Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือสำหรับเกษตรกร - การปลูกกัญชาทางการแพทย์แบบเกษตรอินทรีย์

คู่มือสำหรับเกษตรกร - การปลูกกัญชาทางการแพทย์แบบเกษตรอินทรีย์

Description: คู่มือสำหรับเกษตรกร - การปลูกกัญชาทางการแพทย์แบบเกษตรอินทรีย์.

Search

Read the Text Version

5.5 ชว่ งการเจรญิ เติบโตของกญั ชา โดยท่วั ไป สามารถแบง่ การเจริญเตบิ โตได้ 5 ช่วง ซง่ึ แต่ละช่วงใช้เวลาตา่ งกัน ตามสายพันธ์ุและสภาพ แสง คือ ชว่ ง ลักษณะ 1) ชว่ งเมล็ดงอก เร่ิมเมื่อเมล็ดไดร้ ับความชืนC จนรากงอกออกมา และเรม่ิ มีใบเลียC ง (germination) 2) ชว่ งตน้ อ่อน เรม่ิ จากใบเลCียงบานออก และใบจรงิ เริ่มงอกออกมา ต้นยดื ตัว จนมใี บ (seedling) เลCยี ง 4 – 8 ใบ 3) ช่วงเจริญเตบิ โตทางตน้ มีการเจรญิ เตบิ โตอยา่ งรวดเรว็ เพือ่ สะสมอาหาร โดยในชว่ งแรก ตน้ จะ (vegetative growth) ยืดสงู แตกใบจาำ นวนมาก ประมาณกลางๆ ของช่วงนีC ตน้ จะเรมิ่ แสดงเพศอย่างชดั เจน 4) ชว่ งออกดอก ชว่ งปลายของการเจรญิ เตบิ โต (บางคนก็เรยี กช่วงก่อนออกดอก หรอื (flowering) pre-flowering) ต้นจะสูงชา้ ลง แตจ่ ะแตกทรงพุ่มเป็นสว่ นใหญ่ และ ปรากฏเพศของตน้ อย่างชดั เจน 5) ชว่ งพฒั นาเมล็ด (seed) แทงช่อดอก (ทCังตัวผแู้ ละตัวเมยี ) ออกมาจาำ นวนมาก ดอกพัฒนาจน สมบูรณ์ ในกรณีที่เป็นดอกตวั ผู้ ดอกจะบาน และปล่อยเกสรออกมา นบั จากชว่ งทด่ี อกตวั เมยี ไดร้ ับการผสมเกสร จนเมล็ดแกส่ มบรู ณ์ 5.6 สารสาำ คญั ในกญั ชา นา่ จะมสี ารประกอบทางเคมมี ากกว่า 500 ชนิด ซง่ึ อยา่ งนอ้ ย 100 ชนิดเปน็ สารที่ไมพ่ บในพืชอ่นื (Woodbridge, 2562) โดยเฉพาะสารใน 2 กลมุ่ สำาคญั คือ กลมุ่ แคนนาบนิ อยด์ และสารเทอรป์ ีน โดยสารใน กลมุ่ แคนนาบินอยด์เป็นสารที่ได้รับความสนใจในทางการแพทยม์ าก คอื เดลต้า 9 เตตร้าไฮโดรแคนาบนิ อยด์ (THC) และแคนนาบไิ ดออล (CBD) โดยสาร THC นี้เทา่ นนั้ ท่ีเปน็ สารท่อี อกฤทธติ์ อ่ จิตประสาท ในขณะทส่ี าร CBD จะไมอ่ อกฤทธ์ิ แตก่ ็ยงั มีสารแคนนาบนิ อยดอ์ ่ืน เชน่ Cannabinoids Tetrahydrocannabivarin (THCV) Cannabichromene (CBC) และ Cannabigerol) (CBG) ซ่ีงเช่อื กันว่า สามารถช่วยบรรเทา หรือเพมิ่ ผลการ บรรเทาหรอื บาำ บัดโรค รวมท้งั ยังอาจทำางานเสรมิ ฤทธ์ิของ THC และ CBD ได้อีกดว้ ย สว่ นสารในกลุ่มของเทอรป์ ีน ซึ่งมีมากกวา่ 120 ชนิดในกญั ชาน้นั เป็นสารประกอบอะโรมาตกิ ที่ทาำ ให้ กญั ชาแตล่ ะสายพันธ์ุมีกลิ่นและรสที่ต่างกนั ออกไป เช่อื กันวา่ สารเทอร์ปีนช่วยในการบำาบดั โรค และทำางาน เปลยี่ นหรือเพ่ิมฤทธท์ิ างยาของสารแคนนาบินอยด์ ในลักษณะของเอ็นทูราจเอฟเฟต์ (entourage effect) (Woodbridge, 2562) สารแคนนาบินอยด์และเทอรป์ นี จะพบมากในไตรโคม (8) ของต้นกญั ชาตัวเมียท่ียังไมไ่ ด้ผสมพันธ์ุ 8 ไตรโคม (tricome) เป็นขนเล็กๆ ทขี่ ึ้นทีใ่ บพืช ซ่ึงอาจมหี นา้ ท่ีต่างๆ กนั ไป โดยส่วนใหญจ่ ะทาำ หนา้ ท่ใี นการปอ้ งกันแมลงศตั รูพชื (โดยทาำ ให้แมลงศัตรูพชื เข้าทำาลายพชื ได้ยากข้ึน หรือในบางกรณี ก็เพื่อลอ่ แมลงศัตรูธรรมชาติ เพ่ือให้มาจัดการกับแมลงศัตรพู ชื ) ในกรณีของกญั ชา เมอ่ื เข้าสชู่ ่วงท่ีจะเริม่ ออกดอก จะเกดิ ไตรโคมท่ีใบกัญชาจะปลอ่ ยสารแคนนาบินอยด์ หนา้ 57 จาก 84

บทที่ 6. การเพาะปลูกกัญชาทางการแพทย์ในระบบเกษตร อนิ ทรีย์ ขอ้ แนะนำาในการปฏบิ ตั ิน้ี สาำ หรบั การปลูกกญั ชาในระบบแบบเกษตรอนิ ทรยี ์ อาจเปน็ แบบการปลกู กลางแจง้ หรอื มีโรงเรือนเปดิ (มเี ฉพาะหลังคาใส) หรอื โรงเรือนปดิ ซึง่ แตล่ ะแบบมขี ้อดีข้อเสยี รวมทง้ั งบประมาณคา่ ใชจ้ ่ายต่างกัน (ดูตารางเปรียบเทยี บข้างล่าง) ในกรณีของการปลกู กัญชา ในโรงเรอื นปดิ จะตอ้ งมกี ารติดต้ัง ระบบระบายความร้อน เพราะในโรง เรือนจะมีความร้อนสะสมอยู่ ซงึ่ ระบบระบายความรอ้ นท่ีนิยมใช้ก็ คือ ระบบพดั ลมไอระเหย (โดย ทว่ั ไปเรียก evap) ซึ่งมหี ลักการ ทาำ งานคือ พัดลมดูดอากาศออกจาก โรงเรือน โดยฝง่ั ตรงข้ามที่ติดพัดลม จะติดต้งั แผงระบายอากาศท่ีมนี ำา้ ไหลผา่ น ซึ่งจะทาำ ให้อุณหภูมใิ นโรง เรือนเย็นลง (ดรู ูปข้างล่างประกอบ) ต ร งเปรยี บเทียบก รปลูกกัญช รูปแบบต่ ง ๆ รูปแบบก ร ข้อดี ขอ้ จำ กัด งบประม ณ หม ยเหตุ ปลูก ค ดก รเบื้องตน้ การปลกู ระบบ ตน้ ทนุ ตำ่า ประหยัดพลงั งาน ปญั หาเร่ือง ศัตรูพืช ระบบตามขนาด ระบบนำ้า เปดิ แสง เนื่องจากใช้แสงจาก ปลูกได้ตามฤดูกาล พ้ืนที่ ชีวภัณทก์ าำ จดั ศตั รู ธรรมชาติได้ พชื ระบบโรงเรอื น สามารถปอ้ งกันฝน ไม่สามารถปอ้ งกัน พน้ื ที่ 20*6 เมตร โรงเรือน ทมี่ เี ฉพาะ หลังคาใส ศตั รูพืชไดเ้ นือ่ งจาก ใช้งบประมาณ ระบบนาำ้ เปดิ 4 ด้าน 120,000 บาท ชีวภณั ทก์ ำาจดั ศตั รู พชื ระบบโรงเรือน กนั แมลงและศัตรพู ืชขนาด ต้องมรี ะบบลดความ พื้นที่ 6*20 เมตร โรงเรอื น กรนี เฮ้า เล็ก ควบคุมสภาพแวดล้อม ร้อนภายในโรงเรอื น ใชง้ บประมาณ ระบบนำ้า ได้ ปลกู ได้มากกวา่ 1 คร้งั 200,000 บาท ไม่ ชีวภณั ท์กาำ จัดศัตรู ตอ่ ปี สามารถติดโคมไฟเพอ่ื รวมคา่ ไฟ พชื เพ่ิมแสงได้ หน้า 58 จาก 84

แนวทางการปลกู ในเอกสารน้ีจะเนน้ ไปทกี่ ารปลกู กญั ชาสายพันธ์ไุ ทย ซง่ึ ควรเร่ิมเพาะเมล็ดและปลกู ใน เดือนสงิ หาคม ซงึ่ ตน้ จะเริม่ ออกดอกในช่วงกลางเดือนตุลาคม (เนอ่ื งจากพันธุไ์ ทยส่วนใหญ่เปน็ สายพนั ธทุ์ จี่ ะ เริ่มออกดอก เม่อื ช่วงกลางวนั ส้นั กว่า 12 ชั่วโมง (photoperid) และจะเริ่มเก็บเก่ียวไดต้ ง้ั แตป่ ลายเดือน ธันวาคม จนถึงกลางเดอื นมกราคม โดยภาพรวมแล้ว ในกระบวนการผลติ กัญชาเพอื่ การแพทย์ มขี ั้นตอนสำาคัญอยู่ 12 ขั้นตอน เรมิ่ จาก การเพาะเมล็ด ไปจนถึงการเก็บเก่ยี ว (ในช่วงออกดอก) และการจดั การหลงั การเกบ็ เกย่ี ว (การทาำ แหง้ ) แตจ่ ะ ไม่ครอบคลุมการผลติ เมล็ดพันธ์กุ ัญชา ซ่ึงมีกระบวนการผลิตที่แตกตา่ งออกไป ตารางข้างล่างแสดงขัน้ ตอน การผลติ (หัวข้อของขน้ั ตอนน้นั ) ในแตล่ ะช่วงการเจริญเติบโต และช่วงเดอื น ชว่ งการเจริญ ขนั้ ตอนการผลิต ช่วงเดือน เตบิ โต ขนัC ตอนเพาะเมล็ด (6.1) ต้นเดอื นสงิ หาคม 1) ช่วงเมล็ดงอก 2) ชว่ งตน้ ออ่ น ขนัC ตอนการเลยCี ง/ดแู ลต้นกล้า (6.2) ตน้ เดอื นสิงหาคม 3) ช่วงเจรญิ เตบิ โตทางต้น เตรียมดินและวสั ดุปลกู (6.3) ต้นเดือนสงิ หาคม 4) ช่วงออกดอก ย้ายกล้าลงเข่งปลกู /แปลงปลูก (6.4) กลางเดือนสงิ หาคม การใหน้ าCำ (6.5) สงิ หาคม-ตลุ าคม การใสป่ ุ๋ยธาตุอาหาร (6.6) สิงหาคม-ตลุ าคม การจดั การกาำ จดั ศัตรูพชื (6.7) สงิ หาคม-ตลุ าคม การตดั แต่ง/โนม้ กงิ่ (6.8) ต้น-กลางกันยายน การเปดิ ไฟแสงกวา่ งเพื่อยดื ระยะเวลาการเจริญเติบโตทางตน้ (6.9) ตุลาคม การเก็บเกย่ี วช่อดอก/ต้น (6.10) ปลายธันวาคม- ตน้ มกราคม การทาำ ลายซาก (6.11) กลางมกราคม การจดั การหลังการเกบ็ เก่ียว (6.12) ปลายธันวาคม- กลางมกราคม 6.1 ขน้ั ตอนเพาะเมล็ด ปัญหาท่ีมักพบและ * เมลด็ ไม่งอก หรอื มีอัตราการงอกต่าำ ส่วนใหญ่มกั พบว่า การเก็บเมลด็ พันธทุ์ ีไ่ มไ่ ด้ สาเหตุ คณุ ภาพ เมลด็ ออ่ นเกินไป หรือการจัดการหลังการเกบ็ เก่ียวไมถ่ ูกวิธี * เมล็ดมเี ชือ้ รา เนื่องจากการจดั การหลงั การเกบ็ เกี่ยวไม่ถูกวิธี ขอ้ กำาหนดมาตรฐาน * เมล็ดพนั ธ์ทุ ท่ี ง้ั ต้นตวั ผู้และตัวเมียปะปนกัน เนือ่ งจากผ้ผู ลติ เมล็ดพันธุ์ไมส่ ามารถ เกษตรอินทรียท์ ี่ จำาแนกเพศของเมลด็ ใหก้ ่อน เก่ยี วข้อง * ปลายรากทง่ี อกออกมาแหง้ เปน็ สีน้ำาตาล เพราะความช้ืนไม่เพียงพอ * เมล็ดพันธ์ุควรเปน็ เมล็ดพนั ธุท์ ่ปี ลกู ในระบบเกษตรอนิ ทรยี ์ * เมลด็ พนั ธุ์ต้องไม่คลุกสารเคมีปอ้ งกันกำาจัดศัตรูพืช และสารอื่นๆ ที่ไมอ่ นญุ าตให้ใช้ ในระบบเกษตรอนิ ทรีย์ หน้า 59 จาก 84

