Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานวิจัยในชั้นเรียน

รายงานวิจัยในชั้นเรียน

Published by j.sirikarn, 2022-09-01 03:12:07

Description: รายงานวิจัยในชั้นเรียน

Search

Read the Text Version

1

2 วิจัยในชน้ั เรยี น เร่อื ง การศกึ ษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและความพงึ พอใจทมี่ ีต่อการจัดการเรยี นรู้แบบ On hand และออนไลนด์ ว้ ย Google Meet รายวชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เร่อื ง แรงและการเคลื่อนที่ ของนักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นวดั ท่าไทร(ดติ ถานเุ คราะห)์ ผู้วิจัย นางสาวจรรยาภรณ์ ศิรกิ าญจน์ ตาแหน่ง ครู โรงเรยี นวดั ทา่ ไทร(ดติ ถานเุ คราะห)์ อาเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ก บนั ทกึ ขอ้ ความ สว่ นราชการ โรงเรียนวัดท่าไทร(ดติ ถานเุ คราะห)์ ท่ี พิเศษ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 เร่อื ง ขออนุญาตส่งเล่มรายงานการวจิ ยั ในช้ันเรียน ปกี ารศกึ ษา 2564 เรยี น ผู้อานวยการโรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานเุ คราะห์) ด้วยข้าพเจ้านางสาวจรรยาภรณ์ ศิริกาญจน์ ตาแหน่ง ครู โรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) ได้ ดาเนินการจัดทาการวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและความพึงพอใจที่มีต่อการ จัดการเรียนร้แู บบ On hand และ ออนไลนด์ ว้ ย Google Meet รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรอื่ ง แรงและการเคล่ือนที่ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564 บัดน้ี ได้ดาเนินการสาเร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าจึงขออนุญาตส่งเล่มรายงานการวิจัยในชั้นเรียน ปกี ารศกึ ษา 2564 จงึ เรยี นมาเพ่ือโปรดพิจารณา ลงชือ่ ……………………………………ผ้ทู าวจิ ยั (นางสาวจรรยาภรณ์ ศิรกิ าญจน์) ตาแหน่งครู ความเห็นของรองผ้อู านวยการโรงเรยี น ............................................................................................................................. .......................................... ลงช่อื ....................................................... (นางสาวกวิสรา อนิ ทรเ์ ทพ) ผอู้ านวยการโรงเรียนวดั ทา่ ไทร(ดติ ถานุเคราะห)์ ความเห็นของผู้อานวยการโรงเรยี น ............................................................................................................................. .......................................... ลงชือ่ ....................................................... (นางวณิชชา เดย่ี ววาณชิ ย์) ผู้อานวยการโรงเรยี นวดั ท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์)

ข ชือ่ เรอื่ ง การศกึ ษาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นและความพึงพอใจที่มตี ่อการจัดการเรียนรู้แบบ On hand และ ออนไลน์ด้วย Google Meet รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ ชอ่ื ผู้วจิ ยั ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นวัดท่าไทร(ดติ ถานุเคราะห)์ ปีการศกึ ษา นางสาวจรรยาภรณ์ ศิรกิ าญจน์ 2564 บทคดั ยอ่ การวิจัย มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เร่ือง แรงและการเคล่อื นท่ี ของนักเรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 และ 2. เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของนักเรยี นท่ีมีตอ่ การจัดการเรียนรู้แบบ On hand และออนไลน์ด้วย Google Meet รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เร่ือง แรงและการเคลื่อนที่ กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการศึกษาวิจัยคร้ังน้ี คือ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2564 โรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) จานวน 34 คน ได้มาจากการ สุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ ของนกั เรียนท่ีมีต่อการจัดการเรยี นรู้แบบ On hand และ ออนไลน์ด้วย Google Meet รายวิชาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี เรื่อง แรงและการเคล่ือนท่ี ผลการศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรายวชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เร่ือง แรงและการเคลื่อนท่ีของ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดการเรียนรู้แบบ On hand และ ออนไลน์ด้วย Google Meet รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เร่ือง แรงและการเคลื่อนที่ โดยภาพรวม ค่าเฉลย่ี อยู่ในระดบั มากทส่ี ุด

ค กติ ตกิ รรมประกาศ งานวิจัยนี้ได้จัดทาขึ้นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทาให้การจัดกิจกรรมการเรียน การสอนต้องมีการปรับเปล่ียนรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ได้แก่ On hand, On line, On site, On demand และ On air ซ่ึงทางโรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) ได้ตระหนักถึงการเรียนการสอนของ ผู้เรียนเป็นอย่างมาก เพื่อให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากท่ีสุด ครูผู้สอนจะต้องดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรูปแบบท่ี หลากหลายและเอานวยความสะดวกให้แกผ่ ูเ้ รียนและผู้ปกครองมากที่สุด ผ้วู จิ ยั จงึ ได้เลือกการจัดกจิ กรรมการเรียน การสอนรูปแบบ On hand และ On line ผ่าน Google Meet ในการน้ี ขอขอบพระคุณนางวณชิ ชา เดย่ี ววาณชิ ย์ ผู้อานวยการโรงเรยี นวดั ท่าไทร(ดติ ถานุเคราะห)์ และ คณะครโู รงเรียนวดั ทา่ ไทร(ดติ ถานุเคราะห)์ ท่ีคอยใหค้ าปรกึ ษาและกรณุ าสละเวลาใหค้ าแนะนาตลอดการทาวิจัยนี้ ขอบพระคุณท่านเจ้าของเอกสารอ้างอิงบทความ ทฤษฎีและงานวิจัยต่างๆ การจัดทาวิจัยฉบับนี้ และ นกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 ทีใ่ ห้ความร่วมมอื เป็นอย่างดใี นการดาเนินงานวจิ ยั ครงั้ นี้ จรรยาภรณ์ ศิริกาญจน์ ผวู้ ิจยั

ง หน้า ก สารบัญ ข ค บนั ทึกขอ้ ความ ง บทคดั ยอ่ กติ ติกรรมประกาศ 1 สารบัญ 2 บทที่ 1 ความเปน็ มาและความสาคัญของปญั หา 2 2 ที่มาและความสาคัญของงานวิจยั 3 วตั ถุประสงค์ของการวจิ ัย 3 ขอบเขตของการวิจยั สมมตฐิ านการวจิ ัย 4 นิยามศัพทเ์ ฉพาะ 8 ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะไดร้ บั บทท่ี 2 เอกสารและทฤษฎีท่ีเก่ียวข้อง 9 แนวคดิ และทฤษฎเี ก่ยี วกบั การจดั การเรยี นการสอนแบบ on hand/on line 9 งานวิจัยท่เี กย่ี วข้อง 12 บทที่ 3 วธิ กี ารดาเนินการศกึ ษาคน้ คว้า 12 ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ ง เครอ่ื งมอื ที่ใช้ในการวจิ ัย 14 การเกบ็ รวมรวมข้อมลู การวิเคราะห์ข้อมลู 16 บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู 16 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 16 บทที่ 5 สรุปผล อภปิ รายผลและข้อเสนอแนะ 17 สรุปผล 27 อภิปรายผล ข้อเสนอแนะ บรรณานกุ รม ประวัตผิ ้เู ขียน

1 บทท่ี 1 บทนา ความเปน็ มาและความสาคัญของปญั หา ในยคุ ทม่ี ีการเปลีย่ นแปลงทางเทคโนโลยีอยา่ งรวดเร็วในทกุ ๆ ด้าน รวมไปถึงดา้ นการศกึ ษาจาเป็นต้องการ เปล่ียนแปลงรูปแบบการจัดการศึกษาให้ทันการเปล่ียนแปลงของ เทคโนโลยีในยุคสารสนเทศการจัดการศึกษามี จุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ ตาม ความมุ่งหมายของหลักสูตร ซ่ึงเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง อยา่ งรวดเร็ว การเรยี นการสอนมี การเปลีย่ นแปลงเน้อื หา กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน สือ่ การเรียนรู้ รวมไปถึงวิธีการ สอนแบบใหม่ ๆ จะต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ให้ทัน การ เปล่ียนแปลงดังกล่าว อีกสาเหตุหนึ่งที่สาคัญและเป็นปัญหาต่อการจัดการเรียนการสอนต้ังแต่ อดีตถึงปัจจุบันคือ ความรู้พ้ืนฐานของผู้เรียนท่ีมีความแตกต่างกัน ความสามารถในการเรียนรู้ ความสนใจและสมาธิในการเรียน แตกต่างกัน (นิวัตร ศิลา, 2553 : 1) จะเห็นได้ว่าการจัดการศึกษาในยุคของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถ เปลี่ยนแปลงกระบวนการเรียนรู้และความต้องการของการศึกษาในอนาคต ส่ือและอุปกรณ์ การศึกษารูปแบบใหม่ จะเข้ามาแทนท่ีส่ือแบบเก่า มีแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ที่หลากหลายนับเป็นส่ิงที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ใน สภาพแวดล้อมทางการศึกษาแบบใหม่ ทาให้การเรียนการสอนไม่จากัดอยู่เฉพาะในห้องเรียนและอยู่ภายใต้การ ควบคุมของผู้สอนเท่านั้น แต่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ จากแหล่งความรู้ท่ีหลากหลาย โดยเฉพาะเครือข่าย อินเทอร์เน็ต กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนจัดว่าสาคัญอย่างยิ่งในการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็น ศูนย์กลางการเรียนรู้โดยแนวคิดมุ่งเน้นใน เร่ืองการคิดและแก้ปัญหาเป็น ซึ่งแนวคิดนี้จะต้องอาศัยเทคโนโลยีและ การเช่ือมโยงเป็นเครือข่ายท่ีมีท่ัวโลกมาพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนมาปรับเปลี่ยนแนวทางการเรียนรู้ใหม่จาก แนวทางและวิธีการสั่งสอนมาเป็นการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับแหล่งการเรียนรู้ใหม่ทางสารสนเทศ ซึ่งเป็นการจัด สภาพแวดล้อมใหม่ในการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมคิดแก้ปัญหาและนาความรู้ที่ได้มานั้น ไปใช้จริงใน ชีวิตประจาวัน (จุฑามาศ ใจสบาย, 2562) มีหลายการศึกษาท่ีมีการนาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตหรือ โทรศัพท์มือถือแบบ สมาร์ทโฟน (Smart Phone) และสื่อสารที่เช่ือมต่อเครือข่ายระบบสัญญาณอินเตอร์เน็ตมา เป็น เคร่ืองมือพัฒนาจัดการเรียนแบบออนไลน์ มีโปรแกรมหรือแอพพลิเคช่ันเพื่อการศึกษาที่สามารถนามาใช้ใน การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน สร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียน มีปฏิสัมพันธ์ การแบ่งปันประสบการณ์ความรู้ซ่ึงกัน และใช้เป็นเคร่ืองมือในการเข้าถึง แหล่งเรียนรู้และองค์ความรู้ต่าง ๆ ท้ังใน รูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ที่สนองต่อความสามารถใน การปรับตัวเข้ากับความต้องการทางการเรียนรู้ของ รายบคุ คล โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง Google ซ่งึ เปน็ ทางเลอื กท่สี าคัญในการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลนห์ รืออการ จัดประชุมสาหรับการสนทนาบนอุปกรณ์การส่ือสารรูปแบบสมาร์ทโฟนที่กาลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีการใช้ของทุกกลุ่มวัย เนื่องจากช่วยตอบสนองเชื่อมต่อและสื่อสารกัน ในกิจกรรมในชีวิตประจาวัน ระหว่างบุคคล (Electronic Transactions Development agency: Public Organization, 2018: Thai Public Broadcasting Service, 2015; Waewsak, 2013 (อ้างอิงใน(บุษบา ทาธง, ปริญดา ศรีธราพิพัฒน์ และ บุษกร แก้วเขียว (2562)) แอพพลิเคช่ันไลน์ จึงเป็นวิธีการสอน รูปแบบหนึ่งท่ีใ ช้เพ่ือมุ่งส่งเสริมทักษะและผลลัพธ์การ

2 เรียนรู้ของนักศึกษาพยาบาลกลุ่มวัยรุ่นและ วัยผู้ใหญ่ท่ีสามารถเรียนรู้ได้ทุกท่ี ทุกเวลาตามความต้องการ ซึ่ง สอดคลอ้ งกับผ้เู รยี นในศตวรรษ ที่ 21 จากสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา่ 2019 (COVID-19) พบว่าโรงเรียนไมส่ ามารถ จัดการเรียนรู้ให้นักเรียนได้อย่างเต็มรูปแบบด้วยเหตุต้องปิดเรียนตามคาสั่งจังหวัดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ โรคติดเช้ือไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ทางสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มอบนโยบายให้ โรงเรียนจดั การศกึ ษาทางไกลในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรน่า 2019 (COVID-19) เพ่ือให้ นักเรียนได้เรยี นรู้อย่างหลากหลายรปู แบบตามบริบทของสถานศึกษา เป็นเหตใุ ห้นกั เรยี นในโรงเรียนขนาดเล็กขาด โอกาสและความเท่าเทียมกับนักเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่หรือโรงเรียนที่อยู่ในเมือง เพราะขาดส่ือเทคโนโลยีที่ ทันสมัยในการเข้าถึงการเรียนรู้ ผู้วิจัยจึงนารูปแบบการสอนแบบ On hand มาใช้ในการแก้ปัญหาให้นักเรียนได้ เรยี นรทู้ ีบ่ า้ นพร้อมกบั การจัดการเรียนการสอนแบบ On line วตั ถปุ ระสงค์การวจิ ัย 1. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนรายวิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เรือ่ ง แรงและการเคลื่อนท่ี ของ นักเรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 ดว้ ยการจัดการเรยี นการสอนแบบ On hand และ ออนไลนด์ ้วย Google Meet 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนกั เรยี นทีม่ ีต่อการจดั การเรยี นรู้แบบ On hand และ ออนไลนด์ ้วย Google Meet รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เรื่อง แรงและการเคล่ือนท่ี สมมติฐานการวจิ ัย 1. ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นรายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เร่อื ง แรงและการเคล่ือนที่ ของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3 ด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบ On hand และ ออนไลนด์ ้วย Google Meet หลังเรียนสูง กว่าก่อนเรียน 2. ความพงึ พอใจของนกั เรียนทมี่ ีตอ่ การจัดการเรยี นรู้แบบ On hand และ ออนไลนด์ ว้ ย Google Meet รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรือ่ ง แรงและการเคล่ือนท่ี อยู่ในระดบั ดขี ึ้นไป ขอบเขตของการวิจยั ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่างท่ีใชใ้ นการวจิ ัย ประชากร ประชากรที่ใชใ้ นการวจิ ัยครงั้ นี้ คือ นักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นวัดทา่ ไทร(ดติ ถานุเคราะห)์ จานวน 34 คน กลมุ่ ตัวอย่าง กลมุ่ ตวั อยา่ งท่ใี ช้ในการศกึ ษาวิจยั ครั้งนี้ คอื นกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นวดั ท่าไทร(ดติ ถานเุ คราะห์) จานวน 34 คน ไดม้ าจากการสมุ่ แบบเจาะจง

3 ตวั แปรทศ่ี ึกษา ตวั แปรตน้ คอื การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ On hand และ ออนไลน์ด้วย Google Meet ตวั แปรตาม คือ ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น และความพงึ พอใจ ระยะเวลาในการดาเนนิ การวจิ ัย ระยะเวลาในการดาเนินการวิจัย ตงั้ แต่ เดอื น พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 จนถึงเดือน กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2565 รวมเป็นระยะเวลา 4 เดือน นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ การจัดการเรียนการสอนแบบ On hand หมายถึง การจัดการเรียนรู้ที่บ้านโดยครูจัดทาเอกสาร หรือใบ งานให้กับนักเรียน ซ่ึงอาจเป็นลักษณะแบบเรียนสาเร็จรูป โดยมีครูออกไปเยี่ยมบ้านนักเรียนเป็นคร้ังคราว หรือให้ ผู้ปกครองทาหนา้ ที่เปน็ ครคู อยช่วยเหลือ เพ่ือใหน้ ักเรยี นสามารถเรยี นได้อย่างตอ่ เนื่อง การจัดการเรียนการสอนแบบ On line หมายถึง การจัดการเรียนรู้โดยให้ครูเป็นผู้จัดการเรียนการสอน โดยใช้เคร่อื งมือจากสถานศึกษากระจายไปสู่นกั เรยี นผา่ นสญั ญาณอินเตอรเ์ น็ต ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน หมายถงึ คะแนนท่ีไดจ้ ากการทาแบบทดสอบวัดผลรายวิชา ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกและความนึกคิดของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบ On hand และ ออนไลน์ดว้ ย Google Meet ซง่ึ วัดจากแบบประเมนิ ความพงึ พอใจทผ่ี ู้วจิ ยั สร้างขึ้น ประโยชนท์ ี่ได้รับจากการวจิ ัย 1. ได้แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ On hand และ ออนไลนด์ ้วย Google Meet รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง แรงและการเคลอื่ นที่ ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 2. เปน็ แนวทางในการวจิ ยั ต่อในสาขาวิชาอ่ืน และตัวแปรด้านต่าง ๆ ที่เก่ยี วข้องกับความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาผลการจดั การเรียนรู้ กรอบแนวคิดในการวจิ ยั ตัวแปรตน้ ตัวแปรตาม ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน การจัดการเรยี นร้แู บบ On hand และ On line ความพงึ พอใจ ภาพท่ี 1 กรอบแนวคิดในการวิจัย

4 บทท่ี 2 เอกสารและงานวจิ ยั ทีเ่ กย่ี วข้อง การวิจัย เรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบ On hand และ ออนไลน์ด้วย Google Meet รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ ของ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดทฤษฎีที่เก่ียวข้องจาก เอกสาร ตารา และงานวจิ ัยท่ีเกยี่ วขอ้ งเพอื่ ใชเ้ ป็นแนวทางในการทาวจิ ยั ดงั นี้ 1. แนวคดิ ทฤษฎที ่ีเก่ียวข้องกับการเรียนการสอนแบบออนไลน์และวธิ ีการศึกษา 2. แนวคดิ เก่ยี วกับผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น 3. งานวิจยั ทเ่ี กย่ี วข้อง 1. แนวคิดทฤษฎีที่เก่ียวข้องกับการเรยี นการสอนแบบออนไลน์และวธิ ีการศกึ ษา การเรียนการสอนแบบออนไลน์และวิธีการศึกษา 1. นวัตกรรมทางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงวิธีเรียนท่ีเป็นอยู่เดิมเป็นการเรียนที่ใช้เทคโนโลยี ก้าวหน้าเป็น การศกึ ษาเรียนรผู้ า่ น ตามความสามารถและความสนใจของตน 2. ใชเ้ ทคโนโลยที ่มี อี ย่ใู นเครอื ขา่ ยอินเทอร์เน็ต สร้างการศกึ ษาทีม่ ีปฏิสมั พนั ธ์และ การศึกษาท่มี ีคณุ ภาพสูง ท่ีผู้คนท่ัวโลกมีความสะดวกและสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ไม่จากัด สถานที่และเวลาเป็นการเปิดประตู การศึกษาตลอดชวี ิตให้กบั ผูเ้ รียน 3. ลักษณะท่ีสาคญั ของการเรียนรูแ้ บบออนไลน์ 4. การเรียนแบบออนไลน์ มีองค์ประกอบท่ีสาคัญอยู่ 4 ส่วน แต่ละส่วนจะต้องออกแบบให้ เช่ือมสัมพันธ์ กันเป็นระบบ ได้แก่ เน้ือหาของบทเรียน ระบบบริหารการเรียน การติดต่อสื่อสาร การสอบ \"วัดผลการเรียน และ รปู แบบการเรียนใน e-learning เน้ือหาของบทเรยี น ประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอ และมัลติมีเดียอ่ืนๆ จะถูกส่งไปยังผู้เรียนผ่าน Web Browser โดยผู้เรียน ผู้สอน และเพ่ือนร่วมชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อปรึกษาแลกเปล่ียนความคิดเห็นระหว่างกันได้เช่นเดียวกับการ เรียนในชั้นเรียนปกติ และอาศัยเครื่องมือการติดต่อสื่อสารท่ีทันสมัย เช่น (e-mail, web-board, chat, Social Network) การเรียนรู้แบบออนไลนจ์ ึงเป็นการเรียนสาหรับทุกคน, เรียนได้ทุกเวลา และทุกสถานท่ี (Learn for all : anyone, anywhere and anytime) ระบบบริหารการเรียน เนื่องจากการเรียนแบบออนไลนห์ รือ e-learning น้ันเป็นการเรียนท่ีสนับสนนุ ใหผ้ ู้เรียนได้ ศึกษาเรียนรู้ได้ ด้วยตัวเอง ระบบบริหารการเรียนท่ีทาหน้าท่ีเป็นศูนย์กลาง กาหนดลาดับของเน้ือหา ในบทเรียน นาส่งบทเรียน ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไปยังผู้เรียน ประเมินผลความสาเร็จของ บทเรียน ควบคุม และสนับสนุนการให้บริการ

5 ทั้งหมดแก่ผู้เรียน จึงถือว่าเป็นองค์ประกอบของ e-learning ที่สาคัญมาก เราเรียกระบบน้ีว่า “ระบบบริหารการ เรียน” (LMS: e-Learning Management System) การตดิ ตอ่ ส่ือสาร การเรียนออนไลน์ มีความโดดเด่นและแตกต่างไปจากการเรียนทางไกลทั่ว ๆ ไป คือ การรูปแบบการ ติดต่อสื่อสารแบบ 2 ทาง มาใช้ประกอบในการเรียน เพ่ือเพิ่มความสนใจ และความ ตื่นตัวของผู้เรียนที่มีต่อ บทเรียนให้มากย่ิงข้ึน ตลอดจนใช้เปน็ เครื่องมือทจี่ ะชว่ ยใหผ้ ู้เรียนได้ตดิ ต่อ สอบถาม ปรึกษาหารือ และแลกเปลี่ยน ความคดิ เหน็ ระหว่างตัวผู้เรียนกับครูผูส้ อน และระหวา่ ง ผเู้ รยี นกบั เพ่ือนรว่ มช้ันเรยี นคนอ่นื ๆ โดยเคร่ืองมือท่ีใช้ใน การตดิ ตอ่ สอ่ื สารอาจแบ่งไดเ้ ปน็ 2 ประเภทดงั น้ี 1) ป ร ะ เ ภ ท real-time ไ ด้ แ ก่ Chat (message, voice), White board / Text slide, Realtime Annotations, Interactive poll, Conferencing และอน่ื ๆ 2) ประเภท non real-time ได้แก่ Web-board, e-mail การสอบ วดั ผลการเรียน การสอบ การวัดผลการเรยี นเป็นสว่ นประกอบสาคัญของทกุ รายวิชารปู แบบการวัดผลการเรียนอาจ - วัดระดบั ความรกู้ ่อนเขา้ สมคั รเข้าเรียน เพอื่ ให้ผูเ้ รียนไดเ้ ลือกเรยี นในบทเรยี น หรือหลักสูตรที่ เหมาะสมมากทีส่ ดุ ซงึ่ ทาให้การเรียนทม่ี ีประสทิ ธิภาพสงู สุด - เมื่อเขา้ สบู่ ทเรยี นในแต่ละหลักสตู รก็จะมีการสอบยอ่ ยทา้ ยบท - การสอบใหญ่ก่อนท่ีจะจบหลกั สตู ร ระบบบริหารการเรียน อาจใช้จากระบบบริหารคลังข้อสอบ (Test Bank System) มาบริหารจัดการ เพิม่ เติมได้ การเรียนออนไลน์ด้วยโปรแกรม Google Meet ในปัจจุบัน Social Network ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจาวันของเราอย่าง หลีกเล่ียงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารติดตามข่าวสารต่าง ๆ หรือแม้กระท้ังใช้เพื่อการจัดการเรียนการสอนของนักเรียน นักศึกษาในกลุ่ม Social Network เหล่านี้ Facebook ถือว่าเป็น แอพพลิเคชั่นท่ีกาลังได้รับความนิยมอย่างแผ่ หลายและมีผู้ใช้จานวนมาก แต่อีกแอพพลิเคช่ันหน่ึงท่ีกาลังได้รับความนิยมไม่แพ้กันก็คือ Google Meet โดย แอพพลิเคช่ัน Google Meet จะตีตลาดในโซนเอเชียมากกว่า โซนยุโรปหรือโซนอ่ืน ๆ และสาหรับประเทศไทย Google Meet กาลังเป็นที่รู้จักและมีจานวนผู้ใช้มากข้ึนเรื่อย ๆ เนื่องจากการใช้งานที่ง่ายและความสามารถท่ี หลากหลาย จึงทาใหม้ คี นนิยมใช้ Google Meet มาก ข้นึ และมแี นวโน้มทีจ่ ะเติบโตข้ึนเรอ่ื ย ๆ ในอนาคต

6 2. แนวคดิ เก่ียวกับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน ความหมายของผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน พิมพันธ์ เตชะคุปต์ (2544 : 20) กล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ (Learning Achievement In Science) หมายถึง ความรู้ความสามารถที่ผู้เรียนได้รับหลังการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะ ทราบวา่ มีปริมาณมากน้อยเพยี งใด กอ็ าจจะกระทาไดโ้ ดยวดั ไดจ้ ากการสอบแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วชิ าวิทยาศาสตร์ พรรณี ชูทัย เจนจิต (2545 : 58) ให้ความหมายว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นคุณลักษณะและ ความสามารถของบุคคลท่ีพัฒนาการดีขึ้น อันเกิดจากการเรียนการสอน การฝึกอบรม ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถทางสมอง ความรู้ ทักษะ ความรู้สกึ และค่านยิ มต่าง ๆ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน (Academic Achievement) หมายถึง คุณลักษณะและ ความสามารถของบุคคล อันเกิดจากการเรียนการสอน เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและ ประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกิดจากการศึกษา อบรม หรือจากการสอบ การวัดผลสัมฤทธ์จึงเป็น การตรวจสอบความสามารถหรือระดับความสัมฤทธิ์ผล (Level of Accomplishment) ของบุคคลว่าเรียนรู้แล้วเท่าไร มีความสามารถแค่ไหน ซึ่งสามารถวัดได้ 2 แบบ ตาม จุดม่งุ หมายและลักษณะวิชาท่ีสอน คือ 1. การวัดด้านปฏิบตั ิเป็นการตรวจสอบระดบั ความสามารถในการปฏบิ ัติหรือทักษะของผู้เรยี น โดยมุ่งเน้น ใหผ้ เู้ รยี นแสดงความสามารถดงั กลา่ วในรูปการกระทาจริงใหอ้ อกเปน็ ผลงาน เชน่ วิชาศิลปศึกษา พลศึกษา การช่าง เป็นตน้ ซ่งึ การวดั ตอ้ งใช้ “ขอ้ สอบ ภาคปฏิบัติ” (Performance Test) 2. การวัดด้านเน้ือหาเป็นการตรวจสอบความสามารถเก่ียวกับเน้ือหาความรู้ (Content) อันเป็น ประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียนรวมถึงพฤติกรรมความสามารถในด้านต่าง ๆ สามารถวัดได้โดยใช้ “ข้อสอบวัด ผลสัมฤทธ์ิ” (ไพศาล หวงั พานิช, 2523 : 137) จากที่กล่าวมาแล้วเก่ียวกับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน สรุปได้ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ผลของ ความสามารถของบุคคลท่ีต้องอาศัยทักษะความรอบรู้ ทัศนคติท่ีได้จากการเรียนการสอน การฝึกฝน อบรมสั่ง สอนทาให้เกดิ ความสาเร็จหรือความสามารถในดา้ นตา่ ง ๆ แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น นกั การศกึ ษาได้ใหค้ วามหมายของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นพอสรปุ ได้ดงั นี้ ศึกษาธิการ, กระทรวง (2542 : 9) ได้ให้ความหมายของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนไว้ว่า “เปน็ แบบทดสอบทีม่ ุง่ วัดว่านักเรยี นมีความรู้หรอื ความสามารถท่ีเกิดจากการเรียนการสอนมากน้อยปานใด” สมศักดิ์ สินธุระเวชญ์ (2542 : 34) ได้ให้ความหมายแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิว่าเป็นแบบทดสอบที่วัด ความรู้ความสามารถด้านต่างๆ เมื่อได้รับประสบการณ์เฉพาะอย่างไปแล้ว ซ่ึงจะเป็นการวัดความสามารถทาง วชิ าการตา่ ง ๆ โดยมุ่งวดั ว่านกั เรียนมคี วามรู้หรอื มีทักษะในวชิ าน้นั มากนอ้ ยเพยี งใด ชาตรี เกดิ ธรรม (2542 : 16) ไดใ้ หค้ วามหมายของแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธว์ิ ่า หมายถงึ แบบทดสอบท่ใี ช้ วัดปริมาณความรู้ความสามารถ ทักษะเกี่ยวกับด้านวิชาการที่ได้เรียนรู้มาในอดีตว่ารับรู้ไว้ได้มากน้อยเพียงไร โดยทว่ั ไปแลว้ มกั ใช้วดั หลังจากทากจิ กรรมเรยี บร้อยแลว้ เพ่อื ประเมนิ การเรียนการสอนวา่ ได้ผลอย่างไร

7 จากที่กล่าวมาแล้วเกี่ยวกับแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สรุปได้ว่า แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน หมายถงึ แบบทดสอบท่ีใชว้ ัดความรคู้ วามเข้าใจจากการ เรยี นรู้ ซ่งึ เป็นการวัดผลสัมฤทธิ์ทางวชิ าการ ของผเู้ รียนท่ไี ด้รับจากการเรียนรูใ้ นเนื้อหาวชิ านัน้ ๆ ลกั ษณะของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิท่ีดี ล้วน สายยศและอังคณา สายยศ (2532 : 47) ไดส้ รปุ ลักษณะของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ ดี่ ีไว้ดงั น้ี 1. ความเที่ยงตรง (Validity) เป็นลักษณะที่สาคัญที่สุดที่ทาให้เคร่ืองมือวัดผลนั้นมีคุณภาพ เพราะเป็น การแสดงให้เห็นว่าเคร่ืองมือวัดนั้นสามารถวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นคือ วัดได้ตรงและครบถ้วนตามเน้ือหาท่ี ต้องการวัดวัดได้ตรงตามจุดประสงค์ วัดได้ตรงตามสภาพความเป็นจริง และวัดแล้วสามารถนาผลการวัดไป พยากรณห์ รอื คาดคะเนอนาคตได้ 2. มีความเช่ือมั่นสูง (Reliability) เคร่ืองมือวัดผลท่ีดีวัดสิ่งเดียวกันหลาย ๆ ครั้ง ผลท่ีได้จากการวัดจะ เหมือนกันหรอื แตกต่างกนั น้อยมาก 3. มคี วามเปน็ ปรนยั (Objectivity) เครื่องมือทมี่ ีความเปน็ ปรนัยจะมคี วามชดั เจน ในตวั เอง เชน่ ข้อสอบ ที่มีความเป็นปรนัยจะมีความชัดเจนอยู่ 3 ประการ คือ คาถามชัดเจนอ่าน แล้วเข้าใจตรงกัน คาตอบแน่นอน ใคร ตรวจก็ให้คะแนนตรงกนั และประการสุดทา้ ยคือ แปล ความหมายคะแนนได้ตรงกัน 4. มีความยากง่ายพอเหมาะ (Difficulty) ไม่ยากเกินไปและไม่ง่ายเกินไป ข้อสอบ ข้อใดท่ีมีคนตอบถูก มากแสดงว่าง่าย ข้อที่มีคนตอบถูกน้อยแสดงว่ายาก ค่าความยากง่ายของ ข้อสอบ (p) มีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1.00 ขอ้ สอบทด่ี มี คี ่า p อยรู่ ะหวา่ ง 0.20 ถึง 0.80 ซ่ึงเป็นขอ้ สอบที่ คอ่ นข้างยาก ปานกลางและคอ่ นข้างงา่ ย 5. มีอานาจจาแนก (Discrimination) หมายถึง สามารถแบ่งแยกคนออกเป็นประเภท ต่างๆ ได้ถูกต้อง ข้อสอบที่จาแนกได้ หมายถึง ข้อสอบที่คนเก่งตอบถูก คนอ่อนตอบผิด ข้อสอบที่ จาแนกกลับ คนเก่งจะตอบผิดแต่ คนอ่อนจะตอบถูก และข้อสอบที่จาแนกไม่ได้ คนเก่งและคนอ่อน จะตอบถูกและผิดพอ ๆ กัน ไม่ค่อยมีความ แตกต่างกันมากนัก อานาจจาแนกของข้อสอบมีค่า r อยู่ระหว่าง -1.00 ถึง +1.00 ค่า r เป็นเคร่ืองหมายลบ หมายความว่า จาแนกไมไ่ ด้ คนเก่งตอบถูกนอ้ ย กวา่ คนออ่ น r เป็นเครอ่ื งหมายลบ หมายความว่า จาแนกได้ คนกง่ ตอบถูกมากกวา่ คนออ่ น ขอ้ สอบ ท่มี คี ่า : ใกล้ศนู ย์ (r = -0.19 ถึง 140.19) เปน็ ข้อสอบที่จาแนกไมไ่ ด้ เพราะคนเก่ง ตอบถกู พอ ๆ กบั คนอ่อน ข้อสอบท่ดี คี วรมีค่า r อยรู่ ะหว่าง 0.20 ถงึ 1.00 6. มปี ระสทิ ธิภาพ (Efficiency) คอื เครื่องมอื ทส่ี ามารถทาให้ได้ขอ้ มลู ทดี่ ีทส่ี ดุ ช่ือ ถือไดม้ ากโดยใชว้ ธิ ีการ ทส่ี ะดวก รวดเร็ว คล่องตวั แต่เสยี เวลานอ้ ย ลงทุนน้อยและใช้แรงงานน้อย 7. มคี วามยุตธิ รรม (Fair) ไมเ่ ปิดโอกาสใหม้ กี ารได้เปรยี บเสียเปรียบกนั ระหวา่ ง ผ้ทู ่ีถกู วัดดว้ ยกนั 8. ใช้คาถามถามลึก (Searching) ข้อสอบท่ีดีต้องการให้ผู้ตอบใช้ความสามารถใน การคิดค้นก่อนที่จะ ตอบ 9. ใช้คาถามยวั่ ยุ (Examplary) มีลักษณะทท่ี ้าทายให้ผู้สอบอยากคิดอยากตอบและทาด้วยความเต็มใจ 10. คาถามจาเพาะเจาะจง (Definite) ไม่ถามวงกว้างเกินไป หรือถามคลุมเครือให้ คิดได้หลายแง่หลาย มมุ

8 จากที่กลา่ วมาแล้วเกีย่ วกบั ลักษณะของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิท่ีดี สรปุ ได้วา่ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ ท่ีดีจะต้องมีลักษณะดังน้ี มคี วามเท่ียงตรง มีความเช่อื ม่นั สงู มคี วามเปน็ ปรนยั มีความยากง่ายพอเหมาะ มอี านาจ จาแนก มปี ระสิทธภิ าพ มีความยตุ ธิ รรม ใช้คาถามถามลกึ ใช้คาถามยั่วยุ และคาถามจาเพาะเจาะจง 3. งานวิจยั ท่เี ก่ยี วขอ้ ง บุษบา ทาธง, ปริญดา ศรีธราพิพัฒน์ และ บุษกร แก้วเขียว (2562) ได้ศึกษาผลของการ จัดการเรียนการ สอนโดยประยุกต์ใช้แอพพลิเคช่ันไลน์ต่อผลลัพธ์การเรียนรูแ้ ละความพึงพอใจของ นกั ศกึ ษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ในรายวิชา การพยาบาลบุคคลท่ีมปี ัญหาสุขภาพ 1 วทิ ยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี ชัยนาท การวิจยั กึ่งทดลองคร้ัง นี้ มวี ตั ถุประสงค์เพ่ือศึกษาผลของการจัดการ เรียนการสอนโดยประยุกต์ใชแ้ อพพลิเคชั่นไลน์ ตอ่ ผลลัพธ์การเรียนรู้ และความพึงพอใจของ นักศึกษาพยาบาลในรายวิชาการพยาบาลบคุ คลทีม่ ีปัญหาสุขภาพ 1 วิทยาลัยพยาบาลบรม ราชชนนี ชยั นาท ประชากร คือ นักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 2 ท่เี รยี นรายวชิ า การพยาบาลบุคคล ท่มี ี ปัญหาสุขภาพ 1 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ชัยนาท ปีการศึกษา 2560 จานวน 109 คน เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัย ประกอบด้วย 1) มคอ.3 รายวิชาการพยาบาลบุคคลท่ีมีปัญหาสุขภาพ 2) แผนการสอนโดยประยุกต์ใช้ แอพพลิเคช่ันไลน์ในบทเรียน จานวน 2 แผน จานวน 6 ช่ัวโมง 3) แบบประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบ มาตรฐานคุณวุฒิ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ ของนักศึกษาต่อการจัดการเรียนการสอนโดยประยุกต์ใช้ แอพพลิเคช่นั ไลนใ์ นรายวชิ า การพยาบาล บคุ คลทมี่ ีปัญหาสุขภาพ 1 วเิ คราะห์ขอ้ มูลโดยใชส้ ถติ ิเชิงพรรณนา ผลการศกึ ษา พบวา่ ผลลัพธก์ ารเรียนร้ขู องนักศึกษาพยาบาลโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (X = 3.46, SD = 0.69) และความพงึ พอใจตอ่ การจัดการเรยี นการสอนโดยประยุกต์ใชแ้ อพพลิเคชัน่ ไลนอ์ ยู่ในระดับมาก (X= 3.92, SD=0.79) ข้อเสนอแนะจึงควรขยายผลการนารูปแบบการจัดการ เรียนการสอนโดยประยุกต์ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ เพอื่ ช่วยส่งเสรมิ ผลลพั ธก์ ารเรยี นรูแ้ ละพฒั นาคณุ ภาพของนักศึกษามากข้ึน

9 บทที่ 3 วธิ ดี าเนนิ งานวิจยั การวิจัย เร่ือง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจท่มี ีต่อการจัดการเรยี นรู้ On hand และ ออนไลน์ด้วย Google Meet รายวชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรอ่ื ง แรงและการเคลื่อนท่ี ของนักเรยี น ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรียนวัดทา่ ไทร(ดิตถานุเคราะห์) มวี ธิ ีการศึกษาดังนี้ 1. ประชากรท่ใี ช้ในการศกึ ษาคน้ ควา้ 2. เครื่องมือท่ใี ชใ้ นการวจิ ยั 3. การสร้างเครือ่ งมอื ทใี่ ช้ในการวิจยั 4. การเกบ็ รวมรวมข้อมลู 5. การวเิ คราะห์ข้อมลู 1. ประชากรท่ใี ช้ในการศึกษาคน้ ควา้ ประชากร ประชากรทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั คร้ังนี้ คือ นกั เรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นวดั ท่าไทร(ดติ ถานเุ คราะห์) จานวน 34 คน กลมุ่ ตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างท่ใี ช้ในการศกึ ษาวิจยั ครั้งนี้ คือ นักเรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นวัดท่าไทร(ดติ ถานเุ คราะห์) จานวน 34 คน ได้มาจากการสมุ่ แบบเจาะจง 2. เครอ่ื งมือท่ีใช้ในการวิจยั แบบทดสอบผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น และแบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี นทมี่ ีต่อการจัดการเรียนรู้ แบบ On hand และ ออนไลน์ด้วย Google Meet รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรอื่ ง แรงและการ เคลือ่ นที่ 3. การสร้างเครอ่ื งมือที่ใชใ้ นการวิจัย การสรา้ งแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน 1. ศึกษาวธิ กี ารสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นจากเอกสารตาราที่เกีย่ วข้องกบั การสรา้ ง แบบทดสอบแบบออนไลน์ 2. วิเคราะหเ์ นื้อหาสาระสาคัญของรายวิชานาผลการวเิ คราะห์ไปสรา้ งแบบทดสอบออนไลน์แบบปรนัย แบบ 4 ตัวเลอื ก 3. สรา้ งแบบทดสอบออนไลน์ แบบปรนยั จานวน 20 ขอ้ ใหค้ รอบคลมุ และสอดคล้องกับ เน้อื หา วตั ถปุ ระสงค์

10 4. นาแบบทดสอบที่สร้างข้ึนไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสม พร้อมแก้ไขตามคาแนะนา ของผู้เชยี่ วชาญและวเิ คราะห์ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกบั วัตถุประสงค์ (IOC) เลือกแบบทดสอบดัชนีที่มี คา่ ความสอดคลอ้ งตง้ั แต่ระดับ 0.5 ขนึ้ ไป มาใช้เปน็ แบบทดสอบ การสร้างแบบสอบถามความพงึ พอใจ 1. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับความพึงพอใจต่อการเรียนการสอนแบบร่วมมือเพ่ือ กาหนดเปน็ นิยามศัพทเ์ ฉพาะ ตลอดจนวธิ ีการสร้างแบบสอบถามแบบออนไลน์ 2. สรา้ งข้อคาถามความพงึ พอใจให้สอดคลอ้ งกับนยิ ามศัพท์เฉพาะ 3. นาแบบสอบถามที่สร้างขึ้นไปให้ผูเ้ ชยี่ วชาญเพ่ือตรวจสอบความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหา (content validity) ความถูกต้องเหมาะสม ทางด้านภาษา และหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของข้อความ ต้ังแต่ 0.50 ข้ึนไป จากนั้นนาแบบสอบถามไปปรับปรุงหรือแก้ไขถ้อยคา และเรียงลาดับเร่ืองของแบบสอบถามให้เหมาะสม ตาม คาแนะนาของผู้เชีย่ วชาญ 4. นาแบบสอบถามทีป่ รับปรงุ แกไ้ ข ไปทดลองใช้ (tryout) กับนกั เรียนทไ่ี ม่ใชก่ ลมุ่ ตัวอยา่ ง จานวน 30 คน 5. นาผลของการทดสอบมาหาค่าอานาจจาแนกเป็นรายข้อ (Iten-Total Corelation) โดย การหาค่า สัมพันธร์ ะหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวมเลือกข้อทีม่ ีคา่ อานาจจาแนกตงั้ แต่ 0.20 ข้ึนไป 6. นาผลของการทดสอบไปหาค่าความเชื่อม่ันของแบบสอบถาม โดยการหาค่า สัมประสิทธ์ิแอลฟา (alpha coefficient) ของ Cronbach งานวิจัยน้มี คี า่ ความเชื่อมนั่ เท่ากับ 79 7. จดั ทาแบบสอบถามฉบับสมบูรณเ์ พ่อื นาไปใช้ในการเกบ็ ขอ้ มลู กบั กลมุ่ ตวั อย่าง

11 การสร้างเครื่องมือทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั ศึกษาวธิ ีการสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนและแบบสอบถาม สรา้ งแบบทดสอบแบบปรนยั จานวน 20 ข้อ และแบบสอบถามจานวน 8 ข้อ ให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับเน้อื หา ผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นเน้อื หาปรับปรุง ไม่ผา่ น ทาการตรวจสอบ ปรบั ผ่าน แกไ้ ขตามคาแนะนาของผู้เช่ยี วชาญ และหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ไปทดลองใช้ (try out) กับนกั เรยี นท่ีไม่ใช่กลุม่ ตัวอย่าง จานวน 30 คน หาคา่ อานาจจาแนก และความเชื่อม่ันของเคร่ืองมือ นาเคร่ืองมอื ทสี่ มบรู ณ์ ไปใชก้ ับกลุ่มตวั อยา่ ง สรปุ และประเมินผลการเรียน

12 4. การเกบ็ รวมรวมขอ้ มูล 1. ขนั้ เตรียมการทดลอง 1.1 ผวู้ จิ ยั ได้สร้างแบบเรียน on line และ on hand เรอ่ื ง แรงและการเคล่ือนที่ และมีการจัดทา แบบทดสอบทา้ ยบทในรูปแบบออนไลนโ์ ดยใช้ google form และ on hand โดยการทาเป็นใบงาน 1.2 กาหนดระยะเวลาในการเรยี น ตามแผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ไดท้ าขนึ้ 2. ข้นั ดาเนนิ การทดลอง 2.1 ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) โดยให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนก่อนเรียน โดยใชแ้ บบทดสอบเป็นข้อสอบปรนยั ชนดิ เลือกตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 20 ขอ้ 2.2 ดาเนินการทดลอง โดยให้ศึกษาเรียนแบบออนไลน์บน Google Meet และแบบ on hand เรื่อง แรงและการเคล่ือนท่ี โดยหลังจากเรียนแต่ละหน่วยการเรียนรู้เสร็จแล้วให้นักเรียนทาแบบทดสอบท้ายและ บันทึกผลคะแนนจากแบบทดสอบระหว่างเรียนและบันทึกผลการเรยี นในแตล่ ะสปั ดาห์ 2.3 ทดสอบหลังเรียน (Post-test) โดยใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ าง การเรียนหลงั เรยี น โดยใช้แบบทดสอบเป็นข้อสอบปรนัย ชนดิ เลือกตอบ 4 ตวั เลอื ก จานวน 20 ข้อ 2.4 ประเมินความพึงพอใจโดยให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทาแบบวัดความพึงพอใจของหลังการจัด กิจกรรมการเรยี นรู้แบบ on line ด้วย Google Meet และ on hand เพ่ือเก็บขอ้ มลู วิเคราะหแ์ ละแปลผล 5. การวเิ คราะห์ขอ้ มูล สถติ ทิ ีใ่ ชใ้ นการวจิ ยั 1. เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เร่ือง แรงและการเคลื่อนท่ี ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 ด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบ On hand และ ออนไลน์ด้วย Google Meet โดยใชส้ ถติ ิ Paired – samples Test 2. ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบ On hand และ ออนไลน์ด้วย Google Meet รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง แรงและการเคล่ือนที่ โดยใช้สถิติค่าเฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน สถติ ิทใี่ ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มูล 1. สถติ ทิ ่ใี ชท้ ดสอบสมมติฐานของคะแนนเฉลยี่ ก่อนเรียนและหลังเรยี นใช้สตู ร T-test Paired – samples Test โดยใช้สูตรดงั น้ี ������ = ∑ ������ √������ ∑ ������2 − (∑ ������)2 ������ − 1 เมอ่ื t แทนค่าสถติ ิท่จี ะใชเ้ ปรียบเทียบกบั คา่ วิกฤต D แทนค่าผลต่างระหวา่ งคู่คะแนน ∑ ������ แทนผลรวมของคา่ ผลตา่ งระหวา่ งค่คู ะแนน n แทนจานวนนกั เรียนกล่มุ ตัวอย่าง

13 2. การศึกษาความพึงพอใจผวู้ ิจัยดาเนินการวเิ คราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิตเิ กณฑ์สถิติพน้ื ฐาน คา่ ร้อยละ ค่าเฉล่ยี ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ดังนี้ คา่ รอ้ ยละ (Percentage) (บุญชม ศรสี ะอาด, 2545) สูตรการหารอ้ ยละ P = f × 100 N เม่ือ P หมายถงึ รอ้ ยละ f หมายถึง ความถห่ี รือจานวนข้อมลู ท่ีต้องการหาร้อยละ N หมายถึง จานวนขอ้ มูลทงั้ หมด ค่าเฉลีย่ (Arithmetic Mean) ) (บุญชม ศรสี ะอาด, 2545) สูตรการหาคา่ เฉล่ยี ̅X = ∑ X N เม่อื ̅X หมายถึง ค่าเฉล่ีย ∑ X หมายถงึ ผลรวมทงั้ หมดของข้อมลู N หมายถึง จานวนกลมุ่ ตัวอย่าง เกณฑ์บอกระดับความคิดเหน็ เสนอแนะโดย John W. Best ดงั นี้ ถ้า x̅ = 4.50 - 5.00 หมายถึง ระดบั ความคดิ เห็นมากท่ีสดุ ถา้ x̅ = 3.50 - 4.49 หมายถึง ระดบั ความคดิ เหน็ มาก ถา้ x̅ = 2.50 – 3.49 หมายถงึ ระดับความคิดเหน็ ปานกลาง ถา้ x̅ = 1.50 – 2.49 หมายถงึ ระดับความคดิ เห็นนอ้ ย ถ้า x̅ = 1.00 – 1.49 หมายถงึ ระดับความคดิ เห็นนอ้ ยทสี่ ุด ค่าความเบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ) (บญุ ชม ศรสี ะอาด, 2545) สตู ร ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน SD = √N ∑ X2−(∑ X)2 N(N−1) เม่ือ SD หมายถงึ สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน X หมายถงึ คะแนนแตล่ ะคน ∑ X2 หมายถึง ผลรวมของคะแนนแต่ละคนยกกาลงั สอง (∑ X)2 หมายถงึ ผลรวมของคะแนนท้ังหมดยกกาลังสอง N หมายถึง จานวนขอ้ มูลในกลุ่มเป้าหมาย

14 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากผลการจดั การเรียนรู้แบบ On hand และออนไลนด์ ว้ ย Google Meet รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และ เทคโนโลยี เรือ่ ง แรงและการเคลื่อนท่ี ของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 ผวู้ ิจยั นาเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมูล โดยแบง่ เปน็ 2 ตอน ดังน้ี ตอนท่ี 1 ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรอื่ ง แรงและการเคล่ือนท่ี ของ นักเรยี นช้ันประถมศึกษาปที ่ี 3 ด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบ On hand และ ออนไลน์ด้วย Google Meet ตอนที่ 2 ความพงึ พอใจของนักเรยี นที่มตี ่อการจัดการเรยี นรแู้ บบ On hand และ ออนไลนด์ ว้ ย Google Meet รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรอ่ื ง แรงและการเคล่อื นที่ ตอนที่ 1 ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เร่ือง แรงและการเคลื่อนที่ของนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3 ดว้ ยการจัดการเรียนการสอนแบบ On hand และ ออนไลน์ดว้ ย Google Meet ผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรียน คะแนนเต็ม คา่ เฉล่ีย S.D t df Sig. ก่อนเรยี น 34 40 13.71 3.04 32.10 39 .00 หลังเรียน 34 40 33.12 2.12 ตารางที่ 4.1 ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นรายวิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เรอื่ ง แรงและการเคลอ่ื นที่ ของ นกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 ดว้ ยการจดั การเรยี นการสอนแบบ On hand และ ออนไลนด์ ว้ ย Google Meet มี ความแตกต่างกนั อย่างมนี ยั สาคัญทางสถิตทิ รี่ ะดับ .01 โดยผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของนักศกึ ษาหลังเรียนสูงกวา่ กอ่ นเรียน

15 ตอนท่ี 2 ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มตี ่อการจัดการเรียนรู้แบบ On hand และ ออนไลนด์ ้วย Google Meet รายวิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เรือ่ ง แรงและการเคลื่อนที่ ตารางที่ 4.2 ผลความพึงพอใจของนักศกึ ษาต่อการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบ On hand และ ออนไลน์ ด้วย Google Meet รายการ ���̅��� S.D. ระดับ ความพึงพอใจ 1. การจดั การเรยี นการสอนแบบ On hand และ ออนไลน์ดว้ ย 4.53 .63 มากทส่ี ุด Google Meet ทาให้นักเรยี นได้เข้าใจบทเรยี นมากขนึ้ 2. Google Meet ทาใหน้ ักเรียนใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยีทางการ 4.87 .35 มากทส่ี ุด ศึกษาไดด้ ีข้ึน 3. ใบงานและส่อื การเรยี นการสอนมีความเหมาะสม 4.70 .60 มากท่สี ุด 4. ใบงานและ Google Meet ช่วยส่งเสรมิ ทกั ษะการเรยี นรู้ดว้ ย 4.40 .72 มาก ตนเอง 5. Google Meet ชว่ ยให้นักเรียนมสี ่วนรว่ มและ กลา้ แสดงความ 4.80 .41 มากที่สดุ คิดเหน็ 6. ครใู ห้คาแนะนากบั นักเรยี นในการทากจิ กรรมใน Google Meet 5.00 .00 มากท่สี ดุ 7. ครูมกี ารติดตามผลการจดั การเรียนการสอนใน Google Meet 4.70 .47 มากทส่ี ุด 8. โดยภาพรวมนักเรียนสามารถใชง้ าน Google Meet ได้ ง่าย 4.77 .43 มากทส่ี ุด สะดวก และรวดเร็ว รวม 4.72 .13 มากทส่ี ดุ จากตารางที่ 4.2 ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้แบบ On hand และ ออนไลนด์ ว้ ย Google Meet โดยภาพรวมค่าเฉลย่ี อยู่ในระดบั มากที่สดุ (X= 4.72,S.D=0.13) เม่ือพจิ ารณาเป็น รายข้อ พบว่า ขอ้ ท่ีมีค่าเฉลี่ยสูงสดุ คอื ขอ้ ที่ 6 ครูให้คาแนะนากบั นักเรยี นในการทากจิ กรรมใน Google Meet (X = 5.00,S.D=0.00) รองลงมา คือข้อท่ี 5 Google Meet ช่วยใหน้ กั เรียนมสี ว่ นร่วมและ กล้าแสดงความคิดเห็น (X = 4.80,S.D=0.41) และข้อท่ีมีค่าเฉล่ียตา่ สดุ คือข้อที่ 4 โดย ใบงานและ Google Meet ชว่ ยสง่ เสรมิ ทกั ษะการเรยี นรู้ ด้วยตนเอง (X = 4.40,SD=0.72)

16 บทที่ 5 สรปุ ผล อภปิ ราย และข้อเสนอแนะ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ On hand และ ออนไลน์ด้วย Google Meet รายวิชาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี เรอ่ื ง แรงและการเคลอ่ื นท่ี ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 สามารถสรุปผล อภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ ดังน้ี สรปุ ผลการวจิ ัย จากการดาเนนิ การวจิ ัยตามข้ันตอนทีไ่ ดน้ าเสนอแลว้ นน้ั ปรากฏผลการวิจัย ดงั นี้ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ On hand และ ออนไลน์ด้วย Google Meet รายวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เร่ือง แรงและการเคล่ือนท่ี ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 มีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทาง สถิติที่ระดับ .01 โดยผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่า กอ่ นเรียน ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ On hand และ ออนไลน์ด้วย Google Meet รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เรือ่ ง แรงและการเคลือ่ นที่ ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 โดยภาพรวม ค่าเฉลยี่ อยู่ในระดบั มากท่สี ุด อภิปรายผล ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ On hand และ ออนไลน์ด้วย Google Meet รายวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เร่ือง แรงและการเคลื่อนที่ ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 มีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทาง สถิติท่ีระดับ .01 โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน สอดคล้องกับงานวิจัยของ บุษบา ทาธง, ปริญดา ศรีธราพิพัฒน์ และ บุษกร แก้วเขียว (2562) ได้ศึกษาผลของการจัดการเรียนการสอนโดย ประยุกต์ใช้แอพพลิเคช่ันไลน์ต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ และความพึงพอใจของนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ใน รายวิชา การพยาบาลบุคคลท่ีมีปัญหาสุขภาพ 1 วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี ชัยนาท การวิจัยกงึ่ ทดลองคร้งั น้ี มี วัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาผลของการ จัดการเรียนการสอนโดยประยุกต์ใช้แอพพลิเคช่ันไลน์ ต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ และความพึงพอใจของ นักศึกษาพยาบาลในรายวิชาการพยาบาลบคุ คลท่ีมีปัญหาสขุ ภาพ 1 วิทยาลัยพยาบาลบรม ราชชนนี ชัยนาท ประชากร คือ นักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีท่ี 2 ที่เรียนรายวิชา การพยาบาลบุคคลที่มี ปัญหาสุขภาพ 1 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ชัยนาท ปีการศึกษา 2560 จานวน 109 คน ผลการศึกษาพบว่า ผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาพยาบาลโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง(X = 3.46, S.D = 69) และ ความพึงพอใจ ต่อการจัดการเรียนการสอนโดยประยุกต์ใช้แอพพลิเคช่ันไลน์อยู่ในระดับมาก (X = 3.92, S.D= 79) ข้อเสนอแนะ จึงควรขยายผลการนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยประยุกต์ใช้ แอพพลิเคชั่นไลน์ เพ่ือช่วยส่งเสริมผลลัพธ์ การเรยี นรูแ้ ละพัฒนาคณุ ภาพของนักศึกษามากขนึ้

17 บรรณานกุ รม บษุ บา ทาธง, ปริญดา ศรธี ราพิพัฒน์ และ บษุ กร แก้วเขียว (2562). การจัดการเรียนการสอนโดยประยุกตใ์ ช้ แอพพลเิ คชนั่ ไลน์ต่อผลลพั ธ์การเรียนรแู้ ละความพึงพอใจของนักศกึ ษาพยาบาล ศาสตรบัณฑิต ใน รายวชิ า การพยาบาลบุคคลทมี่ ปี ัญหาสุขภาพ 1 วิทยาลัยพยาบาลบรม ราชชนนี ชัยนาท. วารสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อตุ รดติ ถ์ ท่ี 11 ฉบับที่ 1 มกราคม - มถิ ุนายน 2562 มหาวิทยาลัยอบุ ลราชธานี (2563). ค่มู อื การจดั การเรยี นการสอนออนไลน์, จาก https://www.ubu.ac.th /web/files up/001142020033113083125.pdf ไพศาล หวงั พานิช. (2523). การวัดผลการศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : สานักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. ล้วน สายยศและองั คณา สายยศ. (2543). เทคนคิ การวจิ ยั ทางการศึกษา. พิมพ์ครงั้ ท3่ี . กรุงเทพฯ : สวุ รี ิยาสาสน์ .

18 ภาคผนวก

19 ภาคผนวก ก แบบสอบถาม

20 แบบสอบถาม คาช้ีแจง แบบสอบถามนี้จัดทาข้ึน เพื่อสารวจความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนแบบ On hand และ ออนไลนด์ ้วย Google Meet รายวิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เรอ่ื งแรงและการเคล่ือนที่ ของนกั เรยี นชั้น ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ตอนที่ 1 ข้อมลู ส่วนตวั ของนกั เรยี น/ผู้ปกครอง 1. เพศ ( ) ชาย ( ) หญิง ตอนท่ี 2 แบบสอบถามความพงึ พอใจต่อการจดั การเรยี นการสอนแบบ On hand และ ออนไลนด์ ้วย Google Meet 5 พงึ พอใจมากท่ีสดุ 4 พงึ พอใจมาก 3 พึงพอใจปานกลาง 2 พึงพอใจน้อย 1 พงึ พอใจน้อยที่สุด ท่ี รายการ 5 4 3 2 1 1 การจดั การเรียนการสอนแบบ On hand และ ออนไลน์ดว้ ย Google Meet ทาใหน้ ักเรยี นไดเ้ ข้าใจบทเรยี นมากขึ้น 2 Google Meet ทาใหน้ ักเรยี นใชป้ ระโยชน์จาก เทคโนโลยที างการศึกษาได้ดี ขนึ้ 3 ใบงานและสื่อการเรยี นการสอนมีความเหมาะสม 4 ใบงานและ Google Meet ช่วยสง่ เสริมทกั ษะการเรยี นรดู้ ้วยตนเอง 5 Google Meet ชว่ ยให้นักเรียนมีส่วนรว่ มและ กลา้ แสดงความคดิ เหน็ 6 ครูใหค้ าแนะนากบั นกั เรยี นในการทากิจกรรมใน Google Meet 7 ครมู กี ารตดิ ตามผลการจดั การเรยี นการสอนใน Google Meet 8 โดยภาพรวมนกั เรยี นสามารถใช้งาน Google Meet ได้ ง่าย สะดวก และ รวดเรว็ ขอ้ เสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

21 ภาคผนวก ข ภาพการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนรูปแบบ On hand และ On line

22

23

24 ภาคผนวก ค การประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรยี น/ผ้ปู กครอง ผ่านระบบ Google form

25

26

27 ประวัตผิ ู้วิจัย ช่ือ – นามสกุล : นางสาวจรรยาภรณ์ ศิรกิ าญจน์ ตาแหนง่ : ครูผชู้ ว่ ย โรงเรียนวดั ท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) วัน เดอื น ปเี กดิ : 28 พฤษภาคม 2529 ภมู ิลาเนา : 76 หมู่ท่ี 5 ตาบลบ้านเสด็จ อาเภอเคียนซา จงั หวัดสุราษฎร์ธานี 84260 ที่อยปู่ จั จบุ ัน : 19/38 หมู่ท่ี 5 ตาบลท่าทองใหม่ อาเภอกาญจนดษิ ฐ์ จังหวัดสุราษฎรธ์ านี 84290 การศึกษา : วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวชิ าเคมี มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสรุ าษฎร์ธานี : วทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาเคมีวเิ คราะห์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่ : ประกาศนยี บัตรบณั ฑติ วิชาชพี ครู มหาวิทยาลัยราชภฏั สรุ าษฎรธ์ านี ประสบการณ์การทางาน : พ.ศ. 2551-2554 ผู้ช่วยวิจัย (ทนุ สกว.) มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ : พ.ศ. 2555-2556 ครพู ีเ่ ลย้ี ง โรงเรยี นบ้านในปราบราษฎรป์ ระสงค์ : พ.ศ. 2557-2562 ครูผู้สอน โรงเรียนบา้ นในปราบราษฎรป์ ระสงค์ : พ.ศ. 2562-2564 ครผู ชู้ ว่ ย โรงเรยี นวัดท่าไทร(ดติ ถานุเคราะห์) : พ.ศ. 2564-ปจั จุบัน ครู โรงเรยี นวัดท่าไทร(ดิตถานเุ คราะห)์ เบอรโ์ ทรศัพท์ : 064-594-1826 อีเมล์ : [email protected]

28


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook