Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ใบความรู้วิชาพระอารามหลวงศูนย์รวมใจในเมืองนนท์

ใบความรู้วิชาพระอารามหลวงศูนย์รวมใจในเมืองนนท์

Published by Sunee Kladpaer, 2021-08-01 04:58:33

Description: ใบความรู้วิชาพระอารามหลวงศูนย์รวมใจในเมืองนนท์

Search

Read the Text Version

ใบความรทู้ ่ี ๑ ความรู้เบอื้ งต้นเก่ยี วกับพระอารามหลวง 1. ความหมาย ความสาคญั ของพระอารามหลวง 1.1 ความหมายของพระอารามหลวง พระอารามหลวง มีความหมายตามท่ีกาหนดในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2445) มาตราที่ 5 หมวดที่ 3 ซึง่ กาหนดไวว้ ่า “พระอารามหลวง คอื วัดทพี่ ระเจา้ แผ่นดินทรงสร้าง หรอื ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เขา้ ในบัญชีวัดวา่ เป็น พระอารามหลวง” ต่อมาใน ปีพ.ศ.2484 มีการแก้ไขความหมายของพระอารามหลวงตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 ว่า หมายถึง วัดท่ีได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา จากความหมายดังกล่าว พระอารามหลวง จะมีลกั ษณะแตกต่าง จากวัดราษฎร์ที่สาคัญคือ เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชินี หรือสมเด็จพระยุพราชทรงสร้าง หรือ บูรณปฏิสังขรณ์ เป็นการส่วนพระองค์ หรือวัดที่ พระบรมวงศนุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทสร้าง หรือ ปฏิสังขรณ์ขึ้น แล้วน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระอารามหลวง หรือเป็นวัดที่ราษฎรสร้างหรือ บูรณปฏิสังขรณ์ มีความงดงาม และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่คณะสงฆ์กาหนดไว้ และได้ขอพระราชทาน ยกขนึ้ เปน็ พระอารามหลวง พระอารามหลวงในสมัยกรุงศรอี ยุธยา สว่ นใหญเ่ ป็นวดั ทพ่ี ระมหากษัตรยิ ท์ รงสร้างขึน้ แตใ่ นสมยั รัตนโกสินทร์ ส่วนใหญ่เป็นวดั ท่ีพระบรมวงศานุวงศ์ และขนุ นางสร้าง แล้วทูลเกล้าทลู กระหม่อม ถวายเปน็ พระอารามหลวง กลา่ วโดยสรปุ พระอารามหลวง หมายถงึ วัดทพี่ ระมหากษัตรยิ ์ สมเด็จพระราชนิ ี และสมเดจ็ พระยุพราชทรงสร้าง หรอื ทรงบูรณปฏสิ งั ขรณ์ รวมถึงวัดที่พระมหากษัตริยท์ รงพระกรุณาโปรดเกลา้ โปรด กระหม่อมใหย้ กฐานะจากวดั ราษฎร์เป็นพระอารามหลวง 1.2 ความสาคญั ของพระอารามหลวง พระอารามหลวงมีความสาคัญ คอื เป็นวัดท่ีพระมหากษัตรยิ ์ หรอื พระบรมวงศานุวงศ์ ทรงสร้าง หรอื ทรงรับไว้ เป็นวดั ของพระราชวงศ์ หรือเปน็ วัดที่ทรงอปุ ถมั ภ์ จดั เปน็ “วดั หลวง” จึงเป็นวดั ที่ มคี วามสาคญั ทจ่ี ะไดร้ บั พระมหากรณุ าธคิ ุณเสดจ็ พระราชดาเนนิ ไปถวายพระกฐนิ เรียกวา่ “กฐินหลวง” หรอื โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ตลอดจนคณะบุคคล หรือบคุ คลท่สี มควรรับ พระราชทานผา้ กฐนิ ใหไ้ ปถวายยังพระอารามหลวง เรียกว่า “กฐินพระราชทาน” กลา่ วโดยสรุป พระอารามหลวงมีความสาคัญ คอื เป็นวดั หลวงทพ่ี ระมหากษัตริย์ หรอื พระบรม วงศานุวงศ์ทรงสรา้ ง หรือทรงรบั ไว้เป็นวดั ของพระราชวงศ์ หรือเป็นวัดท่ีทรงอปุ ถัมภ์ ไดร้ ับการถวายพระกฐิน เป็นประจาทุกปี 3. พระอารามหลวงในอาเภอเมืองนนทบรุ ี พระอารามหลวงในอาเภอเมอื งนนทบรุ ี มี 3 แหง่ ดังนี้ 3.1 วดั เขมาภิรตารามราชวรวหิ าร เป็นพระอารามหลวงช้นั โท ชนดิ ราชวรวหิ าร ตั้งอยู่ เลขที่ 74 หมูท่ ่ี 8 ถนนพบิ ลู สงคราม ตาบลสวนใหญ่ อาเภอเมอื งนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 3.2 วัดเฉลมิ พระเกียรตวิ รวหิ าร เป็นพระอารามหลวงช้นั โท ชนดิ วรวิหาร ตงั้ อยู่ เลขที่ 86 ถนนทา่ น้านนท์ – วดั โบสถด์ อนพรหม ตาบลบางศรีเมือง อาเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบรุ ี

3.3 วดั บวั ขวัญ พระอารามหลวง ไดร้ บั การพระราชทานพระบรมราชานุญาตสิ ถาปนาเปน็ พระอารามหลวง ชั้นตรี ชนดิ สามัญ ตัง้ อยเู่ ลขท่ี 1 หมูท่ ่ี 9 ซอยงามวงศ์วาน 23 ถนนงามวงศว์ าน ตาบล บางกระสอ อาเภอเมืองนนทบรุ ี จงั หวัดนนทบุรี กล่าวโดยสรปุ พระอารามหลวงในอาเภอเมอื งนนทบุรี มีอยู่ 3 แหง่ คือ (1) วัดเขมาภริ ตารามราชวรวิหาร (2) วัดเฉลมิ พระเกยี รตวิ รวหิ าร และ (3) วดั บวั ขวญั พระอารามหลวง ใบความรู้ที่ ๒

วัดเขมาภริ ตารามราชวรวิหาร กกกกกกกวัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร เป็นวัดโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา หรือก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าอู่ทองทรงสร้าง เป็นวัดหลวงในสมัยกรุงศรีอยุธยาสร้างประมาณปี พ.ศ. 1893 ต่อมา ในสมัย รัตนโกสินทร์ วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร เป็นวัดที่อยู่ในสังกัดบัญชีกฐินหลวงของสมเด็จพระบวรราช เจ้ากรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลท่ี 2 เดิมเรียกว่า วดั เขมา บางคร้ังเรียกว่า วดั เขน็ มา กกกกกกกในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี พระอัครมเหสี โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎพระราชโอรส ซ่ึงต่อมาได้เสด็จข้ึนครองราช สมบัติเป็น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 4 เสด็จไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหา เสนานุรักษ์ เพื่อกราบทูลขอวัดเขมาเป็นวัดสาหรับกฐินใน สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี จากน้ันได้ทรง บรจิ าคพระราชทรพั ย์บูรณปฏสิ ังขรณว์ ัดเขมา และมีการฉลองใน พ.ศ. 2371 ตอ่ มาในรชั สมัยพระบาทสมเด็จ พระจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว รชั กาลท่ี 4 ทรงบูรณปฏิสงั ขรณ์ เพ่ือฉลองพระคุณสมเด็จพระบรมราชชนนี แลว้ พระราชทานนามเพ่ิมว่า วดั เขมาภิรตาราม กกกกกกกวัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร เดิมชื่อ “วัดเขมา” หรือบ้างเรียก “วัดเข็นมา” เป็นวัดโบราณสร้าง แต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หรือก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฎว่าเคยเป็นวัดหลวงมาแต่คร้ังกรุงศรีอยุธยาแล้ว ซ่ึง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 4 ทรงให้ทัศนะเช่ือว่า พระเจ้าอู่ทองได้เคยปฏิสังขรณ์ มิได้ เป็นผู้สร้าง โดยสันนิษฐานว่าสร้างต้ังแต่สมัยท่ีเขมรยังครอบครองดินแดนบริเวณนี้อยู่ ซ่ึงชื่อ “เขมา” แปลว่า “เขมร” แต่หลวงวิจิตรวาทการ ได้กล่าวว่า เร่ืองวัดเขมาน้ีมีแต่ชื่อเท่าน้ันท่ีเป็นเคร่ืองมือสันนิษฐานไม่มีจารึก หรอื อักษรวัตถุโบราณอนั ใดทจ่ี ะเปน็ เครื่องช่วยเหลือ เพราะได้เปลี่ยนแปลงกนั มาหลายครั้ง หลกั ฐานดั้งเดิมจึง สูญไป แม้พระประธานในพระอโุ บสถองคเ์ ดมิ ก็ถูกสรา้ งองค์ใหม่ทับลงไป พระประธานองคเ์ ดิมข้างในจงึ รื้อออก ดูไมไ่ ด้ เอกสารในวดั ไม่สามารถหาไดก้ อ่ นสมยั รัชกาลท่ี 4 เครอ่ื งมือทจ่ี ะใช้สนั นิษฐาน จึงมีอยา่ งเดยี วคือ ชือ่ วัด แต่คาว่า “เขมา” ก็ไม่ได้มี ความหมายว่า “เขมร” เท่านั้น แต่ยังสามารถแปลว่า “ความสุขเกษม ความพ้น จากเรือ่ งหว่ งใย ความปลอดภยั จากกงั วลท้ังหลาย” ด้วย กกกกกกกกล่าวโดยสรปุ วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร เชื่อว่ามีมาตั้งแตส่ มัยกรุงศรอี ยุธยา โดยพระเจ้าอู่ทอง ทรงสรา้ ง เปน็ วดั หลวงในสมัยกรุงศรอี ยุธยา เดิมช่ือ วดั เขมา หรือ วดั เขน็ มา โดยพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงให้ทัศนะไว้ว่า พระเจ้าอู่ทอง ได้เคยปฏิสังขรณ์ แต่มิได้เป็นผู้สร้าง น่าจะสร้างตั้งแต่สมัยที่เขมรยังครอบครองดินแดนบริเวณน้ี ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจา้ อยู่หวั รชั กาลที่ 4 ทรงบูรณปฏสิ งั ขรณ์ เพ่อื ฉลองพระคุณสมเด็จพระบรมราชชนนแี ล้วพระราชทานนามเพ่ิม วา่ วัดเขมาภิรตาราม โบราณสถาน โบราณวัตถุวัดเขมาภริ ตารามราชวรวิหาร กกกกกกก1. โบราณสถาน วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร กกกกกกก 1.1 พระอุโบสถ วดั เขมาภริ ตารามราชวรวิหาร

กก กกกกกกก กรมสมเดจ็ พระศรสี ุรเิ ยนทราบรมราชนิ ี ในพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลัย รชั กาลท่ี 2 แหง่ กรงุ รัตนโกสินทร์ มีพระราชศรทั ธาทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ และรบั สง่ั ให้ ชา่ งเข้าในกรมขดุ รากฐานของพระอโุ บสถวัดเขมา และรับส่ังให้ช่างเขา้ ในกรมขุดรากฐานของพระอุโบสถขยาย ออกไปให้กว้างและถมพ้นื พระอุโบสถใหส้ ูงข้นึ พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลัย รชั กาลท่ี 2 และกรม พระราชวงั บวรมหาเสนานุรกั ษ์ รบั ส่ังให้ก่อพระประธานองคใ์ หม่ สวมพระพุทธรูปองคเ์ ก่าแล้วบรู ณะ พระพทุ ธรูปท้งั หมด แล้วทรงโปรดใหก้ ่อกาแพงรอบพระอุโบสถและศาลาการเปรยี ญ ฝากระดานด้านหนา้ พระ อุโบสถ จนสาเร็จเรยี บรอ้ ย ต่อมาปีกนุ ตรศี ก ศักราช 1213 (พ.ศ.2394) พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้า เจ้าอยหู่ ัว รัชกาลท่ี 4 ทรงรบั สง่ั ใหป้ ฏิสังขรณ์วดั เขมาคร้ังใหญท่ งั้ พระอาราม โดยให้ขดุ คูรอบวัด ทรงสรา้ งพระอสีติมหาสาวกล้อมพระประธาน และภาพศลิ ปะจติ รกรรมฝาผนงั ภายในพระอโุ บสถ กกกกกกก กกกกกกก พระมหาเจดีย์กวดั เขมาภิรตารามราชวรวหิ าร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ 4 ทรงโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ ม ให้สร้างเมื่อ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2397 อยู่ด้านหลงั พระอโุ บสถ โดยถา่ ยแบบศลิ ปะจากกรุงศรีอยุธยา ภายในบรรจพุ ระบรม สารรี กิ ธาตุ 3 องค์ ตน้ ไม้เงนิ ต้นไมท้ อง พระมหาเจดยี ์สงู 30 เมตร แล้วโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้มีการ จัดงานฉลองในวันพธุ ข้ึน 4 ค่า เดือนยี่ พ.ศ. 2406 ต่อมาได้รบั ความเสยี หายจากสงครามโลกครัง้ ท่ี 2 สว่ น ยอดของพระมหาเจดยี ์ ได้หักลงมาถงึ ปล่องไฉน ซ่อมเสรจ็ เมื่อวันท่ี 10 มกราคม พ.ศ. 2496 สมเด็จ พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงวรชิรญาณวงศ์ (ชื่น นพวงศ)์ ทรงดาริจดั ใหม้ ีการสมโภชน์เปน็ งานนมสั การพระบรม

ใบความรทู้ ี่ ๓ วัดเฉลิมพระเกยี รติวรวิหาร ประวัติ ความเป็นมาของวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร เดิมเป็นบริเวณป้อมเก่าริมฝ่ังตะวันตกของแม่น้า เจ้าพระยาใต้ตลาดขวัญเมืองนนทบุรีเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 3 โปรดเกล้า โปรดกระหม่อมใหพ้ ระยาพระคลัง สมเด็จเจา้ พระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) เป็นแม่กองสร้างวัดขึ้นในบริเวณน้ัน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระอัยกาพระอัยกีและสมเดจ็ พระศรีสุลาไลยพระราชชนนีแห่งพระองค์ และทรงพระราชทานนามพระอารามแห่งนี้ว่า “วัดเฉลิมพระ เกียรต”ิ ความสาคัญของวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร สังกัด คณะสงฆ์ มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 24 ไร่ 3 งาน 22 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขท่ี 156460 ต้ังวัดเมื่อ พ.ศ. 2390 ได้พระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2394 เป็นสถานท่ีพักกองทัพเพื่อรอรับการเสด็จพระ ราชดาเนินมาส่งทัพของพระมหากษัตริย์มาประกอบพิธีกรรมเพื่อความเป็นสวัสดิมงคลของกองทัพในราชการ สงคราม ตัง้ แต่สมยั พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ ัว รชั กาลที่ 3 ถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้า เจา้ อยูห่ วั รัชกาลท่ี 5 โบราณสถาน และโบราณวตั ถุในวัดเฉลมิ พระเกยี รติ 1. โบราณสถานในวดั เฉลมิ พระเกียรติได้แก่ (1) วดั เฉลิมพระเกยี รตวิ รวิหาร (2) พระอุโบสถ (3) พระวหิ าร (4) การเปรยี ญหลวง (5) พระเจดยี ์ (6) กาแพงแกว้ (7) กาแพงใหญห่ นา้ วดั (8) ศาลาแดงเหนอื ศาลาแดงใต้ และ (9) พระศรีมหาโพธิ์ 2. โบราณวัตถใุ นวดั เฉลมิ พระเกียรติ ไดแ้ ก่ (1) พระประธานในพระอโุ บสถ (2) พระศิลาขาว และ (3) ตุ๊กตาศลิ าจีนในอริ ิยาบถต่าง ๆ 5. กจิ กรรม ประเพณีในวัดเฉลมิ พระเกียรตวิ รวิหาร ได้แก่ งานวฒั นธรรมสองฝงั่ เจ้าพระยาใตฟ้ ้านนท์ ประวตั ิ ความเปน็ มาวัดเฉลมิ พระเกียรตวิ รวหิ าร

วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร เดิมเป็นบริเวณป้อมเก่าริมฝ่ังตะวันตกของแม่น้าเจ้าพระยาใต้ตลาดขวัญเมือง นนทบุรีเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระน่ังเกลา้ เจา้ อยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดให้พระยาพระคลัง (ดิศ บุนนาค) เป็น แม่กองสรา้ งวดั ข้นึ ในบริเวณนนั้ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระอัยกา พระอัยกี และสมเดจ็ พระราชชนนีแห่ง พระองค์ และทรงพระราชทานนามพระอารามแหง่ นีว้ ่า “วดั เฉลิมพระเกยี รติ” การสร้างวัดเฉลิมพระเกียรติ ในสมัยรัชกาลท่ี 3 ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จึงทรงสร้างต่อมาเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณนพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดให้พระยาทิพากรวงศ์ (ขา บุนนาค) เป็นแม่กองบูรณะจนแล้วเสร็จท้ังพระอาราม และได้มี การบรู ณปฎสิ ังขรณก์ นั มาเรื่อย ๆ จนถึงปจั จบุ ัน วดั เฉลิมพระเกยี รติวรวิหาร มปี ระวตั ิความเปน็ มา พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกล้าเจา้ อยูห่ วั รัชกาลที่ 3 ทรงมี พระราชดารใิ ห้สรา้ งวัดขึ้นในบรเิ วณป้อมเก่ารมิ ฝัง่ ตะวนั ตกของแมน่ า้ เจา้ พระยาใต้ ณ ตลาดขวญั เมอื งนนทบุรี ซึ่งเปน็ นวิ าสถานเดมิ แหง่ พระอัยกาพระอัยกขี องพระองค์ กับทง้ั ยงั เปน็ ที่ประสูตขิ องสมเดจ็ พระศรีสุลาไลย พระราชชนนขี อง พระองค์ดว้ ย เพ่อื เป็นการเฉลมิ พระเกยี รติพระอยั กา พระอัยกี และพระราชชนนี ในปี พ.ศ. 2390 ในการนโ้ี ปรด เกลา้ โปรดกระหมอ่ ม ใหส้ มเด็จเจ้าพระยา บรมมหาประยรู วงศ์ (ดศิ บนุ นาค) เมอ่ื ครงั้ เป็นพระยาพระคลังตาแหน่ง สมุ หกลาโหม เป็นแม่กองสรา้ งวัด โดยโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มให้สรา้ งป้อมปราการกอ่ อิฐถือปูนเปน็ รูปสี่เหลย่ี มรอบวดั มีใบเสมาทานองเดียวกบั กาแพงพระบรมมหาราชวงั พระราชทานนามว่า วัดเฉลิมพระเกียรติ กกกกกกกกลา่ วโดยสรุป วดั เฉลมิ พระเกียรตวิ รวิหาร มีประวัติความเปน็ มา คือ เดมิ เป็นปอ้ มเกา่ รมิ ฝั่งตะวันตก ของแม่น้าเจา้ พระยา ใต้ตลาดขวญั เมอื งนนทบุรี ครงั้ พระบาทสมเด็จพระน่งั เกล้าเจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ 3 โปรด เกล้าโปรดกระหม่อมให้พระยาพระคลัง สมเดจ็ เจา้ พระยา บรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บนุ นาค) เปน็ แม่กองสร้าง วัดขน้ึ ในบริเวณนน้ั เพื่อเปน็ การเฉลมิ พระเกียรตพิ ระอยั กา พระอยั กี และสมเด็จพระศรีสลุ าไลยพระราชชนนี แหง่ พระองค์ และทรงพระราชทานนามพระอารามแหง่ นี้ว่า “วดั เฉลิมพระเกยี รติ” โบราณสถาน โบราณวตั ถุวัดเฉลมิ พระเกียรติวรวิหาร กกกกกกก1. โบราณสถานในวดั เฉลมิ พระเกยี รตวิ รวิหาร กกกกกกก 1.1 วัดเฉลิมพระเกยี รติวรวหิ าร ทะเบยี นเลขที่ 0000210 ท่ตี งั้ 86 หมู่ 3 ถนนท่านา้ นนท์ – วัดโบสถ์ดอนพรหม ตาบลบางศรเี มือง อาเภอเมืองนนทบรุ ี จงั หวัดนนทบรุ ี ประกาศวนั ท่ี 13 มกราคม พ.ศ. 2541 เลม่ 115 ตอนพเิ ศษ 3 ง หนา้ 1 กกกกกกก พระอโุ บสถ สถาปตั กรรมแบบพระราชนิยมมีความกวา้ ง 26 เมตร ยาว 40 เมตร ตง้ั อยูร่ ะหว่างการเปรียญ หลวงกบั พระวิหารหลวงมกี าแพงแกว้ ลอ้ มรอบ ดา้ นเหนือ และด้านใต้ยาวด้าน ละ 100 เมตร ด้าน

ตะวันออกและดา้ นตะวันตกยาวดา้ นละ 45 เมตร พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกล้าเจ้าอยหู่ ัวโปรดเกล้าโปรด กระหม่อม ให้พระยาคลัง (ดิศ บนุ นาค) เป็นแม่กองก่อสรา้ ง โดยกาหนดฤกษ์ก่อสร้างพระอุโบสถในวนั ข้ึน 13 ค่า เดือน 11 ตรงกับวนั ศุกร์ที่ 22 ตลุ าคม พ.ศ. 2390 ปมี ะแมเวลา 4 โมงเช้า พระวิหาร สถาปัตยกรรมแบบราชนยิ มมักเรยี กกนั วา่ “วหิ ารพระศลิ าขาว” ตงั้ อยู่ด้านทิศใตข้ องพระอุโบสถ มีกาแพงแก้ว ล้อมรอบเช่ือมต่อกบั พระอุโบสถ ขนาดกวา้ ง 15 เมตร ยาว 24 เมตร รวมพ้นื ท่ีทั้งหมด 360 ตารางเมตร กาแพงดา้ นทิศเหนือและทิศใต้ ยาวดา้ นละ 28 เมตร สรา้ งด้วยอิฐถอื ปูนเปน็ สถาปัตยกรรมแบบเดียวกับพระ อุโบสถ ภายในประดิษฐานพระศิลาขาว กกกกกกก การเปรียญหลวง สถาปัตยกรรมแบบพระราชนิยมอยู่ทางทิศเหนือของพระอโุ บสถ ติดกับเขตสังฆาวาสมกี าแพงแกว้ ล้อมรอบ เชื่อมต่อกับพระอโุ บสถ และพระวหิ าร ขนาดความกวา้ ง 16 เมตร ยาว 24 เมตร กาแพงแกว้ ดา้ นทศิ เหนือและทิศใต้ยาวดา้ นละ 35 เมตร ด้านทศิ ตะวันออก และทิศตะวันตกยาวด้านละ 28 เมตร สถาปตั ยกรรมแบบเดียวกบั พระวิหาร และพระอุโบสถ ภายในประดิษฐานพระปฏิมาชัยวฒั น์ มีพุทธลกั ษณะน่ังขดั สมาธิเพชร พระหตั ถ์ซา้ ยจับพดั ถวายพระพร ใบความรู้ท่ี 4 วดั บวั ขวัญ พระอารามหลวง

วัดบวั ขวญั พระอารามหลวง ตัง้ อยูเ่ ลขที่ 1 หมทู่ ี่ 9 ซอยงามวงศว์ าน 23 ถนนงามวงศว์ าน ตาบลบางกระสอ อาเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบรุ ี ประวัติ ความเป็นมาของวัดบัวขวญั พระอารามหลวง วัดบัวขวัญ พระอารามหลวง เดิมเป็นสานักสงฆ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า รัชกาลท่ี 5 มีนาม เดิมว่า “วัดสะแก” โดยมีพระครูปรีชาเฉลิมหรือหลวงปู่แฉ่ง วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหารเป็น ผู้ริเริ่มสร้างวัด ระยะแรก ในปี พ.ศ. 2491 กระท่ังมีผู้มีจิตศรัทธานามว่า นายบัว ฉุนเฉียว บริจาคท่ีดินให้กับวัด ซึ่งในเวลา ต่อมาจึงได้เปลี่ยนนามมาเป็น วัดบัวขวัญ พระมหาไสว สุขวโร (ป.ธ.4) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดบางแพรกเหนือ ไดม้ าดารงตาแหน่งเจา้ อาวาสเม่อื ปี พ.ศ. 2537 โดยได้รับพระราชทานสมณศกั ดเ์ิ ป็น พระราชาคณะช้ันสามัญท่ี \"พระโสภณสุตาลังการ\" ถึงปัจจุบัน และได้พัฒนาวัดบัวขวัญทั้งในด้านถาวรวัตถุ ปรับปรุงภูมิทัศน์ ตลอดท้ังให้ความสาคัญด้านการศึกษาพระธรรม กระท่ังเป็นโรงเรียน พระปริยัติธรรมแผนก บาลีประจาจงั หวดั นนทบุรี ความสาคัญของวดั บัวขวัญ พระอารามหลวง วดั บัวขวัญ พระอารามหลวง มีความสาคญั คอื เป็นพระอารามหลวงชัน้ ตรี ชนดิ สามญั มีศา สนสถาน และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีความสวยงามเป็นวัดหลวงของประเทศไทยมีที่จอดรถกว้างขวาง มกี ารอาศัยอยู่ร่วมกัน เออื้ เฟ้อื ทดี่ ตี อ่ กนั ระหว่าง บ้าน วัด โรงเรยี น ทีต่ ้ัง แผนท่ี การเดินทาง วดั บวั ขวัญ พระอารามหลวง กกกก ทต่ี ้งั แผนทกี่ ารเดนิ ทางของวัดบัวขวัญ พระอารามหลวง วดั บัวขวัญ พระอารามหลวง ต้ังอยเู่ ลขที่ 1 หมู่ที่ 9 ซอยงามวงศว์ าน 23 ถนนงามวงศว์ าน ตาบลบางกระสอ อาเภอเมืองนนทบรุ ี จังหวดั นนทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 02-9528062-3 กกกกกกก ถาวรวัตถุ และปูชนยี วัตถใุ นวัดบวั ขวัญ พระอารามหลวง

กกกกกก สถานท่ที าสงั ฆกรรม สรา้ งขน้ึ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2546 เปน็ สถานทท่ี าสังฆกรรม ทากจิ วตั รตา่ ง ๆ ของพระสงฆ์ หอระฆัง สรา้ งเม่ือ พ.ศ.2547 เพ่อื ใชต้ บี อกสัญญาณเวลาแก่พระสงฆ์ในเวลาลงทาวตั ร และประกอบพิธีสงฆ์ กกกกกก วิหารหลวงพ่อโต สร้างขนึ้ เพอื่ เป็นที่ประชาชนมาเคารพกราบไหว้ ภายในวัดบัวขวญั พระอารามหลวง

กกกกกกกวดั ศาลาการเปรียญ เปน็ สถานที่ต้อนรับพุทธศาสนกิ ชนท่ีมาทาบุญฟงั พระธรรมเทศนา และเจริญวปิ สั สนาภาวนา เปน็ ประจาทุกวนั พระ อาคารมงคล - จารณุ ี กุลละวณชิ ย์ เปน็ อาคาร 4 ชน้ั ช้ัน 1-3 สร้างขึ้นเพื่อ เปน็ หอ้ งสาหรับภิกษุ สามเณร ผู้จาพรรษา ช้นั 4 เป็นหอ้ งเรยี นพระ ปรยิ ัติธรรม เป็นห้องเรยี นท่ตี ิดตง้ั เคร่อื งปรบั อากาศ กกกกกก กฎุ สิ งฆ์ จานวน 5 หลัง สร้างข้นึ เพื่อเป็นกุฎใิ ชส้ าหรับภกิ ษผุ ู้บวชจาพรรษาเท่าน้ัน ปชู นียวตั ถใุ นวัดบัวขวัญ พระอารามหลวง

หลวงพอ่ พระพทุ ธเมตตา หลวง พ่อพระ พทุ ธโสธร (จาลอง) หลวงพอ่ โต รอยพระพทุ ธบาทจาลอง เจา้ แมก่ วนอิม กล่าวโดยสรปุ ถาวรวัตถุ ปชู นยี วัตถใุ นวดั บวั ขวัญ พระอารามหลวง ไดแ้ ก่ (1) หลวงพ่อพระพุทธเมตตา (2) หลวงพอ่ พระพุทธโสธร (จาลอง) (3) หลวงพ่อโต (4) รอยพระพทุ ธบาทจาลอง และ (5) เจา้ แมก่ วนอมิ ใบความรทู้ ี่ ๕

วธิ กี ารทางภูมิศาสตร์ และประวตั ิศาสตรศ์ กึ ษาพระอารามหลวงศนู ยร์ วมใจในเมืองนนท์ 1. วธิ กี ารทางภูมศิ าสตร์ ประกอบดว้ ย (1) กาหนดวตั ถปุ ระสงค์ (2) การเก็บรวบรวมข้อมูลด้วย การออกปฏบิ ัตภิ าคสนาม และสัมภาษณ์ (3) นาข้อมลู วเิ คราะห์ และจัดหมวดหมู่ และ (4) นาเสนอข้อมลู และเขยี นรายงาน 2. วธิ ีการประวตั ศิ าสตร์ ประกอบดว้ ย (1) การกาหนดประเด็นในการศกึ ษา (2) สบื ค้น และรวบรวมข้อมลู (3) การวิเคราะห์ และตีความข้อมูลทางประวตั ิศาสตร์ (4) การคดั เลือก และประเมินข้อมูล และ (5) การเรยี บ เรียงรายงาน ข้อเทจ็ จริงทางประวตั ศิ าสตร์ วธิ กี ารทางภมู ศิ าสตร์ กกกกกกก1. กาหนดวัตถุประสงค์ กกกกกกก การกาหนดวตั ถปุ ระสงคใ์ นการศกึ ษาด้านภูมิศาสตร์ ตอ้ งเน้นการพัฒนาการคดิ วเิ คราะห์ หาความสัมพันธ์ ความเชื่อมโยง เปรียบเทียบ และให้เหตุผลทางภูมิศาสตร์ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสืบค้น รวบรวม ตีความสารสนเทศทางภมู ศิ าสตรจ์ ากแหล่งสารสนเทศ ทางภมู ิศาสตร์และใช้เครือ่ งมือทางภูมิศาสตร์ท่ี เหมาะสม เพ่ือให้ผู้เรียนได้ฝึกอ่านทาความเข้าใจระบบธรรมชาติ และมนุษย์ และ การมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน สุดทา้ ยคอื การฝึกใหผ้ ู้เรยี นสามารถตัดสินใจเกีย่ วกบั การมสี ่วนรว่ มจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในฐานะที่เป็น ส่วนหนง่ึ ของระบบธรรมชาติ กกกกกกก2. การเก็บรวบรวมข้อมลู ด้วยการออกปฏิบตั ภิ าคสนาม และสัมภาษณ์ การเก็บรวบรวมข้อมูลดว้ ยการปฏิบตั ภิ าคสนามและสัมภาษณ์ ข้อมูลท่ีใชใ้ นการศึกษาภูมิศาสตร์ เรยี กวา่ สารสนเทศภูมิศาสตร์(GeographicInformation)เป็นข่าวสารที่มีรายละเอยี ดเก่ียวกบั ทาเลทต่ี ั้ง ลกั ษณะทาง กายภาพและกิจกรรมของมนุษย์เมอื่ ผูเ้ รียนต้ังคาถามเชงิ ภูมศิ าสตร์ผเู้ รยี นจะต้องรวบรวมข้อมูลจากการอา่ น และแปลความหมายจากแผนที่ ภาพถ่าย ข้อมูลสถติ ิ ข้อมูลเชงิ ปริมาณ และ เชิงคุณภาพ รวมถึงการเก็บข้อมลู จากการสอบถาม การออกภาคสนาม และการอา้ งองิ จากเอกสาร การออกภาคสนาม นบั วา่ มีความสาคัญเปน็ อย่างมากในการศึกษาทางภูมิศาสตร์ เป็นการฝึกทักษะการสงั เกต ใน พน้ื ทจ่ี ริง ด้วยการ สมั ภาษณ์ การ สอบถาม และการบันทกึ ภาพ การออกภาคสนามจะชว่ ยกระตนุ้ ให้เกิดความอยากรู้ อยากเหน็ เพลิดเพลนิ ชว่ ยใหเ้ กิดการเรยี นรู้เชงิ รุก กกกกกก3. การนาข้อมลู วเิ คราะห์ และจัดหมวดหมู่ กกกกกกก ข้อมูล เป็นการศกึ ษาแบบรูป ความสัมพันธ์ และความเชื่อมโยงท่ีเกดิ ข้ึนของปรากฏการณต์ า่ ง ๆ ทางภูมิศาสตร์ตลอดจนศึกษาแนวโน้ม ความสัมพันธ์ และความต่อเนื่องของปรากฏการณ์หาความสัมพันธ์ สอดคล้องกัน และ ลักษณะที่คล้ายกันระหว่างพื้นท่ีเปรียบเทียบกับข้อมูลจากแผนท่ี กราฟ แผนภาพ ตาราง และอืน่ ๆ ดว้ ยการใช้ สถิตอิ ย่างงา่ ย ๆ เพ่อื ใหไ้ ด้คาตอบสาหรบั คาถาม กกกกกก4. การนาเสนอขอ้ มลู และเขียนรายงาน กกกกกกก ขอ้ มลู ข้อเทจ็ จรงิ คือ ข้อมูลทแ่ี สดงใหท้ ราบถงึ ความจริงตา่ ง ๆ ทม่ี ีอยู่ในโลก สามารถตรวจสอบ และพสิ ูจน์ได้ ถ้าตรวจสอบแล้วไมเ่ ปน็ ความจริงตามท่นี าเสนอ ขอ้ มูลนัน้ อาจเป็นขอ้ เทจ็ แต่ถา้ ตรวจสอบแล้ว ขอ้ มูลน้นั เป็นความจรงิ ข้อมลู น้นั กเ็ ป็นความจรงิ หรือถูกต้อง กกกกกกสาหรบั การประยกุ ต์ใช้ขั้นตอนวิธกี ารศึกษาทางภูมิศาสตร์ในการศกึ ษาพระอารามหลวงศนู ย์รวมใจใน เมืองนนท์ ให้ครผู ู้สอนแนะนาผู้เรยี นในข้นั ตอนการกาหนดประเด็นศึกษา แล้วให้ไปศกึ ษาค้นคว้าหา ขอ้ มลู โดยผเู้ รยี นตอ้ งประยุกตใ์ ช้ ดว้ ยการกาหนดวตั ถปุ ระสงคใ์ นการศึกษาประเดน็ ศกึ ษาทกี่ าหนด ต่อจากนน้ั ใหไ้ ป ณ แหล่งเรียนรใู้ นชุมชน หรอื แหล่งเรยี นร้ทู ่ีตอ้ งศึกษา สมั ภาษณ์ เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู จากผู้รู้

ภมู ปิ ญั ญาหรือบุคคลท่เี ก่ยี วข้อง รวบรวมข้อมูลทไ่ี ด้มาวิเคราะห์ และจัดหมวดหมู่ สรปุ ผลการศึกษาค้นคว้า และบันทึกลงในเอกสารการเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง (กรต.) เพอื่ นาไปพบกลมุ่ ตามทีน่ ดั หมายไว้กับครผู ู้สอน วธิ กี ารประวตั ิศาสตร์ กกกกกกก1 การกาหนดประเดน็ ในการศกึ ษา กกกกกกก 2การกาหนดประเด็นในการศึกษา เปน็ ข้นั ตอนแรก นักประวตั ศิ าสตรต์ ้องมีจุดประสงคช์ ัดเจนว่า จะศึกษาอะไร อดตี ส่วนไหน สมัยอะไร และเพราะเหตุใด เปน็ การต้งั คาถามท่ตี อ้ งการศกึ ษา นกั ประวตั ิศาสตร์ ต้องอาศยั การอา่ น การสังเกต และความต้องมีความรกู้ ว้าง ๆ ทางประวตั ิศาสตร์ในเรือ่ งนั้น ๆ มาก่อนบ้าง ซง่ึ คาถามหลักทน่ี ักประวัตศิ าสตรค์ วรคานึงอยตู่ ลอดเวลาก็คือทาไม และเกิดขึน้ อยา่ งไร กกกกกกก 2. สบื ค้นและรวบรวมขอ้ มูล กกกกกกก 2หลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ท่ีให้ข้อมลู มีหลกั ฐานที่เปน็ ลายลักษณ์อกั ษรและหลกั ฐานท่ีไม่เป็น ลายลักษณ์อกั ษรมีท้งั ทเ่ี ปน็ หลกั ฐานช้นั ต้น หรือหลักฐานปฐมภมู ิ และหลกั ฐาน ชนั้ รอง หรือหลกั ฐานทตุ ิยภมู ิ การรวบรวมขอ้ มูลนน้ั หลักฐานชัน้ ตน้ มคี วามสาคัญและความนา่ เชอ่ื ถือมากกวา่ หลักฐานชั้นรอง แต่หลกั ฐาน ชั้นรองอธิบายเรื่องราวให้เข้าใจไดง้ ่ายกวา่ หลกั ฐานชัน้ ตน้ ในการรวบรวมขอ้ มลู ประเภทต่าง ๆ ดงั กล่าวขา้ งต้น ควรเริ่มจากหลกั ฐานช้ันรองแล้ว จึงศึกษาหลกั ฐานชน้ั ตน้ ถ้าเป็นหลักฐานประเภทไม่เป็นลายลกั ษณ์อกั ษร ก็ ควรเรม่ิ ตน้ จากผลการศึกษาข้ึนอยูก่ ับว่าผู้ศึกษาต้องการศึกษาเรื่องอะไร ดงั น้ันการรวบรวมขอ้ มูลท่ีดีจะต้องจด บนั ทกึ รายละเอียดต่าง ๆ ท้ังข้อมลู และแหล่งข้อมูลใหส้ มบูรณ์และถูกต้องเพ่ือการอ้างอิงท่ีน่าเช่ือถือ กกกกกกก 3. การวิเคราะห์ และตคี วามข้อมูลทางประวัตศิ าสตร์ กกกกกกก 2การวิเคราะห์ และตีความข้อมูลทางประวัติศาสตร์ คือ การตรวจสอบหลักฐาน และข้อมูลใน หลักฐานเหล่าน้ันว่า มีความเช่ือถือหรือไม่ ประกอบด้วยการวิพากษ์หลักฐานและวิพากษ์ข้อมูลโดยข้ันตอนทง้ั สองจะกระทาควบคู่กันไป เน่ืองจากการตรวจสอบหลักฐานต้องพิจารณา จากเน้ือหา หรือข้อมูลภายใน หลักฐานนั้น และในการวิพากษ์ข้อมูลก็ต้องอาศัยรูปลักษณะ ของหลักฐานภายนอกประกอบด้วย การวิพากษ์ หลักฐาน หรือวิพากษ์ภายนอก การวิพากษ์หลักฐาน (External criticism) คือ การพิจารณาตรวจสอบ หลักฐานที่ไดค้ ัดเลือกไวแ้ ตล่ ะชิน้ ว่ามีความเช่ือถือเพยี งใด แตเ่ ป็นเพียงการประเมนิ ตัวหลักฐาน มิได้มงุ่ ท่ีข้อมูล ในหลักฐาน ดังนนั้ ข้ันตอนนี้เป็นการสกัดหลักฐานที่ไมน่ ่าเช่ือถือออกไป การวพิ ากษ์ ขอ้ มลู หรอื วิพากษ์ภายใน การวิพากษ์ข้อมูล (Internal criticism) คือการพิจารณาเนื้อหาหรือความหมายท่ีแสดงออกในหลักฐานเพื่อ ประเมินว่าน่าเช่ือถือเพียงใด โดยเน้นถึงความถูกต้อง คุณค่า ตลอดจนความหมายท่ีแท้จริง ซ่ึงนับว่ามี ความสาคัญต่อการประเมินหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร เพราะข้อมูลในเอกสารมีท้ังท่ีคลาดเคลื่อน และมี อคติของ ผู้บันทึกแฝงอยู่ หากนักประวัติศาสตร์ละเลยการวิพากษ์ข้อมูลที่ออกมาอาจจะผิดพลาดจากความ เป็นจรงิ กกกกกกก4. การคัดเลือก และประเมินข้อมูล กกกกกกก 2การตีความหลักฐาน หมายถึง การพิจารณาข้อมลู ในหลักฐานวา่ ผ้สู รา้ งหลักฐาน มีเจตนาที่ แท้จริงอยา่ งไร โดยดูจากลีลาการเขียนของเจา้ ของผู้บันทกึ และรูปร่างลกั ษณะโดยทั่วไปของประดษิ ฐ์กรรมตา่ ง ๆ เพ่อื ให้ได้ความหมายที่แท้จริงซ่ึงอาจแอบแฝงโดยเจตนาหรอื ไม่ก็ตาม ในการตีความหลักฐาน นัก ประวตั ศิ าสตรจ์ งึ ต้องพยายามจับความหมายจากสานวนโวหาร ทศั นคติ ความเชอื่ และปัจจัยอื่น ๆ ของผเู้ ขยี น และสงั คมในยุคสมยั นนั้ ประกอบด้วย เพื่อที่จะทราบว่าถ้อยความนน้ั นอกจากจะหมายความตามตัวอักษรแล้ว ยงั มคี วามหมายทแ่ี ทจ้ ริงอะไรแอบแฝงอยู่

กกกกกกก 2เมอื่ ทราบว่าหลักฐานนัน้ เป็นของแท้ ให้ข้อมูลทเ่ี ปน็ ข้อเท็จจริงในประวตั ิศาสตร์ ผศู้ ึกษา ประวัตศิ าสตรก์ จ็ ะต้องศึกษาขอ้ มูล หรือขอ้ สนเทศในหลักฐานนัน้ วา่ ให้ข้อมลู ทางประวัตศิ าสตร์อะไรบา้ ง ข้อมูลนน้ั มีความสมบรู ณเ์ พียงใด หรอื ข้อมลู นั้นมีจดุ มุ่งหมายเบอื้ งต้นอยา่ งไร มจี ุดมงุ่ หมายแอบแฝงหรือไม่ ข้อมลู มีความยุติธรรมหรือไม่ จากนนั้ จงึ นาข้อมูลทั้งหลายมาจดั หมวดหมู่ เช่น ความเป็นมาของเหตุการณ์ สาเหตทุ ่ีทาใหเ้ กิดเหตุการณ์ ความเปน็ ไปของเหตุการณ์ ผลของเหตุการณ์ เปน็ ตน้ เมื่อใดไดข้ ้อมูลเปน็ เรื่อง เปน็ ประเดน็ แล้ว ผศู้ กึ ษาประวตั ิศาสตร์เรอ่ื งน้ัน กจ็ ะต้องหาความสมั พนั ธข์ องประเด็นต่าง ๆ และตคี วามขอ้ มลู วา่ มีขอ้ เทจ็ จรงิ ใดท่ีซ่อนเร้น อาพราง ไมก่ ลา่ วถึงหรือในทางตรงกันข้ามอาจมีข้อมลู กล่าวเกนิ ความเป็นจรงิ ไป มาก ในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล ผูศ้ กึ ษาประวัตศิ าสตร์ควรมีความละเอียดรอบคอบ วางตัวเป็นกลาง มี จินตนาการ มีความรอบรู้ โดยศกึ ษาข้อมูลทง้ั หลายอยา่ งกวา้ งขวาง และนาผลการศึกษาเรือ่ งนั้นทมี่ ีแต่เดมิ มา วเิ คราะห์เปรยี บเทยี บ รวมทั้งจดั หมวดหมู่ข้อมูลให้เปน็ ระบบ กกกกกกก 5. การเรยี บเรยี งรายงานข้อเทจ็ จริงทางประวัตศิ าสตร์ กกกกกกก จดั เปน็ ขน้ั ตอนสุดท้ายของวธิ ีการทางประวัติศาสตร์ซงึ่ ผู้ศึกษาคน้ คว้าจะต้องเรียบเรยี งเรื่อง หรือ นาเสนอข้อมูลในลกั ษณะท่ีเป็นการตอบหรืออธิบายความอยากรู้ ข้อสงสัยตลอดจนความรใู้ หม่ ความคิดใหมท่ ่ี ได้จากการศึกษาค้นคว้าในขัน้ ตอนน้ัน ผู้ศกึ ษาจะต้องนาข้อมูลทผี่ ่านการตีความมาวิเคราะห์ หรือแยกแยะเพื่อ จดั แยกประเภทของเร่ือง โดยเรือ่ งเดียวกันควรจัดไว้ด้วยกัน รวมท้ังเรื่องท่ีเกีย่ วข้องหรือสัมพนั ธ์กัน เรื่องท่ีเป็น เหตุเป็นผลซ่ึงกันและกันจากนั้นจึงนาเร่ืองทั้งหมดมาสังเคราะห์หรือรวมเข้าด้วยกันคือเป็นการจาลองภาพ บุคคลหรือเหตุการณ์ในอดีตข้ึนมาใหม่ เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์และความต่อเน่ือง โดยอธิบายถึงสาเหตุต่าง ๆ ที่ทาให้เกิดเหตุการณ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และผล ท้ังนี้ผู้ศึกษาอาจนาเสนอเป็นเหตุการณ์พ้ืนฐานหรือเป็น เหตุการณ์เชิงวิเคราะห์กไ็ ด้ ขึ้นอยู่กับจดุ มุ่งหมายของการศกึ ษา กกกก ใบความรู้ท่ี ๖ การสบื สาน และการอนุรกั ษ์โบราณสถาน โบราณวตั ถุ วตั ถุและสิง่ ก่อสรา้ ง และประเพณีในพระอารามหลวง

1. การสืบสานโบราณสถาน โบราณวัตถุ วัตถุ และสิ่งก่อสร้าง และประเพณีในวัด หมายถึง การสืบต่อ สืบเน่ือง รับช่วง โบราณสถาน โบราณวัตถุ วัตถุ และสิ่งก่อสร้าง และประเพณีในวัด เพื่อปฏิบัติ และ ถ่ายทอด สืบต่อกันมา 2. การอนุรักษโ์ บราณสถาน โบราณวตั ถุ วัตถุ และสิง่ ก่อสร้าง และประเพณีในวดั หมายถึง การดูแล รักษาให้ คงเดิม การบารุงรักษาสิ่งท่ีดีงาม ของโบราณสถาน โบราณวัตถุ วัตถุ และส่ิงก่อสร้าง และประเพณีในวัด เพื่อใหค้ งคณุ คา่ ไว้ 3. การสืบสาน และการอนุรักษ์โบราณสถาน โบราณวัตถุ วัตถุ และสิ่งก่อสร้าง และประเพณีในวัด มี ความสาคัญ ได้แก่ ทาให้เห็นถึงวิถีความเป็นไทย ความคิดสร้างสรรค์ ท้ังด้านศาสนา สังคม วัฒนธรรม การปกครอง ท่ีส่ังสมสืบทอดกันมา เป็นการเสริมสร้างในการปลูกจิตสานึกที่ดีงาม เกิดความร่วมมือร่วมใจ ส่งเสริมการนาขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เหมาะกับสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน ทา ใหเ้ กดิ การถา่ ยทอดจากคนรุ่นหนึง่ ไปสู่คนอีกรุ่นหนงึ่ เพ่ือใหป้ ระเพณีคงอยใู่ นสงั คมสบื ไป 4. วธิ กี ารสืบสาน และอนุรกั ษ์โบราณสถาน โบราณวตั ถุ วัตถุ และสง่ิ ก่อสร้าง และประเพณใี นวัด 4.1 การจัดทาแผ่นพับ 4.1.1 แผน่ พบั หมายถงึ สื่อโฆษณาท่เี ป็นสง่ิ พิมพป์ ระเภทไดเร็กเมล (Direct Mail) ทีผ่ ้ผู ลติ ส่งตรงถงึ ผบู้ รโิ ภค มที ัง้ วธิ กี ารส่งทางไปรษณีย์ และแจกตามสถานท่ตี ่าง ๆ มลี กั ษณะ เป็นเอกสารที่เยบ็ เป็นเลม่ บาง ๆ และมลี ักษณะคลา้ ยคลึงกนั 4.1.2 องค์ประกอบของแผ่นพบั มี 5 องคป์ ระกอบ ไดแ้ ก่ (1) พาดหวั (2) ภาพประกอบ (3) ขอ้ ความ (4) ภาพสินค้า ตราสัญลกั ษณ์ และ (5) สถานท่ตี ดิ ต่อ 4.1.3 ขน้ั ตอนการทาแผน่ พับดว้ ยโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ มี 7 ข้ันตอน ไดแ้ ก่ (1) การเขา้ สโู่ ปรแกรม Microsoft Office Publisher 2007 (2) คลกิ เลอื ก Brochure (แผน่ พบั ) (3) เลอื กแมแ่ บบท่ตี ้องการ (4) พมิ พ์ขอ้ ความลงในพื้นทก่ี ารทางาน (5) การใส่รูปภาพในแผน่ พับ (6) เปลยี่ นตาแหน่งไปหนา้ ท่ีสองเพอ่ื ใสร่ ายละเอียด และ (7) บนั ทกึ ดว้ ยคาสงั่ Save As 4.2 การจดั ทาคลปิ วดี ิทัศน์ (Video) 4.2.1 คลิปวีดิทัศน์ (Video) หมายถึง ไฟล์ประเภทภาพเคล่ือนไหวที่บรรจุเนื้อหาเป็นเรื่องราวสั้น ๆ อาจตัด ตอนมาจากเรื่องทั้งเร่ือง เป็นเรื่องท่ีสร้างขึ้นมาใหม่ นาเอาส่วนท่ีสาคัญ หรือเลือกเฉพาะส่วนต้องการจาก ต้นฉบับเดิมนามาแสดง ซ่ึงโดยมากมีความยาวไม่เกิน 5-10 นาทีโดยจะเป็นไฟล์ที่มีรูปแบบการบีบอัดข้อมูลท่ี แตกต่างกันไป เพอ่ื ใหไ้ ฟล์มขี นาดเลก็ 4.2.2 องคป์ ระกอบของคลปิ วดี ิทัศน์ (Video) มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) ส่วนนาเขา้ สู่เรอ่ื ง (2) การดาเนิน เรอ่ื ง (3) ส่วนประเดน็ สาคัญ (4) ส่วนสรุป และ (5) เครดิตผจู้ ดั ทา 4.2.3 การทาคลิปวีดิทัศน์ (Video) ด้วย Smart Phone มี 2 ระบบ คือ ระบบปฏิบัติการ Android และ ระบบปฏิบัติการ iOS ความหมายของการสืบสาน และการอนรุ ักษโ์ บราณสถาน โบราณวัตถุ วตั ถุ และ สง่ิ กอ่ สร้าง และประเพณีในวดั 1. ความหมายของการสบื สาน โบราณสถาน โบราณวตั ถุ วตั ถุ และสงิ่ ก่อสรา้ ง และประเพณใี นวดั

การสืบสาน หมายถงึ สืบต่อ การสืบสาน หมายถึง การสบื เน่อื ง การรบั ชว่ ง การสบื สาน หมายถงึ ปฏิบตั ิติดต่อกันมา ถา่ ยทอดติดตอ่ กันมา กลา่ วโดยสรุป การสืบสานโบราณสถาน โบราณวัตถุ วัตถุ และส่งิ ก่อสรา้ ง และประเพณีในวัด หมายถงึ การสืบ ตอ่ สืบเนอ่ื ง รบั ช่วง โบราณสถาน โบราณวัตถุ วตั ถุ และสงิ่ ก่อสรา้ ง และประเพณใี นวดั เพ่ือปฏบิ ัติ และ ถ่ายทอดสืบต่อกันมา 2. ความหมายของการอนุรักษ์ โบราณสถาน โบราณวัตถุ วัตถุ และสิ่งก่อสรา้ ง และประเพณใี นวัด การอนุรักษ์ หมายถึง การดูแล รักษา เพ่ือให้คงคณุ คา่ ไว้ การอนรุ ักษ์ หมายถึง รกั ษาให้คงเดิม การอนุรักษ์ หมายถึง การบารงุ รักษาสง่ิ ท่ีดงี ามไว้ กล่าวโดยสรปุ การอนรุ กั ษโ์ บราณสถาน โบราณวัตถุ วตั ถุ และส่งิ ก่อสรา้ ง และประเพณใี นวัด หมายถึง การดูแล รักษาให้คงเดมิ การบารุงรักษาสงิ่ ทีด่ งี าม ของโบราณสถาน โบราณวตั ถุ วัตถุ และส่ิงก่อสรา้ ง และประเพณีใน วัด เพอ่ื ใหค้ งคณุ ค่าไว้ ความสาคัญของการสบื สาน และการอนรุ กั ษ์โบราณสถาน โบราณวตั ถุ วตั ถุ และส่ิงก่อสร้าง และประเพณี ในวัด กกกกกกกความสาคญั ของการสืบสาน และการอนรุ กั ษโ์ บราณสถาน ได้แก่ เปน็ การสืบทอดเกย่ี วกบั รากฐาน ทม่ี าในเชิงประวตั ศิ าสตร์ ทาให้เกิดผลเป็นประโยชน์แกค่ นในปัจจบุ ัน กกกกกกกความสาคัญของการสบื สาน และการอนุรักษ์โบราณวัตถุ ได้แก่ ความสาคัญ เป็นการแสดงความ ผูกพนั ในสง่ิ ต่าง ๆ ท่บี รรพบรุ ุษได้สรา้ งขึ้นมา และเพ่ือทจี่ ะรักษาไว้เปน็ มรดกทจี่ ะสืบต่อ ๆ ไปสาหรับชนรุ่นหลงั กกกกกกกความสาคญั ของการสืบสาน และการอนรุ ักษ์วัตถุ และสิง่ ก่อสรา้ ง ได้แก่ ทาให้เกดิ การดูแลรักษา เพ่อื ให้คงคุณค่าความเก่ยี วเน่อื งและสัมพนั ธ์ของประวตั ิศาสตร์ ศิลปะ และสถาปัตยกรรม กกกกกกกความสาคัญของการสบื สาน และการอนุรักษ์ประเพณี ได้แก่ ทาให้เหน็ ถึงวิถีความเปน็ ไทย ความคดิ สรา้ งสรรค์ ท้งั ด้านศาสนา สังคม วฒั นธรรม การปกครอง ทส่ี ่ังสมสืบทอดกันมา กกกกกกกกลา่ วโดยสรปุ การสบื สานและการอนรุ ักษโ์ บราณสถานโบราณวตั ถุวัตถุและสิง่ ก่อสร้าง และประเพณี ในวัด มคี วามสาคญั ไดแ้ ก่ ทาให้เหน็ ถงึ วิถคี วามเปน็ ไทย ความคิดสรา้ งสรรค์ ทงั้ ด้านศาสนา สงั คม วัฒนธรรม การปกครอง ที่ส่งั สมสบื ทอดกันมา เป็นการเสริมสร้างในการปลูกจิตสานกึ ท่ดี ีงาม เกดิ ความร่วมมือร่วมใจ สง่ เสรมิ การนาขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามมาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์เหมาะกับสภาพสังคมไทยในปัจจบุ นั ทาให้เกิดการถา่ ยทอดจากคนรุ่นหนงึ่ ไปสูค่ นอีกร่นุ หนง่ึ เพือ่ ใหป้ ระเพณีคงอยู่ในสงั คมสบื ไป วิธีการ การสบื สาน และการอนรุ ักษโ์ บราณสถาน โบราณวัตถุ วตั ถุ และสิง่ กอ่ สรา้ ง และประเพณีในวดั กกกกกกก1. การจดั ทาแผ่นพับเผยแพร่ 1.1 ความหมายของแผน่ พับ กกกกกกก แผน่ พบั หมายถงึ สือ่ โฆษณาทเี่ ป็นส่งิ พิมพ์ประเภทไดเร็กเมล (Direct Mail) ท่ีผ้ผู ลิตส่งตรงถึง ผู้บรโิ ภค มีทั้งวธิ กี ารสง่ ทางไปรษณยี ์ และแจกตามสถานทต่ี ่าง ๆ

กกกกกกก แผน่ พับ หมายถงึ เอกสารทเี่ ย็บเปน็ เลม่ บาง ๆ และมลี ักษณะคล้ายคลึงกัน กกกกกกก กลา่ วโดยสรุป แผน่ พับ หมายถึง สอ่ื โฆษณาทีเ่ ปน็ สิง่ พมิ พ์ประเภทไดเร็กเมล (Direct Mail) ท่ี ผผู้ ลิตสง่ ตรงถงึ ผ้บู ริโภค มีทงั้ วธิ ีการสง่ ทางไปรษณยี ์ และแจกตามสถานที่ต่าง ๆ มลี ักษณะเปน็ เอกสารที่เย็บ เป็นเลม่ บาง ๆ และมลี กั ษณะคล้ายคลึงกัน 1.2 องค์ประกอบของแผน่ พับ แผน่ พบั มี 5 องคป์ ระกอบ ได้แก่ องคป์ ระกอบที่ 1 หน้าแรก เป็นหน้าปกแผน่ พับที่จะตอ้ งสะดุดตา ด้วยสีสันหรือข้อความดงึ ดูดให้คนที่ได้รับ แผน่ พบั สนใจทจี่ ะเปดิ อา่ นหนา้ ถัดไป ดงั น้นั การเลอื กรูปภาพจะต้องดงึ ดดู สายตา ชดั เจน สสี นั สวยงาม สอดคล้องกบั งาน สาหรับขอ้ ความตอ้ งส้ัน กระชบั ไดใ้ จความท่สี มบูรณ์ เช่น ข้อความท่ีสรา้ งประเดน็ คาถาม ตอ้ งการคาตอบ ขอ้ ความกระแสตา่ ง ๆ ในสงั คม ข้อความทส่ี อดคลอ้ งกับงานทีน่ าเสนอ รวมถงึ ต้องพิจารณา ตวั อักษรและขนาดทีจ่ ะต้องเลอื กให้เหมาะสม องค์ประกอบที่ 2 การกาหนดเนื้อหา เนือ้ หาทจ่ี ะนาเสนอในแต่ละหนา้ ของส่วนทถ่ี ูกพบั จะตอ้ งสรปุ ให้กระชบั ชดั เจน ได้ใจความที่สมบรู ณ์เชน่ กนั หากเป็นประโยคเรยี งติดกันก็ไม่ควรทจ่ี ะแน่นเต็มหนา้ การย่อหนา้ เวน้ วรรค จะตอ้ งนามาพิจารณาประกอบด้วย และใส่รปู ภาพเลก็ ๆ หรือโค้ดข้อความประเด็นสาคัญประกอบ เพอื่ เปน็ การเบรกสายตาผู้อ่าน องค์ประกอบที่ 3 การแบ่งเนื้อหาเป็นหัวข้อย่อย จะต้องจบเรื่องในหน้าน้ัน ๆ ไม่ต่อข้อความไปหน้า อืน่ หัวข้อย่อใหแ้ ตกต่างหรือเด่นจากรายละเอยี ด โดยใชข้ นาดของตัวอกั ษรหรือสีตัวอักษรทต่ี า่ งออกไป และ การแบง่ หัวขอ้ ยอ่ ยจะต้องมีเนือ้ หารายละเอยี ดครอบคลุมหวั ข้อท่ีกาหนด องค์ประกอบท่ี 4 การใช้สัญลักษณ์ ลาดับเลขแสดงหัวข้อย่อยและตาราง เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่ช่วยให้เนื้อหา ของแผ่นพับน่าอ่าน จากข้อความสั้น ๆ เข้าใจง่ายและน่าสนใจ ดังน้ัน การสรุปเน้ือหาท่ีจะกาหนดเรียงลาดับ เป็นข้อ ๆ หรือการนาข้อมลู ใส่กรอบไว้ในตาราง เปน็ เรือ่ งสาคญั เช่นกัน อ่านแลว้ รู้ว่าตอ้ งการส่ือสาร และตอบ คาถามเหล่าน้ี ได้แก่ what (อะไร) when (เม่ือไหร่) where (ที่ไหน) why (อย่างไร) who (กับใคร) และ how (วิธใี ด) องค์ประกอบท่ี 5 สถานท่ตี ดิ ต่อ สาหรับสว่ นน้ี อาจจะพิมพ์ไว้ท้ายสดุ หรอื หน้าสดุ ของ แผ่นพับแต่สิ่งที่ต้องระบุให้ชัดเจนได้แก่ ช่ือสถานที่ เลขที่ ที่ตั้ง หมายเลขโทรศัพท์สานักงานโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันท่ีขาดไม่ไดค้ อื อีเมล เว็บไซตท์ สี่ ามารถหาขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ ภายหลังได้ แผ่นพบั มี 4 องคป์ ระกอบ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 พาดหัว มักเป็นตัวอักษรที่ใหญ่หรืออยู่ในตาแหน่งที่เด่นอยู่ด้านหน้าของแผ่นพับและนิยม วางไวใ้ นส่วนบนของหน้าแผ่นพับ เปน็ ข้อความส้นั ๆ เข้าใจง่าย องคป์ ระกอบท่ี 2 ภาพประกอบ มกั วางอยู่หนา้ เดยี วกบั พาดหวั (แต่ไม่จาเป็นต้องมีคู่กันเสมอ) เป็นภาพท่จี ะ ช่วยดงึ ความสนใจของผู้อา่ น ตามข้อความอาจมีภาพประกอบเลก็ ๆ เพอื่ ใชป้ ระกอบเนื้อหา องค์ประกอบท่ี 3 ข้อความ เนื่องจากพ้ืนที่มีจากัดข้อความเนื้อหาจึงมักมีขนาดเล็กแต่ไม่ควรเล็กกว่า 12 พอยต์ ควรใช้ตัวอักษรสีเข้มบนพ้ืนสีอ่อน ดีกว่าตัวอักษรสีอ่อนบนพื้นเข้ม ควรใช้แบบอักษรเพียง 1-2 แบบ การวางข้อมูลต้องคานึงถึงลาดับการอ่านให้ถูกต้อง ควรเว้นพ้ืนท่ีว่างไว้เพื่อไม่ให้มีข้อความมากเกินไป เพราะ จะทาให้น่าอ่าน องค์ประกอบที่ 4 ภาพสินค้าและตราสัญลักษณ์ ภาพสินค้าอาจนามาเป็นภาพประกอบใน หน้าแรกของแผ่นพับได้ หากภาพสินค้าไม่ใช่ภาพหลัก ควรมีภาพสินค้าอยู่ในแผ่นพับด้วย ใน ส่วน ของตราสัญลกั ษณ์ควรอยู่ทด่ี ้านหน้าแผ่นพับรวมกับพาดหัวหรือภาพประกอบหลัก และควรมตี ราสญั ลักษณ์ใน ตอนทา้ ยของแผ่นพับดว้ ย เพอื่ เปน็ การย้าเตือนถงึ สินคา้ และสญั ลักษณ์ของบริษทั

กล่าวโดยสรปุ แผ่นพับมี 5 องคป์ ระกอบ ได้แก่ (1) พาดหัว (2) ภาพประกอบ (3) ขอ้ ความ (4) ภาพสนิ คา้ และตราสัญลักษณ์ และ (5) สถานทีต่ ิดต่อ 1.3 ขั้นตอนการทาแผ่นพบั ด้วยโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ มี 7 ขน้ั ตอน ดังน้ี ข้นั ตอนท่ี 1 เข้าสู่โปรแกรม Microsoft Office Publisher 2007 เข้าสู่โปรแกรมด้วยการคลิกท่ีปุ่ม Start All Programs Microsoft Office Microsoft Office Publisher 2007 ข้นั ตอนท่ี 2 คลกิ เลอื ก Brochure (แผ่นพับ) ขัน้ ตอนท่ี 3 เลือกแมแ่ บบ (Template) ท่ตี อ้ งการ โดยการดบั เบ้ิลคลิก (Double Click) ท่แี มแ่ บบท่ตี ้องการ หรือคลกิ ที่ปมุ่ Create ที่มุมด้านล่างขวามอื เพื่อสรา้ งแผ่นพับจากแม่แบบ ข้นั ตอนท่ี 4 พมิ พ์ข้อความหรอื รายละเอยี ดที่ต้องการลงไปในพ้นื ที่การทางาน

ขนั้ ตอนท่ี 5 การใส่รปู ภาพในแผ่นพับ ทาไดโ้ ดยนาเม้าส์ไปเลอื กตาแหนง่ ทีต่ ้องการเพิ่มรปู ภาพลงไป แลว้ เลอื กที่เมนคู าสัง่ Insert Picture From File… หรือคลิกท่ี ที่แถบวตั ถุทีอ่ ยู่ทางดา้ นซ้ายมอื

ขัน้ ตอนท่ี 6 เปล่ียนตาแหนง่ การสร้างแผ่นพับไปหนา้ ทส่ี อง เพื่อใสร่ ายละเอยี ขั้นตอนที่ 6 เปลยี่ นตาแหน่งการสรา้ งแผ่นพับไปหน้าทีส่ อง เพื่อใสร่ ายละเอยี ด ข้นั ตอนที่ 7 เลอื กเมนูคาส่ัง File Save As… ต้งั ชื่อตามทต่ี อ้ งการ กลา่ วโดยสรุป ขน้ั ตอนการทาแผ่นพับด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มี 7ขน้ั ตอน คอื (1) การเขา้ สู่

โปรแกรม Microsoft Office Publisher 2007 (2) คลิกเลอื ก Brochure (แผ่นพบั ) (3) เลอื กแมแ่ บบท่ี ต้องการ (4) พิมพ์ขอ้ ความลงในพน้ื ท่ีการทางาน (5) การใสร่ ปู ภาพในแผน่ พบั (6) เปลยี่ นตาแหนง่ ไปหน้าท่ี สองเพ่ือใสร่ ายละเอยี ด และ (7) บันทกึ ด้วยคาสง่ั Save As 2. การจัดทาคลปิ วีดิทศั น์ (Video) 2.1 ความหมายของคลิปวีดทิ ศั น์ (Video) คลิปวดี ทิ ัศน์ (Video) หมายถึง ไฟลค์ อมพวิ เตอรป์ ระเภทภาพเคล่อื นไหวที่บรรจเุ นอื้ หาเปน็ เรื่องส้ันๆ หรอื อาจตดั ตอนมาจากเรอ่ื งทัง้ เร่ือง อาจเป็นเร่ืองท่สี ร้างขน้ึ มาใหม่ หรือเป็นนาเอาสว่ นที่สาคัญ หรอื เลอื กเฉพาะ ส่วนต้องการจากตน้ ฉบบั เดิมนามาแสดง ซงึ่ โดยมากมีความยาวไม่เกิน 5-10 นาทีโดยจะเปน็ ไฟลท์ ี่มีรปู แบบ การบีบอดั ขอ้ มลู ทีแ่ ตกต่างกนั ไป เพื่อใหไ้ ฟล์มีขนาดเลก็ เช่น .wma, .flv, mp4 และ 3gp เป็นตน้ กล่าวโดยสรุป คลปิ วดี ิทัศน์ (Video) หมายถึง ไฟลค์ อมพวิ เตอรป์ ระเภทภาพเคลื่อนไหวทีบ่ รรจุเนื้อหาเปน็ เรื่องสั้นๆ หรืออาจตดั ตอนมาจากเรื่องทงั้ เรือ่ ง อาจเปน็ เรื่องที่สรา้ งขน้ึ มาใหม่ หรอื เป็นนาเอาสว่ นทส่ี าคัญ หรือ เลือกเฉพาะสว่ นต้องการจากตน้ ฉบับเดิมนามาแสดง ซึ่งโดยมากมีความยาวไม่เกิน 5-10 นาทโี ดยจะเป็นไฟล์ ทม่ี รี ูปแบบการบบี อัดข้อมูลที่แตกต่างกนั ไป เพื่อใหไ้ ฟลม์ ีขนาดเลก็ 2.2 องคป์ ระกอบของคลิปวดี ิทัศน์ (Video) คลปิ วดี ิทศั น์ (Video) มี 5 องคป์ ระกอบ ได้แก่ องค์ประกอบท่ี 1 สว่ นทนี่ าเข้าส่เู รื่องหรอื แนะนาเร่ือง (introduction) เป็นตอนตน้ ของเรื่อง ประกอบด้วย โลโกข้ องกศน.อาเภอเมืองนนทบรุ ี ชอ่ื เรอ่ื ง ชื่อวิชา ชื่อผู้สอน กศน.ตาบล และสถานที่พบกล่มุ องคป์ ระกอบท่ี 2 มสี ่วนทเี่ ปน็ การดาเนนิ เรื่อง เป็นส่วนทบี่ อกถึงเรอ่ื งราวว่าดาเนนิ ไปอย่างไร อาจเปน็ บุคคล บรรยาย หรอื ใช้เอนเิ มชั่นประกอบ เป็นต้น องค์ประกอบที่ 3 มีส่วนท่เี ป็นแกน่ ของเรื่อง เป็นส่วนท่สี าคัญทส่ี ุดเป็นส่วนท่ีเป็นเน้ือหาหรือประเด็นสาคัญท่ี ตอ้ งการใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ โดยมีกราฟิกบรรยายประกอบเพ่ือใหเ้ กดิ ความจา หรือความเข้าใจย่ิงขน้ึ องค์ประกอบที่ 4 มีสว่ นสรปุ เมื่อเสนอเรอื่ งนัน้ จบแล้ว อาจเป็นผสู้ อนกล่าวสรปุ หรอื นาเสนอด้วยกราฟฟิกก็ ได้ องค์ประกอบท่ี 5 มเี ครดิตผู้จดั ทาทา้ ยเร่ือง กลา่ วโดยสรุป คลปิ วดี ิทัศน์ (Video) มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) ส่วนนาเข้าสูเ่ รอื่ ง (2) การดาเนินเร่ือง (3) ส่วนประเด็นสาคญั (4) สว่ นสรปุ และ (5) เครดิตผูจ้ ดั ทา 2.3 ข้ันตอนการทาคลปิ วดี ิทัศน์ (Video) ด้วย Smart Phone ระบบปฏิบัติ 1 ระบบปฏิบัติการ Andriod การถา่ ยวีดิทัศน์ (Video) โดยฟงั ก์ชัน กลอ้ งวดี ิทัศน์ (Video) ตามขน้ั ตอนต่อไปน้ี

กกกกกกกขั้นตอนท่ี 1 กดเลือกเมนู “กลอ้ งถา่ ยรปู ” กกกกกกกข้ันตอนท่ี 2 เลอื กโหมด “วีดทิ ศั น์ (Video)” กรณีท่ีเปน็ Andriod เวอรช์ ัน 9.0 จะปรากฏ ดงั ภาพ กกกกกกกหมายเลข 1 การตง้ั คา่ กล้องวีดทิ ัศน์ (Video) กกกกกกกหมายเลข 2 การใชแ้ สงแฟลช (Flash) กกกกกกกหมายเลข 3 สัดสว่ นของหน้าจอ กกกกกกกหมายเลข 4 ฟิลเตอร์ (Filter) หมายถึง โปรแกรมที่ใชใ้ นการเปลี่ยนรูปแบบในการเก็บภาพ หรือ ถา่ ยภาพ กกกกกกกหมายเลข 5 ตวั เลือกการซูมหนา้ จอ กกกกกกกหมายเลข 6 แกลเลอร่ี (Gallerry) หมายถึง คลังภาพ แสดงภาพภ่าย และ คลิปวดี ิทศั น์ (Video) ที่ ใชก้ ล้องถ่าย กกกกกกกหมายเลข 7 ตัวเลือกระหว่าง กลอ้ งหน้า กบั กล้องหลัง กกกกกกกขน้ั ตอนท่ี 3 กด ปุ่มสีแดง เพื่อบนั ทึกวดี ิทัศน์ (Video) เม่อื กดแล้วจะพบหนา้ จอ ดังภาพ ทง้ั นี้ ขน้ึ อย่กู ับ เวอร์ชน่ั ของแตล่ ะรุ่น กกกระบบที่ 2 ระบบปฏิบตั ิการ iOS การถา่ ยวดี ทิ ัศน์ (Video) โดยฟังก์ชนั กล้องวีดทิ ศั น์ (Video) ตามขน้ั ตอนต่อไปนี้ ขั้นตอนท่ี 1 กดเลอื กเมนู “กลอ้ ง” ข้ันตอนท่ี 2 เลือกโหมด “วดี ทิ ศั น์ (Video)” ขน้ั ตอนท่ี 3 กด ปมุ่ สีแดง เพือ่ บนั ทึกวดี ิทัศน์ (Video) เมื่อกดแลว้ จะพบหนา้ จอ ดังภาพ การติดตัง้ โปรแกรม VivaVideo เพื่อใช้ในการตัดต่อสาหรับ ระบบปฏบิ ตั กิ าร Andriod

ขนั้ ตอนท่ี 1 กดเลือกท่ี เพลย์สโตร์ (Play Store) ข้ันตอนท่ี 2 พิมพ์ “VivaVideo” ในชอ่ งค้นหา ดา้ นบนของหนา้ จอ

ข้นั ตอนที่ 3 กด “ตดิ ตง้ั ” ข้นั ตอนที่ 4 เมอื่ ติดตง้ั เรยี บร้อยแลว้ ให้เลอื ก “เปิด”

ขั้นตอนท่ี 5 กด “เรม่ิ ตน้ ” เพ่อื เขา้ ใชง้ านโปรแกรม การติดตั้งโปรแกรม VivaVideo เพอื่ ใช้ในการตัดตอ่ สาหรับระบบปฏิบตั กิ าร iOS ขั้นตอนที่ 1 กดเลอื กท่ี แอพสโตร์ (App Store)

ขน้ั ตอนท่ี 2 เลอื ก “คน้ หา” และพิมพ์ VivaVideo ขัน้ ตอนท่ี 3 กด “ตดิ ตง้ั ”

ขัน้ ตอนท่ี 4 เมื่อ ตดิ ตงั้ เรยี บร้อยแลว้ ใหเ้ ลอื ก “เปิด”

ขั้นตอนที่ 5 กด “เร่ิมต้น” เพอื่ เขา้ ใช้งานโปรแกรม สว่ นท่ี 1 แก้ไข เป็นเมนูท่ีใช้ในการตัดต่อไฟล์ VDO สว่ นที่ 2 สไลดโ์ ชว์ เปน็ เมนทู ใี่ ชใ้ นการทาสไลด์โชวจ์ ากไฟลร์ ูปภาพ สว่ นที่ 3 จับภาพ เป็นเมนทู ี่ใช้ในการอัดภาพ VDO ซึ่งจะมีโหมดตา่ งๆให้เลือก ภายในเมนู แต่ VDO ท่ีอดั ในโหมดนี้จะมีความคมชดั นอ้ ย ส่วนท่ี 4 Selfie เป็นเมนูทางลัดของโหมด Selfie ในเมนจู ับภาพ ส่วนท่ี 5 อุปกรณ์ เปน็ เมนูที่ใช้ปรบั แต่งฟงั กช์ น่ั ตา่ งๆท่ีมีในแอป เช่น ธมี ขอ้ ความ เอฟเฟกต์ เปน็ ตน้ สว่ นท่ี 6 ของขวญั เป็นเมนูของรางวลั สาหรบั ผูใ้ ช้แอป ส่วนท่ี 7 สตดู โิ อ เปน็ เมนเู ก็บคลังภาพและบันทึกแบบร่างของผใู้ ช้งาน สว่ นท่ี 8 เครื่องมอื เพมิ่ เติม เปน็ เมนูทรี่ วบรวมโหมดอนื่ ๆเพม่ิ เตมิ ของแอป เช่น ภาพตดั ปะ เป็นต้น กกกกกกกกล่าวโดยสรุป ข้นั ตอนการทาคลปิ วีดทิ ัศน์ (Video) ด้วย Smart Phone บนระบบปฏิบัตกิ าร Andriod และระบบปฏบิ ตั กิ าร iOS มี 3 ข้นั ตอน ได้แก่ (1) การถา่ ยวีดทิ ัศน์ (Video) โดยฟังก์ชนั กล้องวีดทิ ัศน์ (Video) (2) การตดิ ตง้ั โปรแกรม VivaVideo (3) การตดั ตอ่ คลปิ วีดทิ ัศน์ (Video) ด้วยโปรแกรม VivaVideo


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook