DIGITAL BANKING ก า ร เ งิ น ดิ จิ ทั ล
1.Digital Disruption การเข้ามาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีด้านดิจิทัลในชีวิต โดยเข้ามา Disrupt หรือ เปลี่ยนแปลงวิธีการที่เราใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบัน โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ยก ตัวอย่างเช่น การมีอยู่ของ Pager โทรเลข เทป และ Floppy Disk ซึ่งปัจจุบันเรายัง เห็นอยู่ที่หน้าจอบนซ้ายของ Microsoft Office แต่เรานึกว่ามันคือสัญลักษณ์แทนคำว่า Save โดยในปัจจุบันการมีอยู่และดับไปของเทคโนโลยีต่าง ๆ จะเป็นไปอย่างก้าวกระโดด ในลักษณะ Exponential
2.Internet of Things (IoT) เทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนของข้อมูลระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ต่างชนิดกันบนเครื่อข่ายอินเทอร์เน็ต นำมาซึ่งการนวัตกรรมสุดล้ำ เช่น รถยนต์ไร้คนขับ บ้านอัจฉริยะ และยังนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อีกมากมาย เช่น Internet of Things in the retail industry สำหรับธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ หรือ Internet of Medical Things (IoMT) เทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาปฏิวัติวงการ แพทย์ของโลกในปัจจุบัน
3.Cloud “คลาวด์” ที่ไม่ได้แปลว่าก้อนเมฆบนท้องฟ้า แต่นี่คือ Cloud Computing หรือ การ ประมวลผลระบบคลาวด์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีคุ้นหูคนยุคใหม่ที่เข้ามาทำให้การจัดเก็บและเข้า ถึงแหล่งข้อมูลเป็นเรื่องง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนในโลกก็ตาม เปรียบ เสมือนเราเอาข้อมูลนั้นฝากไว้บนก้อนเมฆ แล้วสามารถเรียกใช้งานข้อมูลนั้นได้ทุกที่ทุก เวลาผ่านระบบอินเทอร์เน็ตอีกด้วย
4.Big Data แหล่งข้อมูลขนาดใหญ่มากจากการรวมตัวของข้อมูลจาก Cloud หรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เพื่อรอวันนำออกมาวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ และมีความซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง อ้างอิงจาก สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
5.Artificial Intelligence (AI) คือเทคโนโลยี “ปัญญาประดิษฐ์สุดล้ำ” ที่ใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ มาประมวลผล คิด วิเคราะห์ ทำให้คอมพิมเตอร์ หุ่นยนต์ ทุกวันนี้เทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทในการ สร้างความสามารถให้แก่เครื่องจักรและคอมพิวเตอร์มากยิ่งขึ้น โดยใช้หลักอัลกอริทึมและ กลุ่มเครื่องมือทางสถิติ ที่ทำให้ชาญฉลาดถึงขั้นสามารถเลียนแบบความสามารถของมนุษย์ ที่ซับซ้อนได้ เช่น จดจำ แยกแยะ ให้เหตุผล ตัดสินใจ คาดการณ์ สื่อสารกับมนุษย์ เป็นต้น ในบางกรณีอาจไปถึงขั้นเรียนรู้ได้ด้วยตนเองได้ด้วย ระบบที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน คือ Alpha Go ที่เล่น Go ชนะแชมป์โลกที่เป็นคน และ Alpha Star ที่เล่นเกม StarCraft ชนะคนที่เป็นแชมป์และรองแชมป์โลก
6.Blockchain Blockchain (บล็อกเชน) เทคโนโลยีที่ใช้เป็นสื่อกลางในการดำเนินธุรกรรมทุกอย่างใน โลก Metaverse เริ่มต้นจากการสร้างชุดเก็บข้อมูลที่เรียกว่า (Block) แล้วส่งไปเรียง ต่อกันเรื่อย ๆ ในลักษณะคล้ายโซ่คล้องกัน เรียกว่า (Chain) โดยเป็นการทำธุรกรรม ด้วยเทคโนโลยีแบบกระจายอำนาจที่ไม่ขึ้นกับตัวกลาง (Decentralized Technology) ทำให้ข้อมูลไม่สามารถถูก Hack ได้ หรือหากมีการโดนเปลี่ยนแปลงข้อมูล ข้อมูลจะถูก ซ่อมด้วย Chain ที่ผูกกัน ซึ่ง Blockchain นั้นเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่ทำให้หลาย เทคโนโลยีสมบูรณ์ อันเนื่องจากความปลอดภัย เช่น ระบบของ Fintech หรือ Internet of Things (IoT) ที่ไม่สามารถ Hack ได้
7.Fungible และ Non-Fungible Token Token คือตัวกลางทางการเงินที่ใช้ใน Digital Asset โดยเราเรียกตัวกลางแต่ละหน่วย เรียกว่า Token Fungible Token คือ สินทรัพย์ Digital ที่สามารถทอนหรือแบ่ง ออกมาได้ แล้วมีมูลค่าในตัวมัน เหมือนเงิน 100 บาท เราสามารถแยกมาเป็น 50 บาท สอง Token (50 x 2 = 100 บาท) ตัวอย่างคือ Cryptocurrency ที่เราพบอยู่ ทั่วไปเช่น Bitcoin 1 Bitcoin เราสามารถซื้อทีละ 0.5 Bitcoin ได้
8.Smart Contract คือ ระบบที่จะช่วยในการเป็นตัวกลางโดยอัตโนมัติ โดยสิ่งนี้มีความสำคัญกับ Digital Disruption มาก คือ ระบบนี้จะทำให้ตัวกลางต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องใช้คน ตัวแทนหรือ องค์กร สมาร์ทคอนแทรคจะมีการระบุกฎระเบียบระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายไว้ ซึ่งจะช่วย อำนวยความสะดวกในเรื่องของการแลกเปลี่ยนเอกสาร หุ้นในบริษัท เงิน สินทรัพย์ และ อื่น ๆ อีกมากมายที่มีมูลค่าในตัวมันเอง ที่นิยมใช้คือบนระบบ Ethereum
9.Metaverse Metaverse คือโลกดิจิทัลที่ผู้ใช้สามารถสื่อสาร ทำกิจกรรม หรือทำงานร่วมกับผู้ใช้คน อื่นได้อย่างเหนือชั้นกว่าโซเชียลมีเดียในปัจจุบัน โดยจะนำเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) เข้ามายกระดับการรับชมและมีส่วนร่วมกับ โลกดิจิทัล นอกจากนี้ Metaverse จะนำเทคโนโลยีบล็อกเชน คริปโตเคอร์เรนซี และ NFT (Non-fungible token) เข้ามาใช้เพื่อทำให้ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนสินค้าและ บริการผ่าน Metaverse ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และไม่ต้องผ่านตัวกลาง ด้วยแนวคิด ดังกล่าว โลกของ Metaverse จะเกิดสื่อและคอนเทนต์รูปแบบใหม่ ๆ ขึ้นมา เหล่า ศิลปินสามารถสร้างผลงานรูปแบบใหม่ ๆ ผ่านเทคโนโลยี AR หรือ VR ไม่ว่าจะเป็นผล งานศิลปะแบบ 3 มิติ เครื่องแต่งกายสำหรับอวตารของผู้ใช้บน Metaverse เป็นต้น หรือจะขายผลงานโดยใช้เทคโนโลยี Cryptocurrency และ NFT ก็ได้เช่นกัน หาก Metaverse ประสบความสำเร็จก็จะทำให้เกิดอาชีพใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกด้วย
10.Cryptocurrency คริปโตเคอร์เรนซี คือสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกเข้ารหัสใช้แลกเปลี่ยนกันได้อย่างอิสระผ่านเครือ ข่ายที่เรียกว่า ‘บล็อกเชน’ (Blockchain) ซึ่งทำงานแบบกระจายศูนย์ ไม่ต้องอาศัย คนกลางมาควบคุม ซึ่งจริง ๆ แล้วคริปโทเคอร์เรนซี เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ Blockchain เพราะเทคโนโลยี Blockchain ทำให้เกิดการไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ พันธบัตรหรือเงิน ซึ่งปัจจุบันเกิดปัญหาการปลอมแปลงขึ้นบ่อยจึงทำให้เกิดคริปโตเค อร์เรนซีขึ้นมา นอกจากนี้คริปโตเคอร์เรนซี ก็ถูกนำมาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนแทน เงินในโลกของดิจิทัล เช่น หากเราต้องการซื้อที่บน Decentraland เราเอาเงิน Dollar หรือ Fiat Money ไปซื้อไม่ได้ เราต้องใช้ Token คือเหรียญ Mana ไปซื้อมาได้เช่น กัน
1.Bitcoin (BTC) Bitcoin ถูกพัฒนาขึ้นจากผู้ที่อ้างชื่อ Satoshi Nakamoto ที่ออกเปเปอร์มาในปี 2008 และสร้างเหรียญออกมาในปี 2009 ด้วยเป้าหมายตั้งต้นของการนำเทคโนโลยี บล็อกเชนมาสร้างสกุลเงินแบบกระจายศูนย์ที่สามารถรักษามูลค่าและทำธุรกรรมได้โดย กำจัดตัวกลางเช่น ธนาคาร ออกไป ผลที่ได้ก็คือ เครือข่ายสกุลเงินดิจิตอลตัวแรกที่ถูกนำ มาทดลองใช้ในวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ตับแต่วันนั้น ปัจจุบัน Bitcoin ยังเป็นเหรียญที่มีเครือ ข่ายผู้ใช้ใหญ่ที่สุดและมีมูลค่าตามราคาตลาดสูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่งที่ 9.3 แสนล้าน ดอลลาร์สหรัฐ
2.Ethereum (ETH) Ethereum เป็น Blockchain อีกเครือข่ายหนึ่ง ซึ่งถึงแม้จะมีระบบกระจาย ศูนย์กลางในการประมวลผลเหมือนอย่าง Bitcoin Blockchain แต่สิ่งที่ทำให้ Ethereum เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ที่แตกต่างออกไป นั่นคือการที่ Ethereum เป็น Programmable Blockchain หรือ Blockchain ที่สามารถให้ผู้ใช้งาน ใส่ Smart contract เข้าไปรันใน Blockchain ได้
3.Solana(SOL) Solana (SOL) คือเครือข่ายบล็อกเชนที่โดดเด่นด้านความเร็วในการทำธุรกรรม สามารถ รองรับธุรกรรมได้สูงถึง 50,000 ธุรกรรมต่อวินาที และใช้เวลาในการสร้างบล็อกเพียง 400 มิลลิวินาทีต่อบล็อก จึงทำให้ Solana ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเครือข่าย บล็อกเชนที่เร็วที่สุดในปัจจุบัน
4.Cardano(ADA) Cardano คือบล็อกเชนแบบ Proof-of-Stake โดยมีเหรียญ ADA เป็นเหรียญหลักที่ ใช้ในเครือข่าย ก่อตั้งขึ้นโดย Charles Hoskinson หนึ่งในอดีตผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่าย Ethereum ปัจจุบันเป็น CEO ของบริษัท Input Output Hong Kong (IOHK) ที่ พัฒนา Cardano มาอย่างต่อเนื่อง
5. Ripple(XRP) คือเครือข่าย Private/Consortium Blockchain สำหรับการชำระเงินของสถาบันการ เงินที่ใช้ XRP เป็นสกุลเงินตัวกลางหรือสะพาน (Bridge Currency) ในการทำ ธุรกรรมข้ามสกุลเงิน (รวมถึง Bitcoin ด้วย) โดยสรุปคือ Ripple และ XRP ใช้ เทคโนโลยีเดียวกัน แต่ XRP ที่เทรดกันในตลาดนั้นไม่ได้ใช้ระบบเครือข่ายร่วมกับสถาบัน การเงินที่ใช้หรือมี Ripple เป็นเจ้าของแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามแม้จะมีความพยายาม เพิ่มจำนวน Validator เพื่อให้ XRP มีความเป็น Decentralized มากขึ้น แต่ ธุรกรรมก็สามารถถูก Freeze ได้ที่ปลายทางเมื่อเงินที่โอนนั้นถูกแลกเปลี่ยนเป็นสกุลอื่นที่ ไม่ใช่ XRP หากพบว่าธุรกรรมนั้นน่าสงสัย
6. Polkadot(DOT) Polkadot คือเครือข่ายบล็อกเชนที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2020 จากฝีมือของ Gavin wood อดีตหนึ่งในทีมผู้สร้าง Ethereum โดย Polkadot มีจุดประสงค์ที่คล้ายกับ Ethereum และ Cardano แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เทคโนโลยี Relay Chain, Parachains, และ Bridges ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเชื่อมต่อบล็อกเชนอื่น ๆ เข้าด้วยกัน Polkadot จึงเรียกเครือข่ายของตัวเองว่าเป็น Internet of Blockchain
7. Dogecoin(DOGE) Dogecoin (DOGE) อ่านว่า โดชคอยน์ หรือเหรียญน้องหมาถือได้ว่าเป็น “โคลนนิ่ง” ของ Bitcoin ที่ทำงานด้วยระบบ PoW (Proof of Work) หรือการขุด ตัวเหรียญ ถูกสร้างขึ้นบน Blockchain ของตัวเองในรูปแบบการกระจายศูนย์ (Decentralized) ที่ทำให้คนสามารถแลกเปลี่ยนคริปโตกันได้แบบไม่ต้องผ่านคนกลางตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบัน Dogecoin กำลังถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลกมันถูกพัฒนาขึ้น บนพื้นฐานของ Litecoin (LTC) โดยถูกสร้างขึ้นตาม Meme (มีม) ที่เป็นเหมือนการ ล้อเลียนรูป “สุนัขชิบะมองด้วยหางตา” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์การ์ตูนตลกใน อเมริกาเรื่อง “Homestar Runner”
8. Uniswap(UNI) Uniswap คือแพลตฟอร์มสำหรับแลกเปลี่ยน เหรียญดิจิทัลที่ใช้มาตรฐาน ERC20 เช่น Ethereum (ETH), Basic Attention Token (BAT) หรือ OmiseGO (OMG) โดย Uniswap ถูกสร้างขึ้นบนบล็อกเชน Ethereum และใช้ Smart Contract การ แลกเปลี่ยนเหรียญจึงเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลาง โดยมีค่าธรรมเนียมเป็น เหรียญ ETH ประมาณ 0.3% ของมูลค่าการแลกเปลี่ยน
9. Litecoin(LTC) Litecoin (ไลท์คอยน์) หรือที่ใครหลายคนเ รียกว่าเหรียญ LTC ซึ่ง Lite Coin คือ หนึ่ง ในสกุลเงินดิจิตอลแรกๆ ที่เข้าสู่ตลาด โดยเ ปิดตั้ง ตั้งแต่การเริ่มต้นของเหรียญดิจิตอล (Cryptocurrency) ที่บางครั้งก็เป็นที่รู้จักในส่วนหนึ่งของ Decentralization (ระบบ ของ Blockchain ที่ไม่ต้องผ่านตัวกลาง)
10. Bitcoin Cash(BCH) เBนืC่อHงจาCกoนัiกnพัคฒือนสกาุบลาเงงินคดนิจกิัทงัวลลซึ่เงกีเ่ปย็นวกผับลขม้อาจจำา กกัดกดา้รานHเวaลrาd Fork ของ Bitcoin รวมถึงการใช้งานบนระบบ บล็อคเชนของ Bitcoin สาเหตุหลักมาจากกา รจำกัดขนาดของบล็อกเพียง 1MB ทำให้ เกิดการต่อคิวรอ 3-4 วัน ในการทำการยืนยันธุรกรรม
ข อ จ บ ก า ร นำ เ ส น อ นายพีรภัทร์ บุษราคำ
Search
Read the Text Version
- 1 - 22
Pages: