Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กระเจี๊ยบเขียวส่งออก

กระเจี๊ยบเขียวส่งออก

Description: กระเจี๊ยบเขียวส่งออก.

Search

Read the Text Version

กระเจี๊ยบเขียวสงออก สขุ สันต สทุ ธิผลไพบูลย อดีตผูตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ จากตําราตา งประเทศหลายเลม ตา งสนั นฐิ านอา งกนั วา ถน่ิ กาํ เนดิ ของกระเจย๊ี บเขยี ว (Okra) อยูในเขต รอนของเอเชยี ตอนใตแ ละอัฟริกา จึงไมทราบวาอยูที่ไหนกันแนแตไมสาํ คญั ตอ งใสใ จ ซง่ึ จดั อยใู นวงศเ ดยี วกนั กับ ชบา ภูเรือหงษ พุดตาน กระเจย๊ี บเขียวเปน พชื ผักยืนตนอายปุ ระมาณ 1 ป มรี ากแกว ทห่ี ยง่ั ลกึ ลงในดนิ ราว 20-60 ซม. ลกั ษณะลําตน ตง้ั ตรงความสงู 0.8-2.5 เมตร ทง้ั นข้ี น้ึ อยกู บั ความอดุ มสมบรู ณข องดนิ หาก ปลูกหางจะแตกแขนง สลี าํ ตน มลี ายสไี ดแ ก สีเขียว เขยี วปนแดง น้าํ ตาล และนํา้ ตาลมว ง แตกตา งกนั ในแตล ะ พันธุ เมื่อลําตน แกจ ะมขี นเลก็ ๆ ขน้ึ ปกคลมุ และเปลอื กเปลย่ี นเปน สนี า้ํ ตาล ใบจะขน้ึ เรยี งสลบั กนั ตามลาํ ตน โดยมีลักษณะเปนแฉก 3-7 แฉกคลา ยใบละหงุ ใบกวา งประมาณ 10-35 ซม. ขอบใบเปน รอ งคลา ยพนั ปลา มีขนท่ีผิวใบเมอ่ื แกจ ะกรอบรว งงา ย ดอกเปน ดอกเดย่ี วทโ่ี คนกา นใบ โดยดอกแรกเกดิ ทข่ี อ ในลําตน ท่ี 6-8 กลบี ดอกมีสีเหลือง 5 กลบี บรเิ วณกลางไสด อกสมี ว ง ดอกทบ่ี านเตม็ ทเ่ี สน ผา ศนู ยก ลาง 4-7 ซม. ซง่ึ เปน ดอก สมบูรณเพศมีเกสรตวั ผแู ละตวั เมยี อยใู นดอกเดยี วกนั รงั ไขอ ยเู หนอื สว นตา งๆ ของดอกมที ง้ั การผสมตวั เองและ ผสมขาม เม่ือผสมตดิ เปน ฝก ออ นกลบี ดอกจะฝอ และรว งภายใน 3-4 วัน รปู รา งฝก เรยี วเปน รอ งตามยาว ปลายฝก แหลมมที ง้ั ชนดิ ฝก กลมและฝก เหลย่ี มตง้ั แต 5-9 เหลี่ยมแลวแตพันธุ ความยาวฝก 4-20 ซม. เมอ่ื ฝกแกเปล่ียนเปน สนี า้ํ ตาลและแตกออกตามแนวรอยสนั เหลย่ี ม ทําใหเ หน็ เมลด็ ทอ่ี ยขู า งในรปู รา งกลมขนาด ใกลเคียงกบั เมลด็ ถว่ั เขยี วเสน ผา ศนู ยก ลางราว 5 มม. โดยตดิ กบั สว นของเนอ้ื เยอ่ื ทท่ี ําใหเ กดิ เปน เมอื กเมลด็ ออนมสี ขี าว เมอ่ื แกเ ปลย่ี นเปน สเี ทา กระเจ๊ียบเขียว เปน พชื ผกั ทเ่ี จรญิ เตบิ โตไดด ใี นเขตรอ นและกง่ึ รอ น สว นในเขตอบอนุ เจรญิ เตบิ โตท่ี อุณหภูมิระหวา ง 18-35 องศาเซลเซยี ส จงึ ปลกู ไดต ลอดปใ นประเทศไทย และขน้ึ ไดใ นดนิ เกอื บทกุ ชนดิ แต ไมชอบดินทม่ี นี า้ํ ขงั แฉะหรอื ระบายนา้ํ ยาก และดนิ ทเ่ี ปน กรดจดั ความเปน กรดและดา งควรอยรู ะหวา ง 6.0- 6.8 กระเจ๊ียบเขยี วเปน ผกั ทม่ี คี ณุ คา ทางอาหารโดยเฉพาะวติ ามนิ และแรธ าตตุ า งๆ เมื่อเปรียบเทียบกับผัก ชนิดอ่ืน เชน มะเขอื เทศ มะเขอื มว ง กระเจี๊ยบเขียวอุดมไปดวยแคลเซียม จากการวิเคราะหกระเจี๊ยบเขียวผัก สดในสวนที่บริโภคได 100 กรัม มคี ณุ คา ทางอาหารตอ ไปน้ี นา้ํ 88.9 รอยละ ฟอสฟอรัส 51.0 มิลลิกรัม พลงั งาน 36.0 แคลลอรี่ โปแตสเซย่ี ม 249.0 มิลลิกรัม โปรทีน 2.4 กรมั เหลก็ 0.6 มิลลิกรัม ไขมนั 0.3 กรมั วิตามินเอ 520.0 มิลลิกรัม คารโบไฮเดรท 7.6 กรมั ไทอามนี 0.17 มิลลิกรัม เสน ใย 1.0 กรมั โรโบฟลาวิน 0.21 มิลลิกรัม แคลเซย่ี ม 92.0 มิลลิกรัม แอสคอมคิ แอซคิ 31.0 มิลลิกรัม ไนอาซนี 1.0 มิลลิกรัม

2 นอกจากนย้ี งั มสี ารจาํ พวกกัม (gum) และเพคติน (pectin) ในปรมิ าณสงู ทาํ ใหม ลี กั ษณะเปน เมอื ก ถา ตองการใหมเี มอื กมากควรจะปรงุ อาหารหรอื ตม ใหน านสกั หนอ ย ซึ่งจะชวยลดอาการโรคกระเพาะ สาํ ไส อักเสบ ปองกันอาการหลอดเลอื ดตบี ตนั รกั ษาความดนั โลหติ ใหเ ปน ปกติ บาํ รงุ สมอง ทั้งยังเปนยาระบายที่ดี และมีสารชวยขับพยาธิตัวจี๊ดไดอีกดวย ชาวญี่ปุนนิยมบริโภคกระเจี๊ยบเขียวมากอาทิ ผักสดยางไฟจิ้มซอส ชุบ แปงทอด ปรงุ เปน อาหารวา งรบั ประทานกบั เครอ่ื งดม่ื และใชทาํ ขา วปน หอ สาหรา ย เพราะเชอื่ วา เปนผักทีม่ ีคุณ คาอาหารสงู ใหผ ลดตี อ สขุ ภาพรา งกาย รวมทง้ั ชว ยบรรเทาโรคไดห ลายโรคดงั กลา วขา งตน ซึ่งทาํ ใหอ ายเุ ฉลย่ี ยืนยาวกวาชนชาติอื่น ประเทศที่ผลิตกระเจี๊ยบเขียวในเขตเอเชียคือ ไทย จีน ฟลิปปน สแ หลง ผลติ ในเขตอน่ื ไดแก แถบชาย ฝงทะเลแคริเบียน ซดู าน อยี ปิ ต ไนจีเรีย ประมาณกนั วา การผลติ ของโลก (ทุกพันธุ) 5-6 ลา นตนั หรอื ราวรอ ย ละ 1.5 ของการผลติ ผกั ของโลก ประเทศไทยปลกู กระเจย๊ี บเขยี วเพอ่ื สง ออกเรม่ิ ตง้ั แตป  2524 ดงั นน้ั จงึ ตอ งมตี ลาดขอ ตกลงลว งหนา กลาวคือ กอนปลกู เกษตรกรตอ งตดิ ตอ หาผรู บั ซอ้ื ทแ่ี นน อน มเี งอ่ื นไขการซอ้ื ทด่ี แี ละทาํ สญั ญาซอ้ื ขายลว งหนา กันมิฉะน้ันผูปลูกไมส ามารถหาตลาดไดห รอื ถกู กดราคา สว นบริษทั ผูสง ออกกต็ อ งพิจารณาหาทีต่ ้ังจุดรับซอื้ ดวยการใหเ กษตรกรปลกู รวมกนั อยา งนอ ยพน้ื ท่ี 30-50 ไรจึงจะคุมทุนการทาํ ธรุ กจิ บรษิ ทั สง ออกเองกม็ มี าก รายดวยกันทั้งผักสดแชเย็น ผกั สกุ แชแ ขง็ และบรรจกุ ระปอ งตา งมรี ะบบการสง เสรมิ เกษตรกรของตนเอง ดว ย การสนับสนุนปจจัยการผลติ มาตรฐานการรบั ซอ้ื ผลติ ผล บางบรษิ ทั ใชว ธิ กี ารสง เสรมิ ผา นคนกลางหรอื หวั หนา โควตาในพื้นที่ใหเปนผูดูแลการผลิต การขนสง การชาํ ระเงนิ บางบรษิ ทั ตดิ ตอ กบั เกษตรกรแตล ะรายโดยตรง เกษตรกรกอ นจะตดั สนิ ใจปลกู จะตอ งพจิ ารณาในเรอ่ื งตอ ไปน้ี 1.! ทําความเขา ใจในรายละเอยี ดของสญั ญาซอ้ื -ขายลว งหนา 2. ทําความเขา ในในมาตรฐานการรบั ซอ้ื ใหช ดั เจนแนน อนวา จะสามารถปฏบิ ตั ติ ามไดห รอื ไม เพราะ มาตรฐานกระเจย๊ี บเขยี วสดนน้ั กาํ หนดไวส งู มาก ทง้ั รปู รา ง ความยาว สีผักและรอยชํ้าตาํ หนิ เพื่อไมใหเกิด ปญหาขอ ขดั แยง ในเรอ่ื งการคดั ตามคณุ ภาพ 3. ปฏบิ ตั ติ ามแผนการผลติ ทก่ี ําหนดรวมกันกับผซู ื้ออาทิ เชน ปลกู ตามกําหนดเวลา ดแู ลรกั ษาตามคาํ แนะนํา เพื่อใหไดจาํ นวนและคณุ ภาพตามทว่ี างไว เนอ่ื งจากญป่ี นุ เปน ตลาดใหญม ากไมส ามารถปลกู ไดใ นชว ง ฤดูหนาวทางภาคใตโอกินาวา ถงึ จะปลกู ไดใ นโรงเรอื นทป่ี รบั อากาศใหอ นุ ขน้ึ แตต น ทนุ การผลติ สงู มากสสู ง่ั ซอ้ื จากตางประเทศไมได ดงั นน้ั ผสู ง ออกและเกษตรกร ควรพจิ ารณารว มกนั ถงึ ตลาดรบั ซอ้ื เปน สาํ คญั โดยปลูก ประมาณเดือนสิงหาคม-มกราคมของปถัดไปในอันที่จะไดผลิตผลชวงเดือนตุลาคม-กรกฎาคมของปถัดไป หากผูซ้ือตางประเทศขยายชว งการรบั ซอ้ื ออกไปเทา ไร ก็ขยายชวงการปลูกใหสัมพันธกัน เพอ่ื สนองความ ตองการของตลาดแตจ ากการตรวจดขู อ มลู สง ออกทผ่ี า นมาพบวา มที กุ เดอื น ซง่ึ แสดงวา ปลกู เกอื บตลอดป กระเจี๊ยบเขียวเปนพืชที่โตเร็ว เมอ่ื ปลกู อายไุ ด 30-40 วนั จะเรม่ิ สรา งดอกทบ่ี รเิ วณโคนกา นใบ โดย ดอกเริ่มเกิดในตาํ แหนง ขอ ท่ี 6-8 ของลําตน ประธาน หลงั จากนน้ั ประมาณ 10 วนั ดอกจะบานและใชเ วลา นาน 1 วัน กลบี ดอกจงึ เหย่ี วและรวงหลดุ ไป หลังดอกบาน 5 วัน ฝกจะยาว 6-10 ซม. ที่จะเก็บผักสดได ซง่ึ มี ขนาดและคุณภาพดีตามทต่ี ลาดตอ งการกลา วคอื ฝก มคี วามออ นนมุ รสชาตดิ ไี มม เี สน ใย ดวยการสงั เกตหูใบสี เขียวอยูที่โคนฝกยังไมร วง ฝก กระเจย๊ี บเขยี วโตเรว็ มากโดยเฉพาะอากาศรอ นจะมขี นาดโตเพม่ิ ขน้ึ วนั ละ 1-3 ซม. เร็วกวา อากาศหนาวมาก ผูปลูกจะตองเก็บทุกวันที่สําคญั ไมค วรปลอยใหฝกทคี่ วรเก็บหลงเหลืออยู ถายัง ไมตัดฝกวันนี้ ตองกะไดว า ความยาวจะไมเ กนิ มาตรฐานในวนั ตอ มา มฉิ ะนน้ั ตน กระเจย๊ี บเขยี วจะตอ งสง อาหาร มาเลี้ยงฝกทําใหผ ลผลติ ตอ ไรต า่ํ การปลอ ยใหฝก กระเจ๊ยี บเขียวมีขนาดยาวและใหญเ กนิ ไปพบวา มีเสนใยมาก

3 คุณภาพตํ่า การเก็บฝก ทมี่ คี ณุ ภาพดีใชเ วลาประมาณ 1 !-2 เดอื น ฝกที่แตกยอดใหม จะเรมิ่ หมด โดย สังเกตวามีกงิ่ แขนงออกจากตน 2-3 กิ่ง จงึ ควรตดั ตน ทง้ิ ใหเ หลอื ยอดตอสงู 50-70 ซม. เพอ่ื ใหแ ตกแขนงใหม แลว 1 เดอื น ซง่ึ สามารถเกบ็ ฝก ไดอ กี 2-3 เดอื น เครื่องมือที่ใชเกบ็ มดี ขนาดเลก็ หรอื กรรไกรตอ งคมเสมอมฮิ ะนน้ั จะทาํ ใหชํา้ รวมทง้ั สวมถงุ มอื ผา และ ถุงมือยาง เพราะผักกระเจี๊ยบเขียวมขี นระคายเคืองผิวหนัง และภาชนะทใ่ี ชเ กบ็ นยิ มถงั พลาสตคิ ทีมีขนาดเลก็ 2-3 กก. ตลอดจนภาชนะทใ่ี ชข นสง ควรใชต ะกรา พลาสติค ใสฝ ก มรี รู ะบายอากาศรอบดา น วิธีการเก็บ ควรเกบ็ เวลาเขา โดยใชม ดี หรอื กรรไกรตดั ทข่ี ว้ั ฝก ยาวประมาณ 1 ซม. แลว ตัดใบทขี่ อที่เกบ็ ฝกออก เพ่ือใหแ สงแดดสอ งบรเิ วณลําตน ทม่ี ฝี ก ออ นทย่ี งั ไมไ ดเ กบ็ ใหม สี เี ขยี วเขม การตดั ขว้ั ฝก ตอ งตดั ใหต รง อยาใหเปนปากฉลาม ซง่ึ จะขดี ขว นใหฝ ก อน่ื มรี อยตาํ หนิเสียหาย เมอ่ื อยใู นภาชนะบรรจุ อยา โยนเปน อนั ขาด เม่ือภาชนะทใ่ี ชบ รรจเุ ตม็ แลว ตอ งวางไวใ นทร่ี ม เสมอ อยา ทง้ิ ไวก ลางแดด การปฏิบัตหิ ลังการเกบ็ เนอ่ื งจากฝก ออ นกระเจย๊ี บเขยี วอวบนา้ํ มีการหายใจสูง ตองทาํ อยา งประณตี เม่ือเก็บผักสดเสรจ็ แลว อยา วางภาชนะบรรจซุ อ นกนั ตอ งรบี นําไปยังจุดรับซื้อภายใน 2 ชั่วโมง เพื่อคัดเกรดที่ ตอ งการเพยี งครง้ั เดยี วจะไดไ มบ อบช้ํามตี าํ หนิ การคัดบรรจุหีบหอ จดุ รบั ซอ้ื ของบรษิ ทั สง ออก นาํ มาลา งดว ยนา้ํ เยน็ ทผ่ี สมคลอรนี 200 สว นในลา น สวนอณุ หภมู ิ 10-15 องศาเซลเซยี ส เพื่อฆาเชื้อโรคพืชที่ติดมากับผัก แลวผึ่งใหแหงนาํ มาคดั เกรดและบรรจุ ในถุงตาขายไนลอน กลอ งกระดาษ ถาดโฟมบิดดวยกระดาษแกว ตามความตอ งการของตลาดแตล ะประเทศ เก็บรักษาในหอ งเยน็ เพอ่ื รอการขนสง ตอ ไป สาํ หรับพื้นที่ปลูกผลิตผลกระเจี๊ยบเขียวที่ไดป2540/41-2542/43 ซึ่งเริ่มตนจากวันที่1พฤษภาคม- 30 เมษายนของปถ ดั ไป ของกองแผนงาน กรมสง เสรมิ การเกษตร ทราบวาป 2540/41 มพี ืน้ ที่ปลกู รวม 4,256 ไรไดผลิตผล 9,697 ตนั ป 2541/42 พื้นที่ 3,677 ไร ผลิตผล 6,208 ตนั ป 2542/43 เทาที่ได รับรายงานปลกู 2,955 ไรผ ลติ ผล 9,775 ตัน สวนแหลง ที่ปลกู มากเทาที่ไดรบั รายงาน ไดแก อาํ เภอเมอื ง กําแพงแสน บางเลน คอนตมู จังหวัดนครปฐม อาํ เภอเมอื ง ดาํ เนนิ สะดวก โพธาราม บางแพ จังหวัดราชบรุ ี อําเภอเมอื ง ดา นมะขามเตย้ี เลาขวญั ทามวง จังหวัดกาญจนบุรี อาํ เภออทู อง ศรปี ระจันต จังหวัดสุพรรณบุรี อาํ เภอไชโย วิเศษชัยชาญ โพธิ์ทอง จงั หวดั อา งทอง ลักษณะคณุ ภาพของกระเจย๊ี บเขยี วทต่ี ลาดตา งประเทศตอ งการ พอจาํ แนกไดด งั น้ี กระเจย๊ี บเขยี วสดแชเ ยน็ กระเจย๊ี บเขยี วสกุ แชแ ขง็ กระเจย๊ี บเขยี วกระปอ ง 1.! ฝกออนสดอายุ 2-3 วันหลังจากผสมเกษร 1.! ผักออนสด มเี สน ใยนอ ย 1.! ฝกออ นสด มเี สน ใยนอ ย 2.! ปราศจากโรคแมลงหรอื ตาํ หนิจากโรคแมลง 2.! ปราศจากโรคแมลงหรือรอยตาํ หนิ 2.! ปราศจากโรคแมลงหรือรอยตาํ หนิ 3.! สเี ขยี ว 3.! รปู รา งฝก 5 เหลย่ี ม ตรงไมค ดงอ 3.! ฝก เปน 5 เหลย่ี ม สเี ขยี ว 4.! ความยาวฝก 2.5-5 เซนตเิ มตร 4.! ฝก ตอ งมสี เี ขยี วสม่าํ เสมอทง้ั ฝก 4.! ความยาวฝก 5-9 เซนตเิ มตร 5.! ความยาวฝก 5-12 เซนตเิ มตร 5. รปู รา งฝก มจี าํ นวน 8 เหลย่ี ม

4 จากขอ มลู การสง ออกกระเจย๊ี บเขยี วป 2540-2542 ของศนู ยส ารสนเทศการเกษตร สาํ นกั งาน เศรษฐกิจการเกษตร ดว ยความรว มมอื จากกรมศลุ กากร มดี งั น้ี ปรมิ าณ : ตนั มลู คา : ลานบาท รายการ 2540 2541 2542 ปรมิ าณ มลู คา ปรมิ าณ มลู คา ปรมิ าณ มลู คา 259.5 3,598 317.3 3,000 201.0 1.! สดแชเย็น 4,445 22.2 188 13.0 581 34.0 2.! สุกแชแข็ง 333 รวม 4,778 281.7 3,786 330.3 3,581 235.0 ป 2542 ลกู คา ขาประจาํ รายใหญสุดที่ซื้อกระเจี๊ยบเขียวสดแชเย็นคือ ญป่ี นุ ปรมิ าณ 2,927 ตนั มลู คา 194.8 ลา นบาท หรอื คดิ เปน รอ ยละ 97.6 และ 96.8 ของปรมิ าณและมลู คา สง ออกทง้ั หมด ตามลําดบั รอง ลงมาไดแก ฮอ งกง 62 ตนั 5.7 ลา นบาท สหราชอาณาจกั ร 5.7 ตนั 0.5 ลา นบาท ฝรง่ั เศส 4.8 ตนั 7.2 หมื่นบาทเศษ เบลเยี่ยม 300 กก. 9,000 บาท นอกจากนี้จากขอมูลที่ผานมาการสงออกกระเจี๊ยบเขียวสดแช เย็นไปญี่ปุนมาก ระหวางเดอื นพฤศจิกายน-มถิ นุ ายน โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ในชว งเดอื นกมุ ภาพนั ธ-พฤษภาคม ตองการมากเปนพิเศษ เพราะทางญป่ี นุ อากาศหนาวจดั ปลกู ไมไ ดผ ลตน ทนุ การผลติ สงู จงึ ตอ งนาํ เขา ตามหลกั เศรษฐศาสตร กระเจย๊ี บเขยี วแชแ ขง็ เรม่ิ สง ออกตง้ั แตป  2533 ป 2542 ญี่ปุนสั่งซื้อกระเจี๊ยบเขียวแชแข็งมากที่สุด 523 ตันมูลคา 31.7 ลา นบาท หรอื คดิ เปน รอ ยละ 90 และ 95.6 ของปรมิ าณและมลู คา สง ออกทง้ั หมด ตาม ลําดับ ซ่ึงจะเหน็ วา ตลาดหลกั คอื ญป่ี นุ เชน กนั รองลดหลน่ั ลงมาคอื สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลยี และแคนาดา มูลคา 1.9 0.4 และ 0.06 ลา นบาท ตามลําดบั สนิ คา รายการนส้ี ง ออกตลอกปม จี าํ นวนมากนอ ยตา งกนั ในแต บะเดอื นไมแ นน อน นอกจากกระเจี๊ยบเขียวสดแชเย็นและสุกแชแข็งแลว ยงั มกี ารสง ออกกระเจย๊ี บเขยี วกระปอ งแตป รมิ าณ ไมมากนัก ทางกรมศลุ กากรไดน ําไปรวมกบั สนิ คา ผกั กระปอ งตา งๆ จงึ ไมท ราบขอ มลู ทถ่ี กู ตอ ง เทาที่ทราบผูซื้อ ไดแกป ระเทศทางตะวนั ออกกลาง ประเทศคูแขงกระเจี๊ยบเขียวผักสดแชเย็นคือ ฟลิปปน ส สวนจีนเปนคูแขงกระเจี๊ยบเขียวสุกแชแข็ง ญ่ีปุนนําเขา กระเจย๊ี บเขยี วประมาณ 1 ใน 3 ของปรมิ าณบรโิ ภคทง้ั หมด โดยชาวญป่ี นุ พถิ พี ถิ นั ตอ ขนาดและ คุณภาพของกระเจี๊ยบเขียวที่บริโภคกลาวคือ ตอ งมขี นาดเทา ๆ กนั ไมโ คง งอ ฯลฯ ขนาดบรรจหุ บี หอ ทน่ี ยิ มคอื ขนาด 100 กรัม หรือ มี 10 ฝก ยกเวนบางแหงนิยมแพ็คที่เล็กกวาอาทิ แถวโอซากา จะชอบขนาดนา้ํ หนกั 50 กรัม จากขอ มลู ของสาํ นกั งานทป่ี รกึ ษาการเกษตรตา งประเทศประจาํ กรุงโตเกียว เมอ่ื เดอื น กุมภาพันธ 2537 พบวา ญป่ี นุ นําเขา กระเจย๊ี บเขยี วชว งเดอื น มกราคม-กันยายน 2536 จากหลายประเทศดวยกันรวม 2,994.8 ตัน ในปรมิ าณทล่ี ดหลน่ั ลงไปคอื ไทยมากที่สุด 1,341.2 ตนั ตามดว ยจนี ฟล ปิ ปน ส ไตหวัน เน เธอรแลนด ออสเตรเลีย เกาหลใี ต สหรัฐอเมริกา เบลเยี่ยม บราซลิ อิตาลี เกาหลเี หนอื และนิวซีแลนด 157.5 กก. และมขี อ สงั เกตวา การสง ออกกระเจยี๊ บเขียวไปญีป่ นุ มีลักษณะคลา ยๆ กบั ผลติ ผลเกษตรอน่ื ๆ กลาวคือ ตองผา นบรษิ ทั การคา ระหวา งประเทศซง่ึ สว นใหญเ ปน ของญป่ี นุ บริษัทไทยจะสงออกเองไดยาก ลําบากมาก เมอ่ื บรษิ ทั ดง กลา วนําผลติ ผลถงึ ญป่ี นุ กจ็ ะถกู สง ผา นไปยงั บรษิ ทั ผคู า สง ในตลาดกลางตามเมอื ง ใหญๆ และถกู ประมลู ขายใหแ กผ ซู อ้ื ในลกั ษณะตา งๆ ของตลาดกลางอาทิ เชน บรษิ ทั ขายสง ซุปเปอรมารเกต็

5 วิถีการตลาดในระดับตา งๆ ทม่ี ากขน้ั ตอนน้ี ทําใหส ว นเหลอ่ื มการตลาดถกู บวกราคาเขา ไปในสนิ คา อกี มาก กระเจี๊ยบเขียว เมอ่ื ถงึ มอื ผบู รโิ ภคปลายทางในญป่ี นุ จงึ มรี าคาสงู ในขณะทผ่ี สู ง ออกไทยไดร บั ในรปู ราคา ประมาณรอยละ 33 ของราคาผบู รโิ ภคในญป่ี นุ ทง้ั ยงั ตอ งเสยี คา ระวางขนสง ทางอากาศอกี ดว ย อน่ึงกระเจ๊ียบเขยี วเปน พชื ผกั พน้ื บา นของเราทป่ี ลกู กนั มานานแลว แตสวนใหญไมคอยนิยมบริโภคกัน จึงไมมกี ารนาํ เขา แตอ ยา งใด เมอ่ื ป 2521 เกดิ วกิ ฤตกิ ารณน ้ํามนั ขาดแคลนและมรี าคาสงู มากไปทว่ั โลก ซึ่งทาํ ใหการปลูกกระเจย๊ี บเขยี วในเรอื นกระจกตอนฤดหู นาวของญป่ี นุ มตี น ทนุ สงู เกนิ ไป ประกอบกบั ชาวญป่ี นุ คอ น ขางพิถีพิถันตอคุณภาพ ขนาด สเี ขยี วเขม ลักษณะฝก 5 เหลี่ยม และตดิ ใจในรสชาตขิ องฝก กระเจย๊ี บเขยี วทเ่ี คย ลิ้มรสอยูเดิม ดว ยเหตนุ น้ี กั ธรุ กจิ ญป่ี นุ ไดอ อกมาสง เสรมิ ปลกู กระเจย๊ี บเขยี วนอกประเทศเพอ่ื นํากลบั ไปขายใน ญี่ปุน ดังน้ันจึงมีการนาํ เมลด็ พนั ธจุ ากญป่ี นุ มาใหเ กษตรกรของเราปลกู ในอนั ทส่ี นองความตอ งการของผู บริโภคในญป่ี นุ เนอ่ื งจากในป 2529-2532 มโี รคแมลงระบาดทาํ ความเสียหายตองคัดทิ้งฝกกระเจี๊ยบเขียวถึง รอยละ 50-70 ของฝกที่เก็บไดทั้งหมด ทางกองโรคพืชและจุลชีววิทยา กรมวชิ าการเกษตร จงึ ไดเ กบ็ ตวั อยา ง เมล็ดพนั ธทุ น่ี ําเขา จากญป่ี นุ มาตรวจพบวา มเี ชอ้ื รา 2 ชนดิ ตดิ มากบั เมลด็ ดว ยทาํ ใหเกิดปญหาแกเกษตรกรผู ปลูกเปนอนั มาก กระเจี๊ยบเขียวไมไดเปนพืชควบคุมเพื่อการคาตามพระราชบัญญัติพันธุพืช พ.ศ. 2518 จงึ ไม อาจดําเนินการได แตข อความรว มมอื ใหค ลกุ เมลด็ พนั ธดุ ว ยสารเคมตี ามทแ่ี นะนํา และปฏิบตั ิดแู ลรักษาอยาง ถูกวิธีทุกระยะ เพราะถาเกิดการระบาดแลวก็ยากที่จะแกไข ควรปอ งกนั กาํ จดั อยา งถกู ตอ งเสยี แตแ รก จากขอมูลของกองควบคมุ พืชและวสั ดกุ ารเกษตร กรมวิชาการเกษตร พบวา ไดม กี ารนําเขา เมลด็ พนั ธุ พืชนี้ตั้งแตป 2534 จนถงึ ป 2540 มาจากญป่ี นุ เฉลย่ี ประมาณปล ะไมน อ ยกวา 2 ตนั มลู คา ราว 3-4 ลา นบาท ทั้งๆ ท่ีมีพันธุข องไทยหลายพนั ธดุ ว ยกนั ปรบั ปรงุ เพอ่ื สง ออก โดยหนว ยงานของทางราชการ คอื ภาควิชาพืช สวน คณะเกษตร มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร อาทพิ ันธ OK เบอร 1-5 และศูนยวิจัยพืชสวนพิจิตร สถาบนั วิจัยพืชสวน กรมวชิ าการเกษตร ไดแก สายพันธุ พจ. 014 พจ. 003 พจ. 03 พจ. 01 แตเ มอ่ื ป 2540 ไดม ี การแพรระบาดโรคกระเจี๊ยบเขียวอันเกิดจากเชื้อไวรัสที่เรียกวา โรคเสน ใบเหลอื ง ทาํ ความเสียหายอยา งหนกั ไมสามารถเกบ็ ผลผลติ ไดเ ลย บรษิ ทั เอกชนจึงไดน าํ เขา เมลด็ พนั ธจุ ากอนิ เดยี ทม่ี กี ารปลกู มานานแลว ซึ่ง สามารถตา นทานโรคไวร สั นไ้ี ดด พี อสมควร จะเห็นไดวาป 2542 นาํ เขา จากอนิ เดยี 11 ตนั เศษมลู คา 7.58 ลานบาทเศษตกกิโลกรัมละ 688.49 บาท ในขณะทน่ี าํ เขา จากญป่ี นุ เพยี งเลก็ นอ ย 21 กก.เทา นน้ั ปญหาอุปสรรคพอประมวลสรปุ ไดค อื ในแงป ลกู เพอ่ื สง โรงงานอาหารกระปอ งเกษตรการยงั ขาดทกั ษะ และประสบการณใ นการปลกู โรคแมลงทําลายผลกระเจี๊ยบเขียว ทาํ ใหไ มไ ดค ณุ ภาพมาตรฐานซง่ึ มเี พยี งรอ ยละ 60 ของผลิตผลทั้งหมดที่คัดสงออกได และผสู ง ออกและเกษตรกรมกั ไมป ฏบิ ตั ติ ามขอ ตกลงทง้ั สองฝา ย แนวทางการสง เสรมิ ภาคเอกชนและเจา หนา ทข่ี องรฐั ควรใหค วามรใู นการปลกู การปอ งกนั กาํ จัดโรค แมลงที่ถูกวิธี เทคนิคการเก็บระวังอยาใหฝกกระเจี๊ยบเขียวบอบชํ้า แกเกษตรกรในรูปสหกรณ กลมุ เกษตรกร ที่มีความรวมมือรว มใจสูงใหส ามารถรวมกนั ดําเนนิ ธรุ กจิ ได รวมทง้ั จดั ประชมุ สมั มนาระหวา งเกษตรกร ผูสง ออก บริษัทดาํ เนนิ ธรุ กจิ ขนสง เจาหนาที่ทางราชการที่เกี่ยวของ เพอ่ื รว มกนั พจิ ารณาแกไ ขหารผลติ การตลาด ตลอดจนกําหนดแนวทางการวิจยั พฒั นาและการสง เสรมิ ใหเ ปน รปู ธรรมทม่ี ปี ระสทิ ธผิ ล จดั ทาํ เอกสารอิเล็กทรอนิกสโดย : สาํ นกั สง เสรมิ และฝก อบรม มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร