ก คำนำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-BOOK) เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทยพื้นฐาน ท๓๓๑๐๑ ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ ๖ โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ในการศึกษาและเป็นสื่อการสอน เรื่อง ขัตติยพันธกรณี โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับ ความเป็นมา ประวัติผู้แต่ง ลักษณะคำประพันธ์ เนื้อเรื่องขัตดิยพันธกรณี เพื่อนำมาวิเคราะห์คุณค่าด้านเนื้อหา ด้านวรรณศิลป์ และด้านสังคม และเพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลอย่าง ละเอียด และเกดิ ประโยชนส์ งู สดุ ตอ่ ผอู้ า่ น คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนื้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจใน ศึกษา เร่อื งขตั ดิยพันธกรณี และผู้อ่านจะสามารถนำความรู้ท่ีได้จากหนังสือเล่มนนี้ ำไปตอ่ ยอดให้เกิดประโยชน์ ตอ่ ไป การจัดทำหนังสือเล่มน้ีสำเรจ็ ตามวัตถุประสงค์ไปไดด้ ้วยดี ข้าพระเจ้าขอขอบพระคุณ คุณครูชมัยพร แก้ว ปานกนั ท่ีกรณุ าใหค้ ำปรกึ ษาชแี้ นะแนวทางในการจัดทำหนงั สือฉบบั น้ีได้สำเร็จลลุ ่วงไปได้ด้วยดขี ้าพระเจ้าหวัง เป็น อย่างยง่ิ ว่าเนอ้ื หาในหนังสือเล่มนี้ทค่ี ณะจัดทำได้เรยี บเรยี งขึ้นจะเกิดประโยชนต์ ่อผู้ทีส่ นใจเป็นอย่างดีหาก มสี ิ่งใดท่ี ผดิ พลาดหรอื ต้องปรับปรุงแกไข คณะผูจ้ ดั ทำขออภยั เป็นอย่างสูง คณะผจู้ ัดทำ
สารบญั ข เรอ่ื ง หนา้ คำนำ ก สารบญั ข ความเปน็ มา 1 ประวตั ผิ แู้ ตง่ 2 ลักษณะคำประพนั ธ์ 3 เนอ้ื เรอื่ งเตม็ (แบบยอ่ ) 4 เนอ้ื เรอื่ งเตม็ (เฉพาะตอนทเี่ รยี น) 5 วเิ คราะหค์ ุณคา่ 7 ๑7๑ วเิ คราะห์คุณค่าด้านเน้ือหา ๑9๓ วเิ คราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ วิเคราะห์คุณค่าดา้ นสังคม 1๑0๔ วเิ คราะหค์ ุณค่าดา้ นอารมณ์ 1๑0๔ วเิ คราะห์คุณคา่ ดา้ นคณุ ธรรม 1๑1๕ วเิ คราะหค์ ุณค่าดา้ นสะท้อนแนวคดิ และคา่ นิยม 1๑1๕ บรรณานกุ รม 1๑2๖
๑ ๑ ความเปน็ มา ขัตติยหมายถึงพระเจ้าแผ่นดิน พันธกรณีหมายถึงข้อผูกมัดข้อผูกพัน เมื่อนำทั้งสองคำมารวมกันเป็นคำ ว่าขัตติยพันธกรณี แปลว่า เหตุอันเป็นข้อผูกพันหรือข้อผูกมัดของกษัตริย์ เป็นพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ แต่ง ด้วยคำประพันธป์ ระเภทโคลงสี่สุภาพและอินทรวิเชยี รฉันท์พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั มจี ดุ มงุ่ หมายในการแตง่ เพื่ออำลาเจ้านายพ่ีน้อง แต่ถ้าเป็นส่วนของพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรม วงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานภุ าพ จะแตง่ เพ่อื ปลอบประโลมให้คลายทุกขแ์ ละปลุกใจให้ลุกข้ึนสู้กับอุปสรรค ขัตติยพันธกรณี มาจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ คือเหตุการณ์ รศ.๑๑๒ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๓๖) โดย เหตุการณ์ครั้งนี้มาจากความขัดแย้ง ระหว่างประเทศไทยและประเทศฝรั่งเศสเกี่ยวกับเขตแดนทางด้านหลวง พระบางเริ่มต้นจากการกระทบกระท่ังกันของกำลังทหารทั้งจากฝ่ังไทยและฝรั่งเศสและทวีความรุนแรงขึ้นไป เร่ือยๆจนกระทง่ั วันท่ี ๑๓ กรกฎาคม รศ. ๑๑๒ กองเรือรบของฝรงั่ เศส ไดร้ ุกลา้ํ เขา้ มาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา เรือปนื ของฝรั่งเศส ๒ ลำ เขา้ มาจอดและทอดสมอหน้าสถานทตู ฝรง่ั เศสได้ พรอ้ มทง้ั ยืน่ คำขาดในการเรียกร้อง สิทธิเหนือดินแดน และเรียกร้องค่าปรับอย่างไรก็ตาม วิกฤตการณ์ครั้งนี้จบลง เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม รศ. ๑๑๒ ด้วยการลงนามในสนธิสัญญากรุงเทพฯ ซึ่งมีผลทำให้ไทยเสีย ดินแดนฝ่ังซ้ายของแม่น้ำโขงไปและเสียอำนาจ การปกครองคนในบังคับชาวอินโดจีนให้แก่ฝรั่งเศสเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว เสียพระราชหฤทัยเปน็ อย่างยิ่ง จนทรงประชวรหนกั ไม่ยอมเสวยพระโอสถ ในระหว่างนีไ้ ด้ทรงพระ ราชนิพนธ์บทโคลงและฉันท์ เพื่อระบายความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานแสนสาหัสจนไม่ทรงปรารถนาที่จะ ดำรงพระชนม์ชีพอีกต่อไป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงส่งบทพระราชนิพนธ์ไปอำลา เจา้ นายพ่ีนอ้ งบางพระองศ์ซ่งึ หน่งึ ในนั้นคือสมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซ่งึ เปน็ พระ เจา้ นอ้ งยาเธอในขณะนน้ั เมื่อทรงไดร้ ับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานภุ าพ ก็ทรงนพิ นธ์บท ประพันธ์ถวายตอบทนั ที
๒ ๒ ประวตั ผิ แู้ ตง่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องขัตติยพันธกรณีด้วยโคลงสี่สุภาพจำนวน ๗ บท ด้วยกัน โดยบรรยายความกังวลใจที่ ทรงประชวรอย่างหนักเป็นเวลานาน ด้วยโรคฝีสามยอด และไข้ส่า ทำให้เป็นที่หนักใจของผูท้ ี่ดูแลรักษา อีกท้ัง ยัง บรรยายถึงความเจ็บปวดพระวรกายจากพระอาการประชวร จึงมีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จสวรรคตแต่ พระองค์ ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เนื่องจากเป็นกษัตริย์ที่มีภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ คือการปกป้องรักษา บา้ นเมอื งจากประเทศฝร่งั เศสนน่ั เอง
๓ ๓ ลกั ษณะคำประพนั ธ์ ๑. ลักณะคำประพันธ์ เป็นโคลงและฉนั ท์ โคลงสีส่ ภุ าพ ๓ บท {พระนางเจา้ สุขมุ าลมารศรี พระราชเทวี} ๒. อินทรวิเชยี รฉันท์ ๒๖ บท {สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ} ๓. โดยทง้ั ๒ พระองศ์ทรงเสอื กใช้อนิ ทรวิเชียรฉันท์ มิได้ทรงเคร่งครัดเรือ่ งการใช้คำครุ-ลหุ ให้ตรงตาม ตำแหน่งที่วางไว้ในคณะฉันท์ แต่ทรงใช้การออกเสียงหนักเบาตามธรรมชาติของภาษาพูดภาษาไทย เชน่ เดยี วกับท่กี วีโบราณปฏิบตั ิมา ๔. กวนี ิพนธ์ท้ังสองบทเน้นทก่ี ารใชค้ ำและภาพพจนเ์ พ่ือสรา้ งจึนตภาพและอารมณส์ ะเทือนใจเป็นสำคญั พระราชนพิ นธ์เรอ่ื งขัตติยพันธกรณีเป็นคำประเภทโครงส่สี ภุ าพและอินทรวเิ ชยี รฉนั ท์ ซงึ่ เหตุการณ์ต่างๆ ท่ีเกิด ขนึ้ ตอ่ มาในร.ศ.๑๑๒ ในระหวา่ งที่ทรงพระประชวรหนกั พระราชนิพนธบ์ ทโคลงและฉันข้นึ บทหนง่ึ เพื่อส่งลาเจ้า นายพน่ี ้องบางพระองค์ หรอื แม้กระทง้ั การตอบกลับดว้ ยเช่นกนั ลักษณะคำประพันธ์แต่งด้วย โคลงสี่สุภาพเปน็ โคลงชนิดหน่ึงที่กวินยิ มแต่งมากท่ีสุด ด้วยเสน่ห์ ของการบังคับ วรรณยุกต์เอกโทอันเป็นมรดกของภาษาไทยที่ลงตัวที่สุด คำว่า สุภาพ หรือ เสาวภาพ หมายถึงคำที่มิได้มีรูป วรรณยุกต์ กับอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ จะมีแบบแผนเหมือนกับ กาพย์ยานี ๑๑ แต่เพิ่ม ครู, ลพ เข้าไป อินทร วเิ ชียร แปลวา่ เพชรพระอนิ ทร์ หมายถงึ ฉันท์ท่ีมีลลี า อยา่ งเพชรของพระอินทร์ นยิ มใชแ้ ต่งข้อความที่เป็นบท ชมหรือบทคร่ำครวญ โดยกวีนิพนธ์ทั้งสอง บทเน้นที่การใช้ค่าและภาพพจน์เพื่อสร้างจินตภา พและอารมณ์ สะเทอื นใจเปน็ สำคัญ
๔ ๔ เนอื้ เรอ่ื งเตม็ (แบบยอ่ ) ขัตติยพันธกรณี มาจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ คือเหตุการณ์ รศ. ๑๑๒ (ตรงกับ พ. ศ. ๒๔๓๖) โดยเหตุการณ์ครั้งน้ีมาจากความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและประเทศฝรั่งเศสเกี่ยวกับเขตแดนทางด้าน หลวงพระบาง ซึ่งเริ่มต้นจากการกระทบกระทั่งกันของกำลังทหารทั้งจากฝั่งไทยและฝรั่งเศส และทวีความ รุนแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อผู้แทนทางการทูตของทั้ง ๒ ประเทศเจรจาเพื่อหาทางออกไม่สำเร็จ จนกระทั่งวันที่ ๑๓ กรกฎาคม รศ. ๑๑๒ กองเรือรบของฝรั่งเศส ได้รุกล้ำเข้ามาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยาแล่นผ่านป้อมพระ จุลจอมเกล้าและป้อมผีเสื้อสมุทรจนในที่สุดเรือปีนของฝรั่งเศส ๒ ลำ ก็สามารถเข้ามาจอดและทอดสมอหน้า สถานทูตฝรั่งเศสได้พร้อมทั้งยื่นคำขาดในการเรียกร้องสิทธิเหนือดิน แดนและเรียกร้องค่าปรับอย่างไรก็ตาม วิกฤตการณ์ครั้งนี้ จบลงเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม รศ. ๑๑๒ ด้วยการลงนามในสนธิสัญญากรุงเทพฯ ซึ่งมีผลทำให้ ไทยเสียดินแดนส่งซ้ายของแม่น้ำโขงไปและเสียอำนาจการปกครองคนในบังคับชาวอินโดจีนให้แก่ฝรั่งเศส เหตกุ ารณ์ครงั้ นี้ทำใหพ้ ระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอย่หู วั เสียพระราชหฤทยั เปน็ อย่างยง่ิ จนทรงประชวร หนัก ไม่ยอมเสวยพระโอสถ ในระหว่างนี้ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทโคลงและฉันท์เพื่อระบายความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานแสนสาหัสจนไม่ทรงปรารถนาที่จะดำรงพระชนม์ชีพอีกต่อไป พระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงส่งบทพระราชนิพนธ์ไปอำลาเจ้านายพี่น้องบางพระองค์ซึ่งหนึ่งในนั้นคือสมเด็จ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานภุ าพ ซงึ่ เป็นพระเจา้ นอ้ งยาเธอในขณะน้นั เม่ือทรงไดร้ ับสมเด็จพระ เจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ทรงนิพนธ์บทประพันธ์ถวายตอบทันที ในส่วนของพระนิพนธ์ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ แต่งด้วยคำประพันธ์ ประเภทอินทรวิเชียรฉันท์ โดยแต่งเพื่อถวายกำลังพระทัยรัชกาลที่ ๕ และถวายข้อคิดให้ ตระหนักถึงสัจธรรม โดยสมเด็จพระเจ้าบรม วงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เปรียบประเทศไทยเป็นเรือลำใหญล่ ำหนึ่งอันมีรัชกาลที่ ๕ เป็นกัปตัน ซ่ึง เป็นผู้ที่เป็นใหญ่ในเรือ มีอำนาจ สั่งลูกเรือ ซึ่งหมายถึงชาวสยาม โดยรัชกาลที่ ๕ ในฐานกัปตันมีหน้าที่นำพา ลกู เรอื ให้รอดท้นจาก พายุคลืน่ ลมมรสุมต่าง ๆ
๕ ๕ เนอื้ เรอ่ื งเตม็ (เฉพาะตอนทเ่ี รยี น) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงพระราชนิพนธ์ว่าทรงพระประชวรอย่างหนักเป็นเวลานานทำให้ เป็นภาระของผู้ดูแลความกังวลพระทัยนี้เมื่อประกอบกับความเจ็บทั้งพระวรกายและพระทัยของพระองศ์ รวมทั้งไม่สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้อย่างเต็มพระกำลังโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามวิกฤติจึงมีพระราช ประสงค์ที่จะจากภพนี้ (มีความคิดจะเสด็จ สวรรคต เพื่อปลดเปลื้องความทุกข์ความเหน็ดเหนื่อยไปสู่โลก หน้าที่มีแต่ความสบายกาย สบายใจมีความสุขมากยิ่งกว่า พระองศ์ทรงเล่าถึงอาการประชวรว่าทรงประชวร ด้วยโรคฝีสามยอดแล้ว มีไข้ส่าเป็นระยะ ส่งผลให้พระองศ์ทรงเจ็บปวดทรมานมากอย่างไม่น่าเช่ือ เพราะทั้ง ปวดทั้งกายและศรี ษะ ผ้ทู ่ีไม่เคยมอี าการแบบนี้ ยอ่ มไม่รูว้ า่ ความเจบ็ ปวดทรมานนั้นมนั มากเพยี งไหน พระองค์ ยังทรงเล่าว่า รู้สึกเหมือนมี \"ตะปูดอกใหญ่\" ตรึงเท้าทั้ง ๒ ข้างเอาไว้ ทำให้เดินไม่สะดวก หรือเดินไม่ได้ เป็น การเปรียบภาระหน้าที่เป็นตะปูดอกใหญ่ ท่ีตรึงพระบาทของพระองค์ไว้ ไม่ให้ทรงพระดำเนินได้คล่องและไม่ สามารถปลดเปล้อื งความทุกข์น้นั ออกไป ทรงรำพึงถึงชีวติ คนเราว่ามีการเปลย่ี นแปลงอยูเ่ สมอดง่ั คำโบราณท่ีว่า ชัว่ เจด็ ที ดีเจด็ หน ในยามทเ่ี ปน็ เดก็ ทรงมคี วามสขุ คลา้ ยสตั ว์เดรัจฉาน คอื มีทง้ั ทกุ ข์ สขุ กล้าหาญ และหวาดกลัว บางคน อาจบกพรอ่ งเพราะหลงลมื ไปบ้างคล้ายคนใกล้จะตายและเสียสติ ทรงบรรยายความรู้สกึ เหนื่อย หน่าย หมดกำลังพระทัยที่จะทรงรักษาพระองศ์ อันเป็นผลมาจาก อาการประชวรที่ดำเนนิ ตอ่ เนือ่ งมายาวนานแม้จะ หายจากอาการพระประชวรและกลับมาได้อย่าง เต็มท่ีก็มิใช่ว่าจะทรงแกป้ ัญหาท่ีทรงกลัดกลุ้มลงได้เพราะการ หาทางป้องกันรักษาบ้านเมืองให้ รอดพ้นจากเงื้อมมือของฝรั่งเศสเป็นเรื่องยาก การที่ทรงมองไม่เห็นทางออก ในการแกป้ ญั หาน้ีก่อให้เกิดความกังวลอันใหญ่หลวงคือทรงหวน่ั ว่าหากทรงรักษาชาตไิ ว้ไม่ได้และต้องเสียเมือง ไปพระองค์จะทรงเป็นเช่นเดียวกับสมเด็จพระมหินทราธิราชและสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ในคราวเสียกรุงศรี อยุธยาทั้งสองครั้งและจะทรงถูกครหานินทาตลอดไปว่าไม่สามารถประกอบพระราชกรณียกิจที่สำคัญที่สุด ของพระมหากษตั ริย์ คอื การปกปอ้ งรกั ษาชาติบ้านเมืองเอาไว้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำรงรา ชานุภาพตอบบทพระราชนิพนธ์โดยทรงเริ่มต้นพระนิพนธ์ของพระอง ค์ด้วยการถวายกำลังพระทัยแด่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยหู่ วั ด้วยการบรรยายให้เห็นว่าพระองค์ในฐานะที่ทรงเปน็ พระบรมวงศา นุวงศ์และเสนาบดีที่ทรงปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด ทรงตระหนักว่าพระประชวรนั้นหนักหนาสาหัสเพียงใดทรง ความวิตกกงั วลและห่วงใยและตนพร้อมท่จี ะสละเลือดเน้ือและชวี ิตหากจะบรรเทาพระอาการประชวรลงได้ไม่ เพยี งแตพ่ ระองคผ์ ทู้ รงอยู่ใกล้เท่านั้นประชาชนท่ัวไปก็เกิดความรู้สึกเช่นเดียวกนั ต่อพระมหากษตั รยิ ผ์ ู้ทรงเป็นท่ี รักยิ่ง หลงั จากถวายกำลังพระทยั แลว้ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานภุ าพกถ็ วายข้อคิดว่าคนไทย ทุกหมเู่ หล่า เปรียบเสมอื นลูกเรือของเรือสยามซง่ึ กาลังสบั สนไม่รจู้ ะทำประการใดหากเรือขาด กัปตันทีท่ รงเป็นท้ังผู้นำและ ศูนย์รวมจิตใจของชาติลูกเรือหรือประชาชนทั้งหลายจะตกอยู่ในสภาวะ เช่นไร จากนั้นได้กราบทูลให้ทรง ตระหนักในสัจธรรมที่ว่าการดำเนินกิจการงานใดๆย่อมต้องพบอุปสรรคด้วยกัน ทั้งสิ้นโดยใช้ภาพพจน์ เปรยี บเทยี บบรรดากิจกับเรือที่แล่นไปในทะเลซงึ่ ต้อง เผชญิ กบั พายเุ ป็นธรรมดาการจะผ่านพายุไปให้พ้นก็ต้อง ร่วมมือร่วมใจพยายามอย่างถึงที่สุดทั้งกัปตันและลูกเรือทุกคนเมื่อ ทำเช่นนั้นแล้วแม้เรือจะจมลงทุกคนก็ยังมี ความภูมิใจได้ รับคำสรรเสริญ เรื่องความมานะบากบั่นกลา้ หาญ การนิ่งเฉยไม่ทำอะไรเลยไม่กอ่ ให้เกิดผลดแี ต่ อย่างใดเพราะเรือ ย่อมจะจมลง แน่นอนทั้งยังจะถูกตำหนิอีกด้วยต่อจากนั้นสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุ
๖ ๖ ภาพไดท้ รง อาสาทจ่ี ะถวายชีวิตรบั ใช้ปฏิบัติหน้าทีต่ ามพระราชบัญชาของพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว จนสุดกำลังพระนิพนธ์จบลงด้วยการถวายพระพรให้ทรงฟ้ืนจากอาการประชวรโดยเร็วและมีพระราช หฤทยั ท่ผี ่องแผ้วมพี ระชนมายุยืนยาวเพ่อื เกอ้ื กลู สยามรัฐตอ่ ไป
๗
๘
๙
๑๐
๑๑ ๗ วิเคราะหค์ ุณคา่ 1. วเิ คราะหค์ ณุ ค่าดา้ นเนอ้ื หา ▪ รปู แบบการแต่ง ส่วนแรกเป็นโคลงสี่สุภาพ ส่วนที่ 2 แต่งด้วยอินทรวิเชียรฉนั ท์ มีการใชโ้ วหารและโวหารภาพพจนต์ ่างๆ มี การเลือกใช้คำอย่างเหมาะสมกับฐานะของบุคคลในเร่ือง การใชค้ ำทสี่ รา้ งจนิ ตภาพและอารมณ์สะเทือนใจ การ นำเสนอเนอ้ื เรอื่ งจากจดุ เล็กๆไปจนถงึ เนื้อหาท่ีมีความสำคญั มากขนึ้ ตามลำดบั เพ่ือใหเ้ ข้าใจงา่ ย ▪ องค์ประกอบของเร่อื ง สาระและแนวคิดสำคญั ถ้าเปน็ สว่ นของบทพระราชนิพนธใ์ นพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีจุดม่งุ หมายในการ แต่งเพื่ออำลาเจ้านายพี่น้อง แต่ถ้าเป็นส่วนของพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงรา ชานภุ าพ จะแต่งเพ่อื ปลอบประโลมใหค้ ลายทุกข์และปลุกใจให้ลุกข้นึ สู้กบั อปุ สรรค ขัตติยพันธกรณี มาจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ คือเหตุการณ์ รศ.๑๑๒ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๓๖) โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มาจากความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและประเทศฝรั่งเศสเกี่ยวกับเขตแดน ทางด้านหลวงพระบาง ซึ่งเริ่มต้นจากการกระทบกระทั่งกันของกำลังทหารทั้งจากฝั่งไทยและฝรั่งเศส และทวี ความรุนแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อผู้แทนทางการทูตของทั้ง ๒ ประเทศเจรจาเพื่อหาทางออกไม่สำเร็จ จนกระท่ัง วันที่ ๑๓ กรกฎาคม รศ. ๑๑๒ กองเรือรบของฝรั่งเศส ได้รุกล้ำเข้ามาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา แล่นผ่านป้อม พระจุลจอมเกล้า และปอ้ มผีเส้ือสมุทร จนในที่สุด เรอื ปนื ของฝรั่งเศส ๒ ลำกส็ ามารถเข้ามาจอดและทอดสมอ หน้าสถานทูตฝรั่งเศสได้ พรอ้ มทัง้ ยื่นคำขาดในการเรียกร้องสิทธิเหนอื ดนิ แดน และเรยี กร้องคา่ ปรับ อย่างไรก็ตาม วิกฤตการณ์ครั้งนี้จบลงเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม รศ. ๑๑๒ ด้วยการลงนามในสนธิสัญญา กรุงเทพฯ ซ่งึ มีผลทำให้ไทยเสียดินแดนฝงั่ ซา้ ยของแม่น้ำโขงไป และเสียอำนาจการปกครองคนในบังคับชาวอิน โดจนี ใหแ้ กฝ่ รง่ั เศส เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสียพระราชหฤทัยเป็นอย่างย่ิง จนทรงประชวรหนัก ไม่ยอมเสวยพระโอสถ ในระหว่างนี้ ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทโคลงและฉันท์ เพื่อระบาย ความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานแสนสาหัส จนไม่ทรงปรารถนาที่จะดำรงพระชนม์ชีพอีกต่อไ ป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงส่งบทพระราชนิพนธ์ไปอำลาเจ้านายพี่นอ้ งบางพระองค์ ซึ่ง หนึ่งในนั้นคือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งเป็นพระเจ้าน้องยาเธอในขณะนั้น เมอื่ ทรงไดร้ บั สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ทรงนพิ นธบ์ ทประพันธ์ถวายตอบทันที โครงเรอ่ื ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องขัตติยพันธกรณี ด้วยโคลงส่ี สุภาพจำนวน ๗ บทด้วยกัน โดยบรรยายความกังวลใจ ที่ทรงประชวรอย่างหนักเป็นเวลานาน ด้วยโรคฝีสาม ยอด และไข้ส่า ทำให้เป็นที่หนักใจของผู้ที่ดูแลรักษา อีกทั้งยังบรรยายถึงความเจ็บปวดพระวรกายจากพระ อาการประชวร จึงมีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เนื่องจากเป็น กษัตรยิ ท์ มี่ ภี าระหน้าทีอ่ ันยง่ิ ใหญ่ คอื การปกป้องรกั ษาบา้ นเมืองจากประเทศฝร่งั เศสนนั่ เอง
๑๒ ๘ หลังจากนั้น รัชกาลที่๕ ทรงบรรยายความรู้สึกด้วยอินทรวิเชียรฉันท์ โดยบรรยายถึงความรู้สึกเบื่อ หน่าย หมดกำลังพระทัย เนื่องจากพระอาการประชวรที่ยาวนาน และยังมีความเจ็บทางใจที่เกิดจากการต้อง ป้องกันรักษาบ้านเมอื งเอาไว้ อีกทั้งยังมคี วามกังวลใหญห่ ลวงในพระทัย และทรงหว่ันเกรงว่าจะทรงกลายเปน็ พระมหากษัตริย์ที่ราษฎรจะกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุทำให้เสียบ้านเสียเมืองแก่ต่างชาติเช่นเดียวกับสมเด็จพระ มหินทราธริ าช และสมเดจ็ พระเจา้ เอกทศั (คำประพันธ์ใชว่ ่า “ทวริ าช” แปลว่า กษัตรยิ ส์ องพระองค์) ในช่วงที่ เสียกรุงศรีอยุธยาทั้ง ๒ ครั้ง รัชกาลที่๕ ไม่ต้องการจะเป็นกษัตริย์อีกพระองค์หนึ่งที่ทำให้เราต้องสูญเสียเอก ราชไป ในสว่ นของพระนพิ นธ์ของสมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานภุ าพ แตง่ ด้วยคำประพนั ธ์ ประเภทอินทรวิเชียรฉันท์ โดยแต่งเพื่อถวายกำลังพระทัยรัชกาลที่๕ และถวายข้อคิดให้ตระหนักถึงสัจธรร ม โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเปรียบประเทศไทยเป็นเรือลำใหญ่ลำหนึ่ง อันมี รัชกาลที่๕ เป็นกัปตัน ซึ่งเป็นผู้ที่เป็นใหญ่ในเรือ มีอำนาจสั่งลูกเรือ ซึ่งหมายถึงชาวสยาม โดยรัชกาลที่๕ ใน ฐานกปั ตนั มีหน้าที่นำพาลกู เรือให้รอดพ้นจากพายุคลนื่ ลมมรสมุ ต่าง ๆ ส่วนสัจธรรมที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวถึงคือเรื่องของ การทำงานทุกอย่างย่อมมีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นทั้งนั้น อีกทั้งยังทรงอาสาที่จะถวายชีวิตรับใช้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตรงกับสุภาษิตโบราณที่ว่า “อาสาเจ้าจนตัวตาย” นอกจากนั้น ยัง ไดถ้ วายพระพรให้รชั กาลท่ี๕ ทรงฟน้ื จากอาการประชวรโดยเร็ว ตวั ละคร พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อย่หู ัว • กษตั ริย์รชั กาลที่ ๕ • ประชวรหนกั ในช่วงทม่ี กี ารรุกรานจากฝรงั่ เศส • กงั วลที่ไม่อาจทรงงานได้ • เขยี นบทพระราชนิพนธเ์ พ่ือร่ำลาสมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงชานุภาพ • ได้อา่ นบทพระราชนพิ นธข์ องรชั กาลท่ี ๕ • เขยี นบทพระนิพนธ์อินทรวิเชียรฉันท์ • ใหก้ ำลังใจและอาสาท่ีจะรบั ใช้ดว้ ยความภักดตี อ่ รัชกาลที่ ๕ จากท้องเรื่อง กรุงรัตนโกสนิ ทร์ ในวกิ ฤตการณ์ ร.ศ. 112 บทเจรจาหรือรำพงึ รำพนั ชีวติ มนุษย์น้ี เปลย่ี นแปลง จรงิ นอ ทกุ ข์และสุขพลิกแพลง มากครั้ง โบราณทา่ นจึงแสดง เป็นเยี่ยง อยา่ งนา ชวั่ นับเจด็ ทที ้งั เจด็ ขา้ งฝา่ ยดี จากตัวอย่างข้างต้น อธิบายเกี่ยวกับการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัวได้ทรงตัด พอ้ และทรงดำริ ตอ่ ชีวติ วา่ ชวี ิตของคนเราน้ันมขี น้ึ มลี ง ถา้ มีทกุ ข์กจ็ ะต้องมีสุขอยดู่ ้วย
๑๓ ๙ 2. วเิ คราะหค์ ุณคา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์ การสรรคำ ๑. มีการใช้โวหารภาพพจน์ต่างๆ เช่น คำว่า “กะปิตัน” เพื่อสื่อถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจา้ อย่หู ัวว่าเป็นผนู้ ำของประชาชนท้ังปวง ๒. มกี ารเลอื กใชค้ ำอย่างเหมาะสมกับฐานะของบุคคลในเรื่อง เช่น ดว้ ยเดชะบญุ ญา ภนิ หิ าระแหง่ คำ สัตยข์ า้ จงได้สมั ฤทธดิ ังมโนหมาย ขอจงวราพาธ บรมนาถเรง่ เคลื่อนคลาย พระจิตพระวรกาย จงผ่องพ้นทีห่ มน่ หมอง ขอจงสำเรจ็ รา ชะประสงค์ทท่ี รงปอง ปกขา้ ฝา่ ละออง พระบาทใหส้ ามัคคี ในบนกลอนนี้ได้มีการเลือกสรรคำอย่างถูกต้องตามฐานะของบุคคลในเรื่อง ซึ่งมีการใช้คำ ราชาศัพท์ให้เหมาะสมกับตัวละครและตัวละครนัน้ ก็คือ พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั 3.“ชาวเรอื ย่อมรู้ ฉะน้ีอยู่ทุกจติ ใจ แต่ ลอยอยตู่ ราบใด จ้องจำแกด้ ว้ ยแรงระดม” มกี ารเลือกใช้คำว่า “แรงระดม” เพื่อแสดงให้เห็นถึงแรงศรัทธาของประชาชนชาวสยามที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจา้ อยหู่ วั การเรยี บเรียงคำ 1. วรรณคดีเรื่องขัตติยพันธกรณีเป็นบทพระนิพนธ์ที่ถูกแต่งขึ้นเป็นคำฉันท์ ทั้งสองพระองค์ทรง เลือกใช้อินทรวิเชียรฉันท์โดยมไิ ด้ทรงเคร่งครัดในการใช้คำครุ-ลหุตามแบบที่คณะฉนั ท์ใช้ แตท่ รง ใช้ตามการออกเสียงตามธรรมชาติของการพูดภาษาไทย และเน้นการใช้คำที่สร้างจินตภาพและอารมณ์ สะเทอื นใจเปน็ หลัก 2. มีการนำเสนอเนอ้ื เรอื่ งจากจุดเลก็ ๆไปจนถงึ เน้ือหาท่ีมีความสำคัญมากขนึ้ ตามลำดบั เพอ่ื ใหเ้ ข้าใจ งา่ ย “ประสาแต่อยู่ใกล้ ทั้งรู้ใช่วา่ หนักหนา เลือดเนอื้ ผเิ จอื ยา ใหห้ ายไดจ้ ะชงิ ถวาย” การใชโ้ วหาร 1. พรรณนาโวหาร ทำให้ผู้อ่านหรอื ผฟู้ ังสามารถรสู้ กึ ถงึ รสไพเราะของเน้อื ความได้ โดยการสร้างภาพ ทเี่ ด่นชัดและลกึ ซ้งึ จนเกดิ จนิ ตภาพคลอ้ ยตาม ๓. อปุ มาโวหาร การเปรยี บเทยี บวา่ ส่งิ หนง่ึ เหมอื นกับอีกส่งิ หนึ่งโดยใชค้ ำเชื่อมต่างๆ เช่น “คลา้ ยกับผู้ จวนมว้ ยชีพส้นิ สติสูญ” และ “เปรียบตัวเหมือนอย่างมา้ ที่เปน็ พาหยาน” การใชภ้ าพพจน์ ๑. อปุ ลกั ษณ์ เช่น ตะปดู อกใหญ่ตร้ึง บาทา อย่เู ฮย
๑๔ ๑๐ จงึ บอ่ าจลลี า คล่องได้ เชญิ ผทู้ ีม่ ีเมตตา แก่สัตว์ ปวงแฮ ชักตะปูนใ้ี ห้ สง่ ขา้ อญั ขยม วิเคราะห์ ทรงเปรียบพันธกรณีที่มีต่อชาติบ้านเมืองในฐานะที่พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ เป็น ตะปูดอกใหญ่ที่ตรงึ พระบาทไว้มใิ ห้กา้ วยา่ งไปได้ ๒. อุปมา เชน่ ดจุ เหลา่ พละนา- วะเหว่วา้ กะปติ นั นายทา้ ยฉงนงัน ทศิ ทางก็คลางแคลง วิเคราะห์ เหมือนเหล่าลูกเรอื ทข่ี าดผู้บังคับบัญชาเรอื กจ็ ะบงั คบั เรอื ไปต่อไม่ได้ เปรียบตัวเหมอื นอยา่ งมา้ ที่เปน็ พาหนะยาน ผูกเครอ่ื งบังเหยี นอาน ประจำหนา้ พลบั พลาชยั วิเคราะห์ สมเด็จฯ เปรียบตวั เองเหมอื นมา้ ท่ีเป็นพระราชพาหนะ เตรยี มพรอ้ มที่จะรับใชร้ ัชกาลที่ ๕ ๓. อตพิ จน์ เช่น ประสาแต่อยูใ่ กล้ ท้ังรู้ใช่ว่าหนกั หนา เลือดเน้อื ผิเจือยา ใหห้ ายได้จะชงิ ถวาย วิเคราะห์ ถา้ เลือดเนื้อของสมเด็จฯ เจอื ยาถวายใหห้ ายประชวรไดก้ ย็ นิ ดที ี่จะทลู เกลา้ ฯ ถวาย ๔. สัญลกั ษณ์ การใชส้ ัญลักษณเ์ พ่อื เรียกสิง่ ๆหน่งึ แตใ่ ชค้ ำอ่ืนแทน คำท่ีใชม้ กั เปน็ คำท่เี ขา้ ใจง่ายและใช้กนั ท่ัวไป ใน วรรณคดีเรื่องขัตติยพันธกรณีนั้น มีการใช้สัญลักษณ์แทนความหมายหลายคำ เช่น “ตะปูดอกใหญ่ตรึง บาทา อยู่เฮย” คำว่า “ตะป”ู สอื่ ถึงอปุ สรรคและเรือ่ งที่กษัตรยิ ์ทรงกลุ้มพระทัยอยู่ในขณะนนั้ และ “ดจุ เหล่าพละนา- วะเหว่กะปิตัน” คำว่า “กะปิตัน” สื่อถึงกษัตริย์ที่ทรงเป็นผู้นำให้แก่ประเทศชาติเนื้อหาของวรรณคดีเรื่องขัต ติยพันธกรณีไม่ซับซ้อนยุ่งยากเหมือนวรรณคดีเรื่องอื่น เนื่องจากเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงจึงสามารถเข้าใจได้ ง่ายด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นแล้วข้อคิดที่ได้จากการอ่านนั้นสามารถนำประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ไม่ว่าจะ เรอื่ งของปัญหาทตี่ อ้ งเผชิญหรือภาระหน้าทท่ี ต่ี ้องทำ เพอ่ื จะได้นำไปใช้ปฏิบัตใิ ช้ในการดำเนนิ ชวี ติ ต่อไป 3. วเิ คราะหค์ ณุ คา่ ดา้ นสงั คม 1. สะทอ้ นความคิดและความเชอ่ื ของคนไทยในอดตี 2. ปลุกจติ สำนึกใหค้ นในชาติหวงแหนรักษาผืนแผ่นดินไทยไวใ้ ห้ดำรงอยสู่ บื ไป 3. ทำให้คนในชาติตระหนักถงึ ความเหนื่อยยากของบรรพบรุ ุษท่ีต้องยอมแลกดว้ ยชวี ิต เพอ่ื รักษาประเทศ ไว้ 4. วเิ คราะหค์ ณุ คา่ ดา้ นอารมณ์ ๑. ทำใหผ้ ูอ้ ่านมีความรูส้ ึกรกั ชาตจิ ากการทไ่ี ดร้ ับรู้ถงึ ความเสียสละของบรรพบรุ ษุ ไทย ๒. เกดิ ความเห็นอกเห็นใจจากการไดร้ บั รู้ถงึ ความยากลำบากของพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั ในการแกป้ ัญหาทีเ่ กดิ ขึน้
๑๕ ๑๑ ๓. ทำให้เกดิ ความเศรา้ หมองและสะเทือนใจกับโรคและปญั หาท่ีเกิดขนึ้ กับพระมหากษัตริย์ 5. วเิ คราะหค์ ณุ คา่ ดา้ นคุณธรรม 1. สะทอ้ นถึงความรับผิดชอบในหนา้ ทข่ี องพระมหากษัตริย์ไทยที่ไมย่ ่อท้อในการรักษาอธปิ ไตยของชาติ 2. สะท้อนถงึ ความจงรักภกั ดีที่ประชาชนมตี ่อพระมหากษัตริย์ 3. แสดงถงึ สัจธรรมท่เี กดิ ขน้ึ กบั มนษุ ย์ 6. วเิ คราะหค์ ณุ คา่ ดา้ นสะทอ้ นแนวคดิ และคา่ นยิ ม แนวคดิ ๑. ปถุ ุชนไมว่ า่ จะอยู่ในตำแหน่งสูงเพยี งใด ย่อมประพฤตบกพร่องผดิ พลาดได้ในบางโอกาส ๒. อารมณ์สะเทือนใจหรือแรงบันดาลใจเป็นปัจจยั สำคญั ในการแต่งบทกวี ๓. บุคคลพึงฟงั คำแนะนำตักเตือนทม่ี เี หตุผลสมควรจากทกุ คน ค่านยิ ม ๑. ผู้นำประเทศตอ้ งมีสำนึกในความรบั ผิดชอบต่อบา้ นเมืองและความอยู่รอดของประเทศ ๒. บคุ คลพงึ สละแมช้ วี ิต เพ่อื ความอยรู่ อดของประเทศชาติ ๓. บคุ คลควรมีความเหน็ ใจ ไม่สร้างความลำบากใจให้แก่ผ้อู ืน่ โดยเฉพาะผู้ท่ีอยูต่ ำ่ กว่า
๑๒ บรรณานกุ รม กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย (2551).วรรณคดวี จิ กั ษ.์ สกสค. ลาดพรา้ ว. น.145-158 แบม.ขตั ตยิ พนั ธกรณี.[ออนไลน์]. จาก : https://www.scribd.com/document/510857405/%E0%B8%82%E0% [สบื คน้ -เมอื่ 18 สิงหาคม 2566] Jutalak Cherdharun.ขตั ตยิ พันธกรณี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 วชิ าภาษาไทย.[ออนไลน]์ . จาก : https://blog.startdee.com/%E0%B8%82%E0%B [สืบค้น-เมอื่ 18 สิงหาคม 2566]
Search
Read the Text Version
- 1 - 21
Pages: