หนว่ ยกำรเรยี นรู้ท่ี ๑ หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ่ี ๒ ประวัติศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔ กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หน่วยกำรเรยี นรู้ที่ ๓ ๑_หลักสตู รวชิ าประวตั ิศาสตร์ ๒_แผนการจดั การเรียนรู้ ๓_PowerPoint_ประกอบการสอน ๔_ใบงาน_เฉลย ๕_ขอ้ สอบประจาหน่วย_เฉลย ๖_ขอ้ สอบ_เฉลย ๗_การวัดและประเมนิ ผล ๘_เสริมสาระ ๙_สอ่ื เสริมการเรียนรู้ บรษิ ัท อักษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จำกัด : 142 ถนนตะนำว เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 Aksorn CharoenTat ACT.Co.,Ltd : 142 Tanao Rd. Pranakorn Bangkok 10200 Thailand โทรศัพท์ : 02 622 2999 โทรสำร : 02 622 1311-8 [email protected] / www.aksorn.com
๒หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี การตงั้ ถน่ิ ฐาน และการดารงชวี ติ ของมนษุ ย์ในดินแดนไทย จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ๑. อธบิ ำยกำรต้งั หลกั แหล่งและพฒั นำกำรของมนษุ ยย์ ุคก่อนประวตั ิศำสตร์ และยุคประวตั ิศำสตร์โดยสังเขปได้ ๒. ยกตัวอยำ่ งหลกั ฐำนทำงประวัติศำสตรท์ ่พี บในทอ้ งถน่ิ ท่ีแสดงพัฒนำกำรของมนษุ ยชำตใิ นดินแดนไทยได้
การตั้งถ่นิ ฐานของมนษุ ย์
ปจั จยั ท่มี ผี ลตอ่ การ ตั้งถิน่ ฐานของมนุษย์ ขนึ้ อยกู่ ับสภำพแวดล้อมทำงภมู ศิ ำสตร์ เรร่ อ่ นไปตำมแหลง่ อำหำร ในอดีต มนุษยร์ ้จู กั เพำะปลูก มนษุ ยม์ ีกำรพัฒนำ มกี ำรแลกเปลี่ยน เลยี้ งสัตว์ สร้ำงทพ่ี กั ในด้ำนชีวติ ควำมเป็น ผลผลติ กบั ชุมชน รอผลผลิต เร่มิ อยู่ อยู่ เพรำะตอ้ งรอคอย ใกล้เคียง พฒั นำ เป็นหลักแหล่งรวมกัน ผลผลิตนำนหลำย เป็นบ้ำนเมือง เป็นกลมุ่ เดอื น
แหลง่ ชุมชนสมยั กอ่ นประวัติศาสตร์ ในดนิ แดนไทย ชมุ ชนสมัยหินเก่า ชมุ ชนสมัยหินใหม่ อยรู่ วมกนั เปน็ กลุ่มเลก็ ๆ เริม่ รจู้ ักตั้งบำ้ นเรือนอยู่ตำมรมิ แม่นำ้ ทน่ี ้ำท่วมไมถ่ งึ อำศยั ตำมถ้ำ เพงิ ผำ ใชห้ ินเป็นเครือ่ งมือหลกั ร้จู ักเลี้ยงสัตว์ เพำะปลูก ทอผำ้ ฝงั ศพ ชมุ ชนสมัยสารดิ ชมุ ชนสมยั เหลก็ มีควำมก้ำวหนำ้ ด้ำนกำรนำโลหะ (สำริด) เปน็ ชุมชนเกษตรขนำดใหญ่ เพรำะกำร มำทำเครอื่ งมือเครอื่ งใช้ รู้จักนำเหลก็ มำหลอมเป็นเครื่องใช้ ทำให้ กำรหักรำ้ งถำงปำ่ งำ่ ยขน้ึ
ชุมชนสมยั หินเกา่ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ภาคเหนือ • พบเครือ่ งมอื หิน ในเขตอำเภอเชียงคำน จงั หวัดเลย และท่อี ำเภอดอนตำล จงั หวัดมุกดำหำร • พบเคร่ืองมือหินทีเ่ ป็นเคร่อื งมอื ขุด สับ บริเวณ แมน่ ำ้ โขง เขตอำเภอเชียงแสง จงั หวดั เชยี งรำย ภาคใต้ • พบถัง่ ชนิดต่ำงๆ ท่ผี ีแมน อำเภอปำงมะผ้ำ • พบเครอื่ งมอื หนิ ทถ่ี ำ้ หลังโรงเรียนบ้ำนทับปรกิ และถำ้ ปุงฮุง อำเภอเมอื ง จังหวดั แมฮ่ อ่ งสอน จงั หวดั กระบ่ี จังหวัดพงั งำ และที่จังหวัดนครศรธี รรมรำช ภาคกลาง • พบเครือ่ งมือหนิ กะเทำะท่ีบ้ำนเก่ำ ตำบลจระเขเ้ ผือก อำเภอเมอื ง จงั หวัดกำญจนบุรี • พบโครงกระดกู มนษุ ยส์ มัยหินท่ีถำ้ พระ เขตอำเภอไทรโยค จังหวดั กำญจนบรุ ี
ชมุ ชนสมัยหนิ ใหม่ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ภาคเหนือ • พบหลกั ฐำนในกำรเพำะปลกู เลี้ยงสัตว์ ทำภำชนะดนิ เผำ และทอผ้ำในหลำยพื้นที่ เช่น • พบเครอื่ งมอื หนิ ที่แสดงว่ำ มนษุ ยอ์ ยู่ ทีบ่ ำ้ นเชียง อำเภอหนองหำน จังหวัดอดุ รธำนี ตอ่ เนอ่ื งกันมำต้ังแตส่ มยั หนิ เกำ่ ที่ลุ่มแมน่ ้ำ เขตจังหวดั แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปำง ภาคใต้ น่ำน เป็นตน้ • พบภำชนะหมอ้ ๓ ขำ ขวำนหนิ ขัด ทจี่ งั หวัดกระบี่ ภาคกลาง และพังงำ • พบเครอื่ งมือหิน เคร่อื งป้นั ดนิ เผำเครื่องประดับ ท่บี ้ำนเกำ่ จงั หวัดกำญจนบุรี ท่ีถ้ำพระ ในเขต อำเภอไทรโยค จังหวัดกำญจนบุรี และบริเวณ รมิ แม่น้ำแควนอ้ ย แควใหญ่ จังหวัดกำญจนบุรี • พบร่องรอยกำรตั้งชมุ ชนและขดุ พบเนนิ หอย ที่บำ้ นโคกพนมดี อำเภอพนัสนคิ ม จงั หวัดชลบรุ ี
ชุมชนสมยั สาริด ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ภาคเหนอื • พบหลักฐำนทีใ่ ช้ในกำรเพำะปลกู เลีย้ งสตั ว์ ทำภำชนะดินเผำ ทอผ้ำ โดยพบใยของผ้ำ • พบเครอ่ื งมอื เครือ่ งใช้สมยั สำริดในเขต ทีท่ ำจำกใยกญั ชำและกำรทำสำริดในหลำย จงั หวัดแม่ฮ่องสอน เชียงรำย เชียงใหม่ พ้ืนที่ เช่น ท่ีบ้ำนเชยี ง อำเภอหนองหำน นำ่ น เปน็ ต้น บ้ำนนำดี จงั หวดั อดุ รธำนี บำ้ นโนนนกทำ อำเภอภูเวียง จังหวดั ขอนแก่น ภาคกลาง ภาคใต้ • พบรอ่ งรอยชุมชนสมัยสำริดทบ่ี ้ำนเก่ำ และบำ้ นดอนตำเพชร อำเภอพนมทวน • พบรอ่ งรอยของชุมชนบรเิ วณอ่ำวริมทะเล จงั หวดั กำญจนบุรี บ้ำนโคกพนมดี ท่จี งั หวัดสงขลำ กระบ่ี พงั งำ เป็นต้น จงั หวดั ชลบุรี และทีจ่ งั หวดั ลพบุรี • พบขวำนหินขดั หมอ้ ดนิ เผำ กลองมโหระทึก ทคี่ ล้ำยกับชมุ ชนอื่นนอกดินแดนไทย
ชมุ ชนสมัยเหล็ก ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ภาคเหนือ • พบหลักฐำนในกำรเพำะปลกู เลย้ี งสตั ว์ ทำภำชนะ ดินเผำ ทอผำ้ ในหลำยพน้ื ที่ เช่น ท่บี ำ้ นเชียง • พบเครือ่ งมอื เหลก็ และโครงกระดกู มนษุ ย์ อำเภอหนองหำน จงั หวดั อดุ รธำนี สมยั เหลก็ ตำมชุมชนโบรำณในลุ่มแมน่ ำ้ ต่ำงๆ ในเขตจังหวดั ลำพูน เชยี งใหม่ แมฮ่ ่องสอน ภาคใต้ น่ำน เปน็ ตน้ • ค้นพบรอ่ งรอยชุมชนในสมยั เหล็กทบ่ี ริเวณอำเภอ ภาคกลาง คลองทอ่ ม จงั หวดั กระบี่ นอกจำกนยี้ ังพบที่ จงั หวัดพังงำ จังหวดั สงขลำ เป็นตน้ • พบร่องรอยชุมชนท่ีมกี ำรใช้เหล็กและรอ่ งรอยถลุง เหล็กทบ่ี ้ำนดอนตำเพชร อำเภอพนมทวน จงั หวัดกำญจนบุรี บำ้ นหลมุ ข้ำว เนนิ มะกอก อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี
พฒั นาการของชุมชน สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ชมุ ชนกอ่ นประวตั ศิ าสตรม์ ีพฒั นาการต่อเนอื่ งกันมาเปน็ ระยะ สมัยหนิ เก่า สมัยหินใหมจ่ นถงึ สมัยสารดิ มนษุ ย์มีควำมเปน็ อยอู่ ยำ่ งงำ่ ยๆ อำศยั อยู่ มนษุ ย์เร่มิ รจู้ กั เพำะปลูกเล้ียงสัตว์ มีกำร ตำมถำ้ และเพงิ ผำ เลย้ี งชีพดว้ ยกำรเก็บของป่ำ สรำ้ งบำ้ นอยูอ่ ำศัยและมรี ะเบยี บแบบแผน ลำ่ สัตว์ และใช้หินทำเปน็ เครือ่ งมือ เพ่ือหำอำหำร ในกำรใช้ชีวิตมำกขึ้น เช่น มพี ธิ กี รรมในกำร ลำ่ สัตว์ ฝงั ศพ มีผู้นำชุมชน มกี ำรนำใยพืชมำทอ เปน็ ผ้ำ ทำลวดลำยลงบนเครือ่ งปั้นดินเผำ และรูจ้ กั นำโลหะ เชน่ สำรดิ เหลก็ มำทำ เคร่ืองมือเครือ่ งใช้ และมีกำรตดิ ตอ่ กับชุมชน อืน่ เพ่อื แลกเปล่ียนสงิ่ ของจำเปน็ ในชวี ติ
ชมุ ชนในแตล่ ะแห่งมีพฒั นาการที่แตกตา่ งกัน จำกหลกั ฐำนทค่ี น้ พบแสดงวำ่ ชมุ ชนแตล่ ะแหง่ มีพฒั นำกำรทต่ี ่ำงกนั ดังตวั อย่าง ชมุ ชนทใ่ี ชเ้ ครอ่ื งมอื เหลก็ ชมุ ชนทไ่ี มไ่ ดใ้ ช้เครอื่ งมือเหลก็ มีพฒั นำกำร มำกกว่ำ
ชมุ ชนมีขนาดใหญข่ ้นึ และมีการติดต่อกับชมุ ชนภายนอก จำกหลุมฝังศพทไี่ ดข้ ดุ พบในแหลง่ โบรำณคดี สมยั หลงั มโี ครงกระดูกมนุษย์ฝังอยู่ จงึ อำจเป็นไปได้ว่ำแหลง่ โบรำณคดีหลำยๆ แห่งมคี วำมคลำ้ ยคลงึ กัน พบของท่มี าจากตา่ งแดน แสดงวำ่ มีกำรตดิ ต่อกับชมุ ชนภำยนอก ทำใหไ้ ดร้ บั วธิ ีกำรทำหรือมีกำรซอ้ื ขำย แลกเปลย่ี นสงิ่ ของเครอื่ งใชจ้ ำกชุมชนต่ำงถน่ิ
ชมุ ชนท้องถิ่นไดร้ บั ความเจริญจากภายนอก และได้พัฒนาความก้าวหนา้ ดา้ นต่างๆ จำกอำยหุ ลกั ฐำนแสดงวำ่ ชุมชนบ้ำนเชียง จังหวดั อดุ รธำนี ไดใ้ ชส้ ำรดิ กอ่ นทอ่ี ื่นๆ ตอ่ มำเคร่อื งมือสำรดิ ได้กระจำยไปยังชุมชนใกล้เคยี ง จงึ สนั นษิ ฐำนวำ่ ชมุ ชนอ่นื ได้รับกำรใช้สำริดจำกชุมชนบำ้ นเชยี ง และแสดงถึงควำมก้ำวหนำ้ ในกำร ดำรงชวี ิต นอกจำกนี้สิ่งของจำกอินเดยี เชน่ ภำชนะใช้ประกอบในพิธีกรรมทำงศำสนำ ทีพ่ บท่ชี ุมชนบ้ำนดอนตำเพชร ในจงั หวดั กำญจนบุรี แสดงวำ่ ชมุ ชนท้องถน่ิ ได้รับคตคิ วำมเช่ือทำงศำสนำจำกอินเดียมำตั้งแต่สมัยก่อนประวตั ิศำสตร์แลว้
ชมุ ชนสมยั ก่อนประวตั ศิ ำสตรห์ ลำยแห่งในภมู ภิ ำคตำ่ งๆ ได้มีควำมเจริญตอ่ เน่ืองจนเข้ำสสู่ มัยประวตั ศิ ำสตร์ สมัยประวตั ิศาสตร์ เป็นสมัยท่ีชมุ ชนนั้นมีตวั อกั ษรบันทกึ เรอื่ งรำวหลกั ฐำนตวั หนังสอื ท่ีเกำ่ แก่ ท่ีสดุ เท่ำท่พี บบนดนิ แดนไทยจนถงึ ปจั จบุ นั คอื ศลิ ำจำรกึ ท่ปี รำสำท เขำนอ้ ย จังหวัดสระแกว้ ระบุ พทุ ธศักรำชเทำ่ กบั พ.ศ. ๑๑๘๐
พฒั นาการของมนษุ ย์สมยั ประวตั ิศาสตร์ในดินแดนไทย
แคว้นโบราณสมัยประวัตศิ าสตร์ ในดินแดนไทย
แควน้ โบราณสมัยประวัตศิ าสตรใ์ นดินแดนไทย แคว้นโยนก อำณำจกั รขอมหรอื เขมรโบรำณ เจดียเ์ หล่ยี ม (กคู่ ำ) ท่เี วยี งกมุ กำม มีศนู ย์กลำงอยทู่ ี่บรเิ วณเมืองพระนคร ประเทศกมั พูชำปัจจุบัน จงั หวัดเชียงใหม่ และได้ขยำยอำนำจบรเิ วณปำกแม่น้ำโขง ผกู้ ่อตงั้ แคว้นโยนกได้อพยพมำจำกภำคใต้ของจนี มำสร้ำง เมืองเงินยำงเชียงแสน ภำคตะวันออกเฉยี งเหนอื และภำคกลำงของไทย แควน้ หริภุญชัย แคว้นละโว้ พระธำตหุ ริภุญชัย จงั หวดั ลำพูน พระปรำงคส์ ำมยอด จงั หวัดลพบุรี มศี ูนย์กลำงอยูท่ ีเ่ มืองหรภิ ญุ ชัย หรอื ลำพูน มศี ูนยก์ ลำงอยู่ทเ่ี มอื งละโว้ หรือลพบุรี แควน้ ตำมพรลิงค์ แคว้นทวำรวดี พระบรมธำตุวดั มหำธำตุวรมหำวหิ ำร พระปฐมเจดีย์ จงั หวดั นครปฐม จังหวัดนครศรธี รรมรำช สนั นิษฐำนว่ำศูนย์กลำงของแควน้ ทวำรวดอี ยูบ่ รเิ วณล่มุ แมน่ ้ำเจ้ำพระยำตอนลำ่ ง มีศูนยก์ ลำงอยู่ทีจ่ ังหวัดนครศรธี รรมรำช โดยเมืองน้ีจดั เป็น ศนู ยก์ ลำงของกำรตดิ ตอ่ จำกภำยนอก พบร่องรอยเมอื งโบรำณกระจำยอยู่ทั่วไปในภำคกลำง แควน้ ลงั กำสุกะ ซำกเมืองโบรำณ อำเภอยะรงั จงั หวดั ปัตตำนี สันนษิ ฐำนวำ่ มีศนู ยก์ ลำงอยู่บรเิ วณเมืองปัตตำนี บันทึกของจนี ระบวุ ำ่ อำณำจกั รนีม้ กี ษัตรยิ ป์ กครอง
แควน้ โบราณ (พทุ ธศตวรรษที่ ๑๑-๑๙) ปรำสำทหนิ พมิ ำย สมยั ประวตั ิศาสตรใ์ นดนิ แดนไทย จังหวดั นครรำชสมี ำ เปน็ หลกั ฐำนของอำณำจักรขอม (พทุ ธศตวรรษท่ี ๑๓-๑๙) พระธำตุหริภุญชัย (พุทธศตวรรษท่ี ๑๒-๑๙) จังหวดั ลำพนู พระปรำงค์สำมยอด เปน็ หลกั ฐำนของอำณำจักรหรภิ ุญชยั จังหวดั ลพบุรี เป็นหลักฐำนของอำณำจกั รละโว้ (พทุ ธศตวรรษท่ี ๑๓-๑๘) พระบรมธำตุ (พทุ ธศตวรรษท่ี ๑๑-๑๖) วัดมหำธำตวุ รมหำวิหำร พระปฐมเจดยี ์ จงั หวดั นครศรีธรรมรำช จงั หวดั นครปฐม เป็นหลกั ฐำนของอำณำจกั ร เปน็ หลักฐำนของอำณำจักรทวำรวดี ตำมพรลิงค์
Search
Read the Text Version
- 1 - 18
Pages: