สรุปผลการดาเนนิ งานโครงการศูนยฝ์ กึ อาชีพชมุ ชนรูปแบบชน้ั เรยี น วิชาการตัดเยบ็ กระเป๋าและมัดย้อม ปีงบประมาณ 2564 วันที่ 15 เดือน กมุ ภาพันธ์ 2564 ถึงวนั ท่ี 22 เดอื น กุมภาพันธ์ 2564 กศน.ตาบลหนองโรง ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพนมทวนสานกั งาน ส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยจงั หวดั กาญจนบรุ ี
คานา โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ของสานักงาน กศน. เป็นการยกระดับการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนา ศักยภาพและขีดความสามารถให้ประชาชนได้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ที่ม่ันคง เป็นบุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรมมีจิตสานึกความรับผิดชอบต่อตนเองผู้อื่นและสังคมจึงควรมีการประเมินผลกา รจัดการศึกษาอาชีพ เพ่ือการมีงานทา การสรุปผลการดาเนนิ งานโครงการศูนย์ฝกึ อาชพี ชุมชน วิชาการตัดเย็บกระเป๋าและมัดย้อม วันท่ี 15 เดือน กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันท่ี 22 เดือน กุมภาพันธ์ 2564 ณ กศน.ตาบลหนองโรง ตาบลหนองโรง อาเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี รายงานสรุปผลการดาเนินงานโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน หลักสูตร วิชาการตัดเย็บกระเป๋าและมัดย้อม นี้สามารถนามาเป็นบทเรียนและพัฒนาในการจัดการศึกษาอาชีพเพ่ือการ มงี านทาของสานักงาน กศน. ต่อไปไดอ้ ย่างเป็นรูปธรรมและมีคุณภาพ กศน.ตาบลหนองโรง จงึ หวงั เป็นอยา่ งย่ิง ว่าเอกสารเล่มน้ีจะบ่งบอกถึงการบรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทาศูนย์ฝึกอาชีพ ชุมชนและจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดกิจกรรมของสานักงาน กศน. ทั้งในการบริหารงานการพัฒนางานการ ทางานท่ตี รงตามความต้องการของผูเ้ รยี นผู้รับบรกิ ารและชมุ ชนและสามารถเผยแพร่ตอ่ สาธารณชนได้ ขอขอบคุณผ้มู สี ว่ นเก่ียวขอ้ งและให้ความร่วมมอื ในการตอบแบบสอบถามทกุ ทา่ นไว้ ณ โอกาสน้ีด้วย กศน.ตาบลหนองโรง
สารบญั หน้า บทนา หลักสูตร วชิ าการตัดเย็บกระเปา๋ และมัดย้อม หลักสตู ร 31 ชั่วโมง สรปุ ผลการดาเนินงานโครงการศูนยฝ์ กึ อาชีพชมุ ชน ผสู้ าเรจ็ การศึกษาต่อเน่ืองทนี่ าไปใชป้ ระโยชน์ ปญั หาและอปุ สรรคในการปฏบิ ตั งิ านและแนวทางแก้ไขและพัฒนา บัญชรี ายช่ือผู้เรยี นวิชาชีพ หลักสตู รระยะส้นั ภาคผนวก โครงการ การตัดเยบ็ กระเปา๋ และมัดย้อม หลกั สูตร 31 ชัว่ โมง แบบสอบถามความพึงพอใจ วิชาการตัดเยบ็ กระเป๋าและมัดย้อม หลกั สูตร 31 ช่วั โมง แบบติดตามผลผูจ้ บหลักสูตรการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ปีงบประมาณ 2564
บทนา หลักการและเหตผุ ล พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 (แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2545) และพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พุทธศักราช 2551 ได้กาหนด จุดมุ่งหมาย สาคัญในการพัฒนาคนไทยให้ได้รับการเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของ สถานการณ์ปัจจุบัน และอนาคต ทั้งด้านประชากร การเมืองการปกครอง สังคม เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม รวมทง้ั การเช่อื มโยงสังคมเศรษฐกจิ ภูมิภาคเอเชีย ระดบั ภมู ิภาค และระดับโลก จึง จาเป็นที่จะต้องจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพ่ือให้กลุ่มเป้าหมายประชาชนได้รับการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับการ เปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งด้านการพัฒนาอาชีพ การพัฒนาทักษะชีวิต และการพัฒนาสังคมและชุมชน ซึ่ง จาเปน็ ต้องใช้วิธกี ารและรูปแบบท่ีหลากหลาย ตามความ ตอ้ งการและความสนใจของประชาชนทุกกล่มุ วยั โดย เน้นกระบวนการคิดเพ่ือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน ตามหลัก ปรัชญาคิดเป็นและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศใช้ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดการศึกษา ต่อเนื่อง พุทธศักราช 2554 ประกาศ ณ วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2554 โดยสานักงาน กศน.ได้กาหนดนโยบาย ดา้ นการจัด การศกึ ษาตอ่ เนอื่ ง ดงั นี้ หลักการ 1. มงุ่ เน้นให้กลุ่มเป้าหมายสามารถนาความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาไปใช้ในการประกอบอาชีพ พฒั นาอาชีพ พฒั นา ทักษะชีวติ และพัฒนาสังคมและชุมชน เพอ่ื ให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมคี วามสุข 2. พัฒนาหลักสูตรท่ียึดหลักความสอดคล้องกับความต้องการและความจาเป็นของ กลุ่มเป้าหมาย เปน็ ไปตามสภาพ บรบิ ทชมุ ชนและสังคม รวมถึงนโยบายของทางราชการ 3. จดั กระบวนการเรียนรทู้ ่ีเน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั โดยยดึ หลกั ความสอดคล้องกับศกั ยภาพและ ความพร้อมของ ผู้เรียน ความหลากหลายตามความแตกต่างของกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งบูรณาการปรัชญาคิด เปน็ และหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งไดต้ ามความเหมาะสม 4. ยดึ หลกั การมสี ่วนรว่ มของภาคีเครอื ข่ายและภูมิปญั ญาในการดาเนนิ งาน วตั ถุประสงค์ 1. ส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายได้เรียนรู้เก่ียวกับการศึกษาเพื่อการพัฒนาอาชีพ พัฒนาทักษะ ชีวติ และพฒั นาสงั คม และชุมชน 2. ให้กลุ่มเป้าหมายได้เห็นช่องทางการประกอบอาชีพหรือการต่อยอดอาชีพเดิมให้พัฒนา สามารถพ่งึ พา ตนเองได้ 3. ให้กลุ่มเป้าหมายดารงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข สอดคล้องตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง กล่มุ เปา้ หมาย ประชาชนทั่วไป กลมุ่ เป้าหมาย ประชาชนทัว่ ไป จานวน 12 คน เปา้ หมาย
การจัดการศึกษาต่อเนื่อง มีเป้าหมายเพ่ือให้ประชาชนได้พัฒนาความรู้ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชีพ มกี ารใช้ความรู้จากภูมิปัญญาและเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีทกั ษะชีวิตท่ีจาเป็น สาหรับการดารงชีวิตในสังคมปัจจุบัน รวมท้ังมุ่งใช้กระบวนการศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาสังคมและ ชุมชนใหพ้ ่ึงตนเองไดต้ ามหลักปรชั ญาคิดเปน็ และหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง รูปแบบการจัด การจัดการศึกษาต่อเน่ือง ประกอบไปด้วยกิจกรรม การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ การศกึ ษาเพ่อื พฒั นา ทักษะชวี ติ และการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชมุ ชน โดยมวี ิธีการจัด 2 รูปแบบ คอื 1. รูปแบบกลุ่มสนใจ เป็นการจัดการศึกษาหลักสูตรไม่เกิน 30 ชั่วโมง โดยมีผู้เรียนจานวน กลมุ่ ละ 6 คนข้นึ ไป 2. รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ เป็นการจัดการศึกษาหลักสูตร 31 ช่ัวโมงข้ึนไป โดยมีผู้เรียน จานวนกลมุ่ ละ 11 คนข้ึนไป แบ่งเปน็ 2 ลกั ษณะ คอื 2.1 ชน้ั เรยี นระยะสน้ั เป็นการจดั หลกั สูตรตง้ั แต่ 31 - 100 ชว่ั โมง 2.2 ชนั้ เรียนระยะยาว เป็นการจดั หลักสตู ร 100 ช่วั โมงข้ึนไป งบประมาณ โครงการศนู ย์ฝึกอาชีพชุมชน จากเงินงบประมาณปี 2564 แผนงาน : ยุทธศาสตร์เพ่ือสนับสนุนด้านการพัฒนาและ เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน งบรายจ่ายอื่น โครงการ ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน (รูปแบบกลุ่มสนใจ) รหัสงบประมาณ 2000233052700001 กิจกรรมหลัก 200027100N3034 ภายในวงเงิน 9,900 บาท (เก้าพนั เก้าร้อยบาทถว้ น) ลักษณะการจดั กระบวนการเรยี นรู้ การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอ พนมทวน เป็นผู้จดั โดยให้ครู กศน.ตาบล เป็นผ้รู บั ผดิ ชอบ โดยจดั เปน็ กจิ กรรม คือ รูปแบบกลุ่มสนใจ เป็นการจัดการศึกษาหลักสูตรท่ีสถานศึกษาจัดข้ึน เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพ ชวี ิต และส่งเสรมิ การเรยี นรูข้ องประชาชน โดยหลกั สูตรมคี วามยืดหยุ่นด้านเน้ือหา สาระ ระยะเวลาเรียน และ สถานที่ ตามความต้องการและความจาเป็นของกลุ่มเป้าหมาย หรือชุมชน หรือนโยบายของทางราชการและ พัฒนาต่อยอด อันจะนาไปสู่การพัฒนา คุณภาพชีวิต แก้ปัญหาของผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม การพึ่งพา ตนเองอย่างยั่งยนื และชมุ ชนเขม้ แขง็ ต่อไปและมีขั้นตอนการดาเนินงานดงั น้ี ข้นั ตอนการวางแผน (Plan) 1. สถานศึกษาเตรียมความพร้อมโดยกาหนดบุคลากรท่ีรับผิดชอบงานการศึกษาต่อเนื่อง กาหนดเป้าหมาย หรอื วัตถุประสงคก์ ารดาเนนิ งาน กาหนดระยะเวลาและงบประมาณทใี่ ชใ้ นการดาเนินงาน 2. เตรียมผ้เู รียนก่อนเข้าสู่การเรยี นรู้ กิจกรรมการศึกษาต่อเน่ือง โดยสถานศึกษาจัดกิจกรรม การเรียนรู้ เร่ือง “คิดเป็น” หรือ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ตนเองว่า กิจกรรมใดในการศึกษา ตอ่ เน่อื งทีต่ อบสนองความต้องการจาเป็นรายบุคคล 3. ประสานงานผู้เกี่ยวข้อง สถานท่ี การขออนุมัติจัดตั้งกลุ่ม การเตรียมส่ือ วัสดุอุปกรณ์ การสอน ฯลฯ
ขัน้ ตอนการปฏบิ ัติตามแผน (Do) 1. ดาเนินการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเน่ือง ตามท่ีกาหนดไว้ใน 2 รูปแบบ คือ กลุ่มสนใจ และชน้ั เรียนวชิ าชีพ 2. บันทึกผลการจัดกิจกรรมภายหลังการจัดเสร็จสิ้น เพ่ือรายงานสภาพปัญหา ผลการจัด พรอ้ มขอ้ เสนอแนะ แกผ่ บู้ ริหารทราบ ขัน้ ตอนการตรวจสอบการปฏิบัตติ ามแผน (Check) 1. ประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษาตอ่ เน่ือง เปน็ รายกจิ กรรม และในภาพรวมของโครงการ 2. รายงานการประเมินผลการจัดการศกึ ษาตอ่ เนอื่ งเป็นรายไตรมาส และรายปี ขัน้ ตอนการปรับปรุงแกไ้ ข (Act) นาผลการประเมินมาปรบั ปรุงแกไ้ ขและพฒั นาการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง แนวทางการจดั กจิ กรรมการศกึ ษาตอ่ เนอื่ ง การจัดการศึกษาต่อเน่ือง ประกอบไปด้วยกิจกรรม การจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาอาชีพ การศึกษาเพ่ือพัฒนาทักษะชีวิตและการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน ซ่ึงสถานศึกษาสามารถเลือกจัดใน รปู แบบกลมุ่ สนใจ และช้ันเรยี นวชิ าชีพ ได้ตามความเหมาะสมโดยใชห้ ลักสูตรจากแหล่งตา่ งๆ ดงั น้ี 1. หลกั สูตรทีส่ ถานศกึ ษาจัดทาขึน้ เอง 2. หลกั สูตรกลางทีส่ านักงาน กศน. จัดทาขนึ้ สอ่ื การเรียนรู้ 1. เอกสารประกอบการเรียนรู้ 2. สอ่ื บุคคล,วิทยากรผู้ชานาญ 3. อุปกรณ์ประกอบการฝกึ ทกั ษะอาชพี ขอบเขตของการประเมิน ดา้ นหลักสูตรเน้อื หา เป็นการประเมินผลเกี่ยวกับความเหมาะสมของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วัตถุประสงค์ ของโครงการ จุดมุ่งหมายของหลักสูตร กิจกรรมที่จัดมีความเหมาะสมสอดคล้องกับหลักสูตรและเนื้อหา มีส่ือ ประกอบการเรียนรู้ วิทยากรผู้สอนมีความรู้ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียน มีการวัดและ ประเมินผลที่หลากหลาย โดยเน้นที่การปฏิบัติจริง รวมท้ังความพึงพอใจของผู้เรียน เพ่ือบรรลุเป้าหมายสาคัญ ของการจดั การศึกษา คอื 1. ความรคู้ วามเข้าใจ 2. ปฏบิ ตั ไิ ด้ นาไปใช้ได้ 3. ความพงึ พอใจ 4. ดา้ นระยะเวลา
ประโยชนท์ ่คี าดว่าจะได้รบั ผลจากการประเมินครั้งน้ี จะเป็นแนวทางในการจัดทาโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ของ กศน.ตาบลหนองโรง ให้สามารถดาเนินโครงการได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ สอดคล้องกับมาตรฐาน การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั ต่อไป ข้อคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะในการจัดกจิ กรรมคร้งั ต่อไป 1. ควรมจี ิตอาสาประจาตาบลเพ่อื จะได้ประสานงานและประชาสัมพันธ์ งาน กศน.ไดอ้ ย่างทัว่ ถงึ 2. กาหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน พร้องทัง้ การจดั เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ในการฝกึ อบรม ที่ เหมาะสมกบั ผูเ้ ขา้ รว่ มกิจกรรม อยา่ งทวั่ ถงึ 3. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์เพ่ือที่จะได้สะดวกในการจัดการเรียนการสอนในการ จัดกจิ กรรมในครั้งตอ่ ไป โครงการศนู ย์ฝึกอาชีพชมุ ชน หลกั สูตร 31 ช่ัวโมง โครงการ/กจิ กรรม วนั /เดอื น/ปีที่จดั กจิ กรรม สถานท่จี ัดกจิ กรรม แผน(คน) ผล(คน) งบประมาณท่ใี ช้ 1.การตัดเย็บกระเป๋าและมัด 15 ก.พ-22 ก.พ 2564 กศน.ตาบลหนองโรง 11 12 9,900 ย้อม
แบบ กศ.ตน15 หลกั สตู รวิชาการตัดเย็บกระเปา๋ และมัดย้อม จานวน 31 ชั่วโมง ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอพนมทวน ความเปน็ มา กระเป๋ามีความสาคัญอย่างย่ิงในชีวิตประจาวัน โดยประโยชน์หลักของกระเป๋า คือใช้ใส่ส่ิงของต่าง ๆ เชน่ หนังสอื เงิน โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ และยงั สะดวกในการท่ีตอ้ งขนสง่ิ ของในปรมิ าณมาก นอกจากนี้ยงั มีคนท่ี ใช้กระเป๋าเพ่ือความสวยงาม และลวดลายบนกระเป๋ายังสามารถบ่งบอกถึงตัวตนของบุคคลแต่ละบุคคล และ กระเป๋า ยงั มลี ูกเล่นหลายอยา่ งทท่ี าใหก้ ระเปา๋ มีคุณประโยชน์ยง่ิ ขึน้ ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอพนมทวน จึงเห็นความสาคัญในการพฒั นา หลักสูตรการตัดเย็บกระเป๋าผ้าและมัดย้อม เป็นการพัฒนาหลักสูตรโดยเน้นการบูรณาการและการสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ชุมชน เพ่ือเพิ่มมูลค่าและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ จึงเป็นอีกทางเลือกหน่ึงท่ีจะส่งเสริมสนับสนุน กลุ่มอาชพี ต่าง ๆ ในชุมชนได้ ดังนั้น หลกั สูตรการตดั เย็บกระเปา๋ และมดั ย้อม จึงเป็นหลกั สูตรท่ีสามารถตอบสนองความตอ้ งการของ ชุมชน หรือผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพด้านการออกแบบ ได้ความรู้ไปใช้ประโยชน์เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้และการมงี านทาต่อไปได้ หลักการของหลักสตู ร 1. มงุ่ เนน้ การเรียนรทู้ ฤษฎีควบคู่กบั การปฏบิ ตั ิ 2. ม่งุ เนน้ ใหผ้ ู้เรียนนาความรู้ ประสบการณ์และทักษะไปใชใ้ นการประกอบอาชพี 3. มงุ่ ให้ผู้เรยี นมีความรู้ ความเข้าใจและทักษะในการประกอบอาชีพ การตัดเย็บกระเป๋าและมัดย้อม จุดมุ่งหมาย 1. เพ่ือให้ผู้เรียนสามารถตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพได้สอดคล้องกับศักยภาพตนเอง ชุมชน สังคม และ สิ่งแวดลอ้ ม 2. เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนมีความรู้ ความเข้าใจ และทกั ษะการประกอบอาชีพการตดั เยบ็ กระเปา๋ ผ้ามัดย้อม 3. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการบริหารจัดการในอาชีพการตัดเย็บกระเป๋าผ้ามัด ยอ้ ม ได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ 4. เพ่ือให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ในการประกอบอาชีพ และจิตสานึกความรับผิดชอบต่อตนเอง ผ้อู ่ืนและสังคม 5. เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นสามารถคานวณราคาขาย และสามารถทาบัญชรี ายรับ - รายจ่ายได้ เปา้ หมาย
1. ผู้ท่ไี ม่มีอาชีพ 2. ผทู้ ่ีมีอาชีพและต้องการพฒั นาอาชพี 3. ผู้ทม่ี ีอาชีพและต้องการเปลยี่ นอาชีพ ระยะเวลา รวม 31 ชวั่ โมง ภาคทฤษฎี 7 ช่วั โมง ภาคปฏบิ ัติ 24 ชว่ั โมง โครงสร้างหลกั สตู รวิชาการตดั เยบ็ กระเป๋าและมัดย้อม ท่ี เรอ่ื ง จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เนอ้ื หา การจัดกระบวนการเรียนรู้ จานวนชั่วโมง ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ 1 วิชาการตัดเย็บ 1.เพื่อให้ผเู้ รียนมแี นวทางใน 1. ความสาคญั และความ 1.ครอู ธบิ ายความหมาย ความสาคัญและ 2 - กระเป๋าผ้าและมัด การประกอบอาชพี เสริม เพิ่ม จาเป็นในการประกอบอาชพี ความจาเปน็ ในการประกอบอาชพี การตัด ยอ้ ม รายไดใ้ ห้กับครอบครัว การตัดเย็บกระเปา๋ ผา้ มัด เยบ็ กระเป๋าผ้ามดั ย้อม 2.เพ่ือใหผ้ เู้ รียนมคี วามคดิ ย้อม 2.ผู้เรยี นศกึ ษาจากเอกสาร ประกอบการ รเิ ริ่มสร้างสรรคใ์ นการทา เรยี นรู้ เรื่อง ความรเู้ บือ้ งตน้ การตดั เยบ็ กระเปา๋ ผ้ามัดยอ้ ม กระเปา๋ ผา้ มดั ยอ้ ม 3.เพื่อให้ผู้เรยี นสืบคน้ ข้อมูล 1. สืบค้นขอ้ มลู ทาง 1.ครใู ห้ผ้เู รยี นสบื คน้ ขอ้ มูลทาง website 1 - เป็นแนวทางในการประกอบ website 2.ผ้เู รยี นสบื ค้นข้อมลู ในการมัดยอ้ มผ้า อาชพี เสรมิ เพ่มิ รายได้กบั 2.สืบค้นขอ้ มูลในการตัดเยบ็ 3.ครใู ห้ผู้เรยี นออกแบบลายผา้ มัดยอ้ มท่ี - 9 ครอบครัว กระเป๋าผ้าและมัดย้อม 2 - 4.เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นศกึ ษาหา 3.คดิ การทาผ้ามัดยอ้ มและ แปลกใหม่และทนั สมยั ความรูผ้ ่าน 15 website รูปแบบ ลวดลายท่ีแปลก 5.เพ่ือใหผ้ เู้ รียนมีความคดิ ใหม่และทันสมยั ริเรมิ่ สร้างสรรค์ในการตดั เย็บ กระเป๋าผ้ามดั ยอ้ ม 6.เพือ่ ให้ผ้เู รยี นทราบวา่ 1.วัสดุอุปกรณ์ในการทาผา้ 1. ครอู ธิบายวสั ดุอุปกรณใ์ นการทาผ้ามดั อปุ กรณใ์ นการตัดเยบ็ กระเปา๋ มัดยอ้ ม ย้อม และผ้ามัดยอ้ มมอี ะไรบ้าง 2.สว่ นผสมของสมี ัดยอ้ ม 2.ครอู ธบิ ายสว่ นผสมของสมี ดั ยอ้ ม 7.เพื่อใหผ้ เู้ รยี นทาผ้ามดั ยอ้ ม 3.วธิ ีการผสมในการทาผ้ามดั 3.ครอู ธบิ ายวธิ ีการผสมในการทาผา้ มัด ด้วยตวั เองได้ ย้อม ยอ้ ม 8. เพ่อื ใหผ้ ้เู รยี นตดั เยบ็ 4.วิธีการมดั เพ่ือทาลวดลาย 4.ครูอธบิ ายและสาธติ วิธกี ารมดั เพอื่ ทา กระเป๋าได้ -ข้นั ตอนและวิธกี ารมัดผ้า ลวดลาย ขัน้ ตอนและวิธกี ารมดั ผ้าย้อม ยอ้ ม – การทาผ้ามดั ยอ้ ม การทาผา้ มดั ย้อมตามความคิดสรา้ งสรรค์ ตามความคดิ สรา้ งสรรค์ และวิธีผสมสใี นการทาผ้ามดั ย้อม -วิธีผสมสใี นการทาผา้ มดั 5.ครูให้ผู้เรยี นออกแบบและตดั เย็บ ยอ้ ม กระเป๋าผ้า -วธิ กี ารออกแบบและตัดเย็บ 6.ครูให้ผูเ้ รยี นลงมือปฏบิ ตั แิ ละ สรุป กระเป๋าผ้า รว่ มกัน
9. เพื่อใหผ้ เู้ รียนสามารถคิด 1.การคิดราคาตน้ ทนุ การ 1.ครอู ธิบายการคิดราคาต้นทนุ การผลติ 2 - ราคาต้นทุนการผลติ การทา ผลติ 2.ครใู ห้ผเู้ รียนจดั ทาบัญชอี ยา่ งง่ายได้ กระเป๋าผา้ มดั ยอ้ ม 2.การทาบัญชอี ยา่ งงา่ ย 10. เพื่อให้ผเู้ รียนสามารถทา บัญชีอย่างง่ายได้ รวมช่ัวโมง 7 24 สอ่ื การเรยี นรู้ ในการจัดการเรยี นรู้ ใช้สื่อการเรยี นรู้หลากหลาย ไดแ้ ก่ 1. เอกสาร 2.ตัวอยา่ งวัสดุ อปุ กรณ์ 3. website การวดั ผลประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้/การตอบคาถาม/การมสี ว่ นรว่ ม 2. การฝึกปฏบิ ตั ิ 3. การประเมินผลงาน/ช้นิ งาน เกณฑก์ ารจบหลกั สตู ร 1. มีการเรยี นและฝึกปฏบิ ัตติ ามหลักสูตรไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 2. มผี ลการประเมินผา่ นตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 60 3. ผลงานผา่ นการประเมินทดสอบทีม่ คี ุณภาพตามหลกั เกณฑ์ เอกสารหลักฐานการศกึ ษา 1. ใบสมคั ร 2. หลักฐานการวัดผลประเมนิ ผล 3. วุฒบิ ตั ร ออกโดยสถานศึกษา ลงชื่อ.................................................. (นางสาวจริ าภา วิชาชาญ) ผอู้ านวยการ กศน.อาเภอพนมทวน
สรปุ ผลการดาเนนิ งาน โครงการศนู ยฝ์ กึ อาชพี ชุมชน หลกั สูตรระยะส้ันวิชาการตดั เย็บกระเป๋าและมดั ย้อม 31 ชั่วโมง ปงี บประมาณ 2564 ศูนย์การศกึ นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอพนมทวน ****************************************** 1. ความมงุ่ หมายของการทาแบบประเมนิ ความพึงพอใจผูเ้ รียน/ผูร้ บั บริการการจดั กจิ กรรม เพ่ือรวบรวมความคิดเห็นของผู้เรียน ผู้รับบริการการจัดกิจกรรมในประเด็นต่าง ๆ เพื่อทราบ ข้อมูลการบริหารการจัดกิจกรรมของสถานศึกษาและนาข้อมูลที่ได้รับมาสรุปเพื่อปรับปรุง พัฒนาการเกย่ี วกับ การจัดกิจกรรม ตอ่ ไป 2. วธิ ีการประเมินความพึงพอใจผู้เรยี น/ผ้รู ับบริการการจดั กจิ กรรม 2.1 แบบสารวจความคดิ เห็น เกยี่ วกับการจดั กจิ กรรมจาก ผ้เู รียน ผู้รับบรกิ าร และประชาชน 2.2 เครื่องมอื ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบประเมินความพึงพอใจผู้เรยี น / ผู้รบั บรกิ าร การจดั กิจกรรมสอบถามความคิดเห็นเกีย่ วกบั การใหบ้ รกิ ารโดยแบง่ ออกเปน็ 2 สว่ น ได้แก่ สว่ นที่ 1 ข้อมูลทวั่ ไป 1. เพศ - เพศชาย - เพศหญิง 2. อายุ - อายุ 15 – 39 ปี - อายุ 40 – 59 ปี - อายุ 60 ปขี ้ึนไป 3. การศึกษา ระดบั ประถมศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ระดับปรญิ ญาตรี 4. อาชีพ - รบั จ้าง - ค้าขาย - เกษตรกรรม - รับราชการ - อืน่ ๆ
สว่ นท่ี 2 สรปุ ความพงึ พอใจของผูเ้ ข้าร่วมโครงการ เกณฑก์ ารตัดสนิ ความพึงพอใจ 5 ระดับ ดมี าก 4 ระดบั ดี 3 ระดบั พอใช้ 2 ระดบั ควรปรบั ปรุง 1 ระดับ ต้องปรับปรุง แบง่ ประเด็นการประเมินแบ่งออกเปน็ 4 ตอน 15 ประเด็น ไดแ้ ก่ 1. ความพึงพอใจด้านเนือ้ หา 2. ความพงึ พอใจด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม 3. ความพงึ พอใจต่อวทิ ยากร 4. ความพึงพอใจด้านการอานวยความสะดวก วิธกี ารเก็บรวบรวมข้อมลู มอบแบบประเมนิ ความพึงพอใจผเู้ รียน / ผรู้ บั บริการการจดั กิจกรรมแก่ ผู้เรยี น ผ้รู ับบริการ และประชาชน จานวน 12 คน ตอบแบบแบบประเมินความพึงพอใจผ้เู รียน / ผู้รับบริการการจดั กจิ กรรม แล้วนามาเก็บรวบรวม สรปุ ผลข้อมูล การวิเคราะหข์ อ้ มูล ในการวเิ คราะหข์ ้อมูลการวิจัย ผวู้ ิจยั ใชใ้ นการวเิ คราะหข์ ้อมลู ใช้สถิตริ ้อยละทาการวิเคราะห์ สถิตทิ ่ใี ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล หาค่ารอ้ ยละและความถ่ี คา่ รอ้ ยละ = จานวนระดับความคิดเหน็ x 100 12
สรปุ ผล จากการวเิ คราะหข์ ้อมูลแบบประเมนิ ความพึงพอใจผเู้ รียน / ผู้รบั บริการการจดั กจิ กรรม สรุปผลการ ประเมินไดด้ ังน้ี ตอนที่ 1 ข้อมูลสว่ นตวั ของผูต้ อบแบบสอบถาม 1 เพศ เพศ จานวน ร้อยละ รวม หญิง 12 คน 100.00 100.00 รวม 12 คน 100.00 100.00 2 อายุ อายุ จานวน ร้อยละ รวม อายุ 15–29 ปี 1 คน 8.33 8.33 อายุ 30–39 ปี 1 คน 8.33 8.33 อายุ 40–49 ปี 3 คน 25.00 25.00 อายุ 50–59 ปี 3 คน 25.00 25.00 อายุ 60 ปีขนึ้ ไป 4 คน 33.34 33.34 12 คน 100.00 100.00 รวม 3.การศึกษา จานวน รอ้ ยละ รวม 6 คน 50.00 50.00 ระดบั 2 คน 16.67 16.67 ประถมศกึ ษา 3 คน 25.00 25.00 มัธยมศกึ ษาตอนตน้ 1 คน 8.33 8.33 มัธยมศกึ ษาตอนปลาย/ปวช. 12 คน 100.00 100.00 ปรญิ ญาตรี รวม
4.อาชีพ จานวน รอ้ ยละ รวม 10 คน 83.34 83.34 อาชพี 1 คน 8.33 8.33 เกษตรกร 1 คน 8.33 8.33 คา้ ขาย 12 คน 100.00 100.00 รับราชการ รวม
ส่วนที่ 2 สรปุ ความพงึ พอใจของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ เกณฑ์การตัดสินความพงึ พอใจ 5 ระดบั ดมี าก 4 ระดบั ดี 3 ระดบั พอใช้ 2 ระดับ ควรปรบั ปรุง 1 ระดับ ตอ้ งปรบั ปรงุ ๑ ๒๓ ๔ ๕ ประเด็นวัดความพงึ พอใจ น้อยทีส่ ุด น้อย ปานกลาง ดี ดมี าก ตอนท่ี 1 ความพึงพอใจด้านเน้ือหา 1.เน้ือหาตรงตามความต้องการ 5 คน 7 คน 41.67 % 58.33 % 2. เนือ้ หาเพยี งพอตอ่ ความต้องการ 11 คน 1 คน 91.67 % 8.33 % 3. เนื้อหาปัจจบุ นั 7 คน 5 คน 58.33 % 41.67 % 4. เน้ือหามีประโยชน์ต่อการนาไปใช้ในการ 7 คน 5 คน พฒั นาคุณภาพชีวติ 58.33 % 41.67 % ตอนที่ 2 ความพึงพอใจดา้ นกระบวนการจัดกจิ กรรมการอบรม 5. การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม 10 คน 2 คน 83.33 % 16.67 % 6. การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกบั เวลา 9 คน 3 คน 7. การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา 75.00 % 25.00 % 8. การจดั กิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเปา้ หมาย 11 คน 1 คน 91.67 % 8.33 % 9. วธิ กี ารวดั ผล/ประเมนิ ผลเหมาะสมกับ วัตถุประสงค์ 9 คน 3 คน 75.00 % 25.00 % 10 คน 2 คน 83.33 % 16.67 %
ประเดน็ วัดความพึงพอใจ 1 2 3 4 5 ตอนท่ี 3 ความพึงพอใจตอ่ วิทยากร ตอ้ ง ควร พอใช้ ดี ดีมาก ปรบั ปรุง ปรับปรุง 10. วทิ ยากรมีความรู้ความสามารถในเร่ืองท่ี 5 คน 7 คน ถ่ายทอด 41.67 % 58.33 % 11. วทิ ยากรมเี ทคนิคการถา่ ยทอดใชส้ ือ่ และ ซักถาม 5 คน 7 คน 12. วิทยากรเปดิ โอกาสใหม้ ีส่วนรว่ มและซักถาม 41.67 % 58.33 % ตอนท่ี 4 ความพึงพอใจด้านการอานวยความสะดวก 3 คน 9 คน 13. สถานที่ วัสดุ อปุ กรณ์และส่งิ อานวยความ 25.00 % 75.00 % สะดวก 14. การสอ่ื สาร การสรา้ งบรรยากาศเพ่อื ใหเ้ กิด 5 คน 7 คน การเรียนรู้ 41.67 % 58.33 % 15. การบริการ การชว่ ยเหลือและการแก้ปญั หา 5 คน 7 คน 41.67 % 58.33 % 5 คน 7 คน 41.67 % 58.33 % จากตาราง พบว่าการประเมนิ ความพึงพอใจผเู้ รียน/ผ้รู ับบริการการจัดกจิ กรรม โดยต้ังประเดน็ ไว้ 4 ตอน 15 ประเดน็ ผลปรากฏ ดงั น้ี
ตอนท่ี 1 ความพึงพอใจดา้ นเนอ้ื หา ประเดน็ ท่ี 1 เนือ้ หาตรงตามความตอ้ งการ สว่ นใหญอ่ ยใู่ นระดบั ดีมาก จานวน 7 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 58.33 รองลงมาระดับดี จานวน 5 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 41.67 ประเด็นที่ 2 เน้ือหาเพยี งพอต่อความต้องการ สว่ นใหญ่อยู่ในระดับดี จานวน 11 คน คิดเปน็ ร้อยละ 91.67 รองลงมา ระดบั ดีมาก จานวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ 8.33 ประเดน็ ที่ 3 เน้ือหาปัจจุบนั สว่ นใหญอ่ ย่ใู นระดบั ดี จานวน 7 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 58.33 รองลงมา ระดบั ดมี าก จานวน 5 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 41.67 ประเดน็ ที่ 4 เนอ้ื หามปี ระโยชนต์ ่อการนาไปใช้ในการพฒั นาคุณภาพชวี ิต สว่ นใหญอ่ ยู่ในระดับดี จานวน 7 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 58.33 รองลงมาคอื ระดับดีมาก จานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 41.67 สรปุ ผลการประเมินเกณฑท์ ่ี 1 ความพงึ พอใจด้านเนื้อหา ระดบั ดมี าก คดิ เป็นร้อยละ 37.5 ระดบั ดี คิดเป็นร้อยละ 62.5 ระดับปานกลาง คดิ เป็นร้อยละ 0.00 ระดับน้อย คิดเป็นร้อยละ 0.00 ระดับน้อยท่ีสุด คิดเป็นร้อยละ 0.00
ตอนท่ี 2 ความพงึ พอใจด้านกระบวนการจดั กจิ กรรมการอบรม ประเดน็ ที่ 1 การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม สว่ นใหญ่อยูใ่ นระดบั ดี จานวน 10 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 83.33 รองลงมาคอื ระดบั ดีมาก จานวน 2 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 16.67 ประเด็นที่ 2 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา ส่วนใหญอ่ ยู่ในระดับดี จานวน 9 คน คดิ เป็นร้อยละ 75.00 รองลงมาคอื ระดบั ดีมาก จานวน 3 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 25.00 ประเด็นที่ 3 การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกบั เวลา สว่ นใหญอ่ ยู่ในระดับดี จานวน 11 คน คิดเปน็ ร้อยละ 91.67 ระดับดมี าก จานวน 1 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 8.37 ประเดน็ ท่ี 4 การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกับกลมุ่ เปา้ หมาย ส่วนใหญ่อยใู่ นระดับดี จานวน 9 คน คิดเปน็ รอ้ ย ละ 75.00 รองลงมาคอื ระดับดีมาก จานวน 3 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 25.00 ประเด็นที่ 5 วธิ ีการวดั ผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวตั ถุประสงค์ สว่ นใหญอ่ ยูใ่ นระดับดี จานวน 10 คน คิดเปน็ ร้อยละ 83.33 รองลงมาคือระดับดีมาก จานวน 2 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 16.67 สรุปผลการประเมินเกณฑ์ที่ 2 ความพึงพอใจด้านกระบวนการจัดกจิ กรรมการอบรม ระดบั ดมี าก คดิ เปน็ รอ้ ยละ 18.34 ระดับดี คดิ เป็นร้อยละ 81.66 ระดบั ปานกลาง คดิ เปน็ ร้อยละ 0.00 ระดับนอ้ ย คิดเป็นรอ้ ยละ 0.00 ระดบั นอ้ ยทส่ี ดุ คิดเปน็ รอ้ ยละ 0.00
ตอนที่ 3 ความพงึ พอใจต่อวทิ ยากร ประเด็นท่ี 1 วิทยากรมคี วามรู้ความสามารถในเรือ่ งท่ีถ่ายทอด สว่ นใหญ่อยใู่ นระดบั ดีมาก จานวน 7 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 58.33 รองลงมาคือระดับดี จานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 41.67 ประเด็นท่ี 2 วิทยากรมเี ทคนิคการถ่ายทอดใช้สอื่ และซกั ถาม ส่วนใหญอ่ ยูใ่ นระดบั ดีมาก จานวน 7 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 58.33 รองลงมาคือระดับดี จานวน 5 คน คดิ เป็นร้อยละ 41.67 ประเดน็ ท่ี 3 วทิ ยากรเปิดโอกาสใหม้ ีส่วนรว่ มและซักถาม ส่วนใหญอ่ ยู่ในระดบั ดีมาก จานวน 9 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 75.00 รองลงมาคือระดับดี จานวน 3 คน คิดเปน็ ร้อยละ 25.00 สรุปผลการประเมินเกณฑท์ ่ี ๓ ความพึงพอใจต่อวิทยากร ระดับดีมาก คดิ เป็นร้อยละ 63.89 ระดบั ดี คดิ เป็นรอ้ ยละ 36.11 ระดบั ปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 0.00 ระดับนอ้ ย คดิ เปน็ ร้อยละ 0.00 ระดับน้อยท่ีสุด คิดเปน็ รอ้ ยละ 0.00
ตอนที่ 4 ความพึงพอใจด้านการอานวยความสะดวก ประเดน็ ท่ี 1 สถานท่ี วัสดุ อุปกรณ์และส่ิงอานวยความสะดวก วตั ถปุ ระสงค์ ส่วนใหญ่อย่ใู นระดับดีมาก จานวน 7 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 58.33 รองลงมาคอื ระดับดี จานวน 5 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 41.67 ประเด็นที่ 2 การส่อื สาร การสรา้ งบรรยากาศเพ่อื ให้เกดิ การวัตถุประสงค์ สว่ นใหญ่อยู่ในระดบั ดีมาก จานวน 7 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 58.33 ระดับดี จานวน 5 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 41.67 ประเดน็ ที่ 3 การบรกิ าร การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา วตั ถปุ ระสงค์ สว่ นใหญ่อยู่ในระดบั ดีมาก จานวน 7 คน คดิ เป็นร้อยละ 58.33 ระดับดี จานวน 5 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 41.67 สรปุ ผลการประเมนิ เกณฑท์ ่ี 4 ความพงึ พอใจดา้ นการอานวยความสะดวก ระดับดมี าก คิดเป็นรอ้ ยละ 58.33 ระดบั ดี คิดเป็นร้อยละ 41.67 ระดับปานกลาง คดิ เปน็ รอ้ ยละ 0.00 ระดับน้อย คดิ เปน็ ร้อยละ 0.00 ระดับนอ้ ยที่สุด คิดเปน็ รอ้ ยละ 0.00
คณะผู้จัดทา ทป่ี รึกษา ผู้อานวยการ ศูนย์ กศน.อาเภอพนมทวน 1.นางสาวจิราภา วชิ าชาญ ครู กศน.ตาบลหนองโรง คณะทางาน ครู อาสาสมคั ร ฯ 1.นางสาวชิรตา แก้วพรายงาม ครู กศน.ตาบลหนองโรง 2.นางสาวอไุ รวรรณ ใจยา รวบรวมและจัดทารปู เล่ม 1.นางสาวชริ ตา แก้วพรายงาม
วชิ า การตัดเยบ็ กระเป๋าและมัดย้อม หลักสตู ร 31 ชวั่ โมง วนั ที่ 15 เดือน กมุ ภาพนั ธ์ 2564 ถงึ วันที่ 22 เดอื น กุมภาพนั ธ์ 2564 ณ กศน.ตาบลหนองโรง ม. 4 ตาบลหนองโรง อาเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบรุ ี
วชิ า การตัดเยบ็ กระเป๋าและมัดย้อม หลักสตู ร 31 ชวั่ โมง วันที่ 15 เดือน กมุ ภาพนั ธ์ 2564 ถงึ วันที่ 22 เดอื น กุมภาพนั ธ์ 2564 ณ กศน.ตาบลหนองโรง ม. 4 ตาบลหนองโรง อาเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบรุ ี
Search
Read the Text Version
- 1 - 25
Pages: