คู่มือผู้รบั บรกิ าร การเรียนรู้นา้ สมนุ ไพร ดอกอญั ชนั มดี มี ากกว่าใหส้ ีสวย สแกนเพ่ืออา่ น E-book ปาลิตา โตศรีสวัสดเ์ิ กษม ศูนย์วทิ ยาศาสตรเ์ พ่อื การศกึ ษาสระแกว้
คู่มอื ผรู้ ับบรกิ าร กิจกรรมการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ด้านสะเต็มศกึ ษาบรู ณาการวัฒนธรรมทอ้ งถิ่น ศูนย์วทิ ยาศาสตรเ์ พอื่ การศกึ ษาสระแกว้ สานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย สานักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ
ฐานการเรียนร้ทู ่ี 1 เร่อื ง นาสมนุ ไพรดอกอญั ชนั มดี ีมากกว่าใหส้ สี วย
แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ที่ 1 เรื่อง นาสมนุ ไพรดอกอญั ชันมดี มี ากกวา่ ให้สีสวย จานวน 3 ชั่วโมง แนวคิด สมุนไพรไทยในท้องถิ่นมหี ลายชนิด ซ่ึงนามาเป็นส่วนผสมของยา เครื่องสาอาง เคร่ืองดื่ม ผสมในอาหาร ต่าง ๆ ซึ่งสมุนไพรอญั ชันเปน็ สมุนไพรชนดิ หนึ่งที่พบมากในท้องถ่นิ มีดอกสมี ่วง สีนาเงนิ สีขาว มีสรรพคุณโดดเด่น ในเร่ืองการบารุงเส้นผมให้เงางาม ช่วยบารุงสายตา และมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย อัญชันถือเป็น สมุนไพรท่ีมีการใช้มาแต่โบราณ แต่เมื่อนาการบูรณาการความรู้ใน 4 วิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และ คณิตศาสตร์ ท่ีเรียกว่าสะเต็มศึกษามาประยุกต์ใช้ โดยเน้นการนาความรู้มาใช้แก้ปญั หาหรือการ นาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง จะพบว่ามีการนาเทคโนโลยีมาใช้ คือ การใช้ไซริงดูดนามะนาวท่ีมีสมบัติความเป็น กรดมาฉีดลงในนาสมุนไพรดอกอัญชันในภาชนะเพ่ือให้สีของนาเปลี่ยนสีจากสีนาเงินเป็นสีม่วง สีม่วงอ่อน โดย สามารถปรับเปล่ียนเฉดสีและรสชาติของนาอัญชันได้ตามความต้องการ ใหม้ ีความแตกต่างกนั ภายในแก้ว เป็นการ ออกแบบและสรา้ งสรรค์เมนูนาอญั ชันให้น่าสนใจมากขึน นอกจากนีเพือ่ เปน็ การเพมิ่ ความหลากหลายในนาอัญชัน ผู้ผลติ ยงั สามารถใส่เนือวุน้ เนือมะพรา้ วออ่ น เมด็ แมงลัก หรอื สมนุ ไพรอืน่ ๆ ไดต้ ามความตอ้ งการ วตั ถุประสงค์ เมอ่ื สนิ สุดการปฏิบัตกิ ิจกรรมการเรยี นรูแ้ ลว้ ผรู้ บั บรกิ ารสามารถ 1. อธิบายการทานาสมุนไพรดอกอญั ชันโดยการบรู ณาการสะเตม็ ศกึ ษาและสมนุ ไพรไทยในทอ้ งถนิ่ 2. ออกแบบ สร้างสรรค์เมนู และลงมือปฏิบัติการทานาสมุนไพรดอกอัญชันโดยการบูรณาการสะเต็ม ศกึ ษาและสมนุ ไพรไทยในท้องถน่ิ 3. เห็นความสาคญั ของการทานาสมนุ ไพรดอกอญั ชันโดยการบูรณาการสะเตม็ ศกึ ษาและสมุนไพรไทยใน ท้องถน่ิ เนอื หา 1. การทานาสมุนไพรดอกอญั ชันโดยการบรู ณาการสะเต็มศึกษาและสมนุ ไพรไทยในทอ้ งถิน่ 1.1 ความรเู้ บอื งต้นเก่ยี วกับสมนุ ไพรดอกอญั ชนั 1.1.1 ความหมายของสมุนไพร 1.1.2 ชื่อวทิ ยาศาสตร์ วงศ์ และชื่ออื่น ๆ ของสมุนไพรอญั ชัน 1.1.3 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ 1.1.4 การเลือกใช้ประโยชน์ของดอกอญั ชัน 1.1.5 สรรพคุณและขอ้ ควรระวงั ของสมนุ ไพรดอกอญั ชนั 1.2 วิธีการออกแบบและสร้างสรรค์เมนูการทานาสมนุ ไพรดอกอญั ชัน 1.3 หลกั การทางวทิ ยาศาสตร์นาสมุนไพรดอกอญั ชนั เปล่ียนสี 1.3.1 กรด-เบส 1.3.2 รงควัตถขุ องสีดอกอญั ชัน 1.3.3 วติ ามนิ 1.4 ประโยชน์ของนาสมุนไพรดอกอัญชัน
2. การออกแบบและปฏบิ ตั ิการทานาสมุนไพรดอกอัญชันโดยการบูรณาการสะเต็มศึกษาและสมนุ ไพรไทย ในท้องถิ่น 2.1 การออกแบบเชงิ วศิ วกรรมการทานาสมุนไพรดอกอญั ชนั โดยการบูรณาการสะเต็มศึกษาและ สมนุ ไพรไทยในทอ้ งถ่นิ 2.1.1 การระบุปัญหา 2.1.2 การค้นหาแนวคดิ ท่เี กี่ยวขอ้ ง 2.1.3 การวางแผนและพัฒนา 2.1.4 การทดสอบและการประเมนิ ผล 2.1.5 การนาเสนอผลลพั ธ์ 2.2 การปฏบิ ัติการทานาสมุนไพรดอกอัญชนั โดยการบูรณาการสะเตม็ ศกึ ษาและสมนุ ไพรไทยใน ทอ้ งถิ่นตามการออกแบบเชิงวิศวกรรมการทานาสมนุ ไพรดอกอญั ชันโดยการบูรณาการสะเตม็ ศึกษาและสมนุ ไพร ไทยในทอ้ งถน่ิ
ความเชือ่ มโยงสะเต็มศกึ ษาบูรณาการวฒั นธรรมทอ้ งถิ่นท่สี อ S : Science T : Technology E : Eng วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วศิ วกรร ความรู้ ประโยชน์ทไี่ ด้รบั กระบวนการ 1. ความหมายของ 1. กลิ่นและรสชาติ การผลติ สมนุ ไพร 2. สรรพคณุ ของนา 1. การระบปุ ัญ 2. ชือ่ วิทยาศาสตร์ วงศ์ สมุนไพรดอกอญั ชันต่อ 2. การค้นหาแ และช่ืออน่ื ๆ ของสมุนไพร สขุ ภาพ อญั ชนั เกี่ยวข้อง 2. ลกั ษณะทาง 3. การวางแผ พฤกษศาสตร์ 3. การเลือกใชป้ ระโยชน์ พัฒนา ของดอกอัญชนั 4. การทดสอบ 4. สรรพคณุ และข้อควร ระวังของสมุนไพรดอก ประเมนิ ผล อญั ชัน 5. การนาเสน 4. กรด-เบส 5. รงควัตถขุ องสดี อก อญั ชนั 6. วิตามนิ
อดคลอ้ งกับเนือหา เรอื่ ง “นาสมุนไพรอญั ชันมีดมี ากกว่าให้สสี วย” gineering M : Mathematics C : Culture รมศาสตร์ คณิตศาสตร์ วัฒนธรรมท้องถน่ิ รออกแบบ ความรู้ ตน้ กาเนิด 1. การชั่งปรมิ าณ 1. ภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ญหา แนวคดิ ที่ วตั ถุดิบในการทา ดา้ นการทานา นาสมุนไพรดอก สมุนไพรดอก ผนและการ อัญชัน เช่น อญั ชนั นาตาล สมุนไพร บและการ 2. การตวงนา และ 2. ภมู ิปัญญาท้องถิ่น ล นามะนาว ด้านสมุนไพร นอผลลัพธ์ 3. รปู ทรงเรขาคณติ เพอ่ื ใชใ้ นการ ของภาชนะท่ี ประกอบอาชีพ บรรจุนาสมนุ ไพร 4. การคานวณหา ต้นทุน/กาไร
ขนั ตอนการปฏบิ ตั ิกิจกรรมของผ้รู ับบรกิ าร กจิ กรรมการทดสอบกอ่ นเรยี น เร่ือง นาสมุนไพรดอกอัญชนั มดี มี ากกวา่ ใหส้ ีสวย ใหผ้ ูร้ ับบริการทาแบบทดสอบหลงั เรยี นเรื่อง นาสมนุ ไพรดอกอญั ชันมดี ีมากกว่าใหส้ สี วย ซีง่ ข้อสอบ ทงั หมดจานวน 5 ขอ้ (เม่อื ผู้รบั บริการทาแบบทดสอบเสร็จเรยี นร้อยแลว้ ผู้รับบริการสามานตรวจคาตอบไดต้ าม เฉลยคาตอบท้ายกจิ กรรม) แบบทดสอบก่อนเรียน คะแนนนท่ไี ด.้ ........คะแนน เรอื่ ง นาสมุนไพรดอกอัญชนั มดี ีมากกวา่ ใหส้ ีสวย คะแนนเต็ม 10 คะแนน คาชแี จง 1. ให้ผู้รับบริการกาเครื่องหมาย x (กากบาท) หน้าขอ้ ท่ีถูกต้องเพียงขอ้ เดียว 2. แบบทดสอบนีมีขอ้ สอบจานวน 10 ขอ้ ๆ ละ 1 คะแนน 3. เม่อื ผ้รู ับบริการทาแบบทดสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผ้รู ับริการสามารถตรวจคาตอบไดต้ ามเฉลยคาตอบ ทา้ ยกิจกรรม 1. สมนุ ไพร หมายถึงขอ้ ใด ก. ผลิตผลธรรมชาติ ไดจ้ าก พืช ที่ใชเ้ ป็นยา หรือผสมกบั สารอน่ื ตามตารบั ยา เพ่ือบาบดั โรค บารุง ร่างกาย หรือใชเ้ ป็นยาพษิ ข. ผลติ ผลธรรมชาติ ไดจ้ าก สัตว์ และแร่ธาตุ ที่ใชเ้ ปน็ ยา หรือผสมกับสารอนื่ ตามตารับยา เพือ่ บาบดั โรค บารุง รา่ งกาย หรือใชเ้ ปน็ ยาพษิ ค. ผลติ ผลธรรมชาติ ไดจ้ าก แร่ธาตุ ที่ใช้เป็นยา หรือผสมกับสารอื่นตามตารบั ยา เพอ่ื บาบัดโรค บารุง ร่างกาย หรือใชเ้ ป็นยาพษิ ง. ผลติ ผลธรรมชาติ ได้จาก พชื สัตว์ และแรธ่ าตุ ท่ีใชเ้ ป็นยา หรอื ผสมกับสารอืน่ ตามตารับยา เพื่อบาบดั โรค บารุง ร่างกาย หรอื ใช้เปน็ ยาพิษ 2. สมุนไพรดอกอญั ชนั นอกจากทาเครื่องดม่ื สมนุ ไพรแลว้ ยังนาไปทาอะไรได้อกี ก. ผสมในอาหาร ข. เคร่อื งสาอาง ค. ทดลองอนิ ดเิ คเตอร์ ง. ถกู ทุกขอ้ 3. ขอ้ ใดตอ่ ไปนีกล่าวถกู ตอ้ ง ก. สารทอ่ี ยู่ในดอกอญั ชนั ช่วยเพ่ิมประสิทธกิ ารทางานของดวงตา ตามัว ตาฟาง ข. อัญชนั เป็นพืชตระกูลถ่ัว ปลูกได้ทวั่ ไป ค. ดอกอัญชันมีสนี าเงนิ และสมี ว่ งเทา่ นนั ง. ข้อ ค กล่าวไม่ถกู ตอ้ ง
4. การนาสมนุ ไพรไปใช้ ผู้ใช้ต้องศึกษาเรียนรเู้ กี่ยวกบั อะไรบ้าง ก. ความรู้ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ ข. ความรดู้ า้ นพฤกษศาสตร์ ค. ความรู้ดา้ นวธิ กี ารใชย้ าสมุนไพร ง. ถูกทุกขอ้ 5. สารใดตอ่ ไปนีทมี่ ีอยใู่ นดอกอัญชัน ก. ฟโี อไฟตนิ ข. คลอโรฟลิ ส์ ค. แคโรทนี อยด์ ง. แอนโทไซยานิน
กิจกรรมการแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ในเรื่อง นาสมนุ ไพรดอกอญั ชันมีดีมากกวา่ ให้สีสวย คาชแี จง 1. ให้ผู้รบั บรกิ ารตอบคาถาม จานวน 4 ประเด็น ดงั นี ประเดน็ ท่ี 1 “ท่านคิดว่า การทานาสมุนไพรดอกอญั ชัน คอื อะไร และมวี ธิ กี ารทาอยา่ งไรบา้ ง ให้ ยกตัวอยา่ ง” ประเดน็ ท่ี 2 ใหร้ ะบปุ ญั หาในชีวติ จรงิ ท่พี บเกีย่ วกับการทานาสมนุ ไพรดอกอญั ชนั ว่ามปี ัญหา อะไรบา้ ง และจะแกไ้ ขได้อย่างไร ประเดน็ ที่ 3 “การทานาสมุนไพรดอกอัญชันใชเ้ วลานานหรือไม่ อยา่ งไร” ประเด็นท่ี 4 “ท่านคิดว่ามวี ธิ ีการทานาสมุนไพรดอกอญั ชันไดห้ รือไม่ อย่างไร” 2. หลงั จากนนั ผรู้ บั บริการและผ้จู ัดกจิ กรรมสรุปผลการเรียนร้เู รอ่ื ง นาสมนุ ไพรดอกอญั ชันมดี ีมากกวา่ ใหส้ ี สวยรว่ มกนั กิจกรรมใหค้ วามร้เู รอื่ ง นาสมนุ ไพรอญั ชันมีดีมากกว่าให้สสี วย คาชแี จง 1. ให้ผู้รบั บรกิ ารศกึ ษาใบความรู้ เร่อื ง นาสมนุ ไพรดอกอญั ชันมดี มี ากกวา่ ให้สีสวย 2. ผรู้ บั บริการและผู้จัดกิจกรรมสรปุ ผลการเรียนรู้กิจกรรมการให้ความรู้เรอ่ื ง นาสมนุ ไพรดอกอัญชันมีดี มากกว่าให้สีสวยร่วมกัน
ใบความรู้ เรื่อง นาสมนุ ไพรดอกอญั ชนั มีดีมากกว่าใหส้ ีสวย 1. ความรเู้ บอื งต้นเกยี่ วกบั สมุนไพรดอกอญั ชนั สมุนไพร หมายถงึ \"ผลติ ผลธรรมชาติ ได้จาก พืช สตั ว์ และแรธ่ าตุ ทใี่ ชเ้ ป็นยา หรือผสมกบั สารอน่ื ตามตารับยา เพ่ือบาบัดโรค บารุง รา่ งกาย หรือใชเ้ ป็นยาพษิ หากนาเอาสมุนไพรตงั แตส่ องชนิดขึนไปมาผสม รวมกันซง่ึ จะเรยี กวา่ ยา ในตารับยา นอกจากพชื สมุนไพรแล้วยงั อาจประกอบด้วยสัตวแ์ ละแร่ธาตุอกี ดว้ ย เราเรยี ก พชื สัตว์ หรือแรธ่ าตุทเ่ี ปน็ สว่ นประกอบของยานีว่า เภสัชวัตถุ พชื สมุนไพรบางชนดิ เช่น เร่ว กระวาน กานพลู และจนั ทนเ์ ทศ เปน็ ต้น 1.1 ชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Clitoria ternatea L. ชอ่ื สามญั : Blue Pea, Butterfly Pea วงศ์ : LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE ช่ืออ่ืน : แดงชนั (เชยี งใหม่); อัญชัน (ภาคกลาง); เอืองชนั (ภาคเหนือ) 1.2 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไมล้ ้มลุกเลือยพัน ยาว 1-5 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรยี งสลับ ใบย่อย 3-9 ใบ รูปรแี กมขอบขนานหรอื รปู รแี กมไข่กลบั กวา้ ง 1-3 ซม. ยาว 2-5 ซม. ดอกเด่ียว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกรปู ดอกถัว่ สนี าเงนิ ม่วงหรอื ขาว ตรงกลางกลีบสเี หลอื งหมน่ ขอบสีขาว ผลเป็นฝกั รูปดาบ โคง้ เลก็ น้อย ปลายเปน็ จะงอย แตกเปน็ 2 ฝา เมล็ดรูปไต จานวน 6-10 เมลด็ 1.3 การเลือกใช้ประโยชน์ สว่ นที่ใช้ : กลีบดอกสดสีนาเงนิ จากตน้ อัญชัน และรากของตน้ อัญชนั ดอกสีขาว 1) ดอกสนี าเงนิ ใช้เปน็ สีแต่งอาหาร ขนม ใชก้ ลบี ดอกสด ตาเติมนาเล็กน้อย กรองด้วยผา้ ขาวบาง คันเอานาออก จะไดน้ าสนี าเงนิ (Anthocyanin) ใชเ้ ป็น indicator แทน lithmus ถ้าเติมนามะนาวลงไปเล็กน้อย จะกลายเปน็ สมี ่วง ใช้แตง่ สีอาหารตามต้องการ มักนิยมใช้แตง่ สนี าเงินของขนมเรไร ขนมนาดอกไม้ ขนมขีหนู และ ยังนาดอกสดมารบั ประทานเป็นเครอ่ื งเคยี งคู่กับนาพริกชนิดตา่ ง ๆ นามาต้มด่มื หรือนามาใช้บารุงผมใหด้ กดาเงา งามและรักษาผมร่วงไดอ้ กี ดว้ ย 2) รากตน้ อญั ชนั ดอกสีขาว ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ยาระบาย
1.4 สรรพคุณ และขอ้ ควรระวงั ของสมนุ ไพร ดอกอญั ชันมคี ุณสมบัตใิ นการเป็นสารตา้ นอนุมลู อสิ ระ โดยในดอกอญั ชันนนั มีสารตัวหน่งึ ทชี่ ือ่ วา่ แอนโทไซยานนิ (Anthocyanin) ซงึ่ สารชนิดนีสามารถชว่ ยเพม่ิ ประสิทธภิ าพการทางานของดวงตา เพม่ิ ความ สามารถในการมองเห็น แก้อาการตาฟาง ตามัว หรอื ภาวะการเส่อื มของดวงตาที่มาจากโรคเบาหวาน โรคตอ้ หิน โรคต้อกระจก และมีหน้าท่ไี ปชว่ ยกระตนุ้ การไหลเวยี นของโลหิต ทาให้เลอื ดไปเลยี งส่วนต่าง ๆ ไดด้ ีมากขนึ และยงั มีฤทธ์ิต้านการออกซเิ ดชน่ั ของไขมัน ชะลอการเกิดโรคท่ีเกิดจากคอเลสเตอรอลชนดิ ทไี่ ม่ดี (LDL) อุดตันในหลอด เลอื ด และโรคหลอดเลือดหวั ใจแข็งตวั อกี ดว้ ย และคณุ สมบตั ิที่สาคัญอกี อย่างหนึ่งกค็ ือ ดอกอัญชนั นันยังช่วยยบั ยัง การรวมตวั ของเกลด็ เลอื ด ช่วยขบั ปัสสาวะ และช่วยผอ่ นคลายกล้ามเนือ สรรพคุณสมุนไพรอัญชนั แบง่ ออกเป็นสว่ น ๆ ได้ดังนี (1) ดอกอญั ชัน 1) ช่วยเสริมสรา้ งภูมติ า้ นทานให้รา่ งกายและเพ่มิ พลงั ทาให้ร่างกายมีแรงขึน 2) สารต้านอนมุ ูลอิสระในดอกอัญชันชว่ ยในการชะลอวยั และริวรอยแห่งวยั 3) ชว่ ยบารุงสมอง 4) ช่วยลดความเส่ยี งของการเกิดโรคหัวใจและภาวะหลอดเลือดหวั ใจอดุ ตนั 5) ช่วยลดความเสย่ี งจากการเกดิ โรคมะเรง็ 6) ช่วยลดระดับนาตาลในเลอื ดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน 7) ชว่ ยล้างสารพิษและขบั ของเสียออกจากร่างกาย 8) แก้อาการปัสสาวะพกิ าร 9) แก้อาการฟกชา 10) ชว่ ยปอ้ งกนั และบรรเทาอาการเหน็บชาตามนิวมอื นิวเท้า (2) ใบอญั ชัน 1) ช่วยขับปัสสาวะ 2) ช่วยบารงุ สายตาและอาการตาแฉะได้ (3) รากอัญชัน 1) นามาปรงุ เปน็ เป็นยาขับปสั สาวะและยาระบายได้ 2) แกอ้ าการปวดฟัน และทาให้ฟันแข็งแรง โดยการนารากมาถทู ฟ่ี นั 3) ชว่ ยเพมิ่ ประสิทธภิ าพในการมองเห็นให้ดยี ่ิงขึน โดยนารากไปถกู บั นาฝน แลว้ นามาทหี่ ยอดตา และหู ขอ้ ควรระวัง ดอกอัญชันเป็นสมนุ ไพร แต่กย็ ังมีโทษถา้ หากใช้มากเกนิ ไป โดยอยา่ ดมื่ นาอญั ชนั ท่มี สี เี ขม้ มากเกนิ ไป เพราะจะทาให้ไตทางานหนักขนึ ในการขบั สารสีจากอัญชันออกมา และผูท้ ่ีป่วยดว้ ยโรคโลหิตจางกไ็ มค่ วรจะ รับประทานดอกอัญชนั รวมทังอาหารหรือเคร่อื งดม่ื ทมี่ ีส่วนประกอบของอญั ชนั ด้วย เพราะในดอกอญั ชนั นันมีสารท่ี มฤี ทธิใ์ นการละลายล่มิ เลือด อาจเปน็ อันตรายต่อผู้ปว่ ยโลหิตจาง
2. วธิ ีการออกแบบและสรา้ งสรรคเ์ มนกู ารทานาสมุนไพรดอกอญั ชนั ลกั ษณะของดอกอญั ชนั ดอกอญั ชันจะแทงดอกออกบรเิ วณปลายยอดตามซอกใบทข่ี ้อก่งิ ดอกเปน็ ดอก เดย่ี ว มี 3 ชนิด คือ ดอกสีขาว สมี ว่ ง และนาเงนิ ปจั จบุ นั มีการกลายพันธุ์เปน็ หลายสี เชน่ สีเหลอื ง สีชมพู และสี คราม ดอกมีทังดอกชันเดยี ว และดอกบิดซอ้ นกัน ดอกมีลักษณะคล้ายดอกถั่วหรือฝาหอยเซลล์ กลบี ดอกยาว ประมาณ 4-9 ซม. กลีบเลียงยาว 1.7-2.2 ซม. มขี นปกคลมุ เลก็ น้อย วิธกี ารทานาสมุนไพรดอกอัญชนั จะนาส่วนของดอกท่ีมีสีนาเงิน จะใชแ้ บบดอกสดหรอื แห้งกไ็ ด้ มาตม้ ใน นาเดือด ประมาณ 2-3 นาที ใช้ตะแกรงกรองแยกเอาแต่นา แลว้ เติมนาตาลหรือนาเชือ่ ม หรือใสน่ าผงึ กไ็ ด้ ถา้ จะให้ มรี สชาติเปรยี วอมหวานกลมกล่อมจะต้องเตมิ มะนาวลงไป เมื่อเติมมะนาวลงไปแล้วนาอัญชนั จะเปลยี่ นสีจากสีนา เงินเป็นสมี ว่ ง หรือสมี ว่ งออ่ น ทาให้ดูน่าสนใจยิง่ ขึน นอกจากนีเพ่อื เป็นการเพ่มิ ความหลากหลายในนาอญั ชันผู้ผลิต ยงั สามารถใส่เนือวนุ้ เนือมะพรา้ วอ่อน เม็ดแมงลกั หรอื สมนุ ไพรอนื่ ๆ ได้ตามความตอ้ งการ วธิ ีทามดี งั นี ส่วนผสม 1) ดอกอัญชนั แห้ง 10 กรัม 2) นา 1.5 ลิตร 3) นาตาลทราย 350 กรมั 4) นามะนาว (ตามชอบ) 5) นาแข็ง วิธที านาอญั ชนั 1. ล้างดอกอญั ชัน และนานาสะอาดตังไฟต้มนาใหเ้ ดอื ดแล้วใสด่ อกอญั ชันในนาเดือด ปิดฝา ต้มตอ่ ประมาณ 2-3 นาที ยกลงจากเตา กรองดอกอญั ชันออกเอาเฉพาะนา 2. ใส่นาตาลทรายคนให้ละลาย ต้มต่อให้พอเดือดแล้วยกลง รอจนนาอญั ชันเร่ิมเยน็ นาไซรงิ ท่มี ีนามะนาว ฉดี ลงในแกว้ ตามชอบแลว้ นานาแข็งใส่ตามลงไปในแกว้ แล้วใสน่ าอญั ชันลงไป สจี ากนาอัญชนั จะเรม่ิ เปลีย่ นเป็นสี มว่ งอ่อน และเข้มตามลาดับ ถ้าต้องการให้มีเนอื วนุ้ มะพร้าวออ่ น เม็ดแมงลกั และสมนุ ไพรอ่ืน ๆ กเ็ พิ่มในแกว้ ก็ได้ เหมอื นกนั ก็จะไดค้ วามอรอ่ ยเพ่ิมขึนอีกด้วย 3. หลกั การทางวทิ ยาศาสตรน์ าสมุนไพรดอกอญั ชนั เปล่ียนสี 3.1 กรด-เบส สารละลายกรด – เบส สมบัตขิ องสารละลายกรด – เบส สารละลายตา่ ง ๆ ที่ใช้ในชวี ิตประจาวนั แตล่ ะชนิดจะมีสมบัติแตกตา่ งกัน มีทังชนดิ ทีม่ ีฤทธก์ิ ดั กร่อน หรอื ที่เรยี กว่า มีสมบัตเิ ป็นกรด และชนดิ ทีม่ สี มบัติเปน็ เบส สารบางชนิดเปน็ อนั ตราย แตบ่ างชนดิ สามารถนามาใช้
ประโยชน์ได้ สมบัติของสารละลายกรด-เบส จึงเป็นเกณฑ์อกี ประเภทหนึ่งท่นี ักวิทยาศาสตร์นามาใช้ในการจาแนก ประเภทของสาร สารละลายกรด กรด หมายถึง สารประกอบที่มีธาตุไฮโดรเจนเปน็ องค์ประกอบ เมื่อละลายนาแลว้ สามารถแตกตัวให้ ไฮโดรเจนไอออน ( H+ ) สมบตั ขิ องสารละลายกร 1. กรดทกุ ชนดิ มีรสเปรยี ว 2. เปลี่ยนสกี ระดาษลิตมสั จากสนี าเงนิ เปน็ สแี ดง (มีค่าpH นอ้ ยกว่า 7) 3. ทาปฏิกริ ยิ ากับโลหะ เช่น สังกะสี ทองแดง แมกนเี ซียม อะลูมิเนียม จะได้ฟองแก๊สไฮโดรเจนออกมา 4. กรดมีสมบตั ิกดั กร่อนโลหะ หินปูน เนอื เยอ่ื ของร่างกาย ถ้ากรดถูกผวิ หนังจะทาให้ผวิ หนังไหม้ ปวด แสบปวดร้อน ถ้ากรดถกู เส้นใยของเสือผา้ เส้นใยจะถูกกดั กร่อนใหไ้ หม้ได้ นอกจากนียังทาลายเนอื ไม้ กระดาษ และพลาสติกบางชนดิ ได้ดว้ ย 5. กรดทาปฏกิ ิรยิ ากับหนิ ปนู ซึ่งเปน็ สารประกอบของแคลเซยี มคาร์บอเนต ทาให้หนิ ปนู กร่อน จะได้แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ ซงึ่ มสี มบัตทิ าให้นาปนู ใสขุ่น 6. สารละลายกรดทกุ ชนดิ นาไฟฟ้าไดด้ ี เพราะกรดสามารถแตกตวั ใหไ้ ฮโดรเจนไอออน 7. ทาปฏกิ ริ ยิ ากบั เบสไดเ้ กลือและนา 8. กรดทาปฏิกริ ยิ ากบั โลหะไดแ้ ก๊สไฮโดรเจนซง่ึ เปน็ แก๊สทีเ่ บา ติดไฟได้ ประเภทของสารละลายกรด สารละลายกรดแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. กรดอนิ ทรีย์ (Organic acid) เปน็ กรดทไี่ ดจ้ ากธรรมชาติ จากสง่ิ มชี ีวิต เช่น 1) กรดแอซิตกิ (acetic acid) หรอื กรดนาสม้ ได้จากการหมักแปง้ หรือนาตาลโดยใช้จุลนิ ทรยี ์ ซ่ึง นยิ มใชใ้ นการผลติ นาสม้ สายชู 2) กรดซติ ริก (citric acid) หรอื กรดมะนาว เป็นกรดทีอ่ ยู่ในผลไมท้ ี่มีรสเปรียว เช่น ส้ม มะนาว 3) กรดแอสคอรบ์ ิก (ascorbic acid) หรือวติ ามินซี มีอยใู่ นผลไมท้ ม่ี ีรสเปรยี ว 4) กรดอะมิโน (amino acid) เป็นกรดท่ีใช้สร้างโปรตนี มักพบในเนอื สัตว์ ผลไมเ้ ปลือกแข็ง หรอื พชื ตระกลู ถัว่ 2. กรดอนินทรยี ์ (Inorganic Acids) เป็นกรดทีไ่ ด้จากแรธ่ าตุ จงึ อาจเรยี กวา่ กรดแรก่ ็ได้ มี ความสามารถในการกดั กรอ่ นสงู ถา้ ถกู ผิวหนงั หรือเนือเยอ่ื ของรา่ งกายจะทาให้ไหม้ แสบ หรือมผี ่ืนคนั ตวั อยา่ งเชน่ 1) กรดไฮโดรคลอรกิ (hydrochloric acid) หรือกรดเกลือ 2) กรดไนตรกิ (nitric acid) หรือกรดดนิ ประสิว 3) กรดคาร์บอนิก (carbonic acid) หรอื กรดหินปูน 4) กรดซลั ฟวิ ริก (sulfuric acid) หรอื กรดกามะถนั สารละลายเบส
เบส คือ สารประกอบทท่ี าปฏกิ ิรยิ ากบั กรด แลว้ ไดเ้ กลือกบั นาจะสามารถแตกตวั ให้ไฮดรอกไซดไ์ อออน (OH-) เบสทกุ ชนดิ จะมีรสฝาด สมบัตขิ องสารละลายเบส 1. เบสทกุ ชนิดมีรสฝาดหรือเฝ่อื น 2. เปลย่ี นสีกระดาษลิตมัสจากสีแดงเป็นสีนาเงิน (มคี ่าpH มากกวา่ 7) 3. ทาปฏิกริ ยิ ากับนามันพืช หรือนามันหมู จะไดส้ ารละลายทีม่ ฟี องคล้ายสบู่ 4. ทาปฏกิ ิรยิ ากบั แอมโมเนยี ไนเตรตจะไดแ้ กส๊ ท่ีมีกลิ่นฉนุ ของแอมโมเนยี 5. สามารถกัดกร่อนโลหะ อะลูมเิ นยี มและสงั กะสี และมฟี องแก๊สเกดิ ขึน 6. ทาปฏิกริ ิยากับกรดได้เกลอื และนา เช่น สารละลายโซดาไฟ (โซเดยี มไฮดรอกไซด)์ ทาปฏิกริ ยิ า กบั กรดเกลือ (กรดไฮโดรคลอรกิ ) ไดเ้ กลอื โซเดยี มคลอไรด์ หรือเกลือแกงทใี่ ช้ปรงุ อาหาร นอกจากนโี ซดาไฟยงั สามารถทาปฏิกิรยิ ากับกรดไขมัน ได้เกลือโซเดียมของกรดไขมัน หรือที่ เรียกว่า สบู่ ประเภทของเบส ตัวอยา่ งสารละลายเบสในชีวิตประจาวันและสงิ่ แวดล้อม มีดงั ต่อไปนี สารประเภททาความสะอาด 1) โซเดยี มไฮดรอกไซด์ (NaOH) ใช้ทาสบู่ 2) แอมโมเนยี (CH3) นายาล้างกระจก,นายาปรบั ผา้ นุม่ 3) โซเดียมคาร์บอเนต (Na2CO3) อุตสาหกรรมผงซกั ฟอก สารปรงุ แต่งอาหาร 1) โซเดยี มไฮดรอกไซด (NaOH) ทาผงชูรส 2) โซเดยี มไบคาร์บอเนต (NaHCO3) ทาขนม สารที่ใชท้ างการเกษตร ได้แก่ ปุย๋ 1) ยเู รีย [CO(NH2)2] ใช้ทาปุ๋ย 2) แคลเซียมไฮดรอกไซด์ [Ca(OH)2] แกด้ ินเปรียว ยารกั ษาโรค 1) NH3(NH4)2CO3 แก้เปน็ ลม 2) แคลเซยี มไฮดรอกไซด์ [ Ca(OH)2] ลดกรดในกระเพาะอาหาร 3) แมกนเี ซียมไฮดรอกไซด์ [ Mg(OH)2] ลดกรดในกระเพาะอาหาร , ยาถา่ ย 3.2 รงควัตถุของสีดอกอัญชัน รงควตั ถุ (Pigment) หมายถงึ สารสี ที่ผลติ ขึนจากส่ิงมีชวี ิตทงั พชื และสัตว์ ตวั อยา่ งสารสี เชน่ 1) คลอโรฟิลส์ (chlorophyll ) และฟโี อไฟติน (pheophytin) เปน็ สารสีในพชื ทมี่ สี ีเขียว 2) แคโรทนี อยด์ (carotenoid) เป็นสารสีในพืชทีม่ สี ีเหลือง ส้ม และสม้ แดง ท่ไี ม่ละลายในนาละลาย ได้ดีในนามนั และตวั ทาละลายอินทรีย์ 3) แอนโทไซยานิน (anthocyanin) เป็นสารสีในพืช ทังผกั ผลไม้ และดอกไม้ที่มีสแี ดงและสมี ่วง และและลายไดด้ ีในนา 4) ไมโอโกลบนิ (myoglobin) เป็นในเนือสัตว์ (meat)
รงควตั ถุเหลา่ นีใช้เป็นสารใหส้ ี (coloring agent) ในอาหารได้ เชน่ สกัดสเี ขยี วจากใบเตย หรือสีมว่ งจากดอก อัญชัน เปน็ ต้น 3.3 วติ ามนิ คาวา่ “วติ ามิน” หรอื “ไวตามนิ ” คือ สารอินทรีย์ที่มีความจาเป็นต่อร่างกายของเราทกุ คน โดยเป็นตวั ช่วยในการทาใหร้ ะบบต่าง ๆ ภายในร่างกายเกดิ ความสมดุลขึน ตลอดจนเสรมิ สรา้ งการเจริญเติบโตของรา่ งกาย และเสรมิ สรา้ งสขุ ภาพทดี่ ีภายในร่างกายขึน ท่ีสาคญั คอื ร่างกายของเราไมส่ ามารถผลติ หรือสงั เคราะห์วิตามนิ ขนึ ได้ เองในรา่ งกาย จาเปน็ ต้องไดร้ ับสารอาหารจากอาหารทเี่ รารบั ประทานเขา้ ไปในแตล่ ะมือ หรือการได้รับผลิตภณั ฑ์ อาหารเสริมเข้าไปเพอ่ื ทดแทนวติ ามินท่รี า่ งกายเราขาดไป วิตามินมตี ่าง ๆ มากมายหลากหลายประเภท แต่โดยหลกั ๆ แล้ว วิตามนิ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คอื วติ ามนิ ทล่ี ะลายในนาอยา่ งพวกวิตามินซี และวิตามินบีทุกชนดิ และวติ ามินท่ไี ม่ละลายในนา แต่ละลายในนามัน อย่างพวกวิตามนิ เอ, วติ ามนิ อี, วิตามนิ ดี, วิตามินเค เปน็ ต้น นอกจากนยี ังมวี ติ ามินอกี มากมาทจ่ี าเป็นตอ่ ระบบการ ทางานของร่างกายเรา ลองมาดูประโยชน์ของวติ ามนิ หลกั ๆ ท่ีสาคญั ต่อร่างกายว่ามีอะไรบา้ ง วติ ามินเอ วติ ามนิ เอ หรอื เรตนิ อล จดั เป็นวติ ามนิ ที่ละลายในไขมนั หรือนามนั ซง่ึ ภายในรา่ งกายของเราสามารถเกบ็ วติ ามินเอได้ ทาใหไ้ มจ่ าเป็นตอ้ งรับประทานอาหารที่มีวิตามนิ เอทกุ วนั โดยแหลง่ อาหารทม่ี วี ิตามินเอ ได้แก่ อาหาร จาพวกตับ, บร็อกโคลี, ผกั โขม, ฟกั ทอง, นามันตับปลา, แครอท, ไข,่ นม, มะละกอ, มะม่วง, ถั่วลันเตา เป็นตน้ ประโยชน์ของวิตามนิ เอ 1) ชว่ ยบารงุ สายตา ปอ้ งกนั ภาวะตาแห้ง หรอื ตาบอด 2) ช่วยเสรมิ สร้างภมู ิคมุ้ กันโรคต่าง ๆ 3) ช่วยแก้ปัญหาเรอ่ื งผวิ พรรณ ลดจดุ ด่างดา ทาใหผ้ วิ แข็งแรง 4) ช่วยเสรมิ สรา้ งความแข็งแรงของกระดูก ฟนั และเหงอื ก 5) ชว่ ยบารุงให้ผมมีสขุ ภาพดี 6) ชว่ ยรกั ษาสิว รวิ รอยต่าง ๆ 7) ช่วยรักษาโรคไทรอยด์เปน็ พิษ และโรคถงุ ลมโป่งพองได้ อนั ตรายจากการไดร้ บั วติ ามนิ เอมากเกนิ ขนาด 8) การรับประทานวิตามนิ เกินวันละ 15,000 ไอยู อยา่ งต่อเนื่องตดิ ตอ่ กันทุกวนั จะเกดิ เป็นพษิ ต่อตบั ขนึ 9) สาหรบั ผ้หู ญงิ ทตี่ ังครรภห์ ากไดร้ บั วติ ามินเอเกินขนาดจะทาให้ทารกท่อี อกมาพิการได้ 10) อาการทบี่ ง่ ชวี า่ กาลงั ไดร้ บั วติ ามินเอเกินขนาด ได้แก่ ผมร่วง, ท้องเสยี , อาเจียน, เปน็ ผืน่ , ปวดศีรษะ, รอบเดอื นมาผิดปกติ, ตบั บวมโต, ปวดกระดกู และอ่อนเพลีย เปน็ ตน้ วติ ามินซี นามะนาวที่ใสใ่ นนาสมุนไพรดอกอญั ชัน จะเกดิ การเปล่ยี นสจี ากสนี าเงิน เปน็ สีม่วง เน่อื งจากนามะนาวมี สมบัติเปน็ กรด และมีวติ ามนิ ซี หรือ กรดแอสคอร์บิก จัดเปน็ วติ ามินท่ีละลายในนา และจะสลายตัวไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว เม่อื ถูกแสง หรอื ความรอ้ น ซึง่ วิตามนิ ซีจดั เป็นวิตามนิ ที่สาคัญต่อรา่ งกายอยา่ งยิง่ เพราะเรยี กไดว้ า่ เปน็ สารต้าน อนุมลู อสิ ระทม่ี ปี ระสิทธิภาพสงู มาก ๆ อาหารทมี่ ีวิตามินซีอยู่ ไดแ้ ก่ ผลไม้รสเปรียวทังหลาย, มะเขือเทศ, สม้ , มนั ฝร่ัง, ผลไมต้ ระกูลเบอร์รี่ทังหลาย, แคนตาลูป, พริกไทย, ดอกกะหล่า เปน็ ตน้
ประโยชน์ของวิตามนิ ซี 1) ช่วยเสรมิ สร้างเสน้ ใยคอลลาเจนใหแ้ ก่เซลลต์ ่าง ๆ ในร่างกาย 2) ชว่ ยป้องกนั โรคหวดั 3) ช่วยเสรมิ สรา้ งระบบภมู คิ ุ้มกนั ของร่างกาย 4) ช่วยให้ผิวพรรณดี สดใส เปล่งปลง่ั 5) ชว่ ยปอ้ งกนั การเกดิ มะเรง็ ต่าง ๆ 6) ช่วยลดความดันโลหิต 7) ช่วยป้องกนั อาการเลือดออกตามไรฟัน 8) ช่วยเพ่ิมการดดู ซึมของธาตุเหลก็ ภายในร่างกาย 9) ชว่ ยรักษาแผลสด หรือแผลจากไฟไหม้ได้ 10) ช่วยสมานแผลใหห้ ายเร็วขนึ 11) ชว่ ยลดระดบั คอเลสเตอรอลในเลือด 12) ช่วยยาท่ีใช้สาหรบั การรักษาโรคติดเชือทางเดินปัสสาวะมปี ระสิทธิภาพมากขึน 13) ช่วยตา้ นทานอนมุ ลู อิสระไดด้ มี าก 14) ช่วยปอ้ งกนั รา่ งกายจากการตดิ เชอื จากแบคทีเรยี และไวรสั หลายชนิด 15) ช่วยซ่อมแซมส่วนท่ีสึกหรอภายในร่างกาย 16) ชว่ ยสรา้ งเมด็ เลือดขาว 17) ช่วยต้านทานอาการภมู ิแพ้ 18) ชว่ ยปอ้ งกันการเกดิ โรคเกาต์ 19) ช่วยปอ้ งกนั โรคโลหติ จาง อันตรายจากการไดร้ บั วติ ามินซมี ากเกนิ ขนาด การรบั ประทานวิตามนิ ซีมากเกนิ ขนาดอาจกอ่ ให้เกดิ โรคน่วิ จากกรมออกซาลกิ และกรดยูรกิ ได้ และอาจมี อาการปัสสาวะบ่อย, ท้องรว่ ง, ปวดศรี ษะ หรือเป็นผน่ื ตามผิวหนัง เปน็ ตน้ ฉะนนั ควรรบั ประทานวติ ามนิ ซีใน ปริมาณทีเ่ พยี งพอต่อร่างกาย 4. ประโยชน์ของนาสมนุ ไพรดอกอัญชนั 4.1 นาสมุนไพรดอกอญั ชนั เปน็ เคร่ืองด่มื ทมี่ สี รรพคุณ คอื 1) ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานใหร้ ่างกายและเพ่ิมพลงั ทาใหร้ า่ งกายมแี รงขึน 2) สารต้านอนมุ ูลอสิ ระในดอกอัญชันช่วยในการชะลอวัยและรวิ รอยแหง่ วยั 3) ช่วยบารุงสมอง 4) ช่วยลดความเสย่ี งของการเกดิ โรคหัวใจและภาวะหลอดเลือดหัวใจอดุ ตัน 5) ชว่ ยลดความเสีย่ งจากการเกิดโรคมะเร็ง 6) ชว่ ยลดระดับนาตาลในเลอื ดในผปู้ ว่ ยโรคเบาหวาน 7) ช่วยลา้ งสารพษิ และขับของเสยี ออกจากรา่ งกาย 8) แก้อาการปัสสาวะพิการ 9) แก้อาการฟกชา 10) ชว่ ยป้องกนั และบรรเทาอาการเหนบ็ ชาตามนวิ มือนิวเท้า
4.2 ใชใ้ นการทดลองอนิ ดิเคเตอร์ อินดเิ คเตอร์ คอื สารทีใ่ ช้บอกความเปน็ กรด-เบส ของสารละลายได้อย่างหนงึ่ สารประกอบที่ เปลี่ยนสีไดท้ ่ี pH เฉพาะตัว จะถูกนามาใช้เปน็ อนิ ดเิ คเตอร์ได้ เชน่ ฟีนอล์ฟทาลีน จะไม่มีสเี ม่อื อยู่ในสารละลาย กรด และจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู เมื่ออยใู่ นสารละลายเบสท่มี ี pH 8.3 กจิ กรรมการปฏบิ ัตกิ ารทานาสมนุ ไพรดอกอัญชัน คาชแี จง 1. ใหผ้ ูเ้ รยี นรว่ มรับบริการชมคลปิ วดิ โี อ เรอ่ื ง การทานาสมนุ ไพรดอกอัญชนั จากอินเตอร์เนต็ https://cookpad.com/th/recipes/2391288-น้ำอญั ชนั มะนำว จานวน 5 นาที ให้ผ้รู บั บรกิ าราตอบคาถามจากสถานการณ์ในชีวิตจรงิ ทเี่ ก่ียวข้อง ดงั นี ปัจจุบันสมุนไพรดอกอัญชันมีมากมายในท้องถิ่น สามารถนามาทาเป็นเครื่องด่ืม ใช้เป็นสีผสมอาหาร ประกอบอาหาร เครอื่ งสาอาง และเป็นตัวทดสอบอินดิเคเตอร์ หลงั จากนนั ผูร้ บั บริการตอบคาถามในประเดน็ “ถ้าสมมุติว่าท่านเป็นผู้ผลิตนาสมุนไพรดอกอัญชันขายในตลาด ให้มีความแตกต่างกว่านาสมุนไพรดอก อัญชนั ทว่ั ๆ ไป ท่านจะมวี ธิ ีใดบ้างที่จะทาใหน้ าสมุนไพรดอกอัญชันให้หอมอรอ่ ย สดชืน่ นา่ ด่มื มากกว่าเดมิ ” 2. ใหผ้ ู้รบั บรกิ ารตงั ประเด็นขอ้ สงสยั หรือส่ิงที่อยากรู้ในกระบวนการหรอื หลักการที่เกย่ี วข้องจากการสาธิต ของผจู้ ัดกิจกรรม รวมไปถงึ การนาไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จริง 3. ผรู้ ับบริการและผ้จู ัดกจิ กรรมสรปุ ผลการเรยี นรู้จากกิจกรรมการปฏบิ ตั ิการทานาสมนุ ไพรดอกอญั ชัน รว่ มกัน กิจกร ร ม ก าร ออก แบบและสร้าง สรรค์เมนูนาสมุนไพ รดอกอัญชันโด ยบูร ณาการสะ เต็มศึก ษาและสมุนไพร ไทยในทอ้ งถนิ่ คาชีแจง 1. แบ่งผู้รับบริการออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 4 – 8 คน ให้ออกแบบและสร้างสรรค์เมนู ลงมือปฏิบัติโดยการ วางแผนและดาเนินการเก่ียวกบั การทานาสมุนไพรดอกอญั ชันโดยการบูรณาการสะเต็มศึกษาและสมุนไพรไทยใน ท้องถ่ิน ตามใบกิจกรรมเร่ือง ออกแบบและสร้างสรรค์เมนูการทานาสมุนไพรดอกอญั ชันโดยการบูรณาการสะเต็ม ศึกษาและสมุนไพรไทยในท้องถิน่ 2. ใหผ้ ู้รบั บริการนาเสนอผลงานการออกแบบและสร้างสรรคเ์ มนู ลงมอื ปฏบิ ัตกิ ารทดลอง 3. ใหผ้ ู้รับบริการตอบคาถามจากประสบการณ์ทไี่ ด้เรียนรู้ผา่ นกจิ กรรมครังนี ในประเด็น ประเดน็ ท่ี 1 ในการทานาสมุนไพรดอกอัญชนั ของทา่ นมีลักษณะและเปลี่ยนแปลงไปอยา่ งไร ประเดน็ ที่ 2 ท่านใช้ความรู้ทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ในกจิ กรรมการทานาสมุนไพรดอกอัญชนั บา้ ง หรือไม่ อย่างไร ประเดน็ ท่ี 3 ท่านใชค้ วามรูท้ างดา้ นคณิตศาสตรใ์ นกิจกรรมการทานาสมนุ ไพรดอกอัญชนั บ้าง หรือไม่ อยา่ งไร ประเดน็ ที่ 4 ทา่ นใช้อินเตอรเ์ น็ตสืบคน้ ขอ้ มูลบา้ งหรือไม่ สบื ค้นในเร่อื งใดบา้ ง ประเดน็ ท่ี 5 ทา่ นใชก้ ระบวนการเทคโนโลยใี นกจิ กรรมการทานาสมุนไพรดอกอญั ชันบ้างหรือไม่ อยา่ งไร
ใบกจิ กรรม เร่ือง การออกแบบและสรา้ งสรรค์เมนู การทานาสมนุ ไพรดอกอญั ชันโดยบรู ณาการสะเต็มศึกษาและสมนุ ไพรไทยในท้องถิน่ วัตถุประสงค์ ผูร้ ับบริการสามารถออกแบบ สรา้ งสรรคเ์ มนู และลงมอื ปฏิบตั ิการทานาสมนุ ไพรดอกอัญชนั โดยการบูร ณาการสะเตม็ ศกึ ษาและสมนุ ไพรไทยในท้องถน่ิ คาชีแจง ใหผ้ รู้ บั บรกิ ารออกแบบ สร้างสรรคเ์ มนู และลงมือปฏบิ ัติการทานาสมนุ ไพรดอกอญั ชนั 1. วางแผนการออกแบบ สร้างสรรค์เมนู และลงมอื ปฏบิ ัติจากอปุ กรณ์ทเ่ี ตรยี มให้ โดยการบรู ณาการสะ เตม็ ศึกษาและสมุนไพรไทยในทอ้ งถิ่น 2. ปฏิบตั กิ ารทานาสมนุ ไพรดอกอัญชนั โดยการบรู ณาการสะเตม็ ศึกษาและสมุนไพรไทยในทอ้ งถน่ิ 3. บันทกึ ผลการปฏิบัติการทานาสมุนไพรดอกอญั ชนั โดยการบูรณาการสะเตม็ ศึกษาและสมนุ ไพรไทยใน ทอ้ งถ่นิ 4. สรปุ ปัญหา/อุปสรรค ในการทานาสมนุ ไพรดอกอญั ชันมะนาวโดยการบรู ณาการสะเต็มศกึ ษาและ สมุนไพรไทยในทอ้ งถนิ่ วัสดุและอุปกรณ์ท่ีเตรียมให้สาหรับการออกแบบและปฏิบตั ิการทานาสมุนไพรดอกอญั ชัน ท่ี รายการ จานวนตอ่ กลุ่ม 1 ดอกอัญชนั แหง้ 5 กรมั 2 นา 2 ถว้ ย 3 นาเช่อื ม 4 นามะนาว 4 ช้อนโต๊ะ 5 นาแข็ง 2 ซีซี. 6 ไซรงิ 1 แกว้ 7 หม้อ 1 อัน 8 เตาแกส๊ 1 ใบ 9 เคร่อื งช่ัง ขนาด 1 กก. 1 เตา 10 ตะแกรงกรอง 1 อัน 11 กระบวย 1 อัน 12 กระบอกตวงนา 1 อนั 13 แกว้ 1 อัน 1 ใบ
จดุ ประสงค์ในการทานาสมนุ ไพรดอกอัญชัน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………….............................… ร่างแบบแผนปฏบิ ัติการทานาสมนุ ไพรดอกอัญชัน 1. การระบุปญั หา 2. การคน้ หาแนวคดิ ที่เก่ียวข้อง 3. การวางแผนและพัฒนา
4. การทดสอบและการประเมนิ ผล ผลการปฏิบัติงานในวนั ท่ีดาเนินการทานาสมุนไพรดอกอญั ชนั ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ตารางบันทึกผล ภายหลังการทานาสมุนไพรดอกอัญชัน สูตร……………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ครงั ที่ ลกั ษณะภายนอกทีส่ งั เกตได้ ผลการทานาสมุนไพรดอกอัญชัน ในด้านรสชาติและสี 1 2 3 5. การนาเสนอผลลพั ธ์ จากการทานาสมนุ ไพรดอกอัญชนั ดว้ ยสตู ร………………....……………………………………………………………..….. ในวันทดี่ าเนนิ การทาสมุนไพรดอกอญั ชันพบวา่ ...........…….……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. เนื่องจาก………………………………………………………………....................................................................................…. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สรปุ ปัญหา/อุปสรรค ในการทานาสมนุ ไพรดอกอัญชัน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………
กจิ กรรมการนาส่งิ ท่ไี ด้เรียนร้ไู ปปฏิบัตแิ ละประยุกต์ใช้ คาชีแจง 1. ใหผ้ ้รู ับบริการตอบคาถามในประเด็น “ท่านจะนาความรู้ เรอื่ ง นาสมนุ ไพรอัญชันมดี ีมากกว่าสีสวย ไปประยุกตใ์ ชใ้ นการแก้ปัญหาหรอื ใช้ประโยชนใ์ นชีวติ จรงิ ได้อยา่ งไร 2. ผู้รบั บริการและผ้จู ัดกจิ กรรมสรปุ ผลการเรียนรู้จากกจิ กรรมการนาสง่ิ ทไ่ี ดเ้ รียนรไู้ ปปฏบิ ตั ิและ ประยุกตใ์ ช้รว่ มกนั กิจกรรมการทดสอบหลังเรียน เร่ือง นาสมนุ ไพรดอกอัญชันมดี มี ากกวา่ สสี วย ใหผ้ รู้ ับบรกิ ารทาแบบทดสอบหลังเรียน เรอ่ื ง นาสมนุ ไพรดอกอญั ชันมดี มี ากกว่าสสี วย ซง่ี ข้อสอบทงั หมด จานวน 5 ข้อ (เม่ือผูร้ ับบรกิ ารทาแบบทดสอบเสร็จเรียนรอ้ ยแลว้ ผรู้ บั บรกิ ารสามานตรวจคาตอบได้ตามเฉลย คาตอบท้ายกจิ กรรม) แบบทดสอบหลงั เรียน คะแนนนที่ได้.........คะแนน เร่ือง นาสมุนไพรดอกอญั ชันมีดีมากกว่าใหส้ สี วย คะแนนเตม็ 10 คะแนน คาชแี จง 1. ให้ผู้รับบริการกาเครอ่ื งหมาย x (กากบาท) หน้าขอ้ ท่ีถกู ต้องเพียงขอ้ เดียว 2. แบบทดสอบนีมีข้อสอบจานวน 10 ข้อๆ ละ 2 คะแนน 3. เมอ่ื ผู้รบั บริการทาแบบทดสอบเสร็จเรยี บร้อยแล้ว ผู้รบั รกิ ารสามารถตรวจคาตอบไดต้ ามเฉลยคาตอบ ทา้ ยกจิ กรรม 1. สมนุ ไพร หมายถึงขอ้ ใด ก. ผลิตผลธรรมชาติ ได้จาก พชื สัตว์ และแรธ่ าตุ ที่ใช้เปน็ ยา หรือผสมกับสารอื่น ตามตารบั ยา เพื่อบาบดั โรค บารงุ รา่ งกาย หรือใช้เป็นยาพิษ ข. ผลิตผลธรรมชาติ ไดจ้ าก พชื ทีใ่ ช้เป็นยา หรอื ผสมกบั สารอ่ืนตามตารบั ยา เพื่อบาบดั โรค บารงุ ร่างกาย หรอื ใช้เปน็ ยาพษิ ค. ผลิตผลธรรมชาติ ไดจ้ าก สัตว์ และแร่ธาตุ ทใี่ ช้เป็นยา หรอื ผสมกับสารอ่ืนตามตารับยา เพื่อ บาบดั โรค บารงุ รา่ งกาย หรือใช้เป็นยาพิษ ง. ผลติ ผลธรรมชาติ ได้จาก แรธ่ าตุ ทใ่ี ชเ้ ปน็ ยา หรือผสมกับสารอืน่ ตามตารับยา เพือ่ บาบัดโรค บารงุ ร่างกาย หรอื ใชเ้ ปน็ ยาพษิ 2. สมุนไพรดอกอัญชันนอกจากทาเครอ่ื งด่ืมสมนุ ไพรแล้ว ยังนาไปทาอะไรไดอ้ กี ก. ผสมในอาหาร ข. เครือ่ งสาอาง ค. ทดลองอนิ ดิเคเตอร์ ง. ถกู ทกุ ข้อ 3. ขอ้ ใดต่อไปนีกลา่ วถูกต้อง ก. สารที่อยู่ในดอกอญั ชันชว่ ยเพมิ่ ประสิทธกิ ารทางานของดวงตา ตามวั ตาฟาง ข. อญั ชนั เปน็ พืชตระกูลถว่ั ปลกู ได้ทั่วไป ค. ดอกอญั ชนั มีสนี าเงินและสมี ว่ งเทา่ นนั ง. ขอ้ ก และ ข กล่าวถกู ตอ้ ง
4. การนาสมุนไพรไปใช้ ผใู้ ชต้ อ้ งศึกษาเรยี นร้เู กี่ยวกบั อะไรบา้ ง ก. ความรู้ดา้ นวิทยาศาสตร์ ข. ความรดู้ ้านพฤกษศาสตร์ ค. ความรู้ด้านวิธีการใช้ยาสมนุ ไพร ง. ถูกทุกขอ้ 5. สารใดต่อไปนีทมี่ ีอยใู่ นดอกอัญชนั ก. แอนโทไซยานิน ข. คลอโรฟิลส์ ค. แคโรทีนอยด์ ง. ฟโี อไฟตนิ
กิจกรรมการประเมนิ ความพึงพอใจของผู้รบั บริการ เรื่อง นาสมนุ ไพรดอกอญั ชนั มดี ีมากกว่าให้สีสวย คาชแี จง ใหผ้ รู้ บั บริการทาแบบประเมินความพงึ พอใจของผรู้ ับบรกิ ารกิจกรรมการศึกษาตาม อัธยาศัย ดา้ นสะเต็มศกึ ษา บูรณาการวัฒนธรรมท้องถ่ิน แบบประเมนิ ความพงึ พอใจของผรู้ บั บรกิ าร กจิ กรรมการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ด้านสะเต็มศึกษา บูรณาการวัฒนธรรมท้องถ่นิ ชื่อ-สกลุ ผู้รับบริการ.................................................................................................................................................. ชอื่ ฐานการเรียนร.ู้ .......................................................ชอ่ื – สกลุ ผ้จู ัดกิจกรรม......................................................... วันที่............เดอื น...........................พ.ศ................... เวลา..................น. ความพงึ พอใจที่มีตอ่ การจดั กิจกรรม ประเด็น ระดบั ความพึงพอใจ 5 4 3 21 1. กจิ กรรมตรงตามความถนดั และตอ้ งการของผรู้ ับบริการ 2. ขนั ตอนการทากิจกรรมมีความชัดเจน 3. สื่อ/วสั ด/ุ อปุ กรณท์ ี่ใช้ทากจิ กรรมมคี วามเหมาะสม 4. ระยะเวลาทใ่ี ช้ในการทากิจกรรมมคี วามเหมาะสม 5. ความร้ทู ี่ได้รบั สามารถนาไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตจรงิ ได้ 6. ผู้รบั ริการมีความสุข/สนุกในการทากจิ กรรม ความพึงพอใจในภาพรวมตอ่ การจดั กจิ กรรม ระดบั 5 หมายถงึ ระดบั 4 หมายถงึ ระดับ 3 หมายถงึ ระดับ 2 หมายถึง ระดบั 1 หมายถึง พงึ พอใจมากทส่ี ุด พงึ พอใจมาก พึงพอใจปานกลาง พึงพอใจนอ้ ย พึงพอใจน้อยทส่ี ุด ความรู้ประสบการณท์ ีไ่ ดร้ ับ ความคดิ เห็นเพ่มิ เตมิ .......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... .........................................................................
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 1. ข้อ ค. ผลิตผลธรรมชาติได้จาก พืช สตั ว์ และแรธ่ าตุ ที่ใช้เป็นยา หรอื ผสมกบั สารอ่ืน ตามตารับยา เพอ่ื บาบดั โรค บารงุ รา่ งกาย หรือใชเ้ ปน็ ยาพษิ 2. ขอ้ ง. ถกู ทุกขอ้ 3. ข้อ ง. ข้อ ก และ ข กล่าวถกู ตอ้ ง 4. ขอ้ ข. ความรู้ด้านวธิ ีการใช้ยาสมนุ ไพร 5. ข้อ ค. แอนโทไซยานิน เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน 1. ขอ้ ก. ผลติ ผลธรรมชาติ ได้จาก พชื สัตว์ และแรธ่ าตุ ท่ใี ช้เปน็ ยา หรือผสมกบั สารอน่ื ตามตารับยา เพ่อื บาบัดโรค บารงุ ร่างกาย หรือใชเ้ ป็นยาพิษ 2. ข้อ ง. ถกู ทกุ ขอ้ 3. ข้อ ง. ขอ้ ก. และ ข. กลา่ วถูกตอ้ ง 4. ข้อ ค. ความรดู้ า้ นวิธีการใช้ยาสมุนไพร 5. ขอ้ ก. แอนโทไซยานนิ
Search
Read the Text Version
- 1 - 25
Pages: