Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เปิดโลกอัจฉริยะ Smart Grid

เปิดโลกอัจฉริยะ Smart Grid

Description: เปิดโลกอัจฉริยะ Smart Grid.

Search

Read the Text Version

ค�ำน�ำ จากการเปลีย่ นแปลงของสภาพความเปน็ อย่ใู นสงั คม การพัฒนา ทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ท�ำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโต เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเน่ือง ประกอบกับความต้องการคุณภาพ พลังงานไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าในปัจจุบันมีความละเอียดอ่อน และซับซ้อนมากย่ิงข้ึน รวมไปถึงแนวคิดการรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ ไปกับการพัฒนาด้านพลังงาน ท�ำให้อุตสาหกรรมด้านพลังงานไฟฟ้า ต้องมีการพัฒนาเพ่ือรองรับทิศทางดังกล่าว และเพ่ือให้การพัฒนา ทางด้านพลังงานมีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม จึงมี แนวทางการด�ำเนินการได้หลายแนวทางด้วยกัน และแนวทาง การพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าดั้งเดิมให้เป็นระบบโครงข่าย ไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถ แก้ไขปัญหาได้หลาย ๆ ด้าน เช่น ด้านระบบไฟฟ้า ด้านผู้ใช้ไฟฟ้า ด้านสิ่งแวดล้อม รวมท้ังช่วยให้การบริหารจัดการด้านพลังงาน มีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน และยังเป็นแนวทางท่ีประเทศต่าง ๆ ท่วั โลกใหค้ วามส�ำคัญในการพัฒนา ดงั นน้ั การพัฒนาระบบโครงข่าย ไฟฟ้าอัจฉริยะของประเทศไทย จึงเป็นเรื่องที่มีความจ�ำเป็นต่อการ พฒั นาดา้ นพลงั งานของประเทศในระยะยาว

2 สารบัญ 04 สมาร์ทกริด 06 หลักการ คืออะไร ? ท�ำงาน 08 เทคโนโลยี 26 ประโยชน์ ท่ีเกี่ยวข้อง จากการพัฒนา ระบบสมาร์ทกริด 28 แผนงานด้าน 32 การด�ำเนินงานด้าน สมาร์ทกริด สมาร์ทกริดของ ในประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (กฟผ.) 36 แนวคิดด้าน สมาร์ทกริด ในต่างประเทศ

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 3

4 สมาร์ทกริด คืออะไร

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 5 สมารท์ กรดิ (Smart Grid) คอื ระบบโครงขา่ ยไฟฟา้ อจั ฉรยิ ะ ทส่ี ามารถตอบสนอง ต่อการบริหารจัดการด้านไฟฟ้าได้อย่างชาญฉลาดมากข้ึน โดยใช้ทรัพยากรท่ีน้อยลง (Doing More with Less) สง่ ผลใหร้ ะบบไฟฟา้ มปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้ เชอ่ื ถอื ได้ ปลอดภยั และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถรองรับการขยายตัวของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ที่มคี วามผนั ผวนและไม่แน่นอนได้ ระบบสมาร์ทกรดิ เกดิ จากการประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยตี า่ ง ๆ ทัง้ ระบบสื่อสารสารสนเทศ ระบบเซ็นเซอร์ ระบบเก็บข้อมูลและเทคโนโลยีการควบคุมแบบอัตโนมัติ ท่ีช่วยให้เข้าใจ สถานะตา่ ง ๆ ในระบบมากข้ึน และน�ำมาใชป้ ระกอบการบรหิ ารจดั การด้านไฟฟา้ ได้อยา่ ง อตั โนมตั ิ

6 หลักการท�ำงาน ระบบสมาร์ทกริดมีการท�ำงานที่แตกต่างจาก ระบบผลติ ไฟฟ้า ระบบไฟฟา้ ด้ังเดิม ดังน้ี ระบบไฟฟ้าแบบด้ังเดิม ถูกออกแบบให้มี (Generation) การไหลของกระแสไฟฟ้าแบบทิศทางเดียว คือ จากระบบผลิตไฟฟ้า (Generation) ไปยังระบบ ระบบสง่ ไฟฟ้า ส่งไฟฟ้า (Transmission) ผ่านระบบจ�ำหน่าย (Distribution) ถงึ ผู้ใชไ้ ฟฟ้า (Utilization) (Transmission) ระบบสมาร์ทกริด ถูกออกแบบให้มีการไหล ของกระแสไฟฟ้าแบบสองทิศทาง เพื่อให้สามารถ ระบบจำ� หนา่ ยไฟฟา้ บริหารจดั การและแลกเปลย่ี นขอ้ มลู ระหว่างกนั โดย การน�ำเทคโนโลยีหลายประเภทมาประยุกต์ใช้งาน (Distribution) ร่วมกัน เช่น เทคโนโลยีระบบควบคุมแบบอัตโนมัติ ระบบส่ือสารสารสนเทศ ระบบเก็บข้อมูล รวมทั้ง ผู้ใช้ไฟฟา้ ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ระบบควบคุมอัจฉริยะของสมาร์ทกริดจะ (Utilization) ประเมินศักยภาพของแหล่งผลิตไฟฟ้าในพ้ืนที่ ท่ีมีความหลากหลายท้ังพลังงานหมุนเวียนและ พลังงานจากฟอสซิล และสั่งการผลิตไฟฟ้าให้ สอดคล้องกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้า ในแต่ละช่วงเวลา ท�ำให้สามารถรองรับการผลิต ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจ�ำนวนมากท่ีกระจาย อยู่ท่ัวไปได้ รวมถึงรองรับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ที่จะเพ่ิมขึ้นในอนาคต เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามี ส่วนร่วมในการบริหารจัดการใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสม กบั วถิ ชี วี ติ และพฤตกิ รรมการใชไ้ ฟฟา้ ในแตล่ ะวนั ของ ตนเองไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพมากข้ึน

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 7 การไหลของกระแสไฟฟา้ ในแบบทศิ ทางเดยี ว Generation Transmission Distribution Utilization การไหลของกระแสไฟฟา้ ในแบบสองทศิ ทาง Control Center Safety Critical Infrastructure with Own Generation Power Station Renewable Energy Industry Energy Storage Houses Smart Building Electric Car (with Own Generation) Apartment Buildings

8 เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ระบบสมารท์ กรดิ มเี ทคโนโลยพี น้ื ฐานทเี่ กยี่ วขอ้ งดว้ ยกนั ท้งั หมด 5 เทคโนโลยี ประกอบดว้ ย 1.ระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) 2.การตอบสนองด้านการใชไ้ ฟฟ้า (Demand Response: DR) 3.ระบบไมโครกริด (Microgrid) 4.ระบบกกั เก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) 5.กไดาจ้ราพกยพาลกังรงณา์ไนฟหฟมา้ นุ ทเวีผ่ ียลนิต (Renewable Energy Forecast)

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 9 1. ระบบบรหิ ารจดั การพลงั งาน (Energy Management System: EMS) ระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) หมายถงึ ระบบอตั โนมัตทิ ่ีนำ� มาใช้ ควบคุมการผลติ การส่ง รวมถงึ การใช้พลังงาน ให้เปน็ ไปอยา่ งเหมาะสม ระบบบรหิ ารจดั การพลงั งานจะเนน้ จดั การ ด้านผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก ซ่ึงแบ่งออกเป็น 1) ระบบบริหารจัดการพลังงานใน บ้านเรือนและอาคาร 2) ระบบบริหาร จัดการพลังงานในโรงงานอุตสาหกรรม ระบบบริหารจัดการพลังงาน จะควบคุม การท�ำงาน การประสานกันระหว่างอุปกรณ์ ตรวจวดั (Sensor) สมารท์ มเิ ตอร์ (Smart Meter) และระบบควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าอัตโนมัติ (Actuator หรอื Controller) บนโครงสรา้ งของ ระบบเทคโนโลยแี ละสารสนเทศ (Information Technology: IT) ซ่ึงข้อมูลที่ได้จะถูกน�ำมา รวมศูนย์ในส่วนกลาง เพ่ือการแสดงผลอย่าง เป็นระบบแก่ผู้ใช้ไฟฟ้า ท�ำให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามีความ เข้าใจในพฤติกรรมการใช้พลังงานของตน มากข้ึน อีกท้ังยังสามารถควบคุมเคร่ืองใช้ไฟฟ้า ไดโ้ ดยตรง แมจ้ ะไมไ่ ดอ้ ยใู่ นสถานทนี่ นั้ ๆ ผา่ นทาง อุปกรณ์เคลื่อนท่ีและอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ผู้ใช้ ไฟฟ้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานได้ อย่างเหมาะสมมากขน้ึ

10 1) ระบบบรหิ ารจดั การพลงั งานในบา้ นเรอื นและอาคาร ระบบบรหิ ารจัดการพลังงานในบ้านเรอื น (Home Energy Management System: HEMS) และระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคารพาณิชย์ (Building Energy Management System: BEMS) เป็นการเช่ือมโยงอุปกรณ์เคร่ืองใช้ไฟฟ้าและระบบต่าง ๆ ในบ้านเรือนและอาคาร ภายใต้ ระบบควบคุมสว่ นกลาง โดยท่ัวไป HEMS กับ BEMS มีวัตถุประสงคก์ ารใช้งานและหลกั การทำ� งาน ที่คล้ายกัน แต่ BEMS จะมีความซับซ้อนมากกว่า เนื่องจากในอาคารพาณิชย์มีจ�ำนวนจุด ทตี่ อ้ งควบคุมและจดุ ตรวจวดั ที่มากกว่า Solar Panels SCthaatrioginng Smart Meter VEleehcitcrliec SESnytosetrraeggmye RBDSMyueeassimnltpdeaaoimgnnnegdsm&eent 2) ระบบบริหารจดั การพลงั งานในโรงงานอุตสาหกรรม ระบบบริหารจัดการพลังงานในโรงงานอุตสาหกรรม (Factory Energy Management System: FEMS) เปน็ ระบบจดั การพลงั งานในอนาคตทใ่ี ชค้ วบคมุ การผลติ การซอื้ การสง่ การจำ� หนา่ ย และการใช้พลังงานท่ีใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงาน ถือเป็นระบบที่มีความซับซ้อนมากท่ีสุด เนอ่ื งจากการใชพ้ ลงั งานไฟฟา้ ของแตล่ ะโรงงานนนั้ แตกตา่ งกนั ออกไปตามลกั ษณะกระบวนการผลติ ของโรงงานน้ัน ๆ FEMS อาจจะท�ำงานรว่ มกับระบบอ่นื ๆ ทไ่ี มเ่ กยี่ วกบั ด้านพลงั งานด้วย เช่น ระบบ ควบคมุ คณุ ภาพ (Quality Control) การบรหิ ารจดั การดา้ นความปลอดภยั (Safety Management) การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environment Management) เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นส่วนหน่ึง ในการพฒั นาโรงงานอุตสาหกรรมดงั กล่าวใหเ้ ป็นโรงงานอจั ฉรยิ ะ (Smart Factory) ในท่ีสดุ

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 11 ประโยชน์ของระบบบริหารจัดการพลงั งาน แต่เดิมน้ันผู้ใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะในภาคบ้านเรือน จะทราบเพียงปริมาณการใช้ไฟฟ้าในภาพรวม ของตนเองย้อนหลังจากใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าที่ได้รับในแต่ละเดือน เมื่อมีการน�ำระบบบริหารจัดการ พลงั งานมาใช้ จะชว่ ยใหผ้ ใู้ ชไ้ ฟฟา้ ทงั้ ในภาคบา้ นเรอื น อาคาร หรอื โรงงานอตุ สาหกรรม ทราบปรมิ าณ การใชไ้ ฟฟา้ ในแตล่ ะชว่ งเวลาของตนเองไดล้ ะเอยี ดมากขนึ้ เปน็ การโนม้ นา้ วใหผ้ ใู้ ชไ้ ฟฟา้ ปรบั เปลยี่ น พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ โดยสามารถควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้า ตา่ ง ๆ ผา่ นทางอปุ กรณเ์ คลอื่ นทีห่ รืออินเทอร์เน็ต โดยทีไ่ ม่ต้องไปควบคุมอปุ กรณเ์ หล่านั้นในแต่ละ บริเวณโดยตรง ช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามีความสะดวกในการควบคุมมากขึ้น ซ่ึงเป็นอีกปัจจัยหน่ึงท่ีช่วย ในการประหยดั ไฟฟ้าและลดค่าไฟฟา้ ลงได้ ไมมี มี HEMS HEMS BB เซน็ เซอร จบั การเคลอื่ นไหว B การไฟฟา ไมม ี การไฟฟา OOFNF/ OONFF/ BEMS OONFF/ อาคาร A ลดใชไ ฟ 100 kW ช้ัน 1 มี BEMS ชัน้ 2 100 kW BEMS อาคาร A 4 3 2 1 ชั้น 1 ปด ไฟ ชั้น 2 ปดแอร

12 2. การตอบสนองดา้ นการใชไ้ ฟฟา้ (Demand Response) การตอบสนองด้านการใช้ไฟฟ้า (Demand Response: DR) หมายถึง การตอบสนองการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ไฟฟ้าจากปกติของ ผู้ใชไ้ ฟฟา้ ดา้ นอปุ สงค์ (Demand) วัตถุประสงค์ 1. ตอบสนองตอ่ ความจำ� เป็นทเ่ี กดิ ขนึ้ ในการบริหารจัดการระบบไฟฟา้ 2. ตอบสนองตอ่ การเปลี่ยนแปลงราคาค่าไฟฟ้าในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ 3. โนม้ นา้ วใหผ้ ใู้ ชไ้ ฟฟา้ เปลย่ี นหรอื ลดการใชไ้ ฟฟา้ ในชว่ งเวลาทรี่ าคาคา่ ไฟฟา้ สงู หรอื ในขณะที่ ความนา่ เชอ่ื ถอื ของระบบไฟฟ้าอย่ใู นสภาวะผดิ ปกติ การตอบสนองด้านการใช้ไฟฟ้ามีทั้งหมด 3 รูปแบบ ซ่ึงไม่ได้จ�ำกัดอยู่แค่การประหยัด พลังงานเท่านั้น แต่อาจน�ำไปสู่การใช้ไฟฟ้า ภาพรวมในปริมาณเท่าเดิม หรือแม้กระท่ัง เพมิ่ ขน้ึ ในบางชว่ งเวลา รูปแบบท่ี 1 การตอบสนองด้านการใช้ Peak ชไXไฟวฟ:ใXยฟหฟลXาหา ดใ-นไนกXมอ เา:วพยXรลอใXชา  ไฟฟา้ แบบลดความตอ้ งการไฟฟา้ สงู สดุ (Peak Clipping Clipping) คือ การลดค่าความต้องการไฟฟ้า สูงสุด โดยงดหรือลดการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าใน Demand ชว่ งเวลาทคี่ า่ ความตอ้ งการไฟฟา้ ของประเทศ ขึ้นสูงสุด ซ่ึงเป็นการควบคุมเวลาและปริมาณ Time การใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าโดยตรง เช่น หาก ค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศ เกิดข้นึ ในชว่ งเวลา 14:00 - 15:00 น. หนว่ ยงาน ด้านการไฟฟ้าจะส่ังการให้ผู้ใช้ไฟฟ้างดหรือ ลดการใชไ้ ฟฟา้ ในชว่ งเวลานัน้ ลง

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 13 รูปแบบท่ี 2 การตอบสนองด้านการใช้ Valley มชแาไดว กฟยดขฟใแชนึ้ ราไหงเฟกมนนิฟาอ กาย ไฟฟ้าแบบเพ่ิมความต้องการใช้ไฟฟ้า ในช่วง Filling เวลาท่ีมีความต้องการใช้ไฟฟ้าต�่ำ (Valley Filling) คือ การเพิ่มปริมาณการใช้ไฟฟ้าใน Demand ภาพรวมใน ช่วงเวลาท่ีมีการผลิตไฟฟ้าใน ปริมาณท่ีมากกว่าความต้องการไฟฟ้า หรือ Time มีการผลิตไฟฟ้าส่วนเกิน ซึ่งสามารถรองรับ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่มีความ ผันผวนได้ เน่ืองจากมีความเป็นไปได้ท่ีจะมี การผลติ ไฟฟ้าส่วนเกนิ ขึน้ มาในบางชว่ งเวลา Load รูปแบบท่ี 3 การตอบสนองด้านการใช้ ไฟฟ้าแบบการปรับเล่ือนการใช้ไฟฟ้า (Load Shifting เชปว นยชจเปวาไกลงฟช่ยี ฟYนว:า YงกไYมาXรพ:ใใXหอชXหไฟนฟอ ยา Shifting) คอื การลดความตอ้ งการใชไ้ ฟฟา้ สงู สดุ Demand ในบางช่วงเวลา โดยปรับเล่ือนการใช้ไฟฟ้า Time จากช่วงเวลาหน่ึงไปยังอีกช่วงเวลาหน่ึง ผู้ใช้ไฟฟ้ายังสามารถใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าได้ เหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ได้ใช้ในช่วงเวลาปกติ เป็นการน�ำ Peak Clipping และ Valley Filling มาใช้ร่วมกนั การตอบสนองด้านการใช้ไฟฟ้าน้ันได้เร่ิมพัฒนาต้ังแต่แบบไม่อัตโนมัติ (Manual) แบบกึ่ง อัตโนมัติ (Semi-Automatic) จนไปถึงแบบอัตโนมัติโดยสมบูรณ์ (Fully Automatic) โดยสามารถด�ำเนินการการตอบสนองด้านการใช้ไฟฟ้าแบบไม่อัตโนมัติได้ทันที โดยไม่จ�ำเป็น ต้องมีระบบสมาร์ทกริดมารองรับ ซ่ึงท่ีผ่านมา ประเทศไทยใช้มาตรการทางด้านราคามาจูงใจ ใหผ้ ใู้ ชไ้ ฟฟา้ ปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมการใชไ้ ฟฟา้ แลว้ จงึ บรหิ ารจดั การการตอบสนองดา้ นการใชไ้ ฟฟา้ โดยอาศัยการติดต่อส่ือสารระหว่างบุคคลโดยตรงเป็นหลัก อย่างไรก็ตามระบบสมาร์ทกริด สามารถเอื้อให้การตอบสนองด้านการใช้ไฟฟ้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเกิดการ ประสานงานกันโดยตรงระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์ (Machine to Machine) และลดความ เกย่ี วขอ้ งของบคุ คลในกระบวนการทั้งหมด

14 ประโยชนข์ องการตอบสนองดา้ นการใช้ไฟฟ้า ประโยชน์ที่สามารถเห็นได้ชัดมากท่ีสุด คือ ลดหรือชะลอการสร้างโรงไฟฟ้าท่ีผลิตไฟฟ้า ในช่วงท่ีมีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peaking Power Plant) โดยการท่ีจะตอบสนองต่อ ความตอ้ งการไฟฟา้ ในช่วงเวลาต่าง ๆ ไดน้ น้ั หน่วยงานด้านการไฟฟา้ จะต้องวางแผนการผลิตไฟฟ้า ใหเ้ พยี งพอตอ่ คา่ ความตอ้ งการไฟฟ้า ซงึ่ การผลติ ไฟฟา้ สามารถแบง่ ไดเ้ ปน็ 2 ส่วนหลกั คือ โรงไฟฟา้ ทผี่ ลติ ไฟฟา้ ตามความตอ้ งการฐาน หรอื โรงไฟฟา้ ฐาน(BaseloadPowerPlant) ต้องเดนิ เคร่อื งอยู่ตลอดเวลา ด้วยกำ� ลังผลิตที่คอ่ นข้างคงท่ี มกี ารปรับเปล่ียน เพม่ิ หรอื ลดกำ� ลัง การผลิตไฟฟ้าน้อย เน่ืองจากโรงไฟฟ้าต้องใช้ระยะเวลานานในการเพ่ิมหรือลดก�ำลังการผลิต โรงไฟฟา้ ดงั กลา่ วจะใชเ้ ชอ้ื เพลงิ ทม่ี รี าคาถกู มปี รมิ าณสำ� รองเชอื้ เพลงิ จำ� นวนมาก เชน่ โรงไฟฟา้ ถ่านหิน โรงไฟฟา้ พลงั งานนิวเคลียร์ เป็นต้น โรงไฟฟ้าท่ีผลิตไฟฟ้าในช่วงท่ีมีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peaking Power Plant) จะเดินเครื่องเฉพาะช่วงเวลาที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด มีความยืดหยุ่นในการเพ่ิมหรือลด กำ� ลงั การผลติ ได้แก่ โรงไฟฟ้ากังหันแกส๊ เข่ือน และโรงไฟฟา้ พลงั น้ำ� แบบสบู กลบั มกี ารท�ำงาน เพยี งช่วงเวลาส้นั ๆ เฉพาะชว่ งที่มีความตอ้ งการใชไ้ ฟฟา้ สูง โรงไฟฟา พลังน้ำ แบบสบู กลบั โรงไฟฟาถานหิน โรงไฟฟา กงั หนั แกส

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 15 3. ระบบไมโครกรดิ (Microgrid) หรอื ระบบโครงขา่ ยไฟฟา้ ขนาดเลก็ มาก ไมโครกรดิ (Microgrid) คอื ระบบไฟฟ้าแรงดันตำ่� (Low Voltage) ขนาดเลก็ ทร่ี วม ระบบผลติ ไฟฟ้า การใช้ไฟฟา้ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร ระบบกักเก็บ พลังงาน และระบบควบคุมอัตโนมัติเข้าไว้ด้วยกัน และท�ำงานประสานกันเสมือนเป็น ระบบเดียว ระบบไมโครกริดท�ำหน้าท่ีบริหารจัดการการผลิตและการใช้ไฟฟ้าในระบบให้เป็นไป อยา่ งเหมาะสม โดยเนน้ การผลติ ไฟฟา้ เพอ่ื ใชง้ านภายในระบบไมโครกรดิ เปน็ หลกั และแลกเปลย่ี น ไฟฟ้าส่วนเกินหรือส่วนขาดกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลัก เพื่อเสริมความมั่นคง อย่างไรก็ตาม ระบบไมโครกริดสามารถแยกตัวเป็นอิสระ (Islanding) จากระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลัก (Main Grid) ไดใ้ นสภาวะทจ่ี �ำเปน็ ในชว่ งหลายปที ผี่ า่ นมา ระบบไมโครกรดิ ไดถ้ กู ศกึ ษาและพฒั นาเพอื่ นำ� ไปใชง้ านรว่ มกบั ระบบ โครงขา่ ยไฟฟา้ หลกั ในประเทศทพ่ี ฒั นาแลว้ เชน่ ประเทศในทวีปยโุ รป สหรัฐอเมรกิ า ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลยี เป็นตน้ โดยทวั่ ไป ระบบไมโครกรดิ ประกอบดว้ ย 4 ส่วนหลกั ดงั น้ี ระบบผลิตไฟฟา ระบบควบคุม ขนาดเล็ก ไมโครกริด สว นตอ เชอ่ื มกบั การใชไฟฟา ระบบโครงขา ย ไฟฟา หลกั

16 1. ระบบผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก ท�ำหน้าท่ี ผลติ ไฟฟา้ ขน้ึ เอง เพอ่ื จา่ ยใหก้ บั ผใู้ ชไ้ ฟฟา้ ภายใน ระบบไมโครกริด โดยเป็นระบบผลิตพลังงาน ขนาดเล็กท่ีกระจายตัวอยู่ท่ัวไป (Distributed Generation: DG) ส�ำหรับระบบไมโครกริด สมัยใหม่ จะเน้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน หมุนเวียนเป็นหลัก เช่น ระบบผลิตไฟฟ้า จากแสงอาทิตย์ ระบบผลติ ไฟฟ้าจากพลงั งานลม โรงไฟฟา้ ชวี มวลหรอื กา๊ ซชวี ภาพ โรงไฟฟา้ พลงั นำ�้ ขนาดเล็ก เป็นต้น โดยใช้ระบบผลิตไฟฟ้าที่ใช้ เช้ือเพลิงฟอสซิลเป็นระบบเสริม เพ่ือรักษา เสถยี รภาพของระบบในกรณที กี่ ารผลติ ไฟฟา้ จาก แหลง่ พลังงานหมนุ เวียนไมเ่ พยี งพอ 2. ระบบควบคุมไมโครกริด (Microgrid Controller) คือ ระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System) รูปแบบหนึ่ง ท�ำหน้าท่ีบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าและการใช้ ไฟฟา้ ภายในระบบใหส้ มดลุ โดยเนน้ ใหม้ กี ารใชง้ าน พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตข้ึนภายในระบบให้ได้มากท่ีสุด และท�ำหน้าท่ีควบคุมการแลกเปล่ียนไฟฟ้า ส่วนเกินหรือส่วนขาด ระหว่างระบบไมโครกริด กับโครงข่ายไฟฟ้าหลัก นอกจากน้ี ระบบควบคุม ไมโครกริดจะท�ำหน้าท่ีควบคุมการชาร์จและการ จา่ ยไฟจากระบบกกั เกบ็ พลงั งานใหเ้ หมาะสมดว้ ย

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 17 ระบบควบคุมไมโครกริดจะท�ำงานในลักษณะอัตโนมัติ หรือกึ่งอัตโนมัติอย่างสอดคล้อง กับเงื่อนไขที่ได้ถูกก�ำหนดไว้ก่อนหน้า รวมถึงการวิเคราะห์และประมวลผลหาแนวทางใน การควบคุมระบบให้เกิดการท�ำงานอย่างเหมาะสมท่ีสุด ท้ังในเชิงเทคนิค ความปลอดภัย และ ความค้มุ คา่ ทางเศรษฐศาสตร์ นอกจากน้ี ระบบควบคมุ ไมโครกริดท่ีทันสมยั จะสามารถท�ำงาน รว่ มกบั ระบบพยากรณไ์ ฟฟา้ ทผี่ ลติ ไดจ้ ากพลงั งานหมนุ เวยี น และใชผ้ ลของการพยากรณด์ งั กลา่ ว ในการบรหิ ารจดั การการผลิตและการใชไ้ ฟฟ้าภายในระบบไมโครกริด ไฟฟ้าไม่ดบั 3. สว่ นตอ่ เชอ่ื มกบั ระบบโครงขา่ ยไฟฟา้ หลกั ไฟฟา้ ดับบางส่วน คือ สว่ นท่เี ชื่อมต่อกับระบบจ�ำหนา่ ยของระบบ โครงข่ายไฟฟ้าหลัก เป็นอุปกรณ์ที่ท�ำหน้าที่ ควบคมุ สงั่ การการเชอื่ มตอ่ หรอื ตดั การเชอ่ื มตอ่ ระหว่างระบบไมโครกริดกับระบบโครงข่าย ไฟฟ้าหลัก โดยรับค�ำส่ังจากระบบควบคุม ไมโครกริดโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม ในภาวะ ฉุกเฉินก็สามารถตัดการเชื่อมต่อได้อย่าง อัตโนมัติตามข้อก�ำหนดการควบคุมท่ีถูกต้ัง ไว้ก่อนหนา้ 4. การใชไ้ ฟฟา้ คือ ผูใ้ ช้ไฟฟา้ ต่าง ๆ ภายใน ระบบไมโครกรดิ ซงึ่ อาจจำ� แนกไดเ้ ปน็ ผใู้ ชไ้ ฟฟา้ ในภาคบ้านเรือน ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ อาคารพาณิชย์ สว่ นราชการ ฯลฯ โดยจะถูกจดั ลำ� ดบั ความสำ� คญั (Priority) จากมากไปหานอ้ ย เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู ประกอบการตดั สนิ ใจของระบบ ควบคุมไมโครกริด ในกรณีที่ระบบไมโครกริด จ�ำเป็นต้องแยกตัวอิสระออกมาจากระบบ โครงขา่ ยไฟฟา้ หลกั และแหลง่ ผลติ ไฟฟา้ ภายใน ระบบไมโครกริดไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับ ผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดได้ ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ถูกจัดล�ำดับให้ มคี วามสำ� คญั ตำ่� สดุ จะถูกตัดการจา่ ยไฟฟา้ ก่อน

18 ระบบไมโครกริดแต่ละระบบจะมีลักษณะเฉพาะตัวข้ึนอยู่กับส่วนประกอบต่าง ๆ ที่มีในระบบ อีกทง้ั ประเภทของผใู้ ช้ไฟฟ้า รูปแบบการใชไ้ ฟฟ้า ประเภทและจ�ำนวนของแหล่งผลิตไฟฟ้ากม็ ีผลให้ ระบบไมโครกริดมีลักษณะและความสามารถในการท�ำงานท่ีต่างกัน เน่ืองจากระบบไมโครกริด ประกอบไปด้วยหลายส่วน ระบบจ�ำหน่ายในระบบไมโครกริด ต้องออกแบบให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ 2 ทิศทาง ดังน้ันจึงอาจกล่าวได้ว่า ระบบไมโครกริดในภาพรวมอาจเป็นท้ังแหล่งจ่ายไฟฟ้าหรือ ผู้ใช้ไฟฟ้าก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การท�ำงานของระบบไมโครกริดและการควบคุมระบบ ในช่วงเวลาดังกล่าว

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 19 ประโยชน์ของระบบไมโครกรดิ 1. เพ่ิมความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า (Reliability) เมื่อเกิดปัญหาขัดข้องขึ้นกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลัก ระบบไมโครกริดจะรับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น และ แยกตัวอิสระอย่างอัตโนมัติ ระบบที่มีระบบกักเก็บพลังงาน เป็นส่วนประกอบ จะยังสามารถบริหารจัดการให้แหล่ง ผลิตไฟฟ้าหรือระบบกักเก็บพลังงานภายในจ่ายไฟฟ้า ให้กับส่วนที่มีความส�ำคัญสูงในระบบก่อน ในขณะเดียวกัน ระบบควบคมุ ไมโครกรดิ ยงั สามารถดำ� เนนิ การตอบสนองดา้ น การใช้ไฟฟ้าภายในระบบไมโครกริดอย่างอัตโนมัติควบคู่ ไปดว้ ย เพอื่ ใหล้ ดหรอื เปลยี่ นชว่ งเวลาการใชง้ านอปุ กรณไ์ ฟฟา้ บางส่วนในช่วงเวลาดังกล่าว และรักษาความต้องการไฟฟ้า สงู สดุ ในระบบไมโครกริดน้นั ให้อยู่ในระดบั ท่รี ะบบผลิตไฟฟา้ ภายในระบบไมโครกรดิ หรอื ระบบกกั เกบ็ พลงั งานยงั สามารถ จา่ ยไฟฟ้ารองรบั ไดอ้ ย่างเพียงพอ 2. ลดการสูญเสียไฟฟ้าในระบบส่งและระบบจ�ำหน่าย แตเ่ ดมิ นนั้ ไฟฟา้ จะถกู ผลติ ขน้ึ มาโดยโรงไฟฟา้ ขนาดใหญ่ ซึ่งโดยท่ัวไปแล้วจะอยู่ห่างจากผู้ใช้ไฟฟ้ามาก ดังนั้น ไฟฟ้า จะต้องถูกส่งผ่านระบบส่งและระบบจ�ำหน่ายเป็นระยะ ทางไกล ทำ� ใหม้ กี ารสญู เสยี พลงั งานไฟฟา้ (Loss) สว่ นหนง่ึ ไป ซึ่งในกรณีของระบบไมโครกริดน้ันจะมีระบบผลิตไฟฟ้า อยู่ภายในระบบที่ตั้งอยู่ใกล้กับผู้ใช้ไฟฟ้า จึงท�ำให้ระยะทาง ของการส่งไฟฟ้าลดน้อยลงมาก สง่ ผลให้การสูญเสียในระบบ สง่ ไฟฟา้ ลดลงตามไปดว้ ย

20 4. ระบบกกั เกบ็ พลงั งาน (Energy Storage System: ESS) ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) หมายถงึ ระบบหรอื อปุ กรณซ์ งึ่ สามารถแปลงพลงั งานไฟฟา้ เปน็ พลงั งานในรปู แบบอนื่ เพื่อกักเก็บไว้ใช้งาน เมอ่ื จำ� เป็นตอ้ งใช้พลังงานไฟฟ้าในเวลาอน่ื โดยการแปลงรูปพลังงานจะเกิดการสญู เสยี พลังงานบางส่วนข้ึนอยู่กับกระบวนการที่ใช้ ดังน้ัน ระบบกักเก็บพลังงานท่ีดีจะต้องลด การสูญเสยี ในกระบวนการแปลงรูปพลงั งานให้ได้มากท่สี ุด

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 21 ระบบกักเก็บพลังงานมีตั้งแต่ขนาดเล็กระดับเพียงไม่ก่ีวัตต์ ไปจนถึงขนาดใหญ่ระดับหลาย เมกะวัตต์ ซ่ึงระบบกักเก็บพลังงานแต่ละประเภท มีบทบาทและวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ท่ตี า่ งกัน ในสมารท์ กริด ระบบกักเกบ็ พลังงานมี 2 รูปแบบหลกั คือ ระบบกักเก็บพลังงานในรูปแบบของ พลังงานศักย์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน�้ำแบบสูบกลับ (Pumped Hydropower Plant) ถอื เป็นประเภท ที่มีการใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน และยังเป็น ระบบกักเก็บพลังงานท่ีมีความจุรวมมากที่สุด ในโลก ปจั จบุ ันประเทศไทยได้มีการใชง้ านโรงไฟฟ้า ประเภทนีแ้ ล้ว คอื โรงไฟฟา้ ลำ� ตะคองชลภาวฒั นา จงั หวดั นครราชสมี า โดยในชว่ งเวลาทม่ี กี ารผลติ ไฟฟา้ เกนิ กวา่ ความตอ้ งการไฟฟา้ ระบบดงั กลา่ วจะใชไ้ ฟฟา้ ส่วนเกินสูบน�้ำจากอ่างเก็บน้�ำล�ำตะคอง (อ่างล่าง) ขึ้นไปเกบ็ ไวช้ วั่ คราวทอ่ี า่ งเก็บน้ำ� บนภเู ขา (อา่ งบน) ซึ่งห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร เมื่อมีความ ตอ้ งการใชไ้ ฟฟา้ จะปลอ่ ยนำ้� จากอา่ งบนกลบั สอู่ า่ งลา่ งผา่ นกงั หนั นำ้� เพอ่ื ผลติ กระแสไฟฟา้ จา่ ยกลบั คนื ให้ระบบโครงขา่ ยไฟฟา้ ระบบกักเก็บพลังงานในรูปแบบของพลังงานเคมี หรือ แบตเตอร่ี มีทั้งแบบติดตั้งอยู่กับท่ี (Stationary Battery) และติดตั้งในยานพาหนะไฟฟ้า (Mobile Battery) ซึง่ แบตเตอรีเ่ ป็นระบบ กักเก็บพลังงานที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน มีการพัฒนาและใช้งานเทคโนโลยีแบตเตอร่ี ขนาดใหญ่ในการสนบั สนุนระบบโครงข่ายไฟฟา้ และเพอ่ื รองรับยานยนตไ์ ฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงานแบบต่าง ๆ มีข้อดีและข้อด้อยแตกต่างกันไป โดยมีคุณสมบัติส�ำคัญ ท่ีต้องพิจารณาในการเปรียบเทียบ เช่น พิกัดก�ำลัง ระยะเวลาในการจ่ายพลังงาน ประสิทธิภาพ ในการชาร์จและจ่ายไฟฟ้า อายุการใช้งาน ราคาต่อความจุไฟฟ้า (เมกะวัตต์-ช่ัวโมง) ราคาต่อ ก�ำลงั ไฟฟา้ (เมกะวัตต)์ เปน็ ต้น

22 ประโยชน์ของระบบกักเกบ็ พลังงาน ในอนาคต ระบบกกั เกบ็ พลงั งานมคี วามจำ� เปน็ ตอ่ ระบบไฟฟา้ ในการรกั ษาสมดลุ ของระบบไฟฟา้ โดยเฉพาะในระบบท่ีมีพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนสูง รวมถึงยังสนับสนุนการตอบสนองด้าน การใช้ไฟฟ้า ชว่ ยรักษาเสถยี รภาพและคณุ ภาพไฟฟา้ ของระบบโครงข่ายไฟฟ้า CONSUMER PROSUMER นอกจากน้ี ผู้ใช้ไฟฟ้าบางส่วนได้เริ่มเปล่ียนเป็นโพรซูเมอร์ (Prosumer) คือมีบทบาท เป็นท้ังผู้บริโภคและผู้ผลิตไฟฟ้าจากแหล่งผลิตไฟฟ้าของตนเอง โดยส่วนมากเป็นแหล่งพลังงาน หมนุ เวยี น เชน่ ระบบผลติ ไฟฟา้ พลงั งานแสงอาทติ ยแ์ บบตดิ ตงั้ บนหลงั คา ซงึ่ มกี ารผลติ ไฟฟา้ ขน้ึ อยกู่ บั สภาพอากาศในช่วงเวลาน้ัน เมื่อน�ำระบบกักเก็บพลังงานมาใช้ จะสามารถน�ำไฟฟ้าท่ีผลิตได้มาก

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 23 ชว่ งกลางวนั มากกั เกบ็ ไว้ก่อนในชว่ งท่ียังไมม่ ีความตอ้ งการใช้ไฟฟา้ และเมือ่ มีความตอ้ งการใช้ไฟฟา้ ในชว่ งเย็นหรือค�่ำ จงึ น�ำไฟฟ้าทีก่ กั เก็บไวน้ นั้ มาใช้ kW พลงั งานไฟฟา ทีก่ กั เก็บ การผลติ ไฟฟา ความตองการไฟฟา จาก Solar PV Time DEMAND > SUPPLY DEMAND < SUPPLY DEMAND > SUPPLY Battery จา ยไฟฟา ชารจ Battery Battery จา ยไฟ จากไฟฟาที่ชารจ ไวว ันกอ นหนา

24 5. ระบบพยากรณไ์ ฟฟา้ จากพลงั งานหมนุ เวยี น (Renewable Energy Forecast) ระบบการพยากรณไ์ ฟฟา้ จากพลงั งานหมนุ เวยี น (Renewable Energy Forecast) คอื ระบบประเมนิ ศกั ยภาพการผลติ ไฟฟา้ ของโรงไฟฟา้ พลงั งานหมนุ เวยี น ณ ชว่ งเวลา ที่ต้องการ โดยอาศัยข้อมูลสภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยทางธรรมชาติ ในชว่ งเวลาน้นั และข้อมูลดา้ นเทคนิคของแหลง่ ผลิตไฟฟ้าพลงั งานหมุนเวียน โดยท่ัวไปแล้วจะเน้นการพยากรณ์ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม เปน็ หลกั เนอื่ งจากเปน็ แหลง่ พลงั งานทมี่ คี วามผนั ผวนสงู (Variable Renewable Energy: VRE) การพยากรณไ์ ฟฟา้ ทผ่ี ลติ ไดจ้ ากพลงั งาน แสงอาทิตย์ ก�ำลังผลิตไฟฟ้าของระบบผลิต ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นอยู่กับ ความเข้มรังสีจากดวงอาทิตย์และคุณสมบัติ ทางเทคนิคของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ดังน้ัน จึงต้องอาศัยข้อมูลจ�ำนวนมาก เพื่อให้การ วเิ คราะหแ์ ละประมวลผลถูกต้องแมน่ ย�ำที่สุด การพยากรณ์ไฟฟ้าจากพลังงานลม ใช้ แบบจำ� ลองทางคอมพวิ เตอร์ เชน่ Persistence Model เปน็ แบบจำ� ลองอยา่ งงา่ ย ซงึ่ ใชห้ ลกั การ การพยากรณว์ า่ พลงั งานลมในอนาคตจะเทา่ กบั พลังงานลมในปัจจุบัน และแบบจ�ำลอง AWS Truewind’s eWind ซึ่งมีความซับซ้อน มากกว่า โดยจะพิจารณาทั้งแบบจ�ำลองการ พยากรณ์สภาพอากาศ แบบจ�ำลองชั้น บรรยากาศและแบบจ�ำลองทางสถิติร่วมกัน เปน็ ตน้

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 25 ประโยชน์ของการพยากรณ์ไฟฟ้าจาก Forecast เฉพาะขอมูลในอดตี พลงั งานหมุนเวียน 1. ประโยชน์ต่อการควบคุมโรงไฟฟ้า Forecast เฉพาะขอมูลในอดีต Demand พลังงานหมุนเวียน ข้อมูลด้านสภาพอากาศ Actual ในพื้นที่ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบก�ำลัง ฝนตก GDeenmearnadtion ไฟฟ้าที่คาดว่าจะผลิตได้ภายใต้สภาพอากาศ ฝนตก Actual ที่เป็นอยู่กับก�ำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้จริงในช่วง Generation เวลานั้น ผลจากการเปรียบเทียบดังกล่าว ท�ำให้เจ้าหน้าที่สามารถรับรู้ถึงความผิดปกติ RE ท่ีเกิดข้ึนกับระบบและทราบข้อมูลพยากรณ์ ก�ำลังผลิตไฟฟ้าในอนาคต ณ ช่วงเวลาต่าง ๆ Conventional ซึ่งช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการระบบผลิต ไฟฟ้าได้ RE 2. ประโยชนต์ อ่ การควบคมุ ระบบโครงขา่ ย 8:00Conventiona1l 4:00 !!14:10 ไฟฟ้าหลักหรือควบคุมระบบไมโครกริด ??8:00 ข้อมูลจากระบบการพยากรณ์เป็นประโยชน์ 14:00 14:10 อ ย ่ า ง ยิ่ ง ต ่ อ ก า ร ตั ด สิ น ใ จ ค ว บ คุ ม ร ะ บ บ โครงข่ายไฟฟ้าหลัก เนื่องจากต้องวางแผน เหมือนเม่อื วานม้ัง ฝนตก โรงไฟฟา เดนิ เครือ่ ง การเดินเคร่ืองโรงไฟฟ้าส�ำรองในกรณีท่ีจะเกิด ฝนตกหรือมีพายุ ซ่ึงส่งผลต่อก�ำลังผลิตของ คงไมตองทำอะไร พลงั งานแสงอาทติ ย โรงไฟฟา อนื่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ันข้ึน โรงไฟฟ้าส�ำรองจะ เหมอื นเมอื่ วานมัง้ ฝนตไมกจโา รยงไไฟฟฟา ชเดว นิ ยเไคมรท ื่อนั ง สามารถชว่ ยเหลือระบบไดอ้ ยา่ งทนั ท่วงที คงไมต อ งทำอะไร พลังงานแสงอาทิตย โรงไฟฟาอ่นื ไมจ ายไฟ ชว ยไมท นั Forecast ขอมูลอากาศ แผนเดนิ เครือ่ งไฟฟา Forecast ขอมูลอากาศ แผนเดนิ เครอ่ื งไฟDฟemาand ฝนตก Actual DGeenmearnadtion Actual Generation ฝนตก RE 14:10 Conventional 14:10 RE 8:00Conventio1n3a:l30 8:00 13:30 ตองเตรียม ฝนใกลจ ะตก บริหารจัดการได โรงไฟฟา อ่ืน รีบเดินเครื่อง บริหารจดั การได มาตชอว งยเตชรวยีงมนั้น โรงฝไนฟใฟกาลอจน่ืะตรกอไว โรงไฟฟา อืน่ รบี เดินเครอื่ ง มาชวยชว งน้นั โรงไฟฟา อน่ื รอไว

26 ประโยชน์จากการพัฒนาระบบสมาร์ทกริด

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 27 1. ดา้ นเศรษฐกิจและอตุ สาหกรรม - เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการดำ� เนนิ งานของภาคอตุ สาหกรรม - ลดมลู คา่ การสญู เสยี ทางเศรษฐกจิ จากการเกดิ ไฟฟา้ ขดั ขอ้ ง 2. ด้านธรุ กจิ และการลงทุน - สง่ เสรมิ ธรุ กจิ การผลติ ไฟฟา้ จากพลงั งานหมนุ เวยี น และ การอนรุ กั ษพ์ ลงั งาน - เปดิ โอกาสสกู่ ารดำ� เนนิ ธรุ กจิ ใหม่ 3. ดา้ นวิทยาการความร้ทู างเทคโนโลยี - พฒั นาบคุ ลากรใหม้ คี วามรู้ ความเชยี่ วชาญ - พฒั นาหลกั สตู รการเรยี นรเู้ กย่ี วกบั เทคโนโลยสี มารท์ กรดิ - พฒั นาเทคโนโลยสี มารท์ กรดิ ของประเทศไทย

28 แผนงานด้านสมาร์ทกริดในประเทศไทย

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 29 ส�ำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวง พลังงาน เป็นผู้จดั ท�ำแผนแม่บทการพฒั นาระบบโครงข่าย สมารท์ กริดของประเทศไทย พ.ศ. 2558 - 2579 ภายใต้ ความรว่ มมอื จากรฐั บาล การไฟฟา้ ฝา่ ยผลติ แหง่ ประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟา้ นครหลวง (กฟน.) และการไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าค (กฟภ.) โดยมงุ่ เน้นการพฒั นาระบบไฟฟ้า 3 ด้าน คอื Smart System ด้านการพัฒนาความสามารถของ ระบบไฟฟ้า Smart Life ด้านการพฒั นาคุณภาพบริการทม่ี ี ต่อผใู้ ช้ไฟฟา้ Green Society ด้านการพฒั นาโครงสรา้ งระบบไฟฟ้า ที่เป็นมิตรต่อสงิ่ แวดลอ้ ม

30 รายงานผลการด�ำเนินงานตามแผนขับเคลื่อนการด�ำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทย ในระยะสั้น ประจ�ำปี พ.ศ. 2560 - 2561 แบ่งการด�ำเนินงานออกเป็น 3 เสาหลัก ครอบคลุมท้ัง 5 เทคโนโลยี ดงั นี้ เสาหลักท่ี 1 การตอบสนองด้านการใช้ ไฟฟ้าและระบบบรหิ ารจดั การพลงั งาน ระบบบริหารจัดการพลังงาน (EMS) มีบทบาทส�ำคัญในการสนับสนุนการตอบสนอง ดา้ นการใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและรวดเรว็ มากข้ึน โดยมีเป้าหมายคือ การเกิดธุรกิจ ด้านการตอบสนองด้านการใช้ไฟฟ้า (Load Aggregator) ซึ่งเดิมเป็นการตอบสนองด้าน การใช้ไฟฟ้าท่ีควบคุมด้วยมนุษย์ (Manual Demand Response) Fully-Automated Demand Response การน�ำระบบบริหารจัดการพลังงานมาใช้เพื่อสนับสนุนการด�ำเนินการตอบสนองด้านการใช้ไฟฟ้า ท�ำให้การตอบสนองด้านการใช้ไฟฟ้าสามารถพัฒนาสู่แบบกึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automated Demand Response) และแบบอัตโนมัติ (Fully-Automated Demand Response) ต่อไป ในอนาคต ซึ่งช่วยลดการสร้างโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peaking Power Plant) ไดอ้ ีกทางหน่งึ

เสาหลกั ที่ 2 ระบบพยากรณไ์ ฟฟา้ ทผ่ี ลติ ได้ เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 31 จากพลังงานหมนุ เวียน ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน Microgrid เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอย่างต่อเน่ือง Control ส่งผลต่อการควบคุมและรักษาสมดุลระหว่าง อปุ สงคแ์ ละอปุ ทานไฟฟา้ ดงั นน้ั ระบบพยากรณฯ์ Smart City จงึ สามารถเพม่ิ ระดบั การพง่ึ พาได้ (Dependable) ของไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และท�ำให้ ระบบไฟฟ้าสามารถรองรับการเช่ือมต่อของ โรงไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์ท่ีจะมี มากขึ้นในอนาคต เสาหลักท่ี 3 ระบบไมโครกริดและระบบ กกั เกบ็ พลงั งาน ระบบไมโครกรดิ (Microgrid) มคี ณุ ลกั ษณะ สำ� คญั คอื สามารถรกั ษาการจา่ ยไฟฟา้ ใหก้ บั โหลด วกิ ฤต (Critical Load) หรอื พนื้ ทส่ี ำ� คญั ซงึ่ ระบบ ไมโครกริดจะต้องมีแหล่งผลิตไฟฟ้าและระบบ กกั เกบ็ พลงั งาน (ESS) ของตนเอง เพอ่ื ใหส้ ามารถ สนับสนุนการท�ำงานซ่ึงกันและกัน ช่วยเพ่ิม ความมั่นคง และความเชือ่ ถือได้ของระบบไฟฟ้า (Reliability) พนื้ ทที่ มี่ ศี กั ยภาพในการใชง้ านระบบไมโครกรดิ เชิงพาณิชย์ คือ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เมอื งอัจฉรยิ ะ (Smart City) และพ้นื ท่หี ่างไกล

32 การด�ำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) BEMS Advanced Metering Infrastructure (AMI) Mini Hydropower Home Solar Energy Rooftop Storage Solar Rooftop Home Energy Storage HEMS Advanced Metering EV Infrastructure (AMI)

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 33 Mobile Solar การไฟฟ้าฝา่ ยผลิตแหง่ ประเทศไทย (กฟผ.) Application Farm ในฐานะผู้รับผิดชอบระบบผลิตและระบบ Demand ส่งไฟฟา้ ไดเ้ ล็งเห็นถงึ ความส�ำคญั ในการพฒั นา Demand Forecast เทคโนโลยีสมาร์ทกริด และมุ่งเน้นการพัฒนา Forecast องค์ความรู้ เพ่ือการประยุกต์ใช้งานต่อไป อยา่ งยงั่ ยนื จงึ ไดเ้ สนอแผนโครงการนำ� รอ่ งระบบ EMS & โครงข่ายสมาร์ทกริดท่ีจังหวัดแม่ฮ่องสอน Demand เป็นสถานที่สาธิต (Demonstration) วิจัย Response (Research) และพฒั นา (Development) เพือ่ วเิ คราะห์ ประเมนิ ผล และตดั สนิ ใจ กอ่ นจะขยาย ไปยังพื้นที่ส่วนอ่ืนต่อไป โดย กฟผ. ได้จัดท�ำ รายงานการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนา โครงการน�ำร่องระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และเสนอต่อคณะท�ำงาน พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของ ประเทศไทยเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว นอกจากน้ีกฟผ.ไดว้ างยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นา โครงการน�ำร่องระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด เพื่อให้จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีระบบไฟฟ้ามั่นคง รองรับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ เป็นต้นแบบ เศรษฐกจิ สเี ขยี ว แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชงิ วถิ ชี วี ติ ชมุ ชน และสิ่งแวดล้อม รวมท้ังเป็นต้นแบบเมืองที่มี ประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน เพ่ือน�ำไปสู่ การพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื

34 ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาระบบโครงขา่ ยสมารท์ กรดิ ของ กฟผ. 1. ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาดา้ น Smart Energy เปน็ การพฒั นาระบบการจดั หาไฟฟา้ โดยพงึ่ พาพลงั งานหมนุ เวยี นในพนื้ ทเ่ี ปน็ หลกั และตดิ ตงั้ ระบบกกั เกบ็ พลงั งานประเภทแบตเตอร่ี (Battery Energy Storage System: BESS) เพอ่ื เพ่ิม คุณภาพและความเชือ่ ถือได้ของระบบผลติ และสง่ จ่ายไฟฟ้า 2. ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาดา้ น Smart System เป็นการพัฒนาระบบควบคุมและปฏิบัติการทางไฟฟ้า ซ่ึงประสานงานและเช่ือมโยง ภาคการผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและท�ำให้การบริหารจัดการก�ำลังผลิตไฟฟ้า มีประสิทธิภาพ รวมท้ังรองรับการมีส่วนร่วมจากภาคผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งระบบปฏิบัติการจะสามารถ ควบคมุ ความสมดลุ ระหว่างกำ� ลงั การผลติ กบั ความต้องการใช้ไฟฟา้ ไดโ้ ดยอัตโนมตั ิ (Automatic Control) และไมเ่ กดิ ผลกระทบตอ่ คุณภาพไฟฟา้ ทัง้ ทางด้านแรงดนั และความถ่ี (Voltage and Frequency Control) โดยทำ� งานรว่ มกบั ระบบบรหิ ารจดั การพลงั งานขนาดเลก็ (Micro Energy Management System: Micro-EMS) และโครงสรา้ งพ้นื ฐานด้านระบบสอ่ื สารและสารสนเทศ (ICT Infrastructure)

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 35 3. ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาดา้ น Smart City การมีส่วนร่วมของผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นปัจจัยท่ี สำ� คญั ของการพฒั นาระบบสมารท์ กรดิ บทบาท ของผใู้ ชไ้ ฟฟา้ จงึ มผี ลตอ่ การรกั ษาระดบั ความมนั่ คง และประสิทธิภาพในระบบไฟฟ้าโดยรวม ดังนั้น การพัฒนาระบบสมาร์ทกริดจะท�ำให้ผู้ใช้ไฟฟ้า รบั รขู้ อ้ มลู ทถี่ กู ตอ้ งในเวลาอันรวดเร็ว เน่ืองจาก มีระบบบริหารจดั การพลงั งาน (EMS) ทชี่ ่วยให้ ผู้ใช้ไฟฟ้าเกิดความตระหนักรู้และสามารถ ใช้พลังงานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ 4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้าน Smart Learning กฟผ.ไดต้ ระหนกั ถงึ ความสำ� คญั ในการถา่ ยทอด องค์ความรใู้ ห้กบั ทกุ ภาคสว่ นทเี่ กยี่ วขอ้ ง ซ่ึงเป็น ป ั จ จั ย ที่ ส� ำ คั ญ ต ่ อ ก า ร พั ฒ น า เ ท ค โ น โ ล ยี สมารท์ กรดิ ในอนาคต การพฒั นาศนู ยก์ ารเรยี นรู้ คูช่ ุมชน จะท�ำใหป้ ระชาชนในเขตพื้นท่จี ังหวัด แม่ฮ่องสอน ตลอดจนนักท่องเที่ยวและ ผู้สนใจทั่วไปสามารถเรียนรู้เทคโนโลยี สมารท์ กริดไดง้ า่ ยผา่ นทางสื่อการเรียนรู้ ท่ีทันสมัย นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสรมิ การวิจัยและการพัฒนาด้านระบบ โครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศ อีกดว้ ย

36 แนวคิดด้านสมาร์ทกริดในต่างประเทศ ปจั จุบันระบบสมาร์ทกริดได้ถกู น�ำมาใชใ้ นหลายประเทศ ซงึ่ มีนโยบายการลงทุนทแ่ี ตกตา่ ง และเปล่ียนแปลงตลอดเวลา

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 37

38 แนวคดิ ดา้ นสมารท์ กริดของกลุม่ ประเทศยุโรป แนวคิดการพัฒนาระบบสมารท์ กริดของกลุม่ ประเทศยุโรป คอื มเี ป้าหมายการดำ� เนินงานที่ชัดเจน และมีการพิจารณาผลประโยชน์ของผู้ใช้ไฟฟ้าและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน และสามารถรองรับ สถานการณต์ ่าง ๆ ได้ในอนาคต แม้วา่ การพัฒนาระบบสมาร์ทกรดิ จะเพ่ิมประสิทธภิ าพใหก้ ับโครงขา่ ย ไฟฟ้า แต่การพัฒนาดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายสูง จึงจ�ำเป็นต้องพิจารณาข้อก�ำหนดทางด้านเศรษฐศาสตร์ ที่เก่ียวข้อง โดยค�ำนึงถึงประโยชน์ต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Network Benefits) เป็นล�ำดับแรก เนอื่ งจากเปน็ ศนู ยก์ ลางการเชอื่ มตอ่ ระหวา่ งผผู้ ลติ ไฟฟา้ และผใู้ ชไ้ ฟฟา้ และคำ� นงึ ถงึ ประโยชนท์ เี่ กดิ ขน้ึ กับผู้ผลิตไฟฟ้าและผู้ใช้ไฟฟ้า (Supplier and Customer Benefits) เป็นล�ำดับถัดมา เน่ืองจาก เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องท่ีส�ำคัญ และในล�ำดับสุดท้าย คือ ความย่ังยืนของพลังงานและส่ิงแวดล้อม (Green Benefits) เน่ืองจากหากระบบสมาร์ทกริดสามารถลดการใช้พลังงานและผลกระทบ ตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มได้ ย่อมท�ำให้การลงทุนมีความคมุ้ คา่ มากย่งิ ข้นึ

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 39 แนวคดิ ดา้ นสมารท์ กรดิ ของประเทศ องั กฤษ แนวคิดการพัฒนาระบบสมาร์ทกริด ของประเทศอังกฤษค�ำนึงถึงความคุ้มค่า ท้ังในด้านการลงทุนและการบริหาร จดั การ มกี ารวางแผนเปน็ ขนั้ ตอน รวมทง้ั ศึกษาความคุ้มค่าและผลกระทบในด้าน ต่าง ๆ 6 ด้าน คือ

40 1. คณุ สมบตั ทิ ค่ี ลา้ ยคลงึ ระหวา่ งระบบสมารท์ กรดิ กบั เทคโนโลยี ในปจั จุบัน การพิจารณาคุณสมบัติของระบบสมาร์ทกริดควรเปรียบเทียบ ให้ชัดเจนว่าแตกต่างจากเทคโนโลยีในปัจุบันอย่างไร เช่น การน�ำ ระบบสมาร์ทกริดมาช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในขณะท่เี ทคโนโลยีในปจั จบุ นั ก็สามารถแกป้ ญั หานีไ้ ด้ 2. การผสมผสานเทคโนโลยีในระบบสมาร์ทกริด เนื่องจากในระบบสมาร์ทกริดประกอบด้วยเทคโนโลยี หลายประเภท จึงควรพิจารณารายละเอียดและความสัมพันธ์ ของเทคโนโลยีแตล่ ะชนิด เพ่ือประเมินว่าเทคโนโลยีใดมปี ระโยชน์ อยา่ งแทจ้ รงิ 3. ขนาดและรูปแบบของเงินลงทุน ระบบไฟฟ้าแบบดั้งเดิมมีการลงทุนสูงในช่วงต้น แต่มีอายุ การใชง้ านท่ยี าวนาน ในขณะที่ระบบสมารท์ กรดิ (บางเทคโนโลยี) มีการลงทุนแบบแยกส่วน จึงไม่จ�ำเป็นต้องใช้เงินลงทุน จ�ำนวนมาก แต่มีอายุการใช้งานที่สั้นกว่า ดังน้ันในการประเมิน คุณค่าของระบบสมาร์ทกริด ควรค�ำนึงถึงขนาดและรูปแบบของ การลงทนุ ด้วย

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 41 4. ความไมแ่ นน่ อนและทางเลอื กด้านคุณค่า เนอ่ื งจากในระยะยาว ความตอ้ งการใชไ้ ฟฟา้ และความสามารถ ในการผลติ ไฟฟา้ ของระบบมคี วามไมแ่ นน่ อน รวมทง้ั การปรบั เปลย่ี น นโยบายตา่ งๆ ซงึ่ อาจทำ� ใหค้ ณุ คา่ ของระบบสมารท์ กรดิ เปลยี่ นแปลงไป และอาจต้องมีการประเมนิ คุณค่าในด้านอน่ื เพมิ่ ข้นึ 5. ความไมแ่ นน่ อนของระบบและการประเมนิ คา่ ของการตอบสนอง ความตอ้ งการใช้ไฟฟ้า ความต้องการใช้ไฟฟ้าในระบบมีความไม่แน่นอนและอาจ ไม่สัมพันธ์กับก�ำลังการผลิตไฟฟ้าในแต่ละช่วง ดังนั้น จึงจ�ำเป็น ต้องค�ำนึงถึงประสิทธิภาพของผลลัพธ์จากระบบสมาร์ทกริด เช่น การเสนอราคาค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลา (Time-of-use Tariff) อาจไม่สามารถจูงใจผู้ใช้ไฟฟ้าให้ปรับเปล่ียนช่วงเวลาการใช้ ไฟฟา้ ได้ เป็นตน้ 6. การกระจายค่าใชจ้ ่ายและผลประโยชน์ การพิจารณาค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ของระบบสมาร์ทกริด ค ว ร ค� ำ นึ ง ถึ ง ก า ร ก ร ะ จ า ย ค ่ า ใ ช ้ จ ่ า ย แ ล ะ ผ ล ป ร ะ โ ย ช น ์ ใ ห ้ ผู้เกย่ี วข้องในแต่ละฝา่ ยโดยท่วั ถงึ และเทา่ เทียมกัน

42 แนวคดิ ด้านสมาร์ทกรดิ ของสหรัฐอเมรกิ า แนวคิดการพัฒนาระบบสมาร์ทกริดของสหรัฐอเมริกา คือ ควรมีเป้าหมายท่ีชัดเจนว่า ต้องการให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายใด มีการค�ำนวณผลตอบแทนการลงทุนและประโยชน์ อยา่ งถกู ตอ้ ง ครบถว้ น และมกี ารจดั ทำ� รายงานผลการประเมนิ การลงทนุ ในแผนการพฒั นาระบบ โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เสนอเป็นรายงาน “Estimating the Costs and Benefits of the Smart Grid” โดย Electric Power Research Institute (EPRI) ทเ่ี ปน็ หนว่ ยงานวจิ ยั ด้านระบบไฟฟ้าก�ำลังชั้นน�ำในสหรัฐอเมริกา ซึ่งกล่าวถึงวิธีการ สมมติฐานส�ำคัญ และผลการ ประเมินมูลค่าการลงทุน น�ำเสนอผลการประเมินเบื้องต้นส�ำหรับการค�ำนวณผลตอบแทน ในการพัฒนาระบบโครงขา่ ยไฟฟ้าอัจฉรยิ ะ ผลประโยชน์ของการลงทุนในระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะมีท้ังผลประโยชน์ทางตรง ต่อผู้ให้บริการไฟฟ้า ผลประโยชน์ทางอ้อมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าและต่อสังคมโดยรวม ซ่ึงจ�ำเป็น ตอ้ งแยกให้ชดั เจนเพ่อื ประกอบการพจิ ารณาอัตราคา่ ไฟฟา้ ในอนาคต

เปิดโลกอัจฉริยะ SMART GRID 43 สรุป เนื่องจากในปัจจุบัน ระบบไฟฟ้ายังไม่ได้ถูกออกแบบให้รองรับ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (Distributed Generation: DG) และดว้ ยเทคโนโลยที เี่ ปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ประกอบกับนโยบายท่ีแตกต่างกันของแต่ละประเทศ ส่งผลให้การวางแผนพัฒนาระบบไฟฟ้ามีความซับซ้อน นอกจากนี้ เนื่องด้วยข้อจ�ำกัดในแต่ละพื้นที่ ท้ังความน่าเช่ือถือของระบบ และคุณภาพของพลังงานไฟฟ้า ความต้องการพลังงานไฟฟ้าท่ีเพิ่ม สูงขึ้น และทิศทางการไหลของพลังงานไฟฟ้าและข้อมูลแบบ สองทิศทาง การวางแผนพัฒนาระบบสมาร์ทกริดท่ีดี จึงควรมี นโยบายและทิศทางท่ีชัดเจน เพ่ือให้การพัฒนาระบบโครงข่าย สมารท์ กริดเกดิ ประโยชนส์ ูงสุด นอกจากน้ี แนวโน้มการพฒั นาพลังงานในอนาคต ก็มสี ่วนส�ำคญั ในการพัฒนาระบบสมาร์ทกริดเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา ทางด้านเศรษฐกิจและสังคม การรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการ พัฒนาด้านพลังงานอย่างยั่งยืน การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับประเทศ เพ่ือนบ้าน (ASEAN Power Grid/GMS) รวมท้ังทิศทางการพัฒนา ด้านพลังงานท้ังในและต่างประเทศ ล้วนเป็นปัจจัยขับเคล่ือนหลัก ในการปรับปรุงและพัฒนาระบบไฟฟ้าให้เป็นระบบสมาร์ทกริด เพ่ือใหส้ ามารถรองรับการใช้งานดา้ นพลังงานได้ในอนาคต

รายการอา้ งอิง 1. แผนแมบ่ ทการพฒั นาระบบโครงขา่ ยสมารท์ กรดิ ของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2579. กระทรวงพลังงาน 2. สรุปองค์ความรู้ เรื่อง “Smart Grid โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ คืออะไร?”. กระทรวงพลงั งาน. สืบคน้ จาก http://www.doeb. go.th/kmv2/smart-grid190560.pdf วนั ที่ 11 ตุลาคม 2562 3. รายงานผลการด�ำเนินงานตามแผนขับเคล่ือนการด�ำเนินงาน ดา้ นสมารท์ กรดิ ของประเทศไทยในระยะสนั้ ประจำ� ปี พ.ศ. 2560- 2561. กระทรวงพลังงาน. สบื คน้ จาก https://thai-smartgrid. com/annual-report-smartgrid-2560/ วันท่ี 11 ตุลาคม 2562 4. เอกสารประกอบการสมั มนา เรอ่ื ง “สรปุ ผลการศกึ ษา แนวทางการ พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และมาตร อัจฉริยะ (Smart Meter)” วันจันทร์ท่ี 24 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 08.00-16.00 น. ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพฯ ช่ือเอกสาร “การก�ำกับดูแลที่เก่ียวข้องกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า อัจฉริยะของต่างประเทศและในประเทศ” สืบค้นจาก http:// www.eri.chula.ac.th/eri-main/wp-content/uploads/ 2014/03/Paper-1-of-3-Smart-Grid-Regulation.pdf วนั ท่ี 2 พฤษภาคม 2562