๑
๒ แบบประวตั ิและผลงาน “ครดู ีในดวงใจ” ครง้ั ที่ 19 พ.ศ. 2565 สำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษามหาสารคาม เขต 2 ตอนท่ี 1 ข้อมลู ส่วนตัว 1. ชือ่ นางสุวรรณา เทพนนทก์ ลาง 2. เกิดวนั ที่ 7 กรกฎาคม 2526 3. บรรจวุ นั ที่ 20 กรกฎาคม 2558 4. วุฒกิ ารศกึ ษาสงู สดุ ปรญิ ญาตรี วท.บ.เทคโนโลยีอาหาร สถาบันการศึกษา มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยสี ุรนารี 5. ตำแหน่งปจั จบุ นั ครู อันดบั ค.ศ.1 วทิ ยฐานะ - กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สอนระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 – 3 สถานศกึ ษาท่ีทำงานปจั จุบนั โรงเรียนบ้านเขวาทุ่ง สงั กัด สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ตำบลภารแอน่ อำเภอพยัคฆภูมิพสิ ัย จงั หวัดมหาสารคาม รหัสไปรษณยี ์ 44110 โทรศพั ทบ์ ้าน - โทรศพั ท์โรงเรียน - โทรสารโรงเรยี น - โทรศพั ทม์ อื ถอื 084-348-3144 6. ท่ีอยทู่ ีต่ ดิ ต่อได้สะดวกทีส่ ุด โรงเรยี นบ้านเขวาทุง่ เลขท่ี 65 หมู่ 10 บา้ นเขวาใต้ ตำบลภารแอน่ อำเภอพยัคฆภูมพิ ิสยั จังหวดั มหาสารคาม รหัสไปรษณยี ์ 44110 โทรศพั ทเ์ คลอ่ื นท่ี 084-348-3144 e-mail address : [email protected] ตอนท่ี 2 พฤติกรรมและเหตุผลทีเ่ สนอให้ไดร้ บั การสรรหาและคดั เลอื กในโครงการ “ครดู ีในดวงใจ” 2.1 พฤตกิ รรม กระบวนการ วธิ ีการ และผลงานท่ีแสดงถึงการเปน็ บุคคลผ้เู ป็นท่ีศรทั ธา ยกย่อง ยอมรับของนักเรยี น เพ่อื นครู และสังคมวา่ เป็นแบบอย่างของผ้มู จี ิตวญิ ญาณแห่งความเปน็ ครู ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายจากผู้บรหิ ารโรงเรยี นให้ปฏิบัตหิ นา้ ทหี่ วั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และปฏบิ ัตกิ ารสอนในวิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ตัง้ แตร่ ะดับชั้นมธั ยมศึกษา ปีที่ 1 – 3 ตัง้ แต่บรรจุเขา้ รบั ราชการ ได้รับการฝกึ อบรมทักษะการจัดประสบการณก์ ารเรียนร้ดู า้ นวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอยา่ งสมำ่ เสมอ และตอ่ เน่ือง จึงมีความเช่ยี วชาญในการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ สามารถ ถา่ ยทอดความรเู้ ด็กไดผ้ ลเป็นอย่างดี โดยความรูค้ วามสามารถพเิ ศษเฉพาะทีน่ ำมาใช้เพ่ือสง่ เสริมพัฒนาการ จดั การเรียนรู้ของผเู้ รยี น มดี ังน้ี 1) ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ โดยการจัดการเรยี นรู้แบบยึดผู้เรยี นเป็นสำคัญบรู ณาการการเรียนรู้ ให้สอดคล้องและเท่าทันยุคสมยั มกี ระบวนการ หรือกิจกรรมท่ที ำให้ผเู้ รยี นเกดิ ความสุข ความสนกุ สนานในการ เรยี นรู้ โดยออกแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Project – Based Learning ซ่ึงมคี รเู ปน็ ผ้กู ระตุ้น เพื่อนำความสนใจทเ่ี กดิ จากตัวนกั เรียนมาใช้ในการทำกิจกรรมคน้ ควา้ หาความรู้ดว้ ยตวั นักเรียนเอง นำไปสู่ การเพิ่มความรู้ที่ได้จากการลงมอื ปฏิบัติ การฟังและการสังเกตุจากผู้เชย่ี วชาญ โดยนกั เรียนมีการเรียนร้ผู ่าน กระบวนการทำงานเป็นกล่มุ ที่จะนำมาสู่การสรุปความร้ใู หม่ มกี ารเขยี นกระบวนการจัดทำโครงงานและไดผ้ ล การจดั กิจกรรมเป็นผลงานแบบรูปธรรม
๓ โดยภาระงานท่ีเชอื่ มโยงและกิจกรรมท่ีเกิดขน้ึ ในระยะเวลาหนง่ึ เชื่อมโยงกบั โลกแห่งความเป็นจรงิ เนือ้ หาของ โครงงาน กลวิธีสอนทีห่ ลากหลาย สนบั สนุนการเรยี นรทู้ ่ี ทักษะผ่านผลงาน แตกต่างกันของผู้เรียน เช่น สบู่ สมนุ ไพร โครมาโทกราฟฟีหลากสี ผลกึ น้ำตาลผลึกเกลือแปลกตา ศรลม และเครอ่ื งกดเจลแอลกอฮอลแ์ บบใช้ เท้าเหยียบ ทงั้ นยี้ งั ไดท้ ำการเผยแพรก่ จิ กรรมผ่านชอ่ ง http://www.youtube.com และเว็บไซต์โรงเรียนบ้าน เขวาท่งุ http://www.facebook.com/bankhaothung เพอื่ สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวชิ าชีพ ส่งผลให้ ได้รบั รางวัล ชนะเลิศ ในระดับ “ยอดเยย่ี ม” ในการแข่งขันการปฏิบัตทิ เี่ ป็นเลิศทางวชิ าการ สือ่ และ นวตั กรรมทางวิทยาศาสตร์ (Best Practice and Innovation Challenge of Science) ท่ีส่งเสริมผเู้ รยี น ใหม้ คี ุณลักษณะและทกั ษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี 21 ประจำปกี ารศกึ ษา 2563 ระดับเขตพืน้ ท่ี (เอกสารอ้างอิงในภาคผนวก) รปู ภาพลำดับขั้นตอนการจัดกิจกรรมการสอนแบบ Project – Based Learning
๔ 2) ความสามารถในการใช้และการผลิตสื่อและความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้รับการ แต่งตั้งให้เป็นวิทยากรด้านวิทยาการคำนวณของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 และวิทยากรในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ให้กับคณะครูโรงเรียนบ้านเขวาทุ่ง ตลอดจนสามารถจัดการ เรียนการสอนด้วยแอปพลิเคชันเพื่อการศึกษาต่างๆ เช่น Zoom, Google meet, Facebook, Line, Google Classroom และสร้างห้องเรียนออนไลน์ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในสถานการณ์โควิด โดยนำเครื่องมือ ICT ที่ได้ศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองและฝึกอบรมจากหน่วย พฒั นาตา่ งๆ มาผลติ ส่ือการเรยี นการสอน นอกจากนไ้ี ดจ้ ดั ทำเว็บไซต์ด้านการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาศาตสร์ และเทคโนโลยีผ่านช่อง “suwanna Thapnonklang” เว็บไซต์ http://www.youtube.com เพื่อบริหาร จดั การเรยี นรู้ในชั้นเรียนและสร้างชมุ ชนแห่งการเรียนรูท้ างวิชาชีพ รปู ภาพการปฏบิ ัตหิ น้าทวี่ ทิ ยากรดา้ นวิทยาการคำนวณ รปู ภาพการปฏบิ ัตหิ นา้ ทวี่ ทิ ยากรในการจดั การเรียนการสอนออนไลน์ รูปภาพการจัดการเรียนการสอนออนไลน์และห้องเรยี นออนไลน์
๕ ๓) ความสามารถด้านการใช้ทักษะในการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน ภาษาไทย เพื่อการสื่อ ความหมายไดอ้ ย่างถูกต้อง และได้ใชท้ ักษะในการพูดนำเสนองานวิชาการ และอบรมนกั เรียน อย่างสมำ่ เสมอ รปู ภาพความสามารถในการใช้ทักษะในการฟัง การพูด การอา่ น การเขียน ตวั บ่งชีท้ ี่ 1.1 ครมู ีความรักและเมตตาตอ่ ศิษย์ ขา้ พเจ้ามคี วามรักและเมตตาศิษย์ โดยใหค้ วามเอาใจใส่ชว่ ยเหลอื สง่ เสรมิ ให้กำลังใจในการศึกษาเล่า เรียนแก่ศิษย์ ด้วยการตอบสนองตอ่ ความต้องการ ความถนัด ความสนใจของศิษย์ สร้างความรูส้ ึกเป็นมิตร เป็น ทพี่ งึ่ พา ด้วยการใหค้ วามเป็นกนั เองกับศิษย์ รบั ฟงั ปัญหาของศษิ ย์และให้ความชว่ ยเหลือศษิ ย์ ร่วมทำกิจกรรมใน โครงการต่าง ๆ ที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้นกับศิษย์อย่างสม่ำเสมอ สนทนาไต่ถามทุกข์สุขของศิษย์ รายบุคคล และรายกลุ่มเพื่อเป็นข้อมูลในนำไปพัฒนาการจัดการเรียนรู้ และช่วยเหลือ ดูแล ติดตามในวาระโอกาสต่าง ๆ อยา่ งทว่ั ถงึ มกี ารเสนอและแนะแนวทางการพฒั นาของศิษย์แตล่ ะคน และทุกคนตามความถนัด ความสนใจและ ศักยภาพของศิษย์ เช่น การมอบหมายงานตามความถนัด จัดกิจกรรมหลากหลายตามสภาพความแตกต่างของ ศิษย์ เพื่อให้แต่ละคน ประสบความสำเร็จเป็นระยะอยู่เสมอ เช่น โครงการเยี่ยมบ้านนักเรียนประจำชั้น แนะ แนวทางในการศึกษาต่อตามความถนัด แนะนำแนวทางในการดำเนินชีวิต มีการปรึกษาหารือกับครู ผู้ปกครอง เพื่อนนักเรียน เพื่อหาสาเหตุ และวิธีแก้ปัญหาของศิษย์ อยู่เสมอ อีกทั้งแสดงผลงานที่ภูมิใจของศิษย์แต่ละคน และทุกคนทั้งในและนอกสถานศึกษา เช่น ตรวจผลงานของศิษย์อย่างสม่ำเสมอ แสดงผลงานของศิษย์ใน ห้องเรียน ประกาศหรือเผยแพร่ผลงานของศิษย์ที่ประสบผลสำเร็จผา่ นทางเว็บไซต์และสื่อสงั คมออนไลน์ต่าง ๆ เพอื่ สรา้ งขวัญและกำลงั ใจตลอดจนมอบของรางวัลเพื่อเปน็ แรงจงู ใจในการเรยี นรู้ให้ประสบผลสำเร็จอย่เู สมอ (เอกสารอา้ งองิ ในภาคผนวก) รูปภาพ กจิ กรรมครูรว่ มกับผู้เรยี น รูปภาพ กิจกรรมเยยี่ มบา้ น
๖ ตวั บง่ ชีท้ ี่ 1.2 ครูประพฤตติ นเป็นแบบอยา่ งที่ดตี ่อผเู้ รยี น ข้าพเจ้าประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ เพื่อให้ผู้เรียนยึดถือและนำไป ปฏิบัติตาม ข้าพเจ้าจึงถ่ายทอดค่านิยมและจริยธรรมด้วยการแสดงตนเป็นแบบอย่างที่ดีอยู่เสมอ เพื่อให้ศิษย์ สามารถสงั เกตรับรูไ้ ดเ้ อง และเปน็ ไปตามมาตรฐานแห่งพฤติกรรมระดับสูง ตามคา่ นยิ ม คุณธรรม และวฒั นธรรม อันดีงาม โดยต้องตระหนักว่าพฤตกิ รรมการแสดงออกของครูนัน้ มีผลต่อการพฒั นาพฤติกรรม ของศิษย์อยู่เสมอ ดว้ ยการระมัดระวังในการกระทำ และการพดู ของตนอยู่เสมอ ไม่โกรธงา่ ยหรอื แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวต่อหน้าศิษย์ มองโลกในแง่ดี มีความเป็นกันเองอัธยาศัยเป็นมิตรไมตรี พูดจาสุภาพและสร้างสรรค์โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิด ขึน้ กับศษิ ย์และสงั คม ไม่พดู คำหยาบหรือก้าวร้าว ไม่นินทาหรือพูดจาส่อเสียด และกระทำตนเป็นแบบอย่างท่ีดี สอดคล้องกับคำสอนของตนและวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม เช่น ปฏิบัติตนให้มีสุขภาพ และบุคลิกภาพที่ดีอยู่ เสมอ แตง่ กายสะอาดสภุ าพเรียบรอ้ ยเหมาะสมกับกาลเทศะ แสดงกริ ยิ ามารยาทสุภาพเรยี บร้อยอยูเ่ สมอ ตรงต่อ เวลา แสดงออกซึ่งนิสัยที่ดีในการประหยัด ซื่อสัตย์ อดทนต่อความยากลำบาก สามัคคีมีวินัย มีนิสัยอดออมใช้ ทรัพยากรส่วนกลางอย่างประหยัดและคุ้มค่า รักษาสาธารณะสมบัติและสิ่งแวดล้อม ประพฤติปฏิบัติตนเป็น แบบอย่างในด้านความสามัคคีต่อองค์กรและสังคม จนเป็นที่ยอมรบั ของเพอื่ รว่ มงานและชมุ ชน (เอกสารอ้างอิงในภาคผนวก) รปู ภาพกจิ กรรมการรว่ มกล่าวปฏิญญาเขตสจุ รติ รปู ภาพกจิ กรรมต้อนรับนกั เรียนยามเชา้
๗ ตวั บ่งช้ีที่ 1.3 ครูมีความรักและศรทั ธาในวชิ าชีพครูและเป็น สมาชิกทด่ี ีขององค์กรวชิ าชีพครู ขา้ พเจ้ามคี วามรักและศรัทธาตอ่ วิชาชีพครู ครเู ปน็ อาชพี ทต่ี ้องมคี วามเสียสละ เสยี สละต่อผ้เู รยี นตอ่ ประเทศชาติ ข้าพเจา้ เชอื่ วา่ ความรกั และเชื่อมน่ั ในอาชีพของตน ยอ่ มทำให้ทำงานอยา่ งมีความสขุ และมุ่งมั่น อันจะส่งผลให้อาชพี นน้ั เจริญร่งุ เรอื งและมั่นคง ขา้ พเจ้ามคี วามรกั และศรัทธาในอาชีพครู และเป็นสมาชกิ ท่ดี ขี ององค์กรวชิ าชีพครูดว้ ยความเต็มใจ โดยการ แสดงออกด้วยความช่นื ชมและเช่อื ม่ันในอาชีพครดู ว้ ยตระหนักว่า อาชีพนี้เป็นอาชพี ทมี่ เี กียรติ มีความสำคญั และจำเปน็ ต่อสังคม รูปภาพกจิ กรรมรบั รางวลั รองชนะเลิศอนั ดบั 1 จงึ ตงั้ ปณธิ านปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความเต็มใจและภูมิใจ รวมท้ังปกป้อง ระดับประเทศในการดำเนินโครงการโรงเรยี นคณุ ธรรม เกียรตภิ มู ิของอาชพี ครู ดว้ ยการเข้าร่วมกิจกรรมและสนับสนนุ องค์กรวิชาชีพครู จนเกิดความเชือ่ มน่ั ชื่นชม ภูมิใจในความเปน็ ครู และองคก์ รวชิ าชีพว่ามีความสำคัญและจำเป็นต่อสังคม ซึ่งได้ช่ืนชม ในเกยี รตแิ ละรางวัลที่ได้รบั และรกั ษาไว้อยา่ งเสมอต้นเสมอปลาย ดว้ ยการปฏิบตั ิตนและพฒั นาตนเองให้มีความรคู้ วามเขา้ ใจทนั ยุค สมัยและทันเหตุการณ์อย่เู สมอ ปรับตวั ปรับการเรียนเปลยี่ นการ สอนให้มคี วามน่าสนใจเร้าอารมณข์ องผู้เรียน ยกย่องชื่นชมเพอ่ื นครู ทป่ี ระสบผลสำเร็จเกีย่ วกบั การสอน เผยแพรผ่ ลสำเรจ็ ของตนเองและ เพ่ือนครผู า่ นทางเว็บไซต์เว็บไซตด์ า้ นการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วทิ ยา รูปภาพกิจกรรมรับรางวัลรองชนะเลศิ อนั ดบั 1 ศาตร์และเทคโนโลยีผา่ นเว็บไซต์ http://www.youtube.com และส่อื ระดับประเทศในการดำเนินโครงการโรงเรยี นคุณธรรม สังคมออนไลน์อ่ืน ๆ ท่ีเขา้ ถึงง่าย ข้าพเจ้าประพฤติปฏิบัติตนตามระเบียบข้าราชการครูและ กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ อดทน อุทิศเวลาให้กับทางราชการอย่างเต็มที่ ตลอดระยะเวลาที่ ได้รับราชการไม่เคยถูกลงโทษทางวินยั ยึดถือคำสอนของบิดา มารดา และคำสอนของศาสนา มาเป็นแนวปฏิบัติในชีวิต มีความจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการ ปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตย ข้าพเจ้าปฏบิ ัติตามหน้าที่ทไี่ ด้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด ซื่อสตั ยแ์ ละตรงตอ่ เวลา มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่ มคี วาม รปู ภาพกิจกรรมแลกเปลยี่ นเรยี นรูโ้ รงเรียนสจุ ริต กระตือรอื รน้ เพยี รพยายามในการปฏิบตั งิ าน ศึกษาคน้ คว้าหาความรู้ เพื่อนำมาใช้ในการประกอบอาชีพครูอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเปน็ การเข้ารบั การอมรม สมั มนา ศึกษาดูงาน และรว่ มเวทแี ลกเปลยี่ นรเู้ รียน เชน่ โรงเรียนอัจฉริยจรรยา โรงเรียนสจุ รติ หรือประชมุ ในหวั ข้อตา่ งๆ การ คน้ ควา้ จากเอกสาร เว็บไซตต์ า่ งๆ และนำความรทู้ ี่ไดร้ ับ กลับมา พัฒนาตนเอง รวมไปถึงนำไปเผยแพรใ่ หเ้ พ่ือนรว่ มงานเพื่อนำมา พัฒนาผเู้ รียน โรงเรยี น ชุมชน ต่อไป (เอกสารอ้างอิงในภาคผนวก) รปู ภาพกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรยี นรูโ้ รงเรียนสจุ รติ ระดบั ภมู ภิ าค
๘ ตวั บ่งช้ีที่ 1.4 ครมู กี ารช่วยเหลอื เก้ือกลู เพือ่ นครู และชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ สมาชิกของสังคมใดพึงผนึกกำลังกันพัฒนาสังคมนั้น และเกื้อกูลสังคมรอบข้างในวงวิชาชีพครู ผปู้ ระกอบอาชพี ครพู งึ รว่ มมอื และช่วยเหลือเกอ้ื กลู กนั ดว้ ยความเต็มใจอันจะยังผลให้เกดิ พลังและศักยภาพในการ พัฒนาวชิ าชีพครูและการพฒั นาสังคม ขา้ พเจา้ ใหค้ วามชว่ ยเหลือเกื้อกูลเพ่ือนครูและชมุ ชนในทางสรา้ งสรรค์ โดย ยึดม่นั ในคุณธรรมสรา้ งสามัคคีในหมู่คณะ การชว่ ยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์ ข้าพเจ้าให้ความ ร่วมมือ แนะนำปรึกษาช่วยเหลือแก่เพื่อนครู ทั้งเรื่องส่วนตัว ครอบครัว และการงานตามโอกาสอย่างเหมาะสม ให้กำลงั ใจการทำงานซึง่ กนั และกันไม่วา่ จะดา้ นวาจา หรือการกระทำ รวมท้ังเขา้ ร่วมกจิ กรรมของชุมชน โดยการ ให้คำปรึกษาแนะนำแนวทางปฏิบัติตนปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยให้ความร่วมมือ แนะนำ แกเ่ พือ่ นครูตามโอกาสและความเหมาะสม เชน่ ให้คำปรึกษาการจัดทำผลงานทางวิชาการ ให้คำแนะนำ การผลิตสื่อการเรียนการสอน เช่น แนะนำการสอน แนะนำเอกสาร จัดนิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมสร้าง เครือข่ายการศึกษา หรือแหล่งวิทยาการ ให้ความช่วยเหลือด้านทุนทรัพย์ สิ่งของแก่เพื่อนครูตามโอกาส และ ความเหมาะสม เชน่ รว่ มงานกศุ ล ชว่ ยบริจาคทรัพย์เมื่อครูเดือดร้อนจากปัญหาภัยพบิ ัตติ ่างๆ ร่วมจัดต้ังกองทุน เพอ่ื ชว่ ยเหลอื ซึง่ กนั และกนั กบั ทางโรงเรียน เขา้ ร่วมกิจกรรมของชุมชนรวมทงั้ ให้คำปรึกษาแนะนำแนวทางปฏิบัติ ตน ปฏิบตั ิงาน เพ่อื พัฒนาคณุ ภาพชีวติ ของคนในชุมชน เช่น แนะแนวทางป้องกนั และกำจดั มลพษิ โดยใชค้ วามรู้ ทางวิทยาศาสตร์มาช่วยอธิบายและสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด ทำบุญใส่บาตร ทำบุญผ่านการทอดผ้าป่า กิจกรรมแห่เทียนเข้าพรรษา เป็นผู้มีคุณธรรม มี ความอดทน ระงับอารมณ์ได้ดี ไม่คิดทำร้ายผู้อ่ืน มีความละอายในการกระทำความผดิ มีความตั้งใจแน่วแน่ท่จี ะ ประพฤติตนให้ถูกตอ้ งตามระเบียบแบบแผนประเพณี และวัฒนธรรม เป็นต้น รูปภาพ การช่วยเหลือเกื้อกูลเพอ่ื นครแู ละองคก์ รในชมุ ชน
๙ ตวั บ่งชี้ที่ 1.5 ครูมคี วามเป็นผ้นู ำในการอนรุ ักษ์พฒั นาภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ และวัฒนธรรมไทย หนา้ ท่สี ำคัญประการหน่ึงของการศึกษา คอื การพัฒนาคนให้มภี ูมิปัญญาและรจู้ ักเลือกวิธีการดำเนิน ชีวิตที่ดีงาม ในฐานะที่ครู เป็นบุคลากรที่สำคัญทางการศึกษา ครูจึงควรเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนา ภูมิปญั ญาและวัฒนธรรมไทย ข้าพเจ้าจึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำนำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ เ์ ป็นประมุข การเปน็ ผูน้ ำในการอนุรักษ์ และพัฒนาภมู ปิ ัญญาและวฒั นธรรมไทย ข้าพเจา้ ไดร้ ิเรม่ิ ดำเนินกิจกรรม สนับสนุนส่งเสริมภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยโดยรวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ เลือกสรร ปฏิบัติตน และ เผยแพรศ่ ลิ ปะ ประเพณี ดนตรี กฬี า การละเล่น อาหารเครอื่ งแตง่ กาย เพอ่ื ใช้ในการเรียนการสอนการดำรงชีวิต ตนและสังคม ซึ่งในการรวบรวมข้อมูลและเลือกสรรภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมที่เหมาะสมจะใช้จัด กิจกรรมการเรียนการสอนได้ดำเนินการดังนี้ เชิญบุคคลในท้องถิ่นมาเป็นวิทยากรในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อช่วยแก้ปัญหาการอ่านของนกั เรียนระดับชั้นประถมศึกษา นำภูมิปัญญาทอ้ งถิ่นมาใช้ในการจัดการเรียนการ สอน และสร้างคำอธิบายให้เชือ่ มโยงกับสิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ โดยนำมาบูรณาการกับการให้ความรู้ของปราชญ์ ท้องถ่ิน ซึ่งเปน็ การมาใหค้ วามรู้ ต้นไมท้ ่ีเก่าแก่ที่มีในท้องถิ่น หรอื สถานทสี่ ำคัญ เพอื่ ให้นกั เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับ คำศัพท์ ที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น และนำศิษย์ไปศึกษาในแหล่งวิทยาการชุมชนเพื่อให้เกิดความรัก หวงแหน และ ภาคภูมิใจในชุมชนของตนเอง และเนื่องด้วยโรงเรียนบ้านเขวาทุ่ง มีบริเวณติดกับพื้นที่โรงเรียนบ้านเขวาทุ่ง จึงได้มีการเชิญปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญชาญด้านการทำไม้กวาด ในรูปแบบต่างๆ มาให้ความรู้นักเรียน เพื่อเป็นการ เสริมสร้างความรู้ และสามารถนำไปพฒั นาตอ่ ยอดเป็นอาชีพได้ โครงการวันสำคัญต่าง ๆ ร่วมกับทางโรงเรียน เช่น กิจกรรมวันสุนทรภู่ วันภาษาไทย กิจกรรมในวัน สำคัญทางพระพุทธศาสนา สนับสนุนส่งเสริมเผยแพร่ และร่วมกิจกรรมทางประเพณวี ัฒนธรรมของชุมชน อย่าง สมำ่ เสมอ เช่น รณรงค์การใชส้ นิ ค้าพ้ืนเมือง เผยแพร่การแสดงศิลปะพื้นบา้ น และรว่ มงานประเพณีของทอ้ งถนิ่ ศกึ ษา วิเคราะห์ วิจยั ภูมปิ ัญญา และวฒั นธรรมท้องถิ่น เพ่อื นำผลมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอน เช่น ศึกษาบุญผเวท การวิเคราะห์เกี่ยวกับการละเล่นพื้นบ้าน นิทานพื้นบ้าน ตำนาน นำผลการศึกษา วิเคราะห์มาใชใ้ นการเรยี นการสอน เปน็ ต้น
๑๐ 2.2 พฤตกิ รรม กระบวนการ วธิ ีการ และผลงานท่ีแสดงถงึ ความสามารถในการจดั การเรยี นการสอน ตัวบ่งชีท้ ี่ 2.1 ครูมคี วามมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเพ่อื ปฏิบัตหิ นา้ ที่ให้มีคณุ ภาพ ข้าพเจา้ มคี วามมุ่งมน่ั ทจ่ี ะพัฒนาตนเองเพ่อื ปฏิบัติหน้าที่ให้มคี ณุ ภาพ รวมทัง้ สร้างสรรค์พัฒนา ผลงานหรอื กระบวนการปฏิบัตงิ านตามเปา้ หมายที่ยากและท้าทายอยเู่ สมอ วาง แผนพัฒนางาน และพัฒนาตน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร (Internal Per formance Agreement) อย่างเปน็ ระบบ พัฒนาตนเองใหม้ ี ความสามารถตามมาตรฐานสากลด้านการจดั การเรียนการสอน การวิจยั บริการวชิ าการ การใช้ภาษา เทคโนโลยสี ารสนเทศ รวมถงึ ร่วมสบื สานส่งเสรมิ อนรุ กั ษ์ ศลิ ปวฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมทอ้ งถิ่น ด้วย การศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยวธิ ีการตา่ ง ๆ ที่ทำให้เกิดความรแู้ ละทักษะเพ่มิ ขึ้น โดย การประชมุ การประชุม เชิงปฏบิ ตั ิการ การอบรม การสัมมนาทางวชิ าการ การศึกษาเอกสารทางวชิ าการ การศึกษาคน้ ควา้ จากสื่อ/ วิธกี ารอน่ื ๆ เช่น การทดสอบความรู้ การมสี ว่ นร่วมกิจกรรมในวิชาชีพ การศึกษาดงู าน การศกึ ษาค้นควา้ ด้วย ตนเอง การแลกเปลยี่ นเรียนรู้ทางวิชาการ ดงั แสดงในตาราง ดงั นี้ (เอกสารอ้างองิ ในภาคผนวก) ตาราง แสดงการประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร การอบรม การสมั มนาทางวิชาการ ปี พ.ศ. หัวเร่อื ง / หัวข้อ หนว่ ยพฒั นา 25 ม.ค.63 สพป.มหาสารคาม เขต 2 13 มี.ค.63 ประชมุ กรรมการคมุ สอบ O-Net กลุ่มเครือขา่ ยพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาที่ 8 13 ธ.ค. 63 ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 สำนักพิมพ์ พว. 13 ธ.ค. 63 การอบรมตามโครงการอบรมเชงิ ปฏิบตั ิการการบรหิ าร งบประมาณโรงเรียน สำนักพมิ พ์ พว. 28 ม.ค. 64 หลกั สูตรแนวทางยกระดับ GPAS 5 Steps สสวท.ร่วมกบั 3 ม.ี ค. 64 สูก่ ารพัฒนานวตั กรรมกลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ สพม.26 และเทคโนโลยี ระดบั ประถมศกึ ษา 3 ม.ี ค. 64 สสวท.รว่ มกับ สพฐ. หลักสตู รแนวทางยกระดับ GPAS 5 Steps 3 ม.ี ค. 64 สกู่ ารพัฒนานวตั กรรม กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ สสวท.รว่ มกบั สพฐ. และเทคโนโลยี ระดบั มัธยมศึกษา สสวท.รว่ มกบั สพฐ. หลกั สตู รอบรมการจัดการเรยี นร้วู ิทยาการคำนวณ สำหรับครูมัธยมศึกษาปที ่ี 1 – 3 (Coding Online for Grade 7 - 9 Teacher C4T-6) หลกั สูตรอบรมออนไลนก์ ารจัดการเรียนวทิ ยาการ คำนวณ สำหรับครูประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 (Coding Online for Grade 1 -3 Teacher C4T-6) หลกั สูตรอบรมออนไลน์การจดั การเรยี นรวู้ ทิ ยาการ คำนวณ สำหรบั ครปู ระถมศกึ ษาปที ่ี 4 – 6 (Coding Online for Grade 4 -6 Teacher C4T-6) หลักสตู รอบรมออนไลน์การจดั การเรียนรูว้ ทิ ยาการ คำนวณ สำหรบั ครมู ธั ยมศึกษาปีท่ี 1 – 3 (Coding Online for Grade 7 - 9 Teacher C4T-6)
๑๑ ตาราง แสดงการประชุมเชงิ ปฏบิ ัติการ การอบรม การสัมมนาทางวชิ าการ (ต่อ) ปี พ.ศ. หัวเร่อื ง / หัวข้อ หน่วยพัฒนา 5 ม.ี ค. 64 หลักสูตรอบรมออนไลน์การจัดการเรยี นรู้วทิ ยาการ สสวท.รว่ มกบั สพฐ. 22-23 เม.ย.64 คำนวณ สำหรบั ครูมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 – 6 (Coding 17 พ.ค. 64 Online for Grade 10 - 12 Teacher C4T-6) 18 พ.ค. 64 เขา้ รว่ มการประชมุ วชิ าการวทิ ยาศาสตร์ สสวท.รว่ มกับ ม.บรูพา และสมาคมครู 19 พ.ค. 64 คณิตศาสตร์ในโรงเรยี น ระดับชาติ ครัง้ ที่ 24 วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง 24-25 ก.ค.64 (วทร.24) ในรปู แบบออนไลน์ ประเทศไทย 29 ก.ค. 64 แนวทางการพัฒนาการเรยี นออนไลนแ์ ละการสอน หน่วยปฏิบตั ิการวจิ ัยส่งิ ประดษิ ฐแ์ ละ ความปลอดภัยบนโลกอนิ เทอร์เนต็ ดว้ ยการเรยี น นวตั กรรมการศึกษา จฬุ าลงกรณ์ เชงิ รุก มหาวทิ ยาลยั ร่วมกบั สพฐ. การสร้างห้องเรยี นออนไลน์ 1 หนว่ ยปฏบิ ตั ิการวจิ ัยสิ่งประดษิ ฐ์และ และการสร้างหอ้ งเรียนออนไลน์ 2 นวัตกรรมการศึกษา จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั ร่วมกบั สพฐ. เทคนิคและวิธกี ารสอนออนไลนแ์ บบมปี ฏสิ มั พนั ธ์ หนว่ ยปฏบิ ัตกิ ารวิจยั สงิ่ ประดิษฐ์และ และห้องเรยี นออนไลนโ์ ดยใช้โครงงานเปน็ ฐาน นวัตกรรมการศกึ ษา จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั ร่วมกบั สพฐ. การเตรยี มความพร้อมครูในการประเมินวิทยฐานะ สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษา เขต 26 เกณฑ์ใหม่ (Performance Agreement: PA) ร่วมกบั สพฐ. การใชส้ อ่ื ดจิ ิทัล เพอ่ื ยกระดับการจดั การเรียนรูใ้ น บรษิ ทั อกั ษรเจรญิ ทศั น์ ห้องเรยี นและรปู แบบออนไลน์ ตัวบ่งชที้ ี่ 2.2 ครูมีความตง้ั ใจและเต็มใจในการใหร้ ิการแกผ่ ูร้ ับบรกิ าร ข้าพเจ้าเอาใจใส่ช่วยเหลือผู้เรียนและผู้รับบริการอย่างเต็มความสามารถตามหลักวิชาชีพอย่าง สมำ่ เสมอเท่าเทียมกัน ดงั น้ี 1) ขา้ พเจา้ จดั ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนทุกคน โดยรว่ มกับทางโรงเรียนจัดระบบดูแลนกั เรียน และ ดำเนินการเยี่ยมบา้ นนกั เรยี น 100% และปฏิบตั หิ น้าท่ีไดร้ ับคำสง่ั ให้เปน็ ครทู ่ีปรกึ ษา 2) ข้าพเจ้าปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเต็มใจ เต็มกำลังความสามารถ โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์จาก ผูเ้ รียนและผู้มาติดต่อราชการ ไม่ว่าดว้ ยวธิ กี ารใด ๆ 3) ข้าพเจ้าจัดกิจกรรมท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนได้แสดงออกอย่างเต็ม ความสามารถทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน เช่น เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ร่วมออกแบบการเรียนรู้ การดำเนินโครงงานคุณธรรมด้วยตวั ของนักเรยี นเอง หรือทุกคนได้รว่ มกจิ กรรมของทางโรงเรียน เป็นต้น 4) ข้าพเจ้าทำหน้าที่ครทู ี่ปรึกษาอย่างเต็มความสามารถ โดยข้าพเจ้าจัดทำข้อมูลนักเรียนรายบคุ คล เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนต่อไป ข้าพเจ้าออกเยี่ยมบ้านนักเรียนเพื่อร่วมมือกับผู้ปกครองใน การดูแลนักเรียน 5) ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้เป็นครูที่ประจำชั้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นักเรียนมีความประพฤติ ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบคุณธรรม จัดทำโครงงานคุณธรรมชั้นเรียนเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ สามารถอา่ น คดิ วิเคราะห์ เขยี นได้
๑๒ 6 ) ข้าพเจ้าติดตามนักเรียนเพื่อช่วยเหลือดูแลอย่างต่อเนื่องได้ติดตามนักเรียนที่ขาดเรียนบ่อย มปี ัญหาครอบครัว หรอื มปี ัญหาอนื่ ๆ จนไดท้ ราบสาเหตุ และรว่ มหาแนวทางแก้ไข 7) ข้าพเจ้ามีการประชาสัมพันธ์ แจ้งข่าวสารตา่ ง ๆ ให้นักเรยี น และผู้ปกครองได้ทราบอยู่อย่างเป็น ประจำ ผ่านเว็บไซต์โรงเรียนบ้านเขวาทุ่ง (http//:sites.google.com/) facebook ของโรงเรียนบ้านเขวาทุ่ง ผ่านช่องทาง http//:www.facebook.com/bankhaothung และผ่านทางช่องทาง facebook กลุ่มผู้ปกครอง ม.2 (เอกสารอา้ งอิงในภาคผนวก) รปู ภาพ การเยย่ี มบา้ นนักเรียน รูปภาพดำเนนิ งานดา้ นจติ สาธารณะ รูปภาพ ช่องทางสำหรบั การติดต่อและแจง้ ขา่ วสารผา่ น เวบ็ ไซต์โรงเรยี น http//:www.facebook.com/bankhaothung และ facebook กล่มุ ผู้ปกครอง ม.2 ตัวบ่งชีท้ ่ี 2.3 ครูสรา้ งองค์ความร้แู ละนวัตกรรมในการพฒั นาองคก์ รและพัฒนาวิชาชีพ จากความรู้ทีข่ า้ พเจา้ ไดร้ ับการพฒั นา ข้าพเจา้ ไดน้ ำความรู้ตลอดจนผลงานตา่ ง ๆ ทส่ี รา้ งและพฒั นาตอ้ งเรยี น ออนไลน์ ผ่านช่องทาง Google Classroom เพอื่ จดั การเรียนการสอนออนไลน์ และนำเสนอเนื้อหาความรู้ และ ทักษะของนกั เรียนท่ีมีการเช่อื มโยงเทคโนโลยสี ารสนเทศ ต่าง ๆ ทีม่ ีอยบู่ นเครือขา่ ยอนิ เทอร์เน็ตมาใช้ประโยชน์ ในด้านการจดั การเรียนรู้ ผ่านช่อง suwanna thapnonklang เว็บไซต์ http://www.youtube.com และ ผ่านเวบ็ ไซตโ์ รงเรยี นบ้านเขวาทุ่ง (http//:sites.google.com/) เพ่ือใหน้ กั เรียนรู้จักใช้อนิ เทอร์เนต็ ใหเ้ กดิ ประโยชน์สงู สุดและสรา้ งเครือข่ายวิชาชีพเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรสู้ ำหรับครูและผสู้ นใจ
๑๓ รูปภาพการจัดการเรียนการสอนออนไลน์และห้องเรยี นออนไลน์ รูปภาพ ช่อง suwanna thapnonklang เวบ็ ไซต์ http://www.youtube.com/ รปู ภาพ แสดงแหล่งเผยแพร่ความรู้ผ่านเวบ็ ไซต์โรงเรียนบ้านเขวาทุ่ง (http//:sites.google.com/)
๑๔ จากความรู้ที่ข้าพเจ้าได้รับการพัฒนาและนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้นั่นเอง ทำให้มีเพื่อนครูให้ ความสนใจ และต้องการได้รับความรู้ จึงได้เผยแพร่ให้ความรู้กับเพื่อนครูทั้งในโรงเรียน เผยแพร่ผ่านช่องทาง ออนไลน์ ช่อง suwanna thapnonklang เว็บไซต์ http://www.youtube.com และเว็บไซต์โรงเรียน บา้ นเขวาทุง่ สังกัดสำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 (เอกสารอา้ งอิงในภาคผนวก) 1) การนำองค์ความรจู้ ากการได้รับการพัฒนาหรอื การพัฒนาตนเองไปใช้ประโยชน์ นำไปพัฒนา นกั เรียนแบบองค์รวมได้ ความรู้ ทักษะ กระบวนการ และเจตคติ โดยมีข้นั ตอนดงั น้ี ๑) ศึกษาหลักสูตรของโรงเรียน ศึกษาเอกสารประกอบหลักสูตรและวิเคราะห์หลกั สูตร ๒) ออกแบบหน่วยการเรยี นรูแ้ ละจัดทำแผนการเรยี นรอู้ ย่างชัดเจน ซ่ึงในแผนการ จัดการเรียนรู้นอกจากจะกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดแล้ว จะกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ ครอบคลุมทงั้ ๓ ดา้ น คือ ด้านพทุ ธพิ ิสัย ด้านจิตพสิ ัยและดา้ นทกั ษะพสิ ัย ๓) ระบุเทคนิควธิ กี ารในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ระบุใชส้ อื่ /นวตั กรรมที่ใช้ จัดกจิ กรรม การเรียนรทู้ ่เี หมาะสมสอดคล้องกับเนอ้ื หาสาระและผเู้ รียน ๔) กำหนดวิธีการวัดและประเมนิ ผลพรอ้ มเครอื่ งมือการวดั และประเมินผลไว้อย่างชดั เจน ๕) จากนน้ั นำแผนการจดั การเรยี นรู้ไปใชจ้ ัดกจิ กรรมการเรยี นรทู้ ่ีเน้นผ้เู รียน เปน็ สำคัญ ใช้สอื่ /นวัตกรรมอยา่ งหลากหลายประกอบการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ รวมท้ังออกแบบและสรา้ งเคร่อื งมือวัดและ ประเมินผลการเรยี นรใู้ หค้ รอบคลมุ ตามตัวช้ีวดั และมาตรฐานการเรยี นรู้ ทั้งนี้ ข้าพเจา้ มีการวัดและประเมินผลในรายวชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คอื การประเมนิ การปฏิบัติโครงงาน และการประเมินสภาพจริง โดยผ่านการปฏิบัติของผู้เรียน โดยการวัดและประเมินผลด้วย วธิ ีการดังกลา่ วตอ้ งวดั และประเมนิ ได้ครอบคลุม ครบถว้ นพฤติกรรมของผเู้ รยี นทง้ั ๓ ดา้ น ดงั นี้ ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) การประเมินความรู้ในรายวิชาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี เป็นการให้ผู้เรียนได้รับความรู้ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ความเข้าใจและสามารถ ประยุกต์ใช้ ทั้งเนอื้ หาดา้ นทฤษฎแี ละปฏิบัติ ซึ่งความรใู้ นเน้อื หาสาระนส้ี ามารถประเมินโดยการใชแ้ บบทดสอบ ด้านจติ พสิ ัย (Affective Domain) เปน็ การประเมินการแสดงออกของผู้เรียนท้งั หมดตลอดจน การทำงานรว่ มกัน และคณุ ลกั ษณะต่างๆ ซงึ่ สามารถประเมนิ ด้วยวธิ กี ารสงั เกตไดอ้ ย่างชัดเจน ดา้ นทักษะพิสยั (Psychomotor Domain) การประเมินทักษะในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์และ เทคโนโลยีตามทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทกั ษะท่ีสำคัญของนักเรยี นในศตวรรษที่ ๒๑ ๒) นำไปบูรณาการกบั หนว่ ย/เรือ่ งอน่ื ๆ ได้ ขา้ พเจ้าสามารถนำความรูจ้ ากการพฒั นาตนเองไปบูรณาการกบั หน่วย/เรื่องอ่นื ๆ ได้ กล่าวคือ ระหว่างทีข่ ้าพเจ้าวิเคราะห์หลักสูตรและออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้ ขา้ พเจ้าจะประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่ มีในการเลือกตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันในกา รกำหนดหน่วยการเรียนรู้และ กำหนดสาระสำคัญหรือความคิดรวบยอดได้อย่างลงตัวในโครงสร้างรายวิชาภาษาไทย ซึ่งมีความเชื่อมโยง สอดคล้องกันตัง้ แต่มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้ ความคิดรวบยอด การกำหนดเวลา (ชั่วโมง) และการกำหนดน้ำหนักคะแนน รวมทั้งการตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ ซึ่งในแต่ละประเด็นมีความสัมพันธ์เชื่อมโยง กนั อยา่ งกลมกลืน
๑๕ ๓) นำไปใชบ้ ูรณาการกับรายวชิ าอนื่ ๆ ได้ ข้าพเจา้ ได้ใช้องคค์ วามรู้จากการพฒั นาตนเอง นำไปพัฒนาผเู้ รียนใหเ้ กดิ องคค์ วามรู้ท่มี ี การเชื่อมโยงกันในทุกรายวิชา โดยการบูรณาการกับรายวิชาอื่นๆ การสอนให้ผู้เรียนมองเห็นความสัมพันธ์ของ การนำความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับรายวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ ศิลปะและเทคโนโลยี ซึ่งในแต่ละวิชานั้น ล้วนแล้วแตต่ ้องใช้ทักษะการสงั เกต ทักษะการจดบันทึก ทักษะการใช้จำนวน ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมลู ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล ทักษะการ พยากรณ์ ทักษะตั้งสมมติฐาน ทักษะการตีความหมายของข้อมลู และลงขอ้ สรุป และทักษะการสร้างแบบจำลอง ตา่ งๆ ทตี่ อ้ งประยุกตใ์ ชก้ ับทุกๆ ได้ ๔) นำไปใช้เปน็ ตน้ แบบเผยแพร่ขยายผลได้ จากผลการพฒั นาตนเองทำให้ขา้ พเจา้ เกิดองค์ความรู้ทเี่ ปน็ กระบวนการ สามารถ ออกแบบการพัฒนาผู้เรียนอย่างมีระบบและขั้นตอนตามหลักวิชาการ มีการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ จัดทำ แผนการเรียนรู้ การใช้สื่อ/นวัตกรรม ตลอดจนการวัดและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพตามสภาพจริงและ จัดทำวจิ ัยชน้ั เรยี นซ่งึ ไดเ้ ผยแพร่ ดังน้ี ๑) เผยแพรเ่ ป็นเอกสารใหก้ ับครูในโรงเรยี น โรงเรียนในศนู ย์เครอื ขา่ ย และโรงเรียน ในสังกดั สำนักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ๒) เผยแพร่ผา่ นเวบ็ ไซต์โรงเรียนบา้ นเขวาท่งุ (http//:sites.google.com/) ๓) เผยแพร่ผา่ นสอ่ื ออนไลน์ Facebook โรงเรียนบ้านเขวาทุ่ง (http//:www.facebook.com/bankhaothung) 4) เผยแพรผ่ ่านชอ่ ง suwanna thapnonklang เวบ็ ไซต์ http://www.youtube.com ๔) การนำเสนอผลงาน “การปฏิบตั ิทีเ่ ปน็ เลศิ ทางวิชาการ สือ่ และนวัตกรรมทาง วทิ ยาศาสตร์ (Best Practice and Innovation Challenge of Science) ท่ีส่งเสริมผูเ้ รยี นใหม้ คี ณุ ลักษณะและ ทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 ประจำปกี ารศกึ ษา 2563” ณ หอ้ งประชมุ สำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษา ประถมศกึ ษามหาสารคาม เขต 2” รูปภาพ แสดงการเผยแพร่ขยายผล
๑๖ ๕) เช่อื มโยง/นำไปใช้ในชวี ิตประจำวันได้ ความรู้ท่ีได้จากการพฒั นาตนเองสามารถนำไปเชอื่ มโยง/นำไปใช้ในชวี ิตประจำวัน ในการ จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ดังน้ี ๑) การใหน้ ักเรียนทำงานเปน็ กลมุ่ เพ่อื ฝึกให้อยู่รว่ มกนั ให้ชว่ ยคดิ รว่ มแสดง ความคิดเห็น รับฟังเพื่อน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นการพัฒนาคุณภาพให้เกิดเจตคติท่ีดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี โดยที่ห้องเรียนของข้าพเจ้า มีโต๊ะเรียนและเก้าอี้เรียนเป็นกลุ่ม นักเรียนจะกำหนดชื่อกลุ่มตามชื่อ ผลไม้ที่จะสามารถเรียกชื่อไดถ้ ึง ๔ ชื่อในชนิดเดียวกัน โดยจะนำภาษาถิน่ แต่ละภาคของไทยมาใชเ้ รียกนั่นเอง มี บทบาทหนา้ ทีก่ ำหนดตัวบุคคลกันเอง และเรยี นรูด้ ว้ ยกนั ท้งั นีใ้ นหอ้ งเรียน จะมกี ฎกตกิ าร่วมกันเพื่อเรียนรู้การ ทำงานเปน็ ทีม รูปภาพ แสดงการทำงานเป็นกลมุ่ ๒) ในการเรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปน็ เรอ่ื งสำคญั ท่ีต้องฝึกฝนให้เกิดทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ให้นักเรียนได้พัฒนาเรียนรู้ เพราะเป็นสิ่งจำเป็นในชวี ิตประจำวัน แม้เรื่องใกล้ตวั โดยเริม่ สรา้ งพ้นื ฐานการเป็นผ้ฟู งั ทด่ี ีก่อนเป็นอนั ดับแรก และหลังจากน้ันนักเรียนเร่มิ ฝกึ ฝน และเรียนรูท้ กั ษะการ สังเกต การจดบันทึก และการนำเสนอผลงาน เพื่อให้เป็นรากฐานสำคัญของการแสวงหาความรู้ รวมทั้งเป็น ทักษะการนำเสนอ และสามารถนำไปตอ่ ยอดใชใ้ นการเรียนรู้ในวิชาอ่ืนๆ ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ รปู ภาพ แสดงการเกดิ ทักษะทางวทิ ยาศาสตร์
๑๗ ๓) การสร้างสื่อการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์ การสร้างสรรค์สื่อการเรยี นการสอนที่มคี วามน่าสนใจ และสื่อมีความหลายหลาย เพื่อให้นักเรียนเกิดความสนใจ เกิดความกระตือรอื ร้นท่จี ะเรียนรู้ ตลอดจนเปน็ การฝกึ ใช้สมอง ตา มอื ใหส้ อดคลอ้ งสัมพันธ์กันและฝึกการใช้สื่อ การเรียนรู้ ซึ่งนอกจากจะให้ความรู้แล้ว ยังเน้นให้ได้ทำการทดลอง ทำโครงงานตามความสนใจของผู้เรียน และยงั ต้องให้เกดิ ความสนกุ สนาน ทา้ ทายและตอบสนองการเรียนรขู้ องครูและเดก็ รูปภาพ แสดงสื่อการสอนและนวตั กรรม ๔) การจดั ห้องเรยี นให้มบี รรยากาศทนี่ า่ เรียนรู้ บรรยากาศในชนั้ เรยี นมสี ว่ นสำคญั ใน การส่งเสริมความสนใจใคร่รู้ใคร่เรียนให้แก่นักเรียน ชั้นเรียนที่มีบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความเห็น อกเห็นใจ และความเอื้อเฟ้ือเผื่อแผ่ต่อกันและกัน ยอ่ มเป็นแรงจงู ใจภายนอกที่กระตุ้นให้นักเรยี นรกั การเรียน รัก การอยู่ร่วมกันในช้ันเรียน และช่วยปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความประพฤติอันดีงามให้แก่นกั เรียน นอกจากนี้ การมหี อ้ งเรยี นท่มี บี รรยากาศแจม่ ใส สะอาด สว่าง กวา้ งขวางพอเหมาะ มโี ตะ๊ เกา้ อท้ี ่ีเป็นระเบยี บเรียบร้อย มีมุม วิชาการส่งเสริมความรู้ มีการตกแต่งห้องให้สดใส ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ส่งผลทำให้ผู้เรียนพอใจมาโรงเรียน เข้า ห้องเรียนและพรอ้ มที่จะมีสว่ นรว่ มในกิจกรรมการเรยี นการสอน ห้องเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ทข่ี ้าพเจา้ เปน็ ครู ประจำชั้น และได้จัดให้มีบรรยากาศที่น่าเรียนรู้เหมาะสมกับผู้เรียนนี้ ได้รับรางวัลชนะเลิศ ห้องเรียนติดาว ระดับเหรียญทอง จากการประกวดห้องเรียนติดดาว ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ตามโครงการ ส่งิ แวดล้อมสดใสหัวใจสจุ ริต (เอกสารอา้ งองิ ในภาคผนวก) รูปภาพ แสดงการจดั บรรยากาศในชนั้ เรยี น
๑๘ 5) การออกแบบ เทคนิคการเรยี นรู้ใหน้ ่าสนใจ แปลกใหม่ จากประสบการณ์การสอน วิชาวิทยาศาสตร์มาหลายปี สังเกตพบว่านักเรียนส่วนมาก จะให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมการเรียน การสอนอย่างเบื่อหน่ายไม่มีความสุขและไม่สนุกสนานในการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นอย่างนี้มานานมาก ข้าพเจ้าก็พยายามหาวิธีการสอน เทคนิคการสอนและกระบวนการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเปน็ การใช้เกม ใช้เพลง ใช้สื่อ เข้ามาช่วยในการจัดการเรียนการสอน ปรับบุคลิก ให้สดชื่น รื่นเริง อารมณ์ดี น่าเข้า ใกล้ สอนนักเรียนโดยนำตัวอย่างที่ใกล้ตัวเด็ก เล่าเรื่องสนุก ๆ ให้ฟังบ้าง ผ่อนคลายบรรยากาศในห้องเรียนให้ เป็นกันเอง อย่าให้ดุหรอื เข้มงวดเกินไป กิจกรรมการเรียนรู้ที่ข้าพเจ้าได้จัดข้ึนได้จัดกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์ขนึ้ ทุกปี โดยมีกิจกรรมการทดลอง กิจกรรมประกวดชุดรีไซเคิล กิจกรรม Kid brige และกิจกรรมนำเสนอชิ้นงาน นักเรียน และภาพวาดประกวดในวันวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากและอยากให้จัดกิจกรรมนี้อีก (เอกสารอา้ งอิงในภาคผนวก) รปู ภาพ แสดงการออกแบบการเรียนรใู้ หน้ ่าสนใจ ตัวบ่งช้ีท่ี 2.4 ครมู คี วามรูค้ วามสามารถในการออกแบบและจดั ทำหนว่ ยการเรียนรแู้ ละ แผนการจัดการเรยี นรู้ การจดั การเรยี นรู้เปน็ หวั ใจสำคัญท่ีจะทำใหผ้ ูเ้ รยี นเกิดการเรยี นรู้ตามหลักสูตร ดังนั้นขา้ พเจ้า ได้ เลอื กใชเ้ ทคนิคกระบวนการจัดการเรยี นรูท้ ีเ่ หมาะสม เลอื กใช้สอ่ื และแหลง่ เรยี นรู้ที่จะชว่ ยสนบั สนุนการเรยี นรู้ ของผเู้ รยี น และใช้วธิ ีการวัดผลประเมินผลทห่ี ลากหลาย ทงั้ นี้โดยเน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคญั เพอ่ื ให้ผูเ้ รยี นได้พฒั นา เต็มตามศกั ยภาพของแต่ละคน และสามารถนำสิ่งทไี่ ดเ้ รยี นรูไ้ ปใช้ในชีวิตจรงิ ได้
๑๙ กระบวนการจัดการเรียนรู้ สอดคล้องกับรูปแบบ การจัดการเรียนรู้แบบ Project base Learning เป็นการจัดการเรียนการสอน ซ่ึงมคี รูเปน็ ผ้กู ระตนุ้ เพ่ือนำความสนใจท่ีเกิดจากตัวนักเรียนมาใช้ในการทำกิจกรรม ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวนักเรียนเอง นำไปสู่การเพิ่มความรู้ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติ การฟังและการสังเกตจาก ผู้เชี่ยวชาญ โดยนักเรียนมีการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม ที่จะนำมาสู่การสรุปความรู้ใหม่ มีการ เขียนกระบวนการจัดทำโครงงานและได้ผลการจัดกิจกรรมเป็นผลงานแบบรูปธรรม ส่งเสริมให้ ผู้เรียน ประยุกต์ใช้ทักษะและเชื่อมโยงองค์ความรู้นำไปปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาหรือประกอบอาชีพในอนาคต และ เชื่อมโยงกับหลักการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ข้าพเจ้าดำเนินกิจการด้วยการนำเอาวิธีการ สอน เทคนิคการสอนท่หี ลากหลาย หรอื กิจกรรมตา่ งๆ มาใชอ้ อกแบบแผนการสอนและกจิ กรรมกระตุ้นใหผ้ ู้เรียน มสี ่วนร่วมในชัน้ เรียน ส่งเสริมปฏิสัมพนั ธ์ระหว่าง ผู้เรยี นกบั ผ้เู รียนและผเู้ รยี นกับผูส้ อน ข้าพเจ้าในฐานะผู้สอนมี บทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกและจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง จนเกิดเป็นการ เรียนรู้อย่างมีความหมาย (Meaningful Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบ Project base Learning ท่สี ง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียนมีคุณลกั ษณะสอดคลอ้ งกับการเปล่ยี นแปลงในยุคปจั จบุ นั ข้าพเจ้าจึงได้พัฒนารูปแบบกิจกรรมเชิงปฏบิ ัติการให้ผู้เรียนลงมือปฏิบตั ิ และเรียนรู้ด้วยวิธีหลากหลาย รูปแบบการออกแบบกิจกรรมด้วยการกำหนดสถานการณ์และให้นักเรียนร่วมออกแบบและสร้างชิ้นงานคาม ความสนใจใหส้ อดคล้องการกจิ กรรมการเรียนรู้ในแต่ละหนว่ ยการเรียนรู้ เน้อื หาการจัดกิจกรรมท่เี น้นผู้เรียนเป็น สำคัญ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายตามความต้องการของผู้เรียน และสอนนักเรียนที่มีความ บกพร่องทางการเรียนรู้ควบคู่กันไปด้วย รูปแบบการสอน เช่น การเรียนรู้แบบโครงงานวทิ ยาศาสตร์ การเรียนรู้ จากสื่อที่น่าสนใจ การทำแบบฝึกหัด การทำแบบทดสอบ การอภิปราย การรายงาน เพื่อฝึกกระบวนการคิด วิเคราะห์ ฝึกการสังเกต กลา้ แสดงออก กล้าแสดงความคดิ เห็น รปู ภาพ แสดงกจิ กรรมเชงิ ปฏิบัตกิ ารให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ และเรยี นร้ดู ว้ ยวธิ ีหลากหลาย
๒๐ ซึ่งการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะ Project base Learning นี้ ข้าพเจ้าได้ส่งเสริมให้นักเรียน ได้นำเสนอผลงาน และถ่ายทอดองค์ความรู้ท่ีได้จากการศึกษาค้นคว้า ทดลองและปฏิบตั ิการ แลว้ สะท้อนผลการ จัดการเรียนรเู้ พ่ือนำไปออกแบบและพัฒนาการจัดกจิ กรรมในหวั ข้อถัดไปให้มคี วามคล่องตวั และเกิดประสิทธิผล ตอ่ ไป และรว่ มกำหนดรูปแบบวิธกี ารในการศึกษาและสร้างชิน้ งานในโอกาสถัดไป (เอกสารอ้างอิงในภาคผนวก) รปู ภาพ แสดงการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนรว่ มในการเรียนรู้ ตวั บง่ ช้ที ี่ 2.5 ครูมกี ารจดั การเรียนรทู้ ่ีเน้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั ข้าพเจ้าได้จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยการวิเคราะห์หลักสูตร วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ โดยพิจารณาจากมาตรฐานการเรียนรู้ วิเคราะห์บรบิ ทของชุมชน บริบทของโรงเรยี น และวิเคราะห์ ผู้เรยี นเปน็ รายบุคคล จัดทำหน่วยการเรียนรใู้ ห้สอดคล้องกับ ธรรมชาติการเรียนรู้ของนักเรียน กำหนดจำนวนหน่วยการ เรยี นรู้ ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรูย้ ่อยและจำนวน ชั่วโมง จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ รปู ภาพ การจดั กจิ กรรมชมุ นุมวทิ ยาศาสตร์ การดำเนนิ การสอนมุ่งให้เด็กมสี ่วนร่วมในการทำกิจกรรมด้วย ตนเองมากที่สุดผ่านกระบวนการกลุ่มการแสวงหาความรู้ หลากหลายเน้นทักษะการปฏิบัติทั้งในเวลาเรียนและนอก เวลาเรียนมุ่งเน้นพัฒนาคุณธรรม และจริยธรรม เรียนรู้แบบ บูรณาการมุ่งพัฒนาให้เด็กเกิดปัญญา มีความสุข (เอกสารอา้ งอิงในภาคผนวก) รูปภาพ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในห้องเรียน
๒๑ การวัดและประเมินพัฒนาการ ได้ดำเนินการวัดและประเมิน รปู ภาพ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ พัฒนาการตามสภาพจริง โดยได้สร้างเครื่องมือวัด ได้แก่ แบบสังเกต แบบ รปู ภาพ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ สังเกตพฤตกิ รรม ได้วเิ คราะหเ์ ด็กรายบุคคล ร่วมกบั การใชบ้ ันทกึ การสนทนา แบบบันทึกพัฒนาการรายบุคคล แบบสำรวจตนเอง ซึ่งมีความหลากหลาย สามารถนำไปใช้วดั และประเมินความพรอ้ มใหส้ อดคลอ้ งกับท่ีกำหนดไว้ ทำ ให้ทราบผลการเรียนรู้ สะท้อนถึงการเรียนของนักเรียน และผลการจัด ประสบการณ์ของครู นำผลดงั กล่าวที่ได้ ไปปรับปรงุ การเรยี นการสอน การรายงานผล ต่อเด็ก ผู้ปกครองและผบู้ รหิ าร สถานศึกษา ได้ดำเนินการวิเคราะห์สรุปผลการวัดและประเมินความพร้อม ทุกภาคเรียน แจ้งให้เด็กทราบ เพื่อจะได้นำไปเป็นข้อมูลพัฒนาตนเองและ ปรับปรุงวิธีการเรียนรู้ให้ดีขึ้นแล้วมอบข้อมูลสารสนเทศของผลการเรียนรู้ แกผ่ ู้ปกครอง ไดท้ ราบผลการเรียนของ บุตรหลาน ซ่ึงเปน็ วธิ ีการทีด่ ี ทท่ี ำให้ ผู้ปกครองได้ร่วมมือกับโรงเรียนในการดูแลเอาใจใส่และร่วมพัฒนา การเรยี นรู้ให้กบั เด็ก นอกจากน้ียังไดร้ ายงานผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ให้ผู้บริหารสถานศึกษารับทราบ เพื่อนำไปเป็นข้อมูลกำหนดนโยบาย และหาแนวทางพัฒนาครู เพื่อวางแผนการจัดการศึกษาของโรงเรยี นให้ มคี ณุ ภาพต่อไป ตัวบ่งช้ที ี่ 2.6 ครมู ีการใช้และพฒั นาสือ่ นวัตกรรม เทคโนโลยีเพ่อื การเรยี นรู้ ข้าพเจ้าได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลในสาขาวิชาที่สอนทั้งใน หนงั สอื ระบบอินเตอร์เน็ต บทเรยี นสำเรจ็ รูป โปรแกรมส่ือการ สอน มาประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ สร้างและพัฒนาส่ือ การสอนให้เหมาะสม ทำให้กิจกรรมการเรียนการสอนมีความ น่าสนใจมากยิ่งข้ึน นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการ สอนมากขึ้น อีกทั้งข้าพเจ้าได้ให้ความสำคัญกับการใช้ เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ โดยข้าพเจ้าได้ออกแบบการเลือกตั้ง ในรูปใหม่ คือรูปแบบ Online Demand เนื่องจากภาวะวิกฤต รูปภาพ การสรา้ งหอ้ งเรยี นออนไลน์/แบบทดสอบออนไลน์ การแพร่ระบาดโรคโควิด 19 (COVID-19) ทำให้เกิดการ ปฏิบัติตนอย่างปกติรูปแบบใหม่ (New normal) และยังเป็น การชว่ ยลดการใชก้ ระดาษอีกด้วย (เอกสารอ้างอิงภาคผนวก) ตลอดจนข้าพเจ้าได้เข้าร่วมอบรม สัมมนา อบรม ปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาตนเอง ศึกษาข้อมูล ความรู้และ ประสบการณ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อพัฒนาการสอนให้ หลากหลายมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของ นักเรียนมากขึ้น ได้เข้าร่วมการอบรมเสริมสร้างความรู้ เมื่อ กลับมา ได้จัดการเรียนการสอนกับนักเรียนโดยข้าพเจ้าได้ใช้ วิธีการผลิตสื่อวิชาภาษาไทย ซึ่งข้าพเจ้าได้ให้โอกาศนักเรียน ไดค้ ดิ ออกแบบ สร้างสรรค์และพัฒนาสอ่ื ต่างๆ โดยใหน้ กั เรียน รูปภาพ การอบรมพฒั นาสอื่ นวัตกรรมเทคโนโลยี
๒๒ ได้เรียนรู้กับเนื้อหาวิชาก่อน และให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้มาช่วยกันคิดและออกแบบสื่อออกมา โดยใช้การต้ัง คำถามว่าจะทำอย่างไรถึงจะใช้ได้ และเป็นที่ยอมรับ ซึ่งวิธีนี้ นักเรียนแต่ละกลุ่มต้องไปหาวิธีที่แตกต่างกัน และ ดำเนินการพัฒนาให้ได้ตามโจทย์ที่ได้รับ นักเรียนจะได้ประสบการณ์จากการเรียนรู้โดยครูไม่ต้องสอนมากและ สามารถเกิดความรู้อย่างแท้จริงและคงทนได้ สามารถตรวจสอบได้ ทั้งการปฏิบัติ การตอบคำถาม ได้แตกต่าง จากการเรียนปกติ และนักเรียนมีความสนใจมากขึ้น เกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียนมากขึ้น นำมาสู่นวัตกรรมการ จัดการเรียนการสอนได้ ตวั บง่ ชที้ ี่ 2.7 ครูมกี ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ทมี่ ีประสทิ ธภิ าพ การจัดการเรียนการสอน ครูผู้สอนมีกระบวนการพัฒนาผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย ครูจัดการ เรียนรู้ให้เป็นไปตามศักยภาพของผู้เรียน และเป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสตู ร มีการออกแบบการ จัดการเรียนรู้ ที่เหมาะสมกับผู้เรียน โดยเน้นการจัดการเรียนรู้แบบ Project base Learning ทั้งรูปแบบ กระบวนการทำงานกลุ่ม แบบลงมือปฏิบัติจริง แบบร่วมมือกันเรียนรู้ โดยอาศัยพื้นฐานปรัชญาการศึกษา Learning by doing และยดึ หลักทฤษฎีการสรา้ งองค์ความรู้ (Constructivism) ใช้กระบวนการคดิ กระบวนการ ใช้ปัญหาเป็นหลัก และเน้นกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนทุกคน มี ความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนรู้ ซึ่งครูผู้สอนเองได้พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้และ เทคนิควิธกี ารสอนให้ตรงตามศักยภาพของผูเ้ รียน ใช้ส่ือเทคโนโลยที หี่ ลากหลายในการจดั การเรียนการสอน เช่น การใช้ Google Classroom ใช้สื่อที่สร้างขึ้นเอง ได้แก่ Microsoft PowerPoint การใช้สื่อจากเครือข่าย ออนไลน์ ได้แก่ YouTube , กลมุ่ เครือข่ายการเรียนรู้ Facebook เวบ็ ไซต์ทางการศกึ ษาต่างๆท่มี ีความน่าเช่ือถือ ทงั้ ในและต่างประเทศ มีการนำแหล่งเรยี นรูแ้ ละแหลง่ สบื ค้นข้อมลู ห้องคอมพวิ เตอร์ หอ้ งสมุด เป็นตน้ มีการทดสอบความรู้พื้นฐานก่อนเรยี น โดยใช้แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน แล้วสอนตามแผนการ จัดการเรียนรู้ ตามกิจกรรม ใบงาน ใบความรู้ มีการสังเกต การสัมภาษณ์ การวัดผลระหว่างเรียน ประเมินตาม จุดประสงค์การเรียนรู้ และประเมินพฤติกรรมขณะทำกิจกรรม โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรม ตรวจผลการ ปฏิบัติงาน ตรวจผลงาน แฟ้มสะสมผลงาน การวัดผลหลังเรียน ได้ทำการประเมินผลหลังจากสิ้นสุดการเรียนใน เนื้อหา มีความรู้ความเข้าใจ และมีทักษะด้านต่างๆ มากน้อยเพียงใด โดยนำผลมาเปรียบเทียบกับการทดสอบ กอ่ นเรยี น ซ่ึงเป็นการใช้แบบทดสอบชุดเดียวดนั กับแบบทดสอบก่อนเรียน เพ่อื ดูความกา้ วหนา้ ของนักเรยี น และ วางแผนการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน จัดทำแฟ้มสะสมผลงานของผู้เรียนเป็นรายบุคคล จัดทำบอร์ดแสดงผล งานนักเรียน เพื่อเป็นการสร้างกำลังใจให้ผู้เรียน และได้ชื่นชมผลงานของตนเอง และมีการวัดผลตามสภาพจริง ส่วนนักเรยี นทมี่ ีความบกพร่องทางการเรยี นรู้ก็ใหค้ วามสนใจเป็นพเิ ศษสอนควบคไู่ ปกับนักเรียนปกติ การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ จะมีการดำเนินการวัดและประเมินผลด้วยเครื่องมือท่ี หลากหลาย เช่น การสงั เกต การจดบันทึกพฤติกรรม การสัมภาษณ์ การตรวจผลงาน การประเมนิ จากสภาพจริง ของผู้เรียนเมื่อจบการเรียนการสอนแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้จะมีการบันทึกหลังสอนทุกครั้ง เพื่อนำเอา ปัญหาท่ีพบมาวเิ คราะห์เพ่อื หาแนวทาง หรอื วิธกี ารแก้ไข เพ่อื ใชใ้ นการทำวจิ ัยในช้ันเรียนต่อไป รปู ภาพ แสดงการวดั ผล ประเมนิ ผล
๒๓ ตัวบ่งช้ีท่ี 2.8 ครมู ีการจัดระบบดแู ลชว่ ยเหลือผเู้ รยี น ข้าพเจ้าไดจ้ ดั กิจกรรมดูแลช่วยเหลอื ผูเ้ รียน เพอ่ื สนองจุดเน้นของ สพฐ. สพป.มหาสารคาม เขต 2 และ นโยบายของโรงเรียน โดยมกี ิจกรรมหลัก (โครงการตามแผนปฏิบตั งิ านรายบคุ คล) ดังน้ี 1) กิจกรรมวเิ คราะห์นักเรียนเป็นรายบคุ คล โดยใชแ้ บบวเิ คราะหน์ กั เรยี นรายบุคคล 2) กิจกรรมคัดกรองนักเรียน โดยใชแ้ บบบนั ทึกการเยยี่ มบ้านนักเรียน 3) กจิ กรรมส่งเสริมและพัฒนาผู้เรยี น เช่น การโฮมรมู การเย่ียมบา้ น การประชุมผูป้ กครองและ การเสริมสร้างทักษะชวี ติ แกผ่ ู้เรยี น ตดิ ตามผลการเรยี น โดยใช้แบบบันทึกกิจกรรมโฮมรูมและแบบบันทกึ ประชุม ผปู้ กครองนักเรียน 4) กิจกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหา เช่น การให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียน โดยใช้แบบบันทึกพฤติกรรม นกั เรยี น รูปภาพ แสดงกจิ กรรมระบบดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น ตัวบ่งชท้ี ี่ 2.9 ครูจัดบรรยากาศที่สง่ เสริมการเรียนรูอ้ ย่างมคี วามสุข และความปลอดภัยของผเู้ รยี น บรรยากาศในชั้นเรียนมีสว่ นสำคัญในการส่งเสริมความสนใจใคร่รู้ใคร่เรียนให้แก่ผู้เรียน ข้าพเจ้าจึง ไดเ้ นินการจดั การช้นั เรยี นที่มบี รรยากาศเต็มไปดว้ ยความอบอุ่น ความเหน็ อกเห็นใจ และความเอือ้ เฟื้อเผ่ือแผ่ต่อ กันและกัน สร้างแรงจูงใจภายนอกที่กระตุ้นใหผ้ ูเ้ รียนรักการเรียน รักการอยู่ร่วมกันในชั้นเรียน และช่วยปลูกฝงั คุณธรรม จริยธรรม ความประพฤติอันดีงามให้แก่นักเรียน นอกจากนี้ได้จัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนที่มี บรรยากาศแจ่มใส สะอาด สว่าง กว้างขวางพอเหมาะสม มีที่นั่งไม่ใกล้กระดานดำมากเกินไป มีขนาดโต๊ะและ เก้าอที้ ่เี หมาะสมกับวัย รปู ร่างของนกั เรียน มโี ต๊ะเก้าอ้ีที่เป็นระเบียบเรยี บร้อยมีระบบเคร่ืองปรับอากาศ พัดลมท่ี ทั่วถึง มีมุมวิชาการส่งเสริมความรู้ มีการตกแต่งห้องให้สดใส มีการการจัดป้ายนิเทศ การตกแต่งห้องเรียนด้วย ผลงานของนักเรียนการฝึกให้มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อกัน การฝึกให้มีอัธยาศัยไมตรีในการอยู่ร่วมกัน ก็เป็นอีกส่ิง หนึ่งที่ส่งผลทำให้ผู้เรียนพอใจมาโรงเรียน เข้าห้องเรียนและพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการ สอน ดังนั้นข้าพเจ้าจึงได้ศึกษาหาความรู้ และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญประเภทของ บรรยากาศ หลักการจัดบรรยากาศในชั้นเรียนและการจัดการเรียนรู้อย่างมีความสุข เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มี ลกั ษณะตามที่หลกั สูตรได้กำหนดไว้ เพอื่ ช่วยส่งเสรมิ และสรา้ งเสรมิ ผ้เู รียนในดา้ นสตปิ ญั ญา รา่ งกาย อารมณ์ และสังคมได้เป็นอย่างดี ทำให้นักเรียนเรียนด้วยความสุข รักการเรียน และเป็นคนใฝ่เรียนใฝ่รู้ในที่สุด จากการ ประเมินห้องเรียนติดดาว ของโรงเรียนบ้านเขวาทุ่ง ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ข้าพเจ้าได้รับ รางวลั ชนะเลศิ เหรียญทองห้องเรียนตดิ ดาว ระดับมธั ยมศกึ ษา
๒๔ ตัวบง่ ช้ที ่ี 2.10 ครูมีการวิเคราะห์สภาพปญั หาของผเู้ รยี นนำไปสงั เคราะห์หาแนวทาง วธิ กี าร เพอ่ื พัฒนาผูเ้ รยี น ข้าพเจ้าได้สังเกตวา่ ผลการทดสอบระดบั ชาติขั้นพ้ืนฐาน (O-NET) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ของโรงเรียนบา้ นเขวาทุ่ง มคี ะแนนเฉล่ยี ไม่ดีเท่าท่ีควร อีกทัง้ ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นระดับโรงเรียน ยังไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ ข้าพเจ้าจึงได้ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบ Project base Learning เพอ่ื จัดกิจกรรมการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ เพ่อื ให้นักเรียนมีทศั นคติที่ดตี ่อรายวชิ าวิทยาศาสตร์ ซ่ึง ข้าพเจ้าได้ศึกษาและวิเคราะหป์ ัญหา สาเหตุ และพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีการรวมพลังระหว่างเพ่อื น ครู แก้ปัญหาผ่านกระบวนการชุมชนแหง่ การเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา เกิดเป็น การเรียนการสอนแบบ Project base Learning เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 (เอกสารอ้างอิงในภาคผนวก) 2.3 พฤตกิ รรม กระบวนการ วิธกี าร และผลงานท่แี สดงถึงการใช้หลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงาน ตวั บ่งชีท้ ่ี 3.1 ครใู ชห้ ลักคณุ ธรรม/นติ ิธรรมในการปฏบิ ัตงิ าน ข้าพเจ้ายึดมั่นปฏิบัติหน้าที่ตามหลักนิติธรรม กระทำในสิ่งที่ถูกต้องเป็นธรรมและชอบด้วย กฎหมาย ปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดจากการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ยอมรับความคิดเห็นของเพื่อน ร่วมงานทุกคน รักษามาตรฐานในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ร่วมช่วยคิด ช่วยทำ เพื่อแก้ปัญหาให้กับทาง โรงเรยี นทุกครัง้ ที่มีโอกาส คำนงึ ถงึ การให้บรกิ ารที่ถูกตอ้ งเปน็ หลกั ดังน้ี 1) ประพฤตปิ ฏิบตั ิอยใู่ นระเบียบของสังคมและกฎหมาย ไมเ่ คยประพฤติผิดทางวนิ ัย 2) ขา้ พเจา้ รักษาช่ือเสียงของครู ไมฝ่ กั ใฝ่ในอบายมุขและสง่ิ เสพติดใด ๆ 3) ขา้ พเจา้ ไม่เคยเบยี ดบัง ยกั ยอกทรัพย์สินราชการไปใชป้ ระโยชน์สว่ นตัว 4) ข้าพเจา้ ปฏบิ ัติงานอย่างสจุ รติ ตรงไปตรงมา ไม่มุ่งหวัง หรอื แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้ เพอื่ ตนเองหรือบคุ คลอ่ืน 5) ข้าพเจ้าต้งั ใจทำงานอย่างเต็มความสามารถ ไม่เคยกระทำการใดๆ เพอื่ ให้ไดม้ าซงึ่ ความดี ความชอบ หรือตำแหน่งโดยมิชอบ รูปภาพ การปฏิบตั ติ นดว้ ยหลักคุณธรรมและนติ ิธรรม
๒๕ ตัวบ่งชท้ี ่ี 3.2 ครใู ชห้ ลกั ความโปรง่ ใสในการปฏบิ ัตงิ าน ข้าพเจ้าปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายด้วยดี การใช้หรือให้ข้อมูลข่าวสาร ของทางราชการ เปน็ ไปตามความถกู ตอ้ ง เพือ่ ประโยชนส์ งู สดุ ของทางราชการ ดงั น้ี 1) ในการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ได้ใช้และให้ข้อมูล ข่าวสารของส่วนบุคคลและทางราชการให้ เป็นไปด้วยความถูกต้อง ยุติธรรม และเกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานให้มากที่สุด เช่น การให้ข้อมูลด้านน้ำหนัก และส่วนสูงแก่งานอนามัยโรงเรียนเพื่อจัดทำข้อมูลสุขอนามัยนักเรียน การให้ข้อมูลรายได้ของผู้ปกครอง นักเรียนแก่งานแนะแนวและการให้ข้อมูลครอบครัวของนักเรียนที่ยากจนแก่งานกองทุนเพื่อพิจารณามอบ ทุนการศึกษา เพื่อเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือและคัดเลือกนักเรียนเพื่อรับทุนการศึกษาต่าง ๆ การให้ข้อมูล พื้นฐานด้านต่าง ๆ แก่งานพฤติกรรมนักเรียนเพื่อช่วยเหลือ กำกับ และติดตามนักเรียนในกรณีนักเรียนกลุ่ม เสี่ยง ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้นข้อมูลที่ข้าพเจ้ามีเกี่ยวนักเรียนนั้นข้าพเจ้าได้นำไปใช้สำหรับการพัฒนาและช่วยเหลือ นักเรยี นเท่าน้ัน ไม่เคยนำข้อมูลของนกั เรยี นไปเอ้ือประโยชน์ตอ่ ตนเองหรือบุคคลหน่ึงบคุ คลใดทงั้ สิ้น 2) ในส่วนเก่ียวกับเพ่ือนร่วมงานและบุคคลอืน่ ไม่เคยละเมิดสทิ ธิเสรีภาพสว่ นบคุ คลของบุคคลอนื่ ไม่เคยนำขอ้ มลู สว่ นตัวของบคุ คลอื่นไปเผยแพร่เพื่อใหเ้ กิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง 3) ข้อมูล ข่าวสารของทางราชการ ได้ใช้และให้ตามหลักราชการโดยตลอด ดำเนินการโดยการ เหน็ ชอบของผูม้ อี ำนาจ คอื คณะกรรมการสถานศึกษาและผ้บู ริหารโรงเรียนทุกครั้ง 4) การวัดผลการประเมินนักเรียนต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นคะนนภาคปฏิบัติ และ คะแนนความรู้ 5) การรายงานผลการสอบ/คะแนนให้ผู้ปกครอง ผู้บรหิ าร ตอ้ งเปน็ ไปด้วยความโปร่งใส 6) การคัดเลอื กนักเรยี นเพ่ือรบั ทุนการศกึ ษา เป็นไปอย่างยตุ ิธรรมและท่ัวถงึ 7) การคัดกรองนักเรียนในด้านต่างๆ เช่นนักเรียนกลุ่มเส่ียง นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการ เรยี นรู้ หรอื นักเรยี นทมี่ คี วามสามารถในด้านตา่ งๆ ต้องเป็นการคัดที่ถกู ต้องตามหลกั เกณฑ์ ไม่เอนเอยี ง 8) มีแผนการจ่ายเงินในการดำเนินการจัดโครงการอย่างชัดเจน เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และมีการ ชี้แจงรายละเอยี ดการใชจ้ ่ายอยา่ งชัดเจน 10) ใหค้ วามรัก ความเมตตานกั เรียนทกุ คนเท่าเทียมกัน ตัวบง่ ชี้ท่ี 3.3 ครูใช้หลักความมีส่วนรว่ มในการปฏิบตั ิงาน ข้าพเจ้าใช้หลักความมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน โดยเปิด โอกาสให้นักเรียน เพื่อนครู ผู้ปกครอง/ชุมชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วม ในการรับรู้ เสนอความคิดเห็นการจัดการเรียนรู้และปฏิบัติงานด้าน อื่น ๆ ของตนเองอย่างสม่ำเสมอ ผ่านช่องทางต่าง ๆที่เข้าถึงได้ทุกท่ี ได้แก่ เว็บไซต์ผ่านช่อง suwanna thapnonklang เว็บไซต์ http://www.youtube.com และแบบสอบถามความคิดเห็นที่มี ต่อการจัดการเรียนรู้ทุกๆปีการศึกษา นอกจากนี้ นักเรียน เพื่อนครู ผู้ปกครอง/ชุมชนและท้องถิ่นยังมีส่วนร่วมในการออกแบบการ จัดการเรียนรู้และปฏิบัติงานให้เกิดความเหมาะสมและเกิด ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในแต่ละปีการศึกษา โดยนำผลที่ได้ รูปภาพ ช่องใน Youtube จาการสะท้อนผลและข้อเสนอแนะในด้านต่าง ๆ มาปรับปรุงแก้ไข การจดั การเรียนร้ใู ห้เกดิ ประสทิ ธภิ าพมากยิง่ ขึน้ จนไดร้ ับรางวลั การเชดิ ชูเกยี รตจิ ากหนว่ ยงานต่างๆ อยเู่ สมอ
๒๖ ตัวบง่ ชที้ ่ี 3.4 ครูใชห้ ลกั ความคุ้มคา่ ในการปฏบิ ัติงา น ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติงานด้วยความอุตสาหะ ขยัน อดทน มุ่งมั่นและรับผิดชอบต่อผลสัมฤทธิ์ของงาน ปฏิบัติงานในหน้าที่ที่ รับผิดชอบตามคำสั่งและงานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย มีความตั้งใจ ในการปฏิบัติงานเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ เอาใจใส่ในการ ปฏิบัติหน้าที่ หมั่นฝึกฝนตนเองให้มีความรู้มาถ่ายทอดแก่ลูกศิษย์ ด้วยการจัดทำโครงงานขยะในโรงเรียน เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้คิด สร้างสรร ค์ชิ้นงานจากเศษวัสดุเหลือใช้ในโรงเรียน และชุมชน มี ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการปรับปรุงงานอยู่เสมอ มีความ กระตือรือร้น ในการปฏิบัติหน้าที่จนสำเร็จและเกิดประโยชน์กับ นักเรียน และสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักประหยัด คุ้มค่า มี ประสทิ ธภิ าพ ดงั นี้ รูปภาพกิจกรรมโครงงานขยะจากเศษวสั ดเุ หลือใช้ 1) ข้าพเจ้าเป็นผู้ตรงต่อเวลา ไมเ่ คยมาปฏบิ ัติ หน้าที่สาย ทุ่มเทเวลาในการปฏิบัติงานสอน และงานที่ได้รับมอบหมายจนงาน นั้นๆ สำเร็จลงด้วยดีอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ในเวลานอกราชการ ถ้า งานที่ได้รับมอบหมายยังไม่เสร็จข้าพเจ้าก็จะใช้เวลานอกราชการ ทำงานนั้น ๆ จนสำเร็จลงด้วยดี จนสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีต่อ เพ่ือนร่วมงานได้ 2) ข้าพเจา้ ทำงานโดยยดึ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง โดยในการทำงานทุกครั้งข้าพเจ้าจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ อย่างคุ้มค่าที่สุด เช่น การใช้กระดาษข้าพเจ้าจะใช้กระดาษ ให้ครบ ทั้ง 2 หน้า การทำแบบประเมินในรูปแบบออนไลน์ และการลดใช้ รปู ภาพกจิ กรรมห้องเรยี น Online บน Google Classroom กระดาษในการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ Online การใช้วัสดุ- อุปกรณ์ และครุภัณฑ์ด้วยการถนอมรักษา เพื่อให้ใช้งานได้นานขึ้น การนำเอาวัสดุทเี่ หลือใช้มาประยุกตใ์ ช้ใหเ้ กิดประโยชน์ต่อท้ังการเรียน การสอน และการทำงานในเกือบทุกด้าน และยังถ่ายทอดให้ผู้เรียน โดยฝึกให้ผู้เรียนรู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยการทำโครงงาน กระดาษรีไซเคิลจากกระดาษท่เี หลือใช้ เป็นต้น (เอกสารอ้างองิ ในภาคผนวก) 3) ข้าพเจ้าใช้ทรัพย์สินของทางราชการ เช่น น้ำ ไฟฟ้า โทรศัพท์ หรือวัสดุสำนักงาน ฯลฯ เพื่อประโยชน์ของทางราชการ เท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานและต้องไม่ให้เกิดรั่วไหลหรือสูญเปล่า ช่วยลดคา่ ใช้จา่ ยในโรงเรียนด้วยการปิดไฟและเคร่อื งใช้ไฟฟ้าทุกครั้ง ที่ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงการรณรงค์และปลูกจิตสำนึกนักเรียนในการ ช่วยกันประหยัดไฟฟ้าทุกครั้งก่อนออกจากห้องเรียนหรือทำกิจกรรม ใดๆ ท่ีใชน้ ำ้ หรือไฟ เสร็จ รปู ภาพกจิ กรรมแบบทดสอบ Online
๒๗ ตวั บ่งชท้ี ่ี 3.5 ครใู ชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการปฏิบตั งิ าน ข้าพเจ้าได้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนร่วมงาน และนักเรียนในการใช้ชีวิตอย่าง พอเพยี ง ไมใ่ ชจ้ า่ ยฟุ่มเฟือย เกนิ จำเป็น การจดั การรายได้ของครอบครัวอย่างเหมาะสม อีกท้ังตระหนักในหลัก ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาในการดำรงชวี ติ ตามหลักการ 3 หว่ ง 2 เงื่อนไข ดงั น้ี ความพอประมาณ : ข้าพเจ้าประมาณตนเองเสมอในสิ่งที่ทำว่ามีศักยภาพหรือไม่ เกินกว่า ความสามารถของตนเองหรอื ไม่ ในการจะทำงานใด ๆ กต็ าม ความมีเหตุผล : ข้าพเจ้าเคารพในเหตุผล กล่าวคือ การจะทำสิ่งใดนั้นต้องมีเหตุผลรองรับ เพราะ หากเราปฏิบตั ิตนโดยตัง้ อยบู่ นเหตแุ ละผลแลว้ ปัญหาต่าง ๆ ทจี่ ะเกิดข้นึ จากการทำงานนัน้ ก็ลดลง การมีภมู คิ มุ้ กัน : กลา่ วคือ ภมู คิ ้มุ กนั ท่ีขา้ พเจ้าสร้างขึ้นให้กับตัวเอง คือ การแสวงหาความรู้ในเร่ือง ท่ียงั ไม่รู้ เมื่อเรามคี วามรู้ในเรอ่ื งน้ัน ๆ เรากจ็ ะสามารถทำงานหรอื ปฏิบตั งิ านเกี่ยวกบั เรื่องดังกลา่ วได้อยา่ งราบรื่น เป็นเสมือนภูมคิ มุ้ กันในการทำงานและการดำรงชวี ติ อยา่ งมีความสขุ ส่วนเงื่อนไข 2 ประการ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่นำมาใช้ในการดำรงชีวิตและการ ปฏิบัติตน คือ เงื่อนไข ความรู้ กล่าวคือ ข้าพเจ้าเป็นบุคลกรทางการศึกษา การเพิ่มพูนความรู้จึงถือว่าเป็น สิ่งจำเป็นมาก ดังนั้น ความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ที่สนใจศึกษา จึงสำคัญอย่างยิ่ง เช่น ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไป ตลอดเวลา ครูก็ต้องหมั่นเพิ่มพูนความรู้ให้กับตัวเองเพื่อนำไปถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนกับนักเรียนในชั้นเรียน และปลูกฝังการเป็นผู้ที่หมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เสมอให้แก่ลูกศิษย์ เพราะความรู้ต่าง ๆ อยู่รอบตัวเรา คนที่มี ความรู้ในเร่อื งที่ทำ จะสามารถประสบความสำเรจ็ ในสง่ิ ๆ นั้นด้วย เงื่อนไข คุณธรรม ถือเปน็ ส่ิงสำคัญเช่นเดียวกนั โดยเฉพาะครผู ูซ้ ่งึ ปฏบิ ัติหนา้ ที่ในวชิ าชีพชัน้ สงู น้ี ต้อง เป็นคนที่มีคุณธรรม ขา้ พเจ้าเองกเ็ ช่นกัน พึงระลกึ อยู่เสมอว่า คณุ ธรรมคอื สิ่งท่ีปกป้องตวั เราจากความไม่ถูกต้อง ทั้งปวง หากเรามีคุณธรรมจะสามารถปฏบิ ัติตน ปฏิบัติหน้าที่ตา่ ง ๆ และดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขไม่ว่าจะ อย่ทู ใ่ี ด บทบาทหน้าที่ใดก็ตาม ข้าพเจ้าได้นำแนวปรัชญามาประยุกต์ใช้ในการโครงงาน “เขวาทุ่งรวมใจ ลดขยะ รักษ์สิ่งแวดล้อม” ได้รับรางวัลเหรียญทองการประกวดโครงงานคุณธรรม ม.๑-ม.3 งานมหกรรมความสามารถทางศิลปหัตกรรม วิชาการ และเทคโนโลยีของนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และอีกหนึ่งโครงการท่ี ข้าพเจ้าได้นำแนวปรัชญามาประยุกต์ใช้ในการโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลอง “การศึกษาและปรับปรุง คุณภาพความเหนียวของกระดาษกล้วย” ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 มีแนวความคิดที่จะผลิตกระดาษทำ ด้วยมือจากกาบกล้วย ซึ่งเป็นวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรในทอ้ งถิน่ นำมาผลิตกระดาษกล้วย เพื่อใช้ประโยชน์ จากเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างสูงสุด และเป็นการสร้างมูลค่าจากเศษวัสดไุ ด้อีกด้วย ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อนั ดบั 2 งานมหกรรมความสามารถทางศลิ ปหัตกรรม วิชาการ และเทคโนโลยขี องนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลอง “กระถางใยมะพร้าวทางเลือกใหม่ของ เกษตรกร” โดยมีแนวคิดว่าขุยมะพร้าวและใยมะพร้าวสามารถผลิตกระถางเพาะชำกล้าไม้ได้ เพื่อให้ได้กระถาง ใยมะพร้าวที่เหมาะสมต่อการใช้งานมากท่ีสุด ระดับชั้น ป.4- 6 ได้รับรางวัลรองชนะเลศิ อันดบั 2 งานมหกรรม ความสามารถทางศิลปหัตกรรม วิชาการ และเทคโนโลยีของนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๒ (เอกสารอ้างอิงใน ภาคผนวก)
๒๘ รูปภาพ แสดงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลองที่ยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2.4 รางวลั และผลงานเชงิ ประจักษจ์ ากการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ ตัวบ่งชที้ ่ี 4.1 ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนของผู้เรยี น
๒๙
๓๐
๓๑ ตวั บ่งชที้ ่ี 4.2 ผู้เรยี นมีคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคต์ ามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 โรงเรียนบ้านเขวาทุ่ง มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับ ผอู้ น่ื ในสงั คมไดอ้ ย่างมีความสุข ในฐานะเปน็ พลเมอื งไทยและพลเมอื งโลก ดงั นี้ 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 2. ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ 3. มีวินยั 4. ใฝ่เรยี นรู้ 5. อยู่อยา่ งเพียงพอ 6. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน 7. รักความเปน็ ไทย 8. มจี ติ สาธารณะ 9. มีความกตัญญกู ตเวที 1) นกั เรียนผา่ นการประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคค์ รบทง้ั 9 ข้อ คดิ เป็นรอ้ ยละ ๑๐๐ ตารางท่ี แสดงนักเรยี นทผี่ า่ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ทั้ง 9 ขอ้ ปีการ จำนวน สรปุ ผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 9 ประการ ศึกษา นกั เรียน ระดับ 3 (ดเี ยี่ยม) ระดับ 2 (ดี) ระดบั 1 (ผา่ น) ระดับ 0 (ไมผ่ า่ น) จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ ๒๕๖3 13 10 ๗6.92 3 ๒3.08 - - - - จากตาราง พบว่า ปีการศึกษา ๒๕๖3 เด็กผา่ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงคท์ ้งั 9 ข้อ ทกุ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐ ๒) นกั เรยี นประพฤตปิ ฏิบตั ติ นตามคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ทเี่ ป็นจดุ เน้นของสถานศึกษา ได้ครบทุกข้อ คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ตัวบง่ ชท้ี ี่ 4.3 ผเู้ รียนมีผลงานดเี ดน่ เป็นทป่ี ระจักษ์ ตาราง แสดงผลงานดเี ด่นเป็นท่ีประจกั ษ์ ของนักเรียน นักเรยี น รางวัล ระดับ จากหน่วยงาน เขตพนื้ ที่ สพฐ. เด็กหญงิ วรลักษณ์ อรโุ ณ รางวลั เหรียญเงิน กจิ กรรม การแขง่ ขันโครงงาน เขตพน้ื ที่ สพฐ. เดก็ หญิงบุณฑรกิ า พัดพนั เพชร วทิ ยาศาสตร์ ประเภทวิทยาศาสตร์ ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 – 6 งานศลิ ปหัตถกรรมนกั เรยี น เขตพื้นท่ี สพฐ. เด็กหญงิ เกวลนิ ยนิ ดี ระดบั ชาติ ครั้งที่ ๖9 ปีการศกึ ษา 2562 เดก็ ชายพชิ ติ พงษ์ กองแกม้ รางวัลเหรียญทอง รองชนะเลศิ อันดบั 1 กจิ กรรม เดก็ ชายพชร พูลวงษ์ การแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทวทิ ยาศาสตร์ เด็กหญิงกชกร ศรแี พงมล ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 งานศลิ ปหตั ถกรรม นกั เรียนระดบั ชาติ ครง้ั ที่ ๖9 ปกี ารศึกษา 2562 เด็กหญงิ อุบลวรรณ ลีหลา้ นอ้ ย รางวลั เหรียญทอง รองชนะเลศิ อันดบั ที่ 1 เดก็ หญิงนรสิ รา กองแกม้ กจิ กรรมการประกวดโครงงานคณุ ธรรม ระดบั ชนั้ นายชนากานต์ ชาปญั ญา มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 – 3 งานศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี น เด็กหญิงจฬุ าลกั ษณ์ คำพระ ระดบั ชาติ ครัง้ ท่ี ๖9 ปีการศกึ ษา 2562 เดก็ หญิงธญั จิรา พูลวงศ์
๓๒ ตาราง แสดงผลงานดเี ดน่ เป็นทป่ี ระจกั ษ์ ของนกั เรยี น (ตอ่ ) นกั เรียน รางวลั ระดบั จากหน่วยงาน สพฐ. เดก็ ชายธนวฒั น์ พนั ทองหลอ่ เหรียญทอง กจิ กรรม การประกวดมารยาทไทย เขตพ้นื ท่ี สพฐ. เด็กหญงิ ยภุ ารัตน์ พนิ ิจ ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 งาน สพฐ. ศิลปหตั ถกรรมนกั เรยี นระดบั ชาติ ครงั้ ท่ี ๖9 ปีการศกึ ษา 2562 เดก็ หญงิ นริสรา กองแกม้ เขา้ รว่ มแลกเปลย่ี นเรียนรู้ การนำเสนอผลงาน ภมู ิภาค เด็กหญิงจุฬาลักษณ์ คำพระ และการประกวดแข่งขันกจิ กรรมการเรียนรู้ ภายใต้โครงการเสรมิ สร้างคุณธรรม จริยธรรม เดก็ หญิงฐติ ิรตั น์ สขุ ชา และธรรมาภบิ าลในสถานศึกษา นายชนากานต์ ชาปัญญา (โครงการโรงเรยี นสุจริต) ระดับภูมิภาค เดก็ ชายขนบพงษ์ ขนั ชมภู รางวลั เหรยี ญทอง กจิ กรรม การแขง่ ขนั การจัดทำ ชาติ เดก็ หญงิ ยภุ ารัตน์ พนิ จิ หนงั สอื เลม่ เล็ก ประเภทนกั เรยี นท่มี ีความ เด็กชายธนกฤต มะลริ ัมย์ บกพร่องทางการเรยี นรู้ ระดบั ชนั้ ม.1 - ม.3 ระดับชาติ งานศิลปหตั ถกรรมนกั เรียนระดับชาติ ครง้ั ที่ ๖9 ปีการศึกษา 2562 ตวั บ่งชีท้ ่ี 4.4 ครมู ผี ลงานดเี ดน่ เป็นท่ปี ระจักษ์ ตาราง แสดงผลงานดีเดน่ เป็นทป่ี ระจกั ษ์ ของครผู ู้สอน ลำดับที่ ระดบั รางวลั /รายการที่ไดร้ ับ หน่วยงานท่จี ดั หลักฐานอา้ งอิง ครุ ุสภา เกยี รตบิ ัตรทองคำ 1 ระดบั ประเทศ รางวลั ชนะเลิศอนั ดบั 1 ระดบั คุรสุ ภา เกียรตบิ ตั รทองคำ ประถมศึกษา การพฒั นาคุณธรรม สพฐ. เกียรติบตั ร จรยิ ธรรมในสถานศึกษา ภายใตช้ ่อื “ใต้รม่ มหาวชริ บารมี” 2 ระดบั ประเทศ เข้าร่วมการนำเสนอการการพฒั นา คุณธรรม จรยิ ธรรมในสถานศึกษา ภายใตช้ อื่ “ใตร้ ม่ มหาวชริ บารมี” 3 ระดบั ชาติ รางวลั ครูผู้ฝกึ สอนนักเรียน ไดร้ บั รางวลั เหรียญทอง กิจกรรมการแขง่ ขัน การจัดทำหนงั สอื เลม่ เล็ก ประเภท นักเรยี นทีม่ ีความบกพร่องทางการ เรยี นรู้ ระดบั ชัน้ ม.1 - ม.3 ระดบั ชาติ งานศลิ ปหัตถกรรมนกั เรยี นระดบั ชาติ ครง้ั ที่ ๖9 ปกี ารศกึ ษา 2562 4 ระดับภมู ิภาค เขา้ ร่วมแลกเปล่ียนเรยี นรู้ การนำเสนอ สำนักงาน เกียรติบตั ร คณะกรรมการ ผลงาน และการประกวดแข่งขนั การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน Project Citizen กจิ กรรมการเรียนรู้ ภายใตโ้ ครงการเสรมิ สร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภบิ าลใน สถานศกึ ษา (โครงการโรงเรยี นสุจริต)
๓๓ ตาราง แสดงผลงานดีเดน่ เป็นท่ีประจกั ษ์ ของครูผูส้ อน (ตอ่ ) ลำดับท่ี ระดบั รางวัล/รายการทไี่ ด้รบั หน่วยงานท่จี ดั หลักฐานอา้ งอิง สำนกั งานคณะกรรมการ เกยี รตบิ ตั ร 5 ระดับภูมภิ าค เป็นคณะทำงาน การแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เกยี รติบัตร การนำเสนอผลงาน และการประกวด สพป.มหาสารคาม เขต 2 เกยี รตบิ ตั ร รว่ มกับสมาคมผบู้ รหิ าร กจิ กรรมการเรยี นรภู้ ายใตโ้ ครงการ ศกึ ษาพยคั ฆภมู พิ ิสัยและ เกียรตบิ ัตร สมาคมผปู้ ระกอบวชิ าชีพ เกียรตบิ ัตร เสรมิ สร้างคณุ ธรรม จริยธรรม ครพู ยัคฆภูมพิ ิสยั เกยี รติบัตร สพป.มหาสารคาม เขต 2 และธรรมาภบิ าลในสถานศึกษา (โครงการ สพป.มหาสารคาม เขต 2 โรงเรยี นสจุ ริต) ระหว่างวนั ท่ี 8 – 10 สพป.มหาสารคาม เขต 2 กันยายน 2562 ณ โรงแรมเจรญิ ธานี สพป.สุรทิ ร์ เขต 3 จังหวดั ขอนแกน่ 6 สมาคมผู้ รับรางวลั “ครูผสู้ อนดเี ด่น กล่มุ สาระการ ประกอบ เรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษา” วิชาชพี ครู โครงการยกย่องเชิดชเุ กียรติครูและ พยัคฆภมู ิพิสยั บคุ ลากรทางการศึกษา ประจำปี 2563 7 ระดบั เขตพื้นที่ ชนะเลิศ ผลงานทม่ี คี ณุ ภาพระดบั “ดเี ยย่ี ม” ในการแขง่ ขันการปฏิบตั ิทเี่ ป็น เลศิ ทางวิชาการ ส่ือและนวัตกรรมทาง วิทยาศาสตร์ (Best Practice and Innovation Challenge of Science) ที่ ส่งเสรมิ ผเู้ รียนใหม้ ีคุณลกั ษณะและทักษะ การเรยี นร้ใู นศตวรรษที่ 21 ประจำปี การศึกษา 2563 8 ระดับเขตพ้นื ที่ มีผลการประเมินระดบั AA ในการ ประเมนิ คณุ ธรรมและความโปรง่ ใสในการ ดำเนนิ งานของสถานศกึ ษาออนไลน์ (Integrity & Assessment Online: ITA) 9 ระดบั เขตพน้ื ที่ ครผู ูส้ อนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2561 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ มีผลการทดสอบทาง การศกึ ษาระดบั ชาติขน้ั พนื้ ฐาน (O-Net) คะแนนเฉล่ียสงู กวา่ ระดับประเทศ 10 ระดับเขตพื้นที่ ครผู ้สู อนช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2558 มีผลการทดสอบทาง การศึกษาระดับชาตขิ นั้ พ้ืนฐาน (O-Net) ปกี ารศึกษา 2558 มีคะแนนเฉล่ียสงู กว่า ระดบั ของสำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษา ขั้นพ้ืนฐาน (เอกสารอ้างองิ ในภาคผนวก)
๓๔ ตอนท่ี 3 ผลงานทีส่ ำคัญโดยยอ่ เพ่อื นำไปจัดพิมพใ์ นหนงั สอื อิเลก็ ทรอนิกส์ “ครดู ใี นดวงใจ” ช่ือผลงาน นวัตกรรมเพ่อื การจดั การเรียนการสอนแบบ Project – Based Learning ช่ือ นางสุวรรณา เทพนนท์กลาง โรงเรียน บา้ นเขวาทงุ่ อำเภอ พยัคฆภูมิพสิ ยั จงั หวัด มหาสารคาม หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดตอ่ ได้สะดวก 0843483144 อดุ มคติในการทำงาน จงเชื่อม่นั วา่ เราทำได้ แล้วเราจะทำได้อย่างน่าอจั ศจรรย์ 1. อดุ มการณ์ หลักการปฏบิ ัตติ น/ครองคน/ครองงาน การครองตน ข้าพเจ้าสำนึกอยู่เสมอว่าตนเองเป็นครูต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกศิษย์โดยยึดถือแนว ปฏบิ ัตใิ นจรรยาบรรณครู รกั และเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใสช่ ว่ ยเหลือส่งเสริม ให้กำลงั ใจในการศึกษา เล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้าอบรม สั่งสอน ฝึกฝนสร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้แก่ศิษย์ อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ สร้างขวัญและกำลังใจในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ประพฤติปฏิบัติตน เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งทางกาย วาจาและจิตใจ ไม่กระทำตนให้เป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์ ไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติ หน้าที่ตามปกติ และไม่ใช้ให้ศิษย์กระทำการใดๆอันเป็นการหาผลประโยชน์ให้แก่ตนโดยชอบพัฒนาตนเองท้ัง ด้านวิชาชีพ อบรมสั่งสอนลูกศิษย์ด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่ สอนเนื้อหาความรู้ควบคู่ไปกับคุณธรรม จรยิ ธรรมและทักษะชวี ิตในดา้ นต่างๆ การครองคน ข้าพเจ้าได้ยึดหลักธรรมสังคหะวตั ถุ 4 ในการประพฤติปฏิบัติตนอยู่ร่วมกับหมู่คณะและ ลักษณะประจำตัวของข้าพเจ้าที่แสดงถึงการครองคน ดังนี้ 1) มีบุคลิกภาพดี เหมาะสมกับการเป็นครู แต่งกาย สะอาดถูกต้องตามระเบียบของทางราชการกำหนด การวางตนถูกต้องตามกาลเทศะ มีอุปนิสัยร่าเริง แจ่มใส อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เคยเอาเปรยี บผ้อู ื่น รับฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อื่นมาปรบั ปรุงตนเองและในการปฏิบัติงานให้ดี ยิ่งขึ้น 2) มีมนุษยสัมพันธ์ดี สร้างความคุ้นเคยกับผู้อื่นไดง้ ่าย ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ ยกย่องชมเชยผู้อื่น เมื่อ บุคคลนนั้ ประพฤตติ นได้ถูกต้องและประสบผลสำเร็จ รู้จกั ยกยอ่ งชมเชยเพื่อนข้าราชการครู เด็กมคี วามประพฤติ ดี เรียนดี เด็กที่แต่งกายสะอาดเรียบร้อย และ 3) มีสัมพันธภาพในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ข้าพเจ้าใช้หลัก กัลยาณมิตร และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ทุกกลุ่ม ทุกเพศ และทุกวัย อีกทั้งมีความ เอือ้ เฟือ้ เผอื่ แผว่ างตวั ในการเปน็ ผู้นำ ผตู้ าม และเปน็ ผใู้ ห้ ผู้รับ ทดี่ ี มหี ลักในการทำงาน มีความบริสทุ ธิ์ยุติธรรม และทำงานอย่างโปรง่ ใส ปราศจากอคติ ยดึ ประโยชน์ของเดก็ และสว่ นรวมเป็นที่ต้ัง การครองงาน ข้าพเจา้ ได้นำแนวพระราชดำรขิ องพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั รัชกาลท่ี 9 ผเู้ ป็น “ครูแห่งแผ่นดิน” มาเปน็ แบบอย่างในการดำเนินชีวิต และการทำงาน โดยยึดมั่นในพระราชดำรสั ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั รชั กาลที่ 9 ซ่งึ เป็นพระบรมราโชวาท รชั กาลท่ี 9 ในพธิ ีพระราชทานปริญญาบัตร แกน่ สิ ติ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย 5 กรกฎาคม 2505 ทว่ี า่ “ประเทศชาติของเราจะเจริญหรอื เสือ่ มลงนั้น ยอ่ มขึน้ อยกู่ บั การศึกษาของประชาชนแตล่ ะคนเป็นสำคัญ ผลการศึกษาอบรมในวันนีจ้ ะเปน็ เคร่อื งกำหนดของ ชาติในวนั ข้างหน้า” ผู้ที่เป็นครอู าจารย์น้ัน ใชว่ า่ จะมีแตค่ วามร้ใู นทางวชิ าการ และทางการสอนเทา่ นั้นกห็ าไม่ จะต้องรู้จักอบรมเด็กทั้งในด้านศลี ธรรมจรรยา และวฒั นธรรม รวมทั้งใหม้ คี วามสานกึ รบั ผิดชอบในหนา้ ที่ และ ในฐานะ ทจี่ ะเปน็ พลเมืองทดี่ ีของชาติต่อไปขา้ งหน้า การให้ความรู้หรือทีเ่ รียกว่าการสอนนั้นต่างกบั การอบรม การสอน คือการให้ความร้แู ก่ผู้เรียน สว่ นการอบรม เป็นการฝกึ จิตใจของผเู้ รียนให้ซมึ ซาบจนติดเป็นนิสัย ขอให้ ทา่ นท้งั หลายจงอยา่ สอนเพียงอย่างเดยี ว ใหอ้ บรมให้ไดร้ ับความรู้ดังกลา่ วมาแล้วด้วย จากพระราชดำรสั ดงั กลา่ ว
๓๕ จากพระบรมราโชวาทขา้ งต้น พระองคท์ รงให้ความสำคัญกับศีลธรรมจรรยา วฒั นธรรม และสำนกึ ความ รับผดิ ชอบในหนา้ ทีใ่ นการเป็นพลเมอื งทดี่ ี ขา้ พเจ้า จึงตั้งใจปฏบิ ัติหน้าที่ราชการตามบทบาทและหนา้ ทขี่ องครู อย่างเต็มกำลงั ความสามารถมศี รัทธาและยึดมนั่ ในอดุ มการณ์แห่งวิชาชพี ครูอุทิศเวลาให้กับการอบรม สง่ั สอน เดก็ นอกจากสอนให้ได้ความรู้ ข้าพเจ้ายงั มุ่งการปลูกฝังสำนึกความรับผิดชอบ สำนึกพลเมืองทด่ี ี ตลอดจน สง่ เสรมิ คณุ ธรรมความรบั ผดิ ชอบ ความมีวนิ ัย ความพอเพยี ง และความซื่อสตั ย์ จนเกดิ เป็นคณุ ธรรมอัตลักษณะ ของโรงเรียนบ้านเขวาทุ่ง 2. กระบวนการ แนวทางการปฏิบัตงิ าน/วธิ กี ารจดั การเรยี นการสอน / ปญั หาทพี่ บ/วิธีการแก้ปญั หาท่ีทำ ให้เกดิ ผลงานดีเดน่ ความสำเร็จและเป็นท่ปี ระจักษ์ วตั ถุประสงค์หลักของการจดั การเรยี นการสอนแบบ Project – Based Learning ที่ขา้ พเจา้ ได้จดั ทำข้นึ นีค้ ือ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ตลอดจนเพื่อใหน้ ักเรยี นเกิดทักษะ ทางวิทยาศาสตร์ดว้ ยการทำโครงงานวทิ ยศาสตร์ และส่งเสริมใหผ้ ้เู รียนมีเจตคติทด่ี ตี ่อวิทยาศาสตร์ มจี ติ วิทยาศาสตร์อยา่ งแท้จรงิ และเพื่อพัฒนาความรฐู้ านสมรรถนะให้เกดิ ข้ึนกบั ผเู้ รียน จึงมีการออกแบบกิจกรรม แบบ Project – Based Learning ในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์จากสภาพปญั หาในปจั จบุ นั สู่การสรา้ งนวัตกรรมของ ผู้เรยี น ส่งิ ประดิษฐ์ “เคร่ืองกดเจลแอลกอฮอลล์ ้างมือแบบใชเ้ ทา้ เหยยี บ” เป็นตัวอย่างในการจดั กจิ กรรมแบบ Project – Based Learning ท่ไี ด้รบั รางวลั ชนะเลศิ ในระดับ “ยอดเยีย่ ม” ในการแขง่ ขันการปฏบิ ัติทีเ่ ป็นเลิศ ทางวิชาการ สอื่ และนวตั กรรมทางวทิ ยาศาสตร์ (Best Practice and Innovation Challenge of Science) ทสี่ ง่ เสรมิ ผ้เู รยี นให้มีคุณลักษณะและทักษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21 ประจำปกี ารศึกษา 2563 ระดับเขต พ้ืนที่ โดยนักเรียนได้นำเสนอสภาพปญั หา จากการรายงานสถานการณ์โรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ระดบั ความรุนแรงที่ทวีคูณ และถือเปน็ อันตรายใกล้ตัว ดังนั้นเพ่ือเป็นการป้องกนั การสัมผัสขวดเจลล้างมือ ลดการ สัมผสั ซ้ำ ปอ้ งกนั การติดเชอื้ ในโรงเรียนและชุมชนใกล้เคยี ง จงึ มีแนวคดิ ส่งิ ประดษิ ฐ์น้ขี นึ้ โดยมีเป้าหมายของการ ดำเนินงาน เพ่ือใหน้ ักเรียน ครู บคุ ลากรทางการศึกษาโรงเรยี นบา้ นเขวาทุ่ง ตลอดจนผู้มาติดตอ่ ทางราชการและ ชุมชนเขวาทงุ่ ได้ใชเ้ ครอ่ื งกดเจลแอลกอฮอลล์ า้ งมือแบบเท้าเหยียบที่มปี ระสิทธภิ าพ เพื่อลดการสัมผสั ซำ้ และ ปอ้ งกนั การตดิ เช้ือ ลดผปู้ ่วยโรคโควิด-๑๙ ทั้งในโรงเรยี นและชุมชนใกล้เคียง โดยใช้กระบวนการออกแบบ เชิงวศิ วกรรม (Engineering design process) เป็นขน้ั ตอนในการดำเนนิ งาน ดงั นี้
๓๖ กระบวนการผลติ ผลงาน หรือขนั้ ตอนการดำเนินงาน ๓.๑ ครูนำเสนอปญั หาสถานการณ์การตดิ เชอ้ื โรคโควดิ -๑๙ ทัง้ สถานการณโ์ ลกและในประเทศโดย จัดการเรยี นการสอนในรายวิชาวทิ ยาศาสตรเ์ พ่มิ เติม ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓ ตามหลักสตู รกลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบา้ นเขวาทุ่ง ๓.๒ ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกันนำเสนอรูปแบบการแก้ไขปญั หาของนกั เรยี นเพื่อลดปญั หาดงั กล่าว ท้ังใน โรงเรียนและชุมชนทน่ี กั เรยี นอาศัยอยู่ แลว้ รว่ มกันสรปุ แนวทางการแกไ้ ขปัญหา ข้อสรุปจึงได้ประดษิ ฐ์เคร่ืองกด เจลแอลกอฮอล์ล้างมือแบบใช้เหยยี บสำหรบั ใช้ในโรงเรยี นและชุมชน ๓.๓ นกั เรียนรว่ มกันศึกษาการสรา้ งและออกแบบช้นิ งาน/นวัตกรรม ๓.๔ นักเรียนรว่ มกันประดิษฐ์เครื่องกดเจลแอลกอฮอล์ลา้ งมือแบบใช้เหยียบ โดยมคี รูคอยดแู ลและให้ คำช้ีแนะ แนะนำให้คำปรกึ ษาตลอดจนเสนอแนวทางแก้ไข/ปรับปรุงผลงาน และจัดหาทุนสนบั สนนุ การสร้าง ชิ้นงาน/นวัตกรรม ๓.๕ ทำการทดสอบและปรบั ปรงุ ประสทิ ธิภาพการใช้งานเครื่องกดเจลแอลกอฮอล์ลา้ งมือแบบใช้เหยียบ ท่ปี ระดษิ ฐ์ขึ้น ๓.๖ นักเรียนนำเสนอผลงาน สาธติ การใช้งาน และเชิญชวนใหน้ กั เรียนและคุณครไู ด้ทำการทดลองการ ใช้งานเครื่องกดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือแบบใช้เหยียบ ใช้เวลาช่วงพักเท่ยี งในกจิ กรรมคุณธรรมเทีย่ งวัน และ จัดทำแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการใชง้ านเครอื่ งกดเจลแอลกอฮอล์ลา้ งมือแบบใช้เทา้ เหยยี บท่สี รา้ งข้ึน ๓.๗ การใชง้ านจริง และนำเสนอเครื่องกดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือแบบใช้เหยยี บในชุมชน และเผยแพร่ ผลงานในสื่อออนไลน์
๓๗ ความสมบรู ณ์ในเนอื้ หาสาระของนวตั กรรม ในการพัฒนานวัตกรรม “สิ่งประดิษฐ์เครื่องกดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือแบบใช้เท้าเหยียบ” จากการ จดั การเรียนการสอนแบบ Project – Based Learning และใช้เทคนิคการออกแบบเชิงวิศวกรรม (Engineering design process) นี้มกี ารศกึ ษาหลักวชิ าการเกย่ี วกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ และหลกั วิชาอา้ งอิงในการจัดทำ ทฤษฎีที่ใชใ้ นการสรา้ งกระบวนการเรียนรู้จาก สสวท. ตามหลกั สตู รตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ 2560) 3. สรปุ ประโยชน์ทไ่ี ด้รับจากผลงาน ๑) ผลงานสง่ ผลให้เกิดประโยชนส์ ูงสุดต่อผเู้ รยี น นวัตกรรม “สิ่งประดิษฐเ์ ครื่องกดเจลแอลกอฮอลล์ ้างมือแบบใชเ้ ท้าเหยียบ” จากการจดั การเรยี น การสอนแบบ Project – Based Learning และใช้เทคนิคการออกแบบเชงิ วิศวกรรม (Engineering design process) สามารถพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นของนักเรียนให้สงู ข้ึน ส่งเสรมิ ให้นกั เรยี นเกิดทกั ษะ วทิ ยาศาสตร์และทกั ษะในการเรียนรใู้ นทศวรรษที่ 21 ประกอบดว้ ย 3R8C คือ Reading-อา่ นออก นักเรียนสามารถศึกษาค้นควา้ จากการอ่านเนอ้ื หาสาระ ข้อมูลจากแหลง่ เรียนรูต้ า่ งๆ (W)Riting-เขยี นได้ นกั เรยี นมีความสามารถในการจดบนั ทกึ ขอ้ มูล การเขยี นรายงานโครงงานได้ (A)Rithmatic-มีทกั ษะในการคำนวณ นกั เรยี นมีความสามารถในการคำนวณขนาดและจำนวนของวสั ดุ ที่จะนำมาสรา้ งชน้ิ งานได้ Critical Thinking and Problem Solving : มีทักษะในการคดิ วิเคราะห์ การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และแก้ไขปัญหาไดจ้ ากสถานการณ์ใกลต้ วั Creativity and Innovation : คดิ อยา่ งสร้างสรรค์ คิดเชิงนวตั กรรม Collaboration Teamwork and Leadership : ความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสอื่ สาร และการรู้เท่าทนั สอื่ Cross-cultural Understanding : ความเข้าใจความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม กระบวนการคิดข้าม วัฒนธรรม Computing and ICT Literacy : ทกั ษะการใช้คอมพิวเตอร์ และการรเู้ ท่าทันเทคโนโลยี ซงึ่ เยาวชนใน ยคุ ปจั จุบันมีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยอี ย่างมากหรือเป็น Native Digital สว่ นคน รุ่นเกา่ หรอื ผู้สงู อายเุ ปรียบเสมือนเปน็ Immigrant Digital แตเ่ ราต้องไม่อายที่จะเรียนร้แู ม้วา่ จะสูงอายุ แลว้ กต็ าม Career and Learning Skills : ทักษะทางอาชีพ และการเรียนรู้ Compassion : มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบยี บวนิ ัย ซง่ึ เปน็ คณุ ลักษณะพน้ื ฐานสำคัญของทักษะ ขน้ั ต้นทง้ั หมด และเปน็ คุณลกั ษณะท่เี ด็กไทยจำเปน็ ตอ้ งมี ซง่ึ หลังจากการเรียนรูผ้ ่านกระบวนการดงั กลา่ ว นกั เรียนมีเจตคติท่ดี ีในการเรยี นรูผ้ ่านประสบการณ์ด้วย ตนเอง เกิดความท้าทาย และมีความกระตือรือร้นในการเรียนรมู้ ากข้ึน
๓๘ ๒) ผลงานส่งผลใหเ้ กิดประโยชนส์ งู สดุ ต่อเพ่ือนครู นวัตกรรม “สิ่งประดิษฐ์เครื่องกดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือแบบใช้เท้าเหยียบ” จากการจัดการเรียน การสอนแบบ Project – Based Learning และใช้เทคนิคการออกแบบเชิงวิศวกรรม (Engineering design process) น้ีได้ถูกนำเสนอผลการดำเนินงาน วิธีการนำไปใช้ และการปรับประยุกต์ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละ โรงเรยี น โดยเผยแพร่ในงานประชมุ วชิ าการ เอกสารวชิ าการต่างๆ ตลอดจนสง่ เขา้ รบั การแขง่ ขันการปฏบิ ตั ทิ ่ีเป็น เลศิ ทางวิชาการ สอ่ื และนวัตกรรมทางวทิ ยาศาสตร์ (Best Practice and Innovation Challenge of Science) ที่ส่งเสริมผู้เรียนให้มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ปีการศึกษา 2563 ทำให้เพื่อครูได้เรียนรู้แนวทางการดำเนินกิจกรรมการ จดั การเรียนรู้แบบ Project – Based Learning และใช้เทคนคิ การออกแบบเชงิ วศิ วกรรม (Engineering design process) ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจใหค้ รูได้พัฒนากิจกรรมลักษณะ active learning ท่เี หมาะกับบริบทของ ตนเอง ๓) ผลงานสง่ ผลใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุดต่อผู้บริหารสถานศึกษา นวัตกรรม “ส่ิงประดิษฐ์เครื่องกดเจลแอลกอฮอล์ล้างมอื แบบใชเ้ ท้าเหยยี บ” จากการจดั การเรียน การสอนแบบ Project – Based Learning และใชเ้ ทคนิคการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม (Engineering design process) นี้ ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นได้ร่วมทำกิจกรรม สง่ ผลให้ผู้อำนวยการรูถ้ ึงสาเหตุของปญั หาทแี่ ท้จรงิ และ สังเกตเห็นประโยชนข์ องกิจกรรมในลกั ษณะ Project – Based Learning ที่ใชท้ ้องถิน่ ตนเองเปน็ สำคัญในการ ดำเนนิ กิจกรรม สง่ ผลใหผ้ ้อู ำนวยการไดใ้ ห้แนวทางและกระตุ้นครใู นโรงเรยี นให้ตระหนักถงึ ความสำคญั ของการ เรยี นรู้ดว้ ยนวตั กรรมลกั ษณะ Project – Based Learning มากขึน้ 4) ผลงานส่งผลใหเ้ กิดประโยชน์สูงสดุ ต่อสถานศกึ ษา นวตั กรรม “ส่ิงประดิษฐ์เครอ่ื งกดเจลแอลกอฮอล์ลา้ งมือแบบใช้เท้าเหยียบ” จากการจดั การเรียน การสอนแบบ Project – Based Learning และใชเ้ ทคนิคการออกแบบเชงิ วิศวกรรม (Engineering design process) น้ี เป็นประโยชนต์ อ่ สถานศกึ ษาในด้านต่างๆ ต่อไปน้ี ๑) ดา้ นวิชาการ ทำใหภ้ าพรวมด้านวชิ าการของโรงเรียนในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีดขี ้ึน ท้ังนเ้ี นอ่ื งจากนวตั กรรมสามารถพฒั นาทักษะทางวทิ ยาศาสตร์และทักษะในการเรยี นรู้ในทศวรรษท่ี 21 (3R8C) และสามารถทำใหน้ ักเรยี นมีความช่นื ชอบในการเรยี นรู้ได้ ๒) ดา้ นบุคลากร การดำเนนิ กิจกรรมตามนวัตกรรมนี้ มีสว่ นกระต้นุ ใหค้ รูในสถานศึกษาสนใจในการ จัดกิจกรรมลักษณะ Project – Based Learning และสนใจนำนวตั กรรมนีไ้ ปปรบั ใชใ้ นชน้ั เรยี นของตนเอง 5) ผลงานส่งผลใหเ้ กิดประโยชน์สูงสดุ ต่อวงการวิชาชพี นวัตกรรม “สิ่งประดิษฐ์เครื่องกดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือแบบใช้เท้าเหยียบ” จากการจัดการเรียน การสอนแบบ Project – Based Learning และใช้เทคนิคการออกแบบเชิงวิศวกรรม (Engineering design process) นี้ ไดม้ กี ารเผยแพร่และมีการนำไปใช้ทงั้ ในและนอกหน่วยงาน ๑) การเผยแพร่และนำไปใช้ในหน่วยงาน อาทิ ใช้ในโรงเรียนบ้านเขวาทุ่ง โดยเริ่มใช้แก้ปัญหาพฤติกรรม นักเรียนด้วยโครงงาน จัดโครงงานคุณธรรมในทุกชั้นเรียนด้วยการใช้ Project – Based Learning เป็นแนวคิด ในการออกแบบกจิ กรรมด้านพฤติกรรมนักเรยี น อกี ทัง้ ได้มกี ารเผยแพรแ่ ละนำไปใช้นอกหน่วยงาน กลา่ วคอื การ นำเสนอผลการดำเนินงาน วิธีการนำไปใช้ และการปรับประยุกต์ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละโรงเรียน โดยเข้า ร่วมการแข่งขันการปฏิบัติที่เป็นเลิศทางวิชาการ สื่อและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ (Best Practice and Innovation Challenge of Science) ทสี่ ่งเสริมผู้เรยี นใหม้ คี ณุ ลกั ษณะและทกั ษะการเรยี นรูใ้ นศตวรรษที่ 21
๓๙ 6) ผลงานส่งผลให้เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ ต่อชุมชน นวัตกรรม “สิ่งประดิษฐ์เครื่องกดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือแบบใช้เท้าเหยียบ” จากการจัดการเรียน การสอนแบบ Project – Based Learning และใช้เทคนิคการออกแบบเชิงวิศวกรรม (Engineering design process) นี้ ได้มีสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากนักเรียน อันส่งผลให้เกิดความประทับใจและความเชื่อมั่นในการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนของคณะครูและเชื่อมั่นในโรงเรียนที่ไว้วางใจให้บุตรหลานเข้ารับการศึกษาต่อท่ี สถานศกึ ษาแห่งนี้ ๗) ขอ้ คดิ เห็นเพื่อการพัฒนาการศกึ ษาในอนาคต รวมท้ังข้อเสนอแนะ นวัตกรรม “สงิ่ ประดิษฐเ์ ครื่องกดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือแบบใชเ้ ท้าเหยียบ” จากการจัดการเรยี น การสอนแบบ Project – Based Learning และใช้เทคนิคการออกแบบเชิงวิศวกรรม (Engineering design process) น้ี สามารถปรับประยุกต์ได้ในหลายบรบิ ทโดยใช้ฐานขั้นตอนเดิม และยงั คงหลักซึ่งเป็นแกน่ ของ นวตั กรรมน้ีไว้ น่ันคือให้นักเรียนไดเ้ รียนรู้ดว้ ยความสขุ และสนุกอยา่ งมีความหมาย ผ่านบรบิ ทแวดล้อมรอบตวั อน่ึงจากการจัดการเรียนรโู้ ดยใชน้ วัตกรรมนี้พบว่าส่งิ ท่ผี จู้ ัดกิจกรรมต้องให้ความสำคญั ย่ิงคือ ๑) การปรบั ปรุง คุณภาพเครอ่ื งมือให้สอดคล้องกบั บริบทของสถานศึกษาและสถานการณ์ 2) กิจกรรมควรคำนงึ ถงึ ความแตกต่าง ท่ีหลากหลายของผ้เู รียน ๓) ควรใหค้ วามสำคัญในงานของนักเรยี นทุกชิ้น ทุกแนวคิด เพือ่ เปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี น ไดน้ ำเสนองานของตนเองเพอ่ื ใหน้ กั เรียนมคี วามภาคภูมิใจ ๔. บทสรปุ หรือขอ้ ความทนี่ กั เรียน เพือ่ นครู ชมุ ชนกลา่ วถึง
๔๐
๔๑ ขอรับรองวา่ ข้อความข้างต้นนี้เป็นความจริง (ลงชือ่ )................................................................ผูร้ ับรอง (................................................................) ผู้อำนวยการสำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2
๔๒ ภาคผวก
๔๓ เอกสารอ้างองิ 1. นวัตกรรมเครอ่ื งกดเจลแอลกอฮอลล์ ้างมือ 2. เกยี รติบัตรผลงานและการพฒั นาตนเอง 3. รายงานผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นโรงเรียนบา้ นเขวาท่งุ ปกี ารศกึ ษา 2563 4. รายงานการจัดกจิ กรรมวทิ ยาศาสตร์ โรงเรยี นบ้านเขวาทุ่ง 5. ภาพกิจกรรม 6. คำสง่ั และหนังสอื ราชการท่เี ก่ยี วข้อง
Search
Read the Text Version
- 1 - 43
Pages: