ใบความรู้ เรื่อง การทางานเพ่ือการดารงชพี และทกั ษะในการทางาน หนว่ ยที่ 1 การทางานเพอ่ื การดารงชวี ิต แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 รายวิชา การงานอาชีพ รหสั วิชา ง 23101 ภาคเรียนท่ี 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 การทางานเพ่ือการดารงชีวิตจาเปน็ ตอ้ งมีทกั ษะกระบวนการท่ีดี และมจี ริยธรรม คุณธรรมในการทางาน เพื่อ นาไปสู่ความสาเรจ็ ในการทางานท่ีมีประสิทธภิ าพ 1. หลักการทางานเพ่อื การดารงชวี ิต การทางานในชีวิตประจาวันลว้ นประกอบไปดว้ ยบคุ คลที่มีความสามารถหลากหลาย จึงจาเปน็ ตอ้ งอาศยั หลกั การทางาน 6P เขา้ มาประยุกต์ใช้เพอื่ ใหง้ านบรรลุผลสาเรจ็ หลกั การ 6P มดี ังนี้
2. หลักการทางานให้ประสบความสาเรจ็ ในการทางานให้ประสบความสาเร็จนัน้ เราจาเปน็ ต้องมกี ารปรบั ปรงุ พัฒนาวธิ ีการทางานอยูเ่ สมอ โดยอาศยั กระบวนการ PDCA 4 ขน้ั ตอน ไดแ้ ก่ P (Plan) D (Do) C (Check) A (Act) และหลักการ ” D-E-V-E-L-O-P” ซึ่งมีดงั น้ี REPORT THIS AD D = Development หวั ใจไม่หยดุ ย้งั การพฒั นาผลงานและตนเองอยู่เสมอ ทั้งในเรื่องบุคลกิ ภาพ พฤตกิ รรมหรือแมแ้ ตว่ ธิ ีการทางาน หาจดุ แขง็ และจุดบกพรอ่ งของตวั เองให้เจอ แลว้ พยายามพัฒนาเพมิ่ จุดแขง็ ตัวเองใหเ้ ด่นขึน้ และกล้าทีจ่ ะ ปรับปรุงจดุ บกพร่องของตัวเองใหด้ ขี ้ึนดว้ ย E = Endurance มุง่ เน้นความอดทน หนักเอาเบาสู้ เมอ่ื ไรที่คุณมีความอดทนพอ ไม่วา่ จะเป็นอดทนตอ่ คาพูด อดทนต่อ พฤติกรรมการสบประมาทจากคนอนื่ และอดทนต่อความเครยี ดในการทางาน คุณคนนั้นกจ็ ะจดั การกบั ปญั หา ทเ่ี ขา้ มาทัง้ เบาหรือหนกั แบบทว่ี ่ากระโดดผา่ นไปได้อยา่ งสบาย REPORT THIS AD
V = Versatile มีความสามารถหลากหลาย คุณจะต้องเป็นคนรอบรู้ในทกุ อย่างสามารถทีจ่ ะรบั มือกับงานทเ่ี ข้ามาไดท้ ุก รปู แบบโดยทไ่ี มป่ ฏิเสธหรือพยายามหลกี เลย่ี งงาน เพยี งเท่านีค้ ณุ ก็มีโอกาสทีจ่ ะก้าวหน้าการทางานมากกว่าคน อื่นแลว้ E = Energetic กระตือรอื รน้ มีพลังในการใช้ชวี ิตอยเู่ สมอเพราะเมอ่ื ไรถา้ คุณเกดิ หยุดที่จะตื่นตวั แสวงหาความร้ใู หมๆ่ คณุ จะ ไม่มีแรงที่ต่อสู้กบั ปญั หาและอุปสรรคทีเ่ ข้ามาอย่างลลุ ว่ งเลย L = Love รักงานทีท่ า ถา้ คุณเป็นคนท่เี ลือกงานไม่ไดค้ ุณก็ต้องพยายามรักงานท่ีคุณกาลังทาอยใู่ ห้ได้ แล้วส่ิงน้นั จะดเี อง อยา่ ลมื ว่าความรูส้ กึ เป็นส่ิงสาคัญในการสร้างชน้ิ งานตา่ งๆขึ้นมา O = Organizing จดั การเปน็ เลศิ อย่าคอยพดู ว่าไม่มเี วลาถ้าคุณไม่เคยลาดบั การวางแผนเรือ่ งราวว่าควรทาอะไรก่อนและหลัง บา้ ง แตถ่ ้าคณุ รู้ว่ามีส่ิงไหนสาคัญกบั คุณบา้ งแล้ว กข็ อให้หยิบกระดาษกับปากกาออกมาจดโน๊ตสั้นๆจัดลาดับ สงิ่ ทต่ี อ้ งทาในชวี ติ แล้วเวลาจะกลับมาหาคณุ เอง นอกจากนน้ั งานทค่ี ุณทาก็จะมปี ระสทิ ธภิ าพอกี ดว้ ย P = Positive Thinking คดิ แตท่ างบวก การมองโลกในมุมดีมีความสาคญั กับการทางานมากจรงิ ๆ เพราะเป็นเหมือนยาวิเศษท่เี ราสร้าง ขึน้ เองอยา่ งท่คี ุณคิดไมถ่ งึ ถอื เปน็ กาลงั ใจและพลังชั้นเยี่ยมท่จี ะทาให้มคี วามสนุกและความสุขกับงานทุกชิน้ ทีเดยี ว 3. ทักษะในการทางาน 3.1 ทกั ษะความคดิ สรา้ งสรรค์ ประกอบไปดว้ ยลักษณะ 4 ประการ ดังนี้ 1. ความคดิ รเิ ริม่ คือ ความคิดที่แปลกใหม่ ซง่ึ แตกตา่ งจากความคิดเดมิ สามารถนามาประยุกต์ใชใ้ ห้เกิดสิ่ง ใหม่ ๆ 2. ความคล่องในการคิด คือ ความสามารถในการคดิ หาคาตอบไดอ้ ยา่ งคล่องแคล่วรวดเร็ว และมปี ริมาณมาก ในเวลาจากดั เช่นการออกแบบผลิตภัณฑห์ รือชนิ้ งานไดห้ ลากหลายอยา่ งมีคุณภาพในเวลาท่กี าหนด เปน็ ตน้ 3. ความยืดหยุ่นในการคิด คือ ความสามารถในการคดิ หาคาตอบได้หลายประเภทและหลายทิศทาง ดดั แปลงสงิ่ หน่ึงไปเปน็ หลายสิง่ ได้ เชน่ การนาขวดนา้ พลาสตกิ ทเี่ หลือใช้ไปประดิษฐ์เป็นแจกันใสด่ อกไม้ เป็นต้น 4. ความคิดละเอยี ดละออ คือ ความคดิ ในรายละเอยี ดเพื่อตกแตง่ หรือขยายความคิดหลกั ให้สมบรู ณ์ยงิ่ ขึ้น ซง่ึ ความละเอยี ดละออในการคดิ ขึน้ อยกู่ ับเพศ อายุ ประสบการณ์ และความสามารถด้วย 3.2 ทกั ษะการจดั การงาน มที ั้งหมด 8 ประการ ดงั น้ี 1. การมอบหมายงาน REPORT THIS AD -บอกรายละเอียดงานท่ีทา -คณุ ภาพท่ีต้องการ -ปริมาณท่ีต้องการ -กาหนดเวลาทง่ี านต้องเสรจ็
-สมเหตสุ มผล -ย้าถงึ การตดิ ตามงาน 2. การให้คาแนะนาต่องานที่มอบหมาย -เครือ่ งมือและอปุ กรณ์ -วิธกี าร -การเปลยี่ นแปลง -รายละเอยี ดของการทางาน -วตั ถุดิบที่ต้องใช้ -แหลง่ ท่ีมาของวตั ถุดบิ และอุปกรณ์ -ผู้ที่เกีย่ วข้อง 3. การติดตามผลงาน -เปรยี บเทียบสงิ่ ทเ่ี กิดขนึ้ จริงกับสง่ิ ทีค่ วรจะเป็น -เปรยี บเทยี บผลงานท่ไี ด้กบั แผนงาน 4. การให้คาชมเชย -ตัง้ อยู่บนข้อมลู ทป่ี รากฎ -คาชมเชยจะมปี ระสิทธภิ าพ ถา้ เหมาะสมกับสถานการณ์ เชน่ * ตบไหล่ * พยกั หน้า เชน่ คุณทางานได้ดมี าก 5. การแก้ปัญหาทด่ี ี -เมื่อมีค่าตา่ งไปจากส่งิ ที่คาดหมาย -การแกป้ ญั หาทเ่ี ป็นระบบ * หาสาเหตุ * รวบรวมข้อมูล * หาวิธแี กไ้ ขทเ่ี ป็นไปได้ * ประเมนิ ผลวิธีแก้ไขทเี่ ป็นไปได้ * ดาเนินการตามวิธีท่ดี ีทีส่ ุด 6. การช้ีแนะตกั เตอื น -พฤตกิ รรมที่ไม่เหมาะสม -การเผชญิ หนา้ -การสอื่ สารสองทาง -พฤตกิ รรมทส่ี ามารถสงั เกตหรือเห็นได้ชดั 7. การให้ความชว่ ยเหลอื -ใหค้ วามรว่ มมือ -แสดงความใสใ่ จ -พูดคุยสว่ นตัว * แสดงความชดั เจน * ให้คาแนะนา
* ใหก้ ารสนับสนนุ * ชว่ ยประณีประนอม (ระหว่าง 2 ฝาุ ย) * มีสว่ นร่วม 8. การรายงานผล -การส่งผ่านขอ้ มลู ท่สี าคญั ไปยังส่วนท่เี กี่ยวขอ้ งในองคก์ ร -รายงานอย่างซ่ือสัตยแ์ ละตรงไปตรงมา -ตรงเวลา 3.3 ทกั ษะการแสวงหาความรู้ การแสวงหาความรเู้ กดิ จากความพยายามศึกษาค้นควา้ ขอ้ มูลเพ่ิมเติมจากแหล่งการเรียนรู้ประเภท่ตา่ งๆ เพื่อ นามาใช้พัฒนาตนเอง ทักษะการแสวงหาความรู้ประกอบไปด้วยขั้นตอนดงั น้ี ขนั้ ท่ี 1 การวางแผน โดยวเิ คราะห์สถานการณ์ 5W1H ไวล้ ่วงหนา้ ไดแ้ ก่ W = Who ใครเป็นผ้สู บื ค้นหาความรู้ W = What จะสบื คน้ เร่อื งอะไร W = Where จะสืบคน้ ทีไ่ หน W = when จะสบื คน้ เมื่อไหร่ W = Why จะสืบค้นเพราะเหตใุ ด H = How มีวธิ กี ารอย่างไร ขน้ั ตอนท่ี 2 การดาเนินการสืบคน้ ดาเนินการสืบคน้ ตามแผนท่ีกาหนดไว้ โดยเลือกสบื ค้นจากแหลง่ เรียนรตู้ า่ ง ๆ ที่มีข้อมลู ถกู ต้อง และน่าเชื่อถือ เชน่ หนังสอื ที่เขยี นโดยผเู้ ช่ยี วชาญ เวบ็ ไซตข์ ององค์กรท่นี า่ เชือ่ ถือ
ข้นั ตอนท่ี 3 การรวบรวมข้อมูล รวบรวมข้อมูลท้ังหมดท่ีได้จากแหลง่ การเรยี นร้หู ลาย ๆ แห่ง นามาจดั เก็บใหเ้ ป็นระบบ เพ่อื สะดวกในการ สบื ค้น และสามารถเลอื กใชข้ ้อมลู ให้เหมาะสมกบั งานได้สะดวก รวดเร็ว ขัน้ ตอนท่ี 4 การตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบข้อมูลกับแหลง่ ข้อมูลทีส่ ามารถอ้างอิงได้ พรอ้ มทั้งตรวจสอบความทันสมยั ของข้อมลู ต่าง ๆ ให้ นา่ เชอ่ื ถอื มากทสี่ ดุ ขนั้ ตอนท่ี 5 การบนั ทึกจัดเก็บข้อมูล บนั ทกึ จดั เก็บข้อมลู ท่ถี ูกต้องใหเ้ ป็นระบบ โดยอาจจดั เกบ็ รูปแบบ สมุดบันทกึ แฟมู เอกสาร แผ่นซีดี เป็นตน้ เพือ่ ปูองกันการสญู หายของข้อมูล อีกทงั้ สามารถปรับปรงุ ข้อมลู และนาไปใช้งานไดส้ ะดวก 3.4 ทกั ษะกระบวนการทางาน มขี ้นั ตอนการดาเนนิ การดังน้ี 1. การวิเคราะห์งาน คือ การท่ผี เู้ รยี นสามารถแจกแจงท่จี ะทาว่าเป็นงานประเภทใด หรอื ลักษณะใด ต้องใชเ้ ครื่องมือและอุปกรณ์อะไรบ้าง มีขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิอย่างไร กล่าวคือ ฝกึ ใหผ้ ้เู รยี นมองงานโดยภาพรวม ออกมาว่าจะต้องทาอย่างไร 2. การวางแผนในการทางาน คอื การให้ผู้เรียนสามารถวางแผนว่าจะใชก้ าลงั งานในการทางานอย่างไร จะทาคนเดียวหรือต้องทาหลายคน ถา้ ทาหลายคนจะแบ่งหนา้ ทีก่ ันอย่างไร ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์อะไรในการ ทางานครง้ั น้ี ต้องใชเ้ งนิ ในการลงทุนมากน้อยอย่างไร ตลอดจนกาหนดวธิ ีการทางานให้เป็นขน้ั ตอนจนงาน สาเร็จ 3. การปฏบิ ตั ิงาน คือ การให้ผูเ้ รียนได้ทางานตามลาดับขัน้ ตอนที่วางแผนไว้ ฝึกใหม้ ลี กั ษณะนิสยั ท่ีดี ในการทางาน เช่น พดู จาสภุ าพ เหมาะสม มนี า้ ใจเอ้อื เฟื้อเผอ่ื แผ่ ขยนั อดทนซอื่ สตั ย์ ฯลฯ และสามารถ ตรวจสอบการทางานของตนเปน็ ระยะ ๆ 4. การประเมนิ ผลการทางาน คอื การใหผ้ ู้เรยี นได้ประเมนิ ผลทั้งการวางแผนก่อนการทางาน ขณะปฏบิ ัติงาน และเม่ืองานสาเร็จแลว้ โดยขั้นตอนในการวางแผนก่อนการทางาน ให้ประเมินว่าได้วางแผนไว้รอบคอบรัดกุม หรอื ไมจ่ ะต้องเตรียมอะไรบ้าง ตรวจสอบดแู ผน ทว่ี างไว้ว่าเปน็ ไปไดห้ รือไม่ ขณะปฏิบตั ิให้ประเมินว่าวิธีการ ทางานเป็นอย่างไรบ้างมีข้อบกพร่องทจี่ ะตอ้ งปรับปรงุ อย่างไร และเม่ืองานสาเรจ็ ให้ประเมนิ วา่ ผลงานทีอ่ อกมา เปน็ ไปตามจดุ มงุ่ หมายหรือไม่มขี ้อดีข้อเสียอย่างไร เพ่ือจะได้แก้ไขและปรบั ปรุงผลงานของตนให้ดขี นึ้ 3.5 ทักษะการทางานร่วมกัน ประกอบไปดว้ ยปจั จัย ดงั ต่อไปนี้ 1. บรรยากาศของการทางาน ควรมคี วามเป็นกนั เอง อบอนุ่ มีความกระตอื รือรน้ และสรา้ งสรรค์ ทุกคน ชว่ ยกนั ทางานอย่างจรงิ จงั และจริงใจ ไม่มรี ่องรอยทแ่ี สดงให้เหน็ ถงึ ความเบื่อหนา่ ย 2. ความไวว้ างใจ เป็นหวั ใจสาคญั ของการทางานร่วมกัน สมาชกิ ทกุ คนในทมี ควรไว้วางใจซ่ึงกันและกนั ซ่ือสัตย์ต่อกนั สือ่ สารกนั อยา่ งเปดิ เผย ไม่มีลับลมคมใน 3. การมอบหมายงานอย่างชดั เจน สมาชิกภายในกลมุ่ ต้องเข้าใจวตั ถุประสงค์ เปาู หมาย และยอมรบั ภาระกจิ หลกั ของกลุม่ 4. บทบาทของสมาชิกในกลุม่ สมาชิกแต่ละคนต้องเข้าใจและปฏิบัติตามบทบาทของตน และเรยี นรูเ้ ขา้ ใจ ในบทบาทของผู้อื่น รวมทัง้ บทบาทในการชว่ ยรกั ษาความเป็นกลมุ่ งานให้มนั่ คง เชน่ ประนีประนอม การ อานวยความสะดวก การให้กาลังใจซงึ่ กันและกนั เปน็ ต้น
5. วธิ กี ารทางาน 1. การส่อื ความหมาย ทจ่ี ัดเจนและเหมาะสม ซง่ึ ทาใหท้ ุกคนกลา้ ท่จี ะเปิดใจ และแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น และ เรียนร้ซู ่ึงกันและกนั จนเกิดความเขา้ ใจและนาไปสู่การทางานท่มี ปี ระสิทธิภาพยิง่ ขนั้ 2. การมีภาวะผ้นู า การทางานรว่ มกนั เปน็ กลมุ่ ควรสง่ เสริมให้สมาชิกทุกคนได้มโี อกาสแสดงความเปน็ ผู้นา เพ่ือใหท้ กุ คนเกดิ ความรสู้ กึ ว่าไดร้ ับการน้อมรับ และปรารถนาท่จี ะรว่ มงานกันอีก 3. การตัดสอนใจ เม่อื เปดิ โอกาสใหส้ มาชิกในกล่มุ แสดงความคิดเหน็ และร่วมตัดสนิ ใจแล้ว สมาชกิ ยอ่ มเกดิ ความผกู พันท่จี ะทาในสิง่ ท่ีตนเองได้มสี ่วนรว่ มตั้งแต่ตน้ 4. การกาหนดกติกาหรือกฎเกณฑต์ ่างๆ การทางานรว่ มกนั ให้บรรลเุ ปูหมายนนั้ ควรเปดิ โอกาสให้สมาชิกได้มี สว่ นรว่ มในการกาหนดกติกา ท่นี ามาใช้รว่ มกัน 5. การมีสว่ นรว่ มในการประเมินผลการทางานของกล่มุ ควรมกี ารประเมินผลเปน็ ระยะ โดยสมาชิกทกุ คน จะตอ้ งมีสว่ นรว่ มในการประเมินผล เพ่อื ให้สมาชกิ ได้ทราบความกา้ วหน้าของงาน ปัญหาหรอื อุปสรรค์ท่ีเกดิ ขึ้น รวมทง้ั พฒั นากระบวนการทางาน หรือการปรบั ปรุงแก้ไขรว่ มกนั 3.6 ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ขัน้ ตอนที่ 1 เขา้ ใจสภาพการณ์ การตรวจสอบสภาพแวดลอ้ ม สถานการณ์ อยา่ งมีประสิทธิผล แล้วทาความเข้าใจกับข้อมูลท่ีไดม้ า จะทา ใหท้ ราบถึงสถานการณท์ ่ีกาลงั เผชญิ อย่ไู ด้อยา่ งถูกต้องและยังสามารถคาดการณ์ถึงปญั หา และ เตรียมการณ์ รบั มอื ไดก้ ่อนท่มี นั จะเกิดขึ้นจริง ถ้ารู้จกั ตรวจสอบสถานการณ์อยู่เสมอ ขั้นตอนที่ 2 กาหนดปัญหาให้ถูกต้องชดั เจน โดยใช้วธิ ีการเลา่ เรื่องหรือการเขยี นบรรยายสภาพปญั หาด้วย ถอ้ ยคาสน้ั ๆ ทสี่ อ่ื สารอย่างตรงประเดน็ ได้ใจความ จากน้ันจึงระบเุ ปาู หมายของสภาพการณท์ ี่เราอยากให้ เกดิ ขึน้ ภายหลังจากที่ได้แก้ปัญหาน้นั ไปแลว้ ข้นั ตอนท่ี 3 วเิ คราะห์สาเหตุสาคญั 1. ตรวจหาสาเหตุ 2. เลอื กสาเหตุทสี่ าคัญๆ 3. ระบุสาเหตทุ ่แี ท้จรงิ ขน้ั ตอนที่ 4 หาวิธแี ก้ที่เป็นไปได้ ความคดิ สร้างสรรค์คือสิง่ ทีจ่ าเป็นอยา่ งยิ่ง เพราะจะทาให้ไดว้ ิธแี ก้ปัญหาท่ีมี ความหลากหลายมากมาย ซึง่ จะเป็นผลดีต่อการแก้ปญั หา เพราะยงิ่ มีตัวเลือกมากเท่าไร ก็จะย่ิงมโี อกาสได้วิธี แกส้ ุดท้ายท่ีดมี ากขน้ึ เท่านัน้ ขน้ั ตอนท่ี5 เลือกวธิ แี ก้ท่ีดีทีส่ ุด โดยทาการเปรยี บเทยี บทางเลือกของการแก้ไขปัญหาท้ังหมด หาขอ้ ดีและ ขอ้ เสียของแนวทางหรือวธิ ีการแตล่ ะรูปแบบเพอ่ื ให้เกิดผลกระทบต่อกระบวนการทางานนอ้ ยทส่ี ุด ขน้ั ตอนท่ี 6 วางแผนปฏบิ ตั ิ ถึงเวลาท่จี ะต้องลงมือปฏบิ ตั ิ จะต้องร้วู ่า ต้องทาอะไร เริม่ ต้นที่ไหน ใครจะเปน็ คนทาอะไร เมื่อไร และอยา่ งไร ขั้นตอนที่ 7 ติดตามประเมนิ ผล ตรวจสอบความคบื หน้าของการทางานทไี่ ดว้ างแผนและปฏบิ ัตงิ านไปตามนัน้ อย่างสมา่ เสมอ เพอ่ื ทีจ่ ะได้ทราบวา่ มปี ญั หาและอปุ สรรค์ใดท่เี กิดข้ึนจาการทางานหรอื ไม่ งานสาเร็จลงไดต้ าม เปาู หมายหรือไม่
Search
Read the Text Version
- 1 - 7
Pages: