Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โรคเบาหวาน (สื่อการเรียนรู้สุขศึกษา)

โรคเบาหวาน (สื่อการเรียนรู้สุขศึกษา)

Description: kittirat norkhud 633263005

Search

Read the Text Version

นายกติ ตริ ตั น์ หน่อขดั บทเรยี นคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอน ผูส้ อน เรอื่ ง “ โรคเบาหวาน” เขา้ สูร่ ะบบ

ความหมายโรคเบาหวาน • เบาหวาน คือ โรคที่ร่างกายมีระดับน้าตาลในเลือดสูงผิดปกติ โดยเกิด จากความผิดปกติของการใช้น้าตาล ท้าให้ร่างกายไม่สามารถน้าน้าตาล ไปใช้เป็นพลังงานได้ตามปกติ ท้าให้มีระดับน้าตาลสูงขึน • เบาหวาน โรคท่ีไม่หวานสมช่ือ เพราะเม่ือเป็นแล้วจะเพ่ิมความเส่ียงของ การเกิดโรคแทรกซ้อนตร่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจและหลอด เลือด โรคความดันโลหติ สูง โรคไต โรคตา โรคของระบบประสาท รวมถึง โรคของหลอดเลือดส่วนปลาย และถึงแม้โรคนีจะเป็นโรคท่ีไม่สามารถ รักษาให้หายขาดได้ แต่ก็สามารถควบคุมระดับน้าตาลไม่ให้สูงเกินไปหรอื ควบคุมลงมาสู่ระดับของคนปกติได้หากรู้จักดูแลตนเองและมาพบแพทย์ ตามนัดอย่างสม่้าเสมอ

ชนิดโรคเบาหวาน • โรคเบาหวานแบ่งออกเป็น 4 ชนิด ดังนีคอื • เบาหวานชนิดท่ี 1 • เบาหวานชนิดท่ี 2 ร • เบาหวานชนิดที่ 3 • เบาหวานชนิดท่ี 4

เบาหวานชนิดท่ี 1 • เบาหวานชนิดท่ี 1 เกิดจากการขาดอินซูลิน เน่ืองจากตับอ่อนไม่สามารถหลั่งอินซูลินได้เลย (อินซูลินเป็นฮอร์โมนท่ีสร้างจากตับอ่อน ท้าหน้าท่ีช่วยน้าน้าตาลเข้าสู่เซลล์ของร่างกาย เพ่ือเผา ผลาญเป็นพลังงานในการด้ารงชีวิต) เบาหวานชนิดนีมักพบในเด็กและผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี • สาเหตุของโรคเบาหวานชนิดท่ี 1 โดยปกติบีต้าเซลล์ในตับอ่อนท้าหน้าท่ีสร้างอินซูลิน ซึ่งเป็น ฮอร์โมนท่ีท้าให้น้าตาลเข้าเซลล์ ผู้ป่วยเบาหวานชนริดท่ีหน่ึงจะมีการท้าลายบีต้าเซลล์ท้าให้ไม่ สามารถสร้างอินซูลิน น้าตาลจึงอยู่ในกระแสเลือดจึงเกิดเบาหวาน สาเหตุท่ีส้าคัญคือระบบ ภูมิคุ้มกัน [immune system] มีการท้าลายบีต้าเซลล์ • การวินิจฉัยโรคเบาหวานชนิดท่ี 1 ผู้ป่วยจะมีอาการน้าหนักลด ปัสสาวะบ่อย ทานอาหารเก่ง หิว น้าเก่ง เพลีย เหน่อื ยง่าย บางรายมาด้วยไม่รู้สึกตัว อาการต่างๆดังกล่าวเกิดจากน้าตาลในกระแส เลือดสูงไป เม่อื แพทย์สงสัยแพทย์จะเจาะเลอื ดหาระดับน้าตาลในเลือด

เบาหวานชนิดท่ี 1 • การดูแลตัวเองของโรคเบาหวานชนดิ ท่ี 1 เน่อื งจากเบาหวานเป็นภาวะท่ีมีน้าตาลในกระแสเลอื ดสูงดังนันจุดประสงค์ของการรักษา คอื ลดระดับน้าตาลในกระแสเลอื ดให้ใกล้เคียงปกตซิ ึ่งประกอบด้วย การฉีดอินซูลนิ เน่อื งจากบีต้าเซลล์ไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ดังนัน จึงจ้าเป็นต้องฉีดอนิ ซูลนิ โดยการฉีดอินซูลินอ่างน้อยวันละ 3 ครังหรอื การฉีดอินซูลินแบบ continuous subcutaneous insulin infusion การควบคุมอาหาร อาหารของผู้ป่วยเบาหวานประกอบด้วย ไขมันต้่า โปรตีนปานกลางหมวดคาร์โบไฮเดตควรเป็นเชิงซ้อน [complex carbohydrate] เช่น ผัก ข้าว ส่งิ ท่ีส้าคัญส้าหรับการคุมอาหารคอื รับประทานอาหารให้มีจ้านวนพลังงานคงท่ี ห้ามงด อาหารในแต่ละมอื ต้องวางแผนการรับประทานอาหารรวมทังอราหารว่าง การออกก้าลังกาย ท่านต้องแจ้งแพทย์ถึงวิธีออกก้าลังกาย แพทย์จะค้านวณปรมิ าณอาหารที่ควรได้รับในแตล่ ะวัน หากท่านไม่ได้ออกก้าลังกายควรออกก้าลังกายเป็นประจ้า การเจาะหาระดับ น้าตาล ผู้ป่วยควรได้รับการเจาะหาระดับน้าตาลเพ่อื ประเมินระดับน้าตาล ควรเจาะวันละ 4 ครังเพ่อื ปรับขนาดยา ควรมีเคร่อื งมอื ตรวจเลอื ดด้วยตัวเอง • โรคแทรกซ้อนท่ีส้าคัญ ภาวะ Ketoacidosis ภาวะน้าตาลในเลือดต่้า [Hypoglycemia] โรคแทรกซ้อนอ่ืนๆ เช่น ตา ไต เส้นประสาท เส้นเลือดที่ขาตีบ เส้นเลือดหัวใจตีบ

เบาหวานชนิดท่ี 1 ร

เบาหวานชนิดท่ี 2 • เบาหวานชนดิ ท่ี 2 พบมากในคนสว่ นใหญ่ เกิดจากการท่ีเซลล์ของร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ ไม่ดีหรือท่ีเรียกว่าภาวะดือต่ออินซูลิน ท้าให้ร่างกายเหมือนขาดอินซูลินไประดับหน่ึง ร่างกายต้อง ทดแทนโดยการสร้างอินซูลินออกมามากขึน จนตับอ่อนท้างานมากขึนจนท้างานไม่ไหวถ้าไม่ช่วย แก้ไข นอกจากนีตับอ่อนของผู้ป่วยเบาหวานชนิดนียังสร้างอินซูลินได้ไม่มากเท่าคนปกติด้วย จึงมี ระดับอินซูลินท่ีไม่พอเพียงแก่ความต้องการ สาเหตุขอรงภาวะดืออินซูลิน ได้แก่ พันธุกรรม ความ อ้วน และการไม่ออกก้าลังกาย ดังนัน หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน ร่วมกับมี พฤติกรรมการใช้ชีวิตท่ีไม่ดีต่อสุขภาพ ก็จะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้มากขึน • เคยเรียกว่า non-insulin-dependent diabetes[NIDDM] เกิดในผู้ป่วยอายุมากกว่า 30 ปี และ มักจะอ้วน ผู้ป่วยเบาหวานชนิดนีอาจจะไม่มีอาการเหมือนผู้ป่วยเบาหวานชนิดท่ีหน่ึง เน่ืองจาก อาการค่อยๆเป็นโดยท่ีผู้ป่วยไม่รู้ตัว บางรายเกิดโรคแทรกซ้อนตังแต่วินิจฉัยได้

เบาหวานชนิดท่ี 2 • สาเหตุโรคเบาหวานชนิดท่ี 2 เม่ือเรารับประทานอาหารเข้าไปสารอาหารจะเปล่ียนเป็นน้าตาล และถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ร่างกายก็ขับฮอร์โมนช่อื อินซูลินเพ่ือน้าน้าตาลเข้าเซลล์ โรคเบาหวานชนิดนีเกิดจากหลายสาเหตุรวมกันได้แก่ ตับ กล้ามเนือ เซลล์ไขมันมีความทนทานต่ออินซูลินเพ่ิม [insulin resistance] และความผิดปกติเก่ียวกับการหลั่งอินซูลิน [impaired beta –cell function] ของตับอ่อน ส่วนว่าอะไรเป็นสาเหตุน้ายังไม่ทราบแน่ชัด โรคเบาหวานไม่หายขาดแม้ว่าท่านผู้อ่านจะ ควบคุมระดับน้าตาลได้ดีท่านยังต้องดูแลตัวเองอย่างต่อเนร่อื ง • การรักษาเบาหวานชนิดท่ี 2 หัวใจการรักษาของเบาหวานชนิดท่ี 2 คือการท่ีผู้ป่วยได้รับยาmetformin ร่วมกับการควบคุม อาหาร และการออกกา้ ลังกาย โดยมีเป้าหมายการควบคุมระดับน้าตาลเฉลี่ยไม่ให้เกิน 7% โดยคุมให้ลงภายในสามเดอื น เช่น การคุมอาหาร หลักการง่ายๆให้ลดอาหารไขมัน เพ่มิ อาหารท่ีมีใยมาก การออกก้าลังกาย การลดน้าหนัก ยาเม็ดลดน้าตาลใน กรณีท่ีคุมอาหารและออกก้าลังแล้วไม่ได้ผล การฉีดอินซูลินในกรณีท่ียาเม็ดลดน้าตาลไม่ได้ผล

เบาหวานชนิดท่ี 2 • โรคแทรกซ้อนท่ีส้าคัญ 1.ภาวะน้าตาลสูง [Hyperglycemia] ➢ มักเกิดในผู้ป่วยที่ได้รับยาไม่พอหรอื มีภาวะเครียด เช่น มีไข้ เครียดอ่นื ๆ ผู้ป่วยจะมีอาการ ➢ ปวดศีรษะ ➢ ตามัว ร ➢ หิวน้าบ่อย ปัสสาวะบ่อย ➢ ผิวแห้ง คันตามตัว เม่ือน้าตาลในเลือดสูงมากจะก่อให้เกิดปัญหา คือ ร่างกายสร้างคีโตนเพ่ิมขึนซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายควรหาคีโตนใน ปัสสาวะในกรณีดังต่อไปนี เม่อื มีอาการของน้าตาลในเลือดสูง น้าตาลในเลือดเกิน 240 มก.% เม่ือก้าลังป่วย รีบปรึกษาแพทย์เม่ือ พบน้าตาลในเลอื ดสูงร่วมกับพบคีโตนในปัสสาวะ

เบาหวานชนิดท่ี 2 • โรคแทรกซ้อนท่ีส้าคัญ 2.น้าตาลในเลือดต่้า [Hypoglycemia] ภาวะน้าตาลในเลอื ดต่้าไปซึ่งอาจจะเกิดจาก ➢ ได้รับอินซูลินมากไป ➢ กินอาหารน้อยไป ➢ ออกก้าลังมากไป ร ➢ ด่มื แอลกอฮอล์ขณะท้องว่าง ผู้ป่วยที่มีอาการน้าตาลต้่าจะเกิดอาการ หิว ใจสั่น เพลีย สับสน หมดสติ ให้รีบแก้ไขโดยกินน้าผลไม้ครึ่งแก้ว น้าหวาน 4 ช้อนชา หรอื นม 1 แก้ว 3.โรคแทรกซ้อนอ่นื ๆ

เบาหวานชนิดท่ี 2 ร

เบาหวานชนิดท่ี 2 ร

เบาหวานชนิดท่ี 3 และ 4 • เบาหวานชนดิ ที่ 3 เป็นเบาหวานชนดิ ที่มีสาเหตุชัดเจน เช่น โรคตับอ่อนอักเสบ ตับอ่อนถูกตัด โรค ท่ีมีเหล็กสะสมมากเกินไปในตับจนท้าให้ตับเสียหาย การรับประทานยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ การได้รับสารเคมี ความผิดปกติของฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต ร • เบาหวานชนิดท่ี 4 เป็นเบาหวานท่ีเกิดขึนขณะตังครรภ์ มักเกิดในผู้ท่ีไม่มีประวัติเป็นเบาหวานมา ก่อนตังครรภ์ เม่อื คลอดแล้วเบาหวานก็จะหายไป แต่คนกลุ่มนีมีความเส่ยี งท่ีจะเกดิ เป็นเบาหวานได้ อีกในอนาคต

อาการเบาหวาน • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะต้องต่นื มาปัสสาวะตอนกลางคืน • หิวน้าบ่อย • หิวบ่อย รับประทานจุ แต่น้าหนักลด • ผิวแห้ง • เป็นแผลแล้วหายยาก ร • ตาพร่ามัว • ชาบริเวณปลายมือปลายเท้า • หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หากมีอาการเหล่านีเกิดขึน อย่ารอช้า ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที อย่างไรก็ดี ไม่ควรรอจนอาการต่างๆ เหล่านี เกิดขึน เพราะบางครังกว่าจะเกิดอาการเหล่านี ระดับน้าตาลในเลือดก็อาจสูงเกินไปแล้ว ทางท่ีดีควรหมั่นตรวจสุขภาพและตรวจ เช็กระดับน้าตาลในเลอื ดอยู่เสมอ

อาการเบาหวาน ร

การวินิจฉัยเบาหวาน • วิธีท่ีจะท้าให้ทราบว่ามีระดับน้าตาลในเลือดสูงหรือเป็นเบาหวานหรอื ไม่ แพทย์สามารถวินิจฉัยได้จากระดับน้าตาลในเลือด หลังจากงดอาหาร ถ้าปกติระดับน้าตาลจะน้อยกว่า 100 มก./ดล. ถ้าอยู่ระหว่าง 100-125 มก./ดล. ถือเป็นภาวะที่มี ความเส่ียง แต่ยังไม่เป็นเบาหวาน หรือบางครังเราจะเรียกภาวะนีว่าเป็นเบาหวานแฝง แต่ถ้าเกิน 126 มก./ดล. จะจัดว่า เป็นเบาหวาน • ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจแนะน้าให้ตรวจค่าน้าตาลหลังรรับประทานอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง ถ้าร่างกายเอาน้าตาลไปใช้ได้ดี ค่าน้าตาลควรน้อยกว่า 140 มก./ดล. แต่ถ้าเกิน 200 มก./ดล. จะจัดว่าเป็นเบาหวาน หากอยู่ระหว่าง 140-199 มก./ ดล. จะอยู่ในเกณฑ์เส่ียงแต่ยังไม่เป็นเบาหวาน หรือจะเรียกว่าเป็นเบาหวานแฝงก็ได้เช่นกัน • ดังนัน เม่อื ทราบแล้วว่าตนเองจัดอยู่ในกลุ่มไหน ถ้าเป็นเบาหวาน ควรรีบปรับเปล่ียนพฤติกรรมและอาจต้องรับประทานยา ตามแพทย์สั่ง หากเป็นกลุ่มเส่ียงจะต้องป้องกัน เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่หาทางป้องกัน จะมีโอกาสเป็นเบาหวานได้สูงมาก

การดูแลตัวเองเม่ือเป็นเบาหวาน • รับประทานอาหารอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามหลักโภชนาการในปริมาณท่ีพอดีกับท่ีร่างกายต้องการ ไม่รับประทานมาก จนเกินไป อาจแบ่งมอื อาหารเป็นเช้า กลางวัน เย็น และมอื อาหารว่างตอนสายหรอื บ่าย • หลีกเลี่ยงอาหารท่ีรับประทานแล้วมีระดับน้าตาลสูงขึน เช่น น้าตาลทราย เคร่อื งด่มื ท่ีมีน้าตาล • ออกก้าลังกายอย่างสม้่าเสมอ ในแต่ละวันไม่ควรอยู่น่ิงๆ ควรมีการขยับเขยือนร่างกาย เช่น เดินขึนลงบันได จอดรถให้ไกล เล็กน้อยเพ่อื จะได้เดิน ร • หมั่นตรวจน้าตาลด้วยตนเอง เพ่อื ให้ทราบระดับน้าตาลในเลือด • ดูแลท้าความสะอาดเท้า ระมัดระวังอย่าให้เกิดบาดแผล • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเน่อื ง • พบแพทย์ตามนัด

เอกสารอ้างอิง พญ.นพวรรณ กิติวัฒนน์. (2559). เบาหวาน เร่อื งหวานๆ ท่ีไม่ควรเส่ียง. สบื ค้นเม่อื 4 กันยายน 2565. จากเว็บ https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/May-2016/diabetes-risk-prevention-treatment. โรคเบาหวานชนิดท่ี 1 [Type 1 diabetes]. (2565). สืบค้นเม่อื 4 กันยายน 2565. จากเว็บ http://it.udontech.ac.th/natee/work2-2/DW/D7/6029010018/page9_2.html. โรคเบาหวานชนิดที่2 [Type 2 diabetes]. (2565). สบื ค้นเม่อื 4 กันยายน 2565. จากเว็บ http://it.udontech.ac.th/natee/work2-2/DW/D7/6029010018/page9_3.html