วชิ า ปรัชญาศาสนา Philosophy of Religion อาจารย์สมชยั พงษ์กง่ิ พธ.บ.ปรัชญา, พธ.ม.ปรชั ญา ผูบ้ รรยาย
• ปรัชญามคี วามหมายว่าอะไร คำวำ่ “ปรชั ญา” เป็น ศัพทบ์ ัญญัตขิ องพระเจำ้ วรวงศ์เธอกรมหมืน่ นรำธิปพงศ์ ประพันธ์ (พระองคว์ รรณ) เพ่ือแปลคำว่ำphilosophy คำวำ่ “philosophy” มำจำกรำกศพั ทภ์ ำษำกรกี โบรำณ วำ่ philos แปลว่ำผู้รกั และ Sophia แปลวำ่ ควำม ปรำดเปรอ่ื ง เพรำะฉะนน้ั philosophia หรอื philosophy จึงมีควำมหมำยตำม รำกศพั ท์ว่ำ ควำมรักหรือควำมปรำรถนำจะเป็นปรำชญ์ น่ัน คือ รตู้ ัวเองวำ่ ยังไม่ฉลำดแตอ่ ยำกจะฉลำด
“Philosophy” คือ การคน้ หา คาตอบไม่มสี ้ินสุด แม้คาตอบ นั้นจะนา่ เชือ้ ถือเพียงใดกต็ าม.
Plato ปรชั ญำคอื ทำงแหง่ ชีวติ และ ควำมหมำย ศึกษำเกี่ยวกบั ควำมจริง ควำมดี และควำมงำม William James ปรัชญำคือ ควำมพยำยำม คิดอย่ำงแจม่ แจง้ และลึกซึ้งกว่ำกำรคิด ธรรมดำ Dewey ปรชั ญำคือ ควำมรทู้ ่ีมีอทิ ธิพลต่อ ควำมประพฤติในชีวิต
Philip H. Phenix ได้ให้ทัศนะและวิเคราะห์ เรื่องความฉลาด (wisdom) ไว้อย่างน่าสนใจ “wisdom” มีองคป์ ระกอบอยู่ 4 อยา่ งคือ 1.ความเข้าใจ (Comprehension) 2.ความรู้ลกึ (Perspective) 3.การรู้แจ้ง (Insight) 4.การมีวสิ ยั ทศั น์ (Vision)
•ศาสนา (Religion) คือ คำสัง่ สอน •ศาสนา คือควำมเชอ่ื พระเจ้ำหรือสิ่งมี อทิ ธพิ ลต่อควำมรู้สกึ นึกคดิ เชื่อวำ่ สำมำรถรู้ไดโ้ ดยกำรจัดพธิ ีกรรมต่ำงๆ ตำมควำมเชือ่ ถือนัน้ ๆ
องค์ประกอบของศาสนา 1.องคศ์ าสดา 2.คาสงั่ สอนและสาวกผปู้ ฎิบัติตาม 3.พธิ ีกรรม 4.ศาสนสถาน 5.สญั ลักษณ์
ความสาคญั ของศาสนา • บอกถึงหลักอภิปรัชญำ ว่ำโลกนเ้ี กิดข้ึนมำจำกอะไร และจะเปน็ เช่นไร • สอนหลักคุณธรรมศีลธรรมจรยิ ธรรมของมนษุ ย์ในกำรอย่รู ่วมกัน • ให้รูจ้ ักกำรดำเนินชวิ ติ เชน่ ไรจึงจะถูกตอ้ ง • มเี ป้ำหมำยในชวี ิต เป็นมนษุ ย์ท่ีสมบรู ณ์ ไมเ่ พียงแตเ่ กิดมำเพือ่ กนิ และเสพกำมเทำ่ นน้ั • หลกั ศรัทธำ วำ่ ทำดไี ด้รำงวลั คือข้นึ สวรรค์ ทำชว่ั ไดโ้ ทษคอื ตกนรก ทำใหแ้ มจ้ ะลับตำคนไรก้ ฎหมำยก็ไมท่ ำชว่ั ทำแตด่ ี • เป็นทพ่ี ่ึงทำงใจ ในยำมชีวติ ประสบปญั หำสน้ิ หวงั ไรก้ ำลังใจ หรือ ปลอบประโลม ผู้สูญเสีย บคุ คลอนั เปน็ ท่รี กั • เป็นบ่อเกิดแห่งศิลปะ วฒั นธรรม และประเพณี
พฒั นาการของศาสนา • ศาสนาเป็นส่ิงท่ีมนษุ ย์สร้างขนึ ้ จากความกลวั ในธรรมชาตทิ ี่ ตนเองไมร่ ู้ จนต้องวงิ วอนและร้องขอในสง่ิ ท่ีอยากได้ • ศาสนาเกิดจากความไมร่ ู้สงสยั ในอภิปรัชญาวา่ โลกเกิดขนึ ้ มา ได้อยา่ งไร และจะเป็นเชน่ ไรตอ่ ไป • ศาสนาเกิดจากความต้องการที่จะสร้างความเชื่อขนึ ้ มา เพื่อ ช่วยควบคมุ ความประพฤตขิ องคนในสงั คม ให้สงั คมสงบสขุ • ศาสนาเกิดจากความต้องการที่จะพ้นจากความทกุ ข์ เชน่ ความ อดอยาก โรคระบาด ความแก่ ความตาย การสญู เสีย
ปรัชญาศาสนา • ศาสนาของโลกถ้าแบ่งตามลักษณะปรัชญาท่ีคล้ายคลงึ กัน แบ่งได้ 2 ลักษณะ • ศาสนาท่ยี ดึ ถอื พระเจ้าเป็ นส่งิ สูงสุด • กลุ่นศาสนาท่ีนิยมเรียกว่า ปรัชญาตะวันตก โดยถอื ตามอทิ ธพิ ลในการ รับอารยธรรม ได้แก่ศาสนาโซโรอสั เตอร์ ศาสนายดู าย(ยวิ )ศาสนา คริสต์ ศาสนาอสิ ลาม ศาสนาซกิ ข์ ศาสนาบาไฮ ศาสนาฮนิ ดู ศาสนากลุ่ม นีม้ ีลักษณะท่คี ล้ายกันคือ
• พระเจ้าคอื ส่งิ มีชวี ติ ทรงปัญญาสงู สุด ท่ไี ม่อาจเข้าถงึ ได้ ถ้า พระองค์ไม่ประสงค์ • ศาสนิกต้องแสดงความรักหรือภคั ดตี ่อพระเจ้าด้วยการสรรเสริญ ปฏบิ ตั ติ ามท่พี ระองค์ประสงค์ท่ไี ด้ตรัสผ่านศาสนทตู ของพระเจ้า • อาจขอให้ทรงไถ่บาป อ้อนวอนให้ทรงประทานส่งิ ท่ดี ีแก่ชีวติ • เช่อื ว่าทรงเป็ นพระผ้สู ร้าง สร้างสรรพส่งิ กาหนดสภาวการณ์ท่ี เป็ นไปของโลก แต่ทรงปล่อยให้มนุษย์เลือกทางแห่งตนเอง โดย จะทรงช่วยเม่อื มนุษย์ลงมอื กระทา • ก่อนท่จี ะเช่อื ให้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ เม่อื เช่ือแล้วอย่าสงสัย เพราะพระเจ้าจะทรงทดสอบจติ ใจในศรัทธา • เม่อื ถงึ วันสนิ้ โลกพระเจ้าจะทาลายทกุ ส่งิ ท่พี ระองค์สร้างขนึ้ และ จะชุบชวี ติ ทกุ คนให้ฟื้นคืนชพี มารับฟังคาพพิ ากษา ผ้เู ช่ือจะรอด และอย่กู บั พระองค์ช่ัวนิรันดร์ ผู้ไม่เช่อื จะถกู ลงทณั ฑ์ให้ตกนรก ช่วั กาล • ให้วางใจในพระเจ้า รับพระองค์เข้าไว้ในใจจะพบแต่สนั ตสิ ุข
ศาสนาทม่ี ุ่งเข้าถงึ ความจริงสูงสุด • กลุ่มศาสนาท่ีนิยมเรียกว่าปรัชญาตะวันออก โดยถอื ตาม อทิ ธิพลในการรับอารยธรรม ได้แก่ศาสนาพุทธทัง้ เถร วาท นิกายเซนและวัชรยาน ศาสนาเชน ศาสนาพราหมณ์(แบบ เก่า) ลัทธเิ ต๋าและลัทธิขงจื๊อ ศาสนากลุ่มนีม้ ีลักษณะท่ีคล้ายกัน คือ
• เช่ือว่าโลกนีเ้ กดิ ขนึ้ เองตามกฎธรรมชาติ สรรพส่งิ แท้จริงเป็ นเพยี งความ ว่างเปล่า • ความจริงแท้ไม่อาจอธิบายได้ด้วยคาพดู และไม่อาจเข้าถงึ ได้ด้วยหลัก ตรรกะหรือเหตุผล • การเข้าถงึ ความจริงแท้ทาได้ด้วยการบรรลุปัญญาญาณ จากการไม่ตดิ อย่ใู นมายาของเหตุผล • เช่ือในการไม่สิน้ สุด เช่ือในการเวียนว่ายตายเกดิ เช่ือในกฎแห่งกรรม • มีหลักคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม ท่มี กั น้อยสันโดษพอเพียง ยึดถอื หน้าท่ี มวี ันัยสูงไม่เหน็ แก่ตัว แต่ไม่ยดึ ตดิ ในส่ิงทงั้ ปวง มุ่งละกเิ ลส • เช่ือในตวั มนุษย์ว่าเข้าถงึ ความจริงได้ ทุกส่ิงเกดิ จากการกระทาของ ตนเอง เช่ือในศาสตร์ลีล้ ับ(เวทมนตร์ โหราศาสตร์ ไสยศาสตร์)ว่ามีจริง • เช่ือว่าถ้าจติ วิญญาณเข้าถงึ ความจริงสูงสุดจะหลุดพ้นจากการเวียนว่าย ตายเกดิ
• ท้ังสองกล่มุ มคี วามเชอื่ ทีไ่ มเ่ หมือนกนั คอื กลุม่ แรกยอมรบั วา่ องค์สูงสดุ มอี ยจู่ รงิ เช่นศาสนาครสิ ต์และอสิ ลามเรยี กองคส์ ูงสุดวา่ พระเจ้า ผ้นู ับถอื มเี ป้าหมายเพ่อื การเขา้ ไปรวมอยใู่ นอาณาจักรของพระเจ้า • สว่ นกลุ่มหลงั เช่นศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ไม่ยอมรับการมอี ยขู่ องพระเจา้ หรือ องค์สงู สุด แต่เชือ่ ในการมีอยู่ของเทพเจ้า (เหล่าพรหมา) ซึ่งเป็นเทวดาช้นั สงู สุดเรยี กวา่ พรหม แต่ตา่ งกนั ตรงทีผ่ ้ทู ่ีนับถือศาสนาศาสนาพทุ ธไมม่ ีเปา้ หมาย เพือ่ การไปรวมอย่กู ับพรหม แต่สามารถไปเกิดเป็นพรหมได้ เพราะการรวมอยู่ หรอื ไปเกดิ เป็นพรหม เมอ่ื หมดเหตุปัจจัยก็ยงั ต้องเวียนว่ายอยูใ่ นสงั สารวฏั อันมีต่าสุดคือนรก สงู สดุ คอื พรหม อยา่ งไม่มที ่ีสิน้ สุด ทางที่จะหลดุ พน้ จาก สังสารวัฏได้จึงมที างเดียวเทา่ นั้นคือ นิพพาน
ประเภทศาสนา • ศาสนาในโลกถงึ แม้จะมีมาก แต่ถ้าจดั เป็ นประเภทกไ็ ด้เป็ น 2 ประเภท คือ • เทวนิยม • เช่ือวา่ มีเทพเจ้าผ้ยู ิ่งใหญ่เหนือกวา่ เทพเจ้าทงั้ หลาย หรือเรียกกนั วา่ พระเจ้า มีพระเจ้าสงู สดุ เพียงพระองค์เดียว พระองค์เป็นผ้สู ร้างโลก และสรรพสงิ่ และเช่ือกนั วา่ พระเจ้าอาจติดต่อมนษุ ย์ โดยผ่านศาสดา พยากรณ์หลายองค์ เช่น พระอลั เลาะห์ ทรงติดต่อกบั ทา่ นนบีมฮุ มั หมดั พระยะโฮวาห์ ทรงตดิ ต่อกบั ทา่ นโมเสส และพระเยซู สว่ นบาง ศาสนากน็ บั ถือพระเจ้า หรือเทพเจ้าหลายองค์ อยา่ ง ศาสนา พราหมณ์-ฮินดู เช่ือวา่ พระเจ้าอวตารแยกเป็น3องค์ เป็นต้น ศาสนา แบบเทวนิยม ได้แก่
• ศาสนาคริสต์ • ศาสนาอสิ ลาม • ศาสนายวิ • ศาสนาซกิ ข์ • ศาสนาบาไฮ • ศาสนาโซโรอัสเตอร์ • ศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู
ศาสนา อเทวนิยม • ศาสนาประเภทนี้ ไม่เช่ือในการมีอย่จู ริงของพระเจ้า โดย เช่ือว่าโลกและสรรพส่งิ เกดิ ขนึ้ เองตามกฎของธรรมชาติ เช่ือว่ามนุษย์เป็ นผู้กาหนดชะตาชีวติ ของตนเอง ทุกส่งิ เป็ นไปตามเหตุปัจจัย ศาสนาประเภทนี้ ได้แก่ • ศาสนาพุทธ • ศาสนาเชน
ศาสนาทต่ี ายแล้ว • ศาสนาในโลกอาจแบ่งเป็ นศาสนาท่ยี งั มีชีวติ อยู่ ศาสนาท่ตี ายแล้ว และ ศาสนาท่ีสาบสูญ • ศาสนาท่ยี งั มีชีวติ อยู่ คือศาสนาท่ีมีความเป็ นสถาบันมีองค์กร มีผู้นับถอื เป็ นจานวนมากพอประมาณ มีระบบคาสอน ได้แก่ศาสนาในโลกปัจจุบัน • ศาสนาท่ีตายแล้ว คือศาสนาท่เี คยมีผู้นับถือ แต่ปัจจุบันแทบไม่มีคนนับ ถืออีกแล้ว แต่ยงั มีหลักฐานให้เรารู้ว่าเคยมีศาสนานีอ้ ยู่ในโลกมาก่อน • ศาสนาท่ีสาบสูญ คือศาสนาท่เี ราไม่มีข้อมูลให้รู้ว่าเคยมีศาสนานีอ้ ย่ใู น โลกมาก่อน
ศาสนาที่ตายแล้ว • ศาสนาอียปิ ต์โบราณ • ศาสนาเปรูโบราณ • ศาสนาเมก็ ซโิ กโบราณ • ศาสนามถิ รา • ศาสนามาณิกิ • ศาสนาบาบโิ ลเน่ียน • ศาสนาสุเมอเล่ียน-อคั คาเดียน • ศาสนาฮทิ ไทท์ • ศาสนากรีก • ศาสนาโรมนั • ศาสนาเซลตกิ • ศาสนาสแกนดเิ นเวีย-ติวตันโบราณ
ศาสนาในโลกปัจจุบนั •ศาสนาซกิ ข์ • นานกั ปันถิ •ศาสนาคริสต์ • ขาลสฺ า • โรมนั คาทอลิก • นิลมิ เล • โปรเตสแตนต์ • ออร์ทอดอกซ์ •ศาสนายิว • ออร์ทอดอกซ์ (ฟาริซ)ี •ศาสนาอิสลาม • โปรเกรสซีฟ (ซดั ดคู สู ) • สหุ น่ี • นกั พรต (เอสเซเนส) • ชีอะห์ •ศาสนาเชน •ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู • ทิคมั พร • ไศวะ • เศวตมั พร • ไวษณพ • ศกั ติ •ศาสนาโซโรอสั เตอร์ • กทั มิส •ศาสนาพทุ ธ • ชหนั ชหิส • เถรวาท • มหายาน •ศาสนาบาไฮ
ลทั ธิ • ชนิ โต • ขงจอื๊ • เต๋า • วูดู • พุทธตนั ตระ • ลัทธิหวั เหา • ลัทธิเก๋าได่ • ลัทธิมาณีกี • ลทั ธิโอมชนิ ริเกียว • ลัทธิชอนโดเกยี ว
• ปรชั ญา = เสนอตรวจสอบควำมจริงเบ้ืองหลังกำร พสิ จู น์ของศำสนำตำ่ งๆ ด้วยวธิ กี ำรตรรกศำสตร์และ ทดสอบวิธกี ำรทำงศำสนำใชพ้ สิ จู น์ • ปรชั ญา = ตอ้ งกำรถำมถงึ ควำมหมำยทใี่ ชใ้ นศำสนำ เช่น พิธีกรรม, กำรสวดมนต์ ,กำรออ้ นวอน, พระนำม พระเจ้ำ , และวิเครำะห์คำตำ่ งๆและสง่ิ ต่ำงๆทที่ ำงศำสนำ ใชแ้ ละมีควำมเชื่อเพือ่ ต้องกำรควำมชดั เจนมำกยงิ่ ข้นึ
Search
Read the Text Version
- 1 - 22
Pages: