Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore จุดยืนของเราต่อการเยาะเย้ยล้อเลียนท่านนบีมุหัมมัด ﷺ

จุดยืนของเราต่อการเยาะเย้ยล้อเลียนท่านนบีมุหัมมัด ﷺ

Published by Ismail Rao, 2020-10-28 02:22:30

Description: แท้จริงสิ่งที่เหล่าผู้เขลาขลาดและอาชญากรเหล่านั้นกระทำลงไป ได้สร้างความเดือดร้อนแก่พวกเราและมุสลิมทุกๆ คนที่ห่วงแหนต่อศาสนา โดยการดูถูกเหยียดหยามท่านนบีของเราในขณะที่ท่านเป็นผู้ประเสริฐสุดในแผ่นดินนี้ เป็นผู้นำของผู้คนตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันทุกยุคสมัย
และนี่ก็คือการอวดดี ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ประการใดที่จะพบเห็นได้จากพวกเขาเหล่านั้น เพราะพวกเขาเป็นผู้ช่ำชองเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว
ถึงแม้ว่าการกระทำอันน่าเกลียดนี้ได้ย่ำยีหัวใจพวกเรา และได้เพิ่มความโกรธแค้นและเกลียดต่อพวกเขา และเราก็ปรารถนาที่จะไถ่ท่านรอซูล ﷺ ด้วยตัวของพวกเราเอง กระนั้นเราก็ยังพบว่ามีมูลเหตุแห่งข่าวดีที่จะได้เห็นความพินาศและความล่มสลายของแผ่นดินของอาชญากรเหล่านั้น ซึ่งอัลลอฮฺได้ตรัสว่า
[الحجر : 95] إِنَّا كَفَيْنَاكَ الْمُسْتَهْزِئِينَ
ความว่า “แท้จริงเราได้ปกป้องเจ้าจากบรรดาผู้เยาะเย้ยล้อเลียน(คือพระองค์จะทรงลงโทษด้วยผลตอบแทนที่สาสมกับการกระทำของพวกเขาเอง)” (อัลหิจญ์รฺ : 95)

Search

Read the Text Version

0

จดุ ยนื ของเราตอ่ การเยาะเยย้ ลอ้ เลยี นทา่ นนบมี หุ มั มดั ‫ﷺ‬ ประการแรก แท้จริงส่ิงท่ีเหล่าผู้เขลาขลาดและอาชญากรเหล่าน้ันกระทาลงไป ได้สร้างความเดือดร้อนแก่พวก เราและมุสลิมทุกๆ คนท่ีห่วงแหนต่อศาสนา โดยการดูถูกเหยียดหยามท่านนบีของเราในขณะที่ท่านเป็ นผู้ ประเสริฐสุดในแผ่นดินนี้ เป็นผู้นาของผู้คนตั้งแต่อดีตจนปั จจุบันทุกยุคสมัย ขออัลลอฮฺประทานความ จาเริญและสนั ติสขุ แกท่ ่านดว้ ยเถิด และน่ีก็คือการอวดดี ซ่ึงไม่ใช่เร่ืองแปลกแต่ประการใดที่จะพบเห็นได้จากพวกเขาเหล่าน้ัน เพราะ พวกเขาเป็นผชู้ ่าชองเรื่องเหลา่ น้ีอย่แู ล้ว ถึงแม้ว่าการกระทาอันน่าเกลียดน้ีได้ย่ายีหัวใจพวกเรา และได้เพ่ิมความโกรธแค้นและเกลียดต่อ พวกเขา และเราก็ปรารถนาที่จะไถท่ า่ นรอซูล ‫ ﷺ‬ดว้ ยตัวของพวกเราเอง กระนน้ั เรากย็ ังพบว่ามีมูลเหตุแห่ง ขา่ วดีท่ีจะไดเ้ ห็นความพินาศและความล่มสลายของแผน่ ดนิ ของอาชญากรเหลา่ นั้น ซึ่งอัลลอฮฺไดต้ รสั ว่า [95 : ‫ِإ َّنا َكفَيْن َاكَ الْم ْستَهْزِئ ِينَ ]الحجر‬ ความวา่ “แท้จรงิ เราได้ปกปอ้ งเจา้ จากบรรดาผู้เยาะเยย้ ล้อเลียน(คอื พระองคจ์ ะทรง ลงโทษด้วยผลตอบแทนทีส่ าสมกบั การกระทาของพวกเขาเอง)” )อัลหจิ ญ์รฺ : )95 ดังน้ันอัลลอฮฺจะปกป้องศาสนทูตของพระองค์ให้รอดพ้นจากเหล่าผู้ดูถูกเหยียดหยามที่ช่ัวร้าย เหล่านน้ั และอลั ลอฮฺไดต้ รัสวา่ [3:‫»ِإ َّن َشانئِ َ َك هو َ ا ْل َأب ْت َر« ]ال كوثر‬ ความวา่ “แทจ้ รงิ ผู้ท่ีดถู ูกเยาะเยย้ /เกลยี ดชังเจา้ คือผทู้ ขี่ าดว่ิน)หมายถงึ ไม่มีความดี งาม ไม่ประสบชยั ชนะ ไม่มีเกยี รติและศักดศิ์ รี) “อัลเกาษรั : 3 แท้จริง เมื่อบรรดามุสลิมไปปิดล้อมกาแพงเมืองของคู่สงครามท่ีเมืองใดเมืองหนึ่งและพบว่ายาก ตอ่ การจ่โู จมเขา้ ไปในเมือง แตเ่ ม่ือไดย้ ินคนในกาแพงได้ด่าทอใสร่ ้ายทา่ นนบี ‫ ﷺ‬มาจากในกาแพง พวกเขา จะถือว่านี่เป็นการแจ้งข่าวดีว่าใกล้จะถึงเวลาพิชิตเมืองแล้ว ภายในเวลาไม่นานอัลลอฮฺก็จะนาชัยชนะจาก พระองคม์ าใหเ้ พอื่ เป็นการเอาคืนใหก้ ับรอซลู ของพระองค(์ ต่อการด่าทอของเหลา่ ศัตรทู ีม่ ตี อ่ ท่านรอซลู )) ดู อศั ศอรมิ อลั มัสลูล : 116–)117 มปี ระจกั ษ์พยานในประวตั ศิ าสตร์มากท่บี ง่ บอกถึงความพนิ าศของผู้ดถู ูกดูแคลนนบมี หุ มั มดั ‫ﷺ‬ อะไรคือมลู เหตุท่ที าให้พวกเขาเคียดแค้นท่านนบมี ุหมั มดั ‫? ﷺ‬ 1

พวกเขาแค้นเพราะท่านนบีมุหัมมัดเรียกร้องสู่เตาฮีด(เอกภาพของอัลลอฮฺ) ขณะท่ีพวกเขาไม่มี หลกั เตาฮีด ไม่ศรทั ธาตอ่ ความเป็นเอกภาพของอลั ลอฮฺ พวกเขาแค้นเพราะท่านนบีให้การเชิดชูต่ออัลลอฮฺ และเชื่อว่าพระองค์ปราศจากการมีบุตรและ ภรรยา แตพ่ วกเขามีความเชื่อตรงขา้ ม พวกเขาแค้นเพราะทา่ นนบีมุหมั มดั ‫ ﷺ‬เรียกรอ้ งสูจ่ รรยามารยาทอนั สงู สง่ ปดิ กน้ั สาเหตุทีจ่ ะนาไปสู่ ความโสมมทางจริยธรรม แต่พวกเขาต้องการปลดปล่อยให้พ้นจากบ่วงจริยธรรม ให้มีความอิสระเสรีทาง เพศ ต้องการจมลึกอยใู่ นความตอ้ งการของอารมณใ์ ฝ่ต่า และพวกเขาก็ได้กระทาส่ิงนน้ั แลว้ จรงิ ๆ พวกเขาแค้นเพราะท่านคือศาสนทูตที่อัลลอฮทรงคัดเลือกมาสู่มวลมนุษยชาติด้วยสารและ ถ้อยคาวิวรณ์แห่งพระองค์ พร้อมหลักฐานเครือ่ งหมายแห่งความอัศจรรย์ต่างๆ มากมายทบี่ ่งบอกและเป็น สักขีถึงการเป็ นศาสนทูตของท่าน หรือพวกเขาไม่เคยไดย้ ินความอัศจรรย์ของการแยกของดวงจนั ทร์ ? หรือไม่เคยได้ยินการทน่ี ้าไหล ออกจากระหวา่ งน้วิ ของทา่ นครัง้ แล้วครงั้ เล่า ? หรือพวกเขามิเคยได้ฟั งถึงความอัศจรรย์อันย่ิงใหญ่ นั่นคือคัมภีร์อัลกุรอาน ดารัสของพระเจ้า ซึ่ง พระองคไ์ ดร้ ักษามันให้รอดพ้นจากน้ามือของของผู้บิดเบือนท้งั หลาย ในขณะที่คัมภรี ท์ ี่พระองค์ประทานให้ เหลา่ นบีของพวกเขา กลบั ถกู พวกเขาบิดเบอื นแต่งแตม้ กนั เป็นวา่ เล่น ‫َكت َب َ ْت اللهِ ل ِي َ ْشت َرواْ ب ِهِ ث َم َنا ق َل ِيلا ف َو َي ْل َّلهم مَِّما ي َ ْكتبونَ ال ْكِتاَ َب ب َِأيْدِيه ِ ْم ث َّم ي َقولو َن ه َذَا مِ ْن عِندِ ف َو َي ْل لَِّلذِي َن‬ [79 : ‫َأيْدِيه ِ ْم وَوَي ْل َّله ْم مَِّما ي َ ْك ِسبون ]البقرة‬ ความวา่ “ความพินาศจะประสบกับผ้ทู ่เี ขยี นคัมภีรด์ ้วยมอื และได้กล่าววา่ นค่ี ือส่ิงท่ีมา จากพระเจ้า เพื่อจะแลกเปล่ียนมันด้วยราคาอันเล็กน้อย ดังนั้นความพินาศจึงมีแก่ พวกเขาจากส่ิงท่ีพวกเขาเขียน และความพินาศมีแก่พวกเขาในส่ิงที่พวกเขากระทา ขวนขวาย” (อัลบะเกาะเราะฮฺ : 79) ย่ิงกว่าน้ัน หลักฐานที่โดดเด่นที่สุดที่บอกถึงความสัจจริงของท่านนบีมุหัมมัด ‫ ﷺ‬ก็คือศาสนา อิสลามยังคงอยู่มาหลายศตวรรษอย่างโดดเด่นและเป็นที่เชิดชู และเราพบว่าในชีวิตของท่านศาสนทูต ‫ﷺ‬ อะลัยฮิ วะสัลลมั นั้นมักจะประสบชัยชนะเหนือศัตรอู ยูเ่ สมอ ตามวิทยปัญญาและความประสงค์ของอัลลอฮฺน้นั ปฏิเสธที่จะให้ผู้ที่กล่าวเทจ็ ต่อท่านและศาสนา ของท่านได้โอหังอยู่บนหน้าแผ่นดินในระยะเวลาท่ียาวนาน แม้แต่ในคัมภีร์ของพวกเขาเอง ซ่ึงถูก นักปราชญ์ของพวกเขาปกปิดและบิดเบือน ก็มีระบุว่า แท้จริงผู้กล่าวเท็จ)บรรดาผู้แอบอ้างว่าเป็นศาสน ทูต)ไมส่ ามารถอยู่ไดน้ านเกนิ สามสิบปี หรือประมาณนนั้ 2

ดังมเี รื่องเล่าท่ีกษตั ริยอ์ งคห์ น่ึงได้นาชายคนหน่งึ จากชาวคริสเตยี นที่ดา่ ทอและใส่ร้ายนบีมุหมั มดั ‫ﷺ‬ ว่าเป็นผปู้ ระกาศศาสนาจอมปลอม มานัง่ ตอ่ หน้าบรรดาปวงปราชญ์ของพวกเขา แลว้ กษัตริยก์ ็ถามว่า \"คน ที่โกหก)ผ้ปู ระกาศศาสนาจอมปลอม)จะอยู่ได้นานเท่าไร?\" เหล่านักปราชญ์ตอบว่า \"เท่านั้นเทา่ น้ี สามสบิ ปี หรือประมาณนี้\" กษัตริย์ก็กล่าวต่อไปว่า \") ศาสนามุหัมมัด)อยู่มากว่าห้าร้อยหรือหกร้อยปีแล้ว)ในสมยั น้ัน) แต่ยังมีคนตามและยอมรับ แล้วมุหัมมัดจะเป็นคนโกหกได้กระน้ันหรือ?\" แล้วกษัตริย์ก็ได้สั่งให้ตัดคอ ชายผนู้ ัน้ ) ดู บทอธิบาย อลั อะกีดะฮฺ อลั อัศฟะฮานยี ะฮฺ ของ อิบนุ ตัยมยี ะฮฺ ) พวกเขาไม่รู้ดอกหรือว่าบรรดาผู้รู้ นักปราชญ์และกษัตริย์ของพวกเขาหลายคน เมื่อมีสารอัน บริสุทธิ์ของอิสลามไปถึงมือพวกเขา พวกเขามิอาจจะตัดสินใจเป็นอ่ืนได้นอกจากต้องยอมรับถึงความ ถูกต้องของศาสนานี้ และหลายคนก็ประกาศเข้ารบั อสิ ลาม ดังเช่น กษัตรยิ ์นะญาชีย์ (เนกุส) แห่งอบสิ สิเนยี )เอธโิ อเปีย) ในอดีต และเม่ือท่านศาสนทูตส่งสาส์นถึงกษัตริย์โรมันเพื่อเชิญชวนสู่อิสลาม องค์กษัตริย์ก็ได้ประกาศ รับรองถึงความถูกต้องของอิสลาม และมีความประสงค์ท่ีจะประกาศอิสลาม แต่เพราะเหตุแห่งความกลัว และความอายจงึ อยู่อย่างผปู้ ฏเิ สธตอ่ ไปและได้ตายในฐานะน้นั แม้แตผ่ ู้ร่วมสมยั กบั บรรดาอาชญากรผูเ้ ยาะเย้ยถากถางในปัจจุบันก็ประกาศเชน่ นน้ั 1. Michael Hart ได้กล่าวไว้ในหนังสือของเขา The 100 : A Ranking of the Most Influential Persons in History \" 100บุคคลที่ทรงอิทธิพลตลอดกาล\" (หน้า 13) เขาได้จัดให้นบีมุหัมมัด‫ ﷺ‬อยู่ใน อันดับแรก \"เพราะมุหัมมัดคือบุคคลเดียวที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ที่ประสบความสาเร็จทั้งด้านทาง โลกและดา้ นศาสนา” 2. George Bernard Shaw ชาวอังกฤษ เจ้าของงานเขียนชื่อวา่ “มุหัมมัด” ท่ีซึ่งผู้มีอานาจในองั กฤษ ได้เผามันท้ิง เขากล่าวว่า \"แท้จริงโลกนี้มีความต้องการนักคิดแบบมุหัมมัด แต่ว่าเป็นเพราะความงมงาย และคลั่งไคล้ในชาติพันธ์ุทาให้บรรดานักวิชาการศาสนาในศตวรรษกลางได้ป้ายสีมุหัมมัด พวกเขาได้วาด ภาพของศาสดามุหัมมัดเป็นสีเทา และพวกเขาหาว่ามุหัมมัดเป็นศัตรูของคริสเตียน แต่สาหรับฉันไดพ้ บว่า ศาสนามหุ ัมมดั มหี ลายคาตอบ และฉันก็ไดพ้ บว่าท่านไมไ่ ดเ้ ป็นศัตรูของครสิ ต์ แตจ่ าเป็นที่ต้องเรียกมุหัมมดั ว่าเป็นผู้ปลดปล่อยสู่ความเป็นมนุษย์ และในความเห็นของฉันหากมหุ ัมมัดได้ปกครองโลกในวันนี้ แน่นอน เขาจะแกป้ ัญหาดว้ ยความสันตสิ ขุ ตามทม่ี นุษย์ชาตติ า่ งเรยี กรอ้ งเพรยี กหา\" 3. Annie Besant กล่าวว่า “เป็นไปไม่ได้เลยกบั ผูท้ ่ีศึกษาชวี ประวัติของนบีชาวอาหรบั และรู้วิถีชวี ติ ของเขาอยา่ งละเอียด นอกจากเขาจะรูส้ ึกนับถอื กับนบีผ้นู ีว้ ่าเขาเป็นศาสนาทูตแห่งอลั ลอฮฺผยู้ ่ิงใหญ\"่ 4. Schabrak ชาวออสเตรียน กล่าวว่า \"แท้จริงมนุษย์ชาติมคี วามภูมิใจทีม่ ีบุรษุ อย่างมุหัมมดั เพาะ วา่ เขาสามารถนาบทบัญญตั ิมาให้เราได้ตัง้ แต่สิบกว่าศตวรรษมาแล้วในขณะท่ีตัวเองอ่านไม่ออกเขยี นไม่ได้ และพวกเราชาวยโุ รปจะเป็นผ้ทู ม่ี ีความสขุ ทส่ี ดุ หากเราได้กา้ วข้ึนเป็นเหมอื นกบั ความสุดยอดของเขา\" 3

5. นักบูรพาคดีชาวแคนาดา Dr. Zwemer กล่าวว่า \"แท้จริงมุหัมมัดเป็นนักปฏิรูปท่มี ีความสามารถ มีวาทศิลป์และความฉะฉาน กล้าหาญ เป็นนักคิดผู้ย่ิงใหญ่ และไม่เป็นการบังควรท่ีพวกเราจะกล่าวหา พาดพิงท่านด้วยส่ิงท่ีค้านกับคุณลักษณะเหล่านี้ อัลกุรอานที่เขานามาและประวัติของท่านเป็นพยานได้ อยา่ งดีถงึ ส่งิ ท่ีเราอ้างน้ี\" 6. Thomas Carlyle นักปรัชญาชาวองั กฤษ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลกล่าวไว้ในหนังสือ Heroes \"วีรบุรุษ “ ของเขาว่า “เป็นเรื่องน่าอายมากสาหรับผู้คนในยุคปัจจุบันท่ีกล่าวหาว่าศาสนาของอัลลอฮฺเป็นศาสนา จอมปลอมและนบีมุหัมมัดเป็นคนโกหกหลอกหลวง ตลอดชีวิตของเขาเราพบว่าเขามีความหนักแน่นทาง อุดมการณ์ มุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ ใจบุญและเมตตา ยาเกรง เป่ ียมด้วยศักดิ์ศรี อิสระ เป็ นบุรุษผู้จริงจัง ขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่ใช้ชีวิตง่ายๆ อบอุ่น เป็นมิตรแก่ผู้ท่ีอยู่ร่วมและพบเห็น หนาซ้าอาจจะเป็นคนช่าง หยอกเย้าในบางคร้ัง เป็นคนที่ยุติธรรม ตั้งใจจริง ชาญฉลาด ตัดสินใจฉับไว เหมือนว่าเป็นคนจุดเทียนที่ คอยส่องแสงสว่างในยามกลางคืนอันมืดมิด เต็มเป่ ียมด้วยรัศมี เป็นผู้ที่ย่ิงใหญ่โดยธรรมชาติ ไม่เคยผ่าน โรงเรียน ไม่มคี รู เพราะเขาไม่ไดม้ ีความจาเป็นตอ่ ส่งิ เหลา่ น้ันเลย” 7. Goethe กวีชาวเยอรมัน กล่าวว่า \"เราชาวยโุ รปตามนยั ยะแห่งตัวตนของเราทั้งหมด ยังไม่มีทางที่ จะเข้าถึงเหมือนท่ีมุหัมมัดเข้าถึง และคงไม่มีใครสามารถล้าหน้าเกินเขาได้ แท้จริงฉันได้ค้นคว้าถึงตัวอย่าง อันสูงส่งสาหรับมนุษย์จากหน้าทั้งหลายในประวัติศาสตร์ และฉันได้พบว่าส่ิงนั้นมีอยู่ในตัวของศาสนทูต มุหัมมัด เช่นนี้แหล่ะที่สัจธรรมควรจะต้องโดดเด่นและสูงส่ง เหมือนที่มุหัมมัดประสบความสาเร็จในการ สยบโลกทั้งผองภายใตถ้ อ้ ยคาแหง่ เตาฮีด(ความเป็นเอกภาพของพระผเู้ ป็นเจา้ )\" หากเป็นเช่นดังน้ัน มันย่อมเป็นหน้าท่ีของชาวโลกท้ังหมดโดยไม่มีทางเลือกอ่ืนสาหรับพวกเขา ที่ ต้องยอมรับถึงความย่ิงใหญ่ของมุหัมมัด ‫ ﷺ‬ในหมู่พวกเขาทั้งหมดให้อยู่เหนือความย่ิงใหญ่ใดๆ ต้อง ยอมรับถึงความประเสริฐของทา่ นเหนอื ความประเสริฐใดๆ ให้เกียรติแก่ท่านเหนือกว่าส่งิ ใดท้ังหมด จาเป็น สาหรับชาวโลกท้ังผองทจี่ ะต้องศรัทธาตอ่ สาส์นของท่านบมี หุ มั มดั ‫ ﷺ‬และต้องศรทั ธาวา่ ทา่ นเป็นศาสนทตู คนสดุ ทา้ ยท่ีพระผูเ้ ป็นเจ้าสง่ มา เราขอใช้โอกาสน้ี เรียกร้องพวกเขาสู่อิสลาม และหากว่าพวกเขาได้ทาผิดลงไปด้วยน้ามือพวกเขา การรบั อิสลามเทา่ นัน้ ทจี่ ะลบล้างความผดิ เหล่านน้ั ได้ หากพวกเขาดอื้ ดงึ โออ้ วด และยนื กรานทเี่ ป็นอยู่อยา่ ง นนั้ จงบอกขา่ วแกพ่ วกเขาด้วยการลงโทษแหง่ ไฟนรก พวกเขาจะไดอ้ ยใู่ นนน้ั ตลอดกาล อลั ลอฮฺผสู้ ูงสง่ ได้ ตรัสว่า [72 : ‫»ِإ َّنه مَن يش ْرِ ْك ب ِاللهِ ف َقَ ْد ح َّرمَ الله ع َل َيهِ ا ْلج ّنَة َ وَمَْأوَاه ال َّنار وَمَا ل ِل َّظال ِم ِينَ مِ ْن َأن َصارٍ« ]المائدة‬ “แท้จรงิ ผู้ใดให้มภี าคีขน้ึ กับอลั ลอฮฺแนน่ อนอลั ลอฮฺจะให้สวรรคเ์ ป็นทตี่ อ้ งห้ามแก่เขา และทอ่ี ยขู่ องเข คือ ไฟนรก และผู้อธรรมยอ่ มไมม่ ีผชู้ ่วยเหลอื ใดๆ” อัลมาอดิ ะฮฺ : 72 4

พระองค์ยงั ไดต้ รัสอีกวา่ [85 : ‫»وَمَن ي َبْت َ ِغ غ َيْرَ الِإ ْسلا َ ِم دِينا ف َل َن ي ْقب َ َل مِنْه وَهو َ ف ِي الآ ِخرَةِ مِ َن ا ْلخاَس ِرِين« ]آل عمران‬ “และผู้ใดแสวงหาศาสนาหนงึ่ ศาสนาใดนอกจากอสิ ลามแล้ว ดงั น้นั ก็จะไม่ถูกรับจาก เขาเป็นอนั ขาด และในปรโลกเขาจะอยู่ในหมูผ่ ขู้ าดทุน” อาล อิมรอน : 85 ท่านศาสนทูต‫ ﷺ‬ได้กล่าวว่า ”ขอสาบานด้วยอัลลอฮฺผู้ซ่ึงชีวิตของมุหัมมัดอยู่ในพระหัตถ์ของ พระองค์ ไม่มีคนหนึ่งคนใดในประชาชาตนิ ้ีไม่ว่ายิวหรือครสิ ต์ท่ไี ด้รบั ฟั ง)ศาสนาของ)ฉนั แตห่ ลังจากน้ันเขา ตายไปโดยไม่ศรทั ธาตอ่ ส่ิงทฉี่ ันถูกส่งมา นอกจากเขาต้องเป็นชาวนรก ”(บนั ทกึ โดยมสุ ลมิ :153 ) ประการที่สอง อัลลอฮฺผู้สูงส่งนั้นทรงปรีชาย่ิง พระองค์ไม่ได้กาหนดส่ิงใดให้เป็นความชั่วร้ายล้วนๆ แต่จะต้องมี ความดใี นน้นั แกบ่ า่ วผศู้ รัทธาของพระองค์ แม้วา่ ผอู้ ืน่ จะเห็นว่าเป็นความชั่วรา้ ย)หรอื ผลเสีย)กต็ าม ท่านรอ ซูล‫ ﷺ‬กล่าวว่า “น่าแปลกสาหรับการงานของผู้ศรัทธา แท้จริงการงานของเขาท้ังหมดน้ันเป็นความดี และ ไม่ได้เป็นเช่นนั้นนอกจากสาหรับผู้ที่ศรัทธาเท่านั้น หากเขาได้รับความสุขเขาก็ขอบคุณ น่ันย่อมเป็นส่ิงดี สาหรับเขา และถ้าหากประสบกับความลาบาก เขาก็อดทน มันก็ย่อมเป็นส่ิงท่ีดีสาหรับเขาเช่นกัน”) บันทึก โดยมุสลิม :)2999 คร้งั หนึ่งในเหตุการณ์ใสร่ า้ ยทา่ นอาอชิ ะฮฺ ซง่ึ เป็นทร่ี ูก้ นั นน้ั อัลลอฮฺได้ตรสั วา่ «‫ا ْكت َسَ َب مِ َن الِإ ْث ِم وَالَّذِي ت َو َلَّى كِبْرَه مِ ْنه ْم ل َه ش َ ًّرا َّل كم ب َ ْل هو َ خَيْر َّل ك ْم ل ِك ِل امْرِ ٍئ مِنْهم َّما لا َتحْسَبوه‬ [11: ‫» ع َذَاب عَظِيم ]النور‬ “พวกเจ้าอย่าได้คิดว่ามัน(เหตุการณ์ใส่ร้ายน้ัน)เป็ นส่ิงชั่วร้าย)ผลเสีย)แก่พวกเจ้า สาหรับทุกๆ คนในหมู่พวกเขาเหล่านั้นคือส่ิงท่ีเขาได้ขวนขวายไว้จากการทาบาป(คือ คนที่ใส่ร้ายเหล่านั้นจะต้องประสบกับการลงโทษตามที่พวกกระทา) ส่วนผู้ท่ีมีบทบาท มากในเรื่องนี้ในหมู่พวกเขานั้น(ผู้เป็นหัวหน้าในเร่ืองดังกล่าว) เขาผู้นั้นจะได้รับการ ลงโทษอยา่ งมหนั ต์” อันนูร : 11 ส รุป ผลบา ง ประกา ร ท่ีเป็ น แง่ดีจา กเห ตุกา รณ์อันช่ัวช้า น้ี 1 พฤติกรรมของบรรดาอาชญากรเหล่าน้ัน แสดงออกถึงความอิจฉาริษยาเกลียดชังต่อบรรดา มสุ ลิม ถงึ แม้วา่ หลายๆ คร้งั ที่พวกเขาแสดงออกวา่ พวกเขาคอื ผู้รักความสงบสนั ติก็ตาม [118: ‫»ق َ ْد ب َدَ ِت ال ْب َ ْغ َضاء مِ ْن َأفْو َاهِهِ ْم وَمَا تخْ ِفي صدوره ْم َأ ْكب َر« ]آل عمران‬ 5

“แท้จริงความเกลียดชังต่างๆ ได้เผยออกมาแล้วจากปากของพวกเขา และส่ิงที่หัวอก ของพวกเขาซ่อนไวน้ นั้ ใหญ่ย่ิงกว่า\" )อาล อิมรอน : 118) 2 เป็นการเปิดเผยถึงความโป้ปดของชาติตะวันตกในเรื่องท่ีเกี่ยวกับมาตรฐานที่พวกเขายึดใช้ ตรงนี้พวกเขาอ้างถึงเสรีภาพในการแสดงออก ในขณะที่ผู้มีปัญญาทุกคนล้วนรู้ว่าเสรีภาพที่พวกเขาอ้าง ดังกล่าวน้ันกลับสร้างความเดือนร้อนต่อเกียรติและละเมิดเสรีภาพของผู้อ่ืนอยู่ พวกเขาล้วนโป้ปดในคา กล่าวอา้ งสิทธแิ ห่งความอสิ ระเสรี เราทกุ คนคงจะจาเหตูการณ์ที่เกดิ ขึ้นเมอ่ื ไมก่ ป่ี ีมานไ้ี ด้ เมอ่ื รัฐบาลชุดหนึ่ง ได้คิดทาลายรูปเจว็ดที่มีอยู่ในประเทศของพวกเขา ทว่ากลับถูกโจมตีอย่างวุ่นวายจากทว่ั โลก แล้วไหนเล่า อสิ ระต้นความคดิ ท่ีถกู อ้าง? ทาไมคนพวกนนั้ ไม่ถอื เอาวา่ นี่กค็ ือสิทธแิ ห่งเสรีภาพเช่นเดียวกนั เล่า? 3 เป็นการบอกถึงความโมฆะของคากล่าวอ้างตามที่ผู้นิยมตะวันตกบางคนจากหมู่พวกเราเองที่ เรียกร้องกนั นักหนาว่า “ท่านท้ังหลายอย่าได้เรียกขานผู้ไม่ใช่มุสลมิ ว่า )กาฟิร) แต่ให้เรียกว่า )คนอ่ืน) เพ่ือ ไม่ให้พวกเขาใช้เป็นเหตุจุดไฟสร้างความป่ ั นป่วนระหว่างพวกเรากับพวกเขาได้“ ทีน้ี ทุกคนก็จงรู้เถิดว่า ผ้ใู ดกนั แน่ที่จงชงั และไมใ่ หเ้ กยี รติผ้อู ืน่ ซ้ายงั หาช่องทางประกาศสงครามทุกคร้ังทม่ี ีโอกาส 4 แสดงถึงความโป้ปดมดเท็จของคากล่าวอ้างท่ีพวกเขาป่าวร้องทั่วโลกในเร่ือง \"การสนทนา ระหว่างอารยธรรม\" ท่ียืนอยู่บนหลักการให้เกียรติแก่คนอื่นและการไม่เป็นปรปักษ์กับเขา แต่ทว่า ไหนเล่า การสนทนาท่ีพวกเขาต้องการ? ไหนเล่าการให้เกียรติตามท่ีพวกเขากล่าวอ้าง? แท้จริงแล้วส่ิงที่พวกเขา ตอ้ งการ คือการท่ีเราให้เกียรติ ยกย่อง ยอมรับ กม้ หนา้ และกราบพวกเขา ในขณะท่ีพวกเขาน้นั มิได้เพ่ิมอะไร แก่พวกเราเลยนอกจากการเยาะเยย้ ดูถูก และความอธรรรม !! 5 ได้ฟ้ ืนฟู รากเหง้าแห่งความศรัทธาในหัวใจของมุสลิม เราเห็นแล้วว่าการโต้ตอบของชาวมุสลิม นนั้ เป็นหลักฐานบอกถงึ ความมั่นคงของการศรทั ธาในหวั ใจของพวกเขา ในด้านความรักของพวกเขาทมี่ ีต่อ ท่านนบีมุหัมมัด‫ ﷺ‬แม้กระทั่งคนที่เหลวไหลไม่เอาไหนในเร่ืองศาสนา เราก็ยังพบว่าเขายังมีสานึกท่ีเป่ ียม ล้นในการปกป้องท่านรอซูลผู้ทรงเกียรติของเรา 6 สร้างความเป็นเอกภาพให้แก่บรรดามุสลิม จากเหตุการณ์นี้ ขอสรรเสรญิ อัลลอฮฺ เราเห็นได้วา่ มุสลมิ ยืนเคยี งบา่ เคยี งไหล่ แสดงจดุ ยนื เดยี วกัน ถงึ แม้ว่าเสน้ แบ่งทางภมู ิศาสตร์และภาษาจะตา่ งกัน 7 ปรากฏความเป็ นประชาคมของชาติตะวันตกอย่างเด่นชัดท่ีต้องการโจมตีอิสลาม เพียงแค่ ประเทศผู้ก่อเร่อื งได้ขอความชว่ ยเหลอื จากประชาคมของพวกเขาเทา่ น้นั เอง เหล่าประเทศต่างๆ กย็ ื่นมืออยู่ เคียงขา้ งด้วยกันทันที และบรรดาอาชญากรต่างก็สั่งเสยี กนั ใหช้ ว่ ยกนั เผยแผภ่ าพตา่ งๆ เหล่าน้ันให้กระจาย ไปตามส่ือส่ิงพิมพ์ต่างๆ เพื่อให้ชาวมุสลิมประจักษ์ชัดว่าพวกเขาเหล่าน้ันอยู่ในคูเดียวกัน และพวกเราไร้ ความสามารถท่ีจะเผชญิ หนา้ กบั พวกเขาทงั้ หมดได้ 6

8 ได้เกิดความพยายามของมุสลิมบางกลุ่มที่จะเรียกร้องพวกเขาเหล่าน้ันสู่อิสลาม และอธิบาย แก่นแท้ของศาสนานี้ เราพบว่ามุสลิมมีการแขง็ ขนั กันทจ่ี ะพิมพ์หนังสือเป็นภาษาของพวกเขา เพ่ือที่จะลบ ลา้ งขอ้ บิดเบอื นที่พวกเขาเข้าใจผิดออกไปให้หมด เพอ่ื หวังวา่ พวกเขาจะได้เหน็ ถึงขอ้ เท็จจรงิ ที่ถกู ต้อง 9 ได้เหน็ ผลท่ีเป็นรปู ธรรมของการบอยคอตสนิ คา้ ของผู้ท่ลี ะเมิดต่อทา่ นรอซลู ‫ ﷺ‬กระน้ันประเทศ ของพวกเขาก็ไม่ได้เคล่ือนไหวใดๆ ไม่ว่าจะโดยทางการหรือโดยช่องทางทางการเมืองใดๆ ในระดับสูง ทว่า เมือ่ การบอยคอตสินค้าผ่านพ้นไปไม่กี่วัน ในท่สี ุดหนงั สือพิมพ์ทีก่ อ่ เหตุดงั กล่าวและบรรณาธกิ ารก็ยอมขอ โทษและเปล่ียนสานวนคาพูดของตน และดูโอนอ่อนมากข้ึนกับชาวมุสลิม เหตุการณ์ดังกล่าวทาให้เป็นที่ ประจักษ์ว่าการบอยคอตเป็นอาวุธใหม่ของชาวมุสลมิ เป็นไปได้ที่เรานามันมาใช้เพอ่ื ให้มีผลกระทบแก่ศัตรู และสร้างความเสียหายแกพ่ วกเขาได้ 10 เป็นการส่งสารอย่างชัดเจนไปยืนยันกับชาวตะวันตกว่า แท้จริงพวกเราชาวมุสลิมไม่ยินยอม อยา่ งเดด็ ขาดที่จะปลอ่ ยใหพ้ วกเขาแตะต้องและลว่ งละเมดิ ศาสนาของเราอย่างเสยี ๆ หายๆ หรือล่วงเกนิ ตอ่ ท่านรอซูล ‫ ﷺ‬ของเรา เรายอมเสยี ทุกส่งิ ทกุ อยา่ งที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นบิดา มารดา ลูกหลาน หรือเกียรตขิ อง เราเพอื่ ปกปอ้ งเกยี รตแิ หง่ นบีมุหัมมดั ‫ﷺ‬ ประการทีส่ าม ในด้านบทบาทและหนา้ ที่ของเราตอ่ เหตุการณ์นี้กค็ ือ 1 จาเป็นตอ่ เราต้องปฏิเสธตอ่ การกระทาน้อี ย่างจริงจงั ตามกาลังความสามารถทเี่ ราพึงกระทาได้ ไม่ว่าจะด้วยการส่งสาร บทความ โทรศัพท์ ไปยังรัฐบาล กระทรวงต่างประเทศ หรือส่ือส่ิงตีพิมพ์ต่างๆ ของ พวกเขา 2 เรียกร้องพวกเขาให้ขอโทษต่อความผิดที่พวกเขากระทาขน้ึ อยา่ งจรงิ ใจ โดยไมต่ ลบตะแลงหรือ ขอโทษอยา่ งเสแสรง้ เราไมต่ ้องการคาขอโทษเพอ่ื แสดงถึงการเยาะเย้ยต่อมสุ ลิม แต่เราต้องการใหพ้ วกเขา ยอมรบั ผิดและขอโทษตอ่ ฐานความผิดทเ่ี ขาก่อข้นึ 3 เรยี กรอ้ งตอ่ พวกเขาให้จัดการกบั อาชญากรผูก้ ระทาความผิด 4 เรยี กรอ้ งพวกเขารวมถงึ รฐั บาลของพวกเขาให้หยุดจากการเป็นศตั รตู ่ออิสลามและมุสลมิ 5 แปลตารับตาราเป็นภาษาของพวกเขาเพื่อเรียกร้องพวกเขาสู่ศาสนาอิสลามเช่น หนังสือ แนะนาอสิ ลาม ศาสนาทตู ของอสิ ลาม อธบิ ายถงึ ชีวประวตั ิอนั ดงี ามของทา่ น 6 เชา่ เวลาจากสถานวี ทิ ยุ โทรทศั น์ เพ่ือปกปอ้ งเกยี รติแห่งทา่ นนบีมหุ มั มดั ‫ ﷺ‬ลบล้างมลทินทถี่ ูก ปรักปราใส่ร้าย และเพ่ิมเติมข้อมูลที่มีเหตุผลหนักแน่น และนาเสนอข้อมูลท่ีทาให้ชาวตะวันตกยอมจานน ด้วยสตปิ ัญญา 7

7 เขียนบทความท่ีมีเน้ือหาครอบคลุมชัดเจนสาหรับเผยแพร่ในวารสาร หนังสือพิมพ์ อนิ เตอรเ์ นต็ ด้วยภาษาท่ีหลากหลาย 8 สาหรับการบอยคอตสินค้า ในเม่ือการบอยคอตสินค้าของพวกเขาส่งผลกระทบต่อพวกเขา ดังท่ีปรากฏชัด ดังน้ันมีเหตุผลอันใดเราจึงไม่บอยคอตสินค้าของพวกเขา และหาบริษัทหรือแบรนด์อ่ืนที่ เป็นของมุสลมิ มาทดแทน 9 ปิดกั้นกระบวนการอันป่าเถ่ือนนี้ ซึ่งกระทาต่ออิสลามและท่านนบีมุหัมมัด‫ ﷺ‬ด้วยการอธิบาย ถึงความดีงามแหง่ อสิ ลามท่ีสอดคลอ้ งกบั สติปัญญา และโต้ตอบตอ่ การบดิ เบอื นของพวกอาชญากร .10ยึดม่นั ในซุนนะฮฺ )แบบอย่างของทา่ นศาสนทูต ‫ ) ﷺ‬ยืนหยดั มนั่ คงในทางนาของท่านนบีมุหัม มัด ‫ ﷺ‬ในทุกๆ เร่ือง และมีความอดทนอดกล้ัน ดังดารสั ของอัลลอฮฺทีว่ า่ [120 : ‫»وَِإن ت َ ْصب ِرواْ وَتَّتقواْ لا َي َض ُّرك ْم َكيْده ْم َشيْئ« ]آل عمران‬ ความว่า “และถ้าหากพวกเจ้าอดทนและยาเกรงแล้วไซร้ อุบายของพวกเขาก็ย่อมไม่ เป็นอนั ตรายแก่พวกเจา้ แต่อยา่ งใด”) อาล อมิ รอน : )120 11 พยายามเชิญชวนพวกเขาอย่างจริงจัง เพราะถึงแม้เราจะมองพวกเขาด้วยสายตาโกรธเคือง และเคียดแค้น ทว่าเราก็ยังต้องมองพวกเขาด้วยสายตาแห่งความสงสารปรานี เพราะพวกเขาจะตายใน เวลาอันใกล้และกลายเป็นชาวนรกหากพวกเขาต้องตายในสภาพดังกล่าว ดังนั้นเราจึงต้องเรียกร้องพวก เขาสู่อสิ ลามและความสาเร็จในโลกหนา้ ดว้ ยความเมตตาสงสารและปรานีแกพ่ วกเขา สดุ ทา้ ยเราขอดุอาอ์ตอ่ อัลลอฮฺ ขอทรงทาให้ศาสนาของพระองคส์ งู ส่ง ทรงชว่ ยเหลอื บรรดาผู้ทอี่ ยู่ ข้างพระองค์ และทรงทาให้ศัตรูของพระองค์ต่าต้อย และพระองค์อัลลอฮฺน้ันย่อมมีชัยชนะเหนือทุกส่ิง แม้ว่ามนุษยส์ ว่ นมากจะไมร่ ู้ก็ตาม ขออลั ลอฮฺประทานความจาเรญิ และสันตสิ ุขแด่ทา่ นนบมี หุ มั มดั ‫ ﷺ‬และอัลลอฮฺย่อมรดู้ ยี ่ิงกวา่ ท่ีมา http://www.islamhouse.com/p/76612 http://www.islam-qa.com/index.php?ref=86109&ln=ara http://www.islam-qa.com/index.php?ref=86109&ln=eng 8

9