1 บทนำ พน้ื ทภี่ าคใต้ตอนบนประกอบดว้ ย 7 จงั หวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา กระบี่ และภูเก็ต มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงต่าสลับกันตั้งแต่ตอนบนจนถึงตอนล่างของภาค โดยด้าน ตะวนั ตกมีแนวเทือกเขาตะนาวศรี และเทอื กเขาภเู ก็ต ซ่งึ เป็นแหล่งก่าเนิดแม่น่้าสายส่าคัญในภูมิภาค ส่วนพื้นที่ ตอนกลางของภาคมีเทือกเขานครศรีธรรมราชทอดเป็นแนวเหนือ - ใต้ ส่าหรับสภาพภูมิอากาศภาคใต้ตอนบน ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวนั ตกเฉยี งใต้ ในชว่ งเดือนพฤษภาคม - ตลุ าคม และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงเดือนพฤศจกิ ายน - มกราคม จากสภาพภูมิประเทศและภมู ิอากาศดังกล่าว ท่าให้มีอิทธิพลต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และการ ท่าการเกษตรของภูมิภาคนี้ ซ่ึงมีพืชเศรษฐกิจที่ส่าคัญของประเทศหลายชนิด อย่างไรก็ตามในพื้นท่ีภาคใต้ ตอนบนยังมีความหลากหลายของพืชประจ่าถิ่นหรือพืชพื้นเมือง โดยเฉพาะทุเรียนพื้นเมือง ซึ่งนอกจากสภาพ พื้นและสภาพอากาศแล้ว วิถีชีวิตของคนสมัยก่อนก็เป็นส่วนส่าคัญให้เกิดความหลากหลายของทุเรียนพื้นเมือง เนื่องจากในสมัยโบราณการขยายพันธ์ุทุเรียนนิยมใช้เมล็ด ต้นไหนอร่อยถูกใจก็จะเก็บเมล็ดไปปลูก ด้วยหวังว่า จะได้ต้นที่ให้ผลอร่อยดังเดิม แต่ในความเป็นจริงทุเรียนท่ีได้จากการเพาะเมล็ดย่อมมีความแตกต่างจากต้นเดิม ไม่มากกน็ อ้ ย ทเุ รยี นพื้นเมืองทม่ี ีอย่ใู นปัจจุบันจึงถอื เปน็ มรดกทางพันธุกรรมท่ีส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์ แต่ปัจจุบันจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทั้งสภาพแวดล้อม สภาพสังคม และเศรษฐกิจได้ส่งผล กระทบต่อทรัพยากรท่ีมีค่านี้ ให้มีจ่านวนลดน้อยลงและเสี่ยงต่อการสูญหายไปจากพื้นที่ได้ ท้ังสาเหตุจากภัย ธรรมชาติ และพฤติกรรมของเกษตรกรที่ปรับเปลี่ยนพ้ืนท่ีไปปลูกพืชเศรษฐกิจอ่ืนท่ีมีราคาดี เช่น ยางพารา ปาลม์ น้่ามนั หรอื ปลูกทดแทนด้วยทุเรียนพนั ธุ์การคา้ เชน่ หมอนทอง ชะนี ก้านยาว เป็นต้น ต้นทุเรียนพ้ืนเมือง ท่ีเหลอื อยู่ในปัจจบุ นั ส่วนใหญ่มกั จะแซมอยู่กับพชื เศรษฐกิจอน่ื เชน่ ยางพารา ปาล์มน้่ามัน และไม้ผล ซึ่งมีเพียง ไม่กีต่ ้นในแต่ละแปลงของเกษตรกรแต่ละราย ส่วนใหญ่มีอายุต้นมากกว่า 50 ปี หลายต้นมีอายุมากกว่า 100 ปี โดยแตล่ ะต้นล้วนให้ผลที่แตกต่างกนั ท้ังลักษณะภายนอก ไดแ้ ก่ รูปร่างผล มที ั้ง กลม แป้น รี ไข่ ขนาดผลที่มีทั้ง ขนาดเล็ก ปานกลางไปจนถึงใหญ่ ลักษณะรูปร่างหนามมีท้ัง โค้งงอ เว้า แหลม รวมท้ังความยาวและความ หนาแน่นของหนามล้วนเป็นลักษณะภายนอกท่ีแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของทุเรียนพื้นเมืองแต่ละต้น ส่าหรับลักษณะภายในก็แสดงความแตกต่างชัดเจน โดยเฉพาะ สีเน้ือ ซ่ึงมีทั้งเหลืองเข้ม เหลืองอ่อน เหลืองอม ส้ม ครีม ไปจนถึงขาว ปริมาณน่้าในเน้ือซึ่งถ้าท่ีมีปริมาณน้อยจะท่าให้เนื้อแห้ง แต่ถ้ามีมากไปจะท่าให้เน้ือเละ ลักษณะรูปทรงเมล็ด ลีบ เล็ก ใหญ่ รวมท้ังจ่านวนเมล็ดต่อผล กล่ินซึ่งมีทั้ง อ่อน ปานกลาง แรง หรือกลิ่น เฉพาะท่ีต่างจากกลิ่นทุเรียนทั่วไป และรสชาติที่มีทั้งหวานมัน หวานแหลม หรือมีรสขมปะปน เป็นต้น จาก ลักษณะความแตกต่างดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าทุเรียนพ้ืนเมืองมีความหลากหลายสูง ดังน้ันโอกาสที่จะมีทุเรียน พื้นเมืองท่ีมีลักษณะดี คือ มีเน้ือหนา แห้ง สีเหลืองทอง เมล็ดเล็ก มีกลิ่นและรสชาติหวานมันเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตน้ และมีคณุ ภาพในการรับประทานไม่ด้อยกว่าทุเรียนพันธ์ุการค้า ท่ีก่าลังรอให้มีการค้นพบ และพัฒนา ให้เปน็ ทีร่ จู้ ักเพอ่ื สรา้ งคุณคา่ ใหก้ ับชมุ ชนเพ่มิ ข้ึนได้
2 จากความหลากหลายและการคัดเลือกทุเรียนพื้นเมืองในพ้ืนท่ีภาคใต้ตอนบนซึ่งด่าเนินการส่ารวจ ในช่วง ปี 2556 – 2562 เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่าน้ัน ที่ถูกค้นพบและคัดเลือกมาท่าการศึกษาลักษณะสัณฐาน วิทยาประจ่าต้นไว้น้ัน หากยังคงมีอีกจ่านวนไม่น้อยที่ยังไม่ถูกค้นพบให้เป็นท่ีรู้จัก ซึ่งอาจจะก่าลังเผชิญกับ สถานการณ์ที่เสี่ยงต่อความคงอยู่ของทุเรียนพ้ืนเมืองได้ ดังน้ันการค้นหา คัดเลือกของทุเรียนพ้ืนเมืองที่มี ลักษณะดี ที่มีศักยภาพเป็นอัตลักษณ์เฉพาะพ้ืนที่ให้ปรากฏสู่สาธารณะ ผลักดันและเพ่ิมมูลค่าทรัพยากร ให้กับ ทุเรียนพ้ืนเมือง ช่วยให้เกษตรกรตระหนักถึงคุณค่าของทุเรียนพื้นเมือง ควรแก่การอนุรักษ์ให้เป็นอัตลักษณ์ ประจา่ ถนิ่ อกี ทัง้ ยังเปดิ โอกาสทางการตลาดให้กบั ทุเรียนพ้ืนเมอื งไดอ้ ีกด้วย ร่วมกบั มีการวิจัยและพัฒนาต่อยอด เพอ่ื สรา้ งมลู คา่ และยกระดบั ทุเรยี นพ้ืนเมอื งใหเ้ ป็นพชื เศรษฐกจิ ใหม่เฉพาะถิ่นเป็นอีกหน่ึงทางเลือกท่ีสร้างรายได้ ให้แก่เกษตรกรท่ียั่งยืนตอ่ ไป
3 ทุเรยี น ทุเรียน (Durian) เป็นผลไม้เขตร้อน จัดอยู่ในวงศ์ Bombacaceaeสกุล Durio (Macmillan, 1994) พืชวงศ์นี้มีประมาณ 30 สกุล มากกว่า 200 ชนิด (species) พบแพร่กระจายรอบโลกในพื้นที่ท่ีมีลักษณะ ภูมอิ ากาศในเขตร้อน (Seogeng-Reksodihardjo, 1962) พืชสกุล Durioประกอบไปด้วยพืชประมาณ 30 ชนิด มี ถิ่ น ก่ า เ นิ ด ใ น แ ถ บ เ อ เ ชี ย ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง ใ ต้ ที่ เ ป็ น ศู น ย์ ก ล า ง ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ใ น เ ก า ะ บ อ ร์ เ นี ย ว (Mendoza,1941; Lim, 1990) แพร่กระจายในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแถบอินโดจีน จัดเป็นพืช พื้นเมืองของประเทศมาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย (Orwa et al., 2009) ค่าว่า “ทุเรียน” มาจากภาษา มาเลย์ คือ ดูรี (duri แปลว่า หนาม) ต่อกับ – an เพ่ือสร้างเป็นค่านาม (Don, 1831) ถึงแม้ว่าทุเรียนจะไม่ได้มี ถ่นิ กา่ เนดิ ในประเทศไทย แต่จัดว่าเป็นผลไม้ที่สามารถปลูกได้หลายพ้ืนท่ี และเป็นผลไม้เศรษฐกิจท่ีนิยมบริโภค และสง่ ออกขายต่างประเทศท่ารายไดม้ หาศาลใหก้ บั เกษตรกร พชื สกลุ Durio ส่วนใหญ่เป็นชนิดที่รับประทานไม่ได้เน่ืองจากมีปริมาณเนื้อ (fresh) เล็กน้อย หรือไม่มี เน้ือ ส่วนชนิดท่ีรับประทานได้มีอย่างน้อย 9 ชนิดได้แก่ (1) D.dulcisBecc., (2) D. graveolensBecc., (3) D. kutejensisHassk. &Becc., (4) D. oxleyanusGriff., (5) D. testudinarumBecc., (6) D. lowianusScort. &King.,(7) D. macranthaKosterm., (8) D. zibethinusMurr. และ (9) D. grandiflorusแต่มีเพียงชนิด D.zibethinusMurr. ทไ่ี ด้รบั ความนิยมและปลูกในเชงิ การค้ากนั อย่างแพรห่ ลาย (Muhammad et al., 2012) ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ของทุเรยี น 1. รำก ทุเรยี นเป็นพืชทม่ี รี ะบบรากหลายชนิด คือ รากแก้ว (peimary root) ของต้นทุเรียนมีรากเดียวท่ีเจริญ จากล่าต้นดิ่งลึกสู่ชั้นดิน รากแก้วจะแตกแขนงไปเป็นรากก่ิง (secondary roots) และรากแขนง (tertiary roots) จะแตกออกจากรากก่ิงตามล่าดับ ซึ่งรากแขนงท่ีแตกออกจากรากแก้วนั้นพบหาได้ยากมาก และจะพบ ในระดับ 12 นิ้ว จากผิวดินลึกลงไป รากทุเรียนไม่มีรากขนอ่อน (root hairs) จะมีรากพิเศษท่ีเกิดจากบริเวณ โคนตน้ ตามผวิ ดินอยมู่ ากมาย เปน็ รากอาหารที่อยู่ตามผิวดินจนถึงระดับ 20 นิ้ว ส่าหรับรากฝอยที่อยู่บริเวณผิว ดิน มักมีรากพิเศษที่แตกออกมามากมายลักษณะคล้ายตีนตะขาบเรียกว่า “รากตะขาบ” รากเหล่านี้จะช่วยดูด ซึมน้่าและแร่ธาตุ รากแก้วของทุเรียนท่าหน้าที่ยึดล่าต้น ส่วนรากแขนงและรากฝอยจะท่าหน้าที่ช่วยยึดล่าต้น และหาอาหาร การปลูกทุเรียนจะมีท้ังการปลูกด้วยเมล็ดและปลูกจากก่ิงตอน ทุเรียนที่ปลูกจากเมล็ดจะมีระบบราก แก้วท่ีเจริญออกมาการแกนกลางของโคนต้นลงไปด่ิงลึกสู่ช้ันดิน มีรากแขนงแตกออกจากรากแก้ว มีรากฝอย แตกออกมากจากรากแขนง มรี ากพิเศษแตกออกจากรากแขนงและรากฝอยท่าหน้าที่ดูดซึมน่้าและแร่ธาตุคล้าย รากฝอย ส่วนทุเรียนท่ีปลูกจากก่ิงตอนจะมีรากพิเศษหรือรากแขนงที่แตกจากรากพิเศษด่ิงลึกสู่ชั้นดินท่าหน้าที่ คล้ายรากแก้วและสามารถดิ่งลึกลงไปถึงระดับน่้า จะมีรากอาหารและรากฝอยท่าหน้าท่ีดูดอาหาร (แสวง, 2527; พิจิตร, 2540; ชัยสิทธิ์, 2548) 2. ลำตน้ ทเุ รียนเป็นไม้ยืนตน้ ขนาดใหญไ่ ม่ผลดั ใบ ลา่ ต้นตงั้ ตรง เส้นผ่านศูนย์กลาง 6 - 24 นิ้ว ความสูง 20 - 40 เมตร ถ้าปลูกจากกิ่งตอนล่าต้นเตย้ี กว่า ความสูง 8 - 12 เมตร อายุยืนยาวถึง 80 - 150 ปี ล่าต้นใหญ่เต็มที่จะมี เส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 50-120 เซนติเมตร เปลือกล่าต้นเป็นสีน้่าตาลเข้ม แข็ง ผิวขรุขระ มีรอยแตกเป็น
4 ทางยาว ลอกเปลือกได้แต่ค่อนข้างล่าบาก เป็นพวกไม้เนื้ออ่อน กิ่งก้านแตกออกจากล่าต้นหลักโดยรอบสลับ ทศิ ทางกัน ลักษณะกิ่งจะเหยียดตรงหรือเป็นคดโค้งข้ึนอยู่กับพันธ์ุและการตอบสนองต่อแสง กิ่งด้านล่างของล่า ตน้ มากกว่าด้านบน ล่าต้นเป็นทรงพีระมดิ หรือกรวยคว่า (แสวง, 2527; พจิ ติ ร, 2540; ชัยสิทธ์ิ, 2548) 3. ใบ ทุเรียนเป็นใบเล้ียงคู่มีลักษณะกว้าง เป็นใบเดี่ยวเรียงตัวสลับกันขนาดความกว้าง 2 - 3 นิ้ว ความยาว 6-8 น้ิว ปลายใบแหลม รูปร่างยาวรี ใบเรียบ ด้านบนใบจะมีสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม ด้านล่างใบจะมีออกสี น่้าตาลแดง ใบแตกจากตากิ่งลักษณะทแยงตรงข้ามกับก่ิง ใบอ่อนจะพับครึ่งตามความยาวของก้านกลางใบ ติดกัน เมื่อเริ่มแก่จะคลี่ออกมาเร่ือย ๆ ก้านใบกลมเป็นสีน่้าตาลความยาวประมาณ 1 น้ิว เส้นใบสานกันเป็น รา่ งแห (แสวง, 2527; พิจิตร, 2540; ชัยสทิ ธ์, 2548) 4. ดอก ดอกทุเรียนเป็นดอกช่อเจริญออกจากล่าต้นหรือโคนก่ิงที่แยกออกจากล่าต้น มีลักษณะคล้ายระฆัง ทุเรียนจะออกดอกเป็นช่อ ๆ ใน 1 ช่อ มีดอก 1 - 30 ดอก ดอกรวงจะอยู่กันเป็นพวง พวงหน่ึงมี 1 - 8 ดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ โดยมีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ภายในดอกเดียวกัน มีรังไข่อยู่เหนือส่วนอ่ืนของดอก ดอกตมู มีลกั ษณะกลมหรือรปู ไข่ ในแตล่ ะดอกประกอบดว้ ย (แสวง, 2527; พจิ ิตร, 2540; ชยั สิทธ์, 2548) (1) กลีบเลยี้ ง เป็นกลบี ชั้นนอกสุดมสี เี ขยี วอมนา่้ ตาลห้มุ ดอกมิดชิด มรี อยแบง่ กลีบเหมือนดอกไม้ ชนดิ อ่นื เมื่อดอกใกลแ้ ย้มจะแยกออกเป็น 2 หรือ 3 กลีบ (2) กลีบรอง มสี ขี าวอมเหลืองอ่อนลกั ษณะคลา้ ยหมอ้ ตาลโตนดอยถู่ ัดเข้าไปจากกลีบเลี้ยง กลีบรอง 5 กลบี มีโคนเชอื่ มติดกนั เป็นกระเปาะพองออก มีความยาวเส้นผา่ นศนู ยก์ ลาง 1 - 2 นวิ้ เปน็ ส่วนเก็บน้่าหวาน (3) กลีบดอก มีสีขาวนวล มี 5 กลบี เรียงถัดจากกลีบรอง (4) เกสรตัวผู้ มี 5 ชุด แต่ละชุดประกอบด้วยก้านเกสร 5 - 8 อัน เป็นก้านยาวสีขาว ตรงปลายมี อับเรณูอยู่เป็นจ่านวนมาก ส่วนนี้จะอยู่เช่ือมติดกันเป็นแผงต้นโคนดอกท่ีถัดจากกลีบดอก ซึ่งอยู่ด้านในท่าให้ ดอกทุเรียนผสมในดอกเดียวกันตามธรรมชาติได้ยาก ช่วงเวลาที่เกสรตัวผู้และอับเรณูจะแตกและปล่อยละออง เกสรคอื ช่วงภายหลังจากมืดแล้ว กา้ นเกสรสน้ั กว่ากา้ นเกสรตวั เมยี (5) เกสรตวั เมีย เมอื่ ดอกเรม่ิ บานเกสรตัวเมียจะโผล่ออกมาก่อนและรอรบั การผสมเกสรจากดอก อน่ื หรอื ต้นอืน่ ดอกจะบานเต็มที่และส่งกล่นิ หอมโดยเกสรตวั เมยี ในช่วงบา่ ยๆใกล้ค่า 5. ผล ทุเรียนเปน็ ผลเด่ียวมลี กั ษณะรูปทรงหลายแบบ เช่น กลม รี กน้ ป้าน เป็นผลท่มี ีเปลือกหนาหุ้มรอบผลมี หนามคมล้อมรอบรูปร่างพีระมิด เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 - 8 น้ิว ยาว 9 - 13 นิ้ว แต่ละส่วนของผล เรียกว่า “พู” บางพูมีเมล็ดเต็มบางพูเมล็ดลีบ ข้ึนอยู่กับการผสมเกสรและพันธ์ุทุเรียน เน้ือผลจะพัฒนาต้ังแต่ สัปดาหท์ ี่ 4 หลงั จากผสมเกสรโดยเริ่มจากเปน็ แผ่นบางสขี าวแล้วขยายจนห่อหุ้มเมล็ด เน้ือมีสีหลากหลายตั้งแต่ ขาวเหลือง เหลืองอ่อน เหลืองเขม้ จนถึงแดงแล้วแตพ่ นั ธุ์ (แสวง, 2527; พจิ ิตร, 2540; ชัยสทิ ธ์ิ, 2548) 6. เมล็ด เมล็ดทุเรียนมีลักษณะรูปทรงยาวรี ขนาดและสีแตกต่างกันข้ึนอยู่กับพันธุ์โดยปกติเมล็ดจะมีสีน่้าตาล เหลือง หรือน้่าตาลอมแดงเม่ือแก่จัด มีเย่ือบางหุ้มอยู่ เม่ือผ่าดูจะเห็นเนื้อสีขาวมีเมือกล่ืน ๆ อยู่ภายใน (แสวง, 2527; พจิ ติ ร, 2540; ชัยสทิ ธิ์, 2548)
5 กำรจำแนกพนั ธ์ทุ ุเรยี น 1.กำรจำแนกพันธุ์ทุเรยี นตำมลักษณะสณั ฐำนวิทยำ หิรัญ (2551) ไดจ้ ่าแนกพนั ธุท์ ุเรียนท่ีพบในประเทศไทยได้เป็น 6 กลุ่ม ตามลักษณะ ปลายใบ ฐานใบ ทรงผล และรูปร่างของหนาม ซึ่งเป็นลักษณะท่ีค่อนข้างคงท่ีไม่แปรปรวนตามสภาพแวดล้อม ใช้เป็นเกณฑ์การ จ่าแนกพนั ธุ์ทเุ รียนได้อย่างเป็นระบบ ดังนี้ 1. กลุ่มกบ มีลักษณะรูปทรงใบเป็นแบบรูปไข่ขอบขนาน (oval-oblong) ลักษณะปลายใบเป็นแบบ แหลมโค้ง (acuminate-curve) ลักษณะฐานใบเป็นแบบกลมมน (rounded-obtuse) และลักษณะทรงผลของ กลุ่มกบนี้จะกระจายอยู่ใน ๓ ลักษณะคือกลม (rounded) กลมรี (oval) กลมแป้น (oblate) รูปร่างของหนาม ผลมลี ักษณะโคง้ งอ (hooked) จา่ แนกพนั ธไุ์ ด้ 46 พันธุ์ เชน่ กบตาด่า กบทองคา่ กบวดั เพลง กบกา้ นยาว ส่วนของพชื กลุ่มกบ ลกั ษณะสณั ฐาน ใบ (ก) รูปใบขอบขนาน (ข) แหลมโคง้ (ค) กลมมน หนาม (ง) โค้งงอ ผล (จ) กลมแป้น (ฉ) กลม (ช) กลมรี
6 2. กลุ่มทองยอ้ ย มีลกั ษณะรูปทรงใบแบบปอ้ มปลายใบ (obovate-lanceolate) ลักษณะปลายใบเรียว แหลม (acuminate) ลักษณะฐานใบมน (obtuse) ลักษณะทรงผลเป็นรูปไข่ (ovate) รูปร่างของ หนามผลมี ลกั ษณะนนู ปลายแหลม (pointed-convex) จา่ แนกพันธ์ุได้ 14 พันธุ์ เชน่ ทองย้อยเดิม ทองย้อยฉัตร ทองใหม่ สว่ นของพชื กลมุ่ ทองยอ้ ย ลกั ษณะสณั ฐาน ใบ (ก) ป้อมปลายใบ (ข) เรยี วแหลม (ค) มน หนาม (ง) นนู ปลายแหลม ผล (จ) รปู ไข่
7 3. กลุ่มก้านยาว มีลักษณะรูปทรงใบแบบป้อมปลายใบ (obovate-lanceolate) ลักษณะปลายใบ เรียวแหลม (acuminate) ลักษณะฐานใบเรียว (caunate acute) ลักษณะทรงผลเป็นรูปไข่กลับ (obovate) และกลม (rounded) รูปร่างของหนามผลมีลักษณะนูน (convex) จ่าแนกพันธุ์ได้ 8 พันธ์ุ เช่น ก้านยาว ก้านยาววดั สัก กา้ นยาวพวง ส่วนของพชื กลมุ่ ก้ำนยำว ลักษณะสณั ฐาน ใบ (ก) ป้อมปลายใบ (ข) เรยี วแหลม (ค) เรียว หนาม (ง) นูน ผล (จ) รูปไข่กลับ (ฉ) กลม
8 4. กลมุ่ ก่าปน่ั มีลกั ษณะรปู ทรงใบ ยาวเรียว (linear-oblong) ลักษณะปลายใบเรียวแหลม (caudate- acuminate) ลกั ษณะฐานใบแหลม (acute) ลักษณะทรงผลเป็นทรงขอบขนาน (oblong) รูปร่างของหนามผล มีลักษณะแหลมตรง (pointed) จ่าแนกพนั ธ์ไุ ด้ 13 พันธ์ุ เช่น กา่ ปนั่ เหลอื ง กา่ ปั่นแดง ป่นิ ทอง หมอนทอง สว่ นของพืช กลมุ่ กำปัน่ ลกั ษณะสณั ฐาน ใบ (ก) ยาวเรยี ว (ข) เรยี วแหลม (ค) แหลม หนาม (ง) แหลม ผล (จ) ขอบขนาน
9 5. กลุ่มลวง มีลักษณะรูปทรงใบ ป้อมกลางใบ (elliptical) ลักษณะปลายใบเรียวแหลม (acuminateacute) ลักษณะฐานใบแหลม (acute) และมน (obtuse) ลักษณะทรงผลกระจายอยู่ใน 2 ลักษณะ คือ ทรงกระบอก (cylindroidal) และรูปรี (elliptic) รูปร่างของหนามผลมีลักษณะเว้า (concave) จ่าแนกพันธ์ไุ ด้ 12 พนั ธุ์ เช่น ลวงทอง ชะนี สายหยุด ชะนกี า้ นยาว สว่ นของพืช กลมุ่ ลวง ลกั ษณะสัณฐาน ใบ (ก) ป้อมกลางใบ (ข) แหลมเรยี ว (ค) แหลม (ง) มน หนาม (จ) เวา้ ผล (ฉ) รปู รี (ช) ทรงกระบอก 6. กลุ่มเบ็ดเตล็ด ทุเรียนท่ีจัดอยู่ใน กลุ่มน้ีมีลักษณะไม่แน่ชัด บางลักษณะอาจเหมือนกับกลุ่มใดกลุ่ม หน่ึงใน 5 กล่มุ แรก ขณะเดยี วกันก็มลี ักษณะท่ีผันแปรออกไป เช่น ลักษณะรูปทรงใบ จะมีลักษณะป้อมกลางใบ (elliptical) หรือรูปไข่ขอบขนาน (oval-oblong) ลักษณะปลายใบเรียวแหลม (acuminate-acute หรือ
10 cuspidate-acuminate) ลักษณะฐานใบแหลม (acute) หรือมน (obtuse) ลักษณะทรงผลกระจายกันอยู่ใน 3 ลกั ษณะ คอื กลมแปน้ (oblate) กลมรี (oval) และทรงกระบอก (cylindroidal) รูปร่างของหนามผลมีลักษณะ เว้าปลายแหลม (pointed-concave) หรือนูนปลายแหลม (pointed-convex) เป็นทุเรียนท่ีจ่าแนกลักษณะ พนั ธุไ์ ด้ไม่แนช่ ดั มอี ยูถ่ งึ 81 พนั ธ์ุ สว่ นของใบ กลมุ่ เบด็ เตล็ด ลักษณะสัณฐาน ใบ (ก) ป้อมกลางใบ (ข) รูปไขข่ อบขนาน (ค) แหลมเรียว (ง) ตง่ิ แหลมยาว (จ) มน (ฉ) แหลม หนาม (ซ) เว้าปลายแหลม (ญ) ทรงกลมแป้น (ช) นูนปลายแหลม ผล (ฌ) ทรงกระบอก
11 2. กำรจำแนกพันธุ์โดยใชเ้ คร่อื งหมำยโมเลกุล การใชเ้ ครอ่ื งหมายโมเลกุลในการศึกษาพันธุกรรมพืช เป็นการศึกษาระดับดีเอ็นเอ เพื่อใช้เป็น เคร่ืองมือในการจ่าแนกสายพันธุ์พืช และน่ามาใช้ในการท่าแผนท่ีพันธุกรรรม (Lesqinasse et al., 2000) เนื่องจากลักษณะที่สังเกตได้จากภายนอกไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าพืชชนิดน้ัน ๆ เกิดความแปรปรวน หรือมี ความหลากหลายทางพันธุกรรมมากน้อยเพียงใด การใช้เคร่ืองหมายโมเลกุลน้ันมีความแม่นย่าสูง สะดวก รวดเร็วคัดเลือกได้หลายลักษณะ สามารถท่าได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของพืช โดยไม่ท่าลายต้นพืช (กัลยา และกรรณิการ,์ 2554) เคร่ืองหมายทางโมเลกุลมี 2 ระดับ ระดับโปรตีนเป็นการตรวจสอบท่ีโมเลกุลของโปรตีน ชนิดต่าง ๆ และระดับดีเอ็นเอเป็นการตรวจสอบความแตกต่างของนิวคลีโอไทด์โมเลกุลดีเอ็นเอ ซึ่งการ ตรวจสอบในระดับดีเอ็นเอน้ีมีข้อดี คือ โมเลกุลของดีเอ็นเอมีความเสถียรเก็บไว้ได้นาน และดีเอ็นเอเป็น องค์ประกอบทีอ่ ยู่ในเซลลเ์ กอื บทกุ เซลล์ สามารถตรวจสอบได้จากเนื้อเย่ือต่าง ๆ ในหลายระยะการเจริญเติบโต เคร่ืองหมายโมเลกุลที่นิยมใช้ในพืชมีหลายชนิด เช่น อาร์เอฟแอลพี (Restriction Fragment Length Polymorphisms) เอเอฟแอลพี (Amplified Fragment Length Polymorphisms) อาร์เอพีดี (Random Amplified Polymorphic DNA) ไอเอสเอสอาร์ (Inter-Simple Sequence Repeat) และเอสเอสอาร์ (Simple Sequence Repeats) เป็นต้น การเลือกใช้เคร่ืองหมายโมเลกุลข้ึนอยู่กับวัตถุประสงค์และคุณสมบัติ ของเคร่อื งหมาย 1) เครอ่ื งหมำยโมเลกุลอำร์เอพดี ี (RAPD) เทคนิค RAPD (random amplitfied polymorphic DNA) เป็นวิธีวิเคราะห์ความแตกต่างทาง พนั ธกุ รรมโดยใชเ้ ทคนิคพซี อี าร์ เป็นวิธีตรวจลายพิมพ์ดีเอ็นเอที่คิดค้นโดย William et al. (1990) เป็นเทคนิค ที่ไม่จ่าเป็นต้องทราบข้อมูลเก่ียวกับล่าดับเบสของดีเอ็นเอเป้าหมาย เนื่องจากไพรเมอร์ท่ีใช้ไม่จ่าเป็นต้อง เจาะจงกับดีเอ็นเอบริเวณใด (arbitrary primer) ซึ่งมีหลักการท่างาน คือ ใช้ไพรเมอร์ขนาดสั้นเพียงชนิดเดียว สุ่มเพ่ิมจ่านวนดีเอ็นเอจากหลายต่าแหน่งพร้อม ๆ กัน ไพรเมอร์ท่ีมีขนาดสั้นเพียง 10 - 12 นิวคลีโอไทด์ มี โอกาสท่ีจะจับเข้ากับดีเอ็นเอต้นแบบ (template) ได้หลายต่าแหน่ง และถ้าต่าแหน่งใดมีไพรเมอร์จับตัวกับดี เอ็นเอต้นแบบ 2 ทิศทางแบบที่ปลาย 3' เข้าด้วยกันและอยู่ห่างกันไม่มากนัก จะสามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ สว่ นนน้ั ไดอ้ ยา่ งทวีคูณ ไพรเมอร์ทใี่ ช้ในการท่า RAPD ใชว้ ิธีสังเคราะห์ขึ้นแบบสุ่มไม่จ่าเป็นต้องรู้ล่าดับเบส ส่วน ท่ีเพ่ิมปริมาณจะกระจายอยู่ทั้งจีโนมของพืชไม่จ่าเพาะเจาะจง ขณะเดียวกันเทคนิคน้ีมีปัญหาที่ส่าคัญคือ มี ข้อจ่ากดั ในการทดลองซ่้า เน่ืองจากมีความไวต่อการเปลี่ยนสภาวะต่างๆ และเคร่ืองหมายโมเลกุลชนิดน้ีมักจะ เป็น dominant marker จึงไม่สามารถตรวจสอบ homozygous และ heterozygous ได้ (สุรินทร์,2552; William et al., 1990) มีการน่าเคร่ืองหมายอาร์เอพีดี (RAPD) มาใชป้ ระโยชนใ์ นการศึกษาและวเิ คราะห์ความแตกต่างทาง พันธุกรรมและจ่าแนกพนั ธ์ทุ ุเรยี น เช่น การวเิ คราะหล์ ายพมิ พ์ดเี อน็ เอรว่ มกับองคป์ ระกอบพอลีแซคคารไ์ รด์ใน ทุเรยี นต่างสายพนั ธ์ุ (อรอนงค์, 2549) การปรับปรงุ พนั ธุ์ทเุ รยี นเพื่อผลิตพันธ์ุลกู ผสมต้นพันธ์ุทมี่ คี ุณภาพดีและ จา่ แนกชนิด พนั ธ์ุ สายพันธุ์ ลกู ผสมดีเด่นด้วยเทคนิคด้านชวี ะโมเลกลุ (ทรงพล และคณะ, 2549) รวมท้ัง โองการ และศรสี มร (2554) ไดท้ า่ การจา่ แนกทุเรยี นสายพันธทุ์ อ้ งถิ่นในจงั หวดั นนทบรุ ี โดยเทคนิคอารเ์ อพดี ี โดยทดสอบดว้ ยไพรเมอรข์ นาด 10 เบส จ่านวน 9 ไพรเมอร์ คอื OPAM - 03, OPMA - 18, OPB - 01, OPB -
12 14, OPC - 01, OPC - 05, OPK- 05, OPZ - 03 จากไพรเมอร์ดังกลา่ วพบดเี อ็นเอที่แตกตา่ งกัน จา่ นวน 30 แถบ และสามารถแบ่งกลมุ่ ทุเรียนท่ศี ึกษาได้เป็น 2 กลุ่ม 2) เครอื่ งหมำยโมเลกุลอำร์เอฟแอลพี (RFLP) เทคนคิ RFLP เปน็ เครื่องหมายโมเลกลุ ทใ่ี ชค้ วามหลากหลายหรือความแตกต่างของขนาดดีเอ็นเอที่เกิด จากการตัดด้วยเอ็นไซม์ตัดจ่าเพาะ และจะแสดงลักษณะ co-dominant คือ สามารถบอกความแตกต่าง ระหว่าง homozygous dominant กับ heterozygous ได้ แต่เคร่ืองหมายชนิดน้ีมีข้อจ่ากัด คือ ดีเอ็นเอที่ใช้ ต้องมีปริมาณมากและต้องท่าให้บริสุทธ์ิ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถตัดได้ด้วยเอนไซม์ตัดจ่าเพาะ และมีวิธีการ ตรวจสอบที่ยุ่งยากคือ ในการตรวจสอบต้องผ่านขั้นตอน Southern hybridization ซ่ึงดีเอ็นเอโพรบท่ีใช้น้ัน ต้องผา่ นการโคลนหรือทา่ ใหบ้ รสิ ทุ ธ์ิ (สุรนิ ทร์, 2539; สุรนิ ทร์, 2545) 3) เครอ่ื งหมำยโมเลกุลเอเอฟแอลพี (AFLP) เทคนิค AFLP เป็นเครื่องหมายโมเลกุลที่รวบรวมหลักการของ RFLP และ RAPD เข้าไว้ด้วยกัน เป็น เทคนิคท่ีมีการตรวจสอบช้ินดีเอ็นเอท่ีตัดด้วยเอนไซม์ตัดจ่าเพาะ และเพ่ิมปริมาณด้วยปฏิกิริยา Polymerase Chain Reaction (PCR) คุณสมบัติที่ส่าคัญของเคร่ืองหมายโมเลกุลชนิดน้ีก็คือ จ่านวนของความแตกต่าง (polymorphism) ท่ีสามารถตรวจสอบได้สูง อีกท้ังสามารถเป็นได้ท้ัง co-dominant และ dominant marker ปัญหาที่ส่าคัญของเครื่องหมายโมเลกุลชนิดนี้คือความยุ่งยากในการเก็บข้อมูล และจ่านวนข้ันตอนท่ี ซับซอ้ น วิเคราะห์ผลได้ยาก เน่ืองจากแถบดีเอ็นเอท่ีเกิดขึ้นส่วนใหญ่แสดงการข่มแบบ dominance ไม่เหมาะ ส่าหรับใช้เปรียบเทียบท่ีมีความแตกต่างกันมาก ๆ อีกทั้งการไม่รู้ต่าแหน่งท่ีแน่นอนในจีโนม (Vos et al., 1995; สุรินทร์, 2552) มีการน่าเคร่ืองหมายอาร์เอฟแอลพี (AFLP) มาใช้ประโยชน์ในการศึกษาและวิเคราะห์ความแตกต่าง ทางพันธุกรรมและจ่าแนกพันธุ์ทุเรียน เช่น ฐิตาภรณ์ และคณะ (2549) ศึกษาความแตกต่างและความสัมพันธ์ ทางพันธุกรรม โดยใช้ทุเรียนจ่านวน 130 พันธ์ุ วิเคราะห์ด้วยเทคนิคเอเอฟแอลพี (AFLP) ใชไพรเมอร 8 คู ได แถบท่ีแตกตางกัน 138 ต่าแหนง จากน้ันน่าผลที่ไดมาวิเคราะหดวยวิธี UPGMA สามารถจัดกลุมของทุเรียนได 2 กลมุ 4) เครอ่ื งหมำยโมเลกลุ ไมโครแซทเทลไลท์ เทคนิค SSR (simple sequence repeat) หรือ ไมโครแซทเทลไลท์ เป็นเครื่องหมายโมเลกุลท่ี ตรวจสอบกลุ่มดีเอ็นเอมีเบสซ้่า (repetitive DNA) ซ่ึงความผันแปรของจ่านวนเบสซ้่าในจีโนมสามารถใช้แยก ความแตกต่างของส่ิงมชี วี ติ ไดด้ ี โดย polymorphism ทเี่ กดิ ข้นึ น้นั เปน็ ผลเน่ืองมาจากความแตกต่างของจ่านวน ชดุ ซา้่ ของเบสใน locus หนึ่ง ๆ (Powell et al., 1996) โดยมีจา่ นวนเบสซา่้ กันเรยี งกันอย่างต่อเนื่องท่ีต่าแหน่ง หน่ึง ๆ ในจีโนม แต่ละชุดประกอบด้วยล่าดับเบส ซ้่าส้ัน ๆ เพียง 1 - 6 คู่เบส หรือไม่เกิน 10 คู่เบส พบใน ส่ิงมีชีวิตทุกชนิด ล่าดับเบสแบบไมโครแซทเทลไลท์นี้ มีการกระจายตัวอยู่ท้ังจีโนม แต่กระจายตัวไม่สม่าเสมอ ปัจจุบันมีการใช้ไมโครแซทเทลไลท์ดีเอ็นเอกันมากในการศึกษาแผนท่ีของจีโนม และแยกความแตกต่างของ สง่ิ มชี ีวิต โดยมีคุณสมบัติเดน่ คอื มคี วามจ่าเพาะต่อสงิ่ มีชีวิตสูง สามารถตรวจสอบความแตกต่างได้มาก เนื่องจาก พบได้มากและครอบคลุมทั้งจีโนม ซึ่งพบได้ท้ังภายในยีนหรือระหว่างยีน และมีหลายอัลลีลในโลกัส (multi-
13 allelic nature) นอกจากน้ีมีการแสดงความแตกต่างแบบข่มร่วม ท่าให้สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง ลักษณะทีเ่ ปน็ homozygous และ heterozygous ได้ และสามารถตรวจสอบได้ง่ายด้วยเทคนิคพีซีอาร์ โดยใช้ ดีเอ็นเอในการตรวจสอบเพียงเล็กน้อย ขนาดดีเอ็นเอที่ใช้ในการตรวจสอบมีขนาดเล็กและไม่ต้องใช้ดีเอ็นเอ ตัวอย่างที่มคี ณุ ภาพมากนัก (พัชรี, 2552) ปิยรัษฐ์ และคณะ (2552) ได้พัฒนาไพรเมอร์ของเคร่ืองหมายชนิดไมโครแซทเทลไลท์ เพ่ือการจัด จ่าแนกทุเรียนจ่านวน 135 สายพนั ธ์ุ พบว่าไพรเมอร์ MS1AAC-19 สามารถใช้จ่าแนกพันธ์ุทุเรียนได้ดีที่สุด และ สรุปว่าทุเรียนมีความหลากหลายทางพันธุกรรมค่อนข้างสูง อรณี และคณะ (2562) วิเคราะห์พันธุกรรมของ ทุเรียนพ้ืนบ้านนาหม่อม โดยอาศัยลักษณะสัณฐานผล และเคร่ืองหมายดีเอ็นเอชนิดไมโครแซทเทลไลท์ เพ่ือ คดั เลือกและอนุรักษ์ทุเรียนพันธ์ุดี จากการศึกษาพบว่าสามารถจ่าแนกทุเรียนพ้ืนบ้านจ่านวน 60 สายพันธุ์ตาม ลักษณะสณั ฐานทรงผลได้ 7 กลมุ่ ได้แก่ กล่มุ ผลทรงกลม กลุ่มผลทรงรี กลุ่มผลรูปขอบขนาน กลุ่มผลรูปรี กลุ่ม ผลรูปไข่ กลมุ่ ผลรปู ไขก่ ลับ และกลมุ่ ผลแบบอนื่ ๆ ในขณะที่ผลการวิเคราะห์ความใกล้ชิดทางพันธุกรรม โดยวิธี UPGMA (NTSYS version 2.0) จากเครื่องหมายไมโครแซทเทลไลท์จ่านวน 13 คู่ไพรเมอร์สามารถแบ่งทุเรียน พื้นบ้านได้ 6 กลุ่ม โดยมคี ่าดชั นีความใกล้ชดิ ทางพันธุกรรมเทา่ กบั 0.53 - 0.98
14 ทเุ รียนพนื้ เมือง ทเุ รยี นพน้ื เมอื ง หรือท่ีเรียกกันวา่ ทเุ รยี นบ้าน เป็นทุเรียนอกี ประเภทหน่ึง นอกจากพันธุ์การค้าท่ีรู้จักกัน ทั่วไปและมขี ายอย่ตู ามท้องตลาด เช่น พันธุ์หมอนทอง ชะนี ก้านยาว เป็นต้น ซึ่งทุเรียนพื้นเมืองจะมีผลขนาด เล็กกว่าทุเรียนพันธุ์และส่วนมากจะมีเนื้อน้อย เมล็ดโต รสชาติเข้มข้นและกล่ินแรงกว่าทุเรียนพันธ์ุ ส่วนใหญ่ นยิ มนา่ ไปทา่ ขนมขา้ วเหนียวนา่้ กะทิทุเรยี น และทเุ รยี นกวนทใ่ี หร้ สชาติหอมหวานมนั กว่าทุเรียนพันธ์ุ ต้นทุเรียน พนื้ เมอื งจะมีอายุยนื กว่าทุเรยี นพนั ธ์ุ ล่าตน้ สูงใหญ่ บางต้นมีขนาดหลายคนโอบ เน่ืองจากมีความทนทานต่อโรค ปัจจุบันถือเป็นพืชท่ีมีอายุยาวนาน สะท้อนให้เห็นถึงผลการคัดเลือกของบรรพบุรุษที่ส่งต่อสู่คนรุ่นหลังได้ใช้ ประโยชน์ ทุเรียนพื้นเมืองล้วนผ่านการเจริญเติบโตมาจากเมล็ด จึงท่าให้เป็นพืชพื้นเมืองที่มีความหลากหลาย ทางพันธุกรรมสูง แต่ละต้นมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณะเฉพาะต้นทุเรียนพ้ืนเมืองแต่ละต้นจึงมักมีชื่อเรียก เฉพาะทเี่ จ้าของตัง้ ขึ้นเอง เพอ่ื ความสะดวกในการจดจา่ อาจเรียกตามสถานท่หี รือสิ่งทีอ่ ยูใ่ กล้ รูปร่างของทรงผล กลิ่น หรือลักษณะเนื้อ เปน็ ตน้ ซงึ่ มีจา่ นวนไมน่ ้อยทมี่ ลี กั ษณะคณุ ภาพผลและรสชาติดีเปน็ ที่ยอมรับของผู้บริโภค กระจายตวั อยู่ในพ้นื ทีท่ ี่มลี กั ษณะอากาศร้อนชน้ื ในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคใต้ ควำมหลำกหลำยทเุ รยี นพืน้ เมืองในพื้นทภี่ ำคใตต้ อนบน หริ ญั (2551) กลา่ วถงึ การจา่ แนกทเุ รียนตามลกั ษณะทางสัณฐานวทิ ยา โดยใช้ลักษณะ ใบ ทรงผล และ รูปร่างหนาม ซ่ึงเป็นลักษณะท่ีค่อนข้างคงท่ีไม่แปรปรวนไปตามสภาพแวดล้อม จากการรวบรวมและศึกษา ลกั ษณะสณั ฐานวทิ ยาของทเุ รียนพื้นเมืองในพ้ืนท่ีภาคใต้ตอนบนที่ส่ารวจพบ ส่วนใหญ่ไม่สามารถจัดกลุ่มได้ คิด เปน็ ร้อยละ 73 จดั อยู่ในกลุ่มเบด็ เตล็ดรอ้ ยละ 13 กลุ่มทองย้อยร้อยละ 10 กลุ่มก่าป่ันร้อยละ 3 กลุ่มกบร้อยละ 1 และไม่พบในกลมุ่ กา้ นยาวและกลุ่มลวง อย่างไรก็ตามจากการศึกษาลักษณะทางสัณฐานของผลสามารถแสดง ให้เหน็ ถึงความหลากหลายของทุเรยี นพ้ืนเมอื งในพืน้ ที่ภาคใต้ดงั นี้ 1.ขนาดผล ทุเรียนพื้นเมืองในพื้นท่ีภาคใต้ตอนบนที่พบร้อยละ 90 มีผลขนาดเล็ก (น่้าหนักเท่ากับ 2 กิโลกรัม หรือนอ้ ยกวา่ ) (ภาพท่ี 1) โดยเฉลยี่ มนี ่้าหนกั ผลอย่ใู นชว่ ง 1 - 1.3 กิโลกรัม 2. รปู ร่างผลพบว่าทเุ รียนพนื้ เมืองในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนท่ีท่าการศึกษามีลักษณะรูปร่างผล 8 ลักษณะ ได้แก่ กลมแป้น, กลม, รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน, รูปรี, รูปไข่กลับ, รูปไข่, ขอบขนาน และลักษณะอื่นๆ ซ่ึง ลักษณะที่พบมากคือ ผลรูปรีและไข่ ส่วนลักษณะท่ีพบน้อยคือลักษณะกลมแป้นและสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน (ภาพท่ี 2) 3. รูปร่างหนามพบลักษณะหนามผลซ่ึงมีรูปร่างแตกต่างกัน 6 ลักษณะ ได้แก่ นูนปลายแหลม, โค้งงอ, เวา้ ปลายแหลม, นนู , แหลม และเวา้ ซึ่งสว่ นใหญ่ในพน้ื ท่ภี าคใตต้ อนบนพบทุเรียนพ้ืนเมืองที่มีลักษณะหนามที่มี รูปร่างนูนปลายแหลม และลกั ษณะแหลม ส่วนลกั ษณะทพ่ี บนอ้ ยมากคอื ลกั ษณะเว้าและเวา้ ปลายแหลม (ภาพท่ี 4)
15 4. สีเน้ือ ทุเรียนพ้ืนเมืองที่พบมีเน้ือสีอ่อนมากในระดับสีขาวไปจนถึงสีเหลืองเข้ม ซ่ึงส่วนใหญ่จะมีสี เหลืองออ่ น (ภาพท่ี 6) 5. รสชาติ พิจารณาได้จากลักษณะเนื้อสัมผัส ปริมาณน่้าในเน้ือ ปริมาณเส้นใยในเนื้อ ประกอบกับ ความหวาน ความมัน ความเป็นครีม และความขม รวมทั้งกลิ่นด้วย ซ่ึงบอกได้ถึงคุณภาพในการรับประทานซ่ึง ทเุ รยี นพื้นเมืองแต่ละต้นให้ผลที่มรี สชาตหิ ลากหหลายแตกต่างกัน เปอรเ์ ซน็ ต์ ขนาดผล ภำพที่ 1 กราฟแสดงขนาดผลของทเุ รยี นพน้ื เมืองในพน้ื ท่ีภาคใตต้ อนบน จา่ นวน 209 ตัวอย่าง เปอรเ์ ซ็นต์ ลักษณะผล ภำพที่ 2 กราฟแสดงลกั ษณะผลของทุเรียนพน้ื เมืองในพน้ื ท่ีภาคใต้ตอนบน จ่านวน 209 ตัวอยา่ ง
16 รูปไข่ รปู ไข่กลับ กลม กลมแปน้ ขอบขนาน รปู รี รปู ส่เี หล่ียมขนมเปยี กปนู อ่ืนๆ ภำพที่ 3 ลกั ษณะรูปร่างผลแบบตา่ งๆ
17 เปอรเ์ ซ็นต์ ลกั ษณะ หนาม ภำพท่ี 4 กราฟแสดงลกั ษณะหนามของผลของทุเรยี นพื้นเมืองในพน้ื ทีภ่ าคใตต้ อนบน จ่านวน 209 ตัวอยา่ ง นูนปลายแหลม โคง้ งอ เวา้ แหลม นูน แหลม ว้าว ภำพที่ 5 ลักษณะรปู รา่ งหนามแบบต่างๆ
18 ภำพท่ี 6 ลักษณะสีของเน้ือทุเรียนทมี่ ีความแตกต่างกนั แหล่งปลกู ทุเรียนพนื้ เมืองในพน้ื ที่ภำคใต้ตอนบน จากการด่าเนนิ การสา่ รวจทุเรียนพ้ืนเมืองในพ้นื ท่ี 7 จังหวัดภาคใตต้ อนบนเปน็ ระยะเวลา 2 ปี (2561- 2562) พบทเุ รยี นพ้นื เมืองกระจายตัวอยู่มากทีส่ ุดในจงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี กระบี่ พงั งา นครศรธี รรมราช ชุมพร ภูเก็ต และระนอง ตามล่าดบั 1.จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี พบทเุ รียนพ้นื เมืองในอา่ เภอบ้านตาขุน ครี รี ฐั นคิ ม ชัยบรุ ี บา้ นนาเดมิ พระแสง ไชยา กาญจนดิษฐ์ และเกาะสมยุ 2. จงั หวดั กระบี่ พบทุเรียนพ้ืนเมอื งในอ่าเภอเมือง ปลายพระยา อ่าวลกึ คลองท่อม และเหนือคลอง 3. จังหวดั พังงา พบทุเรียนพ้นื เมืองในอา่ เภอครุ ะบุรี ตะก่ัวป่า ทบั ปดุ เมือง และกะปง 4. จังหวดั นครศรีธรรมราช พบทเุ รียนพน้ื เมืองในอา่ เภอลานสกา ทุ่งสง ช้างกลาง และจุฬาภรณ์ 5. จงั หวัดชมุ พร พบทุเรียนพ้ืนเมืองในอา่ เภอเมือง หลังสวน พะโต๊ะ และสวี 6. จังหวัดภูเกต็ พบทุเรียนพื้นเมืองในอ่าเภอกะทู้ ถลาง 7. จงั หวัดระนอง พบทุเรยี นพ้ืนเมอื งในอา่ เภอกระบรุ ี เมือง พน้ื ท่ีปลกู ทุเรียนพ้นื เมืองท้งั 7 จังหวดั ในพ้ืนทภ่ี าคใตต้ อนบน มีสภาพดนิ ที่ระบายน่า้ ดี ไมม่ ีปญั หาน่า้ ทว่ มขัง จากการส่มุ เกบ็ ตัวอย่างดนิ ในแปลงปลูกพบเปน็ ดนิ ร่วน ดินรว่ นปนทราย และดินรว่ นเหนียวปนทราย มี คา่ ระดับความเป็นกรด-ด่าง อย่รู ะหว่าง 4.77-5.16
19 ภำพท่ี 7 แผนทแี่ สดงการกระจายตัวของแหลง่ ปลูกทเุ รยี นพ้ืนเมืองในพ้ืนท่ีภาคใต้ตอนบน
20 ทุเรียนพืน้ เมืองที่มลี กั ษณะดีในพน้ื ทภ่ี ำคใต้ตอนบน กลุ่มที่มคี ณุ ภำพในกำรรบั ประทำนดมี ำก 1.รหสั ต้น SR-35 ลักษณะเนื้อ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลือง เข้ม มีเปอร์เซ็นต์เนื้อ 37% มีความมันเป็น ครีมสงู รสชาติหวานมัน มกี ล่ินฉนุ เลก็ น้อย คุณภาพในการรบั ประทาน: ดีมาก ลักษณะสัณฐานอ่ืน ๆ ของผล: ผลขนาด เล็ก รูปไข่กลับ ลักษณะหนามนูนแหลม มี จ่านวน 5 พู และลักษณะอื่น ๆ รายละเอียด ตามตารางท่ี 1 แหล่งทีพ่ บ: อ.บ้านตาขนุ จ.สรุ าษฎร์ธานี 2.รหสั ตน้ SR-60 ลักษณะเนื้อ : หนา แห้ง สีเหลืองเข้ม มี เปอร์เซ็นต์เนื้อ 18% เนื้อเนียนละเอียด มี ความมันเป็นครีมสูง รสชาติหวานมัน มีกล่ิน หอมอ่อน ๆ คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดมี าก ลักษณะสัณฐานอ่ืน ๆ ของผล: ผลขนาด เล็ก รูปสี่เหล่ียมขนมเปียกปูน มีลักษณะ หนามแหลม และลักษณะอื่นๆรายละเอียด ตามตารางที่ 1 แหลง่ ทีพ่ บ: อ.บา้ นตาขุน จ.สรุ าษฎรธ์ านี
21 3. รหสั ต้น SR-67 ลักษณะเนื้อ : หนา แห้ง สีเหลืองสด มี เปอร์เซ็นต์เนือ้ 29% มีเส้นใยเล็กน้อย ความมัน เป็นครีมปานกลาง รสชาตหิ วานมนั กล่ินออ่ น คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดีมาก ลักษณะสัณฐานวทิ ยาอน่ื ๆ ของผล: ผลรูปไข่ มีจ่านวน 5 พู เมล็ดลบี ลักษณะอนื่ ๆ รายละเอียดตามตารางที่ 1 แหลง่ ที่พบ: อ.สมุย จ.สุราษฎรธ์ านี 4.รหสั ตน้ SR-69 ลกั ษณะเน้ือ: หนา แห้ง สีเหลืองอ่อน เปอร์เซ็นต์ เน้ือ 27% เน้ือละเอียดมีเส้นใยในเนื้อเล็กน้อย ความมันเป็นครีมปานกลาง รสชาติหวานมัน มี กล่นิ ออ่ น คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดีมาก ลักษณะสัณฐานวิทยาอ่ืน ๆ ของผล: ผลขนาด เล็ก รูปไข่ ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มี จ่านวน 5 พู ลักษณะอื่น ๆ รายละเอียดตาม ตารางที่ 1 แหล่งท่ีพบ: อ.บา้ นตาขนุ จ.สุราษฎรธ์ านี
22 5. รหสั ตน้ KB-14 ลักษณะเน้ือ : หนา แห้ง สีเหลืองทอง มี เปอร์เซ็นต์เนื้อ 28% มีความมันเป็นครีมปาน กลาง รสชาติหวานมัน กล่ินออ่ น คุณภาพในการรบั ประทาน: ดีมาก ลกั ษณะสณั ฐานวิทยาอ่ืน ๆ ของผล: ผลขนาด เล็ก รูปไข่ ลักษณะหนามนูนปลายแหลม เมล็ด ลีบ มีจ่านวน 6 พู ลักษณะอ่ืน ๆ รายละเอียด ตามตารางท่ี 1 แหล่งท่ีพบ: อ.เมอื ง จ.กระบ่ี . 6. รหสั ต้น PN-05 ลักษณะเน้ือ: หนา แห้ง สีเหลืองนวล มี เปอร์เซ็นต์เน้ือ 15% เน้ือเนียนละเอียด มี ความมันเป็นครีมสูง รสชาติหวานมันกลม กลอ่ ม กลน่ิ อ่อน คุณภาพในการรบั ประทาน: ดมี าก ลักษณะสัณฐานวิทยาอ่ืน ๆ ของผล: ผล ขนาดเล็ก รูปร่างยาวทรงขนมเปียกปูน มี จ่านวน 4 พู เมล็ดลีบ ลักษณะอ่ืน ๆ รายละเอียดตามตารางที่ 1 แหล่งทพี่ บ: อ.คุระบรุ ี จ.พังงา
23 7.รหัสตน้ PN-11 ลักษณะเน้ือ: แห้ง สีเหลืองนวล เปอร์เซ็นต์เน้ือ 13% มีความมันเป็นครีมสูง เส้นใยในเนื้อน้อย รสชาติหวานมัน มีกล่ินอ่อน คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดีมาก ลักษณะสัณฐานวิทยาอ่ืน ๆ ของผล: ผลขนาด กลาง รปู ไข่กลบั ลักษณะหนามนูน มีจ่านวน 6 พู ลักษณะอืน่ ๆ รายละเอยี ดตามตารางท่ี 1 แหล่งท่ีพบ : อ.ตะก่วั ป่า จ.พังงา 8.รหัสต้น PN-11 ลักษณะเนื้อ: แห้ง หนา สีเหลือง เปอร์เซ็นต์เนื้อ 38% มีความมันเป็นครีมสูง เส้นใยในเน้ือน้อย รสชาติหวานมัน มีกล่นิ อ่อน คณุ ภาพในการรับประทาน: ดมี าก ลักษณะสัณฐานวิทยาอื่นๆของผล: ผลขนาด กลาง รูปขอบขนาน ลักษณะหนามนูนปลาย แหลม มีจ่านวน 5 พู ลักษณะอ่ืนๆรายละเอียด ตามตารางท่ี 1 แหลง่ ที่พบ : อ.กะปง จ.พังงา กล่มุ ท่ีมคี ุณภำพในกำรรับประทำนดี
กลุ่มท่ีมีคณุ ภำพในกำรรับประทำนดี 24 1.รหสั ตน้ SR-12 ลกั ษณะเน้ือ: หนา แห้ง สีเหลอื งอ่อน เปอร์เซ็นต์ เนอ้ื 24% มเี ส้นใยในเนื้อปานกลาง รสชาติหวาน มนั ปานกลาง มีกลิ่นฉนุ เลก็ น้อย คุณภาพในการรบั ประทาน: ดี ลกั ษณะสัณฐานวิทยาอ่ืนๆของผล: ผลขนาดเล็ก ลกั ษณะหนามนูนปลายแหลม มีจา่ นวนพู 5 พู ลกั ษณะอน่ื ๆ รายละเอียดตามตารางที่ 2 แหล่งท่ีพบ: อ.ชยั บรุ ี จ.สรุ าษฎรธ์ านี 2.รหัสต้น SR-15 ลักษณะเนื้อ: หนา แหง้ สีเหลืองอ่อน เปอรเ์ ซน็ ต์ เนื้อ 32 % มปี ริมาณเสน้ ใยในเนอ้ื ค่อนข้างสูง รสชาตหิ วานมนั มีกลน่ิ คอ่ นข้างฉุน คุณภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวิทยาอื่นๆของผล: ผลขนาด กลาง รูปร่างกลม ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 5 พู ลักษณะอื่นๆรายละเอียดตาม ตารางที่ 2 แหล่งที่พบ : อ.ชยั บุรี จ.สุราษฎรธ์ านี
25 3.รหัสตน้ SR-16 ลักษณะเนื้อ: เนื้อค่อนข้างเยอะ มีเปอร์เซ็นต์เนื้อ 16% ปริมาณน่้าและเส้นใยในเน้ือค่อนข้างสูง มี ความมันเป็นครีม รสชาติหวานมัน และมีความ หวานสูง มกี ลิ่นฉุนเล็กน้อย คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลกั ษณะสัณฐานวิทยาอ่ืนๆของผล: ผลขนาดเล็ก (0.45 Kg) ลักษณะหนามแหลม มีจ่านวน 5 พู ลักษณะอ่นื ๆ รายละเอียดตามตารางท่ี 2 แหล่งที่พบ : อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี 4.รหสั ตน้ SR-19 ลักษณะเนื้อ: หนา แห้ง สีเหลืองนวล เปอร์เซ็นต์ เน้ือ 17% เน้ือเนียนละเอียด มีความมันเป็นครีม สูงรสชาติหวานมันมีรสขมเล็กน้อย กล่ินฉุน เลก็ นอ้ ย คุณภาพในการรับประทาน: ดี ลกั ษณะสัณฐานวิทยาอน่ื ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปร่างกลม เปลือกหนา ลักษณะหนามแหลม มี จ่านวน 5 พู ลักษณะอื่นๆรายละเอียดตามตาราง ท่ี 2 แหล่งที่พบ: อ.บ้านนาเดมิ จ.สรุ าษฎรธ์ านี
26 5.รหสั ตน้ SR-20 ลักษณะเนื้อ: ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองอ่อน เปอร์เซ็นต์เน้ือ 19% มีเส้นใยในเน้ือปานกลาง ความมันเป็นครีมค่อนข้างสูง รสชาติหวานมัน มี กลนิ่ ฉนุ เลก็ น้อย คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวิทยาอ่ืนๆของผล: ผลขนาด กลาง รูปไข่ ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มี จ่านวน 5 พู ลักษณะอ่ืนๆรายละเอียดตามตาราง ที่ 2 แหล่งที่พบ: อ.บ้านนาเดมิ จ.สุราษฎรธ์ านี 6.รหสั ต้น SR-22 ลักษณะเนือ้ : หนา คอ่ นขา้ งแห้ง มีเปอร์เซ็นต์เนื้อ 23% มีเส้นใยในเนื้อและความมันเป็นครีมปาน กลาง รสชาตหิ วานมนั มกี ล่ินฉุนเลก็ น้อย คุณภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวิทยาอ่ืนๆของผล ผลขนาดเล็ก รูปร่างกลม ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มี จ่านวน 5 พู ลักษณะอ่ืนๆรายละเอียดตามตาราง ท่ี 2 แหลง่ ท่ีพบ: อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี
27 7.รหัสต้น SR-27 ลักษณะเนือ้ : หนามาก ค่อนขา้ งแห้ง มเี ปอร์เซ็นต์ เนื้อ 36% มีเส้นใยในเน้ือค่อนข้างสูง ความมัน เปน็ ครมี ปานกลาง รสชาติหวานมัน มีรสหวานจัด มีกลิ่นคอ่ นข้างอ่อน คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวิทยาอื่นๆของผล ผลขนาดเล็ก ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 4 พู ลักษณะอ่ืนๆรายละเอยี ดตามตารางที่ 2 แหล่งที่พบ: อ.บ้านตาขนุ จ.สุราษฎรธ์ านี 8.รหสั ตน้ SR-29 ลักษณะเน้ือ: หนา แห้ง สีเหลืองสด เปอร์เซ็นต์ เนื้อ 24 % เส้นใยในเน้ือค่อนข่างสูง มีความมัน เปน็ ครีม รสชาติหวานมนั มกี ลนิ่ ฉุนเล็กนอ้ ย คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสณั ฐานวทิ ยาอนื่ ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปร่างสี่เหล่ียมขนมเปียกปูน ลักษณะหนามนูน ปลายแหลม มีจ่านวน 6 พู ลักษณะอื่นๆ รายละเอียดตามตารางท่ี 2 แหลง่ ท่ีพบ: อ.บ้านตาขุน จ.สรุ าษฎรธ์ านี
28 9.รหสั ต้น SR-30 ลักษณะเน้ือ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองสด เปอร์เซ็นต์เนื้อ 24 % เน้ือละเอียด เส้นใยในเนื้อ ค่อนข่างน้อย มีความมันเป็นครีมปานกลาง รสชาติหวานมัน มกี ลิน่ คอ่ นขา้ งอ่อน คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสณั ฐานวทิ ยาอน่ื ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปร่างรี ลักษณะหนามแหลม มีจ่านวน 5 พู ลักษณะอนื่ ๆรายละเอยี ดตามตารางที่ 2 แหล่งท่ีพบ: อ.บ้านตาขนุ จ.สรุ าษฎรธ์ านี 10.รหสั ต้น SR-51 ลักษณะเนื้อ: แห้ง สีเหลืองสด เปอร์เซ็นต์เนื้อ 15% มีเส้นใยในเน้ือเล็กน้อย มีความมันเป็นครีม ปานกลาง รสชาตหิ วานมนั มีกลนิ่ อ่อน คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลกั ษณะสณั ฐานวทิ ยาอืน่ ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปไข่ ลักษณะหนามแหลม มีจ่านวน 5 พู ลักษณะอืน่ ๆรายละเอียดตามตารางที่ 2 แหล่งท่ีพบ: อ.คีรีรฐั นคิ ม จ.สุราษฎร์ธานี
29 11.รหัสตน้ SR-52 ลักษณะเน้ือ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลือง เปอร์เซ็นต์เนื้อ 23% เนื้อละเอียด มีความมันเป็น ครีมปานกลาง รสชาตหิ วานมัน มีกล่นิ ออ่ น คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสณั ฐานวทิ ยาอนื่ ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปขอบขนาน ลักษณะหนามแหลม มจี ่านวน 5 พู ลกั ษณะอ่นื ๆรายละเอยี ดตามตารางท่ี 2 แหล่งท่ีพบ: อ.คีรรี ฐั นิคม จ.สุราษฎร์ธานี 12.รหัสตน้ SR-53 ลักษณะเน้ือ: หนา แห้ง สีเหลือง เปอร์เซ็นต์เน้ือ 21% เนื้อเนียนละเอียด มีความมันเป็นครีม รสชาตหิ วานมัน มกี ล่ินอ่อน คุณภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสณั ฐานวิทยาอื่นๆของผล: ผลขนาดเล็ก ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 3 พู ลกั ษณะอืน่ ๆรายละเอยี ดตามตารางที่ 2 แหลง่ ท่พี บ : อ.คีรีรัฐนิคม จ.สรุ าษฎรธ์ านี
30 13.รหัสต้น SR-54 ลกั ษณะเนอ้ื : หนา แหง้ เปอร์เซ็นตเ์ นื้อ 29% มี เส้นใยในเนอื้ ปานกลาง ความมันเป็นครีมเลก็ น้อย รสชาตหิ วานมนั มกี ลน่ิ ออ่ น คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลกั ษณะสณั ฐานวทิ ยาอืน่ ๆของผล: ผลขนาดเลก็ รูปรา่ งกลมแป้น ลกั ษณะหนามนูนปลายแหลม มี จ่านวน 5 พู ลักษณะอ่นื ๆ รายละเอียดตามตาราง ท่ี 2 แหล่งที่พบ: อ.ครี รี ฐั นิคม จ.สรุ าษฎร์ธานี 14.รหัสต้น SR-55 ลักษณะเน้ือ: หนา แห้ง สีเหลืองนวล เปอร์เซ็นต์ เนื้อ 20% มีเส้นใยในเน้ือเล็กน้อย ความมันเป็น ครมี ปานกลาง รสชาตหิ วานมนั มกี ลนิ่ ออ่ น คุณภาพในการรับประทาน: ดี ลกั ษณะสณั ฐานวิทยาอื่นๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปไข่ ลักษณะหนามแหลม มีจ่านวน 5 พู ลกั ษณะอ่นื ๆ รายละเอยี ดตามตารางที่ 2 แหลง่ ที่พบ: อ.คีรรี ัฐนคิ ม จ.สรุ าษฎร์ธานี
31 15.รหสั ต้น SR-56 ลักษณะเนื้อ: แห้ง สีเหลือง เปอร์เซ็นต์เน้ือ 10% เน้ือเนียนละเอียด เส้นใยในเนื้อน้อยมาก มีความ มนั เปน็ ครีมสูง รสชาตหิ วานมนั มกี ลน่ิ อ่อน คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดี ลกั ษณะสณั ฐานวิทยาอื่นๆของผล: ผลขนาดเล็ก ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 5 พู ลักษณะอืน่ ๆ รายละเอียดตามตารางท่ี 2 แหลง่ ที่พบ: อ. คีรีรฐั นคิ ม จ.สรุ าษฎร์ธานี 16.รหสั ตน้ SR-57 ลักษณะเนื้อ: หนา แห้ง สีเหลืองนวล เปอร์เซ็นต์ เนอ้ื 25% มีเส้นใยในเน้ือเล็กน้อย มีความมันเป็น ครมี ปานกลาง รสชาติหวานมัน มีกล่นิ ออ่ น คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวิทยาอ่ืนๆของผล: มีผลขนาด เล็กรูปไข่ ลกั ษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 5 พู ลักษณะอ่ืนๆรายละเอียดตามตารางท่ี 2 แหลง่ ท่ีพบ: อ. คีรีรฐั นคิ ม จ.สุราษฎรธ์ านี
32 17.รหสั ตน้ SR-58 ลั ก ษ ณ ะ เ นื้ อ : ห น า แ ห้ ง สี เ ห ลื อ ง อ ม ส้ ม เปอร์เซ็นต์เน้ือ 23% เน้ือเนียนละเอียด มีความ มันเป็นครีมปานกลาง รสชาติหวานมัน มีกล่ิน อ่อน คุณภาพในการรับประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวิทยาอื่นๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปไข่ ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 5 พู ลักษณะอื่นๆรายละเอยี ดตามตารางที่ 2 แหลง่ ท่ีพบ: อ.ทา่ ชนะ จ.สุราษฎร์ธานี 18.รหสั ต้น SR-59 ลักษณะเน้ือ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองสด เปอร์เซ็นต์เน้ือ 20% มีเส้นใยในเนื้อเล็กน้อย มี ความมันเป็นครีมปานกลาง รสชาติหวานมันมีรส ขมเล็กน้อย กล่นิ ฉุนเลก็ นอ้ ย คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวทิ ยาอื่นๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปไข่ ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 6 พู ลกั ษณะอื่นๆรายละเอยี ดตามตารางที่ 2 แหล่งที่พบ: อ.บา้ นตาขนุ จ.สุราษฎร์ธานี
33 19.รหัสตน้ SR-63 ลักษณะเนื้อ: แห้ง สีเหลือง เปอร์เซ็นต์เนื้อ 10% มีเส้นใยในเนื้อเล็กน้อย ความมันเป็นครีมปาน กลาง รสชาติหวานมัน มกี ลิน่ อ่อน คุณภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสณั ฐานวิทยาอ่นื ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปร่างกลม ลักษณะหนามแหลม มีจ่านวน 5 พู เปลือกค่อนข่างหนา ลักษณะอื่นๆรายละเอียด ตามตารางท่ี 2 แหล่งที่พบ: อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎรธ์ านี 20.รหสั ตน้ SR-64 ลักษณะเนื้อ: แห้ง สีเหลืองอ่อน เปอร์เซ็นต์เนื้อ 18% มีเส้นใยในเน้ือเล็กน้อย ความมันเป็นครีม ค่อนข้างสูง รสชาติหวานมนั มีกลิน่ อ่อน คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลกั ษณะสัณฐานวิทยาอนื่ ๆของผล: ผลขนาดเล็ก ลักษณะหนามแหลม มีจ่านวน 4 พู ลักษณะอ่ืนๆ รายละเอยี ดตามตารางท่ี 2 แหลง่ ที่พบ: อ. บ้านตาขนุ จ.สุราษฎร์ธานี
34 21.รหสั ต้น SR-65 ลักษณะเนื้อ: หนา แห้ง สีเหลือง เปอร์เซ็นต์เนื้อ 24% มีเส้นใยในเนื้อเล็กน้อย ความมันเป็นครีม ค่อนข้างต่า รสชาติหวานมัน มีกลน่ิ อ่อน คุณภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวิทยาอนื่ ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รปู รี ลักษณะหนามแหลม มีจ่านวน 5 พู ลักษณะ อื่นๆรายละเอยี ดตามตารางท่ี 2 แหล่งท่ีพบ: อ.ครี รี ฐั นิคม จ.สรุ าษฎร์ธานี 22.รหสั ตน้ SR-68 ลักษณะเนื้อ: หนา แห้ง สีเหลืองเข้ม เปอร์เซ็นต์ เนื้อ 23% มีเส้นใยในเนื้อเล็กน้อย ความมันเป็น ครีมปานกลาง รสชาติหวานมัน มกี ล่นิ อ่อน คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดี ลกั ษณะสัณฐานวทิ ยาอนื่ ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปไข่ ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 5 พู ลกั ษณะอนื่ ๆรายละเอียดตามตารางท่ี 2 แหลง่ ที่พบ: อ.คีรีรฐั นิคม จ.สุราษฎรธ์ านี
35 23.รหัสตน้ SR-70 ลักษณะเนื้อ: หนามาก แห้ง สีเหลืองสด เปอร์เซ็นต์เน้ือ 36% เน้ือละเอียดมีเส้นใยในเนื้อ เล็กน้อย ความมันเป็นครีมสูงมาก รสชาติหวาน มัน มีกลน่ิ อ่อน คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลกั ษณะสณั ฐานวทิ ยาอ่ืนๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปรี ลักษณะหนามนูน มีจ่านวน 5 พู ลักษณะ อื่นๆรายละเอียดตามตารางที่ 2 แหลง่ ที่พบ: อ.บา้ นตาขนุ จ.สรุ าษฎรธ์ านี 24.รหัสต้น SR-72 ลักษณะเน้ือ: ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองนว ล เปอร์เซ็นต์เน้ือ 15% เนื้อละเอียดมีเส้นใยในเน้ือ เล็กน้อย ความมันเป็นครีมสูงมาก รสชาติหวาน มัน มกี ลิน่ ออ่ น คุณภาพในการรับประทาน: ดี ลักษณะสณั ฐานวทิ ยาอื่นๆของผล: ผลขนาดเล็ก รปู รี ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 5 พู ลกั ษณะอ่นื ๆรายละเอยี ดตามตารางท่ี 2 แหลง่ ที่พบ : อ.บา้ นตาขนุ จ.สรุ าษฎรธ์ านี
36 25.รหัสต้น KB-03 ลักษณะเน้ือ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองอ่อน เปอร์เซ็นต์เนื้อ 25% เนื้อละเอียด มีเส้นใยในเน้ือ เล็กน้อย ความมันเป็นครีมสูง รสชาติหวานมัน ความหวานคอ่ นขา้ งมาก มกี ลน่ิ ออ่ น คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวิทยาอ่ืนๆของผล: ผลขนาด กลาง รปู สีเหล่ียมขนมเปียกปูน ลักษณะหนามนูน ปลายแหลม มีจ่านวน 4 พู ลักษณะอื่นๆ รายละเอยี ดตามตารางที่ 2 แหล่งท่ีพบ: อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ 26.รหสั ต้น KB-04 ลักษณะเนื้อ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองอ่อน เปอร์เซ็นต์เน้ือ 25% เน้ือละเอียด มีเส้นใยในเน้ือ ปานกลาง ความมันเป็นครีมเล็กน้อย รสชาติ หวานมัน มคี วามหวานมาก กลนิ่ คอ่ นขา้ งฉนุ คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลกั ษณะสัณฐานวิทยาอื่นๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปรี ลักษณะหนามนูน มีจ่านวน 6 พู ลักษณะ อ่นื ๆรายละเอยี ดตามตารางท่ี 2 แหล่งท่ีพบ: อ.อ่าวลกึ จ.กระบี่
37 27.รหสั ต้น KB-09 ลักษณะเนื้อ: หนามาก แห้ง สีเหลืองอ่อน เปอร์เซ็นต์เน้ือ 49% เนื้อละเอียด มีเส้นใยในเน้ือ น้อย ความมันเป็นครีมสูง รสชาติหวานมัน กลิ่น ค่อนขา้ งออ่ น คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวทิ ยาอนื่ ๆของผล: ผลขนาดเล็ก ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 5 พู ลกั ษณะอนื่ ๆรายละเอียดตามตารางท่ี 2 แหลง่ ที่พบ: อ.ปลายพระยา จ.กระบ่ี 28.รหัสตน้ KB-25 ลักษณะเน้ือ: ค่อนข้างหนา แห้ง สีเหลือเข้ม เปอร์เซ็นต์เนื้อ 15% เนื้อละเอียด มีเส้นใยในเนื้อ ค่อนข้างนอ้ ย ความมันเป็นครีมปานกลาง รสชาติ หวานมัน กลน่ิ ค่อนขา้ งอ่อน คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดี ลกั ษณะสณั ฐานวิทยาอนื่ ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปไข่ ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 5 พู ลกั ษณะอนื่ ๆรายละเอยี ดตามตารางท่ี 2 แหลง่ ที่พบ: อ.เหนือคลอง จ.กระบี่
38 29.รหัสตน้ KB-42 ลักษณะเน้ือ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองอ่อน เปอร์เซ็นต์เน้ือ 27% เนื้อละเอียด มีเส้นใยในเน้ือ นอ้ ย ความมนั เป็นครีมปานกลาง รสชาติหวานมัน กล่ินค่อนขา้ งออ่ น คุณภาพในการรับประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวิทยาอน่ื ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปร่างกลม ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มี จ่านวน 5 พู ลักษณะอื่นๆรายละเอียดตามตาราง ที่ 2 แหล่งที่พบ: อ.อ่าวลกึ จ.กระบ่ี 30.รหสั ต้น PN-09 ลักษณะเนื้อ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลือง เปอร์เซน็ ตเ์ นอื้ 10% เน้ือละเอียด มีปริมาณน่้าใน เนื้อและเส้นใยในเน้อื ปานกลาง ความมันเป็นครีม ปานกลาง รสชาติหวานมัน และค่อนข้างขม กล่ิน ฉุนเล็กน้อย คุณภาพในการรับประทาน: ดี ลักษณะสณั ฐานวิทยาอื่นๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปไข่กลับ ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มี จ่านวน 6 พู ลักษณะอื่นๆรายละเอียดตามตาราง ท่ี 2 แหล่งท่ีพบ: อ.ตะกั่วปา่ จ.พังงา
39 31.รหสั ต้น PN-12 ลักษณะเน้ือ: แห้ง สีเหลืองเข้ม เปอร์เซ็นต์เน้ือ 13% เนื้อละเอียด มีเส้นใยในเนื้อเล็กน้อย ความ มนั เปน็ ครีมสูง ไม่หวานจัด รสชาติหวานมัน กล่ิน ฉนุ เล็กน้อย คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลกั ษณะสณั ฐานวทิ ยาอ่ืนๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปไข่กลับ ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มี จ่านวน 6 พู ลักษณะอื่นๆรายละเอียดตามตาราง ที่ 2 แหล่งที่พบ: อ.ตะกว่ั ปา่ จ.พังงา 32.รหัสต้น PN-21 ลักษณะเน้ือ: หนา แห้ง สีเหลือง เปอร์เซ็นต์เนื้อ 28% เนื้อละเอียด มีเส้นใยในเนื้อเล็กน้อย ความ มันเป็นครีมสูง ค่อนข้างหวาน รสชาติหวานมัน กลนิ่ คอ่ นขา้ งออ่ น คุณภาพในการรบั ประทาน: ดี ลกั ษณะสณั ฐานวิทยาอ่นื ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปส่ีเหลี่ยมขนมเปียกปูน ลักษณะหนามแหลม มี จ่านวน 5 พู ลักษณะอ่ืนๆรายละเอียดตามตาราง ท่ี 2 แหลง่ ที่พบ: อ.ทับปดุ จ.พังงา
40 33.รหัสตน้ PN-33 ลักษณะเน้ือ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองเข้ม เปอร์เซ็นต์เนื้อ 24% มีเส้นใยในเน้ือปานกลาง ความมันเป็นครีมค่อนข้างสูง รสชาติหวานมัน กลิน่ ค่อนข้างอ่อน คุณภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวิทยาอ่ืนๆของผล: ผลขนาดเล็ก รปู ขอบขนาน ลกั ษณะหนามนนู แหลม มีจ่านวน 5 พู ลักษณะอ่นื ๆรายละเอยี ดตามตารางท่ี 2 แหลง่ ท่ีพบ: อ.ครุ ะบรุ ี จ.พังงา 34.รหัสต้น PN-35 ลักษณะเนื้อ: ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองนว ล เปอร์เซ็นต์เน้ือ 15% เน้ือละเอียด มีเส้นใยในเน้ือ ค่อนข้างน้อย ความมันเป็นครีมสูง มีรสขม เล็กนอ้ ย รสชาติหวานมัน กลน่ิ ค่อนข้างออ่ น คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลกั ษณะสัณฐานวิทยาอื่นๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปไข่ ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 4 พู ลกั ษณะอน่ื ๆรายละเอียดตามตารางท่ี 2 แหล่งท่ีพบ: อ.ครุ ะบรุ ี จ.พงั งา
41 35.รหัสต้น NK-21 ลักษณะเน้ือ: ค่อนข้างหนา แห้ง สีเหลืองนวล เปอร์เซ็นต์เน้ือ 17% เน้ือเนียนละเอียด มีเส้นใย ในเนอื้ เล็กนอ้ ย ความมนั เปน็ ครีมสูง รสชาติหวาน มัน กลิน่ ออ่ น คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลกั ษณะสัณฐานวิทยาอน่ื ๆของผล: ผลขนาดเล็ก ลักษณะหนามแหลม มีจ่านวน 4 พู ลักษณะอ่ืนๆ รายละเอียดตามตารางที่ 2 แหล่งท่ีพบ: อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 36.รหสั ต้น NK-22 ลักษณะเน้ือ: หนา แห้ง สีเหลืองอ่อน เปอร์เซ็นต์ เน้ือ 21% เน้ือเนียนละเอียด มีเส้นใยในเน้ือ เล็กน้อย ความมันเป็นครีมปานกลาง รสชาติ หวานมัน ไมห่ วานจดั กลิน่ ออ่ น คุณภาพในการรับประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวทิ ยาอื่นๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปร่างรี ลักษณะหนามแหลม มีจ่านวน 5 พู ลกั ษณะอืน่ ๆรายละเอียดตามตารางที่ 2 แหล่งที่พบ: อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
42 37.รหัสต้น NK-23 ลักษณะเน้ือ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลือง เปอร์เซ็นต์เน้ือ 23% มีเส้นใยในเนื้อปานกลาง ความมันเป็นครีมค่อนข้างสูง รสชาติหวานมัน กลิ่นออ่ น คุณภาพในการรบั ประทาน: ดี ลกั ษณะสัณฐานวทิ ยาอืน่ ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปร่างกลมแป้น ลักษณะหนามนูน มีจ่านวน 5 พู ลักษณะอ่นื ๆรายละเอียดตามตารางท่ี 2 แหล่งท่ีพบ: อ.ทุ่งสง จ.นครศรธี รรมราช 38.รหัสต้น NK-26 ลกั ษณะเน้ือ: หนา แห้ง สีเหลืองอ่อน เปอร์เซ็นต์ เนื้อ 15% เน้ือละเอียด มีเส้นใยในเน้ือเล็กน้อย ความมันเป็นครีมปานกลาง รสชาติหวานมัน รส หวานค่อนขา้ งสงู กลน่ิ ออ่ น คุณภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวิทยาอ่นื ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปไข่ ลักษณะหนามนูน มีจ่านวน 5 พู ลักษณะ อื่นๆรายละเอียดตามตารางที่ 2 แหลง่ ท่ีพบ: อ.ทุ่งสง จ.นครศรธี รรมราช
43 39.รหสั ต้น NK-27 ลักษณะเนื้อ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองนวล เปอร์เซ็นต์เน้ือ 21% เนื้อละเอียด มีเส้นใยในเนื้อ เล็กน้อย ความมันเป็นครีมค่อนข้างต่า รสชาติ หวานมัน กลนิ่ ออ่ น คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลกั ษณะสณั ฐานวิทยาอืน่ ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปไข่ ลักษณะหนามนูน มีจ่านวน 5 พู ลักษณะ อ่ืนๆรายละเอียดตามตารางที่ 2 แหล่งท่ีพบ: อ.ลานสะกา จ.นครศรธี รรมราช 40.รหสั ตน้ NK-29 ลักษณะเน้ือ: แห้ง สีเหลืองนวล เปอร์เซ็นต์เน้ือ 13% เน้ือละเอียด มีเส้นใยในเน้ือเล็กน้อย ความ มันเป็นครีมค่อนข้างสูง รสชาติหวานมัน กลิ่น อ่อน คุณภาพในการรับประทาน: ดี ลกั ษณะสณั ฐานวิทยาอื่นๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปรี ลักษณะหนามแหลม มีจ่านวน 6 พู ลักษณะ อ่นื ๆรายละเอยี ดตามตารางที่ 2 แหลง่ ท่ีพบ: อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช
44 41.รหัสตน้ CP-01 ลักษณะเนื้อ: แห้ง สีเหลืองนวล เปอร์เซ็นต์เน้ือ 12% เน้ือละเอียด มีเส้นใยในเน้ือเล็กน้อย ความ มันเป็นครีมค่อนข้างสูง รสชาติหวานมัน กล่ิน ออ่ น คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสณั ฐานวทิ ยาอน่ื ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปไข่ ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 5 พู ลกั ษณะอนื่ ๆรายละเอยี ดตามตารางที่ 2 แหล่งท่ีพบ: อ.หลังสวน จ.ชุมพร 42.รหสั ต้น CP-03 ลกั ษณะเนื้อ: หนา แห้ง สีเหลืองอ่อน เปอร์เซ็นต์ เนื้อ 20% เน้ือเนียนละเอียด มีเส้นใยในเน้ือ เล็กน้อย ความมันเป็นครีมปานกลาง รสชาติ หวานมัน กลิน่ อ่อน คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวทิ ยาอืน่ ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปร่างกลม ลักษณะหนามแหลม มีจ่านวน 5 พู ลกั ษณะอืน่ ๆรายละเอียดตามตารางท่ี 2 แหล่งท่ีพบ: อ.หลังสวน จ.ชุมพร
45 43.รหัสต้น CP-18 ลักษณะเน้ือ: หนา แห้ง สีเหลืองนวล เปอร์เซ็นต์ เนื้อ 39% เน้ือเนียนละเอียด มีความมันเป็นครีม ปานกลาง รสชาติหวานมนั มกี ลิ่นออ่ น คุณภาพในการรบั ประทาน: ดี ลกั ษณะสณั ฐานวิทยาอน่ื ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปขอบขนาน ลักษณะหนามนูนปลายแหลม ลกั ษณะอนื่ ๆรายละเอยี ดตามตารางท่ี 2 แหลง่ ท่ีพบ: อ.เมือง จ.ชมุ พร 44.รหสั ต้น CP-19 ลกั ษณะเน้ือ: หนา ปริมาณน่้าในเน้ือปานกลาง สี เหลืองอ่อน เปอร์เซ็นต์เน้ือ 21% มีเส้นใยในเน้ือ และความมันเป็นครีมปานกลาง รสชาติหวานมัน กลิน่ อ่อน คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดี ลกั ษณะสัณฐานวทิ ยาอนื่ ๆของผล: ผลขนาดเล็ก ลักษณะหนามเว้า ลักษณะอ่ืนๆรายละเอียดตาม ตารางที่ 2 แหล่งท่ีพบ: อ.หลังสวน จ.ชุมพร
46 45.รหสั ต้น CP-20 ลักษณะเนื้อ: แห้ง สีเหลืองอ่อน เปอร์เซ็นต์เนื้อ 15% มีเส้นใยในเนื้อปานกลาง ความมันเป็นครีม คอ่ นข้างสูง รสชาตหิ วานมนั กลิ่นคอ่ นข้างอ่อน คุณภาพในการรบั ประทาน: ดี ลกั ษณะสณั ฐานวิทยาอ่นื ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปขอบขนาน ลักษณะหนามว้าวปลายแหลม มี จ่านวน 4 พู ลักษณะอ่ืนๆรายละเอียดตามตาราง ที่ 2 แหลง่ ท่ีพบ: อ.หลังสวน จ.ชุมพร 46.รหสั ตน้ PK-06 ลักษณะเนื้อ: หนา แห้ง สีเหลืองเข้ม เปอร์เซ็นต์ เนื้อ 29% มีเส้นใยในเน้ือค่อนข้างน้อย ความมัน เป็นครีมปานกลาง รสชาติหวานมัน มีรสขม เลก็ น้อย กลิ่นคอ่ นขา้ งออ่ น คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวทิ ยาอ่ืนๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปขอบขนาน ลักษณะหนามว้าว มีจ่านวน 4 พู ลักษณะอืน่ ๆรายละเอยี ดตามตารางที่ 2 แหล่งที่พบ : อ.ถลาง จ.ภเู ก็ต
47 47.รหสั ต้น PK-09 ลกั ษณะเน้ือ: หนา ปริมาณน้่าในเนื้อปานกลาง สี เหลืองเข้ม เปอร์เซ็นต์เนื้อ 25% เน้ือละเอียด มี เส้นใยในเน้ือค่อนข้างน้อย ความมันเป็นครีมปาน กลาง รสชาติหวานมนั กล่ินคอ่ นข้างอ่อน คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดี ลักษณะสัณฐานวทิ ยาอื่นๆของผล: ผลขนาดเล็ก ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 5 พู ลกั ษณะอื่นๆรายละเอียดตามตารางที่ 2 แหลง่ ที่พบ: อ.กะทู้ จ.ภูเกต็ 48.รหัสตน้ PK-016 ลักษณะเนื้อ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองอ่อน เปอร์เซ็นต์เนื้อ 20% เน้ือละเอียด มีเส้นใยในเน้ือ เล็กน้อย ความมันเป็นครีมปานกลาง รสชาติ หวานมัน กลน่ิ อ่อน คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ดี ลกั ษณะสณั ฐานวทิ ยาอ่นื ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปรี ลกั ษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 4 พู ลกั ษณะอน่ื ๆรายละเอียดตามตารางท่ี 2 แหล่งที่พบ : อ.กะทู้ จ.ภเู กต็
48 49.รหัสต้น RN-04 ลักษณะเน้ือ: หนา แห้ง สีเหลือง เปอร์เซ็นต์เน้ือ 28% เนื้อละเอียด มีเส้นใยในเนื้อเล็กน้อย ความ มนั เปน็ ครมี สูง รสชาติหวานมัน กลน่ิ ออ่ น คณุ ภาพในการรับประทาน: ดี ลักษณะสณั ฐานวทิ ยาอืน่ ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปรี ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 5 พู ลักษณะอนื่ ๆรายละเอยี ดตามตารางท่ี 2 แหล่งท่ีพบ : อ.เมอื ง จ.ระนอง
กลมุ่ ที่มีคณุ ภำพในกำรรับประทำนปำนกลำง 49 1. รหสั ตน้ SR-01 ลักษณะเน้ือ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองนวล เปอร์เซ็นต์เนื้อ 23% เน้ือนุ่ม มีเส้นใยในเนื้อ ค่อนข้างสูง ความมันเป็นครีมปานกลาง รสชาติ หวานมนั มีรสหวานแหลม กล่ินคอ่ นขา้ งฉุน คณุ ภาพในการรับประทาน: ปานกลาง ลกั ษณะสัณฐานวทิ ยาอนื่ ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปไข่ ลักษณะหนามนูนปลายแหลม มีจ่านวน 4 พู ลกั ษณะอืน่ ๆรายละเอียดตามตารางที่ 3 แหล่งท่ีพบ: อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎรธ์ านี 2. รหสั ต้น SR-08 ลักษณะเน้ือ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองนวล เปอร์เซ็นต์เนื้อ 28% เนื้อนุ่ม มีเส้นใยในเน้ือปาน กลาง ความมันเป็นครีมค่อนข้างสูง รสชาติหวาน มนั กล่ินค่อนข้างฉนุ คุณภาพในการรบั ประทาน: ปานกลาง ลักษณะสณั ฐานวทิ ยาอ่ืนๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปส่ีเหลี่ยมขนมเปียกปูน ลักษณะหนามนูน มี จ่านวน 4 พู ลักษณะอื่นๆรายละเอียดตามตาราง ที่ 3 แหลง่ ท่ีพบ: อ.ชยั บรุ ี จ.สุราษฎร์ธานี
50 3. รหสั ตน้ SR-09 ลักษณะเน้ือ: หนา ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองนวล เปอร์เซ็นต์เนื้อ 21% เน้ือละเอียด มีเส้นใยในเน้ือ ปานกลาง ความมันเป็นครีมค่อนข้างสูง รสชาติ หวานมนั กลิน่ คอ่ นข้างฉุน คณุ ภาพในการรับประทาน: ปานกลาง ลักษณะสณั ฐานวิทยาอ่นื ๆของผล: ผลขนาดเล็ก รูปสี่เหล่ียมขนมเปียกปูน ลักษณะหนามโค้งงอ มี จ่านวน 5 พู ลักษณะอ่ืนๆรายละเอียดตามตาราง ท่ี 3 แหล่งที่พบ: อ.ชยั บรุ ี จ.สรุ าษฎรธ์ านี 4.รหสั ต้น SR-25 ลักษณะเนื้อ: ค่อนข้างแห้ง สีเหลืองอ่อน เปอร์เซ็นต์เนื้อ 14% เนื้อละเอียด มีเส้นใยในเน้ือ ค่อนข้างสูง ความมันเป็นครีมค่อนข้างต่า รสชาติ หวานมนั กลิน่ ค่อนขา้ งออ่ น คณุ ภาพในการรบั ประทาน: ปานกลาง ลกั ษณะสณั ฐานวิทยาอื่นๆของผล: ผลขนาดเล็ก รปู ขอบขนาน ลักษณะหนามแหลม มีจ่านวน 4 พู ลักษณะอนื่ ๆรายละเอียดตามตารางท่ี 3 แหล่งท่ีพบ: อ.บา้ นตาขุน จ.สรุ าษฎรธ์ านี
Search