โรคสุกร เอกสารเผยแพร อนั ดบั ท่ี 44 ISBN 974-552-950-8 โดย สพ.ญ. ภาวิณี วงศส นสนุ ยี ศูนยว จิ ยั และฝก อบรมการเลย้ี งสกุ รแหง ชาติ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร โรคสุกร การดแู ลรกั ษาและการชว ยสกุ รปว ย โรคทส่ี าํ คัญของสุกร โรคอหิวาตสุกร โรคซลั โมแนลโลซสี หรอื โรคพาราไทฟอยด โรคปากและเทาเปอย โรคบดิ มกู เลอื ด โรคพิษสุนัขบาเทียม โรคพลาสเทอรโ รซสี โรคกระเพาะอาหารและลําไสอักเสบติดตอ (โรคทจี อี )ี โรคไขหวัดใหญ โรคบาดทะยกั โรคฝดาษ โรคทองเสียในลูกสุกรที่เกิดจากเชื้อ อโี คไล โรคโพรงจมูกอักเสบติดตอ โรคขอ บวมในลกู สกุ ร โรคไฟลามทงุ โรคเอนซตู กิ นวิ โมเนยี
โรคสุกร 2 คาํ นํา ในการเล้ียงสกุ รทว่ั ๆ ไป ปจจัยสาํ คญั ทีม่ ีผลตอกาํ ไร ขาดทนุ ของเกษตรกรคอื การ ควบคุมปองกันและรักษาโรค ถา เกษตรกรสามารถควบคมุ ปอ งกนั โรคไมใ หเ กดิ หมน่ั ดแู ลเอาใจใสใ น ดานการจัดการฟารมใหมีการสุขาภิบาลที่ดี ทําวัคซีนตามโปรแกรมท่ีกาํ หนด จะทาํ ใหสุกรมสี ขุ ภาพ แขง็ แรงสมบรู ณ มีผลใหจาํ หนา ยไดร าคาดี เอกสารเผยแพรเลมน้ีไดรวบรวมหลักและวิธีการควบคุมปองกัน ตลอดจนการรักษา โรคสุกรท่ีสําคัญๆ ทม่ี กั เกดิ ในฟารม เลย้ี งสกุ รของเกษตรกร มเี นอ้ื หาสาระทเ่ี ขา ใจไดง า ย และสามารถ นาํ ไปปฏบิ ตั ติ ามได โครงการผลติ เอกสารเผยแพรข อขอบพระคณุ รศ.น.สพ.กจิ จา อุไรรงค และ ผศ.น. สพ.วรวทิ ย วัชชวัลคุ ท่ีไดเอ้ือเฟอ ภาพประกอบเรอ่ื งเพม่ิ เตมิ เพอ่ื ใหเ อกสารนส้ี มบรู ณ ชดั เจนยง่ิ ขน้ึ และขอขอบพระคณุ สพ.ญ.ภาวิณี วงศส นสนุ ยี ท่ีไดเ ขยี นเรอ่ื ง “โรคสกุ ร” เพื่อพิมพเผยแพรใหเกิด ประโยชนแกเกษตรกรตอไป โครงการผลติ เอกสารเผยแพร มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 3 โรคสุกร โรค คือสภาวะของรา งกายสตั วท ีไ่ มท าํ หนา ทต่ี ามปกติ เชนตับไมทาํ งานหรอื ทาํ งาน นอยก็บอกวาปวยดวยโรคตับ หรอื ปอดทาํ งานไดน อ ย กบ็ อกวาปว ยดวยโรคปอด หรืออวัยวะหลายๆ อวัยวะของรา งกายไมท าํ งานเพราะเชอ้ื โรคกระจายไปทว่ั รา งกาย ซง่ึ เราเรยี กสภาวะนีว้ า “สภาวะโลหิต เปนพิษ” โรคท่ีสามารถทําใหเกิดสภาวะโลหิตเปนพิษในสุกรไดแกโรคอหิวาตสุกร โรคปากเทา เปอย โรคพิษสุนขั บา เทยี ม โรคลาํ ไสอ กั เสบตดิ ตอ โรคไฟลามทงุ และโรคซลั โมแนลโลซสี เปน ตน การท่ีสกุ รปว ยนั้น มีหลายสาเหตุดวยกัน ไดแก อวยั วะของรา งกายสกุ รไมท าํ งานตาม ปกติ รางกายสกุ รขาดสารอาหาร เซลของรา งกายสกุ รเจรญิ ผดิ ปกติ ความผดิ ปกตทิ างกรรมพนั ธุ สาร พษิ หรือยาพิษ หรือเชอ้ื โรค สําหรับสาเหตุท่ีเกดิ จากเชอ้ื โรคน้ันสําคญั มากในสกุ รเพราะเปนสาเหตทุ ท่ี ํา ใหส กุ รตายไดม ากกวา สาเหตอุ น่ื ๆ สาเหตุเชื้อโรคที่ทําใหเกิดโรคแกสุกรนั้น ไดแก 1. เชื้อไวรัส สวนมากไมมียารักษาและมกั เปนปญหาของโรคระบาดในสุกร ซึ่งไดแก โรคอหวิ าต สุกร โรคปากเทา เปอ ย โรคพิษสุนัขบาเทียม และโรคลาํ ไสอ กั เสบตดิ ตอ เปน ตน 2. เชื้อแบคทีเรีย สวนมากใชยารักษาไดและมักพบเปนปญหาของโรคที่พบในการเลี้ยงสุกร เชน โรค ขอบวมในลูกสกุ ร โรคมดลกู อกั เสบ โรคเตา นมอกั เสบ โรคบาดทะยัก โรคติดเชื้อทางระบบหายใจและ โรคทองเสยี เปน ตน สําหรับที่พบเปนปญหาของโรคระบาดไดแก โรคโพรงจมกู อกั เสบตดิ ตอ โรคไฟลาม ทุง และโรคแทงตดิ ตอ เปน ตน 3. เช้ือมายโคพลาสมา ยาสามารถรักษาไดแ ละมักพบเปนปญ หาของโรคทางระบบหายใจ (โรคปอดบวม) 4. เชื้อโปรโตซัว ยาสามารถรกั ษาไดแ ละมกั พบเปน ปญ หาของโรคทางเดนิ อาหาร (ทอ งเสยี ) 5. เชื้อสไปโรขีด ยาสามารถรักษาไดและมักพบเปน ปญหากับระบบสืบพนั ธแุ ละทางเดินอาหาร 6. เชื้อรา จะสรา งสารพษิ ทเ่ี ปน อนั ตรายตอ ตวั สกุ ร ซึ่งสารพิษนี้ไมมียาทาํ ลายได 7. พยาธภิ ายในและนอก ยาสามารถรกั ษาได เมื่อเชื้อโรคที่กลาวมาแลวทั้ง 7 กลุม ผานเขาสูรางกายสุกรซ่ึงก็อาจโดยทาง บาดแผลที่ผิวหนัง หรอื ผนงั ทางเดนิ หายใจ หรอื ผนงั ทางเดนิ อาหาร หรอื รเู ปด ธรรมชาตขิ องรา งกายเชน ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 4 เยื่อบุตา หู จมูกและปาก เปน ตน รางกายสุกรก็จะพยายามฆาหรือทาํ ลายเชอ้ื โรคเหลา นน้ั โดยอาศยั ระบบตอตานของรางกาย และถา เชอ้ื โรคสามารถหนพี น ระบบตอ ตา นและกาํ จดั เชอ้ื โรคของรา งกายสกุ ร ได เชอ้ื โรคกจ็ ะเคลอ่ื นเขา สกู ระแสเลอื ด ซึ่งเรียกสภาวะนี้วา “โลหติ เปน พษิ ” อาการที่พบไดจากสุกร ปวย คอื ไขส งู เจ็บปวด ไมก นิ อาหารและออ นแอ เปน ตน การดแู ลรกั ษาและการชว ยสกุ รปว ย เราสามารถจะชวยใหสุกรปวยคืนจากโรคไดโดย 1. ใหสกุ รปว ยอยใู นคอกทส่ี ะอาด อบอนุ และแหง 2. ใหอาหารท่ีมคี ณุ คา ของโปรตนี สงู ถา สกุ รไมก นิ อาหารควรใหย ากระตนุ การกนิ อาหาร เชน ไวตามนิ บี 12 เปน ตน และถา รา งกายสญู เสยี น้ํามากเนอ่ื งจากขไ้ี หลหรอื อาเจยี น ควรใหน ้าํ เกลือแกสุกรปวย 3. ใชยารักษาท่ีตรงกับโรคและปริมาณถูกตองตามที่แนะนํา มิฉะนั้นจะเสียเงิน เปลา และยังทําใหเกิดปญหาเชื้อโรคดื้อยา ยาที่ใชรักษาโรคสุกร มอี ยหู ลายชนดิ ไดแ ก ยาปฏชิ วี นะ ยา ซัลโฟนามาย ยาสังเคราะห ยาฆาพยาธิภายในและยาฆาพยาธิภายนอก 4. สุกรที่ปวยเนื่องจากไดรับเช้ือไวรัส สวนใหญไมมียาฆาได ทั้งน้ีเพราะเน้ือมี ขนาดเล็กและอาศัยอยูในเซลของรา งกายสุกร ดังนัน้ สกุ รปว ยดวยเช้ือไวรัสจะฟน จากโรคไดกโ็ ดยอาศยั ระบบตอตานของรางกาย และควรใหย าปฏชิ วี นะหรอื ยาซลั โฟนามายหรอื ยาสงั เคราะหเ พอ่ื ปอ งกนั โรค แทรกซอน เชื้อโรคจะแพรจากสุกรปวยตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่งไดโดยทาง 1. นา้ํ มูกจากจมูก 2. ลมหายใจจากปอด 3. นา้ํ ลายจากปาก 4. บาดแผลทางผิวหนัง 5. ปสสาวะและอจุ จาระ 6. น้ําเมอื กจากชอ งคลอด 7. เลอื ด โรคทส่ี าํ คญั ของสกุ ร โรคสุกรท่ีพบไดในฟารมเล้ียงสุกรของประเทศไทยนั้น มีท้ังโรคระบาด (คือโรคที่ สามารถแพรจากสุกรปวยตัวหนึ่งไปยังสุกรตัวอื่นไดอยางรวดเร็ว) และโรคไมระบาด (คือโรคท่ีไม สามารถแพรจากสุกรปวยตัวหนึ่งไปยังสุกรตัวอื่นๆ หรอื เปน โรคเฉพาะตวั ) ไดแก ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 5 โรคอหวิ าตส กุ ร โรคน้ีเปนโรคระบาดที่รุนแรง พบวาเปนไดกับ สุกรทุกอายุ อตั ราการเกดิ โรคและอตั ราการตาย สงู x สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเชื้อไวรัส ซง่ึ เชอ้ื ตวั นจ้ี ะเขา สรู า งกายสกุ ร ไดโ ดยการกนิ อาหาร และนํา้ หรือโดยการหายใจ หรือโดยทางบาดแผลที่ผิวหนังหรือโดยทางเยื่อตา (นกและแมลงวันเปนพาหนะของโรคนี้ได) และเมอ่ื เชอ้ื โรคเขา สรู า งกายสกุ รแลว จะใชเ วลาฟก โรคนาน ประมาณ 3 วัน-3 สัปดาห แตโดยทั่วไปประมาณ 7 วัน สกุ รทร่ี บั เชอ้ื ไวรสั ตวั นก้ี จ็ ะเรม่ิ แสดงอาการปว ย ของโรค อาการทพ่ี บไดค อื มไี ขส งู ประมาณ 105-108 องศาฟาเรนไฮต หรือ 40.5-42 องศาเซลเซยี ส เบื่ออาหารและตอมาจะไมกินอาหาร หอบ ตน่ื เตน และจะมอี าการซมึ ในเวลาตอ มา เยอ่ื ตาอกั เสบ (มี ข้ีตา) ทองผูก (ขเ้ี ปน เมด็ ) ในชว งสกุ รปว ยมไี ขแ ละเมอ่ื ไขล งจะพบอาการทอ งเสยี (ขเ้ี ปน นา้ํ สเี หลอื ง เทา) และอาจพบอาการอาเจยี นรว มดว ย ผิวหนังบริเวณหู คอ ทอง และดา นในของขาหนบี จะพบจุด เลือดออกเล็กๆ ทําใหผ วิ หนงั บรเิ วณนน้ั มสี แี ดงและตอ มาจะเปลย่ี นเปน สมี ว ง กรณีสุกรรุนปว ย อาจพบอาการทางระบบประสาทคอื สกุ รจะเดนิ เปน วงกลม ขาเดนิ ไม สัมพน ธก นั และมอี าการชกั กรณีแมสุกรทอง ถาไดรับเช้ือโรคตัวน้ีพบวาเชอ้ื โรคอาจแพรไ ปยงั ลกู ในทอ งไดผ ลคอื ทําใหลูกในทองตาย หรือเกดิ การแทง ลูก หรอื ลกู สกุ รทค่ี ลอดออกมาผดิ ปกตอิ อ นแอและกลา มเนอ้ื สน่ั สุกรปวยที่ฟนคืนจากโรคอหิวาตสุกร พบวาจะมีภูมิคุมโรคไดตลอดชีวิตและแมสุกร สามารถถายภูมิคมุ กันโรคไปยังลูกสกุ ร ไดโ ดยทางน้าํ นมเหลอื ง ซง่ึ ระดบั ความคมุ โรคทล่ี กู สกุ รไดร บั จะ มากหรือนอยตางกนั ไป เนอ่ื งจากระดบั ภมู คิ มุ กนั โรคในแมส กุ รแตล ะตวั ไมเ ทา กนั และพบวาแมสุกรที่ ทําวัคซีนเชื้อเปน ความคมุ กนั โรคทถ่ี า ยไปยงั ลกู สกุ รจะสามารถปอ งกนั โรคไดน าน 6-8 สัปดาหหรือ นอยกวานซี้ ึ่งก็ขึน้ อยูก ับชนดิ ของวัคซีนทีท่ าํ x การปอ งกนั โรคอหวิ าตส กุ รสามารถปอ งกนั ไดโ ดย 1. ทาํ วัคซนี อหวิ าตส กุ รตามโปรแกรมท่กี าํ หนดไว 2. มีการจัดการควบคมุ โรคทเ่ี ขม งวดโดยเฉพาะเกย่ี วกบั คนและรถยนตท เ่ี ขา ออก 3. มกี ารสขุ าภบิ าลทด่ี ี 4. การเลย้ี งดแู ละอาหารทด่ี ี 5. มีการกกั โรคและตรวจโรคสกุ รใหม 6. มีการกําจดั แมลงวนั และนก ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 6 x โปรแกรมการทําวคั ซนี อหวิ าตส กุ ร 1. ลูกสุกรทําวคั ซนี เมอ่ื สกุ รอายปุ ระมาณ 6 สัปดาห และใหทาํ วคั ซนี ซา้ํ อกี ครง้ั ในอกี 2 สัปดาหต อ มา 2. สกุ รพอพันธุ ทําวัคซีนทุก 6 เดอื น 3. สกุ รแมพันธุ ทําวัคซีนทุกครั้งที่หยานม หมายเหตุ วคั ซนี อหวิ าตซ ง่ึ เปน เชอ้ื เปน หามทํากบั สกุ รทอ่ี อ นแอหรอื กําลงั ปว ย x การรกั ษา โรคอหิวาตสุกรเกิดจากเชื้อไวรัส ไมมียาท่ีจะใชรักษาโรคน้ีโดยเฉพาะสุกรท่ีปวยควร ทาํ ลายทิ้งโดยการเผาหรือฝง โรคปากและเทา เปอ ย โรคน้ีเปนโรคระบาด ท่ีระบาดไดอยาง รวดเรว็ ในสตั วก บี (วัว ควาย แพะ แกะและสุกร) และทาํ ความเสียหายแกเศรษฐกจิ ของประเทศอยา งมากเพราะใน โ ร ค น้ี เ ป นอุ ปสรรคตอการสงสุ กรออกจํ าหนายในตาง ประเทศ โรคนี้พบเปนไดกับสุกรทุกอายุ อตั ราการเกดิ โรค สงู แตอ ตั ราการตายตา่ํ x สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเชื้อไวรส ซง่ึ มอี ยู 3 กลมุ ดว ยกนั คอื ไทปโอ, ไทปเอ และ ไทปเ อเชยี วนั (ไทปโอรุนแรงที่สุด) เชื้อ โรคตัวนี้จะเขาสูรางกายสุกรไดโดยทางการสัมผัสกับเชื้อ โดยตรง (คนเลย้ี งนําเขา มาเอง) หรือโดยการกนิ อาหาร และนา้ํ ทม่ี เี ชอ้ื โรคปนอยู หรือโดยการหายใจเอาเชื้อโรค ตัวน้ีเขา ไป และเมอ่ื เชอ้ื โรคเขา สรู า งกายสกุ รแลว จะใช เวลาในการฟก โรคนานประมาณ 3-6 วัน สุกรก็จะเริ่ม แสดงอาการโรคนอ้ี อกมาใหเ หน็ อาการที่พบไดคือ มี ตุม นา้ํ ใสทบ่ี รเิ วณปลายจมกู ปาก รมิ ฝป าก เหงอื กและ ผิวหนังบริเวณไรกีบ และตอ มาตมุ นา้ํ ใสนจ้ี ะแตก ซง่ึ น้าํ ในตุมนี้จะมีเช้ือไวรัสอยูเปนจาํ นวนมาก ถา การจดั การ ไมดีโรคนก้ี จ็ ะกระจายระบาดออกไปอยา งรวดเรว็ นอก จากนี้ยังพบอาการ ไขส งู เบอ่ื อาการ นา้ํ ลายยดื ขาเจบ็ และนา้ํ หนกั ลด (เนอ่ื งจากกนิ อาการไมไ ด) และ บางครง้ั อาจพบกบี ลอกหลดุ ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 7 แมส กุ รเลย้ี งลกู ทเ่ี ปน โรคน้ี จะพบตมุ นา้ํ ใสทห่ี วั นมดว ย ในกรณีที่สุกรปวยดวยโรคนี้ ซง่ึ ไมเ คยมปี ระวตั กิ ารทําวคั ซนี มากอ น จะพบอาการของ โรครุนแรงกวาสุกรที่เคยทาํ วัคซีน และอตั ราการตายของลกู สกุ รและสกุ รเลก็ อาจสงู ถงึ 50 เปอรเ ซน็ ต (ลูกสุกรหรอื สกุ รเลก็ ทต่ี าย จะพบรอยโรคที่หัวใจซึ่งคลายๆ กับลายเสอื ) สุกรปวยท่ีฟนจากโรคน้ีจะพบวา มภี มู คิ มุ กันโรคเฉพาะกลมุ ของไวรัสทีท่ ําใหเ กิดการปว ย เทาน้ัน ซ่ึงสามารถปอ งกนั โรคไดน านประมาณ 90-180 วัน และแมส กุ รสามารถถา ยภมู คิ มุ กนั โรคน้ี ใหแกล กู สกุ รไดโ ดยทางน้าํ นมเหลอื ง ซง่ึ คมุ กนั โรคไดน านหลายสปั ดาห x การปอ งกนั โรคปากและเทา เปอ ย สามารถปอ งกนั ไดโ ดย 1. ทาํ วัคซีนปากและเทาเปอยตามโปรแกรมที่กาํ หนดไว 2. มีการจดั การควบคมุ โรคทเ่ี ขม งวด 3. มีการสขุ าภบิ าลทด่ี ี 4. มีการเลย้ี งดแู ละอาหารทด่ี ี 5. มีการกกั โรคและตรวจโรคสกุ รใหม 6. มีการกําจดั แมลงวนั และนก x โปรแกรมการทาํ วคั ซนี ปากและเทา เปอ ย 1. ลกู สกุ ร ทาํ วคั ซนี เมอ่ื สกุ รอายปุ ระมาณ 7 สัปดาห และใหทาํ วคั ซนี ซา้ํ อกี ครง้ั ในอกี 2 สปั ดาหต อ มา 2. สกุ รพอ และแมพ นั ธุ ทาํ ซํ้าทุก 4-5 เดอื น x การรกั ษา โรคปากและเทาเปอยเกิดจากเชื้อไวรัส ไมมียาที่จะใชรักษาโดยเฉพาะ แตโรคนี้ไมทาํ ให สุกรปวยตาย การรักษาจึงทาํ ไดเ พยี งรกั ษาตามอาการโดย 1. ใชยาทงิ เจอรไ อโอดนี 5-10 เปอรเ ซน็ ต หรือยาเย็นเซี่ยนไวโอเล็ททาแผลที่เกิด จากตมุ นา้ํ ใส 2. ใหยาปฎิชีวนะผสมในอาหารเพ่ือปองกันโรคแทรกแกสุกรตัวท่ียังไมแสดงอาการ และใหย าโดยการฉีดเขา สุกรตวั ทแ่ี สดงอาการแลว 3. พนนา้ํ ยาจนุ สที ม่ี คี วามเขม ขน 5 เปอรเ ซน็ ตท ก่ี บี หมายเหตุ สกุ รทไ่ี มแ สดงอาการของโรคใหท าํ วคั ซนี ซา้ํ 2 ครง้ั ชวงหาง 1 สัปดาห ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 8 โรคพษิ สนุ ขั บา เทยี ม โรคนี้เปนโรคระบาดพบวาเปนไดกับสุกรทุกอายุ แตความรุนแรงของโรคจะเกิดกับลูกสุกร และสกุ รเลก็ อัตราการเกิดโรคและอัตราการตายสูง และสุกรที่ฟน จากโรคจะเปนพาหนะของโรคและสามารถปลอยเชื้อ โรคออกมากบั ลมหายใจ x สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเช้ือไวรัส ซึ่งเชื้อโรคตัวนี้จะเขาสูร า งกายสุกรไดโดยการสมั ผัสกบั สุกรตัวทเ่ี ปน พาหนะของโรคน้ี หรอื โดยการกนิ อาหารหรอื นา้ํ ทม่ี เี ชอ้ื นป้ี นอยหู รอื โดยการหายใจเอาเชอ้ื นเ้ี ขา ไป หรือ โดยการผสมพันธกุ บั สกุ รท่เี ปนโรคนี้ หรอื โดยทางเย่ือบตุ า (หนบู า นสามารถแพรเ ชอ้ื โรคตวั นไ้ี ด) และ เม่ือเช้ือโรคตัวนเ้ี ขา สรู า งกายสกุ รแลว โรคนจ้ี ะใชเ วลาในการฟก โรคนานประมาณ 36-48 ชั่วโมง สุกรก็ จะเริ่มแสดงอาการปวยของโรคนี้ใหเห็น ซึ่งอาการท่ีสุกรปวยแสดงออกน้ันขึ้นอยูกับอายุคืออาการจะ รุนแรงในลูกสุกรแรกคลอด โดยลกู สกุ รปวยจะลมลงภายในไมกี่ชั่วโมงภายหลังจากการตดิ เช้อื มไี ขส งู ถงึ 180 องศาฟาเรนไฮตห รอื 42 องศาเซลเซยี ส สกุ รควบคมุ การเคลอ่ื นไหวไมไ ด ตน่ื เตน กลา มเนอ้ื กระตุกอยางแรง แลวลมลงโดยขาอยูในลักษณะถีบจักรยาน (อาจพบอาการอาเจยี นและทอ งเสยี ได) และนา้ํ ลายฟมู ปาก ลูกสุกรอาจไดร บั เชอ้ื ตวั นก้ี อ นคลอด ซึ่งจะพบลูกสุกรตายภายใน 2 วนั หลงั คลอด และ ลูกสุกรท่ีไดรับเชอ้ื ตวั นท้ี นั ทที ค่ี ลอดออกมา อาจแสดงอาการใหเ หน็ เมอ่ื อายุ 2 วัน และมกั ตายเมอ่ื อายุ 5 วัน และพบวา อตั ราการตายของลกู สกุ รทม่ี อี ายตุ า่ํ กวา 2 สัปดาหจะสูงถึง 100 เปอรเ ซน็ ต และอัตรา การตายของลูกสุกรที่มีอายุมากกวา 3 สปั ดาหข น้ึ ไปจะลดลงประมาณ 50 เปอรเ ซน็ ต เนอ่ื งจากความ สามารถในการตานโรคมีมากขึ้น เมอ่ื สกุ รโตขน้ึ และอตั ราการตายจะลดลงเหลอื เพยี ง 5 เปอรเ ซน็ ต ใน สุกรท่ีมอี ายุ 5 เดอื นขน้ึ ไป อาการที่พบไดในสุกรรุนที่ปวยคือ มไี ขส งู เบอ่ื อาหาร ไมอ ยนู ง่ิ หายใจลาํ บากตวั สน่ั และควบคุมตวั ไมไ ดโ ดยเฉพาะสว นของขาหลงั และสุกรปวยจะชักตายในที่สุด (สกุ รรนุ ทฟ่ี นจากโรคมกั จะแคระแกรน) อาการปวยที่พบในสกุ รใหญ มักจะไมร นุ แรง อาการที่พบไดคือ อาเจียน ทองเสียหรือ ทองผูก อาการปวยที่พบไดในสุกรทอ ง คอื แทงลูก สุกรปวยท่ีฟนจากโรคนี้ พบวามีภูมิคุมกันสูงซ่ึงอาจอยไู ดเ ปนป และแมส กุ รสามารถ ถายภูมิคุมกนั โรคน้ีใหแ กลูกสุกรไดโดยทางนาํ้ นมเหลอื ง ซง่ึ สามารถปอ งกนั โรคไดน าน 5 สัปดาหถึง 4 เดือน ซึ่งข้ึนอยูกับระดับภูมิคุมโรคในนํ้านมเหลืองและปริมาณนํ้านมเหลืองท่ีลูกสุกรกินเขาไป แต ภูมิคุมกันโรคน้ีไมส ามารถปอ งกนั ลกู สกุ รจากการตดิ เชอ้ื ไวรสั ตวั นไ้ี ด เพยี งแตภ มู คิ มุ กนั โรคนจ้ี ะปอ งกนั ไมใหเช้ือไวรัสแทรกเขา ไปในเนอ้ื เยอ่ื ของลกู สกุ รได เมอ่ื ภมู คิ มุ กนั โรคนล้ี ดลง สกุ รกจ็ ะเรม่ิ ไวตอ เชอ้ื ไวรสั ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 9 ตัวน้ี และเม่ือสุกรมอี าการเครยี ดเชอ้ื ไวรสั ภายในตวั กจ็ ะเพิม่ จาํ นวนมากขน้ึ และแทรกเขา เนอ้ื เยอ่ื ของรา ง กาย ซ่ึงเปน ผลใหส กุ รตวั นน้ั เรม่ิ แสดงอาการปว ยออกมาใหเ หน็ สภาพอาเจียน (เปน น้าํ ด)ี อาจพบไดใ นชวง ทายๆ กอ นตายในลกู สกุ รดดู นม ทเ่ี ปน โรค x การปอ งกนั โรคพิษสุนัขบาเทียม สามารถปอ งกนั ไดโ ดย 1. ทําวคั ซนี ปอ งกนั โรคพษิ สนุ ขั บา เทยี มตามโปรแกรมทก่ี ําหนดไว (ถา มโี รคนร้ี ะบาด) 2. มีการจดั การควบคมุ โรคทเ่ี ขม งวด 3. มีการสขุ าภบิ าลทด่ี ี 4. มีการเลย้ี งดแู ละอาหารทด่ี ี 5. มีการกกั โรคและตรวจโรคสกุ รใหม 6. กําจดั หนู แมลงวัน นก แมวและสนุ ขั ทเ่ี ขา มาอยใู นบรเิ วณฟารม x โปรแกรมการทาํ วคั ซนี ปอ งกนั โรคพษิ สนุ ขั บา เทยี ม 1. สกุ รพอ และแมพ นั ธุ ทําซํ้าทุกๆ 4-5 เดอื น (วคั ซนี เชอ้ื ตาย) หรือทาํ วคั ซนี กบั แม สุกรทอ งกอ นคลอด 3 สัปดาห และทาํ ซํ้าอกี ครง้ั กอ นคลอด 1 สัปดาห 2. สกุ รรนุ ทาํ วคั ซนี เมอ่ื อายปุ ระมาณ 8-9 สัปดาห และใหทาํ วคั ซนี ซา้ํ อกี ครง้ั ใน 2 สัปดาห x การรกั ษา โรคพิษสุนัขบาเทียมเกิดจากเชื้อไวรัส ไมมียาที่จะใชรักษาโดยเฉพาะ นอกจากจะรักษา ตามอาการ (ลกู สกุ รมกั ตาย จึงไมแนะนาํ ใหรักษา) แสดงใหเห็นการชักแบบขาตะกยุ ในลกู สุกรดูดนม ขา จะเกร็ง และตะกยุ เปนชว งๆ ในขณะทห่ี ตู ง้ั และตาถลน หรือเบิกกวาง และบางครง้ั พบการกระตุกของตา ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 10 โรคกระเพาะอาหารและลาํ ไสอ กั เสบตดิ ตอ (โรค ที-จ-ี อ)ี โรคน้ีเปนโรคระบาดของทางเดินอาหารท่ีเกิด อยางรุนแรงในลกู สกุ ร อตั ราการเกดิ โรคและอตั ราการตายสงู ถงึ 100 เปอรเ ซน็ ต x สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเชื้อโรค ซง่ึ เชอ้ื โรคตวั นจ้ี ะเขา สรู า งกาย ทางอาหารหรือนํ้าท่ีกินหรือโดยการหายใจเอาเช้ือโรคน้ีเขาไป และเมื่อเช้ือเขาสูรางกายสุกรแลว เช้ือโรคจะใชเวลาในการฟก โรคนานประมาณ 14 ชว่ั โมงถงึ 4 วัน ลูกสกุ รกจ็ ะเร่ิมแสดง อาการปวยของโรคใหเห็น ซง่ึ อาการของโรคจะพบรนุ แรงในลกู สกุ รทม่ี อี ายตุ ่ํากวา 3 สัปดาห อาการแรกที่พบไดคือ อาการ อาเจียน (มีตะกอนน้าํ นม) และมอี าการทอ งเสยี ตามมา ซึ่ง อาการทองเสียจะพบไดเมื่อลูกสุกรสัมผัสกับเช้ือโรคแลวนาน ประมาณ 18-30 ชั่วโมง อาการทอ งเสยี ทพ่ี บไดใ นวนั แรก จะมี ลักษณะเปน สเี หลอื งใสพบเกาะตามกบี ขาหลงั และหาง นอกจาก น้ีอาการอน่ื ๆ ที่พบได ไดแก อาการตวั สน่ั ตาลกึ และหิวนาํ้ (เนอ่ื งจากรา งกายสญู เสยี น้ํา) สําหรับอาการทองเสียจะพบเปน อยูนาน 5-9 วัน อจุ จาระกจ็ ะเรม่ิ ขน ขน้ึ แตล ูกสุกรมกั จะตาย สภาพถายเหลวเปนนํ้าสีเหลืองใน ภายในวนั ท่ี 2-4 ของการปว ย เนอ่ื งจากการสญู เสยี น้ําของรา ง ร ะ ย ะ ต อ ม า ห ลั ง จ า ก เ ริ่ ม มี ก า ร กาย อาเจียน พรอมกับสภาพรางกาย ขาดน้ํา ซ่ึงจะทวีความรุนแรงข้ึน แมสุกรที่ฟนจากโรคนี้ สามารถถายภูมิคุมกัน เร่ือยๆ อยา งรวดเรว็ โรคนี้ไปใหลูกสุกรไดโดยทางนาํ้ นมเหลอื งและนา้ํ นมขาว x การปอ งกนั โรคที.จ.ี อ.ี สามารถปอ งกนั ไดโ ดย 1. ทําวคั ซนี ปอ งกนั โรคท.ี จ.ี อ.ี ตามโปรแกรมที่กําหนดไว (ถา มโี รคนร้ี ะบาด) 2. มีการจดั การควบคมุ โรคทเ่ี ขม งวด 3. มีการสขุ าภบิ าลทด่ี ี 4. มีการเลย้ี งดแู ละอาหารทด่ี ี 5. กําจดั สตั วท ส่ี ามารถเปน พาหะของโรค 6. มีการกกั โรคและตรวจโรคสกุ รใหม ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 11 x การรกั ษา โรคที.จี.อี. เกิดจากเชื้อไวรัส ไมมียาที่จะใชรักษาโดยเฉพาะ นอกจากจะรักษาตาม อาการของโรค โดย 1. ใหน า้ํ เกลอื เพื่อทดแทนนาํ้ และอเิ ลคโทรไลททส่ี ูญเสยี ออกมากับอจุ จาระ 2. ใหความอบอุน ใหเ พียงพอแกล ูกสุกรปว ย 3. ใหย าปฎชิ วี นะละลายนา้ํ เพอ่ื ปอ งกนั โรคแทรก โรคไขหวัดใหญ โรคน้ีเปนโรคระบาดของทางเดินหายใจท่ีเกิดข้ึนแบบฉับพลันและแพรไปไดอยาง รวดเร็วมาก พบเปนไดกับสุกรทุกอายุ อัตราการเกิดโรคสูงแตอัตราการตายต่ํา โดยทั่วๆ ไปพบ ประมาณ 1-4 เปอรเ ซน็ ต x สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเชื้อไวรัส ซ่ึงเช้ือโรคตวั นจ้ี ะเขา สรู า งกายสกุ รไดโ ดยเกาะมากบั ไขข องพยาธปิ อด หรือโดยการสัมผัสกับสุกรปวยโดยตรง หรอื โดยการกนิ อาการหรอื นา้ํ ทม่ี เี ชอ้ื โรคนป้ี นอยู หรือโดยการ หายใจเอาเช้ือโรคนเ้ี ขา ไป และเชอ้ื เขา สรู า งกายสกุ รแลว จะใชเ วลาในการฟก โรคนานประมาณ 3-7 วัน สุกรก็จะเรม่ิ แสดงอาการปว ยของโรคใหเ หน็ อาการที่พบไดคือ ไขส งู ซึม เบอ่ื อาหาร หายใจลาํ บาก หอบ ไอ มีน้ํามกู และขต้ี า และกลา มเนอ้ื ไมม แี รงซง่ึ เปน ผลใหส กุ รปว ยนอนหมอบ (อาจมอี าการอาเจยี น ดวย) การฟน จากโรคจะเปน ไปอยา งรวดเรว็ เชน เดยี วกบั การเกดิ โรคคอื จะปว ยอยนู าน 4-6 วัน สุกร ปวยบางตัวอาจจะไมฟนจากโรคแตจะเปนโรคแบบเรื้อรัง สุกรที่ฟนจากโรคพบวาจะมีภูมิคุมกันโรคนี้ x การปอ งกนั โรคไขหวัดใหญ สามารถปอ งกนั ไดโ ดย 1. ไมควรเลย้ี งสกุ รบนพน้ื ดนิ 2. มีการเลย้ี งดแู ละอาหารทด่ี ี 3. มีการสขุ าภบิ าลทด่ี ี 4. มีการกกั โรคและตรวจโรคสกุ รใหม x การรกั ษา โรคไขหวัดใหญเกิดจากเชื้อไวรัส ไมมียาที่จะใชรักษาโดยเฉพาะ นอกจากจะรกั ษาตาม อาการของโรค โดย 1. ใหยาปฏชิ วี นะผสมในอาหารหรอื นา้ํ เพอ่ื ปอ งกนั โรคแทรก 2. นา้ํ ทก่ี นิ ตอ งสะอาด 3. อาหารที่ใหกิน ควรจาํ กดั ใหก นิ นอ ยในชว ง 2-3 วนั แรกของการฟน จากอาการ ของโรค ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 12 โรคฝดาษ โรคน้ีเปนโรคท่ีเกิดข้ึนแบบฉับพลันกับสุกรทุกอายุ และอัตราการเกิดโรคสูงแตอัตรา การตายต่ํา x สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเชื้อไวรัส ซ่ึงเช้ือโรคตัวน้ีจะเขาสูรางกายสุกรไดโดยการสัมผัสกับสุกรปวย โดยตรง หรือ ยุง ไร เหา เปน ตวั นาํ เชอ้ื โรคตวั นม้ี า และเมอ่ื เชอ้ื โรคเขา สรู า งกายสกุ รแลว จะใชเ วลาใน การฟกโรคนานประมาณ 3-6 วัน สกุ รกจ็ ะเรม่ิ แสดงอาการปว ยของโรคใหเ หน็ อาการที่พบไดคือ ไขส งู ประมาณ 104 องศาฟาเรนไฮต ซึม ไมก นิ อาหาร นา้ํ มกู น้าํ ตาไหล และพบเม็ดตุมที่ผิวหนัง ซง่ึ เมด็ ตมุ น้ี ตอมาจะเปลย่ี นเปน ตมุ หนองและแตกในทส่ี ดุ และแผลที่แตกจะตกสะเก็ด สุกรปวยที่ฟนจากโรคนี้ จะมี ภูมคิ มุ กนั โรคนด้ี ว ย x การปอ งกนั โรคฝดาษ สามารถปอ งกนั ไดโ ดย 1. วางโปรแกรมการกาํ จัดยุง ไรและเหา 2. กาํ จดั แหลง น้ําขงั สาํ หรับเพาะยุง 3. มีการเลย้ี งดแู ละการใหอ าหารทด่ี ี 4. มีการสขุ าภบิ าลทด่ี ี x การรกั ษา โรคฝดาษเกิดจากเชื้อไวรัส ไมมียาที่ใชรักษาโดยเฉพาะ นอกจากจะรกั ษาตามอาการ ของโรค โดย 1. ใชทงิ เจอรไ อโอดนี 2-5 เปอรเ ซน็ ต ทาแผลที่ผิวหนัง 2. อาจจะใหยาปฏชิ วี นะผสมอาหารเพื่อปองกนั โรคแทรก 3. คอกหรือเลา สกุ รจะตอ งดแู ลรกั ษาใหส ะอาดและแหง อยเู สมอ ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 13 โรคโพรงจมกู อกั เสบตดิ ตอ โรคนี้เปนโรคระบาดทางระบบหายใจ พบวา เปนไดกับสุกรทุกอายุ ซึ่งมีอัตราการเกิดโรคสูงแตอัตราการ ตายตา่ํ x สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และพบวาอาการของ โรคจะรุนแรงขึ้นถามีเช้ือไวรัสรวมดวย เช้ือโรคตัวน้ีจะเขาสู รางกายสุกรไดโดยการหายใจเอาเชื้อเขาไป หรือโดยการสัมผัส กับสุกรปวยโดยตรง หรอื โดยการกนิ นา้ํ และอาหารทม่ี เี ชอ้ื นป้ี น อยู และเมอ่ื เชอ้ื นเ้ี ขา สรู า งกายสกุ รแลว อาการและความรนุ แรง ของโรคขึ้นอยูกับโรคแทรกซอนสุขภาพและอายุของสุกรปวย อาการเดน ของโรคนท้ี พ่ี บไดค อื จาม เลอื ด ไหลออกจากจมกู ซง่ึ มกั พบอาการทง้ั สองนใ้ี นสกุ รทอ่ี ายนุ อ ยกวา 4 สัปดาห นอกจากนจ้ี ะพบอาการจมกู บิดเบี้ยว x การปอ งกนั โรคโพรงจมกู อกั เสบตดิ ตอ สามารถปอ งกนั ไดโ ดย 1. มีการกกั โรคและตรวจโรคสกุ รใหม 2. ควรศึกษาแหลง ทม่ี าของสกุ รใหม วา มโี รคน้ี ระบาดหรอื ไม 3. กําจัดหนู แมว และสนุ ขั ออกจากโรงเรอื น เพาะสตั วเ หลา นอ้ี าจเปน พาหนะของโรค 4. มีการจดั การควบคมุ โรคทเ่ี ขม งวด 5. มีการเลย้ี งดแู ละอาหารทด่ี ี 6. มีการสขุ าภบิ าลทด่ี ี x การรกั ษา โรคโพรงจมกู อกั เสบตดิ ตอเกดิ จากเช้อื แบคทีเรีย ยาที่จะใชรักษาโรคนี้ไดแกยาปฏิชีวนะ ชนิดที่ออกฤทธิ์และทําลายเช้ือโรคไดกวางหรอื ยาซลั โฟนามายเชน ยาซลั ฟาเมทธาซนี ซัลฟาไทอะโซน เปน ตน หมายเหตุ สุกรใหญที่เปนโรคนี้ พบวา ไมม ผี ลทาํ ใหจมูกบิดเบี้ยวหรือยนแตจะเปนตัว อมโรคและจะแพรเชื้อโรคเมื่อสุกรเครียด ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 14 โรคไฟลามทุง โรคน้ีเปนโรคระบาดท่ีสามารถติดตอถึง คนได ความรุนแรงของโรคน้ีอาจจะมีผลเน่ืองจากพันธุ กรรม คณุ คา ของอาหารทใ่ี ชเ ลย้ี ง การสขุ าภบิ าล อณุ หภูมิ ของสภาพแวดลอ ม หรอื ฤดกู าล x สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซง่ึ เชอ้ื โรคตวั นจ้ี ะ เขาสูรางกายสุกรไดโดยการกินน้ําและอาหารท่ีมีเชื้อโรค ตัวน้ีปนอยู หรือโดยการสัมผัสกับสุกรปวยโดยตรง และ เม่ือเชื้อเขาสูรางกายสุกรแลว จะใชเวลาในการฟกโรค นานประมาณ 3-4 วัน สกุ รกจ็ ะเรม่ิ แสดงอาการปว ยของ โรคใหเ หน็ อาการทพ่ี บเหน็ ไดม อี ยู 4 แบบดวยกัน 1. แบบแรก สุกรปวยจะแสดงอาการแบบฉับพลัน และอาจตายไดโ ดยไมแ สดงอาการ ปว ยใหเห็น อาการที่พบไดคือ ไขส งู 104-108 องศาฟาเรนไฮต ซึม เบอ่ื อาหาร หนาวสั่น นอนสมุ กนั ตาแดง ไอ มีขี้มูกขี้ตา ทอ งผกู ตามดว ยอาการทอ งเสยี อยา งรนุ แรง (บางตวั อาจพบอาการอาเจยี น) 2. แบบทส่ี อง สุกรปวยจะแสดงอาการที่ผิวหนัง คอื จะพบอาการบวมทผ่ี วิ หนงั ซง่ึ มี ลักษณะคลายรปู ขา วหลามตดั หรอื เปน หยอ มสแี ดงจนถงึ สมี ว งทบ่ี รเิ วณทอ ง ตน ขา และลาํ ตวั (สุกรปวย ที่ฟนจากโรคจะพบวาผิวหนังที่มีรอยโรคจะลอก) 3. แบบทส่ี าม สุกรปวยจะแสดงอาการทข่ี อ ขา คอื จะพบอาการเดนิ ขากระแผลกหรอื เดินในลักษณะขาไมส มั พนั ธก นั ซง่ึ เปน ผลเนอ่ื งจากขอ อกั เสบโดยเฉพาะทข่ี อ เขา หนา และเขา หลงั 4. แบบทส่ี ่ี สุกรปวยจะตายแบบทันทีหรืออาจพบอาการบวมที่ปลายจมูก หู และสวน อ่ืนของรา งกาย x การปอ งกนั โรคไฟลามทุง สามารถปอ งกนั ไดโ ดย 1. มีการกกั โรคและตรวจโรคสกุ รใหม 2. มีการจดั การควบคมุ โรคทเ่ี ขม งวด 3. มีการเลย้ี งดแู ละอาหารทด่ี ี 4. มีการสขุ าภบิ าลทด่ี ี x การรกั ษาโรค โรคไฟลามทุงเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ยาที่จะใชรักษาโรคนี้ไดแก ยาปฏชิ วี นะในกลมุ ของ ยาเพน็ นซิ ลิ ิน และยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์ทาํ ลายเชอ้ื ไดก วา ง ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 15 โรคซลั โมแนลโลซีสหรือโรคพาราไทยฟอยด โรคนี้เปนโรคระบาดที่พบเกิดขึ้นไดกับ สุกรทุกอายอุ ตั ราการเกดิ โรคและอตั ราการตายสงู สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซง่ึ เชอ้ื ตวั นจ้ี ะเขา สู รางกายสุกรไดโดยการกินอาหาร และนํา้ ทม่ี เี ชอ้ื โรคตวั น้ี ปนอยู หรอื โดยการกนิ กระดกู ปน ทม่ี เี ชอ้ื ตวั นป้ี นอยหู รอื โดยการสัมผัสกับสัตวฟนแทะ หรอื นกปา ทเ่ี ปน ตวั พาโรคน้ี และเมอ่ื เขา สรู า งกายแลว จะใชเ วลาในการ ฟกโรคนานประมาณ 1-2 วัน สุกรจะแสดงอาการปวยใหเห็นอาการปวยที่พบไดมีอยู 4 แบบดวยกัน 1. แบบแรก มักพบเปน กบั ลกู สกุ ร โดยอาการปวยจะเกิดแบบฉับพลัน ไขส งู 105- 107 องศาฟาเรนไฮต สุกรจะซึมและตายภายใน 24-48 ชั่วโมง นอกจากนย้ี งั พบวา ผวิ หนงั มสี แี ดงเขม จนถึงสีมวง โดยเฉพาะทข่ี อบตาและใตท อ ง อาการทางประสาทอาจพบ และอตั ราการตายพบไดส งู ถงึ 100 เปอรเ ซน็ ต 2. แบบทส่ี อง มักพบกบั สกุ รทม่ี อี ายมุ ากหรือสุกรใหญ อาการที่พบไดคือ ไขส งู 105- 107 องศาฟาเรนไฮต ทอ งเสยี เปน น้าํ อยา งรนุ แรง อจุ จาระมกี ลน่ิ เนา เปน มกู และอาจพบเยอ่ื เมอื กของ ลาํ ไสป นดว ย 3.แบบทส่ี าม อาการที่พบไดคือ ไขส งู 103-104 องศาฟาเรนไฮต อจุ จาระนม่ิ เบอ่ื อาหาร และบางรายพบอาการสญู เสยี นา้ํ เชน ผิวหนงั ขาดความยืดหยนุ ตาจมลกึ ขนลกุ ซบู ผอมลง เรื่อยๆ และตายในทีส่ ดุ 4.แบบทส่ี ่ี แบบนพ้ี บวา สกุ รเปน มาก อาการที่พบไดคือ ทอ งเสยี โดยพบเปนๆ หายๆ ไขไมคงที่ ผอมแหง และตอบสนองตอ การรกั ษาไดน อ ย (อจุ จาระอาจปกตหิ รอื อาจมมี กู หรอื เลอื ดปน) x การปอ งกนั โรคซัลโมแนลโลซสี หรือโรคพาราไทฟอยดส ามารถปอ งกนั ไดโ ดย 1. กาํ จดั สกุ รทเ่ี ปน ตวั อมโรค 2. มีการกกั โรคและตรวจโรคสกุ รใหม 3. มีการจดั การควบคมุ โรคทเ่ี ขม งวด 4. ระวังการใชว ตั ถดุ ิบอาหารสัตวจ ากโรงฆา 5. มีการสขุ าภบิ าลทด่ี ี x การรกั ษา โรคซัลโมแนลโลซีสเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ยาที่จะใชรักษาโรคนี้ได ไดแกยาปฏิชีวนะ เชน ยานีโอมัยซิน หรือยาเตตราไซคลิน หรอื ยาซลั โฟนามาย หรือยาไนโตรฟูราโซน ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 16 โรคบดิ มกู เลอื ด โรคนี้เปนโรคระบาดทางเดินอาหาร ที่ เกิดข้ึนไดกับสุกรทุกอายุ อัตราการเกิดโรคสูงแตอัตรา การตายต่ํา x สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรียรวมกับเชื้อสไปโร ขีด และยงั มสี าเหตโุ นม นําของโรคนค้ี อื การจดั การฟารม ท่ี ไมเหมาะสม ซง่ึ เชอ้ื โรคตวั นจ้ี ะเขา สรู า งกายสกุ รไดโ ดยการกนิ อาหารและนา้ํ ทม่ี เี ชอ้ื ปนอยู หรือโดยการ สัมผัสกับสุกรปวยโดยตรงหรือสุกรที่เปนพาหนะของโรค และเมื่อสุกรไดรับเชื้อโรคตัวน้ีเขาสูรางกาย แลว เช้ือโรคตัวนจี้ ะใชเ วลาในการฟกโรคโดยท่ัวๆ ไปประมาณ 10-14 วัน สกุ รกจ็ ะเรม่ิ แสดงอาการ ปวยของโรคใหเ หน็ อาการทพ่ี บเหน็ ไดม อี ยู 2 แบบดวยกัน 1. แบบแรก อาการของโรคจะเกิดแบบฉับพลันโดยจะพบสุกรปวยทีละตัวสองตัว และ อาการของโรคที่พบไมเดน ชดั คอื สกุ รปว ยจะกนิ อาหารนอ ยลง อจุ จาระอาจจะเหลวหรอื เปน กอ นเหมอื น ปกติ แตตอมาอจุ จาระจะเหลวมสี เี หลอื งจนถงึ สเี ทา และในทส่ี ดุ อจุ จาระจะเหลวเปน เลอื ดสดและมมี กู ซ่ึงเปนลักษณะเดน ของโรค อาการปวยแบบแรกนี้มักพบวาเปนกับสุกรภายหลังหยานมแลว 2 หรือ 3 สัปดาห 2. แบบทส่ี อง อาการของโรคเปน แบบเรอ้ื รงั คอื จะพบอาการอจุ จาระเหลวสเี ทาและมี เย่ือบุผิวของลําไสป นออกมา แตไ มม เี ลอื ดปนออกมากบั อจุ จาระ สุกรปวยทฟ่ี น จากโรคหรอื ปว ยแตไ มแ สดงอาการของโรค พบวา สกุ รสามารถปลอ ยเชอ้ื โรคออกมากบั อจุ จาระได x การปอ งกนั โรคบิดมกู เลอื ก สามารถปอ งกนั ไดโ ดย 1. กาํ จัดสุกรทเ่ี ปน พาหะของโรค 2. มีการกกั และตรวจโรคสกุ รใหม 3. มีการเลย้ี งดแู ละอาหารทด่ี ี 4. มีการสขุ าภบิ าลทด่ี ี x การรกั ษา โรคบิดมกู เลอื ดเกดิ จากเชอ้ื แบคทเี รยี รว มกบั เชอ้ื สไปโรขดี ยาที่จะใชรักษาโรคนี้ได ได แก ยาปฏชิ วี นะ เชน ยาลินโคมยั ซนิ ยาไทโลซิน ยาแบคซิทราซินหรือยาคลอเตตราไซคลิน หรอื ยากลุม สังเคราะห เชน ยาฟูราโซลิโดน โรนดิ าโซน ไดเมทไตรดาโซน หรอื คารบ าดอ็ ก นอกจากใหยาไปกาํ จัด เช้ือโรคแลว อาหารทใ่ี หส กุ รปว ยควรมพี ลงั งานตา่ํ แตมีเย่ือใยสูง และควรใหส ารอเิ ลคโทรไลทผ สมนา้ํ ใหสุกรกนิ จะชว ยลดความรนุ แรงของโรคลงได ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 17 โรคพลาสเทอรโ รซสี โรคน้ีพบเปนโรคแทรกเมื่อสุกรปว ยดวยโรคติดเชื้อไวรัส หรอื เมอ่ื สกุ รออ นแอหรอื สกุ ร เครียด ซง่ึ เนอ่ื งมาจากการจดั การทผ่ี ดิ พลาดไมเ หมาะสม x สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซง่ึ เชอ้ื โรคตวั นส้ี ามารถพบไดท ส่ี ว นตน ของระบบหายใจและทาง เดินอาหาร เชอ้ื โรคตวั นจ้ี ะพบเปนปญหาเม่ือสกุ รปวยหรอื เม่อื มปี ญ หาเกย่ี วกบั สุขาภิบาล มีปญหาพยาธิ หรือเม่ือมีสภาพการเลี้ยงสุกรที่แออัด อาการของโรคขึ้นอยูกับความรุนแรงของโรคท่ีเปนอยูและเนื้อที่ ของปอดทเ่ี กิดการตดิ เชื้อโรค ในรายทร่ี ุนแรงอาการที่พบไดค อื มไี ขส งู 105-106 องศาฟาเรนไฮต มนี า้ํ มกู ไมก ิน อาหาร ออ นแอและซมึ ในรายโลหิตเปนพิษ อาการที่พบไดคือ มไี ขส งู 105-108 องศาฟาเรนไฮต ออ นแอ หายใจผิดปกติ และไมอ ยากเคลอ่ื นท่ี ในรายไมร นุ แรง อาการที่พบไดคือ ไอเพยี งอยา งเดยี ว x การปอ งกนั โรคพลาสเทอรโ รซสี สามารถปอ งกนั ไดโ ดย 1. มีการเลย้ี งดแู ละใหอ าหารทด่ี ี 2. มีการสขุ าภบิ าลทด่ี ี 3. ถามีปญหาเกี่ยวกับพยาธิ ควรมกี ารวางโปรแกรมใหถ กู ตอ ง 4. อยาเลี้ยงสุกรจาํ นวนมากเกนิ ไปจนแออดั ในแตล ะคอก x การรกั ษา โรคพลาสเทอรโรซีสเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ยาที่จะใชรักษาโรคนี้ได ไดแก ยาปฏชิ วี นะ เชน ยาคลอเตตรา ไซคลนิ หรอื ยาเพน็ นซิ ลิ ิน หรือยาสเตร็ปโตมัยซินหรือยาอีริโทรมัยซิน หรือยากานา มัยซิน หรอื ยาโคลสิ ติน เปน ตน หรือยากลมุ ซัลโฟนามาย การแกไ ขการจดั การใหด ขี น้ึ เชน อยา ใหค วามชน้ื ในโรงเรอื นสงู มนี า้ํ สะอาดใหส กุ ร ด่ืม ใหอาหารทม่ี คี ณุ คา ดี จะสามารถลดการสญู เสยี เนอ่ื งจากโรคนไ้ี ด โรคบาดทะยกั โรคน้ีพบเปน ไดง า ยกบั สตั วเ ลย้ี งลกู ดว ยนม โดยเฉพาะมา x สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เชอ้ื ตวั นส้ี ามารถพบไดใ นดนิ ลาํ ไสข องคนและสตั ว เชอ้ื นจ้ี ะเขา สู รางกายสุกรไดโ ดยทางบาดแผลและสามารถจะเจริญเตบิ โตไดในทีท่ ่ไี มมอี อกซเิ ยน โดยเชอ้ื นจ้ี ะใชเ วลา ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 18 ในการฟกโรค โดยทั่วไปประมาณ 10-14 วัน สกุ รกจ็ ะเรม่ิ แสดงอาการปว ยของโรคใหเ หน็ อาการที่พบ ไดคือ เกิดการแขง็ ตวั ของกลา มเนอ้ื บรเิ วณแกม คอ ขาหลงั และบรเิ วณทม่ี กี ารตดิ เชอ้ื หลังจากนั้นจะพบ อาการกระตุก และไวตอ การแสดงออก การเคย้ี วอาหารลาํ บาก หางแข็ง หัวและคอยืด และขาแข็งแกรง x การปอ งกนั โรคบาดทะยกั สามารถปอ งกนั ไดโ ดย 1. โรคนี้เกิดจากเชื้อโรคเขาบาดแผล ฉะนน้ั การตดั สายสะดอื และการตอนตอ งทาํ ดว ย ความสะอาด 2. ภายหลังการผา ตดั หรอื การตอน ควรใหยาปฏิชีวนะเพื่อปองกันโรคบาดทะยัก 3. มีการสขุ าภบิ าลทด่ี ี x การรกั ษา โรคบาดทะยักเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ยาที่ใชรักษาโรคนี้ไดแก 1. ยาปฎิชีวนะเชน ยากลมุ เพน็ นซิ ลิ นิ 2. หรอื ใหยาแอนตีท้ อ็ กซิน 3. หรือใหยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์การทําลายกวาง เชน ยาคลอแรมเฟนนิคอล หรือ ยาคลอเตตรา ไซคลนิ เปน ตน โรคทอ งเสยี ในลกู สกุ รทเ่ี กดิ จากเชอ้ื อ.ี โคไล โรคน้ีเปนโรคตดิ เชอ้ื ทางเดนิ อาหาร พบวาเปนไดกับสุกรทุกอายุโดยเฉพาะลูกสุกร x สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซ่ึงเช้ือโรคตัวน้ีสามารถพบไดในทางเดินอาหารปกติและเม่ือ รางกายสุกรออนแอ เชื้อโรคก็จะเพิ่มจาํ นวนมากขน้ึ ซง่ึ เปน ผลใหส กุ รปว ย ความรนุ แรงของโรคขน้ึ อยกู บั อายุของสุกรที่ปวย คอื ถา เปนกับลูกสุกรแรกคลอดมักพบวา ลกู สุกรปวยจะตายดวยอาการโลหติ เปนพิษ โดยไมพ บอาการทอ งเสยี สําหรับลูกสุกรปวยที่ไมตาย จะพบอาการทองเสีย ขนหยาบ รา งกายสูญเสีย นา้ํ และผอมแกรน สุกรรุนทเ่ี กดิ อาการทอ งเสยี เนอ่ื งจากเชอ้ื อี.โคไล มกั เนอ่ื งมาจากการกนิ หรอื หายใจเอา เช้ือโรคตวั นเ้ี ขา ไป x การปอ งกนั โรคทองเสยี ท่เี กิดจากเชอื้ อี.โคไล สามารถปอ งกนั ไดโ ดย 1. มีการจดั การเลย้ี งดแู ละอาหารทด่ี สี ําหรบั แมส กุ รทอ งและเลย้ี งดู 2. มีการสขุ าภบิ าลทด่ี ี 3. ลูกสุกรแรกคลอดตอ งใหไ ดก นิ น้ํานมเหลอื งจากแมส กุ ร ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 19 4. แมสุกรจะตอ งเลย้ี งลกู เกง และมคี วามสามารถในการใหน า้ํ นมดี x การรกั ษา โรคทองเสียที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียอ.ี โคไล ยาที่จะใชรักษาโรคนี้ได ไดแก ยาปฏชิ วี นะ เชน ยานโี อมัยซิน หรอื ยาสเตรป็ โตมยั ซิน หรอื ยาโคลสิ ติน หรอื ยากลุม สงั เคราะห โรคขอ บวมในลกู สกุ ร โรคน้ีพบวา เปน มากในลกู สกุ รทม่ี กี ารตดั สายสะดอื ไมส ะอาด x สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซ่ึงเช้ือโรคตัวน้ีจะเขาสูรางกายลูกสุกรโดยทางบาดแผลเชน ที่สะดือ หรือการฉีดยา เปน ตน อาการทพ่ี บไดใ นลกู สกุ รปว ยคอื ขอ อกั เสบเปน หนอง x การปอ งกนั โรคขอบวมในลกู สกุ รสามารถปอ งกนั ไดโ ดย 1. มีการตัดสายสะดอื หรอื ใชเ ขม็ ฉดี ยาทส่ี ะอาด 2. มีการสขุ าภบิ าลทด่ี ี 3. มีการจดั การเลย้ี งดทู ส่ี ะอาด x การรกั ษา โรคขอ บวมในลกู สกุ รเกดิ จากเชอ้ื แบคทเี รยี ยาที่จะใชรักษาได ไดแก ยาปฏชิ วี นะ เชน ยากลมุ เพน็ นซิ ลิ ินหรอื ยากลมุ เตตรา ไซคลิน เปน ตน โรคเอนซูติกนิวโมเนีย โรคติดเชอ้ื ทางระบบหายใจทเ่ี กดิ จากเชอ้ื มายโคพลาสมา โรคน้ีมักพบวา เปน โรคแทรกเมอ่ื รา งกายสกุ รออ นแอหรอื ปว ยดว ยโรคอน่ื ๆ ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
โรคสุกร 20 x สาเหตแุ ละอาการของโรค เกิดจากเช้ือมายโคพลาสมา ซึ่งเช้ือโรคตัวนี้จะเขาสูรางกายสุกรไดโดยทางการหายใจ อาการปว ยของโรคน้ีที่พบไดค อื ไอลกึ หายใจลาํ บาก ไมก นิ อาหาร มอี าการไขส งู ถงึ 105-107 องศา ฟาเรนไฮต x การปอ งกนั โรคติดเชื้อทางระบบหายใจที่เกิดจากเชื้อมายโคพลาสมา 1. มีการจดั การเลย้ี งดแู ละอาหารทด่ี ี 2. มีการสขุ าภบิ าลทด่ี ี 3. อยาเลย้ี งสกุ รมากตวั ตอ คอก x การรกั ษา โรคนเ้ี กดิ จากเชอ้ื มายโคพลาสมา ยาที่จะใชรักษาได ไดแก ยาปฏชิ วี นะ เชน ยาไทโล ซิน หรอื ยาลินโคมยั ซิน หรอื ยากลุมสงั เคราะห ๐ กลบั ไปหนา กอ นน้ี ๐ หนา ถดั ไป ๐ กลบั หนา หลกั /สารบญั
Search
Read the Text Version
- 1 - 20
Pages: