รายงานการประเมินตนเอง (Self Assessment Report) ประกอบการเลอื่ นเงินเดือน ครงั้ ที่ 2/2563 นายธนวัตร ดีหลาย ตาแหนง่ ครผู ู้ชว่ ย กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนปากเกร็ด สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษามัธยมศกึ ษาเขต 3 สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ 1
ตอนที่ 1: ขอ้ มลู สว่ นตัว 1.1ข้อมูลทว่ั ไป ชอื่ นาย ธนวัตร นามสกุล ดีหลาย อายุ 25 ปี ตาแหน่ง ครูผู้ช่วย วิทยฐานะ – ตาแหนง่ เลขท่ี 47615 สถานศกึ ษา/หน่วยงานการศกึ ษา โรงเรยี นปากเกรด็ เขต/อาเภอ ปากเกร็ด จงั หวดั นนทบรุ ี สานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษาเขต 3 รบั เงนิ เดือนอันดับ ครผู ู้ชว่ ย ข้ัน/เงนิ เดอื น 15,800 บาท เลขประจาตวั ประชาชน 1480200097932 เกษียณอายรุ าชการ เม่อื วนั ที่ 30 กนั ยายน พ.ศ. 2598 เคร่ืองราชสงู สุด - วฒุ ิทางลูกเสอื - วุฒทิ างนกั ศึกษาวิชาทหาร นศท.ช้ันปีท่ี 5 วนั เรม่ิ เข้ารับราชการ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 มาปฏบิ ตั ริ าชการเป็นการประจาทโ่ี รงเรียนปากเกร็ด เม่ือ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 1.2 วุฒิการศึกษา ระดับการศึกษา สาขา สถาบนั ปกี ารศกึ ษาท่จี บ ระดบั ปรญิ ญาตรี เคมี มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสกลนคร 2561 ระดับปริญญาโท - - - ระดับปริญญาเอก - - - 1.3 ประวตั ิการรบั ราชการ ตาแหน่ง หนว่ ยงาน/สังกดั หมายเหตุ วนั เดือนปี ครผู ชู้ ว่ ย โรงเรียนปากเกรด็ จงั หวัดนนทบุรี 1 กรกฎาคม 2563 1.4 ประวตั กิ ารเลอื่ นข้ันเงินเดือน 5 ปี ย้อนหลงั วัน เดอื น ปี ตาแหนง่ /อันดับ/วิทยฐานะ / สงั กดั อัตราเงินเดือน เอกสารอ้างองิ - - -- 1.5 ประวัติการรักษาวินยั ของทางราชการ 1)ในคร่ึงปีทแ่ี ล้วมามวี นั ลากิจ........ครัง้ ...........วัน ลาปว่ ย … คร้งั ….. วนั รวมลา … ครง้ั …. วนั 2) ในครง่ึ ปีท่ีแลว้ มาจนถึงปจั จุบัน ก. ได้รับอนญุ าตให้ไปศึกษาในประเทศหรือไปศึกษา ฝกึ อบรม หรือดูงาน ณ ต่างประเทศ - ข. กลับจากศกึ ษาต่อ ฝึกอบรมหรอื ดงู าน ณ ต่างประเทศ - 2
3) ในครึ่งปีท่ีแลว้ มาจนถงึ ปจั จบุ นั (ด้านการมีวินัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณวิชาชพี ) (1) การถูกลงโทษทางวินัย ไม่ถูกลงโทษ ถูกลงโทษ สถานโทษ........... ............. คาส่ัง...... ........เลขที.่ .........../............. ลงวนั ที.่ ................................... ต้ังแต่วันที่....................ถึงวนั ท.ี่ .......................... (2) การถูกลงโทษทางจรรยาบรรณวิชาชีพ ไมถ่ ูกลงโทษ ถูกลงโทษ สถานโทษ.......... ............... คาสั่ง......... ..........เลขท.่ี .........../............. ลงวนั ท่.ี ................................... ต้ังแต่วนั ที่....................ถึงวันท.่ี .......................... 1.6 ประวตั ิการฝึกอบรมและการศกึ ษาดูงานในรอบ 5 ปี ย้อนหลัง 1) การฝึก อบรม ทั่วไป วัน เดือน ปี รายการฝกึ อบรม พัฒนา หน่วยงานท่จี ดั สานกั งานเขตพนื้ ท่ี 13 กรกฏาคม 2563 ปฐมนิเทศและเขียนแฟ้มทะเบียนประวตั ริ าชการ การศึกษามธั ยมศึกษาเขต 3 โรงเรียนปากเกร็ด 3 สิงหาคม 2563 โครงการสรา้ งสื่อและนวตั กรรมเพื่อการจัดการเรยี นการสอน แบบออนไลน์ 1 กนั ยายน 2563 โรงเรยี นปลอดภัยในประเทศไทย สานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพน้ื ฐาน 2) การพัฒนาตามหลกั เกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กาหนด จานวน 20 ช่วั โมง ปี พ.ศ. หลกั สูตร รหัสหลักสตู ร หน่วยงานทจ่ี ัด ระหวา่ งวนั ที่ จานวน (ช่วั โมง) การลดความเสี่ยงภัยพบิ ัติ สานกั งาน 1 กนั ยายน 2563 2563 ธรรมชาติและการปรับตวั 62037 คณะกรรมการ 20 การศกึ ษาขนั้ รบั การเปลีย่ นแปลงสภาพ ภูมิอากาศ พ้ืนฐาน 3
1.7 การเปน็ วิทยากร หรือ กรรมการ ในหนว่ ยงานอน่ื ๆ วนั เดือน ปี รายการการเป็นวิทยากร หนว่ ยงานทีจ่ ดั ตอนท่ี 2 : ข้อมูลปริมาณงานในรอบทขี่ อรับการประเมิน ขอ้ มูลดา้ นปริมาณงานเป็นขอ้ มูลของขา้ ราชการครทู ีส่ ่งผลตอ่ ประด้านประสทิ ธภิ าพและประสิทธิผลการ ปฏิบัตงิ าน ประกอบด้วย 2.1 ข้อมูลการไดร้ บั มอบหมายงานสอน ภาคเรยี นท่ี 1/2563 ที่ รหสั วิชา ชอ่ื วิชา จานวนคาบ / ระดับช้นั สปั ดาห์ 1 ว 30225 เคมี 5 3 ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6/2 , 6/4 2 ว 33201 วิทยาศาสตรร์ อบรู้ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6, 6/7, 6/8, 6/9, 6/10และ6/11 3 ว 30102 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ 3 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4/11 4 กจิ กรรมลูกเสือ 1 ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 5 กิจกรรมสง่ เสรมิ สาธารณะ 1 ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6/7 ประโยชน์ 6 ชุมชนุ 1 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6/7 รวม 18 2.2 ขอ้ มูลภาระงานสนับสนุนการเรยี นรู้ ภาคเรียนท่ี 1/2563 ท่ี กิจกรรม ระดบั ชัน้ จานวนชัว่ โมง/สปั ดาห์ จานวนชั่วโมง/ภาค หมายเหตุ 20 1 กิจกรรม PLC ม.6 2 - - 2 ประชุมวิชาการ - - 20 3 ประชุมระดบั - - 5 4 PLC ม.6 2 5 ประชุมกล่มุ สาระฯ เดือนละ 1 ครงั้ 6 ครูประจาชั้น ม.6 1 7 อน่ื ๆ............. รวม 4
2.3 ข้อมูลการปฏิบตั ิตามนโยบายและจุดเนน้ ภาคเรียนที่ 2/2561 ที่ กิจกรรม หนว่ ยงานทีอ่ อกคาสัง่ จานวนชั่วโมง หมายเหตุ 1 2 3 4 4 รวม 2.4 หนา้ ท่ีพเิ ศษ (งานทีไ่ ด้รับมอบหมายเพ่ิมเตมิ พเิ ศษ ตามคาสงั่ แตง่ ตงั้ และหน้าท่ีงานหลกั ) 2.4.1 หนา้ ที่ตามโครงสรา้ งการบริหาร จัดตารางสอน 2.4.2 โครงการ / กิจกรรมที่ไดร้ ับมอบหมายใหเ้ ป็นผูร้ ับผิดชอบ - 2.5 ภาระหนา้ ที่เพือ่ สนับสนุนและพฒั นาการจัดการเรยี นรู้ 2.5.1 รายการส่ือ การสอนที่ใชใ้ นการจัดการเรยี นรู้ (กรอกรายละเอยี ด ลงใบแบบฟอร์ม) ที่ รายการ ท่ี รายการ แผ่นภาพ, แผ่นใส........... วดี ีทัศน์................ ส่อื ของจรงิ เร่อื ง ................. CAI................ E – book, E – learning สไลด์อิเล็กทรอนิกส์................ Clip Video เร่อื ง....................... ศูนยก์ ารเรียน................ ส่อื บทเรียนแผน่ เดียว บทเรียนการ์ตูน................ ภมู ปิ ญั ญาท้องถ่นิ ระบุ 2.5.2 รายการนวตั กรรมการท่ีผสู้ อนสรา้ ง และใชใ้ นการจดั การเรียนรู้ ท่ี รหัส / รายวิชา ระดับชั้น ช่อื นวัตกรรม 1 ว 33201 ม. 6 สารอินทรีย์ในชีวติ ประจาวัน 5
2.5.3 รายช่อื รายงานวิจยั ท่ีจดั ทา ระดับช้ัน เรื่องวิจัย ปี พ.ศ. รหัส / รายวิชา ม.6 2563 ว 33201 / วิทยาศาสตร์รอบรู้(เคมี) การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ด้วยระบบ Pakkred learning cyber เรื่อง สารประกอบอินทรีย์ใน ชีวติ ประจาวันและการนาไปใช้ประโยชน์ 2.5.4 รูปแบบการจัดการเรยี นรทู้ ใ่ี ช้ในการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีหลากหลาย สอดคล้องกับสาระ / มาตรฐานและผู้เรียน โดยมีการจัด กิจกรรมการเรียนการสอน ดังนี้ (เลือกรายการ ตามตวั อยา่ ง หรือ ตามท่ีครูใชจ้ รงิ ) ท่ี รายการ ท่ี รายการ การสืบสวนสอบสวน บทบาทสมมตุ ิ การใช้เกมประกอบ ศูนยก์ ารเรยี น การเรยี นรแู้ บบร่วมมือ การเรยี นรู้แบบโครงการ อริยสัจ 4 โปรแกรมสาเร็จรูป การศึกษาเปน็ รายบุคคล คอมพวิ เตอร์ช่วยสอน การอภิปรายกลมุ่ ยอ่ ย – ใหญ่ การระดมพลงั สมอง การแกป้ ญั หา การเรยี นร้แู บบพหปุ ญั ญา การสืบค้นแลว้ นาเสนอโดยผู้เรยี น การเรยี นแบบโครงงาน เพอ่ื นคู่คดิ การตัง้ คาถาม การเรยี นแบบสรา้ งแผนผังความคดิ การสาธติ / ทดลอง 2.5.6 สารสนเทศการใช้ แหล่งเรียนรู้ ในการจัดการเรียนการสอน ภาคเรยี นที่ 1 ที่ ชอื่ แหล่งเรยี นรู้ ภายใน ภายนอก จานวนครั้งท่ีใช้ 1 หอ้ งสมดุ โรงเรยี นปากเกร็ด 5 2 ห้องปฏบิ ตั ิการทางเคมี 10 2.5.7 ขอ้ มลู การได้รบั การนิเทศ ครงั้ ท่ี วนั เดอื น ปี เน้อื หา บทเรยี น ท่ีรับนิเทศ ผลจากการนิเทศ ดี 1 18 สิงหาคม 2563 การเขียนสูตรโครงสรา้ งของสารประกอบอินทรีย์ ดี 2 25 สิงหาคม 2563 การเขยี นสูตรโครงสรา้ งของสารประกอบอนิ ทรีย์ ดมี าก 3 28 สงิ หาคม 2563 การเขยี นสูตรโครงสรา้ งของสารประกอบอนิ ทรีย์ 6
2.5.8 ขอ้ มูลการเผยแพรผ่ ลงาน นวตั กรรม / งานวจิ ัย /แผนการจดั การเรียนรู้ ครั้งที่ วัน เดือน ปี ผลงานเผยแพร่ หน่วยงาน / บุคคลท่ีเผยแพร่ กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และ 1 9 กนั ยายน 2563 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ เทคโนโลยี เรียนรู้ดว้ ยระบบ Pakkred learning cyber เรื่อง สารประกอบอินทรีย์ ในชีวติ ประจาวนั และการนาไปใช้ ประโยชน์ 2.5.9 ข้อมลู บันทึกกจิ กรรม PLC ชุมชุนแห่งการเรียนร้ทู างวชิ าชีพ (Professional learning Community) คร้งั ที่ 2 (ระยะที่ 2) 1 วนั เดอื นปี 17 พฤษภาคม 2562 - 28 มิถนุ ายน 2562 ชื่อกลุม่ กจิ กรรม เคมี จานวนสมาชิก 5 จานวนช่ัวโมง 20 บทบาท เสนอแนะปัญหาต่าง ๆ ประเด็น - นักเรียนทาคะแนนสอบต่ากวา่ เกณฑ์ทกี่ าหนด - นกั เรยี นขาดความสนใจไม่กระตือรือรน้ ท่จี ะเรียน - นักเรียนขาดการวเิ คราะห์และสังเคราะหใ์ นเร่ืองนนั้ ๆ - นักเรียนขาดทักษะในการวเิ คราะห์เน้ือหา สาเหตุ ทาให้นักเรยี นไม่เขา้ ใจ ประกอบกบั ปัญหาในสถานการณ์โควดิ -19 ระบาด นกั เรยี นไม่สามารถมาโรงเรยี นไดต้ ามปกติ ความรู้ หลักการทนี่ ามาใช้ หลกั ความรู้เนื้อหาวิชาเคมี / นวัตกรรมของโรงเรยี น ผลทไ่ี ด้จากกจิ กรรม นกั เรยี นมีความสนใจในการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละได้ฝึกการทางานกลุ่ม การนาผลทไ่ี ด้ไปใช้ นักเรียนสามารถนาความรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้ อน่ื ๆ - ชื่อเอกสารแนบ แผน/แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน/คะแนน 7
2.5.10 การจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ และการประเมินผลตามสภาพจริง ในรายวชิ าทีร่ ับผดิ ชอบ ใหเ้ ขียนทุกรายวิชาทีส่ อน (ทาเครื่องหมาย √ ลงในช่อง มี หรอื ไม่มี)ภาคเรียนที่ 1 / 2562 แผนการจดั การเรียนรู้ การประเมนิ ผลตามสภาพจริง ที่ รหัสวชิ า รายวชิ า ชัน้ มี ไม่มี มี 1 ว30225 เคมี 5 ไม่มี ม.6 2.6 การวดั ผลและประเมินผล รูปแบบการวดั ผลทใ่ี ช้ ที่ รายการ วิธการวัดผล ที่ แบบองิ กลุม่ การสังเกต แบบอิงเกณฑ์ การมอบหมายงาน ชนิ้ งาน ทาแบบทดสอบ การนาเสนองานตามหัวข้อมอบหมาย การมอบหมายงาน การสบื ค้นและส่งทาง E – mail การศึกษาเป็นรายบุคคลตามพหปุ ัญญา การสัมภาษณ์ การทาโครงงาน การทาแบบฝึกหัด สอบแบบปรนัย การปฏบิ ัตกิ ารทดลอง การรายงาน 2.7 การจัดระบบดูแลชว่ ยเหลอื ผู้เรยี น ท่ี ปัญหาที่พบ วธิ กี ารแก้ปญั หา/ชว่ ยเหลือ ผลที่ได้รับ 1 นกั เรียนขาดทักษะดา้ นความรู้ทาง สอนเพิ่มเติมและให้แบบฝึกทักษะ กลับไป นักเรยี นได้รับความรู้ วิทยาศาสตร์ ทาทบี่ ้าน เพม่ิ ข้ึน 8
3 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจาแนกตามรายวชิ า ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2 จากผลการเรยี นรู้ ณ วันที่ 9 กันยายน 2563 วชิ า ชัน้ จานวน ระดับผลการเรียน นักเรยี น 4 3.5 3 2.5 2 1.5 ว 30225 6/2 48 ว 30225 6/4 43 ว 33201 6/6 45 ว 33201 6/7 48 ว 33201 6/8 46 ว 33201 6/9 43 ว 33201 6/10 27 ว 33201 6/11 42 ว 30102 4/11 48 รวม 9 390 รอ้ ยละ ร้อยละของนักเรียนที่มี ผลการเรยี น 3 ขึน้ ไป ผลการเรียนเฉลย่ี
2563 น คณุ ลกั ษณะ การอ่าน คิดวเิ คราะห์ อนั พึงประสงค์ และเขยี นสอ่ื ความ 1 0 ร มส. 3 2 1 0 3 2 1 0 40 8 - - 38 5 5 - 39 3 1 - 40 2 1 - 40 5 - - 35 10 - - 35 10 8 - 40 5 3 - 40 6 - - 44 1 1 - 33 5 5 - 40 1 2 - 20 5 2 - 25 1 1 - 30 10 2 - 38 2 2 - 45 3 - - 40 6 2 - 322 55 18 - 380 33 17 - 82.56 14.10 4.62 - 97.44 8.46 4.36 - 9
3.1 ผลการจาแนกการประเมนิ ศักยภาพผ้เู รียนดา้ นวชิ าการ 1) การศึกษาวเิ คราะห์นักเรยี นเป็นรายบคุ คล ที่ วชิ า รหสั วชิ า ชัน้ / ห้อง จานวนนักเรยี น หมายเหตุ ม.6/2 กล่มุ สูง กลุ่มกลาง กลุ่มตา่ ม.6/4 1 เคมี 5 ว30225 ม.4/11 40 8 - ม.6/6 2 เคมี 5 ว30225 ม.6/7 39 3 1 ม.6/8 3 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ ว30102 ม.6/9 40 5 - ม.6/10 4 วทิ ยาศาสตร์รอบรู้ ว33201 ม.6/11 35 10 8 ม.6/7 5 วิทยาศาสตรร์ อบรู้ ว33201 40 6 - 6 วทิ ยาศาสตร์รอบรู้ ว33201 33 5 5 7 วิทยาศาสตร์รอบรู้ ว33201 20 5 2 8 วิทยาศาสตรร์ อบรู้ ว33201 30 10 2 9 วทิ ยาศาสตร์รอบรู้ ว33201 45 3 - 10 กสส. - 40 6 - รวม 362 61 18 2) แนวทางการจดั การเรยี นรู้เพ่ือพัฒนาตามศักยภาพผเู้ รียนแตล่ ะกล่มุ มดี งั นี้ เด็กกลมุ่ สงู ดาเนินการโดย สอนตามกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีไดก้ าหนดไวใ้ นแผนการสอน สง่ เสรมิ การค้นควา้ จากแหล่ง การเรียนร้อู นื่ เพิม่ เติม เชน่ ให้แบบฝึกหัด โจทยป์ ัญหาเพิ่มเติม แนะนาการสบื ค้นความรู้เพิ่มเติมจาก Internet ศกึ ษาจากสอ่ื ICT สง่ เสริมใหน้ ักเรียนทางานกลมุ่ เป็นต้น เด็กกล่มุ กลาง ดาเนินการโดย สอนตามกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีได้กาหนดไว้ในแผนการสอน ส่งเสริมการค้นคว้าจากแหล่ง การเรียนรู้อนื่ เพ่ิมเตมิ เนน้ การสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์ การอภิปราย การศึกษาจากของจริง สภาพจริง จะทาให้ นกั เรียนมคี วามเขา้ ใจที่ลึกซง้ึ ไดด้ ี เด็กกลุ่มต่า ดาเนนิ การโดย นักเรียนกลุ่มอ่อนชอบศึกษานอกสถานที่ แต่ไม่ชอบเขียน ไม่ชอบอ่านเอกสาร ต้องมีการ ช่วยเหลือ และให้ทาช้ินงานแบบจ๊ิกซอว์ (ทาชิ้นเล็ก ๆ ให้สาเร็จด้วยระยะเวลาสั้น ๆ กาหนดระยะเวลา ไม่เกิน 10 วัน จะทางานได้ดีกว่าการกาหนดระยะยาว ) ใช้เวลาเรียน ครั้งละ ไม่เกิน 1 คาบ หรือ 1 ช่ัวโมง จะดีกว่ากาหนด ระยะเวลา 2 คาบติดกัน การวัดประเมินผล ชอบการสอบถามมากกว่าการเขียนตอบ ชอบการทดสอบแบบปรนัย และตอ้ งแจ้งผลการประเมินทนั ที 10
3.2 คุณภาพผเู้ รียน ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมท่พี ึงประสงค์ และจุดเนน้ ของสถานศกึ ษา 3.2.1 รูปแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่พึงประสงค์ และจุดเน้นของ สถานศึกษา ที่ รายการกจิ กรรม พฤติกรรมที่เกดิ 1 สัปดาห์วันวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี นักเรียนมีเจตคติท่ีดีต่อ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ 3.2.2 ร้อยละของนักเรียนท่ีผ่านคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ และจดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา ที่ รายการกจิ กรรม พฤติกรรมที่เกดิ 1 ร้อยละ 100 นักเรียนที่เข้าร่วมสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของ นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อ นักเรยี นโรงเรยี นปากเกร็ด มเี จตคติทด่ี ตี อ่ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ วชิ าวิทยาศาสตร์ 3.2.3 วธิ กี ารจดั ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน (ให้เขียนสรปุ ตามแนวทางระบบดูแลช่วยเหลือนกั เรียน ว่าดาเนนิ การอยา่ งไร ) ระบบดแู ลช่วยเหลือนักเรียนในวิชาทขี่ า้ พเจา้ สอน ขา้ พเจ้าไดด้ าเนินการ 5 ขนั้ ตอน 1) การร้จู ักนกั เรียนเปน็ รายบุคคล จะนาข้อมูลมาวเิ คราะหเ์ พ่ือคัดกรองนกั เรยี น เพื่อเป็น ประโยชนใ์ นการส่งเสริม ป้องกันและแก้ไขปญั หาของนักเรียนได้อย่างถูกทาง ซึง่ เป็นข้อมลู เชงิ ประจกั ษ์ มใิ ชก่ ารใช้ ความร้สู ึกหรือการคาดเดา โดยเฉพาะในการแก้ไขปัญหานักเรยี น ซงึ่ จะทาให้ไมเ่ กดิ ข้อผิดพลาดตอ่ การชว่ ยเหลือ นักเรยี นหรอื เกิดไดน้ ้อยทสี่ ุด 2) การคดั กรองนักเรยี น เป็นการพิจารณาขอ้ มลู ท่เี ก่ยี วกบั ตัวนกั เรียนเพื่อการจดั กลุ่มนักเรยี นเป็น กลุ่มปกติซ่งึ เปน็ กลุ่มที่ควรได้รับการสรา้ งภมู ิคุ้มกันและการพฒั นา กลุ่มเสี่ยงซง่ึ ตอ้ งใหก้ ารป้องกันหรือแกไ้ ขตามแต่ กรณี กลุ่มมปี ัญหาซึง่ ต้องช่วยเหลอื และแกป้ ญั หาโดยเร่งด่วน และกลมุ่ พเิ ศษคอื นักเรียนท่ีมคี วามสามารถพิเศษ มี ความเปน็ อัจฉริยะซง่ึ ต้องใหก้ ารส่งเสริมให้ไดร้ บั การพฒั นาศกั ยภาพ ตามความสามารถพิเศษน้ันจนถึงขั้นสูงสดุ 3) การป้องกนั และแกไ้ ขปัญหา มีหลายเทคนคิ วธิ ีการ การให้คาปรึกษาเบ้ืองต้นและการจัด กจิ กรรมเพือ่ ป้องกนั และแก้ไขปัญหา 4) การสง่ เสรมิ และพฒั นานักเรียน มีกิจกรรมการเรียนรทู้ เ่ี นน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั มีการสง่ เสรมิ และพฒั นานักเรยี นอย่างต่อเนอื่ ง 5) การสง่ ตอ่ อาจมบี างกรณที ีบ่ างปัญหามคี วามยากต่อการช่วยเหลอื หรือชว่ ยเหลอื แลว้ นักเรยี นมี พฤติกรรมไมด่ ขี ้นึ กค็ วรดาเนนิ การสง่ ตอ่ ไปยงั ผเู้ ชี่ยวชาญเฉพาะด้านตอ่ ไป เพื่อให้ปัญหาของนักเรยี นไดร้ ับการ ช่วยเหลืออย่างถูกทางและรวดเรว็ ข้นึ 11
3.3 การพฒั นานักเรยี นจนได้รางวัล / หรือยกย่องเชิดชเู กียรติ - 3.4 การได้รบั รางวลั / ประกาศเกียรติคณุ ของตนเอง หนว่ ยงานท่มี อบ วัน เดอื น ปี ที่ รายการ / เร่อื ง 1 2 3 4 3.5 การไดร้ ับรางวลั / ประกาศเกียรติคุณ ของสถานศกึ ษา หน่วยงานท่มี อบ วัน เดือน ปี ที่ รายการ / เร่ือง 1 2 3 12
ตอนที่ 4 : ด้านการรกั ษาวนิ ัย คณุ ธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ 4.1 มคี วามซื่อสตั ย์สุจริต รักษาประโยชน์ส่วนรวม ไมอ่ าศยั หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้อานาจและหน้าทขี่ องตนเพื่อ แสวงหาประโยชน์ ที่ พฤตกิ รรมแสดงออก ประโยชนท์ ีเ่ กิด 1 มคี วามซื่อสัตยส์ จุ รติ รกั ษาประโยชนส์ ่วนรวม รักษาทรัพยส์ ินของทางราชการให้อยู่ มคี วามซือ่ สัตยส์ ุจรติ ต่อหน้าที่การงานต่อตนเองและต่อผู้อืน่ มุ่ง ในสภาพที่ใชง้ านได้ดี ปฏิบตั หิ น้าท่โี ดยคานึงถึงผลประโยชนข์ องทางราชการเปน็ สาคญั ไมใ่ ช้ หน้าที่ราชการแสวงหาผลประโยชนใ์ ห้กับตนเองโดยมิชอบ รักษา ทรพั ยส์ นิ ของทางราชการในขณะที่มาปฏิบัตริ าชการอย่างต่อเนอื่ งดว้ ยดี มคี วามจริงใจต่อศิษย์และเพ่ือนรว่ มงาน ผปู้ กครอง ชุมชนและบุคลากรที่ เกีย่ วข้อง มุง่ ม่ันปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอย่างทด่ี ีต่อศิษย์ ไม่เคยไดร้ ับ ประโยชน์หรอื อามิสสินจา้ งจากศิษย์หรือผ้ทู เี่ กี่ยวข้อง และไมเ่ คยถูก ลงโทษทางวนิ ัย 4.2 การปฏิบัติตามระเบยี บ กฎหมาย นโยบาย และคาส่ังของผู้บงั คบั บัญชา ที่ พฤติกรรมแสดงออก ประโยชน์ท่เี กิด 1 การมีวินัยในตนเอง ยอมรับและถอื ปฏบิ ัติตามกฎ กติกา มารยาท ปฏบิ ตั ิตามกฎ กตกิ า มารยาทของ ขนบธรรมเนียม และแบบแผนอันดงี ามของสงั คม หนว่ ยงาน ข้าพเจ้ายึดม่ันปฏิบัติตามระเบียบวินัย ข้อตกลงของส่วนรวม อย่างเคร่งครัด มีวินัยในตนเอง ในการมาปฏิบัตริ าชการและกลับ ป ฏิ บั ติ ต น ต า ม ก ฎ ร ะ เ บี ย บ ข อ ง ท า ง ร า ช ก า ร แ ล ะ ค า ส่ั ง ข อ ง ผบู้ ังคบั บัญชาอย่างเคร่งครัด ไม่เคยถูกลงโทษทางวนิ ัยแต่อยา่ งใด ให้เกียรติผู้ร่วมงาน มสี ัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ เพื่อมารยาทท่ีดี งามในสังคม เข้าร่วมประชุมประจาเดือน ประชุมเชิงปฏิบัติการ และประชมุ เฉพาะกิจท่ีโรงเรียนจัด เต็มเวลาทุกคร้ัง ปฏิบตั ิงานตาม หน้าท่ีที่ได้รับมอบหมายโดยเคร่งครัดและให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ราชการ 13
ที่ พฤตกิ รรมแสดงออก ประโยชน์ทเ่ี กิด 2 การรักษาและเสริมสร้างวินัยในตาแหน่งหน้าที่ราชการ การ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม ยึดมั่นใน ปฏิบัตติ ามกฎหมาย ระเบยี บแบบแผนของทางราชการ ยึดมั่นใน หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา คุณธรรม จรยิ ธรรม ข้าพเจ้าประพฤติตนตามคุณธรรม จริยธรรม ยึดม่ันในหลักธรรม ทางพระพุทธศาสนา ไม่ลบหลู่ศาสนาอื่น สั่งสอนให้ผู้เรียนมีความ ศรัทธาในศาสนา ปฏิบัติตนตามครรลอง ครองธรรม ประเพณี ยึดม่ันในคุณธรรมและจริยธรรมด้วยดีเสมอมา ปฏิบัติตนเป็น แบบอย่างท่ีดีแก่นักเรียน เช่น การพูดคาสุภาพ การแต่งกาย เรียบร้อยถูกต้องตามกาลเทศะ เข้าร่วมกิจกรรมสาคัญทางพุทธ ศาสนา และกิจกรรมสาคัญท่ีชุมชนในเขตบริการจัดขึ้น รวมทั้งให้ ความร่วมมือกับหน่วยงานอ่ืนปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ท่ี หน่วยงานจัดทาไว้ ปฏิบัติหน้าที่ครูเวรชายในเวลากลางคืน โดย ปฏิบัติหน้าท่ีอย่างเคร่งครัด ไม่เคยกระทาการใดๆ อันเป็นเหตุให้ เกิดความเส่ือมเสียต่อหน้าท่ีราชการและเกียรติศักด์ิในตาแหน่ง ขา้ ราชการครู 14
4.3 มคี วามวริ ิยะ อุตสาหะ ตรงต่อเวลา และอุทิศเวลาให้แก่ทางราชการ ท่ี พฤติกรรมแสดงออก ประโยชนท์ ่เี กดิ ความอุตสาหะ ขยัน อดทน มุ่งม่ันและรับผิดชอบต่อผลสัมฤทธ์ิ ปฏิบตั ิหนา้ ที่ท่ีได้รับมอบหมายจนสาเรจ็ ของงาน โดยยดึ หลกั ประหยดั คุ้มค่า มีประสิทธภิ าพ ทันเวลา อยา่ งมีคุณภาพ ถกู ต้องและมี ขา้ พเจ้ามีความต้งั ใจ มุ่งมน่ั ขยัน อดทน มีมานะ พยายามและ ประสิทธผิ ล อุตสาหะ ในการปฏิบัติงานท่ไี ด้รับมอบหมายจนสาเรจ็ ทันเวลา อยา่ ง มีคุณภาพ ถูกต้องและมีประสิทธิผล โดยยึดหลักการประหยัด ขยัน อดทน เพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อราชการ และเป็นท่ียอมรับต่อ เพ่ือนครู มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงาน พัฒนาตนเอง พัฒนางาน พัฒนาผู้เรียนและองค์กรอยา่ งสม่าเสมอเมื่อมีโอกาส โดย การเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการท่ีเกี่ยวข้องกับวิชาชี พด้วยความ พากเพียร ซ่ึงนาความรู้ท่ีได้รับ มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้ เกดิ ประสทิ ธิภาพมากที่สุด การตรงต่อเวลาและการอุทิศเวลาให้แก่ทางราชการและผู้เรียน นกั เรียนได้รับการเอาใจใสด่ ูแลผู้อยา่ ง อยา่ งตอ่ เน่ือง เต็ม เตม็ เวลา เป็นผูต้ รงต่อเวลา มาปฏิบัตหิ นา้ ทร่ี าชการแต่เชา้ กลบั เยน็ เขา้ สอน ตรงเวลา การอทุ ิศเวลาให้แก่ราชการและผเู้ รยี นอย่างตอ่ เนื่อง โดยเข้าสอนตรงเวลา เวลาสอน สอนอย่างเตม็ ที่ เต็มเวลาและเตม็ ความสามารถ ตงั้ ใจปฏิบตั ิงานในหน้าท่ี เอาใจใสด่ ูแลผเู้ รียนอย่าง เต็มกาลังสามารถ มคี วามรับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ี ปฏบิ ตั งิ านตาม หน้าที่ทไี่ ด้รบั มอบหมายอย่างเคร่งครดั นอกจากนย้ี ังได้อุทิศเวลา ให้กับทางราชการ อบรมฝึกฝนตนเอง พร้อมกบั รว่ มกจิ กรรมกบั ทาง โรงเรยี นในการเตรยี มงานในโอกาสต่าง ๆ การฝึกซ้อมนักเรยี นใน การแขง่ ขนั ทักษะทางวชิ าการและการร่วมกิจกรรมกบั ชุมชน ทั้งใน วนั หยุดและนอกเวลาราชการ อุทศิ ตนและเสียสละเวลาเพ่ือดูแลและ ตดิ ตามนกั เรียน การออกเย่ียมบ้านนกั เรียนในทปี่ รึกษาเพ่ือให้เห็น ความเปน็ อยู่ท่แี ทจ้ ริงของนักเรียน เพอื่ นามาเปน็ ข้อมลู ในระบบดูแล ชว่ ยเหลือนักเรียน ใหค้ าปรกึ ษานกั เรียนและผูป้ กครองในเร่ืองการ เรยี นและการศกึ ษาตอ่ ในระดับอดุ มศึกษาโดยจดั ทาเอกสารตดิ ต่อ ระหว่างบา้ นกับโรงเรียนทุกปีการศกึ ษา 15
4.4 การมีจติ สานกึ ทด่ี ี มุ่งบรกิ าร ตอ่ กลุ่มเป้าหมายผ้รู ับบริการ ท่ี พฤตกิ รรมแสดงออก ประโยชน์ที่เกิด 1 การเอาใจใส่ ถ่ายทอดความรู้ หรือส่งเสริมการแสวงหาความรู้โดย นักเรียนได้รบั ความรูแ้ ละเทคนคิ ไม่บดิ เบอื นปดิ บังหวังส่ิงตอบแทน ในการเรยี นในวชิ าวิทยาศาสตร์ ข้าพเจ้ามีความตั้งใจฝึกสอนศิษย์ เข้าสอนตรงตามที่ได้รับ มอบหมาย ดูแลและพัฒนาผเู้ รยี นให้มีศักยภาพในดา้ นต่าง ๆ เอาใจ ใส่ผู้เรียน ให้ความรู้ท่ีมีอยู่อย่างเต็มภาคภูมิ ท้ังในและนอกเวลา ราชการ รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ท้ังในสถานศึกษาและนอก สถานศึกษา นาผู้เรียนเข้าร่วมทดสอบความรู้ความสามารถทาง วิชาการตา่ งๆ เพ่ือให้ผู้เรยี นมีความรคู้ วามสามารถและกา้ วทันตาม เทคโนโลยี การเอาใจใส่ช่วยเหลือผู้เรียนและผู้รับบริการเต็มความสามารถ นักเรียนไดร้ ับการดูแลจากครู ตามหลักวิชาชีพอยา่ งสม่าเสมอเทา่ เทียมกัน อยา่ งท่วั ถึงและนักเรียนกล้าที่ ขา้ พเจา้ สนใจดูแลศิษยใ์ นเร่ืองการเรยี น ความประพฤติผู้เรยี น ปรึกษาปัญหากับครู ให้ความรักความอบอุ่น เท่าเทียมกัน ให้การดูแลช่วยเหลือ ผู้เรียนเป็นรายบุคคล คัดกรองผู้เรียนตามข้อมูล ออกเย่ียมบ้าน ผู้เรียนและพิจารณาจัดสรรทุนอย่างเป็นธรรม เอาใจใส่ผู้เรียนโดย การพูดคยุ ซกั ถามความเป็นอยู่ด้านต่าง ๆ ช่วยแก้ปัญหาส่วนตัว เป็น ที่ปรึกษาท่ีผู้เรียนไว้วางใจ โดยไม่เลือกผู้เรียนในความปกครองและ ผู้เรยี นในโรงเรียน 16
4.5 การรักษาคุณภาพมาตรฐานวชิ าชพี และจรรยาบรรณวิชาชพี ประโยชน์ท่ีเกดิ ท่ี พฤติกรรมแสดงออก ได้รับข้อมูลข่าวสารทาง 1 การเป็นสมาชกิ ทดี่ ี สนับสนนุ หรือร่วมกิจกรรมของวิชาชีพและทางวิชาการ วชิ าการ และนามา อยา่ งสรา้ งสรรค์ พัฒนาความรู้ ข้าพเจ้าเชอ่ื มั่น ศรทั ธา ภมู ิใจในอาชพี ครู วา่ เป็นอาชพี ท่มี เี กียรติ ความสามารถของตนเอง มีความสาคญั ตอ่ สังคม ต้งั ใจสง่ั สอนศิษย์อย่างเต็มกาลงั ความสามารถ เป็นสมาชกิ คุรสุ ภา ได้รับใบประกอบวชิ าชีพ เข้ารว่ มงานวันครแู ละรว่ มแสดง ความยินดีกบั บุคลากรในโรงเรยี นทไี่ ดร้ ับรางวลั ดีเด่นในวชิ าชีพของตน เข้ารบั การอบรมทางวชิ าการเพ่อื พฒั นาความรู้ความสามารถของตนเองอยู่เสมอ 2 การศึกษา ค้นคว้า รเิ ริม่ สร้างสรรค์ความรู้ใหม่ ๆ มาใช้พัฒนางานใน ได้รับความร้แู ละเทคนิค วชิ าชีพ ใหม่ ๆ เพ่ือนามาพฒั นา ข้าพเจา้ ไดศ้ ึกษาต่อปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษา เพ่อื เพิม่ พูนความรู้ ในการจัดกิจกรรมการ ความกา้ วหนา้ ด้านวิชาชีพ ศึกษาคน้ คว้า หาความรใู้ หม่ๆ จากการศึกษาดงู าน เรยี นการสอนพรอ้ มท้งั การขอรับการปรึกษาจากเพื่อนครู การซื้อหนังสือทางวชิ าการมาอ่านเพ่ือ การผลติ สื่อประกอบการ พัฒนาตนเอง ในการจดั การเรยี นการสอน แสวงหาความรู้เพิม่ เติมจาก เรยี นการสอน อินเตอรเ์ น็ต จดั ทาแผนการจัดการเรยี นรู้ สือ่ การเรยี นการสอน เขา้ รับการ อบรมเพือ่ พฒั นาตนเอง ในสาขาวิชาท่ีตนเองถนดั และในสาขาท่วั ไป อ่านข่าว ขอ้ มลู ขา่ วสารต่าง ๆ จากหอ้ งสมดุ โรงเรียน เพ่ือใหท้ ันต่อเหตุการณบ์ า้ นเมอื ง สามารถวิเคราะห์ สงั เคราะห์ กาหนดเป้าหมายเป็นแนวทางการพัฒนาตนเอง พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรอย่เู สมอ 3 การมีบทบาทเป็นผนู้ าทางวิชาการในวงการวิชาชีพ เปน็ ผู้นาทางวิชาการและ ข้าพเจ้าได้รับวุฒบิ ัตรจากการเขา้ ร่วมอบรม สัมมนา รวมท้ังการสนบั สนุน นามาถ่ายทอดให้กับ กิจกรรมวิชาการ รวมท้ังเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการจัดการแข่งขันวิชาวัน บคุ ลากรในกลุ่มสาระ วิทยาศาสตร์ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ การเรยี นรูฯ้ ได้ โรงเรียนปากเกรด็ 17
4.6 การรกั ษาภาพลักษณแ์ ละความสามัคคีในองคก์ ร ชุมชน และสงั คม ท่ี พฤตกิ รรมแสดงออก ประโยชนท์ ่ีเกดิ 1 การมีจติ อาสา จติ สาธารณะ และมุ่งประโยชนส์ ่วนรวม เป็นแบบอยา่ งทด่ี ีให้กบั ข้าพเจา้ ให้ความสาคัญกบั ความร่วมมือ ความสามคั คี รวมทั้งการเสียสละ ในการ เพื่อนร่วมงานในดา้ น ปฏิบัติงานร่วมกับบุคลากรทั้งในโรงเรียน ชุมชน และองค์กรอื่นๆ เพื่อให้งาน ความสามัคคี บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยมุ่งเน้นผลประโยชน์เพื่อการพัฒนาส่วนรวม เข้าร่วมประชุม เสนอความคิดเห็นที่เก่ียวข้องกับงานท่ีเป็นประโยชน์ต่อการพฒั นา องค์กร ยอมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้อื่นเพ่ือนาไปปรับปรุงแก้ไข การทางานของตนเสมอ 2 การรักษาความสามัคคี มีน้าใจ เอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่ต่อเพื่อนร่วมงาน องค์กร และ มีนา้ ใจ เอ้ือเฟื้อเผอ่ื แผ่ ชุมชน กับเพ่ือนกับงานทุกคน ข้าพเจ้าให้ความร่วมมือกับหน่วยงานในการปฏิบัติงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุ และให้ความช่วยเหลือ เป้าหมายของการจัดการศึกษาของโรงเรียน ให้ความสาคัญกับการมีส่วนร่วม อยา่ งเป็นกัลยาณมิตร ยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคลากรในสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมความ สามัคคี และช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่เพื่อนร่วมงานที่มีปัญหาและมีข้อสงสัย ในการปฏิบัติงานอย่างเต็มใจและเต็มความสามารถ ยินดีให้ข้อมูลข่าวสารกับ บุคลากรภายในและภายนอกโรงเรียน เป็นกัลยาณมิตรแก่บุคคลท่ัวไป ร่วม บรจิ าคและชว่ ยเหลืองานโรงเรียน ชุมชน และองคก์ รอ่นื ตามโอกาส การมสี ่วนรว่ มอนรุ ักษ์วัฒนธรรมไทย และสิง่ แวดลอ้ ม เปน็ แบบอยา่ งท่ดี ใี ห้กบั ข้าพเจ้าร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยโดยการแต่งกายด้วยผ้าไทยทุกวันศุกร์และ เพอ่ื นรว่ มงาน ตามโอกาส อันสมควร ทาบุญตักบาตร ร่วมกิจกรรมวันลอยกระทง วันออก พรรษา หรืองานประเพณสี าคัญของท้องถ่ิน นอกจากนี้ยงั ร่วมอนรุ ักษธ์ รรมชาติ โดยการร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ให้กับ วัด บ้าน โรงเรียน ไม่ทาลายธรรมชาติที่มี อยู่ สนับสนุน ส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมและรู้คุณค่าของการอนุรักษ์ วัฒนธรรมไทยและส่ิงแวดล้อม 18
ตอนท่ี 5 ผลการปฏบิ ัตงิ าน ผลการประเมิน กรรมการ ตอนท่ี 1 การประเมนิ ประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลการปฏิบตั งิ าน (70 คะแนน) กรรมการ กรรมการ 3 คะแนน 12 ท่ี รายการประเมิน เตม็ ตนเอง 1 ด้านการจัดการเรยี นการสอน 45 1.1 การสรา้ งหรือพฒั นาหลักสตู ร 5 4 1.2 การจัดการเรียนรู้ (25) (5) 5 1.2.1 การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ (5) 4 1.2.2 การจดั ทาแผนการจดั การเรยี นรู/้ แผนการจัดการศึกษา 3 เฉพาะบุคคล/แผนการสอนรายบุคคล/แผนการจัดประสบการณ์ (5) 1.2.3 กลยุทธใ์ นการจัดการเรยี นรู้ 5 5 1.2.4 คณุ ภาพผูเ้ รียน (10) 3.5 1.2.4.1 ผลสัมฤทธท์ิ างวชิ าการของผเู้ รียน (5) 5 1.2.4.2 คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ของผ้เู รียน (5) 4 1.3 การสร้างและพฒั นาส่อื นวัตกรรม เทคโนโลยที างการศกึ ษา 5 และแหล่งเรยี นรู้ 5 5 1.4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 5 1.5 ศึกษา วิเคราะห์ สงั เคราะห์ และหรือวิจยั เพอ่ื แก้ปญั หาหรอื 5 5 พัฒนาการเรยี นรทู้ ส่ี ง่ ผลต่อคณุ ภาพผูเ้ รยี น 5 4 2 ด้านการบรหิ ารจดั การชน้ั เรียน 10 62.5 2.1 การบริหารจดั การชน้ั เรยี น และการจัดทาข้อมลู สารสนเทศ 5 2.2 การจัดระบบดูแลชว่ ยเหลือผูเ้ รยี น 5 3 ดา้ นการพฒั นาตนเองและพฒั นาวิชาชพี 10 3.1 การพฒั นาตนเอง 5 3.2 การพัฒนาวชิ าชพี 5 4 งานอืน่ ๆ ทไี่ ด้รบั มอบหมาย 5 รวมคะแนน 70 19
ตอนที่ 2 การประเมนิ การปฏบิ ตั ิตนในการรกั ษาวนิ ยั คณุ ธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ (30 คะแนน) คะแนน ผลการประเมนิ ท่ี รายการประเมิน เต็ม ตนเอง กรรมการ กรรมการ กรรมการ 123 1 ความซ่อื สตั ย์ สุจริต รกั ษาประโยชนส์ ว่ นรวม ไม่อาศัยหรือยินยอม 5 4 ให้ผูอ้ ่นื ใชอ้ านาจและหนา้ ที่ของตน เพ่ือแสวงหาประโยชน์ 2 การปฏบิ ตั ิตามระเบยี บ กฎหมาย นโยบาย และคาสง่ั ของ 54 ผูบ้ งั คบั บญั ชา 3 มีความวิริยะ อตุ สาหะ ตรงตอ่ เวลา และอุทศิ เวลาใหแ้ ก่ทาง 54 ราชการ 4 การมจี ิตสานึกที่ดี มงุ่ บริหารตอ่ กล่มุ เปา้ หมายผรู้ บั บริการ โดยไม่ 5 4 เลือกปฏบิ ตั ิ 5 การรกั ษาคุณภาพตามมาตรฐานวชิ าชีพและจรรยาบรรณวิชาชพี 5 4 6 การรักษาภาพลกั ษณแ์ ละความสามัคคีในองค์กร ชมุ ชน และสงั คม 5 4 รวมคะแนน 30 24 ตอนที่ 3 การสรุปผลการประเมนิ คะแนน ผลการประเมิน องคป์ ระกอบการประเมนิ เต็ม กรรมการ 1 กรรมการ 2 กรรมการ 3 ตอนท่ี 1 การประเมินประสทิ ธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัตงิ าน 70 ตอนที่ 2 การประเมนิ การปฏิบตั ิตนในการรักษาวินัย คณุ ธรรม 30 จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวชิ าชพี คะแนนรวม 100 คดิ เป็นรอ้ ยละ 100 ขา้ พเจา้ ขอรบั รองวา่ ข้อมลู ดังกลา่ วขา้ งต้นถูกต้องและตรงตามความเป็นจรงิ ทุกประการ พรอ้ มนี้ไดแ้ นบ เอกสารหลกั ฐานมาด้วยแล้ว (ลงช่ือ)............................................................. ( นายธนวัตร ดีหลาย ) ตาแหน่ง ครผู ชู้ ว่ ย วันที่ 11 เดอื น กันยายน พ.ศ. 2563 20
สรปุ ผลการประเมินตนเอง มี 5 ระดบั ดังน้ี ดีเดน่ (รอ้ ยละ 90 ขึ้นไป) ดมี าก (รอ้ ยละ 80.00 – 89.99) ดี (รอ้ ยละ 70.00 – 79.99) พอใช้ (ร้อยละ 60.00 – 69.99) ปรับปรุง (น้อยกวา่ ร้อยละ 60.00) 21
Search
Read the Text Version
- 1 - 22
Pages: