คูม่ อื การจัดกิจกรรม STEM With Scratch Program กิจกรรม: กลอ่ งสอบถามความคิดเหน็ อัจฉรยิ ะ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สถาบนั สงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ABOUT US S : Science ัผงมโน ัทศ ์น ขนั้ ที่ 1: สร้าง/บัดกรีวงจรตามท่แี สดงในคําตอบของ ทฤษฎไี ฟฟา กฎของโอหม คาํ ถามขอ 2 ทัง้ หมด 2 ชุด ตอวงจรเขากับ จุดเช่ือมตอ กฎการแบงแรงดัน A และ B ของแผงวงจร IPST LINK ขัน้ ท่ี 2: สรางสไปรทชอื่ check-a เพ่ือใชตรวจสอบ T : Technology สถานะของแผงสวติ ชท่ตี อเขากบั จุดเชือ่ มตอ A สราง ตัวแปรทเ่ี ห็นเฉพาะสไปรทตัวเองชอื่ count, val, การประยกุ ตใชคอมพิวเตอร old_r และ r และตัวแปรท่เี ห็นทกุ สไปรทชือ่ a0, a1 เพือ่ รวบรวมและประมวลผล สารสนเทศ และ a2 ข้ันที่ 3: สรางสคริปตSensor LED E : Engineering การออกแบบชนิ้ งานใหเหมาะสม กับการใชงาน การเลอื กวัสดุ M : Mathematics ระบบตวั เลขฐานสอง การแปลงฐานเลข การแกสมการ รวบรวม : ครพู นิดา นอ้ ยศรี SensorLINK Scratch IPST Link
คมู อื การจดั กิจกรรมสะเต็มศกึ ษาดว ยโปรแกรม Scratch กิจกรรมกลองสอบถามความเห็นอัจฉริยะ กลอ งสอบถามความคดิ เหน็ อัจฉรยิ ะ ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน เวลา 360 นาที สาระสาํ คญั การสํารวจความคิดเห็นโดยท่ัวไปมักอยูใ นรูปคําถามบนกระดาษหรือขอใหผเู ขารว มยกมอื เพือ่ สํารวจ คาํ ตอบ การใชระบบอิเล็กทรอนกิ สในการรวบรวมคาํ ตอบเปน การประยกุ ตใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อลด เวลาและเพิม่ ความสะดวกในการรวบรวมขอมูลเพอื่ นาํ มาประมวลผลเปน สารสนเทศตอ ไป แผงวงจร SensorLINK ใชเปน ส่ือกลางในการเชอ่ื มโยงสครปิ ตทเี่ ขียนบนโปรแกรม Scratch เขากบั โลกภายนอกเพอื่ ตรวจสอบสถานะของสงิ่ ตาง ๆ ผานอุปกรณต รวจจบั ได แตแ ผงวงจร SensorLINK มีขอ จาํ กดั เร่อื งจาํ นวนจดุ เชื่อมตอ ท่มี เี พียง 4 จุดในการเชือ่ มตอกับอุปกรณภายนอก ซง่ึ ไมเพยี งพอในสถานการณทมี่ ี จํานวนผตู อบคําถามมากกวา 4 คน กจิ กรรมนี้ประยกุ ตใชความรพู ืน้ ฐานดานทฤษฎที างไฟฟาและคณิตศาสตร เพอ่ื เพมิ่ ขยายความสามารถของแผงวงจร SensorLINK เพื่อใหรองรบั การเชอื่ มตอ กับสวติ ชไดมากกวา หนง่ึ ตัว ตอ หน่งึ จุดเช่อื มตอ ตวั ชวี้ ัด คณติ ศาสตร คอมพิวเตอร ออกแบบและเทคโนโลยี วิทยาศาสตร - แกส มการเชงิ เสน ตวั - การแกป ญ หา - วเิ คราะหและเชอ่ื มโยง -สงั เกตและอธบิ ายการ แปรเดยี วโดยใชสมบตั ิ - เขียนโปรแกรมขั้น ความสมั พนั ธระหวา ง ทาํ งานของตัวตา นทาน ของการเทากัน พ้นื ฐาน เทคโนโลยีกบั ศาสตรอ ่ืน ไดโอด ทรานซิสเตอร - สรางสมการเชงิ เสน ตวั และการตอ วงจร แปรเดียวจาก อิเลก็ ทรอนิกสเ พ่อื ให สถานการณของปญ หาท่ี วงจรทาํ งานตามตอ งการ กําหนดใหแ ลวหาคําตอบ - ออกแบบและประดษิ ฐ ของสมการเพือ่ หา เครอ่ื งใชไฟฟาอยา งงาย คําตอบของปญหา โดยใชหลักการของไฟฟา อิเล็กทรอนิกสอ ยา งงาย โดยใชก ระบวนการทาง วศิ วกรรมศาสตรใ นการ แกปญ หาและประดษิ ฐ ช้นิ งาน สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 1
คูมือการจัดกิจกรรมสะเตม็ ศกึ ษาดวยโปรแกรม Scratch กจิ กรรมกลองสอบถามความเห็นอจั ฉริยะ สาระการเรียนรู วิทยาศาสตร กฎการแบง แรงดนั เปน กฎทีน่ ํามาคาํ นวณหาการกระจายแรงดันไฟฟาบนความตา นทานสองตัวทต่ี อ อนุกรมกัน เมอ่ื ทราบความตานทานของตวั ตา นทานตัวหนึง่ และแรงดนั ทแี่ ตล ะจุด จะสามารถคาํ นวณคาความ ตานทานของจุดท่ีเหลือได ตวั ตา นทานสามารถนํามาผสมกันในรปู อนุกรมหรอื ขนานเพ่ือสรางความตานทานทตี่ องการขึ้นมาได โดยไมจาํ เปนตองหาซือ้ ตวั ตานทานทมี่ ีคานนั้ ๆ มาใชโ ดยตรง อกี ทัง้ หลกั การการนําตัวตานทานมาตออนกุ รม กันสามารถนํามาสรางเปนความตา นทานท่รี ะบสุ ถานะการกดสวิตชแตล ะปุมในวงจรได คณติ ศาสตร จาํ นวนเต็มคาเดยี วกันสามารถนาํ เสนอเปนตัวเลขท่แี ตกตางกันในระบบเลขฐานตา ง ๆ โดยเลขฐานแต ละระบบมีความเหมาะสมในการนําไปใชง านในสถานการณทแี่ ตกตางกัน ระบบตัวเลขฐานสิบเปนฐานทใ่ี ชใ น การสือ่ สารกบั คนอ่นื ๆ เพราะเปน เลขฐานท่คี นคนุ เคยทสี่ ดุ ระบบตัวเลขฐานสองเปนระบบทีใ่ ชสัญลกั ษณ เพยี งสองสญั ลกั ษณ จงึ นยิ มนํามาประยกุ ตใชบ ันทกึ จาํ นวนเตม็ ลงบนชดุ ของหนว ยบนั ทกึ ขอมูลทีแ่ ตล ะหนว ยมี เพียงสองสถานะ เชนหนวยความจําของคอมพิวเตอร นอกจากนน้ั ยังสามารถนาํ มาใชร วบรวมสถานะของ อุปกรณส องสถานะหลาย ๆ ตวั เชน สวิตช ใหก ลายเปน จาํ นวนเพียงหนึ่งคา ได หลักการน้ีจึงนาํ มาใชทําให สวิตชมากกวา หนึ่งตัวสง สถานะออกมาในชอ งสญั ญาณเดยี วกนั ได ความสมั พันธร ะหวา งปรมิ าณตาง ๆ ในธรรมชาตเิ ชน การเคล่อื นทข่ี องวัตถุ กระแสไฟฟา แรงดัน ความตานทาน มกั ถูกอธบิ ายไวเ ปน สมการ การคาํ นวณหาปรมิ าณที่ไมท ราบคาจากปรมิ าณท่ีทราบคาแลว จําเปนตอ งใชพ้นื ฐานเรอ่ื งการแกสมการทางคณิตศาสตรม าเปน ตัวชวย คอมพิวเตอร สถานะของสวติ ชถ ูกอา นมาในรปู แรงดัน อาศัยทฤษฎีทางไฟฟา ทําใหคาํ นวณคา ความตา นทานและนํา ผลลพั ธไปคํานวณเปน ตวั เลขในระบบฐานสองเพอ่ื บงบอกสถานะการกดปุมของสวติ ชแ ตล ะตัว สตู รการ คาํ นวณความตานทานและกลไกการแปลงจํานวนใหอ ยใู นรูปตวั เลขฐานสองมีขนั้ ตอนวธิ ีท่ชี ัดเจน สามารถ นาํ มาสรา งเปนโปรแกรมคอมพวิ เตอรใ นรปู สครปิ ตบ นโปรแกรม Scratch เพ่อื นําผลลพั ธการกดมาแสดงผลใน รปู แบบตา ง ๆ ได การออกแบบเทคโนโลยี นอกเหนือจากเพียงการอา นสถานะการกดปมุ ของสวิตชแ ละแสดงผลใหถ ูกตองแลว อุปกรณทุกอยา ง ตอ งมกี ารออกแบบใหอยูในกลอ งที่มน่ั คงถาวร พรอ มประกอบจุดเชือ่ มตอท่ีนาํ ไปขยายเพมิ่ เติมไดโดยงายเพื่อ ความสะดวกในการนําไปใชงานจริง อกี ทงั้ ตอ งมกี ารคาํ นึงถงึ สถานการณการใชง าน อาทิเชนการติดปายช่ือ การแปะปา ยแสดงจดุ เชอื่ มตอ และการสรา งฉากบังสวิตชหากตองการใหค าํ ตอบทีเ่ ลือกเปน ความลับ สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 2
คูมือการจัดกิจกรรมสะเต็มศกึ ษาดวยโปรแกรม Scratch กิจกรรมกลอ งสอบถามความเหน็ อัจฉริยะ ผงั มโนทศั น T: เทคโนโลยี S: วิทยาศาสตร การประยกุ ตใชค อมพวิ เตอรเพอ่ื รวบรวมและประมวลผล ทฤษฎีไฟฟา กฎของโอหม กฎการ สารสนเทศ แบงแรงดัน M: คณติ ศาสตร เครอื่ งสาํ รวจ ระบบตัวเลขฐานสอง การแปลง ความคิดเห็น ฐานเลข การแกส มการ อัจฉริยะ E: วิศวกรรมศาสตร การออกแบบชน้ิ งานใหเหมาะสม กบั การใชง าน การเลอื กวสั ดุ จุดประสงค ปรับใหม นกั เรียนสามารถขยายขดี ความสามารถของ SensorLink ใหร องรบั การตรวจสอบอินพุตทม่ี ากข้นึ ได วสั ดอุ ุปกรณ ปรับใหอยใู นรปู ตารางที่มี 2 column (รายการวสั ดุ ,จาํ นวน) 1. หวั แรง 10. สวา นมือ 2. ทีพ่ ักหวั แรง 11. กรรไกร 3. ทดี่ ูดตะกัว่ 12. สายไฟคดู าํ แดงยาว 1 เมตร 6 เสน 4 ตะกวั่ 13. สวทิ ชกดตดิ ปลอยดบั 6 ตวั 5 คมี ตัด 14. กลอ งอเนกประสงค 6 กลอง 6. คีมปากแหลม 15. แผนวงจรอเนกประสงค 2 แผน 7. มีดคตั เตอร 16. ตัวตานทาน 10 kΩ 2 ตวั 8. โอหมมเิ ตอร 17. ตัวตา นทาน 20 kΩ 6 ตวั 9. ไขควง 18. หัวตอสายแบบ JST 3 ขา จํานวน 6 ชุด แนวการจดั กจิ กรรมการเรียนรู กิจกรรมนําเขาสบู ทเรียน (60 นาท)ี 1. ครูยกตัวอยางปญ หา เชน ปลั๊กไฟในบา นมเี พยี งชองเดียว แตม อี ปุ กรณไ ฟฟาหลายอยา ง จะแกป ญ หา อยางไร ทจี่ ะทําใหส ามารถใชอ ปุ กรณพ รอ มกนั ได (แกปญหาโดยการใชป ลัก๊ พว ง) 2. ครูตัง้ ประเดน็ ปญ หาของอุปกรณ IPST Link ทม่ี ีชอ งตอ สวติ ชเ พียง 4 ชอง คอื ชอ ง A, B, C และ D นน่ั หมายความวา ตอสวติ ชสงู สดุ ไดเพยี ง 4 ตวั เทา น้นั แตถ า ตอ งการให IPST Link ใชสวิตชพรอมกัน สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 3
คมู อื การจดั กิจกรรมสะเตม็ ศึกษาดวยโปรแกรม Scratch กิจกรรมกลอ งสอบถามความเหน็ อจั ฉริยะ ไดมากกวา 4 ตัว นกั เรยี นจะแกป ญ หาอยา งไร กจิ กรรมการเรียนการสอน(240 นาที) 3. ครใู หนกั เรียนแบง กลุม กลมุ ละ 3-5 คน ใหน กั เรียนชว ยกันออกแบบพรอ มเสนอแนวคดิ ในการเพ่ิม ขยายความสามารถของแผงวงจร SensorLINK เพ่อื ใหรองรบั การเช่อื มตอ กับสวติ ชไ ดมากกวา หนึง่ ตัว ตอ หนง่ึ จุดเช่ือมตอ 4. ครใู หนักเรยี นแตละกลุมทําใบกิจกรรมท่ี 1 เรอื่ ง ทดลองตรวจสอบคาความตา นทาน และใบกจิ กรรม 2 เรอ่ื ง ทดสอบสวติ ช พรอมทง้ั แจกอปุ กรณใ หแ ตละกลมุ 5. ครใู หนกั เรียนทําใบกจิ กรรมท่ี 3 เรื่อง กลอ งสอบถามความคิดเห็นอัจฉรยิ ะ กจิ กรรมสรปุ การเรยี นการสอน(60 นาที) 6. นักเรียนนําเสนอชิน้ งานและแนวทางในการปรับปรงุ แกไ ข 7. ครูและนกั เรยี นรวมกนั อภิปรายและสรุปเกยี่ วกับกิจกรรมขีดความสามารถของ SensorLink ให รองรับการตรวจสอบอินพุตท่ีมากกวา 4 จุด สถาบันสงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 4
คูมอื การจัดกจิ กรรมสะเต็มศกึ ษาดว ยโปรแกรม Scratch กิจกรรมกลอ งสอบถามความเห็นอัจฉริยะ การวดั ผลประเมินผล ระดับคะแนน 1.ใบกิจกรรม 32 2.แบบประเมนิ ชน้ิ งาน ตัวอยางเกณฑก ารประเมินช้ินงาน ประเดน็ ประเมนิ 4 1 แนวคดิ ในการ ชน้ิ งานทีค่ ิดขึน้ เพ่อื ชิน้ งานทค่ี ดิ ข้ึนเพอ่ื ช้ินงานทคี่ ิดขน้ึ เพอ่ื ชิ้นงานที่คดิ ขึน้ เพ่อื แกป ญ หา แกปญหามคี วาม แกป ญหามีความ แกป ญ หามีความ แกป ญ หาไม สอดคลอ งกบั สอดคลองกับ สอดคลองกบั สอดคลอ งกบั เงอ่ื นไขทก่ี ําหนดให เงือ่ นไขที่กําหนดให เง่อื นไขท่กี าํ หนดให เงอื่ นไขทกี่ ําหนดให ท้งั หมด เปน สว นใหญ เปนบางสว น ประสิทธิภาพของ ขีดความสามารถ ขดี ความสามารถ ขดี ความสามารถ ขีดความสามารถ ผลงาน ของ IPST LINK ที่ ของ IPST Link ท่ี ของ IPST Link ที่ ของ IPST Link ไม รองรับจดุ เช่อื มตอ รองรับจุดเชอ่ื มตอ รองรบั จดุ เชือ่ มตอ รองรับจดุ เชื่อตอ ได 9 จดุ ขนึ้ ไป ได 5 - 8 จดุ ได 1- 4 จดุ ความถูกตอ งของ ความถกู ตองของ ความถกู ตอ งของ ความถกู ตองของ ความถกู ตอ งของ ผลงาน ผลงานได 10 ครัง้ ผลงาน 7 - 9 ครัง้ ผลงาน 4 - 6 คร้งั ผลงานไมเกนิ 3 คร้ัง การใชก ระบวนการ ออกแบบได ออกแบบได ออกแบบไดส มบูรณ ออกแบบไดไม ออกแบบชน้ิ งาน สมบรู ณใ ชง านได สมบูรณใ ชงานได 2 ใชง านได 1 สวติ ช สมบรู ณไ มส ามารถ สวิตช ใชงานได มากกวา 3 สวิตช การบรู ณาการ สามารถอธบิ าย สามารถอธิบาย สามารถอธิบาย ไมส ามารถอธบิ าย ความรู STEM ความรูด า น ความรูที่เกี่ยวของ ความรูท่เี กย่ี วขอ ง ความรูท เ่ี ก่ียวขอ ง วทิ ยาศาสตร กบั การออกแบบ กบั การออกแบบ กบั การออกแบบ คณิตศาสตร และ ผลงานไดชัดเจน ผลงานไดชัดเจนถกู ผลงานได เทคโนโลยีที่ ถกู ตอ ง 2 ดา น ดานเดยี ว นํามาใชใ นการ ออกแบบผลงานได ชัดเจนและถกู ตอง ครบ 3 ดาน สื่อและแหลง เรยี นรู 1. ใบความรทู ี่ x.1 เรื่อง การวัดคา ความตา นทานผา นจุดเชือ่ มตอ ภายนอกของ IPST Link 2. ใบความรทู ่ี x.2 เร่ือง การแสดงจาํ นวนในระบบฐานสองดว ย Scratch สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 5
คูม ือการจัดกิจกรรมสะเตม็ ศึกษาดว ยโปรแกรม Scratch กจิ กรรมกลอ งสอบถามความเหน็ อัจฉริยะ ใบความรูท ี่ 1.1 เร่ือง การวดั คาความตา นทานผานจดุ เช่ือมตอภายนอกของ IPST LINK จุดเช่อื มตอตัววัดภายนอกของ IPST LINK บอรด IPST LINK มีจุดทอ่ี นุญาตใหนาํ เอาตัวจบั ชนิดอน่ื ๆ มาเชือ่ มตอ ไดอ กี ถงึ 4 อุปกรณ ผา นจุดเชื่อมตอ บน บอรด ดังภาพ โดยอุปกรณตรวจจบั นั้นตองใหค าความตานทานท่เี ปล่ียนแปลงไปตามสภาพทตี่ อ งการวัดได เพอื่ ให Scratch สามารถนาํ คาท่อี านไดไปประมวลผลตอไป ตัวอยางเชนตัวตานทานทีไ่ วตอ แสง (Light- Dependent Resistor – LDR) จะใหคา ความตานทานมากในทีม่ ืด และความตา นทานนอ ยในท่ีสวาง จดุ เช่อื มตอตวั วัดภายนอก สูงสุด 4 จุด อปุ กรณว ดั ทค่ี วามตา นทาน เปล่ยี นไปตามสภาพทต่ี อ งการวัด จุดที่นําอุปกรณต รวจจับในรปู ความตานทานมาเชื่อมตอเปน จุดหมายเลข 1 และ 2 ดงั แสดงในภาพดา นซา ย ซงึ่ เม่อื ดึงออกมาเฉพาะองคประกอบทีเ่ กยี่ วขอ งจะไดวงจรอยางงา ยตามรปู ดานขวา +5V 5V 100k 100k วัดแรงดนั 1 2 3 จุดเช่อื มตอ R V = แรงดันตกครอ ม ความตางศักย V ท่ี SensorLINK วัดไดน นั้ สามารถอานคา ไดจากบล็อก sensor value โดยคาท่ีไดจะเกิดจากการเทยี บสดั สวนแรงดันท่วี ัดไดกับแรงดนั 5V ใหอ ยใู นชวง 0-100 ตามความสมั พนั ธ ������ = ������ × 100 (1) 5 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 6
คูมือการจดั กิจกรรมสะเตม็ ศกึ ษาดวยโปรแกรม Scratch กิจกรรมกลองสอบถามความเหน็ อจั ฉริยะ การคํานวณคา ความตานทานจากบลอ็ ก Sensor Value จากรูปวงจรขา งตน ความสมั พันธระหวา งแรงดัน V และความตา นทาน R เปน ไปตามกฎการแบง แรงดันตาม ความสมั พนั ธ ������ = ������ × 5 ������+100000 นําไปแทนใน (1) จะไดวา ������ = ������ × 5 × 100 5(������+100000) แกส มการเพื่อหาสูตรการคาํ นวณคา R จากคา S ท่ไี ดจ ากเซนเซอรบ ลอ็ กจะไดว า ������ = 100000������ (2) 100−������ ดังนนั้ หากนําเอาตวั ตรวจจับที่ใหคา เปน ความตา นทานมาเชื่อมตอ เขา กับจุด A ของ SensorLINK จะสามารถ สรา งสคริปตเพ่อื คํานวณคาความตา นทานของตัวตรวจจับไดด งั ตัวอยาง สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 7
คูมอื การจดั กจิ กรรมสะเต็มศกึ ษาดว ยโปรแกรม Scratch กจิ กรรมกลอ งสอบถามความเหน็ อจั ฉริยะ ขอ ควรระวงั สตู รการคาํ นวณขา งตนอาศยั กฎการแบงแรงดัน ซ่งึ ต้ังอยูบนสมมติฐานท่ีวา ตองไมมีกระแสไหล ณ จดุ ท่ที ําการ วดั แรงดนั 5V 100k ไมม กี ระแสไหล R อยางไรก็ตาม ชปิ ตรวจจับแรงดันบนแผงวงจร SensorLINK ซง่ึ เปนอุปกรณอเิ ลคทรอนกิ สท ี่นํามาเชื่อมตอ ณ จดุ น้ีไมส ามารถปอ งกันใหเกดิ การไหลของกระแสไดอ ยางสมบูรณ ดังภาพ 5V 100k ชปิ ตรวจจบั แรงดัน กระแสไหลรวั่ ไหล R แมวา กระแสรวั่ ไหลจะมีปริมาณคอ นขางนอย แตก ระแสสวนนเ้ี ม่ือไหลผานตวั ตานทานขนาด 100 กโิ ลโอหม บนแผงวงจร IPST LINK น้ันกอใหเ กดิ การเปล่ียนแปลงแรงดันอยา งมนี ยั สาํ คญั อีกทง้ั กระแสท่รี ่วั ไหลน้มี กี าร กระเพ่ือมไปมาอยตู ลอดเวลา ทําใหแ รงดนั ทว่ี ดั ไดจาก Scratch มีคา ไมค งที่ คา R ท่ีคาํ นวณไดจ ากสครปิ ต ขา งตน จงึ มกี ารเปลีย่ นแปลงอยตู ลอดแมว า คา ความตา นทานของตัวตรวจจบั ไมม ีการเปล่ียนแปลงใดๆ เลยก็ ตาม การออกแบบโปรแกรมและชิ้นงานจึงตองพจิ ารณาถึงความคลาดเคล่อื นทีเ่ กิดขน้ึ นี้ไวด วย การแกปญหาความคลาดเคล่ือนดังกลาว อาจแกไขโดยการตรวจสอบคา ซ้าํ หลายครงั้ จะทาํ ใหคา ความตานทานผดิ พลาดนอยลง ดงั สครปิ ตนี้ สถาบนั สง เสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 8
คูมอื การจดั กจิ กรรมสะเต็มศึกษาดวยโปรแกรม Scratch กจิ กรรมกลอ งสอบถามความเหน็ อจั ฉริยะ ใบความรูท่ี 1.2 เรื่อง การแสดงจํานวนในระบบฐานสองดวย Scratch จํานวนเตม็ บวกทกุ จํานวนสามารถเขียนอยใู นรปู ตวั เลขในระบบฐานอ่ืนตั้งแตฐ านสองขึน้ ไปไดเ สมอ การใช ระบบฐานเลขที่แตกตา งกนั ไมไ ดสง ผลตอคา ของตวั เลขนั้น ๆ แตอ ยางใด เพยี งแตใ หผ ลลพั ธใ นรปู ตัวเลขการ นาํ เสนอที่ตา งกันไปเทา นน้ั ดงั น้นั การเลือกระบบฐานเลขจึงข้นึ อยกู บั ความเหมาะสมและสะดวกในการใชงาน เทา นั้น เชนเราใชร ะบบเลขฐานสิบในการสอ่ื สารกบั คนอืน่ ๆ เพราะเปน ระบบท่เี ราคุนเคยกันมากทส่ี ดุ ระบบตัวเลขฐานสอง ระบบตวั เลขฐานสองประกอบดวยสญั ลักษณเ พียงสองตัวคอื 0 และ 1 จงึ นยิ มใชในสถานการณท่ีตอ งการ บันทกึ จํานวนใด ๆ ดว ยหนว ยบนั ทึกท่มี เี พยี งสองสถานะ ตัวอยางเชน หนว ยความจําของคอมพวิ เตอรม กี าร บันทกึ จาํ นวน 1234 (เขียนในรูปฐานสิบ) โดยตีความเปนตวั เลขฐานสองกอ นดังน้ี (123)10 = (1111011)2 จากน้ันจึงนําแตละหลักของ 1111011 มาบนั ทกึ ไวในวงจรไฟฟาที่เกบ็ สถานะ 0 (ปด ) และ 1 (เปด) ในทางตรงกันขาม ระบบฐานสองมปี ระโยชนใ นการบนั ทึกรายการขอ มูลทีข่ อมลู แตล ะชนิ้ มสี ถานะที่ เปน ไปไดเ พียงสองสถานะใหเ ปนจาํ นวนเต็มเพยี งจํานวนเดียว ตวั อยา งเชนสวติ ช 4 ตวั มสี ถานะการกดเปน กด กด ปลอย และกด สามารถเขยี นในรปู ตัวเลขฐานสองไดเปน (1101)2 ซงึ่ มองเปนตัวเลขฐานสบิ ไดเปน (1101)2 = (13)10 จะเหน็ วา ตัวเลขนี้เปนการแทนจาํ นวนเพยี งหนึ่งจํานวน การใชระบบเลขฐานสองจงึ เปน เสมอื นการบบี อัด จํานวนหลาย ๆ จํานวนท่ีมคี า ทีเ่ ปน ไปไดเพียงสองคา เขาดวยกันเปนจํานวนเดียว แนวคดิ นีจ้ งึ นาํ มาประยกุ ตใช ในการอานสถานะการกดสวิตชม ากกวา หน่ึงปุมดว ยจุดตรวจวัดของ IPST LINK เพยี งจุดเดียวไดโดยการสรา ง วงจรทีแ่ ปลงสถานะการกดสวิตชห ลายปมุ เปนคาความตานทานเดียวเพื่อเชือ่ มตอ กับ IPST LINK จากนั้น สคริปตโ ปรแกรม Scratch จึงคอ ยคํานวณคาความตา นทานทไี่ ดจากสตู รในใบความรทู ี่ 1.1 และตีความคา ความตา นทานนี้ในระบบฐานสองเพอ่ื ตรวจสอบสถานะของสวิตชแ ตล ะตัวอีกทหี นง่ึ ดงั แผนภาพ วงจรรวมสถานะสวิตช สคริปตตีความคา ความ เปนคา ความตานทานเดยี ว ตานทานเปนตวั เลขฐานสอง สคริปตสาํ หรบั แปลงฐานเลข สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 9
คมู อื การจดั กิจกรรมสะเตม็ ศกึ ษาดวยโปรแกรม Scratch กจิ กรรมกลองสอบถามความเห็นอจั ฉริยะ ให n เปนจาํ นวนเตม็ บวกใด ๆ ทสี่ ามารถเขยี นในระบบตัวเลขฐานสองไมเ กนิ 3 หลัก นั่นคือ ������ = (������2������1������0)2 เมื่อ s2, s1, s0 มคี าทเี่ ปนไปไดค อื 0 หรอื 1 ซึง่ แทนคาแตละหลกั ของตัวเลขในฐานสอง (สงั เกตวา n คอื จํานวน ไมใ ชต ัวเลข ดังนัน้ ไมจ ําเปนตองใสใ จวา n เปน เลขฐานใด) ตามกฎการคํานวณคา จํานวนทเี่ ขยี นดว ยตัว เลขฐานสองจะไดวา ������ = (������2 × 22) + (������1 × 2) + ������0 สงิ่ ท่ีตอ งการคือการคาํ นวณหาคา s2, s1 และ s0 ซงึ่ ทาํ ไดโดยใชกระบวนการดังนี้ 1. s0 ← เศษจากการหาร n ดว ย 2 2. n ← (n – s0) ÷ 2 ซึง่ ณ ตอนน้ี n มีคาเทา กบั (������2 × 2) + ������1 3. s1 ← เศษจากการหาร n ดว ย 2 4. n ← (n – s1) ÷ 2 ซึ่ง ณ ตอนนี้ n มีคา เทา กบั ������2 5. s2 ← n สถาบนั สง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 10
คูมือการจัดกิจกรรมสะเตม็ ศึกษาดว ยโปรแกรม Scratch กจิ กรรมกลองสอบถามความเห็นอัจฉริยะ กระบวนการขา งตน สามารถเขยี นในรปู สครปิ ตบ น Scratch ไดด งั ตัวอยาง โดยสมมติวา ตัวแปร n เกบ็ จํานวน ทตี่ องการตีความเปน ตวั เลขฐานสองเอาไว หลังจากสคริปตน้ีทํางาน คา ของตัวเลขแตล ะหลกั ในฐานสองจะถูกเก็บไวใ นตัวแปร s2, s1 และ s0 สถาบันสง เสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 11
คมู ือการจดั กิจกรรมสะเตม็ ศึกษาดว ยโปรแกรม Scratch กิจกรรมกลองสอบถามความเหน็ อัจฉริยะ ใบกิจกรรมที่ 1 ทดลองตรวจสอบคาความตานทาน 1. นําตวั ตานทานขนาด 100kΩ (นา้ํ ตาล ดํา แดง) นาํ ไปตอ เขา กับ IPST Link ทพ่ี อรต A สงั เกตคาทีเ่ กดิ ข้นึ จากโปรแกรม SensorLink Finder 1.0 มีข้นั ตอนดงั นี้ 1.1 เตรียมตวั ตานทานขนาด 100 kΩ 1.2 งอขาตัวตานทานดงั ภาพ 1.3 คลายน็อตทีพ่ อรต A 1.4 นําตัวตา นทานเสียบท่ีพอรต A 1.5 เสียบสาย Data Link ทชี่ อ ง INTERFACE 1.6 สังเกตคาท่ีพอรต A และปลายอีกดา นเสียบทพ่ี อรต USB 2. นกั เรยี นบันทกึ คา การเปลย่ี นแปลงของตวั ตานทานที่พอรต A ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 12
คูมอื การจดั กจิ กรรมสะเต็มศึกษาดวยโปรแกรม Scratch กจิ กรรมกลองสอบถามความเห็นอจั ฉริยะ 3. นาํ ตวั ตานทานขนาด 200kΩ (น้าํ ตาล ดาํ สม ) นาํ ไปตอเขากับ IPST Link ทพ่ี อรต A สงั เกตคา ทีเ่ กดิ ขนึ้ จาก โปรแกรม SensorLink Finder 1.0 มีข้ันตอนดงั น้ี 3.1 เตรียมตัวตา นทานขนาด 200kΩ 3.2 งอขาตวั ตานทานดังภาพ 3.3 เสยี บที่พอรต B 3.4 สังเกตคา ทพี่ อรต B 4. นกั เรียนบันทกึ การคาการเปลยี่ นแปลงของตัวตานทานท่พี อรต B ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สถาบันสงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 13
คมู อื การจัดกิจกรรมสะเตม็ ศกึ ษาดว ยโปรแกรม Scratch กิจกรรมกลอ งสอบถามความเห็นอจั ฉริยะ ใบกจิ กรรมที่ 2 ทดสอบสวติ ช 1 นกั เรียนจัดทําสวติ ชด งั ภาพตอไปน้ี 1.1 เตรยี มสายไฟยาว 15 ซม. 6 เสน 1.2 เตรียมสวติ ช 2 อัน 1.3 เตรียมตวั ตานทาน 100kΩ 2 ตัว 1.4 พนั สายไฟกับข้วั สวิทช ขวั้ ละเสน 1.5 ทาํ กบั สวิทชท ้งั 2 ตวั 1.6 งอขาตวั ตานทานแลว ใสใ นแผนวงจร 1.7 พลกิ ดานลายทองแดงแลว ถางขาตวั ตา นทาน 1.8 ใชหวั แรงและตะก่ัวบัดกรีทีข่ าตวั ตานทาน สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 14
คมู อื การจดั กจิ กรรมสะเต็มศกึ ษาดว ยโปรแกรม Scratch กจิ กรรมกลองสอบถามความเหน็ อัจฉริยะ 1.9 บดั กรที งั้ 2 ขา 1.10 ใสต ัวตา นทานตัวท่ี 2 1.11 พลกิ ดานแลวถา งขาตัวตา นทาน 1.12 บดั กรีแลว ใชค มี ตดั ขาสว นทีเ่ กิดออก 1.13 ตดั ขาทัง้ หมดของตัวตา นทาน 1.14 บัดกรีสายไฟกบั ขั้วสวทิ ชทัง้ 2 ตัว 1.15 เสยี บสายสวทิ ชตวั ท่ี 1 ในแผนวงจร 1.16 ในแนวเดยี วกับตัวตานทานตัวแรก 1.17 เสียบสายสวิทชต ัวที่ 2 ในแผนวงจร 1.18 ในแนวเดียวกับตัวตานทานตัวที่ 2 สถาบนั สง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 15
คมู ือการจัดกจิ กรรมสะเตม็ ศึกษาดว ยโปรแกรม Scratch กิจกรรมกลองสอบถามความเห็นอัจฉริยะ 1.19 ใสส ายไฟอีก 2 เสน ดังภาพ 1.20 เตรียมสายแพของ SensorLINK 1.21 เสียบสายดานหนงึ่ ลงบอรด 1.22 ในชอ ง A ดงั ภาพ 1.23 เสียบสายไฟกบั สายแพสีดําและสขี าว 1.24 ตอสาย Data Link เขา กับคอมพิวเตอร 1.25 สังเกตที่พอรต A 1.26 กดสวติ ช 1 ตวั แลวสังเกตทพ่ี อรต A 1.27 กดสวติ ช 2 ตัวพรอมกนั แลว สังเกตที่พอรต A สถาบนั สง เสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 16
คมู อื การจัดกิจกรรมสะเตม็ ศึกษาดวยโปรแกรม Scratch กจิ กรรมกลองสอบถามความเหน็ อจั ฉริยะ ใบกจิ กรรมท่ี 3 กลองสอบถามความคดิ เห็นอัจฉริยะ (ตัวอยา งเฉลยใบกิจกรรม) 1. นกั เรยี นบอกหลกั การใชจุดตรวจวัดภายนอกของแผงวงจร IPST LINK เพยี งจดุ เดยี ว เพ่อื ตรวจสอบ การกดสวติ ชไดหลายปมุ โดยไมต องระบุตาํ แหนงที่กด แผงวงจร IPST LINK สามารถตรวจสอบและให Scratch คาํ นวณคาความตานทานทตี่ อเขา ที่จดุ ตรวจวดั ภายนอกได (ตามใบความรทู ี่ 1.1) เราจงึ สามารถนาํ เอาตัวตา นทานมาตอ อนุกรมกนั หลาย ๆ ตวั ครอ มแตละตวั ดวยสวิตชดังภาพ เม่ือไมมีสวติ ชใ ดถกู กด Scratch จะคํานวณไดคาความตานทาน รวมทงั้ หมด 30kΩ เมือ่ มสี วติ ชถ ูกกด 1 ปมุ จะเหลอื ความตา นทาน 20kΩ เม่ือถูกกด 2 ปมุ จะเหลอื ความตานทาน 10kΩ และเมอื่ สวิตชถ กู กดทงั้ หมด จะไดค วามตา นทานเปน 0 10kΩ 10kΩ 10kΩ ตอเขากบั จดุ ตรวจวัดภายนอกของ IPST LINK 2. นกั เรียนบอกหลกั การใชจ ดุ ตรวจวัดภายนอกของแผงวงจร IPST LINK เพยี งจดุ เดยี ว เพอื่ ตรวจสอบ การกดสวิตชไ ดห ลายปมุ โดยสามารถระบุตาํ แหนง ท่ีกดไดดว ย ใชหลักการเดยี วกนั กบั คําถามขอ 1 แตตวั ตานทานแตล ะตัวที่ถูกตอครอ มดว ยสวติ ชตองมคี าท่ี แตกตางกนั ในรปู แบบทีส่ ามารถแยกความแตกตางได เราสามารถใชหลกั การของระบบตวั เลขฐานสอง มาชวยไดด ังน้ี สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 17
คมู อื การจดั กจิ กรรมสะเตม็ ศกึ ษาดวยโปรแกรม Scratch กจิ กรรมกลองสอบถามความเห็นอจั ฉริยะ 10kΩ 20kΩ 40kΩ ตอ เขา กับจดุ ตรวจวัดภายนอกของ SensorLINK คา ความตานทานท่วี ดั ไดจะบงบอกถงึ ความตา นรวมทไ่ี ดจ ากสวิตชท ีไ่ มไดถกู กด ตัวอยางเชน หากวดั ความตา นทานไดเทา กบั 30kΩ แสดงวาสวิตชท ่ีครอ มตวั ตานทาน 10kΩ และ 20kΩ ไมไ ดถ ูกกด จึง สามารถบอกไดวาสวิตชท ่ถี ูกกดคอื สวิตชตัวขวาสดุ สถาบนั สง เสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 18
คมู ือการจดั กจิ กรรมสะเต็มศกึ ษาดว ยโปรแกรม Scratch กจิ กรรมกลอ งสอบถามความเหน็ อจั ฉริยะ 3. หากตอ งการขยายจดุ เช่ือมตอภายนอกบน IPST Link ทงั้ 4 ชอ ง คือ A,B,C และ D ใหรองรบั สวิตชได 100 ตัวโดยระบุตําแหนงไดอ ยางถูกตอ งทกุ ตวั จะสามารถทาํ ไดหรอื ไมอยา งไร การรองรบั สวติ ชใหไ ด 100 ตัวจาํ เปนตองใหแ ตล ะจุดเช่อื มตอภายนอกเชื่อมตอ กับสวิตชจุดละ 25 ตัว Scratch ตอ งสามารถตรวจสอบความตา นทานทแี่ ตกตางกนั ไดจ ากการกดสวติ ช 25 ตวั ในรูปแบบท่ี แตกตางกนั ซงึ่ มที ้งั สน้ิ 225 รูปแบบ (ซงึ่ มีคา มากกวา 30 ลา น) แต Scratch รายงานคาจากจดุ ตรวจวัดภายนอกไดใ นชว ง 0-100 พรอมทศนิยม 1 ตําแหนง เทาน้ัน ทาํ ใหแยกแยะคา ที่แตกตางกันได เพยี งประมาณ 1000 คา ไมเ พียงพอท่ีจะแยกแยะความแตกตา งไดถ ึง 30 ลานรปู แบบ สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 19
คมู อื การจดั กิจกรรมสะเตม็ ศกึ ษาดวยโปรแกรม Scratch กิจกรรมกลองสอบถามความเหน็ อจั ฉริยะ 4. นกั เรยี นสรางสวติ ชสาํ หรับกดเพอื่ แสดงความคิดเหน็ ของผเู ขาประชมุ จาํ นวน 6 คน โดยสามารถแสดง ผลไดว า ใครบา งทเ่ี ปน ผลู งความเห็น ดวยอปุ กรณ IPST LINK เพยี ง 1 จดุ และอนญุ าตใหใ ชไดไมเ กนิ 2 ชอ งเทานนั้ ขั้นท่ี 1: สราง/บัดกรวี งจรตามทีแ่ สดงในคําตอบของคาํ ถามขอ 2 ท้ังหมด 2 ชดุ ตอ วงจรเขา กบั จุดเช่อื มตอ A และ B ของแผงวงจร IPST LINK ขัน้ ท่ี 2: สรางสไปรทชื่อ check-a เพือ่ ใชตรวจสอบสถานะของแผงสวติ ชท ี่ตอเขากบั จดุ เชอ่ื มตอ A สรางตวั แปรที่เหน็ เฉพาะสไปรทตวั เองช่ือ count, val, old_r และ r และตวั แปรทเ่ี หน็ ทกุ สไปรทช ่อื a0, a1 และ a2 ข้ันท่ี 3: สรางสครปิ ตดงั รูป สครปิ ตน ีใ้ ชห ลกั การอา นและคํานวณคา ความตานทานตามทร่ี ะบุไวใ นใบความรูท่ี x.1 จากน้นั นาํ คา ความตา นทานมาหารดว ย 10000 เพ่อื ใหไ ดค า ในชว ง 0-7 และใชห ลักการแปลงจาํ นวนเปน ตัว เลขฐานสองเพื่อเกบ็ ผลลพั ธไ วใ นตวั แปร a0, a1 และ a2 สว นทีเ่ ปนบลอ็ ก report…until น้นั มีไวเพอ่ื กําจดั คา ทก่ี ระโดดไปมาจากสัญญาณรบกวน ตามท่รี ะบไุ ว ในใบความรทู ี่ x.1 โดยใหแ นใจวา สามารถอานคาเดียวกนั ไดติดกันอยางนอย 3 ครั้งกอนนําคาท่ีไดม า คาํ นวณเปนเลขฐานสอง สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 20
คมู ือการจัดกิจกรรมสะเตม็ ศกึ ษาดวยโปรแกรม Scratch กิจกรรมกลอ งสอบถามความเหน็ อจั ฉริยะ ข้ันที่ 4: สรา งสไปรท check-b เพือ่ ตรวจสอบสถานะของแผงสวิตชท ตี่ อ เขา กับจดุ เชอื่ มตอ B โดยใช หลกั การเดยี วกันกับสไปรท check-a แตใ หมตี วั แปร b0, b1 และ b2 เกบ็ คา สถานะการกดสวติ ช ข้ันที่ 5: สรา งสไปรท 6 ตวั เพือ่ แสดงสถานะการกดสวติ ชใหก บั สวติ ชแ ตล ะตัว ซึ่งเปนเพยี งการ ตรวจสอบคา ในตัวแปร a0, a1, a2, b0, b1 และ b2 แลว ใหแ สดงพฤตกิ รรมตามทต่ี อ งการ ดานลา ง เปน สคริปตท ีใ่ ชก ับสไปรทส ําหรับคา a0 ซงึ่ แสดงคําพดู \"Yes!\" เมอ่ื มกี ารกดสวิตชต วั แรกทต่ี อ กับจุด เชือ่ มตอ A สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 21
Search
Read the Text Version
- 1 - 22
Pages: