Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ใบความรู้ หน่วยที่ 2 เรื่อง ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ

ใบความรู้ หน่วยที่ 2 เรื่อง ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ

Published by unnaan, 2022-03-11 13:24:11

Description: ใบความรู้ หน่วยที่ 2 เรื่อง ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ

Search

Read the Text Version

เอกสารประกอบการสอน รายวชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจดั การอาชพี (30001-2001) เรื่อง ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ผเู้ รยี บเรยี ง นายอดินนั ต์ แวบาดะ ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการ วิทยาลัยเทคนคิ ปตั ตานี สังกัดสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธิการ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ คานา เอกสารประกอบการสอนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพ รหัสวิชา 30001- 2001 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) ประเภทวิชาอุตสาหกรรม เล่มท่ี 2 เร่ือง ระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ เล่มนี้ ผู้สอนได้นาประสบการณ์จากการสอน และจาก การศึกษาค้นคว้านามาเรียบเรียงเป็นเอกสารประกอบการสอน ซ่ึงประกอบด้วยสาระสาคัญเกี่ยวกับ ความหมายของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ องค์ประกอบของระบบเครือข่าย บทบาทของระบบ สารสนเทศ ระบบสารสนเทศท่ีใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ ซ่ึงสอดคล้องกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคาอธิบายรายวชิ า ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง พุทธศักราช 2563 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม ของ สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ โดยแบ่งเน้อื หาออกเป็น 8 หนว่ ย และ จดั ทาเป็นเล่ม 8 เลม่ ดังน้ี 1. เล่มท่ี 1 หนว่ ยที่ 1 ความรเู้ กย่ี วกบั คอมพวิ เตอรแ์ ละอุปกรณ์โทรคมนาคม 2. เลม่ ที่ 2 หน่วยที่ 2 ระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ 3. เล่มที่ 3 หน่วยท่ี 3 การสบื ค้นข้อมูลสารสนเทศ 4. เลม่ ท่ี 4 หนว่ ยท่ี 4 การจดั เก็บ สืบค้น สง่ ผ่านและจดั ดาเนนิ การขอ้ มลู สารสนเทศ 5. เล่มที่ 5 หน่วยท่ี 5 การประยุกต์ใช้โปรแกรมสาเร็จรูปเพื่อนาเสนอข้อมูลสารสนเทศ ประเภทส่อื สิง่ พิมพ์ 6. เล่มท่ี 6 หน่วยท่ี 6 การประยุกต์ใช้โปรแกรมสาเร็จรูปเพ่ือนาเสนอข้อมูลสารสนเทศ ประเภทตารางงาน 7. เล่มท่ี 7 หน่วยท่ี 7 การประยุกต์ใช้โปรแกรมสาเร็จรูปเพื่อนาเสนอข้อมูลสารสนเทศ ประเภทการนาเสนอ 8. เลม่ ที่ 8 หนว่ ยท่ี 8 การประยุกตก์ ารใช้งานด้วยระบบสารสนเทศ ผู้เรียบเรียง หวังเป็นอย่างย่ิงว่าเอกสารประกอบการเรียนเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน ผู้สอน ให้ได้ใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนตามหลักในการจัดการอาชีวศึกษา หากมี ขอ้ เสนอแนะประการใด ผเู้ รียบเรยี งยนิ ดีน้อมรับไว้ดว้ ยความขอบคณุ ยงิ่ อดนิ ันต์ แวบาดะ ผู้เรียบเรยี ง เอกสารประกอบการเรยี น วชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชีพ (3001-2001) หนา้ || 1 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดนิ นั ต์ แวบาดะ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ สารบญั เรอื่ ง หน้า คานา 1 จุดประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวิชา และคาอธบิ ายรายวชิ า 3 กาหนดการสอน 4 คาแนะนาการใช้เอกสารประกอบการเรยี น 5 สาระการเรยี นรู้ 7 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 7 แบบทดสอบความรู้ก่อนเรียน 8 ใบความรู้ เรือ่ งระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ 10 11 - ความหมายระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ 11 - ประเภทของระบบเครอื ข่าย 12 - องค์ประกอบของระบบเครือข่าย 15 - รปู แบบของระบบเครือขา่ ย 20 - อุปกรณข์ องระบบเครือข่าย 25 - ประโยชนข์ องระบบเครือข่าย 26 - สารสนเทศ 26 - บทบาทของสารสนเทศ 27 - ระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การ 30 - การประยกุ ต์ใชส้ ารสนเทศ 35 แบบฝกึ หัด 37 ใบปฏิบตั ิงาน 30 แบบทดสอบความร้หู ลงั เรยี น 32 แหล่งค้นควา้ 33 ภาคผนวก 34 - เฉลยใบทดสอบความรกู้ ่อนเรียน 35 - เฉลยแบบฝึกหัด 36 - เฉลยใบทดสอบความร้หู ลังเรยี น เอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชีพ (3001-2001) หน้า || 2 ผเู้ รยี บเรยี ง : นายอดินนั ต์ แวบาดะ

หน่วยท่ี 2 ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ จดุ ประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวชิ า และคาอธิบายรายวชิ า ชอ่ื รายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชีพ รหสั วชิ า 30001-2001 ระดับชน้ั ปวส. 1 สาขาวิชา/กลมุ่ วชิ า/แผนกวชิ า คอมพวิ เตอร์ธุรกิจ หนว่ ยกติ 3 จานวนชัว่ โมงรวม 4 ช่วั โมง จานวนสปั ดาห์ 18 สปั ดาห์ จดุ ประสงค์รายวิชา 1. เข้าใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และ สารสนเทศ การสบื คน้ และส่อื สารข้อมลู สารสนเทศในงานอาชพี 2. สามารถสบื คน้ จัดเก็บ คน้ คืน ส่งผ่าน จัดดาเนนิ การข้อมลู สารสนเทศ นาเสนอและสือ่ สาร ข้อมูลสารสนเทศในงานอาชีพโดยใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม และโปรแกรมสาเร็จรูปที่ เกี่ยวขอ้ ง 3. มีคุณธรรม จริยธรรมและความรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการจัดการ อาชีพ สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการและกระบวนการสืบค้น จัดดาเนินการและส่ือสารข้อมูล สารสนเทศในงานอาชีพ โดยใช้คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์โทรคมนาคม ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และ สารสนเทศ และโปรแกรมสาเรจ็ รูปทีเ่ ก่ยี วข้อง 2. ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคมในการสืบค้นและส่ือสารข้อมูลสารสนเทศผ่าน ระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ 3. จัดเก็บ คน้ คนื ส่งผ่านและจัดดาเนินการขอ้ มูลสารสนเทศตามลักษณะงานอาชีพ 4. นาเสนอและสื่อสารข้อมูลสารสนเทศในงานอาชีพ โดยประยุกต์ใช้โปรแกรมสาเรจ็ รูป คาอธบิ ายรายวชิ า ศกึ ษาและปฏิบตั เิ กยี่ วกับคอมพวิ เตอร์และอุปกรณโ์ ทรคมนาคม ระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ และสารสนเทศ การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ การจัดเก็บ ค้นคืน ส่งผ่านและจัดดาเนินการข้อมูล สารสนเทศ การประยุกต์ใช้โปรแกรมสาเร็จรูปในการนาเสนอและส่ือสารข้อมูลสารสนเทศตาม ลักษณะงานอาชีพ เอกสารประกอบการเรียน วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชีพ (3001-2001) หน้า || 3 ผ้เู รยี บเรยี ง : นายอดินันต์ แวบาดะ

หนว่ ยท่ี 2 ระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ กาหนดการสอน ช่ือรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการจัดการอาชีพ รหัสวิชา 30001-2001 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชพี ชัน้ สงู (ปวส.) ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม ทฤษฎรี วมปฏิบตั ิ 4 คาบ/สัปดาห์ รวม 72 ช่วั โมง หนว่ ยท่ี ช่อื หน่วยการสอน จานวนช่ัวโมง - ปฐมนิเทศ 2 1 ความร้เู กี่ยวกบั คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม 2 2 ระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ 12 3 การสืบคน้ ข้อมูลสารสนเทศ 4 4 การจดั เก็บ สบื คน้ สง่ ผา่ นและจดั ดาเนนิ การข้อมลู 4 สารสนเทศ 8 16 5 การประยุกตใ์ ชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปเพ่ือนาเสนอข้อมลู 8 สารสนเทศประเภทสื่อสงิ่ พิมพ์ 16 6 การประยุกตใ์ ช้โปรแกรมสาเร็จรูปเพอื่ นาเสนอข้อมูล สารสนเทศประเภทตารางงาน 7 การประยุกต์ใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปเพอ่ื นาเสนอข้อมลู สารสนเทศประเภทการนาเสนอ 8 การประยุกตก์ ารใชง้ านด้วยระบบสารสนเทศ รวม 72 เอกสารประกอบการเรียน วชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การจดั การอาชีพ (3001-2001) หนา้ || 4 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดนิ ันต์ แวบาดะ

หน่วยที่ 2 ระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ คาแนะนาการใช้เอกสารประกอบการเรียน เอกสารประกอบการเรียนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการจัดการอาชีพ รหัส 30001-2001 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประเภทวิชาอุตสาหกรรม เล่มที่ 2 เรื่อง ระบบเครือข่าย คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ เล่มน้ี จัดทาขึน้ เพ่ือให้นักเรียนได้ศึกษาคน้ คว้าดว้ ยตนเอง และเพ่อื ให้ครู ใช้เป็นคู่มือประกอบการสอน นอกจากน้ียังสามารถใช้เพื่อซ่อมเสริมกรณีท่ีนักเรียนทากิจกรรมการ เรียนร้ไู ม่ผา่ นเกณฑ์ โดยมีคาแนะนาในการใชด้ ังนี้ สาหรับครู 1. ใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน เพ่ือศึกษาเน้ือหาของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และ สารสนเทศ โดยก่อนใช้ควรช้ีแจงให้นักเรียนทราบถึงวิธีการศึกษาและมีความซ่ือสัตย์ในการทา แบบทดสอบความรู้กอ่ นเรยี น แบบฝกึ หดั ระหว่างเรยี น และแบบทดสอบความร้หู ลงั เรยี น 2. ใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แ ละ สารสนเทศ โดยใช้ศึกษาท้ังภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยให้นักเรียนทาแบบทดสอบความรู้ก่อนเรียน ศึกษาเนื้อหา แล้วทาแบบฝึกหัด แบบปฏิบัติงาน แบบทดสอบความรู้หลังเรียน และเฉลยแบบฝึกหัด เฉลยแบบทดสอบความรกู้ ่อนเรียน เฉลยแบบทดสอบความรู้หลงั เรยี น 3. ในการจัดกิจกรรมภาคปฏิบัติ อาจให้นักเรียนทาเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่มตามความ เหมาะสม เพือ่ ฝึกให้นักเรยี นสามารถทางานรว่ มกับบคุ คลอนื่ ได้ 4. เมื่อจบกิจกรรมการเรียนรู้ครูควรให้นักเรียนช่วยกันสรุปและมีส่วนช่วยกันประเมินผล ชิ้นงาน และครูบันทึกคะแนนก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน เพ่ือให้นักเรียนเห็นพัฒนาการ ของตนเอง ถ้านักเรียนทาคะแนนได้ไม่ถึงเกณฑ์ ควรให้นักเรียนศึกษาซ้าอีกหรือครูจะสอนซ่อมเสริม ให้จนกระท่งั ทดสอบแล้วผา่ นเกณฑ์ท่กี าหนดไว้ สาหรับนักเรียน 1. ใช้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองและต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองทั้งก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลงั เรยี น 2. ในการศึกษาเอกสารนี้ หากไม่เข้าใจให้บันทึกไว้เพ่ือสอบถามครูในเวลาเรียนหรือนอก เวลาเรียน 3. ขน้ั ตอนการศกึ ษา มดี งั น้ี 3.1 ทาแบบทดสอบความรู้ก่อนเรียน 3.2 ศึกษาเน้อื หาให้เขา้ ใจอย่างละเอียด 3.3 ทาแบบฝกึ หัดตามทกี่ าหนด 3.4 ปฏิบัตงิ านเก่ียวกับระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ 3.5 นาผลงานท่ที าแล้วส่งครู ประเมินผลร่วมกัน 3.6 ทาแบบทดสอบความร้หู ลงั เรยี น เอกสารประกอบการเรยี น วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ การจดั การอาชีพ (3001-2001) หน้า || 5 ผ้เู รยี บเรยี ง : นายอดนิ ันต์ แวบาดะ

หน่วยท่ี 2 ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ 3.7 ตรวจคาตอบแบบฝึกหัด แบบทดสอบความรู้ก่อนและหลังเรียน เพื่อทราบผลการ พัฒนาตนเอง ซึ่งในแต่ละกิจกรรมต้องผ่านเกณฑ์ตามกาหนด หากไม่ผ่านเกณฑ์ควรซ่อมเสริมโดย ทบทวนแล้วทากจิ กรรมนน้ั ใหม่จนผา่ นเกณฑ์ 4. ในการศึกษานักเรียนควรได้รับความรู้ ทักษะ และฝึกนิสัยที่ในการทางาน ปฏิบัติงานด้วย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ประณีต รอบคอบ คานึงถึงความปลอดภัย ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด และรักษาส่ิงแวดล้อม รวมท้ังสร้างคุณธรรมให้เกิดกับตัวเอง ได้แก่ การมีวินัย ความซื่อสัตย์ ความ สนใจใฝ่รู้ การมีมนุษยสัมพันธ์ และความสามัคคี เพ่ือให้เป็นคนดี คนเก่ง และอยู่ในสังคมได้อย่างมี ความสุข สื่อที่ใชใ้ นการเรียนการสอนท้งั ทฤษฎแี ละปฏบิ ตั ิ 1. ส่ือ PowerPoint เร่อื ง ระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ 2. เอกสารประกอบการเรยี น เร่อื ง ระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ 3. สอ่ื ของจริง เอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชพี (3001-2001) หนา้ || 6 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดินนั ต์ แวบาดะ

หนว่ ยท่ี 2 ระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ หนว่ ยท่ี 2 ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ หลังจากได้ศึกษาเอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพ รหัสวชิ า 30001-2001 ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชพี ชนั้ สงู (ปวส.) ประเภทวิชาอตุ สาหกรรม เล่มที่ 2 เรือ่ ง ระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์และสารสนเทศแลว้ ผเู้ รียนจะมีความรคู้ วามสามารถ ดงั นี้ สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายของระบบเครือขา่ ย 2. ประเภทของระบบเครือขา่ ย 3. องค์ประกอบของระบบเครอื ขา่ ย 4. รปู แบบการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย 5. อุปกรณท์ ่ีใ้ช้ในการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย 6. ประโยชน์ของระบบเครอื ข่าย 7. ความหมายของสารสนเทศ 8. บทบาทของระบบสารสนเทศ 9. ระบบสารสนเทศท่ีใช้คอมพิวเตอร์ 10. ระบบสารสนเทศเพือ่ การจดั การ 11. การประยุกตใ์ ช้ ผลกระทบ และแนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศ สมรรถนะประจาหน่วย 1. แสดงความร้เู กีย่ วกบั ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. ดา้ นความรู้ 1.1 บอกความหมายของระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ได้ 1.2 บอกความหมายของขอ้ มลู สารสนเทศได้ 1.3 บอกองคป์ ระกอบของระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ได้ 2. ดา้ นทักษะ 2.1 ประยุกตใ์ ช้รูปแบบการเชอื่ มตอ่ เครอื ขา่ ยได้ 2.2 ประยุกต์ใช้ความรู้เก่ียวกบั ข้อมลู สารสนเทศได้ 3. ดา้ นคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ 3.1 นาประโยชนข์ องระบบเครอื ขา่ ยไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้ เอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอื่ การจดั การอาชีพ (3001-2001) หน้า || 7 ผเู้ รยี บเรยี ง : นายอดินนั ต์ แวบาดะ

หน่วยท่ี 2 ระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ แบบทดสอบความรกู้ ่อนเรียน คาแนะนา 1) จงทาเครอ่ื งหมายกากบาท (×) ทบั หวั ข้อที่ถกู ที่สดุ เพียงข้อเดยี ว ลงใน กระดาษคาตอบท่ีแจกให้ 2) ข้อสอบจานวน 10 ข้อ ใชเ้ วลาสอบ 10 นาที 1. อยา่ งไรทเ่ี รยี กวา่ การสอื่ สารข้อมูล ก. นายดาโทรศพั ท์ไปหานายขาวเพือ่ ถามเรื่องการบ้าน ข. นายแดงถือคอมพวิ เตอรโ์ นต้ บุ๊กไปใหน้ ายดาที่บา้ น ค. นางสาวสมศรีสง่ สัญญาณให้เจา้ ตบู มาทานข้าว ง. นายปิยะเตะส่งบอลใหน้ ายประตู 2. รปู แบบการเชือ่ มโยงโครงขา่ ย เรยี กวา่ อะไร ก. เทคโนโลยี ข. อิเล็คทรอนคิ ส์ ค. โทโปโลยี ง. ไคลเอนต์ 3. รปู แบบการเชอ่ื มโยงเครอื ข่ายท่นี ิยมใช้กนั มากทสี่ ุด คอื แบบใด ก. แบบบสั ข. แบบดาว ค. แบบวงแหวน ง. แบบตาข่าย 4. การด์ เครือขา่ ยทาหน้าที่อยา่ งไร ก. ส่งสญั ญาณ ข. รบั สัญญาณ ค. แปลงสญั ญาณ ง. รับและส่งสัญญาณ 5. เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ท่ที าหน้าท่ีใหบ้ ริการคืออะไร ก. เครือ่ ง Server ข. เครื่องโฮสต์ ค. เคร่ืองเครือข่าย ง. เคร่อื งเครื่องไคลเอนต์ 6. ข้อใดไม่ใช่การบริการ ในระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ ก. จดหมายอิเลค็ ทรอนิคส์ ข. การสนทนา ค. การแบง่ ปนั ข้อมูล ง. การสง่ สินค้า เอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการจดั การอาชพี (3001-2001) หน้า || 8 ผูเ้ รยี บเรยี ง : นายอดินันต์ แวบาดะ

หนว่ ยท่ี 2 ระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ 7. สายสญั ญาณตเี กลียวคู่(UTP)มกี เ่ี สน้ ก. 5 เส้น ข. 6 เส้น ค. 7 เส้น ง. 8 เสน้ 8. ขอ้ ใดเปน็ ความหมายของ ไคลเอนต์ (Client) ก. ทาหน้าทเ่ี กบ็ จดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์ ข. เกบ็ ชอ่ื โดเมน ค. ใหบ้ รกิ ารเครื่องพิมพ์ ง. เครื่องท่มี ีการเรียกใช้ข้อมลู จากเวบ็ เซิรฟ์ เวอร์ 9. ข้อใดไมใ่ ช่ประโยชนข์ องเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ก. เพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกัน ข. เพ่ือให้ผู้ใชส้ ามารถติดต่อส่ือสารกนั ค. เพ่อื ความสะดวกและรวดเร็วในการค้นหาข้อมลู จากหน่วยงานภายนอก ง. เพ่อื ใช้ข้อมูลหรอื แลกเปล่ยี นขอ้ มูล 10. อุปกรณ์สง่ สัญญาณแบบไร้สายในระบบเครือข่ายมชี อ่ื เรียกว่าอะไร ก. ฮับ (Hub) ข. เราท์เตอร์ (Router) ค. ไวเลสแลน (Wireless Lan) ง. ดิจติ อล (Digital) เอกสารประกอบการเรยี น วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ การจดั การอาชพี (3001-2001) หนา้ || 9 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดนิ นั ต์ แวบาดะ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ ใบความรู้ หน่วยท่ี 2 เร่ือง ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ สาระการเรยี นรู้ 1. ความหมายของระบบเครือขา่ ย 2. ประเภทของระบบเครอื ข่าย 3. องค์ประกอบของระบบเครอื ขา่ ย 4. รูปแบบการเชื่อมตอ่ ระบบเครอื ข่าย 5. อุปกรณท์ ่ีใ้ช้ในการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย 6. ประโยชน์ของระบบเครือข่าย 7. ความหมายของสารสนเทศ 8. บทบาทของระบบสารสนเทศ 9. ระบบสารสนเทศทใ่ี ช้คอมพิวเตอร์ 10. ระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การ 11. การประยุกต์ใช้ ผลกระทบ และแนวโน้มของเทคโนโลยสี ารสนเทศ สาระสาคญั ระบบการส่ือสารข้อมูลและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์น้ันเข้ามาบทบาทต่อการใช้ งาน คอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากเม่ือผู้ใช้มีความต้องการใช้งานคอมพิวเตอร์ นอกจากมีความต้องการใช้ซอฟต์แวร์มาช่วยในการทางานแล้ว ยังมีความต้องการในส่วนของการ ติดต่อส่ือสารอีกด้วย เช่น รับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์ การสนทนาผ่านทางอินเทอร์เน็ต สังคม ออนไลน์ เป็นต้น ล้วนแล้วแต่ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ไม่ได้ทางานเพียงลาพังเครื่อง เดียว หรือท่ีเรียกว่า “Stand Alone” อีกต่อไปแล้ว แม้แต่กลุ่มของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางชนิดก็ ยังมีความตอ้ งการในเรื่องการติดต่อสื่อสารระหว่างอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ เขา้ ด้วยกัน เช่น เครอื่ งพมิ พ์ เคร่ือง ซักผ้าบางรุ่นกม็ รี ะบบสง่ ขอ้ มูลอาการเสียไปยังโทรศพั ท์ของศูนยบ์ ริการลกู ค้าโดยอัตโนมัติ เปน็ ต้น ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ (Computer Network) Int H รูปที่ 1 ภาพแสดงระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ หนา้ || 10 ทีม่ า: adinan waebada 15/10/62 เอกสารประกอบการเรยี น วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชีพ (3001-2001) ผ้เู รยี บเรยี ง : นายอดินนั ต์ แวบาดะ

หน่วยที่ 2 ระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ การสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีที่มาจากผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว คอมพิวเตอร์น้ันเป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถในการประมวลข้อมูลในปริมาณมากได้ อยา่ งรวดเรว็ แตม่ ีขอ้ เสียคือ ผใู้ ชไ้ มส่ ามารถแชร์ข้อมูลกับคนอื่นๆ ได้ ดงั น้ัน ก่อนมีการสร้างเครือข่าย คอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จะแลกเปล่ียนข้อมูลกนั โดยการ พมิ พ์(print) ข้อมลู ออกมาเป็นเอกสารก่อนแล้วค่อย นาไปให้ผู้ใช้ที่ต้องการใช้หรือแก้ไขข้อมูลอีกคนหน่ึง ซึ่งทาให้เสียเวลาและเป็นวิธีที่ยุ่งยากมากเม่ือ เปรียบเทียบกับปัจจบุ นั ทีม่ ีการใชเ้ ครือข่ายคอมพิวเตอร์แลว้ ลักษณะของเครือข่ายจึงเริ่มจากจุดเล็ก ๆ อาจจะอยู่บนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์เดียวกัน ขยายตัวใหญ่ขึ้นเป็นระบบท่ีทางานร่วมกันในห้องทางาน ในตึก ระหว่างตึก ระหว่างสถาบัน ระหว่าง เมือง ระหว่างประเทศ การจัดแบ่งรูปแบบของเครือข่ายคอมพิวเตอร์จึงแยกตามขนาดของเครือข่าย ดงั ตารางดังตอ่ ไปน้ี ตาราง การแบ่งแยกลกั ษณะของเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ตามระยะทางระหว่างโพรเซสเซอร์ ระยะทางระหวา่ งโพรเซสเซอร์ ลักษณะท่ตี ง้ั ของโพรเซสเซอร์ ช่ือเรียกเครือขา่ ย 0.1 เมตร แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เคร่ืองจักรชนดิ ดาต้าโฟลว์ 1 เมตร ระบบเดียวกัน มัลติโพรเซสเซอร์ 10 เมตร ห้อง มลั ตโิ พรเซสเซอร์ 100 เมตร ตวั อาคาร เครือข่ายทอ้ งถ่นิ 1 กโิ ลเมตร หนว่ ยงานเดียวกัน เครอื ข่ายทอ้ งถิ่น 10 กโิ ลเมตร เมอื ง เครือข่ายท้องถน่ิ 100 กโิ ลเมตร ประเทศ เครือข่ายระยะไกล 1000 กโิ ลเมตร ระหว่างประเทศ เครือข่ายระยะไกล 10000 กโิ ลเมตร ระหว่างดวงดาว เครอื ข่ายระยะไกลมาก 2.1 ความหมายของระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network) คอื ระบบทมี่ ีคอมพวิ เตอร์อย่างน้อย 2 เคร่ืองเช่ือมต่อกันโดยใช้ส่ือกลาง และสามารถส่ือสารข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซ่ึงทาให้ผู้ใช้ คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องสามารถแลกเปล่ียนข้อมูลซ่ึงกันและกันได้ นอกจากน้ียังสามารถใช้ ทรัพยากรท่ีมีอยู่ในเครือข่ายร่วมกันได้ เช่น เคร่ืองพิมพ์ สแกนเนอร์ ฮาร์ดดิสก์ เป็นต้น การใช้ ทรัพยากรเหล่าน้ีผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก เม่ือมีการเชื่อมต่อกับ เครือข่ายอ่นื ๆ ท่ีอยู่หา่ งไกล เชน่ ระบบอินเตอรเ์ น็ต ซงึ่ เป็นเครือข่ายทเี่ ชอื่ มตอ่ คอมพิวเตอร์ทว่ั โลก ก็ ทาให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ไดก้ บั คนทัว่ โลก โดยใชแ้ อพพลเิ คชนั่ เชน่ เวบ็ อเี มล์ เปน็ ตน้ 2.2 ประเภทของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 2.2.1 LAN (Local Area Network) LAN ย่อมาจาก Local Area Network คือระบบเครือข่ายแบบเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้า ด้วยกันในระยะจากัด เช่น ในอาคารเดียวกัน หรือบริเวณเดียวกันที่สามารถลากสายถึงกันได้โดยตรง เอกสารประกอบการเรยี น วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ การจดั การอาชพี (3001-2001) หนา้ || 11 ผ้เู รยี บเรยี ง : นายอดินนั ต์ แวบาดะ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ ส่วนมากจะใช้สายเคเบ้ิล หรือ ท่ีเรียกกันว่า สายแลน เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ อัตราเร็วของ เครือข่าย LAN อยู่ที่ระหวาง 1-100 Mbps ท้ังนี้ความเร็วข้อมูลขึ้นอยู่กับตัวกลางสายส่งที่ใช้เทคนิค การส่งสญั ญาณ และขอ้ กาหนดของผูใ้ หบ้ ริการเน็ตเวริ ค์ Lan รูปท่ี 2 ภาพแสดงเครอื ข่ายแบบแลน (Lan) ท่ีมา: adinan waebada 15/10/62 2.2.2 MAN (Metropolitan Area Network) MAN ย่อมาจาก Metropolitan Area Network คือ เครือข่ายระดับเมือง ที่มีการติดต่อ กนั ในระยะทไ่ี กลกว่าระบบแลนและใกล้กว่าระบบแวน ซ่งึ เป็นเครือขา่ ยทีม่ ักเชื่อมโยงกันเฉพาะในเขต เมืองเดียวกัน หรือหลายเขตเมืองท่ีอยู่ใกล้กัน ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ระบบเครือข่ายเมือง เป็นเน็ตเวิร์กท่ีจะต้องใช้โครงข่ายการสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ หรือการสื่อสาร แห่งประเทศไทย เป็นการติดต่อระหว่างเมือง เช่น เคร่ืองเวิร์กสเตช่ันอยู่ที่สุขุมวิท มีการติดต่อสื่อสารกับเคร่ือง เวิร์กสเตช่ันที่บางรักหรือกรุงเทพฯ กับเชียงใหม่ เชียงใหม่กับปัตตานีหรือเป็นการติดต่อระหว่างรัฐ เปน็ ตน้ รปู ท่ี 3 ภาพแสดงเครอื ข่ายแบบแมน (Man) ทม่ี า: https://sites.google.com/site/kruarthit021159/metropolitan-area-network-hrux- man 15/10/62 2.2.3 WAN (Wide Area Network) ระบบเครือข่ายบริเวณกว้าง (Wide Area Network: WAN) เป็นกลุ่มของเครือข่าย คอมพิวเตอร์ท่ีเชื่อมต่อกันแบบกว้างขวางอาจจะเป็นภายในประเทศระหว่างประเทศ โดยภายใน เครือข่าย WAN จะมีเครือข่าย LAN หรือ MAN เช่ือมต่อกันอยู่ภายในเช่น สานักงานใหญ่ที่ กรุงเทพมหานครฯ ติดต่อกับสานกั งานสาขาในจังหวัดชยี งใหม่ ซ่งึ การสอื่ สารกันอาจจะใช้ต้ังแต่ระบบ โครงขา่ ยโทรศัพทจ์ นกระท่ังถงึ ดาวเทยี ม เอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจดั การอาชพี (3001-2001) หนา้ || 12 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดนิ ันต์ แวบาดะ

หน่วยที่ 2 ระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ รปู ที่ 4 ภาพแสดงเครอื ข่ายแบบแมน (Wan) ทีม่ า: http://kititham.blogspot.com/2014/09/wan-network_11.html 15/10/62 2.3 องค์ประกอบของระบบเครือข่าย ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีองค์ประกอบท่ีสาคัญ เพื่อการเชื่อมต่อเป็นเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ ได้แก่ คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (File Server) ช่องทางการส่ือสาร (Communication Chanel) สถานี งาน (Workstation or Terminal) และ อุปกรณใ์ นเครือขา่ ย (Network Operation System) 2.3.1 คอมพวิ เตอรแ์ ม่ข่าย (Server) คอมพิวเตอร์แม่ข่าย หมายถึงคอมพิวเตอร์ ท่ีทาหน้าที่เป็นผู้ให้บริการทรัพยากร (Resources) ตา่ ง ๆ ซึ่งไดแ้ ก่ หนว่ ยประมวลผล หนว่ ยความจา หนว่ ยความจาสารอง ฐานข้อมูล และ โปรแกรมต่าง ๆ เป็นต้น ในระบบเครือข่ายท้องถิ่น (LAN) มักเรียกว่าคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ในระบบ เครือข่ายระยะไกล ท่ีใช้เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ หรือ มินิคอมพิวเตอร์เป็นศูนย์กลางของเครือข่าย เรา นยิ มเรยี กว่า Host Computer และเรียกเครอื่ งทร่ี อรบั บริการว่าลกู ขา่ ยหรือสถานงี าน Internet r server o H รปู ที่ 5 ภาพแสดงเครื่องแมข่ า่ ยในระบบเครือข่าย ทีม่ า: adinan waebada 15/10/62 2.3.2 ช่องทางการสอ่ื สาร ช่องทางการสื่อสาร หมายถึง ตัวกลางหรือสายเช่ือมโยง เป็นส่วนท่ีทาให้เกิดการ เช่ือมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน และอุปกรณ์ที่ยอมให้ข่าวสารข้อมูลเดินทางผ่านจากผู้ส่ง ไปส่ผู ้รู ับ ส่อื กลางทีใ่ ชใ้ นการสอื่ สารขอ้ มูลมอี ยหู่ ลายประเภท แต่ละประเภทมีความแตกต่างกนั ในด้าน ของปริมาณข้อมูลท่ีส่ือกลางน้ันๆ สามารถนาผ่านไปได้ในเวลาขณะใดขณะหน่ึง การวัดปริมาณหรือ เอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชพี (3001-2001) หน้า || 13 ผูเ้ รยี บเรยี ง : นายอดินันต์ แวบาดะ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ ความจุในการนาข้อมูลหรือที่เรียกกันว่า แบนด์วิดธ์ (Bandwidth) มีหน่วยเป็นจานวนบิตข้อมูล/ วินาที (bits per second: bps) ซ่ึงแบง่ ออกไดเ้ ป็น 2 ชนิด ไดแ้ ก่ 2.3.2.1 ชอ่ งทางการส่ือสารแบบมสี าย (Physical Wire) 2.1.1 สายค่บู ดิ เกลยี ว (Twisted pair) 2.1.2 สายโคแอกเชยี ล (Coaxial) 2.1.3 เส้นใยนาแสง (Fiber optic) รปู ท่ี 6 ภาพแสดงชอ่ งทางการส่อื สารแบบมีสาย ท่ีมา: https://sites.google.com/site/attapolbc31/rup-baeb-kar-cheuxm-yong-kherux- khay 8/9/62 2.3.2.2 ชอ่ งทางการส่ือสารแบบไรส้ าย (Wireless) 2.2.1 สญั ญาณไมโครเวฟ (Microwave) 2.2.2 คลนื่ วทิ ยุ (Radio) 2.2.3 อินฟราเรด (Infrared) 2.2.4 ดาวเทยี ม (Satellite) รปู ที่ 7 ภาพแสดงช่องทางการส่อื สารแบบไร้สาย ทม่ี า: https://sites.google.com/site/jarunan096/kar-suxsar-ri-say 8/9/62 2.3.3 สถานีงาน สถานีงาน (Workstation or Terminal) หมายถงึ อปุ กรณห์ รือเครือ่ งไมโครคอมพิวเตอร์ ท่ีเชื่อมต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทาหน้าที่เป็นสถานีปลายทางหรือสถานีงาน ที่ได้รับการบริการ จากเครื่อง คอมพิวเตอร์แม่ข่าย เรียกว่าเป็นคอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Workstation) ในระบบเครือข่าย ระยะใกล้ มักมีหน่วยประมวลผล หรือซีพียูของตนเอง ในระบบที่ใช้เคร่อื งคอมพิวเตอรเ์ มนเฟรม เป็น ศนู ย์กลาง เรียกสถานปี ลายทางว่าเทอรม์ ินอล (Terminal) ประกอบดว้ ยจอภาพและแปน้ พิมพเ์ ท่านั้น ไม่มีหน่วยประมวลกลางของตัวเอง ต้องใช้หนว่ ยประมวลผลของคอมพิวเตอรศ์ นู ยก์ ลางหรือ Host เอกสารประกอบการเรยี น วชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชพี (3001-2001) หน้า || 14 ผ้เู รยี บเรยี ง : นายอดินันต์ แวบาดะ

หน่วยที่ 2 ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ server s woworkstation woworkstation รูปที่ 8 ภาพระบบการเช่ือมต่อกับ workstation ทีม่ า: adinan waebada 15/10/62 2.3.4 อปุ กรณท์ ่ใี ชใ้ นระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ ในการรับส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายนั้น จาเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์ระบบ เครอื ข่ายเพื่อใชเ้ ปน็ ตัวกลางในการรับส่งข้อมลู ซึง่ อุปกรณ์ระบบเครือข่ายดังกล่าวมหี ลายชนิดด้วยกัน แต่ละอย่างก็จะทางานต่างหน้าท่ีกัน ผู้ดูแลระบบจะต้องรู้หน้าที่และกลไกการทางานของอุปกรณ์ เครือข่ายชนิดต่าง ๆ เป็นอย่างดี จึงจะสามารถออกแบบ ติดต้ัง ปรับค่าคอนฟิก และดูแลรักษาระบบ เครือข่ายได้ เชน่ การด์ เนต็ เวริ ก์ ,รีพีตเตอร์ ,โมเดม็ ,ฮับ ,บรดิ จ์ ,สวิตซเ์ ลเยอร์ ,ไฟรว์ อลล์ ฯลฯ 2.3.5 ซอฟต์แวรร์ ะบบปฏบิ ัติการเครอื ข่าย ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการเครือข่าย หมายถึง ซอฟต์แวร์ท่ีทาหน้าท่ี จัดการระบบ เครือข่ายของคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่ออยู่กับเครือข่าย สามารถติดต่อส่ือสาร แลกเปล่ียนข้อมูลกันได้อย่างถูกต้อง ตัวอย่าง ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ไดแ้ ก่ ระบบปฏิบัติการ Windows NT , Linux, Novell Netware , Windows XP ,Windows 2000 , Solaris , Unix เปน็ ต้น รปู ท่ี 9 ภาพแสดงซอฟตแ์ วร์ระบบปฏิบตั กิ ารเครือข่าย ที่มา: https://sites.google.com/a/swdschool.ac.th/rabb-sxftwaer/prapheth-khxng- sxftwaer 6/9/62 2.4 รปู แบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ (NETWORK TOPOLOGY) รูปแบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (NETWORK TOPOLOGY) คือ การนาคอมพิวเตอร์มา เช่ือมต่อกันเพื่อประโยชน์ของการส่ือสาร รูปแบบการจัดวางคอมพิวเตอร์ การเดินสายสัญญาณ คอมพิวเตอรใ์ นเครอื ขา่ ย รวมถงึ หลกั การไหลเวยี นขอ้ มูลในเครือขา่ ยสามารถทาได้หลายรูปแบบ เอกสารประกอบการเรยี น วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชีพ (3001-2001) หนา้ || 15 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดินันต์ แวบาดะ

หน่วยที่ 2 ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ รปู แบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ แบ่งได้ 2 ลักษณะ 1. ลกั ษณะการเชื่อมโยงระบบเครือข่าย 2. ลักษณะการใช้งานระบบเครือข่าย 2.4.1 แบ่งลักษณะการเช่ือมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 2.4.1.1 เครอื ข่ายแบบบสั (bus topology) เปน็ เครือข่ายทีเ่ ช่ือมต่อคอมพวิ เตอร์และอุปกรณ์ตา่ ง ๆ ดว้ ยสายเคเบ้ิลยาวต่อเนื่องไป เรื่อย ๆ โดยจะมีคอนเน็กเตอร์เป็นตัวเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เข้ากับสายเคเบิ้ล ในการส่ง ข้อมูล จะมีคอมพิวเตอร์เพียงตัวเดียวเท่านั้นที่สามารถส่งข้อมูลได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ การจัดส่งข้อมูล วิธีนี้จะต้องกาหนดวิธีการ ท่ีจะไม่ให้ทุกสถานีส่งข้อมูลพร้อมกัน เพราะจะทาให้ข้อมูลชนกัน วิธีการท่ี ใช้อาจแบ่งเวลาหรือให้แต่ละสถานีใช้ความถี่ สัญญาณท่ีแตกต่างกัน การเซตอัพเครื่องเครือข่ายแบบ บัสน้ีทาได้ไม่ยากเพราะคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์แต่ละชนดิ ถูกเช่ือมต่อด้วยสายเคเบิ้ลเพียงเส้นเดยี ว โดยส่วนใหญ่เครือข่ายแบบบัส มักจะใช้ในเครือข่ายขนาดเล็ก ซ่ึงอยู่ในองค์กรท่ีมีคอมพิวเตอร์ใช้ไม่ มากนัก ข้อดี ของการเชื่อมต่อแบบบัส คือ ใช้สื่อนาข้อมูลน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และถ้า เคร่อื งคอมพิวเตอร์เครือ่ งใดเคร่ืองหนึ่งเสียก็จะไม่สง่ ผลต่อการทางานของระบบโดยรวม แตม่ ี ขอ้ เสยี คือ การตรวจจดุ ทมี่ ีปญั หา กระทาได้ค่อนข้างยาก และถา้ มจี านวนเครื่องคอมพิวเตอร์ ในเครือขา่ ยมากเกนิ ไป จะมีการส่งขอ้ มูลชนกันมากจนเป็นปัญหา ขอ้ จากัด คือ จาเปน็ ต้องใช้วงจรสือ่ สารและซอฟตแ์ วร์เข้ามาชว่ ยเพ่อื หลีกเลี่ยงการชนกันของ สญั ญาณข้อมลู และถ้ามอี ปุ กรณต์ ัวใดตวั หน่งึ เสียหาย อาจสง่ ผลให้ทง้ั ระบบหยุดทางานได้ รปู ท่ี 10 ภาพแสดงการเช่อื มตอ่ แบบบสั (Bus Topology) ทมี่ า: https://sites.google.com/site/lyxkungka/page5 15/10/62 2.4.1.2 โครงสร้างเครือข่ายคอมพวิ เตอร์แบบวงแหวน (ring topology) เป็นเครือข่ายที่เช่ือมต่อคอมพิวเตอร์ด้วยสายเคเบิลยาวเส้นเดียว ในลักษณะ วงแหวน การรับส่งข้อมูลในเครือข่ายวงแหวน จะใช้ทิศทางเดียวเท่านั้น เม่ือคอมพิวเตอร์เคร่ืองหนึ่ง สง่ ขอ้ มูล มนั ก็จะส่งไปยงั คอมพวิ เตอรเ์ ครอ่ื งถัดไป ถา้ ข้อมลู ทร่ี บั มาไมต่ รงตามที่คอมพิวเตอร์เคร่ืองต้น ทางระบุ มันก็จะส่งผ่านไปยัง คอมพิวเตอร์เครื่องถัดไปซ่ึงจะเป็นข้ันตอนอย่างน้ีไปเร่ือย ๆ จนกว่าจะ ถึงคอมพิวเตอร์ปลายทางที่ถกู ระบุตามที่อยู่ เอกสารประกอบการเรยี น วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชพี (3001-2001) หนา้ || 16 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดนิ นั ต์ แวบาดะ

หน่วยที่ 2 ระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ ข้อดี เครือข่ายแบบวงแหวนคือ ใช้สายเคเบิ้ลน้อย และถ้าตัดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสียออก จากระบบ ก็จะไม่ส่งผลต่อการทางานของระบบเครือข่ายนี้ และจะไม่มีการชนกันของข้อมูลที่แต่ละ เคร่ืองส่ง ขอ้ เสีย ถา้ เครอื่ งใดเครื่องหน่งึ ในเครอื ขา่ ยเสยี หาย อาจทาใหท้ ั้งระบบหยุดทางานได้ รปู ท่ี 11 ภาพแสดงการเช่ือมตอ่ แบบวงแหวน (Ring Topology) ท่ีมา: https://sites.google.com/site/41208panuvat/2-khorngsrang-kherux-khay- khxmphiwtexr-baeb-wnghaewn-ring-topology 15/10/62 2.4.1.3 โครงสรา้ งเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ บบดาว (Star Network) เปน็ เครอื ข่ายท่ีเชื่อมต่อคอมพวิ เตอร์ เขา้ กับอุปกรณ์ที่เป็น จุดศูนย์กลาง ของ เครอื ข่าย โดยการนาสถานีต่าง ๆ มาต่อร่วมกนั กับหน่วยสลบั สายกลางการติดตอ่ สือ่ สารระหวา่ งสถานี จะกระทาได้ ด้วยการติดตอ่ ผ่านทางวงจรของหนว่ ยสลบั สายกลางการทางานของหน่วยสลบั สายกลาง จงึ เป็นศนู ย์กลางของการติดตอ่ วงจรเชือ่ มโยงระหวา่ งสถานตี า่ ง ๆ ท่ตี อ้ งการติดต่อกนั ในการต่อแบบน้ี คอมพิวเตอร์แต่ละตัวจะถูกต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางโดยตรง จึงไม่มีปัญหาการแย่ง การใช้สายส่ือสาร ทาให้มีการตอบสนองที่รวดเร็วการส่งข้อมูลแต่ละสถานี (เคร่อื งคอมพวิ เตอร์ย่อย ๆ ) ก็จะสง่ ไปยงั เครอื่ งคอมพิวเตอรศ์ ูนย์กลางก่อนแล้วตัวเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ ศูนย์กลางน้ีจะเปน็ ผู้ส่งไปยังสถานีอ่ืน ๆ การควบคุมการรับส่งภายในระบบท้ังหมดจะข้ึนอยู่กับเคร่ือง คอมพิวเตอร์ศูนย์กลาง ดังน้ันถ้าเครื่องศูนย์กลางมีปัญหาขัดข้องก็จะทาให้ระบบท้ังระบบต้อง หยุดชะงักทันที ข้อดี 1. เป็นระบบท่งี ่ายตอ่ การติดตง้ั 2. เน่ืองจากการรับ–สง่ ข้อมูลขน้ึ อยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ศูนยก์ ลางทงั้ หมดจึงทาให้การ รับ–สง่ ขอ้ มลู ทาได้ง่าย 3. หากอุปกรณ์ช้นิ ใดเสียหายก็จะไม่สง่ ผลกระทบตอ่ ระบบ เพราะมีการใชอ้ ปุ กรณ์ท่ีแยก ออกจากกัน 4. การตอบสนองทร่ี วดเรว็ เพราะไม่ต้องแยง่ กนั ใช้สายส่ือสาร 5. หากสถานใี ดเกิดความเสียหายก็สามารถท่ีจะตรวจสอบได้ง่าย ข้อเสยี 1. เสยี คา่ ใช้จา่ ยในการตดิ ต้งั และบารงุ รกั ษามาก 2. หากคอมพิวเตอรศ์ ูนยก์ ลางขัดข้อง ก็จะทาใหร้ ะบบใช้งานไม่ได้ทนั ที 3. ขยายระบบได้ยากเพราะต้องทาจากศูนย์กลางออกมา 4. เคร่อื งคอมพิวเตอรศ์ นู ยก์ ลางมรี าคาแพง เอกสารประกอบการเรยี น วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชพี (3001-2001) หน้า || 17 ผเู้ รยี บเรยี ง : นายอดินนั ต์ แวบาดะ

หนว่ ยท่ี 2 ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ server s woworkstation woworkstation รปู ที่ 12 ภาพแสดงการเช่อื มตอ่ แบบดาว (Star Topology) ที่มา: adinan waebada 15/10/62 2.4.1.4 โครงสรา้ งเครือขา่ ยแบบผสม (Hybrid Topology) เป็นเครอื ข่ายคอมพวิ เตอรท์ ่ีผสมผสานระหว่างรปู แบบต่าง ๆ หลาย ๆ แบบ เข้าด้วยกันคือจะมีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ย่อย ๆ หลาย ๆ เครือข่ายเพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดใน การทางาน ขอ้ ดี 1. ไม่ต้องเสยี ค่าใชจ้ ่ายในการวางสายเคเบลิ มากนัก 2. สามารถขยายระบบได้งา่ ย 3. เสียค่าใช้จ่ายนอ้ ย ขอ้ เสยี 1. อาจเกิดขอ้ ผิดพลาดงา่ ย เน่อื งจากทุกเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ต่อยู่บนสายสัญญาณเพียงเส้น เดียว ดังนั้นหากมีการขาดที่ตาแหน่งใดตาแหน่งหน่ึง ก็จะทาให้เครื่องอ่ืนส่วนใหญ่หรือท้ังหมดใน ระบบไมส่ ามารถใช้งานไดต้ ามไปด้วย 2. การตรวจหาโหนดเสีย ทาได้ยากเน่ืองจากขณะใดขณะหนึ่งจะมีคอมพิวเตอร์เพียง เครื่องเดียวเทา่ น้ันทสี่ ามารถส่งข้อความออกมาบนสายสญั ญาณ ดังนน้ั ถ้ามีเครื่องคอมพวิ เตอรจ์ านวน มาก ๆ อาจทาใหเ้ กิดการคับค่งั ของเนตเวิรก์ ซึ่งจะทาใหร้ ะบบชา้ ลงได้ star ring bus รปู ที่ 13 ภาพแสดงการเชอื่ มตอ่ แบบผสม (Hybrid Topology) ที่มา: https://p-cctv-station.maggang.com/ โครงสรา้ งเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ (Network Topology) 15/10/62 เอกสารประกอบการเรยี น วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชีพ (3001-2001) หนา้ || 18 ผเู้ รยี บเรยี ง : นายอดินันต์ แวบาดะ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ รูปท่ี 14 ภาพแสดงการเชื่อมต่อระบบเครอื ข่ายแบบตา่ ง ๆ บนอนิ เทอร์เน็ต ทีม่ า: https://krittaphat024.files.wordpress.com/2013/09/asdasdasdasd.jpg 15/10/62 2.4.2 แบง่ ลกั ษณะการเชอื่ มตอ่ การใชง้ านเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ 2.4.2.1 การเชอื่ มต่อแบบจุดตอ่ จุด Peer-to-Peer รปู ท่ี 15 ภาพแสดงการเชือ่ มต่อแบบจุดต่อจุด (Peer-to-Peer) ทม่ี า: https://sites.google.com/site/jesadawin/pheiyr-thu-pheiyr-peer-to-peer-network 15/10/62 เครือข่ายแบบนี้จะเก็บไฟล์และการเช่ือมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ท่ีเครื่อง คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้แต่ละคน โดยไม่มีคอมพิวเตอร์ส่วนกลางท่ีทาหน้าที่นี้ เรียกได้ว่าต่างคนต่างเก็บ ต่างคนต่างใช้ แต่ผู้ใช้ในเครือข่ายสามารถเรียกใช้ไฟล์จากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ ถ้าคอมพิวเตอร์ เครือ่ งน้ันทาการแชร์ไฟลเ์ หล่าน้ันไว้ เครอื ขา่ ยแบบ Peer-to-Peer นเี้ หมาะสาหรับองค์กรขนาดเล็กท่ี มีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกันไม่เกิน 10 เคร่ือง เนื่องจากติดต้ังง่าย ราคาไม่แพง และการดูแลไม่ยุ่งยาก นกั แตถ่ ้าคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายมีมากกวา่ 10 เครือ่ งขึ้นไปควรจะใชเ้ ครือข่ายแบบอน่ื ดีกว่า 2.4.2.2 การเชอ่ื มต่อแบบไคลเอนต์เซิรฟ์ เวอร์ (Client-Server) รปู ท่ี 16 ภาพแสดงการเชื่อมตอ่ แบบไคลเอนตเ์ ซิร์ฟเวอร์ (Client-Server) ที่มา: https://www.router-switch.com/faq/what-are-server-and-client-definition.html 15/10/62 เอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชีพ (3001-2001) หน้า || 19 ผเู้ รยี บเรยี ง : นายอดินันต์ แวบาดะ

หน่วยท่ี 2 ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ Client คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไปร้องขอบริการและรับบริการอย่างใดอย่างหนึ่งจาก Server server คือเคร่ืองคอมพิวเตอร์หรือระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ท่ีทาหน้าท่ี ให้บริการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง โดยอาศัยโปรแกรม Web serverแก่เครื่องคอมพิวเตอร์ หรอื โปรแกรมคอมพวิ เตอรท์ ่เี ปน็ ลกู ข่าย ในระบบเครอื ข่าย server แบง่ เปน็ 3 ประเภทไดแ้ ก่ 1. เคร่ืองคอมพิวเตอร์ที่ทาหน้าท่ีให้บริการอะไรบางอย่างแก่คอมพิวเตอร์หรือโปรแกรม คอมพวิ เตอรอ์ นื่ 2. ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ท่ีทาหน้าที่ให้บริการอะไรบางอย่างแก่คอมพิวเตอร์หรือ โปรแกรมคอมพิวเตอรอ์ ่นื 3. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ท่ีทาหน้าท่ีให้บริการอะไรบางอย่างแก่คอมพิวเตอร์หรือโปรแกรม คอมพิวเตอร์อน่ื client/server คือ การท่ีมีเครื่องผู้ให้บริการ (server) และเครื่องผู้ใช้บริการ (client) เช่ือมต่อกันอยู่ และเครื่องผู้ใช้บริการได้มีการติดต่อร้องขอบริการจากเคร่ืองผู้ให้บริการ เคร่ืองผู้ ให้บรกิ ารก็จะจัดการตามทีเ่ คร่ืองผ้ขู อใชบ้ ริการร้องขอ แล้วสง่ ขอ้ มูลกลับไปให้เครือข่ายแบบ Client / server เหมาะกับระบบเครือข่ายท่ีต้องการเช่ือมต่อกับเคร่ืองลูกข่ายจานวนมาก โดยการรองรับ จานวนเครื่องลูกข่าย (Client )อาจเป็นหลักสิบ หลักร้อย หรือหลักพัน เพราะฉะนั้นเคร่ืองที่จะนามา ทาหน้าทใี่ ห้บริการจะต้องเปน็ เครื่องที่มี ประสทิ ธิภาพสงู เนอ่ื งจากถูกต้องออกแบบมาเพื่อทนทานต่อ ความผดิ พลาด ( Fault Tolerance ) และตอ้ งคอยให้บริการทรัพยากรให้กับเครื่องลูกขา่ ยตลอดเวลา โดยเคร่ืองท่ีจะนามาทาเป็นเซิร์ฟเวอร์อาจเป็นคอมพิวเตอร์แบบเมนเฟรม มินิคอมพิวเตอร์ หรือ ไมโครคอมพวิ เตอร์ก็ได้ 2.5 อุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ ในการรับส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายน้ัน จาเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์ระบบ เครือขา่ ยเพ่ือใชเ้ ปน็ ตวั กลางในการรับส่งข้อมูล ซ่ึงอุปกรณ์ระบบเครือข่ายดงั กล่าวมหี ลายชนดิ ด้วยกัน แต่ละอย่างก็จะทางานต่างหน้าที่กัน ผู้ดูแลระบบจะต้องรู้หน้าที่และกลไกการทางานของอุปกรณ์ เครือข่ายชนิดต่าง ๆ เป็นอย่างดี จึงจะสามารถออกแบบ ติดตั้ง ปรับค่าคอนฟิก และดูแลรักษาระบบ เครือขา่ ยได้ 2.5.1 การ์ดเนต็ เวิรก์ (Network Interface Card) รูปท่ี 17 ภาพแสดงการ์ดเนต็ เวิรก์ ท่ีมา: http://computer2know.blogspot.com/2017/07/blog-post.html 15/10/62 เอกสารประกอบการเรยี น วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจดั การอาชีพ (3001-2001) หนา้ || 20 ผูเ้ รยี บเรยี ง : นายอดนิ ันต์ แวบาดะ

หน่วยที่ 2 ระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ การ์ดเน็ตเวริ ก์ หรือ Network Interface Card (NIC) หรอื เรยี กวา่ \"การด์ แลน\" มีหน้าที่ ในการท่ีจะนาเฟรมข้อมูล (เป็นก้อนข้อมูลที่จัดอยู่ใน Layer 2 ของ OSI Reference Model) ส่ง ลาเลียงไปตามสายนาสัญญาณ แล้วจะแปลงเฟรมข้อมูลให้เป็นข้อมูลระบบบิต (bit) เสียก่อน โดย ส่วนมากแล้วมักจะใช้การ์ดเน็ตเวิร์กแบบ Ethernet ซึ่งจะมีความเร็วในการรับส่ง 10 เมกะบิตต่อ วินาที และใช้ Fast Ethernet ที่มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลถึง 100 เมกะบิตต่อวินาที ปัจจุบัน การ์ดเน็ตเวิร์กท่ีเป็นที่นิยมจะต้องทาการรับส่งข้อมูลได้ทั้งสองความเร็วคือ 10 และ 100 เมกะบิตต่อ วินาที ซ่ึงจะใช้สัญลักษณ์ 10/100 Mbps และมักจะต่อเชื่อมกับสายสัญญาณชนิด UTP และช่อง RJ-45 การ์ดเน็ตเวิร์กของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ต้นทางและเคร่ืองคอมพิวเตอร์ปลายทางจะส่งข้อมูลหา กนั โดยการอ้างถึงหมายเลขประจาการ์ดเนต็ เวริ ์ก ซง่ึ เรียกว่า MAC Address ซงึ่ เป็นตัวเลขฐานสิบหก จานวน 12 ตวั (6 ไบต)์ 2.5.2 สายสญั ญาณ (Cable) สายสัญญาณมีหน้าท่ีลาเลียงข้อมูลดิจิทัลจากเคร่ืองคอมพิวเตอร์ต้นทางไปยังเคร่ือง คอมพิวเตอร์ปลายทาง สายสัญญาณมีหลายชนดิ ซึ่งมีข้อดแี ละข้อเสียแตกต่างกนั - สายคู่ตเี กลียว TP (Twisted Pair) เป็นสายคู่ตีเกลียวบิดไขว้กันไปตลอดแนวความยาว เพ่ือลดการรบกวนจากสัญญาณ ภายนอก แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ แบบท่ีมีชีลหุ้มซ่ึงเรียกว่า STP (Shield Twisted Pair) และแบบท่ี ไม่มีชีลหุ้มซึ่งเรียกว่า UTP (Unshield Twisted Pair) ปัจจุบันนิยมใช้สาย UTP เน่ืองจากมีราคาถูก สาย UTP มกั จะตอ่ เชอื่ มกับการ์ดเน็ตเวิร์กด้วยแจ็คแบบ RJ-45 รูปที่ 18 ภาพแสดงลักษณะของสายคตู่ ีเกลยี ว(Twisted Pair) ทีม่ า: http://computer2know.blogspot.com/2017/07/blog-post.html 15/10/62 สาย TP ท่ีใช้กับระบบแลนท่ัว ๆ ไปจะประกอบด้วยสายไฟฟ้าข้างใน 8 เส้น ถ้าปลายทั้งสอง ข้างเรียงสีเหมือนกันจะเรียกว่า \"สายตรง\" แต่ถ้าปลายทั้งสองข้างเรียงสีไม่เหมือนกันโดยมีการสลับ ตาแหน่งกัน 2 คู่ คือ 1 สลับกับ 3 ส่วน 2 สลับกับ 6 จะเรียกว่า \"สายไขว้\" สายตรงมีไว้เพ่ือเช่ือมต่อ ระหว่างคอมพิวเตอร์กับฮับ / สวิตซ์ หรือต่อระหว่างฮับ / สวิตซ์กับฮับ / สวิตซ์ด้วยกันเองโดยท่ีฮับ / สวิตซ์ตัวใดตัวหนง่ึ ต้องต่อท่ีชอ่ ง Up-Link ส่วนสายไขว้มีไว้เช่ือมระหว่างคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ โดยตรง หรอื ฮบั / สวติ ซก์ ับฮบั / สวิตซด์ ้วยกันเอง โดยท่ีไมใ่ ช้ชอ่ ง Up-Link - สายโคแอคเชียล (Coaxial) รปู ที่ 19 ภาพแสดงลักษณะของสายโคแอคเชยี ล(Coaxcial) ทีม่ า: http://computer2know.blogspot.com/2017/07/blog-post.html 15/10/62 เอกสารประกอบการเรียน วชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชีพ (3001-2001) หนา้ || 21 ผูเ้ รยี บเรยี ง : นายอดนิ นั ต์ แวบาดะ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ สายโคแอคเชียลเป็นสายท่ีมีลักษณะคล้ายกับสายที่ต่อระหว่างเครื่องรับโทรทัศน์กับเสา อากาศ ซึง่ โครงสรา้ งของมนั จะประกอบดว้ ยแกนทองแดงตรงกลางและมีฉนวนหุ้มผุดออกมาขา้ งนอก ก็จะเป็นตัวนาไฟฟ้าท่ีทาเป็นลักษณะทรงกระบอกหุ้มห่อไว้อีกทีหน่ึง เพื่อที่จะป้องกันสนามไฟฟ้าให้ ได้มากท่ีสุด และรอบนอกก็จะหุ้มด้วยฉนวนอีกครั้งหน่ึง ในอดีตนิยมนามาต่อกับแลนที่มีการเช่ือมต่อ แบบบสั และแบบวงแหวน ปัจจบุ ันไมค่ ่อยนยิ มใช้แลว้ - สายไฟเบอร์ออฟตกิ (Fiber-Optic) รปู ที่ 20 ภาพแสดงลักษณะของสายไฟเบอร์ออฟติค(Fiber Optic) ท่มี า: http://computer2know.blogspot.com/2017/07/blog-post.html 15/10/62 สายไฟเบอร์ออปติกเป็นสายนาสัญญาณที่ใช้รับส่งข้อมูลในรูปของแสง โครงสร้าง ภายในจะเป็นท่อเล็กๆ ที่นามาจากแก้ว ซ่ึงทาหน้าท่ีสะท้อนแสง แสงเดินทางจากต้นทางไปยัง ปลายทางจะไม่สะท้อนออกมาข้างนอก แต่จะสะท้อนไปมาภายในตลอดแนวความยาว ซึ่งใช้หลักการ ของดชั นี การหกั เหของแสง สายไฟเบอร์ออปตกิ จะสามารถสง่ สัญญาณไดเ้ ร็วกวา่ 100 เมกะบติ ต่อ วินาที และจะไม่ถูกรบกวนจากสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้าจากภายนอก แต่ข้อเสียของมันคือ มี ราคาแพง 2.5.3 รพี ีตเตอร์ (Repeater) รปู ท่ี 21 ภาพแสดงลักษณะของรพี ีตเตอร์ (Repeater) ทีม่ า: http://computer2know.blogspot.com/2017/07/blog-post.html 15/10/62 เมื่อคอมพิวเตอร์ส่งสัญญาณข้อมูลในรูปของสัญญาณไฟฟ้าไปตามสายที่มีความยาว มาก จะทาให้ความแรงของสัญญาณไฟฟ้าท่ีปลายสายค่อยลดน้อยลงไปตามระยะทางท่ียาวข้ึน เม่ือ ต้องการติดตั้งระบบแลนที่กินพ้ืนที่ค่อนข้างกว้าง จาเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์ที่ช่วยเพ่ิมความแรงของ สัญญาณดังกล่าว เพื่อที่ต้นทางจะได้ส่งข้อมูลไปให้ถึงปลายทางได้ รีพีตเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการ เพิ่มความแรงของสัญญาณซึ่งนับว่ามีประโยชน์มาก แต่การเพ่ิมความแรงของสัญญาณน้ันจะทาให้ สัญญาณรบกวน (Noise) ถกู เพมิ่ ความแรงขึ้นมาดว้ ยเชน่ กนั ดังน้ันจงึ ทาใหม้ ีขอ้ จากัดวา่ ควรจะใช้รีพีต เตอร์ไดไ้ มเ่ กินก่จี ุดในแนวความยาวนน้ั เชน่ อเี ทอรเ์ น็ตไม่ควรตอ่ รพี ีตเตอรเ์ กนิ 4 จดุ เปน็ ต้น เอกสารประกอบการเรยี น วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการจดั การอาชีพ (3001-2001) หนา้ || 22 ผ้เู รยี บเรยี ง : นายอดนิ นั ต์ แวบาดะ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ 2.5.4 โมเด็ม (MODEM) รปู ท่ี 22 ภาพแสดงลักษณะของโมเด็ม (MODEM) ทม่ี า: http://computer2know.blogspot.com/2017/07/blog-post.html 15/10/62 MODEM มาจากคาเต็มว่า Modulator – DEModulator ทาหน้าที่แปลงสัญญาณ ข้อมูลดิจิตอล ท่ีได้รับจากเคร่ืองส่งหรือคอมพิวเตอร์ เป็นสัญญาณแบบอนาล็อกก่อนทาการส่งไปยัง ปลายทางต่อไป โดยผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ และเม่ือส่งถึงปลายทางก็จะมีโมเด็มทาหน้าท่ีแปลง สญั ญาณจากอนาล็อกให้เป็นดิจติ อล เพือ่ ใช้กับคอมพิวเตอรป์ ลายทาง 2.5.5 ฮบั (Hub) รูปที่ 23 ภาพแสดงลักษณะของฮบั (Hub) ที่มา: http://computer2know.blogspot.com/2017/07/blog-post.html 15/10/62 เป็นอุปกรณ์เครือข่ายที่พบเห็นได้บ่อย เน่ืองจากฮับใช้เช่ือมต่อเครือข่ายอีเทอร์เน็ตซึ่ง เป็นการเช่ือมต่อแบบดาว (Star Topology) โดยใช้สาย UTP ต่อเชื่อมระหว่างการ์ดเน็ตเวิร์กบน เครื่องคอมพิวเตอร์เข้ากับฮับ โดยเช่ือมต่อทางช่องเสียง RJ-45 ซึ่งการเชื่อมต่อระบบแลนลักษณะนี้ เป็นท่ีนิยมมากท่ีสุดในปัจจุบัน ฮับจะมีช่องเสียบ RJ-45 ตัวเมียอยู่หลายช่องเพ่ือเชื่อมต่อกับ คอมพิวเตอร์ ถ้าย่ิงมีช่องเสียบมากก็จะย่ิงต่อเช่ือมกับคอมพิวเตอร์ได้มาก แต่ราคาก็จะสูงตามไปด้วย การทางานของฮับน้ันคล้ายๆ กับรีพีตเตอร์ คือมันจะทาซ้าและเพิ่มความแรงของสัญญาณทางไฟฟ้า แลว้ ส่งออกไปยงั พอร์ต (ชอ่ งเสยี บ) ท่ีเหลอื แตจ่ ะตา่ งกันตรงที่ฮบั มีพอร์ตมากกวา่ รพี ีตเตอร์ ข้อดีของฮับคือมีราคาถูก แต่ข้อเสียคือเรื่องการชนกัน (Collision) ของข้อมูล (เนื่องจาก คอมพิวเตอร์ท่ีต่อเช่ือมกับฮับจะอยู่ในคอลลิชันโดเมนเดียวกัน) ถ้ายิ่งเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เป็น จานวนมาก กย็ ิง่ ทาให้โอกาสทีจ่ ะเกิดการชนกันของข้อมูลสงู ซงึ่ ทาให้ความเร็วโดยรวมของระบบชา้ ลง เอกสารประกอบการเรียน วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชพี (3001-2001) หนา้ || 23 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดินันต์ แวบาดะ

หน่วยที่ 2 ระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ 2.5.6 บริดจ์ (Bridge) ถูกสร้างข้ึนมาเพื่อลดปัญหาการชนกันของข้อมูลที่เกิดจากการใช้ฮับ โดยบริดจ์จะ สามารถแบ่งคอลลิชันโดเมนให้มีจานวนมากข้ึน ซึ่งมีผลทาให้ในแต่ละคอลลิชันโดเมนหรือจานวน เครื่องคอมพิวเตอร์น้อยลง จึงทาให้โอกาสที่จะเกิดการชนกันของข้อมูลได้น้อยลงตามไปด้วย ปัจจุบนั บรดิ จไ์ ม่ค่อยไดร้ บั ความนยิ มแลว้ เนอ่ื งจากมีอปุ กรณ์ที่ทาหน้าท่ีคล้ายกันแตด่ ีกวา่ น่ันกค็ อื สวติ ซ์ รูปท่ี 24 ภาพแสดงลักษณะของบริดจ์ (Bridge) ทม่ี า: http://computer2know.blogspot.com/2017/07/blog-post.html 15/10/62 2.5.7 สวิตซ์ (Switch) รปู ท่ี 25 ภาพแสดงลักษณะของสวติ ซ์ (Switch) ทีม่ า: http://computer2know.blogspot.com/2017/07/blog-post.html 15/10/62 สวิตซ์ทางานเหมือนกันบริดจ์ เพียงแต่มีพอร์ตมากกว่า ซ่ึงจานวนพอร์ตจะมากพอๆ กับฮับ สวิตซ์จะมีหน้าที่คล้ากับฮับมาก แต่การทางานจะแตกต่างกัน สวิตซ์จะเลือกส่งข้อมูลออกไปเฉพาะ พอร์ตที่ใช้ติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง ดังน้ันจึงไม่มีโอกาสเกิดการชนกันของข้อมูล ทาให้ เกดิ ประสิทธิภาพด้านความเรว็ ของเครือข่ายสูงข้ึนมากและเนื่องจากในปจั จุบนั สวติ ซม์ ีราคาถูกลงมาก จึงมีหลายหน่วยงานที่นาสวติ ซ์ไปใช้แทนฮับเพื่อเป็นการเพ่ิมประสิทธภิ าพด้วยความเร็วของเครือข่าย และนอกจากน้นั สวติ ซ์ยงั มขี ้อไดเ้ ปรยี บในเรื่องของความปลอดภยั จากการแอบดกั จบั ข้อมลู อกี ด้วย 2.5.8 สวิตซเ์ ลเยอร์ 3 (Layer 3 Switch) รปู ท่ี 26 ภาพแสดงลักษณะของสวิตซ์เลเยอร์ 3 (Layer 3 Switch) ทม่ี า: http://computer2know.blogspot.com/2017/07/blog-post.html 15/10/62 เอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการจดั การอาชพี (3001-2001) หน้า || 24 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดนิ นั ต์ แวบาดะ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ สวิตซ์เลเยอร์ 3 เป็นสวิตซ์ท่ีสามารถทางานเป็นเร้าเตอร์ได้ในตัว ซึ่งส่วนมากแล้วมักจะใช้ เลือกเส้นทางระหว่างเน็ตเวิร์กภายในแลน สวิตซ์เลเยอร์ 3 มีความเร็วในการเร้าแพ็กเก็ต (Packet) ข้อมูลได้สูงกว่าเร้าเตอร์ เนื่องจากมันทางานในระดับฮาร์ดแวร์ โดยท่ัวๆ ไป มักจะนาสวิตซ์เลเยอร์ 3 มาใช้กับการทาเวอร์ชวลแลน (VLAN) เพ่ือเพิ่มระดับความปลอดภยั และลดจานวนแพ็กเก็ตท่ีเกิดจาก การบรอดคาสต์ 2.5.9 ไฟรว์ อลล์ (Firewall) รูปที่ 27 ภาพแสดงลักษณะของไฟร์วอลล์ (Firewall) ท่ีมา: http://computer2know.blogspot.com/2017/07/blog-post.html 15/10/62 เป็นอุปกรณ์ท่ีใช้เพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับเน็ตเวิร์ก โดยมันจะเป็นตัวข้ันกลาง ระหว่างเน็ตเวิร์กภายในหน่วยงานกับเน็ตเวิร์กภายนอก เช่น อินเทอร์เน็ต จะคอยปกป้องแพ็กเก็ต อันตรายไม่ให้วิ่งเข้ามายงั เน็ตเวริ ์กภายในได้ ซ่ึงระดับความปลอดภัยนั้นจะข้ึนอยู่กับ Access Rule ที่ ผู้ดูแลระบบตั้งไว้ว่ารัดกุมเพียงใด ไฟร์วอลล์ไม่ได้ช่วยป้องกันแฮกเกอร์ (Hacker) ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แตม่ ันชว่ ยทาให้แฮกเกอรท์ างานลาบากข้นึ 2.5.10 ไอดีเอส (IDS) รปู ท่ี 28 ภาพแสดงลักษณะของไอดีเอส (IDS) ทมี่ า: http://computer2know.blogspot.com/2017/07/blog-post.html 15/10/62 คือตัวตรวจจับการบุกรุกระบบเครือข่าย ไอดีเอสมีท้ังแบบท่ีเป็นฮาร์ดแวร์และแบบท่ีเป็น ซอฟต์แวร์ ไอดีเอสจะอ่านข้อมูลท่ีว่ิงในเน็ตเวิร์กและนามาวิเคราะห์เพ่ือหาพฤติกรรมท่ีไม่น่าไว้วางใจ เมื่อมันพบ มันจะแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลระบบ พร้อมท้ังบอกไอพีแอดเดรสต้นทางของผู้บุกรุกและ รปู แบบของการบกุ รกุ ดว้ ย 2.6 ประโยชน์ของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 1. การใช้อุปกรณ์ร่วมกัน (Sharing of peripheral devices) เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทาให้ ผู้ใช้ สามารถใช้อุปกรณ์ รอบข้างท่ีต่อพ่วงกับระบบคอมพิวเตอร์ ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เครอื่ งพมิ พ์ ดสิ กไ์ ดรฟ์ ซดี รี อม สแกนเนอร์ โมเด็ม เป็นตน้ ทาให้ประหยดั คา่ ใชจ้ ่าย ไมต่ ้องซ้อื อุปกรณ์ ทม่ี ีราคาแพง เชื่อมตอ่ พว่ งให้กบั คอมพวิ เตอรท์ ุกเคร่ือง 2. การใช้โปรแกรมและข้อมูลร่วมกัน ( Sharing of program and data) เครือข่าย คอมพิวเตอร์ ทาให้ผู้ใช้สามารถใช้โปรแกรม และข้อมูลร่วมกันได้ โดยจัดเก็บโปรแกรมไว้แหล่งเก็บ ขอ้ มูล ที่เป็นศนู ยก์ ลาง เช่น ท่ฮี ารด์ ดิสกข์ องเครือ่ ง File Server ผ้ใู ช้สามารถใชโ้ ปรแกรมร่วมกัน ได้ เอกสารประกอบการเรยี น วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชพี (3001-2001) หน้า || 25 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดนิ ันต์ แวบาดะ

หน่วยที่ 2 ระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ จากแหล่งเดียวกัน ไม่ต้องเก็บโปรแกรมไว้ในแต่ละเครื่อง ให้ซ้าซ้อนกัน นอกจากน้ันยังสามารถ รวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ จัดเก็บเป็นฐานข้อมูล ผู้ใช้สามารถใช้สารสนเทศ จากฐานข้อมูลกลาง ผ่าน ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องเดินทางไปสาเนาข้อมูลด้วย ตนเอง เพราะใช้การเรียกใช้ข้อมูล ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์น่ันเอง เคร่ืองลูก (Client) สามารถเข้ามาใช้ โปรแกรม ข้อมูล ร่วมกันได้จากเครื่องแม่ (Server) หรือระหว่างเครื่องลูกกับเครื่อง ลกู ก็ได้ เป็นการประหยดั เนอ้ื ท่ใี นการจดั เกบ็ โปรแกรม ไมจ่ าเป็นว่าทุกเครือ่ งต้องมโี ปรแกรมเดียวกันน้ี ในเคร่ืองของตนเอง 3. สามารถติดต่อสื่อสารระยะไกลได้ (Telecommunication) การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เป็นเครือข่าย ท้ังประเภทเครือข่าย LAN , MAN และ WAN ทาให้คอมพิวเตอร์ สามารถส่ือสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล ระยะไกลได้โดยใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ทางด้านการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะอย่าง ยิง่ ในระบบเครือขา่ ยอินเทอรเ์ น็ต มีการใหบ้ รกิ ารต่าง ๆ มากมาย เช่น การโอนย้ายไฟลข์ ้อมูล การใช้ จดหมายอเิ ล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail) การสืบค้นขอ้ มูล (Search Engine) เปน็ ตน้ 4. สามารถประยุกต์ใช้ในงานด้านธุรกิจได้ (Business Applicability) องค์กรธุรกิจ มีการ เช่ือมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพ่ือประโยชน์ทางธุรกิจ เช่น เครือข่ายของธุรกิจธนาคาร ธุรกิจการ บิน ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจหลักทรัพย์ สามารถดาเนินธุรกิจ ได้อย่างรวดเร็ว ตอบสนองความพึงพอใจ ให้แกล่ กู คา้ ในปัจจบุ ัน เรมิ่ มกี ารใช้ประโยชนจ์ ากเครอื ขา่ ย Internet เพื่อทา ธุรกิจกนั แล้ว เช่นการสัง่ ซ้ือสินคา้ การจ่ายเงนิ ผา่ นระบบธนาคาร เป็นต้น 5. ความประหยัด นบั เปน็ การลงทุนที่คุ้มค่า อย่างเชน่ ในสานักงานหน่งึ มีเคร่ืองอยู่ 30 เคร่ือง หรอื มากกว่าน้ี ถา้ ไมม่ ีการนาระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอรม์ าใช้ จะเห็นวา่ ตอ้ งใช้เคร่ืองพิมพ์อย่างน้อย 5 - 10 เคร่ืองมาใช้งาน แต่ถ้ามีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มาใช้แล้ว ก็สามารถใช้อุปกรณ์หรือ เคร่ืองพิมพ์ประมาณ 2-3 เคร่ืองก็พอต่อการใช้งานแล้ว เพราะว่าทุกเคร่ืองสามารถเข้าใช้เคร่ืองพิมพ์ เครอ่ื งใดก็ได้ ผ่านเครอื่ งอ่นื ๆ ท่ีในระบบเครอื ขา่ ยเดียวกัน 6. ความเชื่อถือได้ของระบบงาน นับเป็นส่ิงท่ีสาคัญสาหรับการดาเนินธุรกิจ ถ้าทางานได้เร็ว แต่ขาดความน่าเช่ือถือก็ถือว่าใช้ไม่ได้ ไมม่ ปี ระสิทธิภาพ ดังน้ันเม่ือนาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มา ใชง้ าน ทาระบบงานมีประสิทธภิ าพ มคี วามนา่ เชอ่ื ถอื ของข้อมูล เพราะจะมีการทาสารองข้อมูลไว้ เม่ือ เครือ่ งทใ่ี ช้งานเกิดมีปญั หา ก็สามารถนาข้อมลู ทม่ี กี ารสารองมาใช้ได้ อย่างทันที อ้างอิง 9/4/63 https://sites.google.com/site/kuakaycom/rabb-kherux-khay-khxmphiwtexr-computer-network http://computer2know.blogspot.com/2017/07/blog-post.html 2.7 สารสนเทศ สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูล ข้อเท็จจริง ข่าวสาร ความรู้ ที่ได้มีการบันทึก ประมวลหรือ ดาเนนิ การด้วยวิธีใด ๆ ไว้ และสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์และเผยแพร่ทงั้ ส่วนบคุ คลและสงั คม เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง ส่ิงที่มนุษย์พัฒนาข้ึน เพื่อช่วยในการทางานหรือ แก้ปัญหาต่างๆ เข่น อุปกรณ์ เคร่ืองมือ เครื่องจักรวัสดุ หรือแม้กระท่ังสิ่งท่ีจับต้องไม่ได้ เช่น ระบบ หรือกระบวนการต่าง ๆ เพ่ือให้การดารงชวี ิตของมนษุ ยง์ า่ ยและสะดวกยิ่งขน้ึ เอกสารประกอบการเรยี น วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชีพ (3001-2001) หน้า || 26 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดนิ นั ต์ แวบาดะ

หน่วยที่ 2 ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) มาจากคาว่า “เทคโนโลยี” รวมกับคา ว่า “สารสนเทศ” หมายถึง การนาเอาเทคโนโลยีมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสารสนเทศ ทาให้ สารสนเทศมีประโยชน์ และใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศรวมไปถึงการใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่จะรวบรวม จัดเก็บ ใช้งาน ส่งต่อ หรือสื่อสารระหว่างกัน เทคโนโลยี สารสนเทศเก่ียวข้องโดยตรงกับเครื่องมือเคร่ืองใช้ในการจัดการ สารสนเทศ ซึ่งได้แก่ เครื่อง คอมพิวเตอร์ และอปุ กรณ์รอบขา้ ง ขัน้ ตอน วธิ กี ารดาเนินการ ซึ่งเกย่ี วขอ้ งกบั ซอฟต์แวร์ เก่ยี วข้องกับ ตัวข้อมูล เกี่ยวข้องกับบุคลากร เกี่ยวข้องกับกรรมวิธีการดาเนินงานเพ่ือให้ข้อมูลเกิดประโยชน์ สูงสดุ นอกจากนีแ้ ล้วยังรวมไปถงึ โทรทัศน์ วทิ ยุ โทรศพั ท์ โทรสาร หนงั สอื พมิ พ์ นติ ยสารต่าง ๆ ฯลฯ 2.8 บทบาทของระบบสารสนเทศ บทบาทของสารสนเทศ (Role of Information) การนาสารสนเทศไปใช้ 3 ด้าน ดังน้ี (จิต ติมา เทียมบุญประเสริฐ 2544 : 5) ด้านการวางแผน ด้านการตัดสินใจ และ ด้านการดาเนินงาน นอกจากน้ัน สารสนเทศยังมีบทบาท ในเชิงเศรษฐกจิ ดังนี้ (ประภาวดี สืบสนธ์ 2543 : 7-8) 1. ช่วยลดความเส่ียงในการตัดสินใจ (Decision) หรือช่วยช้ีแนวทางในการแก้ไขปัญหา (Problem Solving) 2. ช่วยหรือสนับสนุนการจัดการ (Management) หรือการดาเนินงานขององค์การ ให้มี ประสทิ ธิภาพและเกิด ประสทิ ธผิ ลมากขนึ้ 3. ใช้ทดแทนทรัพยากร (Resources) ทางกายภาพ เช่น กรณีการเรียนทางไกล ผู้เรียนท่ี เรียนนอกห้องเรียน จริง สามารถเรียนรู้เรอื่ งต่าง ๆ เช่นเดียวกับ ห้องเรียนจริง โดยไม่ต้องเดินทางไป เรียนทหี่ อ้ งเรียนน้ัน 4. ใช้ในการกากับ ติดตาม (Monitoring) การปฏิบัติงานและการตัดสินใจ เพ่ือดูความ ก้าวหน้าของงาน 5. สารสนเทศเป็นช่องทางโน้มน้าว หรือชักจูงใจ (Motivation) ในกรณีของการโฆษณาที่ทา ใหผ้ ชู้ ม, ผูฟ้ งั ตัดสินใจ เลอื กสนิ คา้ หรือบรกิ ารนัน้ 6. สารสนเทศเปน็ องคป์ ระกอบสาคัญของการศกึ ษา (Education) สาหรับการเรียนรู้ ผ่านสอ่ื ประเภทต่าง ๆ 7. สารสนเทศเป็นองค์ประกอบสาคัญที่ส่งเสริมวัฒนธรรม และสันทนาการ (Culture & Recreation) ในด้าน ของการเผยแพร่ในรปู แบบตา่ ง ๆ เช่น วีดทิ ัศน์ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ เปน็ ตน้ 8. สารสนเทศเปน็ สินค้าและบริการ (Goods & Services) ทส่ี ามารถซื้อขายได้ 9. สารสนเทศเปน็ ทรัพยากรท่ีต้องลงทนุ (Investment) จึงจะไดผ้ ลผลติ และบริการ เพอ่ื เป็น รากฐานของการ จดั การ และการดาเนนิ งาน 2.9 ระบบสารสนเทศทใี่ ชค้ อมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) ข้อมูล(Data) บุคคล (People) ขบวนการ (Procedure) และการสื่อสารข้อมูล (Telecommunication) ซึ่งถูกกาหนดขึ้นเพื่อทาการรวบรวม จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลให้เป็น สารสนเทศ เอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ การจดั การอาชพี (3001-2001) หน้า || 27 ผ้เู รยี บเรยี ง : นายอดินนั ต์ แวบาดะ

หน่วยที่ 2 ระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ รูปที่ท่ี 29 แสดงส่วนประกอบของระบบสารสนเทศท่ใี ช้คอมพิวเตอร์ ท่ีมา: https://thepeculiarja.wordpress.com/2012/07/07//อธิบายองคป์ ระกอบของระบบ/ 15/10/62 - ฮาร์ดแวร์ คืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่ใช้ในการรวบรวม การนาเข้า การจัดเก็บ การ ประมวลผล ขอ้ มลู ใหเ้ ปน็ สารสนเทศ และแสดงสารสนเทศท่ีเปน็ ผลลัพธอ์ อกมา - ซอฟต์แวร์ คือโปรแกรมหรือชุดคาส่ังที่ใช้ในการปฏิบัติงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ และใช้ในการ ประมวลผลข้อมูลเปน็ สารสนเทศตามท่ตี ้องการ - ข้อมูล หมายถึง ข้อมูลและสารสนเทศที่ถูกเก็บอยู่ในฐานข้อมูล โดยฐานข้อมูล หมายถึง กลุ่มของค่าความจรงิ และสารสนเทศทม่ี ีความเกี่ยวขอ้ งกนั น่ันเอง - บคุ คล หมายถึงผูท้ ่มี สี ว่ นเก่ียวข้องกบั การทางานและปฏบิ ตั งิ านร่วมกับระบบสารสนเทศ - ขบวนการ หมายถึงกลุ่มของคาสั่งหรือกฎที่แนะนาวิธีการปฏิบัติงาน กับคอมพิวเตอร์ใน ระบบสารสนเทศ ซึ่งอาจได้แก่การแนะนาการควบคุมการเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์ วิธีการสารองข้อมลู สารสนเทศในระบบและวธิ จี ัดการกบั ปัญหาท่อี าจเกิดข้ึนได้ - การส่ือสารข้อมูล หมายถึง การส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เพื่อติดต่อส่ือสาร และช่วยให้ องคก์ รสามารถเชื่อมระบบคอมพวิ เตอรเ์ ข้ากับระบบเครือข่าย (Network) ทม่ี ีประสทิ ธภิ าพได้ 2.10 ระบบสารสนเทศเพ่อื การจดั การ MIS : Management Information System ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ( MIS) หมายถึง ระบบที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลจาก แหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์การอย่างมีหลักเกณฑ์ เพ่ือนามาประมวลผลและ จัดรูปแบบใหไ้ ด้สารสนเทศท่ีช่วยสนับสนนุ การทางาน และการตดั สนิ ใจในด้านตา่ ง ๆ ของผบู้ รหิ าร ระบบสารสนเทศเพอื่ การจัดการจะประกอบด้วยหน้าทีห่ ลัก 2 ประการ คือ 1. สามารถเกบ็ รวบรวมข้อมลู จากแหล่งตา่ ง ๆ 2. สามารถทาการประมวลผลขอ้ มลู อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ หนา้ ทหี่ ลกั ของระบบสารสนเทศเพ่อื การจัดการ ระบบสารสนเทศเพ่อื การจัดการ รวบรวมและจดั เกบ็ ขอ้ มลู ประมวลผลข้อมลู และจดั การ รปู ท่ี 30 แสดงแผนผังหนา้ ทห่ี ลกั ของระบบสสาารรสสนนเเททศศ ท่มี า: adinan waebada 15/10/62 เอกสารประกอบการเรยี น วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชพี (3001-2001) หนา้ || 28 ผเู้ รยี บเรยี ง : นายอดนิ นั ต์ แวบาดะ

หน่วยท่ี 2 ระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ ความสาคัญและผลกระทบของระบบสารสนเทศทีม่ ีต่อธุรกิจ 1. ระบบสารสนเทศชว่ ยสรา้ งคณุ คา่ เพ่ิมให้กับการทางาน 2. บคุ ลากรทกุ คนตอ้ งมคี วามรู้เกี่ยวกบั MIS 3. การประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศ เพ่ือตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจและการบรรลุ เป้าหมายขององคก์ รมากขน้ึ การเปลย่ี นแปลงสภาพแวดล้อมในการแข่งขันทางธุรกจิ การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในการแข่งขันทางธุรกจิ มี 2 ประการ คือ 1. การรวมตัวของระบบเศรษฐกิจโลก ก่อให้เกิดกระบวนการโลกาภิวัฒน์ของตลาด ท่ีเกิด การบูรณาการ ของทรพั ยากรทางธุรกิจและการแข่งขนั ท่ัวโลก 2. การปรับปรุงของระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรม มีการปรับให้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อ ตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า ลักษณะและระบบสารสนเทศเพอื่ การจดั การ 1. ระบบสารสนเทศเพ่ือการจัดการในการวางแผน นโยบาย กลยุทธ์ และการตัดสินใจของ ผู้บริหารระดบั สงู ( Top management ) 2. ระบบสารสนเทศเพ่ือการจัดการในส่วนยุทธวิธีการวางแผนการปฏิบัติและการตัดสินใจ ผูบ้ ริหารระดบั กลาง ( Middle management ) 3. ผู้บริหารระดับล่าง ( Bottom management ) จะเป็นผู้ใช้สารสนเทศเพื่อช่วยในการ ปฏบิ ัตงิ าน เชน่ สารสนเทศในการผลติ ของโรงงานอุตสาหกรรม 4. ระบบสารสนเทศท่ีได้จากการประมวลผลในข้ันตอนน้ีพนักงานจะต้องมีการเก็บรวมรวม ขอ้ มูลและปอ้ นขอ้ มลู สูก่ ระบวนการประมวลผลเพื่อให้ไดส้ ารสนเทศออกมานาเสนอต่อผู้บรหิ าร ระบบย่อยสารสนเทศเพือ่ การจัดการ รูปท่ี 31 แสดงแผนผงั ระบบย่อยสารสนเทศเพื่อการจดั การ ทม่ี า: https://pope2536.wordpress.com/2017/03/16/ ระบบสารสนเทศสาหรบั การ/ 1. ระบบประมวลผลรายการ เป็นระบบท่ีเก่ียวข้องกับการดาเนินงานประจาของ องค์กร เช่น การบนั ทึกรายการบญั ชี การบันทกึ ยอดขายต่อวัน การบนั ทึก 2. ระบบการจัดการรายการ ระบบน้ีช่วยในการจัดเตรียมรายการเพ่ือตอบสนองความต้องการ ของผใู้ ช้เปน็ การบันทึกข้อมูลอยา่ งวางในข้นั ตอนระบบประมวลผลรายการ 3. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจทาหน้าท่ีในการอานวยความสะดวกในการจัดรูปแบบข้อมูล การ นาข้อมลู ใช้และรายงานขอ้ มูลเพื่อใช้ประโยชนใ์ นการตัดสนิ ใจของผู้บริหารระดบั ต่าง ๆ 4. ระบบสารสนเทศสานกั งานเป็นระบบสารสนเทศทใี่ ชใ้ นสานักงานโดยอาศยั อุปกรณ์พ้นื ฐานทาง คอมพวิ เตอร์ เชน่ เครอ่ื งคอมพิวเตอร์เครอื่ งสแกนเนอร์ เครือ่ งโทรสาร และโปรแกรมตา่ ง ๆ เอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจดั การอาชพี (3001-2001) หน้า || 29 ผูเ้ รยี บเรยี ง : นายอดินันต์ แวบาดะ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ คณุ สมบตั ิของสารสนเทศเพอ่ื การจัดการ 1. ความสามารถในการจัดการข้อมูล 2. ความปลอดภยั ของขอ้ มูล 3. ความยืดหย่นุ 4. ความพอใจของผูใ้ ช้ บุคลากรที่เกย่ี วข้องกับระบบสารสนเทศเพอื่ การจัดการ ระบบสารสนเทศ ผบู้ รหิ าร ระบบ สาหรับผู้บรหิ าร ระดับสงู สนบั สนนุ การตดั สินใจ ผบู้ รหิ าร ระดับกลาง หัวหนา้ งาน ระบบ ระดบั ต้น ประมวลผล พนกั งานระดบั ข้อมูล ปฏิบัตกิ าร รปู ท่ี 32 แสดงบุคลากรทีเ่ กี่ยวข้องกบั ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ทมี่ า: adinan waebada 15/10/62 1. หัวหน้างานระดบั ตน้ มีหนา้ ที่รบั ผิดชอบในการปฏิบัตงิ านงานแบบวันต่อวัน ได้แก่ หัวหน้า งาน วางแผน และแก้ปญั หาประจาวัน 2. ผู้จัดการระดับกลาง ทาหน้าท่ีควบคุมและประสานงานระหว่างหัวหน้างานระดับปฏิบัติการ และผ้บู ริหารระดบั สงู มกี ารประสานงานทาให้หวั หน้างานระดบั สูง 3. ผู้บริหารระดับสูง เป็นกลุ่มบุคคลท่ีทาการกาหนดวิสัยทัศน์ ทิศทาง และวางนโยบาย และ แผนงานระยะยาวขององค์กรและผลการปฏบิ ตั ิงานขององค์กร มาวิเคราะห์ บุคลากรในหนว่ ยงานสารสนเทศ 1. หัวหนา้ พนกั งานสารสนเทศ ทาหนา้ ทด่ี แู ลเกี่ยวกบั การบริหารระบบสารสนเทศธุรกจิ 2. นกั วเิ คราะห์และออกแบบระบบ ทาหน้าท่วี เิ คราะหแ์ ละออกแบบระบบงาน 3. ผ้เู ขยี นชดุ คาสง่ั ทาหน้าท่ดี ูแล ทาหนา้ ที่เขียนชุดคาสง่ั เพ่อื ควบคมุ และส่ังงาน 3.1 ผเู้ ขยี นชดุ คาส่งั สาหรับระบบ ทาหน้าทป่ี รบั ปรงุ และแก้ไขชุดคาสั่ง 3.2 ผเู้ ขียนคาส่ังสาหรับใชง้ าน ควบคมุ ดูแลและเกบ็ รกั ษาเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับชดุ คาส่งั 4. ผ้คู วบคุมเครอื่ งคอมพวิ เตอร์ ควบคุมการทางานของเคร่อื งคอมพิวเตอร์ 5. ผู้จัดตารางเวลา จัดตารางเวลาการใชค้ อมพวิ เตอร์ 6. พนกั งานจดั เกบ็ และรกั ษา เกบ็ รักษาและจดั ทารายการของอปุ กรณ์ เอกสารประกอบการเรียน วชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชพี (3001-2001) หน้า || 30 ผ้เู รยี บเรยี ง : นายอดนิ ันต์ แวบาดะ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ 7. พนักงานจัดเตรียมข้อมูล ทาหน้าท่ีในการทางานจัดเอกสารเบ้ืองตน้ มาจัดอยใู่ นรปู แบบท่ีเคร่ือง ทาความเขา้ ใจได้ ประโยชนข์ องระบบสารสนเทศเพอื่ การจัดการ 1. ชว่ ยใหผ้ ูใ้ ช้สามารถเข้าถงึ สารสนเทศท่ตี ้องการไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและทนั ต่อเหตุการณ์ 2. ช่วยผู้ใช้งานในการกาหนดเป้าหมายกลยุทธแ์ ละวางแผนปฏิบัตกิ าร 3. ช่วยผ้ใู ชใ้ นการตรวจสอบผลการดาเนนิ งาน 4. ชว่ ยผ้ใู ชใ้ นการศึกษาและวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา 5. ช่วยใหผ้ ้ใู ช้สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรืออุปสรรคท่ีเกิดข้ึนเพ่อื หาวิธีควบคุม 6. ชว่ ยลดการใช้จา่ ย อา้ งองิ ทม่ี า : http://naparad.blogspot.com/ 8/9/64 2.11 การประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน ได้มีการนามาใช้ในหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งในด้านการศึกษา ด้านธุรกิจอุตสาหกรรม ด้านการแพทย์ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพ่ือ อานวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ การทางาน การศึกษาหาความรู้ ทาให้คุณภาพชีวิตของคน ในสังคมปัจจุบันดีขึ้น นอกจากนี้หน่วยงานราชการต่าง ๆ ก็นาเทคโนโลยีสารสนเทศและ ระบบ คอมพิวเตอร์ เข้ามาอานวยความสะดวกให้กับประชาชน ในการติดต่อประสานงานกับทางราชการ และในธุรกิจเอกชนทางด้านการโรงแรม และการท่องเที่ยว ก็ให้บริการข้อมูลข่าวสาร และบริการ ลกู ค้าผ่านทางระบบอนิ เทอรเ์ นต็ ทาไดอ้ ยา่ งสะดวกรวดเร็วทันเหตุการณ์ ประยกุ ต์ใช้ในงานดา้ นการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศที่นามาใช้สาหรับการเรียนการสอน เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ หลายอย่าง สอนด้วยสื่ออุปกรณ์ที่ทันสมัย ห้องเรียนสมัยใหม่ มีอุปกรณ์วิดีโอโปรเจคเตอร์ (Video Projector) มีเคร่ืองคอมพิวเตอร์ มีระบบการอ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบต่าง ๆ รูปแบบของสื่อท่ี นามาใช้ในด้านการเรียนการสอน ก็มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการนามาใช้ เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน อิเล็กทรอนิกส์บุ๊คส์ วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ ระบบวิดีโอออนดีมานด์ การ สบื ค้นข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และระบบอินเทอรเ์ นต็ เป็นตน้ – คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นการนาเอาเทคโนโลยี รวมกับการออกแบบโปรแกรมการสอน มาใช้ช่วยสอน ซ่ึงเรียกกันโดยท่ัวไปว่าบทเรียน CAI ( Computer – Assisted Instruction ) การจัด โปรแกรมการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ในปัจจุบันมักอยู่ในรูปของสื่อประสม (Multimedia) ซึ่งหมายถึงนาเสนอได้ทั้งภาพ ข้อความ เสียง ภาพเคล่ือนไหว ฯลฯ โปรแกรมช่วยสอนน้ีเหมาะกับ การศึกษาด้วยตนเอง และเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนสามารถโต้ตอบ กับบทเรยี นได้ตลอด จนมผี ลปอ้ นกลับ เพือ่ ใหผ้ ู้เรียนรู้ บทเรียนไดอ้ ย่างถูกต้อง และเข้าใจในเน้ือหาวชิ าของบทเรยี นนน้ั ๆ – การเรียนการสอนโดยใช้เว็บเป็นหลัก เป็นการจัดการเรียน ที่มีสภาพการเรียนต่างไปจาก รูปแบบเดิม การเรียนการสอนแบบนี้ อาศัยศักยภาพและความสามารถของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซ่ึง เป็นการนาเอาส่ือการเรียนการสอน ที่เป็นเทคโนโลยี มาช่วยสนับสนุนการเรียนการสอน ให้เกิดการ เรียนรู้ การสืบค้นข้อมูล และเช่ือมโยงเครือข่าย ทาให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกสถานท่ีและทุกเวลา การจัดการเรียนการสอนลักษณะน้ี มีชื่อเรียกหลายช่ือ ได้แก่ การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web- เอกสารประกอบการเรียน วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชีพ (3001-2001) หนา้ || 31 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดินนั ต์ แวบาดะ

หนว่ ยท่ี 2 ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ based Instruction) การฝึกอบรมผ่านเว็บ (Web-based Trainning) การเรียนการสอนผ่านเวิล์ด ไวด์เวบ็ (www-based Instruction) การสอนผา่ นสื่อทางอิเล็กทรอนกิ ส์ (e-learning) เปน็ ตน้ – อิเล็กทรอนิกส์บุ๊คส์ คือการเก็บข้อมูลจานวนมากด้วยซีดีรอม หน่ึงแผ่นสามารถเก็บข้อมูล ตัวอักษรได้มากถึง 600 ล้านตัวอักษร ดังนั้นซีดีรอมหน่ึงแผ่นสามารถเก็บข้อมูลหนังสือ หรือเอกสาร ได้มากกว่าหนังสือหนึ่งเล่ม และที่สาคัญคือการใช้กับคอมพิวเตอร์ ทาให้สามารถเรียกค้นหาข้อมูล ภายในซีดีรอม ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้ดัชนี สืบค้นหรือสารบัญเรื่อง ซีดีรอมจึงเป็นสื่อท่ีมีบทบาทต่อ การศกึ ษาอย่างยิ่ง เพราะในอนาคตหนังสือต่าง ๆ จะจัดเก็บอยู่ในรปู ซดี ีรอม และเรียกอา่ นด้วยเครื่อง คอมพิวเตอร์ ท่เี รยี กว่าอเิ ล็กทรอนิกสบ์ ุ๊คส์ ซีดรี อมมขี อ้ ดีคือสามารถจดั เกบ็ ขอ้ มลู ในรูปของมลั ติมีเดีย และเม่ือนาซีดีรอมหลายแผ่นใส่ไว้ในเครื่องอ่านชุดเดียวกัน ทาให้ซีดีรอมสามารถขยายการเก็บข้อมูล จานวนมากยิ่งขนึ้ ได้ – วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ หมายถึงการประชุมทางจอภาพ โดยใช้เทคโนโลยีการส่ือสารที่ ทนั สมัย เป็นการประชมุ รว่ มกนั ระหว่างบคุ คล หรอื คณะบุคคลทีอ่ ย่ตู ่างสถานท่ี และห่างไกลกนั โดยใช้ สื่อทางด้านมัลติมีเดีย ท่ีให้ทั้งภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง เสียง และข้อมูลตัวอักษร ในการประชุมเวลา เดียวกัน และเป็นการส่ือสาร 2 ทาง จึงทาให้ ดูเหมือนว่าได้เข้าร่วมประชุมร่วมกันตามปกติ ด้าน การศึกษาวิดีโอเทคเลคอนเฟอเรนซ์ ทาให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ผ่านทาง จอภาพ โทรทัศน์และเสียง นักเรียนในห้องเรียน ท่ีอยู่ห่างไกลสามารถเห็นภาพและเสียง ของผู้สอน สามารถเหน็ อากบั กิริยาของ ผ้สู อน เหน็ การเคลือ่ นไหวและสหี น้าของผูส้ อนในขณะเรยี น คุณภาพของ ภาพและเสียง ขึ้นอยู่กับความเร็วของช่องทางการสื่อสาร ท่ีใช้เช่ือมต่อระหว่างสองฝ่ังที่มีการประชุม กัน ได้แก่ จอโทรทัศน์หรือจอคอมพิวเตอร์ ลาโพง ไมโครโฟน กล้อง อุปกรณ์เข้ารหัสและถอดรหัส ผา่ นเครอื ขา่ ยการสอ่ื สารความเร็วสูงแบบไอเอสดีเอ็น (ISDN) – ระบบวิดีโอออนดีมานด์ (Video on Demand) เป็นระบบใหม่ที่กาลังได้รับความนิยม นามาใช้ ในหลายประเทศเช่น ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา โดยอาศัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ทาให้ผู้ชมตามบ้านเรือนต่าง ๆ สามารถเลือกรายการวีดีทัศน์ ที่ตนเองต้องการชมได้โดยเลือกตาม รายการ (Menu) และเลือกชมได้ตลอดเวลา วิดโี อออนดีมานด์ เป็นระบบทม่ี ีศูนย์กลาง การเกบ็ ขอ้ มูล วีดีทัศน์ไว้จานวนมาก โดยจัดเก็บในรูปแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ (Video Server) เม่ือผู้ใช้ต้องการเลือก ชมรายการใด ก็เลือกได้จากฐานข้อมูลท่ีต้องการ ระบบวิดีโอ ออนดีมานด์จึงเป็นระบบท่ีจะนามาใช้ ในเร่ืองการเรียนการสอนทางไกลได้ โดยไม่มีข้อจากัดด้านเวลา ผู้เรียนสามารถเลือกเรียน ในสิ่งที่ ตนเองต้องการเรียนหรอื สนใจได้ – การสบื คน้ ข้อมูล (Search Engine) ปจั จบุ ันได้มีการกลา่ วถึงระบบการสืบค้นข้อมูลกันมาก แม้แต่ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ก็มีการประยุกต์ใช้ไฮเปอร์เท็กซ์ในการสืบค้นข้อมูล จนมีโปรโตคอล ชนิดพิเศษที่ใช้กัน คือ World Wide Web หรือเรียกว่า www. โดยผู้ใช้สามารถเรียกใช้โปรโตคอล http เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบไฮเปอร์เท็กซ์ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ไฮเปอร์เท็กซ์มีลักษณะ เปน็ แบบมลั ตมิ เี ดีย เพราะสามารถสร้างเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ทเ่ี กบ็ ไดท้ ัง้ ภาพ เสยี ง และตัวอักษร มีระบบการเรียกค้นที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้โครงสร้างดัชนีแบบลาดับชัน้ ภูมิ โดยท่ัวไป ไฮเปอร์เท็กซ์ จะเป็นฐานขอ้ มูลท่ีมีดัชนสี บื คน้ แบบเดินหนา้ ถอยหลัง และบนั ทึกร่องรอยของการสืบคน้ ไว้ โปรแกรม ท่ีใช้ในการสร้างไฮเปอร์เท็กซ์มีเป็นจานวนมาก ส่วนโปรแกรมที่มีช่ือเสียงได้แก่ HTML Compossor FrontPage Marcromedia DreamWeaver เป็นต้น ปัจจุบันเราใช้วิธีการสืบค้นข้อมูล เพ่ือนาข้อมูล ที่ได้ไปใช้ประกอบในการทาเอกสารรายงานตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งสะดวกและรวดเร็ว เอกสารประกอบการเรยี น วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ การจดั การอาชีพ (3001-2001) หนา้ || 32 ผเู้ รยี บเรยี ง : นายอดนิ นั ต์ แวบาดะ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ – อินเทอร์เน็ต คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซ่ึงประกอบด้วยเครือข่ายย่อย และเครือข่ายใหญ่ สลับซับซ้อนมากมาย เช่ือมต่อกันมากกว่า 300 ล้านเคร่ืองในปัจจุบัน โดยใช้ในการติดต่อสื่อสาร ข้อความรูปภาพ เสียงและอื่น ๆ โดยผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ท่ีมีผู้ใช้งานกระจายกันอยู่ ทว่ั โลก ปจั จุบันได้มกี ารนาระบบอนิ เทอร์เนต็ เข้ามาใชใ้ นวงการศกึ ษากนั ท่ัวโลก ซึ่งมปี ระโยชน์ในด้าน การเรยี นการสอนเปน็ อยา่ งมาก ประยกุ ต์ใชใ้ นงานทะเบียนของสถานศกึ ษา – งานรับมอบตัว ทาหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานที่นักศึกษานามารายงานตัว จากนั้นก็จัดเก็บ ประวตั ภิ มู ิหลังนกั ศกึ ษา เช่น ภูมลิ าเนา บิดามารดา ประวัตกิ ารศึกษา ทุนการศกึ ษา ไวใ้ นแฟ้มเอกสาร ข้อมลู ประวตั ินักศึกษา – งานทะเบียนเรียนรายวิชา ทาหน้าท่ีจัดรายวิชาที่ต้องเรียนให้กับนักศึกษา ในแต่ละภาค เรยี นทุกชั้นปี ตามแผนการเรียนของแตล่ ะแผนก แล้วจัดเกบ็ ไวใ้ นแฟ้มข้อมูลผลการเรียน – งานประมวลผลการเรียน ทาหน้าที่นาผลการเรียนจากอาจารย์ผู้สอนมาประมวลในแต่ละ ภาคเรียน จากน้ันก็จัดเก็บไว้ในแฟ้มเอกสารข้อมูลผลการเรียน และแจ้งผลการเรียนให้ผู้ท่ีเกี่ยวข้อง ทราบ – งานตรวจสอบผู้จบการศึกษา ทาหน้าท่ีตรวจสอบรายวิชา และผลการเรียน ท่ีนักศึกษา เรียนต้ังแต่เร่ิมต้น จนกระท่ังจบหลักสูตร จากแฟ้มเอกสาร ข้อมูลผลการเรียน ว่าผ่านเกณฑ์การจบ หรือไม่ – งานส่งนักศึกษาฝึกงาน ทาหน้าที่หาข้อมูลจากสถานท่ีฝึกงาน ในแต่ละแห่งว่าสามารถ รองรับจานวน นักศึกษาทีจ่ ะฝึกงานในรายวชิ าต่าง ๆ ไดเ้ ปน็ จานวนเทา่ ใด จากนน้ั กจ็ ดั นักศึกษา ออก ฝกึ งานตามรายวิชา ใหส้ อดคล้องกับจานวนทีส่ ถานประกอบการตอ้ งการ ประยกุ ต์ใชใ้ นห้างสรรพสนิ ค้าและสาขาย่อย เนื่องจากห้างสรรพสินค้า เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ มีอยู่หลายสาขาท่ีจัดจาหน่ายอยู่ ทั่วประเทศ มีซัพพลายเออร์กว่าพันราย และมีพนักงานอยู่หลายพันคน ดังนั้นข้อมูลท่ีเกี่ยวข้อง และ การตัดสินใจต้องทาอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ ดังน้ันการท่ีต้องใช้เทคโนโลยีจึงเป็นส่ิงที่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ การใช้เคร่ืองคอมพิวเตอร์และเครื่องอ่านบาร์โค้ดจึงมีความจาเป็นฝ่ายเทคโนโลยี สารสนเทศจะเปน็ ฝ่ายสนับสนุน สงิ่ สาคญั ทส่ี ุดคือ เราตอ้ งใหค้ วามมัน่ ใจได้วา่ ระบบจะตอ้ งทางานได้ ไม่มีปัญหาขัดข้อง ปัจจุบันระบบการเชื่อมต่อห้างสรรพสินค้าจะเป็นแบบสอง ลักษณะคือใน ต่างจังหวัดจะใช้การเช่ือมต่อผ่านดาวเทียม ในกรุงเทพจะใช้การเชื่อมต่อแบบออนไลน์ ซ่ึงจะมีการ รับส่งข้อมูลกันทุกวัน ในส่วนของไอที นอกจากจะต้องทาให้ระบบ สามารถทางานได้ตลอดเวลาแล้ว ยังต้องมั่นใจด้วยว่าข้อมูลที่รับส่งกันน้ันมีความถูกต้อง ซึ่งในแต่ละวันมีข้อมูลมาก ที่จะต้องผ่านการ ประมวลผลให้แก่ผู้บริหารเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลยอดขายข้อมูลสต็อกและ ข้อมูลตา่ ง ๆ ท่ี ผู้บรหิ ารต้องการ ประยุกต์ใชใ้ นงานสาธารณสุขและการแพทย์ เทคโนโลยีสารสนเทศได้รับการนามาใช้ในการพัฒนา ด้านสาธารณสุขอย่างกว้างขวาง และ ทาให้งานด้าน สาธารณสุขเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ปรับระบบการ บรหิ ารงาน และนาเทคโนโลยี สารสนเทศมาใชใ้ นงานตา่ ง ๆ ดงั นี้ – ด้านการลงทะเบยี นผปู้ ่วย ต้ังแตเ่ ริม่ ทาบตั ร จา่ ยยา เกบ็ เงิน เอกสารประกอบการเรยี น วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชีพ (3001-2001) หนา้ || 33 ผเู้ รยี บเรยี ง : นายอดินันต์ แวบาดะ

หน่วยที่ 2 ระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ – การสนับสนุนการรักษาพยาบาล โดยการเช่ือมโยงระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล ตา่ ง ๆ เขา้ ด้วยกนั สามารถสร้างเครือขา่ ยขอ้ มูลทางการแพทย์ แลกเปล่ียนขอ้ มลู ของผู้ป่วย – สามารถให้คาปรึกษาทางไกล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชานาญ เทคโนโลยีสารสนเทศ จะช่วยให้ แพทย์สามารถเห็นหน้า หรือท่าทางของผู้ป่วยได้ ช่วยให้ส่งข้อมูลที่เป็นเอกสาร หรือภาพเพื่อ ประกอบการพิจารณาของแพทย์ได้ – เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยในการ ให้ความรู้แก่ประชาชนของแพทย์ หรือหน่วยงาน สาธารณสุขต่าง ๆ เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ได้ผลข้ึน โดยสามารถใช้สื่อต่าง ๆ เช่นภาพน่ิง ภาพเคลื่อนไหวมเี สียงและอน่ื ๆ เป็นต้น – เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยให้ผู้บริหารสามารถกาหนดนโยบาย และติดตามกากับการ ดาเนินงานตามนโยบายได้ดีย่ิงขึ้น โดยอาศัยข้อมูลท่ีถูกต้องฉับไว และข้อมูลท่ีจาเป็น ทั้งนี้อาจใช้ คอมพิวเตอร์เป็นตัวเกบ็ ขอ้ มลู ตา่ งๆ ทาใหก้ ารบรหิ ารเปน็ ไปไดด้ ้วยความรวดเร็ว ถูกต้องมากยง่ิ ขึน้ – ในด้านการให้ความรู้หรือการเรียน การสอนทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะ ดาวเทยี ม จะชว่ ยให้การเรียนการสอนทางไกล ทางดา้ นการแพทย์และสาธารณะสุข เป็นไปได้มากข้ึน ประชาชนสามารถเรียนรพู้ รอ้ มกันได้ท่วั ประเทศและ ยังสามารถโตต้ อบหรือถามคาถามไดด้ ้วย ประยกุ ต์ใช้ในงานดา้ นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มนกั วิทยาสตร์ วศิ วกรทต่ี ้องการศึกษาพฤติกรรมบางอย่างของส่งิ มชี วี ิต รวมถงึ ส่ิงแวดลอ้ ม ต่าง ๆ เช่นศึกษาการกระจายถิ่นที่อยู่ของนก การกระจายของแบคทีเรีย การสร้างอาณาจักรของมด ผ้ึง ชีวิตความเป็นอยูข่ องสตั ว์ปา่ ต่าง ๆ การพึง่ พาอาศยั ซ่ึงกันและกนั ตลอดจนระบบนิเวศวิทยา ความ สนใจในการจาลองความเปน็ อยู่ของ สิง่ มีชวี ิตได้มีมานานแล้ว เริ่มตง้ั แตค่ ร้ัง จอห์น พอยเมน ผเู้ ป็นนกั คณิตศาสตร์ เสนอแนวคิดการทาให้เคร่ืองจักรทางานโดยอัตโนมัติภายใต้โปรแกรม ซ่ึงเป็นรากฐาน ของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ จนถึงปจั จุบนั เกมแหง่ ชีวติ จึงเกิดข้นึ ประยกุ ต์ใชใ้ นงานดา้ นการส่ือสารและโทรคมนาคม เทคโนโลยีของการส่ือสารและโทรคมนาคมในปัจจุบันก้าวไกลไปมาก มีบริการมากมายที่ ทนั สมยั และตอบรับกับการนามาประยุกตใ์ ช้ในการดาเนนิ ธุรกิจ ตวั อยา่ งการใชโ้ ทรศัพทใ์ นปัจจุบันน้ีก็ มิได้มีไว้เพียงสาหรับคุยสนทนาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มันสามารถชว่ ยงานได้มากข้ึน โดยอ้างอิง ข้อมูลและการเปิดให้บริการของบริษัท มีติดต่อสื่อสารผ่านดาวเทียมทั้งภาพและเสียง มี โทรศัพท์มือถือรุ่นต่าง ๆ ออกมามากมาย พัฒนาทั้งหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน เช่นเทเลคอม เอเชีย คอร์ปอร์เรชั่น จากัด (มหาชน) ซ่ึงเป็นผู้วางแผนการก่อสร้าง และติดต้ังขยายบริการโทรศัพท์ พื้นฐาน 2.6 ล้านเลขหมาย ครอบคลุมพ้ืนที่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล รวมถึงการซ่อมบารุงรักษา เปน็ ระยะเวลา 25 ปี และเปน็ หนึง่ ในผู้ใหบ้ รกิ ารในปัจจบุ ัน ประยุกตใ์ ชใ้ นงานด้านการออกแบบผลิตภณั ฑ์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านการออกแบบ ได้มีการนาคอมพิวเตอร์มาช่วยใน การออกแบบ ( CAD : Computer Aided Design) ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบสินค้า และสามารถ ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยควบคุมกระบวนการผลิต ( CAM : Computer Aided Menufacturing ) เช่น ควบคุมอุณหภมู ิ ควบคมุ คณุ ภาพของผลติ ภัณฑ์ ลดแรงงาน โดยใช้คอมพวิ เตอรค์ วบคมุ หุ่นยนต์ทางาน เอกสารประกอบการเรียน วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชพี (3001-2001) หนา้ || 34 ผูเ้ รยี บเรยี ง : นายอดินนั ต์ แวบาดะ

หน่วยท่ี 2 ระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ ประยุกตใ์ ชใ้ นสานกั งานภาครัฐและเอกชน ปัจจุบันได้มีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ มากมาย เช่น การทาบัตรประจาตัวประชาชน การเกิด การตาย การเสียภาษีอากร การทาใบอนุญาต ขบั รถยนต์ การจ่ายคา่ สาธารณูปโภคตา่ ง ๆ การประมวลผลคะแนนเลือกตั้ง ฯลฯ เปน็ ต้น งานเหล่านี้ ได้มีการนาระบบสานักงานอัตโนมัติเข้ามาใช้ เพ่ือทาให้ได้ข้อมูลข่าวสารท่ีรวดเร็ว และยังตอบสนอง กบั การบรหิ ารยคุ ใหม่ทต่ี ้องใช้ข้อมูลเปน็ หลักในการบริหารจัดการ สรุปโดยรวมคือ ได้มีการนาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในหน่วยงาน ต่างๆ เกือบทุกวงการ ท้ังภาครัฐและเอกชนไม่ว่าจะอยู่ในรปู ของบุคคลหรอื องค์กรใด ๆ ก็ตาม ฉะนั้น จึงจาเป็นอย่างย่ิงที่จะต้องมีการศึกษาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ในหน่วยงานด้านการศึกษาก็มี ความต่ืนตัวและเปดิ ทาการเรียนการสอนในหลักสูตรดังกล่าว ท้ังในระดบั อาชวี ศึกษา และอุดมศึกษา และเป็นสาขาวิชาทมี่ ีนกั ศึกษา ใหค้ วามสนใจกนั มาก เนอ่ื งจากยงั มตี ลาดแรงงานรองรับในองคก์ รมาก ขึ้น อา้ งองิ http://forum.datatan.net/index.php/topic,126.msg126.html เอกสารประกอบการเรยี น วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพอื่ การจดั การอาชพี (3001-2001) หนา้ || 35 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดินันต์ แวบาดะ

หน่วยที่ 2 ระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ แบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 2 เรื่อง ระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ คาชแี้ จง : ให้นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั ตอ่ ไปนีด้ ว้ ยตนเอง ดว้ ยความซื่อสัตย์ 1. ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ หมายถึงอะไร ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ 2. ประเภทของระบบเครอื ข่ายมีอะไรบ้าง ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ 3. รปู แบบของการเชอ่ื มต่อระบบเครือข่ายมอี ะไรบ้าง ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ 4. อปุ กรณ์ในระบบเครือข่ายมอี ะไรบ้าง ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ 5. ระบบสารสนเทศ หมายถงึ อะไร ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ 6. บอกบทบาทของระบบสารสนเทศ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ 7. องค์ประกอบของเทคโนโลยสี ารสนเทศมีอะไรบ้าง ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ เอกสารประกอบการเรยี น วชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชีพ (3001-2001) หนา้ || 36 ผเู้ รยี บเรยี ง : นายอดินันต์ แวบาดะ

หน่วยท่ี 2 ระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ 8. บอกระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพวิ เตอรม์ ีอะไรบ้าง ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ 9. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการมีอะไรบ้าง ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ 10. การประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศมีอะไรบ้าง ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ เอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชพี (3001-2001) หน้า || 37 ผเู้ รยี บเรยี ง : นายอดินนั ต์ แวบาดะ

หน่วยท่ี 2 ระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ใบปฏบิ ัติงานท่ี 2 เรือ่ ง ระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ สมรรถนะย่อย 1. ใช้เครื่องมือในการทาสายเชอื่ มต่อสายสญั ญาณเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ 2. เช่อื มต่อกับอปุ กรณใ์ นระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ เครือ่ งมอื วดั และวัสดอุ ุปกรณ์ 1. คีมยา้ สาย 2. สายค่ตู ีเกลยี วแบบไม่มีฉนวน 3. หวั RJ-45 4. คมู่ อื หรือ VDO เร่ืองการเช่ือมต่อสายสัญญาณ 5. อปุ กรณ์ Hub 6. อปุ กรณ์เชค็ สายสญั ญาณ ลาดับข้ันตอนการปฏบิ ตั ิ 1. ศกึ ษาและจาโคด้ สขี องการเชอ่ื มต่อสายสญั ญาณจากวดี โี อหรืออนิ เตอร์เน็ตหรือคมู่ อื 2. วัดขนาดความยาวตามต้องการของสายสัญญาณชนดิ คูต่ ีเกลยี วแบบไม่มีฉนวน 3. นาสาย UTP มาปอกฉนวนหุ้มที่ปลายสายทั้งสองด้านยาวประมาณ 3 ซ.ม. เม่ือปอกแล้ว จะพบเหน็ สายอยู่ 4 คู่ บิดเป็นเกลียวแยกสีไว้ชัดเจนดงั ภาพ 4. คลายเกลียวที่สายออก แลว้ เรยี งสายตามสที ่กี าหนด แบ่งการเชอื่ มตอ่ สายสัญญาณได้ 2 วิธี 4.1 การเชื่อมต่อสายแบบตรงหรือสายสญั ญาณที่เชือ่ มต่อจากคอมพิวเตอร์เข้า Hub หรือ Switch การเชอ่ื มต่อแบบนจ้ี ะมีการเรียงสีเพอื่ เขา้ ขัว้ RJ-45 เหมือนกันทง้ั สองด้าน เอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชพี (3001-2001) หนา้ || 38 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดินันต์ แวบาดะ

หน่วยที่ 2 ระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ รูปแสดง การเรียงโค้ดสีของสาย UTP ชนดิ แบบตรงหรือเหมอื นกนั ท้ัง2ด้าน ความเรว็ 100 Mbps 4.2 การเช่ือมต่อสายสัญญาณแบบไขว้สาย เรียกว่า สายคอสโอเวอร์ ( Crossover ) ใน กรณนี ี้ใชเ้ ช่อื มตอ่ คอมพิวเตอรส์ องตัวเขา้ ดว้ ยกนั รปู แสดง โคด้ เรยี งสีการไขว้สาย UTP ชนิดทีเ่ ช่ือมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์สองตัว รปู แสดง การเรียงสขี องสาย UTP 3. เม่อื เรยี งสายตามสีในข้ันตอนที่ 2 แลว้ ตัดสายใหเ้ หลอื ประมาณ 1.5 ซ.ม. รูปแสดง การตัดสาย UTP ตามขนาดทีต่ ้องการเสียบในข้วั ต่อ RJ-45 เอกสารประกอบการเรียน วชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจดั การอาชีพ (3001-2001) หน้า || 39 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดนิ ันต์ แวบาดะ

หนว่ ยท่ี 2 ระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ 4. เสยี บสาย UTP ทต่ี ัดและเรียงสีไว้แลว้ เข้าไปในขว้ั ต่อ RJ-45 โดยใหห้ มายเลขสายท่ีเรา กาหนดไวต้ ามขัน้ ตอนที่ 2 ตรงกบั หมายเลขขว้ั RJ-45 รูปแสดง การเสยี บสาย UTP ในขว้ั ตอ่ RJ-45 5. เสียบข้ัว RJ-45 เข้าไปในร่องคีม ดันสาย UTP ให้สนิทอีกครั้ง แล้วใช้มือบีบด้ามคีมให้ แน่น โลหะทองเหลืองของขั้ว RJ-45 จะเข้าไปสัมผัสกับสายทองแดง ข้อควรระวัง การดึงหัว RJ-45 ออกจากคีมให้ใชม้ อื บีบหางพลาสตกิ สาหรับล็อคก่อน รูปแสดง การใช้คีมย้าสาย UTP เข้ากับข้ัวตอ่ RJ-45 6. ได้สายแลนตามรปู รูปแสดง สาย UTP เสียบในขั้วตอ่ RJ-45 เอสารอ้างอิง https://sites.google.com/site/nanopraphaphon/withi-kar-laea-khan-txn-kar- khea-haw-say-rj-45 8/4/62 เอกสารประกอบการเรียน วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชีพ (3001-2001) หน้า || 40 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดินันต์ แวบาดะ

หนว่ ยท่ี 2 ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ บนั ทึกผลการปฏบิ ัติ ผลการทดลองปฏิบตั ิ หมายเหตุ (6 คะแนน) การทาสายเช่ือมตอ่ สัญญาณ ที่ รายการประเมิน (4 คะแนน) 1 ความถกู ตอ้ ง - การเรยี งโคด้ สี - การตอบคาถาม 2 ความสวยงาม - การจัดเรยี งสายเปน็ ระเบยี บ - การความพอดีของการตดั สาย รวม บนั ทึกผลการวเิ คราะห์ ใช้ได้ เพราะมีความถูกต้อง มีความต้งั ใจ มีความกระตือรอื ร้น มคี วามรับผดิ ชอบ ใช้ไมไ่ ด้ เพราะยังไมถ่ กู ต้อง ยังไม่เรียบร้อย ขาดความรบั ผิดชอบ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................... เอกสารประกอบการเรยี น วชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชพี (3001-2001) หนา้ || 41 ผ้เู รยี บเรยี ง : นายอดนิ นั ต์ แวบาดะ

หนว่ ยท่ี 2 ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ใบประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน ใบปฏบิ ตั ิงานที.่ ................................. ชอื่ ผ้เู รียน............................................................. เลขท่.ี ...................... ระดับชนั้ ........................................... สาขางาน.................................. ประเมนิ กจิ กรรม ระดบั คะแนนที่ได้ 32 1 ความรู้-ทกั ษะ 1. การเตรียมเครื่องมือ วัสดแุ ละอุปกรณ์ 2. ความถกู ต้องในการใช้เครื่องมอื ต่างๆ 3. ปฏิบตั ิงานตามขัน้ ตอนที่มอบหมาย 4. ความปลอดภยั ในการปฏิบัติงาน 5. ความถูกต้องของการปฏิบัติงาน คณุ ธรรม- 6. การตรงต่อเวลา จริยธรรม 7. การแต่งกาย 8. ความสามคั คี 9. การมีสมั มาคารวะ 10. การทาความสะอาดพืน้ ท่ีปฏิบัติงานและการเกบ็ รกั ษาเคร่ืองมือ วัสดุ อุปกรณ์ รวม รวมท้ังส้นิ เกณฑ์การประเมินผลงาน ความหมายของระดับคะแนน 3 = ปฏิบัตอิ ย่างสมา่ เสมอ โดยไม่ต้องมีการชี้นาหรอื ตักเตือน 2 = ปฏบิ ตั ิบา้ งในบางครั้งจากการเชญิ ชวนหรือช้ีนา 1 = ต้องสัง่ บงั คบั ว่ากล่าวหรอื ตักเตือน จึงจะปฏบิ ัติหรือมกั จะปฏิบตั ิในทางทีผ่ ดิ เสมอ เกณฑ์การประเมิน 26-30 คะแนน = ดีมาก 21-25 คะแนน = ดี 16-20 คะแนน = พอใช้ 0-15 คะแนน = ควรปรบั ปรุง ลงชอ่ื ...........................................ผู้ประเมนิ วันท่ี......................................................... เอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชพี (3001-2001) หนา้ || 42 ผ้เู รยี บเรยี ง : นายอดนิ ันต์ แวบาดะ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ แบบทดสอบความรหู้ ลังเรยี น คาแนะนา 1) จงทาเครื่องหมายกากบาท (×) ทับหวั ขอ้ ท่ีถูกท่ีสุดเพียงข้อเดยี ว ลงใน กระดาษคาตอบท่ีแจกให้ 2) ข้อสอบจานวน 10 ข้อ ใชเ้ วลาสอบ 10 นาที 1. อยา่ งไรทีเ่ รียกวา่ การสือ่ สารข้อมูล ก. นายดาโทรศพั ท์ไปหานายขาวเพอื่ ถามเร่ืองการบา้ น ข. นายแดงถือคอมพวิ เตอรโ์ น้ตบุ๊กไปใหน้ ายดาทบ่ี า้ น ค. นางสาวสมศรีส่งสญั ญาณให้เจ้าตูบมาทานข้าว ง. นายปิยะเตะส่งบอลให้นายประตู 2. รูปแบบการเชือ่ มโยงโครงขา่ ย เรียกว่าอะไร ก. เทคโนโลยี ข. อิเล็คทรอนิคส์ ค. โทโปโลยี ง. ไคลเอนต์ 3. รปู แบบการเชอื่ มโยงเครือข่ายท่ีนยิ มใช้กันมากทส่ี ดุ คือแบบใด ก. แบบบสั ข. แบบดาว ค. แบบวงแหวน ง. แบบตาขา่ ย 4. การ์ดเครือข่ายทาหน้าท่ีอย่างไร ก. ส่งสัญญาณ ข. รับสัญญาณ ค. แปลงสญั ญาณ ง. รับและสง่ สัญญาณ 5. เครื่องคอมพวิ เตอรท์ ที่ าหนา้ ท่ีให้บรกิ ารคืออะไร ก. เครอ่ื ง Server ข. เครอ่ื งโฮสต์ ค. เคร่อื งเครือข่าย ง. เครื่องเครื่องไคลเอนต์ 6. ข้อใดไม่ใช่การบรกิ าร ในระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ ก. จดหมายอเิ ล็คทรอนิคส์ ข. การสนทนา ค. การแบง่ ปันขอ้ มลู ง. การส่งสินคา้ เอกสารประกอบการเรยี น วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการจดั การอาชีพ (3001-2001) หนา้ || 43 ผเู้ รยี บเรยี ง : นายอดนิ นั ต์ แวบาดะ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ 7. สายสญั ญาณตเี กลยี วคู่(UTP)มกี ่เี สน้ ก. 5 เสน้ ข. 6 เส้น ค. 7 เสน้ ง. 8 เสน้ 8. ข้อใดเป็นความหมายของ ไคลเอนต์ (Client) ก. ทาหน้าท่เี กบ็ จดหมายอิเล็กทรอนกิ ส์ ข. เกบ็ ช่อื โดเมน ค. ใหบ้ รกิ ารเคร่ืองพิมพ์ ง. เครือ่ งที่มกี ารเรียกใชข้ ้อมูลจากเว็บเซิร์ฟเวอร์ 9. ข้อใดไม่ใช่ประโยชนข์ องเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ ก. เพื่อใชท้ รัพยากรรว่ มกนั ข. เพอ่ื ให้ผใู้ ชส้ ามารถติดต่อส่ือสารกัน ค. เพื่อความสะดวกและรวดเรว็ ในการค้นหาข้อมลู จากหน่วยงานภายนอก ง. เพือ่ ใช้ข้อมลู หรือแลกเปล่ียนข้อมลู 10. อปุ กรณส์ ง่ สัญญาณแบบไรส้ ายในระบบเครือข่ายมีช่ือเรียกวา่ อะไร ก. ฮับ (Hub) ข. เราท์เตอร์ (Router) ค. ไวเลสแลน (Wireless Lan) ง. ดิจิตอล (Digital) เอกสารประกอบการเรียน วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชีพ (3001-2001) หน้า || 44 ผู้เรยี บเรยี ง : นายอดินนั ต์ แวบาดะ

หนว่ ยที่ 2 ระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ แหลง่ ค้นควา้ สุธิดา ทะนันท์ (2558). เทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ การจดั การอาชีพ. นนทบุรี : บรษิ ทั ศนู ยห์ นังสือ เมืองไทย จากัด. พนม บญุ ญไพร (2560) คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี . กรุงเทพฯ : สานกั พิมพ์ บรษิ ัทพัฒนา คณุ ภาพวชิ าการ (พว.) จากัด. ศวิ ัช กาญจนนชุม, ใกล้รงุ่ พันธุ์นุช (2558) เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจัดการอาชพี . กรุงเทพฯ : บริษทั สานักพิมพ์จิตรวฒั น์ จากดั . อาภา กลุ ธรรมโยธนิ (2561) เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชพี . กรุงเทพฯ : สานกั พมิ พ์ศนู ยส์ ่งเสรมิ วิชการ. เอกสารประกอบการเรียน วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจดั การอาชพี (3001-2001) หนา้ || 45 ผเู้ รยี บเรยี ง : นายอดนิ ันต์ แวบาดะ



47