้า้ งงานสร้า้ งอาชีีพได้ ้ จากเหตุกุ ารณ์ค์ วามไม่ส่ งบ ในพื้น้� ที่ท�่ ำ�ำ ให้ผ้ ู้้�ประกอบการธุรุ กิจิ ขนาดใหญ่ไ่ ม่ก่ ล้า้ เข้า้ มาลงทุนุ ร้า้ นค้า้ รายเล็ก็ เช่น่ ร้า้ นของชำำ� ร้า้ นโรตีี ชาชักั และ ตลาดชุมุ ชน ยังั คงมีีการเคลื่�อนไหวอยู่�ในชุุมชน การจัดั การเรีียนรู้�ที่�เ่ น้น้ การสร้า้ งงานสร้้างอาชีีพ สร้้างความเป็น็ ผู้้�ประกอบการท้้องถิ่�นของ ผู้เ�้ รีียนจึงึ มีีความสำ�ำ คัญั ต่อ่ การมีีชีีวิติ ที่ด่� ีี รวมทั้้ง� การมุ่�งไปที่ค่� วามรักั และสันั ติภิ าพ โดยใช้จ้ ุดุ แข็ง็ ของศาสนาและชีีวิติ ภายในสร้า้ ง ความแข็็งแกร่ง่ ให้้กับั ผู้เ้� รีียน School Concept พัฒั นาวิิชาการสู่่�ทัักษะอาชีีพ และยกระดัับคุุณภาพชีีวิติ จากภายใน ด้ว้ ยการมีีส่ว่ นร่่วมจากชุุมชน บนพื้�้นฐานวิิถีีชีีวิิตตามแนววิิถีีอิสิ ลาม โครงสร้้างหลักั สููตร โรงเรีียนบ้า้ นสากอ จัดั การศึกึ ษาตั้ง� แต่ร่ ะดับั อนุบุ าลศึกึ ษาจนถึงึ ระดับั มัธั ยมศึกึ ษาปีที ี่�่ ๓ จึงึ ได้ก้ ำ�ำ หนด โครงสร้า้ งหลักั สูตู รออกเป็น็ ๓ กลุ่�ม คืือ กลุ่�มที่�่ ๑ กลุ่�มการเรีียนรู้้�ทางวิชิ าการ ประกอบด้ว้ ย ภาษาไทย คณิติ ศาสตร์ ์ วิทิ ยาศาสตร์์ และเทคโนโลยีี สังั คมศึกึ ษา ภาษาอังั กฤษ ภาษามลายูู และภาษาอาหรับั กลุ่�มที่่� ๒ กลุ่�มชีีวิติ ด้า้ นใน ประกอบด้ว้ ย วิชิ าอัลั กุรุ อ่า่ น อัลั หะดิษิ และวิถิ ีีอิสิ ลาม (อัลั ฟิกิ ฮ, อัลั อากีีดะห์,์ อัลั อัคั ลาค, อัตั ตารีีค) และกลุ่�มที่�่ ๓ กลุ่�มทักั ษะชีีวิติ และทักั ษะอาชีีพ ประกอบ ด้้วย ศิิลปะ สุุขภาพและนัันทนาการ ผู้้�ประกอบการน้้อย กิิจกรรมแนะแนว กิิจกรรมชุุมนุุม และกิิจกรรมลููกเสืือ/กิิจกรรม เพื่่�อสัังคมฯ 53
การจััดการบริิหารหลัักสููตรของโรงเรีียนบ้้านสากอ ได้้กำ�ำ หนดแนวคิิดในการบริิหารจััดการให้้เกิิด การสนับั สนุุนทรััพยากรการจััดการศึกึ ษา ด้ว้ ยแนวคิิด SAKOR Model ซึ่่�งมีี ๕ ขั้้น� ตอน ได้แ้ ก่ ่ ขั้้น� ที่�่ ๑ สร้า้ งความตระหนักั ขั้น� ที่่� ๒ วิิเคราะห์์สภาพปัญั หา ขั้้�นที่่� ๓ สร้้างองค์ค์ วามรู้� ขั้�นที่�่ ๔ การปฏิบิ ััติิด้ว้ ยวิิธีีการที่่ห� ลากหลาย และขั้น� ที่�่ ๕ ประเมินิ ผล สะท้อ้ นกลัับ โรงเรีียนบ้้านสากอ ได้้กำ�ำ หนดจััดการเรีียนการสอนโดยใช้้นวััตกรรมการเรีียนรู้�แบบใช้้บ้้านเป็็นฐาน (Home Based Learning By SAKOR School) สืืบเนื่่�องจากสถานการณ์์การแพร่่ระบาดเชื้�้อไวรััสโคโรน่่า ๒๐๑๙ (Covid-๒๐๑๙) โรงเรีียนจำำ�เป็น็ ต้อ้ งเปลี่�่ยนรูปู แบบการจััดการเรีียนการสอนให้้เหมาะสมกัับสถานการณ์ ์ จึึงใช้ล้ ักั ษณะการใช้้ บ้า้ นเป็น็ ฐานเพื่่อ� จัดั การเรีียนรู้�ให้แ้ ก่น่ ักั เรีียน โดยให้ผ้ ู้้�ปกครองมีีส่ว่ นร่ว่ มในการจัดั การเรีียนรู้� ร่วมกันั ออกแบบการจัดั การเรีียนรู้� ให้้เหมาะสมกัับผู้�้เรีียน ในรููปแบบของบ้้านที่่�มีีสมาร์์ทโฟน บ้้านที่�่ไม่่มีีสมาร์์ทโฟน และบ้้านที่�่ไม่่มีีสััญญาณอิินเตอร์์เน็็ต ซึ่ง�่ ให้น้ ักั เรีียนเรีียนรู้้�ด้ว้ ยตนเองจากการปฏิบิ ััติจิ ริงิ จากสิ่ง� ที่อ�่ ยู่�รอบตัวั เพื่่อ� ให้เ้ กิดิ ทักั ษะการเรีียนรู้� การแก้ป้ ัญั หา และจัดั ระบบ การคิดิ สิ่ง� ที่ไ�่ ด้ร้ ับั จากการจัดั การเรีียนการสอนโดยใช้น้ วัตั กรรมการเรีียนรู้�แบบใช้บ้ ้า้ นเป็น็ ฐาน (Home Based Learning By SAKOR School) ผู้ป�้ กครอง ผู้้�ปกครองมีีคู่่�มืือสำำ�หรัับผู้้�ปกครองที่่�ช่่วยให้้ผู้้�ปกครองเข้้าใจถึึงลำ�ำ ดัับขั้�นตอนของการจััดกิิจกรรม การเรีียนการสอน ทำ�ำ ให้้ผู้้�ปกครองทราบถึึงจุุดประสงค์์ของการจััดการเรีียนรู้� ผู้้�ปกครองและนัักเรีียนได้้มีีปฏิิสััมพัันธ์์ร่่วมกััน ทำำ�กิจิ กรรมร่่วมกันั เกิดิ ความรักั ความผููกพันั ภายในครอบครััว เกิิดความเข้้าใจตรงกันั ระหว่า่ งผู้้�ปกครองและครูู ชุุมชน สร้้างความสััมพัันธ์์อัันดีีระหว่่างโรงเรีียนและชุุมชน ช่่วยให้้โรงเรีียนและชุุมชนเกิิดความเข้้าใจอัันดีี ต่อ่ กััน ทั้้ง� นี้้ � ทั้้�งสองฝ่่ายจะต้อ้ งปฏิิบัตั ิติ ามบทบาทของตน รู้้�วิธิ ีีการที่่�เหมาะสม จึงึ จะสามารถสร้า้ งความสััมพันั ธ์อ์ ันั ดีีขึ้้น� ได้้ 54
ครูู ครููได้้ศึึกษาค้้นคว้้าหาความรู้้�ผ่านอุุปกรณ์์ที่่�ทัันสมััยให้้ทัันกัับยุุคสมััยดิจิ ิิตอล สร้้างศัักยภาพครููให้้ครูู เป็็นครููมืืออาชีีพและพััฒนาสมรรถนะครูผู ู้ส�้ อนในศตวรรษที่�่ ๒๑ ลดความเสี่�ย่ งภัยั ในการติิดเชื้อ�้ ไวรัสั โคโรน่่า ๒๐๑๙ โดยการ ติิดตามการจััดการเรีียนการสอนผ่่านระบบออนไลน์์ จััดการเรีียนการสอนได้้ทุุกที่่�ทุุกเวลาตามความต้้องการและความพร้้อม ของนักั เรีียน เพีียงแค่่อุปุ กรณ์เ์ ชื่�อมต่่อกัับอินิ เตอร์์เน็็ต เช่่น โทรศัพั ท์ม์ ืือถืือ โน๊ต๊ บุ๊�ค คอมพิิวเตอร์ต์ั้ง� โต๊๊ะ นัักเรีียน นัักเรีียนปลอดภััยจากการแพร่่ระบาดของเชื้�้อไวรััสโคโรน่่า ๒๐๑๙ นัักเรีียนสามารถสร้้างสรรค์์ ชิ้�นงานได้้ นักั เรีียนเข้้าถึงึ และคุ้�นเคยกัับทัักษะการใช้เ้ ทคโนโลยีี โรงเรีียน โรงเรีียนได้้การคิิดค้้นพััฒนาการเรีียนรู้�สิ่�งใหม่่ๆ การสร้้างสรรค์์นวัตั กรรมทางเทคโนโลยีีปรัับเข้้ากัับ สมัยั ที่�ม่ ีีการเปลี่�่ยนแปลงอยู่�ตลอด การปฏิิสััมพัันธ์ก์ ับั ครูผู ู้ส้� อน นักั เรีียน และผู้้�ปกครองสามารถนำ�ำ มาใช้้ได้จ้ ริงิ ในสถานการณ์์ การแพร่่ระบาดของเชื้้อ� ไวรัสั โคโรน่า่ ๒๐๑๙ ๑๗. โรงเรีียนดารุุลอามาน หลัักสููตรโรงเรีียนดารุุลอามาน พุุทธศัักราช ๒๕๖๔ ตามหลัักสููตรแกนกลางการศึึกษาขั้�นพื้�้นฐาน พุทุ ธศัักราช ๒๕๕๑ (ฉบัับปรัับปรุงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ได้้จัดั ทำำ�ขึ้้�นเพื่่อ� ให้้สถานศึกึ ษาได้น้ ำ�ำ ไปใช้้ในการจััดการศึึกษาให้ส้ อดคล้อ้ ง กับั พระราชบัญั ญััติิพื้�้นที่่�นวััตกรรมการศึกึ ษา พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่่�อพัฒั นาผู้้เ� รีียนให้ม้ ีีคุุณภาพ ในด้้านความรู้้� ทัักษะ คุุณธรรม และค่่านิิยมที่�่พึึงประสงค์์ ให้้สามารถใช้้เป็็นแนวทางในการดำ�ำ รงชีีวิิต ในสัังคมที่ม�่ ีีการเปลี่่�ยนแปลง และแสวงหาความรู้�เพื่่�อการพััฒนาตนเองอย่่างต่อ่ เนื่่�องตลอดชีีวิิต School Concept ดารุุลอามานโรงเรีียนแห่่งการสร้้างมุุอ์์มิิน ในดิินแดนแห่่งประวััติิศาสตร์์ ศาสนา และวััฒนธรรม มุุอ์์มิิน คืือ ผู้้�ศรััทธา ผู้ท้� ี่พ่� บกับั ความสุุขอัันแท้้จริิง ผู้�้ที่�่จะลิ้ม� รสแห่่งความสุขุ นิิรันั ดร ปฏิิบััติติ ามคำ�ำ บัญั ชาของพระองค์ท์ ุุกอย่า่ ง ด้้วยความบริสิ ุทุ ธิ์์ใ� จและซื่�อสัตั ย์ย์ ึดึ ตามสััจธรรมคำำ�สอนของอิิสลามเป็น็ ธรรมนูญู แห่่งชีีวิิต โครงสร้้างหลัักสููตร ๑. การจัดั กลุ่�มวิชิ าการ โดยกำำ�หนดสัดั ส่ว่ นให้เ้ หมาะสมกับั บริบิ ทของสถานศึกึ ษา ตามความต้อ้ งการ ของชุุมชนและผู้เ�้ รีียน ได้แ้ ก่่ ๑.๑ วิิชาภาษาไทย ๑.๒ วิิชาคณิติ ศาสตร์์ ๑.๓ วิิชาวิิทยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี ๑.๔ วิิชาสัังคมศึกึ ษา 55
๒. การจััดกลุ่�มทัักษะชีีวิิต/อาชีีพ ค้้นหาและสร้้างความถนัดั ๒.๑ วิชิ าการงานอาชีีพ ๒.๒ วิชิ าสุขุ ศึกึ ษาและพละศึกึ ษา ๒.๓ วิชิ าศิลิ ปะ ๒.๔ กิิจกรรมพััฒนาผู้�้เรีียน ๓. การจัดั กลุ่�มชีีวิติ ด้า้ นใน โดยจัดั การเรีียนรู้�ให้รู้้�จักั ตนเอง วัฒั นธรรมท้อ้ งถิ่น� และการเรีียนรู้�ชุมชน ได้้แก่ ่ วิิชาอัตั ตััรบีียะตุลุ อิิสลามีียะห์์ ประกอบด้้วยสาระสำำ�คััญ ดัังนี้้� ฟัรั ฎูอู ัยั น์ ์ คืือ ฟัรั ฎูทู ี่ม�่ ุสุ ลิมิ ทุกุ คนจะต้อ้ งศึกึ ษาและนำ�ำ มาปฏิบิ ัตั ิิ ไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ ชายหรืือหญิงิ อิสิ ระชน หรืือเป็็นทาส ในเมื่อ� เขาบรรลุศุ าสนภาวะ และมีีสติสิ ััมปชััญญะ ผู้ท้� ี่่�ละเลยไม่ศ่ ึึกษา ถืือว่า่ มีีความผิดิ และจะต้อ้ งถููกลงโทษจาก พระองค์อ์ ัลั ลอฮ วิิชาที่�่เป็็นฟััรฎููได้้แก่่ หลัักศรััทธา(หลัักอีีมาน) หลัักศาสนกิิจ(หลัักอิิสลาม) หลัักคุุณธรรม (หลักั อิหิ ์ซ์ าน) บัญั ญัตั ิเิ กี่ย�่ วกับั สิ่ง� ที่อ�่ นุมุ ัตั ิ(ิ หะล้า้ ล) บัญั ญัตั ิเิ กี่ย�่ วกับั สิ่ง� ต้อ้ งห้า้ ม(หะรอม) ผู้ใ�้ ดที่ไ�่ ม่ศ่ ึกึ ษาก็จ็ ะได้ร้ ับั โทษสถานหนักั จากอััลลอฮ์์ ซุบุ ฮานะฮููวะตะอาลา ฟััรฎููกิิฟายะฮ์ ์ คืือ สิ่่ง� ที่�่มุุสลิิมจำำ�เป็น็ จะต้อ้ งศึกึ ษาและนำ�ำ มาปฏิบิ ััติิ ถ้า้ หากว่า่ มีีมุสุ ลิมิ กลุ่�มหนึ่่ง� ทำำ�การศึกึ ษาและปฏิบิ ััติ ิ จนเพีียงพอความต้อ้ งการแล้้ว มุุสลิมิ ส่ว่ นอื่�นๆ ก็พ็ ้น้ ความรับั ผิดิ ชอบไปด้ว้ ย แต่่ถ้้าหากว่่าไม่ม่ ีีมุุสลิิม คนใดทำำ�การศึึกษา และไม่่มีีใครนำ�ำ มาปฏิิบััติิเลย ความผิิดก็็จะตกอยู่่�กัับมุุสลิิมทุุกคน ถ้้าหากว่่า มีีมุุสลิิมบางคนศึึกษาแต่่ยััง ไม่่พอเพีียงต่่อความต้อ้ งการ ก็็จำำ�เป็น็ ที่่ม� ุุสลิมิ ส่ว่ นอื่�น จะต้อ้ งทำ�ำ การศึึกษาจนเพีียงพอต่่อความต้้องการ วิิชาที่่�เป็็นฟััรฎููกิิฟายะฮ์์ ได้้แก่่ วิิชาสามััญโดยทั่่�วๆไป เช่่น วิิทยาศาสตร์์ เกษตรศาสตร์์ วิิศวกรรมศาสตร์์ แพทยศาสตร์์ ภาษาศาสตร์์ บริิหารธุรุ กิจิ นิเิ ทศศาสตร์์ ศึึกษาศาสตร์ ์ สังั คมศาสตร์์ เภสัชั ศาสตร์์ ฯลฯ การประเมินิ อุดุ มการณ์์ (School Concept) โดยประเมินิ 1. ฐานสมรรถนะ 2. ความรู้้� ทักั ษะ คุณุ ลัักษณะ 3. การตอบวิชิ าแต่่ละวิชิ าที่�เ่ ชื่�อมโยงถึึงกััน 4. การประเมินิ การเรีียนรู้�ระหว่่างทาง การนำ�ำ หลัักสููตรไปใช้้ นํําไปใช้อ้ ย่่างไร หน่ว่ ยการเรีียนในรายวิชิ าตรงตามวัตั ถุปุ ระสงค์์ที่ก่� ำำ�หนด ให้้สอดคล้อ้ งกัับคำ�ำ อธิิบายรายวิชิ า ตามโครงสร้า้ งโมเดลไข่่ดาว และมีีการปฏิิบััติิจริงิ ตามรายวิิชาที่บ�่ ููรณาการผลที่�่ได้้ 56
นักั เรียี นได้้อะไร นัักเรีียนได้้เสริมิ สร้า้ งทักั ษะ เกิิดการเรีียนรู้�อู ย่่างไม่่มีีที่�ส่ิ้น� สุุดมีีความรู้้� มีีเจตคติทิ ี่ด่� ีีในการเรีียนรู้� ครููได้้อะไร สร้า้ งองค์ค์ วามรู้ใู� หม่่ พัฒั นาตนเอง เรีียนรู้กู� ระบวนการสอนที่ห�่ ลากหลายจากการบรูณู าการรายวิชิ า โรงเรีียนได้้อะไร ความเชื่อ� มั่�น และความไว้ว้ างใจจากชุุมชน จัดั การเรีียนรู้ไ�ู ด้อ้ ย่า่ งมีีประสิทิ ธิิภาพ 57
บทท่ี ๔ ความสำ�เรจ็
บทที่ ๔ ความสำ�เรจ็ การปรับและพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และสอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู้ คุณลักษณะพึงประสงค์ และนำ�ไปสู่สมรรถนะหลักของผู้เรียน โดยนำ�เน้ือหาที่เก่ียวข้องกับแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น มาจัดการเรียนรู้เชื่อมโยงกับองค์ความรู้พื้นฐานในหลักสูตร ซ่ึงครูได้ปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเน้ือหา และสถานการณ ์ ท�ำ ใหเ้ กิดกระบวนการการจดั เรียนรแู้ บบใหม่ นำ�ไปพัฒนาเปน็ นวตั กรรมการเรียนรู้ ดังนี้ ๑. ห้องเรียนวตั กรรม ครพู ฒั นากระบวนการจดั การเรยี นรใู้ หเ้ หมาะสมกบั บรบิ ทของผเู้ รยี นและสถานการณท์ ี่เกดิ ขึน้ ในปจั จบุ นั โดยปรบั การจัดการเรยี นรู้ ส�ำ หรับผเู้ รียนที่ไม่มี Smart Phone และไม่มี Internet ในรูปแบบต่างๆ จนเกดิ เป็นหอ้ งเรียน นวตั กรรม โดยมีกระบวนการดงั น้ี ๑. หอ้ งเรยี น Online สำ�หรบั ผู้เรียนที่มี Internet และ Smart Phone 61
ครูได้กำ�หนดเป็น “ห้องเรียนสุขสันต์” โดยครูต้องวิเคราะห์สมรรถนะที่ต้องการ ศึกษา หลกั สูตร ก�ำ หนดคุณลักษณะ ทักษะและตวั อยา่ งเนื้อหาที่สามารถเลือกได้หรอื เป็นตวั อย่างเพื่อเป็นการสอน ในการวเิ คราะห์ สมรรถนะได้กำ�หนดขั้นตอน ดังนี้ (๑) ผู้บริหาร ครูและผู้เชี่ยวชาญ สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ เพื่อวิเคราะห์สมรรถนะ เพื่อเลอื กสมรรถนะ รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ (๒) ฟงั เสยี งจากนกั เรยี น ผปู้ กครอง เพื่อส�ำ รวจ (ออนไลน/์ ออฟไลน)์ ประมวลผล และสรุปผลการสำ�รวจ (๓) ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหาร ครูและผู้เชี่ยวชาญ เลือกสมรรถนะและรูปแบบ ที่เป็นไปได้ (๔) ประชามติ ๕ ฝ่าย (นักเรียน/ครู/ผปู้ กครอง/ชมุ ชน/ผู้เชี่ยวชาญ) เพื่อกำ�หนดสมรรถนะที่ตอ้ งการ จากนน้ั เลอื กบรบิ ทและแหลง่ เรยี นรู้ ตอ้ งค�ำ นงึ ถงึ พื้นที่ใกลต้ วั เรอ่ื งที่ไมย่ ากเกนิ ไป เหมาะสม กับวัย หลกี เล่ยี งหวั ขอ้ เสย่ี ง (ความปลอดภัย) และทกุ คนทำ�(ได้ (คร/ู นักเรยี น/ผู้ปกครอง) ซ่ึงมีขน้ั ตอนการเลือกบริบท ดังนี้ (๑) ครู นกั เรยี น ผปู้ กครอง เลอื กบรบิ ทและแหลง่ เรยี นรู้ เสนอ รวบรวม จดั กลมุ่ และก�ำ หนดบรบิ ทและแหลง่ เรยี นรู้ (๒) ลงพื้นที่ ตามหัวขอ้ ที่กำ�หนด (ตวั แทน) ดำ�เนินการตรวจสอบ ก�ำ หนดเนอ้ื หาหลัก (Themes) และก�ำ หนดระดบั ชนั้ (๓) บนั ทกึ เป็น บรบิ ทและแหลง่ เรยี นรู้ (๔) How might we หรือเป้าหมายปลายทาง โดยก�ำ หนดหัวขอ้ เปา้ หมายปลายทางว่า จะท�ำ อย่างไร ให้นักเรียนที่ขาดอุปกรณ์สามารถเข้าสู่การเรียนรู้ได้ การเรียนรู้ที่ไม่ต้องพ่ึงพาอุปกรณ์ เทคโนโลยีออนไลน์แบบสมบูรณ์ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร จะทำ�อย่างไรให้นักเรียนีแรงจูงใจในการเรียน และจะทำ�อย่างไรให้ผู้ปกครองเห็นความสำ�คัญ ของการเรยี นรูข้ องบุตรหลาน ๒. ผู้เรียนส่งงานครบตามกำ�หนดเป็นข้ันตอนที่ครูและผู้เรียนทำ�ข้อตกลงและวิธีในการส่งงาน โดยตกลงในเร่ืองเนอ้ื หานำ�ไปส่กู ารกำ�หนดใบงาน ท�ำ อยา่ งไรให้ใบงานเข้าถงึ ง่าย เข้าใจเนือ้ หาและเทคนิค ผู้เรียนอาจส่อื สาร ด้วยภาพ สร้างความชัดเจนในช่องทาง ให้มีการจัดการช่องทางการส่งงานร่วมกัน ยดื หยุ่นระยะเวลาการส่งงาน ครูควรแจ้ง ความกา้ วหนา้ ใหผ้ ูเ้ รยี นทราบ และประเมนิ ผลร่วมกันระหวา่ งครูและผเู้ รียน ๓. จัดระบบที่ง่ายตอ่ การส่งงาน ครจู ัดทำ�ระบบการส่งงานอย่างง่ายและเหมาะสมกบั ผูเ้ รียน ๔. ชดุ บทเรยี นส�ำ เรจ็ รปู แบบ Offline ครผู ลติ ชดุ บทเรยี นส�ำ เรจ็ รปู ส�ำ หรบั ผเู้ รยี นที่ไมม่ ี Internet เพื่อใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรดู้ ว้ ยตนเอง เปน็ “บทเรยี นสรา้ งสรรคไ์ รพ้ รมแดน” จากการถอดบทเรยี นครทู ี่สอนดว้ ยชดุ บทเรยี นส�ำ เรจ็ รปู เปน็ บทเรยี นสนกุ เตม็ ไปดว้ ยสอ่ื เรยี นไดท้ กุ เวลา ตอนไหนกไ็ ด ้ ผเู้ รยี นมคี วามตนื่ เตน้ อยากเรยี น มกี ารแขง่ ขนั กบั ตวั เอง ท�ำ ไดเ้ อง ใช้แรงขบั จากภายใน สามารถบอกความก้าวหน้าและประเมนิ ไดเ้ อง พรอ้ มที่จะช่วยเหลือเพื่อนและบอกช่องทางการสือ่ สาร 62
๕. Game Based Learning ครูผลติ และจัดการเรียนรู้ผา่ นเกม เพื่อให้ผูเ้ รยี นเกิดการเรียนรู้ และทกั ษะการคดิ ท้ังนี้ การจดั การเรียนรู้ผา่ นเกมเปน็ การจดั การเรียนร้ผู ่านระบบออนไลน์ ๖. นักเรียนไม่มีอุปกรณ์ Smart Phone และไม่มี Internet ครูต้องคิดค้นวิธีและกระบวน การจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ครูถา่ ยทอดองค์ความรู้อยา่ งงา่ ยผ่านวิดโี อ ใบความรู้และใบงาน การถอดบทเรยี นการจดั การเรยี นรสู้ �ำ หรบั นกั เรยี นที่ไมม่ อี ปุ กรณ์ Smart Phone และไมม่ ี Internet ครูต้องกำ�หนด How might we ที่ชัดเจน นักเรียนบางคนอาจช้าแต่ทันเรียน และมีช่องทางให้เลือกเรียนได้ ๒ ช่องทาง ครสู อื่ สารกบั นกั เรยี นดว้ ยการส่งกำ�ลังใจ ส่งความรักและส่อื สารทางบวก มีแบบสรุปเนอื้ หาอย่างกระชับใหเ้ ขา้ ใจงา่ ยโดยผา่ น วดิ โี อหรอื ผา่ นใบงาน มสี อ่ื สารความเขา้ ใจทงั้ ทางออนไลนแ์ ละใบงาน ทง้ั นี้ มกี ารสะทอ้ นคดิ การท�ำ ใบงานของนกั เรยี นในแตล่ ะ ครั้งหรอื บทเรยี น กลุม่ 8 สง่ งาน ส่งรกั ส่งความรูส้ ึก โมเดลสง่ พลงั 63
๒. ห้องเรยี นสัมพนั ธภาพแหง่ การเรยี นรู้ เป็นห้องเรียนที่มีพื้นที่เปิดกว้างทางความคิด สร้างความกระจ่างในเน้ือหาทำ�ให้ผู้เรียนแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข กล้าแสดงออกและแลกเปลี่ยน ความคดิ หอ้ งเรยี นสมั พนั ธภาพแหง่ การเรยี นรู้ มอี งคป์ ระกอบ คอื บทเรยี นแหง่ การเรยี นรู้ เกมที่สรา้ งสมั พนั ธภาพ หอ้ งสนทนา แหง่ การเรยี นรู้ กระทสู้ มั พนั ธภาพ กจิ กรรมแหง่ ความรว่ มมอื และเครอื่ งมอื วดั ความกา้ วหนา้ ซงึ่ มกี ระบวนการด�ำ เนนิ การ ไดแ้ ก่ (๑) สรา้ งบทเรยี นแหง่ การเรียนรทู้ ี่หลากหลายจากความรว่ มมอื ของครู นกั เรยี นและผปู้ กครอง (๒) สรา้ งชอ่ งทางแหง่ การสร้างความสัมพันธภาพ (๓) ออกแบบกจิ กรรมแหง่ ความร่วมมอื (๔) สร้างเครื่องมือวดั ความกา้ วหนา้ (๕) สะท้อนคิดการเรียนรู้ ห้องเรียนสัมพันธภาพแห่งการเรียนรู้ เป็นบทเรียนที่นำ�ทฤษฎีมาสร้าง ทำ�ให้เข้าถึงง่าย มีช่องทางปฏิสัมพันธท์ ้ังเนื้อหา ครู นักเรยี นและตนเอง สร้างการมสี ่วนรว่ มของครู นกั เรียนและผปู้ กครอง การพฒั นานวตั กรรมการจดั การเรยี นรขู้ องครใู นสถานศกึ ษาน�ำ รอ่ งพื้นที่นวตั กรรมการศกึ ษาจงั หวดั นราธิวาส ทำ�ให้ได้ผลสะท้อนคิดต่อการพัฒนานวัตกรรมของครู คือ ทำ�ให้ครูเปิดกว้างความคิด ได้จุดประกายความคิดของ ครูในการหาวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับนักเรียนและสถานการณ์ เป็นการเริ่มต้นการเปล่ียนแปลง เร่ิมต้นได้ที่ตัวครู เพื่อนำ�การเรียนรู้ไปสู่นักเรียนในหลากหลายรูปแบบ เปิดการเรียนรู้ที่นอกเหนือจากกรอบและมีแนวทางในการช่วยเหลือ ผูเ้ รยี น ท�ำ ให้เกดิ การเรยี นรทู้ ี่ไร้พรมแดน และรว่ มแรงรว่ มใจสรา้ งสรรค์นวตั กรรมการเรียนรู้ 64
รายชอื่ สถานศกึ ษาน�ำ รอ่ ง พ้นื ทนี่ วตั กรรมการศกึ ษาจังหวัดนราธวิ าส ผู้้�บริหิ ารสถานศึกึ ษาและคณะครูู สำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่่ก� ารศึึกษามัธั ยมศึึกษานราธิวิ าส สำำ�นักั งานเขตพื้�น้ ที่ก�่ ารศึึกษามัธั ยมศึึกษานราธิวิ าส โรงเรีียนสุไุ หงโก-ลก สำ�ำ นักั งานเขตพื้น�้ ที่ก่� ารศึึกษาประถมศึึกษานราธิวิ าส เขต ๑ โรงเรีียนบาเจาะ สำ�ำ นักั งานเขตพื้น้� ที่ก่� ารศึึกษาประถมศึึกษานราธิวิ าส เขต ๑ โรงเรีียนบ้า้ นบาตูมู ิติ รภาพที่่� ๖๖ สำ�ำ นัักงานเขตพื้้�นที่่�การศึึกษาประถมศึึกษานราธิวิ าส เขต ๑ โรงเรีียนบ้้านบลูกู าสนอ สำำ�นัักงานเขตพื้�้นที่่�การศึึกษาประถมศึึกษานราธิวิ าส เขต ๑ โรงเรีียนวััดราษฎร์ส์ โมสร (ไพโรจน์ว์ ิิทยา) สำำ�นัักงานเขตพื้้น� ที่ก�่ ารศึึกษาประถมศึึกษานราธิวิ าส เขต ๒ โรงเรีียนบ้า้ นกลูบู ีี สำำ�นักั งานเขตพื้้�นที่ก่� ารศึึกษาประถมศึึกษานราธิวิ าส เขต ๒ โรงเรีียนบ้้านมููโนะ สำำ�นัักงานเขตพื้�น้ ที่�่การศึึกษาประถมศึกึ ษานราธิวิ าส เขต ๒ โรงเรีียนบ้า้ นตืือมายู ู สำำ�นักั งานเขตพื้�น้ ที่่ก� ารศึึกษาประถมศึกึ ษานราธิวิ าส เขต ๒ โรงเรีียนบ้า้ นสากอ สำำ�นัักงานเขตพื้�น้ ที่ก่� ารศึึกษาประถมศึึกษานราธิวิ าส เขต ๒ โรงเรีียนบ้า้ นหััวคลอง สำำ�นักั งานเขตพื้�น้ ที่�ก่ ารศึึกษาประถมศึกึ ษานราธิวิ าส เขต ๓ โรงเรีียนบ้า้ นน้ำำ�� ใส สำำ�นัักงานเขตพื้้�นที่ก่� ารศึึกษาประถมศึกึ ษานราธิวิ าส เขต ๓ โรงเรีียนบ้า้ นสะโล สำำ�นักั งานเขตพื้น�้ ที่่ก� ารศึึกษาประถมศึกึ ษานราธิวิ าส เขต ๓ โรงเรีียนบ้้านตาโงะ สำำ�นักั งานเขตพื้�้นที่่ก� ารศึึกษาประถมศึกึ ษานราธิวิ าส เขต ๓ โรงเรีียนบ้า้ นกาเด็ง็ สำำ�นัักงานเขตพื้�้นที่�ก่ ารศึึกษาประถมศึกึ ษานราธิวิ าส เขต ๓ โรงเรีียนบ้้านปารีี สำำ�นักั งานการศึกึ ษาเอกชนจัังหวััดนราธิวิ าส โรงเรีียนบ้า้ นน้ำ�ำ� หอม โรงเรีียนดารุลุ อามาน 65
คณะผู้จดั ท�ำ ที่ �ปรึึกษา ดร.ชาร์์รีีฟท์์ สืือนิ ิ ศึกึ ษาธิกิ ารจัังหวััดนราธิวิ าส นายธวััชชััย ไชยกันั ย์ ์ รองศึึกษาธิกิ ารจัังหวััดนราธิวิ าส นางสาวซารีีพะ ดีีรีี ผู้้�อำ�นวยการกลุ่ �มนิิเทศ ติิดตามและประเมิินผล นางโสภา ทองเมืือง ผู้้�อำ�นวยการกลุ่�มพัฒั นาการศึึกษา นางพรทิพิ ย์ ์ วุุตติหิ าสะ ผู้้�อำ�นวยการกลุ่ �มนโยบายและแผน นางวิินิิพร แซ่ฮ่ ่ำำ�� ผู้้�อำ�นวยการกลุ่�มบริหิ ารงานบุคุ คล นางลดาวัลั ย์ ์ สร้อ้ ยสังั วาลย์์ ผู้้�อำ�นวยการกลุ่ �มอำำ�นวยการ นางสาวจิดิ าภา สุวุ รรณกููฏ ผู้้�อำ�นวยการกลุ่�มลูกู เสืือ ยุุวกาชาดและกิจิ การนัักเรีียน นางสาวโสภิดิ า ตุุลยาพงศ์์ ผู้้�อำ�นวยการหน่ว่ ยตรวจภายใน ผู้้�ถอดบทเรียี น ดร.ชาร์ร์ ีีฟท์์ สืือนิ ิ ศึึกษาธิกิ ารจัังหวััดนราธิวิ าส นางสาวซารีีพะ ดีีรีี ผู้้�อำ�นวยการกลุ่�มนิิเทศ ติดิ ตามและประเมิินผล นางปัทั มาวดีี ขันั ธ์ช์ ัยั ศึกึ ษานิิเทศก์ช์ ำำ�นาญการ รศ.ดร.วรรณดีี สุทุ ธิินรากร อาจารย์ป์ ระจำำ�คณะศึกึ ษาศาสตร์์ มหาวิิทยาลััยเกษตรศาสตร์์ ผศ.ดร.นพ.สุุธีีร์์ รััตนะมงคลกุุล อาจารย์ป์ ระจำ�ำ คณะแพทยศาสตร์์ มหาวิิทยาลัยั ศรีีนคริินทรวิิโรฒ วิิทยาเขตองครักั ษ์์ นักั วิชิ าการอิสิ ระ ดร.สมเกีียรติิ สุทุ ธินิ รากร ผู้้�รวบรวมข้้อมูลู วิเิ คราะห์์ เรีียบเรีียง และบรรณาธิกิ าร นางสาวซารีีพะ ดีีรีี ผู้้�อำ�นวยการกลุ่ �มนิิเทศ ติิดตามและประเมิินผล นางปััทมาวดีี ขันั ธ์ช์ ััย ศึกึ ษานิิเทศก์ช์ ำำ�นาญการ นายรุ่�งโรจน์์ ไชยรักั ษ์์ เจ้า้ หน้า้ ที่�่ธุรุ การ นายโซเฟีียน ละมูลู อ ศึกึ ษานิิเทศก์ช์ ำ�ำ นาญการพิิเศษ นายนิธิ ิริ อน ภัทั ราธิิกุลุ ศึึกษานิเิ ทศก์์ชำำ�นาญการ นายธนะวัฒั น์์ เลิศิ ประเสริิฐ ศึึกษานิเิ ทศก์ช์ ำ�ำ นาญการ นางสุุไบดััส มะยาดง ศึึกษานิิเทศก์ช์ ำำ�นาญการ ผู้้�ถ่่ายภาพ นายซูฮู ูดู ีี สรีีแมง เจ้้าหน้า้ ที่่�ธุรุ การ สถานศึึกษานำำ�ร่่องพื้�้นที่�น่ วััตกรรมการศึกึ ษา รูปู เล่่ม แบบปก และจััดพิิมพ์์ บ้้านการพิมิ พ์์ อำำ�เภอสุไุ หงโก-ลก จัังหวััดนราธิวิ าส 66
พิมิ พ์์ครั้ง� ที่่� ๑ กันั ยายน ๒๕๖๔ หน่ว่ ยงานที่่�รัับผิดิ ชอบ กลุ่�มนิเิ ทศ ติดิ ตาม และประเมิินผล สำ�ำ นัักงานศึกึ ษาธิกิ ารจัังหวััดนราธิวิ าส โทร. ๐๗๓ - ๕๓๐๕๑๕ เว็็บไซด์์สำ�ำ นักั งานศึกึ ษาธิิการจัังหวัดั นราธิวิ าส http://www.narapeo.go.th/
Search