* สารทีใ่ ช้กับเพือ่ กำาจดั โรคและแมลง หรือกระตนุ้ การงอกของเมลด็ พันธุ์ ต้องเป็นสาร ทีอ่ นญุ าตให้ใชใ้ นระบบเกษตรอินทรยี ์ * วสั ดุเพาะเปน็ วสั ดุทอ่ี นุญาตให้ใช้ในระบบเกษตรอินทรีย์ ขน้ั ตอนปฏบิ ตั ทิ แี่ นะนาำ นำาเมลด็ ออกจากซองตามจาำ นวนทต่ี ้องการใชท้ ีละน้อย โดยเทลงบน กระดาษ/ ภาชนะท่สี ะอาด แห้ง ไม่ควรเทเมลด็ ท่ีออกจากซอง กลบั คืนลงในซอง เมล็ดกญั ชา 100 เมลด็ มนี า้ำ หนักประมาณ 4 – 5 กรัม ในกรณีท่แี หลง่ ทีม่ าของเมล็ดไดจ้ ำาแนกเพศของเมล็ดแล้ว (เมลด็ เพศเมีย) ควรทำาการเพาะเมล็ดเผ่ือประมาณ 5 – 10% ของปริมาณทตี่ ้องการปลูก โดยประเมินจากอัตราการงอกของเมล็ดในรุ่นนั้นๆ แตใ่ นกรณีทไี่ มร่ เู้ พศของเมล็ด ควรทำาการเพาะเมล็ดเผื่อ 20 – 30% เพือ่ ให้ได้ตน้ กล้าเพศเมยี เพียงพอกับท่ี วางแผนปลกู แช่เมลด็ ในสารละลายจุนสี ความเขม้ ข้น 1% (1 กรัม/น้ำา 1 ลิตร) นาน 2 นาที เพ่อื กำาจัดเชื้อราท่อี าจปนเป้ือนมากับเมล็ด ในกรณีท่ไี ม่มีจุนสี ให้แชเ่ มลด็ ในนำ้าร้อน 70 องศา นาน 2 นาทแี ทน ทาำ ความสะอาดจานเพาะเมล็ดก่อนนำามาใช้ โดยการแช่ นา้ำ จุนสี หรือลวกนำา้ ร้อนนาน 1 นาที ใส่กระดาษเพาะ/ทชิ ชู รองพื้น เติมนาำ้ สะอาด ใหพ้ อช่มุ นาำ เมล็ดมาวางบนจานเพาะ จานละ 10 เมลด็ ทุกๆ 24 ช่วั โมง ใหย้ ้ายเมล็ดที่งอกลงถ้วยเพาะ โดยให้ย้ายเฉพาะตน้ ท่ีสมบูรณ์ ต้นทีไ่ มส่ มบรู ณ์ ให้คัดท้ิง (ทาำ ลาย) ในกรณีทพ่ี บว่า มเี มลด็ ข้ึนราในจานเพาะ ใหน้ าำ เมลด็ น้ันออกทำาลายทันที หลงั จาก 7 วันแล้ว ใหท้ าำ ลายเมลด็ ท่ยี งั ไมง่ อกทัง้ หมด หน้า 60 จาก 84

6.2 ข้นั ตอนการเลย้ี ง/ดูแลตน้ กล้า ปัญหาท่มี ักพบและ * ต้นกล้าหายไป หรอื มีรอยแหว่ง เพราะมสี ัตว์ (หนู) และแมลงมากัดแทะต้นอ่อน สาเหตุ * ตน้ กลา้ เนา่ ตาย เพราะวัสดเุ พาะเลี้ยงตน้ กล้าระบายนาำ้ ไม่ดี หรือเพาะปลูกตน้ กล้า ลกึ เกินไป ข้อกำาหนดมาตรฐาน * ต้นกลา้ ยืดยาวจนล้มพับ เพราะบรเิ วณที่วางต้นกลา้ มีแสงไม่เพยี งพอ เกษตรอินทรีย์ท่ี * เมื่อรดน้ำาตน้ กลา้ แลว้ ต้นลม้ เพราะปลูกต้นกลา้ ตื้นเกินไป เกย่ี วข้อง * วสั ดุเพาะเป็นวัสดทุ อ่ี นญุ าตให้ใช้ในระบบเกษตรอินทรีย์ * สารท่ีใชก้ ับเพือ่ กาำ จัดโรคและแมลง ต้องเป็นสารที่อนุญาตใหใ้ ชใ้ นระบบเกษตร อินทรยี ์ * สารท่ีใชเ้ ป็นธาตอุ าหาร หรือเรง่ การเจรญิ เติบโตของตน้ กล้า ตอ้ งเป็นสารท่อี นญุ าต ใหใ้ ช้ในระบบเกษตรอินทรีย์ ขั้นตอนปฏิบัตทิ แี่ นะนาำ เลือกใช้ถ้วยเพาะต้นกลา้ ที่ทำาจากกระดาษยอ่ ยสลายได้ เจาะรูใตก้ ้นถ้วย 3 รู ด้วยหัวแรง้ ไฟฟา้ ในถ้วยเพาะ มีวสั ดุเพาะกลา้ ตามสว่ นผสมขา้ งล่างอัตรา 1:1:1 โดยปริมาตร * ปุย๋ หมกั ฮิวมสั * ถ่านไบโอชาร์ (ควรชาร์ทถ่านกบั มลู วัวนาน 24 ชว่ั โมง) * ดินช้ันล่าง (ลกึ จากหน้าดนิ 30 เซนตเิ มตร) พรมนา้ำ ใหว้ สั ดเุ พาะชืน้ ย้ายเมล็ดทงี่ อกแล้วลงถ้วยทม่ี วี ัสดุปลกู ทีเ่ ตรียมไว้ พยายามจบั ทเ่ี มล็ด อย่าจับท่รี าก และถ้าเปน็ ไปได้ ควรใช้ คีมคบี เมลด็ แทน วางถว้ ยบนเพาะกลา้ ในถาด ใสน่ า้ำ ใหน้ า้ำ ในถาดสงู ประมาณ 1 เซนติเมตร วางไวใ้ นท่ีรม่ ริมหน้าต่าง แตไ่ มค่ วรให้ถกู แสงแดดโดยตรง และระวงั หนู หรอื แมลงศตั รพู ชื ทีอ่ าจมาทำาลายต้นออ่ น เติมน้าำ ลงในถาดวันละ 1 คร้งั หนา้ 61 จาก 84

6.3 เตรียมดนิ และวัสดุปลกู ปัญหาทมี่ ักพบและ * วัสดุปลูกไมเ่ พียงพอ สาเหตุ * วัสดุปลูกอาจมีความเสยี่ งในเร่ืองการปนเปอื้ นโลหะหนัก * วัสดปุ ลูกเปน็ วัสดทุ อ่ี นุญาตใหใ้ ชใ้ นระบบเกษตรอินทรยี ์ ขอ้ กาำ หนดมาตรฐาน เกษตรอินทรยี ท์ ่ี เกี่ยวข้อง ขนั้ ตอนปฏบิ ตั ทิ แี่ นะนำา (ก) ก รปลกู ในเข่ง/ถุง เกณฑ์สาำ คัญในการเลือกวสั ดุปลกู 1) มอี ยู่ในท้องถิน่ และมีราคาถกู 2) มปี รมิ าณทเี่ พยี งพอ 3) มคี วามเส่ียงต่าำ ในการปนเปอ้ื นโลหะหนกั 4) เปน็ วัสดทุ ีอ่ นุญาตใหใ้ ชใ้ นระบบเกษตรอินทรีย์ 5) มสี ่วนผสมที่ทำาใหว้ สั ดปุ ลกู ระบายน้าำ ได้ดี 6) มคี วามเป็นกรด-ด่างในระดบั ทเ่ี หมาะสม (ประมาณ 6 – 6.5) 7) มีธาตุอาหารเพยี งพอ ท้งั ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจลุ ธาตุ ควรมีการใช้ดินเป็นสว่ นผสมในวสั ดปุ ลกู ไม่น้อยกว่า 50% โดยปริมาตร โดยดินทนี่ าำ มาใชค้ วรจะ 1) เป็นหน้าดิน (ลึกไมเ่ กิน 30 เซนตเิ มตรจากผวิ ดิน) 2) เป็นดนิ ร่วน หรือดินร่วนปนทราย ที่ระบายน้าำ ได้ดี 3) ถ้าเป็นไปได้ ให้เลือกใช้ดินจากบรเิ วณท่ไี มไ่ ดใ้ ชส้ ารเคมีกำาจดั ศัตรูพืชและวชั พืชมานานกว่า 12 เดอื น ควรเตรียมวสั ดุปลกู ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ล่วงหน้าก่อนยา้ ยปลูก 7 วัน และให้รดนำ้าวสั ดปุ ลกู ให้ชมุ่ น้าำ และจดั วางในพืน้ ท่ี ท่จี ะปลกู จรงิ ในกรณีทวี่ สั ดุปลูกมสี ว่ นผสมของมลู สัตว์ ควรเตรียมวัสดปุ ลกู กอ่ นไม่น้อยกวา่ 30 วัน ก่อนหนา้ การย้ายปลกู 2 วัน ใหเ้ ชค็ ว่า วัสดปุ ลูกมคี วามรอ้ น (จากกระบวนการย่อยสลายหรอื ไม่) แตถ่ า้ ยังมี ความร้อนอยู่ ไมค่ วรย้ายกล้า วัดสภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน ควรมีคา่ ประมาณ 5.5 – 6 ในกรณที ีใ่ ชเ้ ขง่ แนะนำาใหใ้ ชเ้ ขง่ เบอร์ 1 ปากเข่ง 68 ซม. (เสน้ ผา่ ศูนย์กลาง) สูง 52 ซม. มปี ริมาตรราว 120 ลิตร ซงึ่ จะใสว่ ัสดปุ ลกู ไดร้ าว 80 ลติ ร ในกรณที ใ่ี ชก้ ระสอบ ใหเ้ ลือกกระสอบท่อี ยู่ในสภาพดี ไมเ่ ป่อื ยยุ่ยรวดเร็วเกินไป หนา้ 62 จาก 84

(ข) ก รปลกู ในแปลง เลือกพืน้ ท่ปี ลกู ท่ีมกี ารระบายน้าำ ไดด้ ี และถ้าเปน็ ไปได้ ไม่มกี ารใช้สารเคมกี าำ จดั ศัตรูพืชและวัชพชื มาก่อนหนา้ ไม่น้อยกว่า 12 เดอื น มกี ารเตรียมดินในลักษณะเดียวกับการปลกู ผัก คือ ไถพรวน 1 - 2 ครงั้ ก่อน และยกร่องสงู 10 – 15 เซนตเิ มตร หรอื อาจก่อขอบแปลงปลูก เพอื่ ยกแปลงใหส้ ูงขึน้ (เชน่ ด้วยอฐิ บล็อค อฐิ ประสาน ฯลฯ) คลุกปยุ๋ หมกั ฮวิ มสั ปุย๋ คอก และสารปรบั ปรงุ ดิน และปลอ่ ยทิ้งไว้ให้ปุ๋ยคอกย่อยสลาย จนไมม่ คี วามรอ้ นกอ่ นท่ี จะปลกู ซ่งึ น่าจะใชเ้ วลา 15 – 30 วัน ขนึ้ กับปรมิ าณและชนดิ ของป๋ยุ คอก ก่อนหนา้ การย้ายปลกู 2 วนั ให้เช็คว่า วสั ดปุ ลูกมคี วามรอ้ น (จากกระบวนการย่อยสลายหรือไม่) แตถ่ ้ายงั มี ความร้อนอยู่ ไม่ควรย้ายกล้า และวัดสภาพความเป็นกรด-ดา่ งของดิน ควรมคี ่าประมาณ 5.5 – 6 6.4 ยา้ ยกล้าลงเขง่ ปลกู /แปลงปลกู ปัญหาท่มี กั พบและ * ต้นกลา้ แห้งเหีย่ ว เพราะไม่ไดป้ รับสภาพต้นกลา้ ก่อนการยา้ ยปลูก สาเหตุ * ตน้ ออ่ นมีรอยแหว่ง เพราะมแี มลงมากัดแทะตน้ อ่อน * ต้นอ่อนเห่ยี ว ไมเ่ จริญเตบิ โต เพราะวสั ดปุ ลกู ระบายนำ้าไม่ดี ข้อกาำ หนดมาตรฐาน เกษตรอินทรยี ์ ไมม่ ี ข้นั ตอนปฏิบัตทิ แี่ นะนาำ คอยสงั เกตว่า เม่อื ต้นกล้ามีใบจริงครบ 2 ใบ (ประมาณ 14 – 21 วนั หลังการเพาะกล้า ขึน้ อยูก่ ับสายพนั ธ์ุ และ สภาพอากาศ) ใหเ้ ตรยี มการยา้ ยปลูก โดยการนาำ ตน้ กลา้ ออกตากแดดเช้า 3 ช่ัวโมง ตดิ ต่อกัน 3 วัน แล้วเก็บ เข้าในที่รม่ ในกรณีท่มี ฝี นตก ใหเ้ ก็บทเ่ี ข้าร่ม ไมป่ ล่อยใหต้ ากฝน แต่ให้ยึดจำานวนวันตากแดดไวเ้ ช่นเดมิ เติมนา้ำ ในถาด ให้มรี ะดับนาำ้ เรอ่ี ยๆ ก้นถาด ในวนั ท่ี 3 ช่วงเย็น (หลงั หมดแสงแดด) ให้ย้ายกล้าลงเขง่ /แปลงปลกู โดยย้ายต้นกล้าพรอ้ มวัสดุเพาะลงใน หลมุ ปลกู ทเี่ ตรียมไว้ก่อน ระยะปลกู ระหว่างตน้ -ระหว่างแถว ขนึ้ อยกู่ บั สายพนั ธ์ุ โดยท่ัวไป แนะนาำ ให้มรี ะยะระหว่างตน้ 1 – 1.5 เมตร และระยะระหว่างแถว 1.5 – 2 เมตร ปักไม้/แท่งพลาสติก แลว้ มัดตน้ เพื่อยึดลาำ ต้นไมใ่ หล้ ม้ สำาหรับแปลงทปี่ ลกู กลางแจง้ ใหค้ ลุมแปลงด้วยผ้าสแลน 50% ทง้ั วนั เป็นเวลา 5 วัน หลงั จากนน้ั จึงคอ่ ยเปิด รับแดดเต็มทใี่ นช่วงเชา้ (คลมุ เฉพาะช่วงบ่าย) อีก 5 วัน ก่อนจะเปิดออกทงั้ หมด (ไม่คลุมท้งั วัน) หนา้ 63 จาก 84

6.5 การใหน้ าำ้ ปัญหาทมี่ ักพบและ * ใหน้ า้ำ น้อยไป ต้นพืชจะเจริญเติบโตไม่ดี สาเหตุ * ให้นาำ้ มากเกินไป และวัสดปุ ลูกระบายนาำ้ ไม่ดี จะทาำ ใหร้ ากเน่า * ในชว่ งท่อี อกชอ่ ดอก พยายามหลกี เลี่ยงไมใ่ หน้ ้ำาโดนช่อดอก เพราะอาจทาำ ใหด้ อก ข้อกาำ หนดมาตรฐาน เน่าได้ เกษตรอินทรยี ์ ไมม่ ี ข้นั ตอนปฏิบตั ทิ แ่ี นะนาำ ในการปลกู แบบแปลงกลางแจง้ อาจตอ้ งให้นำา้ เพม่ิ ถา้ ปรมิ าณฝนไม่เพยี งพอ โดยอาจใชร้ ะบบสปรงิ เกอร์ หรอื นาำ้ หยด หรือรดนำ้าด้วยสายยาง ไม่แนะนำาให้ใชว้ ธิ ปี ลอ่ ยนำา้ ในร่อง เพราะถ้าดินระบายนำา้ ไม่ดี อาจทาำ ใหร้ าก เนา่ ได้ ในการปลูกในโรงเรือน จะตอ้ งมรี ะบบการให้นาำ้ อยา่ งต่อเนอื่ ง ซ่งึ อาจใช้ระบบน้ำาหยด หรือนา้ำ พุ่งระดับเตีย้ โดย ให้นาำ้ วนั เว้นวัน ควรใหน้ า้ำ ช่วงเวลาบ่ายๆ จนถึงเย็น แตต่ ้องระวัง นำา้ ในทอ่ อาจเป็นนำ้ารอ้ น (เน่อื งจากท่อตากแดด) จงึ ควร ระบายนาำ้ ทร่ี อ้ นออกก่อนท่ีจะใช้รดต้นพชื 6.6 การใสป่ ยุ๋ ธาตอุ าหาร ปญั หาท่ีมักพบและ * มกี ารใสป่ ุย๋ ทมี่ ธี าตอุ าหารไนโตรเจนมากเกินไป จะทำาให้ต้นพืชออ่ นแอ มโี รคและ สาเหตุ แมลงระบาด * ในกรณีท่มี กี ารใช้ปุ๋ยทธี่ าตอุ าหารไนโตรเจนสงู มาก อาจะทำาใหเ้ กิดอาการ “เฝอื ใบ” ข้อกาำ หนดมาตรฐาน คือ มใี บมาก แต่ไมอ่ อกดอก เกษตรอินทรยี ท์ ี่ เก่ยี วข้อง * วัสดทุ ใ่ี ช้เป็นปุ๋ยธาตุอาหารเป็นวสั ดุท่อี นุญาตให้ใช้ในระบบเกษตรอินทรีย์ ข้ันตอนปฏบิ ตั ิทแ่ี นะนาำ ในกรณขี องการปลูกในภาชนะ ให้เลือกใชส้ ว่ นผสมของวัสดุปลกู ทมี่ ธี าตอุ าหารเพียงพอต่อต้นกัญชา ซ่งึ ทาำ ให้ ไมจ่ าำ เป็นต้องใสป่ ยุ๋ ธาตอุ าหารอะไรเพิม่ อกี ภายหลกั ในกรณปี ลูกในแปลงเปดิ กเ็ ช่นกัน ให้ใส่ปุ๋ยอนิ ทรียท์ ่ีมีธาตอุ าหารเพยี งพอกับตน้ กัญชา ตัง้ แตช่ ่วงเตรยี มดิน หน้า 64 จาก 84

ในกรณีท่ีพืชแสดงอาการขาดธาตุอาหารอย่างใดอย่างหน่ึง (ดูรปู ข้างลา่ ง) อาจเลือกใชป้ ๋ยุ อนิ ทรียท์ เ่ี หมาะสม (ดปู ุ๋ยอนิ ทรียต์ ่างๆ ท่ีให้ธาตุอาหารแต่ละอย่าง ในบทท่ี 2) เพราะพชื กญั ชาเหมือนกันกับพืชไรท่ ่วั ไป ท่จี ะ แสดงอาการขาดธาตอุ าหารเหมือนกันกบั พืชอืน่ ทม่ี า: “กัญชาการขาดสารอาหาร แสดงออกทางใบ” เว็บไซต์: https://cannabe420.blogspot.com/2019/01/blog-post_27.html หน้า 65 จาก 84

6.7 การจัดการกำาจดั ศตั รพู ชื ป ัญ ห า ท ่ีม ัก พ บ แ ล ะ * แมลงศัตรูพืชท่พี บมากในกญั ชา คือ ไรแดง แมลงหว่ขี าว เพลย้ี ออ่ น เพลยี้ แปง้ สาเหตุ เพลย้ี หอย หอยทาก หนอนกัดราก ต๊กั แตน หนอนเจาะลาำ ตน้ * โรคเห่ยี ว จากเช้ือรา Fusarium oxysporum ขอ้ กำาหนดมาตรฐาน * สารท่ีใชก้ ับเพ่ือกำาจัดโรคและแมลง ตอ้ งเปน็ สารทอ่ี นุญาตให้ใชใ้ นระบบเกษตร เกษตรอินทรยี ์ท่ี อินทรยี ์ เก่ยี วข้อง ข้ันตอนปฏบิ ัตทิ แี่ นะนำา เลอื กใชส้ ารปอ้ งกนั กาำ จดั แมลงและโรคพืช ในกรณที ี่พบการระบาด ดงั น้ี * สบโู่ ปแตสเซยี ม (สาำ หรับกาำ จดั ไรแดง เพลี้ยออ่ น เพลีย้ แปง้ เพลยี้ หอย) สบอู่ อ่ น 2 ช้อนโต๊ะ ผสมนำา้ 1 ลิตร ให้ไดค้ วามเขม้ ข้น 1-3% อาจผสมพริกสดบด 1 ช้อนโตะ๊ กระเทียมบด 1 หัว และหอมหวั ใหญ่บด 1 ลูกเลก็ * พรกิ (สำาหรับกำาจัดไรแดง เพล้ียอ่อน เพลยี้ แปง้ เพลย้ี หอย) บดพริกสด 200 กรมั ให้ละเอียด เติมน้ำา 4 ลติ ร ตม้ จนเดือด อาจเติมสบู่ออ่ นนิดหน่อย เจือจางด้วยนา้ำ อีก 4 ลิตร กอ่ นนำาไปฉีดพ่น * ไดอะตอมมิเชียสเอริ ธ์ (สำาหรบั ปอ้ งกันหอยทาก) โรยรอบแปลงปลูก * เมธาไรเซียม หรอื บเิ วอเรีย (สาำ หรับกาำ จดั หนอนและตกั๊ แตน) ฉีดพ่นตามขอ้ แนะนำาของในฉลาก * ไตรโคเดอรม์ า (สาำ หรบั ปอ้ งกันโรคเห่ียว) ฉีดพน่ ตามข้อแนะนาำ ของในฉลาก ในกรณที ป่ี ลกู ในโรงเรือนปดิ อาจเลือกใชแ้ มลงตัวห้าำ ที่เป็นศัตรูธรรมชาตปิ ลอ่ ยในโรงเรยี น เชน่ แมลงช้างปีกใส เตา่ ทอง มวนเพชรฆาต เป็นต้น 6.8 การตัดแตง่ /โน้มกง่ิ ปัญหาที่มกั พบและ * การไม่ตัดแต่งกิ่ง จะทำาให้มีช่อดอกตวั เมยี จาำ นวนนอ้ ย สาเหตุ * การตดั แต่งมากเกินไป อาจทำาให้ต้นชะงกั การเจรญิ เตบิ โต ไมม่ ี ข้อกำาหนดมาตรฐาน เกษตรอินทรยี ท์ ่ี เก่ียวข้อง ขั้นตอนปฏิบัติทแี่ นะนาำ เม่ือตน้ กญั ชาอยใู่ นชว่ งระยะแรก (20 – 30 วัน) ของการเจริญเตบิ โตทางต้น อาจเริม่ โนม้ /ตัดแต่งก่งิ เพื่อ เตรียมความพรอ้ มกอ่ นสชู่ ่วงออกดอก ซงึ่ มเี ทคนคิ สำาคัญดังน้ี • การโนม้ ก่ิง (l)ow stress training) เปน็ การจัดทรงพุม่ ของต้น เพอื่ ให้ยอดก่ิงส่วนใหญ่เจรญิ เตบิ โตได้ หน้า 66 จาก 84