ระบบขอมูลพืชผัก มหาวิทยาลัยแมโจ สาขาพชื ผกั ภาควิชาพืชสวน คณะผลิตกรรมการเกษตร สตรอเบอร่ี นพิ นธ ไชยมงคล Strawberry: Fragaria ananassa เกิดจากการผสม ขา มระหวา ง F. chiloensis และ F virginiana อยใู นวงศ Rosaeae มถี น่ิ กําเนดิ ในแถบอเมรกิ าเหนอื และอเมรกิ าไต เปน พชื เขตหนาว อยใู นกลมุ perennial, herbaceous อายุ 3 ป ประกอบดว ย ลาํ ตน สน้ั หนา ทรงพุมกวาง 20-30 เซนตเิ มตร สูง 15-20 เซนตเิ มตร ขน้ึ อยกู บั สายพนั ธแุ ละฤดปู ลกู ใบ เปน แบบกลมุ ประกอบดว ยใบยอ ยสามใบ มี กา นใบยาว แตล ะตน จะมใี บมากกวา 10 เจริญสลับกัน สวน ทอี่ ยูติดกบั ดินระหวา งรากกับใบ จะเรียกเหงา (crown)ซง่ึ เปน ลําตน สน้ั สว นบนของลาํ ตน ประกอบ ดวยหูใบ (Leaf axil) สวนโคนของหูใบจะมีไหล (runner) เจรญิ ออกมา สามารถพฒั นาเปน ตน ออ น (daughter plant) สว นกลางของเหงา เปน สว นเจรญิ ของตาใบและดา นลา งของเหงา จะเปน สว นทร่ี าก เจริญ ระบบราก เปนพืชทม่ี รี ะบบรากตืน้ เมื่อยายปลูกพืชจะสรางรากที่แข็งแรง (peg root) ซึ่งจะ มอี ายปุ ระมาณ 3-4 อาทติ ย หลงั จากนน้ั รากทเ่ี จรญิ ขน้ึ มาใหมอ าจจะเปน แบบกง่ึ ถาวร มอี ายนุ าน กวา หนง่ึ ฤดปู ลกู หรอื อาจจะเปน รากชว่ั คราว(อายุ 1-7 วัน) ซง่ึ จะเจรญิ ในระดบั ความลกึ 3-6 นว้ิ หรืออาจจะเจริญลึก 12 นว้ิ ในดนิ รว นซยุ เนอ่ื งจากเหงา จะเจรญิ สงู ขน้ึ ดงั นน้ั รากและใบจะเจรญิ สงู ขน้ึ เหนอื ระดบั ดนิ ตามอายขุ องพชื ตาดอก เจริญจากตายอด ซึ่งเกิดจากเหงาที่เจริญขึ้น มาใหม เมอ่ื ไดร บั อณุ หภมู ติ ่าํ กวา 15.6 o ซ ชว งแสงส้ัน(ต่าํ กวา 10 ชั่วโมง/วัน) จะชักนาํ ใหเ กดิ การเจรญิ ของดอก แตล ะ ตน จะมชี อ ดอก 4-7 ชอ และแตล ะชอ จะมดี อก 5-10 ดอก ชว งแสงจะมอี ทิ ธพิ ลตอ ความยาวของกา นดอก โดยจะมีกาน ดอกยาวในชว งแสงยาวและกา นดอกสน้ั ในชว งแสงสน้ั ดอกจะ 1
มกี ลบี เลย้ี ง 5 กลบี และกลบี ดอก 5 กลบี แตด อกขนาดใหญอ าจจะมมี ากกวา ในอณุ หภูมกิ ลางวนั / กลางคนื สงู กวา 22.2 o/21.1 o ซ ชอดอกจะชะงักการเจริญ ผล (berry) เปน แบบ aggregate fruit มเี มลด็ อยดู า นนอกหรอื เปลอื กของผล ขนาดของผลขน้ึ อยกู บั สายพนั ธุ การดูแลรักษา การใหน า้ํ เนอ่ื งจากน้าํ จะชวย ในการขยายตวั ของเซลล การผสมเกสร ขนาดของผลขน้ึ อยกู บั จาํ นวน เมลด็ ในผล ดงั นน้ั การผสมเกสรโดยแมลงโดยเฉพาะผง้ึ จะมอี ทิ ธพิ ลตอ ขนาดและคณุ ภาพ การฉดี พน สารเคมี ควรระมดั ระวงั ไมค วรใชส ารเคมที เ่ี ปน อนั ตรายตอ ผง้ึ การขยายพนั ธุ สวนใหญจะใชไหล (runner) ซึ่งเจริญจาก stolon หรือสวนที่เจริญจากตา ขา ง ดา นโคนของกา นใบ เจรญิ ในแนวราบเหนอื ดนิ โดยเจรญิ เมอ่ื มชี ว งแสงเกนิ กวา 12 ชว่ั โมงตอ วัน สายพนั ธทุ ไ่ี มต อบสนองตอ ชว งแสง จะมไี หลนอ ย ดงั นน้ั การปลกู จะใชร ะยะปลกู ถ่ี การปลกู โดย ไหลจะใชไหลที่ 1 และ 2 เพอ่ื ใหตน เจริญเติบโตแข็งแรง ใหผ ลผลติ และคณุ ภาพสงู ตน แม 1 ตน สามารถผลติ ไหลไดถ งึ 1000 ตน แตโดยทั่วไปจะมี 25-50 ตน เน่ืองจากปญหาเช้ือไวรสั เขาทําลายพืชและสามารถแพรระบาดทางไหล ทําใหการเจริญเติบ โตและผลผลติ ต่ํา ดงั นน้ั จงึ ไดพ ฒั นาการขยายพนั ธโุ ดยใชเ นอ้ื เยอ่ื เจรญิ ขนาด 0.2 มลิ ลเิ มตร และ เปลย่ี นตน พนั ธทุ กุ 3 ป คณุ คา ทางอาหาร สตรอเบอรป่ี ระกอบดว ยนา้ํ 95 % คารโ บไฮเดรท 60 % เสน ใย 16 %โปรตนี 11 % ไขมนั 4 % เถา 7 % พลงั งาน 300 แคลอรี่ วติ ามนิ ซี 45-85 มลิ ลกิ รมั การใชประโยชน ผลสตรอเบอรใ่ี ชเ ปน ผลไม ใสใ นนม น้าํ ตาล นา้ํ ผึ้ง ไอสครมี เคก ใสส ลดั ผกั และสลดั ผลไม ใชใ นอตุ สาหกรรม แยม วุน ขนม ทําไวด แชแข็ง เปน ตน สภาพแวดลอ มทเ่ี หมาะสม อณุ หภูมิที่เหมาะสมสําหรบั การเจรญิ เตบิ โตคอื อณุ หภมู กิ ลางวนั 24 oซ กลางคนื 18 oซ หรอื อณุ หภมู เิ ฉลย่ี อยรู ะหวา ง 17-20 oซ อุณหภูมิที่ตํ่ากวา 7.2 oซ อตั ราการเจรญิ ตา่ํ และหยุด การเจรญิ ในอณุ หภูมติ ่ํากวา –1.1 oซ เมอ่ื อณุ หภมู สิ งู กวา 27 oซ ตาดอกชะงกั การเจรญิ ใน อณุ หภมู ิ -3 oซ ถงึ แมว า ลําตน และใบจะไมเ ปน อนั ตรายแตต าดอก ดอก และผลออ น อาจจะเปน 2
อนั ตราย หรอื เปน สาเหตใุ หผ ลไมส มบรู ณ ในสภาพอุณหภูมิสูงกวา 40 oซ อาจทาํ ใหละอองเรณไู ม สมบรู ณ เปน หมนั ในสภาพอณุ หภูมิ -1 oซ ความเขม แสงตา่ํ ชว งแสงส้ัน จะทาํ ใหผลผิด ปกติ ความเขม ของแสงทเ่ี หมาะสมคอื มากกวา 4000 แรงเทียน ดงั นน้ั การใชเ รอื นโรงหลงั คา พลาสตกิ และความเขม ของแสงทพ่ี ชื ไดร บั จะมอี ทิ ธพิ ลตอ ผลผลติ และคณุ ภาพ ตาดอกจะเจรญิ ในระยะท่มี ีชว งแสงสนั้ หรอื ตา่ํ กวา 12 ชว่ั โมงตอ วนั ในกรณที ม่ี ชี ว งแสงยาว กวา 12 ชั่วโมง และอุณหภูมิตาํ่ ตาดอกจะพกั ตวั สว นการเจรญิ ของดอกและชอ ดอกจะตอ งการอณุ หภมู สิ งู และชว งแสงยาว ดงั นน้ั หลงั จากท่ี ตาดอกเจรญิ จะเพิ่มชวงแสงใหเปน 14 ชั่วโมง โดยใชไ ฟฟา ชว ยและเพม่ิ อณุ หภูมิ โดยปกตติ าดอกจะเรม่ิ เจรญิ เมอ่ื มอี ณุ หภมู ติ ่ําและชว งแสงสั้น หรอื ในปลายเดอื นกนั ยายน จนถงึ เดอื นตลุ าคม โดยเรม่ิ พัฒนาเมอ่ื อณุ หภมู ติ า่ํ กวา 24 oซ แตอุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 12 oซ ถา หากอุณหภูมติ ํา่ กวา 5 oซ ตาดอกจะชะงักการเจริญ ในดา นชวงแสง เมอ่ื อณุ หภูมเิ หมาะสมและมชี ว งแสงต่าํ กวา 10 ชว่ั โมงตอ วนั จะกระตนุ การพฒั นาตาดอก สว นชว งแสงทเ่ี หมาะสมคอื 8 ชว่ั โมงตอ วนั นอกจากนอ้ี ตั รา C/N สูงจะเหมาะสําหรบั การเจรญิ ของดอก ในกรณที ม่ี อี ตั ราไนโตรเจนสงู พืชจะแทงชอดอกชา อณุ หภมู แิ ละการเจรญิ ของสตรอเบอร่ี oซ 22-24 อณุ หภมู สิ งู สดุ สําหรบั การพฒั นาของดอก 20 ชวงแสง สารอาหาร มอี ทิ ธพิ ลตอ การพฒั นาตาดอก 15 12 อณุ หภูมิที่เหมาะสม 10 ชวงแสง สารอาหาร ไมม อี ทิ ธพิ ลตอ การพฒั นาตา ดอก 2-3 ตา่ํ สดุ สําหรบั การพฒั นาตาดอก ในสภาพแวดลอมที่มีอุณหภูมิตาํ่ ชว งแสงสั้น เนอ้ื เยอ่ื เจรญิ จะเปลย่ี นตาใบเปน ตาดอก แตการเจริญ ของดอกและชอ ดอกจะตอ งการอณุ หภมู สิ งู และชว งแสงยาว 3
ระยะกอ นสรา งตาดอก ระยะสรา งตาดอก ระยะพฒั นาตาดอก อณุ หภูมติ ่าํ /ชวงแสงสั้น ชอ ดอกเจรญิ อุณหภูมิสูง/ชว งแสงยาว การพกั ตวั ในระยะที่มีอุณหภูมิตาํ่ ชวงแสงสั้น สตรอเบอรจ่ี ะพกั ตวั ตน ชะงกั การเจรญิ แคระแกรน กา นใบสัน้ ใบขนาดเลก็ การทําลายระยะพักตัว สามารถทาํ ไดโ ดยใชอ ณุ หภูมติ ่ําและชว งแสงยาว 12 ชว่ั โมงตอ วนั ในสหรฐั อเมรกิ าจะใชอ ณุ หภมู ติ ่ําในชว งตน กลา โดยใชอ ณุ หภูมิ -0 ถงึ -2 oซ ใน ประเทศญี่ปุนพบวาการใชอุณหภูมิ 6 oซ จะใหผ ลไมแ ตกตา งจากการใชอ ณุ หภูมิ 0 และ 3 องศา สวน 10 oซ ไมม ผี ลตอ การเจรญิ เตบิ โตและผลผลติ หลงั จากผา นอณุ หภมู ติ ่ํา จะนาํ ไปปลกู ในเรอื น โรงพลาสตกิ ใหอุณหภูมิสูงและชวงแสงยาว 14 ชว่ั โมงตอ วนั ระยะเวลาทใ่ี ชอ ณุ หภมู ติ า่ํ ข้ึนอยูกบั สายพันธุและวิธีการเพาะปลูก พนั ธุที่เจริญไดดีในอุณหภูมิตาํ่ ใชร ะยะเวลานาน พนั ธทุ เ่ี จรญิ คอ นขา งทนรอ น ใชร ะยะเวลาสน้ั การปลกู ในแปลงปลกู ใชร ะยะเวลานาน การปลกู ในเรอื นโรงพลาสตกิ ใชร ะยะเวลาสน้ั สายพันธุ สายพนั ธสุ ตรอเบอรม่ี คี อ นขา งมาก ควรเลือกสายพนั ธุท มี่ ีลักษณะและคณุ ภาพตามความ ตอ งการของตลาด เชน ตลาดรบั ประทานสด หรือ โรงงานแปรรปู ตลอดจนระยะเวลาในการขนสง สามารถปรบั ตวั เขา กบั สภาพแวดลอ มในแปลงปลกู ไดด ี ทนทานตอโรค แมลง ใหผ ลผลติ สงู เปน ตน ไหลหรอื ตน ทน่ี าํ มาปลกู ควรมาจากการขยายพนั ธโุ ดยการเลย้ี งเนอ้ื เยอ่ื เพอ่ื ใหไ ดต น กลา ทป่ี ลอดไว รสั และควรเปน ตน กลา ทผ่ี ลติ จากพน้ื ทส่ี งู หรือผานอุณหภูมติ ํ่าระยะเวลาหนง่ึ โดยทว่ั ไปพนั ธขุ องสตรอเบอร่ี สามารถแบง ออกไดเ ปน 3 กลมุ คอื June-bearers, everbearers, และ day-neutrals แตล ะกลมุ จะแตกตา งกนั ในดา น การตอบสนองตอ ชว งแสง ซง่ึ จะมี อทิ ธพิ ลตอ ผลผลติ คุณภาพ และจาํ นวนไหลตอ ตน June-bearers ตาดอกจะเรม่ิ พฒั นาในฤดใู บไมร ว ง(ระยะชวงแสงตาํ่ กวา 10 ชว่ั โมงตอ วนั ) และชอ ดอกจะ เจรญิ ในฤดูใบไมผ ลิ ดงั นน้ั ควรปลกู กอ น เพอ่ื ใหต น มขี นาดใหญ มีจาํ นวนใบมากและสมบรู ณ เพื่อ ใหส ามารถสรา งอาหารพอเพยี งสาํ หรบั การเจรญิ ของดอกและผล เปน สายพนั ธทุ ส่ี ามารถปรบั ตวั ได ดีในสภาพอุณหภูมิสูง เชน 4
Guardian มผี ลขนาดใหญ รูปทรงกรวย ผลสแี ดงออ น ผลผลติ สงู กลน่ิ หอม เหมาะสําหรับ ทานเปน ผลไม และแปรรูป ทนทานตอโรค verticillium wilt และ red stele Robinson ผลขนาดใหญ ทรงกรวย ดา นปลายตดั ไมแหลม กลน่ิ หอมปานกลาง คุณภาพ ในการทานเปน ของผลไมป านกลาง ใชแชแข็ง และทนทานตอ โรค verticillium wilt แตไมท นทาน โรค red stele ทนทานตอ อณุ หภมู สิ งู Sequoia ผลขนาดใหญ สแี ดงเขม อายเุ กบ็ เกย่ี วนาน คุณภาพในใชเปนผลไมและแชแข็ง ปานกลาง ทนทานโรค red stele และอุณหภูมิสูง Surecrop ผลขนาดปานกลางถงึ ใหญ ลกั ษณะคลา ยลม่ิ ผลจากดอกชดุ ทส่ี องมลี กั ษณะคลา ย กรวย กลน่ิ และรสชาตดิ ี คณุ ภาพในการใชเ ปนผลไมแ ละแชแข็งสูง ทนทานโรค verticillium และ red stele ทนทานตอสภาพแหงแลง Tioga ผลขนาดปานกลางถงึ ใหญ ลกั ษณะคลา ยลม่ิ กลน่ิ และรสชาตดิ ี คุณภาพในการทาํ เปน ของหวานและแชแ ขง็ สงู ไมท นทานโรค red stele ทนทานตอสภาพอุณหภูมิสูง Turfs ผลมขี นาดยาวและใหญ ลกั ษณะคลา ยลม่ิ ผลผลติ สงู คุณภาพในการทาํ เปน ของ หวานปานกลาง แตคุณภาพในการแชแข็งสูง ไมท นทานโรค red stele Everbearers สายพนั ธใุ นกลมุ นจ้ี ะตอ งการชว งแสงยาวกวา 12 ชว่ั โมงตอ วนั ในการชกั นําใหเกิดการเจริญ ของตาดอก สามารถเกบ็ เกย่ี วไดส องครง้ั คอื ในฤดใู บไมผ ลแิ ละฤดใู บไมร ว ง แตผ ลผลติ ในฤดใู บไมผ ลิ จะตาํ่ กวา สายพนั ธใุ นกลมุ June-bearers แตในกรณีที่ผลผลิตถูกทาํ ลายโดยนา้ํ คา งแขง็ ชว งฤดู ใบไมผลิ ยงั สามารถเกบ็ เกย่ี วใหมใ นฤดใู บไมร ว ง สายพันธุกลุมนี้จะมีไหลจาํ นวนนอ ย แตจะมีเหงา มาก ไมทนทานตอสภาพอณุ หภมู ิสงู เชน Fort Laramie ผลขนาดใหญ สแี ดงสด กลน่ิ หอม รสชาตดิ ี เหมาะสําหรบั ใชเ ปน ผลไมแ ละ แปรรูป Gem Everbearing (Superfection) ผลสแี ดงสด เหมาะสาํ หรบั ใชเ ปน ผลไม Ogallala ผลขนาดใหญ เหมาะสําหรบั ใชเ ปน ผลไม ทนทานตอสภาพอณุ หภูมิตํา่ มคี วาม ทนทานตอโรคและสภาพอากาศแหงแลง Ozark Beauty ผลขนาดใหญ แข็ง ลกั ษณะคลา ยลม่ิ กลน่ิ หอม รสชาตดิ ี เหมาะสําหรับใช เปน ผลไมแ ละแปรรปู (canning, freezing, and preserves) ไมท นทานโรค verticillium และ red stele Quinault ผลขนาดใหญ ผลผลติ สงู เหมาะสําหรบั ใชเ ปน ผลไมแ ละแปรรปู Day neutral สายพนั ธใุ นกลมุ นก้ี ารเจรญิ ของดอกจะไมต อบสนองตอ ชว งแสง ดอกสามารถเจรญิ ไดต ง้ั แตฤ ดใู บไมผ ลิ จนกระทง้ั ฤดใู บไมร ว ง แตในสภาพที่อุณหภูมิสูงกวา 21.1 oซ จะจาํ กดั การเจรญิ ของ 5
ดอก สายพนั ธกุ ลมุ นจ้ี ะสรา งดอกและไหลตอ เนอ่ื งกนั แตจะมีไหลจาํ นวนนอ ย ปกตติ าดอกจะเจรญิ กอ นทร่ี ากเจรญิ ซง่ึ เหมาะสาํ หรับทาํ ไมก ระถางหรอื ไมแ ขวนเชน Fern ผลขนาดใหญ แข็ง หวาน ผลผลติ สงู Selva ผลขนาดใหญ สแี ดงสด รสชาตดิ ี ผลผลติ สงู Tribute ผลปานกลางถงึ ขนาดใหญ รปู โคนหรอื กรวยส้ัน สแี ดงสด รสชาตดิ เี หมาะสาํ หรับใช เปน ผลไมแ ละแปรรปู ทนทานโรค red stele Trista ผลขนาดปานกลาง รูปกรวยสั้น สแี ดงเขม รสชาตดิ เี หมาะสาํ หรบั ใชเ ปน ผลไมแ ละ แปรรูป ทนทานโรค verticillium และ red stele สายพนั ธใุ นประเทศไทย พระราชทาน เบอร # 16 (Tioga) สามารถปรบั ตวั เขา กบั สภาพแวดลอ มไดอ ยา งกวา งขวาง ผลขนาดปานกลางถงึ ใหญ มีจาํ นวนผลตอ ชอ มาก ผลแข็ง ผลผลติ สงู สแี ดง คอ นขา งทนตอ สภาพ อณุ หภมู ิสูง ทนทานตอ การขนสง คอ นขา งออ นแอตอ โรคใบจดุ เหมาะสําหรับการแปรรูป พระราชทาน # 20 (Sequoia) สามารถเจรญิ ไดด ใี นสภาพอณุ หภมู ติ ่ํา ใหผ ลขนาดใหญถ งึ 50 กรัม มีจาํ นวนผลตอ ชอ นอ ย ผลนม่ิ สแี ดงสด กลน่ิ หอม รสหวาน ทนทานตอโรคใบจุด และ สภาพที่มีความชื้นสัมพัทธสูง ไมท นทานการขนสง พระราชทาน # 50 (B 5) ใชร บั ประทานสดหรอื แปรรปู มเี นอ้ื คอ นขา งแขง็ รสชาตปิ าน กลาง พระราชทาน # 70 (Toyonoka) ใชร บั ประทานผลสด รสชาติหวาน กลน่ิ หอม เนอ้ื แขง็ ปานกลาง เนียวโฮ (Nyoho) ใชร บั ประทานผลสด รสชาตหิ วานอมเปรย้ี ว กลน่ิ หอม เนอ้ื แขง็ ปานกลาง เซลวา (Selva) .ใชร บั ประทานผลสด เนอ้ื แขง็ การผลติ ในเรอื นโรงพลาสตกิ เพื่อใหพืชเจริญเติบโตอยางรวดเร็ว สมบรู ณ และการควบคมุ สภาพแวดลอ ม เชน การปลกู ในชว ง เดอื นสงิ หาคม-กันยายน ซง่ึ เปน ฤดฝู น การปลกู ในโรง เรอื นพลาสตกิ จะสะดวกตอ การเตรยี มดนิ และลดการ ระบาดของโรค ตลอดจนปอ งกนั ฝน และนํา้ ทว มราก สายพันธุท่ีเหมาะสํ าหรับปลูกในเรือนโรง พลาสตกิ เพอ่ื กระตนุ ใหเ กดิ การเจรญิ ของตาดอก จะมี ลกั ษณะดงั นค้ี อื •! มีระยะพักตัวสั้น 6
•! แทงชอดอกเร็ว •! ดอกเจรญิ ในเดอื นกนั ยายน ถึง ตลุ าคม เก็บเกี่ยวในเดือนพฤศจิกายน สภาพดนิ และการเตรยี มดนิ สตรอเบอรต่ี อ งการความเขม ของแสงสงู ควรปลกู ในทโ่ี ลง และมคี วามลาดเทต่ํา เพื่อการ ระบายนาํ้ สภาพดนิ ควรเปน ดนิ ทร่ี ว นซยุ มอี นิ ทรยี ว ตั ถปุ ระมาณ 5 % ระบายนา้ํ ไดด ปี านกลาง pH 6.0-6.5 การปลกู ในดนิ ทเ่ี ปน ดา ง พชื จะแสดงอาการขาดธาตเุ หลก็ โดยจะแสดงอาการใบดา งใน ใบออ น ในกรณที ข่ี าดธาตเุ หลก็ รนุ แรง ใบจะเปลย่ี นเปน สขี าว ขอบใบไหมแ ละตาย สว นการปลกู ใน ดนิ เค็มพืชจะชะงกั การเจริญ ใบหด ผลผลติ ต่าํ ควรเตรยี มดนิ ใหด ี ใสปุยหมัก ปุย คอก คลกุ ลงไปในดนิ 2-3 นว้ิ ขน้ึ แปลงปลกู การปลกู ควรปลกู ตน กลา ทส่ี มบรู ณแ ขง็ แรง ทั้ง สว นยอด ลาํ ตน และระบบราก สด แข็งแรง ราก สขี าวหรอื สฟี างขา ว นอกจากนค้ี วรผา นอณุ หภมู ิ ตา่ํ ในระยะตน กลา โดยการผลติ ตน กลา บนพน้ื ท่ี สงู เมอ่ื นําลงมาปลกู ในพน้ื ทร่ี าบอณุ หภมู สิ งู พืช จะเรม่ิ แทงชอ ดอก หรืออาจจะใชอ ุณหภูมกิ ลาง คนื 10 oซ กลางวนั 24 oซ ใหชวงแสง 12 ชั่ว โมงตอ วนั เปน เวลา 2-3 อาทติ ย ยา ยกลา ปลกู ในเดอื นกนั ยายน เรม่ิ เกบ็ เกย่ี วในเดอื น พฤศจิกายน ในกรณที ต่ี ดั ตน จากไหลมาปลกู ควรระวังอยาใหรากแหง อาจจะแชรากในนาํ้ 30 นาทกี อ น ปลกู เกบ็ รกั ษาตน กลา ในทร่ี ม ตดั รากใหย าว 4-6 นว้ิ ตัดใบแกทิ้ง ใหเ หลอื ใบทส่ี มบรู ณ 1-2 ใบ กระจายรากออกรอบ ๆตน ใหเ หงา อยูระดับผวิ ดนิ ถา หากปลูกตื้นรากจะแหง เรว็ ปลกู ลกึ เกนิ ไปราก จะเนา หลงั ปลกู กดดนิ ใหแ นน อยา ใหม ชี อ งวา งรอบ ๆราก ใหน า้ํ ทนั ทหี ลงั ปลกู การใสปุยที่พืช สามารถนาํ ไปใชไดทันที เชน ปยุ นา้ํ หรอื ปุยเกลด็ จะชวยใหพืชตั้งตัวไดเร็ว ระยะเวลาปลกู ในพน้ื ทส่ี งู ระหวา งอาทติ ยส ดุ ทา ยของเดอื นสงิ หาคม ถึง วันที่ 15 กันยายน สว นพน้ื ราบปลกู ระหวา งวนั ท่ี 15 กันยายน- 15 ตลุ าคม ระยะปลูก ระหวา งตน 25-30 เซนตเิ มตร ระยะระหวางแถว 30-50 เซนตเิ มตร ขน้ึ อยกู บั สายพันธุ ใชต น กลา ประมาณ 8,000-12,000 ตน ตอ ไร 7
การใสป ยุ ชนดิ และปรมิ าณของสารอาหารจะขน้ึ อยกู บั ผลการวเิ คราะหด นิ ระยะการเจริญเติบโต สภาพอากาศ ระยะปลูก ตลอดจนปรมิ าณนา้ํ ที่พืชไดรับ สตรอเบอรม่ี รี ะบบรากตน้ื ดงั นน้ั หนา ดนิ ลกึ 30 เซนตเิ มตร ตอ งรว นซยุ มธี าตอุ าหารและ ความช้นื พอเพียงสาํ หรับการเจริญเติบโต ควรใสปุยหมัก ปยุ คอก เพอ่ื เพม่ิ ความอดุ มสมบรู ณข องดนิ ชว ยใหด นิ โปรง และเพม่ิ ความสามารถในการอมุ นา้ํ ของดนิ ผลผลติ และคณุ ภาพของสตรอเบอรข่ี น้ึ อยกู บั ไนโตรเจน ซึ่งจาํ เปน สําหรับทุกระยะของการ เจรญิ เติบโต การใสป ยุ ไนโตรเจนกอ นปลกู จะชว ยในการเจรญิ ของลาํ ตน ใบ แตป รมิ าณจะลดลงใน ระยะติดผล ดงั นน้ั ควรเพม่ิ ไนโตรเจนในระยะการตดิ และพฒั นาของผล ผลทดลองพบวา ปรมิ าณไนโตรเจนในกา นใบจะมสี ว นสมั พนั ธก บั ผลผลติ โดยผลผลติ จะเพม่ิ ตามการเพม่ิ ปรมิ าณไนโตรเจนทก่ี า นใบ ใบพืชจะมีสีซีด เมอ่ื ปรมิ าณไนเตรท ไนโตรเจนทีก่ านใบตาํ่ กวา 500 ppm สตรอเบอรี่ที่ขาดโพแทสเซียม จะแสดงอาการขอบใบไหม เกดิ ขน้ึ ไดท ง้ั ใบแกแ ละใบออ น โดยแผลจะขยายตวั อยา งรวดเรว็ รากเปลย่ี นเปน สนี า้ํ ตาลปนดาํ ผลจะมีสีซีด เนอ้ื ฟา ม รสชาตไิ มด ี โดยจะแสดงอาการเมอ่ื มโี พแทสเซยี ม ตา่ํ กวา 0.5 % วิธีแกไขคือใสปุยโพแทสเซียมซลั เฟต จาํ นวน 11 กรมั ตอ 1 ตารางเมตร ในแปลงทข่ี าดฟอสฟอรสั ใบจะมขี นาดเลก็ สมี ว งหรอื มว งปนแดง ดอกขนาดเลก็ จาํ นวน รากนอ ย แคระแกรน สดี ํา โดยจะแสดงอาการเมอ่ื มฟี อสฟอรสั ตา่ํ กวา 700 ppm วธิ ีแกไ ขคอื ใสปุย ซเู ปอรฟ อสเฟต จาํ นวน 5-8 กรมั ตอ 1 ตารางเมตร ในพื้นที่ ๆไมม กี ารวเิ คราะหด นิ ใสป ยุ 12-24-12 กอ นปลกู จาํ นวน 75-100 กโิ ลกรมั ตอ ไร คลกุ ลงไปในดนิ ลกึ 6-8 นว้ิ หลงั ปลกู 30 และ 60 วนั ใสจ าํ นวน 25-50 กโิ ลกรมั ตอ ไร ขน้ึ อยู กบั ความสมบรู ณข องพชื เมอ่ื เรม่ิ แทงดอกชอ แรกใสป ยุ 21-0-0 จาํ นวน 250 กรมั ตอ พน้ื ท่ี 30 ตา รางเมตร การใสป ยุ ครง้ั ตอ ไปสงั เกตจุ ากใบ ในกรณที ใ่ี บมสี เี ขยี วเขม ไมค วรใสป ยุ ไนโตรเจน การเพม่ิ ไนโตรเจน ควรใสระยะที่ดอกเจริญ การใสในชวงเก็บเกี่ยวจะทาํ ใหผ ลนม่ิ เนา เสยี งาย หรือการใสมากเกินไปจะทําใหมีจํานวนใบมาก ดอกรวง ควรฉีดพนดวยปยุ ท่ีมีธาตุหลัก และธาตุรอง เพอ่ื ชว ยในการเจรญิ เตบิ โตและปอ งกนั การขาดธาตอุ าหาร ตารางท่ี 1 การใสป ยุ ตามผลการวเิ คราะหด นิ (pH = 6.5 ใสไ นโตรเจน = 27 กก N/ไร) ผลการวเิ คราะหด นิ ใส P2O5(กก/ไร) ผลการวเิ คราะหด นิ ใส K2O (กก/ไร) ตา่ํ มาก 27 ตา่ํ มาก 27 ตา่ํ 22 ตา่ํ 22 ปานกลาง 18 ปานกลาง 18 8
สูง 0 สงู 0 สงู มาก 0 สงู มาก 0 ตารางท่ี 2 การวเิ คราะหธ าตอุ าหารหลกั ในเนอ้ื เยอ่ื พชื หลงั การเกบ็ เกย่ี วครง้ั แรก (% นา้ํ หนักแหง) N P K Ca Mg S ไมพอเพียง <0.3 0.2 1.5 0.4 0.25 0.2 พอเพียง 3.0-3.5 0.2-0.4 1.5-2.5 0.4-1.5 0.25- 0.2-0.6 0.50 สงู >3.5 0.4 2.5 1.5 0.50 0.6 ตารางท่ี 3 การวเิ คราะหธ าตอุ าหารรองในเนอ้ื เยอ่ื พชื หลงั การเกบ็ เกย่ี วครง้ั แรก(ppmนา้ํ หนักแหง) Fe Mn Zn B Cu Mo ไมพอเพียง 50 30 20 20 5 5 พอเพียง 50-100 30-100 20-40 20-40 5-10 5-8 สงู 100 100 40 40 10 8 เกดิ อนั ตราย 800 การปลกู ระบบเกษตรอนิ ทรยี ใชไ นโตรเจนจากเลอื ดแหง (12-14 %) ซง่ึ พชื สามารถนําไปใชประโยชนไดทันที แหลง ของฟอสฟอรสั เชน กระดูกปน (20-40% P2O5) แตพ ชื จะนําไปใชประโยชนไดชากวา กระดูกปน นง่ึ และใชเถาแกลบเปนแหลง ของโพแทสเซียม การคลมุ แปลงปลกู เนอ่ื งจากสตรอเบอรม่ี รี ะบบรากตน้ื พชื จะเหย่ี วไดง า ยเมอ่ื หนา ดนิ ขาดความชน้ื จาํ เปน ตอ ง คลมุ แปลงปลกู ดว ยวสั ดุ เชน ฟาง ใบไม พลาสตกิ เปน ตน เพื่อควบคุมวัชพืช ปอ งกนั หนา ดนิ แหง และรกั ษาความชน้ื ในดนิ ใหผลิตผลทสี่ ะอาด ลดการระบาดของโรคทางใบ การใหน า้ํ การขาดนา้ํ ทาํ ใหพืชชะงักการเจริญ ผลผลิตและคุณภาพตาํ่ พชื ตอ งการนา้ํ 6-8 นว้ิ ตอ สปั ดาห ระยะวกิ ฤตเมอ่ื พชื ขาดนา้ํ จะมผี ลกระทบตอการเจรญิ เติบโตและผลผลติ คอื •! ระยะยายกลาปลูกใหม •! ระยะการพฒั นาของผล •! ระยะการเจริญของไหล 9
การเกบ็ เกย่ี ว การปลูกดวยไหล โดยเรม่ิ ปลกู ตน เดอื นกนั ยายน จะเกบ็ ผลผลติ ไดใ นเวลา 60 วนั หลงั ยา ย ปลกู (ดอกจะบานหลงั ยา ยปลกู ประมาณ 30 วัน และ การพฒั นาของผลใชเ วลา 30 วัน) เกบ็ เกย่ี วตอนตรู เพอ่ื ใหอ ณุ หภมู ใิ นผลต่าํ ที่สุด เกบ็ เกย่ี วเมอ่ื ผลใกลส กุ เตม็ ทห่ี รอื มสี ชี มภู แดง 75-80 % เพอ่ื ใหไ ดร สชาตหิ วานและมกี ลน่ิ หอม ควรเกบ็ เกย่ี วดว ยความระมดั ระวงั เนอ่ื งจาก ผลจะชา้ํ เกดิ แผลไดง า ย ใชว ธิ เี ดด็ ขว้ั โดยใหม ขี ว้ั และกลบี เลย้ี งตดิ มาดว ย คณุ ภาพของผลขน้ึ อยกู บั ลกั ษณะภายนอก เชน สี ขนาด รปู รา ง ปราศจากแผลที่เกิดจาก การเขา ทําลายของโรค แมลง และการเก็บเกี่ยว นอกจากนจ้ี ะรวมทง้ั soluble solid, titratable acidity and flavor volatile และ คุณคาทางโภชนาการ (ปรมิ าณ วติ ามนิ ซี) ตวั อยา งเชน ผลที่มคี ุณ ภาพสูง ประกอบดว ย soluble solid ตา่ํ ที่สุด 7 % และมคี า titratable acidity สงู สดุ 0.8 % ภาชนะบรรจใุ นระหวา งเกบ็ เกย่ี วตอ งสะอาด และปองกันการเกดิ แผล เก็บเกี่ยว 2-3 ครง้ั ตอสัปดาห ผลสตรอเบอรเ่ี นา เสยี งา ย ไมส ามารถเกบ็ รกั ษาไดน าน โดยทั่วไปถึงแมจะมีกระบวนการ หลังการเก็บเกี่ยวที่ดี จะสามารถรกั ษาคณุ ภาพของสตรอเบอรไ่ี ด 1 อาทติ ย ดงั นน้ั จงึ ตอ งการ กระบวนการหลังการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา การขนสง และการวางตลาด หลงั การเกบ็ เกย่ี วผลสตรอเบอรย่ี งั มกี ารหายใจ ซง่ึ เปน สาเหตใุ หเ กอดความรอ น เปน สาเหตุ ใหผ ลเนา เสยี ความรอ นทเ่ี กดิ จากการหายใจ ขึ้นอยูกับอุณหภูมิในที่เก็บรักษา เชน ในอณุ หภูมิ 0 o ซ ผลสตรอเบอร่ี 1 ตนั จะคายความรอ น 3,300 Btu ตอ วนั และสงู ขน้ึ เปน 41,800 Btu เมอ่ื เกบ็ รกั ษาในอณุ หภมู ิ 27 o ซ ตารางท่ี อตั ราการหายใจของสตรอเบอร่ี ในอณุ หภมู ติ า ง ๆ 20 o ซ อณุ หภูมิ 0 o ซ 10 o ซ ml CO2/kg/hr 6-10 25-50 50-100 การคาํ นวณคา ความรอ นจากผล Btu/ton/day = ml CO2/kg/hr x 440 หรือ x 122 = kcl/metric ton/day อตั ราการสรา งเอธทลี นี < 0.1 µl/C2H4/kg.hr at 20 o ซ การเก็บรักษา ผลทนี่ าํ เขาเก็บรักษา ตอ งมกี ลบี เลย้ี งตดิ ปราศจากแผลที่เกิดจากการเขาทาํ ลายของโรค แมลง และการเก็บเกี่ยว การเกบ็ รกั ษาไมส ามารถเพม่ิ คณุ ภาพของผลได นอกจากจะรักษาคุณภาพ ในชว งการเกบ็ เกย่ี วใหอ ยไู ดน านทส่ี ดุ หลงั การเกบ็ เกย่ี วและกอ นการเกบ็ รกั ษาหรอื ขนสง จาํ เปน ทจ่ี ะตอ งลดอณุ หภมู เิ ฉยี บพลนั (pre-cooling) โดยระบบ ใชล มเยน็ (forced air cooling) ลดอณุ หภูมผิ ลใหเหลือ 4.5 o ซ และเก็บ 10
รกั ษาในหอ งทม่ี อี ณุ หภมู ติ ่ําและสมา่ํ เสมอ การลดอุณหภูมิเฉียบพลันจะมีประสิทธิภาพตํา่ เมอ่ื ทง้ิ ระยะหลังการเก็บเก่ียวนาน การใช hydrocooling ทาํ ใหผ ลมคี วามชน้ื สงู เนา เสยี ได งา ย อาจจะใช ทาํ ความสะอาดผลดว ยนา้ํ เย็น กอ นนําเขา forced air cooling ภาชนะบรรจคุ วรโปรง เพื่อใหลมเย็น เปาผานผล เพอ่ื ใหผ ลไดร บั ลมเยน็ สมา่ํ เสมอและใช เวลาในการลดอณุ หภมู เิ ฉยี บพลนั ภายในเวลา 2 ชั่วโมง สตรอเบอร่ี มีจุดเยือกแข็งที่ –0.6 o ซ อณุ หภูมใิ นการเกบ็ รกั ษาคอื 0 o ซ ความชืน้ สมั พัทธ 90-95 % ในกรณีทีม่ ีความชน้ื สัมพัทธต า่ํ ผลจะมอี ตั ราการคายนา้ํ สงู เหี่ยวเร็ว การบรรจุ ในภาชนะทม่ี ี CO2 = 15% จะชวยลดอัตราการหายใจได โรคทเี่ ขาทาํ หลายผลในระยะเกบ็ รกั ษามหี ลายชนดิ การใชส ารเคมปี อ งกนั และกาํ จัด จะเปน อนั ตรายตอ ผบู รโิ ภค ดงั นน้ั หลงั การเกบ็ เกย่ี วตอ งลดอณุ หภมู เิ ฉยี บพลนั บรรจใุ นภาชนะทม่ี ี CO2 สูง เกบ็ รกั ษาในอณุ หภมู ติ ่ํา 0 o ซ Botrytis Rot (Gray mold) เชอ้ื สาเหตุ Botrytis cinerea เปน โรคที่สําคัญทาํ ใหผ ลเนา เสยี ระหวางการเก็บรักษา ถงึ แมจ ะสามารถเจรญิ ไดใ นอณุ หภมู ติ ่ํา แตอ ตั ราการแพรร ะบาดจะไมร นุ แรง Rhizopus Rot เชอ้ื สาเหตุ Rhizopus stolonifer ซึ่งสปอรแพรกระจายโดยลม แตไ มส ามารถ ระบาดไดใ นอณุ หภมู ติ ่าํ กวา 5 o ซ ดงั นน้ั จงึ จําเปน ตอ งควบคมุ อณุ หภูมใิ นหองเกบ็ รกั ษาใหตา่ํ ตลอด เวลา การปอ งกนั และกาํ จดั โรค โรคพชื สารเคมี กอ นเกบ็ เกย่ี ว (วนั ) หมายเหตุ Botrytis Elevate 50 WDG 4 ช่วั โมง ไมควรฉีดติดตอกันกัน 2 ครง้ั Rovral 50WP NTL ฉดี พน เมอ่ื ชอ ดอก เจริญเกินกวา 10 % ฉดี ไมเ กนิ 4 ครง้ั Rovral 4 F NTL ฉดี พน เมอ่ื ชอ ดอก เจริญเกินกวา 10 % ฉดี ไมเ กนิ 4 ครง้ั Captan 50WP 1 Captan 80WP 1 Cuproxat 1 Powdery mildew Sulfur 1 ไมค วรฉดี ในขณะ อากาศรอ น Pythium/ Ridomil Gold EC 0 Phytophthora/ 11
Red stele Aliette 80WDG NTL หามผสม Copper Leather rot Kocide 101 2 Angular leaf Spot Blue Shield Champion WP’s 1 Botrytis, Kocide 2000 2 Leaf scorch, Basicop or 1 Leaf blight Basic Copper53 1 Powdery mildew Kocide 4.5LF Botrytis, Benlate 50WP 1 Leaf scorch, Leaf blight Topsin M 4.5F Topsin M 70W or WSB การปอ งกนั และกาํ จดั แมลง ชอ่ื สารเคมี ชอ่ื การคา กอ นเกบ็ เกย่ี ว (วนั ) แมลง 3 ไรแดงสองจดุ Abamectin AgriMek 0.15EC 0 หนอนคืบ หนอนกระทู Azadirachtin Neemix 0.25% หนอนกัดกินใบ หนอนคืบ Neemazad 4.5% หนอนกระทู หนอนกัดกินใบ Ecozin 3% เพลี้ยไฟ Azatin 3%XL Plus เพลย้ี ออ น เตา หนอน เจาะผล มวน แมลงวัน ทอง แมลงหวข่ี าว หนอนคืบ เพลย้ี ออ น หนอนกระทู เตา หนอนกัดกินใบ 12
Bacillus thuringiensis Javelin WG เพลี้ยไฟ แมลงหวข่ี าว 0 หนอนคืบ Lepinox WDG Biobit XL หนอนกระทู DiPel ES หนอนกัดกินใบ 0 หนอนกระทู Bacillus thuringiensis Agree WG หนอนคืบ aizawai 1 หนอนกระทู หนอนคืบ Xentari 0 หนอนกระทู หนอนคืบ Naled DiBrom 8-E 0 หนอนกระทู Neem Oil Trilogy 0 หนอนกระทู Propargite Omite30W หนอนคืบ Pyrethrins Pyrellin EC หนอนกระทู 1 หนอนมว นใบ ไรแดง เพลย้ี ออ น 0 เพลย้ี ออ น ไรแดง เพลี้ยไฟ แมลงหวข่ี าว 1 ป ใชเฉพาะผลิตไหล ไรแดง 12 ชั่วโมง เพลี้ยไฟ ไรแดง เอกสารอา งองิ ณรงคช ยั พิพัฒนธนวงศ พูนสุข คาํ ภา อดุ ม พรหมตัน การปลกู สตรอเบอรี มลู นธิ โิ ครงการหลวง เชียงใหม หนา 91 Boyette,D.M., L.G.Wilson and E.A. Estes. 2003. Postharvest Cooling and Handling of Strawberries. The North Carolina Agricultural Extension Service. North Carolina State University. p3. Legard, E.D. 2003. Strawberry Production in Florida. Cooperative Extension Service, Institute of Food and Agricultural Sciences. University of Florida. p16. Mitcham,J.E., C.H. Crisosto and A.A. Keder. 2003. Strawberry; Recommendations for 13
Maintaining Postharvest Quality. Department of Pomology. University of California, Davis. CA 9516.p3. Poling, B.E. 1993. Strawberries in the Home Garden. Leaflet No: 8205. North Carolina State Cooperative Extension Service. p 6 . 14
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: