Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียน 2/2564 "การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นในรายวิชาชีววิทยาของนักเรียน"

วิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียน 2/2564 "การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นในรายวิชาชีววิทยาของนักเรียน"

Description: วิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียน 2/2564 "การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นในรายวิชาชีววิทยาของนักเรียน"

Keywords: วิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียน 2/2564 "การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นในรายวิชาชีววิทยาของนักเรียน"

Search

Read the Text Version

ชือ่ เร่อื ง การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นและความสามารถในการทำงานรว่ มกบั ผู้อ่ืนใน รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ เร่ือง อาณาจกั รส่งิ มีชีวติ ของนักเรียนระดบั ช้นั มัธยมศึกษา ปีที่ 6 โดยการจัดการเรียนการสอนแบบรว่ มมือ ผวู้ จิ ยั นางสาวศรีอดุ ร ลา้ นสาวงษ์ ปที ่ีวจิ ัย ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ************************************************************************************************** ทมี่ าและปญั หา เนอ่ื งจากผู้ศึกษารับผดิ ชอบการสอนในรายวชิ าวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 33103 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ของโรงเรียนเตรยี มอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จงั หวัดสกลนคร ในช่วง 1 เดือนแรก พบว่าเมื่อใหน้ กั เรียนจัดกลุม่ กลุ่มละ 5 คน นกั เรียนจะเลือกอยู่กลุ่มเดยี วกบั เพ่ือน ทีต่ นเองสนิทและขาดปฏิสัมพันธ์กับเพือ่ นคนอืน่ ๆ ในห้อง เมอื่ มอบหมายงานใหน้ กั เรียนแต่ละกลุม่ รบั ผดิ ชอบ พบวา่ นกั เรียนขาดทักษะการวางแผนการทำงาน นักเรียนบางคนไม่ทราบบทบาทและหนา้ ที่ของตน อย่างชดั เจน ภาระงานจึงตกอยู่ทนี่ กั เรียนคนใดคนหนึง่ ในกลุ่มเท่านน้ั ทำใหส้ ง่ งานไม่ทันตามกำหนด และผลงานยังมีข้อบกพร่อง แตเ่ มื่อมอบหมายงานใหน้ ักเรียนทำคนเดยี ว ผลงานของนักเรียนส่วนใหญ่ จะมขี ้อบกพร่องน้อยกว่าผลงานของกลุ่ม แสดงใหเ้ หน็ วา่ นักเรยี นยงั ขาดพฤตกิ รรมการทำงานรว่ มกบั ผอู้ ่นื ซง่ึ ทำให้ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนของนักเรียนต่ำกวา่ ทค่ี วรจะได้รบั การเรียนแบบร่วมมือ (Cooperative Learning) เป็นวิธเี รียนท่ีช่วยใหน้ ักเรียนได้มีการพ่ึงพาอาศยั กัน ทำให้นกั เรียนมสี ัมพนั ธภาพอันดกี ับผู้อื่น มกี ารปรกึ ษากันอยา่ งใกลช้ ดิ สมาชิกแต่ละคนทราบบทบาทหน้าท่ี และความรับผดิ ชอบของตน เปิดโอกาสใหผ้ เู้ รียนประเมนิ การทำงานของสมาชิกในกลมุ่ ให้กำลงั ใจซ่ึงกันและ กนั และหาทางปรับปรุงวิธกี ารทำงานของกลุ่มใหด้ ีขึ้นเพื่อบรรลเุ ป้าหมายร่วมกนั นอกจากนี้การเรียนแบบ ร่วมมือยงั เปดิ โอกาสให้ผูเ้ รียนแสดงความสามารถของตนอย่างเต็มที่ สมาชิกที่อ่อนในกลุ่มจะไดร้ บั ความ ชว่ ยเหลือจากเพ่ือนสมาชกิ ในกล่มุ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จร่วมกันและพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นของ ผ้เู รียนให้สูงข้นึ ได้ ผู้วิจัยในฐานะครูผสู้ อนในรายวชิ าชวี วทิ ยาระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 มีความประสงคท์ ่ีจะพัฒนา พฤติกรรมการทำงานร่วมกับผู้อนื่ ซึ่งเป็นคณุ ลักษณะท่ีสำคัญตามจุดประสงค์การสอนชีววทิ ยาใหเ้ กดิ กบั นักเรยี นที่เรียนในการเรยี นวิชาชีววิทยา เรือ่ งอาณาจกั รสิง่ มีชวี ิตโดยการเรยี นแบบรว่ มมือ วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื พฒั นาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนในรายวิชาชวี วทิ ยา เร่อื ง อาณาจกั รสิ่งมีชวี ติ 2. เพ่อื พัฒนาความสามารถในการทำงานรว่ มกับผู้อื่นของนกั เรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 โดยใช้การเรียนแบบร่วมมือในวชิ าชีววิทยา เรื่องอาณาจักรสิง่ มชี วี ติ

ขอบเขตของการศกึ ษา 1. กลุ่มทศ่ี ึกษาเปน็ นกั เรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 จำนวน 2 หอ้ งเรยี น ทีผ่ ู้สอนรับผิดชอบ (ม.6/2 ม.6/7 ) ของโรงเรยี นเตรยี มอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร 2. ตวั แปรที่ศกึ ษาประกอบด้วย ตวั แปรตน้ คอื การเรียนแบบรว่ มมือ ตวั แปรตาม คอื ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนและความสามารถในการทำงานรว่ มกบั ผู้อ่ืน 3. มงุ่ ศึกษาเฉพาะในรายวชิ าวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ (ว 33103) เรอ่ื ง อาณาจักรสิง่ มีชวี ติ ใชเ้ วลาเรยี น 6 คาบ ประกอบด้วย 2 หัวข้อดังนี้ 1. อาณาจกั รโพรทสิ ตา 2. อาณาจกั รฟังไจ วธิ ีดำเนนิ การศึกษา การศึกษาในครงั้ นีเ้ ปน็ การศกึ ษาวิจยั ในช้ันเรียน กลมุ่ ตัวอยา่ ง กลุม่ ตัวอย่างเป็นนักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6/2 ทีล่ งทะเบียนเรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564 ของโรงเรยี นเตรียมอดุ มศกึ ษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำเภอสว่างแดนดนิ จังหวัดสกลนคร จำนวน 1 ห้องเรียน คือ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6/2 จำนวน 38 คน เครือ่ งมอื ทใ่ี ชใ้ นการศึกษา เครื่องมอื ท่ีใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 1. แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง อาณาจกั รสิง่ มีชวี ิตทใ่ี ช้วธิ เี รยี นแบบร่วมมือ โดยใช้เวลาเรียน 3 คาบตอ่ สัปดาห์ เปน็ เวลา 3 สปั ดาห์ รวมจำนวน 9 คาบ (คาบละ 50 นาที) 2. แบบทดสอบก่อนและหลังเรยี น เร่ืองอาณาจกั รสิ่งมีชีวิตผ่าน google form เลอื กตอบจำนวน 40 ข้อ 3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม 4. แบบสงั เกตพฤติกรรมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 5. แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานของนักเรยี นรายบุคคล การเก็บรวบรวมขอ้ มูล 1. กอ่ นการศึกษาใหน้ กั เรยี นแต่ละคนเขยี นชอ่ื เพ่ือนที่นักเรยี นอยากทำงานรว่ มดว้ ย 9 คน ลงในกระดาษท่ผี ู้ศกึ ษาแจก เพือ่ ทำแผนภาพสังคมมิติ ศกึ ษาความสัมพันธข์ องนักเรียนในหอ้ งเรยี น ก่อนการเรียนแบบรว่ มมือ 2. นกั เรยี นประเมินตนเองและเพื่อนในกลมุ่ เดมิ กอ่ นการเรียนแบบรว่ มมอื ในแบบประเมิน การทำงานกลมุ่ ซงึ่ แบ่งเป็น 4 ดา้ น ได้แก่ การชว่ ยเหลือกลมุ่ ความรบั ผดิ ชอบ การแสดงความคดิ เหน็ และการรบั ฟงั ความคิดเห็น โดยผ้ทู ี่ไดค้ ะแนนเฉลี่ยในช่วง 18 – 20 คะแนน ถอื ว่า มสี ว่ นร่วมในการทำงาน กล่มุ ดมี าก ผู้ที่ได้คะแนนรวมเฉลีย่ ในชว่ ง 15 - 17 คะแนน ถือว่ามีสว่ นร่วมในการทำงานกลุ่มดี และผูท้ ่ีได้ คะแนนรวมเฉลย่ี ในชว่ ง 12 - 14 คะแนนถือวา่ มีส่วนรว่ มในการทำงานกลมุ่ พอใช้ และผทู้ ี่ได้คะแนนรวมเฉล่ีย ในช่วง 9 - 11 คะแนน ถือว่าควรปรับปรุงการมีส่วนรว่ มในการทำงานกลมุ่ 3. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรอื่ งอาณาจักรสง่ิ มีชีวติ จำนวน 40 ขอ้ ใช้เวลา 90 นาที

4. ผู้ศกึ ษาดำเนินการสอนตามข้ันตอนตอ่ ไปนี้ 4.1 จดั ทำคะแนนฐานของนักเรียนแตล่ ะคน โดยเป็นคะแนนเฉลี่ยของนักเรยี นในการสอบ กลางภาค การสอบย่อยก่อนกลางภาค ทผ่ี ่านมาแล้วแบง่ กลุ่มนักเรียนกลุ่มละ 9 คน แบบคละเพศ และความสามารถ 4.2 จัดการเรยี นการสอนตามแผนการจดั การเรียนรู้ ท่ใี ชเ้ ทคนคิ การเรียนแบบร่วมมือ โดยเนน้ รปู แบบการศึกษาค้นคว้าเป็นกลุ่ม โดยชี้แจงให้กลุ่มเข้าใจเกยี่ วกับขั้นตอนการทำงาน เกณฑ์การประเมินผลงาน และให้นกั เรยี นบอกถงึ ความสำคญั และวธิ ีการทำงานร่วมกนั 4.3 ในแต่ละข้อใหน้ ักเรยี นปฏิบตั กิ ารทดลอง เขียนรายงานการทดลอง นำเสนอ ผลการทดลองและผลงานหน้าชั้นเรยี น ผูว้ ิจยั ใหค้ ำแนะนำเพ่ิมเติม และนำอภปิ รายเพ่ือใหน้ ักเรยี นสรปุ ความรู้ จากการทำกจิ กรรม 5. หลังจากผู้ศึกษาสอนครบทกุ หัวข้อ นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน เรื่อง อาณาจักรส่งิ มีชวี ิต ซงึ่ เป็นแบบทดสอบชุดเดยี วกับแบบทดสอบก่อนเรียน ใชเ้ วลา 90 นาที 6. ผู้ศึกษาให้นกั เรียนกลบั ไปยังกลุม่ เดมิ ก่อนการเรยี นแบบรว่ มมือ และทำงานรว่ มกนั ประมาณ 2 สปั ดาห์ หลงั จากนน้ั ผู้ศกึ ษาให้นักเรยี นประเมินตนเองและเพื่อนในกลุ่มในแบบประเมนิ การทำงานกลมุ่ หลังการเรียนแบบรว่ มมือ และใหน้ กั เรยี นแต่ละคนเขยี นชื่อเพื่อนทีน่ ักเรียนอยากทำงานร่วมด้วยมากทส่ี ุด 9 คน ลงในกระดาษที่แจกให้ เพอื่ นำมาเขียนแผนภาพสงั คมมิติหลงั การเรยี นแบบรว่ มมือตอ่ ไป การวเิ คราะหข์ ้อมูล 1. ด้านผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน จากการสอบก่อนและหลังเรยี นจะพิจารณาว่าจำนวนนกั เรยี น ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 50 ของจำนวนขอ้ สอบทง้ั หมดมจี ำนวนเพม่ิ ขึ้นหรือไม่ 2. การปฏบิ ัตกิ ารทดลองและการนำเสนอผลงานหน้าชน้ั ของนกั เรยี น จะพจิ ารณาคะแนนรวม ของนักเรยี นแต่ละกลุ่มว่ามีคะแนนสูงขนึ้ หรือไม่ 3. ดา้ นความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อืน่ โดยการสมั ภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ ข้อมลู ที่ได้ เป็นข้อมลู เชิงคณุ ภาพ ผ้วู ิจยั อ่านข้อความที่บนั ทึกไวแ้ ล้วจัดกลุม่ คำตอบ 4. ข้อมูลทไ่ี ด้จากแบบประเมินการมีส่วนรว่ มในการทำงานกลุ่มก่อนและหลังการเรยี นแบบร่วมมอื ผู้ศึกษาหาคะแนนเฉลยี่ รวมของนกั เรียนทกุ คนในแตล่ ะดา้ น แลว้ นำคะแนนท่ีได้มาพิจารณาในแต่ละดา้ นวา่ มีคะแนนสูงขน้ึ หรือไม่ 5. ข้อมูลการเลือกเพื่อน 9 คน เพอ่ื ทำงานดว้ ยทั้งก่อนและหลงั การเรยี นแบบรว่ มมือ นำมาเขยี น แผนภาพสังคมมติ ิ เพื่อวเิ คราะห์ความสัมพันธร์ ะหวา่ งนกั เรียนในห้องเรยี นก่อนและหลังการเรยี นแบบร่วมมือ

ผลการศึกษา 1. ผลการศกึ ษาดา้ นผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น ผู้ศกึ ษาแบ่งการนำเสนอผลการศึกษาด้านผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น เร่อื ง อาณาจักรส่งิ มีชีวิต ออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ 1. คะแนนก่อนและหลงั เรยี น เรอื่ ง อาณาจักรสิ่งมชี ีวติ 2. คะแนนการปฏิบตั ิการทดลองและการนำเสนอผลงานหน้าช้นั เรียน 1.1 คะแนนก่อนและหลังเรียนเร่ืองอาณาจักรสง่ิ มีชีวิต จากการจัดกิจกรรมการเรียนแบบร่วมมือ พบวา่ นักเรยี นได้คะแนนทดสอบ ก่อนเรยี นและหลงั เรยี นโดยเฉลยี่ 8.05 และ 13.26 คะแนน ตามลำดับ โดยมีจำนวนนกั เรียนผ่านเกณฑ์ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 91.25 1.2 คะแนนปฏิบัติการทดลองและการนำเสนอผลงานของนกั เรยี น จากการปฏบิ ตั ิการทดลองและการนำเสนอผลงานของนกั เรียน พบว่านกั เรยี นได้ คะแนนในแตล่ ะครงั้ สูงขน้ึ ตามลำดับ ดงั นี้ 7.89, 8.55, 8.67, 9.00, 9.00, และ 9.56 ผู้ศกึ ษาพบวา่ จากการประกาศคะแนนปฏิบัตกิ ารทดลองและการนำเสนอผลงานหน้าชน้ั ใหน้ กั เรยี นทราบ พร้อมกับ ให้คำชมเชยกับกลุ่มทม่ี ีคะแนนสูงสุด จึงทำใหน้ ักเรยี นมีการวางแผนการทำงานร่วมกันในกลุม่ มากขึ้น ซง่ึ สังเกตได้จากการปฏบิ ตั ิการทดลองในแตล่ ะคาบ นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ปฏิบัติตามคำช้ีแจงได้ถูกต้อง ใชเ้ ครื่องมือได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ และจัดเกบ็ อปุ กรณไ์ ด้อย่างถูกวิธี บนั ทกึ ผลการทดลอง และการนำเสนอ ขอ้ มูล มีทักษะการเขยี นรายงานท่ดี ขี ึ้น โดยจัดลำดบั หวั ข้อรายงานดว้ ยความเปน็ ระเบียบ และนักเรยี น ก็สามารถนำประเดน็ สำคญั ๆ มานำเสนอผลงานหน้าช้ันเรียนได้อย่างครบถ้วนและพัฒนาขน้ึ ตามลำดบั 2. ผลการศึกษาด้านการทำงานร่วมกบั ผู้อน่ื ผู้ศกึ ษาแบ่งการนำเสนอผลการศกึ ษาด้านการทำงานร่วมกบั ผ้อู ่ืนออกเป็น 3 ดา้ นดังนี้ 1. สงั คมมติ ขิ องนักเรยี นกอ่ นวิจยั และหลังการศึกษา 2. ผลการประเมินตนเองและเพื่อนในการทำงานเป็นกลุ่ม 3. ผลการสำรวจเจตคติต่อการเรียนแบบร่วมมอื โดยการสมั ภาษณ์ 2.1 สังคมมติ ิของนักเรยี นก่อนและหลงั การเรียนแบบรว่ มมือ จากการเขยี นแผนภาพสังคมมิตแิ สดงการเลือกเพื่อนทำงานด้วยก่อนการเรียน แบบร่วมมอื พบว่าโครงสรา้ งทางสังคมในห้องน้ีแบ่งเปน็ กลุ่มยอ่ ย 9 กลมุ่ มลี ักษณะคล้ายกับการนง่ั เรยี น ในห้องเรียนตามกล่มุ เพื่อนทต่ี นสนิท จากการสัมภาษณ์อย่างไมเ่ ป็นทางการพบวา่ ผู้ท่มี ีเพื่อนนิยมมากจะเปน็ นักเรยี นทีม่ ผี ลการเรียนอยู่ในระดบั ดีมาก มมี นุษยสมั พันธ์ดี เขา้ กบั คนอืน่ ได้ง่าย และชว่ ยเหลอื กจิ กรรมของ ช้ันเรียนอยเู่ สมอ ส่วนนักเรียนท่ีไม่ถูกผู้อื่นเลือกเลยจำนวน 1 คนนั้นเป็นนักเรียนที่เพง่ิ ย้ายมาเรียนใหม่ และ ถูกผู้ปกครองบังคบั ใหเ้ รียนในสาขาที่ตนไมช่ อบจึงขาดเรียนบ่อย ไม่ค่อยมคี วามรับผดิ ชอบตอ่ งานท่ีไดร้ ับ มอบหมาย และไม่ค่อยพูดคุยกับเพื่อนในห้องสว่ นแผนภาพสังคมมติ ิแสดงการเลือกเพ่ือนทำงานด้วยหลงั การ เรียนแบบรว่ มมือ พบว่า โครงสรา้ งทางสังคมในห้องนีม้ คี วามสัมพนั ธก์ ันดีข้นึ กวา่ ก่อนการเรียนแบบร่วมมอื เน่อื งจากมีลกั ษณะการเลอื กเพื่อนมีลักษณะกระจาย ซึ่งมีการเลือกเพื่อนต่างกลุ่มมาทำการทดลองมากขึ้น ไมใ่ ช่มีลกั ษณะเลอื กกลุม่ เพ่ือนสนิทเหมอื นกอ่ นการเรียนแบบรว่ มมอื แสดงว่านักเรียนเรียนรู้ที่จะทำงาน รว่ มกับผอู้ ่นื ได้ดขี นึ้ แต่ถงึ อย่างไรกย็ งั มผี ไู้ ม่ถกู เพื่อนเลือกเลยมีจำนวน 3 คน เน่ืองจากผู้ที่ไม่ถูกเลอื กในครงั้ นี้ ถกู จัดกลุ่มแยกกับเพ่ือนท่ีตนสนิท และไมส่ ามารถปรับตัวเขา้ กบั เพอ่ื นกลุ่มใหมแ่ ละวธิ ีการเรียนแบบร่วมมอื ได้

แต่โดยรวมนักเรยี นในห้องนม้ี ีความสัมพันธ์กันดีขึ้น ทง้ั เพศชายและเพศหญิงสามารถทำงานร่วมกันได้ และ มผี ู้ท่ีไดร้ ับความนยิ มจากเพ่ือนมากมีจำนวนเพิ่มข้ึน เน่ืองจากนักเรยี นมีความสามารถในการปรบั ตัวเข้ากับ ผอู้ นื่ ไดด้ ี จงึ สร้างความประทับใจให้เพ่ือนรว่ มงานท่ีตนไมเ่ คยสนิทมาก่อน จงึ ไดร้ ับความนยิ มมากยงิ่ ขึ้น สว่ นผไู้ ม่ถูกเลือกเลยจากคร้งั ก่อนการเรยี นแบบรว่ มมือนนั้ สามารถปรบั ตวั และทำงานรว่ มกับผูอ้ นื่ ได้ มากยิ่งขน้ึ เพื่อนจงึ เลอื กให้เข้าทำงานกลุ่มในที่สุด 2.2 ผลการประเมินตนเองและเพอื่ นในกลมุ่ ในการทำงานเปน็ กลุ่ม ก่อนการเรยี นแบบรว่ มมือนักเรยี นมคี ะแนนรวมจากการประเมนิ ตนเองและเพื่อน ในกล่มุ ทุก ๆ ดา้ นเฉลยี่ เท่ากับ 18.65 และหลงั จากเรยี นแบบร่วมมอื แลว้ กลับไปทำงานรว่ มกับเพ่ือนกลุ่มเดมิ พบว่า นักเรยี นมีคะแนนรวมจากการประเมินตนเองและเพ่ือนในกล่มุ ทุก ๆ ด้านเฉลย่ี เท่ากบั 19.91 ซึง่ เพิม่ ข้ึนในทุก ๆ ดา้ น แสดงว่านักเรยี นไดเ้ รยี นรู้การทำงานร่วมกบั ผ้อู ื่นจากเพื่อนกลุ่มใหมท่ ผ่ี ู้ศกึ ษาจัดให้ และนำมาปรบั ใชก้ ับการทำงานรว่ มกับเพ่ือนกลุ่มเดมิ ได้ดีขึ้นและอยู่ในเกณฑด์ ีมาก 2.3 ผลการสำรวจเจตคตติ อ่ การเรยี นแบบร่วมมือโดยการสมั ภาษณ์ จากการสุม่ สัมภาษณ์นกั เรียนแต่ละกล่มุ อย่างไม่เป็นทางการ พบวา่ นกั เรียนพอใจ กับวธิ ีการเรยี นแบบรว่ มมือ ซง่ึ มีกจิ กรรมทีส่ นุกมากกวา่ การเรียนแบบเดิมตามหนงั สอื หากไม่เขา้ ใจเน้ือหา ตรงไหนก็สามารถสอบถามจากเพื่อนผู้รู้ และได้คำตอบทเ่ี ข้าใจง่าย นอกจากนีย้ งั มีการทดสอบท้ายคาบเรียน ถ้าไม่ตงั้ ใจเรียนก็จะทำใหค้ ะแนนของกล่มุ ไมด่ ี การเรยี นแบบนยี้ ังช่วยใหก้ ารทำงานตา่ ง ๆ เป็นไปอยา่ งมรี ะบบ คือ มีการมอบหมายงานทชี่ ดั เจนมากข้นึ ทำให้งานในกลมุ่ สำเร็จตามเวลาท่ีกำหนด และเป็นการสอนทฝ่ี ึก ทักษะการทำงานรว่ มกบั ผูอ้ ื่น และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ ไดเ้ ป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างไรนกั เรยี นบางคน ยงั คงชอบการจดั การเรียนการสอนแบบเดมิ เพราะคิดว่าการเรยี นแบบรว่ มมอื นน้ั ใชเ้ วลามาก ส่วนการเรยี น แบบเดิมนน้ั ครจู ะคอยอธิบายประเดน็ สำคญั ๆ ทำให้ไดร้ ับเนอื้ หาครบถ้วนและถูกต้องกว่า สรุป จากผลการศึกษาดังกลา่ วสามารถสรุปได้ว่า การจัดการเรียนท่ีสอนดว้ ยการเรยี นแบบรว่ มมอื เรอ่ื ง อาณาจักรส่ิงมชี ีวติ พบวา่ นักเรียนมผี ลสัมฤทธท์ิ างการเรียน มีเจตคติต่อเนื้อหาวชิ าชีววิทยาสงู กว่า ก่อนเรยี นและสอบผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจำนวนมากกว่าก่อนเรยี น นอกจากนยี้ ังพบวา่ นกั เรยี นทเ่ี รียนแบบ รว่ มมอื มผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนสูงกวา่ นกั เรียนที่เรียนแบบด้งั เดิมนอกจากน้ีการเรยี นแบบรว่ มมอื ยงั เป็นวิธีหน่งึ ท่ีสามารถเพม่ิ ทักษะการทำงานรว่ มกับผู้อืน่ โดยกระตุ้นให้นักเรยี นมีการช่วยเหลือกลมุ่ อยา่ งเต็มความสามารถ มีความรบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ีท่ีไดร้ บั มอบหมาย แสดงความคดิ เหน็ ท่เี ปน็ ประโยชน์ ต่อกล่มุ ดว้ ยเหตุผล และรับฟังความคิดเหน็ ดว้ ยใจที่เป็นกลางดีขนึ้ อย่างเหน็ ได้ สามารถกระตนุ้ ใหน้ กั เรยี น มีปฏสิ ัมพนั ธ์ซึ่งกนั และกนั และพฒั นาทกั ษะทางสงั คมและทกั ษะการร่วมมือในช่วยกันทำงานจนงานสำเร็จ

ขอ้ เสนอแนะสำหรบั ครผู ู้สอน 1. ผสู้ อนควรอธบิ ายขัน้ ตอนต่าง ๆ ในการจัดการเรยี นแบบรว่ มมือใหช้ ัดเจนก่อนใหน้ ักเรยี นลงมือทำ เพือ่ นักเรยี นจะไดว้ างแผนการทำงานในกลุ่มได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ 2. ผสู้ อนควรควบคมุ การจัดการเรยี นการสอนใหอ้ ยู่ในเวลาที่กำหนด 3. ผู้สอนควรกระตนุ้ ใหน้ ักเรียนศึกษาคน้ คว้าเน้ือหามากอ่ นล่วงหนา้ เพอ่ื ที่จะทำความเข้าใจเนอ้ื หา ท่ีเรียนในห้องไดง้ า่ ยข้ึน ลงช่ือ ผวู้ จิ ัย ลงชื่อ (นางสาวศรีอดุ ร ล้านสาวงษ)์ (นางพศิ มยั พานโฮม) ตำแหน่ง ครู หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ลงชอ่ื ลงช่อื (นางพิศมัย พานโฮม) (ดร.ไพบูลย์ สุรารักษ์) หวั หนา้ งานพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ ว่าที่ ร.ต. (ดร.สกุ ิจ ศรพี รหม) ผูอ้ ำนวยการ โรงเรียนเตรียมอุดมศกึ ษา ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 15 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 รายวชิ าชีววิทยา รหัสวิชา ว33103 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 8 อาณาจักรสิ่งมชี ีวิต เรือ่ ง ทรัพยากรธรรมชาติ เวลา 6 ช่ัวโมง วนั ที่ เดอื น พ.ศ.2562 ครผู ู้สอน นางสาวศรีอุดร ล้านสาวงษ์ ผลการเรยี นรู้ 1. สบื คน้ ขอ้ มูล อภิปราย และอธบิ ายความสำคัญของมนุษย์กับปญั หาส่งิ แวดล้อม 2. อธบิ ายลักษณะมนุษยก์ ับปัญหาสิง่ แวดล้อม 3. นำความรเู้ รื่องมนุษย์กบั ปญั หาสง่ิ แวดลอ้ มไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวัน 4. ประเมินความสำคัญของมนุษย์กบั ปัญหาสิ่งแวดล้อม 5. มีจิตวิทยาศาสตร์ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. อธบิ ายสภาพปญั หาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ มในท้องถ่นิ ได้ 2. เสนอแนวทางการใชท้ รัพยากรธรรมชาตอิ ย่างยั่งยนื และการดูแลรักษาระบบนเิ วศสิ่งแวดลอ้ มได้ 3. ป้องกนั และเฝ้าระวังรักษาทรพั ยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อมในท้องถิน่ ให้คงอยตู่ ่อไปได้ สาระการเรียนรู้ สิ่งแวดล้อม คือ ส่ิงตา่ ง ๆ ที่อยู่รอบตวั เรา ที่รวมกันเปน็ องคป์ ระกอบที่เรยี กว่าสภาพแวดลอ้ ม สิ่งแวดล้อมอาจจะเปน็ สิง่ มีชีวิตหรือไม่มีชีวติ สามารถมองเหน็ ไดห้ รืออาจมองไมเ่ หน็ และเปน็ สง่ิ ท่ีอยูแ่ ต่เดิม ตามธรรมชาติหรอื เกิดจากฝีมือมนษุ ย์ก็ได้ ในทำนองเดียวกันสิ่งท่มี ีอยู่แลว้ ในธรรมชาติและมนุษยส์ ามารถ นำมาใชป้ ระโยชน์เพ่ือการดำรงชีวติ เรยี กว่าทรพั ยากรธรรมชาติ ซ่งึ จะมีทั้งทรัพยากรธรรมชาตทิ ่ีใช้ไม่หมด ทรพั ยากรธรรมชาติท่ีสามารถสร้างทดแทนข้ึนใหม่ได้ และทรัพยากรธรรมชาตทิ ่ีใช้แลว้ หมดไปหรือส้ินเปลือง แต่ไม่ว่าจะเปน็ ทรัพยากรธรรมชาติหรือสง่ิ แวดล้อมประเภทใดก็ตาม ยอ่ มจะมีความสัมพันธเ์ กย่ี วข้องกบั การดำเนินชวี ติ ของมนษุ ย์ทั้งสนิ้ และสาเหตหุ ลักของปัญหาสง่ิ แวดลอ้ มด้านต่าง ๆ มี 2 ประการด้วยกนั ประการแรก คือ การเพิ่มจำนวนของประชากร เม่ือประชากรมนุษย์มีมากขึ้น ความต้องการบรโิ ภคทรัพยากร ก็เพ่ิมมากขึ้นด้วย ไมว่ ่าจะเป็นด้านอาหาร ท่ีอยู่อาศัย พลังงาน ประการทส่ี อง การขยายตวั ทางเศรษฐกิจและ ความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยี ทำใหม้ นุษย์มีความจำเป็นตอ้ งใชพ้ ลังงานมากขึน้ มนุษย์จึงมกี ารนำทรัพยากร มาใชม้ ากขน้ึ เพ่ือพฒั นาความเจรญิ ทางเศรษฐกิจ ทำให้มาตรฐานในการดำรงชวี ิตสงู ตามไปด้วย นอกเหนือจาก การกระทำของมนุษย์แล้วธรรมชาติกม็ ผี ลทำให้สง่ิ แวดลอ้ มเกดิ การเปลี่ยนแปลง

กระบวนการเรียนรู้ - ครแู จ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ ขั้นนำเขา้ สู่บทเรยี น ให้นกั เรียนร่วมกันยกตัวอยา่ งสง่ิ แวดล้อมรอบๆ ตัวนกั เรียน จากน้นั ครูจึงชกั ชวนให้นกั เรียน พิจารณาส่งิ แวดล้อมตา่ งๆ ที่นักเรยี นกล่าวถึงวา่ สิ่งแวดลอ้ มใดที่จดั เปน็ ทรพั ยากรธรรมชาตบิ ้าง และจัดว่า เปน็ ทรพั ยากรธรรมชาติประเภทใด โดยมคี รเู ป็นผูส้ รุปและเช่ือมโยงเข้าสูเ่ น้ือหา ขั้นกิจกรรมพัฒนาทักษะผเู้ รียน 1. ให้นกั เรยี นแตล่ ะคนศกึ ษาเรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม แลว้ ทำแบบฝึก ปฏิบัตกิ ิจกรรมที่ 1 ในหนังสอื เรยี น 2. ครูและนกั เรียนร่วมกันพจิ ารณาแบบฝกึ ปฏบิ ตั ิกิจกรรมที่ 1 โดยครชู ว่ ยเช่อื มโยง ให้นักเรยี นเข้าใจเรอ่ื งทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมมากกวา่ ในบทเรยี น 3. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุม่ กลมุ่ ละ 4 – 6 คน ศึกษาเร่อื ง สาเหตุของปัญหาส่ิงแวดลอ้ ม และเร่ืองมลพิษในสิง่ แวดลอ้ ม จากนน้ั ทำแบบฝึกปฏบิ ตั กิ ิจกรรมท่ี 2 4. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันอภิปรายและสรปุ ผลการทำแบบฝึกปฏบิ ัตกิ ิจกรรมท่ี 2 5. ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มทำแบบฝกึ ปฏบิ ัติกิจกรรมที่ 3 พร้อมจัดทำส่ือเพ่ือนำเสนอ หน้าชั้นเรยี น 6. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ นำเสนอปญั หาสิ่งแวดล้อมท่ีกล่มุ ตนได้ทำการศึกษา กลมุ่ ละ 10 นาที 7. ใหน้ กั เรยี นศึกษาเร่อื งปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงกบั การใชท้ รัพยากรธรรมชาตวิ า่ มีความสัมพนั ธ์กบั เรือ่ งการใช้ทรพั ยากรธรรมชาติอยา่ งยงั่ ยืนอยา่ งไร 8. ครูชักชวนนักเรยี นร่วมอภปิ รายเกีย่ วกบั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยง่ั ยืน 9. ให้นกั เรียนแบง่ กล่มุ กลุ่มละ 4 – 6 คน ทำใบงานท่ี 1 โดยศกึ ษาข้อมูลจากหนังสือ สอื่ ตา่ งๆ และห้องสมุด 10. ครูใหน้ ักเรยี นนำเสนอผลการศึกษาหนา้ ชั้นเรยี น กลุ่มละ 10 นาที และใหน้ ักเรยี น จดั บอร์ดเพ่ือนำเสนอภายในโรงเรียน ข้นั สรปุ 1. นกั เรียนและครรู ่วมกันสรปุ เนื้อหาทไี่ ด้เรยี น 2. ครใู ห้นักเรียนแตล่ ะคนทำแบบฝกึ ทักษะพัฒนาการเรียนรู้ในหนงั สือ 3. ครูและนกั เรยี นช่วยกันตรวจคำตอบ และประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรยี น

ส่ือและแหล่งเรยี นรู้ 1. หนังสือแบบเรียนสาระการเรยี นรูพ้ ้ืนฐานและเพ่ิมเติม ชีววทิ ยา 5 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ของ สสวท. 2. ใบงานการใชท้ รัพยากรธรรมชาติอยา่ งยั่งยืน 3. หอ้ งสมดุ 4. อินเตอรเ์ นท การวดั และประเมนิ ผล 1) วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล 1. ใบงาน 2. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม 3. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานของนักเรยี นรายบุคคล 4. แบบประเมนิ ความสามารถดา้ นทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ 5. ตรวจแบบทดสอบ 2) เครอ่ื งมือวดั และประเมนิ 1. ใบงาน 2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม 3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงนของนักเรยี นรายบุคคล 4. แบบประเมนิ ความสามารถด้านทกั ษะกระบวนการวทิ ยาศาสตร์ 5. แบบทดสอบ 3) เกณฑ์การวัดและประเมินผล 1. ใบงานผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 50 2. แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกล่มุ 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานของนักเรยี นรายบุคคล 4. แบบประเมนิ ความสามารถดา้ นทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ 5. แบบทดสอบ ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 50 กิจกรรมเสนอแนะ เมอ่ื นกั เรยี นทำกจิ กรรมแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 จบแล้ว ให้นกั เรยี นทำกจิ กรรมเสนอแนะดังน้ี แบง่ นกั เรียนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุม่ ละเท่า ๆ กนั จากนน้ั ให้นกั เรยี นรว่ มกนั เลือกเร่ืองท่ีจะโตว้ าที จากเรอ่ื งต่อไปนี้ - มนุษย์ก่อให้เกดิ ปญั หาสิ่งแวดล้อมมากกวา่ ประเทศเกษตรกรรมจรงิ หรือ - ประเทศอุตสาหกรรมก่อให้เกิดปัญหาส่งิ แวดล้อมจริงหรือ - การขยายตวั ทางเศรษฐกจิ กอ่ ให้เกิดปญั หาส่งิ แวดลอ้ มจรงิ หรอื จากนั้นให้นักเรียนไปศึกษา และนำข้อมลู มาโตว้ าทีกัน และให้ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ผล ท่ีได้จากการโต้วาที

ความร้เู พิม่ เติมสำหรับครู ปญั หาส่ิงแวดลอ้ ม หมายถงึ ปญั หาความเสื่อมโทรมของสิง่ แวดล้อมทางธรรมชาติ เชน่ ป่าไม้ ดิน นำ้ แร่ธาตุ สัตวแ์ ละพชื สาเหตหุ ลกั ของปญั หาส่ิงแวดล้อม การเพิ่มของประชากร (population growth) เน่ืองจากอัตราการเพิ่มของประชากรโดยเฉลย่ี อยู่ในอัตราทวคี ูณ ความตอ้ งการบริโภคเพม่ิ มากขึ้นทกุ ทาง เช่น อาหาร ยารกั ษาโรค ที่อยอู่ าศัย เคร่ืองอำนวยความสะดวก พลงั งานและอ่นื ๆ การขยายตวั ทางเศรษฐกิจและความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยี (economic growth technological progress) ความเจรญิ ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ทำให้มาตรฐานในการดำรงชีพสูงข้นึ มีการใชท้ รพั ยากรมาก เกินความจำเปน็ ทำใหต้ ้องนำพลงั งานมาใชอ้ ยา่ งฟุ่มเฟือยมากขึน้ ความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยี ย่งิ ชว่ ยทำให้ นำทรัพยากรมาใช้อย่างสะดวกและคลอ่ งตัว เชน่ การใช้รถยนต์สว่ นตวั การขดุ แร่ด้วยวธิ ที นั สมยั การตดั ไม้ ด้วยเล่ือยไฟฟ้า ทรัพยากรทงั้ หมดจึงหมดไปอยา่ งรวดเรว็ และเปน็ ผลใหเ้ กิดมลพษิ ตามมา นับตงั้ แต่การสญู พันธขุ์ องพืชและสตั ว์ อากาศทร่ี ้อนชน้ื มลพิษของนำ้ เสยี ง อากาศ และขยะ การขาดแคลนนำ้ และอาหาร

แบบประเมินกระบวนการกลุ่ม กลุ่มที่ .................................... ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6/.... สมาชกิ ภายในกลุ่ม 1. ............................................................. 2. ........................................................... 3. ............................................................. 4. ........................................................... 5. ............................................................. 6. ........................................................... คำช้ีแจง ใหท้ ำเครอ่ื งหมาย ✓ ในชอ่ งทต่ี รงกับความเป็นจริง ลำดบั ท่ี รายการพฤติกรรม คณุ ภาพการปฏบิ ัติ 321 1 มกี ารปรึกษาและวางแผนรว่ มกนั กอ่ นทำงาน 2 มกี ารแบง่ หนา้ ท่ีอย่างเหมาะสมและทำตามหนา้ ทท่ี ุกคน 3 มกี ารปฏบิ ัตงิ านตามขน้ั ตอน 4 มกี ารใหค้ วามช่วยเหลอื กนั 5 สามารถทำงานได้สำเร็จตามวตั ถุประสงคท์ ี่กำหนด 6 ทำงานเสรจ็ ทนั ตามกำหนดเวลา 7 มีความคดิ ริเริม่ สรา้ งสรรค์ 8 สามารถนำความรทู้ ่ไี ด้มาประยุกต์ใช้ 9 สามารถให้คำแนะนำกลุ่มอนื่ ได้ 10 เกบ็ วสั ดุอปุ กรณเ์ รียบรอ้ ย หลังเลิกปฏิบัตงิ าน เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ............................................ ผ้ปู ระเมิน พฤติกรรมท่ีปฏิบัติชดั เจนและสม่ำเสมอ ............/................/.............. พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชัดเจนและบ่อยครงั้ พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัติบางครง้ั ให้ 3 คะแนน ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ระดับคณุ ภาพ ช่วงคะแนน 3 = ดี 24 - 30 2 = พอใช้ 17 - 23 1 = ปรับปรงุ 10 - 16

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานของนักเรียน (รายบคุ คล) ชอ่ื ................................................................................. เลขท่ี ....................... ช้ัน ....................... คำช้แี จง ให้ทำเครอ่ื งหมาย ✓ ในชอ่ งทตี่ รงกบั ความเปน็ จริง ลำดับท่ี รายการพฤตกิ รรม ระดบั พฤตกิ รรม สม่ำเสมอ บอ่ ยคร้งั บางครงั้ ไม่ปฏิบตั ิ 3 210 1 มสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเห็น 2 รับฟงั ความคิดเหน็ ของเพ่อื นในกลุม่ 3 ใหค้ วามร่วมมือและช่วยเหลือซง่ึ กนั และกัน กับเพื่อนในกลุม่ 4 ต้งั ใจทำงาน/กระตอื รอื ร้นในการทำงาน 5 มคี วามรบั ผิดชอบในงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ลงชื่อ ............................................ ผู้ประเมิน ............/................/.............. ช่วงคะแนน 11 - 15 ระดับคุณภาพ 6 - 10 3 = ดี 0-5 2 = พอใช้ 1 = ปรับปรุง

แบบประเมินความสามารถด้านทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ กลุม่ ท่ี .................................... ชัน้ ....................... สมาชกิ ภายในกลุ่ม 1. ............................................................. 2. ........................................................... 3. ............................................................. 4. ........................................................... 5. ............................................................. 6. ........................................................... คำช้ีแจง ใหท้ ำเครือ่ งหมาย ✓ ในชอ่ งทต่ี รงกบั ความเปน็ จรงิ ลำดับที่ รายการพฤตกิ รรม คณุ ภาพการปฏิบตั ิ 321 1 มีการวางแผนร่วมกนั 2 การแบ่งงานรบั ผดิ ชอบ 3 มีการใหค้ วามช่วยเหลือกัน 4 การรบั ฟังความคดิ เหน็ และแกป้ ญั หาร่วมกัน 5 สามารถให้คำแนะนำกลมุ่ อนื่ ได้ 6 เลอื กใชอ้ ปุ กรณ์ได้ถูกตอ้ ง 7 ปฏิบัติการทดลองตามข้ันตอนทีก่ ำหนดให้ 8 ทำความสะอาด/เก็บอุปกรณเ์ รียบร้อย 9 รว่ มกันอภิปรายและสรปุ ผลงานของกลุ่ม 10 รว่ มกันปรับปรุงผลงานของกล่มุ เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชอ่ื ............................................ ผปู้ ระเมิน พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ิชดั เจนและสมำ่ เสมอ ............/................/.............. พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ชิ ัดเจนและบ่อยครง้ั พฤติกรรมทป่ี ฏิบัติบางครั้ง ให้ 3 คะแนน ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ระดับคุณภาพ ช่วงคะแนน 3 = ดี 24 - 30 2 = พอใช้ 17 - 23 1 = ปรับปรุง 10 - 16

ภาพประกอบการดำเนินการกจิ กรรม การจัดการเรยี นการสอนแบบเพ่อื นช่วยเพ่ือน

ภาพประกอบการดำเนินการกจิ กรรม การจัดการเรยี นการสอนแบบเพ่ือนช่วยเพ่ือน