Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ข้าวโพดกระป๋องส่งออก

ข้าวโพดกระป๋องส่งออก

Description: ข้าวโพดกระป๋องส่งออก.

Search

Read the Text Version

ข า ว โพ ด ก ร ะ ป อ ง ส ง อ อ ก สขุ สันต สทุ ธิผลไพบลู ย กําเนดิ ของขา วโพดอยใู นทวปี อเมรกิ า ชาวพ้ืนเมอื งใชเ ปน อาหารมาตง้ั แต แหลง กอนท่คี รสิ โต-เฟอร โคลมั บสั ไดค น พบทวปี อเมรกิ าในป พ.ศ. 2035 หลังจากนั้นไดแพรกระจายไปในทวีปยุโรป เอเชยี อัฟรกิ า ขา วโพดเปน ธญั พืชใบเลี้ยงเดี่ยวอยูในวงศหญา เชน เดยี วกับขาว ขา วสาลี ขา วบารเ ลย ขา วฟา ง หญาแฝก จงึ ไมม รี าก แกวแตมีระบบรากฝอยทําหนา ทด่ี ดู อาหารและยดึ ลําตน ซง่ึ เปน ขอ ปลอ งแขง็ ขอ ทโ่ี คนตน สน้ั มรี ากงอก ชวยยึดลําตน ใหท รงตวั ตง้ั ตรง ไสแ นน ไมก ลวง สงู ตง้ั แต 60 ซม. ขน้ึ ไป ใบแคบยาวเรยี วมเี สน ใบสเี หลอื ง ทําหนาท่ดี ูดอาหารและเปนท่รี ะเหยของนํ้า ไมท นทานตอ ความแหง แลง ดอกมที ง้ั ดอกตวั ผแู ละดอกตวั เมียอยูแยกกันคนละดอกแตอ ยใู นตน เดยี วกนั ดอกตวั ผอู ยรู วมกนั เปน ชอ ตอนบนสดุ ของลําตน บานอยู หลายวันโดยสลัดละอองเกสรจํานวนมากปลวิ ไปตามกระแสลม กอ นและหลงั จากทเ่ี สน ไหมเปน ยาง เหนยี วยาว 5-15 ซม. ยน่ื ปลายโผลจ ากผักท่เี ปนดอกตัวเมีย ซง่ึ อยทู ข่ี อ กลางลําตน สําหรับคอยรับ ละอองเกสรตัวผูที่ปลิวมาสัมผัส เพอ่ื เขา ผสมกบั ไขใ นฝก ขา วโพด และจะแหง ตายไปเมอ่ื รงั ไขไ ดร บั การ ผสมแลว หลงั จากนน้ั รงั ไขเ ตบิ โตเปน เมลด็ ขาวโพด จัดเปนพืชที่มีความสําคญั อนั ดบั 3 ในบรรดาธญั พชื ดว ยกนั รองจากขา ว ขา วสาลมี กี าร ผลิตในเขตอากาศอบอุน เขตอากาศกง่ึ รอ นชน้ื และพน้ื ทร่ี าบเขตรอ น สามารถปรบั ตวั ไดด กี บั สภาพ แวดลอมที่กวางขวาง ตง้ั แตเ สน รงุ ท่ี 55 องศาเหนอื ถงึ 40 องศาใต นอกจากเมลด็ ขา วโพดมแี ปง เปน องคประกอบที่สําคัญแลว ยังนํามาใชใ นอุตสาหกรรมน้ํามนั น้าํ ตาล และผลติ ภณั ฑอ กี หลายชนดิ รวมทั้ง ตนขา วโพดยงั นํามาเปน พชื อาหารสตั ว ไดแก หญาสด (fodder) หญาแหง (hay) และหญาหมัก (silage) อกี ดว ย สําหรับประเทศไทยปลูกขาวโพดกันแพรหลายมากกวา 30 ป ในอดตี เปน สนิ คา ปฐมภมู สิ ง ออก อันดับที่ 4-5 ของโลก ตอ มามคี วามสําคญั ตอ อุตสาหกรรมอาหารสตั ว โดยผลิตผลที่ไดสวนใหญใชภาย ในประเทศและเหลอื สง ออกเลก็ นอ ย ป 2535 ไดประสบกับสภาพอากาศแหง แลง มากปรมิ าณไมเพียง พอกับความตองการตอ งนําเขา จากตา งประเทศเรอ่ื ยมา ในทน่ี ข้ี อกลา วถงึ ขา วโพดฝก ออ น ขา วโพดหวาน และผลติ ภณั ฑใ นรปู อาหารกระปอ ง ขาวโพดฝกออ นเปน ขา วโพดทเ่ี กบ็ มาบรโิ ภคเมอ่ื ฝก ยงั ออ นอยหู รอื ยงั ไมม เี มลด็ เปนพืชที่มีอายุ เก็บเก่ียวสน้ั ประมาณ 45 วัน ซ่งึ สังเกตไดจ ากเสน ไหมโผลพ น จากฝก ราว 2-3 ซม. แลว ตอ งถอดยอด ออก มีชวงเวลาเกบ็ เกย่ี ว 7-10 วนั รวมเวลาปลกู ไมเ กนิ 60 วัน ท้ังน้ขี ้นึ อยูกับพันธทุ ีใ่ ช ความกรอบ

2 และความหวาน ขน้ึ อยกู บั ชว งเวลาเกบ็ เกย่ี วและพนั ธุ ชาวจนี เปนชาตแิ รกทีน่ ําขา วโพดฝก ออ นมาปรงุ อาหารคาว ตอมามผี นู ยิ มเกบ็ มาประกอบอาหารแทนหนอ ไมฝ รง่ั ใสส ลดั ฝก สดและประกอบอาหารอน่ื ๆ อีกหลายชนดิ ขา วโพดฝก ออ นถกู หอ หมุ ดว ยเปลอื กอยา งมดิ ชดิ จงึ ปลอดภยั จากสารพิษเคมีกําจัดโรค แมลง ดังน้ันผูบ รโิ ภคจงึ วางใจไดใ นเรอ่ื งสารพษิ ตกคา งไมเ หมอื นกบั ผกั อน่ื ๆ อกี หลายชนดิ เดิมการปลกู ขา วโพดฝก ออ นยงั ไมเ ปน ทน่ี ยิ มแพรห ลาย เกษตรกรที่ปลูกมักใชพันธุขาวโพด หวาน ขา วโพดหวานพเิ ศษ และขาวโพดเทียนเปนสวนใหญ เพราะมีอายุเก็บเกี่ยวสั้น ใหฝกดก ฝก ออ น มีขนาดเล็ดรูปรางเหมาะสม รสชาตหิ วานกรอบนา รบั ประทาน แตข า วโพดทง้ั สามพนั ธนุ ไ้ี มต า นทานตอ โรคราน้ําคา ง เมอ่ื ป 2516 เกดิ โรคระบาดนอ้ี ยรู นุ แรง ทาํ ใหเ กดิ ความเสียหายมาก เกษตรกรไม สามารถเกบ็ ผลผลติ ได จึงหันมาใชพันธุขาวโพดไร อาทิ พนั ธไุ ทยดีเอ็มอาร 6 ของกรมวชิ าการเกษตร พันธุสุวรรณ 1 สวุ รรณ 2 ของมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ทดแทนเพราะตา นทานโรคราน้ําคา งไดด ี เจริญเติบโตทแ่ี ขง็ แรงกวา อกี ทง้ั เมลด็ พนั ธรุ าคาถกู อกี ดว ย แตจ ะตอ งเก็บเกี่ยวในชว งระยะเวลาทีเ่ หมาะ สม มิฉะน้ันจะไดข า วโพดฝก ออ นทม่ี แี กนคอ นขา งใหญ รปู รา งสว นหวั โตแตป ลายลบี หรอื คดงอและแกน แข็งได นอกจากนเ้ี ปลอื กฝก ออ นและตน สดซง่ึ เปน ผลทดพลอยได นําไปใชเ ปน อาหารของโคนมโคเนอ้ื ได อยางดี สวนมลู สตั วท ไ่ี ดน ําไปใสใ นดนิ เพอ่ื เพม่ิ และรกั ษาคณุ สมบตั คิ วามอดุ มสมบรู ณข องดนิ เหมือน เดิม ซง่ึ เปน การเกษตรยง่ั ยนื พันธุขาวโพดฝกออนที่ดีเปนปจจัยที่สําคญั ขอหน่ึงท่จี ะไดผ ลติ ผลคณุ ภาพดี กลา วคอื มีจาํ นวน ฝกเสียไมไดมาตรฐานนอ ย ขณะเดยี วกนั พนั ธนุ น้ั กค็ วรใหผ ลผลติ ตอ ไรส งู และงา ยตอ การจดั การของ เกษตรกรผปู ลกู ดว ย พนั ธขุ า วโพดฝก ออ นควรมลี กั ษณะและคณุ สมบตั ทิ ด่ี ี ดงั น้ี 1. มีความตา นทานโรคแมลงไดด ี โดยเฉพาะโรครานํ้าคา ง 2. มีการเจริญเตบิ โตสมบรู ณแ ขง็ แรงและรวดเรว็ อายกุ ารเก็บเก่ียวครงั้ แรกนอ ยส้นั 3. ฝกดกสามารถเกบ็ เกย่ี วไดพ รอ มกนั หลายฝก ตอ ตน ซึ่งทาํ ใหช ว งเวลาในการเกบ็ เกย่ี วสน้ั ลง 4. ตนไมค วรสูงเกินไป เพราะจะทําใหโ คน ลม และถอดยอดหรอื ตดั ฝก ไมส ะดวก 5. เปนพนั ธทุ ม่ี นี ้ําหนกั ฝก สดมากกอ นปอกเปลอื ก 6. เปนพันธุที่มีนํ้าหนกั ฝก ออ นสงู หรอื แกนออ นหลงั ปอกเปลอื ก 7. มีขนาดฝก ออ นสม่ําเสมอและพอเหมาะ คอื ความยาวประมาณ 7-10 ซม. ความกวา ง หรือเสน ผา ศนู ยก ลาง 1.0-1.5 ซม. 8. ฝกควรมีสีเหลืองหรอื สคี รมี ไมข าวซดี การเรยี งของไขป ลาบนฝก ออ นตรง ไมแยก ออกจน เหน็ เปน รอ ง 9. ลักษณะรปู รา งสวย รสชาตหิ วานกรอบ และมีคณุ ภาพในการบริโภคดี พันธุขาวโพดออนที่เกษตรกรนิยมปลูก คอื พนั ธผุ สมเปด ไดแก พนั ธรุ งั สติ 1 พนั ธเุ ชยี งใหม 90 พนั ธมุ ข.901 พนั ธมุ ข.902 พนั ธม ข.903 พนั ธสุ วุ รรณ 2 พนั ธซุ ปุ เปอรส วที ดีเอม็ อาร แตปจจุบัน แนะนําใหป ลกู มพี นั ธผุ สมเปด ไดแก พนั ธเุ ชยี งใหม 90 ของกรมวชิ าการเกษตร พนั ธสุ วุ รรณ2 พันธุ ซปุ เปอรส วีทของมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร และพนั ธลุ กู ผสมตา งๆ คอื พันธุ Cargill729 ของบรษิ ัท คารก ลิ ล Pioneer 3228 ของบรษิ ทั ไพโอเนยี ร G-5406 ของบริษัทซีบาไกกี้ พันธุ C.P.61 ของบรษิ ทั

3 ซี.พี. นอกจากนย้ี ังมีพนั ธเุ กษตรศาสตร 1 ของมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ทเ่ี กษตรกรไมต อ งถอดยอดก็ ไดขาวโพดฝก ออ นประหยดั แรงงาน เพราะเกสรตวั ผูเปนหมัน การปลูกขาวโพดฝก ออ นสามารถปลกู ไดต ลอดป แตป ลกู กนั มากในชว งฤดฝู น สว นในเขต ฃลประทานทม่ี กี ารสง น้ําที่ดี หรอื แหลง ทม่ี นี ้ําอดุ มสมบรู ณป ลกู ไดถ งึ 3-6 ครง้ั ตอ ป การที่เกษตรกร นิยมปลกู ขา วโพดฝก ออ น เน่ืองจากเปนเทคโนโลยไี มย งุ ยาก ไมต อ งใชส ารเคมอี นั ตราย ทั้งเปนพืชที่มี อายุการเก็บเกี่ยวสั้นใชเวลาเพียง 60-70 วนั เทา นน้ั ซึ่งสามารถปลูกเปนพืชหลักที่ทํารายไดด ี ครอบครัวที่มีแรงงาน 2-3 คนปลกู ได 3-5 ไร กอ นปลกู เกษตรกรควรรวมตวั เปน กลมุ ซง่ึ มผี ลติ ผลมาก พอสําหรบั ผซู อ้ื แนน อนพรอ มกบั มเี งอ่ื นไขการซอ้ื ทด่ี ี โดยทําสญั ญาซอ้ื ขายลว งหนา และวางแผนการผลติ รว มกนั จากการปลกู ขา วโพดฝก ออ นป 2540/41-2542/43 ของกองแผนงาน กรมสง เสรมิ การ เกษตร มดี งั น้ี ป พ้ืนที่เก็บเกีย่ ว(ไร) ผลิตผลทไ่ี ด(ตนั ) ผลผลติ ตอ ไร(กก.) 2540/41 176,428 217,736 1,234 2541/42 169,526 193,637 1,142 2542/43 165,027 180,781 1,095 ป 2542/43 พื้นที่เก็บเกี่ยวภาคตะวันตกมากที่สุด 122,916 ไร ไดผ ลติ ผล 136,435 ตนั ผลผลติ ตอ ไร 1,109 กก. จังหวัดกาญจนบุรีมีพื้นที่เก็บเกี่ยว 83,990 ไรไดผลิตผล 90,476 ตนั กลา ว คอื อําเภอทามะกาไดผลิตผล 64,449 ตนั รองลงมา ไดแก อําเภอทามวง 11,455 ตนั อําเภอเมอื ง 7,979 ตนั อําเภอดา นมะขามเตย้ี 4,538 ตนั อําเภอพนมทวน 1,306 ตนั อําเภอบอ พลอย 747 ตนั จังหวัดราชบุรีมีพื้นที่เก็บเกี่ยว 28,561 ไร ไดผ ลผลติ 32,891 ตนั อําเภอทไ่ี ดผ ลติ ผลมากลดหลน่ั ลง มา คอื บา นโปง ดําเนนิ สะดวก โพธาราม พน้ื ทเ่ี กบ็ เกย่ี วของอําเภอเมอื ง อําเภอกําแพงแสน จังหวัด นครปฐมรวมกนั 4,336 ไรไดผลิตผล 5,845 ตนั อําเภอสองพน่ี อ ง อําเภอเดยี วในจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี มีพื้นที่เก็บเกี่ยว 5,889 ไรผ ลิตผล 7,066 ตนั อนั ดบั รองคอื ภาคเหนอื พน้ื ทเ่ี กบ็ เกย่ี ว 37,399 ไรไ ด ผลติ ผล 40,666 ไร อําเภอจังหวดั ทป่ี ลกู หนาแนน นา สนใจคอื กง่ิ อําเภอบงึ สามคั คี จังหวัดกําแพงเพชร ไดผ ลติ ผล 16,781 ตนั กง่ิ อําเภอดอยหลวง อําเภอแมจัน อําเภอเชียงแสน และอําเภออน่ื ๆ ในจงั หวดั เชยี งรายมีพื้นที่เก็บเกี่ยว 8,821 ไรไดผลิตผล 12,105 ตนั เฉพาะกง่ิ อําเภอแมออนและอําเภอไชย ปราการ จังหวัดเชียงใหม ไดผ ลติ ผล 634 และ 312 ตนั ในผลติ ผลรวมทง้ั จงั หวดั 1,324 ตนั อําเภอ โกรกพระ กง่ิ อําเภอแมเปน อําเภอเมอื ง จงั หวดั นครสวรรค ไดผ ลติ ผล 937 303 และ 291 ตนั ตาม ลําดบั โดยรวมผลติ ผลทง้ั จงั หวดั ราว 1,531 ตนั สว นภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื อําเภอเตา งอยและ อําเภอเมือง จงั หวดั บรุ รี มั ยซ ง่ึ มโี รงงานของโครงการหลวงตง้ั อยมู ผี ลติ ผล 97 ตนั จากขอมูลรายช่ือโรงงานแปรรปู ขา วโพดฝก ออ นกระปอ งพรอ มทง้ั ความตอ งการวตั ถดุ บิ ป 2541 ของคุณทิพย เลขะกลุ สถาบันวิจัยพืชไร กรมวชิ าการเกษตร พอสรปุ ได คอื

4 ภาค/จงั หวดั จํานวนโรงงาน (โรง) ความตองการวัตถุดบิ รวม(ตนั ) 1. ภาคเหนอื 1 10,985 1.1 เชยี งราย 6 10,985 1.2 เชียงใหม 3 10,985 1.3 ลาํ ปาง 1 10,985 1.4 พะเยา 1 10,985 1.5 ตาก 1 10,985 1.6 พิจิต 2. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื 2 4,600 2.1 หนองคาย 1 4,600 2.2 สกลนคร 1 4,600 2.3 ศรสี ะเกษ 1 4,600 2.4 บรุ รี มั ย 3. ภาคกลาง 1 1,925 3.1 นนทบรุ ี 1 1,925 3.2 พระนครศรอี ยธุ ยา 4. ภาคตะวนั ออก 4 11,540 4.1 ปราจนี บรุ ี 2 11,540 4.2 ชลบรุ ี 1 11,540 4.3 นครนายก 4 18,270 5. ภาคตะวันตก 3 18,270 5.1 ราชบรุ ี 1 18,270 5.2 นครปฐม 1 18,270 5.3 สพุ รรณบรุ ี 1 18,270 5.4 สมทุ รสงคราม 37 47,770 5.5 กาญจนบุรี รวมทั้งสิ้น อนึ่งโครงงานแตละโรงตองการวัตถุดิบตางเวลากัน อาทิ ระหวา งเดอื นมกราคม – มนี าคม มกราคม – ตลุ าคม มกราคม – ธนั วาคม กุมภาพันธุ – ธนั วาคม มนี าคม –พฤษภาคม พฤษภาคม – กรกฎาคม พฤษภาคม – ตลุ าคม มถิ นุ ายน –สงิ หาคม กรกฎาคม – มถิ นุ ายน ทง้ั นข้ี น้ึ อยกู บั ปริมาณนํ้าฝนทต่ี กเปน ชว งๆ น้าํ ชลประทานกบั น้ําในแหลง ธรรมชาติ ความสะดวกของเกษตรกรในแต ละทองที่ สว นโรงงานกม็ พี ชื อน่ื ทอ่ี อกตามฤดกู าลตอ งแปรรปู ดว ย

5 ขาวโพดฝก ออ นทผ่ี ซู อ้ื ตอ งการสง โรงงานแปรรปู แบง เปน 3 เกรด คอื 1. เกรด L ขนาดความยาว 9-13 ซม. 2. เกรด M ขนาดความยาว 7-9 ซม. เสน ผา ศนู ยก ลางฝก 1-1.5 ซม. 3. เกรด S ขนาดความยาว 4-7 ซม. สวนมากโรงงานจะผลติ หรอื ผลติ เกรด S และ M มากกวา L คุณภาพที่ตองการ ดงั น้ี 1. สีของฝก มสี เี หลอื งหรอื สคี รมี 2. ฝกสมบรู ณ การเรยี งของไขป ลาตรง ไมหัก เนา หรือแกเกินไป 3. ฝกไมม รี อยกรดี ไมม ีเศษไหมตดิ 4. ฝก สด ไมเหี่ยวแหง ไมผ า นการแชน ้ํา 5. ตัดข้ัว และตดั แตง ระหวา งรอบขว้ั กบั ฝก เรยี บรอ ย โรงงานไดกําหนดเงอ่ื นไขคณุ ภาพทเ่ี ขม งวด มเี กษตรกรนอ ยรายทข่ี าย ขายวตั ถดุ บิ ใหก บั โรงงาน โดยตรง ดังน้ันพอ คา ผรู วบรวมขายใหก บั โรงงานเปน สว นใหญ โดยใสข า วโพดฝก ออ นทป่ี อกเปลอื กใน ตะกราพลาสตกิ 20 กก. ตอ ตะกรา รถ 10 ลอ บรรทกุ ได 6 ตนั ถา ยงั ไมป อกเปลอื กใสใ นกระสอบ เขง หรือเทกอง รถ 10 ลอ บรรทกุ ได 10 ตนั เน่ืองจากขา วโพดฝก ออ นกระปอ งเปน สนิ คา แปรรปู ทางอุตสาหกรรม เพื่อสงออกไปจําหนายยัง นานาประเทศ รฐั มนตรวี า การกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อสงออกไปจําหนา ยยงั นานาประเทศ รฐั มนตรี วาการกระทรวงอุตสาหกรรมอาศยั อํานาจตามความในมาตรา 15 แหงพระราชบัญญัติมาตรฐานผลติ ภัณฑอุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เปน สมควรปรบั ปรงุ ขา วโพดฝก ออ นกระปอ งมาตรฐานเลขท่ี มอก. 43-2516 จงึ ไดย กเลกิ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมลงวนั ท่ี 18 กรกฏาคม พ.ศ. 2516 และ ประกาศลงวันที่ 25 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2536 กําหนดมาตรฐานขา วโพดฝก ออ นในภาชนะบรรจเุ ลขที่ มอก. 43-2536 ขน้ึ ใหม ซง่ึ มสี าระสําคญั โดยยอ ดงั น้ี ขาวโพดฝก ออ น หมายถึง ขาวโพดสว นทเ่ี ปน ชอ ดอกทย่ี งั ไมเ จรญิ เปน เมลด็ ทง้ั ฝก ทล่ี อกเปลอื ก ตัดกานและหนวดหรือไหมออกแลว ขาวโพดฝกออนในภาชนะบรรจุเปนขาวโพดที่ทําจากขาวโพดฝก ออนที่มีน้ําหนักเน้ือกําหนดไว น้ําเกลือ และอาจมวี ตั ถเุ จอื ปนอาหารรวมอยใู นภาชนะบรรจุ ซง่ึ เปน กระปองโลหะ ขวดแกว หรอื ภาชนะบรรจอุ น่ื กไ็ ด โดยผานกรรมวิธีใหความรอนที่เพียงพอ เพื่อยับยั้งการ เจริญเติบโตหรือการขยายพันธุของจุลินทรียปองกันการเนาเสียและเพ่ือความปลอดภัยของผูบริโภค ซ่ึงแบงออกเปน 4 ชนดิ คอื ชนิดฝกใหญ ฝก กลาง ฝก เลก็ ฝกตัด นอกจากนย้ี งั ไดก ําหนดรายละเอยี ด เก่ียวกับชนิด คณุ ลกั ษณะทต่ี อ งการ วตั ถเุ จอื ปนอาหาร สารปนเปอ น สขุ ลกั ษณะ การบรรจุ เครอ่ื ง หมายและฉลาก การซกั ตวั อยา งและเกณฑต ดั สนิ และการทดสอบไวดวย จากการวิเคราะหค ณุ คา ทางอาหารธาตตุ า งๆ ทม่ี ใี นขา วโพดฝก ออ น เปรียบเทียบกับพืชผักอื่นๆ ที่ไมใ ชพืชตระกูลถั่ว ปรากฏวา ไมแ ตกตา งกนั อาทิ กะหลํ่าดอก กะหลํ่าปลี มะเขอื เทศ มะเขอื แตงกวา

6 ผักกาดขาวปลี ชาวจนี นยิ มนําขา วโพดฝก ออ นมาประกอบอาหารเชน ผดั น้ํามนั ใสห มกู งุ ใสต ม จดื และ สลดั สว นคนไทยนํามานง่ึ หรอื ลวกดว ยน้ําเดอื ดสําหรบั จม้ิ น้ําพริก ปจจบุ นั ไดร บั ความนยิ มจากผบู รโิ ภค มากขึ้น นอกจากใชบริโภคในรูปผักสดแลวยังใชบรรจุกระปองอีกดวย ซึ่งเริ่มสงออกในป 2511 แตปริมาณไมมากนกั และมแี นวโนม เพม่ิ ขน้ึ เรอ่ื ยมา ขอ มลู ปรมิ าณและมลู คา สง ออกป 2540 –42 ของ ศูนยสารสนเทศการเกษตร สาํ นกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรดว ยความรว มมอื จากกรมศลุ กากร มดี งั น้ี ปรมิ าณ : ตนั มลู คา : ลา นบาท รายการ 2540 2541 2542 ปรมิ าณ มลู คา ปรมิ าณ มลู คา ปรมิ าณ มลู คา 1. ขา วโพดฝก ออ นสดแชเ ยน็ 3,260 47.4 11,924 76.3 3,032 63.5 59,585 1,598.4 54,643 1,760.3 51,668 1,432.3 2. ขา วโพดฝก ออ นกระปอ ง 62,845 1,645.8 66,567 1,836.6 54,700 1,495.8 ป 2542 สหราชอาณาจกั รเปน คคู า รายใหญส ดุ ซอ้ื ขา วโพดฝก ออ นสดแชเ ยน็ 239 ตนั 29.5 ลานบาท มลู คา รองลงมาไดแ ก ญี่ปุน 11.2 ลา นบาท มาเลเซยี 6.6 ลา นบาท ออสเตรเลยี 5.5 ลา น บาท สหรัฐอเมริกา 2.8 ลา นบาท เนเชอรแลนด 1.6 ลา นบาท เดนมารค 1.5 ลา นบาท แคนนาดา 1.1 ลา นบาท สว นมลู คา 8.5 แสนบาท ลดหลน่ั ลงมาคอื จีน เยอรมนี ไตหวัน ฮอ งกง ฝรง่ั เศส เกาะ ไคคอล ศรลี งั กา สหรฐั อาหรบั เอมเิ รต นอรเวย สวิตเซอรแลนด เกาหลีเหนอื ซาอุดิอาระเบยี อนิ เดยี สรุปแลวสหภาพยุโรป ซื้อทั้งหมด 288 ตนั 33.9 ลา นบาท สําหรับขาวโพดฝกออนกระปอง ป 2542 สหรัฐอเมริกาลูกคารายใหญสุดปริมาณท่ีซื้อ 17,571 ตนั มลู คา 418.5 ลา นบาท รองลดหลน่ั ลงมาคอื ญี่ปุน 184.4 ลา นบาท เนเธอรแลนด 147.3 ลา นบาท เยอรมนี 87.6 ลา นบาท ออสเตรเลีย 73 ลา นบาท แคนาดา 69.2 ลา นบาท สหราชอาณาจกั ร 45.7 ลา นบาท ฝรง่ั เศส 43.1 ลา นบาท ฮอ งกง 42.3 ลา นบาท เกาหลใี ต 35.8 ลานบาท สวเี ดน 32.2 ลา นบาท อสิ ราเอล 24.9 ลา นบาท สงิ คโปร 24.7 ลา นบาท นอรเ วย 22.5 ลานบาท ฟลปิ ปน ส 20.5 ลา นบาท เดนมารค 18.5 ลา นบาท มาเลเซยี 14.1 ลา นบาท ไตหวัน 11.9 ลานบาท สวิตเซอรแ ลนด 11.2 ลา นบาท สว นทม่ี มี ลู คา ต่ํากวา 10 ลา นบาทรวม 65 ประเทศ โดย รวมสหภาพยุโรปซื้อรวมกัน 12,145 ตนั 401.3 ลา นบาท ในการนม้ี ขี อ สงั เกตวา สหรฐั อเมรกิ าซอ้ื ขา ว โพดฝกออนและผลติ ภัณฑจ ํานวนมาก ทั้งๆ ทเ่ี ปน ผผู ลติ ขา วโพดมากคงเนอ่ื งมาจากการปลกู ขา วโพดฝก ออนตองใชแ รงงานมากและมรี าคาสงู ตามหลกั เศรษฐศาสตรก ารซอ้ื จะถกู ตอ งดกี วา การนําเขา ขา วโพดฝก ออ นสดแชเ ยน็ จากตา งประเทศของไทยไมม ใี นป 2540-42 มีแตขาวโพด ฝก ออ นกระปอ งนําเขา จากญป่ี นุ ป 2540 ปรมิ าณ 7,998 กก. 747,425 บาท กอนที่จะเริ่มมีเขาโพดฝกออนและผลิตภัณฑในป 2511 ประเทศไทยไดปลูกขาวโพดรับ ประทานฝกสดอาทิ ขาวโพดขาวเหนียว ขาวโพดเทยี น ขา วโพดพนั ธตุ าไล รวมทั้งขาวโพดหวานเพื่อ บริโภคฝกสดกันมาเปนเวลานานแลว ปจจุบันมีพันธุผสมเปดที่ปลูกกันอยูไดแกพันธุฮาวานเอียน

7 ซูเปอรสวิท พันธุซูเปอรอารโก ของกรมวชิ าการเกษตร พนั ธซุ เู ปอรส วทิ ดี เอ็มอาร เบอร 1 ของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร สว นพนั ธล กู ผสมอนิ ทรยี  1 อนิ ทรยี  2 เปน ของมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร มีเอกชนหลายบรษิ ทั นําเขาพนั ธล ูกผสมจากตา งประเทศเทาทที่ ราบคอื พนั ธซ ูการ-73 พันธซกู าร-74 ของบริษัท โนวาตสี จํากัด พนั ธไุ ฮบรดิ -5 พนั ธไุ ฮบรดิ -10 ของบรษิ ทั แปซฟิ คเมล็ดพันธุ จํากัด พันธุ หวานสลบั สี-48 พนั ธห วานสลบั สี-50 ของบริษัทสวีทซีดสพันธุ AST-2 ผลิตภัณฑขาวโพดหวาน จากขอมูลที่เก่ียวกับขาวโพดหวานทั้งฤดูฝนและฤดูแลง ปเ พาะปลกู 2540/41 –2542/43 โดยเร่ิมตนจากวนั ท่ี 1 พฤษภาคม – 30 เมษายนของปถ ดั ไป ของกองแผนงาน กรมสง เสรมิ การเกษตร มีดงั น้ี ป พื้นที่เกบ็ เก่ยี ว(ไร) ผลิตผลรวม (ตนั ) ผลผลติ ตอ ไร (กก.) 2540 / 41 262,307 472,751 1,802 2541 / 42 174,164 371,865 1,825 2542 / 43 123,163 227,794 1,850 ภาคตะวันตกเปนแหลงปลูกขาวโพดหวานมากท่ีสุดตลอดมา สําหรับป 2542/43 จังหวัด กาญจนบุรีปลูกมากที่สุดมีพื้นที่เก็บเกี่ยว 44,362 ไรไดผลิตผล 86,310 ตนั ผลิตผล รองลดหลน่ั ลง มา คือ เชียงใหม ราชบรุ ี สพุ รรณบรุ ี บรุ รี มั ย ขอนแกน เชยี งราย พิจิตร อทุ ยั ธานี นครสวรรค สกลนคร ขาวโพดที่ปลูกมีทั้งใชบริโภคภายในประเทศและสงออก เน่ืองจากไดมีการทําขาวโพดครีมกระปองจากขาวโพดหวานในเชิงอตุ สาหกรรมรฐั มนตรวี า การ กระทรวงอุตสาหกรรมอาศยั อํานาจตามความในมาตรา 15 แหงพระราชบัญญัติมาตราฐานผลิตภัณฑ อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 จึงไดประกาศกําหนดมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ ตุ สาหกรรมขา วโพดครมี กระปอ ง เลขท่ี มอก.98-2517 ลงวนั ท่ี 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 โดยอาศัยเกณฑคุณภาพจากเอกสาร Joint FAO/WHO CAC/ RS 18-1969 Food standard programmer ประกอบการพิจารณาดวย พอสรุป ไดด งั น้ี ขาวโพดครมี กระปอ ง หมายถึง ขาวโพดชนิดหวานทไี่ ดค ัดเลือกพนั ธทุ ีเ่ หมาะสมซึง่ ทําจากเมลด็ ขาวโพดฯท่ีผา นออกจากฝก แลวคัดเลอื กนํามาผสมกบั สารประกอบอยา งใดอยา งหนง่ึ หรอื รวมกนั อนั ได แก น้าํ เกลอื น้าํ ตาลทรายขาว แปง เนย ผัก และวตั ถเุ จอื ปนในอาหาร บรรจรุ วมอยใู นกระปอ งทท่ี ําจาก แผนเหล็กเครอื บดบี กุ ทรงกระบอกมฝี าปด หวั ทา ยอาจจะเคลอื บดว ยแลกเกอรห รอื ไมก ไ็ ด โดยผา นกรรม วิธีใชค วามรอ นเพอ่ื ทําลายหรือยับยั้งการทําลายของจลุ นิ ทรยี  นอกจากนย้ี งั ไดก ําหนดรายละเอยี ดเกย่ี ว กับแบบการบรรจุ สว นประกอบทใ่ี ชบ รรจนุ อกจากเมลด็ ขา วโพด คณุ ลกั ษณะทต่ี อ งการ วตั ถเุ จอื ปนใน อาหาร สารปนเปอ น สขุ ลกั ษณะ ภาชนะบรรจุ การชง่ั ตวงวดั การทําเครอ่ื งหมายและฉลาก การชง่ั ตวั อยางและกรวิเคราะห เกณฑต ดั สนิ ไวด ว ย

8 ลักษณะฝก ขา วโพดหวานทโ่ี รงงานตอ งการ 1. ไดจากตน ทม่ี คี วามสมบรู ณแ ขง็ แรง ไมม แี มลงรบกวน 2. เปลือกไมห นาเกนิ ไป อตั ราสว นน้ําหนกั ฝก ทง้ั เปลอื ก: ฝก ทง้ั เปลอื ก: เทากับ 1:1:1 3. ขนาดฝกเมอ่ื ปลอกเปลอื กแลว มเี สน ผา นศนู ยก ลาง 4-5 ซม. ความยาว 15-18 ซม. 4. ฝกรูปทรงกระบอกมขี นาดโคนและปลายฝก แตกตา งไมเ กนิ 0.5 ซม. 5. ฝกเม่ือปลอกเปลอื กแลว มเี มลด็ เรยี งเปน ระเบยี บ 12-16 แถว แถวหนง่ึ มเี มลด็ ประมาณ 30 เมลด็ น้าํ หนักฝก 200-230 กรัม ป 25 เรม่ิ มกี ารสง ออกขา วโพดหวาน ศนู ยส ารสนเทศทางการเกษตร สาํ นกั งานเศรษฐกจิ การ เกษตร ดว ยความรว มมอื จากกรมศลุ กากร มขี อ มลู สง ออกป 2540-42 ดงั ตอ ไปน้ี รายการ ปรมิ าณ : ตนั มลู คา : ลา นบาท 2540 2541 2542 1. ขาวโพดหวานดิบหรือสุขแชแข็ง ปรมิ าณ มลู คา ปรมิ าณ มลู คา ปรมิ าณ มลู คา 2. ขา วโพดหวานกระปอ ง 986 27.7 559 24.3 1,416 62.9 18,297 461.2 21,952 680.2 26,238 666.1 รวม 19,283 488.9 22,511 704.5 27,654 729.0 ป 2542 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ไดแก เบลเยี่ยม สหราชอาณาจักร เดนมารค เยอรมนั นี เนเธอรแ ลนด สวีเดน ฟน แลนด อิตาลี ซ้ือขา วโพดหวานดบิ หรอื สขุ แชแขง็ รวมกันมากท่สี ดุ 627 ตนั 26.3 ลา นบาท รองลดหลน่ั ลงมาคอื สหรัฐอเมริกา 452 ตนั 22.3 ลา นบาท ออกเตเลยี 239 ตนั 9.5 ลานบาท เกาหลใี ต 203 ตนั 7.9 ลา นบาท ญี่ปุน 25 ตนั 1.4 ลา นบาท สหภาพอัฟริกาใต 20 ตนั 1 ลานบาท ประเทศที่ซอ้ื รายยอยมูลคาต่ํากวา 1 ลา นบาท ไดแก แคนาดา มาเลเซยี จีน อสิ ราเอล ไตหวัน เนปาล สว นขา วโพดหวานกระปอ งคคู า ทซ่ี อ้ื มากทส่ี ดุ คอื ฮอ งกงปริมาร 7,551 ตนั 174.7 ลานบาท รองลดหลน่ั ลงมาไดแ ก เกาหลใี ต 4,177 ตนั 103.6 ลา นบาท ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ที่ซื้อคือ เยอรมนั นี สหราชอาณาจักร เนเธอรแ ลนด สวเี ดน เบลเยี่ยม กรีซ ฝรง่ั เศส โปรตุเกส สเปน อิตาลี รวมกนั ปรมิ าณ 4ล522 ตนั 114.6 ลา นบาท ญี่ปุน 2,545 ตนั 73.3 ลา นบาท อารเ ยนตนิ า 1,543 ตนั 47 ลา นบาท โปแลนด 1,134 ตนั 29.3 ลา นบาท จีน 1,098 ตนั 26.5 ลา นบาท เลบานอน 477 ตนั 15.1 ลา นบาท สหรัฐอเมริกา 594 ตนั 14.9 ลา นบาท ไตหวัน 511 ตนั 14.3 ลานบาท ฟลปิ ปน ส 377 ตนั 8.5 ลา นบาท อรุ กุ วยั 218 ตนั 6.5 ลา นบาท ลกู คา รายยอ ยทซ่ี อ้ื มลู คา ตา่ํ กวา 4.47 ลา นบาทมี 37 ประเทศ

9 สวนการนําเขา ป 2540-42 กม็ เี ชน เดยี วกนั จากแหลง ขอ มลู ขา งตน ดงั น้ี ปรมิ าณ : ตนั มลู คา : 1,000 บาท รายการ 2540 2541 2542 ปรมิ าณ มลู คา ปรมิ าณ มลู คา ปรมิ าณ มลู คา 1. ขาวโพดหวานดิบหรือสุขแชแข็ง 100 3,439 50 3,517 74 3,742 2. ขา วโพดหวานกระปอ ง 12 325 6 210 10 295 รวม 112 3,864 56 3,727 84 4,037 ป 2542 นําขาวโพดหวานดิบหรือสุขแชแข็งจากสหภาพอาฟริกาใตมากที่สุด 71.5 ตนั 2.7 ลานบาท รองลงมาสหรฐั อเมรกิ า 2 ตนั 813,681 บาท รายยอยไดแก ออสเตรเลยี นิวซแี ลนด อนิ เดยี สวนขาวโพดหวานกระปองนําเขา จาดสหรฐั อเมรกิ าเกอื บทง้ั หมด ลูกคารายใหญท่ซี ือ้ สนิ คาทงั้ 4 รายการจากไทย รวมทั้งไทยเก็บภาษีขาเขา(รอ ยละ) ตามขอ ผกู พันกับองคก ารคา โลก พอประมวลไดด งั น้ี สินคา สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุน เกาหลีใต ไทย 1. ขา วโพดฝก ออนสดแชแ ข็ง 94 เหรียญยูโร/ตนั 21.3 6.0 ไมเ กบ็ 48 2. ขา วโพดฝก ออ นกระปอ ง 5.1/ 94 เหรียญยูโร/ตนั 5.6 15.0 ไมเ กบ็ 42 3. ขาวโพดหวานสุกแชแข็ง 5.1/ 94 เหรียญยูโร/ตนั 14.0 10.6 ไมเ กบ็ 48 4. ขา วโพดหวานกระปอ ง 5.1/ 94 เหรียญยูโร/ตนั 5.6 10-14.9 ไมเ กบ็ 42 เดิมประเทศคูแข็งที่สําคญั ของเรา คอื ไตหวัน ซ่ึงมอี ปุ สรรคคา แรงงานสงู และทด่ี นิ มรี าคาสงู ขน้ึ เปนผลใหตน ทนุ การผลติ สงู จงึ ชะลอการผลติ ลงหนั ไปเพาะเห็ดที่ใหผลกําไรตอ เนอ้ื ท่ี มากกวา การปลกู ขาวโพดฝก ออ น สว นประเทศในกลมุ อาเซยี นกม็ กี ารบา งอาทิ ฟลปิ ปน ส อนิ โดนีเซยี คแู ขง ทน่ี า กลวั คอื จีน คาแรงงานถูก ถา หากปรบั ปรงุ คณุ ภาพสนิ คา ใหด ขี น้ึ อาจชงิ สว นแบง การตลาดจากไทยได ในอดีตประเทศไทยสงออกสินคาปฐมภูมิขาวโพดเลี้ยงสัตวไปจําหนา ยยงั ตา งประเทศ ตอ มาเมอ่ื การเลี้ยงสัตวไดเจริญกาวหนาสงออกเน้ือสัตวเพ่ิมมากข้ึนประกอบกับขาวโพดเปนพืชไมทนตออากาศ แปรปรวนความแหงแลง และเกษตรกรหนั มานยิ มปลกู ขา วโพดฝก ออ น ขา วโพดหวาน เพื่อบริโภคภาย ในประเทศและสง ออกมากขน้ึ เพราะมรี ายไดด กี วา มาก ทําใหป รมิ าณขา วโพดเลย้ี งสตั วไ มเ พยี งพอกบั ความตองการ จงึ ตอ งเสยี เงนิ ตราตา งประเทศนําเขา มา แตใ นขณะเดยี วกนั กม็ รี ายไดจ ากการสง ออกขา ว โพดฝกออนขาวโพดหวานและผลิตภัณฑเปนการทดแทน ทั้งนี้ขึ้นอยูกับการเลือกอาชีพใหมของ เกษตรกรกบั โรงงานแปรรปู เปน ประการสําคญั จดั ทาํ เอกสารอิเล็กทรอนิกสโดย : สาํ นกั สง เสรมิ และฝก อบรม มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร