อะบูฆ็อยยาษ บุรุษผู้ย�ำเกรง เรื่องเล่าของท่านอิหม่ามญะรีร อัฏฏ่อบะรีย์ ปราชญ์ยุคสะลัฟ ที่ ได้ประสบด้วยกับตัวท่านเอง ท่านอิบนุญะรีร อัฏฏ่อบะรีย์ ได้เล่าว่า ตอนที่ฉันได้อยู่ในมักกะฮ์ช่วงฤดูฮัจญ์ ฉันได้เห็นชายคนหนึ่งที่มา จากเมืองคุรอซาน ได้ป่าวประกาศและพูดว่า: “โอ้ผู้ร่วมท�ำฮัจญ์ท้ังหลาย โอ้ชาวมักกะฮ์ทั้งที่อยู่ในเมืองและ ชานเมือง ถุงเงินของฉันได้หายไป ซ่ึงในถุงนั้นมี 1,000 เหรียญ ทอง ดังน้ันผู้ใดที่น�ำมาคืนให้แก่ฉัน ก็ขอให้อัลลอฮฺทรงตอบแทน ความดีงามและปลดปล่อยเขาให้พ้นจากไฟนรก และเขาก็จะได้ รับการตอบแทนผลบุญในวันพิพากษา” มีชายชราคนหนึ่งจากชาวมักกะฮ์ได้ยืนขึ้น แล้วพูดว่า “โอ้ชาวคุรอซานเอ๋ย บ้านเมืองของเราตอนนี้มีสภาพที่ข้าวยาก หมากแพง วันท่ีท�ำฮัจญ์ก็มีไม่กี่วัน ช่วงฤดูกาลท�ำฮัจญ์ก็จ�ำกัด และช่องทางในการแสวงหาริสกีก็ถูกปิดกั้น ดังน้ันทรัพย์สิน ที่หล่นหายไปนี้ อาจจะตกไปอยู่ในมือของผู้ศรัทธาท่ีเป็นคน ยากจนและเป็นชายชราภาพท่ีเขามีความปรารถนาในค�ำม่ัน สัญญาของท่านท่ีว่า หากเขาน�ำทรัพย์สินที่หล่นหายคืนแก่ท่าน ท่านก็มอบสินน้�ำใจเล็กๆ น้อยๆ หรือทรัพย์สินที่หะล้าลให้แก่ เขาบ้าง”
4 เร่ืองเล่าของอิหม่ามญะรีรอัฏฏ่อบะรี์ย: ชาวคุรอซาน จึงกล่าวว่า “สินน�้ำใจน้ันคืออะไรและเขาจะต้องการเท่าไหร่?” ชายชราตอบว่า “ต้องการ 100 เหรียญทอง” แต่ชาวคุรอซานไม่พอใจและกล่าวว่า “ฉันไม่ตกลง แต่ฉันขอมอบหมายเร่ืองของเขาไปยังอัลลอฮฺ และ ฉันจะร้องเรียนกับพระองค์เก่ียวกับเร่ืองของเขาในวันท่ีเราจะได้ พบกัน เพราะพระองค์ทรงเพียงพอแก่เราแล้วและพระองค์ทรง เป็นผู้ถูกมอบหมายที่ดีท่ีสุด” ท่านอิบนุญะรีร อัฏฏ่อบะรีย์ จึงกล่าวว่า “ความคิดได้ผุดข้ึนมา ในหวั ใจฉันทนั ทวี ่า ชายชราคนน้เี ปน็ คนยากจน ทไ่ี ด้พบทรพั ย์ทหี่ ลน่ หายไป และเขาก็ต้องมีความปรารถนาจะได้สินน้�ำใจเล็กน้อยนั้น ฉัน จึงตามเขาไปจนถึงบ้านของเขา เร่ืองราวก็เป็นดังท่ีฉันได้คิดไว้ ชายชราได้เรียกภรรยาของเขาและกล่าวว่า “ลุบาบะฮ์เอ๋ย” “ค่ะ โอ้ อะบูฆ็อยยาษ” ภรรยาขานตอบ ชายชรากล่าวว่า:
อะบูฆ็อยยาษ บุรุษผู้ย�ำเกรง 5 “ฉันได้พบกับเจ้าของทรัพย์(หน่ึงพันเรียญทอง)ท่ีได้ท�ำการป่าว ประกาศแล้ว แต่เขาไม่ให้สินน้�ำใจกับผู้ที่พบทรัพย์นั้นเลย ฉันพูด กับเขาว่า ท่านจงให้เรา 100 เหรียญทองเถิด แต่เขาปฏิเสธและ มอบหมายเร่ืองน้ีไปยังอัลลอฮฺ เธอจะท�ำอย่างไรดีล่ะ ลุบาบะฮ์ เอ๋ย... ...หรือว่าจ�ำเป็นแก่ฉันต้องคืนทรัพย์น้ันให้แก่เขา เพราะฉันกลัว พระเจ้าของฉัน และฉันกลัวว่าบาปของฉันจะทบเท่าทวีคูณ” ภรรยาจึงกล่าวว่า “โอ้ ท่านเอ๋ย พวกเราต้องทุกข์ทนกับความยากจนพร้อมกับท่าน เป็นระยะเวลา 50 ปีมาแล้วนะ ท่านมีบุตรสาว 4 คน มีน้องสาว 2 คน มฉี นั มมี ารดา และมที า่ นเปน็ คนทีเ่ ก้า เราไม่มแี กะและไม่มี สัตว์เล้ียงเลย ดังนั้นท่านจงเอาทรัพย์สินน้ันท้ังหมดเถิด พวกเรา จะได้อ่ิมท้องเพราะพวกเราหิว เราต้องการเสื้อผ้าสวมใส่ ซ่ึงท่าน ก็เข้าใจถึงสภาพของพวกเราดี เพื่อว่าอัลลอฮฺจะให้ท่านมีความ ร�่ำรวยหลังจากนี้ และท่านก็ค่อยเอาทรัพย์สินน้ีคืนเจ้าของไป หลังจากท่ีท่านได้ให้อาหารแก่ครอบครัวแล้ว หรือจะให้เจ้าของ ทรัพย์ไกล่เกลี่ยหน้ีสินติดค้างของท่านนี้ในวันท่ีกรรมสิทธ์ิครอบ ครอบเป็นของอัลลอฮฺเท่านั้น” อะบูฆ็อยยาษ ผู้เป็นสามีที่ชราภาพแล้ว ได้กล่าวว่า “จะให้ฉันต้องมาบริโภคส่ิงท่ีหะรอมหลังจากท่ีฉันอายุ 86 ปี แล้วกระน้ันหรือ? การบริโภคส่ิงที่หะรอมนี้มันจะมาเผาผลาญ
6 เร่ืองเล่าของอิหม่ามญะรีรอัฏฏ่อบะร์ีย: ตับไตไส้พุงของฉันด้วยไฟนรกหลังจากที่ฉันได้อดทนกับความ ยากจนมาตั้งนานแล้วก่อนหน้านี้ ฉันต้องได้รับความพิโรธจาก ผู้ทรงย่ิงใหญ่เป็นแน่ และฉันก็ใกล้จะเข้ากุบูรแล้ว ดังน้ันฉันจึง ไม่ท�ำแน่นอน ฉันขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ฉันจะไม่ท�ำแบบน้ัน” ท่านอิบนุญะรีรกล่าวว่า “ฉันจึงกลับไป แต่ฉันก็รู้สึกแปลกใจ เรื่องของสามีภรรยาคู่นั้น” เมื่อถึงยามเช้าของวันพรุ่งน้ี ฉันได้ยิน เจ้าของทรัพย์ได้ป่าวประกาศอีก... “โอ้ผู้ร่วมท�ำฮัจญ์ท้ังหลาย โอ้ชาวมักกะฮ์ทั้งที่อยู่ในเมืองและ ชานเมือง ถุงเงินของฉันได้หายไป ซึ่งในถุงน้ันมี 1,000 เหรียญ ทอง ดังนั้นผู้ใดท่ีน�ำมาคืนให้แก่ฉัน แน่นอนการตอบแทนความ ดีงามแก่เขาอยู่ ณ ท่ีอัลลอฮฺ” แล้วชายชรา ก็ยืนข้ึนอีก และกล่าวว่า “โอ้ ชายคุรอซานเอ๋ย เม่ือวานฉันได้บอกและแนะน�ำท่านแล้วว่า บ้านเมืองของเราตอนนี้ส่ิงเพาะปลูกน้อย น�้ำนมสัตว์เลี้ยงก็น้อย ดังน้ันท่านจงใจบุญแก่ผู้ที่พบทรัพย์สินของท่านเถิดด้วยการให้ สินน�้ำใจเพื่อจะได้ไม่ขัดกับหลักการของศาสนา... ...ฉันได้แนะน�ำให้ท่านมอบสินน�้ำใจแก่เขา 100 เหรียญทอง แต่ ท่านปฏิเสธ ดังน้ันหากหากทรัพย์ของท่านตกอยู่ในอยู่มือของผู้ ท่ีมีความเกรงกลัวอัลลอฮฺ ท่านจะมอบสินน้�ำใจแก่พวกเขาสัก 10 เหรียญทองแทนจาก 100 เหรียญทองไหม? ซึ่งพวกเขานั้น
อะบูฆ็อยยาษ บุรุษผู้ย�ำเกรง 7 จะเก็บรักษาไว้อย่างดีและมีความรับผิดชอบต่อทรัพย์สิน(10 เหรียญทอง)น้ัน ชาวเมืองคุรอซานตอบว่า “ฉันไม่ตกลง ทรัพย์สินของฉันน้ันฉันจะน�ำไปคิดบัญชีกัน ณ ที่ อัลลอฮฺ ฉันจะร้องเรียนต่อพระองค์ในวันที่เราได้พบกัน เพราะ พระองค์ทรงเพียงพอแก่เราแล้วและพระองค์ทรงเป็นผู้ถูกมอบ หมายท่ีดีท่ีสุด” ท่านอิบนุญะรีรกล่าวว่า “ผู้คนท้ังหลายต่างแยกย้ายกันไป เม่ือ ถึงยามเช้าพรุ่งน้ี ชาวคุรอซานก็ท�ำการป่าวประกาศเช่นเดิม” “โอ้ผู้ร่วมท�ำฮัจญ์ทั้งหลาย โอ้ชาวมักกะฮ์ทั้งท่ีอยู่ในเมืองและ ชานเมือง ถุงเงินของฉันได้หายไป ซ่ึงในถุงนั้นมี 1,000 เหรียญ ทอง ดังนั้นผู้ใดที่น�ำมาคืนให้แก่ฉัน แน่นอนการตอบแทนความ ดีงามแก่เขาอยู่ ณ ท่ีอัลลอฮฺ” ชายชราลุกข้ึนยืน และกล่าวว่า “โอ้ ชาวคุรอซานเอ๋ย เมื่อวานฉันได้บอกท่านแล้ว จงมอบสิน น้�ำใจ 100 เหรียญทองแก่ผู้ที่พบ แต่ท่านปฏิเสธ หลังน้ันขอให้ มอบสินน�้ำใจ 10 เหรียญทอง ท่านก็ปฏิเสธอีก ดังนั้นหากท่าน จะมอบสินน�้ำใจเพียงแค่ 1 เหรียญทองเท่านั้นจะได้ไหม?... ... เพ่ือครึ่งหนึ่งของเหรียญทองเขาจะได้น�ำมาไปซื้อสิ่งจ�ำเป็นที่ เขาต้องการให้แก่คนชราและเด็กๆ และอีกคร่ึงหน่ึง เขาจะน�ำไป
8 เร่ืองเล่าของอิหม่ามญะรีรอัฏฏ่อบะร์ีย: ซ้ือแกะเพื่อรีดนมเพ่ือให้ผู้คนทั้งหลายได้ดื่มและท�ำเป็นอาชีพหา รายได้ อีกทั้งจะน�ำไปท�ำอาหารให้แก่ลูกๆ ได้รับประทาน และ เขาท�ำเพื่ออัลลอฮฺ” ชาวคุรอซาน กล่าวว่า “ฉันไม่ตกลง ฉันจะโอนเร่ืองนไ้ี ปใหอ้ ลั ลอฮทฺ รงจัดการ ฉันจะรอ้ ง เรียนต่อพระองค์ในวันที่เราได้พบกันเพราะพระองค์ทรงเพียงพอ แก่เราแล้วและพระองค์ทรงเป็นผู้ถูกมอบหมายท่ีดีท่ีสุด” ชายชราจึงดึงเขาเข้ามาแล้วกล่าวว่า “โอ้ท่านคนนี้ จงเข้ามาหาฉันซิ ฉันจะคืนทรัพย์สิน1,000 เหรียญ ทองน้ีแก่ท่านและท่านจงปล่อยให้ฉันได้นอนหลับให้สบายในคืน น้ีเถิด เพราะฉันไม่เคยมีความสุขเลยต้ังแต่ได้พบเจอทรัพย์สินน้ี” ท่านอิบนุญะรีร เล่าต่อไปว่า “แล้วชายชราก็น�ำเจ้าของทรัพย์ เดินไปพร้อมกัน ฉันก็ติดตามทั้งสองไปจนกระทั่งเจ้าของทรัพย์ได้ เข้าไปในบ้านของชายชรา ดังนั้นชายชราก็ท�ำการขุดดินและน�ำมา ทรพั ย์สินออกมา และกล่าววา่ ทา่ นจงเอาทรพั ยข์ องทา่ นไปซิ และจง วอนขอต่ออัลลอฮฺให้พระองค์ทรงอภัยแก่ฉันและจงขอให้พระองค์ ทรงประทานริสกีแห่งความโปรดปรานของพระองค์ให้แก่ฉันด้วย” ชายคุรอซานจึงหยิบเอาทรัพย์ไปและต้องการจะออกไปจากบ้าน ของชายชรา ขณะท่ีเดินออกไปถึงประตูบ้าน ชายคนน้ันก็พูดขึ้นว่า “โอ้ท่านผู้อาวุโส บิดาของฉันเสียชีวิต ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน
อะบูฆ็อยยาษ บุรุษผู้ย�ำเกรง 9 และบิดาได้ท้ิงมรดกให้แก่ฉันถึง 3000 เหรียญทอง และท่านได้ ส่ังเสียแก่ฉันว่า เจ้าจงน�ำเศษหนึ่งส่วนสามออกไปแจกจ่ายแก่ ผคู้ นทม่ี สี ทิ ธสิ์ มควรไดร้ บั มากทสี่ ดุ ตามทศั นะของเจา้ เถดิ ฉนั จงึ นำ� 1,000 เหรียญทองผูกไว้ในถุงนี้เพื่อจะน�ำไปแจกจ่ายกับผู้ที่มีสิทธิ์ ควรได้รับ ดังน้ันฉันขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ต้ังแต่ฉันออกเดินทาง จากเมืองคุรอซานจนถึงท่ีน่ี (คือมักกะฮ์) ฉันยังไม่เคยเห็นชาย ใดท่ีสมควรจะได้รับเลยนอกจากท่านเท่าน้ัน ฉะน้ันท่านจงรับ ทรัพย์นี้ไปเถิด ขออัลลอฮฺทรงประทานจ�ำเริญแก่ท่านในทรัพย์น้ี และขออัลลอฮฺทรงตอบแทนความดีงามของท่านเนื่องจากความ ซื่อสัตย์และความอดทนต่อความยากจนของท่านน้ี” หลังจากนั้นชาวคุรอซานก็ได้จากไปโดยมอบทรัพย์สินนี้ให้กับ ชายชรา ชายชราจึงยืนข้ึน แล้วร้องไห้และวิงวอนต่ออัลลอฮฺว่า ขออัลลอฮฺ ทรงเมตตาแก่เจ้าของทรัพย์สินที่อยู่ในกุบูรของเขาด้วยเถิดและขอ พระองค์ทรงประทานความจ�ำเริญแก่บุตรของเขาด้วย ท่านอิบนุญะรีรเล่าต่อไปว่า ฉันจึงเดินตามหลังชาวคุรอซานไป แต่ชายชราได้เดินตามหลังฉันมาติดๆ แล้วเขาก็เชิญให้ฉันเดินกลับ ไปท่ีบ้านของเขา ชายชรา (คืออะบูฆ็อยยาษ) จึงกล่าวแก่ฉันว่า “ท่านจงนั่งซิ เพราะฉันเห็นท่านติดตามฉันมาตั้งแต่วันแรกและ
10 เร่ืองเล่าของอิหม่ามญะรีรอัฏฏ่อบะร์ีย: ก็รู้ถึงเร่ืองราวของเราในเม่ือวานที่ผ่านมาจนถึงวันน้ี” ชายชราได้กล่าวแก่ฉันว่า “ฉันได้ยินอะห์มัด บิน ยูนุส อัลยัรบูอีย์ กล่าวว่า ฉันได้ยินท่าน มาลิก กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านนาฟิอฺ กล่าวว่า จากท่านอับดุลลอฮ์ บุตร อุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า ท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวแก่ท่านอุมัร และท่านอะลีย์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่า เมื่ออัลลอฮฺทรงน�ำ ของฝาก(ฮะดียะฮ์)มาให้แก่ท่านท้ังสองโดยท่านท้ังสองมิได้ขอ และมิได้มีจิตใจอยากจะได้ ดังนั้นท่านท้ังสองก็จงรับของก�ำนัล น้ันเถิด อย่าได้ปฏิเสธ เพราะเท่ากับว่าท่านท้ังสองได้ปฏิเสธ (นิอฺมัต)อัลลอฮฺเก่ียวกับของก�ำนัลน้ัน เนื่องจากของก�ำนัลน้ันมา จากอัลลอฮฺและของก�ำนัลน้ันส�ำหรับผู้ที่ปรากฏอยู่ต่อหน้า” หลังจากน้ันชายชราจึงกล่าวว่า “โอ้ ลุบาบะฮ์เอ๋ย” และเขาก็ เรียกบรรดาลูกสาว(4 คน) เรียกน้องสาวสองคน เรียกภรรยา และ แม่ของเขา แล้วชายชราก็นั่งลงและเชิญให้ฉันนั่ง ปรากฏว่าเรามีกัน 10 คน แล้วชายชราก็ท�ำการเปิดถุง และกล่าวว่า “พวกท่านจงขยายตัก ของพวกท่านซิ แล้วฉันก็ขยายตักของฉัน” แต่พวกนางไม่มีเส้ือที่จะ มาปูบนตัก(เพ่ือใส่เหรียญทอง)เลย แต่พวกนางจะย่ืนมือมารับ ชาย ชราท�ำการนับเงิน และแจกให้คนละ 100 เหรียญทอง จึงเหลืออีก
อะบูฆ็อยยาษ บุรุษผู้ย�ำเกรง 11 100 เหรียญทอง ชายชราจึงมอบเป็นของก�ำนัลให้แก่ฉัน ท่านอิบนุญะรีร กล่าวว่า “หัวใจฉันรู้สึกดีใจจากการท่ีพวกเขา ร�่ำรวยมากกว่าการดีใจท่ีฉันได้ 100 เหรียญทอง” เม่ือฉันต้องการจะออกจากบ้านของชายชรานั้น เขาก็กล่าวกับ ฉันว่า “โอ้พ่อหนุ่มเอ๋ย ท่านเป็นผู้มีความจ�ำเริญ(บะร่อกัต) และท่านไม่ เห็นอยากจะได้และไม่ได้หวังจะได้ในทรัพย์สินน้ีเลย แต่ฉันอยาก แนะน�ำท่านว่า ทรัพย์สินน้ีหะล้าล ท่านจงเก็บมันเอาไว้เถิด และท่านจงรู้ไว้เถิดว่า ฉันได้ท�ำการละหมาดซุบห์ด้วยเสื้อผ้าท่ี เก่าที่ฉันได้สวมใส่อยู่นี้ และฉันก็ท�ำการถอดมันให้เพ่ือลูกสาว ของฉันน�ำไปใส่ละหมาดซุบห์ทีละคนทีละคน หลังจากนั้นฉันก็ออกไปท�ำงานจนถึงช่วงเวลาระหว่างซฺุฮ์ริกับ อัสริ แล้วฉันก็กลับมายังครอบครัวพร้อมกับสิ่งท่ีอัลลอฮฺทรง ประทานมาให้จากอินทผาลัมและเศษขนมปังแห้ง หลังจาก น้ันฉันก็ถอดเส้ือของฉันเพื่อให้บรรดาลูกสาวของฉันท�ำการ ละหมาดซุฮ์ริและอัสริ และในช่วงเวลามัฆริบกับอิชาอ์ก็ท�ำเฉก เช่นเดียวกันนี้ และเราก็ไม่ได้อยากปรารถนาในเหรียญทองเหล่านี้เลย แต่ขอ อัลลอฮฺทรงให้พวกนางได้รับประโยชน์กับสิ่งที่พวกเขาได้รับ เอา(เหรียญทองเหล่าน้ัน)มา และขอต่ออัลลอฮฺให้พระองค์ทรง ประทานประโยชน์แก่ฉันและแก่ท่านเก่ียวกับสิ่งที่เราได้รับมา
12 เร่ืองเล่าของอิหม่ามญะรีรอัฏฏ่อบะรี์ย: และขออัลลอฮฺทรงเมตตาเจ้าของทรัพย์ที่อยู่ในกุบูร และขอ อัลลอฮฺทรงเพิ่มพูนผลบุญแก่บุตรของเขาและทรงตอบรับเขา ด้วยเถิด” ท่านอิบนุญะรีร อัฏฏ่อบะรีย์ กล่าวต่อไปว่า “แล้วฉันก็กล่าว อ�ำลาเขา พร้อมกับเอา 100 เหรียญทองไป ซ่ึงเงิน 100 เหรียญทอง นี้ ฉันน�ำไปใช้เกี่ยวกับการเขียนประพันธ์ทางด้านวิชาการได้ถึง 2 ปี ฉันน�ำไปใช้ยังชีพ น�ำไปซ้ือกระดาษ น�ำไปใช้เกี่ยวกับการเดินทาง และเป็นค่าจ้าง 16 ปีให้หลัง ฉันจึงเดินทางไปท่ีมักกะฮ์อีกคร้ัง และฉันก็ได้ ถามไถ่ถึงชายชราอาวุโสผู้น้ัน ค�ำตอบที่ได้ก็คือ ชายชราได้เสียชีวิต ไปแล้วไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ภรรยาของเขา มารดาของเขา และน้อง สาวอีกสองคนน้ัน ก็เสียชีวิตกันหมดแล้วเช่นกัน แต่คงเหลือบรรดาลูกสาวของชายชรา ฉันจึงถามไถ่เก่ียวกับ พวกนาง ฉันจึงทราบว่าพวกนางได้แต่งงานกับบรรดากษัตริย์และ เจ้าเมือง ดังกล่าวก็เพราะว่า เรื่องราวความมีคุณธรรมของบิดาพวก นางได้ขจรไปทั่วทุกสารทิศ ฉันจึงขอพักกับบรรดาสามีของพวกนาง และท�ำการเล่าเรื่องราว ของบิดาของพวกนางให้พวกเขาได้ฟัง ดังน้ันพวกเขาได้ให้เกียรติฉัน อย่างมากและเสมอมาจนกระทั่งอัลลอฮฺทรงให้พวกนางจากโลกดุน ยาน้ีไป”
อะบูฆ็อยยาษ บุรุษผู้ย�ำเกรง 13 กระผมขอจบเร่ืองดังกล่าวด้วยค�ำตรัสของอัลลอฮฺตะอาลา ที่ว่า ََويا ْلَْيح َْتو ِمِس ا ُْلب�آ َِخو ِرَم ْ َنو َمَي َتْ َنو ََّيكتَّ ْلِق َعا َلللَّ َىه ُيَل ُوه َع َم ُظْخ َبرِ ِهًجا َم َوْنَي ْر ُز َكْقاُه َن ِم ُيْ ْنؤ ِم َُحنْي بُِاثللَّ َلِها َذلِ ُك ْم َي ْج َع ْل اللَّ ِه َف ُه َو َح ْس ُب ُه “ดังกล่าวน้ัน ถูกเป็นส่ิงเตือนใจแก่ผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและ วันสุดท้าย และผู้ใดท่ีตักวาต่ออัลลอฮฺ พระองค์จะประทาน ทางออกให้แก่เขาและพระองค์จะทรงประทานริสกีแก่เขา โดยเขาไมส่ ามารถคณานบั ได้ และผใู้ ดทม่ี อบหมายตอ่ อลั ลอฮฺ พระองค์ก็ทรงเพียงพอส�ำหรับเขาแล้ว” [อัฏฏ่อล้าก: 2-3] บทเรียนสอนใจจากเหตุการณ์ดังกล่าวน้ี คือ 1. ครอบครัวของชายชราที่ชื่อ อะบูฆ็อยยาษ น้ันมีความยากจน อย่างมาก แต่พวกเขามีความอดทน ซึ่งอัลลอฮฺจะไม่ท�ำให้การ ตอบแทนความอดทนของพวกเขาสูญเปล่า 2. แม้ลุบาบะฮ์ผู้เป็นภรรยามีความเป็นห่วงลูกๆ และสมาชิก ในครอบครัว จึงคิดท่ีเขาเอาเงินเหรียญทองไปใช้ แต่อะบูฆ็อยยาษ มีความเกรงกลัวต่ออัลลอฮฺอย่างสูง ไม่ยอมบริโภคส่ิงท่ีหะรอม เน่ืองจากมันจะเป็นไฟไปเผาผลาญเน้ือหนังและตัวของพวกเขาที่ งอกและเจริญเติบมากับอาหารที่หะรอมเนื่องจากเอาเงินของผู้อื่น ไปซื้ออาหาร ซึ่งความเกรงกลัวต่ออัลลอฮฺนี้ ท�ำให้ภรรยาก็มีความ อดทนและเกรงกลัวไปด้วย
14 เร่ืองเล่าของอิหม่ามญะรีรอัฏฏ่อบะรี์ย: 3. ความอดทนและความเกรงกลัวของพวกเขาท่ีมีต่ออัลลอฮฺนั้น พระองค์จึงประทานทางออกให้โดยที่อัลลอฮฺได้ทรงให้พวกเขามีริสกี ท่ีคาดไม่ถึงมาก่อนหน้า 4. อะบูฆ็อยยาษมิได้มีความยากปรารถนาในเงิน 100 เหรียญ ทองเพราะตัวเองแต่เพราะเป็นห่วงครอบครัว อะบูฆ็อยยาษคิดว่า เงิน 100 เหรียญทองน้ัน อัลลอฮฺทรงประทานให้ เพราะเป็นของ ก�ำนัล(ฮะดียะฮ์)ท่ีเขาไม่ได้อยากได้มาแต่ต้น ดังนั้นส่ิงที่ถูกฮะดียะฮ์ ให้โดยท่ีเรามิได้ขอและอยากได้ ย่อมจากอัลลอฮฺท่ีพระองค์ได้ส่ง ผ่านมาทางมือของคนอ่ืน ดังนั้นเราอย่าปฏิเสธของฮะดียะฮ์ที่คน อื่นมอบให้ เพราะเท่ากับได้ปฏิเสธนิอฺมัตที่มาจากอัลลอฮฺ ด้วยเหตุ น้ี ท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงรับส่ิงท่ีเป็นฮะดียะฮ์ ไม่รับส่ิงท่ีเป็นศ่อดะเกาะฮ์ 5. ท�ำให้เรารู้ถึงนิอฺมัตอันยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮฺตะอาลาได้มอบให้แก่ เรา เน่ืองจากครอบครัวของอะบูฆ็อยยาษนั้น มีความยากจนอย่าง มากแต่พวกเขาไม่ละท้ิงการฏออัตต่ออัลลอฮฺตะอาลา เน่ืองจากเส้ือ ท่ีพวกเขาจะน�ำมาสวมใส่ก็ยังไม่ค่อยมี บรรดาลูกสาวจะละหมาด ทั้งทีต้องใช้เส้ือผ้าของผู้เป็นบิดามาผลัดเปล่ียนกันละหมาดจนครบ ทุกคนและทุกเวลา ส่วนเราน้ัน อัลฮัมดุลิลลาฮ์ ไม่ได้ยากจน มีเส้ือผ้า สวมใส่ มีความสะดวกในทุกด้าน ก็ต้องพยายามอะมัลอิบาดะฮ์กัน ให้ครบถ้วน อินชาอัลลอฮฺ 6. ความมีคุณธรรมของบิดามารดา และบรรดาลูกสาวท่ีเป็นนัก ท�ำอิบาดะฮ์ ท�ำให้ผู้คนทั้งหลายโดยเฉพาะผู้อยู่ในต�ำแหน่งระดับสูง
อะบูฆ็อยยาษ บุรุษผู้ย�ำเกรง 15 ต่างให้เกียรติและปรารถนาที่จะได้บรรดาลูกสาวมาเป็นคู่ครอง และเรื่องดังกล่าวน้ี ได้ค�ำสอนท่ีประทับใจ ดังน้ี 1. อะบูฆ็อยยาษมีความตักวาต่ออัลลอฮฺ และพระองค์ทรง ประทานทางออกที่ดีกว่าให้ 2. เรื่องอิบาดะฮ์ แม้พวกเขาจะมีความยากจนแต่อะบูฆ็อยยาษ และครอบครัวต่างก็ไม่ละทิ้งละหมาดแม้จะต้องเปลี่ยนเสื้อมาใส่เพ่ือ ละหมาดก็ตาม 3. ความตักวาของพ่อแม่ ส่งผลให้ลูกๆ มีความเคร่งครัดใน อิบาดะฮ์ มีความบะร่อกะฮ์(มีความจ�ำเริญ) 4. ท่านอิบนุญะรีร อัฏฏ่อบะรีย์นั้น ได้ใช้เงินอย่างประหยัดและ มีประโยชน์ในการศึกษาหาความรู้อย่างคุ้มค่า อาริฟีน แสงวิมาน
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: