กจิ กรรมที่ 2: ฝ่ ายบริหารโครงการริเริ่ม การวเิ คราะหต์ วั ชวี้ ดั กบั สมรรถนะของ PISA สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จดุ ประสงค ์ เพอื่ ใหผ้ เู ้ ขา้ รบั การอบรมมคี วามรคู ้ วามเขา้ ใจ สามารถวเิ คราะหต์ วั ชวี้ ดั และสาระแกนกลางกลมุ่ สาระ 1 การเรยี นรวู ้ ทิ ยาศาสตร ์(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) ในสาระที่ 4 เทคโนโลยี ตามหลกั สตู รแกนกลาง การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 2 เพอื่ ใหผ้ ูเ้ ขา้ รบั การอบรมมคี วามรคู ้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั สมรรถนะตามแนว PISA สาหรบั นักเรยี นอายุ 15 ปี 3 เพอื่ ใหผ้ ูเ้ ขา้ รบั การอบรมสามารถวเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธข์ องตวั ชวี้ ดั ตามหลกั สตู รแกนกลางฯ กบั สมรรถนะตามแนว PISA
กจิ กรรมการวเิ คราะหต์ วั ชวี้ ดั ฝ่ ายบริหารโครงการริเริ่ม และสมรรถนะรายวชิ าวทิ ยาการคานวณของ PISA สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี • ทบทวนตวั ชวี้ ดั และสาระการเรยี นรแู ้ กนกลาง รายวชิ าวทิ ยาการ คานวณ ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 • อธบิ ายสมรรถนะของ PISA รายวชิ าคณิตศาสตร ์และวทิ ยาศาสตร ์ • วเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธ ์ตวั ชวี้ ดั รายวชิ าวทิ ยาการคานวณกบั สมรรถนะ PISA ในรายวชิ าคณิตศาสตร ์และวทิ ยาศาสตร ์
ตวั ชวี้ ดั ฝ่ ายบริหารโครงการริเร่ิม รายวชิ าวทิ ยาการคานวณและการออกแบบเทคโนโลยี ม.3 สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สาระที่ วทิ ยาการคานวณ มาตรฐาน ว 4.1 5 ตวั ชวี้ ดั การออกแบบและเทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 4 ตวั ชวี้ ดั 4
สาระที่ 4 ฝ่ ายบรหิ ารโครงการรเิ รมิ่ การออกแบบและเทคโนโลยี สถาบนั สง่ เสรมิ การสอน มาตรฐาน ว 4.1 – ม.3 วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 1. วเิ คราะหส์ าเหตุ หรอื ปัจจยั ทสี่ ่งผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยี และความสมั พนั ธข์ องเทคโนโลยกี บั ศาสตรอ์ นื่ โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร ์ หรอื คณิตศาสตร ์ เพอื่ เป็ นแนวทางการแกป้ ัญหาหรอื พฒั นางาน 2. ระบปุ ัญหาหรอื ความตอ้ งการของชมุ ชนหรอื ทอ้ งถนิ่ เพอื่ พฒั นางานอาชพี สรปุ กรอบของปัญหา รวบรวม วเิ คราะหข์ อ้ มลู และแนวคดิ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั ปัญหา โดยคานึงถงึ ความถกู ตอ้ งดา้ นทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา 3. ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหา โดยวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บ และตดั สนิ ใจเลอื กขอ้ มูลทจี่ าเป็ นภายใตเ้ งอื่ นไขและทรพั ยากรทมี่ อี ยู่ นาเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาใหผ้ อู ้ นื่ เขา้ ใจดว้ ยเทคนิคหรอื วธิ กี ารทหี่ ลากหลาย วางแผนขน้ั ตอนการทางานและ ดาเนินการแกป้ ัญหาอย่างเป็ นขนั้ ตอน 4. ทดสอบ ประเมนิ ผล วเิ คราะห ์ และใหเ้ หตผุ ลของปัญหาหรอื ขอ้ บกพรอ่ งทเี่ กดิ ขนึ้ ภายใตก้ รอบเงอื่ นไข พรอ้ มทงั้ หาแนว ทางการปรบั ปรงุ แกไ้ ข และนาเสนอผลการแกป้ ัญหา 5. ใชค้ วามรู ้ และทกั ษะเกยี่ วกบั วสั ดุ อปุ กรณเ์ ครอื่ งมอื กลไก ไฟฟ้ าและอเิ ล็กทรอนิกสใ์ หถ้ กู ตอ้ งกบั ลกั ษณะของงาน และ ปลอดภยั เพอื่ แกป้ ัญหาหรอื พฒั นางาน
สาระที่ 4 ฝ่ ายบริหารโครงการริเร่ิม การออกแบบและเทคโนโลยี สถาบนั ส่งเสริมการสอน มาตรฐาน ว 4.1 – ม.3 วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 1. วเิ คราะหส์ าเหตุ หรอื ปัจจยั ทสี่ ง่ ผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยี และความสมั พนั ธข์ องเทคโนโลยกี บั ศาสตรอ์ นื่ โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร ์ หรอื คณิตศาสตร ์ เพอื่ เป็ นแนวทางการแกป้ ัญหาหรอื พฒั นางาน 2. ระบปุ ัญหาหรอื ความตอ้ งการของชมุ ชนหรอื ทอ้ งถนิ่ เพอื่ พฒั นางานอาชพี สรปุ กรอบของปัญหา รวบรวม วเิ คราะหข์ อ้ มูล และแนวคดิ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั ปัญหา โดยคานึงถงึ ความถกู ตอ้ งดา้ นทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา 3. ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหา โดยวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บ และตดั สนิ ใจเลอื กขอ้ มูลทจี่ าเป็ นภายใตเ้ งอื่ นไขและทรพั ยากรทมี่ อี ยู่ นาเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาใหผ้ อู ้ นื่ เขา้ ใจดว้ ยเทคนิคหรอื วธิ กี ารทหี่ ลากหลาย วางแผนขน้ั ตอนการทางานและ ดาเนินการแกป้ ัญหาอย่างเป็ นขนั้ ตอน 4. ทดสอบ ประเมนิ ผล วเิ คราะห ์ และใหเ้ หตผุ ลของปัญหาหรอื ขอ้ บกพรอ่ งทเี่ กดิ ขนึ้ ภายใตก้ รอบเงอื่ นไข พรอ้ มทง้ั หาแนว ทางการปรบั ปรงุ แกไ้ ข และนาเสนอผลการแกป้ ัญหา 5. ใชค้ วามรู ้ และทกั ษะเกยี่ วกบั วสั ดุ อปุ กรณเ์ ครอื่ งมอื กลไก ไฟฟ้ าและอเิ ล็กทรอนิกสใ์ หถ้ กู ตอ้ งกบั ลกั ษณะของงาน และ ปลอดภยั เพอื่ แกป้ ัญหาหรอื พฒั นางาน
สาระที่ 4 ฝ่ ายบริหารโครงการริเร่ิม วทิ ยาการคานวณ สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 – ม.3 1. พฒั นาแอปพลเิ คชนั ทมี่ กี ารบรู ณาการกบั วชิ าอนื่ อย่างสรา้ งสรรค ์ 2. รวบรวมขอ้ มูล ประมวลผล ประเมนิ ผล นาเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศตามวตั ถปุ ระสงค ์ โดยใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รอื บรกิ ารบน อนิ เทอรเ์น็ตทหี่ ลากหลาย 3. ประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื ของขอ้ มลู วเิ คราะหส์ อื่ และผลกระทบจากการใหข้ า่ วสารทผี่ ดิ เพอื่ การใชง้ านอย่างรเู ้ ท่าทนั 4. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั และมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายเกยี่ วกบั คอมพวิ เตอร ์ ใช ้ ลขิ สทิ ธขิ์ องผูอ้ นื่ โดยชอบธรรม
สาระที่ 4 ฝ่ ายบริหารโครงการริเร่ิม วทิ ยาการคานวณ สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 – ม.3 1. พฒั นาแอปพลเิ คชนั ทมี่ กี ารบรู ณาการกบั วชิ าอนื่ อย่างสรา้ งสรรค ์ 2. รวบรวมขอ้ มูล ประมวลผล ประเมนิ ผล นาเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศตามวตั ถปุ ระสงค ์ โดยใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รอื บรกิ ารบน อนิ เทอรเ์น็ตทหี่ ลากหลาย 3. ประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื ของขอ้ มลู วเิ คราะหส์ อื่ และผลกระทบจากการใหข้ า่ วสารทผี่ ดิ เพอื่ การใชง้ านอย่างรเู ้ ท่าทนั 4. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั และมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายเกยี่ วกบั คอมพวิ เตอร ์ ใช ้ ลขิ สทิ ธขิ์ องผูอ้ นื่ โดยชอบธรรม
Revised Bloom’s Taxonomy ฝ่ ายบริหารโครงการริเร่ิม อนุกรมวธิ านทปี่ รบั ปรงุ จากบลมู สถาบนั ส่งเสริมการสอน คาสาคญั จากตวั ชวี้ ดั วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี พฒั นา หาแนวทางปรบั ปรงุ แกไ้ ข สรา้ งสรรค ์ ประเมนิ คา่ ตระหนักความสาคญั วเิ คราะห ์ วเิ คราะห ์ / ออกแบบ ประยกุ ตใ์ ช ้ ใชค้ วามรแู ้ ละทกั ษะเพอื่ อธบิ าย / อธบิ ายความสมั พนั ธ ์/ ใช ้ เขา้ ใจ บอก / ระบุ จดจา อนุกรมวธิ านทปี่ รบั ปรงุ จากบลมู
สมรรถนะ ฝ่ ายบริหารโครงการริเร่ิม คอื อะไร? สถาบนั ส่งเสริมการสอน สมรรถนะ หมายถงึ ความรู ้ ความสามารถ ทกั ษะ และ องคค์ วามรู ้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และทกั ษะตา่ ง ๆ คุณลกั ษณะอื่น ๆ ที่มีอยู่ในตวั บุคคลที่สามารถวดั หรอื ขอ้ มูลความรทู ้ บี่ ุคคลมี สงั เกตไดจ้ ากพฤตกิ รรมการทางานทแี่ สดงออกมาใหเ้ ห็น บทบาททแี่ สดงออกตอ่ สงั คม ในสาขาตา่ ง ๆ และส่งผลใหบ้ ุคคลนั้น ๆ สามารถปฏิบัติงานใหบ้ รรลุ (social role) เป้ าหมายหรือวัตถุประสงคข์ องงานที่ต้ังไวไ้ ดอ้ ย่างมี ความเชย่ี วชาญชานาญ ประสทิ ธภิ าพ (สภาการศกึ ษา, 2560) ภาพลกั ษณภ์ ายใน พเิ ศษในดา้ นตา่ ง ๆ (self-image) บทบาททบี่ คุ คล ความรสู ้ กึ นึกคดิ เกยี่ วกบั แสดงออกตอ่ ผูอ้ น่ื อปุ นิสยั เอกลกั ษณแ์ ละคณุ คา่ ของตน (traits) ความเคยชนิ พฤตกิ รรมซา้ ๆ จนิ ตนาการ แนวโนม้ วธิ คี ดิ ในรปู แบบใดรปู แบบหน่ึง แรงผลกั ดนั เบอื้ งลกึ วธิ ปี ฏบิ ตั ติ น อนั เป็ นไปโดย (motives) ธรรมชาตขิ องบคุ คล ICEBERG MODEL
สมรรถนะรายวชิ าวทิ ยาศาสตร ์ ฝ่ ายบริหารโครงการริเริ่ม ตามแนว PISA สถาบนั ส่งเสริมการสอน การอธบิ ายปรากฏการณใ์ นเชงิ วทิ ยาศาสตร ์ การประเมนิ และออกแบบกระบวนการ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สบื เสาะหาความรทู ้ างวทิ ยาศาสตร ์ (Explain Phenomena Scientifically) การแปลความหมายขอ้ มูลและ (Evaluate and Design Scientific Enquiry) การใชป้ ระจกั ษพ์ ยานในเชงิ วทิ ยาศาสตร ์ 1 นาความรทู ้ างวทิ ยาศาสตรม์ าใช ้ 1 สามารถระบปุ ระเดน็ ปญั หาทต่ี อ้ งการสารวจ (Interpret Data and Evidence Scientifically) สรา้ งคาอธบิ ายทส่ี มเหตสุ มผล ตรวจสอบจากการศกึ ษาทางวทิ ยาศาสตรท์ ่ี 1 แปลงขอ้ มลู ทน่ี าเสนอในรปู แบบหน่ึงไปสู่ 2 ระบุ ใช ้และสรา้ งตวั แบบ และ กาหนดให ้ รปู แบบอน่ื นาเสนอขอ้ มลู เพอ่ื ใชใ้ นการอธบิ าย 2 แยกแยะไดว้ า่ ประเด็นปญั หาหรอื คาถามใด 2 วเิ คราะหแ์ ละแปลความหมายขอ้ มูลทาง 3 เสนอสมมตฐิ านเพอื่ ใชใ้ นการอธบิ าย สามารถตรวจสอบไดด้ ว้ ยวธิ กี ารทาง 4 พยากรณก์ ารเปลย่ี นแปลงในเชงิ วทิ ยาศาสตร ์ วทิ ยาศาสตร ์ วทิ ยาศาสตร ์ และลงขอ้ สรปุ โดยใชค้ วามเป็ นเหตเุ ป็ นผล 3 เสนอวธิ สี ารวจตรวจสอบปัญหาทาง 3 ระบขุ อ้ สนั นิษฐาน ประจกั ษพ์ ยาน และเหตผุ ล ทเี่ ป็ นไปได ้ วทิ ยาศาสตรท์ ก่ี าหนดให ้ ในเรอื่ งทเี่ กยี่ วกบั วทิ ยาศาสตร ์ 5 อธบิ ายถงึ ศกั ยภาพของความรทู ้ าง 4 ประเมนิ วธิ สี ารวจตรวจสอบปัญหาทาง 4 แยกแยะระหวา่ งขอ้ โตแ้ ยง้ ทมี่ าจากประจกั ษ ์ วทิ ยาศาสตรท์ สี่ ามารถนาไปใชเ้ พอ่ื สงั คม วทิ ยาศาสตรท์ กี่ าหนดให ้ พยานและทฤษฎที างวทิ ยาศาสตร ์กบั ทม่ี าจาก การพจิ ารณาจากสงิ่ อนื่ 5 บรรยายและประเมนิ วธิ กี ารตา่ ง ๆ ที่ 5 ประเมนิ ขอ้ โตแ้ ยง้ ทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละ นักวทิ ยาศาสตรใ์ ชใ้ นการยนื ยนั ถงึ ความ น่าเชอ่ื ถอื ของขอ้ มูล และความเป็ นกลางและ ประจกั ษพ์ ยานจากแหลง่ ทมี่ าทห่ี ลากหลาย การสรปุ อา้ งองิ จากคาอธบิ าย (เชน่ หนังสอื พมิ พ ์ อนิ เทอรเ์น็ต และวารสาร)
สมรรถนะรายวชิ าคณิตศาสตร ์ ฝ่ ายบริหารโครงการริเร่ิม ตามแนว PISA สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี การคดิ สถานการณข์ องปัญหาในเชงิ คณิตศาสตร ์ (Formulating situations in mathematical terms) 1 การระบปุ ระเด็นทางคณิตศาสตรข์ องปัญหาทต่ี งั้ อยใู่ นบรบิ ทโลกชวี ติ จรงิ และการระบตุ วั แปรทสี่ าคญั 2 การรโู ้ ครงสรา้ งทางคณิตศาสตร ์(รวมถงึ กฎเกณฑ ์ความสมั พนั ธ ์และแบบรปู ) ของปญั หาหรอื สถานการณ์ 3 การทาสถานการณห์ รอื ปัญหาใหอ้ ยใู่ นรปู อยา่ งงา่ ย เพอื่ ทาใหก้ ารวเิ คราะหท์ างคณิตศาสตรง์ า่ ยขนึ้ 4 การระบขุ อ้ จากดั และสมมตฐิ านทอี่ ยเู่ บอื้ งหลงั แบบจาลองทางคณิตศาสตรแ์ ละจากการทาใหอ้ ยใู่ นรปู อยา่ งงา่ ยทร่ี วบรวมไดจ้ ากบรบิ ท 