Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ปลาหางนกยูง

Description: ปลาหางนกยูง.

Search

Read the Text Version

ปลาหางนกยงู จดั ทาํ โดย : กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณก ารเกษตร จดั ทาํ เอกสารอิเล็กทรอนกิ สโ ดย : สาํ นักสง เสริมและฝก อบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร สารบญั - ขอมูลทว่ั ไป 1 - ลักษณะทด่ี ขี องปลาหางนกยงู 2 - การเพาะพันธุปลาหางนกยงู 2 - การคัดเลอื กพอแมพ ันธุ 3 - การเพาะเลี้ยงปลาหางนกยงู 3 - โรคทีพ่ บในปลาหางนกยงู และวธิ รี กั ษา 4 ขอ มูลท่ัวไป ปลาหางนกยงู มชี ่ือวทิ ยาศาสตรวา Poecilia reticulata Peters 1859 มีชอื่ สามัญวา Guppy อยใู นครอบครัว Poecidae เปนปลาอออกลกู เปน ตัว และมีถิ่นกาํ เนดิ ทาง ทวปี อเมรกิ าใต แถบเวเนซเู อลลา หมูเ กาะคารเิ บยี นของประเทศบารบาโดสและในแถบลมุ น้าํ อเมซอน ใน ธรรมชาติอาศัยอยูใ นแหลง นาํ้ จดื และนา้ํ กรอยทเ่ี ปนแหลงนาํ้ นิง่ จนถึงนํ้าไหลเรอ่ื ยๆ ปลาตวั ผมู ี ขนาด 3 -5 เซนติเมตร ตวั เมยี มขี นาด 5-7 เซนติเมตร ปลาหางนกยงู ท่ีนิยมเลยี้ งเปน ปลาสวยงาม (Fancy guppies)ซง่ึ เปนปลาทีไ่ ดร ับการ คัดพนั ธุและปรบั ปรุงพนั ธุมาจากพนั ธุพ ื้นเมอื ง ( Wild guppies) ท่พี บแพรกระจายอยใู นธรรมชาติ ลักษณะเดน ทใี่ ชในการปรับปรงุ พันธเุ พอ่ื ใหไดส ายพนั ธใุ หมๆ คอื ลักษณะสแี ละลวดลายบน ลาํ ตวั และลวดลายบนครีบหางและรูปแบบของครบี หาง ซ่ึงในการเรยี กสายพันธตุ า งๆ จะถูกตง้ั ชอ่ื ตามลักษณะดงั กลาว

ปลาหางนกยงู 2 ลักษณะที่ดขี องปลาหางนกยงู ลกั ษณะลาํ ตวั มขี นาดใหญ หนาสมสวน ไมค ดงอ ลักษณะครบี ครีบหางใหญ พริ้วหนา แขง็ แรงสมบรู ณไ มฉกี ขาด ขณะวา ยน้าํ พรว้ิ ไมพับถูกตองตามสายพนั ธุ คมเขม ชัดเจน สีและลวดลาย ความสมบรู ณข อง ลาํ ตัว ทรงตัวปกติ การเพาะพนั ธปุ ลาหางนกยงู ในการเพาะพันธปุ ลาหางนกยงู นอกเหนือจากวิธกี ารเพาะพนั ธแุ ลว วธิ ีการเล้ียงพอ แมพ นั ธุการคดั เลือกพอ แมพ ันธแุ ละการอนุบาลลกู ปลานบั วาเปน ปจ จยั ท่ลี ว นแตม ีความสําคญั ไมย ่งิ หยอนกวากัน ซงึ่ ไดกลาวถึงปจ จัยตา งๆ ดงั กลา วตอ ไปน้ี คือ การเล้ียงพอ แมพ ันธปุ ลาหาง นกยงู เน่ืองจากปลาหางนกยงู จะเจริญถึงวัยเจรญิ พนั ธุ เมอ่ื ปลามีอายเุ พียง 3 เดือนเทานน้ั เมื่อลูกปลาพอท่ีจะแยกเพศได (อายปุ ระมาณ1- 1 1/2 เดอื น ) ควรเล้ยี งแยกเพศไวเ พื่อปองกนั ไมใหปลาผสมพันธุก นั เอง นํ้าที่ใชเ ล้ียง ควรเปนนา้ํ สะอาดปราศจากคลอรนี มคี วามเปนกรด – ดา ง (pH ) 6.5 – 7.5 มีปริมาณออกซิเจนทล่ี ะลายในนํา้ ไมต าํ่ กวา 5 มก.ตอ ลติ รความกระดางของนาํ้ 75- 100 มก. ตอ ลติ ร ความเปนดาง 100 – 200 มก.ตอ ลติ ร และอณุ หภมู นิ า้ํ 25 –29 ? C ควรมีนํา้ ไหลหมนุ เวยี น ตลอดเวลา อาหารท่ีใชเลยี้ ง ปลาหางนกยงู สามารถกิน อาหารไดทัง้ พชื และสัตว (Omnivorous) ในการเลี้ยงพอแม พันธุจงึ สามารถใหอาหารจาํ พวกสัตวนาํ้ ขนาดเล็ก เชน ลกู นํ้า ไรแดง (Moina) ไรสีนา้ํ ตาล (Artemaia) หรอื หนอน แดง(Chironomus) หรืออาจจะเลีย้ งดว ยอาหาร สําเรจ็ รูป ท่ี มปี รมิ าณโปรตีนไมต า่ํ กวา 40% อาหารสดกอนใหท กุ ครงั้ ควรฆา เชอ้ื โรคทตี่ ดิ มากับอาหาร โดยควรแชอาหารในดา ง ทับทมิ เขมขน 500 - 1,000 สวนในลาน สวน(0.5 - 1.0 กรมั ตอ น้ํา 1 ลติ ร ) เปน เวลาประมาณ 10 – 20 วินาที ปรมิ าณอาหารสด ควรให 10% ของนํ้าหนกั ตวั หรอื ใหก นิ แตพ ออิม่ สวนอาหารแหง ควรใหว นั ละ 2 -4% ของนาํ้ หนักตวั ปลา โดยใหอาหารวนั ละ 2 ครง้ั ในตอนเชา และตอนเย็น สว น การถา ยเทนํา้ ควรจะทาํ ทุกวนั โดยดดู น้าํ ในตอู อกวันละประมาณ ? ของปริมาณนา้ํ ในตูแลวเตมิ นาํ้ ใหเทาระดบั เทา เดิม

ปลาหางนกยงู 3 การคดั เลอื กพอแมพันธุ การคดั เลือกปลาเพศผแู ละเพศเมยี เพ่ือทาํ การผสม ควรเลอื กปลาทีม่ อี ายุ 3 เดอื นขนึ้ ไป มลี กั ษณะ ลําตัวมีขนาดใหญ หนาสมสวน ไมคดงอ โคนหาง ใหญ แข็งแรง ครีบสมบูรณ ครบี หางใหญ พริ้วหนา แขง็ แรงสมบูรณไมฉ ีกขาด รูปรา งไดสัดสว น แข็งแรง วา ย นํา้ ปราดเปรยี ว มสี ีและลวดลายสวยงาม เพศผจู ะมี ลกั ษณะตา งจากเพศเมยี ตรงที่อวัยวะในการสืบพันธเุ รยี กวา gonopodium ซึ่งดดั แปลงมาจากครบี กน ปลาเพศผูและเพศเมีย ควรมีลักษณะสีและลวดลายที่เหมอื นกันหรอื คลา ยกนั มากทสี่ ดุ เพอ่ื ใหไ ดลกู ปลาท่ลี กั ษณะไมแปรปรวนมากในการผสมพนั ธุ หากจาํ เปน ตองเก็บลกู ปลาท่ีเพาะ ไวเปนพอแมพ นั ธใุ นครั้งตอ ไป ควรหาพอ แมป ลาจากแหลงอืน่ มาผสมบาง เพ่ือปองกนั การผสม เลือดชิด (Inbreeding) ซึง่ เปน สาเหตใุ ห ลกู ปลารนุ ตอ ๆ ไป มคี วามออนแอและมอี ัตราการรอด ตา่ํ การเพาะเลย้ี งปลาหางนกยงู ข้ันตอนที่ 1 เตรยี มบอซเี มนตข นาด 1 - 4 ตรม. ระดับนา้ํ ลึก 30 –50 ซม. ใสพุมเชอื ก ฟางตะกรา หรอื ฝาชี เพ่ือใหล กู ปลาใชเปน ทีป่ ลาหลบซอน ขั้นตอนที่ 2 คัดพอแมป ลาสายพันธเุ ดียวกันท่ีลกั ษณะดีสสี วยอายปุ ระมาณ 4 –6 เดอื น โดยคดั ปลาเพศผู ลําตวั โต แขง็ แรง ครีบหลงั ครบี หางใหญแ ละแผ กวา ง สเี ขม สดใส สวยงาม สวนปลาเพศเมยี คดั เลอื กสายพนั ธเุ ดยี วกนั กับปลาเพศผู ลําตวั โต แขง็ แรง ปราด เปรยี ว ครีบหางเขม สดใส ปลอ ยรวมกนั ในอัตรา 120 -180 ตัว/ลบ.ม. ในสัดสว นเพศผู : เพศเมีย เทากบั 1:3 หรอื 1:4 ระหวา งการเพาะพันธใุ หไ รแดงเปน อาหารในตอนเชา และใหอ าหาร สาํ เรจ็ รปู ในตอนเยน็ ปลาเพศเมยี ท่ไี ดรบั การผสมแลว จะเห็นเปน จดุ สดี ําบริเวณท ขั้นตอนท่ี 3 หลังจากแมป ลาไดร บั การผสมพันธปุ ระมาณ 26 –28 วนั จะมีลกู ปลา วยั ออ นเกดิ ขนึ้ และหลบซอ นอยูต ามวสั ดทุ มี่ าใสไ วในบอ ใหรวบรวมลกู ปลาออกทกุ วันสะสมไวใน บออนบุ าล ประมาณ 4-5 วนั / บอ เพ่อื ใหลกู ปลามีขนาดใกลเคียงกนั โดยปลอยลกู ปลาในอัตรา ความหนาแนน 140-300 ตัว/ลบ.ม. ในระยะแรกใหไรแดงเปน อาหารในตอนเชา และเยน็ ทุกวัน เปน ระยะเวลา 2 สัปดาห หลังจากนนั้ จึงใหอ าหารสาํ เรจ็ รูป จนกระทงั่ ลูกปลามีอายุประมาณ 3 สัปดาหซง่ึ เปน ระยะทีเ่ ร่ิมแยกเพศได โดยปลาเพศเมีย สงั เกตจุดสดี าํ บรเิ วณรูเปดชองทอ ง สวน ปลาเพศผู เม่ือมองจากดานบนมรี ูปรางเรยี วยาวกวา เพศเมีย

ปลาหางนกยงู 4 ขน้ั ตอนที่ 4 คัดขนาดและแยกเพศปลา นาํ ไปแยกเลี้ยงในบอ อตั รา 200-300 ตัว/ ลบ.ม. ใหก ินไรแดงเปน อาหารในตอนเชาสว นตอนกลางวันและตอน เย็นใหก ินอาหารสําเร็จรปู เล้ยี งเปน ระยะเวลา 3 เดือน (ปลามอี ายปุ ระมาณ 4 เดอื น) โรคทพ่ี บในปลาหางนกยงู และวิธรี ักษา 1. โรคจดุ ขาว (White spot disease) เกิดจากสตั วเซลลเ ดยี ว ชอ่ื lchthyophthirus multifilis หรอื ชอ่ื ยอ วา lch (อค๊ิ ) อคิ๊ เขา เกาะตัวปลาและฝงตัวทีผ่ นงั ชน้ั นอกของปลาสรางความ ระคายเคือง ปลาจะสรางเซลลผวิ หนังหุมอ๊คิ ทาํ ใหเห็นเปนจุดสขี าว ยังไมมวี ธิ กี ารกําจดั อค๊ิ ท่ีฝง อยูใ ตผ ิวหนัง แตวิธกี ารทไ่ี ดผ ล คือ การทาํ ลายตัวออ นในน้าํ สารเคมที ่ใี ชไ ดผลดี คอื ฟอรม าลิน 25 - 30 ซซี ี ตอนา้ํ 1,000 ลิตร ผสมกบั มาลาไคท กรีน 0.1 กรมั ตอ นา้ํ 1,000 ลติ ร แชท ้งิ ไวต ลอด และควรจะแชน าํ้ ซา้ํ อกี 3 - 4 คร้งั หางกันครั้งละ 7 วนั จะใหผ ลดมี าก โดยเฉพาะเม่อื นํ้ามี อุณหภมู ปิ ระมาณ 28- 30 องศาเซลเซยี ส 2. โรคทเ่ี กดิ จากปลงิ ใส เกิดจากปรสติ ตวั แบน 2 ชนดิ คือ Gyrodactylus และ Dactylogyrus มกั พบตามบรเิ วณเหงอื กและผิวหนัง การรักษาใชฟ อรม าลนิ เขมขน 40 ซีซี ตอ น้ํา 1,000 ลิตร หรอื ดิพเทอรเ รก็ ซเ ขม ขน 0.25-0.5 กรัม ตอ นา้ํ 1,000 ลิตร แชทง้ิ ไวตลอดไป 3. โรคทีเ่ กดิ จากหนอนสมอ (Lerneae sp.) หนอนสมอมลี าํ ตวั เปน รปู ทรงกระบอก สวนหัวคลา ยสมอทําหนา ทย่ี ึดเกาะกบั ตวั ปลา การรักษาใชด พิ เทอรเรกซเขมขน 0.25-0.50 กรัม ตอนา้ํ 1,000 ลติ ร แชท ิ้งไวต ลอด แลว แชซ าํ้ 3-4 ครั้ง แตล ะคร้งั หางกัน 7 วัน 4. โรคที่เกดิ จากแบคทีเรีย เกิดจากพวกแบคทีเรียสกลุ Aeromonas และ Pseudomonas อาการทพ่ี บ คือ ครีบและหางกรอน ทอ งบวมนาํ้ เกล็ดพอง รักษาโดยใชยา ปฏชิ วี นะ เชน ไนโตรฟรู าโซน 1 -2 กรัมตอ น้ํา 1,000 ลิตร แชปลานาน 2 -3 วนั ออกซเี ตตรา ไซค ลินหรอื เตตรา ซยั คลินผสมลงในน้ําในภาชนะที่เลี้ยงในอตั รา 10 - 20 มิลลกิ รมั ตอ น้าํ 1 ลิตร หรอื จะใชเกลือแกง 0.5-1% ก็ได


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook