50 เรอ่ื งเล่าเจา้ กำพร้า วันนก้ี ำพร้าไม่ต้องไปเรียนหนังสือ เพราะหลวงตาไม่อยู่ เขาจงึ ใชเ้ วลา ช่วงเช้าล่วงไปจนบ่ายช่วยยายเก็บใบยาสูบ ปีนี้ผลผลิตที่ได้มากกว่าปกติ สอง ยายหลานจึงเหน่ือยมากหน่อย แต่ก็ไม่มีใครบ่น กำพร้าสังเกตเห็นยายย้ิมอยู่ เกือบตลอดเวลาขณะเก็บใบยาสูบ “ยายจา๋ ๆ” เสียงใสๆ ของเด็กผู้หญิงคนหน่ึงดังข้ึนไม่ห่าง จากที่ท่ีสองยายหลานทำงานกันมากนัก ยายรีบหัน กลับไปดทู นั ที แล้วกย็ ้ิมกบั ภาพท่ีเห็นตรงหน้า เด็กผู้หญิงตัวเลก็ ๆ ถกั เปยี ยาวสองข้าง ผวิ ขาว อมชมพู สวมหมวกฟางมีปีก หน้าตาสดใส กำลังว่ิงมาหา ยายอย่างร่าเริง กำพร้าเองก็อดมองไม่ได้ เขารู้สึกประหลาดใจท่ีเห็นเด็กหญิง คนนแ้ี ละรู้สึกทง่ึ น้อยๆ ทไ่ี ด้เห็นท่าทางทีด่ มู ีความสุขของเธอ ทง้ั ๆ ที่แดดเปร้ียง แบบน้ี กำพร้านึกสงสยั ดว้ ยวา่ เธอไม่กลวั ผิวจะถกู แดดเผารไึ งนะ “มีอะไรเหรอคะคุณเปยี ” ยายถามขน้ึ หลังจากทเ่ี ด็กผ้หู ญงิ คนนนั้ วงิ่ มา ถงึ ตัวยาย “เปียเอาสตางคม์ าใหย้ าย...ค่าผ้าไหมคะ่ ” “โธ่...ไม่เห็นต้องลำบากเลย พรุ่งน้ีค่อยเอามาให้ยายท่ีสหกรณ์ก็ได้ มา ที่นแ่ี ดดรอ้ นออก” “เราไม่อยากเปน็ หนใี้ ครนานๆนะ่ ค่ะ” คราวน้ีเป็นเสียงของหญิงคนหน่ึงที่กำพร้าเดาเอาว่าน่าจะเป็นแม่ของ เปีย เธอเดินมาใกล้ๆ และยื่นธนบัตรจำนวนหน่ึงให้ยาย ยายยื่นเงินส่วนหน่ึง คนื ให้ แตห่ ญงิ ผนู้ นั้ ไมร่ บั ดจู ากการแตง่ ตวั แลว้ เธอกบั ลกู สาวคงเปน็ คนมฐี านะด ี
กำพร้าพบเพื่อนใหม่ 51 “ถือเป็นคำขอโทษเถอะค่ะ...ก็ผ้าที่คุณยายทอสวยมากๆ เลยตัดสินใจ กันไมถ่ กู ว่าจะเลือกผืนไหน พอรตู้ วั อีกทีก็เกนิ งบ พวกเรารสู้ ึกเกรงใจมากทเ่ี งนิ ไม่พอจ่ายใหค้ ณุ ยายตอนนนั้ ” “ไมเ่ ห็นต้องลำบากมาถึงทีน่ ่เี ลยคณุ ” ยายบอก “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยายเปียเค้าอยากมาเย่ียมคุณยายมาก ท่าทางแก จะตดิ คณุ ยายมากค่ะ” ยายหวั เราะนอ้ ยๆ แลว้ ชวนทกุ คนไปน่งั พกั ท่เี พงิ เลก็ ๆ ริมสวน แม่ของ เปยี คุยกับยายต่อเร่ืองผา้ ส่วนเปยี เร่มิ มองหาอะไรใหม่ๆเลน่ “พกี่ ำพรา้ พาหนไู ปเลน่ หนอ่ ยสิ” เปยี หนั มาขอรอ้ งกำพรา้ “พาน้องไปเดินเล่นสิกำพร้า แต่อย่าไปไหนไกลนะ สักสิบห้านาทีค่อย กลับมา” แม่ของเปียพูดเป็นเชิงอนุญาต กำพร้าหันไปมองหน้ายาย ยายพยัก หน้า เขามองดูเด็กน้อยอีกครั้ง ท่าทางไร้เดียงสาของเธอทำให้เขาใจอ่อน เขา พาเธอเดินดูรอบๆ สวนยาสูบ เด็กน้อยเดินตามและถามทุกอย่างท่ีเธอสนใจ แรกๆ กำพรา้ กเ็ ตม็ ใจตอบ แต่นานเขา้ เขาก็รสู้ ึกรำคาญเพราะดูเหมอื นเดก็ หญิง จะสนใจทกุ เร่อื ง และไมไ่ ดซ้ กั ถามเขาเพราะอยากร้เู พียงอย่างเดยี ว “พี่กำพร้า ทำไมแม่นำ้ ไหลไปทางนล้ี ่ะ” “ไม่รูส้ ิ พีก่ เ็ ห็นมนั เปน็ อยา่ งน้มี าตง้ั แต่เกิด” “โธ่... พ่ีน่ีไม่รู้เรื่องเลย มันต้องไหลลงทะเล ก็เลยไหลไปทางนี้ไง น่ีๆ ทะเลอยู่ทางน้ี พอ่ เป็นคนบอกหนูเอง” น่แี หละทที่ ำใหก้ ำพรา้ รสู้ กึ หงุดหงิดเปน็ ท่สี ดุ “รอบสวนแล้ว เรากลบั กนั เถอะ” กำพรา้ พูดอย่างโล่งใจ “อะไร นี่ยงั ไมถ่ ึงสบิ ห้านาทเี ลย หนูดูนาฬิกาตลอดนะ นี่ไงๆ” เด็กหญงิ ค้าน กำพร้าเองไม่เคยรู้จักนาฬิกามาก่อน ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขารู้เวลา จากการฟงั เสยี งกลองและระฆงั ที่วดั จึงไดแ้ ตก่ ม้ มองวัตถุประหลาดทขี่ ้อมือของ เดก็ หญิง
52 เร่อื งเล่าเจ้ากำพรา้ “แตพ่ ่ีคิดวา่ น่มี นั นานมากแล้วนะ เดย๋ี วแมน่ ้องเปียจะเป็นห่วง” กำพร้า พดู เสียงอ่อย “โธ่ พี่กำพร้าน่ี ก็บอกแล้วไงว่ายังไม่ถึงสิบห้านาที แล้วแม่หนูก็ไม่ว่า หรอกถา้ เราจะเลน่ เกนิ เวลานิดหนอ่ ย พอพูดจบ เด็กหญิงก็ว่ิงออกไปท่ีริมตล่ิงทันที กำพร้ารีบว่ิงตามเพราะ กลวั เธอจะตกลงไปในแมน่ ำ้ “เดยี๋ วๆอยา่ ไปตรงนนั้ ระวังจะตกน้ำนะ โอย๊ !” อารามรบี รอ้ นทำใหก้ ำพรา้ ไมร่ ะวงั ตวั เอง เขาสะดดุ ขาลม้ กลงิ้ ลงไปหยดุ ท่รี มิ ตล่งิ นัน่ เอง เด็กหญิงหัวเราะเสียงดงั “ฮะ ฮะ ฮะ พีก่ ำพรา้ ซุม่ ซา่ มจงั ” กำพร้าทัง้ เจ็บทัง้ อาย เขาลกุ ข้นึ แล้ว รีบเดินหน ี “เดีย๋ วๆพ่กี ำพร้า ช่วยหนูด้วยๆ” เด็กหญิงร้องอย่างตกใจ กำพร้ารีบหันกลับไปมอง เขาเห็นเด็กหญิงช้ีลงไปที่หมวกฟางของเธอ ซง่ึ ปลวิ ลงไปในแม่นำ้ และกำลังลอยไปเร่ือยๆ กำพร้าตกใจมาก เขารีบว่ิงลงไปอีกคร้ัง แล้วกระโจนลงไปในแม่น้ำ ว่ายน้ำไปเก็บหมวกอย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองว่ายออกไปไกลจาก ตลิ่งมาก เม่ือคว้าหมวกได้เขาก็รีบกลับตัวมาทันที เขามองเห็นตัวเด็กหญิงเล็ก นิดเดียว จึงรู้สึกตกใจมากว่าตนเองว่ายน้ำมาไกลเกินไปแล้ว ตำนานพญานาค และจำนวนคนจมน้ำตายในแม่น้ำโขงผุดข้ึนมาในหัวสมองของกำพร้า เขารู้สึก กลัวจนตัวเย็นข้ึนมาทันที แต่ตอนนี้กำพร้าไม่มีเวลาคิดอะไรมาก นอกจากรีบ วา่ ยนำ้ กลบั เข้าฝ่ังดว้ ยเรย่ี วแรงทเี่ หลืออยู ่ ท่ีริมตลิ่ง เด็กหญิงเปียจ้องมองเขาด้วยความเป็นห่วง เธอเร่ิมร้องไห้ เม่อื ไมเ่ หน็ กำพร้าวา่ ยนำ้ มาถึงสกั ที เธอท้งั ตะโกนทัง้ รอ้ งไห้เรยี กชือ่ เขา
กำพรา้ พบเพอื่ นใหม่ 53 เด็กหญิงสังเกตเห็นว่ากำพร้าว่ายน้ำช้าลงๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขา ถอื หมวกไวแ้ นน่ ไมย่ อมปลอ่ ย กำพรา้ รสู้ กึ ลา้ เลก็ นอ้ ยทห่ี วั ไหล่ และรสู้ กึ แปลกๆ ทีน่ ่องขาข้างซา้ ย ทันใดนน้ั ขาซา้ ยของเขากเ็ ร่ิมเกร็งจนไม่สามารถบงั คบั มนั ได้ อีกต่อไป เขาเร่มิ ด้ิน และตัวคอ่ ยๆ จมลงไปในแมน่ ้ำ เด็กหญงิ เห็นดังน้ันจงึ ร้อง หวีดขน้ึ และรบี ว่ิงไปตามคนอนื่ มาช่วย กำพร้ารู้สึกอึดอัดในตอนแรกท่ีน้ำเร่ิมไหลเข้าปาก แต่ไม่นานเขาก ็ เรม่ิ ชนิ และรู้สึกโลง่ ตวั ไปหมด เขานกึ ถงึ พ่อกับแม่ เขานกึ ถึงยาย เขารสู้ กึ ว่าน้ำ อุ่นๆ ไหลออกมาจากตาที่ปดิ อยู่ แมว้ า่ เขาจะคิดถงึ พ่อกบั แม่มาก แต่ถ้าเขาตาย ไปตอนน้ี ยายจะอยอู่ ย่างไรเล่า ส่ิงท่ีกำพร้านึกออกในตอนน้ันคือการภาวนากับสิ่งศักด์ิสิทธิ์ เขาไม่ แน่ใจว่าจะนึกถงึ ใครดี นอกจากขอให้พญานาคตามตำนานชว่ ยเหลอื ตน “ฟ้นื แล้วๆ” เสียงของเดก็ หญิงเปยี ร้องข้ึนอยา่ งดใี จ กำพร้าค่อยๆ ลืมตาข้ึน เขาพบว่าตนเองนอนอยู่ที่กระท่อม โดยมียาย เปยี แมข่ องเปยี และผู้ชายอีกคนนง่ั อย่รู อบๆ “เป็นยังไงบ้าง ยายตกใจแทบแย่ ดนี ะท่พี ่อหนูเปยี ว่ายน้ำเก่ง เขาเป็น คนไปช่วยหลานนะรู้ไหม” “ผมต้องชว่ ยอยู่แล้วครับ เขาเองกช็ ว่ ยลกู สาวผมไว้เยอะ” ผู้ชายคนนนั้ คอื พอ่ ของเปยี นั่นเอง “ยายเปยี ทำไมไม่รีบกลบั มา นาฬกิ ากม็ ี ทำไมไมใ่ ช้ใหเ้ ปน็ ประโยชน์ นี่ เราคงชวนพ่ีเคา้ เทยี่ วเลน่ ตอ่ อีกละ่ ส”ิ แมข่ องเปยี เรม่ิ ดุ “หนขู อโทษ หนูแค่อยากเล่นนานๆ” “แลว้ เป็นยังไงล่ะ ผลของการด้ือของหนู พเี่ คา้ เกอื บแย่แล้ว นถี่ า้ พ่อไป ชว่ ยไม่ทนั ครอบครัวเราคงเสยี ใจไปช่วั ชีวิต” พอ่ ของเปียเสริมขนึ้
54 เรื่องเล่าเจา้ กำพรา้ เด็กหญิงก้มหน้าร้องไห้กระซิกๆ ยายดึงตัวเธอเข้าไปลูบหัวและปลอบ อย่างอ่อนโยน กำพร้ารู้สึกสงสารเธอไม่น้อย และคิดว่าเร่ืองท้ังหมดน่าจะจบลง แค่น ้ี “ผมว่า...ช่างเถอะครับ ยังไงผมก็ไม่เป็นอะไรมาก อย่าไปโทษน้องเขา เลย ขอบคุณคณุ น้ามากทีช่ ว่ ยชีวิตผมไวน้ ะครับ” พ่อกับแม่ของเปียหันมามองเขาด้วยความช่ืนชม ทั้งสองบอกว่าจะพา เขาและยายไปส่งที่บ้าน ทั้งหมดจึงเดินไปท่ีรถยนต์คันใหม่เอ่ียมท่ีจอดอยู่บน ถนนลูกรังของหมู่บ้าน กำพร้ารู้สึกตื่นเต้นท่ีจะได้น่ังรถเป็นคร้ังแรกในชีวิต ขณะทีก่ ำลังกา้ วเข้าไปน่งั ในรถ หัวของเขากช็ นกับขอบประตรู ถดงั ป้ึง “ฮะ ฮะ ฮะ พีก่ ำพรา้ นีซ่ ุ่มซา่ มจัง” เดก็ หญิงหัวเราะให้เขาอีกเป็นครัง้ ท่ี สอง แต่คราวนี้ ทุกคนต่างก็หัวเราะตามไปด้วย แม้กระทั่งยายก็แอบอมย้ิม กำพร้ารู้สึกอายเปน็ ท่ีสุด ความรสู้ ึกสงสารเดก็ หญงิ พลันหายไปทันท ี “คอยดูเถอะ ยายเดก็ ผมเปยี ” เขาได้แต่น่งั เงียบ และคดิ ในใจอย่างนี้ไป ตลอดทาง เมื่อไปถึงที่บ้าน ทุกคนน่ังคุยกันท่ีแคร่ยาว ยกเว้นกำพร้า เพราะเขา ตอ้ งนอนพกั ผ่อนและหม่ ผ้าหนาๆ ให้รา่ งกายอบอนุ่ เขาหลับไปไดส้ ักครูก่ ็ต่นื ข้ึน เพราะมีเสียงหนึ่งกระซิบเบาๆอยูข่ ้างเตยี ง “หนๆู ” เมื่อกำพร้าหันไปมองเจ้าของเสียง ก็พบว่านั่นคือเสียงของพ่อของเปีย นน่ั เอง “ครับ มีอะไรครับ” กำพร้าสงสัยในท่าทางของชายที่น่ังอยู่ข้างๆ เตียง “คอื ...นา้ ขอโทษนะทตี่ อ้ งมารบกวนถามตอนน้ี แตน่ า้ ไมอ่ ยากเชอ่ื หรอก ถา้ ไมม่ ีคำยืนยัน” “เรื่องอะไรครบั ”
กำพร้าพบเพื่อนใหม่ 55 “เออ่ คือ....ตอนทน่ี ้าลงไปควานหาตวั หนู น้าหาจนเหนอ่ื ยกไ็ มพ่ บอะไร เลย น้าไม่แน่ใจว่าเห็นอะไรกันแน่ ตอนแรกๆ คิดว่าเป็นสาหร่ายแผ่นใหญ่ๆ ยาวๆ แต่มันสีแปลกๆ นะ เหมือนสีเงิน แล้วมีแสงสว่างลูกกลมๆ ด้วย น้าไม่รู้ เหมือนกนั ว่าทำไมถึงวา่ ยนำ้ ตามมนั ไปนะ แล้ว...แลว้ นา้ ก็เห็นหนู พอนา้ จะมอง หาสาหรา่ ยอีกทกี ห็ ายไปเลย ไมส่ ิ มนั เหมอื นปลาน่ะ มันเหมอื นพานา้ ไปหาหนู เลย” “นา้ จะบอกว่า นา้ เหน็ ....” กำพรา้ พูดตอ่ ไมไ่ ด ้ “เอ่อ...ไม่รู้สิ แต่มนั แปลกน่ะ นา้ แคอ่ ยากถามหนวู ่า เหน็ เหมือนน้าหรือ เปลา่ ก็เท่านนั้ เอง แต่ชา่ งมนั เถอะ...ต้องนบั ว่าเปน็ โชคดีของหนนู ะ” “เออ่ ...ครบั โชคดจี ริงๆ โชคดจี รงิ ๆ ครบั ” กำพร้าคิดเช่นนั้นจริงๆ และไม่ว่าส่ิงที่คุณน้าคนนั้นเห็นจะเป็นอะไร กต็ าม เขาก็คิดว่าเขาตอ้ งขอบคณุ ส่งิ น้นั และตอบแทนด้วยการเคารพแมน่ ำ้ โขง ทใ่ี หช้ ีวติ กบั เขาอกี คร้งั หนงึ่
สิบ กำพร้าเป็นห่วง กำพร้ามารู้ทีหลังว่า พ่อของเด็กหญิงเปียคือปลัดอำเภอคนใหม่ ส่วน แม่ของเธอคือครูโรงเรียนมัธยมที่มีช่ือเสียงในตัวเมือง ทั้งสองสนใจผ้าไหมของ สหกรณ์ในหมู่บ้านมาก โดยเฉพาะผ้าท่ียายเป็นคนทอ จึงบอกกับยายว่าจะ ใหก้ ารสนบั สนนุ เต็มที่ ยายจะได้มเี งินเล้ียงดูกำพร้าและสง่ ใหเ้ ขาเรียนสูงๆ ยาย ดใี จมาก แตก่ ำพร้าไมร่ ู้สกึ เช่นน้นั เขาร้สู ึกว่ายายห่างเหนิ กบั เขามากขน้ึ ยายใช้ เวลาสว่ นใหญห่ มดไปกบั การทอผา้ ไม่ค่อยได้ดูแลเขาเลย ปลอ่ ยให้เขาดแู ลสวน ยาสูบและเป็นเพื่อนเล่นกับเด็กหญิงเปีย ซ่ึงนับวันจะสนิทสนมกับเขามากข้ึน เรื่อยๆ แต่ก็น่ันแหละ เขาไม่อยากจะใกล้ชิดกับเธอเลยสักนิด เขาเบื่อท่ีจะตอบ คำถามยากๆ มากมายเหลา่ นนั้ เขาอยากไปดตู น้ ไมท้ สี่ วนสมนุ ไพรในวดั มากกวา่ เพราะรู้สึกว่าตนเองชักจะลืมความรู้ที่หลวงตาสอนหมดแล้ว จริงสินะ...หลวงตา เดินทางไปต่างจังหวัดต้ังหนึ่งสัปดาห์ น่ันก็หมายถึงการไม่ได้เรียนกับหลวงตา แลว้ จะไมท่ ำใหเ้ ขาลืมได้อย่างไร
58 เร่ืองเลา่ เจา้ กำพรา้ “พ่ีต้องไปวัดนะ ไปเรียนหนังสือ” กำพร้าบอกกับเปียในเช้าวันต่อมา เปน็ นยั วา่ เธอไม่ตอ้ งไปกบั ฉนั นะ แตผ่ ลของมนั กลบั ตรงกนั ขา้ ม “ดีจงั หนกู ไ็ ม่ไดไ้ ปวดั ตง้ั นานแล้ว หนอู ยากไปเล่นกับน้ำตาล นำ้ หวาน น้ำผ้งึ ” เดก็ หญงิ พูดอยา่ งรา่ เรงิ ดวงตามีประกายวบิ วับ นำ้ ตาล นำ้ หวาน นำ้ ผง้ึ คอื ลกู แมวทมี่ คี นเอาไปปลอ่ ยในวดั ตอนแรกๆ มนั ผอมโซเพราะถกู พวกหมารงั แกเอาบ่อยๆ แต่พกั หลงั พวกผู้หญิงและเดก็ ๆ ท่ี ไปทำบุญสงสารมันเลยเอาอาหารให้มันกิน จนร่างกายมันแข็งแรง ตอนนี้มัน ท้งั สามกลายเปน็ แมวทีข่ นสวยจนใครๆท่มี าเห็นต่างกช็ มเปาะ เหตุการณ์จึงกลายเป็นว่ากำพร้าต้องพาเด็กหญิงมาท่ีวัดและเสียเวลา ไปสองช่ัวโมงเต็มๆ กับการวิ่งไล่จับแมวท้ังสามมาให้เด็กหญิงอาบน้ำ การจับ แมวไม่ใช่เร่ืองสนุกเลย เพราะมันมักจะข้ึนไปบนต้นไม้สูงๆ ซึ่งกว่ากำพร้าจะไป จบั มนั มาไดก้ ห็ วดิ จะตกตน้ ไมเ้ สยี หลายครัง้ กว่าจะอาบน้ำเสร็จก็เป็นเวลาเพล เด็กหญิงชวนเขาข้ึนไปบนศาลา เพราะพ่อกับแม่ของเธอมาถวายเพลและซื้อขนมมาให้จากในเมือง กำพร้าเห็น เป็นโอกาสดจี งึ ปฏเิ สธ ในใจก็นกึ ขอใหเ้ ธอรีบกลบั ไปเสยี เรว็ ๆ เมอ่ื จากเดก็ หญงิ มา เขาก็รบี ไปที่สวนสมนุ ไพรทันที ตอนน้สี วนมหี ญา้ ข้ึนค่อนข้างรกเพราะขาดคนดูแล บรรดาเณรที่หลวงตามอบหมายให้ถางหญ้า และรดน้ำคงไม่ค่อยใส่ใจกับมันนักเพราะหลวงตาไม่อยู่ กำพร้าคิดอย่างน้ัน เขาจึงไปหยิบมีดมาดายหญ้าอย่างระมัดระวัง เพราะเขาไม่แน่ใจว่าในกอหญ้า จะมีสัตวม์ พี ิษแอบอยู่หรือไม ่ และแลว้ ส่งิ ท่เี ขาไมแ่ น่ใจกม็ ีจรงิ เสยี ด้วย กำพร้าเกือบเหยียบเจา้ งเู ขยี ว หางไหม้ขนาดเข่อื งตวั หน่งึ ท่กี ำลงั เล้อื ยอยบู่ นพืน้ หญา้ กำพรา้ หายใจอย่างโล่ง อก มิเช่นนั้นเขาอาจจะโดนมันกัดเข้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าสนุกสักนิด ถึงแม้เขาจะ รู้จักยาแกพ้ ิษกเ็ ถอะ
กำพรา้ เป็นหว่ ง 59 ดายหญา้ ไปได้สกั ครู่ กำพร้ากร็ ู้สกึ เหน่อื ยและหวิ เขาจึงวางมือและเดนิ ไปทางศาลาการเปรยี ญ เผื่อจะมใี ครแบง่ อาหารไว้ใหเ้ ขาบ้าง เดินมาไม่ไกลนกั เขากไ็ ด้ยนิ เสียงเดก็ รอ้ งเอะอะ เมื่อเงยี่ หฟู งั ดๆี เขาก็รู้ ได้ทันทีว่าหน่ึงในน้ันเป็นเสียงของไอ้หวันคู่ปรับ กับเด็กผู้ชายอีกจำนวนหนึ่ง แต่ท่ีน่าแปลกคือมีเสียงเด็กผู้หญิงร้องไห้ด้วย กำพร้ารู้สึกไม่ค่อยดีจึงเดินไป ตามเสยี งนั้น ภาพที่เห็นคือ ไอ้หวันกำลังดึงผมเปียสองข้างของเด็กผู้หญิงที่เขารู้จัก ดี เปยี น่นั เอง เธอดิน้ และร้องไห้ทถี่ กู ไอ้หวันแย่งหอ่ ขนมในมือไป ข้างๆ เปน็ เดก็ ผู้ชายลูกน้องไอ้หวัน คือไอ้ป้อมกับไอ้เปา พี่น้องฝาแฝด ท้ังสองคนวิ่งไปวิ่งมา รอบๆ และลอ้ เลียนทา่ ร้องไหข้ องเปีย พลางหัวเราะชอบใจ “ไอ้หวัน ! พวกเอง็ หยดุ แกล้งนอ้ งเปยี นะ” กำพร้ารอ้ งห้าม “เฮย้ ...ไอล้ กู กำพร้าวะ่ ลูกพ่”ี เจา้ ป้อมพูด “มนั โดนชกไปคราวทีแ่ ล้วยงั ไม่เขด็ อีกเหรอวะ” ไอห้ วันพูดฉุนๆ
60 เรื่องเล่าเจ้ากำพร้า “ขา้ ต่างหากทีต่ อ้ งพดู แบบน้ัน” กำพร้าพูดตามจริง เพราะการปะทะกันคราวนั้นไอ้หวันถูกกำพร้าชก ไปหลายหมัด การท่ีมันตัวหนักเกินไปทำให้เคลื่อนไหวลำบาก ป้องกันตนเอง ไม่คอ่ ยได ้ “ไอ้นีม่ ันวอนซะแลว้ แฮะ...เฮย้ ไอ้ปอ้ มไอ้เปา จบั มนั ไว้” และแล้วการตะลุมบอนก็เกิดขึ้นอีกคร้ัง แต่คราวน้ีกำพร้าสู้ไม่ได้เพราะ เขาถูกรุมอยู่คนเดียว เขามองเห็นเด็กหญิงเปียว่ิงหนีไปแล้วก็รู้สึกโล่งใจ คิดว่า เธอคงไปตามใครสกั คนมาช่วยแนๆ่ เขาคาดการณ์ไม่ผิด จากนั้นไม่นานพ่อแม่ของเธอและผู้ใหญ่บ้านก็มา ถึง ทุกคนตกตะลึงกับภาพที่เห็นโดยเฉพาะผู้ใหญ่บ้าน น่ีเป็นครั้งแรกที่เขาได้ เห็นพฤติกรรมของลูกชายสุดท่ีรักเข้ากับตา เพราะตลอดมาเขาไม่เคยเช่ือท่ ี ใครๆพากันกลา่ วหาว่าลูกชายของเขาเปน็ นักเลงเกเรเลย พ่อของเปียรีบเข้าไปจับเด็กทั้งหมดแยกออกจากกัน ตอนแรกเจ้าหวัน ไมย่ อม แต่พอไดย้ นิ เสียงตวาดของผใู้ หญบ่ า้ น มนั ก็หยดุ กกึ “ไอห้ วนั หยุดเดี๋ยวน้ี ไอล้ ูกไม่รักดี” “พอ่ ” ไอ้หวันพูดได้คำเดียวก็ถูกผู้ใหญ่บ้านตบหน้าไปหนึ่งฉาด ทุกคนในท่ี น้ันตกตะลงึ โดยเฉพาะไอ้หวัน ตั้งแต่เล็กมนั ไม่เคยถกู ใครลงโทษ มันมีพอ่ คอย ปกปอ้ งมาโดยตลอด แตม่ าวนั นค้ี นทีป่ กป้องมัน กลับตบหน้ามนั จนหน้าชา “พ่อตบฉันทำไม ฮือๆ” ไอห้ วันรอ้ งไห้เสยี งดงั “ฉันตบใหแ้ กหายบา้ ไอ้ลูก...โธเ่ วย้ ” ผูใ้ หญบ่ ้านเดินจากไป “ฉันเกลียดพ่อ” ไอ้หวันตะโกนตามหลัง พลางหันหน้าวิ่งหนีไปทาง สวนสมนุ ไพร สมนุ ทงั้ สองทำท่าจะว่งิ ตามไปดว้ ยแต่ถกู พอ่ ของเปยี ดึงแขนไว ้ “มานเ่ี ลยมาเจ้าสองคน มาเล่าให้ฉันฟงั ซิวา่ เกดิ อะไรขน้ึ ”
กำพรา้ เป็นหว่ ง 61 ทงั้ สองคนเล่าเร่ืองอย่างกระทอ่ นกระแท่นเพราะความกลัว ส่วนใหญ่จะ เป็นเปียท่ีเล่าแล้วหันไปตะคอกถามกับเด็กทั้งสองว่าใช่หรือไม่ สองคนนั้นจึงได้ แต่พยักหน้าหงึกหงักรับผิดอย่างเดียว กำพร้าพอจับความได้ว่า เปียต้องการ เอาขนมมาใหเ้ ขาจงึ ขอลงศาลามาตามหาเขา ระหวา่ งทางเจอเดก็ เกเรทง้ั สามคน ไอ้หวันเห็นขนมน่ากินก็เลยเข้ามาแย่ง เด็กหญิงเปียไม่ยอม เลยเตะทรายใส่ หน้าไอ้หวันและร้องว่า “ไอ้หมูตอนๆ” ทำให้มันโมโหและเข้ามาดึงผมเปียของ เธอ เหตุการณ์ตอ่ จากนั้นคือตอนทกี่ ำพร้าเข้ามาชว่ ย พ่อของเปียบอกว่าจริงๆ แล้วปัญหามันเร่ิมท่ีจุดเล็กๆ นิดเดียว คือเด็ก แยง่ ขนมกัน แต่ตอนนม้ี ันบานปลายไปเป็นปญั หาครอบครัวและกำพรา้ กต็ อ้ งมา เจ็บตัวเพ่ือปกป้องลูกสาวของเขาอีก เขากับครอบครัวเป็นหน้ีกำพร้าอยู่ แม่ ของเปยี จงึ บอกวา่ ตอนน้ีไม่ใชเ่ วลาทจี่ ะมามวั คยุ กัน สิ่งทคี่ วรทำคอื พากำพรา้ ไป หาหมอในเมอื ง “ไม่เป็นไรหรอกโยม อาตมาดูแลรักษามันได้” เสียงอ่อนโยนที่กำพร้า คนุ้ หดู งั ขน้ึ ขา้ งหลงั “นมัสการครบั หลวงตา” “นมสั การคะ่ หลวงตา” “นมัสการเจ้าค่ะหลวงตา” พ่อ แม่ของเปีย และเปีย กล่าวนมัสการ หลวงตา “อาตมารู้เร่ืองท้ังหมดจากพวกเณรแล้ว...พวกโยมไม่ต้องเป็นห่วงนะ แผลฟกช้ำแค่นอ้ี าตมารกั ษาได้ แม้แต่เจา้ กำพรา้ เองมันกร็ ้วู ธิ ีรักษาเหมอื นกัน” ทง้ั สามคนมีทา่ ทางประหลาดใจ “อาตมาสอนวชิ าให้มนั เอง” เม่ือหลวงตาพูดจบก็เดินเข้าไปเป่ามนต์ใส่กระหม่อมกำพร้าสามที แล้วเอามือล้วงเข้าไปในย่าม หยิบเอายาหม่องมาส่งให้และพูดกับกำพร้าช่ัวครู่ เขาพยักหน้ารับคำ ทนั ใดนน้ั เมียของผู้ใหญบ่ ้านก็วิ่งพรวดพราดข้ึนมาบนศาลา “ชว่ ยด้วย ๆ ใครกไ็ ด้ช่วยท.ี ..หลวงตาเจา้ คะ ช่วยอิฉันดว้ ยค่ะ”
62 เรื่องเลา่ เจ้ากำพร้า “มอี ะไรรโึ ยมคำ พดู ชา้ ๆชดั ๆนะ” หลวงตาถาม “คือ...คือ คืออย่างนี้เจ้าค่ะ เจ้าหวันมันยังไม่กลับบ้านเลยเจ้าค่ะ อิฉัน บอกใหพ้ อ่ มนั ไปตาม เค้ากไ็ ม่ไป อิฉันเป็นหว่ งลูกเจ้าคะ่ พ่อมนั ไมเ่ คยเปน็ แบบ น้ีเลยนะเจา้ คะ ไม่รู้จะโกรธลูกไปถงึ ไหน” “เอาอย่างนน้ี ะโยม พวกเราจะชว่ ยกันไปตามหาเจา้ หวันกนั ดีไหม” “ดีเจ้าค่ะ งั้นไปตามกันเลยดีไหมเจ้าคะ” นางคำพูดจบก็พรวดพราดลง ศาลาไป ทุกคนว่งิ ตาม ยกเวน้ กำพรา้ และเด็กหญิงเปยี “หนูอยู่ดูแลพี่ตรงนี้นะลูก พ่อกับแม่ไปธุระก่อน เด๋ียวมาจ้ะ” แม่ของ เปียบอก “ไดค้ า่ าา...เดยี๋ วหนูจะดูแลพี่กำพร้าอยา่ งดีเลย” เปยี ลากเสยี งยาว ตอบ รับเสียงใสแจว๋ เม่ือทุกคนลงจากศาลาไป เปียก็เริ่มหันมาสำรวจบาดแผลของกำพร้า แล้วก็ทำทา่ จะถามคำถาม “โอย๊ ยยย!” กำพร้าร้องขน้ึ อยา่ งหงดุ หงดิ “พ่ีกำพร้าเป็นอะไรคะ เจ็บตรงไหน เจ็บตรงนี้เหรอ หนูช่วยทายาไหม พเ่ี ก็บยาไว้ไหน หนจู ะทาให้” กำพรา้ ถอนหายใจอยา่ งเบอ่ื หนา่ ย ถา้ เลอื กได้ เขาขอเดนิ แบบเจบ็ ๆ ไป ตามหาไอ้หวัน ดีกว่าต้องมาตอบคำถามร้อยแปดของเด็กหญิงเจา้ ปัญหาคนน ้ี “พเี่ หนือ่ ยมาก ขอนอนพักผ่อนก่อนนะ” กำพร้าพูด พลางลม้ ตัวลงนอน “อ้าว เดยี๋ วสคิ ะ แลว้ ทนี ี้ใครจะคยุ กับหนลู ะ่ …” น่าแปลก ตอนนี้เขารู้สึกเป็นห่วงไอ้หวันข้ึนมาตะหงิดๆ เขาเห็นมันวิ่ง ไปทางสวนสมุนไพร นึกถึงงู นึกถึงสัตว์มีพิษอ่ืนๆ ท่ีอาจอยู่ในกอหญ้ารกๆ น้ัน เขานึกภาวนาในใจว่าอย่าให้ไอ้หวันถูกสัตว์เหล่านั้นทำร้ายเลย เขาไม่เข้าใจว่า ทำไมจงึ คิดอยา่ งนนั้ ท้ัง ๆทม่ี ันกไ็ มเ่ คยดีกับเขาสักนิด
กำพร้าเปน็ หว่ ง 63 กำพร้าไม่รู้ตัวว่าหลับสนิทไปต้ังแต่เม่ือไหร่ แต่เมื่อต่ืนข้ึนมาอีกทีก็พบ ว่าฟ้ามืดสนิท และตนเองนอนอยู่ในบ้านเสียแล้ว แผลฟกช้ำเร่ิมสำแดงความ เจ็บปวดของมันออกมา กำพร้าได้แต่นอนลืมตาน่ิงๆ เพราะเจ็บ พลางเอามือ ลว้ งกระเปา๋ กางเกงควานหายาหม่อง แต่หาไมเ่ จอ “ตน่ื แลว้ รึ เป็นยงั ไงบา้ งละเอง็ ” ยายเดินเข้ามาพร้อมกบั ขา้ วตม้ ส่งกล่ิน หอมฉยุ “หนเู จบ็ แผล เลยจะเอายาหมอ่ งมาทา แต่หาไมเ่ จอเลย” “อ๋อ ยายทายาใหเ้ จ้าแล้ว ยายเกบ็ ยาไว้บนโตะ๊ ทาอกี ดีไหม” “งั้นไม่เป็นไรหรอกยาย เอาไว้ทาตอนดึกๆ ก็แล้วกัน...เอ่อ ยายจ๋า ไอห้ วนั มันเปน็ ยงั ไงบ้าง” “เฮ้อ...ไม่นา่ เลยเนอะ” “อะไรนะยาย เกิดอะไรข้นึ ไอห้ วันเปน็ อะไร” “มันถูกงูกัด แต่โชคดีท่ีผู้ใหญ่บ้านไปช่วยทัน เลยไม่เป็นอะไรมาก แต่ ตอนนี้มนั กับผู้ใหญบ่ ้านไม่รู้จะเปน็ ยงั ไงบา้ ง” “น่ันสินะ...แต่ก็แสดงว่าลุงผู้ใหญ่ยังรักลูกเขาอยู่นะ อุตส่าห์ตามไป ช่วย” “ไม่มีพอ่ แม่คนไหนเกลียดลกู ลงคอหรอก” “ถ้าหนูเป็นเขานะ หนูจะรักพ่อให้มากๆ แต่นี่หนูเป็นหลานยาย หนูก็ เลยรักยายมากๆ” ยายหวั เราะนอ้ ยๆ พลางเอื้อมมอื ไปหยิบถ้วยข้าวต้ม “เอ้า...ถ้ารักยายจริง ก็ต้องกินข้าวต้มให้หมดนะ” ยายบอกอย่าง อารมณ์ด ี
ภาคผนวก
66 เกร็ดนา่ รู้ สมนุ ไพร สมุนไพรคือ ผลิตผลทางธรรมชาติที่ได้มาจากพืช สัตว์ และแร่ธาตุ ท่ี นำมาใชเ้ ปน็ ยา หรืออาจเป็นการผสมกับสารชนิดอ่ืนตามตำรับยา เพ่อื จะนำมา ใช้ในการบำบัดโรค บำรุงรา่ งกายหรือในอีกทางจะใชเ้ ป็นยาพษิ ประเภทและลกั ษณะของสมนุ ไพร แบง่ ได้ 5 ลกั ษณะ 1. ราก เช่น ตะไคร้ ขมนิ้ กระชาย 2. ลำต้น แบ่งได้ 3 สว่ นคอื ตา ข้อ และปลอ้ ง 3. ใบ เชน่ ฟ้าทะลายโจร กระวาน มะขามแขก 4. ดอก เช่น ดอกคำฝอย ชมุ เหด็ เทศ อญั ชนั 5. ผล เชน่ มะตูม มะแวง้ ดีปล ี หลกั การใช้ยาสมุนไพร การให้ยามอี ยู่ 2 แบบคอื การใหย้ าวันละ 3-4 คร้งั และการใหย้ าตาม อาการ การปรุงยา มี 5 วธิ คี ือ 1. ยาต้ม ใช้ยาประมาณ 1 กำมือ แล้วใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มยาให้สุก ไม่ต้องใชไ้ ฟแรง ปล่อยให้ยาคอ่ ยๆเดอื ด 2. ยาชง หนั่ ยาเปน็ ชิน้ เล็กๆ 1 ส่วน เติมน้ำลงไป 10 ส่วน ปดิ ฝาทงิ้ ไว้ ประมาณครึง่ ชัว่ โมงจงึ ค่อยรนิ ดืม่ 3. ยาผง บดยาให้เป็นผงละเอียดท่ีสุด ยาบางชนิดก่อนท่ีจะนำมาบด ห้ามตากแดดเพราะยาจะเสอื่ มคณุ ภาพ 4. ป้ันยาเป็นลูกกลอน ใช้ยาผงผสมน้ำผ้ึงหรือน้ำเช่ือม ปั้นเป็นเม็ด ขนาดเทา่ ปลายนิ้วก้อย
67 5. ตำค้ันเอาน้ำ ยาบางอยา่ งมนี ้ำนอ้ ย ตอ้ งเตมิ นำ้ ลงไป เพอื่ ค้นั ให้เป็น นำ้ ออกมา ตัวอย่างสมนุ ไพร ข่าลิง - ข่าน้ำ ข่าป่า (อีสาน) แก้พิษงู นำเหง้าไปตำ แล้วพ่นบริเวณ บาดแผล ผักชีฝร่ัง - ผักหอมเป (อสี าน) เปน็ ยาแกท้ ้องอืด ลำต้น พอกแกพ้ ิษงู ไพล - หว่านไฟ (อีสาน) หัวหรือเหง้า เป็นยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แกส้ ารพษิ ในท้อง กระทงลาย - มะแตก มะแตกเครอื มักแตก (เหนือ อีสาน) ผล เปน็ ยา แก้ลม จุกเสียด บำรุงโลหิต เมล็ด ใช้พอกหรือกินบรรเทาอาการปวดตาม กลา้ มเนือ้ น้ำมันจากเมล็ด บำบัดอาการเหน็บชา ขับเหงอ่ื ปลาไหลเผือก - เอียนดอน (อีสาน) ราก ต้มดื่มช่วยลดไข้ ขับพิษ ไดเ้ กอื บทุกชนิด บำบดั อาการตอ่ มทอนซิลอกั เสบ คออักเสบ ลดความดนั โลหติ แกท้ ้องผูก เปลอื ก ต้มดม่ื แกพ้ ิษไข้ ไข้หัด กำจดั – ผกั มาด มะนาวปา่ แคนโขง่ คำมว่ ง (อสี าน) ลกู แก่ ทุบห่อผา้ ประคบแผลพพุ อง ลกู ตำชงนำ้ รอ้ น แก้ท้องอดื แก้น้ำกดั เทา้ (เรียบเรียงจากหนังสือผักพืน้ บ้านภาคอีสาน โดย สถาบนั การแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และหนงั สอื สมุนไพร สรรพคุณและประโยชน์เพอื่ การนำไปใช ้ โดย พญ.พสิ ุทธิพร ฉำ่ ใจ)
68 แมน่ ำ้ โขง แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำสายใหญ่ของโลกท่ีมีความยาวประมาณ 4,909 กิโลเมตร ยาวเป็นอันดับ 10 ของโลก มีต้นน้ำอยู่บนภูเขาจี้ฟู ส่วนหนึ่งของ เทือกเขาหิมาลัยบนท่ีราบสูงทิเบต เขตจังหวัดหยู่ซู่ มณฑลฉิงไห่ ประเทศจีน โดยมีแม่น้ำจาคูและแม่น้ำอังคไู หลมารวมกัน มชี อ่ื เรยี กเป็นภาษาของไทล้ือ ซ่งึ เป็นชนชาติที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขงในดินแดนสิบสองปันนาว่า “แม่น้ำล้านช้าง” คนจีนทัว่ ไปเรียกวา่ “แมน่ ำ้ หลานซาง” มคี วามหมายวา่ แม่น้ำที่ไหลเชีย่ วกราก แม่น้ำสายน้ไี หลผ่าน 6 ประเทศคอื จนี พมา่ ไทย ลาว กมั พชู า และเวียดนาม กอ่ นไหลออกสทู่ ะเลจีนใต้ แมน่ ำ้ โขงมแี มน่ ำ้ สาขาสายสำคญั ในประเทศไทยคอื แมน่ ำ้ พอง แมน่ ำ้ ชี แม่น้ำมูน และแม่น้ำสงครามในภาคอีสาน แม่น้ำอิง แม่น้ำกกในภาคเหนือ แม่น้ำงึม แม่น้ำเทิน แม่น้ำเซกองในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทะเลสาบโตนเลสาปในราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งต่อเน่ืองกับลำธารของเทือก เขาสอยดาวฝงั่ ตะวันออกของจันทบรุ ี และแมน่ ้ำเซซานในประเทศเวียดนาม แม่น้ำโขงมีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ปลามากเป็นอันดับ 3 ของ โลก รองจากแม่น้ำอะเมซอนในอเมริกาใต้ และแม่น้ำแซร์ในทวีปแอฟริกา จำนวนพนั ธป์ุ ลาท่สี ำรวจพบในแมน่ ้ำโขงมี 1,245 ชนดิ มพี น้ื ท่ลี มุ่ น้ำ 810,000 ตารางกิโลเมตร ในทกุ ๆ ปี ปริมาณนำ้ จากแม่นำ้ โขงไหลลงส่ทู ะเลจีนใต้เฉลี่ยสงู ถงึ 475,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แม่น้ำโขงเปรียบเสมือนเส้นเลือดที่หล่อเล้ียงชีวิตผู้คนที่อาศัยอยู่ บริเวณน้ัน เพราะเป็นทั้งแหล่งอาหารท่ีสำคัญ เป็นแหล่งน้ำใช้เพ่ือการเกษตร การเดนิ ทาง การขนส่ง และอกี หลายกิจกรรม ช่วงปลายพฤษภาคม - ต้นเดือนมิถุนายน เป็นเวลาที่น้ำขึ้นคือเป็น ช่วงฤดูฝน และน้ำจะเริ่มยกระดับสูงข้ึนไปเรื่อยๆ จนถึงเดือนสิงหาคม เมื่อถึง เดือนตุลาคมน้ำจะทรงตัว และเริ่มลดระดับลงเร่ือยๆ ในเดือนพฤศจิกายน ซ่ึง เข้าสู่ฤดูแล้ง เดือนที่น้ำลดลงมากท่ีสุดคือ เดือนเมษายน และเดือนท่ีน้ำข้ึน ระดับสงู มากที่สดุ คือ เดอื นสิงหาคม
69 ช่วงเวลาน้ำขึ้นน้ำลงของแม่น้ำโขง ส่งผลต่อรูปแบบการทำมาหากิน ของผู้คนแตกต่างกันไปคือ ในช่วงน้ำลงสามารถทำการเพาะปลูกพืชผักบน ที่ดินริมโขงได้ ส่วนการหาปลาหาได้ตลอดทั้งปี ช่วงที่ปลาข้ึนจะข้ึนตามน้ำและ ช่วงที่ปลาลงก็จะลงตามนำ้ เชน่ กนั (เรยี บเรยี งจากหนงั สือธรรมยาตรา รักษาแมน่ ำ้ โขง คอนผหี ลง : บา้ นของปลา พชื พนั ธุ์ และผคู้ นแหง่ สายนำ้ โดย โครงการธรรมยาตรา...รกั ษาแมน่ ำ้ โขง) นาค มีช่อื เรยี กตา่ งกนั วา่ พระยานาค พญานาค ภุชงค์ วาสุกรี วาสกุ ี นาค นาคา อนนั ตนาค เศษนาค ในบาลปี กิ รมกลา่ ววา่ นาคเปน็ พวกก่งึ เทวดา การนับถือพญานาคแพร่หลายอยู่ในหลายชนชาติ โดยเฉพาะประเทศ ลาวและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เห็นได้จากการมีประเพณี บูชาพญานาค 15 ตระกูล แต่บางตำนานก็ว่ามีแค่ 7 ตระกูล ชาวเวียงจันทน์ หลวงพระบาง เชียงแสน เชียงรุง้ สมยั โบราณ นบั ถือนาคราชทั้ง 7 ตระกลู นี้มาก นาคท้งั 7 ตระกูล ไดแ้ ก ่ 1.กุฏโฐปาปนาค (เอกจักขุนาค) เป็นนาคใจพาล ถ้ามนุษย์ไม่บูชา มกั จะดลบันดาลให้นำ้ ท่วม 2. หตั ถกี ุญชรนาค 3. สขารนาค 4. ไชยเชฏฐนาค 5. ปักขรนาค 6. มลู นาค 7. สุวรรณนาค หน้าทขี่ องพวกนาค แบง่ ออกเป็น 4 พวกคอื 1. นาคสวรรค์ มหี น้าทเี่ ฝ้าวิมานเทวดา 2. นาคกลางหาว มีหนา้ ที่ใหล้ มให้ฝน 3. นาคโลกบาล มีหน้าที่รักษาแมน่ ้ำลำธาร 4. นาครกั ษาขุมทรัพย์ (เรยี บเรียงจากหนังสือศรัทธาของพญานาค โดย อดุ ม เชยกีวงศ)์
70 อกั ษรตวั ธรรมหรอื อกั ษรธรรมอสี าน เป็นอักษรท่ีใช้อยู่ในกลุ่มชนบริเวณลุ่มน้ำโขงตั้งแต่โบราณและแพร่ไป ยังกลุ่มไทยลื้อในสิบสองจุไทยด้วย จากศิลาจารึกในภาคอีสานและอาณาจักร ล้านช้างพบว่า อักษรตัวธรรมปรากฏในศิลาจารึกครั้งแรกในสมัยพระเจ้าราช- แสนไทย จารึกเก่าท่ีสุดท่ีเป็นอักษรตัวธรรมลงไว้เมอื่ ปีพ.ศ. 2003 คอื จารกึ ฐาน พระพุทธรูป อยู่ท่ีวัดสีสะเกด เมืองเวียงจันทน์ ส่วนจารึกลงบนแผ่นศิลาที่เป็น อกั ษรตวั ธรรมเก่าท่ีสดุ คือ จารึกวดั บา้ นสังคโลก ลงไวเ้ มื่อปีพ.ศ. 2070 อกั ษรตวั ธรรมนนี้ ำมาใชใ้ นอาณาจกั รลา้ นชา้ งอยา่ งแพรห่ ลาย ภายหลงั ได้เข้ามายังภาคอีสานของประเทศไทย จึงพบเอกสารใบลานต่างๆ มากมาย ในภาคอสี านยคุ กอ่ นทจ่ี ดบนั ทกึ ดว้ ยอกั ษรตวั ธรรม โดยเฉพาะเอกสารดา้ นพทุ ธ- ศาสนา ได้แก่ พระคัมภรี ์อรรถกถา ชาดก และตำราวิชาการ ภาคอีสานและอาณาจักรล้านช้างได้ตกเป็นของไทยในสมัยกรุงธนบุรี เม่ือปีพ.ศ. 2322 ส่วนภาคอีสานนั้นได้รวมเข้าเป็นดินแดนประเทศไทยอย่าง จริงจังในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 5 จากนั้น อกั ษรตวั ธรรมหรอื ตวั อกั ษรธรรมอสี านกเ็ สอ่ื มความนยิ มลง เนอื่ งจากรชั กาลที่ 5 ได้ให้ข้าราชการหัวเมืองอีสานเรียนภาษาไทยและตัวอักษรไทย อีกทั้งยังจัดต้ัง โรงเรียนสอนหนังสือไทยในทุกหัวเมือง โดยเฉพาะมณฑลลาวกลาง (นครราช- สมี า) มณฑลลาวพวน (อุดรธาน)ี และมณฑลลาวกาว (อุบลราชธาน)ี และมีการ ประกาศใหใ้ ช้ภาษาไทยเปน็ ภาษาราชการนับแตป่ ีพ.ศ. 2464 เป็นต้นมา ตัวเลขในอักษรธรรมอีสานมี 10 รปู ดงั น้ี ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ (เรยี บเรียงจากหนังสอื วรรณกรรมอสี าน โดย ธวชั ปุณโณทก และหนังสอื วรรณกรรมทอ้ งถน่ิ ไทย โดย กตัญญู ชชู น่ื )
71 เครอื่ งป้ันดนิ เผาบ้านเชียง ท่ีชมุ ชนบา้ นเชยี งเมื่อ 5,000 กวา่ ปีทแี่ ลว้ เมอ่ื มีคนตาย ญาตพิ ่นี อ้ งจะ นำเคร่ืองมือ เคร่ืองใช้และเคร่ืองประดับขนาดเล็กบรรจุลงในภาชนะดินเผา เขยี นสี หรอื บางคร้ังก็เป็นภาชนะดนิ เผาเขยี นสีเปลา่ ๆ วางไวก้ บั ศพ โดยวางไว้ บริเวณใดก็ได้ ทั้งเหนือหัวผู้ตาย ปลายเท้า หรือด้านข้าง แล้วแต่แบบแผน พธิ ีการของหมู่บา้ นนนั้ ๆ พิธีการดังกล่าวเกิดจากคติความเชื่อเก่ียวกับความตายของชุมชน บ้านเชียงที่ว่า ผู้ตายน้ันยังไม่ตายจริง หากเปลี่ยนสภาพไปสู่อีกสถานะท ่ี ศักดิ์สิทธิ์กว่า ดังนั้นญาติพ่ีน้องจึงต้องจัดเตรียมภาชนะ เครื่องใช้ต่างๆ ท้ังท่ี เปน็ ของส่วนตวั ของผตู้ ายและสว่ นท่คี วรไดเ้ พิ่มข้ึนติดตวั ไปด้วย นอกจากน้ียังมี ความเชอื่ ทว่ี า่ ผตู้ ายยงั ไมต่ าย หากกลบั ฟน้ื คนื ชวี ติ ขนึ้ มาอกี ครง้ั จะไดม้ เี ครอื่ งใช้ ไมส้ อยไว้ทำมาหากิน ลวดลายทป่ี รากฏอยบู่ นเครอื่ งปนั้ ดนิ เผาเขยี นสี ของบ้านเชียง ได้แก่ ลายเส้นโค้ง ลายก้นขดและลาย กน้ หอย ลายเรขาคณติ ลายดอกไม้ ลายรปู สตั ว์ และลาย อน่ื ๆเช่น ลายเส้นขนาน ลายสามเหลี่ยมซอ้ น เปน็ ตน้ (เรยี บเรียงจากหนงั สอื บา้ นเชียง โดย สจุ ิตต์ วงษเ์ ทศ) ท่ีมาของปก การออกแบบหน้าปกของหนังสือชุดนี้ได้นำลวดลายการ เขียนสีบนภาชนะดินเผาของบ้านเชียงมาดัดแปลงและตัดทอน เพ่ือให้เกิด ความสวยงามและเหมาะสมกบั ปกหนังสอื
ประวัติย่อผู้เขียน รองศาสตราจารย์ สนุ ีย์ เลยี่ วเพ็ญวงษ ์ รองศาสตราจารย์ ระดับ 9 ภาควิชาภาษาไทย คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ ประวตั กิ ารศึกษา • 2518 อักษรศาสตรบณั ฑติ เอกภาษาไทย จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั • 2512 มธั ยมศึกษาตอนปลาย สาธติ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิชาการที่มีความชำนาญพิเศษ • วรรณกรรมไทย • คติชนวิทยา • การท่องเที่ยว
ประวัติย่อผู้วาดภาพประกอบ เดชาชาติ เทียนเสม รางวัลทไ่ี ด้รบั • รางวัลชมเชยในการประกวดหนังสือดีเด่น ปีพ.ศ. 2544 ประเภทหนังสือสารคดีสำหรับเด็กเล็กอายุ 6-11 ปี เรื่อง “พระบาทสมเด็จพระน่งั เกลา้ เจ้าอยูห่ ัว รัชกาลที่ 3” • ทำงานดา้ นการจัดกจิ กรรมเพื่อส่งเสริมการเรยี นรแู้ ละ สร้างพฤติกรรมรักการอา่ นในเด็ก ครอบครัว และชุมชน • รางวัลชมเชย การประกวดหนังสอื ดเี ดน่ เซเวน่ บคุ๊ อวอร์ดส ประจำปพี .ศ. 2546-2547 ประเภทนิยายภาพ (การ์ตูน) เรอ่ื ง “พนั ท้ายนรสงิ ห”์
เปิดโลกกว้างแหง่ การเรียนรู้ บนรากฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดตั้งอุทยานการเรียนรู้ส่วนภูมิภาค เป็นภารกิจสำคัญประการหนึ่งของ สำนักงานอทุ ยานการเรยี นรู้ (TK Park) เนน้ การถ่ายทอดบทเรียนการจดั การการเรยี นรู้ ภายใต้บริบทวัฒนธรรมและความสนใจที่สอดคล้องกันของคนในท้องถ่ิน เพ่ือกระจาย โอกาสใหเ้ ด็กและเยาวชนไทยสามารถเขา้ ถึงการเรียนรูไ้ ด้อย่างมีความสุข โครงการนิทานพื้นบ้าน 4 ภาค เป็นส่วนหน่ึงของการดำเนินงานเพ่ือจัดตั้ง อุทยานการเรียนรู้ส่วนภูมิภาค โดยจัดทำเนื้อหาสาระในรูปแบบที่เด็กและเยาวชนสนใจ ซ่ึงสามารถส่ือให้เห็นความเป็นตัวของตัวเอง ได้รับรู้ถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม อนั ล้ำคา่ ในทอ้ งถ่ิน รวมท้ังการรกั ษาและสืบทอดมนตเ์ สน่ห์แห่งนทิ านพ้นื บ้าน หนังสือชุดนิทานพื้นบ้าน 4 ภาค ประกอบด้วยนิทานภาพสำหรับเด็กอายุ ไมเ่ กนิ 9 ปี และวรรณกรรมสำหรับเยาวชนอายุ 9 ปขี ึน้ ไป สำนักงานอทุ ยานการเรียนรู้ ดำเนนิ การจัดพิมพ์แลว้ เสร็จ และกระจายเผยแพร่ทั่วประเทศแล้ว ดงั นี ้ นิทานภาพภาคใต้ จำนวน 6 เร่อื ง จารอกีตอ เมอื งนา่ อยทู่ ี่หนูรัก ไก่โกง มูสงั เปาะแซเดาะกับซามะ ไขน่ ยุ้ กับแพะน้อย ซงี อ : เจา้ ป่าผกู้ ล้าหาญ ในวันฮารรี ายอ
วรรณกรรมเยาวชนภาคใต้ จำนวน 6 เรือ่ ง ซาไก พระเศวตสุรคชาธาร รายอฆอแน จาโต : เล่หก์ ลบนกระดาน วดั ถ้ำคหู าภิมขุ แดนคนธรรพ์ นิทานภาพภาคเหนือ จำนวน 5 เรอ่ื ง ห้าสหายปราบยกั ษ์ เชยี งใหมเ่ มอื งบุญ เพลงละอ่อน พฉึ อ่ ไกผ่ ู้พชิ ิตพระอาทิตย ์ ดาววไี ก่นอ้ ย วรรณกรรมเยาวชนภาคเหนอื จำนวน 7 เรือ่ ง ผู้เฒา่ เล่าไว ้ กำพรา้ บัวทอง จนั ตะคาด สวุ รรณเมกฆะ นทิ านของอุ๊ย ออ้ มล้อมตอ่ มคำ ผีม้าบ้อง กับหมาขนคำ
นทิ านภาพภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ จำนวน 5 เร่อื ง ช้างดอ้ื อเี กงิ้ ...เดือนดาว เมอื งมหาสารคาม เส่ยี วฮกั เสยี่ วแพง ฮตี สิบสอง วรรณกรรมเยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนอื จำนวน 7 เรื่อง ผีผบึ พ้มึ ผจญภัยเมอื งฟ้าแดด สินไช ตำนานขูลกู ับนางอ้วั อภนิ หิ ารบาดาลนคร เรื่องเลา่ เจ้ากำพร้า ท้าวขอ้ หลอ้
Search