5 การแสดงแทนสถานการณใ์ นเชงิ คณิตศาสตร ์โดยการใชต้ วั แปร สญั ลกั ษณ์ แผนภาพ และแบบจาลองมาตรฐานทเี่ หมาะสม 6 การแสดงแทนปัญหาในหลากหลายวธิ ี รวมถงึ การจดั การกบั ปัญหาใหส้ อดคลอ้ งกบั แนวคดิ ทางคณิตศาสตร ์และการสรา้ งสมมตฐิ านทเ่ี หมาะสม 7 การรู ้เขา้ ใจ และการอธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษาเฉพาะกบั บรบิ ทของปัญหากบั ภาษาทเ่ี ป็ นสญั ลกั ษณแ์ ละภาษาอยา่ งเป็ นทางการทจี่ าเป็ นตอ้ งใชใ้ นการแสดงเชงิ คณิตศาสตร ์ 8 การแปลงปัญหาใหอ้ ยใู่ นรปู ของภาษาทางคณิตศาสตรห์ รอื การแสดงแทนการรแู ้ งม่ มุ ตา่ ง ๆ ของปัญหา ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั ปญั หาทร่ี หู ้ รอื แนวคดิ หลกั ทางคณิตศาสตรท์ รี่ จู ้ กั ขอ้ เท็จจรงิ หรอื วธิ ดี าเนินการ 9 การใชเ้ทคโนโลยเี พอ่ื แสดงความสมั พนั ธภ์ ายในปัญหาทอ่ี ยใู่ นสถานการณเ์ ชงิ คณิตศาสตร ์(เชน่ ตารางโปรแกรมทางาน หรอื รายการทมี่ ใี หบ้ นเครอื่ งคานวณเชงิ กราฟ)
สมรรถนะรายวชิ าคณิตศาสตร ์(ตอ่ ) ฝ่ ายบริหารโครงการริเริ่ม ตามแนว PISA สถาบนั ส่งเสริมการสอน การคกดิ าสรถใชาหน้ ลกกาั รกณารข์ แอลงะปกัญระบหวานในกเาชรงิทคาณงคิตณศาิตสศตารส์ตรใ์ นการแกป้ ัญหา วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (Formulating situations in m(Aatphpelmicatiocanl) terms) 1 การคดิ และนากลยทุ ธใ์ นการหาวธิ แี กป้ ญั หาทางคณิตศาสตรไ์ ปใช ้ 2 การใชเ้ครอ่ื งมอื ทางคณิตศาสตร ์รวมทงั้ เทคโนโลยเี พอ่ื ชว่ ยหาวธิ แี กป้ ญั หาทถี่ กู ตอ้ งหรอื เหมาะสม 3 การนาขอ้ เท็จจรงิ กฎเกณฑ ์ขนั้ ตอนวธิ ี และโครงสรา้ งทางคณิตศาสตรม์ าใชใ้ นการแกป้ ัญหา 4 การดาเนินการในเรอ่ื งจานวน ขอ้ มลู และขอ้ สนเทศเกยี่ วกบั กราฟและสถติ ิ นิพจนพ์ ชี คณิตและสมการ และการแสดงแทนทางเรขาคณิต 5 การสรา้ งแผนภาพ กราฟ และโครงสรา้ งทางคณิตศาสตร ์และการสกดั ขอ้ มลู ทางคณิตศาสตรจ์ ากสง่ิ เหลา่ นนั้ 6 การใชแ้ ละการสลบั ทรี่ ะหวา่ งการใชส้ ญั ลกั ษณต์ า่ ง ๆ ในกระบวนการแกป้ ัญหา 7 การสรา้ งขอ้ สรปุ ทว่ั ไปบนพนื้ ฐานของผลลพั ธท์ เ่ี กดิ จากการนาวธิ กี ารดาเนินการทางคณิตศาสตรไ์ ปใชใ้ นการแกป้ ัญหา 8 การสะทอ้ นขอ้ โตแ้ ยง้ ทางคณิตศาสตร ์การอธบิ ายและการแสดงเหตผุ ลตอ่ ผลลพั ธท์ างคณิตศาสตร ์
สมรรถนะรายวชิ าคณิตศาสตร ์(ตอ่ ) ฝ่ ายบริหารโครงการริเริ่ม ตามแนว PISA สถาบนั ส่งเสริมการสอน การคกดิ าสรถใชาหน้ ลกกาั รกณารข์ แอลงะปกัญรกะบหาวารนใตนกคี เาวชรางิทมคาแณงลคะิตปณศราิตะสเศมตานิ รสผ์ตลรลใ์ พนั กธาท์ ราแงกคปณ้ ัญิตหศาาสตร ์ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (Formulating situations in m(Aatphpelmicatioc(Ianl)teterrpmrest)ation) 1 การตคี วามผลลพั ธท์ างคณิตศาสตรก์ ลบั ไปทบี่ รบิ ทโลกชวี ติ จรงิ 2 การประเมนิ ความเป็ นเหตเุ ป็ นผลของวธิ แี กป้ ัญหาทางคณิตศาสตรใ์ นบรบิ ทของปญั หาโลกชวี ติ จรงิ 3 ความเขา้ ใจวา่ บรบิ ทในชวี ติ จรงิ สง่ ผลกระทบตอ่ ผลลพั ธแ์ ละวธิ คี ดิ คานวณทางคณิตศาสตรห์ รอื แบบจาลองอยา่ งไร เพอ่ื ตดั สนิ วา่ จะตอ้ งปรบั ปรงุ หรอื นาผลไปใชใ้ นสถานการณไ์ ด ้ อยา่ งไร 4 การอธบิ ายไดว้ า่ เพราะเหตใุ ดผลลพั ธห์ รอื ขอ้ สรปุ ทางคณิตศาสตรจ์ งึ เหมาะสมหรอื ไม่เหมาะสมกบั บรบิ ทของปัญหา 5 ความเขา้ ใจขอบเขตและขอ้ จากดั ของแนวคดิ คณิตศาสตรแ์ ละวธิ แี กป้ ัญหาทางคณิตศาสตร ์ 6 การวจิ ารณแ์ ละระบขุ อ้ จากดั ของแบบจาลองทใี่ ชแ้ กป้ ญั หา
กรอบการประเมิน PISA 2021 1. การคดิ สถานการณข์ องปญั หาในเชงิ คณิตศาสตร์ (Formulating situations in mathematical terms) 2. การใชห้ ลกั การและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ น การแก้ปัญหา (Application) 3. การตคี วามและประเมินผลลัพธท์ างคณติ ศาสตร์ (Interpretation) 4. การให้เหตผุ ลทางคณติ ศาสตร์ (Mathematical Reasoning) 1 4
สมรรถนะหลกั ของผูเ้ รยี น 10 ประการ ฝ่ ายบริหารโครงการริเริ่ม โดยสภาการศกึ ษา 2562 สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ผลการประเมนิ PISA 2018 ฝ่ ายบริหารโครงการริเร่ิม ความฉลาดรดู ้ า้ นวทิ ยาศาสตร ์ สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระดบั 5-6 0.7% 6.8% ระดบั 3-4 23.1% 45.5% ระดบั 2 ตา่ กวา่ ระดบั 2 31.8% 25.8% 44.5% 22.0% ไทย OECD
ระดับความสามารถของนกั เรียน ฝา่ ยบริหารโครงการรเิ ริ่ม ตามการประเมินความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตรข์ อง PISA สถาบนั สง่ เสรมิ การสอน วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระดบั 6 ระดับ 5 (708 คะแนนขึน้ ไป) (633-708 คะแนน) 1. สามารถทาภารกจิ วิทยาศาสตร์ที่ยาก ๆ ได้สาเรจ็ สมบรู ณเ์ กอื บทกุ ข้อ 1. สามารถใชก้ รอบความคิดทางวทิ ยาศาสตร์ท่ีเป็นนามธรรมเพ่ืออธิบาย 2. สามารถดงึ เอาความสัมพันธร์ ะหว่างความรกู้ รอบแนวคิดทางวทิ ยาศาสตร์ ปรากฏการณ์ กระบวนการ หรือเหตุการณท์ ี่ไมค่ นุ้ เคยและมคี วามซบั ซ้อนมากข้นึ กายภาพ ชีวภาพ และโลกและอวกาศมาสมั พันธก์ นั 2. สามารถใช้ความรเู้ ก่ยี วกับการไดม้ าของความรู้ทมี่ คี วามซับซ้อนในการประเมิน 3. สามารถใชค้ วามรดู้ า้ นเนื้อหา ด้านกระบวนการ และความรเู้ กีย่ วกบั การได้มาของ การออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ความรใู้ นการให้คาอธบิ ายทฤษฎีหรือคาดคะเนปรากฏการณ์ เหตกุ ารณ์ หรอื 3. สามารถให้เหตุผลทเ่ี ลือกวธิ กี ารทดลองวิธีใดวิธีหน่งึ กระบวนการท่ไี ม่คนุ้ เคย หรอื ทานายผลของเหตุการณ์ ในการตีความ แปลความ 4. สามารถใชค้ วามรู้ตามทฤษฎมี าตคี วามหรือทานายผล ข้อมูลและประจกั ษพ์ ยาน กส็ ามารถแยกแยะสาระที่สอดคลอ้ งและไมส่ อดคล้อง 5. สามารถประเมนิ วธิ ีการสารวจตรวจสอบของปญั หาท่ีกาหนดให้ในเชงิ วิทยาศาสตร์ กับขอ้ มลู ออกจากกนั ได้ 4. สามารถดึงเอาความรู้ภายนอกเข้ามาใช้กบั เรื่องท่เี รยี นรู้ได้ และระบขุ อ้ จากดั ในการแปลความหมายข้อมลู รวมถงึ แหล่งท่ีมาและผลกระทบ 5. สามารถบอกความแตกตา่ งของข้อโตแ้ ย้งได้วา่ ขอ้ โต้แยง้ ใดมีพ้ืนฐานบนประจักษ์ จากความไมแ่ น่นอนของข้อมลู ทางวทิ ยาศาสตร์ พยานและทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ กบั ข้อมลู ใดท่อี ยบู่ นพืน้ ฐานของความคิดเหน็ หรอื ข้อพจิ ารณาของผอู้ น่ื 17 6. สามารถประเมินความเหมาะสมของการออกแบบการเพอ่ื การทดลอง การสารวจ ตรวจสอบ การเกบ็ ขอ้ มลู ภาคสนาม หรอื การจาลองสถานการณ์ทีซ่ บั ซ้อนได้ และ สามารถใหเ้ หตุผลทเี่ หมาะสมเพือ่ ประกอบการตัดสินใจ
ระดับความสามารถของนักเรียน ฝา่ ยบริหารโครงการรเิ ร่มิ ตามการประเมินความฉลาดร้ดู า้ นวิทยาศาสตร์ของ PISA สถาบันสง่ เสรมิ การสอน วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั 4 ระดับ 3 (559-632 คะแนนขึน้ ไป) (484-558 คะแนน) 1. สามารถใชค้ วามรู้ดา้ นเน้ือหาสาระทย่ี ากขน้ึ ซง่ี อาจเป็นความรทู้ ี่บอกให้ในขอ้ ความ 1. สามารถใช้ความรดู้ า้ นเน้อื หาที่ค่อนขา้ งซบั ซ้อนข้นึ เพอื่ ระบบุ อกประเด็นหรอื สร้าง หรือเป็นความรู้ทีเ่ รียกคนื ออกมาได้เอง เพ่อื นามาใช้สรา้ งคาอธิบายในเหตกุ ารณ์ คาอธบิ ายปรากฏการณ์เชิงวิทยาศาสตร์ทร่ี ู้จักค้นุ เคย ถา้ เปน็ สถานการณ์ทไี่ ม่คุน้ เคย หรือกระบวนการท่ซี ับซ้อนมากขึ้นและไมค่ นุ้ เคยมากอ่ น 2. สามารถสรา้ งคาอธิบายท่ีสมเหตุสมผลโดยอาศัยตวั ชี้นาท่ีเหมาะสมบางอย่าง 2. สามารถทาการทดลองเก็บข้อมูลทเี่ กี่ยวข้องกับตวั แปรอสิ ระมากกว่าสองตัวแปร 3. สามารถใช้ความรเู้ กยี่ วกับการได้มาของความรูห้ รอื ความรู้ด้านกระบวนการในการ ขน้ึ ไปในบริบทที่มขี อ้ จากดั ต่าง ๆ หาความร้เู พือ่ ออกแบบและดาเนนิ การทดลองหาขอ้ มูลในสถานการณ์ที่มีขดี จากัดได้ 3. สามารถอธบิ ายเหตุผลในการออกแบบการทดลองได้ดว้ ยความรู้ด้านกระบวนการ 4. สามารถแยกแยะอยา่ งชัดเจนไดว้ า่ ประเดน็ ใดเป็นวทิ ยาศาสตร์ (อธิบายได้ ความร้เู กยี่ วกับการไดม้ าของความรู้ มปี ระจกั ษพ์ ยาน ตรวจสอบไดต้ ามกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์) และ 4. สามารถแปลความหมายขอ้ มูลที่มาจากข้อมูลท่ีมคี วามซบั ซอ้ นระดบั กลาง หรือ ประเดน็ ใดไมเ่ ป็นวทิ ยาศาสตร์ ขอ้ มูลท่ีไมค่ ้นเคยและสรา้ งข้อสรปุ ทสี่ มเหตุสมผลและทีข่ ยายออกไกลกวา่ ทไ่ี ด้จาก ขอ้ มูลเฉพาะหนา้ 18
ระดับความสามารถของนักเรียน ฝา่ ยบริหารโครงการรเิ ริม่ ตามการประเมนิ ความฉลาดรู้ดา้ นวิทยาศาสตร์ของ PISA สถาบันส่งเสรมิ การสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั 2 ต่ากวา่ ระดับ 2 (410-483 คะแนนขึ้นไป) (ต่ากวา่ 410 คะแนน) 1. สามารถดงึ เอาความร้ดู ้านเนอ้ื หาจากชวี ิตประจาวันและความรดู้ า้ นกระบวนการ ระดบั 1a (335-409 คะแนน) พน้ื ฐานมาใช้เพือ่ บอกถึงคาอธบิ ายทางวทิ ยาศาสตร์ ตีความข้อมูล และตั้งปัญหา ของเร่ืองเพือ่ ออกแบบการทดลองอย่างงา่ ย 1. สามารถใชค้ วามรดู้ า้ นเน้ือหาและกระบวนการสามัญเพอ่ื เลือกบอกคาอธบิ ายของ ปรากฏการณว์ ทิ ยาศาสตร์อย่างงา่ ยทีต่ อ้ งการการคดิ ไมม่ าก 2. สามารถใชค้ วามรูท้ างวิทยาศาสตร์ทั่วไปเพอ่ื บอกขอ้ สรุปจากขอ้ มลู ชุดทไ่ี ม่ซบั ซอ้ น 3. สามารถแสดงว่ามคี วามรูเ้ กย่ี วกับการไดม้ าของความร้หู รือวธิ ีหาความรู้ เพื่อระบุ 2. สามารถทาการสารวจตรวจสอบทางวทิ ยาศาสตรอ์ ย่างเปน็ แบบแผนท่มี ีตวั แปรไม่ เกินสองตวั แปรและแปลความข้อมูลทเี่ ป็นภาพหรือกราฟทตี่ อ้ งใช้การคดิ เพยี ง ปญั หาท่ีสามารถตรวจสอบได้โดยทางวิทยาศาสตร์ เล็กนอ้ ย 3. สามารถเลอื กคาอธบิ ายหรือขอ้ มูลท่ีเหน็ ได้ชดั เจนจากทกี่ าหนดมาให้ในบริบทท่ี คนุ้ เคยหรือเก่ยี วข้องตรง ๆ กับชีวติ สว่ นตวั ทอ้ งถิ่นหรอื โลก ระดับ 1b (261-334 คะแนน) 1. นกั เรยี นสามารถใชค้ วามรู้สามัญเพอื่ นกึ ถึงปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์บางแง่มมุ 2. สามารถบอกแบบรูปอย่างง่ายในชุดข้อมลู จาคาศัพทห์ รือคาทางวทิ ยาศาสตรไ์ ด้ 3. สามารถทาการทดลองตามวิธีการที่บอกไวช้ ัดเจนได้ 19
ผลการประเมนิ PISA 2018 ฝ่ ายบริหารโครงการริเริ่ม ความฉลาดรดู ้ า้ นคณิตศาสตร ์ สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระดับ 5-6 2.3% 10.9% ระดับ 3-4 20.4% 42.9% 24.6% ระดับ 2 22.2% ตา่ กว่าระดับ 2 52.7% ไทย 24.0% OECD
ระดบั ความสามารถของนักเรียน ฝ่ายบริหารโครงการรเิ รม่ิ ตามการประเมนิ ความฉลาดรดู้ ้านคณติ ศาสตรข์ อง PISA สถาบันสง่ เสรมิ การสอน วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับ 6 ระดับ 5 (699 คะแนนขน้ึ ไป) (607-668 คะแนน) 1. สามารถทาข้อสอบขอ้ ทีย่ ากท่ีสุดของ PISA ได้ถูกต้อง 1. สามารถสรา้ งและใชต้ ัวแบบเชงิ คณติ ศาสตร์ (Mathematical Model) สาหรบั 2. สามารถสร้างกรอบความคิด สร้างข้อสรปุ และสาระบนฐานของขอ้ มูลการสารวจ ปัญหาคณติ ศาสตร์ท่ีมีความซับซอ้ น ตรวจสอบและการสรา้ งตวั แบบของสถานการณ์ทีซ่ ับซอ้ นของปัญหา 2. สามารถระบขุ ้อจากดั และขอ้ ตกลง เบ้ืองตน้ เฉพาะเรื่องน้ัน ๆ สามารถเลือก 3. สามารถใช้ความรใู้ นบรบิ ททีไ่ มเ่ คยชนิ และไม่เป็นไปตามแบบแผนท่มี ีมาก่อน เปรียบเทียบ และประเมนิ ถงึ กลยทุ ธ์การแก้ปัญหาท่เี หมาะสมเพอ่ื ใชแ้ ก้ปัญหาท่ี 4. สามารถเชอื่ มโยงแหล่งข้อมูลและสัญลกั ษณต์ ่าง ๆ อกี ทง้ั สามารถเชอื่ มโยงและ ซบั ซอ้ นทเี่ ชอ่ื มโยงกับตัวแบบ ปรับใช้อย่างคล่องแคล่ว 3. สามารถใช้ทักษะการคิดและทกั ษะการใหเ้ หตุผล สามารถเชื่อมโยงการนาเสนอ 5. สามารถในการคดิ และการใชเ้ หตผุ ลทางคณติ ศาสตร์ รูปแบบตา่ ง ๆ สัญลักษณแ์ ละลักษณะของโจทยค์ ณติ ศาสตร์ และมองเหน็ 6. สามารถใชค้ วามสัมพันธข์ องตัวแปร มคี วามเข้าใจทางคณิตศาสตรข์ องการใช้ ความสัมพันธ์เชอ่ื มโยงของสง่ิ เรา้ ท่ีเป็นส่วนของสถานการณ์ สญั ลกั ษณ์การดาเนนิ การและความสมั พนั ธ์ทางคณิตศาสตร์ เพื่อนามาสรา้ งวิธกี าร 4. สามารถคิดวเิ คราะห์การทางานของตน สามารถสร้างกฎเกณฑท์ างคณิตศาสตร์ และกลยุทธใ์ หมส่ าหรบั การแกป้ ญั หาในวิธีใหม่ นกั เรยี นสามารถสะทอ้ นความเหน็ 5. สามารถสอื่ สารการแปลความ ตคี วาม และการใชเ้ หตุผลของตนใหเ้ ป็นทีเ่ ขา้ ใจได้ การกระทา 7. สามารถสอื่ สารความเหน็ และการกระทาท่ีตนค้นพบ ตคี วาม และโต้แยง้ ได้ชัดเจน 21 แมน่ ยา อกี ทั้งยังสามารถอธบิ ายถงึ สาเหตทุ ี่ไดใ้ ชก้ ารกระทาน้นั ๆ มาตง้ั แตต่ น้
ระดับความสามารถของนกั เรียน ฝ่ายบรหิ ารโครงการรเิ รม่ิ ตามการประเมินความฉลาดรดู้ ้านคณติ ศาสตรข์ อง PISA สถาบันสง่ เสรมิ การสอน วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั 4 ระดับ 3 (545-606 คะแนน) (482-544 คะแนน) 1. สามารถทาโจทยค์ ณิตศาสตรท์ ่ีมีรูปแบบชดั เจน แตอ่ ยู่ในสถานการณ์คอ่ นข้าง 1. สามารถทาโจทย์ตามตัวอยา่ งหรือวิธีการที่บอกไว้ชดั เจน รวมทงั้ โจทย์ท่ตี ้องเลือก ซับซอ้ น และอาจมีข้อจากดั เขา้ มาเกย่ี วขอ้ ง หรือต้องมกี ารกาหนดข้อตกลง ลาดบั ขน้ั ตอนดว้ ย เบอื้ งตน้ บ้าง 2. สามารถเลอื กและใช้กลยุทธ์ทีไ่ ม่ซบั ซ้อนสาหรบั การแกป้ ัญหา สามารถตคี วาม 2. สามารถเลือกการนาเสนอแบบตา่ ง ๆ หลายแบบรวมท้งั รูปแบบของสญั ลักษณ์ แปลความและใชส้ ถานการณ์ท่ีมีท่ีมาจากหลายแหล่ง หรือใชผ้ สมกนั ได้ โดยนามาเช่อื มโยงกับสถานการณใ์ นโลกจริง 3. สามารถใช้ความเป็นเหตุเป็นผลของแหล่งท่มี านนั้ ๆ ได้ 3. สามารถใชท้ กั ษะทางคณติ ศาสตร์ท่ีมีอยู่จากดั และสามารถใชเ้ หตผุ ลได้ และ 4. สามารถสร้างคาอธบิ ายรายงานการตคี วาม และแปลความนัน้ ๆ และสามารถ มองเหน็ ความสมั พันธข์ องตวั แปรในสถานการณ์ตรง ๆ ทไ่ี ม่ซับซอ้ น ส่ือสารผลทีเ่ กิดขน้ึ ได้ 4. สามารถสร้างคาอธบิ ายหรอื ข้อโต้แย้ง 5. สามารถสอ่ื สารส่งิ ที่สร้างขน้ึ ให้เป็นท่ีเข้าใจได้ โดยส่ือสารคาอธบิ ายและข้อโต้แยง้ บนพื้นฐานของการแปลความ การโต้แยง้ และการกระทาของตน 22
ระดับความสามารถของนกั เรยี น ฝ่ายบรหิ ารโครงการรเิ ริ่ม ตามการประเมนิ ความฉลาดรูด้ า้ นคณติ ศาสตรข์ อง PISA สถาบันส่งเสรมิ การสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับ 2 ระดบั 1 (420-481 คะแนน) (358-419 คะแนน) 1. สามารถตคี วาม แปลความ และรสู้ ถานการณใ์ นบรบิ ทที่ไม่ซับซอ้ นทีต่ ้องการ 1. สามารถตอบคาถามทเี่ กยี่ วขอ้ งในบริบททีเ่ คยพบมากอ่ นหรือท่ีคุ้นเคยและมีข้อมลู ตวั อ้างองิ ไมเ่ กนิ สองตวั ชัดเจนให้ และคาถามท่ถี ามตรง ๆ อยา่ งชดั เจน 2. สามารถสกดั สาระสาคญั จากแหล่งข้อมูลแหลง่ เดยี ว และสามารถใช้สถานการณท์ ่ี 2. สามารถระบุสาระท่ตี อ้ งการและสามารถทาโจทย์แบบทีค่ ุ้นเคยที่มวี ธิ ีการทาหรือ นาเสนออยา่ งงา่ ย ๆ เพียงชน้ั เดียว สถานการณ์กาหนดใหช้ ดั เจน 3. สามารถใชว้ ธิ ีการคิดสูตรคณติ ศาสตร์ สามารถคิดวธิ กี ารหรอื ขอ้ ตกลงเบือ้ งต้น 3. สามารถทาโจทย์ตามตวั อย่างทีก่ าหนดให้ได้ 4. สามารถใช้ความเป็นเหตุเปน็ ผลแบบตรง ๆ และตีความผลที่พบอยา่ งตรงไปตรงมา ระดบั 2 ถือวา่ เป็นระดับพ้ืนฐานท่ีควรจะมี (Minimum Requirement) เปน็ ระดับทแ่ี สดงว่านกั เรยี นพอจะใชป้ ระโยชนจ์ ากคณิตศาสตรใ์ นชวี ติ ได้ในระดับเริม่ ต้น 23
ฝ่ ายบริหารโครงการริเริ่ม สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ใบกจิ กรรมที่ 2.1 การเชอื่ มโยงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตวั ชวี้ ดั กบั สมรรถนะตามแนว PISA
ใบกจิ กรรมที่ 2.1 ฝ่ ายบริหารโครงการริเริ่ม การเชอื่ มโยงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตวั ชวี้ ดั กบั สมรรถนะตามแนว PISA สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี คาชแี้ จง: วเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมจากตวั ชวี้ ดั เพอ่ื นาพฤตกิ รรมทไี่ ดไ้ ปเชอื่ มโยงกบั สมรรถนะของ PISA ทคี่ าดหวงั วา่ จะเกดิ ขนึ้ จากการแสดง พฤตกิ รรมดงั กล่าว เพอื่ ใชเ้ ป็ นแนวทางในการสรา้ งแผนการจดั การเรยี นรู ้ สมรรถนะตามแนว PISA ตวั ชวี้ ดั การอธบิ ายปรากฏการณใ์ นเชงิ การประเมนิ และออกแบบ การแปลความหมายขอ้ มูล พฤตกิ รรมของตวั ชวี้ ดั ที่ วทิ ยาศาสตร ์ กระบวนการสบื เสาะหาความรทู ้ าง และการใชป้ ระจกั ษพ์ ยาน แสดงถงึ PISA วทิ ยาศาสตร ์ ในเชงิ วทิ ยาศาสตร ์
ใบกจิ กรรมที่ 2.1 ฝ่ ายบริหารโครงการริเร่ิม การเชอื่ มโยงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตวั ชวี้ ดั กบั สมรรถนะตามแนว PISA สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี คาชแี้ จง: วเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมจากตวั ชวี้ ดั เพอ่ื นาพฤตกิ รรมทไ่ี ดไ้ ปเชอ่ื มโยงกบั สมรรถนะของ PISA ทค่ี าดหวงั วา่ จะเกดิ ขนึ้ จากการแสดง พฤตกิ รรมดงั กลา่ ว เพอ่ื ใชเ้ ป็ นแนวทางในการสรา้ งแผนการจดั การเรยี นรู ้ สมรรถนะตามแนว PISA ตวั ชวี้ ดั การอธบิ ายปรากฏการณใ์ นเชงิ การประเมนิ และออกแบบ การแปลความหมายขอ้ มูล พฤตกิ รรมของตวั ชวี้ ดั ท่ี วทิ ยาศาสตร ์ กระบวนการสบื เสาะหาความรทู ้ าง และการใชป้ ระจกั ษพ์ ยาน แสดงถงึ PISA วทิ ยาศาสตร ์ ในเชงิ วทิ ยาศาสตร ์ พฒั นาแอปพลเิ ค 1.2 1.3 2.3 2.4 2.5 3.1 3.5 พฒั นาแอปพลเิ คชนั ชนั ทมี่ กี ารบูรณา การกบั วชิ าอน่ื อยา่ งสรา้ งสรรค ์
ใบกจิ กรรมที่ 2.1 ฝ่ ายบริหารโครงการริเริ่ม การเชอื่ มโยงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตวั ชวี้ ดั กบั สมรรถนะตามแนว PISA สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี คาชแี้ จง: วเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมจากตวั ชวี้ ดั เพอื่ นาพฤตกิ รรมทไ่ี ดไ้ ปเชอื่ มโยงกบั สมรรถนะของ PISA ทค่ี าดหวงั ว่าจะเกดิ ขนึ้ จากการแสดง พฤตกิ รรมดงั กล่าว เพอื่ ใชเ้ ป็ นแนวทางในการสรา้ งแผนการจดั การเรยี นรู ้ สมรรถนะตามแนว PISA ตวั ชวี้ ดั การคดิ สถานการณข์ องปัญหาใน การใชห้ ลกั การและกระบวนการ การตคี วามและประเมนิ พฤตกิ รรมของตวั ชวี้ ดั ที่ ผลลพั ธท์ างคณิตศาสตร ์ แสดงถงึ PISA เชงิ คณิตศาสตร ์ ทางคณิตศาสตรใ์ นการแกป้ ัญหา
ใบกจิ กรรมที่ 2.1 ฝ่ ายบริหารโครงการริเร่ิม การเชอื่ มโยงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตวั ชวี้ ดั กบั สมรรถนะตามแนว PISA สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี คาชแี้ จง: วเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมจากตวั ชวี้ ดั เพอ่ื นาพฤตกิ รรมทไ่ี ดไ้ ปเชอ่ื มโยงกบั สมรรถนะของ PISA ทคี่ าดหวงั ว่าจะเกดิ ขนึ้ จากการแสดง พฤตกิ รรมดงั กลา่ ว เพอ่ื ใชเ้ ป็ นแนวทางในการสรา้ งแผนการจดั การเรยี นรู ้ สมรรถนะตามแนว PISA ตวั ชวี้ ดั การคดิ สถานการณข์ องปัญหาใน การใชห้ ลกั การและกระบวนการ การตคี วามและประเมนิ พฤตกิ รรมของตวั ชวี้ ดั ที่ ผลลพั ธท์ างคณิตศาสตร ์ แสดงถงึ PISA เชงิ คณิตศาสตร ์ ทางคณิตศาสตรใ์ นการแกป้ ัญหา พฒั นาแอปพลเิ ค 1.1 1.4 1.5 1.7 1.9 2.1-2.8 3.1 3.2 3.5 3.6 พฒั นาแอปพลเิ คชนั ชนั ทมี่ กี ารบรู ณา การกบั วชิ าอน่ื อยา่ งสรา้ งสรรค ์
ฝ่ ายบริหารโครงการริเริ่ม สถาบนั ส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ตวั อยา่ งขอ้ สอบ PISA ทสี่ ามารถใชท้ กั ษะและกระบวนการของวชิ าวทิ ยาการคานวณได ้
Search
Read the Text Version
- 1 - 33
Pages: