ÃÙ·Œ ¹Ñ ÂÒºŒÒ (ฉบับปรับปรงุ 2564)
ÃÙ·Œ ¹Ñ ÂÒºŒÒ (ฉบับปรับปรงุ 2564)
พิมพค รัง้ ที่ 2 ÃÙŒ·Ñ¹ ÂÒºŒÒ จัดทําโดย : มีนาคม 2564 พมิ พท่ี จํานวน 10,000 เลม : โครงการ TO BE NUMBER ONE ในทลู กระหมอ มหญงิ อบุ ลรตั นราชกญั ญา สริ วิ ฒั นาพรรณวดี กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสขุ : ศูนยส ื่อและสิ่งพิมพแ กวเจาจอม มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสวนสุนนั ทา
¤Ó¹Ó ปญหายาเสพติด เปนปญหาท่ีสงผลกระทบและคุกคาม ความมน่ั คงและความอยรู อดของประเทศชาติ บน่ั ทอนศกั ยภาพของมนษุ ย ทาํ ลายทั้งเปาหมายชีวิต และความคาดหวงั ในอนาคต โดยเฉพาะ การแพรร ะบาดของยาเสพตดิ ในกลมุ เดก็ และเยาวชน ตอ การปอ งกนั และแกไขปญหายาเสพติด โครงการ TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหมอมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ไดดําเนินงานภายใตการมีสวนรวมของเยาวชน และทุกภาคสวน ของสงั คมตง้ั แตป พ.ศ. 2545 เปน ตน มา และแมก ารดาํ เนนิ โครงการ จะมีพัฒนาการ มีความกาวหนาและมีผลสัมฤทธิ์มาโดยลําดับ แตร ปู แบบทย่ี งั มคี วามสาํ คญั และจาํ เปน ตอ งดาํ เนนิ งานโดยตอ เนอ่ื ง คอื การใหค วามรแู กเ ดก็ และเยาวชน ทง้ั ในและนอกระบบสถานศกึ ษา ทวั่ ประเทศ ใหต ระหนกั และรเู ทา ทนั พษิ ภยั ของยาเสพตดิ โดยเฉพาะ ยาบา หรือแอมเฟตามีน ซึ่งเปนปญหายาเสพติดท่ีมีความรุนแรง ÃÙŒ·Ñ¹ ÂÒºŒÒ 3
และมีการแพรกระจายมากที่สุดในสังคมไทย ดวยเหตุนี้ กรมสขุ ภาพจติ ในฐานะเลขานกุ ารโครงการ TO BE NUMBER ONE จึงไดจัดทําคูมือ “รูทันยาบา” โดยปรับปรุงเน้ือหาจากคูมือ “ความรูเรื่องยาบา” เพื่อเผยแพรใหกับกลุมเปาหมายเยาวชน สมาชกิ TO BE NUMBER ONE ทวั่ ประเทศ จงึ ขอขอบคณุ นกั วชิ าการ และผจู ดั ทาํ คมู อื “ความรเู รอ่ื งยาบา ” ทกุ ทา นไว ณ ทนี่ ้ี กรมสุขภาพจติ 4 ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºÒŒ
ÊÒúÞÑ 3 7 คาํ นํา 9 รจู ักยาบา 17 พิษภยั ของยาบา 21 ความเช่ือผดิ ๆ เกย่ี วกบั ยาบา 23 เสพยากับติดยา 25 สาเหตุของการติดยา 33 กลไกการตดิ ยาเสพตดิ 37 เมือ่ คนใกลช ดิ ติดยาเสพตดิ 41 การชวยเหลือผตู ดิ ยา 45 ภาวะการตดิ ยา 53 เสนทางสกู ารเลกิ ยา 59 แนวทางการบําบัดรกั ษาผูติดยา 65 การดูแลผูเสพติดวัยรุน การบาํ บัดรักษาทางจติ สังคม ÃÙŒ·Ñ¹ ÂÒºÒŒ 5
ÊÒúÞÑ แนะนํา โครงการ TO BE NUMBER ONE 67 (ในทูลกระหมอมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สริ ิวัฒนาพรรณวด)ี โครงการ TO BE NUMBER ONE 69 คา ยพัฒนาสมาชิก TO BE NUMBER ONE 71 สูค วามเปน หน่ึง การประกวดเยาวชนตน แบบเกงและดี 73 TO BE NUMBER ONE การแขงขนั TO BE NUMBER ONE 75 TEEN DANCERCISE THAILAND CHAMPIONSHIP ศูนยเพ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE 77 (TO BE NUMBER ONE FRIEND CORNER) เพลง TO BE NUMBER ONE 78 เพลง ไมมอี ะไรไกลเกินฝน 79 เพลง เปนหนึง่ ไมพ ึ่งยา 80 6 ÃÙ·Œ ѹ ÂÒºŒÒ
ÃÙ¨Œ Ñ¡ÂÒºÒŒ “ ÂÒºÒŒ ” หรอื แอมเฟตามนี หรอื ทร่ี จู กั กนั ในชอ่ื เดมิ วา ยามา เปน สารเสพตดิ ทม่ี กี ารแพรร ะบาด อยา งรนุ แรง จนเปน ปญ หาสำคญั ทค่ี กุ คามสภาพสงั คมอยา งกวา งขวาง ทั้งทางตรงและทางออม มีลักษณะเปนผงผลึกสีขาว ไมมีกลิ่น มรี สขม มที ง้ั ชนดิ แคปซลู และชนดิ เปน เมด็ รปู รา งตา งๆ ยาบา มฤี ทธ์ิ กระตุนระบบประสาทสวนกลาง จากผลของสารออกฤทธิ์สำคัญ คือ เมทแอมเฟตามีน ซึ่งจัดเปนยาเสพติดใหโทษประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. 2522 พบในปริมาณ เฉลย่ี 22.5 มลิ ลกิ รมั ตอ เมด็ บางครง้ั พบสารออกฤทธเ์ิ ปน อเี ฟดรนี ผสมกับแคฟเฟอีน นอกจากนี้อาจพบสารปลอมปนอื่น ไดแก คลอรเฟนริ ามนี เฟนลิ โปรปาโนลามีน พาราเซตามอล แอสไพรนิ และสารหนู เปน ตน ÃÙŒ·Ñ¹ ÂÒºÒŒ 7
ลักษณะของยาบาท่ีพบในปจจุบันนับต้ังแต พ.ศ. 2540 เปน ยาเมด็ กลมแบน ขนาดเสน ผา ศนู ยก ลางประมาณ 6 มลิ ลเิ มตร หนาประมาณ 2.5 มลิ ลเิ มตร นาํ้ หนกั เมด็ ยาโดยเฉลยี่ 90 มลิ ลกิ รมั เม็ดยาสวนใหญเปนสีสม บางคร้ังพบเปนสีเขียว หรือสีอ่ืนๆ เชน สีน้าํ ตาล สมี วง สัญลักษณบนเม็ดยาท่ีพบมากคือ “WY” บนดา น หน่งึ นอกจากนีย้ ังอาจพบสัญลักษณอ น่ื ๆ เชน “MW” “99” หรือ เปน เม็ดยาเรียบไมมสี ญั ลักษณใดๆ การเสพยาบา เปน ปญ หาทม่ี กี ารเปลย่ี นแปลงรปู แบบไมน อ ย เม่ือเทียบกับสารเสพติดชนิดอ่ืน เร่ิมตนจากการท่ียาบา เคยเปน สารทน่ี ิยมในหมูผูป ระกอบอาชีพขบั ข่ียานยนต ซ่ึงตอ งการใชฤทธิ์ กระตนุ ประสาทของสารนี้ ใหท ํางานไดทนนาน ตอมาไดม รี ายงาน การใชยาบาดวยวัตถุประสงคเดียวกันในกลุมผูใชแรงงานอื่นๆ เชน กลุมแรงงานประมง กลุมแรงงานตัดออย และกลุมแรงงาน แบกหาม รวมไปถึงการใชยาบาเพ่ือกระตุนการทํางานของสัตว ใชแรงงาน เชน ชาง เปนตน อยางไรก็ตาม ปญหาการใชยาบา ทน่ี บั วา รนุ แรงและมผี ลในการทาํ ลายสภาพสงั คมสงู ทส่ี ดุ กลบั ไมใ ช การใชยาบาเพ่ือวัตถุประสงคการใชแรงงานเพ่ือเลี้ยงชีพเหลาน้ี แตเปนการใชยาบาของเยาวชนในสถานศึกษา เพ่ือความบันเทิง โดยที่ปญ หานี้มีการขยายตัวอยา งรวดเรว็ มาก 8 ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºŒÒ
¢¾ÍÔɧÂÀÒÂÑ ºŒÒ ยาบาน้ันสงผลเสียอยางมาก ตอผูเสพ คอื จะทาํ ใหทํางานมากเกนิ ปกติ แตไมรูสึกอยากอาหาร จึงทําใหรางกาย ทรุดโทรมและทําใหมีอาการทางจิต เห็นภาพหลอนตา งๆ เกิดความหวาดระแวง และปรากฎวา บางรายตื่นตกใจวง่ิ หนีหรือปน ขนึ้ ไป บนที่สูงจนตกลงมาตาย ถูกรถชน ทํารายผูอื่นเพ่ือปองกันตัวเอง เพราะคิดวาจะทํารายตน ขณะขับรถเห็นคนตามมาทําราย หรือเห็นภาพทน่ี า กลัวนา สยดสยอง จึงขับรถหนดี ว ยความเรว็ สูง จนเกดิ อบุ ัติเหตุ เปน ตน ÃÙ·Œ ¹Ñ ÂÒºŒÒ 9
เมอ่ื หมดฤทธยิ์ าแลว ผเู สพไมไ ดเ สพตอ อกี กจ็ ะรสู กึ ออ นเพลยี งว งนอน เวยี นศรี ษะ เศรา ซมึ และหลบั ใน ซง่ึ เปน อนั ตรายอยา งมาก สาํ หรบั ผทู กี่ าํ ลงั ขบั รถหรอื ทาํ งานเกยี่ วกบั เครอื่ งจกั ร หากปรากฏใชย าเกนิ ขนาดจะทาํ ใหเ กดิ ประสาทเครยี ด หวั ใจเตน แรงผดิ ปกติ เวยี นศรี ษะ จติ ใจสบั สน อาจจะมีอาการรุนแรงถึงกับชักหมดสติ หลอดโลหิตในสมองแตก หัวใจวายและถึงแกค วามตายในทีส่ ดุ ยาบา นน้ั ไมก อ ใหเ กดิ ผลดแี กร า งกายและจติ ใจ ในทางตรงกนั ขา ม กลบั สง ผลเสยี อยา งรนุ แรงจนอาจเสยี ชวี ติ ได โดยสามารถแยกผลกระทบ ของยาบาตอรางกายและจิตใจไดดงั นี้ ดา นรา งกาย ยาบา จะทำใหอ ตั ราการเตน ของหวั ใจเพม่ิ ขน้ึ ความดนั โลหติ เพม่ิ ขน้ึ หลอดเลอื ดขยายตวั หลอดลมขยายตวั ปากแหง ทอ งไสป น ปว น นา้ํ หนกั ลด เนอ่ื งจากแอมเฟตามนี ไปกดศนู ยค วามรสู กึ ในสมอง ทำให ไมร สู กึ หวิ การทไ่ี ดร บั ยาเกนิ ขนาดจะทำใหเ กดิ อาการมนึ งง สบั สน สั่นตามมือตามเทาและรางกาย ประสาทหลอน มีอาการตื่นกลัว หวั ใจเตนผิดปกติ และอาจหมดสติได 10 ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºŒÒ
ÃÙ·Œ ¹Ñ ÂÒºÒŒ 11
ดา นอารมณ ยาบาจะทําใหผูใชยามีความรูสึกดีและอารมณดี และรูสึก วาอาการเหน่ือยลานั้นหายไป มีความกระตือรือรนมากขึ้น สมองแจมใส มีความรูสึกอยากใหงานเสร็จ หากใชยาขนาดสูง โดยการฉีดหรือสูดดมจะทําใหเกิดความรูสึกเคลิ้มสุขและมีความ พึงพอใจมาก ผูเสพบางคนพูดวาเปนอาการท่ีมีความสุขเหมือน อยูบนสวรรค บางคนรูสึกเขาออน หัวใจจะเตนเร็วมาก ทําให หายใจเร็วมาก จะเหมือนอยูบนอวกาศ กลามเน้ือทุกมัดจะส่ัน เต็มไปดวยความสุขและทําใหความตองการทางเพศเพ่ิมมากขึ้น การไดรับยาขนาดสูงๆ อาจเปนสาเหตุใหเกิดอาการทางจิตได โดยมีอาการหลอนทางหู มีภาพหลอน มีอาการหวาดระแวงวาจะ มีคนมาทําราย บางคร้ังกลับกาวราวและสามารถทํารายผูอื่นได อาการทางจิตเน่ืองจากยาน้ีจะเกิดได โดยไมจําเปนวาผูนั้นจะมี ประวัติเปนโรคจิตมากอนหรือไม อาการเหลานี้จะหายไปเอง แตก นิ เวลาหลายวนั โดยปราศจากฤทธต์ิ กคา ง ถา หากวา ผนู นั้ ไมม ี อาการผดิ ปกตทิ างจติ มากอน 12 ÃÙ·Œ ѹ ÂÒºÒŒ
ยาบา กบั วัยรุน วัยรุนน้ันนิยมนับตั้งแตอายุ13 - 18 ป วัยรุนเปนวัยชวง หวั เลยี้ วหวั ตอ ระหวา งวยั เดก็ และวยั ผใู หญ และเปน วยั แหง การอยากรู อยากลอง วยั รนุ มคี วามเจรญิ ทงั้ รา งกายและจติ ใจ ฮอรโ มนจะเพม่ิ ขน้ึ อยางมาก ขณะท่ีจิตใจยังไมพัฒนาอยางเต็มที่ วัยรุนรักอิสระเสรี และตองการแสดงออกถึงความเปนผูใหญเต็มตัว พฤติกรรมของ วัยรุนบางคร้ังจะแปรปรวนและมีจิตใจท่ีออนไหว อารมณสับสน วุนวายและมีความตองการเพ่ือนเปนอยางสูง เมื่อมีเพ่ือนแลวก็ ตองการการยอมรับในกลุมเพื่อน เพื่อนจึงมีความสําคัญอยางยิ่ง สําหรับเด็กวัยน้ี หากวัยรุนคบเพื่อนที่เสพยา ก็มีความเส่ียงสูงที่ เพ่ือนจะชักนําใหรูจักและลองเสพยาบาดวย และวัยรุนสวนใหญ ก็จะมองไมเห็นผลรายของยาบา เนื่องจากเพ่ือนๆ ลวนเสพยาบา ดวยกันทั้งนน้ั ในชว งสองทศวรรษทผ่ี า นมาไดม กี ารศกึ ษามากมาย เพอ่ื ทาํ ความเขาใจถึงรูปแบบของการใชสารเสพติดในวัยรุน เพื่อนําไปสู การปอ งกนั แกไ ขทม่ี หี ลกั ฐานทางวชิ าการรองรบั อยา งชดั เจน การศกึ ษา เหลาน้ี ไดสะทอนถึงปจจัยเสี่ยงในวัยรุน และปจจัยท่ีจะมีผลตอ การติดยาของวยั รนุ นั้น ไดแก ÃÙŒ·Ñ¹ ÂÒºÒŒ 13
• สภาพครอบครวั ทม่ี ปี ญ หา โดยเฉพาะอยา งยงิ่ ครอบครวั ทมี่ ีพอ แมใชสารเสพตดิ หรือเจ็บปวยดวยโรคทางจติ เวช • รูปแบบการเล้ียงดูท่ีไมเหมาะสม ซึ่งปญหาท่ีพบบอย ไดแก กรณีทเ่ี ด็กมีพื้นฐานอารมณเปน เด็กเลี้ยงยาก • การปราศจากความผูกพันกับครอบครัว • การคบเพื่อนที่ติดยาและมีความคิดวาผูใชสารเสพติด เปน ผูท ี่เปนจดุ เดนของกลมุ เพอื่ นหรือสังคม 14 ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºÒŒ
ปจจัยเส่ียงเหลาน้ีอาจสอดคลองกับความเขาใจทั่วไปวา ปญหายาเสพติดมักเกิดข้ึนกับเด็กวัยรุนท่ีมีปญหาเทานั้น แตใน ความเปน จรงิ แลว เดก็ วยั รนุ โดยทว่ั ไปกม็ โี อกาสสมั ผสั เปน กลมุ เสย่ี ง และสามารถตกเปน เหยอ่ื ของยาบา ไดเ ชน กนั จากอทิ ธพิ ลของภาวะ สังคมที่มีความเครียด การแพรระบาดอยางรุนแรงของยาบา เชน ในปจจุบัน โดยเฉพาะมีกลุมเพื่อนท่ีเสพยาบา หรือพอแมและ คนใกลชิดเสพยา เปนตน การปอ งกนั ไมใ หว ัยรุนตดิ ยา การปอ งกนั ไมใ หว ยั รนุ ตดิ ยาบา นนั้ สว นสาํ คญั อยทู พี่ อ แม ทต่ี อ งใกลช ดิ ลกู และสรา งความสมั พนั ธอ นั ดใี หเ กดิ ขน้ึ ในครอบครวั นอกจากนั้นตองคอยใหความรู และใหลูกทราบถึงพิษภัย และ อนั ตรายของยาบา คอยดแู ลเอาใจใสแ ละเปน ตวั อยา งทด่ี ใี หแ กล กู พอ แมเ ปน ปราการดา นแรกทจี่ ะไมใ หล กู หลานหนั ไปพง่ึ ยาเสพตดิ และ สอนใหลูกรูจักการปฏิเสธเพื่อนที่ชักจูงไปทดลองยาอยางสุภาพ และถอยหา งจากแวดวงทมี่ ว่ั สมุ กนั ได วธิ สี รา งภมู ปิ กปอ งใหล กู วยั รนุ หางไกลจากยาบา มีดังนี้ ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºŒÒ 15
• การใหความรักและสรางความผูกพันท่ีเหนียวแนน ระหวา งครอบครวั • เอาใจใสบุตรหลานและใหบุตรหลานรูสึกวาตนไดรับ การติดตามดูแลจากพอแมอยา งใกลช ิด • ใหก าํ ลงั ใจเรอ่ื งการเรยี นและชน่ื ชมลกู เมอื่ ประสบความสาํ เรจ็ ในการเรียนหรอื กจิ กรรมนอกหลักสตู ร • สรางความผูกพันระหวางหนวยตางๆทางสังคม เชน โรงเรียน และสถาบันทางศาสนา สรางคานิยมในครอบครัวในการท่ีจะไมยอมรับยาเสพติด อยางเด็ดขาด นอกจากพอแมแลว ครูอาจารยก็มีบทบาทสําคัญ ในการปองกันปญหานี้เชนกัน โดยโรงเรียนควรกําหนดนโยบาย ปอ งกันและตอตา นยาเสพติดในโรงเรียนอยางเดน ชดั และตอเนอ่ื ง ตลอดจนสอนใหน กั เรยี นทราบถงึ อนั ตรายจากยาบา ทจ่ี ะเกดิ ตอ รา งกาย รวมทง้ั ใกลช ดิ นกั เรยี น และรว มรบั รปู ญ หาตา งๆ เพอ่ื ทจ่ี ะสามารถ แกไ ขปญ หาไดอ ยา งตรงเปา หมาย นอกจากนน้ั โรงเรยี นควรสง เสรมิ ใหนักเรียนทํากิจกรรมรวมกันเปนกลุมอันเปนประโยชนตอสังคม และเปน ตวั อยา งทดี่ ใี หก บั นกั เรยี นรนุ นอ งและเปน ทช่ี น่ื ชมของบคุ คล ท่ัวไป 16 ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºŒÒ
¤à¡ÇèÂÕÒÁÇ¡àªÑºÍ×è ¼ҴԺæŒÒ 1. ชว ยเพ่ิมพลัง การใชย าบา ในปรมิ าณเลก็ นอ ยในระยะแรกจะทาํ ใหร า งกาย เกดิ การตน่ื ตวั ตลอดเวลา รสู กึ กระปรกี้ ระเปรา ทาํ งานมากกวา ปกติ มีอารมณคึกคะนอง อยูไดนานโดยไมตองนอน หัวใจเตนเร็วขึ้น ความดันโลหิตเพิ่มมากข้ึน ใจสั่น ผลของยาบาดังกลาวนี้เอง ทที่ าํ ใหเ กดิ ความเขา ใจผดิ วา ยาบา นน้ั ชว ยเพมิ่ พลงั แตเ มอ่ื หมดฤทธย์ิ า แลว ผเู สพจะหลบั และออ นเพลยี กวา ปกติ หากมกี ารใชย าตดิ ตอ กนั อยา งตอ เนอ่ื ง ฤทธยิ์ าจะทาํ ใหร า งกายมกี ารปรบั ตวั ทาํ ใหฤ ทธเ์ิ พม่ิ พลงั น้ันลดลง ผูเสพจึงตองเพ่ิมปริมาณยาข้ึนเพื่อใหไดผลใกลเคียงกับ ครง้ั แรก การใชย าปรมิ าณสงู ขน้ึ จะทาํ ใหเ กดิ ผลเสยี ตา งๆ ตอ รา งกาย เชน ปากและจมูกแหง ริมฝปากแตก คลื่นไส เบ่ืออาหาร ทอ งเสยี ÃÙŒ·Ñ¹ ÂÒºŒÒ 17
หรอื ทอ งผกู เหงอื่ ออก กลนิ่ ตวั แรง สบู บหุ รจี่ ดั ตนื่ เตน งา ย พดู มาก อยูไมสุข มือสั่น เหง่ือออกมาก นอนไมหลับ หงุดหงิด ฉุนเฉียว ชอบทะเลาะวิวาท นอกจากน้ันยังมีผลใหเกิดอาการทางจิต และประสาทดวย เชน สับสน พูดไมรูเรื่อง เพอ ไดยินเสียงแวว หรือเห็นภาพหลอน อาการท่ีเกิดข้ึนจะคลายคนท่ีเปนโรคจิตชนิด หวาดระแวง ซงึ่ นาํ ไปสปู ญ หาการปรบั ตวั และความรนุ แรงตา งๆ ได เชน มคี วามคดิ ผดิ ปกตวิ า มคี นจะทาํ รา ย จงึ พยายามปอ งกนั ตวั เอง ดว ยการทาํ รา ยผอู นื่ ตามทเ่ี รามกั จะเหน็ ขา วคนเมายาบา แลว ทาํ รา ย ผูอื่นตามหนาหนังสือพิมพในปจจุบัน หรือหนีซุกซอนไมกลาออก จากบานหรือมีความรูสึกอยากฆาตัวตาย เปนตน การใชยาบา นานๆ จะทาํ ใหร า งกายทรดุ โทรม และเปน โรคตดิ เชอ้ื ไดง า ย มคี วามเสย่ี ง ตอการเปนโรคตับอักเสบ ไตไมทํางาน และโรคปอด หากเสพยา ในขนาดสงู จะมฤี ทธก์ิ ดประสาทและระบบหายใจ ไขส งู ชกั หมดสติ และมโี อกาสเสียชวี ิตจากหลอดเลอื ดในสมองแตกหรือหัวใจวาย 18 ÃÙ·Œ ¹Ñ ÂÒºÒŒ
2. ชวยแกปญหาทางเพศ ทัศนคติผิดๆ เก่ียวกับยาบาอีกประการหน่ึงคือ เรื่องเพศ และความพึงพอใจทางเพศ จริงอยูที่ยาบาจะมีผลตอสมองสวนท่ี ควบคมุ พฤตกิ รรมทางเพศและความพงึ พอใจทางเพศในระยะเรมิ่ แรก ของการใชย า โดยจะมผี ลชัว่ คราวทเ่ี กดิ ขน้ึ กบั ผเู สพยา ดังนี้ • ชว ยใหผูเ สพกลาพบปะผคู นมากข้นึ • ทาํ ใหกลา ทาํ ในส่งิ ที่เคยไมก ลาหรอื เคยรสู ึกไมส มควร • เพิ่มความพงึ พอใจทางเพศ • ทาํ ใหก งั วลนอ ยลงในการเรม่ิ ตน มคี วามสมั พนั ธท างเพศ กับคนที่ตนไมร จู ัก • ยืดระยะเวลาในการมีเพศสัมพนั ธ • เพิ่มความตื่นเตนในการมเี พศสมั พันธ อยา งไรกต็ าม ประสบการณด งั กลา วเปน สิง่ ปกติทส่ี ามารถ เกดิ ขน้ึ ไดก บั คนทเ่ี รมิ่ เสพยา แตเ มอื่ เสพจนเปน นสิ ยั แลว ความรสู กึ พงึ พอใจทม่ี จี ะคอ ยลดลง และตดิ ตามมาดว ยภาวะเสพตดิ อยา งงา ยดาย ซง่ึ ในระยะนเี้ รอื่ งเพศจะกลบั กลายเปน ปญ หาวกิ ฤตสาํ หรบั ผเู สพคอื ÃÙŒ·Ñ¹ ÂÒºÒŒ 19
• ระยะเวลาในการมีเพศสัมพันธจะนานข้ึนแตความสุข ทางเพศจะนอ ยลงเมือ่ เทียบกบั ประสบการณในครัง้ กอ นๆ • มีความคิดผิดปกติตอการมีเพศสัมพันธรวมกับการใช ยาเสพติด เชน คิดวาเปนส่ิงท่ีนาตื่นเตนเกินกวาความเปนจริง มเี พศสมั พนั ธใ นรปู แบบแปลกๆ และบางครง้ั กลายเปน ปญ หารนุ แรง ตอตนเองและผูอ ่ืน • การบรรลุถึงจุดสุดยอดในการมีเพศสัมพันธเปนไปได ยากขึ้น • สญู เสยี สมรรถภาพทางเพศ • เสพยาทดแทนการมีเพศสัมพนั ธ เนอื่ งจากการหมกมนุ ในยาเสพติดมากกวา เรื่องอนื่ ๆ ดังน้ันทัศนคติและความเช่ือท่ีผิดๆ ที่วายาบานั้น สามารถชวย เพิ่มพลังทางเพศไดจึงเปนเพียงภาพลวงตาในระยะแรกของการเสพ เทานัน้ 20 ÃÙŒ·Ñ¹ ÂÒºŒÒ
àʾÂҡѺµÔ´ÂÒ เม่ือกลาวถึงปญหาสารเสพติด ยังมีความเขาใจผิดอยูมาก ในเร่ืองของ“การใชยา”และ“การเสพติดยา”ทําใหการพิจารณา กระบวนการดแู ลรกั ษาเปน ไปไดค อ นขา งยงุ ยาก รวมทง้ั อาจทาํ ให เกิดปญ หาในกระบวนการประเมนิ ผลกิจกรรมการรกั ษาดว ย ในชวงเร่ิมตนของ “การใชยา”น้ัน ผูใชยังอาจไมมีภาวะ เสพติดเกิดข้ึน โดยเฉพาะหากใชสารที่มีฤทธิ์เสพติดไมสูง แตเม่ือ มีการใชตอเน่ือง ฤทธ์ิเสพติดที่สารนั้นมีตอรางกายจึงจะทําใหเกิด “ภาวะเสพติด” ขนึ้ ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºÒŒ 21
องคการอนามัยโลกไดใหนิยามของภาวะท่ีเก่ียวของกับ ยาเสพติดไว ดังน้ี 1. การใชย าในทางท่ผี ิด หมายถึง การใชยาเสพติด ในลักษณะท่ีกอใหเกิดอันตรายตอสุขภาพ ทั้งดานรางกาย หรือดา นจติ ใจ เชน ภาวะซึมเศราจากการดมื่ สุราอยา งหนัก 2. การตดิ สารเสพตดิ หมายถงึ ภาวะผิดปกติทาง ดานพฤติกรรม สติปญญา ความคิดอาน และระบบสรีระรางกาย ซ่ึงเกิดภายหลังจากการใชสารเสพติดซํ้าๆ และมีอาการตางๆ ดงั ตอ ไปนี้ รว มดว ย 1. มีความตองการอยางรนุ แรงทจ่ี ะใชส ารตัวน้นั ๆ 2. มีความยากลําบากในการควบคุมการใช ทั้งปริมาณ และความถ่ี 3. ยงั คงใชส ารนนั้ ตอ ไปทง้ั ๆ ทรี่ วู า จะเปน อนั ตรายตอ รา งกาย 4. หมกมนุ อยกู บั การใชส ารเสพตดิ มากกวา การทาํ กจิ กรรมอนื่ ทสี่ าํ คัญกวา 5. มีอาการดื้อยา คือ ตองเพ่ิมปริมาณการใชเพ่ือใหได ผลเทา เดิม 6. เม่ือหยุดใชยาจะเกิดอาการขาดยาหรืออยากยาทาง รางกาย 22 ÃÙŒ·Ñ¹ ÂÒºŒÒ
ÊÒà˵آͧ¡ÒõԴÂÒ สาเหตุท่ีทาํ ใหคนติดยาบามอี ยูดวยกันหลายสาเหตุ คือ 1. เพ่อื หนีความทุกขใจ โดยเฉพาะเด็กวัยรุนท่ีมีปญหา ในครอบครวั นนั้ จะขาดความรกั ความอบอนุ ครอบครวั แตกแยก หรือทะเลาะเบาะแวงกันเปนประจํา ตลอดจนมีปญหาทางดาน การเรยี น ปญ หาความรกั จะสง ผลใหว ยั รนุ หาทางออก โดยการใช ยาเสพตดิ เพ่อื ระงับความทกุ ขใ จทเ่ี กิดขึ้น 2. ความอยากรู อยากเหน็ อยากทดลอง บางคนลองเสพ ตามเพ่ือนเพราะกลัวเพ่ือนไมใหเขากลุมดวย ตลอดจนวัยรุน บางคน ก็อาจลองเสพดว ยความคกึ คะนอง เพราะอยากทดลอง ÃÙŒ·Ñ¹ ÂÒºŒÒ 23
สิ่งใหมๆ และคิดวาตัวเองคงไมติดงายๆ ซึ่งมักสงผลใหวัยรุน ตดิ สารเสพตดิ ไดใ นเวลาตอมา 3. อยใู นสภาพแวดลอ มทม่ี คี นตดิ ยาหรอื เปน แหลง การขาย ยาเสพตดิ ซงึ่ การทว่ี ยั รนุ อยใู นสภาพแวดลอ มเชน นี้ทาํ ใหเ หน็ วา การใชย าเสพตดิ เปน เรอ่ื งธรรมดา เมอื่ วยั รนุ ถกู ชกั จงู ใหล องยากจ็ ะคลอ ยตามไดง า ย หรือบางคนอาจลองเสพยาเสพติดเอง เพราะเกิดความสงสัยวา ยาเสพตดิ จะชว ยใหเ กิดความสนุกสนานไดอยา งไร 4. ถูกหลอกลวงใหต ิดยาเสพตดิ เนือ่ งจากส่งิ เสพติด ในปจจุบันมักมีมาในรูปแบบตางๆ เชน เปนลูกกวาดหรือทอฟฟ เปนแคปซูล เปนตน ซึ่งกรณีน้ีวัยรุนอาจไมทราบวาส่ิงท่ีตนเสพ เปน ส่งิ เสพตดิ ชนดิ รา ยแรง จึงทําใหลองกินเขาไปจนกลายเปน คน ตดิ ยาได เมื่อทานทราบแลววามสี าเหตุอะไรบางที่มสี วนผลักดนั ให ลูกหลานวัยรุนติดยาเสพติดได ทานและสมาชิกในครอบครัวจึง ควรรว มมอื ปอ งกนั ไมใ หล กู หลานตดิ ยา โดยการใหค วามรกั ความอบอนุ ใหความเปนกันเองกับบุตรหลาน เพ่ือเขาจะไดกลาเขามาขอรับ คาํ ปรึกษายามทตี่ อ งเผชญิ กบั ปญ หาที่แกไ มตก ตลอดจนทําความ รจู กั กบั กลมุ เพอ่ื นของเขาดว ย เพอ่ื ทา นจะไดท ราบวา เพอื่ นๆ ของเขา เปน คนอยางไรมีพฤติกรรมเสยี่ งตอการใชย าเสพติดหรอื ไมเพราะ เดก็ ทอ่ี ยใู นชว งวยั รนุ มกั จะตดิ เพอ่ื น และชอบทาํ อะไรเลยี นแบบเพอ่ื น 24 ÃÙ·Œ ѹ ÂÒºÒŒ
¡Åä¡¡ÒõԴÂÒàʾµÔ´ นักจิตวิทยาที่ทําการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของคน ทต่ี ดิ ยาเสพตดิ ไดใ หข อ สรปุ ทนี่ า สนใจเอาไวว า การทบี่ คุ คลคนหนงึ่ จะตัดสินใจหันไปใชยาเสพติดน้ัน จะตองมีแรงจูงใจอยางแรงกลา เกดิ ขนึ้ กบั บคุ คลนนั้ จนทาํ ใหเ กดิ การตดั สนิ ยอมรบั และเรมิ่ ทดลองใช แรงจงู ใจทท่ี าํ ใหเ รมิ่ ทดลองใชย าในแตล ะบคุ คล จะมคี วามแตกตา งกนั ไป ข้ึนอยูกับพื้นฐานการศึกษา อาชีพ สถานะทางสังคม และ สภาวะแวดลอมในชวี ิตประจาํ วัน ÃÙŒ·Ñ¹ ÂÒºŒÒ 25
เม่ือมีการเร่ิมทดลองใชยาเสพติดขึ้นแลว ตอมาก็จะมี พัฒนาการทางดานการใชยาเสพติดชนิดนั้นๆ เกิดตามมาเร่ือยๆ จนในท่ีสดุ ผูที่ทดลองใชย าก็จะกลายเปนผตู ิดยาโดยสมบรู ณแบบ การติดยาบานั้นเปนกระบวนการตอเนื่องที่เกิดขึ้นได อยา งรวดเรว็ เรมิ่ ตน จากการใชย าเปน ครงั้ คราวจนสกู ารใชย าทถ่ี ข่ี น้ึ จนตองใชทุกวันและวันละหลายครั้ง การใชยาเสพติดจะมีผลตอ สมอง 2 สว นคอื สมองสว นนอกทเี่ ปน สว นคดิ (Cerebral Cortex) และสมองสวนทอี่ ยชู ั้นใน (Limbic System) ซง่ึ เปน สว นเกยี่ วของ กบั อารมณแ ละความอยาก สมองสว นคดิ ทาํ หนา ทค่ี วบคมุ สตปิ ญ ญา ใชความคิดแบบมีเหตุผล ขณะท่ีสมองสวนอยากเปนศูนยควบคุม อารมณ ความรูสึก ยาบาจะกระตุนปลายประสาทในสมอง ใหส ง โดปามนี ซงึ่ เปน สารเคมชี นดิ หนงึ่ ออกมาเปน ปรมิ าณมาก สารนี้ ทาํ ใหเ กดิ ความรสู กึ สบาย สมองจงึ มกี ารปรบั ตวั ดว ยการลดการหลง่ั สารเคมีนั้นลง เมื่อหมดฤทธ์ิยาบา จึงเสมือนวารางกาย มีอาการขาดสารโดปามีน ทําใหมีอาการหงุดหงิด หรือซึมเศรา สงผลใหผูเสพยาพยายามแสวงหายามาใชซํ้า ในขณะเดียวกัน เมอ่ื ใชย าบา บอ ยๆ จะทาํ ใหส มองสว นคดิ ถกู ทาํ ลาย การใชค วามคดิ ท่ีเปนเหตุเปนผลจะเสียไป ผูที่ใชยาบาจึงมักแสดงพฤติกรรม ทไ่ี มเ หมาะสม มอี ารมณก า วรา ว หงดุ หงดิ ไมส ามารถควบคมุ ตวั เองได จงึ ทําใหมีการใชยาเสพตดิ บอ ยข้ึน ผลสุดทายจะเกิดความสูญเสีย 26 ÃÙ·Œ ¹Ñ ÂÒºÒŒ
อยา งรนุ แรงในดา นตา งๆ ของชวี ติ ผเู สพไมส ามารถควบคมุ ตนเองได ดว ยสตปิ ญ ญาหรอื ความคดิ และทาํ ใหม อี าการทางจติ และสามารถ เปนโรคจิตเต็มข้ันไดในท่ีสุด ข้ันตอนการติดยา แบงออกเปน 4 ระยะดวยกัน คอื 1. ระยะเริ่มใชยา 2. ระยะคงการใชย า 3. ระยะหมกมุน กบั ยา 4. ระยะวิกฤต ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºŒÒ 27
ผลทางบวก ผลทางลบ ลดอาการเศรา เสยี หนาที่การงาน ครึ้มใจ เสยี ความสมั พนั ธ เพิม่ กาํ ลัง ปญหาการเงิน ความตอ งการทางเพศเพ่ิมขน้ึ ทํางานไดม ากขึน้ ลดอาการเศรา ความสามารถในการคดิ เพ่ิมขนึ้ กระบวนการคดิ ชว งตดิ ยา ระยะเริ่มตน ใชย า ระยะเรม่ิ ตน การใชย า อาจเริ่มใชยาเปนคร้ังคราวในโอกาสพิเศษ เชน มีกิจกรรม สังสรรคกับเพ่ือนฝูงท่ีใชยาหรือใชเพราะเหตุผลบางประการ เชน เพื่อลดนํ้าหนัก ลดอาการเศรา เพิ่มกําลังทํางานไดมากขึ้นหรือ ไมใหงวงนอน เปนตน ในระยะน้ีสมองที่ใชเหตุผลยังคงตัดสินใจ ใหใชย า เพื่อตอบสนองเหตผุ ลบางอยางที่ตนคิด 28 ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºÒŒ
ผลทางบวก ผลทางลบ ลดอาการเศรา เสียหนาทกี่ ารงาน สรา งความมน่ั ใจ เสยี ความสัมพนั ธ ลดความเบื่อหนาย ปญหาการเงิน เพมิ่ พลงั ทางเพศ กระบวนการคิดชว งติดยา ระยะคงการใชยา ระยะคงการใชย า ผเู สพจะมกี ารใชยาเพิม่ มากขึน้ และเริ่มใชเปน ประจํา เชน ใชทุกสัปดาหหรือทุกเดอื น ในระยะนส้ี มองสวนนอกยงั คงควบคุม ความคิดได พฤติกรรมยังถูกควบคุมโดยเหตุผล แตสมองสวนคิด เร่มิ บังคับตนเองไดน อยลง ในขณะทีส่ มองสว นควบคุมความอยาก มีพลงั มากข้นึ ทําใหการตดั สนิ ใจเริม่ โอนเอียงไป ในทางใชยาตอไป แมม ผี ลเสียจากการใชยาเร่มิ มมี ากข้นึ ÃÙ·Œ ¹Ñ ÂÒºŒÒ 29
ผลทางบวก ผลทางลบ กระแสสงั คม เสียเงนิ ครม้ึ ใจบางครง้ั เสียความสัมพนั ธ ลดความออ นแรง ครอบครัวไมสบายใจ เสยี งาน กระบวนการคดิ ชวงตดิ ยา ระยะหมกมุนกับยา ระยะหมกมนุ กบั ยา ระยะน้ีจะมีผลทางลบกระทบตอชีวิตผูใชยามากขึ้น เชน ปญ หาสขุ ภาพ ปญ หาสมั พนั ธภาพ หรอื กฎหมาย จะมผี ลตอ ผเู สพยา อยางชัดเจน ถึงจุดน้ีผูเสพบางคนสามารถหยุดยาไดโดยใชเหตุผล แตบางคนจะทําไมได เพราะสมองสวนอยากมีอํานาจเหนือสมอง สวนคิดแลว จึงไมสามารถควบคุมตนเองได และกาวเขาสูสภาพ ของการเสพตดิ ทั้งทีผ่ ูทีต่ ดิ ยายังมีความคิดถงึ ผลเสยี ทเี่ กดิ ขึ้นและ ตระหนักวา ตนควรเลกิ เสพยา 30 ÃÙ·Œ ѹ ÂÒºÒŒ
ผลทางบวก ผลทางลบ ลดความออ นแรง น้าํ หนักลด ลดอาการเศรา ระแวง สูญเสียครอบครวั ชกั อารมณเ ศรารนุ แรง ตกงาน หมกตัว กระบวนการคดิ ชว งตดิ ยา ระยะวกิ ฤต ระยะวกิ ฤต แมในระยะนี้ ผลเสียจากการใชยาท่ีเกิดข้ึนกับผูเสพจะ รุนแรงชัดเจน แตผูเสพก็ยังคงการใชยาอยางตอเน่ือง เพราะการ ตัดสินใจท่ีใชเหตุผลและสติจากสมองสวนควบคุมความคิดอาน ไมเพียงพอท่ีจะขัดขวางความรูสึกที่เกิดขึ้นในสมองที่ควบคุม การตอบสนองความอยาก (Limbic System) จึงทําใหหมกมุน กับการเสพติดอยางรุนแรง ÃÙ·Œ ¹Ñ ÂÒºŒÒ 31
จะเหน็ ไดว า การเสพตดิ ยาบา นน้ั จะมพี ฒั นาการในการใชย า อยางเปนข้ันเปนตอน และเม่ือผูเสพเขาสูระยะวิกฤตแลว จะเปน การยากท่ีผูเสพจะสามารถเลิกเสพไดดวยตัวเอง ผูติดยาบานั้น ตองการความชวยเหลือจากสถาบันทางการแพทยและสังคม เพอ่ื ใหเ ขาเหลา นนั้ สามารถเลกิ เสพไดอ ยา งถาวรและกลบั มามีชวี ติ อยา งเชนคนปกตทิ ว่ั ไป ¡ÅÑÇ !!! ·íÒä§´Õ 32 ÃÙŒ·Ñ¹ ÂÒºŒÒ
àÁè×ͤ¹ã¡ÅŒª´Ô µÔ´ÂÒàʾµÔ´ สิ่งท่ีสะทอ นถงึ โอกาสในการเสพติด ของวยั รนุ ตามหลกั ฐานทม่ี ีขอสนบั สนุนมากทสี่ ดุ คือ ปญหาของวัยรนุ ในการสรา งสัมพันธภาพกับสงั คมสิง่ แวดลอ ม ปญ หาเหลา นี้ มแี นวทางสาํ หรบั สงั เกตไดจ ากพฤตกิ รรมดงั ตอ ไปน้ี การแสดงออกในชั้นเรียนท่ีไมเหมาะสม ทั้งในลักษณะ ของความเขินอายมากหรือในทางตรงกันขาม คือ กา วรา วรนุ แรงมาก ÃÙ·Œ ѹ ÂÒºÒŒ 33
ผลการเรียนไมดี การมคี วามสมั พนั ธใ กลช ดิ กบั กลมุ เพอื่ นทมี่ ลี กั ษณะพาลเกเร การมคี วามเขา ใจวา ผูใชสารเสพติดเปน ผูที่เปน จุดเดน ของกลุมเพอ่ื นหรอื สังคม ในยุคที่ยาบากําลังระบาดอยูเชนปจจุบันนี้ คงเปนเร่ือง ธรรมดาทเี่ ราอยากทราบวา คนใกลช ดิ หรอื คนสนทิ ของเรานนั้ ไดไ ป ของเก่ียวกับยาเสพติดหรือไม ตอไปน้ีเปนขอสังเกตเบื้องตน ในการตั้งขอสงสัยวาคนใกลชิดของเรานั้น อาจใชยาหรือติดยา อยหู รือไม อารมณแปรเปล่ยี นไป • อารมณค มุ ดีคุม รา ย เปลีย่ นงา ยมาก • ซึมเศรา เบ่อื หนาย เหนอ่ื ยงา ย • เก็บตัวหรือปลอยตวั • โมโหงา ย อารมณฉนุ เฉยี ว • ชอบข้นึ เสียง นํา้ เสยี งไมเ ปนมติ ร พาลหาเร่อื ง 34 ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºÒŒ
ความสมั พนั ธแปรเปลย่ี นไป • ความสัมพันธกับครอบครัวแยลง • ไมสามารถพดู คุยกันตามปกติได • ทิ้งเพื่อนเกา คบคนแปลกหนาที่มพี ฤตกิ รรมผิดปกติ เปนเพอ่ื น • ทาํ ตวั ลึกลับ พฤติกรรมเปล่ียนไป • ไมมีสมาธิ เหมอลอย • ไมสนใจการเรยี น ผลการเรยี นแยล ง • ละทิง้ กจิ กรรมที่เคยชอบ เชน กีฬา หรอื งานอดิเรกที่ เคยทํา • ไมกินอยูหลบั นอนตามเวลา • ไมใ สใ จเรอ่ื งการแตง กาย ปลอ ยใหผ มรงุ รงั หรอื สกปรก • ใชเงินเปลือง เปนหน้ีเปนสินคนรอบขาง ÃÙ·Œ ѹ ÂÒºŒÒ 35
ขอ สงั เกตอนื่ ๆ • พบเครื่องไมเคร่ืองมือในการเสพยา เชน ไฟแช็ค แบบไฟลอย ผา ชบุ ทนิ เนอร กระบอกฉดี ยา กระดาษ ตะก่ัว เปนตน • พบตวั ยาหรือสิง่ ทม่ี ีจากยา • เงนิ ทองและขา วของในบานหายไป • ตาแดง น้ํามูกไหลทง้ั ๆ ที่ไมเปนหวัด • ฯลฯ การลวงรูถึงภาวะเหลาน้ีในบุตรหลาน สามารถเปนไปได ก็ตอเม่ือมีความใกลชิดและติดตามความเปนไปอยางสม่ําเสมอ รวมถงึ มคี วามรว มมอื ระหวา งครอบครวั และสถานศกึ ษาในการพดู คยุ แลกเปลี่ยนขอมูลเก่ยี วกับเดก็ หรอื วัยรนุ เปน ระยะดวย 36 ÃÙ·Œ ¹Ñ ÂÒºÒŒ
¡ÒêNj ÂàËÅÍ× ¼ÙŒµ´Ô ÂÒ สง่ิ ทส่ี ะทอ นถงึ โอกาสในการเสพตดิ ของวยั รนุ ตามหลกั ฐาน ทมี่ ขี อ สนบั สนนุ มากทส่ี ดุ คอื ปญ หาของวยั รนุ ในการสรา งสมั พนั ธภาพ กับสังคมส่ิงแวดลอม ปญหาเหลาน้ีมีแนวทางสําหรับสังเกตได จากพฤติกรรมดังตอ ไปนี้ • การแสดงออกในชน้ั เรยี นทไ่ี มเ หมาะสม ทงั้ ในลกั ษณะ ของความเขินอายมากหรือในทางตรงกันขาม คือ กาวราวรุนแรงมาก • ผลการเรยี นไมด ี ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºÒŒ 37
คงไมมีใครที่อยากใหบุตรหลานและคนที่คุณรักติดยาบา การเอาใจใส ใหความใกลชิด และดูแลจิตใจซึ่งกันและกันจะเปน ปราการสําคัญที่สามารถปองกันใหคนที่คุณรักหางไกลจากยาบา ไดเปนอยางดี อยางไรก็ตามหากพบวาบุตรหลานหรือคนใกลชิด ของทานติดยาบา สิ่งสําคัญที่ตองกระทําเปนประการแรก คือ การสงบสติอารมณ อยาปลอยใหความโกรธหรือความผิดหวัง บ่นั ทอนความสัมพนั ธใ หเ สือ่ มถอยลงการลงโทษอยางรนุ แรงหรอื การผลกั ไสไลส ง ไมช ว ยใหส ถานการณด ขี นึ้ แตก ลบั จะทาํ ใหบ ตุ รหลาน ซ่ึงเปน ผูตดิ ยารสู ึกขาดทีพ่ ่ึงหมดทางเลือกและมโี อกาสท่ีจะเขา ไป สูวงจรการเสพติดที่รุนแรงข้ึน ทานจึงควรแสดงใหผูติดยารูถึง ความรักความปรารถนาดีอยางจริงใจ หาวิธีการสื่อสารใหเขาใจ และนาํ ไปสกู ารบาํ บดั รกั ษา โดยทา นควรเปน กาํ ลงั ใจและอยเู คยี งขา ง เพอ่ื ใหค าํ ปรกึ ษาผใู กลช ดิ ผตู ดิ ยาบา ควรไดม โี อกาสทบทวนประเดน็ ตา งๆ ดังตอไปน้ี เพื่อสงเสริมใหผูติดยาบาสามารถหลุดพนจากปญหา ไดอ ยา งยง่ั ยนื 38 ÃÙ·Œ ѹ ÂÒºÒŒ
• พอ แมแ ละสมาชกิ อน่ื ในครอบครวั ไมค วรตาํ หนกิ นั เอง หรือกลาวโทษกนั • สง เสรมิ ใหสมาชิกในครอบครวั มองปฏิสัมพนั ธตา งๆ ในแงบวกมากขึ้น เชน การท่ีพอแมดุวาเกิดจาก ความหวงใยลูก ไมใชความรูสึกเกลียดชัง หรือการท่ี ลูกเดินหนีจากพอแม ไมใชไมเคารพพอแม แตลูก กําลังไมสบายใจมาก ตองการอยูเงียบๆ คนเดียว เปน ตน • ปรบั ปรงุ การสอื่ สาร และการแสดงออกทางดา นอารมณ ระหวา งสมาชกิ ในครอบครวั ใหเ หมาะสม • สง เสรมิ ใหเ กดิ การเปลยี่ นแปลงความสมั พนั ธใ นทศิ ทาง ท่ีเหน็ อกเห็นใจกันยิง่ ขน้ึ ภายในครอบครัว ÃÙ·Œ ѹ ÂÒºÒŒ 39
• พอแมตองพัฒนาทักษะในการอบรม วางกฎเกณฑ และฝกฝนวินัยลูก เพื่อชวยใหลูกมีความเปนตัวของ ตวั เอง และสามารถรบั ผดิ ชอบไดตามวัย • แสวงหาความรเู กย่ี วกบั กลไกยาเสพตดิ และวธิ กี ารเลกิ เพอ่ื ประคับประคองใหลกู หลานหรือผูติดยาสามารถ ผานพน วิกฤตไดโดยเร็วท่ีสดุ • ดูแลสภาพจิตใจของกันและกัน รวมท้ังขอคําปรึกษา จากผูท่ีมีความรูและประสบการณ ซ่ึงอาจใหความ ชวยเหลือทานได • ทบทวนบทบาทและการทาํ หนา ทข่ี องสมาชกิ ครอบครวั ทเี่ ปน สง่ิ สง เสรมิ ใหม กี ารเสพตดิ โดยทสี่ มาชกิ ในครอบครวั ไมร ตู วั หลกี เลยี่ งพฤตกิ รรมเหลา นนั้ ทง้ั ในระยะเลกิ เสพ และระมัดระวังไมใหเกิดการกลับไปใชพฤติกรรม เดมิ ๆ อกี เมอื่ ผเู สพตดิ สามารถเลกิ ยาไดแ ลว เพอ่ื มใิ ห เปน สาเหตขุ องการกลับไปเสพซ้าํ 40 ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºÒŒ
ÀÒÇСÒõԴÂÒ เมือ่ เกดิ ภาวะเสพติดแลว ผเู สพติด สวนหนึ่งอาจอยูในภาวะ “àÁÔ¹à©Â” คือไมสนใจจะทําอะไร เพื่อเปลี่ยนแปลงตนเอง หลีกเลี่ยงการยอมรับรูเกี่ยวกับขอดีและ ขอ เสยี ของพฤตกิ รรมทมี่ อี ยู หรอื บางรายอาจทอ ใจเพราะไมส ามารถ จะหยุดพฤติกรรมท่ีมีอยู หรือบางรายอาจทอใจเพราะไมสามารถ ทจ่ี ะหยดุ พฤติกรรมเดมิ ไดท้ังท่ีไดพ ยายามคร้งั แลวครัง้ เลา ÃÙ·Œ ѹ ÂÒºÒŒ 41
ครอบครวั สามารถมบี ทบาทชว ยเหลอื ไดด ว ยการใหขอ มลู เก่ียวกับขอดีขอเสียของสารเสพติด ท้ังนี้จําเปนตองเปนไป บนพ้ืนฐานของการเสริมสรางสัมพันธภาพใหผูเสพติดมีความหวัง และเกิดสํานึกรับผิดชอบตอครอบครัวและสังคมดวยวิธีการตางๆ เชน ชักชวนใหมีการระบายความรูสึกนึกคิด หรือใชการบันทึก หรือบอกเลาถึงชีวิตตนเองเพ่ือใหผูเสพติดมีโอกาสใชความคิด ทบทวนปญ หาชวี ติ ทเ่ี กดิ จากยาและตอ งการเปลยี่ นพฤตกิ รรม หรอื นสิ ยั ของตน ขนั้ ตอนนอี้ าจตอ งใชเ วลา กาํ ลงั ใจ และความอดทนในทกุ ฝา ย คอ นขา งสงู และสามารถเปน ไปไดโ ดยเทคนคิ ทแี่ ตกตา งกนั ในแตล ะ ครอบครัว วิธีการหน่ึงที่อาจชวยได คือ การสงเสริมใหผูเสพติด เขาสูก ระบวนการบําบัดรักษา ทีจ่ ะเปน การจูงใจใหผ ูเสพติดเขาใจ ภาวะการณแ ละสภาพจติ ใจของตนดียงิ่ ขึน้ เมอื่ ผเู สพเรมิ่ ยอมรบั และคดิ ถงึ ขอ ดแี ละขอ เสยี ของพฤตกิ รรม การเสพติด อาจเกิดภาวะสองจิตสองใจหรือรูสึกลังเล ครอบครัว และผบู าํ บดั ควรชว ยใหผ เู สพพฒั นาสขู น้ั ตอนตอ ไป คอื ใหห มนั่ สาํ รวจ ตวั เองถงึ ผลดผี ลรา ยของพฤตกิ รรมเดมิ และเนน เพมิ่ การชใ้ี หเ หน็ ถงึ ขอดีของพฤติกรรมใหม เชน ชักชวนใหคิดวาชีวิตน้ีจะดีอยางไร หากไมต ดิ ยา เมอ่ื ผตู ดิ มคี วามรว มมอื ระดบั หนงึ่ แลว ควรมกี ารเตรยี มพรอ ม สกู ารเปลยี่ นพฤตกิ รรม ซงึ่ รวมถงึ การวางแผนหาแนวปฏบิ ตั ริ ว มกนั ย้ําถึงความตั้งใจจริง เชน สัญญากับตนเอง กับครอบครัว 42 ÃÙŒ·Ñ¹ ÂÒºŒÒ
และกับบุคคลที่ผูเสพติดเคารพนับถือ และใหขจัดส่ิงท่ีเปน อุปสรรคตอการเปล่ียนแปลงตนเอง คือ การเรียนรูถึงชีวิตใหม ท่ีไมเปนทาสยาเสพติด การรวมมือในการบําบัดรักษาตางๆ และการปองกนั ไมใ หเกิดตดิ ยาซาํ้ อีก ÃÙ·Œ ¹Ñ ÂÒºŒÒ 43
ÍÒ¡Òâͧ¡ÒÃàÅԡ㪌ÂÒËÃ×Í¢Ò´ÂÒ โดยทั่วไปผูปวยทีเ่ ลิกใช ยาบา จะมีอาการทางรา งกายเพียงเลก็ นอย เชน มือสนั่ เหง่ือออก มาก ปวดตามกลามเน้อื งวงนอนจัด ปวดบิดในทอ ง หิวจดั วิงเวียน ออ นเพลยี อาการเหลา นจ้ี ะเกดิ ขนึ้ หลงั จาก ขาดยาไปเพยี ง 2 - 3 วนั แมอาการทางกายจะมีเพียงเล็กนอ ยดงั กลาว แตผูใ ชจ ะมี ความรูสึกทกุ ขท รมานมาก จากความออ นเปลย้ี เพลยี แรง จนอาจ ไมม แี รงแมจ ะรบั ประทานอาหาร รสู กึ กระวนกระวาย กระสบั กระสา ย ความคิดสับสน เชน ไมรูวาตนเองเปนใคร อยูท่ีไหน ปวดศีรษะ มีความรูสึกรอนสลับกับหนาวจัด และผูใชยาอาจทุรนทุรายจน เอะอะอาละวาด ทํารายผูอยูใกลเคียงได ปญหาที่สําคัญคือ อาจพยายามฆาตัวตายไดเพราะภาวะซึมเศราจากการขาดยา ความรูสึกเหลานี้มักคงอยูเปนสัปดาห ทําใหผูเสพติดพายแพ จนกระทง่ั นาํ ไปสกู ารแสวงหายานมี้ าใชอ กี เพอื่ บาํ บดั ตวั เองใหพ น ความทรมานกลายเปนวัฏจักรท่ีไมส ้ินสดุ ของการเสพติด อยางไรก็ตาม ในผูที่มุงมั่นและมีความพรอมการเลิกยา อาจพยายามผานพนอาการทุกขทรมานตางๆ ขางตนได และ สามารถนําไปสกู ารเลกิ ใชยาในท่สี ุด 44 ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºŒÒ
àʹŒ ·Ò§ÊÙ‹¡ÒÃàÅÔ¡ÂÒ การเลิกยาในแตละบุคคลจะมีความแตกตางกัน แตอาจ แบง ออกเปน ระยะกวา งๆ ได ดงั น้ี ÃÐÂÐÁÕÍÒ¡ÒâҴÂÒ เกดิ ขน้ึ ในชว งวันท่ี 2 - 10 หลังการ หยุดยาอาการที่รุนแรงคอื อาการอยากยาและซึมเศรามหี ลายคน ที่มีอาการไมรุนแรง เชน มีเพียงปญหาการนอนหลับยาก กนิ เกงและไมมีสมาธิ ÃÙ·Œ ѹ ÂÒºŒÒ 45
ÃÐÂÐÎѹ¹ÕÁÙ¹ เปนระยะตอเนื่องจากระยะขาดยาและ คงอยูไดนานถึง 6 สัปดาห ในชวงนี้ผูเลิกยาจะรูสึกมีกําลังเพ่ิมขึ้น กระตือรือรน มองโลกในแงดี มีความเช่ือม่ันมากจนหลายคน เขา ใจผิดวาระยะน้ีเปนการสิน้ สดุ กระบวนการรักษา ท้ังทใ่ี นความ เปนจริงยังมคี วามเสี่ยงตอ การกลับไปใชยารออยูในระยะตอ ไป ÃÐÂн†ÒÍØ»ÊÃä จาก 6 สัปดาห ถึงประมาณ 4 เดือน หลงั การเลกิ ยา ผเู ลกิ ยาจะรสู กึ ราํ คาญและเกดิ อารมณย งุ ยาก และ ไมสามารถใชความคิดไดเต็มท่ี สวนมากผูปวยจะมีอารมณเศรา หงุดหงิด ไมมีสมาธิ ไมมีกําลัง และขาดความกระตือรือรน เปน ระยะที่มีความเส่ยี งสงู มากในการกลบั ไปใชยาซ้าํ ÃÐÂлÃѺµÑÇËÃ×ÍÃÐÂФÅÕè¤ÅÒ การเรียนรูถึงระยะ ตา งๆ ของการเลกิ ยาทผ่ี า นมา จะชว ยใหผ เู ลกิ ยาเขา ใจสงิ่ ทอี่ าจชกั นาํ ใหกลับไปใชยาและเตรียมพรอมตอการแกไขอาการหรือปญหา ตา งๆ ซง่ึ เปน หลกั สาํ คญั ในระยะปรบั ตวั โดยทว่ั ไป เมอื่ ผเู ลกิ ยาสามารถ ปรับตัวใหมกับชีวิตปกติหลังหยุดยาได 1 ป จะมีความพรอมและ ปลอดภยั เพยี งพอตอ การดาํ รงชวี ติ ตามปกติ รวมถงึ การเปลย่ี นแปลง สําคัญๆ ในชีวิตได เชน การเรียนตอ การยายที่อยู การแตงงาน และภาวะทสี่ ง ผลกระทบทางจติ ใจอื่นๆ 46 ÃÙŒ·Ñ¹ ÂÒºŒÒ
ในภาวะเสพติด อาการอยากยาเกิดข้ึนไดจากฤทธิ์ของ เสพตดิ ทางกายของยา ขณะเดยี วกนั สงิ่ แวดลอ มทกุ อยา งทเ่ี กยี่ วขอ ง หรือสัมพันธกับการเสพยาในประสบการณของผูเสพติด เชน ยาเสพติด กลมุ เพื่อน ผคู ายา สถานที่ ส่งิ ของ ความรูส ึก และเวลา ลว นเปน สาเหตรุ ว มทจ่ี ะกระตนุ ใหเ กดิ ความคดิ ถงึ กระบวนการเสพยา ไดรุนแรงไมแพผลจากการเสพติดทางกาย ความคิดที่จะใชยาจะ เกดิ ขน้ึ ทีละเล็กทลี ะนอยโดยไมรตู ัว หากผเู สพตดิ ปลอ ยใหตนเอง คิดหมกมุนเรื่องการเสพยามากข้ึนเทาใด โอกาสที่จะกลับไปใชยา ก็มมี ากขึน้ เทา นน้ั ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºÒŒ 47
48 ÃÙŒ·¹Ñ ÂÒºÒŒ
ดงั นนั้ การทผี่ เู สพยาปลอ ยตนเองใหค ดิ เกยี่ วกบั การเสพยา อยา งตอ เนอื่ ง จะเปน ผลใหก ลบั ไปใชย าอกี วธิ กี ารทจ่ี ะชว ยปอ งกนั การเสพยาไดส าํ เรจ็ คอื การตระหนกั รถู งึ ความคดิ อยากยาของตวั เอง ใหเรว็ ท่สี ุดและหยุดความคิดไวต งั้ แตเริ่มตนกอ นที่จะรสู กึ อยากยา และไมส ามารถควบคมุ ตนเองได เมอื่ ผเู สพตดิ สามารถหยดุ ยาไดแ ลว ตอ งไมป ระมาท ควรระมดั ระวงั การตดิ ยาซาํ้ อกี ตอ งมคี วามอดทน ใหสามารถหยุดไดอยางถาวร และตระหนักชัดเจนวายาเสพติด เปนของแปลกปลอม หามสัมผัสหรอื แตะตองเดด็ ขาด สาํ หรับผูติดยานั้น เมือ่ มตี วั กระตุนจะนกึ ถึงยา ซ่งึ สามารถ นาํ ไปสกู ารอยากยา และสว นมากกจ็ ะหนั กลบั ไปหายาเสพตดิ อกี ครงั้ การฝกหยุดความคิดจะปองกันความคิดถึงยา เพื่อไมใหเกิดความ อยากยารุนแรงจนควบคุมตัวเองไมไ ด ÃÙ·Œ ¹Ñ ÂÒºÒŒ 49
Search