หลกั การและวธิ กี ารอา่ นจบั ใจความสาคญั สาระที่๑ การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ ตดั สนิ ใจแก้ปญั หาในการดาเนนิ ชีวิตและมีนสิ ยั รกั การอา่ น ตัวชีว้ ดั ม.3/3 ระบใุ จความสาคญั และรายละเอยี ดของขอ้ มูลทส่ี นับสนนุ จากเรอ่ื งทอี่ า่ น วิชาภาษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ สานักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
เร่อื ง หลักการและวิธีการอา่ นจับใจความสาคัญ ความหมายของการอา่ นจบั ใจความสาคญั การอ่านจบั ใจความสาคญั หมายถงึ การอา่ นท่ีมุง่ ค้นหาสาระของเรื่องหรอื ของหนังสือแต่ละเล่ม เพื่อคน้ หาใจ ส่วนของใจความสาคญั หรอื ใจความหลกั และค้นหาส่วนขยายใจความสาคญั ของเร่ือง ใจความสาคญั หรอื ใจความหลัก คือ ขอ้ ความที่มีสาระครอบคลุมข้อความอ่ืน ๆ ในย่อหน้านน้ั หรือเรอ่ื งนนั้ ทั้งหมด ข้อความอื่น ๆ เปน็ เพยี งสว่ นขยายใจความสาคัญเทา่ นั้น ข้อความหน่ึงหรือตอนหน่ึงจะมใี จความสาคญั เพียงหน่ึง เดยี ว นอกนน้ั จะเป็นใจความรอง คาว่าใจความสาคัญ มหี ลายชือ่ เรยี ก เชน่ ข้อคิดสาคญั ของเร่ือง แกน่ ของเรื่องหรือ ความคิดหลัก แต่ถงึ อย่างไรก็ตามใจความสาคญั คือสง่ิ ทีเ่ ป็นสาระสาคญั ท่ีสุดของเรอ่ื งนั่นเองหากในบางเรื่องที่มหี ลายย่อ หนา้ ในแตล่ ะย่อหน้าจะมีใจความสาคญั อยา่ งหนง่ึ แต่เม่ือนาใจความสาคญั ของแตล่ ะย่อหนา้ มาพิจารณาโดยรวมท้งั หมดแล้ว ในแตล่ ะเรื่องจะมีแกน่ เรอื่ งซ่ึงเป็นสาระสาคัญท่สี ุดเพยี งอยา่ งเดียว ใจความรอง หรือพลความ (ส่วนขยายใจความสาคญั หรือใจความหลัก) หมายถงึ ประโยคทชี่ ว่ ยขยาย เนอื้ ความของใจความสาคญั เพ่ือสนบั สนุนหรอื แสดงตวั อย่าง เพ่ือใหผ้ ูอ้ า่ นเกิดความเข้าใจมากขน้ึ จดุ มุง่ หมายของการอ่านจับใจความ ๑. สามารถบอกรายละเอียดของเรอ่ื งราวทอ่ี า่ นได้อย่างชัดเจน ๒. สามารถปฏิบัตติ ามคาสั่งและคาแนะนาได้ ๓. เพอื่ ฝกึ การอา่ นเร็วและสามารถตอบคาถามไดถ้ ูกตอ้ ง ๔. สามารถสรปุ หรอื ย่อเร่ืองที่อ่านได้ ๕. อา่ นแล้วสามารถคาดการณ์ และหาความจริง แสดงข้อคดิ เหน็ ได้ หลักการอา่ นจับใจความสาคญั ๑. ต้ังจดุ ม่งุ หมายในการอา่ นใหช้ ดั เจน ๒. อา่ นเรื่องราวอย่างครา่ ว ๆ พอเข้าใจ และเก็บใจความสาคัญของแต่ละย่อหนา้ ๓. เมอ่ื อา่ นจบใหต้ ้ังคาถามตนเองว่า เร่อื งท่ีอ่านมใี คร ทาอะไร ที่ไหน เมื่อไรและอยา่ งไร ๔. นาสงิ่ ท่ีสรปุ ได้มาเรียบเรียงใจความสาคัญใหม่ดว้ ยสานวนของคนเองเพื่อใหเ้ กิดความสละสลวย
วิธกี ารอ่านจบั ใจความสาคญั วธิ ีการอา่ นจับใจความสาคญั มีหลายอยา่ ง ขึ้นอยกู่ บั ความชอบวา่ อย่างไร เช่น การขีดเสน้ ใต้การใชส้ ี ต่างๆ กัน แสดงความสาคญั มากนอ้ ยของขอ้ ความหรอื การบนั ทึกย่อซงึ่ เป็นการอ่านจับใจความสาคัญท่ีดี ผูท้ ่ียอ่ ควรย่อด้วยสานวนภาษาและสานวนของตนเองไม่ควรย่อด้วยการตดั เอาข้อความสาคญั มาเรียงตอ่ กนั เพราะ อาจจะทาใหผ้ อู้ า่ นพลาดสาระสาคญั บางตอนไป อันเปน็ เหตุใหก้ ารตีความผดิ พลาดคลาดเคลอ่ื นได้ วิธกี ารอา่ นจับใจความสาคัญ มดี งั นี้ 1. อ่านพิจารณาทลี ะย่อหนา้ แลว้ เิ คราะห์หาประโยคใจความสาคัญแต่ละยอ่ หนา้ 2. ตดั สว่ นทเ่ี ป็นรายละเอยี ดออกได้ เช่น ตวั อย่าง สานวนโวหาร อปุ มาอุปไมย ตวั เลขสถิตติ ลอดจนคาถามหรือ คาพูดของผู้เขยี นซงึ่ เปน็ ส่วนขยายใจความสาคัญ 3. สรปุ ใจความสาคญั ด้วยสานวนภาษาของตนเอง การอา่ นจับใจความสาคัญ ใหเ้ ขา้ ใจงา่ ยและรวดเร็ว มีดังตอ่ ไปนี้ 1.การมีพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับสว่ นประกอบตา่ ง ๆ ของหนงั สอื เช่น ชือ่ เรือ่ ง คานา สารบญั ฯลฯ กส็ ามารถทาให้จบั ใจความสาคัญของเรื่องได้ 2.ตง้ั จุดม่งุ หมายในการอา่ นเพื่อเปน็ แนวทางใชก้ าหนดวธิ ีอ่านใหเ้ หมาะสมและจับใจความหรอื หาคาตอบ ไดร้ วดเรว็ ขึน้ 3.มที ักษะในการใชภ้ าษาสามารถเขา้ ใจความหมายของคาศัพท์ตา่ ง ๆ 4.มีประสบการณ์หรอื ภูมิหลงั เกยี่ วกบั เรื่องท่ีอ่าน มีความเข้าใจลกั ษณะของหนงั สือ เพราะหนังสอื แต่ละ ประเภทมรี ูปแบบการแต่งและเป้าหมายของเรือ่ งทีแ่ ตกตา่ งกัน
ตัวอย่าง ตวั อย่างท่ี ๑ ความสมบรู ณข์ องชวี ติ มาจากความเขา้ ใจชวี ิตเป็นพ้ืนฐาน คือ เขา้ ใจธรรมชาติ เข้าใจความเป็นมนษุ ย์ และความสัมพันธ์ทเี่ กื้อกลู กันระหว่างมนษุ ย์กับมนษุ ย์ และมนุษย์กบั ธรรมชาติ มคี วามรักความ เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาตอิ ย่างจรงิ ใจ ใจความสาคญั : ความสมบรู ณข์ องชวี ิตมาจากความเขา้ ใจชวี ติ เปน็ พืน้ ฐาน ตวั อยา่ งท่ี ๒ ความเครยี ดทาใหเ้ พ่มิ ฮอรโ์ มนอะดรนี าลนี ในเลอื ด ทาใหห้ วั ใจเตน้ เรว็ เส้นเลอื ด บีบตวั กลา้ มเนื้อเขม็งดึง ระบบย่อยอาหารผดิ ปกตเิ กดิ อาการปวดหัว ปวดทอ้ ง ใจสั่น แข้งขาอ่อนแรง ความเครยี ดจึงเป็นตวั การทาให้แกเ่ ร็ว ใจความสาคัญ : ความเครียดเป็นตัวการทาให้แกเ่ ร็ว ตวั อย่างที่ ๓ โดยท่วั ไปผักท่ขี ายตามท้องตลาดส่วนใหญ่ เกษตรกรมักใชส้ ารกาจดั ศตั รพู ืช หากไม่มคี วามรอบคอบในการใช้ จะทาให้เกิดสารกาจดั ศตั รูพชื ตกคา้ ง ทาให้มีปญั หาต่อสขุ ภาพ ฉะน้นั เม่ือซ้ือผักไป รบั ประทานจงึ ควรล้างผักดว้ ยน้าหลาย ๆ ครัง้ เพราะจะชว่ ยกาจดั สารตกค้างไปไดบ้ ้าง หรืออาจแช่ผกั โดยใชน้ ้าผสม โซเดยี มไบคาร์บอเนตกไ็ ด้ แต่อาจทาใหว้ ิตามนิ ในผกั ลดลง ใจความสาคญั : เม่ือซ้ือผักไปรับประทานจงึ ควรลา้ งผักดว้ ยน้าหลาย ๆ ครั้ง
Search
Read the Text Version
- 1 - 4
Pages: