Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่ม 3หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ครูปันปัน

เล่ม 3หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ครูปันปัน

Published by punyalat suksanguan, 2019-10-05 03:16:20

Description: Inovation and instruction kru punyalat

Search

Read the Text Version

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา เร่ืองที่ 3 ระบบนิเวศน่าอยู่ กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ เรียบเรียงโดย อรอนงค์ สุขสงวน สาระชีวติ กบั สิ่งแวดล้อม ภาพ อรุณี สีใส อรณี เรืองเดช ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3 โรงเรียนเกษตรประชาตาทวด

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา คานา การดาํ รงชีวิตในสังคมโลกปัจจุบนั เป็ นยุคขอ้ มูลข่าวสาร มีความเจริญรุ่งเรืองทางวตั ถุมากขณะเดียวกนั สภาวะแวดลอ้ มรอบตวั ลว้ นเกิดการเปล่ียนแปลงไปเช่นเดียวกนั เกิดปรากฏการณ์ภยั พิบตั ิทางธรรมชาติมากมายหลาย พ้ืนที่ทว่ั โลก เกิดวิกฤติการณ์โลกร้อน เพราะการกระทาํ ของมนุษย์ ดงั น้นั การปลูกฝังค่านิยม การปฏิบตั ิตนท่ีดีงาม และใส่ใจต่อความสําคญั ของส่ิงแวดลอ้ มให้กบั เยาวชนของชาติถือเป็ นบทบาทหนา้ ท่ี ของทุกคนตอ้ งช่วยเหลือกนั อยา่ งเร่งด่วน เพื่อเยาวชนรุ่นใหม่จะไดร้ ู้คุณค่า และตระหนกั ถึงความสาํ คญั ต่อทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม โลก รู้จกั ใชพ้ ลงั งาน ทรัพยากรดิน น้าํ ป่ าไม้ อากาศ อยา่ งประหยดั และดาํ รงชีวติ อยูภ่ ายใตศ้ ีลธรรมอนั ดีงาม เพราะ เยาวชนถือเป็นฟันเฟื องเลก็ ๆ และคอยขบั เคล่ือนเป็นกระบอกเสียงสาํ คญั ในการเผยแพร่สู่ชุมชนและชนรุ่นหลงั ต่อไป จากแนวคิดดงั กล่าวประกอบกบั สภาวะเหตุการณ์โลกในสังคมปัจจุบนั สะทอ้ นให้เห็นวา่ โลกใบน้ีค่อนขา้ ง วกิ ฤติเพราะน้าํ มือมนุษย์ จึงเป็ นท่ีมาของการจดั ทาํ หนงั สือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระ ชีวิตกบั สิ่งแวดลอ้ ม ชุด “โลกใบใหม่ของหนูนา” ผจู้ ดั ทาํ ไดเ้ รียบเรียงและแต่งข้ึนตามความจริง และประสบการณ์ ชีวติ จริง เน้ือเร่ืองครอบคลุมสาระการเรียนรู้ชีวติ กบั ส่ิงแวดลอ้ ม ทกั ษะกระบวนการคิดข้นั สูง ทกั ษะกระบวนการสืบ เสาะหาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์เพ่ือส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้ผูเ้ รียนไดต้ ระหนกั ถึงคุณค่า และเห็นความสําคญั ของ การใช้ชีวิตท่ีตอ้ งคาํ นึงถึงส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั ท้งั น้ียงั ส่งเสริมความรู้ความเขา้ ใจ สติปัญญา เจตคติท่ีเหมาะสม และ ส่งเสริมทกั ษะการศึกษาหาความรู้ดว้ ยตนเองให้กบั ผูเ้ รียน เพ่ือเสริมสร้างการใช้ชีวิตดาํ รงตนในสังคมประจาํ วนั ท่ี ตระหนกั และใส่ใจต่อส่ิงแวดลอ้ ม หนงั สือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชุด “โลกใบใหม่ของหนูนา” จาํ นวน 5 เล่ม ให้ ผเู้ รียนไดเ้ รียนรู้ในช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ดงั น้ี เล่มท่ี 1 เร่ือง วถิ ีชีวติ ชุมชนพอเพียง เล่มที่ 2 เรื่อง มนุษยก์ บั สิ่งแวดลอ้ ม เล่มท่ี 3 เรื่อง ระบบนิเวศน่าอยู่ เล่มท่ี 4 เรื่อง ธรรมะใกลต้ วั เล่มที่ 5 เร่ือง รักษโ์ ลก

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา ขอขอบพระคุณ นางสาวจนั ทรา เทพชุมพล ตาํ แหน่งครู วิทยฐานะครูชาํ นาญการพิเศษ สาขาภาษาไทย โรงเรียนบา้ นคะนาสามคั คี สาํ นกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 ใหค้ าํ ปรึกษาดา้ นหลกั สูตรและ การสอน นางนวลจนั ทร์ เดชพิมลพร ตาํ แหน่งครู วิทยฐานะครูชาํ นาญการพิเศษ สาขาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนเกษตร ประชาตาทวด ให้คาํ ปรึกษาดา้ นการจดั การเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ นางสาววิเรืองไร วงศว์ รรณา ตาํ แหน่งศึกษานิเทศก์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ วทิ ยฐานะศึกษานิเทศกช์ าํ นาญการพิเศษ สํานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษ เขต 4 ใหค้ าํ ปรึกษาดา้ นเทคนิคการจดั การเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ นายวารินทร์ บุญเชิญ ตาํ แหน่งผอู้ าํ นวยการ โรงเรียนเกษตรประชาตาทวด วิทยฐานะผูอ้ าํ นวยการชาํ นาญการพิเศษ ให้คาํ ปรึกษาดา้ นการวดั ผลประเมินผล และ อาจารย์ ดร.ราเชนทร์โกศลั วิตร รองผูอ้ าํ นวยการ (Deputy Director) ศูนยน์ วตั กรรมและเทคโนโลยที างการศึกษา ภาควชิ าคณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีสุรนารี Ph.D. Anatomy The Queen’s U. of Belfast, U.K ให้ คาํ ปรึกษาหลกั การสร้างนวตั กรรมการเรียนการสอน ที่ไดก้ รุณาตรวจสอบความเหมาะสม ความถูกตอ้ ง ขอขอบคุณ เป็ นพิเศษต่อท่านผอู้ ่าน และหวงั เป็ นอยา่ งยิ่งวา่ เรื่องราวต่างๆ ที่ไดถ้ ่ายทอดจะเป็ นประโยชน์ต่อการศึกษาเป็ นสําคญั และไดร้ ับความร่วมมือจากทุกฝ่ ายในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ตลอดจนสามารถเผยแพร่สู่ ชุมชน ก่อใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุดต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติสืบไป อรอนงค์ สุขสงวน

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา จุดประสงค์ของการอ่าน เพื่อใหผ้ เู้ รียนสามารถ 1. อธิบาย ถ่ายทอดเรื่อง “ระบบนิเวศน่าอยู”่ ได้ 2. คิดวเิ คราะห์ สรุปองคค์ วามรู้รวมจากเรื่อง “ระบบนิเวศน่าอย”ู่ ได้ 3. นาํ ขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากเรื่อง “ระบบนิเวศน่าอยู”่ ไปปรับประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั ได้

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา สารบญั เรื่อง หนา้ คาํ นาํ ............................................................................................................................................. ข จุดประสงคข์ องการอ่าน............................................................................................................... ง สารบญั ......................................................................................................................................... จ บทนาํ ........................................................................................................................................... 1 ระบบนิเวศน่าอยู่ .......................................................................................................................... 2 2 ตอนท่ี 1 ชุมชนบา้ นป่ าไม้ ........................................................................................... 5 ตอนท่ี 2 ชุมชนบา้ นริมป่ าชายเลน............................................................................... 9 ตอนที่ 3 ชุมชนบา้ นตน้ น้าํ ........................................................................................... 12 ตอนที่ 4 ชุมชนบา้ นกลางนา........................................................................................ 15 เอกสารอา้ งอิง............................................................................................................................... 16 ภาคผนวก ..................................................................................................................................... 17 อภิธานศพั ท์.................................................................................................................................. 19 ดชั นี.............................................................................................................................................. 21 ประวตั ิผแู้ ต่ง.................................................................................................................................

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา บทนา โลกใบใหม่ของหนูนา เป็ นเรื่องราวชีวิตของเด็กหญิงคนหน่ึงช่ือวา่ “หนูนา” เธอเกิดในตระกูลร่ํารวย มีพอ่ เป็นนายแพทยช์ ่ือดงั แม่เป็ นนกั การทูต อาศยั อยใู่ นชุมชนเมืองใหญ่ การดาํ เนินชีวติ ตอ้ งประสบกบั ปัญหามลพิษทาง เสียง อากาศ และส่ิงแวดล้อมแอดอดั ในชุมชนเมืองใหญ่มีรถยนต์ว่ิงตามถนนมากมาย แต่ละคันปล่อยก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ คนเมืองตอ้ งทนสูดดมก๊าซพิษ และสภาพความวุน่ วายในสังคมเมืองใหญ่ มีหลาย อยา่ งในการดาํ เนินชีวติ ประจาํ วนั ท่ีหนูนาไม่ชอบ เวลาเดินทางไปโรงเรียนตอ้ งทนนง่ั บนรถยนตน์ านๆ เพราะมีรถติด ยาวมาก หนูนาฝันอยากมีชีวติ ในโลก ท่ีน่าอยูก่ วา่ ชีวิตจริงของเธอ วนั หน่ึงหนูนานอนหลบั แลว้ ฝันวา่ ไดไ้ ปท่องเที่ยว ตามท่ีตา่ งๆกบั เจา้ นางงามสุนขั คู่ใจที่น่ารัก และซื่อสตั ยต์ อ่ เธอมาก เธอฝันวา่ ไดไ้ ปชม “ระบบนิเวศน่าอยู”่ ในหมู่บา้ น แห่งหน่ึง ในชีวิตจริงเธอไม่เคยพบเห็น มีหลากหลายเรื่องราวที่ชวนคิดและน่าสนใจเป็ นอยา่ งมาก ผเู้ รียบเรียงจดั ทาํ หนงั สือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ สาระชีวิตกบั ส่ิงแวดลอ้ ม นาํ เสนอไวใ้ นความฝันของหนู นา 4 ตอน คือ ตอนท่ี 1 ชุมชนบา้ นป่ าไม้ ตอนที่ 2 ชุมชนบา้ นริมป่ าชายเลน ตอนที่ 3 ชุมชนบา้ นตน้ น้าํ ตอนที่ 4 ชุมชนบา้ นกลางนา

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา ตอนท่ี 1 ชุมชนบ้านป่ าไม้ ร่างกายหนูนาไดส้ ัมผสั กบั อากาศเยน็ สบาย ลมพดั มาเอื่อยๆ สูดดมกลิ่นไออากาศท่ีบริสุทธ์ิท่ีสุดรอบๆ ตวั มากดว้ ยพรรณไมน้ านาพนั ธุ์ เหลือบไปเห็นเจา้ นางงาม สุนขั คู่ใจว่ิงเล่นลู่ลมบริเวณทางเดินเทา้ เล็กๆ ขา้ งป่ าไมม้ ี หมู่บา้ นเล็กๆ .ที่ชาวบา้ นอาศยั อยรู่ ่วมกนั ในป่ าน้ี ช่ือหมู่บา้ นป่ าไม้ หนูนาไดร้ ู้จกั ผูใ้ หญ่บา้ นชื่อ ลุงบุญสม หนูนาทาํ ความเคารพดว้ ยความนอบนอ้ ม พร้อมสังเกตรอบๆ หมู่บา้ นในชุมชนบา้ นป่ าไม้ พบมีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็ นระบบนิเวศที่น่าอยู่ อาคารเรือนของชาวบา้ นมุงด้วยหญา้ คา เป็ นเรือนหลงั เล็กๆ ไม่มีส่ิงอาํ นวยความสะดวก เหมือนบา้ นหนูนาในปัจจุบนั เลย บริเวณบา้ นมีตน้ ไมป้ กคลุม ร้ัวบา้ นปลูกพืชกินได้ กลุ่มผกั พ้ืนบา้ น กระถินริมร้ัว ชะอม ตาํ ลึง ดว้ ยความสงสัยหนูนาถามลุงบุญสม“เพราะเหตุใดชุมชนแห่งน้ีจึงไดช้ ่ือวา่ ชุมชนบา้ นป่ าไม้ คะคุณลุง” เด๋ียวลุงจะอธิบายให้ฟังนะ หนูนาต้งั ใจฟังอยา่ งจดจ่อ ลุงอธิบายวา่ “ลกั ษณะภูมิประเทศท่ีนี่มีป่ าไมล้ อ้ มรอบจาํ นวน มากเรียกว่า ระบบนิเวศป่ าไม้ มนุษย์กับธรรมชาติจะต้องอยู่ด้วยกันอย่างมีความสมดุล มนุษยต์ ้องมีความสุข พอสมควร ธรรมชาติก็ตอ้ งไม่เสียความสมดุล การที่มนุษยจ์ ะอยู่กบั ธรรมชาติได้อย่างมีความสุข และ เกิดสมดุล ธรรมชาติไดน้ ้นั มนุษยจ์ ะตอ้ งเรียนรู้เร่ืองธรรมชาติใหเ้ ขา้ ใจอยา่ งถ่องแท้ ทรัพยากรธรรมชาติ

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา ท่ีมนุษยม์ ีชีวติ ผูกพนั อยา่ งมากต้งั แต่อดีตจนถึงปัจจุบนั และอนาคตสืบไปน้นั คือทรัพยากรป่ าไม้ นนั่ หมายถึง ทุกคน จะตอ้ งเขา้ ใจอยา่ งลุ่มลึกในระบบนิเวศป่ าไม้ จึงจะอยกู่ บั ธรรมชาติไดอ้ ยา่ งมีความสุข คนในชุมชนบา้ นป่ าไมท้ ุกคนมี ความตระหนกั และเห็นความสําคญั ต่อระบบนิเวศป่ าไมเ้ ป็ นที่สุด ระบบนิเวศป่ าไมเ้ ป็ นระบบนิเวศธรรมชาติท่ีมี องคป์ ระกอบของส่วนที่ไม่มีชีวติ และ ส่วนที่มีชีวติ ส่วนท่ีไม่มีชีวติ ไดแ้ ก่ ดิน น้าํ อากาศ เป็ นตน้ ส่วนที่มีชีวติ ไดแ้ ก่ ตน้ ไม้ เถาวลั ย์ สัตวข์ นาดเลก็ ขนาดใหญ่ และนก เป็ นตน้ สิ่งที่มีชีวิตเหล่าน้ีตอ้ งอาศยั ส่วนท่ีไม่มีชีวิต เช่น น้าํ อากาศ ดิน เพื่อการดาํ รงชีวิต และในขณะเดียวกนั ส่ิงท่ีมีชีวิตด้วยกนั จะอยูก่ นั แบบพ่ึงพาอาศยั เพื่อการดาํ รงชีวิตที่ดีอย่าง ยงั่ ยืน สิ่งที่มีชีวิตในระบบนิเวศป่ าไม้ ไม่ว่าจะเป็ นตน้ ไมข้ นาดเล็กหรือใหญ่ หรือสัตวข์ นาดเล็กหรือใหญ่ จะมี กฎเกณฑแ์ ละวนิ ยั ในการดาํ รงชีวติ ท้งั น้นั ท้งั น้ีเพื่อสร้างความสมดุลใหเ้ กิดข้ึนในระบบ จึงเห็นไดว้ า่ หากมนุษยไ์ ม่เขา้ ไปรบกวน ระบบนิเวศป่ าไมจ้ ะสามารถปรับ ความสมดุลตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติไดต้ ลอดไป เมื่อมนุษยเ์ ขา้ ไปใช้ ประโยชน์จากระบบนิเวศป่ าไมจ้ ะตอ้ งเขา้ ใจความสมดุลของ ระบบนิเวศว่าเป็ นอยา่ งไร มนุษยจ์ ะตอ้ งใชป้ ระโยชน์ จากป่ าโดยการเรียนรู้และลอกแบบธรรมชาติ เช่น จะตดั ตน้ ไมต้ น้ ไหนไปใชป้ ระโยชน์กต็ อ้ งพิจารณาเห็นวา่ ตน้ ไมต้ น้ น้นั ไม่สามารถเจริญเติบโต ต่อไปไดแ้ ลว้ เป็ นตน้ หากมีการใชป้ ระโยชน์โดยเรียนรู้จากความเป็ นไปของธรรมชาติ แลว้ มนุษย์ ก็จะอยูไ่ ดก้ บั ธรรมชาติอยา่ งมีความสุข และในขณะเดียวกนั ธรรมชาติก็จะมีความสมดุลตลอดไป ระบบ นิเวศป่ าไม้ (forest.ecosystems) หมายถึง สังคมของพืชและส่ิงมีชีวิตอ่ืนๆ ในพ้ืนท่ีป่ าหน่ึงๆ ที่มีการตอบซ่ึงกนั และ กนั ตอ่ สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพต่างๆ อยา่ งชดั เจนและต่อเนื่อง มีความหลากหลายทางชีวภาพ และมีการไหลเวยี น ข อ ง แ ร่ ธ า ตุ ด้ ว ย .โ ค ร ง ส ร้ า ง ข อ ง ร ะ บ บ นิ เ ว ศ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย .2.ส่ ว น คื อ .อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ที่ ไ ม่ มี ชีวิต.(Abiotic.Components).แบ่งได.้ 3.ส่วน คือ.อินทรียสาร.(Organic.Substance).เช่น.โปรตีน ฮิวมสั ไขมนั ฯลฯ.อนิ นทรียสาร.(Inorganic.Substance).เช่น น้ํา ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ ฯลฯ สภาพแวดล้อมทางกายภาพ (Physical.Environment).เช่น แสง อุณหภูมิ อากาศ เป็ นตน้ องค์ประกอบท่ีมีชีวิต.(Biotic.Components).จาํ แนกตาม หน้าที่ได.้ 3.ชนิด คือ.2.1.ผูผ้ ลิต.(Producer).หมายถึง.สิ่งมีชีวิต ที่สร้างอาหารไดเ้ อง โดยกระบวนการสังเคราะห์แสง (Photosynthesis).ได้แก่ พืชสีเขียว แพลงตอน แบคทีเรียบางชนิด ฯลฯ ซ่ึงจะมีคลอโรฟี ลล์ที่เป็ นรงควตั ถุสีเขียว สามารถสร้างคาร์โบไฮเดรตได้ จึงถือไดว้ า่ ผผู้ ลิตมีความสาํ คญั มากเพราะเป็ นส่วนเร่ิมตน้ ที่เชื่อมระหวา่ งส่ิงไม่มีชีวติ และสิ่งท่ีมีชีวติ ในระบบนิเวศ.ผบู้ ริโภค (Consumer).หมายถึงส่ิงมีชีวิตท่ีสร้างอาหารเองไม่ได้ ไดร้ ับอาหารจากการ กินส่ิงมีชีวิตอื่น จาํ แนกเป็ น.3.ชนิด คือ.ผูบ้ ริโภคแบบปฐมภูมิ (Primary.Consumer).คือสัตวก์ ินแต่พืช ผบู้ ริโภคแบบ ทุ ติ ย ภู มิ .( Secondary.Consumer).คื อ สั ต ว์ ท่ี กิ น สั ต ว์ ด้ ว ย กั น .( Carnivores).ผู้ บ ริ โ ภ ค แ บ บ ต ติ ย ภู มิ (Tertiary.Consumer).คือ.สัตวท์ ี่กินท้งั พืชและสตั ว.์ (Omnivore).ผยู้ อ่ ยสลาย.(Decomposer)

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา หมายถึง ส่ิงมีชีวิตท่ีสร้างอาหารเองไม่ได้ แต่จะไดอ้ าหารโดยการสร้างเอนไซมม์ าย่อยสลายซากของส่ิงมีชีวติ ของ เสีย กากอาหาร ซ่ึงไดแ้ ก่ แบคทีเรีย เห็ด รา ฯลฯ.ระบบนิเวศป่ าไม้ เป็ นศูนยร์ วมความหลากหลายทางชีวภาพท่ีสําคญั ท่ีสุดของโลก ซ่ึงเก้ือกูลการดาํ รงชีวิตของประชาชนจาํ นวนมาก อีกท้งั ยงั ช่วยควบคุมสภาพอากาศให้เหมาะสม เน่ืองจากเป็ นแหล่งดูดซับและกกั เก็บคาร์บอนไดออกไซด์ ป่ าไมเ้ ป็ นแหล่งสําคญั ของระบบนิเวศบนบก และถูก คุกคามไดง้ ่ายในหลายลกั ษณะอาทิ การใชป้ ระโยชนท์ ี่ดิน มลภาวะไฟป่ า.การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ การนาํ เขา้ ชนิดพนั ธุ์ต่างถ่ินที่รุกราน ซ่ึงก่อให้เกิดการเสียสมดุลของระบบนิเวศ การเปล่ียนแปลงของระบบ ซ่ึงส่งผลต่อการ ลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศป่ าไม้ เก่ียวขอ้ งกบั ความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งรวมของ ส่ิงมีชีวติ ท้งั พืชและสัตวท์ ี่มาอาศยั อยูร่ ่วมกนั และก่อใหเ้ กิดความสัมพนั ธ์ต่อสิ่งมีชีวิตดว้ ยกนั เองในหลายรูปแบบคือ แบบภาวะปรสิต(Parasitism).แบบการล่าเหย่ือ.(Predation).แบบภาวะอิงอาศยั หรือภาวะเก้ือกูลกนั (Commensalism) แบบการไดป้ ระโยชน์ร่วมกนั .(Protoco-operation).แบบภาวะที่ตอ้ งพ่ึงพา (Mutualism) และแบบภาวะการยอ่ ยสลาย (Saprophytism) มีการส่งผ่านพลังงานระหว่างระบบหรือภายในระบบมีรูปแบบการถ่ายทอดพลงั งานระหว่าง ส่ิงมีชีวิต 2 ลกั ษณะคือ โซ่อาหาร (Food chain) และสายใยอาหาร (Food.web) ในระบบนิเวศป่ าไม้ ประกอบดว้ ย ระบบนิเวศยอ่ ย ไดแ้ ก่ ระบบนิเวศยอ่ ย ป่ าผลดั ใบ ประกอบดว้ ย ป่ าผสมผลดั ใบ ป่ าเตง็ รัง ป่ าทุ่ง และทุ่งหญา้ เขตร้อน ระบบนิเวศยอ่ ยป่ า ไม่ผลดั ใบ ประกอบดว้ ย ป่ าดิบช้ืน ป่ าดิบแลง้ ป่ าดิบเขา ป่ าสนเขา” คุณลุงบุญสมเป็ นผใู้ หญ่บา้ นท่ี มีความรู้เรื่องป่ าไมม้ ากเพราะมีประสบการณ์ในการทาํ งานร่วมกบั เจา้ หนา้ ท่ีป่ าไมบ้ ่อยๆ หนูนาจดบนั ทึกรายละเอียด เก็บขอ้ มูลที่ได้ พร้อมกล่าวขอบคุณบอกลาลุงบุญสม พอดีตอ้ งตื่นนอนแลว้ ไดย้ นิ เสียงคุณแม่ปลุกใหต้ ื่นแต่เชา้ คาถามชวนคิด 1. ระบบนิเวศป่ าไมห้ มายความวา่ อยา่ งไร 2. มนุษยไ์ ดร้ ับประโยชน์จากระบบนิเวศป่ าไมอ้ ยา่ งไร 3. นกั เรียนไดข้ อ้ คิดอยา่ งไรจากการอา่ นชุมชนบา้ นป่ าไม้ 4. ระบบนิเวศป่ าไมม้ ีความสาํ คญั อยา่ งไร 5. นกั เรียนมีแนวคิดในการอนุรักษท์ รัพยากรป่ าไมใ้ นทอ้ งถิ่นของนกั เรียนไดอ้ ยา่ งไร

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา ตอนท่ี 2 ชุมชนบ้านริมป่ าชายเลน การดาํ เนินชีวิตในแต่ละวนั หนูนา ตอ้ งทนอยู่ในสังคมเมืองท่ีมีแต่ความวุ่นวาย ทนั ใดน้นั เขารู้สึกวา่ ไดย้ ิน เสียงคล่ืนกระทบฝั่ง ดงั มาเป็ นระยะๆ ลมพดั แรงปลิวผมประบ่าของหนูนาสยาย เจา้ นางงามส่งเสียงเห่าโฮ่ง โฮ่ง หนูนาหนั ไปมองตามเสียงของเจา้ นางงาม สงสัยวา่ มนั เห่าอะไร พบวา่ มนั กาํ ลงั เห่าปูจาํ นวนมาก ดูเหมือนกองทพั ปู เดินตามชายฝั่งป่ าชายเลนที่มีดินโคลน และมีตน้ ไมข้ ้ึนหนาแน่นเป็ น ป่ าโกงกาง ใกลป้ ่ าชายเลนมีหมู่บา้ น หนูนา สังเกตพบป้ายชื่อหมู่บา้ นวา่ บา้ นริมป่ าชายเลน เลยเดินเขา้ ไปทกั ทายลุงนิรันดร์พร้อมทาํ ความเคารพดว้ ยความนอบ นอ้ ม และไดเ้ รียนรู้ลกั ษณะของป่ าชายเลน ปัจจยั ส่ิงแวดลอ้ ม สิ่งไม่มีชีวิตและส่ิงมีชีวิตพืช สัตวท์ ี่อาศยั อยใู่ นบา้ นริม ป่ าชายเลนจากลุงนิรันดร์ หนูนาต้งั ใจฟังพร้อมจดบนั ทึกขอ้ มูลอยา่ งละเอียดลุงนิรันดร์เป็ นเจา้ หนา้ ที่ทาํ งานเก่ียวกบั ป่ าชายเลนอาศยั อยู่ในหมู่บา้ นริมป่ าชายเลน อธิบายว่า “ป่ าชายเลนพบทวั่ ไปตามพ้ืนที่ชายฝั่งทะเล.บริเวณปากน้าํ อ่าว.ทะเลสาบ และเกาะซ่ึงเป็นบริเวณที่น้าํ ท่วมถึงของประเทศในแถบโซนร้อน(Tropical.Region) โดยป่ าชายเลนใน ประเทศไทยอยู่กระจดั กระจายตามชายฝั่งยาวประมาณ.927.กิโลเมตร.ในเขตชายฝั่งทะเลดา้ นตะวนั ออก ภาคกลาง และภาคใต้ ปัจจัยทางกายภาพ ระบบนิเวศป่ าชายเลนเกิดจากการ

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา ผสมผสานระหวา่ งสภาพแวดลอ้ มของทะเล และสภาพแวดลอ้ มของแผน่ ดินพ้ืนที่.และการกระจายของป่ าชายเลนจึง ข้ึนอยกู่ บั ปัจจยั ของส่ิงแวดลอ้ มหลายอยา่ งที่สําคญั ไดแ้ ก่ สภาพภูมิอากาศ สภาพดิน และน้าํ ภูมิอากาศโดยทวั่ ไปแลว้ พนั ธุ์ไมป้ ่ าชายเลนตอ้ งการอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกวา่ 20 องศาเซลเซียสเลก็ นอ้ ยและมีความแตกต่างของอากาศในแต่ละฤดู ไม่มากกวา่ .5.องศาเซลเซียส.โดยอากาศที่เหมาะสมสําหรับการเจริญของไมใ้ นป่ าชายเลนจะอยูร่ ะหวา่ ง.25-30 องศา เซลเซียส.ป่ าชายเลนสามารถข้ึนในบริเวณพ้ืนที่ ริมฝั่งของภูมิภาคเขตร้อนท่ีมีปริมาณฝน และความช้ืนนอ้ ยไปจนถึง บริเวณท่ีมีปริมาณน้าํ ฝนมาก ป่ าชายเลนในบริเวณที่มีปริมาณน้าํ ฝน และความช้ืนมากจะมีพฒั นาการเจริญเติบโตได้ ดีกวา่ .สาํ หรับประเทศไทยน้นั ป่ าชายเลนท่ีพฒั นาดีท่ีสุดคือ.ป่ าชายเลนระยอง ดิน.ในพ้ืนที่ป่ าชายเลนเกิดข้ึนจากการ ทบั ถมของดินตะกอนในแม่น้าํ ที่ไหลลงสู่บริเวณท่ีมีน้าํ น่ิงซ่ึงดินตะกอนจะทบั ถมกนั ในสภาพธรรมชาติ จึงมีปริมาณ เกลือสูง.และปริมาณอินทรียวตั ถุสูง.นา้ .ความเค็มของน้าํ ในป่ าชายเลนของประเทศไทย ส่วนใหญ่จะมีความเค็มของ น้าํ ระหวา่ ง 10-30 ส่วนในพนั ส่วน ปัจจัยทางชีวภาพ.พืชพนั ธุ์ในพ้ืนท่ี ป่ าชายเลนจะมีลกั ษณะดงั น้ี.เป็ นป่ าที่มีความ เขียวสดตลอดปี .ไม่มีการแบ่งช้นั ของเรือนยอด.(Canopy) อยา่ งชดั เจนชนิดของพืชพนั ธุ์ต่างๆ จะมีความสัมพนั ธ์กบั ลกั ษณะของพ้ืนท่ี ดงั น้ี บริเวณช่วงต่อระหวา่ งป่ าชายเลนกบั แผน่ ดินพืชท่ีพบในน้าํ และบริเวณพ้ืนท่ีช้ืนแฉะจะพบตน้ จาก.ส่วนพืชบกจะพบ.โพธ์ิทะเล โปรง ตะบูน พงั กา หวั สุม และปลาทะเล บริเวณพ้ืนที่ตอนบนของป่ าชายเลน พืชท่ี พบบริเวณน้ีไดแ้ ก่ โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ โดยมีแสมดาํ และแสมขาวข้ึนปะปนกนั อยู่ นอกจากน้ียงั มีมีลาํ พู เหงือกปลาหมอและถอบแถบ.บริเวณตอนล่างของป่ าชายเลน พืชที่พบในบริเวณน้ีไดแ้ ก่.แสมดาํ .แสมขาว โกงกางใบ เล็กโกงกางใบใหญ่ข้ึนปะปนกนั อยู่ บริเวณช่วงต่อระหวา่ งป่ าชายเลนกบั ทะเล พืชท่ีพบในบริเวณน้ีส่วนใหญ่คือ.แส ม.แต่บางแห่งจะพบโกงกาง.ชนิดของสัตวน์ ้าํ และสัตวบ์ กมีต้งั แต่.จุลินทรีย์ (microorganism) เช่น แบคทีเรียราโปรโต ซวั พวกสัตวเ์ ลก็ จนถึงสัตวใ์ หญ่เช่น กุง้ หอย เช่น ปู ปลางู นก ลิง เป็ นตน้ สาํ หรับพวกจุลินทรียต์ ่างๆ เป็ นส่วนสําคญั ในการกาํ เนิดห่วงโซ่อาหาร มีรายงานการสํารวจพบวา่ บริเวณป่ าชายเลนน้นั มีปลาชนิดต่างๆรวมกนั ประมาณ 72 ชนิดท่ีสาํ คญั และมีชนิดท่ีพบไดม้ าก ไดแ้ ก่ ปลากระบอก ปลากะพงขาว และปลานวลจนั ทร์ทะเล เป็ นตน้ สาํ หรับกุง้ ท่ีมีคุณคา่ ทางอาหารสูงท่ีพบในป่ าชายเลน เช่น กุง้ แชบว๊ ย กุง้ ตะกาด กุง้ กุลาดาํ หรือกุง้ ตะเขบ็ กุง้ หวั มนั .ปูที่พบในป่ า ชายเลน มี 54 ชนิดท่ีสาํ คญั ปูเปร้ียวหรือปูกา้ มดาบหรือปูผแู้ ทน ปูแสม ปูทะเลหรือปูดาํ หอยมีท้งั ชนิดท่ีเกาะอยูก่ บั ตน้ ไม้ รากและใบของไมใ้ นป่ าชายเลน รวมถึงชนิดท่ีชอบฝังตวั อยูใ่ นดินเลนหรือตามพ้ืนป่ า แมลง ที่อาศยั อยูต่ ามป่ า ชายเลนมีจาํ นวน 38 ชนิด ชนิดที่พบมากไดแ้ ก่.ผีเส้ือ.หนอนคืบ.หนอนผีเส้ือขดั ใบ ดว้ งหนวดยาว ยงุ ริ้น เป็ นตน้ สัตวอ์ ื่นๆ ท่ีพบมาก ไดแ้ ก่ นก มีท้งั หมดประมาณ 88 ชนิด สัตวเ์ ล้ียงลูกดว้ ยนมประมาณ 35 ชนิด เช่น คา้ งคาว ลิงแสม นาก แมวป่ า สตั วเ์ ล้ือยคลานประมาณ25 ชนิด ซ่ึงรวมท้งั

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา งูชนิดต่างๆ.กิ้งก่า.เต่า.จระเข้ ซ่ึงสัตวเ์ หล่าน้ีหากิน.และมีชีวิตเก่ียวขอ้ งอยูก่ บั ป่ าชายเลน มีการปรับตวั 3 ดา้ น คือ การปรับรูปร่างและโครงสร้างร่างกาย การปรับสรีระ การปรับพฤติกรรม คุณค่าและความสาคัญในระบบนิเวศป่ าชาย เลนด้านป่ าไม้้ไมจ้ ากป่ าชายเลนไดน้ าํ มาใชป้ ระโยชน์ไดห้ ลายอยา่ ง เช่น ทาํ ฟื นหรือถ่าน ใชใ้ นการก่อสร้าง เช่น ทาํ เสาเขม็ ไมค้ ้าํ ยนั ใชท้ าํ เฟอร์นิเจอร์ ใบจากมุงหลงั คาและมวนบุหร่ี ดา้ นประมง เป็ นแหล่งที่วางไข่และอนุบาล ตวั อ่อน เป็ นแหล่งท่ีอยูแ่ ละที่หลบภยั ของปลาต่างๆ ความสําคญั ของดา้ นการอนุรักษ์พ้ืนท่ีชายฝ่ังทะเล.เป็ นสถานที่ หลบภยั ตามธรรมชาติ.ป้องกนั ส่ิงแวดลอ้ มเป็ นพิษโดยทาํ หน้าท่ีกรองสารปฏิกูล.ด้านยารักษาโรค.เช่น.เปลือกไม้ โกงกางใบเล็ก สามารถนาํ มาตม้ กินแกท้ อ้ งร่วง ตน้ และรากของตน้ เหงือกปลาหมอดอกน้าํ เงิน นาํ มาตม้ น้าํ ผสมน้าํ อาบ แกผ้ ดผนื่ คนั โรคผิวหนงั เป็ นท่ีพกั ผอ่ นหยอ่ นใจ สถานการณ์ปัจจุบันของระบบนิเวศป่ าชายเลน.ขอ้ มูลภาพถ่าย ดาวเทียมจากรมป่ าไมเ้ ม่ือปี 2543 แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีพ้ืนที่ป่ าชายเลน1,526,006.25ไร่ เพ่ิมข้ึนจากการ สํารวจเมื่อปี .2539.จาํ นวน.478,616.25ไร่.ท้งั ท่ีน่าสังเกตวา่ ในการสาํ รวจคร้ังน้ีไดเ้ พิ่มนราธิวาสเป็ นจงั หวดั ท่ี 24 ท่ีมี พ้นื ท่ีป่ าชายเลนดว้ ยจาํ นวน473.5ไร่ หลงั จากที่ตกสํารวจมาเป็ นเวลานานขณะเดียวกนั การสํารวจคร้ังน้ีกลบั ไม่แสดง พ้นื ที่ป่ าชายเลนของจงั หวดั สมุทรปราการ.ซ่ึงเคยมีจาํ นวน 1,857.50.ไร่.ในการสํารวจเม่ือปี .2539.โดยภาพรวมป่ าชาย เลนของไทยนบั วา่ ตกอยใู่ นสภาพเส่ือมโทรม อนั เป็ นภาวะที่ต่อเนื่องมานบั .40.ปี .ดงั ท่ีตวั เลขแสดงให้เห็นชดั เจนว่า ภายในช่วงเวลาดงั กล่าวพ้ืนที่ ป่ าชายเลนไดส้ ูญหายไปถึงประมาณ.1.ลา้ นไร่ สาเหตุของการลดลงของป่ าชายเลนการ เพาะเล้ียง สตั วน์ ้าํ .โดยเฉพาะการทาํ นากุง้ .พ้นื ท่ีป่ าชายเลนเป็นแหล่งผลิตอินทรียส์ ารและธาตุอาหารท่ีสาํ คญั สาํ หรับ สัตวน์ ้าํ ท่ีอาศยั อยใู่ นป่ าชายเลนซ่ึงมีมากมายหลายชนิด เช่น กุง้ หอยปู ปลา เป็ นตน้ ดงั น้นั การแผว้ ถางป่ าแลว้ จึงขุด บ่อข้ึนภายหลงั เป็ นการทาํ ลายแหล่งแร่ธาตุที่มีการหมุนเวยี น เพื่อใหเ้ กิดการสมดุลตามระบบธรรมชาติในระบบ นิเวศวิทยาป่ าชายเลน และการทาํ นากุง้ วธิ ีน้ียงั ทาํ ความเสียหายแก่พ้ืนท่ี ป่ าชายเลนมาก เพราะนอกจากจะตดั ไมล้ ง แลว้ ยงั ตอ้ งขดุ รากถอนโคนออกหมด เป็นการทาํ ลายพนั ธุ์ไมป้ ่ าชายเลนที่มีอยใู่ นบริเวณน้นั การทาํ ลายป่ าชายเลนใน ลักษณะน้ีเป็ นการเปล่ียนสภาพจากพ้ืนที่ป่ าไม้เป็ นพ้ืนท่ีเพื่อการเพาะเล้ียงสัตวน์ ้าํ อย่างถาวรซ่ึงเป็ นการทาํ ลาย ทรัพยากรป่ าไมแ้ ละระบบนิเวศป่ าชายเลนดว้ ย การทาํ เหมืองแร่ การทาํ เหมืองแร่มีส่วนในการทาํ ลายสภาพป่ าและ ความอุดมสมบูรณ์ของป่ า จนยากที่จะฟ้ื นให้มีความสมบูรณ์เช่นเดิมในระยะเวลาอนั ส้ันได.้ ท้งั น้ีเนื่องจากวธิ ีการทาํ เหมืองแร่ จะตอ้ งขุดให้ลึกจนถึงสายแร่.ดินตะกอน.กรวด.และทรายที่ถูกพลิกข้ึนมาทบั ถม.ทาํ ให้ป่ าชายเลน ไม่สามารถฟ้ื นตวั เกิดไดด้ งั เช่นเดิม นอกจากน้นั คุณภาพของน้าํ ยงั เลวลงเน่ืองจากมีตะกอนขุ่นขน้ แขวนลอยอยู่ดว้ ย. เมื่อตกตะกอนก็จะกลายเป็นดินดอนทาํ ใหน้ ้าํ ท่วมไม่ถึง.มีแต่ความแห้งแลง้ .ดงั น้นั การทาํ เหมืองแร่จึงก่อใหเ้ กิดความ เสียหายแก่ระบบนิเวศป่ าชายเลนโดยตรง การก่อสร้างบา้ นเรือน

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา ข้ึนใหม่ เมื่อมีการตดั ถนนป่ าชายเลน.ก็จะมีการถมที่และสร้างอาคารบา้ นเรือน.ร้านคา้ .ศูนยก์ ารคา้ ท่ีทาํ การและ สํานักงานบริเวณน้นั ติดตามมา.ราษฎรที่อยู่ใกล้กบั ป่ าชายเลนก็จะบุกรุกและถือโอกาสครอบครองท่ีดินเป็ นของ ตวั เอง การสร้างถนนและสายส่งไฟฟ้า.การสร้างถนนและสายส่งไฟฟ้าผ่านพ้ืนที่ป่ าชายเลน.จะตอ้ งมีการทาํ ลายป่ า ชายเลนส่วนท่ีจะสร้างข้ึน.เป็นเหตุใหป้ ่ าชายเลนลดนอ้ ยลง ซ่ึงจะมีผลกระทบอยา่ งอ่ืนตามมาดว้ ย.เช่น.สัตวใ์ นป่ าชาย เลนไมม่ ีท่ีอยอู่ าศยั .เป็นตน้ .และแนวถนน จะเป็นคนั ก้นั น้าํ ทะเล.ทาํ ใหน้ ้าํ ทะเลไหลลงสู่ป่ าชายเลนไม่ได.้ ตน้ ไมใ้ นป่ า ชายเลนจะตายการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมพ้ืนที่ป่ าชายเลนที่อยแู่ ถบชายฝ่ังทะเลส่วนหน่ึงถูกบุกเบิกเพ่ือต้งั โรงงาน อุตสาหกรรมทาํ ให้เสียพ้ืนท่ีป่ าชายเลนเป็ นจาํ นวนมาก.และโรงงานอุตสาหกรรมยงั ปล่อยของเสียลงสู่ป่ าชายเลน บริเวณรอบขา้ ง ทาํ ใหร้ ะบบนิเวศป่ าชายเลนถูกทาํ ลาย การทาํ นาเกลือ เนื่องจากแสงแดดเป็ นส่ิงจาํ เป็ นสาํ หรับการเผา น้าํ ทะเลใหร้ ะเหยแหง้ จนตกผลึกกลายเป็ นเกลือ ดงั น้นั ป่ าชายเลนโดยรอบจะถูกตดั ฟันจนหมด เพ่ือเปิ ดพ้ืนที่ใหโ้ ล่ง มากที่สุด จึงเป็ นสาเหตุให้ป่ าชายเลนถูกทาํ ลายเป็ นจาํ นวนมาก การตดั ไมเ้ กินกาํ ลงั ของป่ า.ปริมาณความตอ้ งการใช้ ประโยชน์จากไมใ้ นป่ าชายเลนมีจาํ นวนมากเช่น การเผาถ่าน.ทาํ เสาเข็ม.ไมค้ ้าํ ยนั .เฟอร์นิเจอร์.เป็ นตน้ .ซ่ึงมากกวา่ กาํ ลังการผลิตของป่ าชายเลน.ทาํ ให้ป่ าชายเลน ถูกบุกรุกเป็ นจาํ นวนมาก.ชาวบ้านในชุมชนบ้านริมป่ าชายเลน ตระหนกั และเห็นความสาํ คญั ของป่ าชายเลนทุกครัวเรือนช่วยกนั อนุรักษป์ ่ าชายเลน พืช สัตว์ ท่ีอาศยั บริเวณป่ าชาย เลนกาํ กบั ดูแลและปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดี ส่งผลใหเ้ ป็นป่ าชายเลนเป็นระบบนิเวศท่ีสมบูรณ์”หนูนาฟังลุงนิรันดร์ พูดจนจบได้ความรู้มากมายที่เป็ นประโยชน์และจาํ นาํ ขอ้ มูลไปเผยแพร่ให้คนในยุคปัจจุบนั ตระหนักและ ใส่ใจ สิ่งแวดลอ้ ม ท้งั น้ีหากป่ าชายเลนมีความอุดมสมบูรณ์ช่วยป้องกนั การเกิดน้าํ ท่วม อุณหภูมิโลก ไม่ร้อนเหมือนบา้ น หนูนา ทนั ใดน้นั หนูนาตอ้ งรีบลาลุงนิรันดร์พร้อมกล่าวขอบคุณ เพราะพบวา่ ตวั เองนอนอยูบ่ นท่ีนอนพลางรําพึงกบั ตนเองวา่ หนูนาฝันไปอีกแลว้ เป็นฝันท่ีสนุกมากอยากใหโ้ ลกปัจจุบนั เป็นดงั ฝันมากท่ีสุด คาถามชวนคิด 1. ระบบนิเวศป่ าชายเลนหมายความวา่ อยา่ งไร 2. มนุษยไ์ ดร้ ับประโยชนจ์ ากระบบนิเวศป่ าชายเลนอยา่ งไร 3. นกั เรียนไดข้ อ้ คิดอยา่ งไรจากการอ่านชุมชนบา้ นริมป่ าชายเลน 4. นกั เรียนมีแนวคิดในการอนุรักษส์ ิ่งมีชีวติ บริเวณป่ าชายเลนอยา่ งไร 5. อะไรเป็นสาเหตุของการลดลงของป่ าชายเลน เพราะเหตุใด

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา ตอนที่ 3 ชุมชนบ้านต้นนา้ ค่าํ คืนน้ีที่บา้ นของหนูนามีฝนตกหนกั เสียงฟ้าร้องครืน ครืน หนูนาทาํ การบา้ นเสร็จรีบเขา้ นอน ไดย้ นิ เสียง เม็ดฝนตกกระทบหลงั คาบา้ นซา ซา ทนั ใดน้นั หนูนาผล็อยหลบั ไป แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกไดว้ ่าตวั เองว่ิงหนีฝนกาํ ลงั ตก ปรอยๆ กบั เจา้ นางงามสุนขั คู่ใจ บงั เอิญมีนา้ ผูช้ ายคนหน่ึงเรียกใหเ้ ขา้ ไปหลบฝนในบา้ น หนูนากบั เจา้ นางงามเลยรีบ วงิ่ เขา้ ไปหลบฝนในบา้ นของนา้ บุญชู ทราบช่ือพร้อมแนะนาํ ตวั เอง หนูนาสังเกตรอบๆ มีหมู่บา้ นหลายหลงั คาเรือน ฝนเร่ิมหยุดตกแต่หนูนาไดย้ นิ เสียงเหมือนน้าํ ตกจากที่สูง ดว้ ยความสงสัยเลยถามนา้ บุญชู เสียงน้าํ ตกดงั มาจากไหน คะ น้าบุญชูอธิบายว่า.“ที่ตรงน้ีเป็ นหมู่บา้ นชุมชนบา้ นตน้ น้าํ ชาวบา้ นไดใ้ ชป้ ระโยชน์จากแหล่งตน้ น้าํ ลาํ ธารและ แมน่ ้าํ ในการประกอบอาชีพ ทุกครัวเรือนไดต้ ระหนกั และเห็นความสําคญั ของป่ าตน้ น้าํ ”.“หนูนาสงสัยป่ าตน้ น้าํ เป็ น อยา่ งไรคะ”.เด๋ียวนา้ จะอธิบายให้ฟังนะ “ป่ าต้นนา้ ป่ าถือเป็ นแหล่งกาํ เนิดตน้ น้าํ ลาํ ธารเพราะบริเวณป่ ามีความชุ่มช้ืน เน่ืองจาก มีฝนตก มากกวา่ บริเวณอ่ืน เม่ือฝนตกใบไมจ้ ะทาํ หนา้ ท่ีรองรับน้าํ ฝน ลาํ ตน้ ช่วยชะลอการไหลของน้าํ ฝน และรากทาํ หนา้ ที่ดูดซบั น้าํ เอาไวท้ าํ ใหน้ ้าํ ค่อยๆ.ไหลซึมลงสู่แหล่งน้าํ ใตด้ ิน.ลาํ ธาร และแม่น้าํ อยา่ งชา้ ๆ.หากมีป่ าอุดม สมบูรณ์แหล่งน้าํ ตามธรรมชาติจะไม่แหง้ ขอด.ส่ิงมชี ีวติ ในแหล่งนา้ (ลาธาร และแม่นา้ ) สิ่งมีชีวติ ในแหล่งน้าํ จาํ แนก ตามถิ่นอาศยั ท่ีแตกตา่ งกนั แบ่งเป็นกลุ่มตา่ งๆ ดงั น้ี

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา แพลงก์ตอน.(Plankton).เป็ นสิ่งมีชีวิตท่ีล่องลอยอยู่น้ําเคลื่อนที่โดยการ.เคลื่อนท่ีของกระแสน้ํา เป็ นส่วนใหญ่ แบ่งออกเป็ น.2.ชนิด คือแพลงก์ตอนพืช เช่น.ไดอะตอม สาหร่าย และแพลงกต์ อนสัตว์ ไดแ้ ก่ .โปรโตซวั .เนคตอน (Nekton).เป็นสัตวท์ ่ีวา่ ยน้าํ ไปมาไดอ้ ยา่ งอิสระไดแ้ ก่ แมลง กบ ปลาเบนโทส (Benthos)เป็ นเป็ นสัตวอ์ าศยั อยตู่ ามพ้ืน ทอ้ งน้าํ ไดแ้ ก่.หอย.ปลา.แมลง.หนอน เพอริไพตอน (Periphyton) เป็ นพืชหรือสัตวท์ ่ีเกาะหรือปี นป่ ายอยูต่ ามตน้ ไม้ หรือใบไมข้ องพชื น้าํ ไดแ้ ก่ ไฮดรา หอยกาบเด่ียวบางชนิด.นูวส์ ตอน.(Neuston).หมายถึง สัตวท์ ่ีวา่ ยอยตู่ ามผวิ น้าํ และ พืชท่ีลอยอยูผ่ ิวน้าํ ไดแ้ ก่ จิงโจน้ ้าํ ไข่น้าํ จอกแหนชุมชนในแหล่งต้นนา้ แบ่งเป็ น 2 แบบ คือเขตน้าํ ไหลเชี่ยว (Rapid Zone) เป็นบริเวณต้ืนและ มีกระแสน้าํ ไหลแรงทาํ ให้กน้ ลาํ ธารใสสะอาด.ไม่ค่อยมีการสะสมของตะกอนใตน้ ้าํ ไดแ้ ก่ น้าํ ตกและธารน้าํ ไหล ซ่ึงเหมาะสําหรับการดาํ รงชีวิตของพวกเบนโทสที่สามารถเกาะติดกบั วตั ถุใตน้ ้าํ และพวก เนคตอนที่มีความแข็งแรงในการว่ายสู้กระแสน้าํ .เขตน้าํ ไหลเอื่อย(Pool Zone) เป็ นบริเวณท่ีมีความลึกและความเร็ว ของกระแสน้าํ ลดลง.ทาํ ใหม้ ีการตกตะกอน ของอนุภาค ต่างๆ.บริเวณทอ้ งน้าํ ไดแ้ ก่ แม่น้าํ และลาํ ธารขนาดใหญ่ ซ่ึง เหมาะสาํ หรับการดาํ รงชีวติ ของพวกเนคตอนและแพลงกต์ อน ระบบนิเวศในแหล่งนา้ ในแหล่งน้าํ น้ีจะมีกลุ่มส่ิงมีชีวติ ไดแ้ ก่ สตั วน์ ้าํ ท้งั ตวั เตม็ วยั ตวั ออ่ น และพชื น้าํ นานาชนิด รวมท้งั สิ่งมีชีวติ ขนาดเลก็ .และจุลินทรียจ์ าํ นวนมากอาศยั อยู่ รวมกนั ส่ิงมีชีวติ เหล่าน้ีจะมีความสัมพนั ธ์กนั ไปตามบทบาทหนา้ ท่ีของส่ิงมีชีวิตแต่ละกลุ่ม.กล่าวคือ.พืช.แพลงกต์ อน พืช.และสิ่งมีชีวติ ขนาดเลก็ ท่ีมีคลอโรฟิ ลล.์ เป็นพวกที่สร้างอาหารไดเ้ องโดยกระบวนการ สงั เคราะห์ดว้ ยแสง.จึงเป็ น ผผู้ ลิตและเป็นแหล่งอาหารท่ีสาํ คญั ใหแ้ ก่สัตว์ ซ่ึงจะกินต่อกนั เป็นทอดๆ จากสตั วก์ ินพืช สตั วก์ ินสัตว์ และสัตว์ ที่กิน ท้งั พืชและสัตวเ์ ป็ นอาหารต่อไป.เมื่อส่ิงมีชีวติ ท้งั หลายตายลง.ก็จะถูกส่ิงมีชีวิต.เช่น.จุลินทรียย์ อ่ ยสลายซากส่ิงมีชีวิต ใหเ้ ป็ นสารอนินทรียก์ ลบั คืนสู่แหล่งน้าํ และธรรมชาติต่อไปสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศแหล่งน้าํ จาํ แนกตามหนา้ ที่ดงั น้ี ผผู้ ลิต ไดแ้ ก่ พืช สาหร่าย แพลงก์ตอนพืช ผบู้ ริโภคปฐมภูมิ ไดแ้ ก่ แพลงกต์ อนสัตว์ ปลาตะเพียน ปลานิล ตวั แมลง อ่อน หอย กุง้ ผบู้ ริโภคทุติยภูมิ ไดแ้ ก่ ปลา กุง้ กบ ปลาช่อน ปลาดุก ปลากราย แมลง ผบู้ ริโภคตติยภูมิ ไดแ้ ก่ ปลา ชะโด จระเข้ นกยาง งู ผูย้ อ่ ยสลาย ไดแ้ ก่ แบคทีเรีย ปัญหาความเสื่อมโทรมของต้นนา้ ลาธารและแหล่งน้า ตน้ น้าํ ลาํ ธารมีตน้ กาํ เนิดบนเทือกเขาสูงโดยมีป่ าช่วยดูดซบั น้าํ แต่ในปัจจุบนั พ้ืนที่ป่ าตน้ น้าํ เสื่อมโทรมมากโดยมีสาเหตุดงั น้ี. การทาํ ลายป่ าเพ่ือการเกษตรกรรม เน่ืองจากประชากรเพิ่มอยา่ งรวดเร็วทาํ ใหข้ าดท่ีดินทาํ กินและ เกิดจากการเร่งเพิ่ม ผลผลิตทางการเกษตรของพชื ไร่บางชนิดเพื่อส่งเสริมสินคา้ ส่งออก ทาํ ใหม้ ีการบุกรุกทาํ ลายป่ าและเปิ ดสมบูรณ์ ก็จะ เคลื่อนยา้ ยทาํ ลายป่ าเพ่อื ยดึ เป็นพ้นื ที่เกษตรกรรมแห่งใหม่ต่อไปไฟป่ า มีอิทธิพลต่อดินน้าํ เป็ นพ้ืนท่ีเกษตรกรรม เพ่ิม เป็นเงาตามตวั และเกิดจากการท่ีผลผลิตทางการเกษตรต่อหน่วยพ้ืนที่นอ้ ยจึงตอ้ งใชพ้ ้ืนท่ีเกษตรกรรมมากข้ึน เพ่ือให้ ได้ ผลผลิตพอกบั ความตอ้ งการ ผบู้ ุกรุกป่ ามี 2 กลุ่ม คือชาวไทยบน

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา พ้ืนที่ราบและชาวเขาบนพ้นื ท่ีสูงภาคเหนือ.ชาวไทยที่ราบ ตดั ป่ าทาํ ธุรกิจอยา่ งเห็นแก่ตวั ชาวเขาตดั ป่ าเพ่ือเพาะปลูก. และชาวเขาจะทาํ เกษตรซ้าํ อยู่ท่ีเดิมประมาณ.4–5.ปี .เม่ือดินหมดความสมบูรณ์ ก็จะเคล่ือนยา้ ยทาํ ลายป่ าเพ่ือยดึ เป็ น พ้นื ที่เกษตรกรรมแห่งใหม่ต่อไปไฟป่ า มีอิทธิพลต่อดินน้าํ ในบริเวณตน้ น้าํ ลาํ ธาร.ไฟป่ าในประเทศไทยเกิดจากฝี มือ มนุษยท์ ้งั สิ้น เช่น เผาป่ า ทาํ ไร่ เผาป่ าล่าสัตว์ ไฟป่ าจะเกิดในฤดูร้อน.ซ่ึงสภาพป่ าจะแห้งโดยเฉพาะอยา่ งยิ่งหญา้ และ ไมพ้ ้ืนล่างที่เป็นเช้ือเพลิงอยา่ งดี ในภาคเหนือและภาคอีสานมีฝนนอ้ ย ไฟป่ าจึงเกิดไดย้ าวนานกวา่ ภาคอื่นๆ ไฟป่ าเกิด ไดง้ ่ายในป่ าดิบแลง้ ป่ าเตง็ รัง และบริเวณทุ่งหญา้ ซ่ึงเกิดจากการทาํ ไร่เลื่อนลอย ไฟป่ าทาํ ใหเ้ ศษใบไมบ้ ริเวณผวิ หนา้ ดินถูกเผาผลาญ.ทาํ ใหพ้ ้ืนดินขาดส่ิงปกคลุมท่ีดูดซบั น้าํ เมด็ ดินบริเวณผิวหนา้ ดินเม่ือถูกความร้อนจากไฟจะแห้งเขง็ เป็ นมนั ไม่ดูดซับน้าํ เม่ือฝนตกทาํ ให้เกิดการไหลบ่าของหน้าดินมากข้ึนและเกิดการกัดเซาะได้ง่ายอย่างย่ิง.การ ก่อสร้างถนน.ในเขตภูเขาสูงบริเวณตน้ น้าํ .ตวั ถนนซ่ึงเปิ ดหนา้ ดินข้ึนมาหรือมูลดิน ที่เกรดทิ้งไวข้ า้ งทางจะเป็ นแหล่ง ดินตะกอน.ซ่ึงจะถูกกดั ชะลงในหว้ ยลาํ ธาร.ทาํ ลายความเสียหายแก่คุณภาพน้าํ ไดม้ าก การเล้ียงสัตว์ ชาวเขาท่ีอาศยั ตน้ น้าํ จะเล้ียงสัตวแ์ ทบทุกครอบครัว จาํ พวกววั ควาย มา้ โดยปล่อยใหห้ ากินตามไร่ร้าง ทาํ ให้ดินแน่นตวั ลดสมรรถนะ ในการดูดซบั น้าํ และทาํ ใหเ้ กิดการไหลบา่ ของหนา้ ดินมากข้ึน การทาํ เหมืองแร่.น้าํ ท่ีปล่อยสู่ลาํ ห้วยจากพ้ืนท่ีทาํ เหมือง มีตะกอนมาก การทาํ เหมืองแร่บนภูเขาสูงทาํ ให้ดินท่ีเปิ ดออกถูกกดั ชะไดง้ ่าย.และยากท่ีจะฟ้ื นฟูใหเ้ ป็ นสภาพเดิม. หลงั จากการทาํ เหมืองผา่ นไปแลว้ .การใชย้ าฆ่าแมลงและวชั พืช.หากใชม้ ากเกินไปไม่ถูกวธิ ีทาํ ให้คุณภาพน้าํ เส่ือมลง และเกิดอนั ตรายแก่ผใู้ ชน้ ้าํ ทางตอนล่างได.้ และการจดั ระบบหมูบ่ า้ นบนท่ีสูงหากไม่ถูกสุขลกั ษณะก็จะก่อมลภาวะแก่ น้าํ ในลาํ ห้วย ลาํ ธารได”้ .หนูนาต้งั ใจฟังพร้อมจดบนั ทึกอยา่ งละเอียดขอบคุณนา้ นิรันดร์ หนูนาไดข้ อ้ ควรรู้มากมาย เก่ียวกบั การดาํ รงชีวติ ใกลต้ น้ น้าํ ที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติท่ีคนในชุมชนของนา้ นิรันดร์ไดป้ ฏิบตั ิตามกฎระเบียบการ อยรู่ ่วมกนั กบั ธรรมชาติ หนูนาเหมือนไดย้ นิ เสียงรถยนตด์ งั มาแต่ไกลๆ ทนั ใดน้นั ก็รู้สึกตวั ตื่น จึงรู้วา่ เป็ นเสียงรถยนต์ ของพอ่ เชา้ แลว้ ตอ้ งต่ืนนอน เตรียมไปโรงเรียนเหมือนทุกวนั คาถามชวนคิด 1. ระบบนิเวศป่ าตน้ น้าํ หมายความวา่ อยา่ งไร 2. มนุษยไ์ ดร้ ับประโยชน์จากระบบนิเวศป่ าตน้ น้าํ อยา่ งไร 3. นกั เรียนไดข้ อ้ คิดอยา่ งไรจากการอา่ นชุมชนบา้ นตน้ น้าํ 4. นกั เรียนมีแนวคิดในการอนุรักษส์ ิ่งมีชีวติ บริเวณป่ าตน้ น้าํ อยา่ งไร 5. ปัญหาความเสื่อมโทรมของตน้ น้าํ ลาํ ธารและแหล่งน้าํ เกิดจากสาเหตุใดเป็น เพราะเหตุใด

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา ตอนที่ 4 ชุมชนบ้านกลางนา ฤดูกาลปัจจุบนั ในสังคมเมืองบา้ นของหนูนา เป็ นช่วงฤดูฝนในตวั เมืองเวลามีฝนตกหนกั มากๆ ส่งผลให้ ระบบการไหลของน้าํ ในตวั เมืองพบปัญหาน้าํ ท่วมถนนหนทางบ่อยคร้ังหนูนาไม่ชอบเพราะเดินทางไปที่ไหนๆ ลาํ บาก คืนน้ีไมม่ ีฝนตกพระจนั ทร์เตม็ ดวงสวยงามมาก หนูนาเหมือนวา่ ไดน้ อนเล่นในบา้ นหลงั หน่ึงมีชานยืน่ ออกมา และไดน้ อนดูพระจนั ทร์กบั ป้าสมศรีและหลานๆ ของป้าวยั ไล่เล่ียกบั หนูนา เจา้ นางงามมนั ชอบนอนคลอเคลียหนูนา ประจาํ สภาพอากาศโดยรอบเยน็ สบายมา อากาศบริสุทธ์ิโดยรอบที่บา้ นป้าสมศรีเป็ นทอ้ งทุ่งนา หนูนาไม่เคยมาใช้ ชีวติ ท่ามกลางบรรยากาศเช่นน้ีเลย ดว้ ยความอยากรู้อยากเห็นเลยซกั ถามป้าสมศรีเก่ียวกบั การประกอบอาชีพ และการ ดาํ รงชีวติ ของคนในชุมชนบา้ นกลางนาป้าสมศรีเป็นเกษตรกรดีเด่นมีความรู้เร่ืองการเกษตรกรรม การประกอบอาชีพ ทาํ นาป้าอธิบายวา่ “เชื่อกนั วา่ ต้งั แต่มนุษยไ์ ดเ้ กิดข้ึนในโลกใชเ้ วลาส่วนใหญ่ดิ้นรนในการหาอาหารเพื่อประทงั ชีพ ดว้ ยการล่าสัตว์ และหาพืชผกั และผลไมเ้ ป็ นอาหาร แต่เมื่อประชากรของมนุษยม์ ีจาํ นวนมากข้ึนอาหารท่ีไดเ้ ริ่มมี จาํ นวนนอ้ ยลง มนุษยจ์ ึงตอ้ งปรับตวั และหาวธิ ีเพม่ิ ผลผลิต เริ่มเล้ียงสตั วแ์ ละเพาะปลูกเพ่ือใหม้ ีอาหารและเพียงพอต่อ ความตอ้ งการซ่ึงเรียกวา่ ยคุ การเกษตรและเป็นท่ีมาของเกษตรกรรม.เกษตรกรรม คือการเล้ียงสัตวห์ รือเพาะปลูก ปกติ ผลกระทบนอ้ ยมากตอ่ สภาพแวดลอ้ มธรรมชาติถา้ ปฏิบตั ิแต่พอเพียง

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา เพ่ือบริโภคแต่ปัจจุบนั เกษตรกรไมไ่ ดท้ าํ เกษตรเพยี งเพื่อบริโภค แตย่ งั รวมถึงทาํ การเกษตรเพื่อ “เกษตรอุตสาหกรรม” ซ่ึงในสังคมปัจจุบนั พ้ืนที่เพาะปลูกท่ีอุดมสมบูรณ์มีจาํ กดั .มีการเพาะปลูกซ้าํ ที่เดิมอยู่เสมอๆทาํ ให้ดินเสื่อมคุณภาพ และผลผลิตต่าํ มากไมเ่ พียงพอแก่ความตอ้ งการ เกษตรกรหาทางแกไ้ ขโดยนาํ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยที ่ีคิดคน้ โดย มนุษยม์ าใชเ้ พื่อเพิม่ ผลผลิตในการเกษตรไดแ้ ก่ ยาฆ่าแมลง ยาปราบศตั รูพืช.ป๋ ุยเคมีและสารเคมีต่างๆตลอดจนการใช้ เครื่องจกั รกล ทาํ ให้กลไกการควบคุมดว้ ยตวั เองของธรรมชาติตอ้ งถูกทาํ ลายไป และในระยะเวลาที่ผ่านมาได้ส่ง ผลกระทบโดยตรง ต่อระบบนิเวศซ่ึงในที่น้ีขอกล่าวถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศของแหล่งเกษตรกรรมในประเทศ ไทย ปัญหาเกษตรกรรมที่มีผลต่อธรรมชาติ ประเทศไทยต้งั อยู่ในเขตร้อนซ่ึงมีลมมรสุมพดั ผา่ นผิวหนา้ ดินช้นั บน และอินทรียวตั ถุเปราะบางและถูกยึดเกาะไวด้ ว้ ยรากพืชนานาพรรณ.เป็ นแหล่งอาศยั ของสิ่งมีชีวิตหลากหลาย การ โค่นตน้ ไมท้ าํ ลายพืชพนั ธุ์ เพ่ือทาํ การปลูกพืชชนิดเดียวในพ้ืนท่ีกวา้ งๆจะส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของดิน อยา่ งรุนแรง.เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ในประเทศไทย.นิยมปลูกพืชเชิงเด่ียว และหากพืชผลราคาตกหรือเสียหาย จะตอ้ งขายท่ีดินเพาะปลูก เพ่ือนาํ มาใชห้ น้ีที่กูย้ ืมมาใชจ้ ่ายในการซ้ือป๋ ุย ยาฆ่าแมลงและหาที่ทาํ กินใหม่ บางส่วนตอ้ ง บุกรุกพ้ืนท่ีป่ าซ่ึงในสถานการณ์ปัจจุบนั พ้ืนท่ีป่ าของประเทศไทยหมดไปอยา่ งรวดเร็วถา้ ไม่หาทางแกไ้ ขจะเกิดความ หายนะทางธรรมชาติ ท่ีไม่สามารถหลีกเล่ียงได้ แนวทางแก้ไข.เลิกบุกรุกป่ าธรรมชาติเพ่ือทาํ การเกษตร.รวมท้งั การ ตดั ไม้ เผาป่ า หรือกิจกรรมใดๆซ่ึงมีผลกระทบต่อความสมดุลของป่ า เช่น.ทิ้งสารเคมี.ไถหนา้ ดิน.ส่งเสริมและให้ ความรู้แก่เกษตรกร.เพ่ือให้เขา้ ใจแนวทางการอยรู่ ่วมกนั ของมนุษยก์ บั ส่ิงแวดลอ้ ม.นาํ หลกั วิธีการเกษตรทางเลือกใน การเพาะปลูกเพ่ือใหเ้ กิดความสมดุลระหวา่ งธรรมชาติและการเกษตรวธิ ีเกษตรกรรมทางเลือกใหม่.การเกษตรกรรม ทางเลือก.หรือการเกษตรยงั่ ยนื น้นั .คือการนาํ แนวคิดเรื่องความสมดุล ระหวา่ งการเกษตรอุสาหกรรมและส่ิงแวดลอ้ ม มาปฏิบตั ิ.เพราะว่าการทาํ เกษตรแบบใชส้ ารเคมีในปัจจุบนั ทาํ ใหม้ ีสารเคมีสะสมตกคา้ งในดิน.ก่อใหเ้ กิดน้าํ เสียและ ส่ิงแวดล้อมเส่ือมโทรมในท่ีสุดการเกษตรกรรมก็จะล่มสลายไปด้วย.ดงั น้ันจึงตอ้ งดูแลธรรมชาติ.ในขณะที่ตอ้ ง คาํ นึงถึงความอยู่รอดทางเศรษฐกิจควบคู่กนั ไป.เกษตรทางเลือกแบ่งออกเป็ น.3.กลุ่ม.คือการเกษตรแบบผสมผสาน. คือการใชพ้ ้ืนท่ีการเกษตรในการปลูกพืชและเล้ียงสัตวม์ ากกวา่ 1 ชนิด ซ่ึงเก้ือกูลประโยชน์ซ่ึงกนั และกนั เพื่อเนน้ ทาํ ประโยชนจ์ ากพืชที่ปลูกใหส้ ูงสุด ตวั อยา่ งเช่น ถา้ มีพ้ืนที่เกษตรกรรม 20ไร่.ใชท้ าํ นา 14 ไร่ พ้ืนท่ี 6 ไร่ท่ีเหลือ ใชส้ าํ หรับทาํ การเกษตรแบบผสมผสาน ซ่ึงพ้ืนที่ 14ไร่ท่ีไดใ้ ชท้ าํ นาเป็ นหลกั น้นั มีการเล้ียงววั ควายท่ีใชส้ าํ หรับทาํ นา โดยปล่อยใหห้ ากินในช่วงก่อนหนา้ และหลงั เก็บเกี่ยว ส่วนเป็ดอีกหน่ึงฝงู ใหห้ ากินไดต้ ลอดเวลา.มูลของสัตวต์ ่างๆใน พ้ืนนาและฟางขา้ วจะถูกปล่อยใหเ้ น่าเป่ื อยตามธรรมชาติเพ่ือบาํ รุงดิน โดยปลูกขา้ ว 5 พนั ธุ์รวมกนั เพื่อป้องกนั การ ระบาดของแมลงและเป็นการประหยดั เนื่องจาก

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา ไม่ตอ้ งใชป้ ๋ ุยเคมีในการเพาะปลูก สาํ หรับพ้ืนที่อีก 6 ไร่น้นั ขดุ สระเก็บน้าํ และร่องน้าํ เพื่อใชเ้ ล้ียงปลาและเป็ นแหล่งน้าํ สํารองไวใ้ ช้เพื่อรดผกั ที่ปลูกไวร้ อบบ่อ.ดา้ นหลงั ของบ่อเล้ียงปลาให้สร้างคอกหมูและให้มูลไหลตกลงในบ่อเล้ียง ปลา สําหรับการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอน.ซ่ึงเป็ นอาหารของปลาพ้ืนท่ีรอบบ่อปลาบริเวณคนั ดินใชป้ ลูกพืชผกั สวนครัว และไมย้ ืนตน้ เป็ นร่มเงาสาํ หรับปลาและทุกๆ 1– 2 ปี จะทาํ การลอกเลนและเศษอินทรียจ์ ากบ่อปลามา กระจายบนดินท่ีปลูกตน้ ไมท้ าํ ให้ดินฟ้ื นฟูความอุดมสมบูรณ์ข้ึนมาอีก การเกษตรธรรมชาติ.คือวิธีทาํ การเกษตรโดย เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน โดยการใช้จุลินทรีย์แทนการใช้สารเคมีและเครื่องจกั รที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อ ส่ิงแวดลอ้ มเช่นเดียวกบั การพรวนโดยใช้รากของพืชแทนเครื่องจกั ร.การทาํ การเกษตรธรรมชาติในประเทศไทย โดยทวั่ ไปใช้วธิ ีหวา่ นเมล็ดขา้ วพร้อมเมล็ดถว่ั โดยถวั่ ท่ีใชส้ ่วนใหญ่จะเป็ นถว่ั เขียว มีถวั่ ดาํ เป็ นบางส่วนโดยอาศยั น้าํ ฝนเพ่ือการเจริญเติบโตของถวั่ ตามธรรมชาติ รากของถว่ั จะชอนไชดินทาํ ให้ดินร่วนและเป็ นป๋ ุยเม่ือตายแลว้ การเกษตรจุลชีพ คือ การใชป้ ระโยชน์จากจุลินทรียท์ ่ีเรียกวา่ EM (EFECTIVE.MICROORGANISM) แทนสารเคมี. เช่น.ป๋ ุยและยาฆา่ แมลง.เป็นตน้ .การใชป้ ๋ ุยประเภทจุลินทรีย.์ จะเพมิ่ คุณภาพของดินและ คืนความสมดุลของธรรมชาติ. อีกท้งั ช่วยให้น้าํ ไม่เน่าเสียรวมท้งั ยงั ควบคุมการระบาดของแมลงได้อีกด้วย.มนุษย์รู้จกั การทาํ การเกษตรโดยใช้ ทรัพยากรธรรมชาติที่ใชแ้ ลว้ ไม่สูญสิ้น.ไดแ้ ก่.ดิน.น้าํ แสงแดด.และใชพ้ นั ธุ์พืชพนั ธุ์สัตวม์ าชา้ นาน.ในเชิงทฤษฎีถา้ หากมนุษยส์ ร้างสภาวะทางธรรมชาติภายในพ้ืนท่ีการเกษตรของตนเอง มนุษยจ์ ะสามารถลดการสูญเสียพ้ืนท่ี ธรรมชาติและในขณะเดียวกนั กส็ ามารถเพ่ิมผลผลิตพืชพรรณและสตั วเ์ ล้ียง.ซ่ึงลว้ นมีความสาํ คญั ทางเศรษฐกิจ.ดงั น้นั มนุษยจ์ ึงตอ้ งรักษาความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติให้คงอยู่ไวเ้ พ่ือลูกหลานของเราจะไดท้ าํ การเกษตรเล้ียงชีพกนั สืบไปจะ๊ ”.หนูนาต้งั ใจฟังพร้อมคิดจินตนาการตาม และบนั ทึกขอ้ มูลดว้ ยหนูนามีความสุขมากท่ีสุด กบั การไดม้ าเย่ียม บา้ นป้าสมศรีในคืนน้ี ขณะกาํ ลงั นอนเก็บขอ้ มูลดีๆ.อยนู่ ้นั ไดย้ นิ เสียงเจา้ นางงามเห่า มาแตไ่ กลทาํ ใหห้ นูนากาํ ลงั หลบั สนิทตอ้ งสะดุ้งต่ืนนอน พร้อมรําพึงว่าหนูนาฝันไปอีกแล้วโลกใบใหม่ ท่ีน่าอยู่ของคนในชุมชนบ้านกลางนาที่ ตระหนกั และเห็นความสาํ คญั ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมกบั การใส่ใจส่ิงแวดลอ้ ม คาถามชวนคดิ 1. ระบบนิเวศทุ่งนาหมายความวา่ อยา่ งไร 2. มนุษยไ์ ดร้ ับประโยชนจ์ ากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยา่ งไร 3. นกั เรียนไดข้ อ้ คิดอยา่ งไรจากการอ่านชุมชนบา้ นกลางนา 4. นกั เรียนมีแนวคิดในการอนุรักษส์ ่ิงมีชีวติ ส่ิงไมม่ ีชีวติ บริเวณพ้ืนท่ีการทาํ เกษตรกรรมอยา่ งไร 5. ปัญหาเกษตรกรรมที่มีผลต่อธรรมชาติ เกิดจากสาเหตุใด เพราะเหตุใด

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา เอกสารอ้างองิ พจนานุกรมราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542. (2546). กรุงเทพฯ : นานมีบุค๊ พบั ลิเคชน่ั . หวา้ กอ. (2553). “ระบบนิเวศป่ าชายเลน” [ออนไลน์] เขา้ ถึงไดจ้ าก : http://www.waghor.go.th. สืบคน้ วนั ที่ 28 มีนาคม 2553. หวา้ กอ. (2553). “ระบบนิเวศป่ าตน้ น้าํ ” [ออนไลน์] เขา้ ถึงไดจ้ าก : http://www.waghor.go.th. สืบคน้ วนั ที่ 28 มีนาคม 2553. หวา้ กอ. (2553). “เกษตรกรรม” [ออนไลน์] เขา้ ถึงไดจ้ าก : http://www.waghor.go.th. สืบคน้ วนั ท่ี 28 มีนาคม 2553. เสาวรส เคล่ือนไธสง. (2553). “ระบบนิเวศป่ าไม”้ [ออนไลน์] เขา้ ถึงไดจ้ าก : http://www.seub.ksc.net. สืบคน้ วนั ท่ี 28 มีนาคม 2553. สุวทิ ย์ มูลคาํ สุนนั ทา สุนทรประเสริฐ (2550). การพฒั นาผลงานทางวชิ าการ สู่การเล่ือนวทิ ยฐานะ. ภาพพิมพ์ : กรุงเทพฯ.

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา ภาคผนวก

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา อภธิ านศัพท์ 1. ระบบนิเวศป่ าไม้ (forest ecosystems) หมายถึง สังคมของพชื และสิ่งมีชีวติ อื่นๆ ในพ้นื ท่ีป่ าหน่ึงๆ ที่มีการตอบซ่ึงกนั และกนั ตอ่ สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพตา่ งๆ อยา่ งชดั เจนและต่อเนื่อง มีความ หลากหลายทางชีวภาพ และมีการไหลเวยี นของแร่ธาตุ 2. องคป์ ระกอบท่ีไม่มีชีวติ (Abiotic Components) คือ อินทรียสาร (Organic Substance) โปรตีน ฮิวมสั ไขมนั ฯลฯ อนินทรียสาร (Inorganic Substance) คือ น้าํ ออกซิเจนคาร์บอนไดออกไซด์ ฯลฯ สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ (Physical Environment) แสง อุณหภูมิ อากาศ 3. องคป์ ระกอบท่ีมีชีวติ (Biotic Components) คือผผู้ ลิต (Producer) หมายถึง ส่ิงมีชีวติ ที่ สร้างอาหารไดเ้ อง โดยกระบวนการสงั เคราะห์แสง (Photosynthesis) พืชสีเขียว แพลงตอน แบคทีเรีย บางชนิด ฯลฯ ซ่ึงจะมีคลอโรฟี ลลท์ ่ีเป็นรงควตั ถุสีเขียวสามารถสร้างคาร์โบไฮเดรตได้ 4. ดิน ในพ้ืนที่ป่ าชายเลนเกิดข้ึนจากการทบั ถมของดินตะกอนในแม่น้าํ ท่ีไหลลงสู่บริเวณที่มี น้าํ น่ิงซ่ึงดินตะกอนจะทบั ถมกนั ในสภาพธรรมชาติ จึงมีปริมาณเกลือสูง และปริมาณอินทรียวตั ถุสูง 5. น้าํ ความเคม็ ของน้าํ ในป่ าชายเลนของประเทศไทยส่วนใหญจ่ ะมีความเคม็ ของน้าํ ระหวา่ ง 10-30 ส่วนในพนั ส่วน 6. ปัจจยั ทางกายภาพ คือ สภาพภูมิอากาศ สภาพดิน และน้าํ 7. ปัจจยั ทางชีวภาพ คือ พืชนานาพรรณ และสตั วช์ นิดตา่ งๆ 8. ป่ าตน้ น้าํ คือป่ าแหล่งกาํ เนิดตน้ น้าํ ลาํ ธารเพราะบริเวณป่ ามีความชุ่มช้ืนเนื่องจาก มีฝนตก มากกวา่ บริเวณอ่ืน เม่ือฝนตกใบไมจ้ ะทาํ หนา้ ท่ีรองรับน้าํ ฝน ลาํ ตน้ ช่วยชะลอการไหลของน้าํ ฝน และ รากทาํ หนา้ ท่ีดูดซบั น้าํ เอาไวท้ าํ ใหน้ ้าํ คอ่ ยๆ ไหลซึมลงสู่แหล่งน้าํ ใตด้ ิน ลาํ ธาร และแม่น้าํ อยา่ งชา้ ๆ มีป่ าอุดมสมบูรณ์แหล่งน้าํ ตามธรรมชาติจะไม่แหง้ ขอด 9. การเกษตรแบบผสมผสาน คือ การใชพ้ ้ืนท่ีการเกษตรในการปลูกพืชและเล้ียงสตั วม์ ากกวา่ 1 ชนิด ซ่ึงเก้ือกูลประโยชน์ซ่ึงกนั และกนั เพอ่ื เนน้ ทาํ ประโยชน์จากพืชท่ีปลูกใหส้ ูงสุด 10. การเกษตรธรรมชาติ คือวธิ ีทาํ การเกษตรโดยเพม่ิ ความอุดมสมบูรณ์ใหก้ บั ดินโดยการใชจ้ ุลินทรีย์ แทนการใชส้ ารเคมีและเคร่ืองจกั รที่ก่อใหเ้ กิดมลภาวะตอ่ ส่ิงแวดลอ้ มเช่นเดียวกบั การพรวนโดยใช้ รากของพืชแทนเครื่องจกั ร การทาํ การเกษตรธรรมชาติในประเทศไทยโดยทวั่ ไปใชว้ ธิ ีหวา่ นเมล็ด ขา้ วพร้อมเมลด็ ถว่ั โดยถว่ั ท่ีใชส้ ่วนใหญจ่ ะเป็ นถว่ั เขียว มีถว่ั ดาํ เป็นบางส่วน โดยอาศยั น้าํ ฝนเพอ่ื การ เจริญเติบโตของถว่ั ตามธรรมชาติ รากของถว่ั จะชอนไชดินทาํ ใหด้ ินร่วนและเป็นป๋ ุยเมื่อตายแลว้

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา อภิธานศัพท์ (ต่อ) 11. การเกษตรจุลชีพ คือ การใชป้ ระโยชน์จากจุลินทรียท์ ี่เรียกวา่ EM (EFECTIVE MICROORGANISM) แทนสารเคมี ใชป้ ๋ ุยประเภทจุลินทรีย์ จะเพม่ิ คุณภาพของดินและคืนความ สมดุลของธรรมชาติ

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา ดชั นี ก 14 การเกษตรจุลชีพ 13 การเกษตรแบบผสมผสาน 3 ค 6 โครงสร้างของระบบนิเวศ 2 คุณค่าและความสาํ คญั ในระบบนิเวศป่ าชายเลนดา้ นป่ าไม้ 5 9 ช 10 12 ชุมชนบา้ นป่ าไม้ ชุมชนบา้ นริมป่ าชายเลน 6 ชุมชนบา้ นตน้ น้าํ 7 ชุมชนในแหล่งตน้ น้าํ ชุมชนบา้ นกลางนา 6 ด 5 6 ดิน 9 ดา้ นยารักษาโรค 10 น น้าํ ป ปัจจยั ทางกายภาพ ปัจจยั ทางชีวภาพ ป่ าตน้ น้าํ ปัญหาความเสื่อมโทรมของตน้ น้าํ ลาํ ธารและแหล่งน้าํ

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา ดชั นี (ต่อ) ป 13 ปัญหาเกษตรกรรมที่มีผลต่อธรรมชาติ 5 ภ ภูมิอากาศ 3 10 ร ระบบนิเวศป่ าไม้ 13 ระบบนิเวศในแหล่งน้าํ 7 ว 7 9 วธิ ีเกษตรกรรมทางเลือกใหม่ 3 ส 3 สถานการณ์ปัจจุบนั ของระบบนิเวศป่ าชายเลน สาเหตุของการลดลงของป่ าชายเลน ส่ิงมีชีวติ ในแหล่งน้าํ อ องคป์ ระกอบที่ไมม่ ีชีวิต องคป์ ระกอบที่มีชีวิต

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา ประวตั ผิ ู้แต่ง นางสาวอรอนงค์ สุขสงวน ตาแหน่งปัจจุบัน * ครูโรงเรียนเกษตรประชาตาทวด วทิ ยฐานะครูชาํ นาญการ สาขาวทิ ยาศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ การศึกษา พ.ศ. 2537 มธั ยมศึกษาปี ที่ 6 แผนการเรียนวทิ ยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์โรงเรียนสตรีสิริเกศ จงั หวดั ศรีสะเกษ พ.ศ. 2541 ปริญญาตรี วชิ าเอกวทิ ยาศาสตร์ทวั่ ไป ค่าเฉลี่ย GPA 3.06 ครุศาสตรบณั ฑิต สถาบนั ราชภฏั อุบลราชธานี พ.ศ. 2549 ปริญญาโท สาขา หลกั สูตรและการสอน คา่ เฉลี่ย GPA 3.95 ครุศาสตรมหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สุรินทร์ ประสบการณ์ ด้านบริหาร  หวั หนา้ งานบริหารการจดั การหลกั สูตรโรงเรียนเกษตรประชาตาทวด  หวั หนา้ งานนวตั กรรมการเรียนการสอนโรงเรียนเกษตรประชาตาทวด  หวั หนา้ หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์โรงเรียนเกษตรประชาตาทวด  เจา้ หนา้ ท่ีบริหารงานวชิ าการระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ โรงเรียนเกษตรประชาตาทวด  เจา้ หนา้ ที่งานบริหารจดั การหอ้ งสมุดโรงเรียนเกษตรประชาตาทวด  เจา้ หนา้ งานอนามยั โรงเรียนเกษตรประชาตาทวด  เจา้ หนา้ ที่งานการเงินโรงเรียนเกษตรประชาตาทวด  เจา้ หนา้ ที่งานสหกรณ์โรงเรียนเกษตรประชาตาทวด ด้านการสอน  มีประสบการณ์ในการจดั การเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ 12 ปี  มีประสบการณ์ในการจดั การเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ระดบั ประถมศึกษา มธั ยมศึกษาตอนตน้ และมธั ยมศึกษา ตอนปลาย ด้านการวจิ ัย  มีผลงานวจิ ยั จาํ นวน 9 เรื่อง

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา ด้านการบริการสังคม  ใหค้ าํ ปรึกษา เป็นกรรมการคณะทาํ งานตา่ งๆ บรรยายและจดั อบรมใหก้ บั องคก์ รและหน่วยงานของรัฐมา 12 ปี ด้านต้นสังกดั สพป.ศก. เขต 4  ทาํ งานวจิ ยั แผนการจดั การเรียนรู้ เอกสารประกอบการอบรม เขา้ ร่วมประชุม จดั ประชุม เป็นวทิ ยากรการอบรมครูผจู้ ดั การเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ด้านระดบั ชาติ  ทาํ งานวางแผนการจดั การเรียนรู้ สร้างแผนการจดั การเรียนรู้ เขา้ ร่วมประชุม สมั มนางานทาง วชิ าการ ของสถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยรี ะดบั ชาติอยา่ งต่อเน่ือง  ทาํ งานโครงการพฒั นาทกั ษะการคิดข้นั สูง สร้างสื่อ นวตั กรรมการเรียนการสอน เขา้ ร่วมประชุมสมั มนาทาง วชิ าการ แลกเปล่ียนเรียนรู้ กบั ภาคีสมาชิกสาํ นกั งานส่งเสริมสงั คมแห่งการเรียนรู้และพฒั นาคุณภาพเยาวชน (สสค.) ด้านระดับนานาชาติ  ทาํ งานวางแผนการจดั การเรียนรู้ สร้างแผนการจดั การเรียนรู้ เขา้ ร่วมประชุม สมั มนางาน ทางวชิ าการร่วมโครงการ FLEXE 2010 Ecology Unit Pilot จาก Dr. Liz Goehring และคณะนกั วทิ ยาศาสตร์ในโครงการ GLOBE ประเทศสหรัฐอเมริกา เขา้ ร่วมประชุมเชิง ปฏิบตั ิการ ร่วมกบั โครงการ GLOBE สสวท. นกั วทิ ยาศาสตร์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ในระดบั นานาชาติ และนกั วทิ ยาศาสตร์ในประเทศไทย ผลงานด้านการเขียน  เขียนแผนการจดั การเรียนรู้ เอกสารประกอบการอบรม เอกสารประกอบการเรียน คู่มือผเู้ รียน บทเรียน โปรแกรม หนงั สือนิทานเล่มเลก็ ประมาณ 30 เล่ม  รายงานการวิจยั จาํ นวน 9 เรื่อง  บทความในส่ือ Internet www.//Qlf.or.th จาํ นวน 5 เรื่อง เกยี รตปิ ระวตั ิ  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผฝู้ ึกสอนนกั เรียนเดก็ ชายบุญช่วย เรืองเดช เขา้ รับการแข่งขนั ตอบ ปัญหาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ไดร้ ับรางวลั ชนะเลิศ ของสาํ นกั งาน การประถมศึกษาอาํ เภอกนั ทรลกั ษ์ เป็นตวั แทนแข่งขนั ระดบั จงั หวดั ศรีสะเกษ พ.ศ. 2543

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูเกียรติยศ (Teacher Award) การปฏิรูปการเรียนรู้ดีเด่น สาขาหลกั สูตรสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน สาํ นกั งานการประถมศึกษาจงั หวดั ศรีสะเกษ พ.ศ. 2545  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูปฏิบตั ิการสอนดีเด่น วชิ าวทิ ยาศาสตร์ระดบั มธั ยมศึกษา ตอนตน้ กลุ่มโรงเรียนมธั ยมศึกษา กลุ่มท่ี 4 จงั หวดั ศรีสะเกษ พ.ศ. 2545  ไดร้ ับรางวลั เชิดชูเกียรติ เป็นครูครูผสู้ ร้างและส่งสื่อการสอนวทิ ยาศาสตร์ไดร้ ับรางวลั ระดบั ดี ของสาํ นกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาศรีสะเกษเขต 4 ร่วมกบั สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี พ.ศ. 2548  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูปฏิบตั ิการสอนดีเด่น วชิ าวทิ ยาศาสตร์ระดบั มธั ยมศึกษา ช่วงช้นั ที่ 3 สาํ นกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 จงั หวดั ศรีสะเกษ พ.ศ. 2548  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นวทิ ยากรแกนนาํ การอบรมเชิงปฏิบตั ิการพฒั นาครูวทิ ยาศาสตร์ เร่ือง “จุด ประกายขยายความคิดพชิ ิตการเปลี่ยนแปลง” ของสาํ นกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษา ศรีสะเกษ เขต 4 ร่วมกบั สถาบนั สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2548  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูปฏิบตั ิการสอนดีเยยี่ ม วชิ าวทิ ยาศาสตร์ระดบั มธั ยมศึกษา ช่วงช้นั ที่ 3 สาํ นกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 จงั หวดั ศรีสะเกษ พ.ศ. 2549  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผฝู้ ึกสอนนกั เรียนเดก็ หญิงอรณี เรืองเดช นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 ไดเ้ ป็นตวั แทนนกั เรียนสาํ นกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 เขา้ รับการแขง่ ขนั ตอบปัญหา วทิ ยาศาสตร์คณิตศาสตร์โอลิมปิ กระดบั ประเทศ (The Third International Junior Science Olympiad) (IJSO) กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2549  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผสู้ ่งเสริมนกั เรียน “รักการอา่ น” โรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลาง เดก็ หญิงอรณี เรืองเดช นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 ไดร้ ับรางวลั ระดบั ดี สาํ นกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาศรี สะเกษ เขต 4 จงั หวดั ศรีสะเกษ พ.ศ. 2549  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผสู้ ร้างนวตั กรรมการศึกษา ตามโครงการหน่ึงโรงเรียนหน่ึงนวตั กรรม ดา้ นการเรียนการสอน ส่งผลใหโ้ รงเรียนไดร้ ับรางวลั ระดบั เหรียญเงิน ในงาน “รวมพลงั สร้างนวตั กรรม เฉลิมพระเกียรติ ครองราชย์ ๖๐ ปี ” สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2549

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผฝู้ ึกสอนนกั เรียนเดก็ ชายรัฐเสน คาํ รัตน์ เด็กหญิงอรวรรณ เนียมเพช็ ร เดก็ ชายเหล่าฤทธ์ิ ศิลาคาํ ไดร้ ับรางวลั เหรียญทองแดง กิจกรรมโครงงานวทิ ยาศาสตร์ประเภทสิ่งประดิษฐ์ ระดบั ช่วงช้นั ที่ 3 สาํ นกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 พ.ศ. 2550  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผฝู้ ึกสอนนกั เรียนเด็กหญิงอรณี เรืองเดช เดก็ หญิงอรุณี สีใส เด็กหญิงเกษณีย์ วิลาไดร้ ับรางวลั ชมเชย รองชนะเลิศลาํ ดบั ที่ 3 จาก 11 โรงเรียน กิจกรรมตอบปัญหาอจั ฉริยภาพทางวทิ ยาศาสตร์ระดบั ช่วงช้นั ที่ 3 สาํ นกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา ศรีสะเกษ เขต 4 พ.ศ. 2550  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูปฏิบตั ิการสอนดีเยย่ี ม วชิ าวทิ ยาศาสตร์ระดบั มธั ยมศึกษา ช่วงช้นั ท่ี 3 สาํ นกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 จงั หวดั ศรีสะเกษ พ.ศ. 2550  ไดร้ ับรางวลั ยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผสู้ ร้างแผนการเรียนรู้ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไดร้ ับ รางวลั ชนะเลิศ เหรียญทอง ในการประกวดแข่งขนั การนาํ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การเรียนรู้ใน สถานศึกษา สาํ นกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 พ.ศ. 2551  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผฝู้ ึกสอนนกั เรียนเดก็ หญิงอรณี เรืองเดช เด็กหญิงอรุณี สีใส เด็กหญิงอารีรัตน์ ศิริชนะ ไดร้ ับรางวลั เหรียญเงิน รองชนะเลิศลาํ ดบั ท่ี 1 จาก 11 โรงเรียน กิจกรรม ตอบปัญหาอจั ฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์ระดบั ช่วงช้นั ท่ี 3 สาํ นกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 พ.ศ. 2551  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูปฏิบตั ิการสอนดีเยยี่ ม วิชาวทิ ยาศาสตร์ระดบั มธั ยมศึกษา ช่วงช้นั ท่ี 3 สาํ นกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 จงั หวดั ศรีสะเกษ พ.ศ. 2551  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูปฏิบตั ิการสอนดีเยยี่ ม วชิ าวทิ ยาศาสตร์ระดบั มธั ยมศึกษา ช่วงช้นั ที่ 3 สาํ นกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 จงั หวดั ศรีสะเกษ พ.ศ. 2552  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผฝู้ ึกสอนนกั เรียนเดก็ ชายรัฐเสน คาํ รัตน์ เด็กหญิงอรวรรณ เนียมเพช็ ร เด็กหญิงกญั ญารัตน์ เกษกุลไดร้ ับรางวลั เหรียญเงิน กิจกรรมโครงงานวทิ ยาศาสตร์ประเภททดลอง ระดบั ช่วง ช้นั ที่ 3 สาํ นกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 พ.ศ. 2552  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผฝู้ ึกสอนนกั เรียนเดก็ หญิงพรนิภา ไขแสง นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ไดร้ ับรางวลั เหรียญทอง กิจกรรม คดั ไทย เนื่องในวนั ภาษาไทยแห่งชาติ สาํ นกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาศรี สะเกษ เขต 4 พ.ศ. 2552

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผฝู้ ึกสอนนกั เรียน เด็กชายอนุชา พรมชาติ นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 ไดเ้ ป็นตวั แทนนกั เรียน แข่งขนั การตอบปัญหาอจั ฉริยภาพทางวทิ ยาศาสตร์คณิตศาสตร์ (สสวท.) สาํ นกั งาน เขตพ้ืนที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 พ.ศ. 2552  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผฝู้ ึกสอนนกั เรียนนกั เรียน เด็กชายจิรพฒั น์ พณิ พงษ์ นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 4 ไดร้ ับรางวลั เหรียญเงิน กิจกรรมเล่าเร่ืองตลก ระดบั ช่วงช้นั ที่ 2 สาํ นกั งานเขตพ้ืนท่ี การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 พ.ศ. 2552  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูเครือขา่ ยโครงการ FLEXE 2010 Ecology Unit Pilot จาก Dr. Liz Goehring และคณะนกั วทิ ยาศาสตร์ในโครงการ GLOBE ประเทศสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2552  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูปฏิบตั ิการสอนดีเยย่ี ม วชิ าวทิ ยาศาสตร์ระดบั มธั ยมศึกษา ช่วงช้นั ท่ี 3 สาํ นกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 จงั หวดั ศรีสะเกษ พ.ศ. 2553  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผฝู้ ึกสอนนกั เรียนเด็กหญิงอมรรัตน์ หอมคาํ เด็กหญิงอรทยั ตดั โท นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 ส่งเคา้ โครงงานวจิ ยั (Research Proposal) ประกวดขอรับทุนวจิ ยั วทิ ยาศาสตร์ โลกท้งั ระบบ (ESS) ไดร้ ับทุนวจิ ยั จาก (สสวท.) 1 ใน 25 โรงเรียนทว่ั ประเทศ พ.ศ. 2553  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็น วทิ ยากรแกนนาํ การจดั ทาํ หน่วยการเรียนรู้ ในหลกั สูตรโรงเรียนตาม หลกั สูตรแกนกลางการจดั การศึกษาข้นั พ้ืนฐานพุทธศกั ราช 2551 สาํ นกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาศรีสะเกษเขต 4 จงั หวดั ศรีสะเกษ พ.ศ. 2553  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผเู้ ป็นศิษยเ์ ก่ารุ่นใหม่ เป็นแบบอยา่ งที่ดีทางการศึกษา หนา้ ท่ี การงาน และการดาํ เนินชีวติ เนื่องในงานครบรอบ 70 ปี ก่อต้งั โรงเรียนบา้ นหนองเตย อาํ เภอพยหุ ์ สาํ นกั งานเขต พ้ืนท่ีการศึกษาศรีสะเกษเขต 1 จงั หวดั ศรีสะเกษ พ.ศ. 2553  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผมู้ ีคุณงามความดี ไดร้ ับคดั เลือกผา่ นรอบแรก 1 ใน 40 คนจาก ผเู้ ขา้ รับ การประเมิน 280 คน ในการสมคั รชิงทุนการศึกษาในและ ต่างประเทศของ Ford Foundation International Fellowships Program USA มูลนิธิทุนการศึกษาเอเชีย (ASF) ในพระราชูปถมั ภส์ มเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี พ.ศ. 2553  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผนู้ าํ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาจดั กิจกรรมการเรียนรู้ และ พฒั นาผเู้ รียนใหร้ ู้หลกั ของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบการใชน้ ิทานเล่มเลก็ ประกอบการวจิ ยั ใน ช้นั เรียนโครงการวจิ ัยเศรษฐกจิ พอเพยี งสานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ร่วมกบั บริษทั สยามกมั มา จลน์ ใหเ้ กียรติสมั ภาษณ์และเก็บขอ้ มูลเผยแพร่ผลงานและการทาํ งาน พ.ศ. 2553

หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุด โลกใบใหม่ของหนูนา  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผมู้ ีคุณงามความดีและความสามารถไดร้ ับคดั เลือกเป็นครูนวตั กรรม (Innovation Teacher) กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ เนื่องในงานยกผลสมั ฤทธ์ิ 4 วชิ าหลกั ระดบั สาํ นกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 พ.ศ. 2553  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผฝู้ ึกสอนนกั เรียนเดก็ หญิงกญั ญารัตน์ เกษกุล เดก็ หญิงภคั จิรา จิ๋วนารายณ์ เดก็ หญิงอภิญญา ชาภคั ดี ไดร้ ับรางวลั เหรียญเงิน กิจกรรมโครงงาน วทิ ยาศาสตร์สิ่งประดิษฐ์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ เน่ืองในงานยกผลสมั ฤทธ์ิ 4 วชิ าหลกั ระดบั สาํ นกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 พ.ศ. 2553  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผฝู้ ึกสอนนกั เรียนเดก็ หญิงกญั ญารัตน์ เกษกลุ เดก็ หญิงบวั ศร ก่ึงวงษ์ เด็กหญิงเสาวลกั ษ์ ศรีเนตรไดร้ ับรางวลั เหรียญทอง รองชนะเลิศอนั ดบั 1 กิจกรรม โครงงานวทิ ยาศาสตร์ ประเภททดลอง ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ เน่ืองในงานยกผลสมั ฤทธ์ิ 4 วชิ าหลกั ระดบั กลุ่มโรงเรียนพนมดงรัก สาํ นกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา ศรีสะเกษ เขต 4 พ.ศ. 2553  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผฝู้ ึกสอนนกั เรียนเดก็ หญิงนิธิดา พวงลอย เด็กชายอนุชา พรมชาติ เด็กหญิงจินตนา ปัญญาพนั ธ์ ไดร้ ับรางวลั เหรียญทอง รองชนะเลิศอนั ดบั 1 กิจกรรมตอบปัญหาอจั ฉริยภาพ ทางวทิ ยาศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ เน่ืองในงานยกผลสัมฤทธ์ิ 4 วชิ าหลกั ระดบั กลุ่มโรงเรียน พนมดงรัก สาํ นกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา ศรีสะเกษ เขต 4 พ.ศ. 2553  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นครูผฝู้ ึกสอนนกั เรียนเด็กหญิงพรรณี นาคชาติ เดก็ ชายอนุชา พรมชาติ เด็กหญิงจินตนา ปัญญาพนั ธ์ ไดร้ ับรางวลั เหรียญเงิน รองชนะเลิศอนั ดบั 1 กิจกรรมตอบปัญหาอจั ฉริยภาพ ทางวทิ ยาศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ เน่ืองใน การแขง่ ขนั ศิลปหตั ถกรรมกีฬา วชิ าการ ระดบั กลุ่ม โรงเรียนพนมดงรัก สาํ นกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 พ.ศ. 2553  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็น วทิ ยากรการอบรมเชิงปฏิบตั ิการ “การบูรณาการการสอนโดยใช้ วทิ ยาศาสตร์เป็นแกน”เน่ืองในงานยกผลสัมฤทธ์ิ 4 วชิ าหลกั สาํ นกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ศรีสะเกษเขต 4 จงั หวดั ศรีสะเกษ พ.ศ. 2553  ไดร้ ับการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ เป็นผมู้ ีความรู้ความสามารถ ไดส้ ่งโครงการพฒั นาทกั ษะการ คิดข้นั สูง (The Development high-er Thinking Skill) ประกวดไดท้ ุนสนบั สนุนการวจิ ยั เพ่ือ คุณภาพเยาวชน (สสค.) ระดบั ประเทศเป็น 1 ใน 227 โครงการจากการส่งประกวดท้งั หมด พ.ศ. 2553

จดั พมิ พ์โดย อรอนงค์ สุขสงวน ตาแหน่งครู วทิ ยฐานะครูชานาญการ สาขาวทิ ยาศาสตร์ โรงเรียนเกษตรประชาตาทวด สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4